อลิสา พันธุ์ศักดิ์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในสัดส่วนที่เสมอภาคในการกำหนดนโยบาย การเมือง และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของแรงงาน และส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและความปลอดภัยการทำงาน
เรียนประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะคะ จากที่ท่านกฤษฎาได้แจ้งในเรื่องของกรอบที่ ๑ ซึ่งเปึนเรื่องของทั่ว ๆ ไป แล้วก็เปึนเรื่องของประชาชนทั่วไปที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ กรอบที่ ๑ ในภาคกลางนะคะ อลิสาเองก็จะขอแจ้งในเรื่องของกลุ่มคนที่เปึนเรื่องของ คนพิการและของสตรีนะคะ ในเรื่องที่ลงลึกลงไปนะคะ เนื่องจากบางกรอบที่น้ำไปให้พิจารณานี้ กลุ่มสตรีและ คนพิการ คืออยากจะลงไปในประเด็นที่ลึกกว่านั้น แล้วก็ไม่ได้สนใจในประเด็นทั่ว ๆ ไป ก็จะสนใจในเรื่องของประเด็นสิทธิเสรีภาพนะคะ เรื่องแรกคือในการที่เราได้ไปรับฟังกลุ่ม คนพิการที่ได้เสนอความคิดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในป้ ๒๕๕๐ นี้นะคะ ซึ่งใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึ้นฐานในการแก้ไขในมาตรา ๓๐ ทางกลุ่มคนพิการก็ได้เสนอ ในเรื่องของเพิ่มการให้ความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศที่รัฐให้สัตยาบัน ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างในอาทิตย์ที่แล้วก็ได้แจ้งว่าจะมีเพิ่มเรื่องนี้แล้ว แล้วก็จะ เพิ่มเติมในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศค่ะ อีกเรื่องหนึ่งที่ทางคนพิการต้องการ ที่จะให้ก็คือในเรื่องของมาตรา ๓๐ เรื่องของการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมต่อบุคคล นะคะ ให้เปลี่ยนการมองคนพิการว่าเปึนผู้ป์วย จากรัฐธรรมนูญเดิมซึ่งใช้คําว่า สภาพ ทางกาย หรือสุขภาพ ให้เปึนการป์วยจากการที่สภาพแวดล้อมบกพร่อง นะคะ ก็อยากจะ ให้รัฐได้มีการปรับสภาพแวดล้อมให้ไปใช้งานได้สำหรับคนพิการนะคะ เรื่องต่อไปจะเปึน เรื่องของมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ และเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นให้เพิ่มเติม เรื่องของการที่ไม่กำหนดหรือละเลย ซึ่งการปฏิบัติตามที่รัฐกําหนดขึ้นทั้งที่อยู่ในวิสัยที่จะทําได้ ถือเปึนการเลือกปฏิบัติโดย ไม่เปึนธรรมนะคะ ทางคนพิการก็อยากจะให้เพิ่มตรงนี้ว่าเปึนการละเลย ก็จะเปึน ความผิดด้วยนะคะ แล้วก็อีกมาตราหนึ่งที่สำคัญของคนพิการก็คือเรื่องของมาตรา ๕๕ ซึ่งคนพิการควรมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากผลผลิต สภาพแวดล้อม แผนงานและ โครงการพัฒนาทุกรูปแบบของรัฐอันเปึนสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความ ช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐตามมาตรฐานสากล ซึ่งคนพิการก็เห็นว่าควรจะเปลี่ยนจากการที่ จะให้ความสะดวก เปึนการให้สิทธิการเข้าถึงความสะดวก เพราะว่าคนพิการเห็นว่า การที่แปลจากภาษาอังกฤษในคำว่า คอนวิเนียนซ์ (Convenience) คือการอำนวย ความสะดวก ให้เปลี่ยนเปึน แอกเซสซิบิลิตี้ (Accessibility) หรือการเข้าถึง เพราะว่า เขาจะมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงค่ะ เนื่องจากว่าถึงแม้ว่ารัฐจะมีอะไรที่ออกมา แต่ในการช่วยเหลือหรือว่าอำนวยความสะดวก แต่ว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ อย่างเช่น คนพิการนี่ ถ้าไปสถานที่ราชการแล้วไม่ได้หนังสือ คือคนพิการที่ตาบอดนะคะ มีหนังสือ ของรัฐหรือหนังสือราชการที่ให้มีการสื่อสารในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วก็คนพิการไม่สามารถ ที่จะอ่านได้ เพราะว่าไม่มีหนังสือ เบรล (Braille) หรือว่ามีคนที่ช่วยในการอ่านให้นี่ก็จะ ทำให้ไม่เข้าถึงค่ะ ฉะนั้นเขาขอให้มีการเน้นในเรื่องของการเข้าถึงของสิ่งอำนวย ความสะดวกต่าง ๆ ด้วยนะคะ แล้วคนพิการก็คิดว่าในการใช้คําว่า ส่งเคราะห์ ให้เปึน คำที่ว่า รัฐต้องจัดให้มีสวัสดิการ แทนคำว่า ส่งเคราะห์ เพราะว่าคนพิการไม่เห็นว่าคำว่า ส่งเคราะห์ จะเปึ้นผลในด้านบวก ก็คือว่าจะเห็นในการที่จะให้ก็ได้หรือไม่ให้ก็ได้ แต่ไม่ใช่ เปึ้นการบังคับว่าต้องให้ หรือให้เกิดมีสวัสดิการนะคะ ซึ่งในข้อนี้ก็ตามที่ได้อ่านในรายงาน ความคืบหน้าของคณะกรรมาธิการยกร่างนะคะ ก็เห็นว่าคณะกรรมาธิการยกร่างก็มีการ เปลี่ยนแปลงในคำนี้ว่า เปึนการทรงสิทธิ แทนคำว่า สงเคราะห์ นะคะ ในเรื่องของเสรีภาพในการสื่อสาร ในกรณีที่เปึนการสื่อสารสาธารณะต้องอยู่ในรูปแบบที่ กลุ่มบุคคลทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ เพราะว่าในกรณีนี้ก็คือ คนพิการไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะการบริการของรัฐไม่มีรูปแบบที่สามารถทำให้ คนพิการรับฟังได้ หรือรับการสื่อสารได้ ซึ่งเปึนการจำกัดเสรีภาพของคนพิการด้วยค่ะ แล้วก็เรื่องที่เขาฝากมาในเรื่องของการมีสิทธิในการเลือกตั้งนะคะ เพราะว่าไม่มีการ อำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งให้กับคนพิการซึ่งอ่านไม่เห็น ตาบอด หรือว่าหูหนวก นะคะ ก็อาจจะเปึนการจำกัดเสรีภาพ แล้วก็การที่ไปในสถานที่ราชการบางที่แล้วไม่มี สิ่งอํานวยความสะดวกก็ทําให้ไปไม่ถึงตรงนั้นนะคะ ก็ขอให้รัฐส่งเสริมในเรื่องนี้ด้วยค่ะ อีกเรื่องหนึ่งคือการส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานคนพิการ และสร้างหลักประกันให้มีงาน ให้คนพิการและผู้ด้อยโอกาสนะคะ เรื่องสุดท้ายของคนพิการก็คือการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่ามีสาระสำคัญเกี่ยวกับเด็ก สตรี คนชรา หรือคนพิการ สภาผู้แทนราษฎรมิได้พิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชน เกี่ยวกับบุคคลประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดค่ะ นอกจากนั้นในเรื่องของแรงงานสตรี ก็ได้ฝากในเรื่องคล้าย ๆ กับคนพิการนะคะ แต่ว่า ในเรื่องของสิทธิแรงงาน ประชากรวัยทำงานมีสิทธิเสมอกันในการได้รับการคุ้มครอง จากรัฐ ด้านสัญญาจ้างงาน ค่าตอบแทนที่เปึนธรรม สวัสดิการ และประกันสังคม สุขภาพ และความปลอดภัย การรวมตัวและการเจรจาต่อรอง การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการประกอบการที่มีผลกระทบต่อผู้ทำงาน รัฐต้องจัดให้มีองค์กรอิสระที่บริหารงาน ลักษณะพหุภาคี เพื่อเปึนหลักประกันความมั่นคง ส่งเสริม พัฒนา และคุ้มครอง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างรอบด้าน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมต่อประชากรวัยทำงาน การบังคับใช้แรงงาน หรือเกณฑ์ แรงงานจะกระทำมิได้ เพราะว่ารัฐต้องกำหนดสิทธิที่ชัดเจนให้กับประชากรวัยทำงาน เพื่อเปึนหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน และจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ จากงานวิจัยในประเทศ และต่างประเทศก็ได้ยืนยันบทบาทสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การสร้างความเติบโต ด้านรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาลจากแรงงานนะคะ แต่ในสภาพชีวิตปัจจุบัน แรงงานก็นับวันเลวร้ายลงทุกที มีละเมิดสิทธิแรงงานอยู่ทุกด้าน ไม่ว่าจะเปึ้นด้านการจ้าง งาน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ปัญหาสุขภาพ การเจ็บป์วย มลพิษ สารเคมีในสถาน ประกอบการ ซึ่งรัฐเองก็ยังไม่ได้มีการใส่ใจในการออกกฎหมายเอาผิดกับผู้ประกอบการ แต่กลับให้ความสำคัญในการแก้กฎหมายและกลไกในการเอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศเท่านั้น
เรื่องที่ ๒ ก็คือรัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ชายและหญิงในสัดส่วนที่เสมอภาคนะคะ ในการกำหนดนโยบายการตัดสินใจทาง การเมือง วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม และการเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐทุกระดับ โดยการจัดตั้งกองทุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐต้องจัดให้ ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองการทำสัญญาจ้างที่เปึนธรรม คุ้มครอง ความเสมอภาคการจ้างงาน และกำจัดการเลือกปฏิบัติการจ้างงาน หรือความแตกต่าง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของสภาพการจ้างภายในสภาพการทำงานเดียวกัน คุ้มครอง แรงงานเด็กและแรงงานหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงมีครรภ์ ส่งเสริมความเสมอภาค ทางเพศ และให้โอกาสการจ้างงานสตรี คุ้มครองความปลอดภัยการทำงาน คุ้มครอง แรงงานนอกระบบให้ได้รับความเปึ้นธรรม คุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้ได้รับ ความเปึนธรรม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพการรวมตัวเปึนสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ส่งเสริมการประกันสังคม เพื่อสวัสดิการสังคมในด้านต่าง ๆ อย่างทั่วด้าน ประกันรายได้ขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงานให้สามารถเลี้ยงชีพพอเพียงสำหรับคนงานและ ครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมค่าตอบแทนการทำงานที่ยุติธรรมด้วยค่ะ และโดยเฉพาะ การคุ้มครองมารดาและการดูแลบุตรเปึนสิทธิอันจำเปึนยิ่งในการเอาไว้ในทุกประเด็นของ อนุสัญญา ในการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ไม่ว่าจะเปึนส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน กฎหมายครอบครัว การดูแลสุขภาพ การศึกษา บทบาทและหน้าที่ของสังคม รวมไปถึง การเสนอบริการต่าง ๆ ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งและพัฒนาขอบข่ายของสวัสดิการด้านการ เลี้ยงดูเด็กค่ะ ขอบพระคุณค่ะ