สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕

ณรงค์ ดูดิง หารือเรื่องกฎหมายที่เสนอมาตรา 3 เกี่ยวกับการขนส่งข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเรื่องใบกระท่อมที่ไม่ผิดในประเทศมาเลเซียแต่ถูกจับในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่โดยไม่มีพื้นที่ชัดเจน และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลภาคีตามความตกลงระหว่างประเทศ และการดำเนินการตามกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งข้ามพรมแดนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในพื้นที่ควบคุมร่วมกัน นอกราชอาณาจักร และเรียกร้องให้ประเทศไทยดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ให้อาณาจเกินขอบเขต

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดยะลา เมื่อผมได้พิจารณาเรื่องกฎหมาย ที่เสนอมานี้นะครับท่านประธาน บางจุด บางส่วนก็เห็นด้วย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดก็จะเป็น การจะก้าหนดการจัดตั้งจุดตรวจร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ส้าหรับกฎหมายฉบับนี้เป็นสิ่งที่เป็นข้อความที่น่าเป็นห่วงแล้วก็เกิดความไม่สบายใจกับผม ในฐานะที่ได้อ่านกฎหมายนี้อย่างคร่าว ๆ เป็นอย่างมากครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับที่เสนอมานี้ มาตรา ๓ นั้นได้พูดถึงการขนส่งข้ามพรมแดนนะครับ ซึ่งหมายถึงการเดินทางเข้ามาในหรือนอกราชอาณาจักรของบุคคลนะครับ โดยจะพูดตรงนี้ ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยนะครับ เพราะปัญหาขณะนี้ประเทศไทยของเราในพรมแดนซึ่งผมเอง อยู่ที่จังหวัดยะลา อยู่ที่อ้าเภอเบตงซึ่งเป็นอ้าเภอที่ตั้งอยู่พรมแดน ที่ผมได้มีประสบการณ์ ได้ทราบก็คือตั้งแต่สะเดาของจังหวัดสงขลา อ้าเภอเบตงของจังหวัดยะลา อ้าเภอแว้ง อ้าเภอสุไหงโก-ลก และอ้าเภอตากใบของจังหวัดนราธิวาส แล้วก็จังหวัดสตูล ซึ่งจังหวัดสตูล ซึ่ง ๓-๔ จังหวัดนี้เราเป็นเขตพรมแดนที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย นอกจากนั้นเมื่อไม่นานมานี้ ในฐานะที่คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยก็ยังไปตรวจพื้นที่ด้านเมียวดีของประเทศพม่า แล้วก็ของประเทศไทยและเข้าไปสู่ประเทศพม่าซึ่งประเทศใกล้เคียงที่มีการขนส่งสิ่งของกัน เป็นจ้านวนมาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ กฎหมายนี้แม้มาตรา ๓ ได้พูดถึงบุคคล ในการที่เข้าประเทศบ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้พูดในรายละเอียดในเรื่องของปัญหาของบุคคล และพาหนะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของภาคใต้ ส่วนใหญ่ในอดีตนั้นเคยท้าประกอบธุรกิจรถตู้ นะครับ โดยได้ขนส่งประชาชนไปยังประเทศมาเลเซีย ไปยังกัวลาลัมเปอร์ ไปยังปีนังแล้วก็ไปยัง เกาะลังกาวี ซึ่งถือว่าภาคใต้นั้นได้ใช้เส้นทางส่วนนี้ได้ขนส่งประชาชนเพื่อไปท่องเที่ยวอันเป็นการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่ง นอกจากน้าคนไทยออกไปเที่ยวข้างนอกและบางครั้ง ก็ยังน้าญาติพี่น้องที่สนใจกลับมาเที่ยวประเทศไทยด้วย แต่บัดนี้นะครับ หลังจากมีปัญหา เรื่องรถตู้แล้ว รถตู้ที่ขนส่งประชาชน ขนส่งผู้โดยสารไปยังประเทศมาเลเซีย ท่านทราบไหมครับว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ดีในฐานะที่ ผู้รับผิดชอบหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่เคยที่จะเหลียวแล เรื่องเหล่านี้เลย ปล่อยทิ้งขว้างให้ประชาชนที่ขับรถตู้ส่งผู้โดยสารนั้นไม่สามารถจะขนส่ง ผู้โดยสารไปยังประเทศมาเลเซีย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รายละเอียดตรงนี้ก็ไม่ได้พูดถึงแล้วก็ไม่ได้มี การเจรจา ทั้ง ๆ ที่มีการสะท้อน มีการเรียกร้องไปยังกระทรวงคมนาคมหลายครั้งหลายครา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่านี่ต่างหากที่เป็นปัญหาของประชาชนที่จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้มี ความสมดุลในประเทศ แต่ประเทศมาเลเซียนั้นรถรับจ้างของเขาเข้ามายังหาดใหญ่ได้นะครับ โดยไม่มีข้อจ้ากัดอะไรเพราะเราต้องการนักท่องเที่ยวจากเขาเพื่อน้าเงินเข้าประเทศ แต่ในขณะที่ของเรานั้นไม่สามารถจะไปได้เพราะถูกกีดกัน ถูกท้าผิดนะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็อยากจะให้กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ด้วยนะครับ ประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เกี่ยวกับกฎหมายนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะกังวล ก็คือพื้นที่ควบคุมร่วมกันนอกราชอาณาจักร ส่วนพื้นที่ควบคุมในราชอาณาจักรคงไม่มีปัญหา การกระท้าความผิดใด ๆ ท้าในราชอาณาจักรแล้วก็จ้าเป็นจะต้องด้าเนินคดีในราชอาณาจักร แต่ถ้าหากประเทศภาคีท้าในราชอาณาจักร ตามกฎหมายแล้วประเทศภาคีสามารถจะร้องขอ กลับไปยังประเทศของเพื่อนบ้านได้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาก็คือกฎหมายที่ขัดกันนะครับ ผมจะกล่าวเช่นกฎหมายเกี่ยวกับใบกระท่อมที่เขาเสพกัน ปัญหาทุกวันนี้ก็คือปัญหา ๔ คูณ ๑๐๐ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ๔ คูณ ๑๐๐ นั้น ในประเทศมาเลเซียเขามีอยู่แล้ว บางครั้งประเทศเพื่อนบ้านถูกขนส่ง คนไทยเองก็ไปขนส่งกลับมาเข้าประเทศไทย แต่ในประเทศมาเลเซียนั้นไม่ผิด แต่ถ้าวันใดที่คนของประเทศเพื่อนบ้านขนมายังประเทศไทยมาถูกจับที่ประเทศไทยนั้นผิด แต่ประเทศของเขาไม่ผิด เขาจะร้องขอกลับไปยังประเทศเขาบอกว่าจะด้าเนินคดี ด้าเนินคดีแล้ว จะต้องไม่ถูกด้าเนินคดีอย่างแน่นอน เพราะกฎหมายของเขานั้นไม่ผิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นการขัดกันในเรื่องของกฎหมาย เช่นกันคนไทยไปถูกจับในเขตควบคุมหรือในประเทศมาเลเซีย หรือในพื้นที่นอกราชอาณาจักรของประเทศไทย แต่ว่าไปกระท้าความผิดขนส่งสินค้าเช่นที่ว่านี้ ก็คือใบกระท่อมที่ประเทศมาเลเซียที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ว่าในประเทศมาเลเซีย ไม่ถูกด้าเนินคดีเพราะว่ากฎหมายเขาไม่มีในการด้าเนินการสิ่งเหล่านี้ ถ้าหากเขาสามารถเล็ดลอด น้าเข้ามาประเทศไทยสร้างปัญหาใหญ่โตทุกวันนี้ตามแนวชายแดน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในกฎหมายนี้ก็ไม่ได้เขียนให้ชัดเจนว่าจะด้าเนินการอย่างไร เป็นข้อสังเกตที่ผมจะ ตั้งข้อสังเกตไว้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่น้าเสนอกฎหมายนี้นะครับ

อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ ในกรณีที่มาตรา ๔ มาตรา ๔ นั้น เป็นการให้อ้านาจแก่เจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง ให้อ้านาจอย่างกว้างขวาง แต่ว่าไม่มีพื้นที่ ที่ชัดเจน ไม่ได้บอกในสภาว่าจะเอาตรงไหนเป็นหลัก อย่างเช่น กรณีที่เขตตรวจร่วมกัน ตรงไหน จุดไหนเป็นหลัก วันนี้ก็ยังไม่ได้ชี้แจงมาขออ้านาจก่อน ต่อไปกระทรวง ทบวง กรม หรือกระทรวงมหาดไทยจะไปก้าหนดเขตตรงไหนไม่ทราบแต่ว่าขออ้านาจก่อน ไม่ต่างอะไรกับ ขอเช็ค (Cheque) เปล่า เมื่อให้เช็คเปล่าแล้วก็ไปเซ็นกันเองเท่านั้นเองนะครับ อ้านาจอันนี้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้นท่านครับ บรรทัดที่ ๒ น่ากลัวมาก มาตรา ๔ บรรทัดที่ ๒ เมื่อได้ก้าหนด พื้นที่ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง และรัฐบาลของประเทศภาคีตามความตกลง ได้แจ้งพื้นที่ที่ก้าหนดให้พื้นที่ควบคุมร่วมกัน นอกราชอาณาจักรให้รัฐบาลไทยทราบ แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้าเนินการเท่าที่จ้าเป็น เพื่อให้สามารถด้าเนินพิธีการ อย่างเบ็ดเสร็จในพื้นที่ควบคุมร่วมกัน เบ็ดเสร็จตรงนี้หมายถึงอะไรครับท่านประธาน ในกฎหมายนี้มีค้าว่าเบ็ดเสร็จด้วยหรือครับ ค้าว่าเบ็ดเสร็จนั้นหมายถึงอะไร ท่านจะใช้อ้านาจ มากน้อยแค่ไหนในมาตรา ๔ อยากจะให้ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาชี้แจงด้วยเบ็ดเสร็จนั้น ท่านหมายถึงเผด็จการไหม จะจัดการทันทีไหม เหมือนกับผู้ติดยาเสพติดแล้วต้องยิงทิ้งไหม ค้าว่าเบ็ดเสร็จในที่นี้หมายถึงอะไรครับ ถ้าคนที่ขนใบกระท่อมจับได้แล้วอย่างเบ็ดเสร็จ จะต้องจัดการอย่างไร ตรงนี้อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายด้วยครับ

แล้วมาตรา ๖ เช่นกัน การยกเว้นเมื่อกี้ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดไปแล้วผมจะไม่พูด เพราะว่าเวลาก็ไม่มีมากผมจะไม่พูด การให้ข้อยกเว้นกับบุคคลกับคณะใดมาบุคคลใดมา ยกเว้นกฎหมายนั้น เป็นสิ่งที่ควรกระท้าหรือไม่ อันนี้อยากจะให้ข้อคิดนะครับ

ส่วนมาตรา ๘ ท่านประธานครับ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลภาคีตามความตกลง ที่ด้าเนินพิธีการในพื้นที่ควบคุมร่วมกันในราชอาณาจักร เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อันนี้ก็จะต้องอธิบายครับ ให้เจ้าหน้าที่ของประเทศภาคีมาเป็นเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ท่านหมายความว่าอย่างไร ฉันจะให้อ้านาจกับคนเหล่านั้นปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับต้ารวจไทย เหมือนกับทหารไทย เหมือนกับเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ปกครองของไทยหรือไม่ มาตรา ๘ ท่านประธานครับ ส่วนการกระท้าความผิดเมื่อกี้ผมได้พูดแล้วว่าการกระท้าความผิดนั้น ในกรณีที่มีกฎหมายขัดกันแล้วท่านจะท้าอย่างไร จะปฏิบัติตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายมาเลเซีย หรือกฎหมายประเทศภาคี

ประการต่อมาก็มาตรา ๑๓ การด้าเนินการในกรณีที่การกระท้าความผิด ตามกฎหมายไทยที่เกี่ยวกับการขนส่งข้ามพรมแดนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในพื้นที่ควบคุมร่วมกัน นอกราชอาณาจักรให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยร้องขอ ถ้าร้องขอแล้ว ถ้าเกิดกระท้าความผิด ประเทศเพื่อนบ้านนั้นเขามีความเด็ดขาดในเรื่องของกฎหมาย แน่นอนครับผมเชื่อว่าร้องขออย่างไร เขาจะไม่ให้ง่าย ๆ แล้วถ้าหากร้องขอแล้วเขาไม่ให้เราจะด้าเนินการอย่างไร แล้วถ้าหาก เจ้าหน้าที่ไม่ร้องขอ ไม่สามารถจะร้องขอได้จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ หรือไม่ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมตั้งข้อสังเกตให้กับ ท่านประธานในวันนี้ก็เพื่อเป็นแนวทางส่วนหนึ่งแล้วผมจะติดตามกฎหมายนี้ เพราะว่า เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของคนในพื้นที่ เพราะการก้าหนดมาตรการ และแนวทางที่เสนอกฎหมายเพื่อขอที่จะไปก้าหนดพื้นที่ทีหลังนั้น ผมคิดว่าหากวันนี้ยังไม่มี รายละเอียดเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเสี่ยงอย่างยิ่งในการที่จะขออ้านาจก่อน แล้วก็ไปก้าหนด ไปก้าหนดรายละเอียดในภายหลัง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต้น ๆ ที่ร่วมกันก่อตั้งอาเซียน แล้วก็ประเทศไทยของเราก้าลังจะเดินเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี ๒๐๑๕ ที่จะถึงนี้ ผมก็อยากจะเห็นกฎหมายในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน แล้วก็อ้านวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตชายแดน แต่ก็ไม่อยากจะให้อ้านาจเกินขอบเขตที่อาจจะท้าให้เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อประเทศไทย ในอนาคตก็ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน