ศุภชัย ใจสมุทร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ..... และร่างพระราชบัญญัติศุลกากรว่าด้วยการอนุมัติการให้เป็นไปตามความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดนในภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ต้องขอบอกว่าผมเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามาอย่างที่ให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาวันนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะเรียนต่อท่านประธาน ก็คือว่าจริง ๆ แล้วตามความร่วมมือที่ได้ตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านของอาเซียนเราประเทศไทย จะต้องเสนอกฎหมายถึง ๕ ฉบับ ในลักษณะที่เป็นส้ารับเข้ามาเป็นกฎหมายเป็นพวงก็คือ กฎหมายฉบับนี้ แล้วก็จริง ๆ ที่ควรจะต้องมีก็คือ พ.ร.บ. การรับขนคนโดยสารและสัมภาระ ทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งก็ยังไม่ได้เสนอมา พระราชบัญญัติการรับขนของทาง ถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็คงจะเสนอใช่ไหมครับ แล้วก็สิ่งที่เป็นของกระทรวงการคลังก็คือร่างพระราชบัญญัติศุลกากรว่าด้วยการอนุมัติการให้ เป็นไปตามความตกลงว่าด้วยการอ้านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดนในภูมิภาค ลุ่มแม่น้าโขง แล้วก็ พ.ร.บ. ศุลกากรส่วนที่เกี่ยวข้องกับจีเอ็มเอส คือมาตราที่เกี่ยวข้องด้วย บทเรื่องของการผ่านแดนนะครับ ซึ่งส้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วแต่ก็ยัง ไม่ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งจริง ๆ นี่ผมก็มีความรู้สึกว่าอยากจะให้มีการเสนอเข้ามา พร้อมกันเพื่อที่จะสามารถเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะอ้านวยความสะดวกให้การค้า ระหว่างประเทศสามารถด้าเนินการไปด้วยความสมบูรณ์ ท่านประธานครับ สิ่งที่เป็นความจริงอยู่ อย่างหนึ่งในโลกนี้ ก็คือวันนี้โลกทั้งโลกเราเป็นโลกเดียวกัน เรามีการค้าขายข้ามพรมแดนกัน มาเนิ่นนานและยิ่งเรามีข้อตกลงในการที่จะท้าให้กลุ่มประเทศของเราเป็นกลุ่มเดียวกัน นั่นหมายถึงว่าสิ่งส้าคัญที่สุดที่แต่ละประเทศจะต้องมีให้แก่กัน ก็คือการที่มีกฎหมายในการ ที่จะอ้านวยความสะดวกส่งเสริมให้การค้าขายข้ามพรมแดนได้สามารถที่จะด้าเนินการได้ อย่างบรรลุเป้าหมาย แน่นอนครับ ในอดีตที่ผ่านมานี่เราอาจจะไม่มีการค้าขายที่เป็นการค้าขาย ข้ามพรมแดนในลักษณะที่เป็นการขนส่งสินค้าจากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่งและต่อไป อีกประเทศหนึ่ง ลักษณะการขนก็ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน เช่นว่าถ้ามาทางเครื่องบินก็มา เครื่องบินเลย แต่ปัจจุบันนี้การค้าขายโดยการค้าการข้ามพรมแดนนี่มันมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น การขนของ ขนสัมภาระ ขนสินค้า นี่ผมพูดเฉพาะสินค้าอย่างเดียวยังไม่พูดถึงคนนี่นะครับ ก็จะเห็นว่ามันมีทั้งมาด้วยเรือต่อด้วยเครื่องบินแล้วไปด้วยรถไฟต่อด้วยรถยนต์ ข้ามจาก ประเทศโน้นไปประเทศนี้ ซึ่งการที่จะสามารถที่จะด้าเนินการในลักษณะติดต่อกันหลายประเทศ ในลักษณะด้วยวิธีการอันหลายวิธีการ ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับที่ดีก็ยังจะต้องเป็นปัญหา สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่ด้าเนินการค้าขายกันระหว่างประเทศนี่จะต้องท้าความเข้าใจและรู้จักกันมาก็คือ เราจะต้องศึกษากฎหมายแต่ละประเทศ กฎหมายของการค้าภายในประเทศจริง ๆ ก็คือถ้ามี กฎหมายเฉพาะภายในประเทศอย่างเดียวก็อาจจะบอกว่าเอาอยู่ แต่พอมีการค้าขายข้าม พรมแดนกันเราจะพบว่าสิ่งที่จะต้องมีมากกว่านั้น ก็คือมันจะต้องมีกฎหมายภายในและ รองรับด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีเองก็คงจะทราบว่าจริง ๆ มันมีกฎหมายในการค้าขายระหว่างประเทศมันมีกฎหมายอะไรที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ในการค้า ระหว่างประเทศสิ่งที่ผู้ค้าเองเวลาจะท้าความตกลงกันในการที่จะค้าขายกับผู้ค้าคู่ค้า อีกประเทศหนึ่งเขาก็ต้องศึกษาสิ่งที่เป็นกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ด้วย สิ่งนี้มันเป็นสิ่งซึ่งใน วงการค้าเขาเรียกว่าเป็นชอยซ์ ออฟ ลอว์ (Choice of law) เรื่องของกฎหมายเป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขาจะต้องพิจารณาว่าจะอ้านวยความสะดวกได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้นก็คือในการ ท้าสัญญาซื้อขายสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศนอกจากที่จะต้องศึกษาเรื่องกฎหมายแล้วนี่ ในสัญญาก็มักจะมีการระบุเรื่องของการระงับข้อพิพาทว่าถ้าจะมีการพิพาทกันจะต้องมีการ ไประงับข้อพิพาทกัน ณ ที่ใด ที่เขาเรียกกันว่าชอยซ์ ออฟ ฟอรัม (Choice of forum) จะเอาฟอร์รัมไหน ประเทศไหนเป็นที่ระงับข้อพิพาท รวมทั้งจะใช้วิธีการระงับข้อพิพาทโดยวิธีใด ที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ค้าว่า ดิสพิวท์ ออฟ เรซะลูชัน (Dispute of resolution) ว่าจะเอาเรื่อง ของประนีประนอม เรื่องของการเจรจาต่อรองกัน หรือเรื่องของการขึ้นศาล หรือเรื่องของ การอนุญาโตตุลาการ จะเป็นลิทิเกชัน (Litigation) หรือ อาร์บิเทรชัน (Arbitration) หรือ คอนซิลลีเอชัน (Conciliation) แล้วแต่ที่จะเลือก ที่ผมพูดตรงนี้ก็คือก้าลังจะบอกว่าในความ เป็นจริงแล้วการค้าขายข้ามพรมแดนหรืออินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง (International trading) มันมีมากกว่าการค้าขายกันภายใน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าวิวัฒนาการในเรื่อง เหล่านี้มันมีมานานแล้วครับว่าเขาจะท้าอย่างไรให้การค้าขายสามารถอ้านวยความสะดวกกัน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของประเทศของเราก็คือการที่จะต้องท้าอย่างไร ให้มีการอ้านวยความสะดวกกัน อย่างจริง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว แล้วผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงทราบ นะครับว่ากฎหมายการค้าระหว่างประเทศก็เป็นเรื่องส้าคัญ เพราะการค้าระหว่างประเทศ นอกจากจะมีกฎหมายเรื่องภายในประเทศซึ่งมันมีอย่างที่เราทราบกันนะครับ ว่ากฎหมายที่ มันเป็นไพรเวท ลอว์ (Private law) ก็คือเรื่องของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะซื้อขาย ลักษณะนิติกรรมเรื่องหนี้ เรื่องรับขนนี่ก็เป็นกฎหมายภายในประเทศ นอกจากนี้แล้วประเทศเรา เราก็มีการออกกฎหมายซึ่งเป็นเรื่องการรองรับเรื่องการขนส่ง เช่น พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ และนอกจากนี้ก็คือมีการออก กฎหมายเพื่อเป็นการอนุวัติตามอนุสัญญาต่าง ๆ ที่เราได้ท้าความตกลงกันไว้ เช่น มีปัญหา เรื่องของใบตราส่งที่เราเรียกกันว่าเฮก รูลส์ (Hague Rules) หรือที่มีการท้ากันที่กรุงเฮก ก็คืออนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อความเป็นเอกภาพของกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับเรื่อง ใบตราส่ง หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า เดอะ อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเวนชั่น ฟอร์ เดอะ ยูนิฟิเคชัน ออฟ เซอเทน รูลส์ ออฟ ลอว์ รีเลทติ้ง ทู บิล ออฟ เลดดิ้ง (The international convention for the unification of certain rules of law relating to bill of lading) เป็นต้นนี้นะครับ นอกจากนี้เราก็จะมีกฎหมายที่มันรองรับหลายอย่าง เช่น พระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ เรื่องของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีหน้าที่ในเรื่อง ของการเข้ามาระงับข้อพิพาท รวมทั้งเรื่องของคอนฟลิกท์ ออฟ ลอว์ (Conflict of law) คือ พระราชบัญญัติการขัดกันของกฎหมาย เรื่องกฎหมายคนต่างด้าวต่าง ๆ นี่คือกฎหมาย ภายในประเทศ นอกจากนี้เราก็ทราบนะครับ ว่าจริง ๆ แล้วนอกจากกฎหมายภายในแล้ว มันไม่พอ กฎหมายที่มันเกิดขึ้นมากกว่านั้นก็คือมันจะต้องมีกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศก็คือเป็นเรื่องที่เราไปตกลงกันเป็นในลักษณะที่เป็นทวิภาคี หรือ เรียกกันว่าไบเลทเทอรัล อะกรีเมนท์ (Bilateral agreement) หรือที่เป็นพหุภาคี คือมัลติเลทเทอรัล อะกรีเมนท์ (Multilateral agreement) ซึ่งเราไปตกลงกันนะครับ เป็นเรื่องสนธิสัญญา เป็นเรื่องความตกลง อนุสัญญา เช่น เรื่องของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งซึ่งมันมีอยู่ อย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการค้าต่างประเทศ ก็คือมันมีประเพณีทางการค้าซึ่งถือปฏิบัติกันมา เรามีข้อบัญญัติบางเรื่องซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าประเพณีทางการค้าเคยมีกันมา เพราะฉะนั้น เราก็จะพบว่ามันจะมีสิ่งที่เรียกว่าเป็นอินโคเทิร์มส์ (Incoterms) ซึ่งเป็นข้อตกลงในความหมายกัน ว่าถ้าพูดกันอย่างว่าซีไอเอฟ (CIF) นี่ ต่างประเทศหรือภายในประเทศต้องตกลงเหมือนกันว่า แปลว่าอะไร เป็นประเพณีทางการค้าซึ่งจัดขึ้น สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นแพรคทิซ (Practice) หรือว่าเป็นขนบธรรมเนียม หรือเป็นเรื่องมาตรฐานทางการค้าที่ได้มีการจัดท้าขึ้นโดยสถาบัน ระหว่างประเทศ หรือสภาหอการค้าระหว่างประเทศที่เขาเรียกว่าอินเตอร์เนชันแนล แชมเบอร์ ออฟ คอมเมิร์ซ (International Chamber of Commerce) หรือไอซีซี (ICC) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเราในสภาแห่งนี้ที่เป็นผู้มีความรู้ มีความเข้าใจอย่างละเอียดถ่องแท้ในเรื่องกฎหมายลักษณะนี้ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านในทางที่ดีก็คืออย่างท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านก็ทราบดี ที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้คืออยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าวันนี้เราก้าลังจะมาพูดคุยกันในเรื่องของการที่จะท้า กฎหมายภายในให้เป็นที่ยอมรับ เพราะในที่สุดแล้วมันเป็นเรื่องส้าคัญ ถ้ากฎหมายเราไม่เป็น ที่ยอมรับผู้ที่จะมาท้าการค้าขายกับเราเขาก็เป็นห่วงว่าเรามีความพร้อมหรือไม่ ผมจึงบอก โดยหลักการว่าผมเองนี่ผมสนับสนุนให้มีกฎหมายในลักษณะนี้ออกมา แต่ควรที่จะเสนอ ออกมาเป็นส้ารับให้มันครบเซ็ท (Set) ออกมาเลย ไม่ใช่อันโน้นนิดอันนี้หน่อย เมื่อวานนี้ผมก็ อภิปรายไปครั้งหนึ่งแล้วว่าท่านเสนอมานี่ กฎหมายเรื่องขนส่งหรือ พ.ร.บ. รถยนต์ ท่านเสนอมาแบบกะปริดกะปรอย ท้าให้มันสมบูรณ์เลยดีกว่า จะดีไหม เราสภาก็จะได้ช่วย ท้าหน้าที่ในการพัฒนาประเทศ ก็คือการพัฒนากฎหมายให้มันดี ๆ จะเป็นประโยชน์ให้กับ ในการที่ท่านจะได้ส่งเสริมเรื่องการค้าการขาย อย่างกรณีนี้เป็นต้น เดี๋ยวท่านก็คงจะมีเรื่อง การเสนอกฎหมาย เรื่องการรับขนสินค้าข้ามประเทศ ซึ่งจริง ๆ แบบนี้ถ้าท่านสมาชิกหรือ ท่านประธานได้ติดตามก็จะเห็นว่าในประเทศยุโรปนี่เขามีกันนานแล้ว เหตุผลเพราะประเทศยุโรป มันใกล้เคียงเล็ก ๆ จากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งนี่ขับรถเพลิน แป๊บเดียว ๒ ชั่วโมง ทะลุข้ามประเทศแล้ว ซึ่งตรงนั้นเขาจะต้องมีกติกาในเรื่องของการขนส่ง มันมีสิ่งที่เขาเรียกว่า แคเรียส์ ออฟ กูดส์ บาย โรด (Careers of Goods by road) อยู่ วันนี้เราก้าลังจะมีกฎหมายฉบับนี้ หรือบางครั้ง กฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามาควรจะพิจารณาที่มันสลับซับซ้อนมากขึ้น เตรียมตัวในเรื่องของ การขนส่งที่เขาเรียกว่าเป็นการขนส่งหลายรูปแบบนะครับ มันเป็นยูนิฟอร์ม (Uniform) ที่เขาเรียกว่ายูนิฟอร์ม รูลส์ ฟอร์ มัลติโมเดล ทรานสปอร์ต ดอคคิวเมนส์ (Uniform rules for multimodel transport documents) เป็นต้น ทุกวันนี้ที่เรียนทั้งหมดก็คือว่าผมดีใจว่า ทางรัฐบาลได้เสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์มา แล้วผมคิดว่าเมื่อในชั้นกรรมาธิการผมก็คง จะได้มีโอกาสที่จะได้เสนออะไรที่เป็นประโยชน์ในการที่จะท้าให้กฎหมายนี้มีความสมบูรณ์ ในการส่งเสริม ในการค้าขาย เพราะความมีศักยภาพของประเทศไทยของเราก็คือเราเป็น ประเทศที่เป็นหน้าด่านหรือว่าหลังด่านก็ตามในการที่จะเข้าไปสู่การค้า นอกจากในอาเซียน แล้วเราก็ติดต่อกับประเทศจีน ประเทศอินเดีย ซึ่งตอนนี้การที่เราจะสามารถเป็นศูนย์กลาง อย่างสมบูรณ์ได้เราก็ต้องมีกฎหมายอันพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายภายในประเทศ สิ่งที่อยากจะฝากก็คือกฎหมายภายในประเทศของเราที่จะพิจารณานี่นะครับ ที่จะเสนอเข้ามา ควรที่จะค้านึงว่ามันมีข้อตกลงระหว่างประเทศที่เป็นอินเตอร์เนชันแนล อีโคโนมิค ลอว์ (International economic law) เป็นเรื่อง ไพรเวท ลอว์ ของเรามีแล้ว พับลิค ลอว์ (Public law) เขาเป็นอย่างไร แล้วท้าให้มันเกิดความสมบูรณ์ ไปดูข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่เป็นระดับพหุภาคีหรือทวิภาคีให้มันสอดคล้องกัน แล้วผมคิดว่ากฎหมายก็จะเป็นประโยชน์ อย่างสมบูรณ์ แล้วผมขอเรียนว่าผมสนับสนุนสิ่งที่ท่านเสนอมาครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ