สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐

ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาในการกระจายอำนาจและเพิ่มโอกาสให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในชนบทและผู้พิการ ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ เสนอแนะให้รัฐธรรมนูญเขียนให้ชัดเจนในเรื่องของการกระจายอำนาจและความอิสระในการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความเจริญสู่ท้องถิ่นมากขึ้น แต่ต้องมีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาต ที่จะได้อภิปรายกรอบที่ ๑ ของคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของภาคอีสาน ในเรื่องของ สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ ผมขออนุญาต ไปดูที่ข้อ ๑ นะครับ ที่เขียนไว้ว่า ประชาชนทุกคนควรมีสิทธิได้เรียนฟรี ๑๒ ป้ โดยรัฐ เปึ้นผู้ออกค่าใช้จ่ายนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าทุกภาคก็คงจะได้รับฟังความคิดเห็นมา คล้าย ๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีในเรื่องของการศึกษา ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ เรื่องของการศึกษานั้น ผมคิดว่ามีความสําคัญมากที่สุด เพราะว่า ในเรื่องของกระบวนการทั้งหลายไม่ว่าจะเปึนกระบวนการที่จะเข้ามาสู่ทางการเมือง เราได้คุยเรื่องวุฒิการศึกษา ได้คุยในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะมาอยู่ในเรื่องของ กระบวนการทางการเมือง แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน สื่อไปทางคณะกรรมาธิการยกร่างด้วย เพราะว่าคณะกรรมาธิการแต่ละภาคนั้น ก็พยายามที่จะได้ฟังเสียงจากทุกภาคส่วนของพี่น้องประชาชน ทุกภาคส่วนขององค์กร เอกชนและภาคราชการ ความสำคัญในเรื่องของการศึกษานะครับก็มีองค์ประกอบ หลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนเด็กที่อยู่ในภูมิภาค ครูผู้บริหาร หรือครูผู้สอนที่อยู่ ตามภูมิภาค หรือแม้กระทั่งผู้ปกครองนักเรียน ตรงนี้ก็จะถือว่าลงรายละเอียดในเบื้องลึก นิดหนึ่ง แต่ที่ผมเรียนในวันนี้ก็หมายความว่าอยากจะเห็นในเรื่องของกฎหมาย รัฐธรรมนูญนี่ได้เขียนข้อกําหนดการปฏิรูปทางการศึกษาที่มีความชัดเจนนะครับ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะพูดในเรื่องของการศึกษาอยู่ตลอดเวลา แต่การศึกษาของภูมิภาคเหล่านั้นจะประสบปัญหาหลายสิ่งหลายประการ ตั้งแต่ในเรื่อง ของงบประมาณที่บอกว่า งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น จริง ๆ แล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ยกร่างครับ โรงเรียนที่อยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ตามตำบล ตามหมู่บ้าน เด็กนักเรียน เริ่มน้อยลง เริ่มน้อยลง ครูผู้สอนก็เริ่มน้อยลง กลับมาอยู่ที่ตามเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าโรงเรียน ที่อยู่ในระดับอำเภอ ในระดับจังหวัด แล้วก็ในระดับของภูมิภาคที่มีชื่อเสียงทำให้โรงเรียน ที่อยู่ตามภูมิภาคนั้นได้ถูกการทอดทิ้ง ถูกการทอดทิ้งก็ด้วย ในเรื่องของเด็กที่จะต้อง คิดว่ามาเรียนในเมืองแล้วนี่จะได้เปรียบเด็กที่อยู่นอกเมือง ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของสื่อ การเรียนการสอน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของบุคลากร ครูผู้สอน ในรายสาระวิชาต่าง ๆ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า บางครั้ง บางโรงเรียนที่ได้ออกไปฟังเสียงในเรื่องของการศึกษา ความจำเปึนของครูที่จบ พลศึกษาบ้าง จบภาษาไทยบ้าง แล้วมาสอนในสาระ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ความจําเปึ้นเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เพราะว่าในเรื่องของข้อระเบียบกฎหมาย แต่เดิมนักเรียนที่อยู่ตามภูมิภาคเขาจะมีสำนักงานการประถมศึกษากับสามัญศึกษา คือ กรมสามัญ หลัง ๆ เอามาร่วมกัน ก็มีอุปสรรคปัญหาในเรื่องของการที่จะได้กระบวนการ การบริหารการจัดการ ทั้งในแง่ของงบประมาณ ทั้งในแง่ของการที่จะได้ส่งในเรื่องของ งบประมาณต่าง ๆ อุปสรรค์ของโรงเรียนในปัจจุบันนะครับ นักการภารโรงเสียชีวิต บางโรงเรียนที่อยู่ตามชนบท ครู นักเรียนต้องออกมาเปึนนักการภารโรงเอง โดนตัดอัตรา ไป และตรงนี้เด็กที่อยู่ตามชนบทจะได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนเหล่านั้นได้อย่างไร ในเมื่อ โรงเรียนตามหัวเมืองต่าง ๆ เขามีสื่อการเรียนการสอนที่ดี มีบุคลากรครูที่เขามีความหวัง ว่าเขามาเรียนแล้วเขาจะได้องค์ความรู้ แต่เด็กที่พ่อแม่นั้นมีความยากจน แต่มีสติปัญญา ที่ดี ไม่มีโอกาสที่จะได้เข้ามาเรียนในสถานที่เรียนตามที่เขาต้องการ แต่ว่าโรงเรียน ตามชนบทขาดแม้กระทั่งบางครั้งอาคารเรียนในปัจจุบันปลวก็ขึ้น ไม่มีงบประมาณ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตรงนี้ล่ะครับในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษานั้นคงจะต้องดู ทั้งระบบนะครับ ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ที่จะต้องเข้ามาเรียนหนังสือในสถานที่ที่เข้าสามารถเรียนได้นะครับ แล้วผมยังดูในเรื่อง ของผู้พิการและผู้สูงอายุ เปึนปัญหาทางสังคมอย่างยิ่งนะครับ เมื่อบุคลากร เมื่อคนที่อยู่ ในพื้นที่ไม่สามารถที่จะส่งมาเรียนในเมืองได้ ปัญหาทางสังคมก็จะตามมา ก็คือบิดา มารดาอยู่ที่บ้าน บุตรก็มาเรียนหนังสือในหัวเมืองต่าง ๆ แล้วก็ผู้พิการเช่นกัน ในพื้นที่ที่อยู่ ในชนบท เรายังไปดูผู้พิการถูกทอดทิ้งเยอะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมก็คิดว่าน่าจะเขียน ให้ชัดเจน ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะเปึนคนพิการ ไม่มีใครหรอกครับอยากจะเปึน คนผู้ด้อยโอกาส ก็ขออนุญาตที่จะเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการยกร่าง ด้วยนะครับว่า ควรจะเขียนในเรื่องของการศึกษาให้ชัดเจนและสามารถที่จะได้ปฏิบัติ ได้จริง เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มาเขียนไว้ แต่ในทางปฏิบัตินั้น เปึ้นนามธรรม ไม่ใช่รูปธรรม

ขออนุญาตไปเรื่องของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทุกภาคที่ได้นำเสนอ มา ไม่ว่าจะเปึนภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็เขียนว่า ควรกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เขียนว่าคำว่า เพิ่มขึ้น เปึ้นสิ่งที่ดี แต่ผมไม่แน่ใจว่าเพิ่มขึ้น ในลักษณะอย่างไร หรือเพิ่มขึ้นในกรณีอย่างไร เช่น เพิ่มขึ้นในการถ่ายโอนของที่มีอยู่แล้ว ให้กับท้องถิ่นหรือไม่ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานที่อยู่ในระดับภูมิภาค ที่ทำงานบริการ สาธารณะเหมือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มอะไรให้ได้บ้างครับ เพิ่มระบบ สาธารณูปโภค ถนน คู คลอง อะไรในลักษณะอย่างนี้ด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญควรจะเขียนในเรื่องของการเพิ่มที่ชัดเจน ก็ขออนุญาตเรียนกับท่านประธาน ในเรื่องของการที่จะต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้น ทุกภาคก็เขียนเช่นกันครับ เขียนให้ มากขึ้น และผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การที่กระจายอำนาจมากขึ้นนั้น ความเจริญ สู่ท้องถิ่นก็จะมากขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกัน ในเรื่องของระบบการตรวจสอบก็คงจะต้อง เข้มข้นยิ่งขึ้น เหตุผลก็เพราะว่าในเรื่องของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ทัศนคติ ของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะมีไม่เหมือนกัน บางท่านอาจจะมองในเรื่องว่า การศึกษา ควรจะส่งเสริมในเรื่องของการศึกษาให้มากขึ้น บางท้องถิ่นก็อยากที่จะเห็น มีการสร้างถนน สร้างคลอง สร้างระบบน้ำประปา ระบบไฟฟัา แต่ว่าผมขออนุญาตกราบเรียนครับ ในเรื่องของการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่นนั้น ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญร่างที่จะเขียนนี่ ภายในเดือนเมษายนคงก่อนวันที่ ๑๙ ก็คงจะเห็น ความชัดเจนในเรื่องของการกระจายอำนาจ แต่ขอนุญาตกราบเรียนครับ ความเปึ้นอิสระ ในการบริหาร การจัดการนั้นยังไม่ชัดเจนนะครับ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ ภาคใต้ ปัญหาจะมีอีกอย่างหนึ่ง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ภาคเหนือปัญหา ก็จะมีอีกอย่างหนึ่ง ภาคอีสานก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ภาคตะวันออกก็มีปัญหา อีกอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของความอิสระในการที่จะแก้ปัญหาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านอาจจะได้ให้งบประมาณไปก็ตาม แต่ในเรื่องของสภาพปัญหานั้น ไม่เหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ คนที่ปวดท้องไปท่านยาแก้ปวดหัว มันคนละเรื่อง กันนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของรายละเอียดของปัญหาของท้องถิ่น ผมคิดว่าน่าจะ ให้อิสระ แต่ว่าปัญหาว่าอิสระแล้วก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น เราก็คง จะต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบนะครับ ผมเห็นแต่ละภาคก็พยายามที่จะได้ให้ ประชาชนนั้นมีส่วนร่วมในการที่จะได้เข้ามาตรวจสอบท้องถิ่นให้มากขึ้นนะครับ ก็เรียน ท่านประธานครับว่า ในเรื่องของท้องถิ่นท่านไม่ต้องวิตกกังวลหรอกครับ คนที่อยู่ ในท้องถิ่นเขาก็จะอยู่ในท้องถิ่นมาตั้งแต่อาจจะเกิดเลยจนกระทั่งอายุมาก ทำอะไรก็ แล้วแต่คนท้องถิ่นจะรู้ดีนะครับ จะตรวจสอบในเรื่องของการที่จะได้เข้าไปบริหาร การจัดการ ในแต่ละเรื่องนะครับ แต่ผมขออนุญาตที่จะได้เน้นลงไปในเรื่องรายละเอียด เบื้องลึกสักนิดหนึ่งครับ ปัจจุบันท้องถิ่นอยากจะเข้ามาดูในเรื่องของศาสนา วัฒนธรรม ท้องถิ่น ลำบากมากนะครับ เพราะว่าเรามีหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ บางครั้งถึงแม้ว่า จะเปึนกฎหมายลูกก็ตามนะครับ วัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความจำเปึนอย่างยิ่งยวด นะครับ ถ้าเรานั้นไปละเว้นวัฒนธรรมของท้องถิ่นแล้ว การที่จะได้สมานฉันท์ในระหว่าง คนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตำบลจะเกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ ในเรื่องของสาธารณสุขก็เช่นกัน ครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นควรที่จะได้มีส่วนร่วมในการที่จะเข้ามาช่วยกันที่จะ เสริมสร้างในเรื่องของสาธารณสุขให้มากขึ้นนะครับ เรื่องกีฬาก็เช่นกัน กีฬาตอนนี้แต่ละ จังหวัด ดูในต่างประเทศก็ได้ครับ กีฬานั้นสร้างคนให้รู้จักคำว่า แพ้ รู้จักคำว่า ชนะ รู้จัก คำว่า อภัย กีฬานั้นเสริมสร้างให้คนนั้นมีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรง กีฬานั้นอาจจะ เปึ้นอาชีพของแต่ละคน แต่ละคน ที่อยู่ในท้องถิ่นเหล่านั้น ที่เขามีความสามารถที่สามารถ ที่จะทำกีฬานั้นเปึ้นอาชีพได้นะครับ ซึ่งมีหลากหลาย และในเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็เช่นกัน ครับ ในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ก็จะ มีความเจริญเยอะ ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลที่อยู่รอบข้าง ๆ เทศบาลนะครับ ปัญหา ถึงแม้ว่าจะได้อยู่ข้างเทศบาล แต่ว่าประชากรแฝงนั้นจะไปอยู่ในเทศบาลเสียเยอะนะครับ ตรงนี้เองผมคิดว่าในเรื่องของพื้นที่ตรงนั้น เทศบาลนั้นจะเปึ้นแหล่งที่มีชุมชนหน้าแน่น อบต. อาจจะเปึนพื้นที่ที่ชุมชนน้อย แต่ได้รับการดูแลน้อยกว่า ตรงนี้ก็ถือว่าเปึน ข้อเปรียบเทียบในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในเรื่องของทิศทาง ในอนาคต ไม่ว่าจะเปึนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ว่าจะเปึ้นเทศบาล ไม่ว่าจะเปึน องค์การบริหารส่วนตําบลนั้นนะครับ ผมคิดว่าคงจะต้องทํางานร่วมกัน เพราะว่าปัจจุบันนี้ เราก็มีแผนที่จะต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในเรื่องของแต่ละพื้นที่นั้นภาวะผู้นำ ทัศนคติของผู้นำนั้นจะได้บริหารการจัดการไปในทิศทางไหน ถ้าผู้นําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนเทศบาล อบต. อบจ. นั้น ถ้ามีความคิด ซึ่งมองทิศทางในการบริหาร การพัฒนาไปในทางเดียวกันแล้วนะครับ ผมคิดว่าในเรื่อง ของความเจริญมาสู่ท้องถิ่นก็จะทําให้ท้องถิ่นเหล่านั้นมีการพัฒนาและมีการแก้ปัญหา นะครับ และอีกเรื่องหนึ่งที่มีการวิตกกังวลมากก็คือในเรื่องของฝ์ายปกครองท้องที่กับ ฝ์ายปกครองท้องถิ่นนะครับ ก็เรียนท่านประธานครับ ถ้าในกรณีตำบลไหนฝ์ายปกครอง ท้องที่ ก็คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ถ้าจับมือกันทำงาน ผมคิดว่าท้องถิ่นเหล่านั้นก็สามารถที่จะสามารถเดินไปด้วยกันได้ สร้างการพัฒนาได้ และขออนุญาตเรียนครับว่าในส่วนของฝ์ายปกครองท้องที่นั้นมีความสำคัญมาก ผมก็ยังเห็นในเรื่องของความสําคัญของกํานั้นและผู้ใหญ่บ้านนะครับ เพราะว่าในส่วนของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่นะครับ ในเรื่องของการที่จะได้แก้ปัญหาที่ทางส่วนราชการนั้น ได้มอบให้ ไม่ว่าจะเรื่องของความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ในตำบล ไม่ว่าจะเรื่องของการ ที่จะได้ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของโรคติดต่อหรือภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้นะครับ ผมคิดว่าค่าตอบแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับสวัสดิการของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น ค่อนข้างน้อย คนที่อยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ที่เขาเกิดมาและเขาอยู่ตรงนั้น เขาได้ทำงานนี่ ค่าตอบแทนน้อยนะครับ สวัสดิการแทบไม่มีเลย เขาจะอยู่ได้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้น ในระบบของราชการนี่นะครับ ทุกส่วนราชการ ไม่ว่าจะเปึน เช่น กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงคมนาคม ในส่วนราชการนั้นเขาก็สามารถที่จะได้มีค่าตอบแทนที่ ค่อนข้างดีกว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นะครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บางครั้งถนนเปึนหลุม เปึ้นบ่อ ก็ยังต้องโดนบ่นเลยนะครับ แต่ว่าเมื่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีค่าตอบแทนที่ดีขึ้น มีสวัสดิการ ที่ดีขึ้น แล้วสามารถที่จะทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วนะครับ ผมคิดว่า ความขัดแย้งของในตำบล หมู่บ้านเหล่านั้นก็จะน้อยลงนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะต้อง ขึ้นอยู่ด้วยกับภาวะผู้นำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ คุณธรรมที่จะได้บริหารการจัดการในอนาคตด้วยนะครับ ก็สรุปอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องของ การศึกษาจะนำไปสู่กระบวนการของไม่ว่าทางด้านการเมือง หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ อาชีพต่าง ๆ คนที่เปึนเกษตรกรจะต้องมีความรู้ในเรื่องของทำอย่างไรจะได้ปลูกข้าวให้ได้ ดีทั้งคุณภาพ ทั้งปริมาณ คนที่ทำงานทางด้านแรงงานก็จะต้องมีความรู้ความสามารถ ในแต่ละสาขาเหล่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของการศึกษานั้นมีความสําคัญมาก ก็ขอสรุปว่าอยากให้รัฐธรรมนูญฉบับที่กําลัง จะคลอด แล้วก็เปึ้นร่างภายในเดือนเมษายนนี้นะครับ อยากเห็นในเรื่องของการศึกษา ที่จะต้องปฏิรูปอย่างมีรูปธรรมนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ