อภิชาต จี้สภาฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.ดนตรีฯ ใหม่ หลังสว.ยับยั้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ที่ถูกวุฒิสภายับยั้ง และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาใหม่โดยชี้แจงความรับผิดชอบของรัฐบาลและเสนอแนะการแก้ไขมาตรา 6 เพื่อเพิ่มวัตถุประสงค์ด้านดนตรีคลาสสิก

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอบพระคุณท่านประธานและผู้ควบคุมเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ได้หยิบยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่วุฒิสภาได้ลงมติไม่เห็นชอบในหลักการหรือคว่้าตั้งแต่ วาระแรกเมื่อเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ผมเองเมื่อวานนี้ก็ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา หารือกับท่านประธานแล้วก็ถามหาความรับผิดชอบในเรื่องนี้ว่าใครบ้างที่ควรจะรับผิดชอบ กับสิ่งที่เกิดขึ้น กระผมไม่ได้ต้องการถามหาความรับผิดชอบในทางการเมืองกับรัฐบาล เพราะทราบดีว่ารัฐบาลนั้นไม่มีเสียงข้างมากอยู่ในวุฒิสภา เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบ ทางการเมืองจึงไม่จ้าเป็น นับจากนี้ไปเป็นเรื่องของความรับผิดชอบของสภาผู้แทนราษฎรเอง สภาผู้แทนราษฎรวันนี้โดยเสียงข้างมาก น้าโดยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หมายเลข ๔๓๐ พร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีก ๒๐ ท่าน ให้การรับรองเพื่อที่จะ ขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ที่ถูกยับยั้งขึ้นมาพิจารณาใหม่ ประเด็นที่เราจะพิจารณากันวันนี้ก็คือว่าเมื่อยับยั้งแล้วเราจะท้าอย่างไร เราจะมีท่าทีอย่างไร กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมเองนั้นรู้สึกตกใจแล้วก็ไม่สบายใจ เมื่อได้ยินเมื่อได้ทราบข่าวว่าวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นชอบไป เรียนกับท่านประธานว่าคะแนนที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สาม เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์นั้น จากผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน และไม่ลงคะแนน อีก ๑ ท่าน คะแนนเสียงที่จ้านวนมากขนาดนี้เรียกได้ว่าเป็นคะแนนเสียงที่เกือบเป็นเอกฉันท์ แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็ไม่ทราบว่ามีเหตุผลกลใดที่เมื่อร่างพระพระราชบัญญัติที่เราเห็นชอบกัน ทั้งสภาเช่นนี้ไปสู่วุฒิสภาแล้ววุฒิสภากลับลงมติไม่เห็นชอบ แน่นอนละครับ ค้าถามที่ต้องถาม ไปยังผู้ที่ไปเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อวุฒิสภาต้องถูกถามแน่นอน ทราบว่ารัฐมนตรี ที่ไปยื่น ไปน้าเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาเป็นผู้ชี้แจงก็คือรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เมื่อครั้งที่ท่านเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านเป็นรัฐมนตรีประจ้าส้านักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อไปเสนอกับทางวุฒิสภาท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสียแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าในส่วนของรัฐบาลนั้นให้ความส้าคัญกับกฎหมายฉบับนี้มากน้อยแค่ไหน ก็อาจจะต้องบอกกับท่านประธานนะครับว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะกฎหมายนี้ ไม่ใช่กฎหมายที่สลักส้าคัญมากมายนัก แต่ว่าในอารมณ์ความรู้สึกของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาเราเห็นถึง ความส้าคัญ และลงมติไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ชั้นรับหลักการมาแล้ว ท่านประธานครับ แต่เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร มีการไปปรับแต่งแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สุดท้ายเมื่อน้ากลับเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็เกิดปัญหาถกเถียงกันว่าร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ได้มีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขสมตามหลักการและเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอ กฎหมายนี้ต่อสภาหรือไม่ มีข้อบกพร่องอะไรบ้าง ซึ่งมีประเด็นหลักที่ต้องเรียนกับท่านประธานว่า เราก็ได้หยิบยกขึ้นมาในชั้นการพิจารณาในวาระที่สอง นั่นก็คือการพิจารณาในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตราที่พูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ยกฐานะขึ้นมา เป็นอุดมศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยนี่ละครับ ผมเองกับเพื่อนสมาชิกก็ได้พยายามขอแปรญัตติ ในที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ว่าเมื่อมันเกิดประเด็นปัญหาว่าการยกสถานะของสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนานั้นมีเป้าประสงค์ที่จะสนับสนุนดนตรีคลาสสิก แต่ในกฎหมายฉบับนี้ไม่มีค้าว่า ดนตรีคลาสสิกอยู่เลย โดยเฉพาะในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันไม่มีเรื่องนี้ ก็พยายาม ต่อรอง พยายามที่จะเสนอแนะหาทางออกว่าการเขียนมาตรา ๖ ให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษา ส่งเสริม พัฒนาวิชาการและวิชาชีพทั้งชั้นสูงในทางดนตรี คลาสสิก และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดนตรี เขียนไว้แบบนี้จะได้หรือไม่ เพียงแต่เติม ข้อความว่าให้มีดนตรีคลาสสิกและเกี่ยวข้องกับการดนตรีเข้าไป ก็จะท้าให้กฎหมายฉบับนี้ มีความสมบูรณ์มากขึ้นและสมตามเจตนาของการเสนอออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานต้องไม่ลืมเป็นอันขาดนะครับว่ารัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายฉบับนี้ เข้ามามีหลักการว่าต้องการจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ ๓ ข้อ ก็คือ

ประการที่ ๑ เพื่อให้มีสถาบันการดนตรีที่ให้ความส้าคัญต่อดนตรีคลาสสิก อย่างจริงจัง นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือว่าให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความเป็นเลิศทางด้านดนตรีคลาสสิก นั่นประการที่ ๒ และ

ประการที่ ๓ เพื่อเป็นการสนองพระปณิธานและเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะองค์อุปถัมภ์ วงการดนตรีคลาสสิกของประเทศไทย จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

นี่คือข้อความที่ผูกมัดชัดเจนว่าการจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนานั้น มีเป้าประสงค์เพื่อสนับสนุนดนตรีคลาสสิก แล้วในวัตถุประสงค์ซึ่งในมาตรา ๖ เป็นมาตราเดียว ที่จะเติมตรงนี้ไปได้ ท่านกลับไม่เติมลงไป คณะกรรมาธิการวิสามัญของเราก็แข็งตัวมาก ไม่ยืดหยุ่นในเรื่องนี้เลย สุดท้ายผมก็แอบตั้งความหวังลึก ๆ ว่าเอาล่ะเพื่อให้เกิดสถาบันดนตรี กัลยาณิวัฒนานี้ขึ้นให้ได้ กฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ตั้งความหวังลึก ๆ นะครับว่า ในชั้นวุฒิสภาเขาจะไปแก้ไขในจุดนี้แล้วก็กลับมาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรต้องส่งกลับมา ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันและเราค่อยหาทางออกในตอนนั้นก็ได้ แต่น่าเสียดายนะครับ ข้อสังเกตของพวกเราเมื่อไม่ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ในวันนั้นแล้วเมื่อไปสู่ในชั้นวุฒิสภาก็เกิดปรากฏการณ์อย่างที่เห็น อย่างไรก็ตามในชั้นวุฒิสภา ผมก็พยายามไปหาค้าตอบว่าเขามีเหตุผลอะไรถึงคัดค้านกับเรื่องนี้ ผมก็ไปดูรายละเอียด การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของวุฒิสภาเขาก็ไม่ได้ท้าแบบขอไปทีหรือสักแต่ว่าผ่าน เขามอบหมายให้คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม ของวุฒิสภา ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภาหรือวิปวุฒิสภาไปศึกษา ล่วงหน้าก่อน ก็ไปศึกษาล่วงหน้ากันแล้วก็ให้ข้อสังเกตนะครับ บอกว่าควรเพิ่มบทนิยาม ดนตรีคลาสสิกเพื่อให้มีความหมายชัดเจน แล้วก็แก้ไขความในมาตรา ๖ โดยเพิ่มค้าว่า คลาสสิก เข้าไป ทางวิปวุฒิสภาก็รับเข้ามาแล้วความเห็นของคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมในเวลานั้นก็คือเสนอว่าให้ที่ประชุมวุฒิสภา รับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้พิจารณาต่อไป นี่คือข้อสังเกตของเขาในชั้นก่อนที่เข้าสู่ การพิจารณาในวาระรับหลักการ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่การพิจารณาในชั้นรับหลักการ ของวุฒิสภา กระผมก็ไม่แน่ใจว่าผู้ไปชี้แจงได้ไปชี้แจงท้าความเข้าใจกับวุฒิสภาอย่างไร นี่ผมถึงต้องถามหาความรับผิดชอบอย่างไรครับว่าใครไปชี้แจง ไปชี้แจง ไปตอบข้อสงสัย ของเขาอย่างไร ท้าไมเขาถึงไม่เห็นชอบด้วย คะแนนออกมาอย่างไรครับ ท่านประธานครับ วุฒิสภาลงคะแนนเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๔๐ คะแนน ไม่เห็นด้วย ๔๗ คะแนน งดออกเสียง ๘ คะแนน ผมก็พยายามไปไล่ดูว่าใครออกเสียงอย่างไร ๘ คะแนนที่เขางดออกเสียงนี้ก็ไปสอบถามบางคนก็ฟังมาว่าฟังค้าชี้แจงของผู้ไปชี้แจง ก็คือรัฐบาลนี่ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ท้าให้การตัดสินใจที่จะงดออกเสียงนี่มันมีผลท้าให้คะแนน ที่เห็นด้วยไปแพ้คะแนนที่ไม่เห็นด้วย ห่างกันเพียง ๗ คะแนนเท่านั้นเอง เกิดอะไรขึ้นครับ ในระหว่างการพิจารณาก็มีหลายประเด็น ซึ่งผมไม่อยากลงลึกในรายละเอียดว่าวุฒิสภา เขาตั้งข้อสังเกตอะไรกันอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเหมาะสม เรื่องของโครงสร้าง หรือเรื่องของความคุ้มค่าการต้องใช้จ่ายงบประมาณอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ที่ไปเสนอ กฎหมายจะต้องมีค้าตอบอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ วันนี้เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมคิดว่าจ้าเป็นที่เราจะต้องหันมาทบทวนกับร่างกฎหมายนี้อย่างจริงจัง วันนี้ผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย น้าโดยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ก็ได้เสนอให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ เพื่อยืนยันร่างกฎหมายฉบับนี้ตามมาตรา ๑๔๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเรายืนยันด้วยเสียงข้างมาก เกินกว่ากึ่งหนึ่งกฎหมายนี้ก็สามารถน้าขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอกับท่านประธานก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้ายืนยันไปโดยที่เนื้อหา สาระของกฎหมายยังบกพร่องอยู่ ยังไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขสมตามเจตนารมณ์ที่เราจะให้ มีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาเพื่อส่งเสริมดนตรีคลาสสิก อย่างที่ผมได้น้าเรียนกับท่านประธาน ในตอนต้นแล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็ยังมีความบกพร่องอยู่ ไม่สมตามเจตนา และการที่ถ้าหากว่า สภาชุดนี้จะยืนยันโดยใช้เสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งไปเพื่อหักล้างกับมติของวุฒิสภา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ อย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานว่า ถ้าไม่มีการระบุของวัตถุประสงค์ว่าให้สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ดนตรีคลาสสิก หรือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีอื่น ๆ แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ต่อไป กระผมจึงมีความเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรจะยืนยันร่างกฎหมาย ฉบับนี้ แล้วก็ขอเสนอแนะกับรัฐบาลว่ากลับไปด้าเนินการกระบวนการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ใหม่ เพิ่มข้อความ ถ้อยความที่เป็นเจตนารมณ์ร่วมกันของคนหลายภาคฝ่ายในสังคมนี้ที่ต้องการ เห็นสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาถูกยกฐานะขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา เป็นมหาวิทยาลัย ทางด้านดนตรีคลาสสิกและการดนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง กระผมจึงเสนอความเห็นไว้ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ