สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐

วีนัส ม่านมุงศิลปี แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการของสภา โดยเฉพาะการไม่ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการโยนหินถามทางแทนการฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของสภาเสียหาย และทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการนำเสนอวิธีการประมวลผลตามหลักวิชาการ และเรียกร้องการประชุมอภิปรายอย่างราบรื่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมการประชุมและให้ประชาชนมีส่วนร่วม

นายวีนัส ม่านมุงศิลปี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านคณะกรรมาธิการฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมขอนำเสนอประเด็น กว้าง ๆ เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นนะครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งแก้ไข เปลี่ยนแปลงมาตลอด ๗๕ ป้ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของการทํารัฐประหาร การแก้ไข ตามข้อเรียกร้องของประชาชน จนกระทั่งได้มาซึ่งฉบับที่ ๑๖ ซึ่งเปึนฉบับประชาชน บอกว่าเราจะต้องมีส่วนร่วมในเสรีภาพ สิทธิในขั้นพื้นฐานการตรวจสอบการทำงานของ เจ้าหน้าที่รัฐ สิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ ปัญหาเกิดจากภายใต้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คืออะไรครับ ในเมื่อใช้อํานาจรัฐเข้มแข็ง ขณะเดียวกันชุมชนกลับ อ่อนแอลง กลุ่มธุรกิจเจริญเติบโตเต็มที่ แต่ชุมชนเปึ้นหนี้ เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดการทุจริต คอร์รัปชั่นกันอย่างกว้างขวาง การแทรกแซงจากองค์กรอิสระ ทิศทางของ รัฐธรรมนูญควรจะเปึนอย่างไร เท่าที่ผมได้รับฟังมาเมื่อกี้ ตอนที่อยู่กรรมาธิการภาคเหนือ ผมไม่ได้มีโอกาสได้พูดเพราะว่ากรอบเวลาจํากัด จึงอยากจะฝากประเด็นที่สําคัญที่สุด ของพ่อแม่ พี่น้องทั้งประเทศ ทั้ง ๔ ภาคนะครับว่าเขาฝากเรื่องอะไรให้ผมมาบ้าง เรื่องสำคัญครับ เรื่องของการเสนอให้มีการจัดตั้งสภาเกษตรกร ประเด็นนี้ ผมขอขยายความนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพราะว่ากว่า ๑๐ ป้ที่มีการพิจารณาประเด็นนี้ แล้วก็แท้งมาโดยตลอด ถามว่าสภาเกษตรกร หรือสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยที่ ประเทศไทยเปึนประเทศกสิกรรม มีพลเมืองกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ประกอบอาชีพการเกษตร คือการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ องค์กรอื่นมีสภาแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาแรงงาน หรือสภาอื่น ๆ แล้วแต่จะ เรียกชื่อ แต่ไม่มีสภาเกษตร หรือสภาเกษตรกรแห่งชาติ หรือสุดแท้แต่จะเรียกชื่อนะครับ กระผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ แต่เปึนเรื่องเก่าที่พยายามผลักดันกันมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๓๕ เคยถูกบรรจุอยู่ในนโยบายของการหาเสียงของพรรคพรรคหนึ่ง ถึงขั้นบอกว่า ออกมาร่างกันเปึนหนังสือกันเลยทีเดียว แนวคิดเกี่ยวกับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะ จัดตั้งพระราชบัญญัติข้าวแห่งชาติ โดยถอดแบบมาจาก พรบ. การเกษตรก่อนที่เรื่อง จะเงียบหายไปในป้ ๒๕๔๒ ผมสืบค้นข้อมูลนี้ ๑๕ ป้ที่แล้วครับท่านประธาน ผมใช้เวลา อยู่หลายวัน แล้วก็ไตร่ตรองดูว่าควรจะพูดในสภาแห่งนี้หรือไม่ แต่พอใคร่ครวญสักระยะ หนึ่งผมก็รู้ว่าสมควรจะต้องพูด เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดก็ต้องผลักดันเรื่องสภาเกษตร ให้เกิดเปึ้นรูปธรรมอย่างกินได้ตามรัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๕๐ ที่เรากําลังจะร่าง หลังจาก นั้น ป้ ๒๕๔๒ เรื่องเงียบหายไปครับท่านประธาน เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของเกษตรกร เข้าชื่อเสนอโดยประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อผ่านรัฐสภาโดยสิทธิที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นอกจากนี้ยังเคยมีคณะกรรมการยกร่าง พรบ. สภาเกษตรภายใต้การ ดำเนินการของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนหรือ คชช. ยกร่างกฎเกณฑ์นี้ประมาณ ๕๐ มาตรา ๖ หมวด ขออนุญาตอ่าน ว่าด้วยการจัดตั้งและจดทะเบียนองค์กรการเกษตร หมวดที่ ๒ ว่าด้วยแผนแม่บทการเกษตรแห่งชาติ หมวดที่ ๓ ว่าด้วยสำนักเลขาธิการ สภาการเกษตรแห่งชาติ หมวดที่ ๔ ว่าด้วยแผนแม่บทการเกษตรแห่งชาติ หมวดที่ ๕ ว่าด้วยสภาการเกษตรจังหวัด และหมวดสุดท้ายว่าด้วยสำนักเลขาธิการการเกษตร จังหวัด แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบจบไป เนื่องจากประธานสภาสั่งจำหน่ายออกจากเรื่อง เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ป้ ๒๕๔๓ เนื่องจากมีเข้าชื่อเสนอชื่อไม่ครบองค์ประกอบ ซึ่งไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ผมถึงบอกแล้วว่าการเข้าชื่อ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ มันเปึนไปไม่ได้ แถมยังต้องเรียกบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จากนั้นขั้นตอนเยอะแยะ มากมาย ทำให้เกิดปัญหา และทำให้สภาการเกษตรไม่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีนิดเดียวครับท่านประธาน แต่ยิ่งใหญ่ เพื่ออะไรครับ การจัดตั้งสภาการเกษตร โดยเจตนารมณ์ก็เพื่อเป่ดโอกาสให้ตัวแทนภาคเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐบาล และ ธุรกิจเอกชนในการรักษาเสถียรภาพของราคาผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร เสียหายนะครับ เราไปคิดกันเสียจนไม่มีทางออก เพราะไปคิดว่ามันติดขัดเรื่องกฎหมาย และความเปึนไปได้ สิ่งที่ผ่านมานั้นเปึนแค่แนวคิด แต่ยังไม่เกิดเปึนรูปธรรมมาสักครั้ง เลยครับ การจัดตั้งสภาการเกษตรเปึนการเฉพาะเจาะจงสำหรับประชาชนที่มีอาชีพเปึน เกษตรกรโดยตรง สภาการเกษตรหรือสภาการเกษตรแห่งชาติจะต้องเกิดขึ้นมาจากความ ต้องการของเกษตรกรโดยแท้มากกว่าที่จะไปยืนบนพื้นฐานของเรื่องอื่น และไม่ควรจะเปึน แค่สภาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐเท่านั้นนะครับ ผมถึงว่ามันดีครับ แต่ต้องดูรายละเอียดก่อนว่ามันสำคัญที่ว่าสภาเกษตรต้องใช้งานได้จริง ๆ ไม่ใช่เปึ้นแต่ชื่อ นะครับ ป้นี้ก็เกิดปัญหา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมเกียรติที่ได้กรุณารับฟังตอนเช้าว่า ทางภาคเหนือตอนบนของเรา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เรามีลำไยกำลังจะชูช่อ ปัญหา กำลังจะเกิดกว่าแสนตันป้นี้ เรายังไม่รู้เลยว่าทิศทางของเรื่องนี้จะจบอย่างไร เพราะยัง ไม่มีเรื่องของการเกษตรไปประกันราคาขั้นต้น ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการรักษา เสถียรภาพทางราคา และการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า ซัพพลาย เช่น (Supply chain) ครับท่านประธาน มันจะเกี่ยวกันได้อย่างไร ครับ มันก็ต้องเกี่ยว แล้วดูทิศทางของรัฐธรรมนูญว่าฉบับนี้มันจะกินได้อย่างที่ทุกคนพูด หรือเปล่า กระผมพูดในเชิงวิชาการไม่เก่งครับ แต่กระผมจะพูดในเนื้อ ๆ ว่าปัญหาที่ไปรับฟังชัด ๆ ถึงจุดแข็ง จุดอ่อน จุดได้ จุดเสีย ปัญหาหลัก ปัญหารองคืออะไร แล้วเราจะทำอะไรให้ รัฐธรรมนูญนี้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการเกษตร โครงสร้างการเกษตรปัจจุบันเราทราบ ว่ามันเปึ้นโครงสร้างแบบจุลภาค ไม่ใช่มหภาค อธิบายสั้น ๆ ก็คือเกษตรกรตัวใครตัวมัน พ่อค้ามือยาวก็สาวกันไป ธกส. ก็ออกหนังสือทวงหนี้ไม่มีวันสิ้นสุด อย่างนี้เรียกว่าอะไร ครับ ต้องใช้หนี้ข้ามชาติ เกษตรกรเปึ้นหนี้ข้ามชาติ อย่างไรครับ เปึนชาตินี้ ใช้ชาติหน้า ไม่มีทางใช้ได้หรอกครับ ถ้าถามว่าในขณะที่เราได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ เราแพ้เวียดนาม (ที่ถูก : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม – Socialist Republic of Vietnam) เราแพ้ ประเทศจีน เรากำลังจะแพ้ เราต้องยอมรับว่าเราจะต้องรบในสงครามที่ชนะอย่างเดียว ไม่ได้ท่านประธาน เราต้องรบในสงครามที่เราแพ้ แต่แพ้บนสิ่งที่เราประสบความสำเร็จ ในชีวิต หลักประกันที่สำคัญคืออาชีพที่เข้มแข็งของเกษตรกรในรูปแบบของสภาจะต้อง เกิดในป้ ๒๕๕๐ แห่งนี้ แล้วก็เปึนความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ ผมบอกอย่างนี้ ก็เพราะว่าผมผ่านสภา ทำเนียบรัฐบาล เห็นเกษตรกรมานอนรอ ผมอดสูใจที่เห็นภาพ อย่างนั้น ถ้ามีสภาเกษตรในระดับจังหวัดที่ผมว่าอยู่ในสำนักเลขาธิการสภาการเกษตร แห่งชาติระดับจังหวัดเราจะแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ รัฐบาลไม่ต้องมานั่งปวดหัวรับกับ ม็อบ (Mob) ที่ต้องมานั่งรอกดดันราคารัฐบาลแต่ละป้ สิ่งที่จูงใจที่สุดก็คืออะไรครับ ณ วันนี้ราคาปุิยราคาอะไรก็ตามที่เปึ้นองค์ประกอบของการเกษตรมันขึ้นราคาขึ้นเอา ขึ้นเอา แต่สินค้าการเกษตรมีแต่อยู่ตัวกับลด คือทรงกับทรุด ลักษณะอย่างนี้ไม่เป่ดโอกาส ให้เกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก ดังนั้นจึงจะกราบเรียนว่าจะต้องบรรจุเรื่องสภาการเกษตร ให้ได้ แล้วต้องเปึ้นจริงและกินได้อย่างที่เรามุ่งหวัง

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน หลายครั้งที่ผมได้นำเสนอที่ประชุมแห่งนี้ ว่าการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ก็ขอให้เปึนประเด็นที่สร้างสรรค์แล้วก็เกิดประโยชน์กับสภา อย่างแท้จริงนะครับ หลายครั้งที่ผมไม่ได้พูดเพราะผมเห็นว่าความเห็นของเพื่อนสมาชิก นั้นสอดคล้องกับเรื่องที่ผมได้ฟังมาแล้ว ผมจึงไม่อยากจะพูดเพราะไม่ให้มันเสียเวลา นะครับ แต่วันนี้จะต้องพูดเพราะถือว่าเปึนเรื่องที่สำคัญแล้วก็เปึนภาพลักษณ์ของสภาเรา สั้น ๆ ครับท่านประธาน ไม่เกิน ๕ นาทีครับ เราเหลือเวลาอีกไม่นานนะครับในการยกร่าง ร้อยกว่าวันนะครับ มรสุมที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปช่วงหนึ่ง เรายังไม่รู้ว่าจะมีมรสุมอีกสัก กี่ลูกที่ถ้าโถมเข้ามาสภาของเราแห่งนี้นะครับ เพราะว่าผมไม่สบายใจครับท่านประธาน แล้วข้อติงว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญเราเปึ้นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในขณะนี้ แต่ทำไมเราไม่ใส่ใจกับเกียรติภูมิอันนี้ กระผมขอกราบเรียนว่า การประชุมสภาของเรา ไปเน้นเรื่องกระบวนการทำงานของเรามากกว่าที่จะไปเน้นกระบวนการไปรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องชาวบ้าน อย่างไรครับ ไม่เคยได้ยินว่าที่ไปรับฟังมาประกอบ แล้วเปึนอย่างนั้น้อย่างนี้ บางกรณีเน้นหนักไปหน่อย ไปโยนหินถามทางว่าควรจะเปึน อย่างนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร ลักษณะอย่างนี้เรียกว่าการไปรับฟังความคิดเห็นใช่หรือไม่ มันมีความหมายอย่างไร ไม่มีอะไรเปึนหลักประกันว่าสิ่งที่เราไปรับฟังนั้นจะได้รับการ พิจารณาในการประกอบยกร่าง และที่ประชาชนมีส่วนร่วมนั้นจริงหรือไม่ ส่วนร่วม ระดับใด เมื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมโยนหินถามทางของเรา กระผมกราบเรียนว่า หยุดเถอะครับพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะมันทำให้ภาพลักษณ์ของสภาของเราอยู่ภายใต้ การครอบงำของฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด แล้วประชาชนจะหมดความเชื่อถือ สภาร่างต้องเปึน สภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึ้นสภาตัวแทนของฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดโดยเฉพาะ และที่ไปรับฟังมานั้นมันตรวจสอบไม่ได้เพราะไม่มีชื่อ ไม่มีที่อยู่ ที่มาของการประมวลผล ก็ไม่ได้นําเสนอที่ประชุมสภาว่าใช้วิธีการใด เครื่องมือใดในการประมวลผล จึงจะทําให้ เปึ้นที่เคลือบแคลงสงสัย การไปรับฟังมานั้นได้เอามาพิจารณาแล้ว ปัญหาคือเราได้ นำเสนอวิธีการตอบแบบสอบถามแบบเราไม่ได้นำเสนอวิธีการประมวลผลในสภาแห่งนี้ เพราะเราควรจะกำหนดทิศทางของเราบ้าง อย่างน้อยประชาชนจะได้รู้ว่าสภาร่าง ทำงานด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใส ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มใด ท่านประธานครับ เวลาประมาณ ๑ เดือนที่กระผมได้เสนอความเห็นนะครับ ที่กราบเรียนว่าแนวคิดต่าง ๆ ที่มาสอดรับ ผมไม่เถียง แต่นำเสนอประเด็นที่แตกต่างและให้เกิดภาพลักษณ์ชัดเจนว่า สภาของเราต้องอยู่ในสภาที่ทรงเกียรติและเปึนศักยภาพ เปึ้นเอกภาพ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับ กลุ่มบุคคลหรือกลุ่มอำนาจใด กระผมเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมเหล่านั้นเสียนะครับ ไม่ว่าเรื่องของการโยนหินถามทาง การไปรับฟังความเห็น สภาขาดความชอบธรรมในการทำ และสุดท้ายประชาชนจะสับสน เรื่องตกลงที่ไปรับฟังมานั้นใครไปรับฟังใครกันแน่ เราไปรับฟังเขา หรือเขารับฟังเรา การโยนถามอย่างนั้นนะครับ ประเด็นเรื่องว่านายกรัฐมนตรีควรมาจากคนนอกได้หรือไม่ ประเด็นนี้ยิ่งจะไปใหญ่ ไม่ได้มีสมาชิกท่านใดอภิปรายชัดเจนเลยเพราะว่าเราไม่ได้ไป ฟังมา แต่เราไปถามชาวบ้านเอง ถ้าถามว่าตรงนี้ใครมีส่วนร่วม เราไปร่วมหรือชาวบ้าน ร่วมกันแน่

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ ทนฟังสักนิดเถอะครับ เพราะเปึนสาระสำคัญที่ผมอยากจะให้เห็นภาพลักษณ์ที่ดีของสภาเรานะครับ อย่างน้อย ที่สุดการนำเสนอวิธีการประมวลผลตามหลักวิชาการที่ยอมรับให้ประชาชนได้รับทราบว่า การไปรับฟังความเห็นทั้ง ๗๖ จังหวัด ไม่ใช่เรื่องที่กระทำการแค่ชั่วข้ามคืนแล้วก็จบ เข้าใจ ว่ามีข้อมูลมากและหลากหลายความเห็น เช่นเอาความเห็นนี้มาจากไหน มีประชาชนเห็น อย่างนี้กี่ราย ในจำนวนทั้งหมดทั้งสิ้นกี่ราย เปึนต้น แล้วจำแนกแจกแจ้งความถี่ในรูปสถิติ และวิเคราะห์แนวโน้มดูทิศทางความเห็นที่มันจะเปึ้นที่มาของข้อสรุปทั้งหมดจาก ๗๖ จังหวัด ง่าย ๆ ครับท่านประธาน แต่มีความเชื่อถือ ภาษาวิศวกรเขาเรียกว่าข้อมูลที่มี ระดับความเชื่อมั่นและเปึ้นที่ยอมรับ ก็แปลว่าวันนี้สภาเรา เรามีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลใช่ไหมครับ

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน อยากให้มีการอภิปรายอย่างราบรื่นและ สร้างสรรค์ สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านเปึ้นผู้อาวุโส เปึนผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง อย่างยิ่ง จึงอยากจะให้ท่านออกมาพูด ให้ท่านแนะนำว่าสิ่งที่พูดมานั้นจะต้องแก้ไขก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้สมาชิกอภิปรายกันจนหลงประเด็นกันเอง ทำให้ล่าช้า เสียเวลา การควบคุม การประชุมไม่มีประสิทธิภาพและไม่เปึนประโยชน์ต่อสมาชิกครับท่านประธาน การเรียงลำดับก่อนหลัง สุดท้ายขอให้คิดเสมอว่าเราควรจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริง การไปรับฟังมาเฉย ๆ แล้วก็ไม่ไปรายงานที่ประชุมก็เท่ากับว่าเราไม่ได้ไป รับฟังเขา ก็จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจผิดและสับสนว่าเราไปยกร่างกันเอง เสียหายครับท่านประธาน เอกสารต่าง ๆ ที่ได้นำเรียนมายังกรรมาธิการผ่านสภาแห่งนี้ นะครับ ถือว่าเปึนเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายเปึนพยานเอกสาร มีที่มาที่ไป ชัดเจน เปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมได้นำเรียนว่า บางอย่างมันต้องโปร่งใส บางอย่างที่มันเปึนสีเท่าก็ต้องให้มันเปึนสีขาว หรือไม่ก็ดำไปเลย มันจะได้รู้ว่าเราทําหน้าที่ได้ดีแค่ไหนนะครับ

อื่น ๆ เกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นนั้น อยากจะให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้ตระหนักว่าวันนี้ท่านได้ทำหน้าที่ ท่านได้ใช้สภาแห่งนี้ ใช้เงิน งบประมาณของรัฐสภาแห่งนี้ในการไปรับฟังความเห็น เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเห็นว่า จะต้องมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกรอบการทำงานของท่านนั้นจะต้องเปึนกลาง เข้าใจว่าหลายท่านคงจะมีเจตนารมณ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้าหลังจาก มีการประกาศรัฐธรรมนูญแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนว่าไม่ว่ากัน แต่ตอนนี้ท่านอยู่ใน บทบาทของสมาชิกสภาร่างท่านก็ต้องเปึนสภาร่างฯ ท่านเปึนม้านะครับ มีไม้โทนะครับ ท่านก็ต้องทำหน้าที่ม้าในการขับเคลื่อน ขอบคุณครับท่านประธานครับ