สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และขอให้สภาแห่งนี้พิจารณาให้การยืนยันร่างกฎหมายที่ถูกยับยั้ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 และความจำเป็นในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายต่อกรณีที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น้าโดยท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้เสนอญัตติขอให้ยกร่างพระราชบัญญัติ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ซึ่งถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) ขึ้นมา พิจารณาใหม่นี่คือญัตติ เพราะฉะนั้นประเด็นการอภิปรายของผมก็จะอภิปรายในประเด็น ตามข้อเสนอที่ท่านสมาชิกได้เสนอมา ญัตติคือข้อเสนอให้สมาชิกหรือรัฐสภาหรือสภาแห่งนี้ มีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเองก็จะอภิปรายในประเด็นที่อยากให้สมาชิกลงมติไป อย่างใดอย่างหนึ่ง การที่จะให้สมาชิกในสภาแห่งนี้ลงมติไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเองก็ต้อง ให้เหตุให้ผลให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่าท้าไมผมถึงมีความเห็นอย่างนั้น นี่คือแนวทาง การอภิปรายเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อบังคับเป็นไปตามญัตตินะครับท่านประธาน ญัตติขอให้ ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านได้เสนอแถลงญัตติ พร้อมกับยืนยันว่าขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ให้การสนับสนุน ยืนยันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินก็สามารถ น้ามาตรา ๑๔๘ วรรคสอง มาใช้ได้ทันที ก็คือสามารถยืนยันได้ทันที ไม่ต้องรอให้ครบ ๑๘๐ วัน เสมือนกฎหมายทั่วไป ท่านประธานครับ กระผมเองในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน ในการท้าหน้าที่ของกระผมเองก็ค้านึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ เป็นหลัก นั่นคือผลประโยชน์โดยรวม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเห็นว่าถ้าเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนโดยรวม ไม่ว่าจะ ณ วินาทีนี้หรือในอนาคตระยะกลาง หรือระยะยาว ต่อไปนั้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้การยืนยัน การยืนยันร่างกฎหมายที่ถูกยับยั้ง โดยวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) นั้นก็ต้องด้าเนินการไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ไม่สามารถกระท้าเป็นอื่นได้ ความหมายของกระผมก็คือว่าหลังจาก ที่ถูกยับยั้งแล้วก็เป็นหน้าที่ของวุฒิสภาที่แจ้งมาที่สภาผู้แทนราษฎรในผลแห่งการยับยั้งนั้น จะด้วยเหตุผลกลใดที่เขายับยั้ง นั่นก็เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะต้องสอบถามไปยังส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลข้อเท็จจริงมาประกอบในการตัดสินใจที่จะลงคะแนนว่าจะยืนยันหรือไม่ยืนยัน อันนั้นเป็นสิทธิโดยชอบเลยและเป็นเหตุเป็นผลด้วย แล้วก็จะเป็นบันทึกแห่งสภาแห่งนี้ กรณีมีข้อสังเกตในการอภิปรายเพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายเพื่อน้ากฎหมายสู่การปฏิบัติ ที่จะเป็นประโยชน์ยิ่งตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไป

ท่านประธานครับ การยับยั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) คือวุฒิสภา ไม่รับไว้พิจารณา ไม่รับไว้พิจารณานั่นถือเป็นการยับยั้งตั้งแต่ชั้นรับหลักการ ประเด็นว่า ถ้าถูกยับยั้งอย่างนี้ เมื่อเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้วท้าอะไรได้บ้าง ท้าได้ ๒ กรณีครับ กรณีแรกยืนยัน ถ้าเพื่อนสมาชิกยกขึ้นมาให้ยืนยันตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเราตาม ข้อ ๑๓๓ นะครับ เมื่อมีสมาชิกเข้าชื่อกัน ๒๐ ชื่อ เสนอญัตติยกให้ขึ้นมาพิจารณา เพื่อจะยืนยัน สภาผู้แทนราษฎรเราก็พิจารณา อีกกรณีหนึ่งท้าได้ก็คือไม่ยืนยัน กฎหมายฉบับนี้ ก็เป็นอันตกไป ถ้าอยากให้มีการยกร่างใหม่ก็ไม่ยืนยัน แต่กราบเรียนท่านประธานนะครับ การยกร่างใหม่ในสมัยประชุมนี้จะกระท้ามิได้ครับ เพราะหลักการแห่งกฎหมายฉบับนี้ตกไป ก็ต้องไปว่ากันในสมัยต่อไป นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น

กระผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเหตุที่ผมต้องยืนยัน และขอความร่วมมือไปยังเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับว่าได้โปรดช่วยกันยืนยัน โดยเฉพาะเสียงต้องเกินกึ่งหนึ่งครับ กึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้เท่าที่มีอยู่ ๔๙๘ เสียงครับ กึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ เสียง จะต้องได้เสียงแห่งสภานี้ ๒๕๐ เสียง กฎหมายฉบับนี้ ถึงจะผ่าน และน้าทูลเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐

ด้วยความเคารพท่านประธานยิ่งครับ ผมเองกราบเรียนเหตุผลที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไปในสาระส้าคัญ ๓ เรื่องหลักนั้นที่เป็นเหตุผลที่ต้องเสนอกฎหมาย ประการส้าคัญที่สุด เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ พระองค์ได้ทรงพระราชทานชื่อเป็นชื่อของสถาบันด้วย นั่นเป็นเหตุผลส้าคัญ แล้วจิตจ้านงที่พี่น้องปวงชนชาวไทย เราในฐานะที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่จะ สืบสานปณิธานของพระองค์ท่านให้มีสถาบันจ้าเพาะขึ้นเป็นสถาบันดนตรี จริงอยู่ครับ ในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนั้นก็เป็นความเห็นของพวกเราในชั้นการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรที่เราพยายามได้ทักท้วง ได้น้าเสนอให้กับกรรมาธิการไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง วัตถุประสงค์ที่คลุมเครือ วัตถุประสงค์ที่ไม่ชัดเจน มีความเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ และที่วุฒิสภาเฉกเช่นกัน มีข้อเสนอให้มีการเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อเสนอของกรรมาธิการ ของวุฒิสภาเกี่ยวกับด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีข้อเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุง ถ้าข้อเสนอของ กรรมาธิการชุดนั้นได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้วน้าสู่กระบวนการการรับไว้พิจารณา และการแก้ไข ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยมีครับท่านประธาน ผมเป็นผู้แทนราษฎร มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ไม่เคยมีกฎหมายฉบับไหนที่ถูกยับยั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ แต่ถ้าเป็นปี ๒๕๔๐ ก็ว่ากันไปตามเลขมาตราครับ แต่ถูกยับยั้งด้วยวิธีการนี้ไม่มีครับ ดีที่สุดมีการแก้ไขตาม (๓) แก้ไขบทมาตราตามที่วุฒิสภา เห็นสมควร ข้อเสนอกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไปดูก่อนแล้วน้ากลับเข้ามาเสนอ มันก็เป็นเรื่อง ที่แปลกพอสมควร เป็นค้าชี้แจงของกรรมาธิการที่วุฒิสภามอบหมายไปน้ามาชี้แจงต่อสภา ผู้ที่รับผิดชอบต่อกฎหมายไปชี้แจงต่อวุฒิสภา แต่สิ่งที่ออกมาคะแนนกลับไม่ได้รับความเห็นชอบ ก็เป็นเรื่องที่แปลก อันนี้ก็ต้องไปค้นหา ภายในกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น จิตจ้านงจะยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ ให้กฎหมายฉบับนี้ตกไปหรือไม่ ผมก็พอได้ทราบข่าวมา แต่ไม่ชัดเจนครับท่านประธาน ไม่อยากจะกล่าวหา เพราะเขารู้ว่า เมื่อเขายับยั้งแล้วผู้แทนราษฎรต้องมาพิจารณาต่อ ความหมายในเสียงข้างมาก ฐานะที่เป็น ฝ่ายเสียงข้างมาก กฎหมายฉบับนี้เสนอโดยคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายบริหาร เป็นองค์คณะของฝ่ายบริหาร ถ้าสภาแห่งนี้นะครับ หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรไม่ยืนยัน นั่นล่ะครับ คือความรับผิดชอบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่รัฐสภา ให้การรับรอง ให้มีการพิจารณาต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ถ้าท่านประธานจ้าได้ เพื่อนสมาชิกจ้าได้ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้น้าร่างกฎหมาย ที่ถูกเสนอโดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ในสภาที่ผ่านมา บรรจุในระเบียบวาระการประชุม ขอให้รัฐสภา ยืนยันว่าสามารถน้ามาพิจารณาต่อเนื่องได้ นั่นคือความส้าคัญครับ ผ่านมา ๒ รัฐบาลครับ ถ้ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ยืนยันนะครับ ถ้ารัฐสภาไม่ยืนยันตกไปตั้งแต่ มีการยุบสภา ก็ต้องมาเสนอกันใหม่ และนั่นคือสิ่งที่เป็นมา ๒ ยุค ๒ สมัย การผ่านมา ๒ ยุค ๒ สมัยนี้ ความเข้าใจของตัวกระผมเองครับ การที่จะยกร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมา ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย หน่วยงานที่รับผิดชอบ ส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องคาพยพต่าง ๆ ให้ความเห็นชอบ ส้านักงบประมาณ ข้อท้วงติงของวุฒิสภา ส่วนหนึ่งก็คือว่าจะตั้งสถาบันแห่งนี้เป็นอุดมศึกษาเสมือนมหาวิทยาลัย ก็จะขยายเป็น มหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคตซึ่งใช้งบประมาณมาก นี่คือข้อห่วงใยของวุฒิสภา ท่านประธาน ความเห็นของส้านักงบประมาณจากเอกสารในการชี้แจงประกอบของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี หรือต่อสมาชิกวุฒิสภาก็ดี งบประมาณโดยรวม ๑๑๙,๐๙๙,๐๐๐ บาท จะเป็นสถาบันดนตรีที่จะสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพัฒนาการดนตรี ให้ต่อเนื่องขึ้นไปในสาขาวิชาดนตรีที่เกี่ยวข้อง ผมเน้นตรงนี้เพื่อต้องการให้บันทึกครับ เป็นศาสตร์ดนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องการส่งเสริมดนตรีคลาสสิกและศาสตร์ดนตรีที่เกี่ยวข้อง ถึงแม้จะไม่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ แต่เจตนารมณ์ต้องไปท้าครับ ถ้าไม่ท้าเมื่อน้าสู่การปฏิบัติ ตามกฎหมายแล้ว สมาชิกสภาแห่งนี้เสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ก็ขัดกับเจตนารมณ์ ที่เราพูดกันไว้อย่างชัดเจน ถ้าเป็นอย่างนั้นนะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าผู้ที่จะน้าสู่การปฏิบัติ ไม่กล้าหรอกครับ ไม่กล้าแม้กระทั่งจะคิดที่จะไม่ส่งเสริมดนตรีคลาสสิก เพราะไปกราบบังคมทูล ขอพระราชทานนาม บุคคลชั้นสูงของประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ ให้การสนับสนุนเป็นที่ปรึกษา องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นที่ปรึกษา ไม่กล้าหรอกครับ ที่จะไม่ท้าเรื่องดนตรีคลาสสิก ถ้ากล้าท้าสภาแห่งนี้ควรจะต้องประณามส้านักงบประมาณ หรือหน่วยงานทุกอย่างไม่ต้องสนับสนุนผ่านร่างงบประมาณเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ในปีต่อไป พวกเราตัดทั้งหมดได้ เพราะเหตุผลคุณไม่สนับสนุนเรื่องดนตรีคลาสสิก เป็นเหตุผลอันควร ไม่ต้องคลอดแล้วท้าแท้งตั้งแต่ร่างงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความกังวล ของเพื่อนสมาชิกในเรื่องของความไม่ชัดเจน ในเรื่องของวิธีการด้าเนินงานต่าง ๆ ผมว่า พวกเราตั้งข้อสังเกตไว้ก็จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อห่วงใย แต่สิ่งที่เราไม่สามารถกระท้าได้เลย คือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวบทที่มีอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในชั้นนี้ เพราะว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญและข้อบังคับใดให้เรากระท้าได้ ให้เรายืนยันหรือไม่ยืนยันเท่านั้น เพราะนั่นเป็นความจ้าเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับที่เราต้องยืนยัน เพราะผ่านกระบวนการ ของการยกร่าง ผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบของพวกเราไป เสียงไม่เห็นชอบไม่มีในชั้น ของสภาผู้แทนราษฎร ยกเว้นเสียงงดออกเสียง ๒ ฝ่ายเห็นพ้องด้วยกันหมด เพราะฉะนั้น การที่จะยืนยันร่างเดิม หมายถึงร่างของสภาผู้แทนราษฎรชอบอย่างยิ่งครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ (๒) ร่างเดิมคือร่างของพวกเรา ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปเป็นข้อสังเกตส้าหรับผู้ปฏิบัติ ข้อทักท้วง ข้อท้วงติงต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ เกิดเป็นปัญหาในอนาคต ผู้ที่รับภาระในการจะพิจารณาไม่ว่าจะชั้นของวาระรับหลักการ พวกเรากันเอง หรือชั้นของวาระหลังจากรับหลักการไปแล้วเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สอง กรรมาธิการควรจะได้ฟังความคิดเห็นเพื่อนสมาชิกบ้างในประเด็นที่เราทักท้วง ในประเด็น ที่เราท้วงติงไปเพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดในการบัญญัติกฎหมาย แต่ก็เข้าใจครับกรรมาธิการ ชุดนี้ท่านก็มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ทั้ง ๆ ที่เราดูแล้วร่างไม่ค่อยจะสอดคล้อง เหมาะสมนัก เพราะตัวร่างเทียบเคียงกับมหาวิทยาลัยบางแห่งที่เราเพิ่งผ่านสภาไป ผมเข้าใจว่า ลอกมาทั้งดุ้น เปลี่ยนแต่ถ้อยค้าบางตัวบางอักษรเท่านั้น มันก็เลยท้าให้พวกเรามีความล้าบากใจ พอสมควร จริงอยู่ครับประธาน ความเป็นสถาบันไม่ได้ท้าหน้าที่การเรียนการสอนอย่างเดียว ท้าหน้าที่ในการวิจัย ทะนุบ้ารุงศิลปวัฒนธรรม บริการสังคมก็เป็นภาระหน้าที่ที่ต้องด้าเนินการ เพราะฉะนั้นความคุ้มค่า ความคุ้มทุน ถ้าสถาบันแห่งนี้เกิดขึ้นมาในชั้นนี้ผมถือว่าเป็นประโยชน์ แต่ว่าภายใต้การเฝ้าดู ภายใต้การตรวจสอบ ภายใต้การติดตามของพวกเราอย่างใกล้ชิด สุดท้ายผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก พวกเราได้โปรดช่วยกันเถอะครับ ช่วยกันที่จะลงคะแนนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งถูกยับยั้งไว้ได้ผ่านความเห็นชอบ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในที่นี้ ๒๕๐ เสียงขึ้นไป ผมมั่นใจว่ามากกว่า ยกเว้นสมาชิกบางท่านมีความปรารถนาดีอยากให้ไปปรับแก้ให้มันดีขึ้น อันนั้นก็เป็นความเห็น ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ