สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสัมพันธ์ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้รัฐบาลก้าลังหาแหล่งน้าที่จะฟื้นฟูเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันปัญหาน้าท่วม น้าแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งเป็นแหล่งที่ท้าให้น้าท่วมมาก แล้วก็น้ากักขังท่วมที่จังหวัดสุโขทัยแล้วบ่ามาถึงอ้าเภอบางระก้า มาที่จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ แต่ว่ามีแหล่งน้าหลายแห่งซึ่งทางหน่วยราชการก็ดี ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทานหรือว่ากรมทรัพยากรน้านั้นก็ยังไม่ได้ไปดูแลที่จะจัดสรรงบในการที่เอา งบบูรณะหรืองบเยียวยาไปขุดลอกแหล่งน้าที่ส้าคัญ อย่างเช่น แหล่งน้าหนองจีน หมู่ที่ ๔ ต้าบลบ้านสวน อ้าเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นได้ไปออกแบบเตรียมไว้อยู่แล้วแต่ยังไม่เห็นที่จะได้งบประมาณ ไปด้าเนินการก่อสร้างครับ และแหล่งน้าหนองตะไคร้ บ้านหนองมน หมู่ที่ ๕ ต้าบลบ้านกร่าง อ้าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย และแหล่งน้าคลองร้าหร่าย หมู่ที่ ๑ ต้าบลสามพวง อ้าเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แหล่งน้าหนองใหญ่ บ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ ๓ ต้าบลบ้านกร่าง อ้าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ทั้ง ๔ แห่งนี้ครับ ผมฝากไปถึงทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ไปดูแหล่งน้าทั้ง ๔ แห่งนี้ในการที่เอางบไป เยียวยาเพื่อที่จะเป็นที่กักเก็บน้าในโอกาสที่น้าท่วมในครั้งต่อ ๆ ไปเพื่อเก็บน้าไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ์อุดม

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ใคร่ขอหารือท่านประธานในเรื่องของบประมาณไปสร้างถนนลาดยาง เส้นหนองเรือ วังชมภู ดงวัฒนา อ้าเภอไชยวาน ไปยังอ้าเภอวังสามหมอ ต้าบลบะยาว เมื่อกี้ได้รับแจ้งว่าทางคณะกรรมาธิการได้ไปแปรญัตติตัดออก ถนนตรงนี้ท่านรัฐมนตรีกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ขณะนั้นไปตรวจราชการ พี่น้องประชาชนชาวบ้านมาต้อนรับประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ท่านรัฐมนตรีกิตติศักดิ์ก็สั่งการให้อธิบดีกรมทางหลวงชนบทได้ด้าเนินการ แต่อยากทราบสาเหตุว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณไปแปรญัตติตัดออกของเขาท้าไม อันนี้ขอถามท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการงบประมาณ ขอทราบเหตุผลนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องถนนนี้อีก ถนนเป็นที่พี่น้องประชาชนจะต้องใช้สัญจรไปมา ในการคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นที่อ้าเภอกู่แก้ว อ้าเภอศรีธาตุ ถนนตรงนี้ผมเคยเรียนหลายครั้ง จากต้าบลศรีธาตุ เทศบาลผ่านไปยังอ้าเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านรัฐมนตรีก็ไป ตรวจราชการแล้ว ก็ได้ให้สภาพัฒน์ได้ส่งไปแล้ว แต่มาเข้าสู่คณะกรรมาธิการงบประมาณ ไปตัดของชาวบ้านออกท้าไม อันนี้ถามนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานไปยัง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ส.ส. ภูเก็ต เรวัตครับ

นายเรวัต อารีรอบ ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอหารือท่านประมาณ ๓ เรื่อง

เรื่องแรก งบประมาณปี ๒๕๕๖ รัฐบาลก็เริ่มจะเริ่มท้า ผมเองในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ผมเองอยากจะบอกไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ส้านักงบประมาณว่า การจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๖ ต่อไปนี้ อย่ามองแต่เฉพาะพื้นที่ หรือจ้านวนประชากรไม่ได้ครับ ท้าไมผมพูดอย่างนั้น เพราะว่าจังหวัดบ้านผมเป็น จังหวัดเล็ก ๆ จริงแต่ว่ามีประชากรแฝง ๑ เท่าตัว มีนักท่องเที่ยวเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จ้าเป็นมากส้าหรับพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่เป็นลักษณะ จังหวัดภูเก็ต

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องส้าคัญมากกับพรรคเพื่อไทย เพราะว่าผมเองก็ดีใจ ในนามของคนภูเก็ต เนื่องจากว่า ครม. ชุดนี้ก้าลังจะสัญจรไปที่จังหวัดภูเก็ต แต่มีป้ายอยู่ป้ายหนึ่ง ท่านครับ ซึ่งคิดว่าทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้ท้า แต่ว่ามีคนเอาใจพรรคเพื่อไทยไปท้าเกี่ยวกับ เรื่องพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตขอขอบคุณคุณยิ่งลักษณ์ มอบจัดสรรงบประมาณสี่แยกอุโมงค์ไทนาน แต่ความเป็นจริงผมเองเป็นคนริเริ่มคิดและเริ่มท้าตรงนี้ผมไม่ห่วง แต่ว่าคนภูเก็ตเขารู้หมด แต่ทีนี้กลัวพรรคเพื่อไทยจะเสีย แต่ผมคิดว่าถ้าอย่างนี้จะดีกว่าขึ้นป้ายใหญ่ ๆ สักป้าย หรือหลายป้ายในจังหวัดภูเก็ต รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมอบอะไรให้กับภูเก็ตอย่างนี้ รัฐบาลจะได้ คะแนนที่มากกว่า ผมด้วยความเป็นห่วงผมเป็นนักการเมืองที่เป็นแนวสมานฉันท์ท่านครับ ผมชอบพูดความจริงในเรื่องสภาแห่งนี้

เรื่องสุดท้าย มีเวลาเหลือนิดเดียวไม่มีใครสั่งให้ผมมาพูด เรื่องของเจ้าหน้าที่สภา ท่านครับ ผมเองเราเห็นใจเราพูดแต่หารือเรื่องประชาชน ดูแลพี่น้องประชาชนนะครับ ดูงบเป็นหลาย ๆ ล้านบาท แต่ว่าเจ้าหน้าที่ของสภาเราเองไม่มีใครดูแลครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ทางส้านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องดูแลเขา เพราะว่าเขามาดูแล ส.ส. ทุกอย่าง และบางครั้งเขาท้างานแล้วเขาโดนด่าด้วยซ้า ทั้ง ๆ ที่เครื่องไม้เครื่องมือเขายังไม่พร้อม เช่น คอมพิวเตอร์ เรื่องอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าทางสภาต้องดูแลเจ้าหน้าที่สภาก่อนจะดูแล ชาวบ้าน ขอกราบขอบพระคุณท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ นั้น ประกอบด้วยอ้าเภอเดิมบางนางบวช อ้าเภอด่านช้าง และอ้าเภอหนองหญ้าไซ เฉพาะ ๔ ต้าบล ๔ ต้าบลนั้นประกอบด้วย ต้าบลแจงงาม ต้าบลหนองขาม ต้าบลทัพหลวง และต้าบลหนองราชวัตร เรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ก็คือ เรื่องถนนช้ารุดอย่างมาก มีประชาชนหมู่บ้านศรีทรงธรรม คูเมือง ขุยโพธิ์ และก้นวุ้ง ต้าบลทุ่งคลี ต้าบลโคกช้าง อ้าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่า ถนนในขณะนี้ช้ารุดอย่างมาก ในการเดินทางสัญจรก็เกิดประสบอุบัติเหตุอย่างมาก ร้องไปทาง อบต. ทุ่งคลี ร้องไปทาง อบต. โคกช้างก็ไม่มีงบประมาณ จึงเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณสร้างถนน สายดังกล่าวให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องถนนบริเวณถนนเขานมนางถึงตลาดท่าช้าง ประชาชนบ้านก้ามะเชียรและตลาดท่าช้างร้องเรียนมาว่าถนนสายท่าช้าง-ด่านช้าง บริเวณหมู่บ้านก้ามะเชียรต่อตลาดท่าช้างนั้นช้ารุดเป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งแต่รับส่งมอบมา ถนนก็ช้ารุดแล้ว ทราบว่าถนนเส้นนี้ได้รับการก่อสร้างโดยญาติของนักการเมืองชื่อดังของ จังหวัดสุพรรณบุรี จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง ป.ป.ช. แล้วก็ดีเอสไอ (DSI) ช่วยด้าเนินการ ตรวจสอบด้วยครับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงประการใดครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ พรรคภูมิใจไทย

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ ขอปรึกษาหารือมีอยู่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือชาวบ้านต้าบลห้วยขุนราม อ้าเภอพัฒนานิคม แจ้งว่าหมู่ที่ ๗ บ้านโป่งมะนาว และหมู่ที่ ๑๑ บ้านซับโศก อ้าเภอพัฒนานิคมได้รับความเดือดร้อน จากการขาดแคลนน้าเพื่อใช้ในการเกษตรและใช้บริโภค เพราะมีฝายอยู่ฝายหนึ่งคือฝายบ้านซับโศก หมู่ที่ ๑๑ ที่มีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันตื้นเขินอยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแล จัดการขุดลอก แล้วก็เพิ่มปริมาณน้าให้มากขึ้น

เรื่องที่ ๒ คือราษฎรต้าบลเขาน้อย อ้าเภอล้าสนธิ จังหวัดลพบุรี บ้านปรางค์น้อย บ้านหมู่ที่ ๓ บ้านหนองช้างหล่ม อ้าเภอล้าสนธิ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากฝายบ้านปรางค์น้อยตื้นเขิน และอยากจะให้หน่วยงานรับผิดชอบช่วยดูแลให้การขุดลอก แล้วก็เพิ่มปริมาณน้าที่กักเก็บให้เพิ่มขึ้น

เรื่องที่ ๓ ถนนสาย ๒๑ เขาผ่าตั้งแต่ช่วงบ้านหนองจาน กม. ๘ ขึ้นไป ต้าบลช่องสาริกา ช่วงนี้เป็นทางขึ้นเขาสูงมากแล้วมีปริมาณรถที่ใช้เยอะ และมีรถบรรทุกหนัก วิ่งมาแล้ว วิ่งคู่กันไม่สามารถให้รถเล็กหรือรถปิกอัพวิ่งแซงขึ้นได้ เพราะปริมาณจราจรหนาแน่น แล้วก็มีปัญหามากเกี่ยวกับการใช้รถบรรทุก เพราะรถบรรทุกวิ่งแล้วจะเป็นการช้า มันมีระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรกว่า อยากจะให้เจ้าหน้าที่ต้ารวจหน้าพระลาน ซึ่งมีรถมาคอยดูแลอยู่ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่าอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดี ๆ กับทาง ผู้ประกอบการรถบรรทุก อยากจะให้ช่วยจัดการด้านกฎหมายให้เรียบร้อยด้านนี้นะครับ ขอฝากท่านประธานสภา กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโซง จังหวัดอุบลราชธานี จ้านวน ๘๑ ท่าน เชิญท่านรณเทพ อนุวัฒน์

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัญหาคมนาคมและขนส่งพืชผลการเกษตรว่า ถนนสายหลักจ้านวน ๔ สายทางด้วยกัน ซึ่ง ๒ สายทางแรกนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมทางหลวงชนบท สายแรก สาย ชบ. ที่ ๓๐๒๕ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ ไปบ้านไร่ ช่วงกิโลเมตรที่ ๔-๙ ช้ารุดเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อเนื่องจากว่าปัญหาอุทกภัยน้าท่วมที่ผ่านมา สายที่ ๒ นั้น สาย ชบ. ๔๐๑๓ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๓๔๑ ถึงบ้านสามแยก ช่วงสี่แยกคลองโป่ง ถึงบ้านสามแยกช้ารุดเสียหายตลอดสายทาง สายที่ ๓ อยู่ในความรับผิดของกรมชลประทาน ได้แก่ ถนนลาดยางสายแยกทางหลวง หมายเลข ๓๓๑ ไปอ่างเก็บน้าคลองหลวง ช่วงกิโลเมตรที่ ๔-๙ ช้ารุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ แทบใช้การไม่ได้ ทั้งที่เป็นถนนเลี่ยงเมือง ผมเองได้น้าหารือท่านประธานสภาในสภาแห่งนี้ในสมัยประชุมที่แล้ว แต่กรมชลประทาน ก็ยังไม่ได้ด้าเนินการแต่ประการใด สายที่ ๔ นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ได้แก่ทางหลวงหมายเลข ๓๒๘๔ ตอนแยกทางหลวง ๓๒๔๖ เนินหลังเต่า บ้านหนองเสม็ด ช้ารุดเสียหายตลอดเส้นทาง ซึ่งมีความหนักที่สุดก็คือช่วงกิโลเมตรที่ ๘ + ๘๕๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๔ ซึ่งกระผมเองนั้นได้หารือท่านประธานสภาในการประชุมสมัยที่แล้วเช่นเดียวกันนะครับ แต่ในส่วนของแขวงการทางจังหวัดชลบุรีได้ไปซ่อมผิวจราจรที่ช้ารุดเสียหายเป็นการชั่วคราว และได้จัดท้าแผนบ้ารุงพิเศษและบูรณะในปี ๒๕๕๕ จ้านวนทั้งหมด ๕ แผนงานด้วยกัน ก็ไม่ทราบว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณหรือไม่ จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าได้โปรดจัดสรร งบประมาณในการบ้ารุงพิเศษแล้วก็บูรณะในถนนสายหลัก ๔ สายดังกล่าว เพราะว่าเป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานสภาถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายวิรัตน์ ศรีบุรินทร์ นายกองค์การบริหารส่วนต้าบลปลาบ่าว่าราษฎรในต้าบลปลาบ่าได้รับความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องถนนหนทาง คือสายบ้านปลาบ่า-หินสอ ระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร สืบเนื่องจาก ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่แคบตลอดทั้งสาย ความกว้างมีเพียง ๕ เมตรพร้อมไม่มีไหล่ทาง ท้าให้เกิดความยากล้าบากในการสัญจรไปมา เกิดการเฉี่ยวชน เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะคะ ท้าให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทางองค์การบริหารส่วนต้าบลปลาบ่าได้ท้า โครงการขยายไหล่ทางถนนสายปลาบ่า-หินสอ ขึ้น แต่เนื่องจากขาดงบประมาณในการด้าเนินการ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยน้าเรื่องนี้ไปพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายอมร ภักดิ์จรุง นายกองค์การบริหาร ส่วนต้าบลลาดค่างว่าถนนสายบ้านไฮตาก หมู่ที่ ๒ บ้านลาดค่าง หมู่ที่ ๔ ต้าบลลาดค่าง อ้าเภอภูเรือ จังหวัดเลย ระยะทาง ๑,๘๓๕ เมตร เดิมเป็นถนนลูกรังสร้างมานานแล้ว ปัจจุบันเกิดการช้ารุดเสียหายเป็นจ้านวนมากท้าให้เป็นอุปสรรคในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ราษฎรทั้ง ๒ หมู่บ้านต้องเดินทางอ้อมใช้เส้นทางอื่น ท้าให้เสียเวลาและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ประกอบกับราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเกษตรกรต้องใช้ถนนเส้นนี้ในการขนถ่ายผลผลิต ทางการเกษตร ดังนั้นดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ โดยด้าเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายบ้านไฮตาก บ้านลาดค่างด้วย จะขอบพระคุณยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ความทุกข์ยากแสนสาหัสภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีทุกวัน

เรื่องแรก นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานของผู้น้ากรรมกรกับ ประชาชนจ้านวน ๑๔,๒๗๔ ท่าน ได้มายื่นร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้ เมื่อวานนี้ได้มาพบผมพร้อมกับนายชาลี ลอยสูง ประธานแรงงานสมาพันธ์ นายยงยุทธ เม่นตะเภา สหพันธ์ยานยนต์ นายบัณฑิต แป้นวิเศษ มูลนิธิเพื่อนหญิง นายทวีป กาญจนวงศ์ ประธานมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย นายสาวิทย์ แก้วหวาน สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นายสพรั่ง มีประดิษฐ์ สหพันธ์แรงงานการปิโตรเลียม นางสาววาสนา ล้าตี นายสุพิน หมอพิมาย ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ใช้แรงงานต้องการให้สภาแห่งนี้ได้เลื่อนวาระการประชุม ท่านประธานครับ จากเรื่องด่วนที่ ๙ ให้มาพิจารณาให้ทันในสมัยประชุมนี้ ขอให้ประธานวิป (Whip) รัฐบาล และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้โปรดจริงใจกับพี่น้องกรรมกร

เรื่องที่ ๒ ตัวแทนผู้ค้าอะไหล่รถยนต์ย่านวรจักรใกล้ ๆ ภูเขาทองในท้องที่ เขต สน. ส้าราญราษฎร์ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ต้ารวจไปติดต่อเรียกเก็บภาษีเถื่อนนะครับ จากผู้ค้าอะไหล่ซึ่งขายที่นั่นเป็นตึกแถวห้องละ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน เมื่อไม่ให้ก็กลั่นแกล้ง จับกุมคนที่มาซื้ออะไหล่ ท่านประธานครับ ลูกน้องของต้ารวจนั้นเป็นลูกน้องของมือปราบด้า และขอให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร สั่งให้หยุดเก็บภาษีเถื่อนบริเวณดังกล่าว

เรื่องที่ ๓ เมื่อคืนนี้ครับ ผมได้มีโอกาสดูมิวสิค วิดีโอ (Music Video) ที่สโมสรรัฐสภาเนื่องจากท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงนักเรียนโรงเรียน เทศบาล ๑ (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) อ้าเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่านักเรียนได้ร้องเพลงชื่อเพลงงมงายของศิลปินบอดี้แสลม ท่านประธานครับ มีภาพวัยรุ่น ดื่มสุราซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้าเนินการอย่างเฉียบขาด

เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ รองอธิบดีหลายกรมยืนยันว่าในปีนี้น้าท่วมครั้งใหญ่ อีกอย่างแน่นอนครับ และบริษัทญี่ปุ่น บริษัทต่างชาติหลายแห่งได้ปิดโรงงานย้ายฐานการผลิต ไปที่ประเทศเวียดนาม ที่ประเทศจีนเนื่องจากไม่มั่นใจในการท้างานของรัฐบาล หากน้าท่วมจริง ตามที่ข้าราชการได้มาให้ข้อมูลต่อสภา ขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ดูแลบริษัทของคนไทย และบริษัทของนักลงทุนชาวต่างชาติ รวมทั้งดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนที่ถูกน้าท่วม เป็นเดือน ๆ ได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรมอย่างไร ขอค้าตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วมันเกินนะครับ พอแล้ว เดี๋ยวท่านอื่น ผมให้เกินมาเรื่องหนึ่งแล้ว เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ต่อครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ

เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือเนื่องจากในวันที่ ๒๒ มีนาคมที่จะถึงนี้จะเป็นวันของ อปพร. ค่ะ ดิฉันก็เห็นว่าพี่น้อง อปพร. ท้างานค่อนข้างหนัก ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ บางครั้งในงานจังหวัด ก็ยังต้องน้าก้าลังพลของพี่น้อง อปพร. มาเพื่อช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยค่ะท่านประธาน เนื่องจากในวันดังกล่าวเป็นวันของพวกเขาก็คือ อปพร. ดิฉันก็เลยอยากจะฝากว่าถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอให้ อปพร. ได้รับค่าตอบแทนเพื่อเป็นก้าลังใจในการท้างานเหมือนอย่างที่ อสม. ได้รับค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือในวันที่ ๒๐ ที่จะถึงนี้ ก็เป็นวัน อสม. อีกเช่นกัน ดิฉันเองก็เห็นว่า อสม. ท้างานเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพให้กับ พี่น้องประชาชน เขาต้องมีความรับผิดชอบแต่ละคนค่อนข้างเยอะค่ะ แต่ว่าอยากจะให้ อสม. ได้มีสวัสดิการเพิ่มเติมนอกจากจะได้รับค่าตอบแทนในเรื่องของการตรวจสุขภาพประจ้าปี ขอแค่ปีละครั้ง เพื่อเขาจะได้เป็นคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แล้วก็สามารถจะปฏิบัติงาน ในการดูแลรักษาเรื่องสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนได้ ทั้ง ๒ เรื่องที่ดิฉันพูดมาก็อยากจะฝาก ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแล แล้วก็ด้าเนินการ เพื่อเป็นขวัญและก้าลังใจให้กับพี่น้อง อปพร. แล้วก็ อสม. ค่ะ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานคะที่อยากจะขอหารือก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องต้าบลลุ่มล้าชี อ้าเภอบ้านเขว้า เขาร้องเรียนมาว่าเวลาฝนตกน้าท่วมที่กักเก็บน้า ที่ต้าบลลุ่มล้าชีไม่มี เนื่องจากต้าบลเขาเป็นต้าบลที่อยู่ริมแม่น้าชีค่ะ เขามีบึงอยู่แห่งหนึ่ง คือบึงโลโพ ที่บ้านคลองโลโพ มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ เขาอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามา ท้าการก่อสร้างเป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้าไว้ใช้ในหน้าแล้ง แล้วก็ช่วยป้องกันเรื่องน้าท่วม ที่จะเกิดขึ้นค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานให้ช่วยดูแลจัดการ เรื่องงบประมาณในการก่อสร้างแก้มลิงที่บึงโลโพ ต้าบลลุ่มล้าชีด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส ท่านประธานครับ

เรื่องแรก ผมขอหารือกับท่านประธาน กรณีที่ผมได้หารือมาหลายครั้ง เรื่องเครือข่ายสถานีของสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดชายแดน เรื่องนี้ยังไม่กระจ่างเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกว่าได้ให้คณะกรรมการได้พิจารณาแล้วนะครับ จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่ทราบ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่สนใจทางการเมืองเขาก็สอบถามกันมานะครับ อันนั้นเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ จากสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความไม่สงบ ตามที่สังคมได้รับรู้รับทราบ แท้ที่จริงแล้วในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นไม่ใช่ว่ามีสถานการณ์ร้ายแรง ไปกันทั่วเต็มพื้นที่นะครับ ก็ยังมีพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบก็มีหลายแห่ง ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้น ได้พิจารณาจัดหาข้อมูลข้อเท็จจริงนะครับ เพื่อความเป็นธรรมให้กับพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบ ไม่ควรที่จะใช้ พ.ร.ก. แล้วก็กฎอัยการศึก เพราะว่า ๙ ปีที่ล่วงเลยมาแล้วนี่มันท้าให้ส่งผล กระทบการพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ผลกระทบในด้านสิทธิและมนุษยชน การละเมิดสิทธิของประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นบางพื้นที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยว อย่างเช่น อ้าเภอสุไหงโก-ลก อ้าเภอแว้ง อ้าเภอสุคิริน ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรและการท่องเที่ยว วันนี้ไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไป เพราะข่าวประโคมออกมาว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นเป็นพื้นที่อันตราย เป็นพื้นที่ที่ไม่มีความสงบ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนหารือกับท่านประธาน เรียนฝากกับฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาลนั้น ช่วยพิจารณาในพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบ ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่นั้นด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรเชษฐ์ครับ ในประเด็นแรกที่ท่านหารือมานะครับ วันนี้ทางผมซึ่งจะเป็นประธาน ในการพิจารณางบประมาณของสภาในปี ๒๕๕๖ ก้าลังจะประชุมกันตอน ๔ โมงเย็นวันนี้ แล้วก็เราขอแปรญัตติไปในคราวที่แล้วแล้วประมาณ ๔๖๒ ล้านบาท เพื่อที่จะท้าเครือข่าย ขยายโครงข่ายในการถ่ายทอดออกไป ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนในการแปรญัตติ ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ปีนี้เราก็จะเสนออีกครั้งหนึ่งได้อย่างไรเดี๋ยวผมประชุม ๔ โมงเย็นนี้ ก็น่าจะเสร็จสัก ๖ โมงเย็น ในวันนี้ก็น่าจะรู้ เชิญท่านมนพร เจริญศรี

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีเรื่องที่จะหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับค้าร้องจากราษฎรต้าบลนาหัวบ่อ อ้าเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ว่าชาวบ้านได้น้าข้าวเปลือกไปเข้าโครงการรับจ้าน้าของรัฐบาลตั้งแต่ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะครับ จนกระทั่งวันนี้วันที่ ๑๕ เป็นระยะเวลารวม ๒๐ วัน แล้วก็เอาตั๋วประทวนขึ้นไปขอรับเงินที่ธนาคาร ธ.ก.ส. ขณะนี้ทราบว่าเงินยังไม่เข้า ก็อยากจะเร่งรัด ธนาคาร ธ.ก.ส. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เร่งรัดการจ่ายเงินนี้ให้กับพี่น้องราษฎร เพราะว่าพี่น้องราษฎรจะได้น้าเงินจ้านวนนี้ไปลงทุนในการที่จะเตรียมการปลูกใบยาสูบต่อไปค่ะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของโครงการรับจ้าน้ามันส้าปะหลัง ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครพนม มีปัญหามากค่ะ เพราะว่ารัฐบาลยังจะมีโครงการรับจ้าน้ามันส้าปะหลังในราคา ๒.๘๐ บาทอยู่ ก็ปรากฏว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบขาดการสื่อสารโดยตรงกับพี่น้องประชาชน ยังคงใช้ระบบ การสั่งการแบบข้าราชการ ก็คือตามล้าดับชั้นจากพาณิชย์จังหวัดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด จากผู้ว่าราชการจังหวัดไปนายอ้าเภอ กว่าจะถึงเกษตรต้าบล กว่าจะถึงเกษตรกร ใช้ระยะเวลาหลายอาทิตย์ ขณะนี้พี่น้องประชาชนมีปัญหาในเรื่องของการสื่อสาร แล้วก็พบว่าจุดที่รับจ้าน้าของจังหวัดนครพนมไปขึ้นอยู่ที่จังหวัดมุกดาหารนะคะ ระยะทางจากจังหวัดนครพนมไปจังหวัดมุกดาหาร ๑๐๐ กิโลเมตร ไปกลับ ๒๐๐ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากค่ะ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดแล้วแก้ไข ในเรื่องของโครงการรับจ้าน้ามันส้าปะหลังเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความสะดวก แล้วก็ พี่น้องประชาชนก็จะได้เข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลได้มีความจริงใจในเรื่องของโครงการรับจ้าน้า จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนค่ะ

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนทางหลวงชนบทบริเวณ บ้านโพนแดงน้อย ต้าบลรามราช อ้าเภอท่าอุเทน เพราะว่าถนนเส้นทางนี้มีปัญหาตลอดสายทาง เพราะหม้อแปลงแต่ละจุดนั้นเป็นหม้อแปลงขนาดเล็ก แล้วก็เป็นสาเหตุของการเกิดระเบิด ของหม้อแปลงบ่อยครั้ง แล้วก็เป็นเส้นทางของการจราจรที่หนาแน่น ก็ขอความร่วมมือ ให้กรมทางหลวงชนบทได้เร่งแก้ไขซ่อมแซมแล้วก็เปลี่ยนหลอดไฟที่มีการช้ารุดด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขอหารือท่านประธานนะคะ เมื่อวานนี้ประชุมเลิกเร็ว ต้องต่อว่าท่านประธาน หรือไม่ก็ ครม. ไม่มีใครอยู่เสนอกฎหมายใช่หรือไม่ เพราะปกติประชุมเลิก ๓ ทุ่ม แต่ยังไม่ถึง ๖ โมงเลยเลิกแล้ว แทนที่จะเอาเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน อย่าเลิกเร็วนะคะ ต่อไปขอให้เอากฎหมายมารอไว้

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องถนนสกปรกมากเลย ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ (Motorway) ทางด่วน หรือว่าตามต่างจังหวัดถนนของกรมทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดินสกปรกมากกลายเป็นที่ทิ้งขยะไปแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ถ้าเป็นรัฐมนตรีผู้หญิงน่าจะสะอาดกว่านี้ ความสวยงามน่าจะดีกว่านี้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี อธิบดี ปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคมควรเป็นผู้หญิงบ้าง ดิฉันคิดว่า น่าจะดีกว่านี้นะคะ

อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องข้าวของแพง เดี๋ยวข้าวของแพงดิฉันพูดทีหลัง แต่ว่าให้เอาเรื่องเกี่ยวกับราคามะพร้าว เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนะคะท่านประธาน ราคามะพร้าวขาวกิโลกรัมละ ๕๐ บาท แต่ตอนนี้พรรคไทยรักไทยเป็นราคามะพร้าวขาว เหลือกิโลกรัมละ ๒๒ บาท แล้วแถมมะพร้าวอ่อนตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นลูกละ ๑๒ บาท แต่ตอนนี้ลูกละ ๖ สลึง ๖ สลึงยังไม่มีคนซื้อเลยท่านประธาน ปกติ ๒๐ วันจะตัด แต่ตอนนี้ ๓๐ วันก็ไม่มีคนไปตัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากเลยนะคะ

อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องมะนาวแพง ตอนนี้เกษตรกรมาร้องเรียนที่ดิฉัน จังหวัดก้าแพงเพชรเป็นคนสมุทรสงครามไปอยู่ บอกตอนนี้มะนาวแพงแต่เกษตรกรขายได้ ในราคาถูกเพราะไปเอามะนาวนอกเข้า แล้วก็ยาแพง ปุ๋ยแพง ค่าแรงแพง แต่ว่าเกษตรกร ขายได้ในราคาถูก เพราะฉะนั้นเกษตรกรก็บอกว่าตอนนี้ข้าวของแพงแต่เกษตรกรมันจะตายอยู่แล้ว เพราะว่ามันแพงทั้งแผ่นดินแล้วก็พังทั่วไทยเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับค้าร้องจากพี่น้องเพื่อนครูบาอาจารย์ให้ช่วยตรวจสอบดูแลส้านักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือมีชื่อย่อว่า สกสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ในคุรุสภาและสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานนี้จริง ๆ แล้ว เป็นหน่วยงานที่ดูแลสวัสดิการครูทุกเรื่องตั้งแต่เข็มยันเรือรบครับ แต่วันนี้ผมจะหารือกับ ท่านประธานเรื่องเดียวก่อนด้วยเวลาค่อนข้างจ้ากัดก็คือเรื่องของ ช.พ.ค. หรือชื่อเต็มว่า การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหน่วยงานนี้ข้อเท็จจริง ก็คือดูแลในเรื่องคนตาย แต่วันนี้มันไม่เป็นเช่นนั้นครับ มาท้าหน้าที่ในเรื่องของเงินกู้ด้วย เงินกู้ที่เขาสงสัยกันวันนี้ถ้าปล่อยให้กู้กันปกตินี้ไม่เป็นอะไรครับ แต่วันนี้ไปเปิดถึง ๗ โครงการ และกู้สูงสุดท่านประธานคงไม่ทราบหรือทราบ ครูกู้ได้สมาชิกคนหนึ่งได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท พอ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เก็บค่าประกันรายได้เขาเรียกว่าค่าประกันชีวิตรายละ ๑๘๖,๐๐๐ บาทต่อหัว แล้วทราบข่าวว่าผู้มีส่วนเกี่ยวกับกระบวนการนี้ไปเรียกค่าคอมมิชชั่น (Commission) ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินยอดกู้หรือเงินประกันนี้ครับ ต่อรายก็คือ ๒๕,๕๐๐ บาท แล้ววันนี้มันมีสมาชิกอยู่ประมาณล้านคนครับ ผมไม่พูดถึงจ้านวนล้านคนท่านประธาน พูดแค่ผู้ขอกู้สัก ๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วคูณ ๒๕,๕๐๐ คน ก็ตกไป ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่อเงินเรียกค่าคอมมิชชั่นนะครับ แล้วมันอยู่ตรงไหน แล้วค่าคอมมิชชั่นตรงนี้แทนที่จะลดลงมา อย่าไปเก็บกับสมาชิกเยอะ สมาชิกก็คือครูนี่ละครับ วันนี้ครูมีหนี้สินจ้านวนมากมายก็รู้ ๆ กันอยู่ ในเรื่องของปัญหาหนี้สินครู ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนเข้ามาก็มาพูดถึงเรื่องของการแก้ปัญหา ผมจึงอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ ให้รัฐมนตรีไปช่วยดูแลหน่อยว่าเหลือบมันอยู่ตรงไหน แล้วมันเก็บค่าคอมมิชชั่นเก็บไปท้าอะไร อย่างน้อย ๆ ก็จัดกลับมาเป็นสวัสดิการให้กับครูนะครับ ท่านประธานครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม แล้วก็ฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องส้าคัญ เกี่ยวกับสวัสดิการครูไปยังกระทรวงศึกษาธิการเป็นเรื่องแรก ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย เขต ๔ จังหวัดปัตตานี จากปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องของปัญหา ๓ จังหวัด ท้าให้สันติสุข แล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ได้เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามประชาชนก็ต้องต่อสู้เดินหน้าต่อไป วันนี้ผมได้น้าปัญหาเพื่อมาหารือต่อท่านประธาน

เรื่องแรก ก็คือปัญหาจราจรติดขัดในบริเวณตลาดปาลัส ซึ่งในอดีตเคยเป็นตลาดดัง ในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะว่าเป็นตลาดเสื้อผ้ามือสอง วันนี้จราจรติดขัดมากเขาต้องการ สัญญาณไฟบริเวณสี่แยก เพราะว่าวันนี้ไม่มี พี่น้องที่มาจากอ้าเภอมายอ แล้วก็อ้าเภอปานาเระ ต้องวกกลับรถใช้ระยะทางไกลมาก ผมขอฝากต่อกระทรวงคมนาคม

เรื่องที่ ๒ คือปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อในพื้นที่ต้าบลสะดาวา ถนนสายปูยุด สายสะดาวา สายยามูเฉลิม ปัจจุบันนี้พี่น้องเกิดอันตรายจากการขับรถล้มอย่างมาก ขอฝากท่านประธาน ฝากกระทรวงคมนาคมได้ด้าเนินการด่วนด้วย

เรื่องที่ ๓ ก็คือขอสนับสนุนรถแทรกเตอร์เพื่อใช้ในการท้าสวนส้มโอ เพราะว่า พี่น้องสหกรณ์กลุ่มส้มโอต้าบลเมาะมาวี อ้าเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ได้ร้องเรียนมา ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรื่องที่ ๔ ซึ่งผมได้เคยพูดในครั้งอภิปรายงบประมาณ ก็คือเรื่องสุขภาพ อนามัยของพี่น้องในพื้นที่ เพราะว่าต้าบลลุโบะยิไร มีโรงพยาบาลต้าบลซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก ประชากรมีจ้านวนเท่ากับอ้าเภอทุ่งยางแดง แต่มีโรงพยาบาลต้าบลแค่โรงเดียว ขอขยายสาขา มีสถานีอนามัยเพิ่ม ขอบคุณมากครับ อยู่ที่หมู่ ๕ ต้าบลลุโบะยิไร อ้าเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ขอบคุณมากท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเอมอร สินธุไพร

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายสมหมาย เสนาเพียร ประธานชมรม พนักงานราชการและตัวแทนครูอัตราจ้างในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ เนื่องจากในปี ๒๕๔๐ ทางส้านักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติได้ แก้ปัญหาเรื่องครูขาดแคลน โดยวิธีการจ้างครูอัตราจ้างมาเป็นครูสอนแทนต้าแหน่งที่ว่าง โดยวิธีการท้าสัญญาจ้างปีต่อปีค่ะท่านประธาน แล้วก็ต่อมาในปี ๒๕๔๗ ได้ออกระเบียบ ส้านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการให้มีการประเมินครูอัตราจ้างที่มีอายุงาน ๖ ปี ขึ้นไป ผู้ที่ผ่านการประเมินก็จะได้รับการปรับต้าแหน่งจากครูอัตราจ้างเป็นพนักงานราชการ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการน้าเรื่องนี้มาด้าเนินการต่อแต่อย่างใดนะคะ ซึ่งครูอัตราจ้าง เหล่านี้ได้ปฏิบัติหน้าที่ของความเป็นครูมากว่า ๑๐ ปี ต้องการให้ได้รับการประเมินให้เป็น ข้าราชการครูเพื่อเป็นการสร้างขวัญและก้าลังใจให้กับครูอัตราจ้าง ซึ่งต้าแหน่งครูอัตราจ้าง ไม่ได้มีเฉพาะในจังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีครูอัตราจ้างอีกทั่วประเทศค่ะท่านประธานที่ต้องการ ความมั่นคง แล้วก็ความก้าวหน้าในวิชาชีพครู ดิฉันจึงได้น้าเรื่องการร้องเรียนของครูอัตราจ้าง มาหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุชาติ ธาดาธ้ารงเวช ได้น้าเรื่องนี้ไปพิจารณาได้ด้าเนินการเพื่อช่วยเหลือครูอัตราจ้างด้วยค่ะ และดิฉันเอง ก็มีเอกสารร้องเรียนของครูอัตราจ้างที่จะส่งผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวต้าบลราชธานี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนในการใช้ถนนทางหลวงชนบทสาย รอ. ๓๐๓๙ จากสี่แยกบ้านหนองไผ่ ไปต้าบลราชธานี อ้าเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ซึ่งมีความช้ารุดเสียหายมาก พี่น้องประชาชนที่ใช้ในการสัญจรไปมาล้าบาก ก็อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ให้ท้าการแก้ไขเพื่อที่จัดสรรงบประมาณลงไปดูแลพี่น้องชาวต้าบลราชธานีและต้าบลหนองไผ่ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะอาจารย์และนิสิตภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จ้านวน ๕๑ ท่าน เชิญท่านฮอชาลีครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอหารือในเรื่องของปัญหาการท่องเที่ยว ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่เกาะหลีเป๊ะหรือเกาะอาดัง ที่จังหวัดสตูลนั้นเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ กระผมได้รับ การสะท้อนจากทางเจ้าหน้าที่ต้ารวจ หรือกองบังคับการต้ารวจภูธรสตูลว่าอยากจะขอให้มี สถานีต้ารวจภูธรประจ้าที่เกาะหลีเป๊ะเอาไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จ้านวน ๑ หลัง

ประการที่ ๒ ก็คืออยากจะขอให้รัฐบาลได้จัดสรรเรือตรวจการซึ่งจะช่วยดูแล ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวแล้วก็ในเรื่องของอาชญากรรม ซึ่งจังหวัดสตูลนั้นอยู่ริม ทั้งชายแดนไทย-มาเลเซีย แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ต้ารวจยังไม่มีเรือตรวจการสักล้า ในการที่จะไล่จับผู้ร้าย ก็ขอให้ทางราชการได้จัดสรรเรืออย่างน้อยสัก ๑ หรือ ๒ ล้า ให้กับทางต้ารวจตรงนี้ด้วย

ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของจังหวัดสตูลนั้นมีแหล่งที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ก็คือว่ามีพื้นที่ที่เป็นต้นกระท่อม ใบกระท่อมซึ่งเป็นสารน้ามาเป็นสารเบื้องต้นในการที่จะ ผสมยาเสพติดประมาณ ๓๒๐ ไร่ เป็นต้นกระท่อมล้วน ๆ ต้นใหญ่มาก อยากจะขอหารือ ท่านประธานว่าจะท้าอย่างไร จะเก็บไว้ต่อแล้วก็ให้เยาวชนมาเก็บเอาไปต้มท้าเป็น ๔ คูณ ๑๐๐ หรือว่าจะโค่น หรือว่าจะจัดการอย่างไรให้มันไม่ให้สูญเสียในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะให้รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทางต้ารวจ และทางหน่วยราชการได้ช่วยกันมาดูแลเพราะเป็นพื้นที่ที่เยอะที่สุดในประเทศไทย แล้วก็ ท้าให้เกิดปัญหายาเสพติดต่อเนื่องตลอดไป อยากจะขอฝาก ๓ ปัญหานี้ผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ช่วยตอบข้อหารือผมมาด้วยด่วนนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคุณากร ปรีชาชนะชัย

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้อยากจะหารือกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนต้าบลหนองเรือนะครับ ท่านอุทัย หอมพิลา ในเรื่องของฝายยางบ้านตลุง ต้าบลหนองเรือ อ้าเภอชุมพลบุรี ขณะนี้ไม่สามารถใช้การได้ครับ เนื่องจากสภาพยางนั้นหมดอายุการใช้งาน เนื้อยางชั้นนอก ฉีกขาดทั้ง ๒ ฝั่ง รวมไปถึงระบบการควบคุมการด้าเนินการไม่สามารถใช้การได้ครับ ฝายยางบ้านตลุงแห่งนี้สร้างเมื่อปี ๒๕๓๐ แล้วสามารถใช้งานจริงได้ปี ๒๕๓๓ ซึ่งขณะนี้ปี ๒๕๕๕ เราใช้ฝายยางนี้มากว่า ๒๐ ปี แต่ว่าอายุการเสื่อมสภาพของยางนั้น อายุการใช้งานจริงเพียง ๑๕ ปีเท่านั้นครับ ปัจจุบันนี้ฝายยางแตกเป็นที่เรียบร้อย สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนหลากหลายต้าบล ไม่เพียงแต่ต้าบลหนองเรือเท่านั้น ยังมีต้าบลใกล้เคียงที่ได้รับความเดือดร้อนจากฝายยางที่แตก ไม่ว่าจะเป็นต้าบลกระโพ ต้าบลหนองเรือ ต้าบลนาหนองไผ่ รวมไปถึงต้าบลศรีณรงค์ โดยพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ท้าอาชีพเกษตรกร ปัจจุบันนี้ไม่สามารถกักเก็บน้าเพื่อใช้ในการเกษตร อ้าเภอชุมพลบุรีนี้ เป็นอ้าเภอที่ถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้าของประเทศชาติก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นเขตที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ที่โด่งดังไปทั่วโลก ถ้าหากเราไม่แก้ไขปัญหาในฝายยางตัวนี้จะส่งผลกระทบ ถ้าหากถึงฤดูฝน ถ้าหากไม่ปรับให้มาสู่สภาวะปกติน้าก็จะท่วมนาข้าวของพี่น้องประชาชน ส่งผลต่อผลผลิต ของพี่น้องเกษตรกรเป็นจ้านวนมาก ขณะนี้ทางรัฐบาลก็ผ่านพระราชก้าหนดให้อ้านาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้าและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นที่เรียบร้อย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาเรื่องนี้แล้วเร่งแก้ไขโดยด่วนครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยุพราช บัวอินทร์

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๔ ต้าบลหินฮาว อ้าเภอหล่มเก่า เรื่องฝายกั้นน้าพุงได้พังเสียหายบริเวณหูช้าง ตลอดจนบริเวณดาดตลิ่ง จนถึงบริเวณที่เป็นตัวฝาย และความเสียหายจากน้าท่วมของปีที่แล้วน้าได้กัดเซาะเข้าไปถึง บริเวณถนนจนเกือบถึงบ้านของพี่น้องประชาชน ห่างจากตัวบ้านของพี่น้อง หมู่ที่ ๔ ประมาณ ๒ เมตรเท่านั้นครับ บัดนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ใกล้ที่จะถึง หน้าฝนในปีนี้แล้วครับ ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องหมู่ที่ ๔ ต้าบลหินฮาว อ้าเภอหล่มเก่าครับ

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้ราคาสินค้าเกษตรตกต่้า ไม่ว่าจะเป็นราคายางพารา หรือมันส้าปะหลัง ซึ่งราคามันส้าปะหลังนั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลเลยนะครับ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์เอง ความไม่พร้อมของนโยบายของรัฐบาลที่ท้าให้เกษตรกรนั้นได้รับ ผลกระทบได้รับความเสียหายจากราคาที่ไม่ได้จริงตามที่นโยบายจ้าน้ามันส้าปะหลัง ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ท่านประธานครับ ราคาสินค้าเกษตรตกต่้าโดยมีดัชนีสินค้าเกษตรลดลงถึง ๑๖.๐๖ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพ ที่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ามันหรือราคาแก๊สหุงต้ม ซึ่งส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าในตลาดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังมีแรงบวก จากการที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเพิ่มค่าแรง ๓๐๐ บาททันทีทั่วประเทศ วันนี้สินค้านั้น ไม่ได้เลือกขึ้นเฉพาะ ๖ จังหวัดหรือ ๗ จังหวัดที่ท่านจะเริ่มด้าเนินการในนโยบายนี้ อยากให้ท่านประธานแก้ไขปัญหานี้ให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากคณะครูในเขตพื้นที่จังหวัดสกลนคร เขต ๑ น้าโดยท่านรองผู้อ้านวยการเขต คุณดิเรก ฤทธิ์ศรีบุญ เนื่องจากครูที่เงินเดือนเต็มขั้นแต่ไม่ได้รับ การเลื่อนขั้นมีจ้านวนนับ ๑๐,๐๐๐ คนที่จังหวัดสกลนคร สืบเนื่องจากการที่ ก.ค.ศ. ได้ออกกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้น พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งมีการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๓ เป็นต้นมานั้น ท้าให้ข้าราชการครูซึ่งได้รับ เงินเดือนเต็มขั้น คศ. ๓ คศ. ๔ ได้รับเงินเดือนไปในแท่งใหม่จาก คศ. ๓ ไป คศ. ๔ คศ. ๔ ไป คศ. ๕ มีมาแต่เดิม ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ได้มีพระราชบัญญัติเงินเดือน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรับ ได้ปรับ ๘ เปอร์เซ็นต์ที่ว่ามีผลใช้บังคับ ก็ท้าให้ครูซึ่งเดิมได้รับเงินเดือนทะลุตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ มันมีกฎกระทรวงตัวนี้ออกมาอีกครั้ง พอกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๕๓ บังคับใช้แต่พอต่อมามีพระราชบัญญัติเงินเดือนตัวนี้ออกมาอีก ท้าให้ครูจ้านวนหนึ่ง ซึ่งมีเงินเดือนเต็มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ และปีต่อ ๆ มาถึงปัจจุบัน ก็ปรากฏว่าไม่ได้รับเงินเดือนขั้นทะลุดังกล่าวนี้เหมือนรุ่นที่ผ่านมา ท้าให้เกิดปัญหา ความเหลื่อมล้าในการด้าเนินการของกฎดังกล่าว ผมจึงกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาว่า ขอฝากท่านประธาน ก.ค.ศ. ได้พิจารณา ท่านดอกเตอร์สุชาติได้ปรับให้มันเสมอกันด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการกรณีของการก่อสร้าง วิทยาลัยยานยนต์อุบลราชธานี วิทยาเขตม่วงสามสิบ ซึ่งสมัยที่ท่านอดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคราวนั้นได้มีการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ ของโรงเรียนประถมศึกษา คือโรงเรียนบ้านเทพา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เพียงพอในการก่อสร้าง วิทยาลัยยานยนต์แห่งนี้แล้ว แต่ต่อเนื่องจากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป ที่ผมกราบเรียนเรื่องนี้ เพราะว่าวันนี้การก่อสร้างวิทยาลัยยานยนต์อุบลราชธานี วิทยาเขตม่วงสามสิบ ซึ่งมีพื้นที่ ในการให้บริการนอกจากอ้าเภอม่วงสามสิบแล้วยังมีอ้าเภอเขื่องใน อ้าเภอลืออ้านาจ อ้าเภอพนา อ้าเภอเหล่าเสือโก้ก ซึ่งจะช่วยพี่น้องประชาชนในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งประธานทราบดีว่าวันนี้การเดินทางของพี่น้องประชาชนค่าน้ามันแพง ค่าครองชีพสูง เด็กนักเรียนจากม่วงสามสิบไปเรียนในตัวจังหวัดต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางขาละ ๔๐ บาท ไปกลับก็ ๘๐ บาท ยังไม่นับเรื่องของการเดินทางโดยรถจากสถานีขนส่งไปยังวิทยาลัยเทคนิค นอกจากนั้นยังมีเรื่องของค่าครองชีพ อาหารการกิน ความเป็นอยู่ก็ราคาสูงมากขึ้น แพงขึ้น แพงในทุกรายการ ท่านประธานที่เคารพครับ การก่อสร้างวิทยาลัยยานยนต์อุบลราชธานี วิทยาเขตม่วงสามสิบ นอกจากจะกระจายโอกาสทางการศึกษาไปยังพี่น้องประชาชน ที่อยู่ชายขอบแล้วยังเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน นั่นเท่ากับว่า เป็นการกระจายความเจริญเข้าไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง จึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนไปยัง กระทรวงศึกษาธิการว่าถ้าปีนี้หรือปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จะพิจารณาเรื่องการจัดสรร งบประมาณให้กับวิทยาลัยยานยนต์อุบลราชธานี วิทยาเขตม่วงสามสิบก็จะเป็นประโยชน์ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญฐิณ ประทุมลี นะครับ

นายบุญฐิณ ประทุมลี มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานสภาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) อยู่ที่ ๑ เรื่องก็คือได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องชาวต้าบลฝั่งแดงทุกหมู่บ้าน ต้าบลกกตูม หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๑๔ อ้าเภอดงหลวง และต้าบลบ้านค้อ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ อ้าเภอค้าชะอี เนื่องจากพี่น้องไม่มีระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่ พื้นที่ที่กล่าวมาเป็นพื้นที่ราบสูงบนภูเขาเป็นสิทธิของพี่น้องที่จะได้รับการบริการขั้นพื้นฐาน เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ มีการลักลอบตัดต้นไม้ท้าลายป่า ประชาชนจะโทรศัพท์บอกเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถที่จะด้าเนินการได้สะดวก แล้วก็มี เรื่องการติดต่อสื่อสารผ่านพี่น้องที่ไปท้างานต่างจังหวัดก็ไม่สะดวก อันนี้ก็อยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ด้าเนินการอย่างเร่งด่วนนะครับ เพื่อให้พี่น้องได้รับบริการอย่างทั่วถึง ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุณย์ธิดา สมชัย

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะมาหารือท่านประธานค่ะ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องที่เคยหารือไปแล้วแต่ดิฉันต้องการจะตามอีกครั้งหนึ่งค่ะ คือเรื่องการขยายเขตไฟฟ้า เพราะว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการและถ้าการขยายเขตไฟฟ้า ใช้งบประมาณของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพียงอย่างเดียว ทางประชาชนจะไม่ติดใจค่ะ เพียงแต่ว่าในการขยายเขตไฟฟ้าในหลาย ๆ ต้าบลได้ใช้งบประมาณจากทางองค์การบริหารส่วนต้าบล โอนไปให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกบาททุกสตางค์ค่ะ แต่จนถึงขณะนี้แล้วในแต่ละต้าบล ใช้เวลามากกว่า ๑ ปีแล้วยังไม่มีการด้าเนินการให้ และทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็ไม่ต้องการที่จะให้ทางเจ้าของงบประมาณที่ได้โอนไปให้นั้นได้ติดตามเลยค่ะ ได้บอกปัดไปบอกว่า ถึงเวลาเมื่อไรก็จะเข้าไปด้าเนินการ อันนี้เรื่องที่ ๑ นะคะ

เรื่องที่ ๒ ถ้าท่านประธานได้เคยใช้การเดินทางแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) จากสนามบินสุวรรณภูมิมาที่สถานีมักกะสัน ท่านประธานจะทราบความยากล้าบากค่ะ และท่านประธานจะเข้าใจว่าท้าไมถึงขาดทุนจนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานคะเมื่อลงแอร์พอร์ตลิงก์ ที่สถานีมักกะสันแล้วนี้นะคะท่านประธาน ท่านประธานจะรู้สึกเคว้งคว้างค่ะไม่รู้จะไปทางไหน จะต่อเอ็มอาร์ที (MRT) ก็ไม่รู้ไม่มีป้ายบอกทาง แล้วก็ต้องบอกว่าทางเชื่อมที่จากสถานีมักกะสัน ไปที่เอ็มอาร์ทีนั้นทั้งมืดและไม่มีป้ายบอกทางเลยค่ะ กว่าจะหาทางเดินลงมาเจอได้ เป็นที่ยากล้าบากถึงแม้จะมีป้ายทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ แต่ก็ต้องบอกว่าเดินไปนานมากกว่า จะได้เจอ เจอแต่เจ้าหน้าที่บางครั้งก็ต้องบอกว่าเรียกก็ไม่ตอบเลยค่ะว่าจะให้ถามว่าไปทาง ไหน ขนาดว่าพูดภาษาเดียวกันนะคะ ไม่ต้องพูดถึงว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเขาจะยากล้าบาก ขนาดไหนถ้าเขาต้องเลือกมาลงแอร์พอร์ตลิงก์เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานกรุณาได้ฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะว่าให้ปรับปรุงการเชื่อมการเดินทางระหว่างแอร์พอร์ตลิงก์กับ เอ็มอาร์ทีด้วยนะคะ เพราะว่าไม่เช่นนั้นแล้วแอร์พอร์ตลิงก์ก็จะต้องบอกว่าขาดทุนย่อยยับ อย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อาจารย์เรืองเดช สุพรรณฝ่าย

นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้นะครับ

เรื่องแรก การขอค่าตอบแทนเงินเดือนของก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน อย่างน้อย ๆ ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านหลายท่านที่จบปริญญาตรีก็ขอให้ได้เงินเดือนสัก ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนที่ไม่ได้ปริญญาตรีก็ให้ผู้ใหญ่บ้านเพิ่มสัก ๓,๕๐๐ บาท ก้านันสัก ๕,๐๐๐ บาท

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากขณะนี้ตลาดนัดโค กระบือ ก็มีผู้ที่ฉวยโอกาสรายได้ จากตรงนี้หลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอยู่ ๒๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ ขณะนี้รายได้ ต่อสัปดาห์นั้น ๑๐-๒๐ ล้านบาท ก็อยากจะให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ไปดูตลาดนัดโค กระบือ เพราะว่ามีการซื้อไปจ้าหน่ายต่างประเทศเป็นจ้านวนมาก เดี๋ยวโค กระบือที่บ้านเราจะไม่มี นะครับ

เรื่องต่อไปการประปาส่วนภูมิภาคของอ้าเภอบ้านไผ่ ในเทศบาลเมืองบ้านไผ่ น้าสกปรกมีกลิ่นเหม็น มีสี ขอให้แก้ไขโดยด่วนด้วย พี่น้องประชาชนร้องเรียนมา

สุดท้ายนะครับ ที่ท้ากินผมได้รับการร้องเรียนจากบ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ ๖ ต้าบลบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น มีประมาณ ๓๐๐ แปลง ตอนแรกที่ของเขามี น.ส. ๓ มี ส.ค. มี ภ.บ. ๕ แล้วทางที่ดินก็ออกโฉนด แต่ไปออกโฉนดแล้ว มีการรังวัดแล้วขณะนี้ เป็นเวลาเป็นปีแล้วเขายังไม่ได้รับโฉนด ขอให้แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปอาจารย์นิยม วรปัญญา แล้วก็ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แล้วก็จะเข้ากระทู้ถามสดเลย เชิญครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียน จากราษฎรจ้านวนมากหลายเรื่องครับ ดังมีรายละเอียดปรากฏที่จะส่งเป็นหนังสือต่อท่านประธาน ประชาชนได้มีการพูดกันมากว่าการที่สภาเราเป็นที่ปรึกษา แต่ความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ที่ท่านประธานเปิดให้มีการหารือนี่ได้ผลมากนะครับ ใช้เวลาน้อย และประชาชนก็ได้รับ ผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้มาก และฝากมาขอบคุณท่านประธานด้วยนะครับ เรื่องที่ส้าคัญก็คือ

ประการที่ ๑ คือเรื่องการฟื้นฟู เยียวยา แล้วก็บูรณะปรับปรุงถนนหนทาง ที่ช้ารุดเสียหาย แล้วก็แหล่งน้า

ประการที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาที่เกิดจากภัยพิบัติปีที่ผ่านมา ทั้งแหล่งน้าแล้วก็แก้มลิง ที่ต้องขุดลอก เพราะว่าแม่น้าตื้นเขินมาก และปีที่แล้วนั้นท่วมเขตภัยพิบัติเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ทั้งผู้ที่ประสบภัยน้าท่วมก็ดี คนไม่ประสบภัยน้าท่วมก็ดี ก็มีความเดือดร้อนถ้วนหน้ากันครับ เพราะว่าระหว่างที่น้าท่วมอยู่นั้นงานก็ต้องหยุด โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งก็ไม่ถูกน้าท่วม แต่ว่าเสียหายมากกว่าผู้ที่ถูกน้าท่วมเสียอีก

ประการที่ ๓ เรื่องเกี่ยวกับการสร้างสะพาน ถนนหนทางที่คดโค้งไม่ได้ มีการปรับปรุงเส้นทาง ถนนเหล่านั้นก็ต้องวิ่งอ้อมเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเป็นจ้านวนมาก ปีหนึ่งก็เผาน้ามันทิ้งเฉย ๆ นะครับ

ประการที่ ๔ เรื่องเกี่ยวกับพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เพราะปีนี้ที่น้าท่วมนี่เสียหายไป ทั้งสัตว์น้าแล้วก็พืชช้ารุดเสียหายตายไปเป็นจ้านวนมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน และขอให้แจ้งให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและทุกจังหวัดที่ประสบภัยน้าท่วม แล้วก็ ขอให้ท่านได้รายงานท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าผมได้รับการร้องเรียนไว้หลายเรื่องที่ส่งมานี้ ให้ท่านท้าหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี ให้นายกรัฐมนตรีรีบสั่งการแก้ไขโดยด่วนที่สุดครับ สวัสดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องเพราะการหาเสียง การออกนโยบายที่ไม่รับผิดชอบ ท้าให้เกิดทุกข์กันทั้งแผ่นดิน ของแพงกันทุกพื้นที่ ราคาสินค้าเกษตรกลับตกต่้า ผมขออนุญาตหารือเรื่องการพัฒนาคนในชาติ ๔ เรื่องครับ

เรื่องแรก ถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เนื่องจากมีพื้นที่ที่เขามีความพร้อม แล้วก็ระบบสาธารณูปโภคเพื่อจะสร้างสนามกีฬาระดับอ้าเภอ คือ ๑. เทศบาลควนกุน อ้าเภอสีเกา ๒. องค์การบริหารส่วนต้าบลทุ่งค่าย อ้าเภอย่านตาขาว ฝากท่านประธานไปถึง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย

เรื่องที่ ๒ กระทรวงศึกษาธิการครับท่านประธาน เนื่องจากโรงเรียนบ้านย่านตาขาว เป็นโรงเรียนในสังกัดการประถมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. ขณะนี้จ้านวนอาคารเรียน ไม่เพียงพอครับ นักเรียนเข้ามาเรียนเยอะมากเนื่องจากเป็นโรงเรียนที่มีการจัดการศึกษา ที่มีคุณภาพ ขออาคารเรียนแบบ ๒๐๘ งบประมาณประมาณ ๔.๕ ล้านบาทเศษ ขอให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาคนด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ นโยบายของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในการขยาย โรงพยาบาลครับ ยกระดับจากสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลประจ้าต้าบลของอ้าเภอกันตัง ได้มีโรงพยาบาลน้าร่อง ก็คือโรงพยาบาลต้าบลบางสักครับ ขอการสนับสนุนเรื่องอาคารด้วย วันนี้พี่น้องประชาชนไปจัดหาพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่องที่ ๔ กระทรวงวัฒนธรรมครับ เนื่องจากอ้าเภอกันตัง จังหวัดตรังครับ มีประวัติที่น่าจะศึกษาค้นคว้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากอ้าเภอดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ตั้ง ของจังหวัดตรังครับท่านประธาน ส่วนที่ ๒ ก็คือบริเวณอ้าเภอกันตังเป็นท่าเรือต่างประเทศ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ส่วนที่ ๓ ที่อ้าเภอกันตังเป็นบริเวณที่ประเทศญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ตอนสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แล้วก็มีทางรถไฟไปสิ้นสุดที่อันดามันพร้อมทั้งขณะนี้ กระทรวงวัฒนธรรมประกาศเป็นโบราณสถานสถานีรถไฟอ้าเภอกันตังเลยกลายเป็นอ้าเภอ ที่น่าค้นคว้าเรื่องประวัติศาสตร์มาก เพราะฉะนั้นขอให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งมีโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะทางทะเล เพื่อค้นคว้าให้กับประเทศของเรา แล้วก็เป็นแหล่งเรียนรู้ส้าหรับเยาวชน ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบ ๑ ชั่วโมง ตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงสิบเอ็ดโมง ผมจะเข้ากระทู้ถาม เพราะว่าเรามีเวลา ในการกระทู้ถามสดอยู่ ๑ ชั่วโมง ท่านนิยมมีอะไรครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมว่าเหลืออีก ๓-๔ คน ท่านประธานครับ ขออนุญาต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเหลืออีกประมาณ ๘ ท่าน ไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าเวลาเรามีการถ่ายทอดสดอยู่นะครับ เดี๋ยวไปสัปดาห์หน้าแล้วก็สัปดาห์หน้าขอให้ ๗ ท่านนี้ขึ้นล้าดับก่อนแล้วกันครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ถ้าอย่างนั้นผมขอเป็นคนสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ ๓ เรื่อง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้ามีท่านนิยม มีท่านบุญแก้ว มีท่านสมคิด มีท่านหนูแดง มีท่านจุลพันธ์ ท่านสุรสาล

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ถ้าอย่างนั้นผมขอเป็นคนสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือครบเวลาแล้วสิบเอ็ดโมง

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

แค่นาทีเดียวครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นาทีเดียวนะครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ครับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เรื่องที่ผมจะหารือมีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน เรื่องของเงินเยียวยานะครับ ที่ตันละ ๑,๔๓๗ บาทที่ยังตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แล้ววันที่ ๑ ถึง วันที่ ๖ ตุลาคม แล้วก็หลังวันที่ ๗ ตุลาคมที่กรณีน้าท่วม แล้วก็พืชไร่สวนที่ยังไม่ได้ครับ ตกค้างนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ คือเรื่องของพี่น้องเกษตรกรที่ก้าลังจะท้านาอยู่ ขอเวลาอีกสัก ๑๕ วัน โดยเฉพาะเขื่อนแควน้อยให้ปล่อยน้ามาอีกสัก ๑๕ วัน โดยเฉพาะพี่น้อง ที่ข้าวเขายังเกี่ยวไม่ได้ครับ

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยพิจารณา คือสะพานข้ามแม่น้าน่านซึ่งอยู่ในระหว่างหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ต้าบลสนามคลี อ้าเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ถือว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน ก็ขอให้ฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ทั้ง ๓ หน่วยงานด้วยกันครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ท่านนั่งอยู่ ท่านจะรับไปนะครับ

จ้านวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๑ คน

ท่านครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อจ้านวน ๓๐๑ ท่านแล้วนะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดการประชุมครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถามสด ที่ ๐๖๒ ส. เรื่อง การด้าเนินงานกองทุนพัฒนา ศักยภาพบทบาทสตรีแห่งชาติและการด้าเนินงานกองทุน SML (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบ

คุณหมอมีอะไร

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเรียนถามท่านประธานถึงเรื่องของการบรรจุวาระกระทู้ถามสดนี้ว่าท่านประธาน ใช้หลักเกณฑ์อย่างไรในการเรียงล้าดับ อันดับหนึ่ง อันดับสอง อันดับสาม เพราะผม กับคุณบุญยิ่งมายื่นตอน ๐๘.๓๐ นาฬิกา ในขณะที่คุณขจิตรมายื่นตอน ๐๘.๔๐ นาฬิกา แต่ท้าไมเวลาบรรจุของคุณขจิตร ขอประทานโทษนะครับที่เอ่ยนาม ถึงได้รับการบรรจุเป็น กระทู้ถามสดที่ ๑ อย่างนี้ใครมาหลังได้ก่อนหรือครับ ขอเรียนถามท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือกระทู้ถามสดของท่านขจิตรนี้ได้ค้างมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ แล้วสัปดาห์นี้ท่านยื่นมาใหม่ ก็ต้องจัดให้ท่านก่อน แต่ถ้าอย่างที่คุณหมอหารือนี่นะครับ ถ้าหากว่าไม่ค้างนี่นะครับ แล้วเราไม่เลื่อนมาสัปดาห์นี้ ถ้าท่านใดมายื่นก่อนแล้วก็ไม่มียื่นเพิ่มเติมขึ้นมาเราก็จะจัด ตามล้าดับอย่างนั้น แต่เนื่องจากของท่านขจิตรค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้ว

เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ใคร่ขอถามกระทู้ถามสดซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน อยู่ในความสนใจของประชาชน จริง ๆ แล้ววันที่เหมาะก็คือวันที่ ๘ ที่ผ่านมา แต่ว่าวันนี้ ก็ยังสดอยู่ครับ เพราะว่ายังมีปัญหาเดิมและการด้าเนินการก็จะใช้ค้าถามเดิม

ค้าถามแรกที่จะถามก็คือว่าถามท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ได้กรุณามาตอบก็ต้องขอกราบขอบคุณในฐานะที่ท่านเป็น กรรมการระดับชาติของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติอยู่นะครับ ประเด็นที่จะถามก็คือ ขณะนี้มีการรับสมัครสมาชิกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ เดิมก้าหนดให้รับสมาชิกถึงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ต่อมาได้มีการประกาศเลื่อนมาเป็นวันที่ ๓๐ มีนาคม ประเด็นที่จะถามก็คือว่าสาเหตุหลักที่ให้มีการเลื่อนผมเกรงว่าจะเป็นการเลื่อนแบบ โครงการเอสเอ็มแอล คือเลื่อนมาแล้วจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการด้าเนินการ ก็เลยอยากจะทราบเหตุผลว่าการเลื่อนนี่ เหตุผลในการเลื่อนจะเกิดผลดีกับกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีอย่างไร หลังจากเลื่อนแล้วจะมีก้าหนดการที่ชัดเจน แล้วองค์ประกอบใด ที่ท่านจะสามารถด้าเนินการในการส่งเงินกองทุนไปยังกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัดได้เร็วขึ้นและตามก้าหนดการใหม่ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม จังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ก็ต้องขอบคุณท่านที่ท่านนั้น ได้เป็นห่วงในเรื่องของสตรี ซึ่งก็ต้องขอบคุณท่านที่ได้เล็งเห็นถึงความส้าคัญของการที่จะ เร่งรัดรีบเข้าไปพัฒนาสร้างเสริมโอกาสให้กับสตรี ซึ่งสตรีนั้นก็ต้องเรียนว่ามีจ้านวนครึ่งหนึ่ง หรือเกินครึ่งหนึ่งของประชากรของประเทศไทย ตามที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยที่อยากจะให้เงินกองทุน พัฒนาบทบาทสตรีนั้นได้เร่งรัดที่จะน้าออกไปพัฒนาตามจุดมุ่งหมายหรือความเป็นห่วงเป็นใย ความตั้งใจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในโอกาสนี้ขอขอบคุณท่านนะครับ

จากค้าถามที่ท่านได้ถามในวันที่ ๓๐ มีนาคมที่เลื่อนออกไปนั้น เงินจะไปถึงที่จังหวัด ที่เงินกองทุนจะไปกองอยู่ที่นั่นได้อย่างไรและจะทันหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่างบประมาณเพิ่งผ่านสภา ขณะนี้ก้าลังด้าเนินการในกระบวนการต่าง ๆ เพื่อจัดสรรงบประมาณส่งลงไปยังพื้นที่ ในจังหวัด แต่ถึงอย่างไรก็ดีในขณะนี้ก็ก้าลังเปิดรับสมาชิกและทางคณะกรรมการขับเคลื่อน ก็ได้ออกไปรับฟังความคิดเห็น ออกไปประชุมในทั้ง ๔ ภูมิภาค แล้วก็ประชุมรับฟัง ความคิดเห็นจากสตรีในทุก ๆ กลุ่ม ทุกภูมิภาค ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร ก็ก้าลังรีบที่จะรวบรวมเพื่อให้ได้สมาชิก และหลังจากนั้นก็จะรับสมัครคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จะเข้ามาควบคุม เข้ามาดูแลกองทุนอันนี้ให้สามารถที่จะบรรลุผลตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มุ่งหวังไว้ว่าเงินกองทุนนี้จะไปพัฒนา ไปส่งเสริมให้สตรีนั้นได้เข้าถึงแหล่งทุนที่จะไปพัฒนา แล้วก็เสริมสร้างโอกาสให้กับสตรีนะครับ นอกเหนือจากนั้นเงินก้อนนี้ยังจะน้าไปสนับสนุน บทบาทสตรีในด้านต่าง ๆ และยังมีส่วนหนึ่งที่จะน้าไปให้ความช่วยเหลือกับสตรี ก็คิดว่า ขณะนี้ก้าลังเร่ง เนื่องจากงบประมาณก็เพิ่งผ่านสภาไป กระบวนการต่าง ๆ ก้าลังด้าเนินการ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ใคร่ขอถาม ค้าถามที่ ๒ หลังจากมีการประกาศรับสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ แล้วมีปัญหาความสับสนเกี่ยวกับบทบาทผู้น้าสตรีในระดับหมู่บ้าน ระดับต้าบล อ้าเภอค่อนข้างจะมาก ปัญหาก็คือว่าระเบียบของท่านก้าหนดให้สมัครเป็นสมาชิกอายุตั้งแต่ ๑๕ ปี ส่วนอายุมากไม่จ้ากัด เสร็จแล้วท่านไปเขียนสมาชิกให้บุคคลธรรมดาสมัครก็ได้ ให้องค์กร สมัครในนามองค์กรก็ได้ แล้วมีบทก้าหนดหลักเกณฑ์ของท่านบอกว่าถ้าใครเป็น กรรมการจะไม่สามารถเสนอ ไม่มีสิทธิเสนอโครงการหรืออะไรขอความช่วยเหลือ เพราะท่านเขียนให้ กรรมการนั้นเสียสละ ผมเข้าใจ แต่ว่าวันนี้มีสตรี โดยเฉพาะกลุ่มผู้น้าสตรีระดับหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกอยู่เดิมเกิดความสับสนเพราะว่าเขาเป็นสมาชิกของพัฒนาชุมชนอยู่ ของเกษตรอยู่ แล้วของชมรมเสียงสตรีอะไรซึ่งจัดตั้งขึ้น เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะสมัครในนามองค์กร หรือในนามบุคคลถึงจะเป็นประโยชน์ที่สุด เพราะท่านบอกว่าถ้าใครเป็นกรรมการระดับใด แล้วไม่มีสิทธิเสนอขอความช่วยเหลือในโครงการ ก็เลยเป็นการถกเถียงกันเยอะมาก กลุ่มเก่าก็บอกว่าต้องน้าโดยเขา กลุ่มใหม่ก็บอกว่าต้องเขา สุดท้ายผมก็เลยจะถามท่าน ในฐานะถ้าเป็นสตรีคนหนึ่งในหมู่บ้านที่เป็นผู้น้าองค์กรเดิมอยู่แล้วเขาจะมาสมัคร แล้วต้องการเป็นกรรมการองค์กรนี้เขาจะต้องลาออกไหม หรือเขาควรสมัครในนามองค์กร ของเขาที่มีอยู่เดิมหรือจะสมัครในฐานะตัวบุคคล จึงจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อส่วนรวม และต่อตัวสุภาพสตรีท่านนั้น นี่คือค้าถามที่ ๒ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ ในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบค้าถามที่ ๒ ของท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม ส.ส. อุดรธานีนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็เข้าไปดูเรื่องปัญหาของสตรีอย่างจริงจัง จนกระทั่งท่านได้ข้อมูล ในเรื่องของวิธีคิดของสตรีในต้าบล หมู่บ้าน ก็ต้องขอขอบคุณท่านนะครับ ก็ต้องขอเรียนว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนี้ตามความตั้งใจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเองเป็นผู้ด้าริ และเป็นผู้ก่อตั้งโครงการนี้ ก็ต้องเรียนว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่จะไปพัฒนาบทบาท ของสตรีอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงจะเปิดกว้างให้สตรีทุกคนที่มีความสนใจจะเข้ามาเป็นสมาชิก เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกได้นะครับ ก็อย่างที่เรียนตั้งแต่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป เหตุที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ก็อยากจะให้สตรีที่เป็นเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ในด้านของสตรี เยาวชนต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นการเปิดกว้าง ส่วนที่ท่านถามว่า แล้วถ้าเป็นสมาชิกอยู่ในส่วนอื่น ๆ เช่น กองทุนเกษตรหรือกองทุนอะไรก็แล้วแต่ อันนี้ไม่ต้องลาออก เพราะว่าสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนั้นเป็นกองทุนที่เปิดกว้างไม่ได้จ้ากัดว่ามีข้อห้าม อะไรมากมายเนื่องจากว่าต้องการเปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น ต้องการอิสระในการคิด ส้าหรับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตามเป้าหมาย ดังนั้นที่ผมเรียนไปตั้งแต่ต้นว่าขณะนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นแล้วหลังจากที่มีคณะกรรมการ ที่ถูกต้องได้รับการคัดเลือกมาจากสตรี ได้รับการคัดเลือกมาตามขั้นตอนต่าง ๆ แล้ว ส้าเร็จแล้ว สมบูรณ์แล้ว คณะกรรมการขับเคลื่อนก็จะยุบตัวไป ตอนนี้คณะกรรมการขับเคลื่อน ก้าลังด้าเนินการเหล่านี้อยู่ ก็คงจบแค่นี้ก่อนนะครับ ในค้าถามที่ ๒ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ค้าถามสุดท้าย ค้าถามที่ ๓ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ค้าถามสุดท้ายครับ จากการด้าเนินงาน ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ผมต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ได้ให้ ความส้าคัญของบทบาทสตรี ผมอยากจะฝาก ยังไม่ใช่ค้าถาม ฝากไว้ว่าขอให้องค์กรนี้ พัฒนาไปเป็นการน้าของสตรีในท้องถิ่นในจังหวัดอย่างแท้จริง ให้ราชการเป็นเพียงที่ปรึกษา และประสานงานเท่านั้น อย่าให้ระบบราชการเข้าไปมีบทบาทและครอบง้ามาก อันนี้คือข้อฝาก

ข้อถามสุดท้าย ผมถาม ๒ เรื่องนะครับ คือกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และกองทุนพัฒนาหมู่บ้านหรือเอสเอ็มแอล ที่เขียนไป ท้านองเดียวกันนี้ในเรื่องกองทุนได้มี การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในเรื่องกองทุนเอสเอ็มแอล จนขณะนี้การด้าเนินการ มีสภาพการณ์ที่สับสน เพราะว่าคนที่ท้าอยู่เดิมก็ท้าตามระเบียบเดิม ระเบียบใหม่ยังไม่มี การประชาคมหรือประชาคมไม่กว้างขวาง ก็กลายเป็นปัญหายังด้าเนินการไม่ได้ในขณะนี้ ค้าถามกองทุนเอสเอ็มแอลจะด้าเนินการตามหลักเกณฑ์ซึ่งออกไปใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ท่านมีวิธีการแก้ไขหรือด้าเนินการอย่างไร ในเรื่องกองทุนเอสเอ็มแอลที่จะให้ไป ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ผมหมายถึงมีการประชาคมหมู่บ้าน มีกรรมการระดับหมู่บ้าน มีการส่งข้อมูล ให้กรรมการระดับจังหวัด แล้วก็เรียนให้ท่านทราบว่าท่านให้ไปคีย์ (Key) ข้อมูลโดยอ้าเภอ การคีย์ข้อมูลก็กลายเป็นปัญหาในบางอ้าเภอซึ่งผู้รับผิดชอบไม่โปร่งใสก็จะมีการเจรจาก่อน ที่จะคีย์ข้อมูลซึ่งไม่เป็นประโยชน์ ผมเคยเสนอแล้วว่าให้ปรับปรุง ไหน ๆ จะท้าให้ประชาชน รับผิดชอบแล้ว ให้กองทุนระดับหมู่บ้านลงข้อมูล คีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ส่งกองทุน ระดับชาติ ส่วนราชการก็คอยประสานงานเท่านั้น การด้าเนินการนี้ตามหลักเกณฑ์ใหม่ และท่านก็เลื่อนมาแล้วนะครับ ถามว่าท่านจะด้าเนินการส่งเงินไปยังหมู่บ้านเมื่อใด และท่านได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรในกองทุนเอสเอ็มแอลนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีสันติครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ก่อนอื่นในเรื่องของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีก็คงต้องเรียนว่า การที่ให้คณะกรรมการสงวนสิทธิที่จะไม่เป็นผู้เสนอโครงการนั้น ก็ต้องการให้สมาชิกที่เป็นสตรี หรือเงินกองทุนนี้ไปแก้ไขปัญหาแล้วก็ไปส่งเสริมพัฒนาบทบาทสตรีในท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยไม่ให้มีการครอบง้าของกรรมการ ก็จึงให้ผู้ที่สมัครเข้าไปคัดเลือกเป็นกรรมการนั้น จะต้องเสียสละ เพราะว่าคณะกรรมการนั้นอยู่ใกล้กับโครงการ ก็จะได้เปิดโอกาสให้สตรี ในหมู่บ้าน ในชุมชน หรือในต้าบลนั้นได้มีโอกาสแสดงบทบาทในการพัฒนาตัวเขา พัฒนาท้องถิ่นของเขาได้อย่างเต็มที่นะครับ แล้วก็อ้านาจของการคิดโครงการต่าง ๆ ก็จะเป็นของสตรีส่งไปยังคณะกรรมการตามขั้นตอน แล้วเงินก็จะไปกองอยู่ที่จังหวัด จังหวัดก็ท้าหน้าที่แคชเชียร์ (Cashier) เท่านั้นเอง ก็คงต้องเรียนอย่างนั้น

ส่วนเรื่องของกองทุนเอสเอ็มแอลนั้น จริง ๆ แล้วในความคิดที่ได้ด้าเนินการ กองทุนเอสเอ็มแอลขึ้นหลักการต่าง ๆ จริง ๆ ก็ต้องเรียนว่าเป็นหลักการที่ได้เคย ประสบความส้าเร็จมาแล้วในอดีตสมัย ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ท้าโครงการนี้แล้วท้าให้พี่น้องประชาชนในชนบททุกหมู่บ้าน ได้แก้ปัญหาของตนเอง ได้คิดเอง แล้วก็ได้แก้ปัญหาของตนเอง โดยการประชาคมหมู่บ้านในชุมชน ในหมู่บ้าน แล้วสิ่งใดที่เป็นความจ้าเป็นเร่งด่วนที่เขาจะแก้ปัญหา เขาก็จะได้น้าเงินกองทุนเอสเอ็มแอลนี้ ไปแก้ปัญหาให้กับเขา ซึ่งประสบความส้าเร็จท้าให้พี่น้องประชาชนมีความชื่นชมในโครงการ ในวิธีคิด ในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นโครงการดี ๆ อย่างนี้ในครั้งนี้รัฐบาลก็ได้คิดแล้วก็ให้การส่งเสริม ส่วนวิธีการก็เป็นวิธีการอย่างที่ท่านขจิตรได้กล่าวไว้ว่าก็จะเป็นประชาคมในหมู่บ้าน ถึงความจ้าเป็นต่าง ๆ แล้ว เมื่อโครงการเหล่านี้ในประชาคมหมู่บ้านได้เห็นถึงความจ้าเป็น ก็จะท้าหน้าที่ในการท้าโครงการนี้ขึ้น แล้วก็ส่งไปที่คณะอนุกรรมการ เพื่อขับเคลื่อน ด้าเนินการ ก็จะมีคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่งส้าหรับดูแลเรื่องของโครงการอันนี้ ซึ่งทางราชการเองเป็นที่ปรึกษาแล้วก็เป็นผู้ดูแลในเรื่องของความถูกต้องเท่านั้นเอง ไม่ได้เข้ามามีบทบาทเหล่านี้ ส่วนที่ท่านถามว่าแล้วเงินจะได้เมื่อไร ก็คงต้องตอบเหมือนเรื่องของกองทุนพัฒนาบทบาท สตรีว่าขณะนี้งบประมาณก็เพิ่งผ่าน การด้าเนินการกระบวนการทางการเงินการคลังที่จะส่งเงิน ไปยังกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งกองทุนหมู่บ้านจะเป็นคนดูแลเรื่องกองทุนเอสเอ็มแอล อันนี้นะครับ ก็ก้าลังส่งเงินเข้าไป คิดว่าไม่ช้าครับ เร็ว ๆ นี้ถ้าหากว่ากระบวนการการเงินการคลังเสร็จ เรียบร้อยก็คงส่งไป เพราะขณะนี้งบประมาณก็ผ่านสภาแล้วก็สามารถที่จะน้าออกมาใช้ได้แล้ว รัฐบาลเห็นถึงความส้าคัญในการที่จะไปพัฒนาแก้ไขปัญหาหมู่บ้านในด้านต่าง ๆ ก็ก้าลังเร่งรัด เงินส่วนนี้อยู่ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดที่ ๑ นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๒

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๖๓ ส. เรื่อง ปัญหาราคาสับปะรดตกต่้า (นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ

เชิญท่าน ส.ส. บุญยิ่ง นิติกาญจนา

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย จากการที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายในเรื่องการสร้างรายได้และปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ ภาคการเกษตรเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกร แต่ในสถานการณ์ในปัจจุบันนี้พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดทั่วประเทศเพื่อที่จะส่งโรงงานแปรรูป แล้วก็ไว้เพื่อจ้าหน่ายเพื่อบริโภคส่วนหนึ่งนี้ ในพื้นที่ทั้งประเทศใช้พื้นที่ประมาณกว่า ๖๕๐,๐๐๐ ไร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีของดิฉันก็มีพื้นที่ ๔ อ้าเภอ ที่ปลูกสับปะรด มีที่อ้าเภอปากท่อ อ้าเภอสวนผึ้ง อ้าเภอบ้านคา แล้วก็อ้าเภอจอมบึง ซึ่งมีเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณกว่า ๓,๐๐๐ ราย แต่ในความเป็นจริงแล้วจะมีเกษตรกรอีกเป็นจ้านวนมากที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งพื้นที่การเพาะปลูกสับปะรดของจังหวัดราชบุรีของดิฉันใช้พื้นที่กว่าแสนไร่เศษ โดยมีก้าลังการผลิต ประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่นั้นสับปะรดของเรานี่เป็นสับปะรด เพื่อส่งโรงงานแปรรูป ซึ่งมีต้นทุนในการผลิตกว่า ๔ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัมในขณะนี้ แต่ว่าในปัจจุบันนี้ผลผลิตสับปะรดของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกสับปะรดนี้ล้นตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าโรงงานแปรรูปสับปะรดแจ้งว่ามีการชะลอตัวจากการสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศ เลยมีผลให้สับปะรดของพวกเราเกษตรกรเหลืออย่างมากมายในพื้นที่ท้าให้เกษตรกร ที่จังหวัดราชบุรีและอีก ๒๐ กว่าจังหวัดทั้งประเทศประสบปัญหาการขาดทุน ก่อให้เกิดหนี้สิน แล้วก็ไม่สามารถที่จะขายได้เลยนะคะ ในขณะนี้มีเหลือกองเป็นจ้านวนมาก แล้วก็สับปะรดนี่ เป็นสินค้าที่ถ้าเกษตรกรปลูกแล้วได้เวลาแล้วต้องตัดเพื่อจ้าหน่าย แต่ขณะนี้พ่อค้าไม่มีก้าลัง ที่จะมาซื้อเราเพื่อไปส่งออก ท้าให้พี่น้องเกษตรกรประสบปัญหาอย่างรุนแรง ในการที่สับปะรดเน่าเสียอยู่ในพื้นที่ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงรัฐบาล ให้เร่งแก้ปัญหาเรื่องสับปะรดนี้อย่างเร่งด่วนเลย เพราะว่าความเดือดร้อนนี้เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรเป็นจ้านวนมาก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะจังหวัดราชบุรี ยังมีจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจังหวัดระยองแล้วก็อีกหลาย ๆ จังหวัด จากการลงพื้นที่ของดิฉันในขณะนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกสับปะรด ประสบปัญหาแล้วก็มีการรวมตัวกัน แล้วก็แจ้งกับดิฉันว่าขณะนี้ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไข อย่างเร่งด่วน แต่ดิฉันเองได้ขออาสาจากพี่น้องเกษตรกรว่าดิฉันจะเป็นผู้น้าปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรปลูกสับปะรดมาแจ้งให้กับรัฐบาล ซึ่งการแก้ปัญหานี้ ถ้ารัฐบาลจะแก้ปัญหาลงไปต้องดูด้วยนะคะว่าเกษตรกรของเรามีทั้งที่ลงทะเบียน กับไม่ลงทะเบียนนะคะ อยากให้ท่านลงไปช่วยเหลืออย่างครอบคลุมทั้ง ๒ ส่วนเลยนะคะ แล้วก็ขณะนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่พี่น้องเกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก ก็ท้าให้เป็นการสูญเสียทรัพยากรและเศรษฐกิจเป็นอย่างมากในหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ จังหวัดนะคะ ดิฉันก็หวังว่ารัฐบาลจะต้องรีบแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน อันจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไปค่ะ ส่วนสิ่งที่ดิฉัน อยากจะฝากเรียนถามท่านประธานสภาไปถึงท่านรัฐมนตรี

ปัญหาข้อที่ ๑ คือสับปะรดนี้เป็นสินค้าเกษตรที่ปลูกแล้วไม่สามารถที่จะเก็บ เป็นสต็อก (Stock) ได้ อย่างเช่น ข้าว หรือข้าวโพด หรือมันส้าปะหลัง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ อาจจะเก็บได้สักระยะหนึ่งเพราะว่าไม่เน่าเสีย แต่ว่าสับปะรดของพวกเราชาวเกษตรกร ปลูกสับปะรดในขณะนี้ เราตัดแล้วเราจะต้องรีบขายและจ้าหน่ายเลย แต่ไม่มีพ่อค้ามาซื้อ จึงจ้าเป็นต้องให้รัฐบาลช่วยเร่งแก้ไขเป็นการด่วน อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานว่ามาตรการที่ท่านจะเร่งด่วนแก้ไขในปัจจุบันขณะนี้และเดี๋ยวนี้ในทันที ในวันนี้และพรุ่งนี้หรือใน ๒-๓ วันนี้ได้อย่างไรคะ ขอเรียนถามข้อที่ ๑ ก่อนค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามในส่วนที่ท่านสมาชิกนั้น มีความเป็นห่วงในเรื่องของสับปะรดที่ท่านสมาชิกนั้นได้เรียนไปแล้วนั้น เนื่องจากราคา สับปะรดนั้นได้มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมา ซึ่งสืบเนื่องมาจากในเรื่องผลผลิตของสับปะรดในปี ๒๕๕๔ นั้นได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๓๐ แล้วก็ยังมีแนวโน้มในปีนี้ก็จะทรงตัวในผลผลิตที่เท่าเดิมหรือพอ ๆ กับเดิม ในส่วนของตลาด ที่ท่านสมาชิกได้เรียนไปในเรื่องของตลาดส่งออกนั้น มีการชะลอตัวในเรื่องของค้าสั่งซื้อ เพราะว่าสืบเนื่องมาจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจของตลาดโลก ซึ่งตรงนี้ก็จะท้าให้ เกษตรกรที่ปลูกสับปะรดนั้นก็ได้รับความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ก็ได้มีมาตรการออกมาอยู่ในหลาย ๆ มาตรการที่จะมาดูแลพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ ซึ่งมีหลาย ๆ หน่วยงานที่ได้มีการร่วมกันในการที่จะด้าเนินการ ส้านักงานเศรษฐกิจการเกษตรนั้น ก็ได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนของสถานการณ์การผลิต แล้วก็ในส่วนของการตลาด ในช่วงที่ผลผลิตของสับปะรดนั้นออกมากที่สุด ก็คือในเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายน ในปีนี้คาดว่าผลผลิตนั้นก็จะมีอยู่ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งความต้องการของวัตถุดิบ ของโรงงานแปรรูปนั้นก็มีความต้องการอยู่ ๕๔๖,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นผลผลิตส่วนเกินนั้น ก็มีกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ทางคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดก็ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ นั้นก็เห็นชอบในเรื่องของการแก้ไขปัญหาสับปะรดส่วนเกินในช่วง ๓ เดือน ที่ผลผลิตจะมากที่สุดนั้นนะครับ ก็คือในเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนปี ๒๕๕๕ นี้นั้น ก็ได้มีการน้าสับปะรดส่วนเกินไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยนะครับ จ้านวน ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ขณะนี้นั้นก็อยู่ในขั้นตอนของการที่จะเสนอเข้า คชก. ต่อไปครับ ก็เรียนให้ท่านสมาชิก ท่านได้ทราบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านถามครับ

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ต้องกราบขอประทานโทษเมื่อสักครู่ดิฉันได้ยกมือ แต่ท่านประธานไม่เห็นนะคะ คือดิฉันถาม แล้วท่านรัฐมนตรีตอบดิฉันแต่ดิฉันฟังไม่ได้ยิน ฟังจับใจความไม่ได้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ก็เลยกลัวว่าเดี๋ยวจะถามซ้าซ้อน คือท่านทราบว่าขณะนี้ตลาดต่างประเทศชะลอตัว ตลาดผันผวน แต่ว่าดิฉันอยากจะฝากว่าพี่น้องเกษตรกรของประเทศไทยเป็นพี่น้องเกษตรกรที่มีอาชีพเฉพาะ แล้วก็เป็นพี่น้องเกษตรกรที่เราจะต้องเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างมาก เป็นอาชีพที่อยู่คู่กับ สังคมไทยและประเทศไทย ดิฉันอยากให้รัฐบาลเร่งด่วนนะคะ ดิฉันฟังแล้วยังไม่เข้าใจว่า ดิฉันขอให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน ท่านได้พูดหรือยังคะว่าเร่งด่วนของดิฉันที่ถามไปนี่ ท่านจะเร่งด่วนภายในอาทิตย์นี้ได้หรือไม่นะคะ เพราะว่าอย่างกรณีที่ว่าจะมีเงินชดเชย หรืออะไรในเดือนเมษายนทราบว่าในจังหวัดมีพูดคุยให้ดิฉันฟังนะคะ ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด บอกว่าเดือนเมษายนจะมีงบประมาณลงมา ดิฉันรอไม่ไหวค่ะ เพราะขณะนี้พี่น้องเกษตรกร ของดิฉันนี่สิ้นเนื้อประดาตัวนะคะ แล้วสินค้าเกษตร เช่น สับปะรดจากที่ผ่านมาเมื่อรัฐบาลที่แล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาอย่างนี้เลยค่ะ แต่วันนี้เป็นแล้วดิฉันมาร้องขอว่าท่านช่วยตอบค้าว่า เร่งด่วน ของดิฉันภายใน ๑ อาทิตย์นี้มีค้าตอบไหมคะ ยังเป็นค้าถามเดิมอยู่นะคะ เพราะเมื่อสักครู่นี้ ดิฉันเป็นคนชนบทนะคะ หูไม่ค่อยดี ฟังแล้วไม่ชัด อยากให้ท่านตอบชัด ๆ เลยค่ะท่าน ยังเป็นค้าถามที่ ๑ นะคะ เพราะเมื่อสักครู่ดิฉันยกมือนะคะ ท่านประธานไม่เห็นค่ะ ดิฉันอยากได้ค้าตอบเร่งด่วนของค้าถามที่ ๑ ค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วที่ข้าง ๆ ท่านเมื่อไรจะประกอบค้าถามละครับ เอาให้ทีเดียวเลยได้ไหมครับ เพราะเหลืออยู่ประมาณ ๓ นาที

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

ได้ค่ะ อยากจะบอกเรียนท่านประธานสักนิด ดิฉันเป็นผู้หญิงที่มีสับปะรด แล้วเป็นผู้หญิงที่เป็นสับปะรด ก็อยากจะน้าสับปะรดมาให้พี่น้องดู แล้วก็ขณะนี้เห็นพี่น้องเกษตรกรจ้านวนหนึ่งขณะนี้มาที่หน้าสภา น้าสับปะรดมาให้ท่านประธาน แล้วก็ให้พี่น้อง เพื่อน ๆ สมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้เห็นถึงความเดือดร้อนของเรา แล้วก็สินค้า ราคาตกต่้า เราเอาสับปะรดที่เราลงทุนมหาศาลแต่ว่าเราจะต้องเอามาให้ท่านบริโภคฟรีกันค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ นี่ค่ะประกอบแล้วค่ะว่ามาบอกว่าดิฉันเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่มีสับปะรด แล้วก็อยากให้ราคาสับปะรดมีก้าไรค่ะ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีคะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานี่ สับปะรดที่เราจ้าหน่ายกันอยู่นี้ประมาณ ๔.๕๐ บาท แล้วก็ในพื้นที่เรามีความสุขมาก แต่ขณะนี้ ๑ บาทเศษยังไม่มีพ่อค้ามาซื้อค่ะ อยากให้ท่านเร่งด่วนตอบค้าถามดิฉันว่าเร่งด่วน จะช่วยได้อย่างไรบ้าง ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ขอสับปะรดมาที่นี่ด้วยนะครับ คือประเด็นเฉพาะปัญหาว่าที่ท่านถาม คือราคาตกต่้านะครับ จะมีมาตรการเฉพาะหน้าอย่างไร เชิญนั่งครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีตอบ ขณะนี้มีการถ่ายทอดสดอยู่ เชิญครับท่านครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องขออภัยท่านสมาชิก ที่เป็นผู้ถามกระทู้ถามด้วยนะครับ เพราะว่าผมนั้นก็เสียงไม่ค่อยมีในช่วงนี้อาจจะตอบกระทู้ถาม ตอบค้าถามของท่านได้ด้วยน้าเสียงที่อาจจะเบาไปสักเล็กน้อยนะครับ ก็เรียนให้ท่านสบายใจ เพื่อความมั่นใจที่ท่านได้สอบถามมาว่ารัฐบาลนั้นได้มีมาตรการอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนไปแล้วว่าทางคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรด ก็จะมีมติในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ได้มีการประชุมกันเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานั้นก็ได้เห็นชอบในเรื่องของการแก้ปัญหาสับปะรดส่วนเกิน ในช่วง ๓ เดือนที่จะมีผลผลิตออกมามากก็คือในเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายน โดยที่จะน้าเอาสับปะรดส่วนเกินที่คาดว่าจะมีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตันนั้นไปแปรรูป เป็นอาหารสัตว์และปุ๋ย ซึ่งตรงนี้นั้นก็จะได้มีการเร่งด้าเนินการให้ทางรัฐบาลอนุมัติเงินที่จะ เอามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตรงนี้ให้เร็วที่สุด เพราะว่าทางรัฐบาลนั้นก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ในเรื่องนี้นะครับ ก็เรียนให้ท่านสมาชิกทราบแล้วก็จะได้สบายใจ ในส่วนของราคานั้น ที่ท่านได้เรียนไปว่าเดิมนี่ราคาอยู่ที่ประมาณ ๔.๕๐ บาท เป็นราคาที่เกษตรกรนั้นท้าสัญญา กับทางโรงงานที่ได้ แต่ว่าในขณะนี้ราคานั้นอาจจะปรับตัวลดลงไปในปีนี้เหลืออยู่ประมาณ ๓.๘๐ บาท รัฐบาลนั้นก็จะด้าเนินมาตรการในการช่วยเหลืออีกหลาย ๆ มาตรการที่จะได้ มีการดูแลพี่น้องเกษตรกรที่เป็นผู้ปลูกสับปะรดต่อไปนะครับ ก็คงจะเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ทางคณะกรรมการในส่วนของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดนั้น ก็คงจะได้เร่งแล้วก็ด้าเนินการต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยิ่งจะถามค้าถามที่ ๓ นะครับ ท่านเหลือเวลาอยู่ประมาณ ๑.๔๕ เชิญครับ

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา พรรคภูมิใจไทย จากค้าตอบที่ท่านรัฐมนตรีให้นี้ดิฉันยังไม่ชัดเจน ก็อยากจะเรียนถามว่าอยากให้ท่านรัฐมนตรี ตั้งงบประมาณลงไปพื้นที่ที่ปลูกสับปะรด แล้วก็ช่วยซื้อสับปะรดในราคาที่ต้นทุนก็ได้นะคะ แล้วก็น้าไปให้กับกรมราชทัณฑ์ แล้วก็ไปให้กับในค่ายทหารหรือกองพลต่าง ๆ ในขณะนี้ เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะเป็นขยะอยู่ในพื้นที่ของเราค่ะ

แล้วก็ค้าถามสุดท้าย อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยท้าโครงการประกันรายได้ กับเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดทั้งประเทศ ซึ่งตรงนี้ดิฉันฝากไว้นะคะว่าอยากให้พี่น้องเกษตรกร ที่มีอาชีพเฉพาะอย่างนี้ให้เขาได้มีความมั่นคงกับอาชีพค่ะ จะได้ไม่ต้องไปดิ้นรนท้าอาชีพอื่น ไปแย่งอาชีพอื่น อีกอย่างนะคะ ถ้าวันนี้ท่านไม่รับปากดิฉันกลับไปดิฉันจะเข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะว่าสับปะรดเต็มเมืองเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่ทรงเกียรตินะครับ เรียนท่านสมาชิกผู้ถามกระทู้ว่า ทางรัฐบาลนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่ได้เรียนไปแล้วนะครับ ในเรื่องของสับปะรดนั้น มีคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติดูแลในส่วนนี้ตรงนี้นะครับ ก็จะมีทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งจะเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการที่จะพิจารณา ในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ร่วมกับทางกระทรวงพาณิชย์ที่ร่วมเป็นกรรมการด้วยนะครับ ก็จะได้มีการหารือในเรื่องของแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนให้กับพี่น้องเกษตรกร ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามที่ ๒ ท่านมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

ดิฉันอยากทราบว่าท่านจะด้าเนินการ เข้าไปแก้ไขในเรื่องเร่งด่วนนี้ได้เมื่อไรคะ ดิฉันอยากมีค้าตอบให้กับเกษตรกรค่ะ เพราะว่า ขณะนี้สับปะรดล้นเมืองจังหวัดราชบุรีของดิฉันมากค่ะ อยากได้ค้าตอบนี้ด้วยค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านตอบแล้วเมื่อกี้ ท่านบอกว่าจะมีคณะกรรมการ ท่านจะตอบอีกไหมครับ ท่านตอบไปแล้ว มีคณะกรรมการครับ

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

คณะกรรมการประชุมกว่าจะเสร็จ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช่ เห็นใจท่าน เพราะท่านอยากจะให้ค้าตอบแบบฟันธงเลย ท่านก็ไม่ฟันธงอย่างท่านว่านี่

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

ของบประมาณนะคะ อยากให้ท่านรับปากว่า จะมีงบประมาณสักเท่าไรก็ได้ลงไปช่วยซื้อเพื่อระบายของที่อยู่ในพื้นที่ ในไร่ของเราค่ะ รัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยนะคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรียืนยันอีกสักหน่อยได้ไหมครับ เชิญครับท่าน ให้ท่านสมาชิกได้สบายใจ เชิญท่านนั่งครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีตอบ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก จริง ๆ ที่ได้เรียนกับท่านไปนะครับ ผมก็เชื่อว่า ทางคณะกรรมการหลาย ๆ คณะกรรมการนั้นก็คงจะได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้นะครับ แต่ว่ามาตรการที่ด้าเนินการไปในหลาย ๆ ส่วน ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ อย่างเช่น โครงการเสริมสภาพคล่องให้โรงงานที่ทาง ธ.ก.ส. นั้นก็ได้มีการเปิดสินเชื่อให้กับโรงงาน ในวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็อยู่ในระหว่างที่ ธ.ก.ส. นั้นพิจารณาปล่อยสินเชื่อด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นมาตรการอีกหลาย ๆ ภาคส่วนที่จะมาร่วมกันในการที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ว่าหลัก ๆ เลยทางท้องถิ่นโดยที่ทางจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้น ก็จะได้ช่วยในการที่จะรับซื้อในช่วงของเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ นี้ ซึ่งท่านสมาชิกก็น่าจะได้มี การประสานงานในส่วนตรงนี้กับทางจังหวัด แล้วก็ในส่วนของท้องถิ่นที่เชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเกิดว่าได้มีการด้าเนินการไปแล้วก็คงจะท้าให้ปัญหานั้นถูกคลี่คลายลงไปได้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามสดที่ ๒ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓ เดี๋ยวก่อนถึงกระทู้ถามสดที่ ๓ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับกลุ่มสตรีและผู้น้าชุมชน องค์การบริหารส่วนต้าบลหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จ้านวน ๑๐๐ ท่าน ขณะนี้สภาอยู่ระหว่างการประชุม ถาม กระทู้ถามสดอยู่ มีการถ่ายทอดสดอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนได้ชมทั้งประเทศนะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถามสด ที่ ๐๖๔ ส. เรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนจากสินค้า กลุ่มพลังงานราคาแพง (นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ

เชิญคุณหมอครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้งกระทู้ถาม นายกรัฐมนตรี เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจากสินค้ากลุ่มพลังงานมีราคาแพง เนื่องจากว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กพช. หรือว่าคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ก็นึกไว้แต่แรกแล้วครับว่าท่านต้องไม่มาตอบเอง แล้วก็ชอบอ้างว่าไม่ถนัดเกม (Game) การเมือง แล้วอย่างนี้มันเป็นเกมการเมืองหรือครับ นี่คือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ต้องยอมรับครับว่าตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศพี่น้องประชาชนมี แต่ความเดือดร้อน กรณีน้าท่วมอย่างรุนแรงในประวัติศาสตร์ความรู้สึกเพิ่งจะเริ่มจางหายไปครับ ตอนนี้พี่น้องประชาชนต้องมาเดือดร้อนอย่างหนักเพราะว่าค่าครองชีพ ซึ่งเรื่องนี้ท่านได้เคยหาเสียง ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวเลยครับว่าจะกระชากค่าครองชีพ วันนี้ท่านท้าส้าเร็จแล้วครับ ท่านกระชากขึ้นได้ทุกตัวจนตอนนี้เขาพูดกันว่าแพงทั้งแผ่นดินแล้วต่อไปก็จะตามด้วยจนทั้งแผ่นดิน แล้วก็เจ๊งทั้งแผ่นดินครับ ท่านประธานครับ ที่ผมมาถามกระทู้ถามวันนี้เป็นเพราะว่าท่านได้ซ้าเติม พี่น้องประชาชนโดยเรื่องของราคาน้ามันแพง ซึ่งเป็นผลจากการด้าเนินนโยบายที่ผิดพลาด ของท่าน ไม่ใช่จู่ ๆ ผมมาพูด พี่น้องประชาชนสะท้อนเรื่องนี้มาทั้งหมด ดูพาดหัวข่าว หนังสือพิมพ์ครับ ผวาของขึ้นสิบล้อได้ที โขก แกนน้าแท็กซี่ ย้าต้องขึ้นค่าแท็กซี่ แล้วเขาก็จะท้าจริง ๆ ครับ เรือด่วนขอเพิ่มอีก ๒ บาท ได้ข่าวว่าวันที่ ๑๗ นี้เขาจะหยุด ให้บริการครับ เจ๊เกียว ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ขอขึ้นบ้าง ๖ สตางค์ต่อกิโลเมตรครับ นี่ไม่ใช่เกมการเมืองครับ ทุกคนออกมาร้อง แต่ท่านประธานดูสิครับว่าท้ายสุดแล้ว คนที่รับเคราะห์คือใครครับ คือพี่น้องประชาชนครับ แล้วนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไรครับ ปูชี้ห่วงปัญหาราคาน้ามัน ค่าครองชีพพุ่ง ยอมรับแล้วใช่ไหมครับว่าค่าครองชีพสูง ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามจะดูรายละเอียดอยู่ ท่านประธานฟังช่วงนี้ แต่บางครั้งจะต้องมีการลงไปท้างาน ในขั้นตอนปฏิบัติก่อน แปลว่าอะไรครับผมไม่เข้าใจ แต่จะบอกท่านนายกรัฐมนตรีว่าอันนี้ละครับแถวบ้านผมเขาเรียกว่า นิ่งนอนใจ คือไม่ท้าอะไรเลย ดูน้ามัน วันที่ ๑๓ มีนาคม ผมเอาที่จังหวัดผมจะได้แฟร์ (Fair) กับพี่น้องต่างจังหวัดครับ ดีเซล ๓๒.๗๖ บาท ๓๒.๗๖ บาท ขอย้านะครับ เบนซิน ๙๑ ๔๑.๙๔ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๑ ๓๘.๙๑ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๕ ๔๐.๙๔ บาท ถ้าถามท่าน ท่านบอกว่าอาจจะไม่แพงครับ แต่ว่าท่านดูข่าวสิครับ วันนี้มันเดือดทั้งแผ่นดินแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมถามค้าถามแรกเลย ง่าย ๆ ครับ ท้าไมท่านถึงยังไม่คิดจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือท่านคิดว่าแค่นี้เขายังไม่ล้าบาก แล้วท่านจะรอไปถึงตอนไหนครับ จะรอให้ราคาน้ามันถึงเท่าไร ท่านถึงจะช่วยประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เชิญครับ

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ ผม อารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ต้องขอขอบพระคุณส้าหรับค้าถาม ผมขออนุญาตเรียนตอบค้าถามดังนี้ คือจริง ๆ แล้ว ทางภาครัฐ ทางรัฐบาลไม่ได้คิดว่าไม่ช่วยเหลือประชาชน แล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการท้าอะไร คราวนี้อยากเรียนให้ทราบก็คือสถานการณ์เรื่องราคาพลังงาน โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องน้ามัน แล้วก็เรื่องแก๊สที่เราใช้อยู่ในประเทศนี่ มันอ้างอิงโดยตรงกับราคาของตลาดโลก ซึ่งอย่างที่เราทราบอยู่ว่าด้วยสถานการณ์ของตลาดโลก ณ วันนี้ไม่ว่าจะเหตุการณ์ ที่ต่างประเทศ ทางยุโรป ทางภาคตะวันตก ในส่วนนั้นมีอากาศที่หนาวก็ต้องใช้พลังงานที่เยอะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือสถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อน หรือว่าสถานการณ์ตึงเครียด ในภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเกี่ยวกับสินค้าเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะเกี่ยวกับ เรื่องน้ามันอะไรพวกนี้เยอะมาก ซึ่งราคา ณ วันนี้ก็ยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปทุกวัน ในส่วนนี้ ทางภาครัฐเอง กระทรวงพลังงานได้เข้าไปดูแลอย่างต่อเนื่องและทุกวันเลยนะครับ ต้องดูสถานการณ์นี้ตลอดทุกวัน ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าเราอาจจะเห็นว่าเมื่อคราวที่แล้ว ประมาณสักเมื่อกลาง ๆ ปีที่แล้ว ราคาน้ามันดีเซลซึ่งเป็นตัวส้าคัญเลยในการที่จะชี้น้าไปถึง การที่เงินเฟ้อของในประเทศหรืออินเฟลชัน (Inflation) ซึ่ง ณ วันนั้นอาจจะเห็นว่าราคา ดีเซลราคาไม่ถึง ๓๐ บาท ๒๙ บาทกว่า ๆ ณ วันนี้ราคาไปที่เมื่อสักครู่นี้ท่านได้ชี้แจงให้ทราบ ซึ่งเราก็ได้ตามเรื่องนี้อยู่ตลอด ราคา ๓๒ บาท คือ ณ วันนั้นราคาน้ามันตลาดโลกครูดออยล์ (Crude oil) อยู่ประมาณสักไม่ถึง ๑๐๐ เหรียญต่อบาร์เรล (Barrel) ซึ่งวันนี้ราคาขึ้นไป ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ซึ่งตรงนี้ถ้ารัฐบาลไม่ได้ดูแล วันนี้ราคาน้ามันดีเซล ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงกับเรื่องค่าครองชีพของประชาชน ตัวนี้ราคาถ้าเทียบกันโดยตรงแล้ว วันนี้ราคาน้ามันดีเซลจะขึ้นไปที่ ๓๖ บาท ๓๗ บาทแล้วตรงนี้ ซึ่งทางกระทรวงพลังงานก็ได้ ด้าเนินการในการเข้าไปช่วยเหลือดูแลโดยตลอดมา ไม่ได้นิ่งนอนใจเลย ผมขอเรียน แล้วก็นโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ ก็คือว่าต้องเข้าไปช่วยดูแลโดยเฉพาะบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องแก๊สในประเทศไทยที่เราใช้งานไม่ว่าจะเป็นแอลพีจี (LPG) ก็ตาม ไม่ว่าเอ็นจีวี (NGV) ก็ตาม ในส่วนเฉพาะแอลพีจี ราคาเราไม่ได้เปลี่ยนมานานมากนะครับ ซึ่งไม่ได้สะท้อนราคาต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งเราก็กังวลโดยเฉพาะรัฐบาลก็กังวลว่าถ้าเรายังท้าอย่างนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ทางประชาชนเองเราจะเข้าใจผิดว่าในการที่เรามีพลังงานราคาถูก แล้วก็จะใช้ พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย คนทั้งประเทศผมคิดว่าตรงนี้เราต้องช่วยกันร่วมมือในการท้า ราคาผมอยากเรียนในที่ประชุมตรงนี้ก็คือว่า ราคาแก๊สตัวนี้ เมื่อก่อนนี้ต้นทุนเราเริ่มต้นตั้งแต่ ราคาประมาณ ๓๐๐ กว่าเหรียญต่อตัน ซึ่งวันนั้นราคาเรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงมามากเท่าไรเลย ณ วันนี้ราคาขึ้นไปประมาณ ๓ เท่า ๔ เท่า ราคาวันนี้ราคาตลาดโลกอยู่ประมาณ ๑,๒๐๐ เหรียญแล้ว ตรงนี้เราก็เข้าไปดูแล ก็จะมีโครงการในการที่จะท้าซึ่งจะออกมาโดยเร็ววัน โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องแก๊สเอ็นจีวีก็มีการประชุมกันนะครับ โดยเฉพาะไม่ใช่ภาครัฐอย่างเดียว เราก็เอาคนที่ส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ผู้ประกอบการซึ่งได้ด้าเนินการไปแล้ว ซึ่งใช้เวลานิดหน่อย ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนเมษายนเราน่าจะได้ค้าตอบที่ชัดเจนแล้วราคาก็ต้องเป็นที่ยอมรับ ของทุกภาคส่วน อันนี้ผมขอเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็มี การปฏิบัติงานเรื่องนี้มาตลอดครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอเชิญค้าถามที่ ๒ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ฟังค้าตอบของท่านรัฐมนตรีแล้ว เรื่องน้ามันแพงเขารู้กันแล้วครับว่าสาเหตุมันเป็นเพราะอะไร แต่ว่าท่านไม่ได้ตอบค้าถามให้ชัดเจน ฟังก็ดูออกเลยครับว่าท่านไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามนี้เลยครับ ต่าง ๆ ที่ท่านพูดถึง เขาก็ท้ากันมาแล้วในอดีตทั้งนั้น แล้วผมกล่าวหาท่านเลยตอนนี้ครับว่าท่านยังซ้าเติม พี่น้องประชาชนอีก เพราะการด้าเนินนโยบายที่ผิดพลาดของท่าน อย่างไรหรือครับ ตอนนี้ท่านเก็บเงินเข้ากองทุนน้ามันเพิ่มขึ้นทุกเดือนในกรณีของเบนซิน ๙๑ และเบนซิน ๙๕ เดือนละ ๑ บาท พี่น้องประชาชนตอนนี้เขาก็รับไม่ไหวแล้วละครับน้ามันมันแพงเหลือเกินแล้ว ท่านก็ยังท้าอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะว่านโยบายของท่านผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่รัฐมนตรี ท่านที่แล้ว รัฐบาลนี้เข้ามาในยามที่สบายมากความจริงแล้ว น้ามันราคาถูกครับ แต่แทนที่ท่าน จะท้าอะไรให้มันถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องกองทุนน้ามัน ท่านท้าพิลึกครับ อยากเป็นฮีโร่ (Hero) อยากโชว์ว่าท้าให้น้ามันลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว ลดไป ๗-๘ บาท งดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ามัน แล้วเป็นอย่างไรครับ กองทุนน้ามันที่เป็นบวกอยู่สมัยพรรคประชาธิปัตย์ท้าจนขึ้นมาเป็นบวก ปรากฏว่าตอนนี้ติดลบ เป็นหนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีมาผมก็เห็นใจท่าน เขากลัดกระดุมเม็ดแรก ผิดไว้แล้วเม็ดหลังมันก็ผิดตามครับ ตอนนี้ท่านก็ท้าพิลึกเหมือนกัน คือเวลาที่น้ามันราคาแพง แทนที่จะช่วยเหลือประชาชน ท่านซ้าเติมประชาชนอีกครับ โดยการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ามัน เดือนละ ๑ บาท เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเดือนหน้าพี่น้องประชาชนเตรียมตัวไว้เลย แก๊สโซฮอล์ เบนซินจะขึ้นอีก ๑ บาท นี่เป็นผลจากการกระท้าของท่านที่ผมกล่าวหาว่าท่านด้าเนิน นโยบายผิด อันนี้ไม่รวมกับที่เขาคาดการณ์ว่าในอนาคตมีคนคาดการณ์ว่าน้ามันจะถึง ๑๕๐ เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งวันนั้นโดยธรรมชาติแล้วน้ามันเบนซินก็อาจจะแตะ ๕๐ บาท แล้วก็กลุ่มแก๊สโซฮอล์ ๔๐ กว่าบาท ถ้าซ้าเติมด้วยการทยอยเก็บเงินเข้ากองทุนน้ามันของท่าน แบบนี้อีก พี่น้องประชาชนก็จะต้องล้าบากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมขอถามในช่วงที่ ๒ ท่านยังยืนยันที่จะซ้าเติมพี่น้องประชาชนด้วยการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ามันในส่วนของเบนซิน และแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นอีกเดือนละ ๑ บาท อีกหรือไม่ ท่านฟังดี ๆ นะครับ

ข้อที่ ๒ ตอนนี้กองทุนน้ามันที่เคยเป็นบวกในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ เป็นหนี้เท่าไรแล้ว ในฐานะที่พวกท่านเคยกล่าวหาว่าพวกผมดีแต่พูด เพื่อพิสูจน์ว่าใครกู้มากกว่า วันนี้ขอถามท่านครับว่ากู้เงินมาใช้ในการนี้เท่าไรแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขอตอบค้าถามที่ ๒ ก่อนแล้วกันนะครับ แล้วก็จะย้อนไปตอบอีกอันหนึ่ง ณ วันนี้กองทุนพลังงานเชื้อเพลิงมีหนี้อยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผลที่เกิดหนี้ตัวนี้ ก็คือที่เราบอกกองทุนน้ามันเชื้อเพลิงแล้ว จริง ๆ แล้วเวลาดูเราคงต้องดูภาพรวมนะครับ เราคงไม่สามารถที่จะดูภาพในส่วนของน้ามันอย่างเดียวได้ คงต้องดูของเรื่องแก๊สด้วย เงินที่ใช้ไป ในกองทุนที่ท้าให้ติดลบมากขึ้นไม่ได้เอาไปใช้ส่วนอื่นเลย ซึ่งวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ชัดเจน และเราเข้าไปดูในส่วนนี้ไม่ได้มีการใช้เงินผิดประเภทเลยนะครับ เงินทั้งหมดเลยในการที่ไป ท้าให้กองทุนอันนี้ติดลบมากขึ้นจากเดิมก็คือในส่วนของการที่เข้าไปช่วยสนับสนุนเรื่องก๊าซ ทั้งแอลพีจีและเอ็นจีวี ซึ่งตรงนี้จะมีผลกระทบรุนแรงมากเลยกับประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องก๊าซหุงต้ม คราวนี้เขาบอกว่าน้ามันในการที่เราขึ้นราคาตรงนั้นก็ไม่ได้ เอาไปใช้ที่ไหนหรอกครับ เอามาใช้เรื่องเดียวเลยในการสนับสนุนเรื่องก๊าซ ทีนี้ที่บอกว่าจะมีการขึ้นราคาต่อไปหรือไม่ เรื่องราคาน้ามันก็มีการพิจารณากันอยู่แล้ว ก็วันนี้เองอยากเรียนในสภานี้ ก็คือวันนี้จะมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องราคาน้ามันวันนี้ด้วยนะครับ ซึ่งแนวโน้มก็อาจจะมีโอกาสเป็นไปได้ในการที่จะขึ้นราคาของในส่วนราคาน้ามันอีก ๑ บาท เพื่อจะไปช่วยสนับสนุนในส่วนของก๊าซโดยเฉพาะแอลพีจีและเอ็นจีวีตรงนี้เพิ่มขึ้น เงินส่วนนี้ไม่ได้เอาไปใช้ที่ไหน ซึ่งผลกระทบโดยตรงเลยนะครับ อันนี้ก็เพราะสาเหตุว่าราคาที่เรา เข้าไปช่วยต้องบอกว่าความจริงแล้วความหมายนี้ก็คือว่าที่ผ่านมาเงินกองทุนที่ติดลบมากขึ้น เพราะเราเข้าไปช่วยประชาชนรุนแรงจนกระทั่งมีการใช้เงินมากในส่วนนี้ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ แล้ว เงินหายไปไหนเลยนะครับ ในส่วนนี้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอเชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านยอมรับแล้ว ใช่ไหมครับว่าจะซ้าเติมพี่น้องประชาชนต่อไป เพราะฟังจากที่ท่านตอบ ท่านด้าเนินนโยบาย ผิดพลาดอย่างที่ผมบอก เพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านไม่มีเงินที่มาช่วยพี่น้องประชาชน เพราะท่านท้าวิปริตตั้งแต่ต้นอย่างไรครับ เรื่องแก๊สครับ ท่านพูดถึงหลายครั้งแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผม ยังไม่ได้ถาม ทั้งแอลพีจี ทั้งเอ็นจีวี ตอนนี้ท่านก็ซ้าเติมพี่น้องประชาชน เอ็นจีวีท่านขึ้นเดือนละ ๕๐ สตางค์ในภาคขนส่ง แล้วก็แอลพีจี ท่านขึ้นเดือนละ ๗๕ สตางค์ แอลพีจี เอ็นจีวีท่าน บอกว่ามันบิดเบือน ก็มันบิดเบือนสิครับ เพราะว่าเขาตั้งใจจะช่วยพี่น้องประชาชน แล้วใครละครับ ในอดีตที่เคยไปบอกเขาว่าให้มาใช้พวกนี้ เพราะว่ามันเป็นพลังงานที่ราคาถูกแล้วก็สะอาดด้วย ปตท. ครับ แล้ววันนี้มาบอกว่าบิดเบือนขอให้ลอยตัวก็คือขอขึ้นราคาครับ ถ้าขึ้นราคาแล้ว ใครล่ะครับที่จะได้ประโยชน์ก็ ปตท. อีกนั่นละครับ ท่านบอกว่าราคามันบิดเบือนต้องแก้ แล้วเรื่องของค่าแรง ๓๐๐ บาทบิดเบือนหรือเปล่าครับ ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท บิดเบือนหรือเปล่าครับ เป็นธรรมกับคนอื่นหรือเปล่าอันนี้ท้าไมท่านไม่พูดบ้างครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของเอ็นจีวี แอลพีจีท่านท้าอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ท่านซ้าเติมพี่น้องประชาชน ท่านบอกจะท้าไป ๑๒ เดือน แค่ ๒ เดือนครับ แท็กซี่ขอขึ้นราคาแล้ว ถ้าถึง ๑๒ เดือน อะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านซ้าเติมประชาชน พี่น้องประชาชนจะต้องเดือดร้อนถึงที่สุดแล้วปีหน้า สิ้นปีนี้ท่านลอยตัวแก๊สหุงต้มในภาคครัวเรือน พี่น้องประชาชนที่ใช้แก๊สทุกคนล่ะครับ ผมด้วย สมาชิกทุกคนจะต้องแบกรับภาระอาจจะถึงกิโลกรัมละ ๓๐ บาทในอนาคตครับ พูดเรื่องนี้แล้วขอต่ออีกนิดเดียวครับท่านประธาน คือเรื่องของดีเซล ท่านไม่มีรีไวซ (Revise) ที่จะช่วยดีเซล เพราะอะไรครับ เพราะตอนนี้ท่านยังมีแก่ใจที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนน้ามัน จากดีเซลอีก ๖๐ สตางค์ ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เราใช้มาตรการทางภาษีสรรพสามิต ไม่ให้ราคาดีเซลเกิน ๓๐ บาท รัฐมนตรีท่านที่แล้วเยาะเย้ยถากถาง ผมยังจ้าได้ติดหูครับ ผมเป็นคนถามกระทู้ ท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ท้าอย่างนั้นท้าให้ประเทศชาติเสียหายไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะไม่มีวันท้าอย่างนั้นเด็ดขาด ขอประทานโทษครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้รัฐบาลนี้เข้ามาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถ้านับถึงตอนนี้แล้วก็ประมาณ ๘ เดือนแล้วครับ เสียหายอย่างนี้ถ้าท่านเรียกว่าเป็นความเสียหายเดือนละ ๙,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๘ คูณ ๙ เท่ากับ ๗๒ ๗๒,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ที่ท่านใช้ไปในเรื่องของมาตรการภาษีสรรพสามิต เพราะฉะนั้นอย่าว่าคนอื่นเขาครับ ในขณะที่ตัวเองก็ต้องมาท้าตาม ถามครั้งสุดท้ายครับ ท่านจะขึ้นราคาเอ็นจีวีและแอลพีจีเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ โดยให้ประชาชนแบกรับใช่ไหม แค่นี้ล่ะครับ แล้วข้อที่ ๒ ท่านจะยกเลิกมาตรการภาษีสรรพสามิตน้ามันดีเซลเมื่อไร ขอเรียนท่านประธานว่า ถ้าขึ้นวันไหนดีเซลพรวดเลยครับ ๕ บาทกว่า เช่นวันนี้ถ้าดีเซลราคา ๓๓ บาท ท่านเลิกมาตรการนี้ วันไหนขึ้นไปเลยครับ ๓๘ บาทกว่า เพราะฉะนั้นเรียนถามท่านรัฐมนตรีครับ พรรคของท่านแน่มาก ที่บอกว่าพวกเราท้าผิดพลาดมา ตอบสิครับว่าจะยกเลิกมาตรการภาษีสรรพสามิตกับ น้ามันดีเซลเมื่อไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ผม นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขออนุญาตตอบค้าถามอย่างนี้ครับ เอาเรื่องแรกก่อน ที่ราคาแอลพีจีกับเอ็นจีวีแนวโน้ม ผมขอเรียนว่ามันต้องกระทบกับโครงสร้างของราคาต้นทุนที่แท้จริง อาจจะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่อง โดยเฉพาะแท็กซี่ บอกว่ามีผลกระทบ ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าในส่วนนี้ทางกระทรวงได้เข้าไปดูแล โดยท้างานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือทาง ปตท. ในส่วนนั้น ซึ่งที่ผ่านมา ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท้าไมแท็กซี่บอกว่ามีส่วนผลกระทบแล้ว เพราะอะไรครับ ราคาขึ้นไป ณ วันนี้แท็กซี่ได้รับการชดเชยทั้งหมดเลยนะครับ เงินราคาค่าแก๊สที่แท็กซี่จ่ายทุกบาท ทุกสตางค์ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย เพราะฉะนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าแท็กซี่ท้าอะไรอยู่เหมือนกัน ก็มีการคุยโดยเฉพาะพวกแท็กซี่หลาย ๆ รายมา แล้วเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้มีผลกระทบตรงนี้ เพราะราคาที่ขึ้นทุกเดือนในเวลาที่ผ่านมา ๓ เดือน เดือนละ ๕๐ สตางค์นี้ ตรงนี้ทางแท็กซี่ ไม่ได้จ่ายเงินเพิ่มยังจ่ายเหมือนเดิม ราคา ๘.๕๐ บาทเท่าเดิม ก็อาจจะเป็นการเรียกร้อง ในการที่จะขอขึ้นราคาในส่วนนี้ก็ต้องไปแก้ไขในรายละเอียดกันนะครับ

ส่วนเรื่องของน้ามันดีเซลนะครับ น้ามันดีเซลในส่วนของภาษีสรรพสามิต ก็มีแนวโน้มว่าที่จะยังไม่มีการปรับปรุง เพราะตรงนี้จะเป็นผลโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องค่าครองชีพ เงินเฟ้อซึ่งตรงนี้รัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็มีส่วนผลกระทบโดยตรง ตรงนี้ก็ต้องเรียนให้สภาที่นี่ ทราบด้วยว่าทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็เข้าไปช่วยบรรเทาในความทุกข์ตรงนี้ ซึ่งผมฟัง ๆ แล้วบางทีผมก็งง ๆ เหมือนกันนะครับ ในส่วนหนึ่งบอกไม่ให้เก็บเงินเข้าไปช่วย อีกส่วนหนึ่งก็บอกว่าเงินกองทุนท้าไมมันติดลบมากขึ้นทุกวัน ต้องเข้าใจตรงนี้คือซีโร่ซัมเกมส์ (Zero Sum Games) อันนี้คือเงินที่ใช้จากที่หนึ่งมันก็ไปใช้อีกที่หนึ่ง ไม่ได้เอาไปที่ไหนเลย ถ้าเงินกองทุนไม่มีแต่ต้องใช้เงินเยอะ ๆ เงินกองทุนก็จะติดลบมากขึ้นทุกวัน คือเราคงไม่สามารถที่จะ ท้าให้เงินกองทุนนี้เป็นบวกโดยที่ไปสนับสนุนอีกภาคหนึ่งมากขึ้นด้วยครับ ขออนุญาตเรียนเท่านี้ ขอบคุณครับ

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็น กระทู้ถามทั่วไปนะครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๗๓ เรื่อง การสร้างความเข้มแข็งด้านวัฒนธรรมของชาติ (นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ตอบ

เชิญครับ

นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วัฒนธรรมเป็นรากเหง้าที่ส้าคัญอันแสดงถึงความเป็นชาติ เป็นพื้นฐาน พัฒนาการของชาติโดยรัฐบาลเองก็ให้ความส้าคัญดังจะเห็นได้จากค้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลได้น้อมน้าเอาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทาง ในการพัฒนาด้านวัฒนธรรม ความว่า การรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาชาติและยังได้แสดง เจตจ้านงให้เห็นถึงความจ้าเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างความพร้อมและความเข้มแข็ง ด้านวัฒนธรรมให้เสมอด้วยความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง เพื่อเตรียมพร้อมประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN) โดยได้ก้าหนดไว้ เป็นนโยบายในการด้าเนินการที่ส้าคัญหลายประการ เช่น จะสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง ยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง จะส่งเสริมความร่วมมือและเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและเสริมสร้าง ความสัมพันธ์อันดีกับอารยประเทศและประชาคมอาเซียน จะพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นไทยเกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง ท่านประธานคะ ในปีนี้เป็นปีที่มีความจ้าเพาะ ความพิเศษซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ ๗๕๐ ปีเมืองเชียงราย โดยที่จังหวัดเชียงรายที่เคยเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางอาณาจักรเผ่าไทยในอดีตมีอาณาจักรโยนก อาณาจักรเชียงแสน และอาณาจักรล้านนา ซึ่งประวัติศาสตร์ได้แสดงว่าจังหวัดเชียงราย เป็นประจักษ์พยานของความยิ่งใหญ่ของชาติไทยอันยาวนานที่เชื่อมโยงยุคสมัยมาจากอดีต จนถึงปัจจุบัน สมควรเป็นแหล่งเรียนรู้อันทรงคุณค่ายิ่งของชนรุ่นหลัง นอกจากนั้น ประวัติของจังหวัดเชียงรายยังมีความชัดเจนของความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับ ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ อันจะเป็นการสร้างรากฐานของความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชาติในอาเซียน การเฉลิมฉลองวาระเช่นนี้จึงสมควรยิ่ง ที่จะจัดให้เป็นวาระแห่งชาติและเป็นงานระดับชาติ นอกจากนั้นยังมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ส้าคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือการเกิดมหาอุทกภัยที่ส่งผลถึงความเสียหายต่อสมบัติ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้าค่าของชาติ คือโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง หากมีการบูรณะฟื้นฟูที่ทันกาลก็จะเกิดประโยชน์ หากไม่มีการบูรณะฟื้นฟู ให้ทันกาลก็อาจเกิดความเสียหายอย่างถาวร ท้าให้เอกลักษณ์อันแสดงถึงความเป็นชาติ ถูกท้าลายไป ดิฉันขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ๒ ข้อ

ข้อแรก ในวาระอันพิเศษนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้ตระหนักถึงความส้าคัญ ของวาระครบรอบ ๗๕๐ ปีเมืองเชียงรายอันเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางอาณาจักรไทยในอดีต หรือไม่ อย่างไร และมีแนวนโยบายที่จะด้าเนินการอย่างไรบ้าง

ข้อ ๒ กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายในการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ได้รับ ความเสียหายจากการเกิดมหาอุทกภัย และมีมาตรการและแนวทางที่จะด้าเนินการอย่างไรบ้าง ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสุกุมล คุณปลื้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขอกล่าวตอบกระทู้ถามของคุณบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านได้ให้เกียรติสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็ง ทางด้านวัฒนธรรมดังต่อไปนี้

ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตั้งแต่ได้รับการมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้เข้ามาบริหารงานราชการตามนโยบายทางด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อสภาแห่งนี้ ดิฉันได้ให้ความส้าคัญกับการด้าเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรม ในการรักษาสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ และการด้ารงความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมให้อยู่อย่างมั่นคง โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมเข้ามามีบทบาทส้าคัญ ในการเสริมสร้างค่านิยม จิตส้านึกและภูมิปัญญา เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันวิกฤติทางสังคมไทย ต่อภาวะผันผวนของสังคมโลกปัจจุบัน ตลอดจนเป็นสื่อกลางเสริมสร้างมิตรภาพ และความสัมพันธไมตรีกับอารยประเทศ โดยเฉพาะประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่ก้าลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ในการพิจารณาแนวทางเพื่อพัฒนาประเทศชาติของเรานั้น ดิฉันพบข้อมูลว่าต้นทุนทางสังคมยังคงมีความเชื่อมโยงและเป็นปัจจัยสนับสนุนทุนอื่น ๆ ของประเทศ ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการน้าทุนทางวัฒนธรรมของประเทศมาต่อยอด สร้างสรรค์อารยธรรมที่ดีงามสู่วิถีชีวิตและสังคมคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นแก่ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต แต่เท่าที่ผ่านมาทุนทางสังคมยังได้รับ การเสริมสร้างและน้าไปใช้ประโยชน์ค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะทุนทางวัฒนธรรม ทั้ง ๆ ที่เรื่องวัฒนธรรม ถือว่าเป็นเรื่องที่ส้าคัญ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตของผู้คนโดยตรง ดังนั้นถ้าเราน้ามิติ ทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้วจะเป็นการก่อร่างสร้างฐาน ความเข้มแข็งให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ นอกจากนี้มิติทางวัฒนธรรมยังมีส่วนช่วยสนับสนุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศด้วยการมองวัฒนธรรมให้เป็นจุดได้เปรียบ ของประเทศในฐานะทุนทรัพย์ของประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีวัฒนธรรมที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการกระตุ้นและส่งเสริมให้พี่น้องคนไทยในชาติได้เล็งเห็นถึงความส้าคัญ และร่วมสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทุนวัฒนธรรมกันอย่างจริงจัง เนื่องจากประเทศไทย ยังมีศักยภาพอีกมากในการสร้างนวัตกรรมทางด้านธุรกิจ โดยใช้ความร่้ารวยทางด้าน วัฒนธรรมของประเทศต่อการพัฒนาสินค้าทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ และบริการทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งล้วนก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคมและน้ารายได้มาสู่ชุมชน ตลอดจนสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ได้อย่างครบวงจร เพื่อการพัฒนาประเทศชาติในด้านเศรษฐกิจ สังคมให้มีความยั่งยืนและมั่นคงต่อไปในอนาคต

ส้าหรับค้าถามข้อแรกของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตระหนักถึง ความส้าคัญและเสนอแนวนโยบายต่อวาระครบรอบ ๗๕๐ ปีของเมืองเชียงรายนั้น ดิฉันขอเรียนว่า ในฐานะที่เมืองเชียงรายถือว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไทยในภาคเหนือตอนบน ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่พระยาเม็งรายมหาราช องค์ประถมกษัตริย์ ผู้ทรงสร้างเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของราชอาณาจักรล้านนา มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๑๘๐๕ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความส้าคัญและเข้าไปมีส่วนร่วมกับ งานเฉลิมฉลองสมโภช ๗๕๐ ปีของเมืองเชียงราย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางมรดก ทางวัฒนธรรมล้านนานะครับ และเป็น ๑ ใน ๙ ของเส้นทางมรดกวัฒนธรรมที่ทาง กระทรวงวัฒนธรรมได้รณรงค์ กรมศิลปากรได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมนิทัศน์และพิพิธภัณฑ์เมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ทางด้านประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนาให้กับเด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสศึกษาค้นคว้าเรื่องราวต่าง ๆ นอกจากนี้ส้านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ยังเข้าไปมีส่วนสนับสนุนการจัดแสดงผลงานศิลปกรรมของ ๒๙ ศิลปินชาวเชียงราย น้าโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการอื่น ๆ เพื่อให้การด้าเนินงานเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ บรรลุผลในที่สุด ส้าหรับตัวดิฉันเองได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลองสมโภช ๗๕๐ ปี ของเมืองเชียงราย ณ สวนตูมโคมเฉลิมพระเกียรติเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งท้าให้ได้มี โอกาสได้พบเห็นความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวเชียงรายในการจัดกิจกรรมร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและร่วมส้านึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระยาเม็งรายมหาราช ผู้สร้างเมืองเชียงราย รวมทั้งการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของชาวล้านนา ที่มีอยู่อย่างยาวนานและยังคงมีกลิ่นอายที่แทรกอยู่ในวิถีชีวิตของชาวเชียงรายเรื่อยมาจนถึง ปัจจุบันนี้ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยส่งผลให้การจัดงานดังกล่าวประสบความส้าเร็จ สร้างความภาคภูมิใจและเป็นที่ประทับใจของบรรดาประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ทั้งชาวต่างประเทศที่ได้มาเที่ยวในงานดังกล่าวอย่างล้นหลาม

ส้าหรับค้าถามข้อที่ ๒ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีค้าถามเกี่ยวกับ มาตรการบูรณะฟื้นฟูโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ดิฉันขอเรียนว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายในการด้าเนินงานอนุรักษ์โบราณสถานให้คงสภาพอยู่ได้ และไม่เสื่อมค่าลงไป เพื่อให้มีความพร้อมในการเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ที่มีศักยภาพ รวมทั้งสร้างเรื่องราวให้เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทย ไปพร้อม ๆ กัน โดยที่ตัวดิฉันเองได้มีโอกาสเดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าในการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถาน ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยด้วยตัวเองอยู่หลายครั้ง ท้าให้ทราบว่ากรมศิลปากร ได้ด้าเนินการบูรณะไปแล้วในหลาย ๆ จุดด้วยกัน ส้าหรับบางส่วนที่ยังไม่ได้ด้าเนินการ ดิฉันก็ได้ก้าชับและเร่งให้ด้าเนินการโดยเร็ว พร้อมให้รายงานความคืบหน้าเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรายงานให้ทางรัฐบาลได้รับทราบต่อไป โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางกรมศิลปากรได้รายงานให้ทราบถึงแผนการบูรณะโบราณสถานซึ่งแบ่งเป็น ๓ ระยะด้วยกัน

โดยแผนระยะแรกจะมุ่งเน้นให้โบราณสถานกลับสภาพปกติโดยเร็ว เช่น เป็นการท้าความสะอาดและปรับสภาพภูมิทัศน์ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และมีการจัดท้าป้าย น้าทางประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวได้อย่างปกติ ซึ่งได้ด้าเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

ส้าหรับในระยะที่ ๒ เป็นแผนงานด้าเนินการต่อเนื่องที่จะท้าควบคู่ไปกับระยะแรก ตั้งแต่เรื่องของการส้ารวจความเสียหาย การตรวจสอบความมั่นคงทางด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ของโบราณสถาน การบูรณะอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ การจัดท้ารายงานผลการด้าเนินงาน ตลอดจนการท้าหนังสือจดหมายเหตุ

จากนั้นจะเป็นการด้าเนินการในแผนระยะ ๓ ซึ่งเป็นแผนระยะยาวในการป้องกัน ผลเสียหายจากน้าท่วม เช่น การส้ารวจลักษณะทางกายภาพของโบราณสถานแต่ละแห่ง เพื่อจัดท้าแนวป้องกัน การก้าหนดรูปแบบการก่อสร้างเขื่อนให้เหมาะสมกับโบราณสถาน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะในการขุดลอกคูคลองโบราณเพื่อช่วยในการระบายน้า จ้านวน ๑๙ คลอง รอบโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยคลองที่จะขุดต้อง เชื่อมโยงไปกับแม่น้าสายหลักเพราะเมื่อเกิดน้าท่วมขังบริเวณนี้น้าจะได้มีทางระบาย และด้าเนินการไปพร้อมกับการท้าก้าแพงป้องกันรอบเกาะเมือง ทั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยท้างานควบคู่กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบ บริหารจัดการทรัพยากรน้า เพื่อวางรูปแบบโครงการก้าแพงที่แข็งแรงและเตรียมแผนป้องกัน รอบเกาะเมืองอย่างถาวรต่อไป ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้รับงบกลางจากงบประมาณ รายจ่ายประจ้าปีเพื่อใช้ในการด้าเนินการตามโครงการบูรณะโบราณสถานที่ได้รับ ความเสียหายจากอุทกภัย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ จ้านวน ๓๑๒ โครงการ คิดเป็นเงิน ๑,๔๗๐ ล้านบาท โดยได้รับอนุมัติเงินงวดไปแล้วเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในส่วนที่เหลืออยู่อยู่ระหว่างการท้าความตกลง กับส้านักงบประมาณเพื่อจัดสรรเงินงวดต่อไป นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมยังได้เชิญชวน การระดมทุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจทั้งภายในและต่างประเทศ ด้วยการเปิดบัญชี รองรับการบริจาคเงินทุนในการบูรณะฟื้นฟูโบราณสถานอีกทางหนึ่งด้วย ในช่วงระหว่าง วันที่ ๒๓-๒๔ มีนาคมที่จะถึงนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้มีโครงการวัฒนธรรมสัญจร แหล่งมรดกโลก ณ นครประวัติศาสตร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการน้าคณะทูตานุทูต และคู่สมรสเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งโบราณสถานในพื้นที่ที่ส้าคัญ เพื่อจะเป็นการแสดงให้เห็น ถึงความคืบหน้าในการบูรณะฟื้นฟูโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากน้าท่วม อีกทั้งยังขอรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวจากคณะทูตานุทูต อีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามดิฉันขอย้าว่ากระทรวงวัฒนธรรมให้ความส้าคัญกับเรื่องนี้ เป็นอย่างมากและเราจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างรอบคอบเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้า แต่การฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานจะสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์ได้จะต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากถือว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยกระทรวงวัฒนธรรมยึดถือกระบวนการที่มีส่วนร่วมของทางสังคม เป็นแนวหลักในการปฏิบัติงาน เนื่องจากโบราณสถานเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นเรื่องของส่วนรวม นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะทางด้านวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันใคร่ขอฝากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านน้อมน้าพระราชด้ารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่าการรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาชาติ ด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงวัฒนธรรมในการเร่งส่งเสริมทุกวิถีทาง เพื่อให้คนไทยทุกคนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมให้มีความตื่นตัว มีความภาคภูมิใจ และตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทยอันเป็นต้นทุนทางสังคมที่ส้าคัญและยิ่งใหญ่ของเราสืบไป ขอขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุศริณธญ์ มีอีก ๑ ค้าถามครับ

นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอฝาก ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะคะ กรณีที่จังหวัดเชียงรายนั้น ๗๕๐ ปีก็ถือว่าเนิ่นนาน และมีความส้าคัญทางประวัติศาสตร์นะคะ ก็อยากจะฝากถึงเรื่องของความส้าคัญ ของเชียงรายนั้นอยากจะให้เห็นเป็นรูปธรรม ในกรณีที่ ส.ส. เชียงรายหลาย ๆ ท่าน ท่านก็อยากจะเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างหรือเกี่ยวกับการท้าของที่ระลึก สถานที่หรือการจัดอะไร สักอย่างหนึ่งให้เป็นที่ระลึกครบรอบ ๗๕๐ ปีของเมืองเชียงราย แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้โอกาสไปร่วมเป็นเกียรติ ๗๕๐ ปีของเมืองเชียงราย วันที่ ๒๖ มกราคม ที่ผ่านมา แล้วก็ฟังและเห็นจากการท้างานของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว ดิฉันเองก็ชื่นชมท่านในการที่ท่านได้ด้าเนินการแล้วก็เห็นความส้าคัญของวัฒนธรรม ดังที่พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไป เมื่อกี้นี้นะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณแล้วก็ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีให้ความกรุณา ๗๕๐ ปี ของเมืองเชียงรายให้เป็นรูปธรรมด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ ไม่นะครับ ต่อไป

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๕ เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างห้องเย็น แช่แข็งส้าหรับสินค้าเกษตรภาคตะวันออกในจังหวัดจันทบุรี (นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ

เชิญครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ที่มาตอบ ผมไม่ทราบว่าท่านคงจะตัดสินใจได้ใช่ไหมครับ ก็ยินดีนะครับ ตอนนี้มีพี่น้องคนทั้งจังหวัดจันทบุรีให้ความสนใจเป็นพิเศษ เรื่องกระทู้ถามติดตาม ความคืบหน้าการก่อสร้างห้องเย็นแช่แข็งและระบบการตลาดสินค้าเกษตรภาคตะวันออก ครบวงจรนะครับ อีกครั้งหนึ่งที่ผมเคยถามมาหลายครั้งที่ผ่านมานะครับ ครั้งที่ผ่านมา ผมเคยถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เช่นเดียวกันที่รับผิดชอบกรมการค้าภายใน คือท่านภูมิ สาระผล ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านก็ได้มาตอบเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านมาตอบว่าท่านเห็นชอบ เห็นด้วย อย่างยิ่งที่ต้องการให้มีตลาดกลางและห้องแช่แข็งผลไม้ ตลอดไปถึงการจัดระบบการตลาด ผลผลิตการเกษตรที่จังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืน เพราะแก้ไขปัญหาสินค้าตกต่้าได้และแก้ไข ปัญหาผลไม้ล้นตลาดได้ เพิ่มมูลค่าการแปรรูปได้ ตลอดไปถึงพี่น้องเกษตรกรสามารถ ก้าหนดราคาขายเองได้ ท่านเข้าใจดีมากครับ ท่านภูมิ สาระผล ขอชื่นชมจริง ๆ ท่านเข้าใจ ระบบการตลาดสินค้าการเกษตรดีมากนะครับ และหลังจากนั้นผมขอย้อนค้าพูดของท่าน เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบว่าท่านตอบแล้ว ท่านยังได้ให้ ทางจังหวัดจันทบุรีจัดท้าแผนบริหารจัดการโครงการพัฒนาระบบการตลาด ผลผลิตมายัง กระทรวงพาณิชย์ด้วย และท่านได้สั่งการโดยเร่งด่วนนะครับ หลังจากนั้นทางจังหวัดจันทบุรี ได้ท้าหนังสือตามที่ท่านต้องการ ด่วนที่สุด หนังสือที่ จบ ๐๐๑๕/๐๑๔๖๕๖ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เรื่องของบประมาณโครงการพัฒนาระบบตลาด ผลผลิตสินค้าเกษตร จังหวัดจันทบุรีโดยทันทีทันใด ตามที่ท่านได้สั่งการเอาไว้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสรุปปัญหาและความต้องการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนจันทบุรี และภาคตะวันออกสั้น ๆ เพื่อให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาตอบในวันนี้ให้เห็นเป็นภาพอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ จากปัญหา ๒๐ ปี ๓๐ ปี หรือ ๔๐ ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครที่เข้าไปเหลียวมอง เหลียวแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวน ภาคตะวันออกเลย ปล่อยให้ชาวสวนเหล่านี้เดียวดายเหมือนโดนทอดทิ้ง เขาทุกข์นะครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ ทุกข์ทรมานมาโดยตลอด พอถึงฤดูกาลหน้าผลไม้ ต้องน้าผลไม้ที่ออกในฤดูกาลนี้ไปนั่งเร่ขายริมถนนสุขุมวิทอยู่อย่างนี้ และเป็นอย่างนี้ทุก ๆ ปี จากปัญหาขอเรียนให้ทราบ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปีที่ผ่านมานั้น บางปีต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พิกลพิการมามากต่อมาก ผมอยากจะรู้ซึ้งของหัวใจผู้ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรู้ซึ้งของหัวใจผู้ที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และท่านนายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่งว่าท่านจะแก้ไขปัญหาความทุกข์ทรมานของพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศได้อย่างไร อันนี้คือความทุกข์ที่อยากจะบอก อยากจะระบายฝากกับท่านรัฐมนตรี ฝากกับกระทรวงพาณิชย์ และท่านนายกรัฐมนตรี ปัญหานี้จะ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปีที่ผ่านมา เท่านั้นยังไม่พอครับ ปัญหาเกิดขึ้นมาช้าใจ ซ้าหนัก ซ้าแล้วซ้าเล่า คือปัญหามารผจญครับ ค้าว่า มารผจญ นั้น มันเกิดความเจ็บปวด เก็บความขมขื่นไปยังหัวใจของพี่น้องเกษตรกรคนทั้งประเทศ คือพ่อค้าคนกลาง นายทุนจากต่างประเทศมากดราคาซื้อพี่น้องชาวสวนบ้านเรา เท่านั้นยังไม่พอ ความเจ็บปวดนี้เกิดขึ้น คือนายทุนจากต่างประเทศมารวมหัวกับประเทศเรา พ่อค้าคนกลาง มากดราคาสินค้าผลผลิตบ้านเรา ทั้ง ๆ ที่ผลไม้บ้านเราและเป็นของเรา ซื้อไปไหนครับ หน้าผลไม้ราคายังดีอยู่ เขาก็มากดราคาซื้อเก็บเอาไว้เพื่อไปไว้ในห้องเย็นบ้านเขาเป็นอย่างนี้ ทุก ๆ ครั้ง ทุก ๆ ปีที่ผ่านมา พอถึงหน้าผลไม้บ้านเราหมดฤดูกาล เขาก็น้าผลไม้ที่ซื้อ จากบ้านเราไปเก็บไว้ที่ห้องเย็นบ้านเขา บรรจุใส่หีบห่อ แพค (Pack) แล้วก็เขียนว่าผลไม้นี้ มาจากบ้านเขามาขายบ้านเรา ให้พี่น้องคนไทยเรากินในราคาที่แพง ท่านประธานครับ ที่ผมเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบว่าช้าใจ ซ้าหนัก ความทุกข์ทรมาน มันเกิดขึ้นแล้ว จังหวัดจันทบุรีอาชีพหลักคือการเกษตร ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จังหวัดจันทบุรี น้ารายได้เข้าสู่ประเทศ ผลไม้มวลรวมทั้งประเทศท่านประธานเชื่อไหมปีหนึ่งประมาณเท่าไร เกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน เกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลไม้ขายที่จังหวัดจันทบุรี น้ารายได้เข้าสู่ประเทศเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมอัญมณีหรือพลอยที่ท่านประธาน ได้รับทราบ พลอยปีหนึ่งน้ารายได้เข้าสู่ประเทศในจังหวัดจันทบุรีปีหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาท นี่คือรายได้ของจังหวัดจันทบุรี แต่แปลกครับ รัฐบาลทอดทิ้ง ไม่มีใครเห็นความส้าคัญของ พี่น้องเกษตรกรภาคตะวันออกหรือจังหวัดจันทบุรีเลย เพียงของบประมาณก่อสร้างห้องเย็น แช่แข็งผลไม้เพื่อพัฒนาระบบการตลาดสินค้าการเกษตร ปีหนึ่ง ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เป็นงบผูกพัน ๓ ปี มันผิดด้วยหรือที่จังหวัดจันทบุรีผลไม้มวลรวมที่ท้ารายได้เข้าสู่ประเทศ ปีหนึ่งเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดจันทบุรีเพียงขอเพื่อก่อสร้างห้องเย็นแช่แข็ง เพื่อระบบการตลาดอย่างยั่งยืน ขอปีหนึ่ง ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น มันผิดด้วยหรือครับ เปรียบเทียบรายได้ที่มีน้าสู่ประเทศปีหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาท หลับตานึกดูสิครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ขอปีหนึ่งเพื่อก่อสร้างตลาดกลาง ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ผมย้าไป ๒ ครั้งเพื่อให้ท่านทั้งหลาย พี่น้องที่ฟังอยู่ทางบ้านได้เห็นไปพร้อม ๆ กับผม ได้รู้ ไปพร้อม ๆ กับผม ท่านรัฐมนตรีจะได้เห็นภาพว่าทุกข์ทรมานอย่างไรเช่นเดียวกับผม ขอหน่อยเถอะครับว่าท้าไม ท้าไมไม่รีบจัดสรรงบประมาณให้เขาเพราะอะไร นี่คือเป็นค้าถาม ผมไม่เข้าใจท้าไมต้องปล่อยปละละเลยให้ชาวสวนเหล่านี้ไปพบกับยถากรรมไปทุก ๆ ปี รับกรรม ทุกข์ทรมานอย่างนี้ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปีที่ผ่านมา มันนานเกินไปเสียเหลือเกิน พอแล้วหรือยัง ผมขออนุญาตท่านประธานประกาศให้พี่น้องจังหวัดจันทบุรี ภาคตะวันออก ได้ทราบกันอย่างทั่วหน้าทั่วถึงกันว่าถ้ากระทรวงพาณิชย์ไม่สนับสนุน ไม่ส่งเสริมแล้วพี่น้อง จะท้าอย่างไร เราจะท้าอย่างไร เราจะมีกระทรวงพาณิชย์ไว้ท้าอะไร มีประโยชน์อะไร ที่เราจะมีกระทรวงนี้ไว้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ใช่หรือไม่ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ความต้องการที่ผมอยากเรียนให้ทราบ คือความพร้อมของจังหวัดจันทบุรี เราได้ประชุมปรึกษาหารือมาหลายครั้ง ผมจ้าได้ว่าที่ผ่านมา ๓ ครั้ง มีบุคคลส้าคัญทั้งนั้น ที่นั่งประชุมในจังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย คณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปประชุมร่วม ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าประชุมร่วม กลุ่มผู้น้าเกษตรกรชาวสวนผลไม้เข้าประชุมร่วม สภาเกษตรกรแห่งชาติจังหวัดจันทบุรี และมีผู้เชี่ยวชาญการตลาดโดยเฉพาะท่าน ส.ส. กนก วงษ์ตระหง่าน ที่นั่งข้างผมเข้าไปร่วม ประชุมร่วม พาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรอ้าเภอ กลุ่มพ่อค้า แม่ขาย สหกรณ์การเกษตร ที่ส้าคัญอธิบดี ครู อาจารย์มหาวิทยาลัยร้าไพพรรณี หมายความว่า ทุกภาคส่วนเข้าไปมีส่วนร่วม เข้าไปประชุมร่วมและมีมติในที่ประชุมตรงกันว่าเห็นชอบ ต้องการให้มีตลาดกลางและห้องแช่แข็งขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขระบบการตลาด สินค้าการเกษตรครบวงจร เพื่อแก้ไขปัญหาให้มีราคาเสถียรภาพ แก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาด และเพิ่มมูลค่าการแปรรูปอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ จังหวัดจันทบุรีมีความพร้อมทุกอย่าง มีสถานที่พร้อม ไม่ต้องซื้อด้วย ดั่งที่เคยเวนคืนที่ดินทางเข้าไปที่การก่อสร้างก่อนหน้านี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่บ้านหนองน้าใส หมู่ ๑๐ ต้าบลวังโตนดเวนคืนไปแล้ว วันนี้ผมจ้าเป็น ต้องมาทวงถามท่านอีกครั้งหนึ่งในสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เนื่องจากผลผลิตใกล้จะออก สู่ท้องตลาดแล้วนะครับ ผมขอถามท่านรัฐมนตรีโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มาตอบในสภา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคงจะตัดสินใจได้ วันนี้เพื่อพี่น้องเกษตรกรคนทั้งแผ่นดินว่ารัฐบาล จะเร่งด้าเนินการก่อสร้างห้องเย็นแช่แข็งสินค้าเกษตรภาคตะวันออกในจังหวัดจันทบุรี ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ได้เมื่อไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้เรียนสอบถาม ในเรื่องของการสร้างห้องเย็นแช่แข็งส้าหรับสินค้าเกษตรภาคตะวันออกในจังหวัดจันทบุรีนั้น ขออนุญาตท่านประธานที่จะเรียนชี้แจงถึงรายละเอียด ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ที่โครงการนี้นั้น คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เห็นชอบในหลักการ ในเรื่องของ การสร้างห้องเย็นแช่แข็งขนาดกลางส้าหรับรองรับสินค้าผลผลิตทางการเกษตรภาคตะวันออก ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรีก็ได้มีการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งในขณะนั้นก็ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม โดยที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านภูมิ สาระผล ก็ได้เป็นผู้ชี้แจงในส่วนของรายละเอียดให้ท่านสมาชิกได้รับทราบไปแล้ว ดังนั้นในโครงการนี้ เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เห็นชอบ และมีมติเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๘ ให้เห็นชอบในการใช้วงเงิน ๕๔๙ ล้านบาท และมีมติเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๐ ให้เห็นชอบ เพื่อที่จะชะลอโครงการไว้ก่อน ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากจังหวัดจันทบุรีนั้นก็ไม่ได้ปฏิบัติ ตามข้อเสนอแนะของหน่วยงาน ๒ หน่วยงาน คือ

๑. สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้มีข้อสังเกตและมีความเห็น เพิ่มเติมในส่วนของแผนการด้าเนินงานและแผนการบริหารจัดการโครงการนั้นยังขาด รายละเอียดและความชัดเจนในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นส่วนส้าคัญของโครงการ จึงท้าให้ การจัดท้าแผนการด้าเนินงานของโครงการนี้ รวมไปถึงแนวทางในการด้าเนินธุรกิจหรือว่า บิสซิเนส โมเดล (Business Model) สามารถที่จะบริหารจัดการหรือว่าเลี้ยงตัวเองได้ ในระยะยาวหรือไม่ ซึ่งความเห็นของทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้นก็เห็นว่า โครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องไม่เป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต เพราะฉะนั้นความเห็นของ ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในขณะนั้นจึงเห็นชอบให้ชะลอโครงการไว้ก่อน

อีกหน่วยงานหนึ่งก็คือส้านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งก็มีข้อสังเกตในเรื่อง ของการลงทุนในอาคารแล้วก็สิ่งปลูกสร้างถาวรให้พิจารณาถึงความคุ้มค่าในการที่จะใช้ประโยชน์ ซึ่งหากจะมีการลงทุนแล้วนั้นไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องจะท้าให้ไม่คุ้มค่า จึงถือว่า โครงการนี้ในขณะนั้นก็จะท้าให้เกิดความเสียหาย หน่วยงานเจ้าของเรื่องจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งก็เป็นความเห็นของทางส้านักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ และเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๓ นั้น ทางส้านักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นก็ได้ให้ ข้อเสนอแนะกับทางกรมการค้าภายในของกระทรวงพาณิชย์นะครับว่าการจัดตั้งตลาดกลาง สินค้าเกษตรภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรีนั้นล่าช้าและมีแนวโน้มที่จะไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากมีการด้าเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึงในขณะนั้น ก็คือวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ ด้าเนินการได้เพียงแค่จ่ายค่าชดเชยที่ดินและสิ่งก่อสร้างแก่เจ้าของที่ดินและผู้ครอบครอง เพียง ๑๐ รายเท่านั้น และยังไม่มีการเสนอในเรื่องของรายละเอียดโครงการหรือว่าบิสซิเนส โมเดลเข้ามา

เหตุผลที่ ๒ คือการก่อสร้างที่จะจัดหาสิ่งอ้านวยความสะดวกนั้นมีแนวโน้ม ที่จะไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งก็ได้มีการพิจารณาจากการที่เกษตรกรนั้นไม่ประสงค์ที่จะเข้าไป ซื้อขายผลผลิตในตลาดกลาง การสร้างห้องเย็นเพื่อแช่แข็งหรือแช่แข็งผลไม้ที่ไม่มีความจ้าเป็น การสร้างห้องเย็นของภาครัฐการบริหารจัดการไม่มีแห่งใดใช้ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ การให้บริการห้องเย็นของภาคเอกชนในพื้นที่มีศักยภาพเพียงพออยู่แล้ว สถานที่ก่อสร้าง ตลาดกลางนั้นไม่เหมาะสมและไม่ใช่เส้นทางค้าขายที่ผู้ซื้อผู้ขายนั้นเคยชิน การตั้งตลาดกลาง ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของเกษตรกรที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือในขณะนั้น

ส่วนที่ ๓ ก็คือการก่อสร้างและจัดหาสิ่งอ้านวยความสะดวกที่ชัดเจน ได้แก่ การก่อสร้างห้องเย็นมีแนวโน้มไม่เกิดประโยชน์และจะก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้อาศัยอ้านาจตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เห็นชอบกับข้อเสนอแนะดังกล่าว จึงได้แนะน้าให้พิจารณาทบทวนและยุติการด้าเนินโครงการ ตลาดกลางสินค้าเกษตรและภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากสภาพปัญหาที่เคยเป็น เหตุผลจ้าเป็นในการจัดตั้งตลาดกลางและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้คลี่คลายลงไปแล้ว ส้าหรับที่ดิน ที่มีการเวนคืนไปแล้วก็ให้พิจารณาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม รวมทั้งระยะต่อไปการจัดตั้ง ตลาดกลางสินค้าการเกษตรก็จะให้ด้าเนินการโดยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน แล้วกรมการค้าภายใน ของกระทรวงพาณิชย์มีบทบาทหน้าที่จะเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมและอ้านวยความสะดวก ซึ่งกรมการค้าภายในก็ได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับทางจังหวัดจันทบุรีนั้นได้ทราบไปแล้ว นั่นก็คือว่า ในรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ เรียนกับทางท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ทางกระทรวงพาณิชย์เองก็ได้เห็นถึงความส้าคัญ เพียงแต่ว่าการพิจารณาตรงนี้นั้นเราก็ได้รับ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึง ทางส้านักงานการตรวจเงินแผ่นดินท้าให้เรามีความจ้าเป็นที่จะต้องเรียนแล้วก็แจ้งให้กับ ทางท่านสมาชิก รวมถึงทางจังหวัดจันทบุรีได้ทราบ ซึ่งก็ได้มีการด้าเนินการตรงนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งความเป็นจริงของการสร้างห้องเย็นนั้นในสภาพปัจจุบันในความเห็นที่ประกอบมาของ ๒ หน่วยงานนั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์ เพราะเกษตรกรผู้ซื้อผลผลิตนั้นไม่ประสงค์ที่จะเข้าไป ซื้อขายในตลาดกลาง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือเหตุผลที่ท้าให้โครงการนี้ได้มีการชะลอแล้วก็ยุติ ลงไป ก็เรียนให้ทางท่านสมาชิกนั้นได้รับทราบครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านยุคล อีก ๑ ค้าถาม

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนั้น คือเป็นข้อมูลเก่า แต่ข้อมูลใหม่นั้นผมและทางจังหวัดจันทบุรีได้เสนอโครงการเข้ามาใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ที่ จบ ๐๐๑๕/๐๑๔๖๕๖ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ที่ท่านรัฐมนตรีตอบ ขอประทานโทษจริง ๆ เป็นเรื่องเก่านะครับ ที่ตอบว่าสถานที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เห็นด้วย เขาไม่รู้หรอกครับ นั่งเทียนทั้งนั้นเลย สั่งการมาจากที่ในกรมเข้าไปพื้นที่ คนในพื้นที่ท่านประธานก็รู้นะครับว่าอยู่ในพื้นที่ ส.ส. ในพื้นที่ คนในพื้นที่เขารู้มากกว่า ไม่รู้จริง ๆ น่าเสียใจ และเสียใจอย่างยิ่ง วันนี้ต้องบอกกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการว่าคนเหล่านั้น ไม่รู้จริง ๆ ความต้องการของพี่น้องประชาชน ที่ผมเรียนตั้งแต่เบื้องต้นว่าจังหวัดจันทบุรี น้ารายได้เข้าสู่ประเทศปีหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาท การขอพัฒนาระบบการตลาดห้องเย็น เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่การพัฒนาระบบการตลาดอย่างยั่งยืนแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาด แก้ไขปัญหาราคา เสถียรภาพ นี่คือเป็นจุดหลักของการพัฒนาประเทศ กลุ่มพี่น้องเกษตรกร คนทั้งประเทศ และไม่ใช่ที่จังหวัดจันทบุรี ผมเอาจังหวัดจันทบุรีเป็นโมเดล (Model) เท่านั้น ต่อไปข้างหน้า ไปท้าที่ภาคเหนือจังหวัดล้าพูนที่เพื่อนผมอยู่ หลายจังหวัดที่มีสินค้าการเกษตร จังหวัดจันทบุรี เป็นโมเดลเพราะมีความพร้อม วันนี้ต้องบอกกับผู้ที่ไม่รู้เรื่องให้รู้เรื่องเสียบ้างว่าความต้องการ ของพี่น้องคนในจังหวัดเขาต้องการอย่างนี้ ท้าไมละ ความต้องการของพี่น้องเกษตรกร เขาต้องการการพัฒนาระบบการตลาด ห้องเย็นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เรื่องเก่า ๆ โละทิ้ง โละทิ้งเสีย เพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกยุคใหม่ เราต้องท้าเรื่องใหม่ ๆ เลยวันนี้ต้องบอก กับรัฐมนตรี ผมไม่โทษหรอกครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการผมไม่โทษ ในฐานะเพื่อนรักผม ผมไม่โทษหรอกครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าการจัดระบบการตลาดผลผลิตการเกษตร อย่างยั่งยืนต้องท้าอย่างนี้ เราต้องแบ่งโซนนิ่ง (Zoning) เราต้องแบ่งระบบการตลาดอย่างยั่งยืน เราต้องมีข้อมูลที่แท้จริง นี่คือการแก้ไขปัญหาพี่น้องภาคเกษตรได้ทั้งระบบทุกภาคของประเทศ จังหวัดจันทบุรีที่ท้าวันนี้ ที่ขอวันนี้เป็นโมเดลน้าร่องเท่านั้นเอง โครงการผมเรียนบอกว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ภูมิ สาระผล ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเข้าใจดี ท่านบอกว่า ถ้าไม่ท้าอย่างนี้ปัญหาการเกษตรจะอยู่อย่างนี้ตลอด เห็นไหมวันนี้สับปะรดมาทิ้งหน้าสภา และต่อไปข้างหน้าเดี๋ยวผลไม้จันทบุรีจะมาทิ้งทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน เดี๋ยวต่อไปจังหวัดน่าน จังหวัดล้าพูน จังหวัดเชียงใหม่ บ้านท่านด้วย บ้านท่านประธานด้วยมาทิ้งที่นี่ ถ้าไม่ท้าอย่างนี้ ถ้าไม่จัดระบบการตลาดอย่างนี้จะมาทิ้งอยู่อย่างนี้ทุกวัน ๆ และท้าไมไม่แก้ ผมบอกเลยว่า แก้ ๆ เพื่อพี่น้องเกษตรกรความต้องการท้าไมไม่ท้า จังหวัดจันทบุรีน้ารายได้เข้าสู่ประเทศ เฉพาะผลไม้มวลรวมเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอ ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท มันจะตายหรือ และผมอยากจะเรียนบอกกับท่านรัฐมนตรีว่าท่านไปช่วยเจรจาท่านนายกรัฐมนตรี งบกลาง มันไม่มีขั้นตอนอะไรมากมาย แก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวสวนได้ ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อด้าเนินการก่อสร้างตามแผนที่จังหวัดเพิ่งส่งให้มา ที่ขอมาได้หรือไม่ และผลไม้ที่จะมา ถ้าแก้ไม่ได้ผมบอกเลยว่าจะมาทุกวัน ๆ เต็มหน้าสภาแน่นอน ผลไม้เท่านั้นยังไม่พอ ไม่ใช่ เฉพาะจังหวัดภาคตะวันออกอย่างเดียว มีจังหวัดล้าพูน มีพี่น้องอีสานผมเยอะแยะไปหมด ที่จะมา เลยวันนี้ต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าสั่งการสิครับให้ด้าเนินการและจะด้าเนินการ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้อย่างไร ท่านเริ่มใหม่นะครับ ที่เก่า ๆ ทิ้งได้แล้วครับ ขอมาเป็น ต้นเรื่องใหม่ได้ไหมครับ ถามรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ ขอรัฐมนตรีตอบครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีศิริวัฒน์

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากค้าถามที่ท่านสมาชิกนั้นได้สอบถามไป เมื่อสักครู่ ผมได้ชี้แจงในรายละเอียดที่ได้มีการเสนอให้ยุติโครงการนี้ไป แล้วท่านได้เรียนว่า ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านภูมิ สาระผล ได้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านเมื่อครั้งที่แล้ว และท่านได้เสนอในส่วนของตัวโครงการเข้ามา ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าตัวหนังสือดังกล่าวนั้นที่ทางจังหวัดเสนอมาเป็นการขอสนับสนุน งบประมาณในปี ๒๕๕๕ แต่มิใช่เป็นการเสนอแผนในการบริหารจัดการโครงการ เพราะฉะนั้น ตามข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของทั้งทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และทางส้านักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ให้ข้อสังเกตไปก่อนหน้านี้นั้น มันก็จะไม่เข้า ในหลักการในส่วนของตัวโครงการทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมขอเรียนกับทางท่านสมาชิกว่า กระทรวงพาณิชย์เองเราก็เห็นถึงความส้าคัญตรงนี้ เพียงแต่ว่าการที่เราจะดูแลพี่น้องเกษตรกร ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือว่าพัฒนาให้พี่น้องเกษตรกรนั้นได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ ได้มากนั้นอาจจะต้องมีการมาพูดคุยถึงในรายละเอียดของตัวโครงการในการที่จะเสนอแผน ในการบริหารจัดการโครงการคงจะต้องท้างานร่วมกันอย่างใกล้ชิด แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องยึดเอาตามความเห็นของหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานอย่างที่เรียนท่านสมาชิกไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้ได้ทราบต่อไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุคล ผมอนุญาตให้ถามอีก ๑ ค้าถามครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ท่านเห็นด้วยใช่ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าต้องแก้ไขปัญหาที่ท่านตอบมาเมื่อสักครู่นี้เอง เห็นด้วยใช่ไหมครับ เห็นด้วยในหลักการใช่ไหมครับ ถ้าเห็นด้วยในหลักการขอให้ท่าน ท้าหนังสือยืนยันไปที่จังหวัดจันทบุรีเลย เป็นลายลักษณ์อักษรว่าข้อเสนอของท่านคืออะไร ให้ทางจังหวัดจันทบุรีได้ท้าเรื่องตามที่ท่านต้องการมาอีกครั้งหนึ่งในนามกระทรวงพาณิชย์ ถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่จบ ที่ท่านบอกว่า ๒ หน่วยงานเขาไม่เห็นด้วยเพราะเขาไม่รู้ คนในพื้นที่ เขารู้ดี พี่น้องเกษตรกรรู้ดี ส.ส. ในพื้นที่รู้ดี ท่านท้าเลยท่าน ท้าไปที่จังหวัดจันทบุรีว่า เห็นชอบ เห็นด้วยในหลักการ และให้ทางจังหวัดจันทบุรีต้องท้าอย่างไร เขาจะท้ามาทุกอย่าง แล้ววันที่ ๒๖ นี้จะมีกลุ่มผู้น้าต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรีทุกเครือข่ายภาคเกษตรทั้งหมด สภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้น้ากลุ่มเกษตรกร พาณิชย์จังหวัด การค้าภายใน ตลอดไปถึง ผู้เชี่ยวชาญจะประชุมเรื่องนี้ การจัดระบบการตลาด ห้องเย็นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ตลาดกลาง เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น วันนี้ต้องเรียนให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับรู้รับทราบ ท่านสั่งการและผมจะรอรับ เทปที่ผมพูดวันนี้ผมจะบันทึกแล้วไปเปิดให้ทั้งจังหวัดจันทบุรี ได้รับทราบ ท่านลองท้าดูสิครับ เป็นโมเดลของจังหวัดจันทบุรีและคนทั้งประเทศนะครับ ไม่ใช่ภาคตะวันออกอย่างเดียวนะครับ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลางจะเอาโมเดล ของเหล่านี้ไปใช้ต่อไปเพื่อพัฒนาประเทศ ความยั่งยืน เสถียรภาพราคาการตลาดต่อไป ท่านรับปากได้ไหม ยืนยันได้ไหมว่าท่านจะท้าไปที่จังหวัดจันทบุรีตามหลักการและเหตุผล ของท่าน เป็นข้อสังเกตครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีศิริวัฒน์ครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เรียนกับท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า อะไรที่เป็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกร หรือว่าจะเป็นแนวทางในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือให้ พี่น้องเกษตรกรนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่า ท่านสมาชิกเองก็พูดมาว่าตัวโครงการนี้ ห้องเย็นก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หรือแม้กระทั่งตลาดกลางที่เราพูดคุยกันอยู่ตรงนี้ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่าถ้าเราจะคุยกันในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนนั้นก็คงจะต้องมีการประสานงานกัน อย่างใกล้ชิดต่อไปนะครับ ผมเชื่อว่าการพูดคุยถึงแนวทางในการที่จะดูแลหรือว่าแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืนนั้นน่าจะเป็นประโยชน์ในการที่จะน้าเสนอโครงการต่อไป แต่ว่าในขณะนี้ ณ วันนี้นั้นผมเชื่อว่าเราก็คงจะต้องยึดในส่วนของความเห็นทั้ง ๒ หน่วยงาน เป็นหลักไว้ก่อน เพียงแต่ว่าในอนาคตต่อไปเราได้มีการพูดคุยท้าความเข้าใจ หรือว่าทุก ๆ ฝ่าย เห็นด้วยว่าโครงการนี้นั้นมีประโยชน์ แล้วก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่า คงจะไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือมีกระทู้ถาม ๒ กระทู้ถามที่ขอเลื่อนไปก่อน

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือ เรื่องด่วนที่ ๑๘ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๔๗ (๒) ของรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาใหม่

เชิญท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์

นายสรุวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... และผู้เสนอญัตติขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๔๗ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาพิจารณาใหม่

ก่อนอื่นกระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกที่ได้ ให้ความเห็นชอบให้เลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาในวันนี้ ในเบื้องต้นกระผมขอกราบเรียน ต่อที่ประชุมผ่านท่านประธานสภาว่าร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีได้ร้องขอต่อรัฐสภาให้มีการพิจารณาต่อไป ซึ่งรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไปตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย ๕๑๑ และไม่ลงคะแนนเสียง ๓ คะแนน ต่อมาสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณา และสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบและเสนอให้วุฒิสภาพิจารณา คะแนนเสียงของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นมีเสียงเห็นด้วย ๓๒๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน และไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ อย่างไรก็ดีในชั้นการพิจารณา ของวุฒิสภา เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ วุฒิสภาได้ลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับ สภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนนเห็นด้วย ๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๗ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน จึงถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกยับยั้งไว้ตามมาตรา ๑๔๗ (๒) ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ขั้นตอนการด้าเนินการต่อจากนี้เป็นไปตามมาตรา ๑๔๘ ของรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ สภาผู้แทนราษฎรอาจยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ทันที กรณีเช่นว่านี้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างเดิมด้วยคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา และให้ด้าเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๐ ของรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุนี้จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้โปรดลงมติยืนยันร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบแล้ว จึงกราบเรียนเสนอมา เพื่อสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณา ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ก่อนครับ แล้วไปทางอภิชาตครับ สลับข้าง

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... เป็นดนตรีคลาสสิก ได้รับ การยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทางด้านดุริยางคศิลป์ที่อาจมีอิทธิพลต่อทิศทาง การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ต้องบอกว่าสังคมไทยตอนนี้นั้นมีความรุนแรง วุ่นวาย สับสน แล้วก็ดนตรีคลาสสิกนี้อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่ท้าให้สังคมนี้ดีขึ้นมา มันต้องช่วยกันทุกทาง ดังนั้นดิฉันต้องสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้อย่างเต็มที่ แล้วต้องบอกว่าเป็นทิศทางการเปลี่ยนแปลง ของสังคมไทยด้วย เพราะว่าถ้าหากได้มีการใช้ประโยชน์ดนตรีคลาสสิกเพื่อการสร้างสรรค์ ในลักษณะของการกล่อมเกลาทางจิตใจและยกระดับจิตใจให้มีความอ่อนโยนแล้วย่อมท้าให้ สังคมไทยเกิดความรัก ความสามัคคี เป็นการบรรเทาความรุนแรงของปัญหาสังคมได้ ซึ่งความรู้เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกในสังคมไทยนั้นยังมีความชัดเจนแค่ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ถ้าเราได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วผ่านอย่างสมบูรณ์จะเป็นการยกระดับดนตรีคลาสสิกของประเทศไทย ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เพราะว่าอะไรคะ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าด้วยความสนพระทัย อย่างยิ่งในดนตรีคลาสสิก ประกอบกับสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระองค์ทรงอุปถัมภ์ดนตรีคลาสสิก ของประเทศไทยอย่างยาวนานในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ เช่น กองทุนสนับสนุนการดนตรี อุปถัมภ์วงดนตรี พัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษ ต้องพิเศษด้วยนะคะ ทางด้านดนตรี คลาสสิกให้มีมาตรฐานระดับสากล ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเนตรพระกรรณอันยาวไกลขนาดนี้ เพื่อดนตรี เพื่อคุณธรรมจริยธรรม เพื่อการกล่อมเกลาจิตใจของคนที่รักในเสียงดนตรี คลาสสิก เห็นไหมคะ แล้วก็มีผลการวิจัยของฝรั่งออกมาแล้วด้วยว่าการที่ฟังดนตรีคลาสสิก สนใจดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่งจะท้าให้มีสมาธิดี เด็ก ๆ แค่มีสมาธิดี ไม่สมาธิสั้นก็เรียนหนังสือ เก่งกันทุกคนแล้ว ง่าย ๆ แค่นี้เองวิธีคิด ดนตรีคลาสสิกเป็นมรดกร่วมของมนุษยชาติ มีประวัติและพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ในทวีปยุโรปตั้งแต่อารยธรรมกรีกเลยทีเดียวค่ะ ดนตรีคลาสิกเป็นที่รู้จักในสยามประเทศตั้งแต่ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังให้เป็นหนึ่งในดนตรีเพื่อกิจการบันเทิง ในราชส้านักของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ด้วย เมื่อทรงตั้ง วงเครื่องสายฝรั่งหลวงขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยพระยารามราฆพ หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ในสมัย พ.ศ. ๒๔๕๗ ตอนนั้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีการตั้งวงเครื่องสายฝรั่งขึ้นมา อย่างจริง ๆ จัง ๆ ทีนี้ก็จ้างครูดนตรีฝรั่งเข้ามา ครูดนตรีที่เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาดนตรี คลาสสิกในยุคแรกได้แก่ โปรเฟสเซอร์อัลเบอร์โต นาซารี ศาสตราจารย์ทางดนตรี จากประเทศอิตาลี และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ๙๔ ปีที่แล้วท้าไมไม่อยากสนับสนุนคะ เริ่มต้นตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ ๑๐๐ กว่าปีที่แล้ว น้ามาโดยตลอด ๆ เพราะว่านานาอารยประเทศ เขามี แล้วมันก็มีคนที่มีลักษณะพิเศษที่จะต้องสนับสนุนขึ้นไปสู่ดนตรีคลาสสิกระดับโลก เห็นไหมคะ ๙๕ ปีที่แล้ว โปรดเกล้าให้ขุนเจนรถรัฐ (ปีเตอร์ไฟท์) มาเป็นครูผู้ดูแลฟื้นฟู วงดนตรีเครื่องสายฝรั่งหลวงของพระองค์ในรัชกาลที่ ๖ ต่อมาพระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เป็นหลวงเจนดุริยางค์ และต่อมาเป็นพระเจนดุริยางค์ รวมทั้งพระราชทาน ชื่อและนามสกุลใหม่จากเดิมเปลี่ยนมาเป็น ปิติ วาทยะกร มันไล่กันมาตั้งแต่สมัยนั้น มาสมัยนี้ จะบอกว่าคนเรียนดนตรีคลาสสิกน้อย ไม่ใช่เรียนบริหารธุรกิจค่ะ มันจะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ เพื่อทรงไว้ซึ่งสมาธิและคุณธรรมจริยธรรมอันงดงามด้วย เห็นไหมคะ จากรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๙ กระทั่งถึงพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... เพื่ออะไรคะ เพื่อบัณฑิตด้านดนตรีคลาสสิกมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ หรือเราไม่อยากให้สิ่ง ที่เรียกว่าดนตรีคลาสสิกเท่าเทียมนานาอารยประเทศหรอกหรือ หรืออยากจะอยู่ให้แค่นี้ ซึ่งพระองค์ท่านตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ มาจนถึงรัชกาลที่ ๙ พยายามพยุงรักษาไว้ให้ทัดเทียม นานาอารยประเทศ เห็นไหมคะ เสริมศักยภาพบุคคลทั่วไปที่มีพรสวรรค์และอัจฉริยภาพ ด้านดนตรีคลาสสิก พระองค์ดูแลขนาดนั้น พัฒนาเป็นสถาบันต้นแบบและเป็นแหล่งผลิต นักดนตรีคลาสสิกระดับชาติและระดับนานาชาติเพื่อก้าวสู่ความเป็นนักดนตรีระดับโลก มันต้องมีอาชีพนี้เกิดที่ประเทศไทย เพราะว่าเราก็ไม่ด้อยกว่าประเทศใด ๆ ในโลกทุกด้าน มันจะต้องส่งเสริมไปพร้อม ๆ กันค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดังนั้นแล้วมันจะต้องมีเกิดขึ้น ในประเทศไทยแน่นอน ตอนแรกบอกว่านักศึกษาน้อย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มแรกก็อย่างนี้ละค่ะ เริ่มแรกก็อย่างนี้และเป็นลักษณะพิเศษ ของดนตรีคลาสสิกด้วย และนอกจากนั้นแล้วยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ และสุดท้ายจริง ๆ เพื่อสนองปณิธานและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่พระองค์เมื่อทรงพระชนม์ชีพอยู่นั้นดูแลดนตรีคลาสสิก เพื่อที่จะสร้างสมาธิ สร้างคุณธรรมจริยธรรมอันงดงามแก่พระองค์ท่านค่ะ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตท่านประธานว่าในขณะนี้สิ่งที่พิจารณาคือเราก้าลังพิจารณา ในประเด็นที่วุฒิสภาได้มีมติที่จะไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็กลับเข้ามาสู่สภา อีกครั้งหนึ่ง แต่ในขณะที่ผู้ที่ก้าลังอภิปรายในขณะนี้ก้าลังอภิปรายเหมือนกับว่าเราก้าลัง เริ่มต้นใหม่ครับ ผมคิดว่าถ้าเราอยู่ในประเด็นด้วยกัน การประชุมก็จะมีความกระชับมาก ยิ่งขึ้น เราควรจะพิจารณากันในประเด็นที่บอกว่าวุฒิสภาได้พิจารณากลับมาแล้วและเรา จะมองเรื่องนี้กันอย่างไร ผมคิดว่าท่านประธานก็คงต้องควบคุมตรงนี้นะครับ ต้องขออนุญาต ผมไม่ได้อยากจะลุกขึ้นประท้วงครูติ๋วเลยเพราะว่าก็รู้จักกันเป็นอย่างดีนะครับ แต่ว่าถ้ามันมา เริ่มต้นใหม่เดี๋ยวคนอื่น ๆ จะอภิปรายท้านองนี้อีก ผมคิดว่ามันจะยาวเกินไป สิ่งที่อยากจะ ขอฝากอีกนิดเดียวก็คือว่าอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาอธิบายให้เราทราบหน่อยได้ไหมครับ นอกจากตัวมติที่ลงมาแล้วนี้ เหตุผลอะไรที่วุฒิสภาเขาให้ในการที่จะให้ว่าเขาไม่เห็นด้วย กับเรื่องนี้ เพื่อให้อย่างน้อยก็คือเป็นข้อมูลกับสมาชิกที่จะได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้ เป็นอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์กระชับหน่อยก็แล้วกันครับ ก็เป็นสลับเข้ามาอีกรอบหนึ่ง ท่านบุญยอดทักท้วง ถูกต้อง กระชับหน่อยครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ก็พยายามที่จะบอกท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ บุญยอดน้องชายนะคะ พยายามจับต้นชนปลายให้ถูกต้องแล้วจะเข้าใจไปเองค่ะ ท่านประธาน จบแล้วค่ะ ดนตรีคลาสสิก พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ อุปถัมภ์เป็นบทน้าน้อมสู่อัจฉริยภาพทราบทั่วหล้า สถาบันแห่งนี้พร้อมน้าพา เสริมคุณค่าพรสวรรค์ดนตรีศักดิ์ศรีไทย สนับสนุนเต็มที่ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอบพระคุณท่านประธานและผู้ควบคุมเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ได้หยิบยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่วุฒิสภาได้ลงมติไม่เห็นชอบในหลักการหรือคว่้าตั้งแต่ วาระแรกเมื่อเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ผมเองเมื่อวานนี้ก็ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา หารือกับท่านประธานแล้วก็ถามหาความรับผิดชอบในเรื่องนี้ว่าใครบ้างที่ควรจะรับผิดชอบ กับสิ่งที่เกิดขึ้น กระผมไม่ได้ต้องการถามหาความรับผิดชอบในทางการเมืองกับรัฐบาล เพราะทราบดีว่ารัฐบาลนั้นไม่มีเสียงข้างมากอยู่ในวุฒิสภา เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบ ทางการเมืองจึงไม่จ้าเป็น นับจากนี้ไปเป็นเรื่องของความรับผิดชอบของสภาผู้แทนราษฎรเอง สภาผู้แทนราษฎรวันนี้โดยเสียงข้างมาก น้าโดยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หมายเลข ๔๓๐ พร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีก ๒๐ ท่าน ให้การรับรองเพื่อที่จะ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ที่ถูกยับยั้งขึ้นมาพิจารณาใหม่ ประเด็นที่เราจะพิจารณากันวันนี้ก็คือว่าเมื่อยับยั้งแล้วเราจะท้าอย่างไร เราจะมีท่าทีอย่างไร กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมเองนั้นรู้สึกตกใจแล้วก็ไม่สบายใจ เมื่อได้ยินเมื่อได้ทราบข่าวว่าวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นชอบไป เรียนกับท่านประธานว่าคะแนนที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สาม เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์นั้น จากผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน และไม่ลงคะแนน อีก ๑ ท่าน คะแนนเสียงที่จ้านวนมากขนาดนี้เรียกได้ว่าเป็นคะแนนเสียงที่เกือบเป็นเอกฉันท์ แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็ไม่ทราบว่ามีเหตุผลกลใดที่เมื่อร่างพระพระราชบัญญัติที่เราเห็นชอบกัน ทั้งสภาเช่นนี้ไปสู่วุฒิสภาแล้ววุฒิสภากลับลงมติไม่เห็นชอบ แน่นอนละครับ ค้าถามที่ต้องถาม ไปยังผู้ที่ไปเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อวุฒิสภาต้องถูกถามแน่นอน ทราบว่ารัฐมนตรี ที่ไปยื่น ไปน้าเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาเป็นผู้ชี้แจงก็คือรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เมื่อครั้งที่ท่านเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านเป็นรัฐมนตรีประจ้าส้านักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อไปเสนอกับทางวุฒิสภาท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสียแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าในส่วนของรัฐบาลนั้นให้ความส้าคัญกับกฎหมายฉบับนี้มากน้อยแค่ไหน ก็อาจจะต้องบอกกับท่านประธานนะครับว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะกฎหมายนี้ ไม่ใช่กฎหมายที่สลักส้าคัญมากมายนัก แต่ว่าในอารมณ์ความรู้สึกของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาเราเห็นถึง ความส้าคัญ และลงมติไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ชั้นรับหลักการมาแล้ว ท่านประธานครับ แต่เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร มีการไปปรับแต่งแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สุดท้ายเมื่อน้ากลับเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็เกิดปัญหาถกเถียงกันว่าร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ได้มีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขสมตามหลักการและเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอ กฎหมายนี้ต่อสภาหรือไม่ มีข้อบกพร่องอะไรบ้าง ซึ่งมีประเด็นหลักที่ต้องเรียนกับท่านประธานว่า เราก็ได้หยิบยกขึ้นมาในชั้นการพิจารณาในวาระที่สอง นั่นก็คือการพิจารณาในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตราที่พูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ยกฐานะขึ้นมา เป็นอุดมศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยนี่ละครับ ผมเองกับเพื่อนสมาชิกก็ได้พยายามขอแปรญัตติ ในที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ว่าเมื่อมันเกิดประเด็นปัญหาว่าการยกสถานะของสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนานั้นมีเป้าประสงค์ที่จะสนับสนุนดนตรีคลาสสิก แต่ในกฎหมายฉบับนี้ไม่มีค้าว่า ดนตรีคลาสสิกอยู่เลย โดยเฉพาะในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันไม่มีเรื่องนี้ ก็พยายาม ต่อรอง พยายามที่จะเสนอแนะหาทางออกว่าการเขียนมาตรา ๖ ให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษา ส่งเสริม พัฒนาวิชาการและวิชาชีพทั้งชั้นสูงในทางดนตรี คลาสสิก และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดนตรี เขียนไว้แบบนี้จะได้หรือไม่ เพียงแต่เติม ข้อความว่าให้มีดนตรีคลาสสิกและเกี่ยวข้องกับการดนตรีเข้าไป ก็จะท้าให้กฎหมายฉบับนี้ มีความสมบูรณ์มากขึ้นและสมตามเจตนาของการเสนอออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานต้องไม่ลืมเป็นอันขาดนะครับว่ารัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายฉบับนี้ เข้ามามีหลักการว่าต้องการจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ ๓ ข้อ ก็คือ

ประการที่ ๑ เพื่อให้มีสถาบันการดนตรีที่ให้ความส้าคัญต่อดนตรีคลาสสิก อย่างจริงจัง นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือว่าให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความเป็นเลิศทางด้านดนตรีคลาสสิก นั่นประการที่ ๒ และ

ประการที่ ๓ เพื่อเป็นการสนองพระปณิธานและเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะองค์อุปถัมภ์ วงการดนตรีคลาสสิกของประเทศไทย จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

นี่คือข้อความที่ผูกมัดชัดเจนว่าการจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนานั้น มีเป้าประสงค์เพื่อสนับสนุนดนตรีคลาสสิก แล้วในวัตถุประสงค์ซึ่งในมาตรา ๖ เป็นมาตราเดียว ที่จะเติมตรงนี้ไปได้ ท่านกลับไม่เติมลงไป คณะกรรมาธิการวิสามัญของเราก็แข็งตัวมาก ไม่ยืดหยุ่นในเรื่องนี้เลย สุดท้ายผมก็แอบตั้งความหวังลึก ๆ ว่าเอาล่ะเพื่อให้เกิดสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนานี้ขึ้นให้ได้ กฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ตั้งความหวังลึก ๆ นะครับว่า ในชั้นวุฒิสภาเขาจะไปแก้ไขในจุดนี้แล้วก็กลับมาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรต้องส่งกลับมา ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันและเราค่อยหาทางออกในตอนนั้นก็ได้ แต่น่าเสียดายนะครับ ข้อสังเกตของพวกเราเมื่อไม่ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ในวันนั้นแล้วเมื่อไปสู่ในชั้นวุฒิสภาก็เกิดปรากฏการณ์อย่างที่เห็น อย่างไรก็ตามในชั้นวุฒิสภา ผมก็พยายามไปหาค้าตอบว่าเขามีเหตุผลอะไรถึงคัดค้านกับเรื่องนี้ ผมก็ไปดูรายละเอียด การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของวุฒิสภาเขาก็ไม่ได้ท้าแบบขอไปทีหรือสักแต่ว่าผ่าน เขามอบหมายให้คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม ของวุฒิสภา ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภาหรือวิปวุฒิสภาไปศึกษา ล่วงหน้าก่อน ก็ไปศึกษาล่วงหน้ากันแล้วก็ให้ข้อสังเกตนะครับ บอกว่าควรเพิ่มบทนิยาม ดนตรีคลาสสิกเพื่อให้มีความหมายชัดเจน แล้วก็แก้ไขความในมาตรา ๖ โดยเพิ่มค้าว่า คลาสสิก เข้าไป ทางวิปวุฒิสภาก็รับเข้ามาแล้วความเห็นของคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมในเวลานั้นก็คือเสนอว่าให้ที่ประชุมวุฒิสภา รับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้พิจารณาต่อไป นี่คือข้อสังเกตของเขาในชั้นก่อนที่เข้าสู่ การพิจารณาในวาระรับหลักการ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่การพิจารณาในชั้นรับหลักการ ของวุฒิสภา กระผมก็ไม่แน่ใจว่าผู้ไปชี้แจงได้ไปชี้แจงท้าความเข้าใจกับวุฒิสภาอย่างไร นี่ผมถึงต้องถามหาความรับผิดชอบอย่างไรครับว่าใครไปชี้แจง ไปชี้แจง ไปตอบข้อสงสัย ของเขาอย่างไร ท้าไมเขาถึงไม่เห็นชอบด้วย คะแนนออกมาอย่างไรครับ ท่านประธานครับ วุฒิสภาลงคะแนนเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๔๐ คะแนน ไม่เห็นด้วย ๔๗ คะแนน งดออกเสียง ๘ คะแนน ผมก็พยายามไปไล่ดูว่าใครออกเสียงอย่างไร ๘ คะแนนที่เขางดออกเสียงนี้ก็ไปสอบถามบางคนก็ฟังมาว่าฟังค้าชี้แจงของผู้ไปชี้แจง ก็คือรัฐบาลนี่ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ท้าให้การตัดสินใจที่จะงดออกเสียงนี่มันมีผลท้าให้คะแนน ที่เห็นด้วยไปแพ้คะแนนที่ไม่เห็นด้วย ห่างกันเพียง ๗ คะแนนเท่านั้นเอง เกิดอะไรขึ้นครับ ในระหว่างการพิจารณาก็มีหลายประเด็น ซึ่งผมไม่อยากลงลึกในรายละเอียดว่าวุฒิสภา เขาตั้งข้อสังเกตอะไรกันอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเหมาะสม เรื่องของโครงสร้าง หรือเรื่องของความคุ้มค่าการต้องใช้จ่ายงบประมาณอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ที่ไปเสนอ กฎหมายจะต้องมีค้าตอบอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ วันนี้เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมคิดว่าจ้าเป็นที่เราจะต้องหันมาทบทวนกับร่างกฎหมายนี้อย่างจริงจัง วันนี้ผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย น้าโดยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ก็ได้เสนอให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ เพื่อยืนยันร่างกฎหมายฉบับนี้ตามมาตรา ๑๔๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเรายืนยันด้วยเสียงข้างมาก เกินกว่ากึ่งหนึ่งกฎหมายนี้ก็สามารถน้าขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอกับท่านประธานก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้ายืนยันไปโดยที่เนื้อหา สาระของกฎหมายยังบกพร่องอยู่ ยังไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขสมตามเจตนารมณ์ที่เราจะให้ มีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาเพื่อส่งเสริมดนตรีคลาสสิก อย่างที่ผมได้น้าเรียนกับท่านประธาน ในตอนต้นแล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็ยังมีความบกพร่องอยู่ ไม่สมตามเจตนา และการที่ถ้าหากว่า สภาชุดนี้จะยืนยันโดยใช้เสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งไปเพื่อหักล้างกับมติของวุฒิสภา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ อย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานว่า ถ้าไม่มีการระบุของวัตถุประสงค์ว่าให้สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ดนตรีคลาสสิก หรือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีอื่น ๆ แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ต่อไป กระผมจึงมีความเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรจะยืนยันร่างกฎหมาย ฉบับนี้ แล้วก็ขอเสนอแนะกับรัฐบาลว่ากลับไปด้าเนินการกระบวนการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ใหม่ เพิ่มข้อความ ถ้อยความที่เป็นเจตนารมณ์ร่วมกันของคนหลายภาคฝ่ายในสังคมนี้ที่ต้องการ เห็นสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาถูกยกฐานะขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา เป็นมหาวิทยาลัย ทางด้านดนตรีคลาสสิกและการดนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง กระผมจึงเสนอความเห็นไว้ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายต่อกรณีที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น้าโดยท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้เสนอญัตติขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) ขึ้นมา พิจารณาใหม่นี่คือญัตติ เพราะฉะนั้นประเด็นการอภิปรายของผมก็จะอภิปรายในประเด็น ตามข้อเสนอที่ท่านสมาชิกได้เสนอมา ญัตติคือข้อเสนอให้สมาชิกหรือรัฐสภาหรือสภาแห่งนี้ มีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเองก็จะอภิปรายในประเด็นที่อยากให้สมาชิกลงมติไป อย่างใดอย่างหนึ่ง การที่จะให้สมาชิกในสภาแห่งนี้ลงมติไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเองก็ต้อง ให้เหตุให้ผลให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่าท้าไมผมถึงมีความเห็นอย่างนั้น นี่คือแนวทาง การอภิปรายเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อบังคับเป็นไปตามญัตตินะครับท่านประธาน ญัตติขอให้ ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านได้เสนอแถลงญัตติ พร้อมกับยืนยันว่าขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ให้การสนับสนุน ยืนยันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินก็สามารถ น้ามาตรา ๑๔๘ วรรคสอง มาใช้ได้ทันที ก็คือสามารถยืนยันได้ทันที ไม่ต้องรอให้ครบ ๑๘๐ วัน เสมือนกฎหมายทั่วไป ท่านประธานครับ กระผมเองในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน ในการท้าหน้าที่ของกระผมเองก็ค้านึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ เป็นหลัก นั่นคือผลประโยชน์โดยรวม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเห็นว่าถ้าเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนโดยรวม ไม่ว่าจะ ณ วินาทีนี้หรือในอนาคตระยะกลาง หรือระยะยาว ต่อไปนั้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้การยืนยัน การยืนยันร่างกฎหมายที่ถูกยับยั้ง โดยวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) นั้นก็ต้องด้าเนินการไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ไม่สามารถกระท้าเป็นอื่นได้ ความหมายของกระผมก็คือว่าหลังจาก ที่ถูกยับยั้งแล้วก็เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาที่แจ้งมาที่สภาผู้แทนราษฎรในผลแห่งการยับยั้งนั้น จะด้วยเหตุผลกลใดที่เขายับยั้ง นั่นก็เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะต้องสอบถามไปยังส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลข้อเท็จจริงมาประกอบในการตัดสินใจที่จะลงคะแนนว่าจะยืนยันหรือไม่ยืนยัน อันนั้นเป็นสิทธิโดยชอบเลยและเป็นเหตุเป็นผลด้วย แล้วก็จะเป็นบันทึกแห่งสภาแห่งนี้ กรณีมีข้อสังเกตในการอภิปรายเพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายเพื่อน้ากฎหมายสู่การปฏิบัติ ที่จะเป็นประโยชน์ยิ่งตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไป

ท่านประธานครับ การยับยั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) คือวุฒิสภา ไม่รับไว้พิจารณา ไม่รับไว้พิจารณานั่นถือเป็นการยับยั้งตั้งแต่ชั้นรับหลักการ ประเด็นว่า ถ้าถูกยับยั้งอย่างนี้ เมื่อเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้วท้าอะไรได้บ้าง ท้าได้ ๒ กรณีครับ กรณีแรกยืนยัน ถ้าเพื่อนสมาชิกยกขึ้นมาให้ยืนยันตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเราตาม ข้อ ๑๓๓ นะครับ เมื่อมีสมาชิกเข้าชื่อกัน ๒๐ ชื่อ เสนอญัตติยกให้ขึ้นมาพิจารณา เพื่อจะยืนยัน สภาผู้แทนราษฎรเราก็พิจารณา อีกกรณีหนึ่งท้าได้ก็คือไม่ยืนยัน กฎหมายฉบับนี้ ก็เป็นอันตกไป ถ้าอยากให้มีการยกร่างใหม่ก็ไม่ยืนยัน แต่กราบเรียนท่านประธานนะครับ การยกร่างใหม่ในสมัยประชุมนี้จะกระท้ามิได้ครับ เพราะหลักการแห่งกฎหมายฉบับนี้ตกไป ก็ต้องไปว่ากันในสมัยต่อไป นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น

กระผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเหตุที่ผมต้องยืนยัน และขอความร่วมมือไปยังเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับว่าได้โปรดช่วยกันยืนยัน โดยเฉพาะเสียงต้องเกินกึ่งหนึ่งครับ กึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้เท่าที่มีอยู่ ๔๙๘ เสียงครับ กึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ เสียง จะต้องได้เสียงแห่งสภานี้ ๒๕๐ เสียง กฎหมายฉบับนี้ ถึงจะผ่าน และน้าทูลเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐

ด้วยความเคารพท่านประธานยิ่งครับ ผมเองกราบเรียนเหตุผลที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไปในสาระส้าคัญ ๓ เรื่องหลักนั้นที่เป็นเหตุผลที่ต้องเสนอกฎหมาย ประการส้าคัญที่สุด เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ พระองค์ได้ทรงพระราชทานชื่อเป็นชื่อของสถาบันด้วย นั่นเป็นเหตุผลส้าคัญ แล้วจิตจ้านงที่พี่น้องปวงชนชาวไทย เราในฐานะที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่จะ สืบสานปณิธานของพระองค์ท่านให้มีสถาบันจ้าเพาะขึ้นเป็นสถาบันดนตรี จริงอยู่ครับ ในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนั้นก็เป็นความเห็นของพวกเราในชั้นการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรที่เราพยายามได้ทักท้วง ได้น้าเสนอให้กับกรรมาธิการไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง วัตถุประสงค์ที่คลุมเครือ วัตถุประสงค์ที่ไม่ชัดเจน มีความเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ และที่วุฒิสภาเฉกเช่นกัน มีข้อเสนอให้มีการเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อเสนอของกรรมาธิการ ของวุฒิสภาเกี่ยวกับด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีข้อเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุง ถ้าข้อเสนอของ กรรมาธิการชุดนั้นได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้วน้าสู่กระบวนการการรับไว้พิจารณา และการแก้ไข ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยมีครับท่านประธาน ผมเป็นผู้แทนราษฎร มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ไม่เคยมีกฎหมายฉบับไหนที่ถูกยับยั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ แต่ถ้าเป็นปี ๒๕๔๐ ก็ว่ากันไปตามเลขมาตราครับ แต่ถูกยับยั้งด้วยวิธีการนี้ไม่มีครับ ดีที่สุดมีการแก้ไขตาม (๓) แก้ไขบทมาตราตามที่วุฒิสภา เห็นสมควร ข้อเสนอกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไปดูก่อนแล้วน้ากลับเข้ามาเสนอ มันก็เป็นเรื่อง ที่แปลกพอสมควร เป็นค้าชี้แจงของกรรมาธิการที่วุฒิสภามอบหมายไปน้ามาชี้แจงต่อสภา ผู้ที่รับผิดชอบต่อกฎหมายไปชี้แจงต่อวุฒิสภา แต่สิ่งที่ออกมาคะแนนกลับไม่ได้รับความเห็นชอบ ก็เป็นเรื่องที่แปลก อันนี้ก็ต้องไปค้นหา ภายในกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น จิตจ้านงจะยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ ให้กฎหมายฉบับนี้ตกไปหรือไม่ ผมก็พอได้ทราบข่าวมา แต่ไม่ชัดเจนครับท่านประธาน ไม่อยากจะกล่าวหา เพราะเขารู้ว่า เมื่อเขายับยั้งแล้วผู้แทนราษฎรต้องมาพิจารณาต่อ ความหมายในเสียงข้างมาก ฐานะที่เป็น ฝ่ายเสียงข้างมาก กฎหมายฉบับนี้เสนอโดยคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายบริหาร เป็นองค์คณะของฝ่ายบริหาร ถ้าสภาแห่งนี้นะครับ หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรไม่ยืนยัน นั่นล่ะครับ คือความรับผิดชอบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่รัฐสภา ให้การรับรอง ให้มีการพิจารณาต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ถ้าท่านประธานจ้าได้ เพื่อนสมาชิกจ้าได้ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้น้าร่างกฎหมาย ที่ถูกเสนอโดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ในสภาที่ผ่านมา บรรจุในระเบียบวาระการประชุม ขอให้รัฐสภา ยืนยันว่าสามารถน้ามาพิจารณาต่อเนื่องได้ นั่นคือความส้าคัญครับ ผ่านมา ๒ รัฐบาลครับ ถ้ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ยืนยันนะครับ ถ้ารัฐสภาไม่ยืนยันตกไปตั้งแต่ มีการยุบสภา ก็ต้องมาเสนอกันใหม่ และนั่นคือสิ่งที่เป็นมา ๒ ยุค ๒ สมัย การผ่านมา ๒ ยุค ๒ สมัยนี้ ความเข้าใจของตัวกระผมเองครับ การที่จะยกร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมา ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย หน่วยงานที่รับผิดชอบ ส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องคาพยพต่าง ๆ ให้ความเห็นชอบ ส้านักงบประมาณ ข้อท้วงติงของวุฒิสภา ส่วนหนึ่งก็คือว่าจะตั้งสถาบันแห่งนี้เป็นอุดมศึกษาเสมือนมหาวิทยาลัย ก็จะขยายเป็น มหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคตซึ่งใช้งบประมาณมาก นี่คือข้อห่วงใยของวุฒิสภา ท่านประธาน ความเห็นของส้านักงบประมาณจากเอกสารในการชี้แจงประกอบของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี หรือต่อสมาชิกวุฒิสภาก็ดี งบประมาณโดยรวม ๑๑๙,๐๙๙,๐๐๐ บาท จะเป็นสถาบันดนตรีที่จะสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพัฒนาการดนตรี ให้ต่อเนื่องขึ้นไปในสาขาวิชาดนตรีที่เกี่ยวข้อง ผมเน้นตรงนี้เพื่อต้องการให้บันทึกครับ เป็นศาสตร์ดนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องการส่งเสริมดนตรีคลาสสิกและศาสตร์ดนตรีที่เกี่ยวข้อง ถึงแม้จะไม่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ แต่เจตนารมณ์ต้องไปท้าครับ ถ้าไม่ท้าเมื่อน้าสู่การปฏิบัติ ตามกฎหมายแล้ว สมาชิกสภาแห่งนี้เสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ก็ขัดกับเจตนารมณ์ ที่เราพูดกันไว้อย่างชัดเจน ถ้าเป็นอย่างนั้นนะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าผู้ที่จะน้าสู่การปฏิบัติ ไม่กล้าหรอกครับ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะคิดที่จะไม่ส่งเสริมดนตรีคลาสสิก เพราะไปกราบบังคมทูล ขอพระราชทานนาม บุคคลชั้นสูงของประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ ให้การสนับสนุนเป็นที่ปรึกษา องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นที่ปรึกษา ไม่กล้าหรอกครับ ที่จะไม่ท้าเรื่องดนตรีคลาสสิก ถ้ากล้าท้าสภาแห่งนี้ควรจะต้องประณามส้านักงบประมาณ หรือหน่วยงานทุกอย่างไม่ต้องสนับสนุนผ่านร่างงบประมาณเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ในปีต่อไป พวกเราตัดทั้งหมดได้ เพราะเหตุผลคุณไม่สนับสนุนเรื่องดนตรีคลาสสิก เป็นเหตุผลอันควร ไม่ต้องคลอดแล้วท้าแท้งตั้งแต่ร่างงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความกังวล ของเพื่อนสมาชิกในเรื่องของความไม่ชัดเจน ในเรื่องของวิธีการด้าเนินงานต่าง ๆ ผมว่า พวกเราตั้งข้อสังเกตไว้ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อห่วงใย แต่สิ่งที่เราไม่สามารถกระท้าได้เลย คือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวบทที่มีอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในชั้นนี้ เพราะว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญและข้อบังคับใดให้เรากระท้าได้ ให้เรายืนยันหรือไม่ยืนยันเท่านั้น เพราะนั่นเป็นความจ้าเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับที่เราต้องยืนยัน เพราะผ่านกระบวนการ ของการยกร่าง ผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบของพวกเราไป เสียงไม่เห็นชอบไม่มีในชั้น ของสภาผู้แทนราษฎร ยกเว้นเสียงงดออกเสียง ๒ ฝ่ายเห็นพ้องด้วยกันหมด เพราะฉะนั้น การที่จะยืนยันร่างเดิม หมายถึงร่างของสภาผู้แทนราษฎรชอบอย่างยิ่งครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ (๒) ร่างเดิมคือร่างของพวกเรา ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปเป็นข้อสังเกตส้าหรับผู้ปฏิบัติ ข้อทักท้วง ข้อท้วงติงต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ เกิดเป็นปัญหาในอนาคต ผู้ที่รับภาระในการจะพิจารณาไม่ว่าจะชั้นของวาระรับหลักการ พวกเรากันเอง หรือชั้นของวาระหลังจากรับหลักการไปแล้วเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สอง กรรมาธิการควรจะได้ฟังความคิดเห็นเพื่อนสมาชิกบ้างในประเด็นที่เราทักท้วง ในประเด็น ที่เราท้วงติงไปเพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดในการบัญญัติกฎหมาย แต่ก็เข้าใจครับกรรมาธิการ ชุดนี้ท่านก็มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ทั้ง ๆ ที่เราดูแล้วร่างไม่ค่อยจะสอดคล้อง เหมาะสมนัก เพราะตัวร่างเทียบเคียงกับมหาวิทยาลัยบางแห่งที่เราเพิ่งผ่านสภาไป ผมเข้าใจว่า ลอกมาทั้งดุ้น เปลี่ยนแต่ถ้อยค้าบางตัวบางอักษรเท่านั้น มันก็เลยท้าให้พวกเรามีความล้าบากใจ พอสมควร จริงอยู่ครับประธาน ความเป็นสถาบันไม่ได้ท้าหน้าที่การเรียนการสอนอย่างเดียว ท้าหน้าที่ในการวิจัย ทะนุบ้ารุงศิลปวัฒนธรรม บริการสังคมก็เป็นภาระหน้าที่ที่ต้องด้าเนินการ เพราะฉะนั้นความคุ้มค่า ความคุ้มทุน ถ้าสถาบันแห่งนี้เกิดขึ้นมาในชั้นนี้ผมถือว่าเป็นประโยชน์ แต่ว่าภายใต้การเฝ้าดู ภายใต้การตรวจสอบ ภายใต้การติดตามของพวกเราอย่างใกล้ชิด สุดท้ายผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก พวกเราได้โปรดช่วยกันเถอะครับ ช่วยกันที่จะลงคะแนนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งถูกยับยั้งไว้ได้ผ่านความเห็นชอบ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในที่นี้ ๒๕๐ เสียงขึ้นไป ผมมั่นใจว่ามากกว่า ยกเว้นสมาชิกบางท่านมีความปรารถนาดีอยากให้ไปปรับแก้ให้มันดีขึ้น อันนั้นก็เป็นความเห็น ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะต้องอภิปรายส้าหรับในประเด็นที่วุฒิสภาได้มีการยับยั้งในแง่ของหลักการ ผมขออนุญาตใช้ค้าอภิปรายของทุกท่านที่อภิปรายมาแล้ว ผมว่าไม่ต้องทบทวนกันอีกแล้ว ทุกคนเห็นชัดนะครับว่าเรื่องนี้กลับมาหาเราและเราจะพิจารณาอย่างไร ประเด็นที่ส้าคัญ ในการพิจารณาก็คือว่าสิ่งที่วุฒิสภายับยั้งมาเพราะเราไม่ได้ใส่ค้าว่า ดนตรีคลาสสิก ลงไป ในมาตราที่ส้าคัญคือมาตรา ๖ เท่านั้นเอง แต่ตรงนี้เป็นหลักการส้าคัญของการตั้งสถาบันแห่งนี้ พวกเราทุกคนก็คงเห็นด้วยนะครับว่าถ้าการแก้ไขในชั้นนี้สามารถไปตั้งกรรมาธิการร่วมกันได้ เราก็พร้อมจะแก้ไขให้กับทางวุฒิสภาแบบนั้น แต่เนื่องจากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการถูก ยับยั้งในหลักการมา จึงกลับมาอยู่ที่พวกเราว่าเราจะใช้เสียงเกินครึ่งหนึ่งในการยืนยันเรื่องนี้ หรือไม่เท่านั้นเองครับ ผมจึงเห็นต่างว่าเมื่อเราเห็นถึงความส้าคัญเรื่องนี้ด้วยกัน เห็นว่า สถาบันแห่งนี้น่าจะต้องเขียนให้ชัดเจนว่าต้องมีดนตรีคลาสสิกแล้วเราควรจะฟังวุฒิสมาชิก เขาบ้าง สิ่งที่เขายับยั้งมามีเหตุผลครับ เพราะเป็นหัวใจส้าคัญเป็นหลักการส้าคัญจริง ๆ ดังนั้นไม่มีทางอื่น ผมคิดว่าถ้าหากว่าเราเห็นด้วยอย่างนี้เราไม่ควรที่จะปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ ได้ผ่านไป แล้วก็มีตราบาปนี้ติดไปในกฎหมายฉบับส้าคัญฉบับนี้ แล้วก็แก้ไขอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ สิ่งที่เราท้าได้ในวันนี้ก็คือว่าถ้าเราไม่ช่วยกัน ถ้าเราได้ใช้วิธีการในการที่จะไม่ผ่านฉบับนี้ รัฐบาลสามารถที่จะยื่นเข้ามาใหม่ได้ ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลเห็นความส้าคัญของสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนานั้นสามารถที่จะยื่นได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่ทันในวาระสมัยประชุมนี้ ก็สามารถมาในวาระสมัยประชุมหน้าได้ ร่างต่าง ๆ ก็มีอยู่แล้วและเห็นพ้องต้องกันแล้ว กระบวนการต่าง ๆ นั้นเร็วขึ้นแน่นอนถูกไหมครับ มันมีเพียงแค่ค้าเดียว ประโยคเดียว แต่เป็นหัวใจส้าคัญจริง ๆ ผมจึงวิงวอนผ่านท่านประธานสภาไปยังสมาชิกทุกท่านนะครับว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแพ้ ชนะ เป็นแต่เพียงว่าเราเห็นความส้าคัญและฟังค้าคัดค้านของคนอื่นด้วย หรือไม่ สมาชิกวุฒิสภาผมก็เชื่อนะครับว่าคนส่วนใหญ่ในสมาชิกวุฒิสภานั้นเห็นด้วยกับ การตั้งสถาบัน เพียงแต่ขอให้เขียนให้ชัดเจนเพราะมันเป็นหลักการส้าคัญเท่านั้นเองครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะสนับสนุนการยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... เนื่องจากว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลนี้ได้ยืนยันตามมาตรา ๑๕๓ รับจากรัฐบาลที่แล้วเพื่อที่จะ น้ามาพิจารณาและสภาแห่งนี้เราได้ร่วมกันพิจารณาตามกระบวนการของรัฐสภา โดยส่งไป ที่สมาชิกวุฒิสภาพิจารณา เมื่อวุฒิสภาพิจารณาแล้วเห็นว่าส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๑๔๗ (๒) นั่นก็ถือว่าเป็นกระบวนการทางรัฐสภา ตอนนี้ท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ และคณะได้เสนอยืนยันร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณา เป็นที่ทราบกันดีว่าดนตรีเป็นสิ่งที่มีความส้าคัญ ต่อชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ดนตรีเป็นสิ่งที่ได้รับการเชิดชูของชาวโลก ดังที่เราเคยทราบว่า แม้แต่คนไทยหลายคนก็เคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยของเรา เช่น วาทยกรระดับโลก ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณบัณฑิต อึ้งรังษี หรือนักไวโอลินโรแมนติก อย่างคุณสุทิน เทษารักษ์ คุณวาเนสซ่า เมย์ นี่ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่เอาศิลปะการดนตรีน้าชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย ที่ส้าคัญครับ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ซึ่งทรงพระด้าริอยากให้ดนตรีคลาสสิก ซึ่งท่านก็ทราบดี ดนตรีไทยก็ถือว่าเป็นดนตรีที่คลาสสิกระดับโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นขลุ่ย พิณ ซอ อะไรพวกนี้ แต่เราทราบว่าดนตรีคลาสสิก เราเห็นโอเปร่า (Opera) เราเห็นอะไรนั่นคือสากลนะครับ ก็อยากกราบเรียนว่าแม้แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ว่าชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก ฉะนั้นผมถึงเห็นด้วยที่สภาแห่งนี้ เราจะผ่านร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ของรัฐบาลทั้ง ๒ รัฐบาล เพื่อเป็นเกียรติประวัติของสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน และเพื่อเป็น เกียรติประวัติของประเทศไทย ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์

นายอภิชาต การิกาญจน์ นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเห็นความจ้าเป็นในการที่จะตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ด้วยเห็นว่าเรื่องเล็ก ๆ แม้ว่า จะเป็นประเด็นเล็ก ๆ ในสังคม เช่น ดนตรี กีฬา หรือศิลปะ ล้วนแต่มีส่วนในการรังสรรค์ ที่จะท้าให้เกิดเรื่องดีงามกับประเทศชาติได้มากมาย ผมสนับสนุนเพราะได้เห็นว่ามันมี กรณีตัวอย่างของประเทศเล็ก ๆ ประเทศหนึ่ง คือประเทศเวเนซุเอลา ประเทศเวเนซุเอลา เขามีองค์กรที่ชื่อว่า แอล ซีสเท็มมาร์ เป็นมูลนิธิทางดนตรีที่รัฐให้การสนับสนุน เขาตั้งขึ้น เมื่อปี ๑๙๗๕ ถ้านับถึงวันนี้ก็ประมาณ ๓๕ ปีนะครับ ผู้ก่อตั้งเป็นอดีตวุฒิสมาชิก เป็นอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศเวเนซุเอลา ด้วยเห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ ประเทศอิตาลีและประเทศอาร์เจนตินาซึ่งเป็นประเทศใกล้เคียงแล้ว เขามีความสามารถ ในทางดนตรีมากกว่าประเทศเวเนซุเอลา จึงตัดสินใจเสนอตั้งโครงการนี้ขึ้นมาภายใต้ การสนับสนุนของรัฐ ๓๕ ปีของการจัดตั้งแอล ซีสเท็มมาร์ นี่นะครับ ปรากฏว่าขณะนี้ เขามีวงดนตรีคลาสสิกของเยาวชนทั่วประเทศ ๑๒๕ ชุด มีดนตรีคลาสสิกชั้นสูงที่เรียกว่า ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (Symphony orchestra) ๓๑ คณะในประเทศ สามารถตั้งศูนย์ในการ ให้ความรู้ทางด้านดนตรีกับเยาวชนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๓๗๐,๐๐๐ คน ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา เป็นที่น่าสนใจว่าเยาวชนทั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ เป็นเยาวชนจากชุมชนแออัด จากชุมชนคนยากจน เป็นเด็กที่ไร้โอกาสในสังคม เป็นเด็กที่ขาดโอกาสในสังคมแล้วสามารถ มาเรียนดนตรี ฝึกดนตรี จนตั้งวงออร์เคสตราขึ้นมาได้ มีบางคนที่ประสบความส้าเร็จไปเป็น นักดนตรี ไปเป็นวาทยกรที่มีชื่อเสียงอยู่ในต่างประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้น การจัดตั้งศูนย์ดนตรีแบบนี้ขึ้นมามันเป็นโอกาสที่จะช่วยให้เด็กที่พลาดโอกาสในสังคม ต้องการโอกาสของชีวิตได้มีโอกาสมีชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าภายใต้แนวคิด ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือดนตรีเป็นเครื่องมือและเป็นกลไกในการพัฒนาสังคม จะเห็นว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเด็กจากครอบครัวยากจน ในประเทศเวเนซุเอลาจะมีโอกาสมีชีวิตใหม่ ภายใต้การมีโอกาสการฝึกดนตรีและการเรียนดนตรี

ประเด็นที่ ๒ เป็นการถ่ายทอดคุณค่าของดนตรีเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่น ในสังคม เพื่อสร้างความที่รัฐได้เห็นอกเห็นใจคนยากจน ซึ่งเป็นคนที่ขาดโอกาสของประเทศ ได้มีโอกาสในการฝึกดนตรี แก้ไขปัญหาเด็กเหล่านี้ที่มีปัญหาเรื่องยาเสพติด มีปัญหา เรื่องอาชญากรรม สร้างสังคมที่มีความอบอุ่นใจภายใต้ความสุขที่ได้มีโอกาสได้ฝึกดนตรี ได้เรียนดนตรี การจัดตั้งองค์กรของเขาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ผ่านมาถึง ๗ รัฐบาล ในการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในแต่ละปี แล้ว ๗ รัฐบาลของประเทศเวเนซุเอลาเป็น สภาที่เป็นทั้งรัฐบาลที่มาจากซ้ายจัด จนถึงขวาจัด นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะอยู่ในสภาพ การเมืองแบบใด การเห็นว่าดนตรีมีคุณค่า รัฐจึงยังคงจัดสรรเงินงบประมาณในการสนับสนุน องค์กรนี้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเพื่อการจัดตั้งการดนตรีศึกษาในประเทศไทย การจัดตั้งสถาบันที่จะฝึกดนตรี ภาคปฏิบัติเพื่อสร้างนักดนตรีที่มีความรู้ มีความช้านาญพิเศษทางด้านดนตรี วันข้างหน้า ผมเชื่อว่าเรามีโอกาสที่จะขยายการฝึกดนตรีเป็นศูนย์ดนตรีทั่วประเทศ แต่สิ่งเหล่านั้น จะเป็นได้ก็ต่อเมื่อเรามีสถาบันหลักที่จะสร้างนักดนตรี ความจ้าเป็นในการก่อตั้งสถาบัน กัลยาณิวัฒนาน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะน้าพาสังคมไทยในวันข้างหน้าก้าวไปสู่การ ส่งเสริมกิจการดนตรีที่เหมือนกับในประเทศอื่นประสบความส้าเร็จดังตัวอย่างที่ผมเสนอมา ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรพันธุ์นะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ที่ประชุมแห่งนี้คงไม่มีใครที่จะไม่เห็นด้วยที่จะมีสถาบันอย่างนี้ขึ้นมา พวกเราเห็นด้วย อย่างยิ่ง ที่เห็นด้วยนั้นก็เป็นไปตามที่ได้มีการพิจารณามาแล้วในสภาแห่งนี้ ก็คือตั้งสถาบันนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ แต่ว่าเท่าที่ผมได้ติดตามดูเหตุผลที่วุฒิสภาลงมติไม่รับหลักการ ทั้ง ๆ ที่ ในขั้นเตรียมการของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ไปดูรายงานการประชุมการเตรียมการของ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาที่เตรียมครับ พิจารณากฎหมายฉบับนี้เขาก็เห็นด้วย แล้วก็มีมติ ให้รับหลักการ แต่พอเข้าไปที่ขั้นการชี้แจงเมื่อเข้าสู่วาระการพิจารณาของวุฒิสภานะครับ ผมเข้าใจว่ามันมีปัญหาในการชี้แจงตรงนั้นมากกว่า ประเด็นที่วุฒิสภามีข้อเป็นห่วง ก็เหมือนกับที่เราพูดในสภานี้ละครับ ก็คือว่าต้องการบรรจุค้าว่า ดนตรีคลาสสิก เข้าไป ในวัตถุประสงค์ของสถาบันแห่งนี้ ประเด็นหนึ่งที่เขาถามกันมากก็คือว่าจ้านวนนักศึกษา ที่รับเพียงปีละ ๓๐ คน มันน้อยเกินไป พอไปดูโครงสร้างของสถาบัน ท่านประธานครับ ตรงนี่ที่ผมว่าเขามีเหตุผลอยู่เหมือนกัน รับปีละ ๓๐ คน แต่ว่าโครงสร้างของสถาบันท่านไป ใช้รูปแบบมหาวิทยาลัยเต็มตัว ก็คือแบ่งส่วนงานเป็นส้านักงานสถาบัน ส้านักวิชาส่วนงานอื่น ก็หมายความว่าเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มีจัดอยู่มาแล้วในขณะนี้ ทั้ง ๆ ที่ในการศึกษานั้น ผู้ก่อตั้งก็บอกว่าไปดูรูปแบบมาแล้วมีวิทยาลัยดนตรีหลายประเทศที่เขาเรียกว่าเป็น ภาษาอังกฤษครับ คอนเซอวาทอรี (Conservatory) ที่ประสบความส้าเร็จอย่างนี้ แต่พอมา ดูในโครงสร้างมันไม่เห็นรูปแบบนี้ นี่คือจุดที่พวกเราเป็นห่วง เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะฝาก ก็คือว่าขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่จะดูแลสถาบันแห่งนี้พึงติดตามดูว่า ให้สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่สอนดนตรี เน้นดนตรีคลาสสิก สมกับพระปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้อยู่ในวง อย่างนี้ อย่าได้มีการขยายขอบเขตออกไปเหมือนที่พวกเราเป็นห่วง ถ้าท้าได้อย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในอนาคตถ้ามันมีความจ้าเป็นจะต้อง ปรับปรุงให้มันดีขึ้น เช่นปรับปรุงรูปแบบของสภาวิทยาลัยให้มันดีขึ้น เป็นรูปแบบที่เรา เรียกว่าเป็นคอนเซอวาทอรี หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า คองเซอวาตัวร์ (Conservatoire) นั่นละครับ นี่ก็อาจจะสามารถที่จะแก้ไขได้ ฉะนั้นวันนี้ก็ขอให้เดินหน้าไปก่อน เพราะเรื่องนี้ มันค้างมาไม่น้อยกว่า ๕ ปีแล้ว ควรจะเดินหน้ากันต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข กระผมขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความสบายใจในการลงมติ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวครับว่า

ประการแรก ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการเสนอครั้งแรกโดยคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล ชุดที่แล้ว คือรัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอ แต่ว่าเนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างนี้ก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นร่างกฎหมายที่ได้จัดท้าขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งพระองค์ท่านได้ให้ความส้าคัญกับดนตรีคลาสสิก และได้ด้าเนินการโครงการนี้มาโดยตลอด ในรัฐบาลชุดที่แล้วนอกจากเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้ว ยังได้จัดงบประมาณในเบื้องต้น ในงบประมาณปี ๒๕๕๒ ในรัฐบาลชุดที่แล้วได้จัดสรรงบประมาณให้กับโครงการนี้ ๒๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๓ รัฐบาลชุดที่แล้วก็ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการนี้ ๑๐ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ก็ยังจัดงบประมาณให้อีก ๓๒,๙๔๐,๐๐๐ บาท ส่วนในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ก็ได้สนับสนุนงบประมาณ ๕๖,๑๕๙,๐๐๐ บาท รวมเป็นงบประมาณที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้จัดสรร เพื่อโครงการนี้เป็นเงินถึง ๑๑๙ ล้านบาท และได้มีการวางศิลาฤกษ์อาคารต่าง ๆ เตรียมพร้อมไว้ เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาเห็นว่าเป็นโครงการที่มีความส้าคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโครงการ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเป็นโครงการที่สนับสนุนเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก ผมกราบเรียนเพิ่มเติมว่าดนตรีคลาสสิก ไม่มีค้านี้ในมาตรา ๖ ความจริงแล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ถกเถียงในเรื่องนี้มากพอสมควร เอาเป็นว่า ๒ ครั้งติดต่อกันยังไม่ได้ผ่านมาตรานี้ บางคนก็เห็นว่าที่บัญญัติไว้ของเดิมที่บอกว่า มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมและพัฒนาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงในทางดนตรีและศาสตร์ อื่น ๆ การที่ไม่เติมค้าว่า ดนตรีคลาสสิก ก็เนื่องจากมีความเห็นว่าดนตรีนั้นน่าจะเปิดกว้างไว้ ในอนาคต เพราะถึงแม้ว่ามีวัตถุประสงค์จะเน้นเรื่องดนตรีคลาสสิก แต่อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะ เปิดกว้างให้มีการเสริมในเรื่องดนตรีอื่น ๆ ที่ประกอบกัน เช่นดนตรีที่เป็นศิลปะของประเทศ ไทยเราต่าง ๆ เหล่านั้น เมื่อพิจารณากันโดยละเอียดรอบคอบ ก็เห็นว่าการเขียนไว้ตามร่าง เดิมที่รัฐบาล คณะรัฐมนตรี ๒ คณะได้เห็นชอบมานั้นก็เป็นการที่เหมาะสม เพราะเรื่องดนตรีคลาสสิกนั้นด้าเนินการได้อยู่แล้วและยังเปิดกว้าง ในอนาคตอาจจะมีดนตรีไทย ดนตรีพื้นบ้านต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุน อันนี้ก็เป็นการที่ได้พิจารณากัน จึงเห็นควรว่าคงไว้ ตามร่างเดิม จึงไม่มีการเติมค้าว่า ดนตรีคลาสสิก เข้าไป กระผมจึงขอกราบเรียน เพื่อท่านสมาชิกจะได้สบายใจในการที่จะได้ลงมติสนับสนุนและยืนยันร่างนี้ต่อไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะขอมติครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะขอมติครับ ท่านเลขานุการวิปมีอะไรไหมครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวล้าภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดหนองบัวล้าภู ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ส้าคัญ และรัฐบาลเองก็ให้ความส้าคัญเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้มีเพื่อนสมาชิกจ้านวนหนึ่งที่ประชุมอยู่ที่ตึก ๒ ตึก ๓ ฝากเรียนท่านประธานว่ากว่าจะลงมา ก็ใช้เวลาพอสมควร ช่วยกดออดยาว ๆ นาน ๆ ด้วยครับ ท่านประธานขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะกด ออดยาว ๆ นาน ๆ นะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนท้าการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะขอมตินะครับ กรุณาได้ตามเพื่อน สมาชิกที่อยู่ประชุมคณะกรรมาธิการกรุณาได้เข้าห้องประชุมด้วยครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ นั่งประจ้าที่เสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยครับ บัตรมีปัญหา ด้านหลัง มียกมือหลายท่านตรวจดูสิที่เสียบบัตรมีปัญหาหรือเปล่า ตรวจสอบบัตรข้างหลัง ด้วยครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านใดยัง ไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน ส่งผลคะแนนครับ เชิญครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๑๐ ท่าน

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๐๓ ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพิ่มไปอีก ๑ ท่าน เชิญครับ

นายไชยา พรหมา หนองบัวล้าภู

ท่านประธานครับ ผม ไชยา พรหมา อยู่ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มี ๓๑๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรยืนยันโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรยืนยันโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ท่านพิเชษฐ์ลงคะแนนหรือยังครับ นั่งประจ้าที่นะครับ เรียบร้อยส่งผล คะแนนนะครับ จ้านวนผู้เข้าประชุม ๓๖๑ ท่าน เห็นสมควรยืนยัน ๓๕๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนไม่มีนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมยืนยันร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... มีคะแนนเสียงยืนยันมากกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวนสมาชิกทั้งหมดที่มี อยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จึงถือว่าที่ประชุมมีมติให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วนะครับ

คุณหมอชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ระเบียบวาระตามปกติ ผมขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ขอเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วนที่ ๑๔ เรื่องด่วนที่ ๑๕ เรื่องด่วนที่ ๑๖ และเรื่องด่วนที่ ๑๗ ซึ่งเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดขึ้นมาพิจารณาต่อจาก เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๑ เป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจ้าต้าแหน่ง และผลประโยชน์ตอบแทนขององค์กรอิสระ ของประธาน และคณะกรรมการองค์กรอิสระ หลังจากพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑ เสร็จนะครับ จะต่อเรื่องด่วนที่ ๑๒ เรื่องด่วนที่ ๑๓ เรื่องด่วนที่ ๑๔ เรื่องด่วนที่ ๑๕ เรื่องด่วนที่ ๑๖ และเรื่องด่วนที่ ๑๗ ขอผู้รับรองครับ ท่านประธานครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ท่านบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นว่า น่าจะคงไว้ในระเบียบวาระล้าดับเดิมนะครับ เพราะว่ามีร่างของประชาชนอีกหลายร่าง ร่างเกี่ยวกับความเสียหายของผู้รับบริการสาธารณสุข ร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... แล้วก็รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภค พ.ศ. .... ด้วย ถ้าอย่างนั้นจะข้ามร่างพระราชบัญญัติของประชาชนเหล่านี้มา ทั้งหมดเลยครับ แล้วเมื่อไรจะได้พิจารณากัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าให้คงไว้ตามระเบียบวาระ เดิมครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ด้าเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอมติที่ประชุมนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ผมขอมติ ที่ประชุมว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรเลื่อนระเบียบวาระตามที่คุณหมอชลน่านเสนอ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับท่านบุญยอดให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกท้าการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ปิดการลงคะแนน เชิญส่งผลครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๓๘ ท่าน เห็นด้วยกับคุณหมอชลน่าน ๒๖๒ ท่าน เห็นด้วยกับท่านบุญยอด ๗๓ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับท่านชลน่าน ให้เลื่อนมาต่อในล้าดับ ต่อไปนะครับ

ผมขอพิจารณาต่อไปนะครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

เนื่องจากร่างฉบับนี้มีร่างพระราชบัญญัติท้านองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ ซึ่งยังไม่ได้ บรรจุระเบียบวาระ คือร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องท้านองเดียวกันน่าจะพิจารณารวมกันได้ จะมีสมาชิก ท่านใดขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่ขัดข้อง ก็ถือว่าที่ประชุมเอามารวมพิจารณา ผมขอด้าเนินการต่อไปนะครับ

เชิญรัฐบาลแถลงหลักการและเหตุผลครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ครับ

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน

เหตุผล โดยที่ประเทศไทยยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับแก่สิทธิ หน้าที่ และ ความรับผิดของผู้ขนส่ง ผู้รับตราส่ง และบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับขนของทางถนน ระหว่างประเทศ ในขณะที่การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก ประเทศไทยได้ขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศออกไปอย่างกว้างขวาง สมควรให้มีกฎหมายกก้าหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดในเรื่องการรับขนของทางถนน ระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะ เพื่ออ้านวยความสะดวกทางด้านการค้าและการขนส่ง ระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการรับขนของทางถนนของประเทศไทย สามารถแข่งขันในการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศได้มากขึ้น จึงจ้าเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ จึงเสนอที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เสนอหลักการและเหตุผลครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผม ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน พ.ศ. ....

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน

เหตุผล โดยที่การขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน มีความส้าคัญต่อระบบการค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนได้มีการท้าความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการอ้านวย ความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน ซึ่งวางกรอบความร่วมมือในการให้เจ้าหน้าที่สามารถ ด้าเนินพิธีการร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าว สมควรก้าหนดให้มีพื้นที่ส้าหรับ ด้าเนินพิธีการร่วมกันและก้าหนดหลักเกณฑ์กลางส้าหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยและ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศภาคีตามความตกลงเพื่อด้าเนินพิธีการในพื้นที่ดังกล่าว จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ผมให้ความส้าคัญกับการเสนอร่างกฎหมาย ฉบับนี้ เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้าโขงซึ่งได้รับอนุมัติ ในสมัยที่ พันต้ารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และขณะนี้การเปิดสะพานเชื่อม ระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวได้ด้าเนินการเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานร่วมกับทาง ประธานประเทศลาว ท่านประธานครับ หลังจากเปิดสะพานดังกล่าวหรือแม้กระทั่งสะพานหนึ่ง ที่ข้ามแม่น้าโขงที่ทางจังหวัดหนองคาย ที่เวียงจันทน์ หรือทางที่จังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขต ล้วนมีปัญหาที่ยังไม่เป็นการบริการประชาชนระหว่าง ๒ ประเทศในลักษณะวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ภาษีหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ยังไม่เป็นระบบที่จะเอื้อประโยชน์ ต่อการส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพ ในปี ๒๕๕๘ ที่จะถึงนี้เราจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หมายถึงอาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียว ในทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่จะเป็นเครื่องมือในอันที่จะท้าให้การด้าเนินงานในการส่งเสริม การค้าชายแดน การส่งเสริมทางด้านวัฒนธรรม การไปมาหาสู่กัน การคมนาคม กฎระเบียบ ต่าง ๆ ยังไม่เป็นสิ่งที่จะเอื้อประโยชน์ กระผมจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกบกับ ร่างของรัฐบาล ส้าหรับรายละเอียดคงไปด้าเนินการกันในคณะกรรมาธิการในโอกาสต่อไป กระผมขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประสงค์ จะอภิปรายจากจังหวัดเชียงรายนะครับ เชิญท่านอิทธิเดช แก้วหลวง แล้วมาท่านศุภชัย ใจสมุทร แล้วก็ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญ ๓ ท่านก่อนนะครับ

นายอิทธิเดช แก้วหลวง เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะรัฐมนตรีได้น้าเสนอเข้าสู่สภาในวันนี้นั้น ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ผมเองมีความเข้าใจ ว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ออกค่อนข้างจะช้าไปหน่อย สืบเนื่องจากการขนสินค้าข้ามพรมแดน การอ้านวยความสะดวกในการส่งสินค้าข้ามพรมแดนทางถนนนั้น ประเทศไทยของเรานั้นได้ ด้าเนินการมาเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง ก่อนอื่นนั้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่าประเทศไทยนั้นเป็นศูนย์กลางในอนุภูมิภาคอย่างแท้จริง เมื่อปี ๒๕๔๒ เรามีข้อตกลงร่วมกันโดยตามข้อตกลงจีเอ็มเอส (GMS) เกี่ยวกับการขนส่งข้ามพรมแดน หรือที่เรียกว่า ซีบีทีเอ (CBTA) ปี ๒๕๔๒ ลงนามกันที่นครเวียงจันทน์ แต่ยังไม่มีผล ในทางปฏิบัติ ครอส-โบรเดอร์ ทรานสปอร์ต อะกรีเมนท์ (Cross-Border Transport Agreement) ไปเริ่มต้นขึ้น เมื่อดูแผนที่แล้ว ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์เหนือ-ใต้ นอร์ท-เซาท์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ (North-South economic corridor) ระหว่างคุนหมิง-กรุงเทพฯ และประเทศสิงคโปร์ โดยใช้เส้นทางอาร์สามเอ (R3A) และอาร์สามบี (R3B) ทางจังหวัด เชียงรายนะครับ ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง อีสท์-เวสท์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ (East-West economic corridor) เริ่มต้นที่ดานัง ลาวบ๋าว สะหวันนะเขต-มุกดาหาร และจะไปสิ้นสุด ที่ท่าตอนในสหภาพพม่าครับ หลังจากนั้นแล้วเมื่อเรามาดูรายละเอียดของข้อตกลงซีบีทีเอ ซึ่งได้จัดท้าขึ้นในปี ๒๕๔๒ ปรากฏว่ามีข้อหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ครับ ก็คือเงื่อนไขข้อที่ ๑ คือการอ้านวย ความสะดวกในพิธีการข้ามเขตแดน ซึ่งรวมทั้งสินค้า รวมทั้งผู้คนทั้งหลาย แล้วการขนส่งสินค้า ในความหมายในปี ๒๕๔๒ นั้นก็คือการที่จะต้องท้าให้ประเทศภาคีต่าง ๆ เหล่านั้นต้องเป็น ซิงเกิล สต็อป อินสเปกชัน (Single stop inspection) ก็หมายความว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ หลาย ๆ ฝ่ายของประเทศภาคีนั้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจปล่อยสินค้าร่วมกัน เพื่ออ้านวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธาน ได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อเรามีข้อตกลงการขนส่งข้ามแดนร่วมกันระหว่าง ๓ ประเทศก็คือ ประเทศเวียดนาม สปป. ลาว และประเทศไทยที่เส้นหมายเลข ๙ หรืออาร์ ๙ (R9) เราได้ร่าง ข้อตกลงความเข้าใจในการขนส่งข้ามแดนหรือที่เรียกว่าซีบีทีเอ ลงนามเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๐ และเริ่มเปิดด้าเนินการขนส่งจริง ๆ เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ ซึ่งทั้ง ๓ ประเทศนั้น ได้มีการจ้ากัดจ้านวนรถบรรทุกไว้นะครับ ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่าปีนี้ปี ๒๕๕๕ ปรากฏว่า อุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นชัดเจนครับ ก็คือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ของทั้ง ๓ ประเทศ ดังนั้นแล้วผมเห็นด้วยครับที่รัฐบาลจะได้รีบเร่งด้าเนินการออก พระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้การด้าเนินการตามข้อตกลงตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นั้นสัมฤทธิผล และอีกประการหนึ่งนั้นยุทธศาสตร์ของประเทศไทยของเรานั้นคือการเป็นโลจิสติกส์ ฮับ (Logistics hub) ในปี ๒๐๑๕ ซึ่งจะเป็นเวลาที่เราจะเข้าสู่การเป็นเออีซี (AEC) หรือ ประชาคมประชาชาติอาเซียน ท้าอย่างไรครับศูนย์วัน สต็อป เซอร์วิส ของเราซึ่งเราได้ตั้งขึ้น ทั่วประเทศตามด่านชายแดนที่ส้าคัญ ไม่ว่าทางเหนือจะเป็นที่จังหวัดเชียงราย ที่แม่สาย เชียงแสนและสะพานข้ามแม่น้าโขงแห่งที่ ๔ ที่อ้าเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดมุกดาหารเองหรือจังหวัดนครพนมเองซึ่งยังไม่มีข้อตกลงในการเดินทาง การขนส่ง ข้ามพรมแดนเหมือนกับที่เราได้ท้าข้อตกลงไว้ที่อาร์ ๙ เส้นทางยุทธศาสตร์อาร์ ๑๒ (R12) อาร์ ๘ (R8) ที่พาดผ่าน สปป. ลาวทั้งหลายนั้น ก็มุ่งหน้าไปสู่ทางจีนตอนใต้ผ่านชายแดนหลานเซิง ของเวียดนามและผิงเสียของมณฑลกวางสี ปลายทางส้าคัญที่สุดครับ ยุทธศาสตร์ที่ส้าคัญก็คือการ เชื่อมโยงระหว่างหนานหนิง-กรุงเทพฯ นั่นคือสิ่งส้าคัญอีกประการหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วเรายังต้องมาดูเรื่องชายแดนที่ส้าคัญเช่น ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี อ้าเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งจังหวัดตราด และมองไปทางใต้ครับ เรามีด่านชายแดนที่ส้าคัญมากมายและเป็นด่านที่มียุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่ส้าคัญของ ประเทศทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นตากใบ สุไหงโก-ลก เบตง หรือสะเดา หรือปาดังเบซาร์ เป็นต้น ดังนั้นแล้วผมคิดว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้น้าออกมาใช้แล้ว ศูนย์วัน สต็อป เซอร์วิส ซึ่งเราพยายาม ที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์บริการการส่งออกและน้าเข้าแบบครบวงจรก็จะสามารถสัมฤทธิผล โดยประการทั้งปวง นอกจากนี้ครับผมคิดว่ากรมศุลกากรของเราเองนั้นได้มีการพัฒนาในการ ปลดปล่อยสินค้าอย่างทันสมัยโดยใช้ตู้เอ็กซเรย์ (X-Ray) ใช้ระบบอาร์เอฟไอดี (RFID) ในการติดตาม และควบคุมการขนส่งจากต้นทางถึงปลายทางได้ตลอดเวลา นั่นคือสิ่งที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ วันนี้รัฐสภาของเราได้น้าเอาพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้ามาเพื่อที่จะสนองตอบความต้องการ และเพื่อให้การที่ประเทศไทยของเราจะเป็นศูนย์กลางของการขนส่งในอนุภูมิภาคนี้ อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามครับ ผมเห็นว่าความคุ้มค่าและทันเหตุการณ์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น จะต้องมีการทบทวนและเพิ่มเติมในประเด็นหลาย ๆ ประเด็นที่ส้าคัญครับ เพราะว่าผมดูแล้ว กฎหมายทั้งหมดมีแค่ ๑๓ มาตรา มันเพียงพอหรือไม่ครับกับการที่เราจะตราพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ออกมาแล้วเรายังไม่สามารถที่จะครอบคลุมถึงคุณค่าที่เราจะออกพระราชบัญญัติฉบับนี้

ประเด็นที่ ๑ ผมเห็นว่าการก้าหนดหน่วยงานหลักให้เป็นแม่งานควบคุม บริการอาคารสถานที่ทั้งหมดให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จหรือวัน สต็อป เซอร์วิสนั้น หรือศูนย์ราชการบริหารชายแดน ซึ่งน่าจะมีอาคารบ้านพักอาศัยสุขสมบูรณ์ก้าหนดพื้นที่ ควบคุมร่วมกัน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของประเทศภาคีที่จะต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน ซึ่งรวมทั้งการที่จะต้องเป็นโลจิสติกส์ ฮับ บอร์เดอร์ (Logistic hub border) ก็หมายความว่า จะต้องมีบริเวณที่สามารถปรับเปลี่ยนหัวลาก หรือยานพาหนะ หรือสินค้าที่จะขนถ่าย หรือศูนย์ที่จะสามารถขนถ่ายผู้โดยสารรวมทั้งหมดนะครับ และผมเห็นว่าในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นั้นการตีความในมาตรา ๓ ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่ครับว่าการให้อ้านาจหน้าที่ของต้ารวจ ตรวจคนเข้าเมืองนั้นควบคุมยานพาหนะด้วย ซึ่งมันขัดกับกฎหมายของศุลกากรนะครับ เพราะศุลกากรนั้นต้องเป็นฝ่ายที่ควบคุมยานพาหนะ แล้วก็ควบคุมเรื่องสินค้านะครับ ส่วน ตม. นั้นจะควบคุมเฉพาะผู้คนเท่านั้น อันนี้คือส่วนหนึ่งที่น่าจะมีการปรับเปลี่ยนแล้วก็ท้าให้ กฎหมายสมบูรณ์ขึ้น

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน การก้าหนดมาตรฐานบริการ ความสะดวก รวดเร็วและความปลอดภัยให้เทียบเท่ากับสากล นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ตรา เอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเห็นว่านอกจากการที่ออกกฎหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของไทย เรานั้นสามารถไปปฏิบัติการนอกราชอาณาจักรได้ และให้เจ้าหน้าที่ของประเทศคู่ภาคีนั้น เข้ามาปฏิบัติการร่วมในพื้นที่ของเราแล้วนั้นเราควรจะมีประเด็นอื่น ๆ ที่จะเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้พระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้นนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ผมเห็นว่าเนื่องจากประเทศไทยของเรากับประเทศเพื่อนบ้านนั้น มีความแตกต่างกันมากนะครับ ในกรณีที่มีการขนส่งข้ามแดนทั้งหลาย ไม่ว่ากฎระเบียบของ การจราจรซึ่งแตกต่างกัน ขนาดมาตรฐานของรถยนต์ การติดตั้งพวงมาลัยคนขับซึ่งแตกต่างกัน สภาพสังคมและภาษาที่ใช้ก็ไม่เหมือนกันเลยนะครับ

ประเด็นสุดท้ายก็คือ เรื่องของการวางระบบประกันภัย ในช่วง ๓ ปีที่มีการ ท้าข้อตกลงไว้ครับ การเดินรถจากประเทศไทยเราเองไปหาประเทศภาคีนี่เรายังไม่มี ข้อก้าหนดเกี่ยวกับการวางหลักประกันเรื่องของประกันอุบัติภัยทั้งหลายนะครับ ดังนั้นแล้ว ผมคิดว่าหากว่าเราทบทวนกฎหมายฉบับนี้แล้วเข้าสู่วาระของคณะกรรมาธิการแล้ว ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการที่จะน้ามาใช้ และผมเห็นว่าถึงแม้ว่าเราจะออก พระราชบัญญัติฉบับนี้ช้าไป แต่ก็ยังถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะเราเคยใช้มาแล้ว ๓ ปี เราจะรู้ว่าประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนเส้นอาร์ ๙ นี่มันมีอุปสรรคปัญหาประการใด และสามารถบรรจุเป็นระเบียบกฎหมายต่าง ๆ เข้าไปใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้หรือไม่ ผมก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ดังกล่าว แล้วผมยินดีที่จะรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้พิจารณาครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณศุภชัย

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ต้องขอบอกว่าผมเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามาอย่างที่ให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาวันนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะเรียนต่อท่านประธาน ก็คือว่าจริง ๆ แล้วตามความร่วมมือที่ได้ตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านของอาเซียนเราประเทศไทย จะต้องเสนอกฎหมายถึง ๕ ฉบับ ในลักษณะที่เป็นส้ารับเข้ามาเป็นกฎหมายเป็นพวงก็คือ กฎหมายฉบับนี้ แล้วก็จริง ๆ ที่ควรจะต้องมีก็คือ พ.ร.บ. การรับขนคนโดยสารและสัมภาระ ทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งก็ยังไม่ได้เสนอมา พระราชบัญญัติการรับขนของทาง ถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็คงจะเสนอใช่ไหมครับ แล้วก็สิ่งที่เป็นของกระทรวงการคลังก็คือร่างพระราชบัญญัติศุลกากรว่าด้วยการอนุมัติการให้ เป็นไปตามความตกลงว่าด้วยการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดนในภูมิภาค ลุ่มแม่น้าโขง แล้วก็ พ.ร.บ. ศุลกากรส่วนที่เกี่ยวข้องกับจีเอ็มเอส คือมาตราที่เกี่ยวข้องด้วย บทเรื่องของการผ่านแดนนะครับ ซึ่งส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วแต่ก็ยัง ไม่ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งจริง ๆ นี่ผมก็มีความรู้สึกว่าอยากจะให้มีการเสนอเข้ามา พร้อมกันเพื่อที่จะสามารถเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะอ้านวยความสะดวกให้การค้า ระหว่างประเทศสามารถด้าเนินการไปด้วยความสมบูรณ์ ท่านประธานครับ สิ่งที่เป็นความจริงอยู่ อย่างหนึ่งในโลกนี้ ก็คือวันนี้โลกทั้งโลกเราเป็นโลกเดียวกัน เรามีการค้าขายข้ามพรมแดนกัน มาเนิ่นนานและยิ่งเรามีข้อตกลงในการที่จะท้าให้กลุ่มประเทศของเราเป็นกลุ่มเดียวกัน นั่นหมายถึงว่าสิ่งส้าคัญที่สุดที่แต่ละประเทศจะต้องมีให้แก่กัน ก็คือการที่มีกฎหมายในการ ที่จะอ้านวยความสะดวกส่งเสริมให้การค้าขายข้ามพรมแดนได้สามารถที่จะด้าเนินการได้ อย่างบรรลุเป้าหมาย แน่นอนครับ ในอดีตที่ผ่านมานี่เราอาจจะไม่มีการค้าขายที่เป็นการค้าขาย ข้ามพรมแดนในลักษณะที่เป็นการขนส่งสินค้าจากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่งและต่อไป อีกประเทศหนึ่ง ลักษณะการขนก็ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน เช่นว่าถ้ามาทางเครื่องบินก็มา เครื่องบินเลย แต่ปัจจุบันนี้การค้าขายโดยการค้าการข้ามพรมแดนนี่มันมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น การขนของ ขนสัมภาระ ขนสินค้า นี่ผมพูดเฉพาะสินค้าอย่างเดียวยังไม่พูดถึงคนนี่นะครับ ก็จะเห็นว่ามันมีทั้งมาด้วยเรือต่อด้วยเครื่องบินแล้วไปด้วยรถไฟต่อด้วยรถยนต์ ข้ามจาก ประเทศโน้นไปประเทศนี้ ซึ่งการที่จะสามารถที่จะด้าเนินการในลักษณะติดต่อกันหลายประเทศ ในลักษณะด้วยวิธีการอันหลายวิธีการ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับที่ดีก็ยังจะต้องเป็นปัญหา สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่ด้าเนินการค้าขายกันระหว่างประเทศนี่จะต้องท้าความเข้าใจและรู้จักกันมาก็คือ เราจะต้องศึกษากฎหมายแต่ละประเทศ กฎหมายของการค้าภายในประเทศจริง ๆ ก็คือถ้ามี กฎหมายเฉพาะภายในประเทศอย่างเดียวก็อาจจะบอกว่าเอาอยู่ แต่พอมีการค้าขายข้าม พรมแดนกันเราจะพบว่าสิ่งที่จะต้องมีมากกว่านั้น ก็คือมันจะต้องมีกฎหมายภายในและ รองรับด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีเองก็คงจะทราบว่าจริง ๆ มันมีกฎหมายในการค้าขายระหว่างประเทศมันมีกฎหมายอะไรที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ในการค้า ระหว่างประเทศสิ่งที่ผู้ค้าเองเวลาจะท้าความตกลงกันในการที่จะค้าขายกับผู้ค้าคู่ค้า อีกประเทศหนึ่งเขาก็ต้องศึกษาสิ่งที่เป็นกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ด้วย สิ่งนี้มันเป็นสิ่งซึ่งใน วงการค้าเขาเรียกว่าเป็นชอยซ์ ออฟ ลอว์ (Choice of law) เรื่องของกฎหมายเป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขาจะต้องพิจารณาว่าจะอ้านวยความสะดวกได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้นก็คือในการ ท้าสัญญาซื้อขายสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศนอกจากที่จะต้องศึกษาเรื่องกฎหมายแล้วนี่ ในสัญญาก็มักจะมีการระบุเรื่องของการระงับข้อพิพาทว่าถ้าจะมีการพิพาทกันจะต้องมีการ ไประงับข้อพิพาทกัน ณ ที่ใด ที่เขาเรียกกันว่าชอยซ์ ออฟ ฟอรัม (Choice of forum) จะเอาฟอร์รัมไหน ประเทศไหนเป็นที่ระงับข้อพิพาท รวมทั้งจะใช้วิธีการระงับข้อพิพาทโดยวิธีใด ที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ค้าว่า ดิสพิวท์ ออฟ เรซะลูชัน (Dispute of resolution) ว่าจะเอาเรื่อง ของประนีประนอม เรื่องของการเจรจาต่อรองกัน หรือเรื่องของการขึ้นศาล หรือเรื่องของ การอนุญาโตตุลาการ จะเป็นลิทิเกชัน (Litigation) หรือ อาร์บิเทรชัน (Arbitration) หรือ คอนซิลลีเอชัน (Conciliation) แล้วแต่ที่จะเลือก ที่ผมพูดตรงนี้ก็คือก้าลังจะบอกว่าในความ เป็นจริงแล้วการค้าขายข้ามพรมแดนหรืออินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง (International trading) มันมีมากกว่าการค้าขายกันภายใน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าวิวัฒนาการในเรื่อง เหล่านี้มันมีมานานแล้วครับว่าเขาจะท้าอย่างไรให้การค้าขายสามารถอ้านวยความสะดวกกัน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของประเทศของเราก็คือการที่จะต้องท้าอย่างไร ให้มีการอ้านวยความสะดวกกัน อย่างจริง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว แล้วผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงทราบ นะครับว่ากฎหมายการค้าระหว่างประเทศก็เป็นเรื่องส้าคัญ เพราะการค้าระหว่างประเทศ นอกจากจะมีกฎหมายเรื่องภายในประเทศซึ่งมันมีอย่างที่เราทราบกันนะครับ ว่ากฎหมายที่ มันเป็นไพรเวท ลอว์ (Private law) ก็คือเรื่องของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะซื้อขาย ลักษณะนิติกรรมเรื่องหนี้ เรื่องรับขนนี่ก็เป็นกฎหมายภายในประเทศ นอกจากนี้แล้วประเทศเรา เราก็มีการออกกฎหมายซึ่งเป็นเรื่องการรองรับเรื่องการขนส่ง เช่น พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ และนอกจากนี้ก็คือมีการออก กฎหมายเพื่อเป็นการอนุวัติตามอนุสัญญาต่าง ๆ ที่เราได้ท้าความตกลงกันไว้ เช่น มีปัญหา เรื่องของใบตราส่งที่เราเรียกกันว่าเฮก รูลส์ (Hague Rules) หรือที่มีการท้ากันที่กรุงเฮก ก็คืออนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อความเป็นเอกภาพของกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับเรื่อง ใบตราส่ง หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า เดอะ อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเวนชั่น ฟอร์ เดอะ ยูนิฟิเคชัน ออฟ เซอเทน รูลส์ ออฟ ลอว์ รีเลทติ้ง ทู บิล ออฟ เลดดิ้ง (The international convention for the unification of certain rules of law relating to bill of lading) เป็นต้นนี้นะครับ นอกจากนี้เราก็จะมีกฎหมายที่มันรองรับหลายอย่าง เช่น พระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ เรื่องของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีหน้าที่ในเรื่อง ของการเข้ามาระงับข้อพิพาท รวมทั้งเรื่องของคอนฟลิกท์ ออฟ ลอว์ (Conflict of law) คือ พระราชบัญญัติการขัดกันของกฎหมาย เรื่องกฎหมายคนต่างด้าวต่าง ๆ นี่คือกฎหมาย ภายในประเทศ นอกจากนี้เราก็ทราบนะครับ ว่าจริง ๆ แล้วนอกจากกฎหมายภายในแล้ว มันไม่พอ กฎหมายที่มันเกิดขึ้นมากกว่านั้นก็คือมันจะต้องมีกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศก็คือเป็นเรื่องที่เราไปตกลงกันเป็นในลักษณะที่เป็นทวิภาคี หรือ เรียกกันว่าไบเลทเทอรัล อะกรีเมนท์ (Bilateral agreement) หรือที่เป็นพหุภาคี คือมัลติเลทเทอรัล อะกรีเมนท์ (Multilateral agreement) ซึ่งเราไปตกลงกันนะครับ เป็นเรื่องสนธิสัญญา เป็นเรื่องความตกลง อนุสัญญา เช่น เรื่องของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งซึ่งมันมีอยู่ อย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการค้าต่างประเทศ ก็คือมันมีประเพณีทางการค้าซึ่งถือปฏิบัติกันมา เรามีข้อบัญญัติบางเรื่องซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าประเพณีทางการค้าเคยมีกันมา เพราะฉะนั้น เราก็จะพบว่ามันจะมีสิ่งที่เรียกว่าเป็นอินโคเทิร์มส์ (Incoterms) ซึ่งเป็นข้อตกลงในความหมายกัน ว่าถ้าพูดกันอย่างว่าซีไอเอฟ (CIF) นี่ ต่างประเทศหรือภายในประเทศต้องตกลงเหมือนกันว่า แปลว่าอะไร เป็นประเพณีทางการค้าซึ่งจัดขึ้น สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นแพรคทิซ (Practice) หรือว่าเป็นขนบธรรมเนียม หรือเป็นเรื่องมาตรฐานทางการค้าที่ได้มีการจัดท้าขึ้นโดยสถาบัน ระหว่างประเทศ หรือสภาหอการค้าระหว่างประเทศที่เขาเรียกว่าอินเตอร์เนชันแนล แชมเบอร์ ออฟ คอมเมิร์ซ (International Chamber of Commerce) หรือไอซีซี (ICC) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเราในสภาแห่งนี้ที่เป็นผู้มีความรู้ มีความเข้าใจอย่างละเอียดถ่องแท้ในเรื่องกฎหมายลักษณะนี้ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านในทางที่ดีก็คืออย่างท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านก็ทราบดี ที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้คืออยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าวันนี้เราก้าลังจะมาพูดคุยกันในเรื่องของการที่จะท้า กฎหมายภายในให้เป็นที่ยอมรับ เพราะในที่สุดแล้วมันเป็นเรื่องส้าคัญ ถ้ากฎหมายเราไม่เป็น ที่ยอมรับผู้ที่จะมาท้าการค้าขายกับเราเขาก็เป็นห่วงว่าเรามีความพร้อมหรือไม่ ผมจึงบอก โดยหลักการว่าผมเองนี่ผมสนับสนุนให้มีกฎหมายในลักษณะนี้ออกมา แต่ควรที่จะเสนอ ออกมาเป็นส้ารับให้มันครบเซ็ท (Set) ออกมาเลย ไม่ใช่อันโน้นนิดอันนี้หน่อย เมื่อวานนี้ผมก็ อภิปรายไปครั้งหนึ่งแล้วว่าท่านเสนอมานี่ กฎหมายเรื่องขนส่งหรือ พ.ร.บ. รถยนต์ ท่านเสนอมาแบบกะปริดกะปรอย ท้าให้มันสมบูรณ์เลยดีกว่า จะดีไหม เราสภาก็จะได้ช่วย ท้าหน้าที่ในการพัฒนาประเทศ ก็คือการพัฒนากฎหมายให้มันดี ๆ จะเป็นประโยชน์ให้กับ ในการที่ท่านจะได้ส่งเสริมเรื่องการค้าการขาย อย่างกรณีนี้เป็นต้น เดี๋ยวท่านก็คงจะมีเรื่อง การเสนอกฎหมาย เรื่องการรับขนสินค้าข้ามประเทศ ซึ่งจริง ๆ แบบนี้ถ้าท่านสมาชิกหรือ ท่านประธานได้ติดตามก็จะเห็นว่าในประเทศยุโรปนี่เขามีกันนานแล้ว เหตุผลเพราะประเทศยุโรป มันใกล้เคียงเล็ก ๆ จากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งนี่ขับรถเพลิน แป๊บเดียว ๒ ชั่วโมง ทะลุข้ามประเทศแล้ว ซึ่งตรงนั้นเขาจะต้องมีกติกาในเรื่องของการขนส่ง มันมีสิ่งที่เขาเรียกว่า แคเรียส์ ออฟ กูดส์ บาย โรด (Careers of Goods by road) อยู่ วันนี้เราก้าลังจะมีกฎหมายฉบับนี้ หรือบางครั้ง กฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามาควรจะพิจารณาที่มันสลับซับซ้อนมากขึ้น เตรียมตัวในเรื่องของ การขนส่งที่เขาเรียกว่าเป็นการขนส่งหลายรูปแบบนะครับ มันเป็นยูนิฟอร์ม (Uniform) ที่เขาเรียกว่ายูนิฟอร์ม รูลส์ ฟอร์ มัลติโมเดล ทรานสปอร์ต ดอคคิวเมนส์ (Uniform rules for multimodel transport documents) เป็นต้น ทุกวันนี้ที่เรียนทั้งหมดก็คือว่าผมดีใจว่า ทางรัฐบาลได้เสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์มา แล้วผมคิดว่าเมื่อในชั้นกรรมาธิการผมก็คง จะได้มีโอกาสที่จะได้เสนออะไรที่เป็นประโยชน์ในการที่จะท้าให้กฎหมายนี้มีความสมบูรณ์ ในการส่งเสริม ในการค้าขาย เพราะความมีศักยภาพของประเทศไทยของเราก็คือเราเป็น ประเทศที่เป็นหน้าด่านหรือว่าหลังด่านก็ตามในการที่จะเข้าไปสู่การค้า นอกจากในอาเซียน แล้วเราก็ติดต่อกับประเทศจีน ประเทศอินเดีย ซึ่งตอนนี้การที่เราจะสามารถเป็นศูนย์กลาง อย่างสมบูรณ์ได้เราก็ต้องมีกฎหมายอันพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายภายในประเทศ สิ่งที่อยากจะฝากก็คือกฎหมายภายในประเทศของเราที่จะพิจารณานี่นะครับ ที่จะเสนอเข้ามา ควรที่จะค้านึงว่ามันมีข้อตกลงระหว่างประเทศที่เป็นอินเตอร์เนชันแนล อีโคโนมิค ลอว์ (International economic law) เป็นเรื่อง ไพรเวท ลอว์ ของเรามีแล้ว พับลิค ลอว์ (Public law) เขาเป็นอย่างไร แล้วท้าให้มันเกิดความสมบูรณ์ ไปดูข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่เป็นระดับพหุภาคีหรือทวิภาคีให้มันสอดคล้องกัน แล้วผมคิดว่ากฎหมายก็จะเป็นประโยชน์ อย่างสมบูรณ์ แล้วผมขอเรียนว่าผมสนับสนุนสิ่งที่ท่านเสนอมาครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับสมาชิกสภานักเรียนและครูผู้ดูแลโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์นะครับ ในรอบที่ ๑ เดี๋ยวมีอีกรอบหนึ่ง เชิญท่านจิรายุครับ พอท่านจิรายุ แล้วท่านอลงกรณ์ หลังจากท่านอลงกรณ์แล้วดอกเตอร์ธีรรัตน์แล้วก็ท่านนคร มาฉิม นะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมเล่าย้อนหลังประวัติศาสตร์ของเมืองไทยในการเดินทางสักนิดหนึ่งนะครับ ผมเป็นคนชอบขับรถเดินทางในเอเชีย หลายปีมานี้ท่านประธานครับ ๑๐ ปีมาผมเคยเดินทางไกล มากที่สุดจากกรุงเทพมหานครไปประเทศคาซัคสถานแล้วก็ประเทศอุซเบกิสถานครับ ขับจากกรุงเทพมหานครนะครับ ออกทางจังหวัดเชียงราย ที่อ้าเภอเชียงของ ต่อเนื่องบ่อเต็น เข้าไปที่ประเทศจีน เข้าสิบสองปันนา คุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง ขึ้นไปจนถึงอูรูมูฉี ออกประเทศ คาซัคสถาน ส่วนในเอเชียใต้ครับ สมาชิกอาเซียนในประเทศกัมพูชา ๑๐ กว่าปีที่แล้วครับ ออกปอยเปตครับ ผ่านบันเตียเมียนเจย เข้าสู่กรุงพนมเปญ แล้วก็ออกไปทางนครโฮจิมินห์ซิตี้ ทางเหนือท่านประธานครับ จังหวัดมุกดาหาร ข้ามสะหวันนะเขต ก็อย่างทางหลวงที่เพื่อน สมาชิกได้กรุณากล่าวนั่นละครับ แล้วก็ออกไปยังเมืองเว้ ดานัง ฮอยอัน ถ้าขึ้นไปทางเหนือ ก็ไปทางฮานอยครับ ประเทศพม่าก็ออกที่เชียงตุง ท่านประธานครับ ที่จังหวัดเชียงราย ที่อ้าเภอแม่สาย ประเทศมาเลเซียก็เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์โดยรถยนต์ครับ

ที่ผมพูดอย่างนี้ ผมจะเล่าประสบการณ์ว่าต่างประเทศเขาท้ากันอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขับรถยนต์ส่วนตัวเป็นรถยนต์โฟร์วีล ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ ที่ผ่านมานี้ครับ ขับไปที่อ้าเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายครับ เพราะว่าตรงนั้นมีแม่น้าโขงกั้นอยู่ ที่อ้าเภอแม่สายตรงท่าขี้เหล็กนั้นไม่มีแม่น้าครับ ขึ้นไปก็สู่ประเทศพม่า เขาบอกว่าเวลาที่จะ ข้ามพรมแดนจากประเทศไทยไปประเทศลาวแล้วเข้าสู่ประเทศจีนสะดวกสุดต้องไปทางบ่อเต็น ประเทศลาวครับ ผมก็ถามต่อครับว่าแล้วการเดินทางแบบนี้ยุ่งยากมากน้อยขนาดไหน ทีมงานที่เป็นสมาชิกคาราวานของผม ท่านประธานครับ ไปท้าเอกสารก่อนที่อ้าเภอเชียงของ ไปถามต้ารวจ ตม. บอกว่าเขาแบ่งประเภทกันอย่างไร ในเมื่อผมไปมี ๓ ประเภทท่านประธานครับ คน สัตว์ สิ่งของ ที่พูดอย่างนี้คืออะไรครับ คนคือผมครับ สัตว์คือมีหมาตัวน้อย ๆ ท่านประธาน แล้วก็มีสิ่งของบางอย่างที่ผมต้องเตรียมไปเพราะว่าเดินทางไกล เป้าหมายคือภูเขามังกรหยก ที่เมืองลี่เจียง ระยะทางประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตรท่านประธานครับ ก็ปรากฏไปถาม เจ้าหน้าที่ที่อ้าเภอเชียงของเขาบอกว่า คุณจิรายุ วิธีการเดี๋ยวนี้ไม่ยาก แต่เสียเวลาหน่อย คือถ้าเกิดท่านประธานอยู่ที่อ้าเภอเชียงของ จะข้ามไปที่ฝั่งประเทศลาว ตอนนี้เขายังไม่มีสะพาน ก็ต้องนั่งแพขนานยนต์ เอารถขึ้นบนแพแล้วก็ข้ามไปฝั่งประเทศลาวครับ ท้าเอกสาร กรมศุลกากรเรียบร้อย เอารถน้าออกจากราชอาณาจักรไปที่ประเทศลาว นอกจากนั้นก็มี ต้ารวจตรวจคนเข้าเมืองครับ แล้วก็มีด่านกักกันสัตว์ก็ว่ากันไปท่านประธานครับ พอข้ามไป ฝั่งประเทศลาวอีก ก็ไปท้าเหมือนกันแบบนั้นละท่านประธานครับ ลักษณะเดียวกันเหมือน ท้าซ้าครับ ปรากฏว่าผมขับจากฝั่งประเทศลาวมุ่งหน้าสู่บ่อเต็น คือชายแดนระหว่างประเทศลาว กับประเทศจีนครับ ที่ประเทศลาวกลับมีปัญหาน้อยกว่าที่ประเทศจีนครับท่านประธาน ที่ประเทศจีนต้องให้รถจอดนะครับ พวกผมต้องเดินผ่านแล้วก็ไปจ๊อบ พาสปอร์ต (Job passport) เจ้าหน้าที่ประเทศจีนก็ตรวจรถมากมายหลากหลายครับ เพราะว่าของเราเป็นพวงมาลัยขวา ของเขาเป็นพวงมาลัยซ้าย แล้วผมขับ ผมมีใบขับขี่แบบประเทศไทยแต่ไปท้าใบอินเทอร์ (Inter) ที่กรมการขนส่งทางบกท่านประธานครับ ใช้เวลาอยู่ประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมง ขั้นตอนตรวจรถครับ ตรวจรถอย่างไรรู้ไหมท่านประธานครับ ถ้าเกิดท่านใดเคยไป กรมการขนส่งทางบกนะครับ เขาเอารถเข้าไปในช่องครับ แล้วก็วิ่งเจ้าหน้าที่ก็ไปยืนมอง ผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรกัน แต่สรุปใจความแล้วคือเขาตรวจว่าเบรกได้ไหม รถมีไฟส่องสว่าง ได้หรือไม่ อย่างไร นี่คือความละเอียดของประเทศจีน ท่านประธานครับ พอข้ามพรมแดนจีน ไปปุ๊บฉลุยเลยครับ วิ่งขึ้นทางด่วนกรุงเทพฯ-คุนหมิง คนจีนเขาถามผมครับ ไกด์ (Guide) คนจีน ท่านประธานครับ พูดภาษาไทยได้ เขาถามค้าหนึ่งเขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เลิกทะเลาะกัน หรือยัง ผมละข้า เขาถามว่าเลิกทะเลาะกันหรือยัง ผมบอกอะไรใครทะเลาะกัน ก็รัฐบาลคุณล่ะ ผมบอกว่าเลิกแล้วถึงได้มาเที่ยวนี่ล่ะ ประเด็นที่น่าสนใจท่านประธานครับ โลกมันกว้างครับ สมัยก่อนเรามองจีนเป็นคอมมิวนิสต์ เดี๋ยวนี้ท่านประธานครับ ๒ ระบบในประเทศเดียวครับ ที่เมืองลี่เจียง ไล่ลงมาที่นครคุนหมิง ไล่ลงมาที่สิบสองปันนาครับ ชื่อเมืองเขาก็เขียนชัดเจน สิบสองปันนาแต่เป็นภาษาจีนแล้วก็เป็นภาษาอังกฤษ ไปที่นั่นเราก็นึกว่าคนไทยครับ แต่เขา เปิดเสรีมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นประเทศสังคมนิยม แต่ประเทศประชาธิปไตยของเรานี่ละครับ จะท้าอะไรแต่ละทียุ่งยากซับซ้อน ผมเล่าอีกประสบการณ์หนึ่งท่านประธานครับ ข้ามไปที่ ประเทศมาเลเซียครับ มุ่งหน้าสู่ด่านสะเดาครับ ขับรถสบายหน่อยเพราะเป็นพวงมาลัยขวา เหมือนประเทศไทยครับ ไล่ไปจนถึงเมืองกัวลาลัมเปอร์ต่อไปที่เมืองปุตราจายาครับ คนมาเลเซียเขาก็ถามเหมือนกันบอกว่านี่ถ้าเกิดเขาจะขับรถมาเที่ยวกรุงเทพมหานครยุ่งยาก มากน้อยขนาดไหน ผมบอกได้เลยครับ บอกว่ายุ่งยากมาก เราจึงไม่ค่อยเห็นรถประเทศ มาเลเซียวิ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครครับ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีท่านประธานครับ วันก่อนผมไปที่ จังหวัดเชียงใหม่ เห็นรถทะเบียนป้ายฟ้า ๆ เป็นภาษาจีนและมีตัวเลข เป็นรถที่มาจากคุนหมิง ขับข้ามมายังด่านเชียงของ เข้าสู่จังหวัดเชียงรายแล้วก็เข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ผมก็ถามไกด์ บอกว่ารถแบบนี้เขาวิ่งถึงกรุงเทพฯ ได้ไหม เขาบอกล้าบาก ต้ารวจไทยยังงงอยู่เพราะเห็น ทะเบียนต่างชาติเดี๋ยวจับ อันนั้นไม่ว่ากันท่านประธานครับ เป็นข้อตกลงกัน แต่ที่ผมเห็น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นี่นะครับ ผมเชื่อว่าท้าให้ลดขั้นตอนได้เยอะครับ ดูจากที่ผ่านมาก่อนที่ พระราชบัญญัตินี้จะประกาศใช้นะครับ ถ้าเกิดเป็นการขนส่งสินค้าไป พอไปถึงด่าน ตม. ของไทยครับ ก็ตรวจทั้งรถ ถ้าเป็นรถบรรทุกก็ต้องดูความพร้อมของรถ ดูสินค้าในรถ ดูคน ดูพืช ว่าเป็นพืชที่มีโรคติดต่อหรือไม่ อย่างไร สุดท้ายแล้วพอข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านครับ ก็ไปท้าซ้าเหมือนเดิมครับ แต่ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ ออกมานะครับ ตรวจฝั่งไทยเรียบร้อย พอข้ามไปถึงปุ๊บก็ไปต่อเลยครับ เพียงแค่ท้าความคุ้นเคยหน่อย ขับพวงมาลัยขวาชิดขวา สมัยก่อนเราในต่างชาติเขาก็ขับพวงมาลัยซ้ายชิดขวา สับสนนิดเดียว แต่ประเด็นก็คือความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ที่ผมจะน้าเสนอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ค้าว่า ภาคี นี้มันคือต้องตกลงกัน แต่ถ้าสมาชิกอาเซียนเรายืนอยู่ที่จังหวัดเชียงรายเรามองมา ทางใต้ครับ ขวาประเทศพม่า ซ้ายเขมร ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ลงไปประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบรูไน ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศติมอร์ นี่คือสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือเราเรียกกันว่าประชาคมอาเซียน ท่านประธานครับ เราได้ท้าความตกลงแบบนี้ไหม เอาล่ะ เราขับข้ามจากประเทศสิงคโปร์ ไปประเทศอินโดนีเซีย ไปประเทศบรูไนไม่ได้ แต่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ ๆ ที่มันพอวิ่งต่อเนื่องได้ ไม่ไกลท่านประธานครับ ท่านลองขับรถนะครับ จากจังหวัดมุกดาหารข้ามไปสะหวันนะเขต มีสะพานข้ามแม่น้า พอไปถึงสะหวันนะเขตท่านวิ่งตรงไปอีกประมาณสัก ๒ ชั่วโมง ทางเลียบกริ๊บเลยครับ ท่านก็ไปถึงเมืองของประเทศเวียดนามแล้ว ขับตรงไปอีกหน่อยข้ามภูเขาจะเลี้ยวขวา ก็ไปเที่ยวเว้ดานังฮอยอัน เลี้ยวซ้ายก็ไปเที่ยวฮาลองเบย์ฮานอย อย่างนี้รัฐบาลไทย ได้มีข้อตกลงแบบนี้ไหมครับ เอาล่ะถ้าเราแบ่งเป็นคน สัตว์ สิ่งของ มันจะยุ่งเพราะรวมกัน ในรถมันเยอะแต่ถ้าเป็นคนกับรถหรือเป็นการท่องเที่ยวอย่างนี้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านน่าจะพิจารณานะครับ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าครับ เราก็จะเปิดประเทศมากขึ้น เราจะเห็น คนเวียดนามขับรถทะเบียนแปลก ๆ เข้ามาในกรุงเทพมหานครมากขึ้นหรือไม่ คนมาเลเซีย เคยที่มาเที่ยวแค่หาดใหญ่ ที่จังหวัดสงขลา จะขับขยับขึ้นมาเที่ยวจังหวัดระนอง มาเที่ยวหัวหิน มาเที่ยวกรุงเทพมหานครหรือไม่ พระราชบัญญัติฉบับนี้น่าสนใจตรงที่ว่าความซับซ้อน จะลดลงครับ แต่ก็มีข้อสังเกตท่านประธานครับ เรามักจะดูถูกคนอื่นแต่เราลืมส่องกระจก มองตัวเองครับ เรามั่นใจได้อย่างไรครับว่าเมื่อมาจุดจุดเดียวกัน มีประเทศ ก ประเทศ ข ท้างานร่วมกันและตรวจสอบสิ่งเดียวกันนี้ท่านประธานครับ เราจะวัดระดับได้มากน้อยขนาดไหน ที่ผ่านมาครับ เจ้าหน้าที่ฝั่งต่างประเทศเข้ามาท้างานฝั่งไทยก็ต้องจ๊อบ พาสปอร์ตนะครับ แต่ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้แค่ติดบัตรครับ รู้กันครับว่าเขตนี้คือเขตที่เราตกลงร่วมกัน ท้างานร่วมกัน ตรวจทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกัน อย่างนี้ต้องรีบท้าครับ แล้วก็ขอความกรุณาผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าเป็นเรื่องของภาคี ในสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนนี้ มันไม่มีประเทศจีนนะครับ ท่านกรุณาเพิ่มอีก นิดหนึ่งครับ จากจังหวัดเชียงรายไปถึงบ่อเต็นเข้าประเทศจีนประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตร เท่านั้น เดี๋ยวนี้เราอย่าไปดูถูกประเทศจีนตั้งแต่สิบสองปันนาขึ้นไปจนถึงนครคุนหมิง ๕๐๐ กิโลเมตร ไฮเวย์ (Highway) ๖ เลนสวนครับ ประเทศไทยพอจะเจาะอุโมงค์เข้าหน่อย เอาละเดี๋ยวต้องโดนเอ็นจีโอ (NGO) ร้องแล้ว ประเทศจีนเขามองการเจาะเล็ก ๆ เขาต้องทะลุออกไป เกิดความสะดวกสบายมลพิษค่าไอเสียก็ไม่มี เศรษฐกิจก็ดีขึ้น เดี๋ยวนี้ไปประเทศจีน แล้วตกใจสมัยก่อนเราไม่แน่ใจว่าตกลงประเทศไทยเจริญกว่าประเทศจีน หรือประเทศจีน เจริญกว่าประเทศไทย สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ เรื่องของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านต้องเร่งรีบแล้วละครับ วันนี้มันเสียเวลาเสียขั้นตอน แต่ในชั้นกรรมาธิการท่านคงจะไปดู รายละเอียดครับว่า ในมาตราแต่ละมาตรานั้นท่านจะท้าอย่างไร ให้เกิดประโยชน์ทั้งประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายในประเด็นร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในนามของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้เห็นว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีความส้าคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า พร้อมกันนั้น ก็เป็นโอกาสของการที่จะสร้างสถานะใหม่ให้กับประเทศไทยในความเป็นศูนย์กลางการค้า และศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง หรือที่เรียกว่าเป็นฮับ โลจิสติกส์ (Hub logistics) แล้วก็ฮับการค้า ภายใต้ความตกลงในหลายกรอบความร่วมมือ ดังนั้นจึงเป็นความจ้าเป็น ที่เราจะต้องเร่งรัดกฎหมายภายในของเรา กฎหมายฉบับนี้ก็เป็นหนึ่งในกฎหมายที่จะต้องอนุวัติ ตามพันธะสัญญาที่เรามีต่อกรอบความร่วมมือในหลายกรอบด้วยกัน ส้าหรับชุดของ ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งนั้นก็ต้องเรียนท่านประธานว่ามีอยู่หลายฉบับ ฉบับนี้ เป็นฉบับหนึ่งในหลายฉบับ ซึ่งต้องเรียนท่านรัฐมนตรีว่าขอความกรุณาคณะรัฐมนตรีได้เร่งรัด เป็นการด่วน เพราะว่าจริง ๆ กฎหมายภายในของเรานั้น โดยเฉพาะด้านการขนส่งเป็นเพียง เครื่องมือเท่านั้นเองครับ ถ้าเราไม่สามารถที่จะจัดการเครื่องมือภายในของเรา ความตกลง ก็ไม่มีผลเลยครับ ไม่ว่าความตกลงนั้นจะด้าเนินการมา ๑๐ กว่าปีแล้ว แต่เมื่อเราไม่สามารถ ที่จะจัดการตรากฎหมายภายในของเรา เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับความร่วมมือกับประเทศที่เป็น ภาคีของเรานั้น ความตกลงต่าง ๆ ก็แทบจะไม่มีผลเลย ความจริงผมให้ความส้าคัญกับ ร่างกฎหมายในส่วนนี้ เพราะว่าท่านประธานก็จะเห็นว่าเพียงแค่ ๑๓ มาตรา เพียงแค่ ๑๓ มาตรา ของร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่มีรัฐมนตรีรักษาการถึง ๖ ท่านด้วยกัน นั่นสะท้อนได้เห็นว่า

๑. เป็นกฎหมายที่มีความซับซ้อนในทางปฏิบัติอย่างยิ่ง

๒. ก็คือว่าเป็นกฎหมายที่จะต้องอาศัยการบูรณาการทางการท้างานระหว่าง กระทรวงทั้ง ๖ กระทรวงเป็นอย่างน้อย

๓. ก็คือเป็นกฎหมายที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับความตกลงและการเจรจา อย่างน้อยกับอีก ๖ กระทรวงของแต่ละประเทศภาคี

และรวมไปถึงการที่เป็นกฎหมายที่ถ้าท้ากระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง อีกกระทรวงไม่ท้าไม่มีผลเหมือนกันครับในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นเรื่องของการค้าชายแดน การค้าข้ามแดน การค้าผ่านแดนนั้น จึงถือได้ว่ามีความส้าคัญอย่างยิ่งยวดต่อการขยาย เป้าหมายการค้าของเรา ที่ส้าคัญอย่างยิ่งก็เพราะเหตุว่าประเทศไทยนั้นเราพึ่งพาการค้า ระหว่างประเทศเป็นหลักครับ เรามีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงถึง ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) เฉพาะการส่งออกของเรานั้นคิดเป็นสัดส่วนร่วม ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ดังนั้นเครื่องมือกลไก เช่น ในเรื่องของการขนส่งข้ามแดน การขนส่งผ่านแดน หรือว่าในส่วนของ การเจรจาเพื่อให้การขนส่งดังกล่าวนั้นเป็นไปโดยสะดวกที่สุด ที่เรียกว่าการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน จ้าเป็นที่จะต้องบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝ่ายเรา และฝ่ายพันธมิตรภาคีของเรา ผมยกตัวอย่างครับ ในจ้านวนความตกลงเช่นซีบีทีเอ ที่บอกว่าครอส บอร์เดอร์ ทรานสปอร์ต อะกรีเมนท์ ภายใต้กรอบอนุความร่วมมือลุ่มแม่น้าโขงที่เรียกว่าหกเหลี่ยมเศรษฐกิจ ความตกลง ซีบีทีเอใช้มานานแล้ว แต่ว่าประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศซึ่งถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นกลับไม่ได้ประโยชน์ ทั้งที่เรามีพรมแดนติดทางบกกับ ๔ ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเมียนมาร์ และยังเชื่อมโยงไปสู่การขนส่งข้ามแดน ผ่านไปยังจีนตอนใต้ทั้งกวางสี ทั้งยูนาน เพียงแค่กรอบหกเหลี่ยมเศรษฐกิจจะเห็นว่ามันไม่ใช่ เพียงกรอบที่มีความตกลงที่เรียกว่าซีบีทีเอ แต่ถ้าเราวิเคราะห์ลงไปถึงในส่วนของประเทศ ที่ใช้ประโยชน์นั้นกลับปรากฏว่าในกลุ่มอินโดจีนกลับใช้ประโยชน์มากกว่าเราเสียอีก ผมได้ เดินทางไปด้วยตัวเอง เพราะว่าตอนที่ท้าหน้าที่ในกระทรวงพาณิชย์แล้วก็เป็นประธานกรรมการ โลจิสติกส์ (Logistics) การค้า ซึ่งก็อยากให้คณะรัฐมนตรีได้ให้ความส้าคัญในกรรมการ โลจิสติกส์การค้า เพราะว่าตัวนี้จะเป็นตัวเชื่อมโยง ตอนนี้เข้าใจว่ายังไม่ได้มีการประชุม ยังไม่มีการแต่งตั้งนะครับ ผ่านมาก็หลายเดือนแล้ว ผมเดินทางไปด้วยตัวเองเกือบทุกด่าน เกือบทุกประเทศที่มีพรมแดนติดกันแล้วก็ไปสร้างกลไกใหม่ ๆ เพื่อขยายการค้า ซึ่งปีที่แล้ว การค้าชายแดนเรามีมูลค่าสูงถึง ๘๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ควรจะโตได้ทะลุ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วครับ ซึ่งนั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าสินค้าทั้งสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภคและอื่น ๆ นั้นเรามีศักยภาพสูงกว่าประเทศข้างเคียงครับ ในการส่งออก เราได้เปรียบดุลการค้าสูงมาก การค้าชายแดนของเราซึ่งจ้าเป็นต้องอาศัยร่างกฎหมายเช่นนี้ครับ ในการที่จะท้าให้ความตกลงระหว่างประเทศนั้นมีผลสมบูรณ์และสามารถปฏิบัติได้ในทางปฏิบัติ จะเอื้ออ้านวยต่อการที่เราเป็นประเทศการค้าพาณิชย์ที่เรียกว่าเทรดดิ้งเนชัน (Trading Nation) อย่างที่ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้ปากท้องคนไทยไม่ว่าจะเป็นกสิกรผู้ใช้แรงงาน บริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทน้าเข้าส่งออก หรือสถาบันการเงินและอื่น ๆ นั้นล้วนแล้วแต่ฝากอนาคต ไว้กับเรื่องการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าเกินปีละ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญครับ เฉพาะปีที่ผ่านมา ๒ ปีเราสามารถส่งออกได้เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ก็คือกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เฉพาะในด้านของการส่งออก น้าเข้าก็ใกล้เคียงกัน ก็ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสูงกว่า จีดีพีของประเทศด้วยซ้าไป แต่ที่เราค้าขายได้ง่ายที่สุดคือการค้าชายแดนครับ ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่ การค้าชายแดนที่มีตัวเลข ซึ่งเราตั้งเป้าว่าปีนี้ควรจะได้เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น แต่มันยังเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่นและประเทศอื่นครับ และแน่นอนที่สุดท่านรัฐมนตรี ก็คงจะต้องค้านึงถึงว่าเราไม่ได้เป็นเพียงแค่สมาชิกของอาเซียนที่จะก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี ๒๕๕๘ เท่านั้น แต่ว่าเรามีพันธะสัญญา ความร่วมมือในกรอบความร่วมมืออื่น ๆ เช่น ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) ทางใต้ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มาเลเซียนั้นเชื่อไหมครับว่ามีมูลค่าการค้าชายแดนคิดเป็น ๖๓ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า การค้าชายแดนทั้งหมดเป็นประเทศที่เราค้าขายมากที่สุดครับ แต่ว่าถ้าท่านลงไปดู ตามด่านชายแดน ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องของจุดตรวจร่วมและพื้นที่ตรวจร่วมนะครับ หรือว่าฟรี คัสตอม โซน (Free custom zone) หรือว่าฟรี เทรด โซน (Free trade zone) การอ้านวยความสะดวกของจุดผ่านแดน ชายแดนและการข้ามแดนมีอุปสรรคมาก นี่ผมยกตัวอย่างเฉพาะที่มีการค้าสูงที่สุดนะครับ ระหว่างไทย-มาเลเซียคิดเป็น ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ของการค้าชายแดนทั้งหมดของเรา เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เช่นการก้าหนดในเรื่องของข้อจ้ากัดเรื่องการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายที่เรียกว่า เพอร์ริเชเบิล (Perishable) ยังจ้ากัดด้วยปริมาณที่จ้ากัดมากทั้งที่ควรจะหมดไปแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่สามารถ ที่จะขจัดอุปสรรคดังกล่าวได้ เรื่องของรถ ๒ ทะเบียน ๒ สัญชาติ ยังเป็นปัญหา รถฝ่ายไทย ขนสินค้าไปไม่สามารถลากหัวลากผ่านประเทศมาเลเซียไปยังประเทศสิงคโปร์ได้ เหล่านี้ จะเห็นว่ายังมีอุปสรรคมาก มิพักพูดถึงในส่วนของในเรื่องเช็ก พอยท์ (Check point) ต่าง ๆ ความแออัด ความล่าช้าในการพัฒนาด่าน การแยกระหว่างด่านขนคนและขนของ เป็นต้น ไม่ต้องพูดถึงด่านอื่นนะครับ นี่คือด่านที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดคือด่านทางใต้ อยากฝาก รัฐมนตรีนะครับ ช่วยกรุณาไปตามเรื่องลิมอดาซาร์ (Lima Dasar) ซึ่งริเริ่มไว้ ตอนนี้ เป็นรูปแบบใหม่ของการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือรวมทั้งความร่วมมือด้านขนส่ง ข้ามแดนนี่ครับ ที่เรียกว่าโลจิสติกส์ เป็นกรอบความร่วมมือ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ ๓ แล้วที่มีการ ประชุมลิมอดาซาร์ ซัมมิท (Lima Dasar Summit) ระหว่าง ๕ จังหวัดภาคใต้ของเรา ๕ รัฐ ภาคเหนือประเทศมาเลเซีย ซึ่งผมได้ไปพบมุขมนตรี ไปพบหอการค้าสภาอุตสาหกรรมของ ๕ รัฐ ภาคเหนือประเทศมาเลเซียนะครับ ตั้งแต่กันตัง ปีนัง เปรัค ปะลิส เป็นต้น กับ ๕ จังหวัด ภาคใต้ของเขา ทั้งนี้เพื่อที่จะสร้างระเบียบเศรษฐกิจใหม่บริเวณตะเข็บชายแดนครับ ให้เสมือนหนึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน ซึ่งแน่นอนถ้ารูปแบบนี้ เป็นรูปแบบใหม่นะครับ ที่ดีไซน์ (Design) ออกมา นั่นหมายความว่าทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จะสามารถคลี่คลายปัญหาที่เป็นอุปสรรค ขณะเดียวกันก็จะเสริมสร้างการอ้านวยความสะดวก ทางการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และโลจิสติกส์ได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ไม่ใช่ปัญหาที่อยู่ใต้พรมหรือหมักหมมมาเป็นเวลานาน

กรอบอีกกรอบที่น่าสนใจมากฝากท่านรัฐมนตรีไป นั่นก็คือกรอบบิมสเทค (BIMSTEC) ครับ กรอบบิมสเทค ๗ ประเทศ มีประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศบังคลาเทศ ประเทศอินเดีย ประเทศศรีลังกา ประเทศภูฏาน ประเทศเนปาล ถ้าท่านเห็นถึงอนาคต ข้างหน้าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสร้างโอกาสให้ประเทศและท้าให้โอกาสนั้นเป็นจริง โอกาสของการท่องเที่ยว การลงทุนและการค้า วันนี้ก็ต้องขอการสนับสนุนท่านรัฐมนตรี ในส่วนของสภาธุรกิจไทย-เมียนมาร์ สภาธุรกิจไทย-บังคลาเทศ สภาธุรกิจไทย-อินเดีย และกลุ่มมิตรภาพระหว่างประเทศของรัฐสภา ส่วนหนึ่งผมก็เป็นประธานนี่นะครับ ก็ได้ต่อเนื่อง สานต่อเพื่อที่จะให้เกิดสะพานเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจ้าเป็นจะต้องอาศัยร่างกฎหมายเช่นนี้ครับ และฉบับอื่นด้วย ก่อนผมตั้งใจที่จะเดินทางส้ารวจเส้นทางจากแม่สอด-เมียวดี ข้ามแดนพม่า ผ่านเนปีดอไปออกที่ทูมู่และเข้าอินเดียที่มณีปุระ ๑,๓๖๐ กิโลเมตร ภายใต้การสนับสนุนของ รัฐบาลอินเดีย รัฐบาลเมียนมาร์และรัฐบาลไทย และเอดีบี (ADB) เส้นทางนี้จะเชื่อมโยง ระหว่างอาเซียนกับเอเชียใต้ เชื่อมโยงระหว่างเซาท์อีสท์ เอเชีย (Southeast Asia) กับเอเชียใต้ครับ ซึ่งท่านประธานคงทราบว่านั่นคือภูมิภาคที่มีประชากรเป็นจ้านวนเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านคน ความตกลงบิมสเทคนั้นเข้าใกล้ข้อยุติของเอฟทีเอ (FTA) ขณะเดียวกัน บิมสเทคก็เหมือนจีเอ็มเอส ที่มีซีบีทีเอนั่นละครับ ก้าลังท้าในเรื่องความตกลงว่าด้วย การขนส่งสินค้าข้ามแดนเช่นกัน ถ้าเราสามารถที่จะใช้รูปแบบโมเดลของซีบีทีเอ คือความตกลง ว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดนไปประกอบกับเรื่องของบิมสเทค ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ประเทศไทยเราก็จะเป็นศูนย์กลางของเกทเวย์ (Gateway) ส้าหรับภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ประเทศพม่าเองก็จะเป็นสะพานเชื่อมโยงเป็นแลนด์บริดจ์ (Land bridge) แล้วประเทศอินเดียเอง ประเทศบังคลาเทศเองก็จะได้ประโยชน์ แต่ตรงนี้ แน่นอนที่สุดครับ จะมีปัญหาที่ผมจะเรียนท่านรัฐมนตรีต่อไป

ความตกลงอีกกรอบหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงบ้างแต่ว่ายังไม่ได้ลง รายละเอียด ผมอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ นั่นก็คือในเรื่องของเป่ยปู้วานครับ ความจริงไม่ค่อยมีใครได้ยินนะครับ ทั้งที่ส้าคัญมาก เราได้ยินจีเอ็มเอส ได้ยินแม่โขง-เจแปน ได้ยินแม่โขง-เกาหลี และเราก็ได้ยินบิมสเทค เราก็ได้ยินในเรื่องของแอคเมคส์ (ACMECS) นะครับ ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือลุ่มน้าอิระวดี เจ้าพระยา แม่โขง แต่ว่าพอพูดถึงเป่ยปู้วานนั้น น้อยคน ทั้งที่ความจริงแล้ว เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว เราก็ได้น้าประเทศไทยเข้าไปเป็นภาคีพันธมิตร เป่ยปู้วาน นี่คือค้าตอบโจทย์ที่เราขาดอยู่มาเป็นเวลาหลายสิบปี นั่นก็คือเป็นกรอบความร่วมมือ อ่าวเป่ยปู้นั่นเอง อ่าวเป่ยปู้ก็คืออ่าวตังเกี๋ยในภาษาเวียดนาม เป่ยปู้เป็นภาษาจีน ตรงนี้เป็น ยุทธศาสตร์ของประเทศจีนส้าหรับการใช้ ๓ มณฑลทางตะวันออกเฉียงใต้คือกวางตุ้ง แล้วก็ กวางสี แล้วก็ไหหล้า ซึ่งติดทะเลจีนใต้ เชื่อมโยงกับอาเซียน ๖ ประเทศที่ติดทะเลจีนใต้ ผมก็ น้าประเทศไทยเข้าไปเป็นประเทศที่ ๗ ของอาเซียน ก็เลยกลายเป็น ๓ มณฑลจีนบวกด้วย ๗ อาเซียน แต่ของเรานอกจากว่าเชื่อมโยงในเรื่องการขนส่งทางน้า สิ่งส้าคัญที่เราได้ท้าก็คือ การเชื่อมโยงทางบกครับ สะพานที่เพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปี ๒๐๑๑ นั่นนะครับ ที่ไปเร่งรัดตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนกระทั่งสามารถสร้างเสร็จเปิดได้ตามก้าหนดคือวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปี ๒๐๑๑ นะครับ คือสะพานข้ามแม่น้าโขงสะพานที่ ๓ จากนครพนมข้ามไป ประเทศลาว ตรงนั้นคือเส้นทางที่เข้าสู่จีนตอนตะวันออกเฉียงใต้ใกล้ที่สุดครับ เข้าไปสู่กวางสี โดยผ่านด่านผิงเสียงที่ท่านประธานอิทธิเดชได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ท่านก็เป็นท่านหนึ่งที่รู้ดีมากครับ เกี่ยวกับเรื่องของการค้าชายแดน การลงทุนภายในภูมิภาคแถบนี้กับประเทศเพื่อนบ้าน เส้นอาร์ ๑๒ นี่ครับ แต่ผมยกตัวอย่างตรงนี้เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้พึงระวังและช่วยติดตาม เพราะว่ามันมีข้อผิดพลาดอยู่ประการหนึ่งซึ่งตอนนี้กลายเป็นอุปสรรคของเรานะครับ และเกี่ยวข้องกับเรื่องของการขนส่งข้ามพรมแดน และอยู่ใน ๖ กระทรวงนี่ครับ นั่นก็คือ เรื่องของความตกลงที่เป็นบันทึกความเข้าใจผนวกไว้ในเรื่องของการขนส่งสินค้าของไทยผ่านด่านผิงเสียง โดยผ่านประเทศเวียดนามครับ ด่านผิงเสียงเชื่อมระหว่างเขตปกครองตนเองกวางสีจ้วงของ ประเทศจีนกับประเทศเวียดนาม เราใช้ประโยชน์ เดิมเราใช้อาร์ ๙ ที่มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ต่อมาเราก็เห็นว่ามันใกล้กว่าผู้ประกอบการก็ข้ามตรงที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเราเรียกว่า เป็นอาร์ ๑๒ เพราะตรงนั้นใกล้กว่าเยอะครับ ใช้เวลาเดินทางขนส่งน้อยกว่า ทั้งที่ตอนนั้น สะพานยังไม่เสร็จนะครับ ใช้แพขนานยนต์ข้ามฟากกัน วันนี้สะพานเสร็จแล้วยิ่งสะดวกกว่า แต่วันนี้ภายใต้ซีบีทีเอ และกรอบจีเอ็มเอสไม่ได้รับรองตรงนี้ครับ ผลักให้กลับไปที่อาร์ ๙ ซึ่งอ้อมมากครับ อ้อมมาก ช้ากว่ากัน ๑ วันเต็ม ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ในเรื่องของการจะไปขยาย ซึ่งผมทราบว่าเราก็ตั้งใจนะครับที่จะใช้เส้นทางจังหวัดนครพนม แล้วก็ข้ามไปในส่วนของ ประเทศลาวเพื่อเข้าประเทศเวียดนามผ่านเฉินฮานอยเข้าไปแล้วก็เข้าไปที่ผิงเสียงแล้วก็กวางสี จ้าเป็นที่จะต้องไปแก้ไขบันทึกดังกล่าว แล้วขณะเดียวกันก็ต้องผนวกเส้นทางอาร์ ๑๒ ให้เป็นเส้นทางใหม่ในการที่จะอยู่ในกรอบความตกลง ผมเรียนท่านประธานว่าในส่วนของกรอบ ที่ส้าคัญดังกล่าวนี่ครับมันเป็นค้าตอบประการหนึ่งว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว ไม่ว่าใครเป็น รัฐบาลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเราได้ยึดอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และยึดประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางของอาเซียน นี่คือยุทธศาสตร์ของประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง รัฐบาลของท่าน เข้ามาสานต่อถูกต้องแล้วที่จะต้องขับเคลื่อนต่อไป การเชื่อมโยงในการที่จะสร้างความตกลง หรือว่าเครื่องมือกลไกหรือความร่วมมือระดับเจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่พื้นที่ในการอ้านวยความสะดวก ทางการค้า เช่น ในเรื่องของซีไอคิว (CIQ) เป็นพื้นฐานที่ส้าคัญครับ และตรงนี้ไม่ใช่ว่าทุกด่าน จะมีระดับเท่ากัน อย่างด่านที่ผมได้มีโอกาสเดินทางข้ามจากประเทศไทยที่อรัญประเทศตรงปอยเปต วันนี้ก้าลังจะเคลื่อนย้ายไปสู่อีกจุดหนึ่งที่หนองเอี่ยน แต่ว่าก็ยังไม่ไปถึงไหนครับ ทั้งที่ตรงที่เดิม มันคอขวดมากและมันติดคาสิโน (Casino) ขยายไม่ได้ ทั้งคนและของแออัดมาก ดังนั้น จ้าเป็นที่จะต้องดูด้านของอินฟราสทรัคเจอร์ (Infrastructure) ด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware) ขณะเดียวกันในเรื่องของความตกลงที่จะต้องมีจุดตรวจร่วมที่ว่าเป็นซิงเกิล อินสเปกชัน (Single inspection) ก็ต้องเร่งท้าให้ได้จริง ๆ ขณะเดียวกันเมื่อข้ามไปที่บันเตียเมียนเจยนะครับ แล้วก็ข้ามไปที่พระตะบอง ไปที่ก้าปงชนัง เมืองปั้นหม้อ โพธิสัตว์เข้าไปพนมเปญ ถ้ารัฐมนตรี มีโอกาสผมอยากให้ไปดูด่านบาเวท-มอคไบ ถ้าจะเข้าแม่น้าโขงที่เปรยแวงของประเทศกัมพูชา แต่ที่น่าดูมากก็คือตัวอย่างที่บาเวท-มอคไบ ซึ่งเป็นด่านระหว่างประเทศกัมพูชากับ ประเทศเวียดนาม ตรงนี้ครับที่มีรูปแบบอย่างที่เราเสนอร่างกฎหมายนี่ละครับ มีพื้นที่ตรวจร่วม แล้วก็มีกฎหมายรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของซีไอคิว ซีไอคิวท่านประธานคงทราบนะครับว่ามี ทั้งคัสตอม (Custom) ตัวซี (C) คือศุลกากร ตัวไอ (I) ก็คืออิมมิเกรชัน (Immigration) ตรวจคนเข้าเมือง ตัวคิว (Q) ก็คือการตรวจพืช ตรวจสัตว์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นฐานของ ๓ หน่วยนี้จะต้องเป็นวัน สต็อป เซอร์วิสให้ได้ และจะต้องเป็นพื้นที่ร่วม ข้ามพรมแดนระหว่างกัน เขามาตรวจฝั่งเรา เราไปตรวจฝั่งเขาได้ ขณะนี้ประเทศไทยแทบจะ ไม่ได้ท้าแบบนั้นเลยนะครับ แม้แต่ประเทศไทยกับประเทศลาวเราจะส่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรไป ตรวจฝั่งประเทศลาวตรวจไม่ได้ครับ ทั้งที่เรามีโอกาสสูงมาก อย่าว่าแต่ปีนี้ตั้งเป้าหมาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของการค้าชายแดนเลย ๑.๕ ล้านล้านบาทเราก็ท้าได้ครับ เพราะฉะนั้นด่านบาเวท-มอคไบ ไม่ใช่แต่เพียงว่าจะมีการอ้านวยความสะดวกทางการค้าใน การขนส่งข้ามแดนเท่านั้น และมีซีไอคิว หรือว่ามีในเรื่องของเรียกว่าอีคัสตอม (e-Custom) หรืออีอิมมิเกรชัน (e-Immigration) หรือว่าอีควอเรินทีน (e-Quarantine) แต่ว่ายังเชื่อมโยง ด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษครับ ในโลกของนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ พาร์ค (Logistics park) เป็นต้น ตรงนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ต่อการเกิดเรื่องการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ผมไม่ประสงค์ที่จะเห็นท่านรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ดูเฉพาะตัวบทกฎหมายตรงนี้ แต่อยากให้ท่านเห็นถึงภาพรวมทั้งวันนี้ อนาคต แล้วประเทศไทย เราจะขับเคลื่อนไปและใช้ประโยชน์ได้อย่างไรให้ได้มากที่สุด แน่นอนที่สุดว่าเรามีความตั้งใจว่า ประเทศที่มีพรมแดนติดกับเราจะต้องขยายการค้าระหว่างกันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้ การเชื่อมโยงระหว่างกันเป็นแลนด์บริดจ์ของกันและกันไปสู่ประเทศที่ ๓ ไม่ใช่เพียงแค่ ประเทศที่ ๓ ในลักษณะพรมแดนติดกันที่ผมยกตัวอย่างว่าประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศอินเดีย หรือประเทศบังคลาเทศ แต่ว่ามันยังมีการเชื่อมโยงจากการขนส่งสินค้าข้ามแดน ที่ต้องอ้านวยความสะดวกแล้วจากทางบกไปสู่ทางน้า ผมยกตัวอย่างท่านรัฐมนตรีเพราะว่า ผมเห็นกฎหมายเข้ามาฉบับเดียวก็ไม่สบายใจครับ มันเหมือนกับว่ารถมันต้องวิ่งด้วย ๔ ล้อ เราวิ่งล้อเดียวไม่ได้ เพราะอีก ๓ ล้อยังไม่ได้ใส่เข้ามา รถมันก็ไม่วิ่ง เมื่อไม่วิ่งผลประโยชน์จาก การใช้ประโยชน์จากความตกลงมันก็ไม่เกิดขึ้นครับ เหมือนอย่างที่บอกว่าประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชาใช้ประโยชน์กันมาก แต่ไทย-กัมพูชา ไทย-เวียดนาม ใช้ประโยชน์น้อยมาก เพราะว่าอะไร เพราะติดกฎหมายเหล่านี้ที่เราไม่ได้เสนอเข้ามา ผมยกตัวอย่างในส่วนที่ขนส่งทางบก ไปแล้วนะครับ

ทีนี้มาดูเรื่องของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบว่ามันเกี่ยวโยง เกี่ยวข้องอย่างไร และจ้าเป็นอย่างไรที่คณะรัฐมนตรีจะต้องน้ากฎหมายพวงเข้ามาให้เร็วขึ้น ถ้าท่านประธาน ติดตามก็จะทราบว่าในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาและสิ่งที่เราเร่งรัดมาก คือ ๑. โครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ทวาย ๒. ก็คือการยกระดับท่าเรือระนอง ๓. ก็คือการเปิดเส้นทางการค้า โดยการสร้างโอกาสในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดและนครแม่สอด พร้อมกับเร่งรัด สะพานข้ามแม่น้าแห่งที่ ๔ ก็คือ เชียงของ-ห้วยทราย ยุทธศาสตร์ตรงนี้เป็นยุทธศาสตร์ประตู ตะวันตกครับ ในส่วนกาญจนบุรี-ทวายนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีก็คงทราบว่าเป็นการท้างาน อย่างต่อเนื่อง แต่ว่าที่เร่งรัดกันมากเพราะเราได้เห็นแล้วว่าการเชื่อมโยงข้ามแดนไม่ใช่ ความหมายเพียงแค่ว่าเราข้ามจากประเทศไทยไปประเทศพม่าเท่านั้น ไม่ใช่ ถึงแม้ประเทศพม่า จะเป็นประเทศที่มีการค้าชายแดนกับเราเป็นอันดับ ๒ รองจากประเทศมาเลเซีย แต่ก็เพียง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซียนี้ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศลาว ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ประเทศกัมพูชา ๖ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เป็นเค้กก้อนใหญ่ส้าหรับอนาคตของเศรษฐกิจไทย ทั้งธุรกิจ เกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การลงทุน และการขนส่งโลจิสติกส์นั้น คืออ่าวเบงกอล คือเอเชียใต้ คือตะวันออกกลาง คือแอฟริกา คือยุโรป เพราะฉะนั้นจึงไม่น่า แปลกใจหรอกครับว่าเมื่อปี ๒๕๕๒ ตอนที่เราเป็นประธานอาเซียน เราไม่ได้ใช้กรอบเพียง กรอบเดียวแต่ใช้ทุกกรอบครับ และใช้ฐานะความเป็นประธานอาเซียนในการที่เจรจาผลักดัน มีความตกลง เจตจ้านงทางการเมืองที่เรียกว่า พอลิทิคอล วิล (Political will) ระหว่าง นายกรัฐมนตรี เต็ง เส่ง ของประเทศพม่ากับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนกระทั่ง ประเทศไทยได้ลงนามเฟรมเวิร์ค อะกรีเมนท์ (Framework agreement) ในปลายปี ๒๕๕๓ ครับ หลังจากนั้นอีก ๒ เดือน คือเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔ ก่อนการเลือกตั้งประมาณ ๔-๕ เดือน รัฐบาลพม่าได้ออกกฎหมายพิเศษเรียกว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ครับ นั่นคือความส้าเร็จ ของประเทศไทยแล้ว นับแต่นั้นมาโครงการเมกะโปรเจกต์ ทวาย เริ่มต้นโดยไทย-พม่า เป็นเสมือนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กันครับ วันนี้ภาคตะวันตกของเราไม่มีทะเลนะครับ เราติด เทือกเขาตะนาวศรี แต่เราสามารถท้าลายอุปสรรคนั้นด้วยโครงการนี้นะครับ นั่นหมายความว่า อย่างไร หมายความว่าไทย-พม่า ภายใต้ความตกลงบิมสเทค หรือภายใต้กรอบจีเอ็มเอส และความตกลงซีบีทีเอนี่จะต้องใช้กฎหมายนี้และกฎหมายพวง ในการท้าเช็ก พอยท์ แล้วก็ ท้าพื้นที่อ้านวยความสะดวกซีไอคิวบริเวณด่านพรมแดนพุน้าร้อน จังหวัดกาญจนบุรีกับทวาย พร้อมกันนั้นท่าเรือน้าลึกที่ทวายนิคมอุตสาหกรรมที่ทวาย แล้วก็ทางหลวงจากทวาย มาชายแดนลาว ๑๗๐ กิโลเมตรจากชายทะเลทวายก็คือมหาสมุทรอินเดียนั่นเอง เชื่อมโยง ระหว่างท่าเรือน้าลึกทวายกับท่าเรือน้าลึกแหลมฉบังครับ เชื่อมระหว่างประตูตะวันตกกับ ประตูตะวันออก นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าจากความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดน ดังกล่าวนี้ จะเชื่อมโยงไปสู่ความตกลงในการขนส่งหลายรูปแบบต่อเนื่องจากทางบกไปสู่ทางเรือ ไปสู่เมืองเชนไนของประเทศอินเดีย ไปสู่เมืองกัลกัตตาของประเทศอินเดีย ไปสู่จิตตะกอง ของประเทศบังกลาเทศ ไปสู่เจ้าเพียว ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศพม่าที่ประเทศจีน สร้างเป็นฐานในการออกสู่มหาสมุทรอินเดีย จากยูนนานผ่าสะพายแพร่ง จากรุ้ยหลี้ในยูนนาน ออกมาที่เจ้าเพียว แต่จะมีท่าน้าลึกแล้วเป็นฐานใหญ่ของประเทศจีนที่ร่วมกับประเทศพม่า ในการออกมหาสมุทรอินเดีย แล้วก็มาสู่ย่างกุ้ง ทวาย มาที่ทวายแล้วก็คือจังหวัดระนอง ที่เตรียมพร้อมส้าหรับการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากการค้าและการขนส่งในอ่าวเบงกอล ซึ่งมี ๑,๗๐๐ ล้านคนครับ ๗ ประเทศแล้วก็เชื่อมโยงไปสู่ท่าเรือแม่น้ากันตัง ไปสู่ปีนัง ไปสู่อาเจะห์ ไปสู่โคลัมโบของประเทศศรีลังกา รวมไปถึงการขนส่งไปสู่ยุโรป ไปสู่แอฟริกา ตะวันออกกลาง ซึ่งใกล้ที่สุดไม่ต้องไปอ้อมประเทศสิงคโปร์ นี่คือยุทธศาสตร์ที่จ้าเป็นจะต้องใช้เครื่องมือ ทางกฎหมายภายในของเรานี้ครับ แต่ว่าท่านประธานก็คงจะเห็นว่าฉบับเดียวมันไม่พอครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้น้าเสนอคณะรัฐมนตรีในลักษณะที่เอากฎหมายพวงมาเลยครับ ในโอกาสที่เราเห็นว่าอะไรเป็นล้าดับก่อนหลังที่เราเร่งรัด เช่น ประตูตะวันตกในเรื่องของทวาย เราเร่งรัด กฎหมายพวงที่เกี่ยวข้องกับประเทศแถบเอเชียใต้ แถบตะวันออกกลาง แถบแอฟริกา แถบยุโรปเอาเข้ามาเป็นชุด ทางด้านตอนเหนือที่เกี่ยวข้องกับทางประเทศจีน ทางประเทศพม่า ทางประเทศลาว ไม่ว่าจะเป็นอาร์ ๓ เอ อาร์ ๓ บี หรืออาร์ ๓ อี (R3E) อาร์ ๓ ดับเบิลยู (R3W) หรือว่าในส่วนที่เป็นฝั่งของตะวันออกของประเทศกัมพูชา ของประเทศลาว เพื่อเชื่อมโยงไปยังอินโดจีน ก็คือประเทศเวียดนามแล้วก็ไปสู่ประเทศจีนทางตะวันออกเฉียงใต้ ตรงนี้ครับ จะต้องพร้อมกันเหมือนที่บอกว่าท้าไมผมถึงเริ่มต้นการอภิปรายว่ากฎหมายนี้เพียง ๑๓ มาตรา เนื้อหามี ๑๒ มาตรา เนื้อหาจริง ๆ มี ๙ มาตรา แต่มาตราสุดท้ายคือมาตรา ๑๓ ก้าหนดให้มีรัฐมนตรีรักษาการถึง ๖ คน ท่านประธานยังไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับไหนหรอกครับ ที่มีรัฐมนตรีรักษาการมากเท่านี้มาก่อนทั้งที่เป็นกฎหมายที่มีมาตราสั้นมากเลย สิ่งเหล่านี้ ที่สะท้อนให้เห็นว่าความสลับซับซ้อนของกฎหมายมันมาจากความตกลงระหว่างประเทศครับ และภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศนั้นมันได้ซ่อนเอาไว้ ซึ่งโอกาสของประเทศ แต่โอกาสเหล่านี้จะส้าเร็จหรือไม่ รถจะวิ่งถึงเป้าหมายหรือไม่อยู่ที่ กฎหมายการขนส่งครับ ติมาตลอดในช่วงเกือบ ๓ ปีที่เป็นรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมา ต้องเรียนว่าตรงนี้ขับเคลื่อนช้ามาก ดังนั้นก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการเสนอขอความเห็นชอบ จากสภาผู้แทนราษฎร ก็หวังว่าท่านจะได้เร่งรัดด้าเนินการนะครับ แล้วก็ท้าให้การเชื่อมไทย เชื่อมโลก ให้เราเป็นศูนย์กลางของการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคนี้เพื่อให้ขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศก็ดี โอกาสที่เราจะใช้ประโยชน์ร่วมกันกับประเทศภาคีของเรา จากการค้าโดยมีการขนส่งที่มีการอ้านวยความสะดวกอย่างเสมอภาคเท่าเทียมจะเป็น ประโยชน์ต่อประเทศไทย แล้วผมก็เรียนกับท่านประธานว่าผมยินดีให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และอยากจะเห็นมากกว่านี้ก็คือการเสนอเข้ามาเป็นชุดเป็นพวง และอยากจะฝากทาง คณะรัฐมนตรีว่าเวลาเสนอกฎหมายนี่ ขอให้เสนอกฎหมายมาเป็นชุดครับ แล้วก็ให้วิป ขอความร่วมมือจากทางฝ่ายค้านเลยว่ากฎหมายชุดนี้เป็นชุด แล้วก็มาเสนอล้าดับต้น ๆ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เพราะกฎหมายเหล่านี้มันคือโอกาสของประเทศไทยและคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์

นางสาวธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ ส้าเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดน พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ท่านประธานคะ เมื่อวานนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้ท้าการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านไปทั้ง ๔ ฉบับร่วมกันซึ่งก็มีความเกี่ยวเนื่องกัน เป็นกฎหมายชุดที่ ทางวิปรัฐบาลได้น้ามาพิจารณาในสภา แล้วก็เป็นกฎหมายที่มีความส้าคัญ ก็จะประกอบไป ด้วยร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการขนส่งทางบก ๒ ฉบับ แล้วก็จะมีร่างพระราชบัญญัติ รถยนต์ ๒ ฉบับ และในวันนี้ก็เป็นกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่มีความเกี่ยวเนื่องกันในด้านของการขนส่ง ที่เราได้น้ามาพิจารณาในวันนี้ด้วย ดิฉันก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ทางรัฐบาลที่ได้น้ากฎหมายที่ได้อยู่ในความสนใจ แล้วก็มีความส้าคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าชายแดนของเราเข้ามาสู่สภา เพื่อที่จะพิจารณาต่อไปนะคะ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ จากเขตคลองสามวา ที่พอเมื่อได้ทราบว่ากฎหมายทั้ง ๖ ฉบับนี้ จะเข้าสู่สภาก็ได้เดินทางไปที่สถานที่จริง ในเขตชายแดนต่าง ๆ เพื่อที่จะได้น้าปัญหามาประกอบ การพิจารณาการผ่านร่างพระราชบัญญัติในวันนี้ ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้น้าประสบการณ์จริง น้ามาประกอบการพิจารณา แล้วก็มาแบ่งปันให้กับเพื่อนสมาชิกด้วยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอกล่าวถึงความส้าคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เป็นเหตุ เป็นผลว่าสมาชิกควรที่จะให้การสนับสนุนอย่างไร ซึ่งเมื่อได้ฟังหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปราย ในวันนี้ก็ได้ทราบกันแล้วว่าทุก ๆ ท่านก็มีความตั้งใจที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านสภา เพื่อที่จะเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการต่อไป ต้องกล่าวว่าในปัจจุบันนี้การขนส่งข้ามพรมแดน และการขนส่งผ่านแดนได้ทวีความส้าคัญต่อระบบการค้าระหว่างประเทศและการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก ประกอบกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในกรอบต่าง ๆ ก็เพื่อให้มีการค้าขายที่ต้องใช้การบริการขนส่งทางบกมากขึ้น ซึ่งจากการศึกษา ที่ผ่านมาของดับเบิลยูทีโอ (WTO) หรือ เวิลด์ เทรด ออร์กะไนเซชัน (World Trade Organization) ที่ได้เปิดการค้าเสรีท้าให้พบว่ามูลค่าการส่งออกของภูมิภาคเอเชีย (Asia) และแปซิฟิก (Pacific) เพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งเราก็จะพบว่าการที่จะให้เกิดความส้าเร็จ ในภาพรวมขึ้นได้ในส่วนภูมิภาคนั้นกฎหมายฉบับนี้ที่จะเป็นกฎหมายการค้าชายแดนที่การติดต่อ การท้าการค้านั้นก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการท้าให้การท้างานมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ท่านประธานคะ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าประชุมในคณะอนุกรรมาธิการการค้าชายแดน ที่มีท่าน ส.ส. ละออง ติยะไพรัช เป็นประธานในคณะกรรมาธิการนั้นแล้วได้มีการศึกษา ถึงปัญหาและอุปสรรคของการท้าการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อศึกษา ถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา ที่ท้าให้เกิดการติดขัด ท้าให้การลงทุนการท้าการค้าเป็นไป ด้วยความไม่สะดวก แล้วปัญหาที่เราได้พบนั้นก็คือปัญหาการขนส่งข้ามพรมแดนในแต่ละครั้งนั้น ปัจจุบันนี้การขนส่งสินค้าออกนอกประเทศจะต้องหยุดทั้งด่านของฝั่งประเทศไทยแล้วก็ต้อง หยุดทั้งฝั่งที่เราจะเข้าไป ก็คือต้องหยุดทั้ง ๒ ฝั่ง จึงเป็นสาเหตุท้าให้เกิดความล่าช้าในการ ตรวจสอบสินค้าแต่ละครั้ง เพราะเราต้องนึกภาพว่าในการตรวจสอบสินค้าแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่จะต้องใช้เวลาในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมากเพื่อความละเอียดรอบคอบที่จะ ส้ารวจสินค้าต่าง ๆ ฉะนั้นเราก็จะพบได้ว่ามีรถบรรทุกหรือว่ารถขนส่งสินค้าเป็นจ้านวนมาก ต่อคิวเรียงรายกันไป ตรงนี้ท้าให้การปฏิบัติงานหรือว่าการขนส่งสินค้านั้นไม่คล่องตัว ก็เป็นปัญหา อีกอย่างหนึ่งที่เราพบ

ในส่วนของการแก้ปัญหานั้น ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงอ้านวยความสะดวก โดยการก้าหนดให้ประเทศพรมแดนมีพื้นที่ควบคุมร่วมกันหรือที่เรียกว่า คอมมอน คอนโทรล แอเรีย (Common Control Area) และให้หน่วยงานแต่ละประเทศจัดให้มีการด้าเนินพิธีการ อย่างเบ็ดเสร็จเพื่อสามารถจัดการบริการ ณ จุดเดียวในลักษณะของ ซิงเกิล วินโดว์ อินสเปกชั่น (Single Window Inspection) โดยได้ก้าหนดให้การตรวจสอบต่าง ๆ และการควบคุมบุคคล รวมทั้งสินค้าจะมีการด้าเนินการร่วมกันและพร้อมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้ง ๒ ประเทศ ท่านประธานคะ ตอนนี้ประเทศไทยของเราเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ในการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัตินอกราชอาณาจักร ตรงนี้เป็นปัญหาอย่างมาก ยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เดิมไม่ได้ติดต่อการค้าใด ๆ เช่นประเทศพม่านั้น ตอนนี้ประเทศพม่าได้ลงสัตยาบันในการท้าข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศแล้ว เหลือเพียง ประเทศไทยที่เป็นปัญหาอยู่ ท้าให้ข้าราชการที่เดินทางไปท้าข้อตกลงหรือว่าประชุมระหว่าง ประเทศก็ดูไม่ดีในสายตาของชาวต่างชาติซึ่งก็คือประเทศไทย เราจึงเห็นสมควรว่าเราควรที่จะ ผลักดันกฎหมายตัวนี้เพื่อที่จะให้เกิดการยอมรับในการค้าการลงทุนระหว่างประเทศร่วมกันด้วยค่ะ

ดิฉันขอกล่าวเพิ่มเติมถึงปัญหาที่เราต้องเร่งแก้ไขต่อไป นั่นก็คือในส่วนของเส้น ตามแนวนครพนม-ค้าม่วน เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางไปสู่ประเทศจีนตอนใต้ ปัญหาตอนนี้คือ เส้นทางนี้ไม่อยู่ในกรอบการตกลงจีเอ็มเอส ก็คือ ครอส บอร์เดอร์ ทรานสปอร์ต อะกรีเมนท์ ตรงนี้จะเป็นข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้าโขง ความตกลง ดังกล่าวนี้จะมีสาระส้าคัญในการก้าหนดรายละเอียดและเงื่อนไขในการด้าเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ ฉะนั้นถ้าเราสามารถพัฒนาให้มี การตกลงร่วมกันได้ปัญหาต่าง ๆ ก็จะถูกขจัดให้หมดสิ้นไป ตอนนี้ในเรื่องของค่าธรรมเนียม ที่เกิดขึ้นตามรายทางก็ท้าให้ต้นทุนของสินค้าสูงขึ้นด้วย ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ท้าให้ ประชาชนต้องใช้สินค้าในราคาที่แพงไปด้วยค่ะ เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีความส้าคัญในอนาคตนะคะ เพราะว่าจะท้าให้เกิดการค้าการลงทุน การเดินทางไปถึงหนานหนิงเลยทีเดียว จะท้าให้การลงทุนของเรามีเส้นทางที่ยาวไกลขึ้น สามารถขยายขอบเขตการค้าการลงทุนเพิ่มขึ้นได้ แล้วก็ต้องเรียนว่าคงจะไม่ผิดหากจะกล่าวว่า จุดหมายของเรานั้นก็อยู่ที่ประเทศจีนด้วยนะคะ เมื่อเราได้ขยายกรอบต่าง ๆ ไปแล้ว การค้าการลงทุนก็จะด้าเนินการต่อไปในภาพรวมของภูมิภาคได้ด้วยเช่นกันนะคะ ดิฉันก็จึงต้อง ขอให้ร่วมกันผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้ต่อไปค่ะ

อีกข้อสังเกตหนึ่งค่ะ ที่ตอนนี้ประเทศไทยของเรานอกจากจะสนับสนุนให้เกิด การพัฒนา การลงทุนในประเทศแล้ว ทางรัฐบาลก็ยังเล็งเห็นถึงการลงทุนในต่างประเทศด้วย ในเรื่องของพืชผลต่าง ๆ ที่บางชนิดประเทศของเรามีความจ้าเป็นในการต้องใช้อย่างมาก อาจจะผลิตไม่ทัน เราก็ได้มีการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไปลงทุนในต่างประเทศ แล้วตรงนี้ ถ้าหากรัฐบาลของเราได้ร่วมกันสนับสนุน อย่างเช่นในเรื่องของภาษีต่าง ๆ หรือว่ากรอบกฎหมายที่จะ ท้าให้การลงทุนนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกก็จะถือว่ารัฐบาลได้สนับสนุนผู้ประกอบการได้ร่วมกันลงทุน เพื่อภาพรวมของประเทศแล้วก็น้าสินค้าเหล่านั้นเข้ามาผลิตในประเทศต่อไป

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งค่ะท่านประธาน ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ก็คือในส่วนของ เจ้าหน้าที่ที่ท้าการตรวจสอบสินค้าหรือบุคคลที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร อันนี้เป็นเพิ่มเติมว่า ก็ต้องขอให้ก้าลังใจเจ้าหน้าที่ในเรื่องของถ้ามีสินค้าที่เป็นประเภทอาหารต่าง ๆ อาจจะต้องดู ในส่วนของสารพิษหรือว่าโรคติดต่อที่เข้ามาด้วยเพื่อประชาชนในประเทศของเรา รวมถึง การตรวจสอบสินค้า สิ่งเสพติด สิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ที่อาจจะแฝงมาในการบรรทุกของก็ขอให้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรอบคอบในการปฏิบัติงาน ก็จะขอเป็นก้าลังใจให้แล้วก็เพื่อเป็นการ เตรียมความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางอาเซียนและเพื่อให้ความก้าวหน้าในการพัฒนา เศรษฐกิจสังคมประเทศ เพื่อให้ปัญหาต่าง ๆ ในการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนหรือการขนของ ทางถนนระหว่างประเทศให้ได้รับการแก้ไขเพื่อประโยชน์ต่อภูมิภาคต่อไป ดิฉันก็จึงเห็นสมควร ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ให้สามารถบังคับใช้ได้โดยเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนคร มาฉิม

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอถือ โอกาสนี้เห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้น้าเสนอต่อสภา แห่งนี้เพื่อการพิจารณาแล้วก็ขอความเห็นชอบ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต เป็นประเด็นแรก ก็คือเหมือนกับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้น้าเรียนต่อท่านประธาน ไปแล้ว ก็คือเหตุใดท้าไมรัฐบาลจึงไม่ได้เสนอกฎหมายมาเป็นชุด เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ในองค์รวมแล้วก็เห็นภาพรวมว่าจุดอ่อนในแต่ละฉบับอยู่ที่ไหน จุดแข็งในแต่ละฉบับอยู่ที่ไหน แล้วก็ในแต่ละฉบับมีเป้าหมายหรือโครงข่ายในระบบยุทธศาสตร์เป็นอย่างไร เพื่อที่จะให้ สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ปฏิบัติหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยได้มองเห็นภาพรวมของระบบ ในการขับเคลื่อน ในการที่จะน้าพาประเทศของเรา ในการที่จะอนุวัติตามพันธสัญญา หรือข้อตกลงที่ประเทศของเรามีต่อประเทศในภูมิภาคหรือประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ในระบบเชื่อมโยง และเห็นภาพชัดขึ้นในทุกมิติ

ประเด็นที่ ๒ รัฐบาลควรที่จะเสนอโครงข่ายประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งระบบขนส่งทางบก ทั้งระบบขนส่งทางน้า ทั้งระบบขนส่งในระบบราง แล้วก็ระบบขนส่ง โครงข่ายทางอากาศ เพื่อที่จะให้มองเห็นระบบการเชื่อมโยงว่าเราจะใช้ยุทธศาสตร์เส้นทางไหน เป็นเส้นทางหลักในการที่จะพัฒนาประเทศของเราแล้วก็เชื่อมไปพัฒนาในประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศในภูมิภาค แล้วก็ที่ส้าคัญที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนามหรืออื่น ๆ ในอาเซียนของเรานั้น ถือว่าเป็นรัฐเล็กนะครับ ประเทศมหาอ้านาจในภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นประเทศอินเดีย ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น อียู (EU) ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือทางประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ที่เขามีการรวมตัวเป็น ภาคทางเศรษฐกิจ ภาคทางธุรกิจในสมาคมต่าง ๆ นั้นถือว่าประเทศของเราเป็นประเทศเล็ก แล้วก็จ้าเป็นที่จะต้องได้รับการส่งเสริม การสนับสนุนจากประเทศมหาอ้านาจต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ใกล้ที่สุดก็คือประเทศจีน แล้วก็ประเทศอินเดีย แล้วก็ประเทศญี่ปุ่น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ควรที่จะค้านึงแล้วก็เชื่อมโยงให้เห็นทั้งระบบว่าโครงข่ายระบบราง ถ้าเกิดว่าเชื่อมจาก ประเทศจีน มาที่ประเทศลาว มาที่จังหวัดหนองคาย มาที่ประเทศไทยของเราแล้ว มันสามารถที่จะเชื่อมต่อโดยที่ไม่ต้องไปสับเปลี่ยนรางได้หรือไม่ เพราะรางรถไฟของเรา ที่ใช้อยู่นะครับ ถือว่ายังไม่ได้เป็นมาตรฐานในระบบรางคู่หรือว่ารถไฟความเร็วสูง ที่ทางประเทศมหาอ้านาจในภูมิภาคที่เขาต้องการที่จะขับเคลื่อนให้สอดคล้องกัน ให้เชื่อม ประสานกันได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรที่จะชี้ให้เห็นแล้วก็วางให้เห็นถึงระบบโครงข่ายโยงใย ทั้ง ๔ ระบบก็คือขนส่งทางบก ทางน้า ระบบราง แล้วก็ขนส่งทางอากาศ เพื่อให้มองเห็น ภาพรวมแล้วก็เสนอในทุกมิติ สมาชิกจะได้พิจารณาเห็นอย่างถ่องแท้แล้วก็ตัดสินใจได้ว่า จะให้การสนับสนุนหรือว่าปรับปรุงแก้ไขอย่างไรแล้วก็ตั้งข้อสังเกตอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๓ ที่ขออนุญาตเพิ่มเติม การติดต่อสื่อสารในปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดนหรือโลกาภิวัตน์ แน่นอนนอกจากระบบขนส่ง มันจะต้องมีการเชื่อมต่อในระบบการติดต่อสื่อสาร การค้า การลงทุน การท้าธุรกิจ รวมไปถึง การศึกษาด้วย การแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ที่จะต้องตามมาหลังจากที่มีการเชื่อมโยงระบบขนส่ง อันนี้ละครับคือเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเอาความจริงทั้งหมดมาพูดกับประชาชน มาบอกกับ ประชาชนว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศของเรา ที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องตื่นตัวกันอย่างขนานใหญ่ จะต้องมีการปฏิรูปองค์กรในประเทศของเราอย่างไรบ้าง จะต้องมีการปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ปฏิรูปด้านการเมืองอย่างไรบ้างเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรองรับ ในทุกสิ่งทุกอย่างที่จะไหลบ่าเข้ามาพร้อมกับการเชื่อมระบบการขนส่ง และการคมนาคมต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลก็คือหลังจากที่สภาให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติที่ท่านน้าเสนอฉบับนี้แล้ว ท่านมีกรอบเวลาในการที่จะเสนอชุดกฎหมายทั้งหมดต่อสภาแห่งนี้ในช่วงเวลาใด แล้วก็จะ เร่งรัดด้าเนินการอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องแล้วก็เชื่อมโยงรวมไปถึงการอนุวัติตามสัญญา ตามพันธสัญญา หรือตามอนุสัญญาต่าง ๆ ที่ประเทศของเราจ้าเป็นที่จะต้องปฏิบัติต่อ ภาคีสมาชิก สิ่งที่ผมอยากจะถามประเทศของเราได้วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งของประเทศไว้ อย่างไรบ้างในการที่จะรองรับปัญหาหรือความเจริญหรือว่าการไหลบ่าทางการค้า วัฒนธรรม ทางเศรษฐกิจการลงทุน การวิเคราะห์จุดอ่อน จุดอ่อนที่ประเทศของเราควรที่จะค้านึงถึง และรัฐบาลจะต้องชี้แจงให้เห็นเค้าโครงบ้าง สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของประเทศไทยที่นับว่า เป็นจุดอ่อนก็คือ ---------------------------------------------------------------------------------------–

๑. ภาษา คนในประเทศของเราค่อนข้างที่จะอ่อนภาษาที่ ๒ โดยเฉพาะภาษา ที่เป็นสากลก็คือภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเยอรมัน หรือภาษาญี่ปุ่น อันนี้คือจุดอ่อน ในการติดต่อสื่อสารของประเทศของเราที่รัฐบาลจ้าเป็นที่จะต้องเอาจริงเอาจัง แล้วก็วางระบบ ในการที่จะให้คนไทยมีภาษาที่ ๒ ภาษาที่ ๓ เพื่อที่จะรองรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะไหลบ่า เข้ามาพร้อมกัน เพราะถ้าเกิดว่าการติดต่อสื่อสารของไทยหรือว่าคนไทยที่ไปท้าการค้า ไปติดต่อสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้านหรือในภูมิภาคอื่น ๆ เราเป็นรองเขา เราก็มีโอกาสน้อยกว่าเขา ที่จะได้ท้างานที่ดี คนไทยก็อาจจะได้ท้างานที่ไม่ค่อยดี หรือในระดับบริหาร หรือในระดับสูง อันนี้ก็คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี

เรื่องที่ ๒ ที่จ้าเป็นที่จะต้องพูดก็คือ ต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนการผลิต ทางด้านการเกษตร ต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ถือว่าจ้าเป็นที่จะต้องพูด ท่านประธานครับ ในปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงมากถ้าเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มันส้าปะหลังนี่นะครับ ประเทศเพื่อนบ้านของเราอาจจะต้นทุนการผลิตต่อกิโลกรัม มันส้าปะหลังอาจจะอยู่ที่ ๕๐-๖๐ สตางค์ต่อ ๑ กิโลกรัมมันส้าปะหลัง แต่ประเทศไทยของเราต้นทุนอยู่ที่ ๑ บาทเศษ ๆ ก็ท้าให้การแข่งขันของเกษตรกรไทยในอนาคตอาจจะด้อยลง อันนี้ท่านจะต้องขับเคลื่อน ปรับปรุงแล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะยืนอยู่แล้วก็แข่งขันในเรื่องต้นทุนการผลิต ต่อประเทศในภูมิภาคให้ได้ เพราะถ้าเกิดว่าปล่อยให้ต้นทุนของเราสูง ๑.๕๐ บาท แต่คู่แข่ง ๕๐ สตางค์ ต้นทุนสูงกว่ากันกิโลกรัมละ ๑ บาทเราก็แพ้ครับในเวทีโลก เพราะฉะนั้น ฝากเรื่องนี้เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม สิ่งที่ผมอยากจะให้รัฐบาลมองอย่างเป็นระบบแล้วก็มองเห็น ถึงความส้าคัญก็คือ การไม่มีข้อจ้ากัดในการใช้สารเคมีที่เป็นต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นผลิตข้าว ข้าวโพด มันส้าปะหลัง หรือพืช ผัก ผลไม้อื่น ๆ หน่วยงานภาครัฐ บางส่วนกลับส่งเสริมอย่างบ้าระห่้า ขออนุญาตใช้ค้านี้ท่านประธานครับ หรือว่าอย่างบ้าเลือดเลย โดยไม่มีขีดจ้ากัด แล้วก็โดยไม่มีการใช้อย่างสมเหตุสมผล แล้วก็ตรงกับสิ่งที่ควรที่จะเป็น ท้าให้เป็นปัจจัยหลักในการที่เพิ่มต้นทุนการผลิตของพี่น้องประชาชน

อันที่ ๒ ที่ถือว่าเป็นจุดอ่อนแล้วรัฐบาลก็ก้าลังแก้ไขกันอยู่ก็ขอเป็นก้าลังใจ ก็คือการบริหารจัดการน้า การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินไร้ประสิทธิภาพ ที่กราบเรียน ท่านประธานว่าไร้ประสิทธิภาพเพราะว่าไม่เคยมีแผนยุทธศาสตร์เลยครับ ปล่อยให้ การบริหารจัดการน้า การบริหารจัดการที่ดินเป็นไปตามยถากรรมก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมา อย่างไรครับ ฝน น้าก็ท่วม ตกไม่มากนะครับ แทบจะไม่ผิดปกติมากนัก แต่ปรากฏว่าน้าท่วม แล้วก็ท่วมหนัก ๆ ด้วย มูลค่าความเสียหาย ๑.๔ ล้านล้านบาทท่านประธาน

อันที่ ๓ การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน แม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านก็ได้พูดออกมาแล้วว่าต่างชาติทั้งมาถือโดยตรง มาถือโดยอ้อม มาถือโดยการสมรสกับคนไทย มาถือผ่านบริษัท นอมินี (Nominee) ประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่ ท่านประธานครับ แต่คนไทย ส่วนหนึ่งเลย แล้วก็ส่วนมากด้วยยังไม่มีที่ท้ากิน ยังไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องเช่าเขาอยู่ตลอดชีวิต นะครับ ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือความไร้ระบบในการวางระบบในเชิง ยุทธศาสตร์หรือเชิงโครงสร้างให้กับสังคมที่จะบริหารจัดการทรัพยากรน้าแล้วก็ทรัพยากรดิน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนทั้งประเทศ ท้าให้เราอ่อนแออย่างไรครับ

อันที่ ๔ ก็คือความเหลื่อมล้าทางสังคมคนจนกลับจนลง ๆ และหนี้สิน พอกพูนมากยิ่งขึ้น แต่คนรวยแค่เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์กลับคุมเศรษฐกิจ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ อันนี้คือจุดอ่อนในด้านความเหลื่อมล้า เพราะอะไรครับ เพราะเราขาดระบบ ในการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ จะไปรอสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ วางแผน ๕ ปี ๆ ตอนนี้เป็นแผนที่๑๑ ไม่ทันกาลครับท่านประธานครับ ประเทศอื่น ๆ ที่เขาเจริญเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนเขามองเหนือพรรคการเมือง เหนือฝักฝ่ายทางการเมือง เขามองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่จะวางระบบเป็นโครงสร้างของประเทศจะต้องมองไปเพื่อประเทศ และประชาชนทั้งประเทศให้เหนือกว่าความขัดแย้งทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การวางระบบของประเทศที่เขามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงทางสังคม มีความมั่นคง ทางการเมืองของเขา เขาจะวางแผนเลยว่า ๕ ปีต้องท้าอะไรบ้าง ๑๐ ปีต้องท้าอะไรบ้าง ๒๐ ปีต้องท้าอะไรบ้าง แผนจะเดินสอดคล้องกันไปไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พรรคการเมืองไหน จะมาเป็นรัฐบาล แต่ประเทศของเรายังขาดระบบอันนี้ อันนี้คือจุดอ่อนเราจ้าเป็นที่จะต้อง เอามาพูดความจริงและปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกที่เขาเป็นมหาอ้านาจ ส่วนจุดแข็งของไทยละครับ แน่นอนจ้าเป็นที่จะต้อง ส่งเสริมแล้วก็สนับสนุน จุดแข็งก็คือสิ่งที่บรรพบุรุษของเราให้มาอย่างไรครับ ท่านประธานครับ บรรพบุรุษให้มาอะไรบ้างครับ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แม่น้าล้าคลองที่มีความพร้อม ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค อันนี้คือสิ่งที่เป็นจุดแข็ง สิ่งที่จ้าเป็น ที่จะต้องเชื่อมต่อก็คือโครงข่ายหรือยุทธศาสตร์ของระบบขนส่งหรือโลจิสติกส์ในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่าแผนยุทธศาสตร์ ในประเทศระบบถนนสายหลักมีอยู่แล้วสายไหนบ้าง ที่จะเชื่อมเพิ่มเติมสายไหนบ้าง ผมยกตัวอย่างที่บ้านผมชาวจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดภาคเหนือตอนล่างเรียกร้องมาตลอดว่า ขอให้ใช้จังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางของสี่แยกอินโดจีนได้ไหม แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลก็ยังไม่ให้ค้าตอบนะครับ ระบบราง รางคู่ รถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดพิษณุโลก ไปจังหวัดเชียงใหม่ หรือว่าจากกรุงเทพฯ ไปโคราช ไปจังหวัดขอนแก่น ไปจังหวัดหนองคาย ท่านจะท้าแล้วก็จะขับเคลื่อนอย่างไร แล้วก็ทุกสายจะต้องเชื่อมโยงกับประเทศมหาอ้านาจ อย่างประเทศจีน เป็นต้น ด่านชายแดนเหมือนกันฝากท่านประธานนะครับ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็มีด่านที่ใช้กันอยู่แล้วแต่ว่าท้าอย่างไรที่จะให้เป็นด่านถาวร ก็คือด่านภูดู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ อันนี้กราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปก็คือรัฐบาลมีแผนไหมที่จะท้าให้ด่านภูดู่ รวมไปถึงด่านเหมืองแพร่ที่อ้าเภอนาแห้ว จังหวัดเลยนะครับ พัฒนาด่านนี้ให้เป็นด่านถาวร แล้วก็ให้มีการติดต่อค้าขายกันทั้งปีแล้วก็ทุกวันได้ไหม ไม่ใช่ว่าไปใช้ที่เฉพาะในจังหวัดหนองคาย อันนั้นดีอยู่แล้ว แต่ว่าด่านอื่น ๆ ควรที่จะเพิ่มไหมในแถบชายแดนต่าง ๆ ก็ขอฝากในด่านภูดู่ แล้วก็ด่านเหมืองแพร่ ด่านภูดู่อยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็ด่านเหมืองแพร่อยู่ที่อ้าเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งถ้าเกิดว่าพัฒนา ๒ ด่านเพิ่มเติมเข้ามานะครับ ก็สามารถที่จะเชื่อมโยง ในภูมิภาคใกล้เคียงนี่ได้เพิ่มมากขึ้น

เรื่องสุดท้ายครับ ที่อยากจะฝากแล้วก็ตั้งข้อสังเกตก็คือกฎหมายฉบับนี้ มีรัฐมนตรีที่จะต้องรักษาการหลายท่าน ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านต่าง ๆ เหล่านี้ควรที่จะ มารับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย เหตุผล เพราะว่าการเชื่อมโยงหลังจากที่กฎหมายผ่านอาจจะมีการเชื่อมโยงทางบก ทางเท้า ทางราง ทางอากาศ ทางน้า แต่สิ่งที่จะต้องตามมาแล้วก็ตั้งข้อสังเกตฝากท่านประธานไว้ก็คือ อาชญากรรมอาจจะตามมา ยาเสพติดอาจจะตามมา การกระท้าผิดกฎหมายอื่น ๆ อาจจะตามมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีมาตรการในการที่จะป้องกันเพื่อไม่ให้ประเทศของเราจะเป็นทางผ่าน เป็นจุดในการค้าขายอย่างไรเพื่อป้องกัน รักษาสิทธิของประเทศของเรา แล้วก็สุดท้ายจริง ๆ ก็คือรัฐบาลควรที่จะน้าเอาประสบการณ์ความส้าเร็จหรือล้มเหลวของความตกลงระหว่างประเทศ ในสหภาพยุโรปหรืออียูนี่นะครับ มาพิจารณาเพราะว่าเขามีประสบการณ์มาก่อนเรา

อันที่ ๒ ก็คือการเชื่อมโยงระหว่างประเทศอังกฤษกับประเทศฝรั่งเศสนี่นะครับ ในเรื่องทางเชื่อมช่องแคบมาเป็นบทพิจารณาเพื่อให้เห็นจุดอ่อน จุดแข็ง แล้วก็จุดที่จะต้อง ปรับปรุงเพื่อที่จะให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยทั้งประเทศ แล้วก็ ในภูมิภาคด้วย กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมด้าเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ครับ ผมขอแสดงความยินดีกับร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดน พ.ศ. .... อันนี้ ในฐานะที่กระผมเองเป็นคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย แล้วก็เป็นประธานอนุกรรมการจีเอ็มเอสประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้าโขง ถ้าผมไม่ได้อภิปรายวันนี้ก็ คงไม่รู้จะเป็นกรรมการไปเพื่ออะไรนะครับ ผมได้เดินทางอย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ามันเสียเวลา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเองก็ได้เดินทางไปส้ารวจเส้นทางเพื่อจะ จัดคาราวานครั้งที่ ๓ ของจีเอ็มเอส ตั้งแต่สภาชุดที่แล้วนะครับ ผมก็ได้ร่วมกับคณะคาราวาน เดินทางไปเป็นครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ปีนี้เป็นครั้งที่ ๓ เพื่อเดินทางไปดูด่านชายแดน การขนส่ง สินค้าชายแดน ซึ่งคณะอนุกรรมการของพวกเราได้จัดเป็นประเพณีมาแล้ว ซึ่งพี่น้อง ส.ส. ทั้งหลาย หากอยากร่วมเดินทางในการไปส้ารวจเส้นทางครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ก็มีทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้ร่วมเป็นคณะกรรมการไปด้วย อันนี้ผมขอเชิญชวนล่วงหน้านะครับ คือเราจะเดินทางช่วงวันที่ ๕-๑๑ นะครับ ตั้งแต่กรุงเทพมหานครไปจ้าปาสัก แล้วก็ไล่ขึ้นไปทุกแขวง ของประเทศลาวปีนี้ ๑๗ แขวง ใช้เวลาอยู่ ๗ วัน อันนี้ขอเชิญชวนพี่น้องผู้ชอบร่วมเดินทาง สนุก ๆ ด้วย แล้วก็ไปดูด่านชายแดน ท่านประธานที่เคารพครับ จากการเดินทางไป ด่านชายแดนต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ ก็คือปัญหากฎหมายของเราล้าสมัยจึงท้าให้เกิด การเคลื่อนไหวของรถหรือโลจิสติกส์ทั้งหลายระหว่างชายแดนช้ามาก ผลที่จะตามมาก็คือ สินค้าเราเสียหายโดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ต่าง ๆ เสียหายมากนะครับ โดยเฉพาะผ่านทาง ประเทศเวียดนามไปประเทศจีนไปหนานเซินเป็นด่านใหญ่มาก ที่เปิดด่านกับทางประเทศจีน ก็ได้ไปเห็นอุปสรรคต่าง ๆ จากผู้ค้าต่าง ๆ ท้าให้สินค้าเสียหายเพราะว่าความชราภาพของ กฎหมายของประเทศไทย อันนี้ก็ฝากผู้ที่เป็นคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ดูดี ๆ นะครับ ท้าอย่างไรถึงจะให้เกิดประโยชน์ที่สุด เร็วที่สุดนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เดินทางไปที่จ้าปาสักแล้วก็ลงไปที่บ้านเวินคาม ด่านเวินคาม ตอนนี้ เขายกระดับ เปลี่ยนจากด่านเวินคามมาเป็นที่ด่านหนองนกเขียน เป็นด่านที่ใหญ่มากด่านหนึ่ง ของประเทศลาวที่ติดต่อกับเขมรที่ประเทศลาวเรียกว่าเชียงแตง ความจริงเสตงตรึงนะครับ เชียงแตงเป็นด่านที่ใหญ่มาก ถ้าการขนส่งอย่างนี้จากเชียงแตงกับด่านหนองนกเขียนของ ประเทศลาวกับประเทศเขมร ถ้าเราผ่านไปทางจ้าปาสักลงจากจังหวัดอุบลราชธานีไปจ้าปาสัก วิ่งลงไปฮานอยแค่ ๒๐๐ กิโลเมตรครับ อันนี้จะเร็วมาก ฮานอยมีประชากรตั้ง ๑๑ ล้านคน นะครับ ไม่ใช่ฮานอยครับ ไซง่อนครับ คือโฮจิมินห์ซิตี เมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามใต้ นะครับ โฮจิมินห์ซิตี คน ๑๑ ล้านคน แค่เมือง ๆ เดียวนะครับ ถ้าเรามีการขนถ่ายสินค้า ผ่านไปที่ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ลงไปจ้าปาสัก แล้วก็ไปที่ไซง่อน โฮจิมินห์ซิตี จะท้าให้เราส่งสินค้าได้เร็วมาก

อีกส่วนหนึ่งข้อสังเกตที่ผมสังเกตเห็นว่าด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านที่เป็น ด่านสากลต่าง ๆ ที่ผมเห็นว่าได้เร็วที่สุดก็เห็นที่ด่านที่ประเทศมาเลเซีย เป็นการตรวจรถเร็วมาก ก็อยากให้ทางประเทศไทยเรา เมื่อเราได้ท้ากฎหมายนี้ไปแล้วท้าอย่างไรจะให้มี การเคลื่อนไหวให้รวดเร็วที่สุดเหมือนกับด่านของประเทศมาเลเซียนะครับ ก็อยากให้เป็น อย่างนั้น

อีกส่วนหนึ่งทางด้านตะวันตกนี้ก็ยังไม่แข็งแรงเท่าไรในการขนส่งคือทางด้าน ประเทศพม่านะครับ ผมก็อยากสนับสนุน คือนอกจากเราจะมีด่านชายแดนแล้ว ผมอยากเสนอ กระทรวงคมนาคมออกกฎหมายท้าอย่างไรเราจะมีทางคมนาคมเข้าไปประเทศพม่า ได้สะดวกขึ้นครับ เพราะว่าประเทศพม่าทรัพยากรมนุษย์เขาเยอะ ๔๐-๕๐ ล้านคน น้อง ๆ ประเทศไทย ที่ขึ้นทะเบียน ถ้าไม่ขึ้นทะเบียน พวกกะเหรี่ยง พวกอะไรต่าง ๆ ไม่รู้กี่คน แต่ถ้าสินค้าของเราผ่านเข้าไปในประเทศพม่า เรามีศูนย์กระจายสินค้าที่ย่างกุ้ง หรือที่มัณฑะเลย์ หรือที่เนปีดอ ที่เมืองหลวงของประเทศพม่า ถ้าเรามีศูนย์กระจายสินค้า ของประเทศไทยกระจายอยู่โดยที่เราออกกฎหมายให้มันเอื้อ ท้าอย่างไรรถเราจะขน แล้วตรงไปถึงศูนย์กระจายสินค้าเลยโดยที่ไม่ต้องไปผลัดเปลี่ยนรถอย่างที่หลายท่านอภิปรายไป ถ้าเราไปผลัดเปลี่ยนรถอยู่ที่ชายแดนมันก็ท้าให้เสียเวลาอีก ถ้าเราผ่านไปโดยที่รถของเรา ตรวจตั้งแต่ชายแดนก็วิ่งผ่านไปเลยจนถึงจุดกระจายสินค้า แล้วท้าอย่างไรเราถึงจะได้เปรียบ ส่วนนี้ ให้พิจารณาว่าเราจะออกกฎหมายอย่างไรถึงจะมีโอกาสขนส่งสินค้าของเราไปถึงจุด กระจายสินค้า แล้วเราจะท้าอย่างไรจะได้ขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าของเรากลับมา โดยที่ไม่ได้วิ่งรถเปล่าคืนมามันเสียเวลานะครับ เราอาจจะลดราคาในการขนส่งตอนขากลับ ให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้นะครับ แทนที่เราจะเอาราคาเต็มเหมือนกับที่เราขนไป เราน่าจะลดราคาให้เขา เขาก็คงจะมาใช้โลจิสติกส์ของไทยเราอันนี้นะครับ ไม่ว่าเมืองต่าง ๆ ศูนย์กระจายสินค้า ไม่ว่าคุนหมิง ไล่ตั้งแต่คุนหมิงไปถึงต้าลี่ ลี่เจียง ไปถึงทิเบตเลยครับ ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ขึ้นไปเสฉวน ขึ้นไปจนซินเจียงอุยเกอร์ อะไรนั่นนะครับ ขึ้นไปทางเหนือของประเทศจีน คนมีมากเหลือเกิน แล้วถ้าเรามีสินค้าของเราขนตรงไปจนถึง ศูนย์กระจายสินค้าจะท้าให้เราเป็นพี่ใหญ่ในการขนส่งนะครับ ถ้าเราไม่ท้า ไม่เปิดโอกาสให้ ราคาในการขนส่งสินค้ามาประเทศไทยให้มันต่้าเขาก็ต้องใช้ของเขา อันนี้ก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ผมก็เสนอไว้นะครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งนะครับ ที่หลายท่านก็ยังไม่ได้พูดไปก็คือผู้ขับขี่ ยวดยานพาหนะ ผู้ขนส่งสินค้าน่าจะเป็นผู้มีความรู้ภาษาประเทศนั้น ๆ คือไม่ใช่ไปเป็นคนใบ้ เวลามีปัญหากันนะครับ คนที่ขับรถก็ต้องเข้าใจ คัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ ด้านภาษาในแต่ละประเทศ ไปประเทศพม่าก็พูดภาษาพม่าได้ ไปประเทศอินเดียแล้วไปขนส่ง เรายังมีปัญหาอยู่ชายแดนใกล้ ๆ เราเท่านี้ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าเราท้าถนนจากนี้ครับ ผมอยากฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เราจะท้าอย่างไรถึงจะมีงบพิเศษ ไปสร้างถนนให้ประเทศพม่าเพื่อจะไปถึงย่างกุ้งนะครับ ลงทุนไปเลย เราต้องแลกเปลี่ยน เมื่อเราสร้างถนนต้องให้เราขนสินค้า เราต้องแลกเปลี่ยนกับเขาแบบนี้ ท้าสัญญาสัก ๑๐ ปี ๒๐ ปี เราก็จะได้เปรียบ เพราะประเทศพม่ายังไม่มีถนนหนทางที่ดี ผมไปแล้วก็น่าสงสาร ประชาชนนะครับ ถ้าเราสามารถท้าได้ มีทุนสร้างถนนให้ประเทศพม่าแล้วเราก็ใช้ตัวนี้ เป็นกลยุทธ์ในการที่จะเป็นผู้ได้เปรียบในการขนส่งนะครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งนะครับ ผมว่าน่าจะมีการตั้งกรรมการบริหารชายแดน โดยในการขนส่งสินค้าต้องมีคณะกรรมการเกี่ยวกับการขนส่งโดยเฉพาะจากชายแดน ชายแดนประเทศไทย ชายแดนประเทศลาว ชายแดนประเทศมาเลเซีย ชายแดนประเทศกัมพูชา ชายแดนประเทศพม่า ผมว่าน่าจะเป็นกรรมการที่เบ็ดเสร็จ มีอ้านาจเด็ดขาดในการที่จะ ตัดสินใจในการส่งสินค้านะครับ คือเขาอาจจะเป็นกรรมการ มีเกิดจากผู้เชี่ยวชาญในการ ต่างประเทศหรือจากผู้เชี่ยวชาญที่เขาเกษียณอายุไปแล้วในด้านด่านศุลกากรพวกนี้ครับ หรือ ตม. ต่าง ๆ จัดเขามา เชิญเขามา มาเป็นคณะกรรมการบริหารชายแดนเพื่อจะบริหาร ชายแดนให้มันรวดเร็วขึ้นนะครับ อาจจะขึ้นตรงต่อกระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงการคลัง ก็แล้วแต่นะครับ อันนี้คณะกรรมการบริหารชายแดน ผมก็อยากเสนอตรงนี้ อีก ๑ ข้อเสนอ ก็คือขนาดและจ้านวนรถ เราจะท้าอย่างไรถึงจะไม่ให้เกิดการเสียเปรียบได้เปรียบ คือขนาดรถ รถจะใช้รถกี่ล้อ กี่แรงม้าในการขนส่งนะครับ บางทีเราไปออกระเบียบไม่ชัดเจน เกิดเรา ไม่ก้าหนดขนาดรถไว้ ของเขาก้าหนดรถขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาประเทศไทยได้ แต่ของเรา เขาก้าหนดรถสี่ล้อแบบนี้ เป็นรถปิกอัพเราก็เสียเปรียบนะครับ ก็ควรระมัดระวังตรงนี้ ผู้ที่ไปร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ สุดท้ายผมก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เพราะว่าในฐานะที่เป็นกรรมการลุ่มแม่น้าโขง เป็นประธานอนุกรรมการประเทศลุ่มน้าโขง ผมเห็นว่าเราควรพัฒนาในเรื่องโลจิสติกส์นี้ให้มากขึ้นกว่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระ เพชรทอง ๑๐ นาที

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพอย่างยิ่ง กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดนและอีกฉบับหนึ่งที่รัฐบาลเสนอมาทั้ง ๒ ฉบับ ผมเห็นว่ากฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศของเราก้าลังจะก้าวไปสู่การเป็นประชาคมของอาเซียนในอีก ๓ ปีข้างหน้า ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ติดตามการอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธาน จะได้เห็นท่านสมาชิกท่านหนึ่งซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ คือท่านอลงกรณ์ พลบุตร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้อภิปรายไว้อย่างชัดเจนว่าเส้นทางการขนส่ง จากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านในรอบทิศทางนั้นเป็นอย่างไรและนั่นคือความรู้ที่แท้จริง ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่นั่งพยักคออยู่ข้างบนนั้นคงจะรับไปปฏิบัติ ท่านประธานครับ ปัญหาก็คือว่าเมื่อเราจะเปิดให้มีการขนส่งโดยถูกต้องตามกฎหมาย และมีกฎหมายรองรับ รวมทั้งให้มีการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งมีศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศเป็นคนรับผิดชอบนั้น เราก็ต้องรู้เท่าทันและรู้เท่าทันกระบวนการ การเอารัดเอาเปรียบจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นเดียวกัน ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ ท่านประธานฟังสักกรณีหนึ่งเพื่อเป็นอุทาหรณ์ไปยังท่านรัฐมนตรี นั่นก็คือสภาชุดที่แล้ว มีท่านอาจารย์ดอกเตอร์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านประธานครับ เราได้ไปดูงานและไปพบกับผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค (NHK) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมาก ในกรรมาธิการของเราผมได้ตั้งค้าถาม ถามผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคว่าท่านทราบไหมว่าประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ ศิวิไลซ์ (Civilize) ของท่าน แต่ละปีได้ส่งขยะอุตสาหกรรมเข้ามายังประเทศไทยเป็นจ้านวน มหาศาล ขยะอุตสาหกรรมเหล่านั้นคือขยะที่เป็นมลพิษและก่อให้เกิดภาวะที่เป็นพิษ ต่อธรรมชาติ ต่อสภาวะแวดล้อม เป็นเถ้าคือขี้เถ้าอุตสาหกรรม เป็นเครื่องจักรที่ไม่สามารถที่จะ ใช้งานได้แล้ว และส่งเข้ามาในประเทศของเราซึ่งมีสารพิษเจือปน ท่านประธานครับ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค ตอบเต็มปากเต็มค้าว่าสถานีโทรทัศน์ ของประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่เคยติดตามรายงานข่าวเรื่องนี้แต่อย่างใด นั่นก็คือหมายความว่า ถ้าเป็นผลประโยชน์ของประเทศเขา เขาก็จะไม่ไปตรวจสอบแต่ปล่อยให้ของเสียเหล่านั้น ขยะมลพิษเหล่านั้นไหลออกนอกประเทศของเขา มาสู่ประเทศที่ไม่ใช่ประเทศของเขา เช่น ประเทศไทยเป็นต้น เพราะเข้าสู่ประเทศไทยนั้นเข้ามาโดยง่าย ถ้ามีการติดสินบาทคาดสินบน ให้กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ แล้วไม่ว่าอะไรก็ตามก็สามารถเข้าสู่ประเทศไทยได้โดยง่าย นี่คือสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เราต้องรู้เท่าทัน ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังปรากฏอีกว่ามีพืชที่ อาบน้ายาเคมีจากประเทศจีน ผมกล่าวตรงไปตรงมาอย่างนี้ละครับ เป็นพืชสวนครัว จากประเทศจีนที่ส่งเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศ หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็สุดแท้แต่ ท่านประธานครับ ผักสวนครัวที่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ น้ามา ประกอบอาหารตามตลาดสดต่าง ๆ จะมีถุงพลาสติกและมีภาษาจีนประทับติดอยู่ ถ้าท่านประธานไปจ่ายตลาดท่านประธานจะเห็นว่าประการแรกเลยครับ ของแพง แพงมากครับ หันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลัง กลับหลังหันก็ยังแพง และถ้าท่านไปซื้อผักจากประเทศจีน ท่านประธานครับ ๗ วันยังไม่เหี่ยวยังไม่เน่า แต่ผักของชาวสวนที่ปลูกจากจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานีหรือในเขตบางแค หนองแขม ถอนมาตอนเย็นขายตอนเช้า ถึงตอนเย็น ก็เหี่ยวเสียแล้ว ท่านประธานครับ นี่คือความแตกต่างว่าสารเคมีที่เป็นพิษเมื่อน้ามาเคลือบ ผักบางชนิด และแม่ครัวไปจ่ายตลาดเอามาท้าอาหารให้กับลูกหลานของพี่น้องประชาชนชาวไทย ได้รับประทานกันนั้น ก็จะเกิดสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งในระยะยาว นี่คือปัญหาครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราต้องป้องกันไม่ให้พืชผลทางการเกษตรที่อาบยาพิษเหล่านี้ เข้าสู่ประเทศของเรา โดยอาศัยการขนส่งไม่ว่าทางใดก็สุดแท้แต่

และปัญหาอีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ ในขณะนี้ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ก๊าซเอ็นจีวีทุกปั๊มตั้งแต่จังหวัดสมุทรสาครลงไปจนถึงปาดังเบซาร์ไม่มีขาย เอ็นจีวีไม่มีขายครับ แล้วรถบรรทุกซึ่งจะต้องขนส่งจะไปเอาก๊าซจากที่ไหน รัฐบาลบอกว่า ให้ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ให้ใช้ก๊าซแอลพีจี ปรากฏว่าก๊าซในภาคใต้ขาดตลาด รถจอดเป็นทิวแถว ต้องมาใช้น้ามัน และน้ามันก็ยังมีราคาแพง แพงอย่างมหาศาล แพงชนิดที่ว่าท่านประธาน ได้ยินแล้วก็คงจะอเนจอนาถใจกับค้ากล่าวที่ว่าจะกระชากราคาน้ามันลงมา แล้วเป็นอย่างไรครับ ท่านประธาน กระชากลงมาภาษาอะไรครับ น้ามันราคาแพงขึ้น แอลพีจีราคาแพงขึ้น เอ็นจีวี ราคาแพงขึ้น ทุกอย่างแพงไปหมด แพงอย่างนี้ท้าให้ต้นทุนในการขนส่งก็แพงไปด้วย และผู้บริโภคก็จะต้องเสียเงินมากไปด้วย นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าท่านบริหารงานล้มเหลว ท่านประธานครับ เมื่อมาดูกฎหมายฉบับนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๓ ท่านประธานครับ การขนส่งข้ามพรมแดน หมายความว่า การน้าเข้ามาในราชอาณาจักร เขาไม่ได้เขียนว่าราชอาณาจักร คือการน้าเข้ามาใน การส่งออกไปนอกก็คือนอกราชอาณาจักร หรือการน้าผ่านราชอาณาจักร ซึ่ง สัตว์ พืช หรือ ของอื่นใดผ่านพรมแดนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่จังหวัดพะเยา ท่านประธานอาจจะยังไม่ทราบว่าสุนัข น้องหมาของเราครับ จ้านวนนับพันนับหมื่นตัวถูกลักลอบส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม ผ่านชายแดนทางภาคอีสาน เป็นอย่างไรครับ น่าสงสารไหมครับ ก็คนไทยเรานั้น มีความผูกพันกับสุนัข ก็คือ หมา ภาษาชาวบ้านเรียกว่าหมาครับ และหมาเหล่านี้ก็ถูกขนส่ง ลักลอบน้าข้ามแม่น้าโขงไปประเทศเวียดนาม ไปท้าไมครับ ไปเป็นอาหาร นี่คือสิ่งที่น่าเศร้าใจ และผมก็ยังนึกไม่ออกว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านเราจะสามารถป้องกันไม่ให้มีการขนส่งสัตว์ ที่เรารัก สัตว์ที่พี่น้องประชาชนเลี้ยงกันทุกครัวเรือน ยกเว้นในครอบครัวของพี่น้องอิสลาม ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราต้องป้องกันอย่าให้เกิดสิ่งนี้ และรวมถึงตัวนิ่ม นิ่มไม่ใช่ อวัยวะที่แตะแล้วนิ่ม ๆ แต่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งและมักลักลอบจากมาเลเซียมาประเทศไทย และไปยังประเทศจีน เราก็จับกันได้อยู่ทุกเดือน และถ้ามีการขนส่งผมก็ยังนึกไม่ออกว่า เจ้าหน้าที่จะป้องกันได้อย่างไร เพราะอะไรครับ เพราะเงินสามารถง้างทุกสิ่งทุกอย่างได้ แม้กระทั่งท่านประธานก็ทราบ แม้กระทั่งสามารถที่จะดลบันดาลให้ใครที่จะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่เป็น เป็นรัฐมนตรีหรือไม่เป็น เพราะ ส.ส. ของพรรคท่าน ก็พูดเองว่าถ้าจะมีต้าแหน่งรัฐมนตรีต้องมีค้าว่า ดวง ก็คือเงินน่ะมีไหม ถึงจะได้เป็นรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีที่จะรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมี ๑๓ มาตรานั้น ผมเห็นว่าเต็มไปด้วยรัฐมนตรีหลายกระทรวงเหลือเกิน ผมก็อยากจะถามท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่มานั่งตรงนี้ว่าที่ท่านบอกว่าให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันรับผิดชอบนั้น เขาจะแบ่งปันอ้านาจกันอย่างไร และท้าไมถึงไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีเข้ามาร่วมด้วย เพราะอะไรครับท่านประธานที่ผมกล่าวอย่างนี้ ก็เพราะว่ายุคนี้เป็นยุคของข่าวสารข้อมูล การลักลอบน้าของ สิ่งมีค่าในประเทศออกนอกประเทศมักจะเกิดขึ้นเสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็น การลักลอบน้าธนบัตรออกนอกประเทศหรือทรัพย์สินที่มีค่าออกนอกประเทศไปยังผู้มีอ้านาจก็ตาม ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ยังปรากฏว่าท่านประธานคงได้ยินข่าวไม้พะยูง ไม้พะยูง เป็นไม้เนื้อแข็ง เป็นที่ต้องการของชาวต่างประเทศ อธิบดีกรมป่าไม้เอาจริงเอาจังในการ ปราบคนที่ลักลอบตัดไม้พะยูง และท่านประธานจะเชื่อได้อย่างไรครับว่าเจ้าหน้าที่ ตามชายแดนจะสามารถที่จะป้องกันไม่ให้ไม้พะยูงซึ่งเป็นไม้หวงห้ามลักลอบ ออกนอกประเทศได้ ไม่มีหลักประกันอะไรเลย ท่านประธานครับการขนส่งไม่ว่าจะเป็นไปในทาง ทิศตะวันตก ซึ่งจะเชื่อมกับประเทศพม่า ซึ่งในขณะนี้ประเทศพม่าก้าลังเปิดประเทศ บรรดา หลายคนก็อยากไปลงทุนในประเทศพม่า แต่ผมอยากจะกราบเรียนในฐานะที่ไปประเทศพม่า มาร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งมีท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธาน เมื่อ ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ตัวแทนของรัฐบาลพม่าบอกว่าการเซ็นสัญญาหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยนั้น ก็เพื่อที่จะให้สงบสุข และอะไรครับ เขาหวังผลเพื่อที่จะเป็นประธานอาเซียน ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้น เขาบอกว่าต้องให้ชนกลุ่มน้อยวางอาวุธก่อนถึงจะด้าเนินการ ท่านประธานครับ และชนกลุ่มน้อย ก็ไม่มีอาวุธ ไม่มีปืน จะมีอ้านาจได้อย่างไร ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มจึงจะไม่วางอาวุธ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาประเทศเรา พอแล้วครับ ท่านวัชระ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะกระชับโดยประมาณ เนื่องจากว่าท่านประธานเป็นประธานที่ผมเคารพมากที่สุด ในบรรดาประธาน ๓ คนของสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานจ้าได้ไหมครับ มีพม่า แออัดจนตายอยู่ในรถห้องเย็นเพื่อต้องการเข้ามาท้างานในประเทศไทยและขาดอากาศ หายใจตายกันนับสิบศพ นี่คือโศกนาฏกรรมและผมไม่เชื่อว่าการค้ามนุษย์ก็จะหมดไป เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าการท้างานของเจ้าหน้าที่ที่ชายแดนจะต้องมี ความเข้มงวดเคร่งครัดมากกว่านี้

ท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งที่ผมจะละเลยไม่พูดเลยไม่ได้โดยเด็ดขาด ก็คือเช่นกรณีเกาะสีชัง ปรากฏว่าเป็นท่าเรือที่ขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศ ในขณะนี้ มีสารพิษต่าง ๆ ตกหล่นไปในทะเลที่บริเวณหน้าเกาะสีชังเป็นจ้านวนมาก นี่คือสิ่งที่รัฐบาล ต้องแก้ไข ท่านประธานครับ ส่วนกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือร่างพระราชบัญญัติการรับขนของ ทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้นั้น ท่านประธานครับ ให้อ้านาจศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศเป็นคนมีอ้านาจทั้งหมดมี ๔๒ มาตรา ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายใหม่และเป็นกฎหมายเฉพาะที่ซึ่งบรรดานักธุรกิจ บริษัทขนส่ง บริษัทขนส่งข้ามชาติ และรวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ท้าการเกษตรต้องการที่จะขนของไปขายยังต่างประเทศจะต้อง ศึกษาให้ลึกซึ้ง เพราะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องที่เป็นนักอุตสาหกรรมในการผลิตสินค้าของไทย ในการที่จะส่งไปขายยังต่างประเทศนั้นมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้ได้ก้าหนดเอาไว้ในกรณีที่ของที่รับขนนั้นสูญหายหรือเสียหาย ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๓๔ ที่ร่างมานี้ บอกว่าให้จ้ากัดความรับผิดของผู้ขนส่งไว้ ไม่เกินกิโลกรัมละ ๘.๓๓ หน่วย สิทธิถอนเงินต่อน้าหนักทั้งหมดแห่งของที่สูญหาย หรือเสียหายนั้น ความตรงนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งผมก็ยังไม่ทราบชื่อ แต่ว่าทราบจากท่าน ส.ส. บุญยอด สุขถิ่นไทย ว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับท่าน ท่านต้อง อธิบายให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับประชาชนเจ้าของประเทศว่าถ้าชดใช้กิโลกรัมละ ๘.๓๓ หน่วย สิทธิถอนเงินนั้นคือเงินเท่าไร และผู้ที่ส่งของไปจะได้ประโยชน์อย่างไร ท่านประธานครับ กฎหมายนี้ดีตรงที่ว่าได้ก้าหนดเรื่องเงินตรานั้นให้ใช้สกุลเงินบาทคือเป็นเงินของประเทศชาติ ของเรา ไม่จ้าเป็นต้องไปอิงกับเงินตราต่างประเทศ นี่คือความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่รัฐบาลเสนอมานั้นก็ควรจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลต้องเริ่มต้นด้วยความจริงใจก่อน ก็คือลดราคาเอ็นจีวี แอลพีจีหรือลดราคาน้ามันลงมา เพราะมิฉะนั้นต้นทุนในการขนส่งก็จะสูงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รัฐบาลพูดไว้อย่างไรก็ควรท้าอย่างนั้น อย่าได้หลอกลวงพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ ที่รัฐบาลได้ตระหนักถึง ความรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศไทย ต่อธุรกิจของชาติ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดนและพระราชบัญญัติ การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ สรุปแล้วก็คืออ้านวยความสะดวกในการขนของ ข้ามพรมแดน ท่านประธานครับ ถ้าผมไม่พูด ไม่วิพากษ์วิจารณ์ก็คงไม่ได้ เพราะผมเป็น ส.ส. อยู่ในเขตชายแดนลุ่มแม่น้าโขง คืออ้าเภอเชียงของและอ้าเภอเวียงแก่น สะพานข้ามแม่น้าโขง แห่งที่ ๔ คือพื้นที่เลือกตั้งของผม ซึ่งจะต้องเป็นเมืองที่จะเติบโตในอนาคต ดังนั้นเชียงของจึงเป็นเมืองหน้าด่านที่ส้าคัญที่สุดในประเทศไทย ณ วันนี้ ที่ดินขึ้นวันละ หลายพันหลายหมื่นบาท วันนี้พี่น้องทั้งประเทศหลั่งไหลไปลงทุน หลั่งไหลไปซื้อที่ดิน หลั่งไหลกันไปจับจองท้าธุรกิจที่นั่น ถึงแม้นว่าการขยายตัวทางโครงสร้างพื้นฐานก้าลังจะ เร่งตอบสนองแต่ก็ยังไม่ทันต่อความต้องการ ท่านประธานครับ วันนี้ในตัวเมืองเชียงของ ปรากฏว่ามีรถบรรทุกขนาดใหญ่ ๑๘ ล้อ ๒๐ ล้อ จอดรอคิวข้ามฝั่งไปทางประเทศลาว ไปประเทศจีนยาวเป็นกิโล ๆ นะครับ การคมนาคมติดขัดมาก ดังนั้นผมคิดว่าถ้าสะพานข้าม แม่น้าโขงสร้างเสร็จก็คือประมาณเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ นะครับ คิดว่าการขนส่งก็คงจะ ด้าเนินไปด้วยดี ท่านประธานครับ ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภาไปแล้วนี่ก็คงประกาศใช้ทันกับการขนส่งนานาชาติ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดเชียงราย ตอนนี้ก้าลังจะมีการสัมมนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในวันที่ ๒ เมษายน ท่านประธานครับ แนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นเริ่มตั้งแต่สมัยท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นได้ประกาศให้พื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นเขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเชื่อมโยงระหว่าง ประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศลาว แล้วก็ประเทศจีน แต่ท่านถูกปฏิวัติรัฐประหาร เสียก่อน โครงการเหล่านี้จึงพับไป จากนั้นท่านทักษิณ ชินวัตร ได้น้าโครงการเหล่านี้ขึ้นมา ปัดฝุ่นอีกครั้งหนึ่ง เป็นที่มาของสะพานข้ามแม่น้าโขงแห่งที่ ๔ ท่านทักษิณได้ช่วยเหลือ ประเทศลาวร่วมกับประเทศจีน สร้างถนนสายอาร์ ๓ เอเพื่อเชื่อมการคมนาคมขนส่งระหว่าง ประเทศ แต่วันนี้ท่านไม่มีโอกาสได้มาเห็น เพราะต้องอยู่ต่างประเทศ ท่านประธานครับ แนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่มีเฉพาะจังหวัดเชียงรายเท่านั้น ยังมีจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินได้ไปสัมมนามาแล้ว จังหวัดกาญจนบุรีก็เป็นอนาคตอันสดใสของประเทศไทยอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งจะเชื่อมกับ ฝั่งทะเลฝั่งตะวันตก ตอนนี้ก็ก้าลังพัฒนาเป็นท่าเรือน้าลึกอยู่ แล้วก็ยังมีจังหวัดสระแก้วติดกับ ประเทศเขมร การค้าการลงทุนก็หลายหมื่นล้านบาทต่อปี อันนี้ก็สามารถที่จะประกาศเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษได้ จังหวัดอุบลราชธานีมีเขตติดต่อ ๒ ประเทศ คือประเทศลาว กับประเทศเขมร ซึ่งก็เป็นจังหวัดใหญ่ อันนี้เราก็เตรียมการที่จะท้าให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เหมือนกัน และที่ส้าคัญที่สุด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ถ้าเราสามารถ ประกาศจุดต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมานี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาถูก ต่อต้าน ถูกบอกว่าถ้าจะออกพระราชบัญญัติก็เป็นพระราชบัญญัติขายชาติ ขายแผ่นดิน วันนี้ไม่ใช่เรื่องของการปกครอง แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของธุรกิจ ท่านประธานครับ แนวทางเริ่มต้นเราจะเริ่มที่ส้านักนายกรัฐมนตรี ส้านักนายกรัฐมนตรีจะออกระเบียบของ ส้านักนายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติเรื่องของเงื่อนไข เรื่องของการก้าหนดภาษีนะครับ ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระบวนการทางศุลกากร เรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งต่างชาติจะมาลงทุน อันนี้ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลจะด้าเนินการในระยะเวลาอันใกล้นี้ ท่านประธานครับ จังหวัดเชียงรายจะเป็นจังหวัดที่เริ่มต้นเพราะว่าจังหวัดเชียงรายมีความพร้อม จังหวัดเชียงราย มีสนามบินนานาชาติ มีท่าเรือนานาชาติในแม่น้าโขง รถไฟเด่นชัย-เชียงราย เพื่อจะขนสินค้า จากประเทศจีนมาเชียงของ จังหวัดเชียงราย แล้วก็มาเด่นชัย เข้ากรุงเทพฯ ไปประเทศมาเลเซีย แล้วจังหวัดเชียงรายก็มีเขตติดต่อประเทศพม่าและประเทศลาวบวกประเทศจีนด้วย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่เราก้าลังพิจารณาอยู่นี้เป็นประโยชน์มาก คือท้าให้การขนส่งเร็วขึ้น ทุกวันนี้ต้องนอนรอ นอกจากว่าสินค้าเกษตรซึ่งแช่แข็งบ้าง แช่เย็นบ้าง ไก่แช่แข็งต้องไปรออยู่ที่ชายแดนหลายชั่วโมง บางทีต้องรอการตรวจสอบเป็นวัน ถ้าเรามี พระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ จะท้าให้การตรวจสอบสินค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน อย่างจังหวัดเชียงรายก็คือประเทศลาวและประเทศไทยได้ตรวจสอบร่วมกันทีเดียว วัน สต็อป เซอร์วิส ไปเลยนะครับ มันจะท้าให้กระบวนการขนส่งนั้นมีผลก้าไรมากขึ้น ใช้ระยะเวลาการขนส่ง น้อยลง ท่านประธานครับ เสรีอาเซียน ปี ๒๕๕๘ ถ้าเราเตรียมพร้อมโดยออกพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ จะท้าให้ประเทศไทยสามารถมีกองทัพ กองคาราวาน คอนวอย (Convoy) ของรถบรรทุก ซึ่งทุกวันนี้พร้อมอยู่ในประเทศอยู่แล้ว สามารถที่จะออกไปท้ามาหากิน ในประเทศอาเซียนเพื่อที่จะขนส่งสินค้าได้ ดังนั้นถ้าใครเริ่มต้นก่อนคนนั้นได้เปรียบครับ วันนี้ประเทศจีนก็พร้อมแล้วครับ วันนี้ประเทศจีนมาซื้อที่ดินผ่านบริษัทอยู่ที่เชียงของ หลายร้อยไร่ หลายพันไร่ เพื่อเตรียมที่จะเป็นจุดเขาเรียกว่า เป็นจุดที่สต็อก (Stock) สินค้า เป็นจุดพักรถ เพราะฉะนั้นประเทศไทยจะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องเหล่านี้ ท่านประธานครับ เราจะเป็นเจ้าแห่งการขนส่งของอาเซียน เราจ้าเป็นจะต้องเร่งที่จะส่งเสริมเมืองหน้าด่านต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็ต้องมีวัน สต็อป เซอร์วิสในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เหล่านี้ ผมในฐานะเป็นสมาชิกของรัฐบาล เป็น ส.ส. ของรัฐบาลก็จะพยายามผลักดัน ให้พระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยที่ประกอบธุรกิจการขนส่ง ให้มากขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้สินค้าเกษตรข้าวโพด ข้าว มันส้าปะหลัง ถูกกีดกัน จากคนไทยจากประเทศไทย ไม่ให้ประเทศลาว ไม่ให้ประเทศเขมร ไม่ให้ประเทศพม่า ส่งเข้ามาขายในประเทศไทย สมัยท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศว่าให้ประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) เป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรของอาเซียน เราเปิดเสรีให้คนไทยไปปลูกสินค้าเกษตร ไปปลูกยางพารา ไปปลูกข้าวโพด ไปปลูกมันส้าปะหลังในประเทศเพื่อนบ้านแล้วน้ากลับมาขาย ในประเทศไทย นี่คือความคิดของท่านทักษิณ ชินวัตร สมัยท่านเป็นรัฐบาล แต่ถูกปฏิวัติรัฐประหาร เสียก่อน ท่านประธานครับ การเป็นศูนย์กลางการค้าของทางด้านสินค้าเกษตรท้าให้เรา กลายเป็นประเทศที่แปรรูปสินค้าเกษตร จากข้าวโพด มันส้าปะหลัง ถั่วเหลืองมากลายเป็น อาหารสัตว์ เราเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยแล้วก็ขายไก่แช่แข็ง ขายหมูแช่แข็ง ขายเนื้อแช่แข็ง ไปประเทศจีน ไปประเทศเพื่อนบ้าน ไปยุโรป ท่านประธานครับ วันนี้เราซื้อปลาป่น ที่ประเทศชิลีครับ กว่าจะมาถึงประเทศไทยเป็นเดือน เราซื้อกากถั่วเหลือง จากประเทศออสเตรเลียกว่าจะมาถึงประเทศไทยล่องเรือมาเป็นเดือน ๆ ดังนั้นนโยบาย ทางด้านการเกษตรจะต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ ปี ๒๕๕๘ นี้ เพราะว่าเขตการค้าเสรี เราไม่สามารถที่จะไปกีดกันไปต่อต้านสินค้าของประเทศเพื่อนบ้านได้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทางรัฐบาล ที่เตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีทางการค้า ในการเปิดเสรีทางการติดต่อทุกรูปแบบ ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลได้ท้างานเกินที่ประชาชนคาดหวังไว้ ก็ขอแสดงความยินดีกับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ๑๒ ปีก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์สุรสาล แล้วก็ค่อยท่านครับ เชิญตามล้าดับที่ยกมือไว้

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาต อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลในการตราพระราชบัญญัตินี้ก็เขียนไว้ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาต ที่จะหยิบขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อประกอบการอภิปรายเล็กน้อย การตราพระราชบัญญัตินี้ เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นการปฏิบัติตามความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน ซึ่งได้วางกรอบ ความร่วมมือในการให้เจ้าหน้าที่สามารถด้าเนินพิธีการร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน จากเหตุผล ในการตราพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งถ้าสามารถน้าสู่การบังคับใช้ได้ในเร็ววันนี้แน่นอนครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วว่าก็จะสอดรับกับการเปิดประตูสู่อาเซียนในปี ๒๕๕๘ ในอีก ๓ ปีนี้ นอกเหนือจากการอ้านวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติ หน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งข้ามพรมแดนแล้ว ยังจะมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุน การท่องเที่ยวในประเทศไทยในอีกทางหนึ่งด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมายพวงชุดนี้ซึ่งได้น้าเสนอไปแล้ว ๔ ฉบับ คราวละ ๒ ฉบับ ครั้งนี้อีก ๒ ฉบับ เป็น ๒ ฉบับสุดท้าย ซึ่งกระผมเห็นว่าก็ไม่ใช่ เป็นปัญหาแต่ประการใดกับการที่จะมองถึงภาพรวมของโครงสร้างของกฎหมายพวงชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การมีกฎหมายชุดนี้ก็จะเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เกี่ยวกับการขนส่งข้ามพรมแดนเป็นอย่างยิ่ง ท้าให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสบายใจ มีกติกา มีกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจนทั้งประเทศไทยและประเทศภาคี ซึ่งอยู่โดยรอบประเทศของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าจะเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ อย่างไรก็ตามแต่กระผมเองก็มีข้อห่วงใยในบางประการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ ข้อห่วงใยนี้ หรือข้อห่วงใยในหลายกฎหมาย หลายฉบับที่ผ่านมานั้น กระผมมักจะมองไป ที่ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติ โดยทั่วไปนั้นกฎหมายใด ๆ ก็ตามที่มีบังคับใช้ในบ้านเรานั้น ตัวกฎหมายเองมักจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ปัญหามักจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้กฎหมายนั้น เสียเป็นมากกว่า เพราะฉะนั้นเช่นเดียวกันครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เปิดโอกาส ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจในหลายเรื่องด้วยกัน ปัญหาของการใช้ดุลยพินิจนั้น เป็นสิ่งที่ส้าคัญ มีทั้งโทษ และมีทั้งประโยชน์ครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้อ้านาจกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการให้อ้านาจท้านองนี้อาจจะน้าไปสู่การใช้ กฎหมายในปัญหาเดียวกันแต่มีหลายมาตรฐาน ซึ่งอาจจะน้าไปสู่การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และอาจน้าไปสู่การใช้กฎหมายในการแสวงหาผลประโยชน์เข้าหาตัวเองก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ ที่ก้าหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอ้านาจประกาศก้าหนดพื้นที่ในเขตศุลกากร สถานีหรือท่าเรือในราชอาณาจักรเป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักร เมื่อก้าหนดพื้นที่ ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักรและรัฐบาลของประเทศภาคีตามความตกลง ได้แจ้งพื้นที่ ที่ก้าหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกันนอกราชอาณาจักรให้รัฐบาลไทยทราบแล้ว ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้าเนินการเท่าที่จ้าเป็น เพื่อให้สามารถด้าเนินพิธีการอย่างเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ควบคุมร่วมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อห่วงใยของกระผมอยู่ตรงค้าว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้าเนินการเท่าที่จ้าเป็น ค้าค้านี้ เท่าที่จ้าเป็นนั้นค่อนข้างจะคลุมเครือในความคิดของกระผม เท่าที่จ้าเป็นของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ถ้าไม่มีกรอบที่จะวางไว้ค่อนข้างรัดกุมสักนิดหนึ่ง หรือไม่มีแนวทางในการปฏิบัติ ถ้าเกิดว่าพิจารณาด้าเนินการเท่าที่จ้าเป็น แต่สิ่งที่ด้าเนินการนั้น มากเกินจ้าเป็นนะครับ การกระท้านั้นก็จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งข้ามพรมแดนทันที ในทางตรงกันข้าม ถ้าค้าว่าเท่าที่จ้าเป็นนั้นเป็นลักษณะน้อยกว่าที่จ้าเป็นลงมา สิ่งนี้ก็จะเป็น ความเสียหายกับประเทศไทยในการที่จะขนส่งบางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสินค้า ของคน หรือเรื่องของการท่องเที่ยวก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อห่วงใยอีกประการหนึ่งซึ่งกระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง ก็คือประเด็นที่กฎหมายนี้ก้าหนดให้มีผู้รับผิดชอบหลาย ๆ ท่าน ในหลักของการ ท้างานนั้นประการหนึ่งซึ่งเราพูดกันถึงเสมอก็คือเรื่องของการลดรอบเวลาการท้างาน หรือพยายามที่จะให้ลักษณะของการท้างานนั้นเป็นวัน สต็อป เซอร์วิสให้ได้ ลดรอบเวลาท้างาน ในกรณีที่ไปติดต่อประสานงานเพื่อที่จะขอรับบริการในเรื่องราวอย่างใดอย่างหนึ่ง หากสามารถใช้เวลาในการด้าเนินการให้น้อยลงได้ มันก็จะเป็นการจูงใจ เป็นการเชื้อเชิญ เป็นการสร้างความประทับใจให้ผู้มาใช้บริการให้เข้ามาใช้บริการบ่อย ๆ ดังนั้นการที่กฎหมาย ก้าหนดให้มีผู้ดูแลหลาย ๆ ท่านนั้นอาจเป็นอุปสรรคหรือไม่ในการที่จะลดรอบเวลาการท้างาน ในกรณีเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมสนับสนุน กฎหมาย หรือร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งข้ามพรมแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศภาคี แต่อย่างไรก็ตามภายใต้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนั้น ก็อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้ หรือกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่น้ามาซึ่งประโยชน์ อย่างแท้จริงให้กับประเทศชาติ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ได้โปรดกรุณาพิจารณาข้อห่วงใยทั้ง ๒ ประการของกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนอื่นผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ผมได้ฟังการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้น้าเสนอต่อสภา เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ แล้วก็วันนี้ได้มีโอกาส บรรจุเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องด่วน ก่อนอื่นนั้นผมอยากจะชี้แจงให้เพื่อนสมาชิก ได้เข้าใจสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ซึ่งบริหารประเทศชาติมา ๗ เดือน เราได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ให้เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว ประเทศเมียนมาร์ ประเทศกัมพูชา ประเทศมาเลเซีย ตลอดจนเพื่อน ๆ ที่เป็นสมาชิกของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไน ประเทศอินโดนีเซีย ทุกประเทศครับ เรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ท่านประธาน ประท้วง

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ มีเรื่องอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะถาม ท่านประธานว่าที่ท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ หรือรัฐมนตรีปึ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศลุกขึ้นมาชี้แจงนั้นไม่ทราบว่าชี้แจงในฐานะอะไร เพราะในกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ที่พิจารณากันนั้น รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบตามกฎหมายไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ และท่านได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาชี้แจง หรืออย่างไร หรือนึกอยากจะพูดก็พูด ขอได้โปรดบอกกับสมาชิกด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องระหว่างประเทศด้วยนะครับ ในการเชื่อมโยงเส้นทางที่เกี่ยวพัน ผมเลยอนุญาต ให้ชี้แจง เขายกมือหลายครั้งในนามสมาชิกด้วย ผมอนุญาตให้ชี้แจงครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตถาม ท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงท่านประธาน เพราะว่าท่านประธาน ผมเคารพที่สุดจริง ๆ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะพูด ก็ควรจะลงมาพูดข้างล่าง เพราะว่าท่านไม่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ฉะนั้นผมคิดว่าถ้าให้ดีและเป็นเกียรติต่อสภาท่านควรจะลงมาพูด ข้างล่างครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ท่านวัชระนั่งลง พอแล้วครับ เชิญต่อเลย สั้น ๆ ครับ รัฐมนตรีครับ เอาในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการขนส่งอย่างเดียว อย่างอื่นไม่เอา เอาแต่เนื้อ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เข้าใจในหน้าที่ของผม เพราะบังเอิญผมเป็นทั้ง ส.ส. และบังเอิญก็เป็นรัฐมนตรีโดยไม่ได้เอาเงินมาซื้อต้าแหน่งรัฐมนตรีอย่างที่บางคนเข้าใจนะครับ

(นายณรงค์ ดูดิง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วท่านรัฐมนตรี เชิญครับ

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน ผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงผู้ที่ก้าลังอภิปรายครับ ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ได้ประท้วงไปนั้นเป็นการถูกต้องแล้ว การที่ท่านจะมาพูด ชี้แจงนั้น เมื่อไม่สามารถจะอธิบายได้ว่ามาชี้แจงในฐานะอะไรแล้ว และท่านยังบอกว่า ท่านเป็น ส.ส. เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านพูดข้างล่างถ้าจะพูดนะครับ ต้องมีการพาดพิงด้วย ถึงจะพูดได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าเขาเป็นทั้งผู้แทนราษฎรและรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องเกี่ยวพัน ระหว่างประเทศก็อนุญาตให้พูดในประเด็น ผมวินิจฉัยแล้วครับ ท่านวัชระก็ได้นั่ง ผมได้วินิจฉัยประเด็นนี้แล้วครับ ประเด็นเดียวกันครับ ขอความกรุณาจะได้จบครับ ประเด็นเดียวกันเลยครับ ผมได้อนุญาตแล้วว่าให้พูดได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวพันกันผมวินิจฉัยแล้วครับตรงกัน ตรงกับท่านวัชระ เชื่อผมเถอะครับท่าน กรุณานะครับ ตามนี้ละครับผมได้วินิจฉัย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องสรุปแล้ว เอาเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการขนส่ง เกี่ยวกับเพื่อนบ้าน ท่านวัชระประเด็นเดียวกันพอแล้วครับ จะได้จบครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานนิดเดียวจริง ๆ ครับ ที่ท่านประธานวินิจฉัยว่า ตรงกันกับกระผมนั้น ผมกราบเรียนว่าไม่ตรงครับ เพราะไม่อย่างนั้นผมเสียหาย ถ้าวันใด ผมมาตรงกับรัฐมนตรีสุรพงษ์ ผมเสียหาย ชีวิตเสียหายเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ข้อประท้วงของผู้ประท้วงเมื่อกี้ตรงกับท่าน

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ไม่ตรงกันนะครับ ผมเคารพ ท่านประธาน ผมนั่งลงครับ แต่ไม่มีทางที่ผมจะเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ข้อประท้วงตรงกับท่านเมื่อกี้ที่ท่านกรุณานั่งลงแล้ว ข้อประท้วงตรงกัน ไม่ได้เกี่ยวกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พอแล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็มีประเด็นที่อยากจะอภิปรายเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจในการที่รัฐบาล ต้องการที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... มีผลบังคับใช้ เนื่องจากขณะนี้นโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เน้นความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งผมในต้าแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทุกครั้งที่ผมไปเยือนประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียนมาร์ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ทุกประเทศครับ เรามักจะพูดถึงการเชื่อมโยงโดยใช้ประเทศไทยเป็นฮับ หรือเป็นศูนย์กลาง ในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศต่าง ๆ ประเทศใหญ่ ๆ ให้ความส้าคัญ ที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการท้ามาค้าขายหรือลงทุนร่วมกับประเทศในกลุ่มอาเซียน อย่างประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศสหรัฐอเมริกา ทุกประเทศ ให้ความสนใจที่จะเข้ามาในภูมิภาคอาเซียน เพราะการเป็นประชาคมอาเซียนนั้น

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ เลยนะครับ เพราะว่าถ้าท่านรัฐมนตรีจะอภิปราย ต้องอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้ครับ มี ๑๓ มาตรา ผมนั่งฟังมาโดยตลอดเป็นระยะเวลานาน ไม่เกี่ยวพันกับมาตราใดมาตราหนึ่ง ในกฎหมายฉบับแรก ๑๓ มาตรา กฎหมายฉบับที่ ๒ ๔๒ มาตรา ไม่เกี่ยวข้องเลย ถ้าท่านจะอธิบายความอย่างนั้นท่านใช้วาระอื่นเถอะครับ วาระนี้ พิจารณากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ให้ท่านประธานได้วินิจฉัยและบอกให้ท่านรัฐมนตรีพูด ในกฎหมายที่ก้าลังพิจารณาอยู่ทั้ง ๒ ฉบับครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีเมื่อกี้ผมก็เตือนท่านแล้วบอกให้เอาเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ การขนส่งระหว่างประเทศนี้แล้วกันนะครับ ก็สรุปสั้น ๆ แล้วกันครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอบคุณท่านประธานสภา ผมพูดถึงนโยบายของรัฐบาลในการเชื่อมโยงเสร็จ ก็จะพูดให้ฟังว่า รัฐบาลเรานี้ได้มีแผนที่จะสร้างเส้นทางคมนาคมเพื่อให้เกิดการขนส่งระหว่างประเทศไทย ไปถึงประเทศเมียนมาร์ ประเทศไทยไปถึงประเทศเวียดนาม จากประเทศลาวลงมาประเทศไทย ไปประเทศสิงคโปร์ ท่านประธานเข้าใจนะครับว่าสิ่งเหล่านี้คือการขนส่งและเป็นเหตุผลที่ท้าให้ ต้องด้าเนินการออกกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจน ได้มีการท้าความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน ซึ่งวางกรอบ ความร่วมมือในการให้เจ้าหน้าที่สามารถด้าเนินพิธีการร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังครับ ตอนที่ผมไปที่ด่านแม่สอด ซึ่งผมสามารถใช้ความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับรัฐบาลของประเทศเมียนมาร์ สามารถเปิดด่านเพื่อเชื่อมโยง การขนส่งสินค้าของประเทศไทยไปยังประเทศเมียนมาร์ ผมต้องย้าค้าว่าเมียนมาร์ เพราะเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนเรียกขานประเทศเมียนมาร์ว่าเป็นพม่า ต้องบอกตรง ๆ ว่า เขาไม่ชอบครับ ต้องใช้ค้าว่าเมียนมาร์ ก็ฝากเป็นอุทาหรณ์ส้าหรับเพื่อนสมาชิกที่จะกล่าวถึง ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะวันนี้การขนส่งสินค้าระหว่างกันนั้นเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ผมข้ามไปฝั่งแม่สอด เมียวดีที่ชายแดนประเทศเมียนมาร์ เขามีจุดตรวจสินค้าผ่านแดน เขามีการตรวจสอบสินค้าที่ส่งจากประเทศไทยไปประเทศเมียนมาร์และจากประเทศเมียนมาร์ เข้าสู่ประเทศไทย ถ้าเราสามารถมีจุดร่วมกันที่ปฏิบัติงานในจุดเดียวกันได้มันก็จะไม่เกิด การเสียเวลา โดยเฉพาะวันนี้ครับ อาหารทะเลส่งจากประเทศเมียนมาร์เข้ามาสู่ประเทศไทยผ่านด่านแม่สอด เป็นจ้านวนมากท่านประธาน ถ้าเราสามารถลดขั้นตอนพิธีการในการตรวจสินค้าระหว่างชายแดน ได้เร็วขึ้น โอกาสที่อาหารทะเลจะเน่าเสียก็จะไม่เกิดขึ้นท่านประธาน ท่านประธานเข้าใจนะครับ สิ่งเหล่านี้คือความส้าคัญ รัฐบาลยิ่งลักษณ์เน้นความส้าคัญที่จะเชื่อมโยงเส้นทางยุทธศาสตร์ ที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนพูดเป็นภาษาฝรั่ง อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ (East West Corridor) นอร์ธ เซาท์ คอร์ริดอร์(North South Corridor) ชอบพูดภาษาฝรั่ง แต่ยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นถนนหรือทางรถไฟไม่ได้วางแผนกันให้รอบคอบจากรัฐบาลต่อรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้สั่งการให้ผมกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส้านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณาเส้นทาง ยุทธศาสตร์เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างการเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจ้าเป็นต้องอาศัยกฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่จะผ่านสภาแห่งนี้ วันนี้เพื่อนสมาชิก ผมดีใจครับ ที่เข้าใจที่ต้องการเห็นกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา มันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ถึงเวลาแล้ว ที่พี่น้องคนไทยจะได้เป็นผู้น้าในอาเซียนอีกครั้งหนึ่ง แต่มีเพื่อนบางคนไม่เข้าใจ กลับอภิปรายเรื่องนี้เป็นการขนหมา ขนสัตว์ไปค้าขาย ไม่รู้คิดได้อย่างไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ เอาเฉพาะในประเด็นครับ อย่าไปประท้วงตอบโต้กันมันไม่ดีครับ ผมว่า ไม่ต้องครับ เอาเฉพาะในประเด็นครับ ไม่อย่างนั้นไม่อนุญาตทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผม ปิดประชุมนะครับ เอาเฉพาะเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว นั่งลงทุกคนครับ เอาในเรื่องนี้ครับทุกฝ่าย เอาเรื่องกฎหมายอย่างเดียวคนอื่นไม่ต้องครับ ไม่ต้องเสียดสีกันนะครับ จบ เชิญครับท่านวัชระ ผมได้วินิจฉัย ผมท้าการแทนท่านแล้ว ไม่ต้องประท้วงเขาเรื่องนี้นะครับ ผมเตือนสั่งรัฐมนตรีแล้ว ไม่ได้แล้ว นั่งเถอะครับ เขาจะได้ต่อ เดี๋ยวถ้าไม่ต่อเดี๋ยวก็ไม่ได้แล้วครับ เชิญครับเอาเฉพาะเรื่องนี้ ไม่เอาครับ ตอนนี้บ้านเมืองเขาปรองดองแล้วเอาเรื่องที่เป็นประโยชน์ทั้งคู่ เชิญนั่งครับ ทั้งหมดครับนั่งลงได้แล้วครับ ต่อได้เลยครับเอาเรื่องนี้ เรื่องอื่นผมไม่อนุญาต

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ผมจบแล้วครับ ก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้และอีกฉบับหนึ่งซึ่งก้าลังจะพิจารณาก็คือร่างพระราชบัญญัติ การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศซึ่งจะท้าให้ก่อให้เกิดรายได้กับผู้ขนส่งของประเทศไทย ก็ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

พาดพิงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่ ก่อนที่จะประท้วงผมก็ตักเตือนแล้วก็ไม่ให้พูดแล้วถือว่าจบแล้ว จะมีท่านเกียรติ ซีกฝ่ายค้านอีก ๓-๔ ท่านจะขออภิปราย สั้น ๆ นะครับ ไม่ตอบโต้กันนะครับ ผมไม่อนุญาตครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับที่ท่านรัฐมนตรีได้พาดพิงถึงการที่ผมพูดเรื่องการขนสุนัขไป ต่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีซึ่งมีวุฒิภาวะสูง เหตุใดจึงต้องพูด กระทบกระเทียบแดกดันเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะการที่ผมพูดถึง การขนสุนัขไปขายที่ต่างประเทศนั้น ผมค้านึงถึงหัวอก จิตใจของสุนัขซึ่งเป็นเพื่อนเป็นมิตร ผู้ใกล้ชิดของมนุษย์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน แล้วผมก็เสียใจที่มีการขนสุนัขข้ามแดน ไปยังประเทศเวียดนามเพื่อไปเป็นอาหาร และสุนัขจ้านวนเหล่านี้นับหมื่น ๆ ตัว ซึ่งแม้นว่า ผมเป็น ส.ส. เป็นผู้แทนของประชาชน แต่เมื่อผมพูดเพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับสุนัขก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ประการใด อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีให้เข้าใจว่าไม่ควรเป็นสุนัขรับใช้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับท่าน เดี๋ยวจะพาดพิงกันไปมาก็ทะเลาะกันต่อ ไม่ได้ครับ ไม่อนุญาตแล้ว ใช้สิทธิ พาดพิงแค่นี้พอครับ ผมไม่อยากให้ตอบโต้กัน เชิญท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ แล้วก็ไป ท่านเกียรติ และท่านนาทีครับตามล้าดับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ส้าหรับร่างพระราชบัญญัติในวันนี้ในเรื่องของพระราชบัญญัติการอ้านวย ความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนน ระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับนี้เมื่อได้พิจารณาดูแล้วก็เห็นว่ามีประโยชน์ในแบบหนึ่งนะครับ อยากจะเรียนท่านประธานว่า ณ เวลานี้การขนของชายแดน ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของประเทศ ก็มีการค้าขายกันเป็นปกติอยู่แล้วนะครับ แต่ละประเทศก็มีกฎหมายในการควบคุมในการดูแลเขา แต่เมื่อเราพัฒนาขึ้นมาที่จะมาเป็นประเทศในกลุ่มของประชาคมอาเซียนนะครับ การที่เราได้ท้า ให้เกิดความสะดวกขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านก็จะมีน้าหนักที่เหมาะสมที่เราควรจะพัฒนา กฎหมายให้เกิดความสะดวกกับทุกฝ่าย ที่ผมลุกขึ้นมาพูดในวันนี้ก็เพื่อที่จะกราบเรียน ท่านประธานว่าในสิ่งที่เราต้องการความสะดวก ความรวดเร็วมันก็ยังมีปัญหาตามมาถึงเรื่อง เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนเป็นคนที่เคารพกฎหมาย ครับและเกลียดคนที่ไม่เคารพกฎหมาย ในกฎหมายระหว่างประเทศถ้าเราสามารถเคารพ และเคร่งครัดในการปฏิบัติให้ตรงตามกฎหมายนี่มันก็จะเกิดประโยชน์ให้กับทั้ง ๒ ฝ่าย คือกับประเทศคู่ค้านะครับ ในส่วนที่มีความส้าคัญก็คือผมอยากจะเรียนและเป็นห่วงก็คือ ในเรื่องเกี่ยวกับสินค้า ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในกฎหมายฉบับนี้ อาจจะเป็นในเรื่องของกฎหมาย ของศุลกากร หรือในเรื่องของกฎหมายสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้ มาตรฐานหรือไม่ได้คุณภาพ ซึ่งถ้าเราจะต้องการความรวดเร็วในด้านการขนส่งอย่างเดียว นี่ก็เหมือนกับจะเอาสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอันตรายผ่านเข้าสู่ประเทศได้มากขึ้นนะครับ ถ้าประเทศ เราเป็นประเทศที่เคารพกฎเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดนี่เราก็จะกลายเป็นฝ่ายรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ผมยกตัวอย่างนะครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชายแดน ณ ขณะนี้ก็คือสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่พี่น้องชาวอุ้มผาง โดยเฉพาะพี่น้องชาว กะเหรี่ยง หรือชนชายขอบนี่ข้ามไปซื้อสินค้า หรือสินค้าของประเทศเพื่อนบ้านเอาสินค้ามา ส่งแล้วก็ไม่ได้มาตรฐาน อย่างที่ท่านประธานคงจะรับทราบแล้วจากที่มีการปนเปื้อน ของตะกั่วให้กับเด็กเล็กของเราที่เป็นพิษเป็นภัยนี่ก็คือปัญหาอันหนึ่งที่เรายังมีความเสี่ยง ในเรื่องของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานนะครับ เพราะฉะนั้นในการที่จะอ้านวยความสะดวก เราก็น่าจะมีการสร้างเครือข่ายในการป้องกันความปลอดภัยของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ในด้านของความมั่นคง ในเรื่องของมาตรฐานสินค้า โดยเฉพาะประเทศของเราเรามี มอก. มาตรฐานอุตสาหกรรมของเรา เราก็มีมาตรฐานของเราในแบบนี้ แล้วของต่างประเทศที่จะเอา เข้ามามาตรฐานเช่นเดียวกับเราหรือเปล่าอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมฝากไว้ให้กับคณะกรรมาธิการ หรือกฎหมายลูก หรือกฎหมายกระทรวงที่จะออกมาเกี่ยวพันกับกฎหมายฉบับนี้ด้วยนะครับ นอกจากนี้ก็ยังเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน แล้วก็ยังมีสินค้าที่เป็นพิษครับ เช่น ขยะเป็นพิษ หรือขยะที่ติดเชื้อต่าง ๆ รวมทั้งการขนสินค้าที่ไม่มีความปลอดภัยนะครับ เช่น เพื่อนบ้าน ได้ใช้สารพิษบางอย่างในการฆ่าแมลง ในการป้องกันพืชอย่างนี้เราจะมีมาตรการอย่างไร เราจะต้องท้าบริเวณผืนที่ดินแห่งนั้นที่จะรองรับการตรวจสินค้าควรจะมีไหม แล้วก็เพื่อนบ้านเรา มีด้วยหรือเปล่านะครับ นอกจากนี้จะมีด่านกักกันโรค ทั้งโรคคน โรคสัตว์ จะท้าเพียงใด แค่ไหน ให้เพียงพอ และเหมาะสมกับเวลา เรื่องนี้เป็นเรื่องส้าคัญนะครับ โดยเฉพาะโรคพืชจากประเทศหนึ่ง ข้ามมาสู่ประเทศหนึ่งนะครับ เมื่อมันเกิดการระบาดขึ้นแล้วนี่มันเกิดความโกลาหลแล้วก็ ต้องใช้งบประมาณในการป้องกันหรือการก้าจัดนี่สูงมากนะครับ รวมทั้งโรคสัตว์เช่นเดียวกัน นะครับ อย่างที่เราเคยมีเหตุการณ์ผ่านมาแล้วที่สัตว์ปีกต่าง ๆ ต้องฆ่าล้มตายไปนับหลายร้อยล้านตัว เป็นต้นนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่ผมห่วงใยกับการที่เพื่อนสมาชิกหลายคนคิดว่าในมุมมองของ ความสะดวกนะดีแน่ ๆ ครับ ผมก็เห็นด้วย แต่อย่าลืมว่ากฎหมายของเราที่ออกไปแล้วนี่ ควรจะต้องถูกบังคับใช้ให้อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องกันไปโดยตลอด ผมก็คงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นเพื่อท้าหน้าที่ในการอ้านวยความสะดวก ให้เกิดขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการที่เราจะเป็นประชาคมอาเซียนนะครับ โดยที่เราก็จะต้อง มีภูมิคุ้มกันประเทศของเราให้มีความมั่นคงปลอดภัยในทุก ๆ ด้านด้วย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาส ให้อภิปรายนะครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ไปอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมาย บางเรื่องนะครับ ทีนี้พอผมได้มีโอกาสอ่านดูโดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. การอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ .ศ. .... นี่ผมมีความเป็นห่วงหลายประการเป็นสาระส้าคัญนะครับ

ประการแรกการด้าเนินการตามกรอบนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียว ของการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็ขอความกรุณาครับ เพื่อน ส.ส. และเพื่อนที่เป็น รัฐมนตรีอย่าใช้เวทีนี้หาเสียงกันเลยครับ เดี๋ยวมันพาดกันไปพาดกันมา ทุกรัฐบาล ท้าเหมือนกันหมดครับ ต่อเนื่องครับ ตั้งแต่สมัยไหนมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นอย่าใช้เป็น เวทีหาเสียงเดี๋ยวมันจะหลงประเด็นครับ ความรอบคอบของการท้ากฎหมายนั่นละครับ คือประเด็นที่ส้าคัญที่สุดในการที่เราจะมาพิจารณากันในสภาแห่งนี้ หลักการและเหตุผล ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่าต้องด้าเนินการเพราะได้มีการท้าความตกลงระหว่างประเทศ แต่ท่านไม่ได้ให้รายละเอียดเลยครับว่าความตกลงระหว่างประเทศนี่ที่จะมาสะท้อนอยู่ใน กฎหมายฉบับนี้มีอะไรบ้าง ข้อไหนบ้างละครับ แล้วพวกเราที่เป็น ส.ส. จะพิจารณาเอาอะไร มาเป็นเกณฑ์ว่าสิ่งที่ท่านเขียนมานั้นมันถูกต้องและสอดคล้องกันกับทุกประเทศที่เป็นภาคีอยู่ ไม่มีครับท่านประธาน ผมก็เป็นกังวลนะครับ อ้างถึงจริง แต่ไม่มีรายละเอียดให้ ต้องถามว่า ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทราบไหมครับว่าข้อไหนมันตรงกับข้อตกลงข้อไหนระหว่างประเทศ แล้วเนื้อหามันตรงกันหรือเปล่า ไม่มีนะครับ ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ทราบว่าสภาแห่งนี้ จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ด้วยสาระส้าคัญเช่นนี้โดยไม่ให้รายละเอียดอย่างนี้ได้อย่างไร ผมเป็นห่วง จริง ๆ นะครับ ในสาระส้าคัญที่เขียนมาผมคิดว่ามีข้อตกหล่นอยู่มากมายนะครับ ในเรื่อง การค้าระหว่างประเทศนี่ท่านประธานคงจะทราบนะครับ ข้อตกลงฉบับหนึ่งมันมีเป็น ร้อย ๆ มาตราครับ แต่ที่ท่านขอออก พ.ร.บ. ฉบับนี้มา ๑๓ มาตรา ไม่มีรายละเอียดอะไรเลยครับว่า ข้อตกลงคืออะไร หลักการบางเรื่องหายไปเลยครับจากร่าง พ.รบ. ฉบับนี้ ผมยกตัวอย่างนะครับ ในมาตรา ๖ วรรคสอง ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศภาคีตามความตกลงได้รับยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มีฉบับเดียวหรือครับที่ยกเว้นนะครับ การที่ คนต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชาติไหนประเทศภาคีมานั่งท้างานอยู่ในราชอาณาจักรไทย ยกเว้น กฎหมายฉบับเดียวหรือครับ ก็คือได้รับยกเว้นวีซ่า (VISA) เรามานั่งท้างานในประเทศไทย ไปดูบ้างหรือเปล่าครับว่าค้าจ้ากัดความของการท้างานในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการท้างานของคนต่างด้าว ก้าหนดไว้ว่าอย่างไรบ้างครับ ต้องออกใบอนุญาตท้างาน ให้เขาไหมครับ ได้รับการยกเว้นไหมครับ มานั่งท้างานมีรายได้ที่เกิดขึ้นจากการท้าภารกิจ ในประเทศไทย ถึงแม้เงินนั้นช้าระจากต่างประเทศ กฎหมายสรรพากรละครับ ไม่เขียนเลย นะครับ ถ้าท่านท้าร่างกันมาอย่างนี้นี่ผมเป็นห่วงจริง ๆ ครับว่าท่านท้าด้วยความเข้าใจถึงกติกา หรือข้อตกลงระหว่างประเทศมากน้อยแค่ไหน ตายน้าตื้นเลยนะครับ เขาเดินเข้ามานี่นะครับ ตม. ให้เดินผ่านมานั่งในประเทศไทย เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมไปจับเขา ได้หรือครับ ท่านขาดตกบกพร่องไปหรือเปล่า ร่างกฎหมายอย่างนี้ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ไปจับเขาได้หรือครับ อย่างนี้อ้านวยความสะดวกหรือสร้างปัญหา ผมสงสัยนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นเองครับท่านประธาน จริง ๆ กฎหมายลักษณะนี้ ร่างฉบับอย่างนี้ มันต้องมีหลายมาตรามากกว่านี้มากเลยครับ แล้วต้องมีการเปรียบเทียบกับข้อตกลง ที่เป็นข้อก้าหนดเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งสินค้าผ่านแดนที่ชัดเจนมากกว่านี้ และทุกประเทศ ที่เป็นประเทศภาคีต้องออกกฎหมายที่มีถ้อยค้าเหมือน ๆ กัน และด้าเนินการให้มีผลบังคับใช้ พร้อม ๆ กันหรือใกล้เคียงกัน ปัญหามีตามมาครับ ว่าการที่จะตั้ง อันนี้จริง ๆ ตามศัพท์เทคนิคเขาเรียกว่าเป็นซิงเกิล วินโดว์ (Single window) ก็คือให้เป็นด่านเดียวครับ เคลียร์ (Clear) สินค้าได้พร้อม ๆ กัน โดยมีเจ้าหน้าที่หลาย ๆ ฝ่ายมานั่งอยู่รวมกัน ท่านไม่ได้ มีเงื่อนไขในกฎหมายฉบับนี้เลยครับ ว่าถ้าเมื่อท่านออกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วประเทศภาคี ของด่านนั้น ๆ ไม่มีความพร้อมครับ ต้องด้าเนินการอย่างไร กฎหมายไม่มีเงื่อนไขนี้เลยนะครับ เขาไม่พร้อม เราพร้อม หรือเราไม่พร้อม เขาพร้อม เกิดอะไรขึ้น ไม่มีรายละเอียดนะครับ ท่านประธาน จริง ๆ หลักก็คือว่าการบังคับใช้กฎหมายลักษณะเช่นนี้จะต้องด้าเนินการได้ ก็ต่อเมื่อมันมีความพร้อมของทั้ง ๒ ประเทศที่เป็นประเทศภาคีร่วมกัน ตรงนี้ขาดตกหายไปเลย จากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้

อีกประการหนึ่ง เมื่อมีการส่งคนหรือเจ้าหน้าที่เข้ามาท้างานในพื้นที่ ที่เป็นของประเทศไทย หรือในทางตรงกันข้ามส่งคนไทย เจ้าหน้าที่ประเทศไทยไปท้างานในพื้นที่ ของต่างประเทศหรือประเทศภาคี ปัญหามีอยู่ว่าในแง่ของงบประมาณที่จะต้องมีการน้ามาใช้ และทรัพย์สินที่มีการขนย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่แหล่งงบประมาณไม่ได้เป็นเจ้าของพูดง่าย ๆ ของประเทศไทยขนทรัพย์สินไปอยู่ในพื้นที่ของประเทศภาคีหรือประเทศเพื่อนบ้าน ทรัพย์สินนั้น จะต้องมีการจัดการอย่างไร ใครดูแล ใครเป็นคนให้หลักประกัน ใครดูแลความปลอดภัย ในชีวิตของทั้งเจ้าหน้าที่และทรัพย์สินที่มีการขนย้ายไปอยู่ในประเทศภาคี ไม่มีเขียนนะครับ เห็นไหมครับ ว่าบกพร่องขนาดไหน

อีกประการหนึ่ง สาระส้าคัญเหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ จะมีหลายกรณี ที่มีการส่งสินค้าผ่านแดนจากประเทศที่ ๑ ผ่านไปยังประเทศที่ ๒ เพื่อไปส่งออกในประเทศที่ ๓ เช่น จากชายแดนประเทศไทยมีจุดที่ท้างานร่วมกันไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย หรือประเทศ สปป. ลาว ขนสินค้าผ่านไปแต่ไม่ใช่เพื่อใช้ในการซื้อขายหรือบริโภคในประเทศลาวครับ ส่งต่อไปประเทศเวียดนามก็ต้องไปผ่านอีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นจุดร่วมระหว่าง สปป. ลาว และประเทศเวียดนามเพื่อส่งไปยังประเทศเวียดนาม หรือส่งออกไปที่ท่าเรือ ทางภาคตะวันออก ไม่มีเขียนเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่มีเขียนเลยว่าจะดูแลสินค้า หรือจะถือว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าผ่านแดนอย่างไร จะเกิดกรณีว่าเมื่อมีการขนส่งไปแล้ว เจ้าหน้าที่ของบางประเทศไปตรวจจับขึ้นมาบอกว่าสินค้านี้มีปัญหา ไม่มีการระบุไว้ ในข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือมีระบุไว้ในข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ไม่มีระบุไว้ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เลย ท่านเห็นไหมครับ ว่ามันบกพร่องขนาดไหนครับ นี่คือความเป็นจริงนะครับ แล้วไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะกรณีของประเทศไทย สปป. ลาวและประเทศเวียดนามเท่านั้น มีกรณี ที่โยงไปถึงกรณีของทางภาคใต้ ไปถึงประเทศมาเลเซียส่งต่อไปอินโดนีเซีย หรือส่งต่อไป ประเทศสิงคโปร์ ในทางภาคเหนือสามารถส่งต่อผ่านไปยังประเทศเมียนมาร์ แล้วกรณีที่เรามีความตกลง จริง ๆ แล้วต้องคิดไปถึงอาเซียน+๖ (ASEAN+6) ก็คือความตกลง ระหว่างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับประเทศอินเดีย กับประเทศจีน ไม่มีเขียนนะครับ แล้วท่านจะออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่งหรือครับ เมื่อถึงเวลานั้นครับ น่าเป็นห่วงมากเลยนะครับ ว่ายื่นกฎหมายที่ร่างเข้ามาอย่างไม่มีความรอบคอบขนาดนี้ ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธาน ไม่ตอบโจทย์เลยครับ แล้วถ้าท่านออกกฎหมาย ผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกไป โดยไม่มีการปรับปรุงแก้ไขในรายละเอียดที่ผมได้กล่าวไปแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะเป็นตัวสร้างปัญหา ให้กับกระบวนการขนส่งระหว่างประเทศทั้งหมดครับ

ผมก็มาประการสุดท้ายครับ จริง ๆ ผมทราบมาว่ามันมีคณะกรรมการในการ เตรียมความพร้อมของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้ทันเวลาปี ๒๕๕๘ กรรมการชุดนี้ มิได้เป็นกรรมการระดับชาตินะครับ เป็นกรรมการอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดูแล ภาระหน้าที่ของแต่ละกระทรวงในการที่จะท้าภารกิจต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลง มีเกือบทุกกระทรวงเลยครับ ถ้าไม่มีคณะกรรมการระดับชาติผลักดันให้แต่ละกระทรวง สามารถด้าเนินการได้สอดคล้องกับข้อตกลงภายในระยะเวลาที่ก้าหนด ประเทศไทย พังเหมือนกันครับ ถึงเวลานั้นคนอื่นพร้อม เราไม่พร้อม แล้ว ณ วันนี้ครับท่านประธาน คณะกรรมการชุดนี้ประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อไรท่านประธานทราบไหมครับ เดือนมกราคม ปีที่แล้วครับ ในขณะที่บอกว่านโยบายให้ความส้าคัญกับการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่คณะกรรมการที่ผลักดันให้มีการด้าเนินการไม่ประชุมเลยครับ ตอนนี้เกือบทุกเรื่อง ของทุกกระทรวงมีการด้าเนินการตามระยะเวลาที่ข้าราชการเป็นผู้ก้าหนด ไม่ใช่เป็นการ ด้าเนินการตามที่นโยบายก้าหนด แล้วเราจะไปมองสู่เป้าหมายของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี ๒๕๕๘ ได้อย่างไรครับ เหลือ ๒ ปี ๘ เดือนครับท่านประธาน แล้วนี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่า แม้กระทั่งการท้างาน ณ วันนี้ที่เอามาเข้าสภาบอก ๗ เดือน บอกให้ความส้าคัญ ๗ เดือนนี่ ช้ามากเลยนะครับ จริง ๆ เรื่องนี้เราช้ากว่าประเทศอื่นแล้ว ต้องเอาเข้ามาตั้งแต่ประมาณ ไตรมาสที่ ๓ ปีที่แล้วครับ เอาละครับ ช้าผมไม่ว่า ก็มีเหตุผล ว่ากันไป แต่เข้ามาในสภาพที่ ไม่สามารถตอบโจทย์และยังไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ ตรงนี้ผมคิดว่า ผมมีปัญหาครับ และสภาแห่งนี้ถ้าอนุมัติตามร่างฉบับนี้ไป รัฐบาลเองก็จะมีปัญหาในการ บังคับใช้ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ ขอความกระจ่างจริง ๆ ครับว่า ท่านตอบผมให้ได้ ๓-๔ ข้อ ผมเป็นคนท้างานครับ อยากเห็นงานบรรลุสู่เป้าหมาย แต่ที่ท่านร่างมาไม่ตอบโจทย์เลยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณรงค์ ดูดิง ครับ

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดยะลา เมื่อผมได้พิจารณาเรื่องกฎหมาย ที่เสนอมานี้นะครับท่านประธาน บางจุด บางส่วนก็เห็นด้วย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดก็จะเป็น การจะก้าหนดการจัดตั้งจุดตรวจร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ส้าหรับกฎหมายฉบับนี้เป็นสิ่งที่เป็นข้อความที่น่าเป็นห่วงแล้วก็เกิดความไม่สบายใจกับผม ในฐานะที่ได้อ่านกฎหมายนี้อย่างคร่าว ๆ เป็นอย่างมากครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับที่เสนอมานี้ มาตรา ๓ นั้นได้พูดถึงการขนส่งข้ามพรมแดนนะครับ ซึ่งหมายถึงการเดินทางเข้ามาในหรือนอกราชอาณาจักรของบุคคลนะครับ โดยจะพูดตรงนี้ ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยนะครับ เพราะปัญหาขณะนี้ประเทศไทยของเราในพรมแดนซึ่งผมเอง อยู่ที่จังหวัดยะลา อยู่ที่อ้าเภอเบตงซึ่งเป็นอ้าเภอที่ตั้งอยู่พรมแดน ที่ผมได้มีประสบการณ์ ได้ทราบก็คือตั้งแต่สะเดาของจังหวัดสงขลา อ้าเภอเบตงของจังหวัดยะลา อ้าเภอแว้ง อ้าเภอสุไหงโก-ลก และอ้าเภอตากใบของจังหวัดนราธิวาส แล้วก็จังหวัดสตูล ซึ่งจังหวัดสตูล ซึ่ง ๓-๔ จังหวัดนี้เราเป็นเขตพรมแดนที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย นอกจากนั้นเมื่อไม่นานมานี้ ในฐานะที่คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยก็ยังไปตรวจพื้นที่ด้านเมียวดีของประเทศพม่า แล้วก็ของประเทศไทยและเข้าไปสู่ประเทศพม่าซึ่งประเทศใกล้เคียงที่มีการขนส่งสิ่งของกัน เป็นจ้านวนมาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ กฎหมายนี้แม้มาตรา ๓ ได้พูดถึงบุคคล ในการที่เข้าประเทศบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้พูดในรายละเอียดในเรื่องของปัญหาของบุคคล และพาหนะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของภาคใต้ ส่วนใหญ่ในอดีตนั้นเคยท้าประกอบธุรกิจรถตู้ นะครับ โดยได้ขนส่งประชาชนไปยังประเทศมาเลเซีย ไปยังกัวลาลัมเปอร์ ไปยังปีนังแล้วก็ไปยัง เกาะลังกาวี ซึ่งถือว่าภาคใต้นั้นได้ใช้เส้นทางส่วนนี้ได้ขนส่งประชาชนเพื่อไปท่องเที่ยวอันเป็นการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่ง นอกจากน้าคนไทยออกไปเที่ยวข้างนอกและบางครั้ง ก็ยังน้าญาติพี่น้องที่สนใจกลับมาเที่ยวประเทศไทยด้วย แต่บัดนี้นะครับ หลังจากมีปัญหา เรื่องรถตู้แล้ว รถตู้ที่ขนส่งประชาชน ขนส่งผู้โดยสารไปยังประเทศมาเลเซีย ท่านทราบไหมครับว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ดีในฐานะที่ ผู้รับผิดชอบหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่เคยที่จะเหลียวแล เรื่องเหล่านี้เลย ปล่อยทิ้งขว้างให้ประชาชนที่ขับรถตู้ส่งผู้โดยสารนั้นไม่สามารถจะขนส่ง ผู้โดยสารไปยังประเทศมาเลเซีย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รายละเอียดตรงนี้ก็ไม่ได้พูดถึงแล้วก็ไม่ได้มี การเจรจา ทั้ง ๆ ที่มีการสะท้อน มีการเรียกร้องไปยังกระทรวงคมนาคมหลายครั้งหลายครา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่านี่ต่างหากที่เป็นปัญหาของประชาชนที่จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้มี ความสมดุลในประเทศ แต่ประเทศมาเลเซียนั้นรถรับจ้างของเขาเข้ามายังหาดใหญ่ได้นะครับ โดยไม่มีข้อจ้ากัดอะไรเพราะเราต้องการนักท่องเที่ยวจากเขาเพื่อน้าเงินเข้าประเทศ แต่ในขณะที่ของเรานั้นไม่สามารถจะไปได้เพราะถูกกีดกัน ถูกท้าผิดนะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็อยากจะให้กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ด้วยนะครับ ประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เกี่ยวกับกฎหมายนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะกังวล ก็คือพื้นที่ควบคุมร่วมกันนอกราชอาณาจักร ส่วนพื้นที่ควบคุมในราชอาณาจักรคงไม่มีปัญหา การกระท้าความผิดใด ๆ ท้าในราชอาณาจักรแล้วก็จ้าเป็นจะต้องด้าเนินคดีในราชอาณาจักร แต่ถ้าหากประเทศภาคีท้าในราชอาณาจักร ตามกฎหมายแล้วประเทศภาคีสามารถจะร้องขอ กลับไปยังประเทศของเพื่อนบ้านได้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาก็คือกฎหมายที่ขัดกันนะครับ ผมจะกล่าวเช่นกฎหมายเกี่ยวกับใบกระท่อมที่เขาเสพกัน ปัญหาทุกวันนี้ก็คือปัญหา ๔ คูณ ๑๐๐ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ๔ คูณ ๑๐๐ นั้น ในประเทศมาเลเซียเขามีอยู่แล้ว บางครั้งประเทศเพื่อนบ้านถูกขนส่ง คนไทยเองก็ไปขนส่งกลับมาเข้าประเทศไทย แต่ในประเทศมาเลเซียนั้นไม่ผิด แต่ถ้าวันใดที่คนของประเทศเพื่อนบ้านขนมายังประเทศไทยมาถูกจับที่ประเทศไทยนั้นผิด แต่ประเทศของเขาไม่ผิด เขาจะร้องขอกลับไปยังประเทศเขาบอกว่าจะด้าเนินคดี ด้าเนินคดีแล้ว จะต้องไม่ถูกด้าเนินคดีอย่างแน่นอน เพราะกฎหมายของเขานั้นไม่ผิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นการขัดกันในเรื่องของกฎหมาย เช่นกันคนไทยไปถูกจับในเขตควบคุมหรือในประเทศมาเลเซีย หรือในพื้นที่นอกราชอาณาจักรของประเทศไทย แต่ว่าไปกระท้าความผิดขนส่งสินค้าเช่นที่ว่านี้ ก็คือใบกระท่อมที่ประเทศมาเลเซียที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ว่าในประเทศมาเลเซีย ไม่ถูกด้าเนินคดีเพราะว่ากฎหมายเขาไม่มีในการด้าเนินการสิ่งเหล่านี้ ถ้าหากเขาสามารถเล็ดลอด น้าเข้ามาประเทศไทยสร้างปัญหาใหญ่โตทุกวันนี้ตามแนวชายแดน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในกฎหมายนี้ก็ไม่ได้เขียนให้ชัดเจนว่าจะด้าเนินการอย่างไร เป็นข้อสังเกตที่ผมจะ ตั้งข้อสังเกตไว้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่น้าเสนอกฎหมายนี้นะครับ

อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ ในกรณีที่มาตรา ๔ มาตรา ๔ นั้น เป็นการให้อ้านาจแก่เจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง ให้อ้านาจอย่างกว้างขวาง แต่ว่าไม่มีพื้นที่ ที่ชัดเจน ไม่ได้บอกในสภาว่าจะเอาตรงไหนเป็นหลัก อย่างเช่น กรณีที่เขตตรวจร่วมกัน ตรงไหน จุดไหนเป็นหลัก วันนี้ก็ยังไม่ได้ชี้แจงมาขออ้านาจก่อน ต่อไปกระทรวง ทบวง กรม หรือกระทรวงมหาดไทยจะไปก้าหนดเขตตรงไหนไม่ทราบแต่ว่าขออ้านาจก่อน ไม่ต่างอะไรกับ ขอเช็ค (Cheque) เปล่า เมื่อให้เช็คเปล่าแล้วก็ไปเซ็นกันเองเท่านั้นเองนะครับ อ้านาจอันนี้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้นท่านครับ บรรทัดที่ ๒ น่ากลัวมาก มาตรา ๔ บรรทัดที่ ๒ เมื่อได้ก้าหนด พื้นที่ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง และรัฐบาลของประเทศภาคีตามความตกลง ได้แจ้งพื้นที่ที่ก้าหนดให้พื้นที่ควบคุมร่วมกัน นอกราชอาณาจักรให้รัฐบาลไทยทราบ แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้าเนินการเท่าที่จ้าเป็น เพื่อให้สามารถด้าเนินพิธีการ อย่างเบ็ดเสร็จในพื้นที่ควบคุมร่วมกัน เบ็ดเสร็จตรงนี้หมายถึงอะไรครับท่านประธาน ในกฎหมายนี้มีค้าว่าเบ็ดเสร็จด้วยหรือครับ ค้าว่าเบ็ดเสร็จนั้นหมายถึงอะไร ท่านจะใช้อ้านาจ มากน้อยแค่ไหนในมาตรา ๔ อยากจะให้ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาชี้แจงด้วยเบ็ดเสร็จนั้น ท่านหมายถึงเผด็จการไหม จะจัดการทันทีไหม เหมือนกับผู้ติดยาเสพติดแล้วต้องยิงทิ้งไหม ค้าว่าเบ็ดเสร็จในที่นี้หมายถึงอะไรครับ ถ้าคนที่ขนใบกระท่อมจับได้แล้วอย่างเบ็ดเสร็จ จะต้องจัดการอย่างไร ตรงนี้อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายด้วยครับ

แล้วมาตรา ๖ เช่นกัน การยกเว้นเมื่อกี้ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดไปแล้วผมจะไม่พูด เพราะว่าเวลาก็ไม่มีมากผมจะไม่พูด การให้ข้อยกเว้นกับบุคคลกับคณะใดมาบุคคลใดมา ยกเว้นกฎหมายนั้น เป็นสิ่งที่ควรกระท้าหรือไม่ อันนี้อยากจะให้ข้อคิดนะครับ

ส่วนมาตรา ๘ ท่านประธานครับ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลภาคีตามความตกลง ที่ด้าเนินพิธีการในพื้นที่ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักร เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อันนี้ก็จะต้องอธิบายครับ ให้เจ้าหน้าที่ของประเทศภาคีมาเป็นเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ท่านหมายความว่าอย่างไร ฉันจะให้อ้านาจกับคนเหล่านั้นปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับต้ารวจไทย เหมือนกับทหารไทย เหมือนกับเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ปกครองของไทยหรือไม่ มาตรา ๘ ท่านประธานครับ ส่วนการกระท้าความผิดเมื่อกี้ผมได้พูดแล้วว่าการกระท้าความผิดนั้น ในกรณีที่มีกฎหมายขัดกันแล้วท่านจะท้าอย่างไร จะปฏิบัติตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายมาเลเซีย หรือกฎหมายประเทศภาคี

ประการต่อมาก็มาตรา ๑๓ การด้าเนินการในกรณีที่การกระท้าความผิด ตามกฎหมายไทยที่เกี่ยวกับการขนส่งข้ามพรมแดนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในพื้นที่ควบคุมร่วมกัน นอกราชอาณาจักรให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยร้องขอ ถ้าร้องขอแล้ว ถ้าเกิดกระท้าความผิด ประเทศเพื่อนบ้านนั้นเขามีความเด็ดขาดในเรื่องของกฎหมาย แน่นอนครับผมเชื่อว่าร้องขออย่างไร เขาจะไม่ให้ง่าย ๆ แล้วถ้าหากร้องขอแล้วเขาไม่ให้เราจะด้าเนินการอย่างไร แล้วถ้าหาก เจ้าหน้าที่ไม่ร้องขอ ไม่สามารถจะร้องขอได้จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ หรือไม่ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมตั้งข้อสังเกตให้กับ ท่านประธานในวันนี้ก็เพื่อเป็นแนวทางส่วนหนึ่งแล้วผมจะติดตามกฎหมายนี้ เพราะว่า เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของคนในพื้นที่ เพราะการก้าหนดมาตรการ และแนวทางที่เสนอกฎหมายเพื่อขอที่จะไปก้าหนดพื้นที่ทีหลังนั้น ผมคิดว่าหากวันนี้ยังไม่มี รายละเอียดเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเสี่ยงอย่างยิ่งในการที่จะขออ้านาจก่อน แล้วก็ไปก้าหนด ไปก้าหนดรายละเอียดในภายหลัง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต้น ๆ ที่ร่วมกันก่อตั้งอาเซียน แล้วก็ประเทศไทยของเราก้าลังจะเดินเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี ๒๐๑๕ ที่จะถึงนี้ ผมก็อยากจะเห็นกฎหมายในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน แล้วก็อ้านวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตชายแดน แต่ก็ไม่อยากจะให้อ้านาจเกินขอบเขตที่อาจจะท้าให้เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อประเทศไทย ในอนาคตก็ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ครับ

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ซึ่งร่างนี้ถือว่ามีประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศเป็นอย่างมาก รวมถึงร่างที่ ๒ ด้วยในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการรับขนของ ทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่าง ดิฉันก็ยินดี แล้วก็เห็นด้วย เพราะว่า เป็นผลประโยชน์ของประเทศจริง ๆ โดยเฉพาะตัวดิฉันเองซึ่งมีความเกี่ยวข้อง แล้วก็เกี่ยวเนื่องกับจังหวัดที่ได้รับผลประโยชน์ด้วยก็คือจังหวัดสงขลาในเรื่องของด่านสะเดา แล้วก็จังหวัดสตูลซึ่งดิฉันเองก็ไป ๆ มา ๆ อยู่ แล้วก็ใช้ชีวิตที่นั่นด้วยนะคะ จะเห็นว่าร่างแรก ในเรื่องของการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดน ในเรื่องของกรอบการท้าความตกลง ระหว่างประเทศ ในเรื่องของกรอบความร่วมมือ ทั้งเจ้าหน้าที่ทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งประเทศเราเอง หรือประเทศภาคี ในการที่จะก้าหนดพื้นที่รวมถึงการก้าหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของการก้าหนดหรือการมีกฎหมายก้าหนดสิทธิ หน้าที่แล้วก็ความรับผิดในเรื่องของ การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขอฝากเป็นข้อสังเกตหรือคิดว่า เป็นข้อเสนอแนะ ก็อยากจะพูดใน ๓ ประเด็นว่าในเรื่องของหลักการหรือเหตุผลที่ ทางรัฐบาลได้เขียนถึงอันนี้ก็มีความชัดเจนทั้งเรื่องหลักการและเหตุผล แต่หลักการและเหตุผล ที่เราได้กล่าวถึงนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย

สิ่งส้าคัญที่อยากจะฝากประเด็นแรกนะคะ ก็คือในเรื่องของความสามารถ ในการแข่งขัน ปัจจุบันนี้ทุกท่านก็ทราบนะคะว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่เราจะมีประเทศอาเซียน ที่เราจะเข้าร่วมนะคะ เพราะฉะนั้นในเรื่องของความสามารถในการแข่งขันเป็นหลักใหญ่ แล้วก็เป็นสิ่งส้าคัญที่ถ้าใครประเทศไหนมีความสามารถ ประเทศนั้นก็จะได้รับผลประโยชน์ แล้วก็เกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน สิ่งหนึ่งที่มีความส้าคัญก็คือในเรื่องของการบริหารจัดการ วันนี้ท่านประธานคะ หลาย ๆ ท่าน ได้พูดถึงวัน สต็อป เซอร์วิส แต่วันนี้วัน สต็อป เซอร์วิสจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่มี ความสามารถในการบริหารจัดการนะคะ จะเห็นว่าวันนี้ในเรื่องของการบริหารจัดการในอดีต เรามี ๔ เอ็ม (4M) แต่ปัจจุบันนี้มันไปถึง ๘-๙ เอ็มแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโมรอล (Moral) ในเรื่องของคุณธรรมที่เราจะต้องเข้าใจร่วมกันนะคะว่าการเป็นภาคีเครือข่าย สิ่งไหนเป็นสิ่งที่ท้าแล้วไม่เกิดความเดือดร้อน ไม่เกิดผลกระทบต่อประเทศภาคี หรือแม้แต่ ในเรื่องของหลาย ๆ ตัวที่หลายท่านได้ทราบแล้วจาก ๔ เอ็ม เป็น ๘-๙ เอ็มนะคะ แต่ดิฉันจะเน้น ในเรื่องของตัวเอ็ม โมรอล อย่างเดียวนะคะ ในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมที่เราเป็นประเทศไทย แล้วก็รวมถึงประเทศภาคีที่จะต้องเข้าใจร่วมกันในเรื่องของโมรอลหรือในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ที่จะต้องเข้าใจร่วมกัน

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะฝากนอกเหนือจากการบริหารจัดการแล้วนะคะ ก็คือในเรื่องของระบบศาลค่ะท่านประธาน วันนี้ท้าอย่างไร ดิฉันคิดว่าต่อไปปัญหาในภายภาคหน้า มันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นระบบศาลหรือในเรื่องของการพิจารณาคดีอาญา ระหว่างประเทศไทยหรือแม้แต่ประเทศภาคีว่าระบบศาลที่เราจะต้องพิจารณาไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการพิพากษาสินไหมหรือกรณีอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น วันนี้ตรงนี้เราเห็นพ้องต้องกันหรือยัง เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะฝาก เพราะดิฉันคงจะไม่ลงลึกในเรื่องของรายมาตรานะคะ แต่อยากจะฝากในเรื่องของระบบศาลซึ่งเป็นประเด็นที่ ๒ นะคะ

ส้าหรับประเด็นข้อห่วงใยหรือข้อสังเกตเป็นประเด็นที่ ๓ ก็ในเรื่องของ โครงสร้างค่ะท่านประธาน โครงสร้างวันนี้เหมือนที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงนะคะว่า สิ่งส้าคัญที่สุดที่จะรองรับหลักการและเหตุผลของร่างทั้ง ๒ ร่างนะคะ ก็คือโครงสร้าง ทั้งในส่วนที่สิ่งอ้านวยความสะดวกและสิ่งส้าคัญอีกอย่างในเรื่องของทรัพยากรบุคคลค่ะท่านประธาน ก็คือในเรื่องของการให้บริการ วันนี้ค่ะเราเองเรามีความพร้อมทั้ง ๒ ด้านนี้หรือยัง ทั้งโครงสร้างในเรื่องของสิ่งอ้านวยความสะดวก รวมถึงทรัพยากรบุคคลด้วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ ดิฉันอยากจะฝาก อาจจะเป็นข้อสังเกตหรือเป็นข้อเสนอแนะก็ได้นะคะ เพราะว่าวันนี้ตัวดิฉันเอง ที่ได้มีโอกาสสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นด่านนอกที่สะเดาหรือแม้แต่จังหวัดสตูล ในเรื่องของการขาดแคลน ในเรื่องของทรัพยากร เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากนะคะว่าวันนี้ตรงนี้ค่ะ เราเตรียมพร้อมในเรื่องของทรัพยากรแล้วก็โครงสร้างหรือยัง คงไม่ใช้เวลาเยอะ ก็ ๓ ประเด็นที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลแล้วก็ท่านที่เกี่ยวข้องทุกท่าน อาจจะเป็น ข้อคิดหรือข้อเสนอแนะจากตัวดิฉันเองค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ ในส่วนของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน ที่ท่านคณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภาในวันนี้ ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ๒-๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ก็คือว่าผมนั่งฟังทางท่านรัฐมนตรีขึ้นมาตอบ จริง ๆ ผมไม่ได้ อยากจะลุกขึ้นอภิปรายตอบโต้ท่านรัฐมนตรีครับ แต่ว่าพอผมเห็นแนวคิดแนวทางของ ท่านรัฐมนตรีที่ตอบ ผมจึงต้องฝากไว้ให้กับท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีได้รับทราบด้วย รวมไปถึงในอนาคตถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มันจะต้องบังคับใช้จริง ๆ เพราะว่าเสียงข้างมาก ในสภานี่ครับ ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตในหลาย ๆ ประเด็นด้วย

-๙๕/๑

ประเด็นแรกครับท่านประธาน เรื่องที่เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนที่แม่สอดครับ ผมไม่ว่านะครับว่าท่านรัฐมนตรีจะบอกว่าด้วยความสามารถของท่านนายกรัฐมนตรีสามารถ เปิดด่านชายแดนได้ ในทางตรงกันข้ามครับอะไรที่มันดีกับประเทศ พวกผมซึ่งอยู่ใน ส.ส. เขตจังหวัดตากครับ เขตพื้นที่ผมก็มีอยู่ในเขตแม่สอดเหมือนกัน เรื่องอย่างนี้นะครับพวกเรา ไม่ว่าหรอกครับ แล้วก็ยินดีด้วยถ้าด่านแม่สอดจะเปิดใช้ครับ ปัญหาที่พวกผมกังวลนะครับ มันไม่ได้อยู่ที่เปิดด่าน ไม่เปิดด่าน แต่มันอยู่ที่ว่าในการเปิดด่านในแต่ละด่านหรือแม้แต่ การออกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการอ้านวยความสะดวกของการข้ามแดน มันต้องมอง ในหลาย ๆ มิติ แล้ววันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีจะบอกว่าวันนี้เปิดด่านแม่สอดการค้าดี แล้วผมถามกลับครับ ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่นี่ครับ แล้วเกษตรกรดีด้วยไหมครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนของ การค้าชายแดนดี แล้วเราเคยได้ค้านึงกันถึงเรื่องของการน้าเข้าพืชผลการเกษตรที่มากดราคา พืชผลการเกษตรของคนไทยไหมครับ อย่างเช่น มันส้าปะหลัง ข้าวโพด แล้วด้วยระบบที่เป็น นโยบายของรัฐบาลในวันนี้นะครับที่เป็นจ้าน้านี่ การลักลอบการน้าเข้าสินค้าที่เป็นสินค้าเกษตร ข้ามแดน อย่างเช่น ข้าวโพด มันส้าปะหลัง แล้วแอบน้ามาสวมสิทธิจ้าน้า ท้าให้คนไทย ไม่สามารถน้าเอาพืชผลการเกษตรของเขาเข้ามาจ้าน้าได้ ตรงนี้ละครับมันจะเกิดประโยชน์ คุ้มกันไหมกับการที่เราบอกว่าเปิดด่านแล้ว แต่คนจนของคนไทยที่เป็นเกษตรกร ต้องเดือดร้อนนะครับ ท่านรัฐมนตรีปฏิเสธมาสิครับว่าด่านทั่วประเทศที่เรามีอยู่นี่ทั้งหมดกี่ด่าน ไม่มีการลักลอบเรื่องของการน้าเข้าพืชผลการเกษตรเพื่อมาจ้าน้าสวมสิทธิไม่มีเลย ท่านปฏิเสธมาสิครับ เพราะฉะนั้นนี่ครับนี่คือประเด็นหนึ่งที่ผมจะฝากท่านรัฐมนตรีครับว่า ถ้าจะมองให้มองหลายมิติ ไม่ใช่มองเพียงแค่ช่วยพ่อค้า ช่วยคนรวย เกษตรกรเป็นอย่างไรช่างมัน อย่างนี้ไม่ได้ครับ

ประเด็นต่อมาครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพูดแล้ว ผมขออนุญาตบอกท่านว่า เพื่อนสมาชิกที่ท่านพูดถึงภาคใต้ ผมอยู่จังหวัดตากอยู่ภาคเหนือ กรณีเดียวกันครับ รถโดยสาร รถโดยสารนี่ครับที่รถโดยสารจากประเทศพม่ามารับคนแล้วก็ไปส่งในเขตพื้นที่ กลางเทศบาลแม่สอด ในขณะที่รถโดยสารของคนไทย เราท้าอย่างนั้นไม่ได้ มีกฎระเบียบ เยอะแยะไปหมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่ถ้าหากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการท่านพอจะกรุณาได้นะครับ ท่านไปค้นดูเรื่องเก่า ๆ ผมร้องไว้ครับกับกระทรวงท่าน พี่น้องประชาชนเขาร้องไว้กับ กระทรวงท่านเรื่องปัญหาระหว่างประเทศนี่ครับ เกี่ยวกับการคมนาคมท่านไปดูได้ครับ นี่ยังไม่นับเรื่องแรงงานต่างด้าวนะครับ วันนี้การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ผมก็คิดว่า ทางรัฐบาลนี้ก็ท้าไม่ได้ดีเท่าที่ควรครับ ปัญหาการลักลอบขนย้าย ย้ายถิ่นของแรงงานต่างด้าว ไปท้างานในเขตพื้นที่ชั้นในวันนี้ก็เยอะแยะ เพราะฉะนั้นการที่ทางรัฐบาลได้ขอให้ทางสภา ได้พิจารณาพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วย บอกว่าท่านช่วยมองหลาย ๆ มิติหน่อย และสิ่งที่ส้าคัญคือผมเรียนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมบอกว่า พ.ร.บ. นี้ไม่ดี ไม่ครับ ก็มีสิ่งที่น่าสนใจที่เป็นประเด็นที่รัฐบาลควรจะ ท้าเหมือนกัน ท่านพูดถึงเรื่องการบูรณาการ อ้ายนี่ถูกต้องครับ ในด่านแต่ละด่าน มันมีกระทรวง ทบวง กรม หลายกระทรวงที่จะต้องบูรณาการร่วมกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องถูกต้องครับ น่าท้า แต่ผมเรียนว่าในส่วนของการบูรณาการร่วมกันนี่ เท่าที่ผมได้อ่านก็ยังมีเรื่องที่ ขาดตกบกพร่องไป อย่างเช่นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณ ผมเชิญท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของ ด่านชายแดนภาคใต้ ทางกระทรวงมหาดไทยพูดชัดเจนครับว่าด่านชายแดนภาคใต้ที่เป็นด่านข้ามแดนนี่ ส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่สุดคือ ศอ.บต. ในนี้ไม่มีเขียนไว้ครับ แล้ววันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรี ไปดูด่านแต่ละด่านนะครับ ไม่ต้องเฉพาะชายแดนภาคใต้ครับ ทุกด่านครับ มันมีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องของการบูรณาการร่วมกันทั้งสิ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมกังวลแล้วก็เป็นห่วง แล้วก็อยากกราบเรียนกับทางท่านประธานไปถึงรัฐบาลครับว่า การที่ทางรัฐบาลมีความมุ่งมั่น อยากจะท้าการค้าชายแดนให้มันดีขึ้นนี่ พวกเราที่เป็นพรรคประชาธิปัตย์เราไม่ขัดข้องหรอกครับ แต่แน่นอนครับก่อนจะไปท้าอะไรกับคนนอกบ้านนะครับ ท่านจัดบ้านเราให้เรียบร้อยก่อน ถ้าบ้านมันยังรก บ้านมันยังเดินเข้าไปไม่ได้ ไม่สะดวก ไปท้ากับคนนอกบ้านแล้วท่านบอกว่า วันนี้ในบ้านมีปัญหาอยู่ แล้วนอกบ้านจะไปรบกับเขาหรือว่าจะไปท้าความร่วมมือกับเขา จะท้าอะไรกับเขา ผมคิดว่ามันยิ่งจะท้าให้เราเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน ผมได้เรียน ประเด็นต่าง ๆ กับท่านประธานนะครับ ผมหวังไว้เป็นอย่างยิ่งครับว่าประเด็นที่ผมพูดนี่ ท่านรัฐมนตรีท่านจะเอาไปช่วยดูแล แล้วก็ฝากท่านประธานว่าใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมยังเห็น ข้อดีอยู่ แต่ว่าวันนี้คงยังจะรับไม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชื่นชอบ คงอุดม ครับ

นายชื่นชอบ คงอุดม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมก็อยากจะขอพูดถึงร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนน ระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมก็เห็นด้วยในหลักการนะครับ แต่ว่าผมก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลที่เป็นข้อกังวลสัก ๒-๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ ซึ่งแน่นอนครับการที่เราเปิดให้มีการอ้านวยความสะดวกในการขนส่ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่จะท้าให้เศรษฐกิจแล้วก็ประเทศไทยเจริญขึ้น แต่ว่าในทางกลับกันก็แน่นอนครับ ในการที่จะ มีความสะดวกในการขนส่งทั้งเป็นคน สัตว์ แล้วก็สิ่งของนี่นะครับ ก็ต้องมีปัญหาตามมาด้วย แน่นอน ซึ่งก็อยากฝากไว้นะครับ อย่างในกรณีที่เป็นสิ่งที่ผมว่าในคน อย่างขอทานข้ามชาติ ผมว่าปัญหานี้ก็มีอยู่แล้วในประเทศไทย ซึ่งก็มีอยู่เยอะแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก็ยังไม่ได้มีสิ่งอ้านวย ความสะดวกในการขนส่ง แต่ว่าวันนี้ก็มีแล้ว วันนี้ก็จะเป็นปัญหามากขึ้นถ้าเกิด ร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านนะครับ ผมก็เชื่อว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยนี่ ในบางกรณีก็ยังอ่อนเกินไป แล้วก็ยังเป็นปัญหาอยู่เยอะ ตรงนี้ก็ขอฝากไว้นะครับว่า ก็ต้อง อุดรอยรั่วตรงนี้เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่อาจจะตามมาในการที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่าน

ส่วนอีกกรณีหนึ่งซึ่งก็เป็นข้อกังวลใจที่อยากจะฝากไว้ก็คือเป็นเกี่ยวกับ อาชญากรข้ามชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วในประเทศไทยเราก็คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าก็มีกลุ่มมาเฟียต่าง ๆ มากมายที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนะครับ อย่างกลุ่มมาเฟียรัสเซีย ซึ่งก็อยู่ที่พัทยา หรือกลุ่มมาเฟีย จากยุโรปตะวันออกก็มาหากินท้างานอยู่ในประเทศไทยเยอะนะครับ ซึ่งตรงนี้ขบวนการค้ามนุษย์ ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ผมคิดว่าก็จ้าเป็นจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษนะครับ เพราะว่าถ้าเกิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน แน่นอนครับ ผมว่าก็จะสร้างความสะดวกสบายให้กับบางเรื่อง แต่ก็ อาจจะมีคนที่น้าไปหาประโยชน์ ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากฝากไว้นะครับว่าอย่าปล่อยให้ประเทศไทย ของเราไปเป็นสวรรค์ของอาชญากรข้ามชาติ เพราะในหลาย ๆ ประเทศก็มองเราในลักษณะนั้นอยู่แล้ว หรืออีกกรณีหนึ่งแหล่งอบายมุขที่อยู่ริมชายแดน ตรงนี้ผมก็เชื่อว่าจะมีคนที่หาประโยชน์จากเรื่องนี้ มีธุรกิจแฝงต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ที่จะต้องเอื้อกับการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ ก็จะมีช่องว่างให้กับกลุ่มคนที่คิดฉวยโอกาสท้าเรื่องไม่ดีที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย อย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากฝากไว้นะครับ

แล้วก็ข้อสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ก็คือยาเสพติดนะครับ ซึ่งแน่นอน เราก็จับกันทุกวัน ข่าวก็มีให้เห็นกันทุกวัน จับกันเป็นหมื่นเป็นล้านเม็ดก็ยังไม่หมดไปสักที ซึ่งตรงนี้การอ้านวยความสะดวกเกิดขึ้นแน่นอนก็จะมีกลุ่มคนที่ใช้ผลประโยชน์จากตรงนี้ ส่งสินค้าซึ่งเป็นยาเสพติดเข้าประเทศไทยมากขึ้นเป็นทางผ่านไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งก็อยากฝากไว้ นะครับว่าเราก็คงต้องการอ้านวยความสะดวกสร้างความเจริญให้กับประเทศเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ก็ต้องควบคู่ไปกับกระบวนการตรวจสอบ แล้วก็การป้องกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใด จะอภิปรายอีกไหม

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี ผมปิดการอภิปรายนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอตอบข้ออภิปรายของท่านสมาชิกครับ มีข้อตอบข้ออภิปรายทั้งหมด ๑๓ ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้โดยตรง แต่ก่อนที่จะพูดถึง ๑๓ ประเด็น ที่ท่านสมาชิกถามมาอยากจะขอกราบเรียนถึง ๒ เนื้อหาหลัก ๆ ซึ่งผมว่าบางทีเราอาจจะยัง เข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ คือตัวพระราชบัญญัติที่รอการพิจารณาอยู่เรื่องอ้านวยความสะดวก การขนส่งข้ามแดน มันเป็นแค่เรื่องการอ้านวยความสะดวกเฉพาะตรงจุดผ่านแดนนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ตัวความร่วมมือทั้งหมดที่เราพิจารณา มันเป็นแค่ภาคผนวก ๔ ของข้อตกลงซีบีทีเอ เพราะฉะนั้นมันจะเป็นข้อที่ก้าหนดเฉพาะเรื่องการผ่านแดนตรงจุดนั้น จุดด่านผ่านแดน แล้วข้อส้าคัญที่ ๒ ก็คือว่าถึงแม้ว่าแนวคิดของพระราชบัญญัตินี้จะมาจาก ความร่วมมือซีบีทีเอ ตัวกฎหมายเป็นกฎหมายในประเทศเราไม่ได้ผูกพันกับข้อสัญญาใด เพราะฉะนั้นกฎหมายนี้สามารถใช้กับประเทศคู่ภาคีอันไหนก็ได้ไม่ได้ติดกับตัวกลุ่มภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง หรือว่ากลุ่มประเทศอาเซียน เพราะฉะนั้นตัวกฎหมายนี้สามารถใช้ได้กับความร่วมมือกับ ทุกประเทศ เพราะฉะนั้น ๒ ข้อเท็จจริงหลักที่อยากจะท้าความเข้าใจกับท่านสมาชิกก่อนนะครับ ทีนี้ ๑๓ ข้อที่อยากจะกราบเรียนนะครับ

เริ่มจากข้อแรก เรื่องบูรณาการ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านมีข้อกังวลเรื่องว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เสนอกฎหมายเป็นบูรณาการ ซึ่งผมว่าเป็นประเด็นที่ถูกต้องครับ คือเราอยากเสนอเป็นบูรณาการ อยากเสนอเป็นแพคเกจ (Package) อย่างที่เราเสนอมาคราวนี้ เราก็เสนอมา ๒ กฎหมายพร้อม ๆ กัน ก็คือเพื่อให้เกิดเป็นซิงเกิล สต็อป อิมมิเกรชั่น (Single stop immigration) หรือว่าเอสเอสไอ (SSI) ได้ แต่อย่างที่ท่านสมาชิกคงจะทราบว่า การเสนอกฎหมายต้องใช้เวลานาน จากร่างถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาใช้เวลาถึง ๓ ปี เพราะฉะนั้นเมื่อมีกฎหมายอะไรที่ผ่านขั้นตอนมาได้เราก็พยายามน้าออกมาใช้ก่อน ไม่ได้รอเพื่อรวมกันเป็นกลุ่มนะครับ แต่ว่าในอนาคตก็คงพยายามจะรับข้อคิดเห็นนี้ไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุดนะครับ ขณะเดียวกันก็มีกฎหมายที่จะเข้ามาในสภา ที่เกี่ยวข้องนี้ภายในปีนี้ก็มีเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการขนผู้โดยสารและสัมภาระระหว่างประเทศ จากนั้นก็จะมีของกระทรวงการคลังที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับศุลกากร เกี่ยวกับการ อ้านวยความสะดวกผ่านแดนศุลกากรก็คงจะเป็นกฎหมายล้าดับต่อไปที่ผ่านเข้ามานะครับ นั่นคือประเด็นแรก เรื่องบูรณาการกฎหมาย

ประเด็นที่ ๒ คือจ้านวนประเทศนะครับ คือจริง ๆ แล้วความร่วมมือระหว่าง การขนส่งระหว่างประเทศที่เราลงนามไปก็มีของกลุ่มจีเอ็มเอส ๖ ประเทศ อันนี้รวมประเทศจีนด้วย แล้วก็มีของอาเซียนอีก ๑๐ ประเทศ เพราะฉะนั้นประเทศที่มีชายแดนต่อกับเราเรามีความตกลงร่วมมือ ด้านขนส่งครบถ้วนนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้คงหมดข้อกังวลไปได้

ประเด็นที่ ๓ เรื่องการขนสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสุนัข ตัวนิ่ม ไม้พะยูง โรคพืช โรคสัตว์ ขอทาน ยาเสพติด ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นกฎหมายคนละฉบับกัน ก็เป็นกฎหมายต่างหากที่ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่น้อยไปกว่าเดิม หรือต้องเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม กฎหมายที่เราเสนอในคราวนี้เป็นกฎหมายอ้านวยความสะดวก แต่ไม่ใช่เพื่อความหละหลวมนะครับ ก็คือว่าอ้านวยความสะดวก แต่ว่าความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายอื่น ก็ต้องมีครบถ้วน เหมือนเดิมนะครับ

ประเด็นที่ ๔ เรื่องรัฐมนตรีที่ก้ากับดูแลที่มีถึง ๕ หน่วยงานนั้น ก็คือเป็นไปตาม หน่วยงานที่มาบูรณาการอยู่ในตรงด่านข้ามแดนนะครับ ก็คือต้องมีทั้งทางต้ารวจ ทางสาธารณสุข ทางด่านกักโรคพืช โรคสัตว์ ด้านคมนาคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นทั้ง ๕ กระทรวงก็จะมาอยู่ในรัฐมนตรีที่ก้ากับดูแลกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการ แต่เผอิญกระทรวงไอซีทีไม่ได้มีบทบาทโดยตรง แต่ท่านก็คงก้ากับดูแล ผ่านในหน่วยงานอื่น หรือว่าก้ากับดูแลผ่านการท้างานของคณะรัฐมนตรีต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๕ เรื่องขอบเขตความร่วมมือที่ท่านสมาชิกบางท่าน ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ว่าขอบเขตความร่วมมือบางอย่างไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่บางพื้นที่ อย่างที่ผม ได้กราบเรียนในเบื้องต้นว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ผูกพันกับข้อตกลงฉบับใด เป็นกฎหมาย ในประเทศซึ่งสามารถใช้ได้กับความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละประเทศเลย เพราะฉะนั้นข้อกังวลที่ว่า มันจะมีข้อจ้ากัดส้าหรับคอร์ริดอร์ใดคอร์ริดอร์หนึ่ง อันนี้ไม่ต้องกังวลเพราะว่ามันสามารถ ใช้ได้นะครับ

ประเด็นที่ ๖ ก็เรื่องที่ท่านสมาชิกได้มีข้อกังวลว่ากรณีสินค้าผ่านแดน สินค้า ที่ผ่านจากประเทศพม่าไปประเทศเขมรได้มีการรวมอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ก็อย่างที่ กราบเรียนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการอ้านวยความสะดวกของสินค้า ของสิ่งผ่านแดน เพราะฉะนั้นมันจะครอบคลุมหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเข้าประเทศ ออกประเทศ หรือว่า ทรานสิท (Transit) เพราะฉะนั้นตัวศูนย์อ้านวยความสะดวกมันต้องสามารถรองรับสินค้า ทุกประเภทที่ผ่านได้ แต่อย่างที่กราบเรียนมันเป็นแค่เรื่องอ้านวยความสะดวกนะครับ เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าผ่านแดนสินค้าเข้าออกประเทศก็เป็นกฎหมายที่ต้องมี อีกฉบับหนึ่งที่จะต้องแยกเพื่อก้ากับดูแลอีกทีหนึ่ง

ประเด็นที่ ๗ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อคิดเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่มาท้างาน จากต่างประเทศ จะมาท้างานในด่านแล้วอยู่ในประเทศ ท้าไมเราไม่ได้ยกเว้นภาษีไว้ ซึ่งอันนี้ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้พิจารณาแล้ว ก็ได้วิเคราะห์ว่าการที่เขามาท้างานหน้าที่เขา ในด่านของเราไม่ได้ถือว่ามารับจ้างงานในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเรื่องภาษีก็คงไม่ใช่ เป็นเรื่องที่ต้องไปท้าการยกเว้นให้นะครับ ซึ่งอันนี้กฎหมายฉบับนี้ก็ได้ผ่านทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาในประเด็นนี้มาแล้วด้วยนะครับ

ทีนี้ท่านสมาชิกในประเด็นที่ ๘ บอกว่าเราควรจะระบุต้าแหน่งที่ตั้งด่านไป ในกฎหมายเลย อันนี้ในทางปฏิบัติก็คงท้าได้ล้าบากครับ เพราะว่าการตั้งด่าน มีความเคลื่อนไหว อาจจะมีด่านที่เพิ่มขึ้นหรือว่าด่านบางด่านอยู่ในต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าเราระบุละเอียดลงในกฎหมายเลยมันอาจจะต้องใช้เวลานาน หรือว่าอาจจะต้องมีการ แก้ไขกฎหมายอยู่ตลอดเวลา เมื่อเรามีการเพิ่มจ้านวนด่านขึ้นนะครับ

ประเด็นที่ ๙ ถามว่าเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา คือในกฎหมาย มีพูดถึงว่าเจ้าหน้าที่ต่างประเทศที่มาปฏิบัติงานในด่านที่อยู่ในเขตประเทศเราให้เป็น เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ให้ความเห็นว่าประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่ให้แค่ว่ามีฐานะไม่ได้ให้อ้านาจเพื่อป้องกันการไปท้าร้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งมาปฏิบัติงาน ในเขตแดนไทย คือให้เขามีการได้รับการป้องกันในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ กรณีที่เกิดมีการท้าร้าย หรือว่ามีการทะเลาะวิวาทกัน อย่างน้อยก็มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ว่าไม่ได้มีอ้านาจในการ ถืออาวุธหรือว่าการจับกุมอะไรตามประมวลกฎหมายอาญา อันนี้คือทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ให้ความเห็นมา

ส่วนประเด็นกฎหมายที่ขัดกันระหว่าง ๒ ประเทศ ก็ได้มีระบุไว้แล้วชัดเจน ในมาตรา ๑๐ ก็คือว่าให้ยึดถือกฎหมายของประเทศที่ด่านนั้นตั้งอยู่เป็นหลัก เช่น ถ้าขัดกับ ประเทศไทยก็เอาประเทศไทยเป็นหลักก่อน ถ้าไม่ขัดกับประเทศไทยแต่ขัดกับประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็มีสิทธิที่จะขอรอให้ส่งผู้ที่ท้าผิดไปยังประเทศเขาได้

ส้าหรับกรณีเรื่องการเปิดปิดด่าน แล้วก็มีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร หรือว่าการน้าสินค้าเข้า สินค้าออก ต้องกราบเรียนว่าประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่ส้าคัญ แต่เผอิญไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้ครับ เพราะพระราชบัญญัตินี้เป็นเรื่อง การอ้านวยความสะดวกเฉย ๆ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะเปิดปิดด่านที่ไหน เพราะฉะนั้น การพิจารณาการเปิดปิดด่านหรือว่าการควบคุมสินค้าผ่านแดนก็เป็นอีกนโยบายหนึ่ง ที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาให้ละเอียด ก็จะน้อมรับความเห็นของท่านสมาชิกไปพิจารณา ประกอบในเรื่องการเปิดปิดด่านต่อไปนะครับ

ทั้งหมดนี้ก็คงเป็นประเด็นที่ตรงกับ พ.ร.บ. ที่ผมชี้แจง คือวันนี้ได้รับฟัง ความเห็นจากท่านสมาชิกเป็นจ้านวนมาก ต้องกราบเรียนว่าก็ประทับใจในความรู้สึก ของท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านเลยครับ ผมก็ต้องกราบเรียนว่าได้รับความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติมมาก ผมว่าเป็นการอภิปรายที่ได้ประโยชน์ และที่ผมประทับใจอีกอันหนึ่งที่ผมได้ยินหลายครั้งก็คือ ค้าว่ายุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ประเทศ อันนี้คือสิ่งที่ส้าคัญเพราะว่ายุทธศาสตร์รัฐบาล ไม่มีความหมาย เพราะรัฐบาลมารัฐบาลก็ไป แต่ยุทธศาสตร์ประเทศคือสิ่งที่จะอยู่ ไม่มีพรรค ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาล ยุทธศาสตร์ประเทศคือสิ่งที่เราต้องพากันผลักดันไปเหมือน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ยุทธศาสตร์ประเทศที่จะผลักดันการค้าขายระหว่างประเทศ สร้างอ้านาจต่อรอง สร้างเครือข่ายของเราในภูมิภาค ยุทธศาสตร์รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศ ถ้ายุทธศาสตร์ประเทศเรานิ่งเราจะเดินต่อไปได้ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ใครเป็นรัฐบาลถ้ายึดตรงนี้ให้มั่น เราพุ่งเป็นจรวดแน่ ผมก็ดีใจมากครับที่ได้ยินค้าว่ายุทธศาสตร์ประเทศ ยุทธศาสตร์ประเทศ ไม่มีพรรค ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาล คือยุทธศาสตร์ของเราทุกคนครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ลงมติเลื่อนไปอาทิตย์หน้า ส้าหรับวันนี้ปิดการประชุมนะครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๑๑ นาฬิกา