สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕

สมคิด บาลไธสง แสดงความยินดีกับร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุดและเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังเสนอแนะว่าประเทศไทยควรเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการตรวจรถยนต์รวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย และยังแนะนำให้สร้างถนนไปประเทศพม่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการขนส่งสินค้าและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ครับ ผมขอแสดงความยินดีกับร่างพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดน พ.ศ. .... อันนี้ ในฐานะที่กระผมเองเป็นคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย แล้วก็เป็นประธานอนุกรรมการจีเอ็มเอสประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้าโขง ถ้าผมไม่ได้อภิปรายวันนี้ก็ คงไม่รู้จะเป็นกรรมการไปเพื่ออะไรนะครับ ผมได้เดินทางอย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ามันเสียเวลา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเองก็ได้เดินทางไปส้ารวจเส้นทางเพื่อจะ จัดคาราวานครั้งที่ ๓ ของจีเอ็มเอส ตั้งแต่สภาชุดที่แล้วนะครับ ผมก็ได้ร่วมกับคณะคาราวาน เดินทางไปเป็นครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ปีนี้เป็นครั้งที่ ๓ เพื่อเดินทางไปดูด่านชายแดน การขนส่ง สินค้าชายแดน ซึ่งคณะอนุกรรมการของพวกเราได้จัดเป็นประเพณีมาแล้ว ซึ่งพี่น้อง ส.ส. ทั้งหลาย หากอยากร่วมเดินทางในการไปส้ารวจเส้นทางครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ก็มีทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้ร่วมเป็นคณะกรรมการไปด้วย อันนี้ผมขอเชิญชวนล่วงหน้านะครับ คือเราจะเดินทางช่วงวันที่ ๕-๑๑ นะครับ ตั้งแต่กรุงเทพมหานครไปจ้าปาสัก แล้วก็ไล่ขึ้นไปทุกแขวง ของประเทศลาวปีนี้ ๑๗ แขวง ใช้เวลาอยู่ ๗ วัน อันนี้ขอเชิญชวนพี่น้องผู้ชอบร่วมเดินทาง สนุก ๆ ด้วย แล้วก็ไปดูด่านชายแดน ท่านประธานที่เคารพครับ จากการเดินทางไป ด่านชายแดนต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ ก็คือปัญหากฎหมายของเราล้าสมัยจึงท้าให้เกิด การเคลื่อนไหวของรถหรือโลจิสติกส์ทั้งหลายระหว่างชายแดนช้ามาก ผลที่จะตามมาก็คือ สินค้าเราเสียหายโดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ต่าง ๆ เสียหายมากนะครับ โดยเฉพาะผ่านทาง ประเทศเวียดนามไปประเทศจีนไปหนานเซินเป็นด่านใหญ่มาก ที่เปิดด่านกับทางประเทศจีน ก็ได้ไปเห็นอุปสรรคต่าง ๆ จากผู้ค้าต่าง ๆ ท้าให้สินค้าเสียหายเพราะว่าความชราภาพของ กฎหมายของประเทศไทย อันนี้ก็ฝากผู้ที่เป็นคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ดูดี ๆ นะครับ ท้าอย่างไรถึงจะให้เกิดประโยชน์ที่สุด เร็วที่สุดนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เดินทางไปที่จ้าปาสักแล้วก็ลงไปที่บ้านเวินคาม ด่านเวินคาม ตอนนี้ เขายกระดับ เปลี่ยนจากด่านเวินคามมาเป็นที่ด่านหนองนกเขียน เป็นด่านที่ใหญ่มากด่านหนึ่ง ของประเทศลาวที่ติดต่อกับเขมรที่ประเทศลาวเรียกว่าเชียงแตง ความจริงเสตงตรึงนะครับ เชียงแตงเป็นด่านที่ใหญ่มาก ถ้าการขนส่งอย่างนี้จากเชียงแตงกับด่านหนองนกเขียนของ ประเทศลาวกับประเทศเขมร ถ้าเราผ่านไปทางจ้าปาสักลงจากจังหวัดอุบลราชธานีไปจ้าปาสัก วิ่งลงไปฮานอยแค่ ๒๐๐ กิโลเมตรครับ อันนี้จะเร็วมาก ฮานอยมีประชากรตั้ง ๑๑ ล้านคน นะครับ ไม่ใช่ฮานอยครับ ไซง่อนครับ คือโฮจิมินห์ซิตี เมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามใต้ นะครับ โฮจิมินห์ซิตี คน ๑๑ ล้านคน แค่เมือง ๆ เดียวนะครับ ถ้าเรามีการขนถ่ายสินค้า ผ่านไปที่ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ลงไปจ้าปาสัก แล้วก็ไปที่ไซง่อน โฮจิมินห์ซิตี จะท้าให้เราส่งสินค้าได้เร็วมาก

อีกส่วนหนึ่งข้อสังเกตที่ผมสังเกตเห็นว่าด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านที่เป็น ด่านสากลต่าง ๆ ที่ผมเห็นว่าได้เร็วที่สุดก็เห็นที่ด่านที่ประเทศมาเลเซีย เป็นการตรวจรถเร็วมาก ก็อยากให้ทางประเทศไทยเรา เมื่อเราได้ท้ากฎหมายนี้ไปแล้วท้าอย่างไรจะให้มี การเคลื่อนไหวให้รวดเร็วที่สุดเหมือนกับด่านของประเทศมาเลเซียนะครับ ก็อยากให้เป็น อย่างนั้น

อีกส่วนหนึ่งทางด้านตะวันตกนี้ก็ยังไม่แข็งแรงเท่าไรในการขนส่งคือทางด้าน ประเทศพม่านะครับ ผมก็อยากสนับสนุน คือนอกจากเราจะมีด่านชายแดนแล้ว ผมอยากเสนอ กระทรวงคมนาคมออกกฎหมายท้าอย่างไรเราจะมีทางคมนาคมเข้าไปประเทศพม่า ได้สะดวกขึ้นครับ เพราะว่าประเทศพม่าทรัพยากรมนุษย์เขาเยอะ ๔๐-๕๐ ล้านคน น้อง ๆ ประเทศไทย ที่ขึ้นทะเบียน ถ้าไม่ขึ้นทะเบียน พวกกะเหรี่ยง พวกอะไรต่าง ๆ ไม่รู้กี่คน แต่ถ้าสินค้าของเราผ่านเข้าไปในประเทศพม่า เรามีศูนย์กระจายสินค้าที่ย่างกุ้ง หรือที่มัณฑะเลย์ หรือที่เนปีดอ ที่เมืองหลวงของประเทศพม่า ถ้าเรามีศูนย์กระจายสินค้า ของประเทศไทยกระจายอยู่โดยที่เราออกกฎหมายให้มันเอื้อ ท้าอย่างไรรถเราจะขน แล้วตรงไปถึงศูนย์กระจายสินค้าเลยโดยที่ไม่ต้องไปผลัดเปลี่ยนรถอย่างที่หลายท่านอภิปรายไป ถ้าเราไปผลัดเปลี่ยนรถอยู่ที่ชายแดนมันก็ท้าให้เสียเวลาอีก ถ้าเราผ่านไปโดยที่รถของเรา ตรวจตั้งแต่ชายแดนก็วิ่งผ่านไปเลยจนถึงจุดกระจายสินค้า แล้วท้าอย่างไรเราถึงจะได้เปรียบ ส่วนนี้ ให้พิจารณาว่าเราจะออกกฎหมายอย่างไรถึงจะมีโอกาสขนส่งสินค้าของเราไปถึงจุด กระจายสินค้า แล้วเราจะท้าอย่างไรจะได้ขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าของเรากลับมา โดยที่ไม่ได้วิ่งรถเปล่าคืนมามันเสียเวลานะครับ เราอาจจะลดราคาในการขนส่งตอนขากลับ ให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้นะครับ แทนที่เราจะเอาราคาเต็มเหมือนกับที่เราขนไป เราน่าจะลดราคาให้เขา เขาก็คงจะมาใช้โลจิสติกส์ของไทยเราอันนี้นะครับ ไม่ว่าเมืองต่าง ๆ ศูนย์กระจายสินค้า ไม่ว่าคุนหมิง ไล่ตั้งแต่คุนหมิงไปถึงต้าลี่ ลี่เจียง ไปถึงทิเบตเลยครับ ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ขึ้นไปเสฉวน ขึ้นไปจนซินเจียงอุยเกอร์ อะไรนั่นนะครับ ขึ้นไปทางเหนือของประเทศจีน คนมีมากเหลือเกิน แล้วถ้าเรามีสินค้าของเราขนตรงไปจนถึง ศูนย์กระจายสินค้าจะท้าให้เราเป็นพี่ใหญ่ในการขนส่งนะครับ ถ้าเราไม่ท้า ไม่เปิดโอกาสให้ ราคาในการขนส่งสินค้ามาประเทศไทยให้มันต่้าเขาก็ต้องใช้ของเขา อันนี้ก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ผมก็เสนอไว้นะครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งนะครับ ที่หลายท่านก็ยังไม่ได้พูดไปก็คือผู้ขับขี่ ยวดยานพาหนะ ผู้ขนส่งสินค้าน่าจะเป็นผู้มีความรู้ภาษาประเทศนั้น ๆ คือไม่ใช่ไปเป็นคนใบ้ เวลามีปัญหากันนะครับ คนที่ขับรถก็ต้องเข้าใจ คัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ ด้านภาษาในแต่ละประเทศ ไปประเทศพม่าก็พูดภาษาพม่าได้ ไปประเทศอินเดียแล้วไปขนส่ง เรายังมีปัญหาอยู่ชายแดนใกล้ ๆ เราเท่านี้ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าเราท้าถนนจากนี้ครับ ผมอยากฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เราจะท้าอย่างไรถึงจะมีงบพิเศษ ไปสร้างถนนให้ประเทศพม่าเพื่อจะไปถึงย่างกุ้งนะครับ ลงทุนไปเลย เราต้องแลกเปลี่ยน เมื่อเราสร้างถนนต้องให้เราขนสินค้า เราต้องแลกเปลี่ยนกับเขาแบบนี้ ท้าสัญญาสัก ๑๐ ปี ๒๐ ปี เราก็จะได้เปรียบ เพราะประเทศพม่ายังไม่มีถนนหนทางที่ดี ผมไปแล้วก็น่าสงสาร ประชาชนนะครับ ถ้าเราสามารถท้าได้ มีทุนสร้างถนนให้ประเทศพม่าแล้วเราก็ใช้ตัวนี้ เป็นกลยุทธ์ในการที่จะเป็นผู้ได้เปรียบในการขนส่งนะครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งนะครับ ผมว่าน่าจะมีการตั้งกรรมการบริหารชายแดน โดยในการขนส่งสินค้าต้องมีคณะกรรมการเกี่ยวกับการขนส่งโดยเฉพาะจากชายแดน ชายแดนประเทศไทย ชายแดนประเทศลาว ชายแดนประเทศมาเลเซีย ชายแดนประเทศกัมพูชา ชายแดนประเทศพม่า ผมว่าน่าจะเป็นกรรมการที่เบ็ดเสร็จ มีอ้านาจเด็ดขาดในการที่จะ ตัดสินใจในการส่งสินค้านะครับ คือเขาอาจจะเป็นกรรมการ มีเกิดจากผู้เชี่ยวชาญในการ ต่างประเทศหรือจากผู้เชี่ยวชาญที่เขาเกษียณอายุไปแล้วในด้านด่านศุลกากรพวกนี้ครับ หรือ ตม. ต่าง ๆ จัดเขามา เชิญเขามา มาเป็นคณะกรรมการบริหารชายแดนเพื่อจะบริหาร ชายแดนให้มันรวดเร็วขึ้นนะครับ อาจจะขึ้นตรงต่อกระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงการคลัง ก็แล้วแต่นะครับ อันนี้คณะกรรมการบริหารชายแดน ผมก็อยากเสนอตรงนี้ อีก ๑ ข้อเสนอ ก็คือขนาดและจ้านวนรถ เราจะท้าอย่างไรถึงจะไม่ให้เกิดการเสียเปรียบได้เปรียบ คือขนาดรถ รถจะใช้รถกี่ล้อ กี่แรงม้าในการขนส่งนะครับ บางทีเราไปออกระเบียบไม่ชัดเจน เกิดเรา ไม่ก้าหนดขนาดรถไว้ ของเขาก้าหนดรถขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาประเทศไทยได้ แต่ของเรา เขาก้าหนดรถสี่ล้อแบบนี้ เป็นรถปิกอัพเราก็เสียเปรียบนะครับ ก็ควรระมัดระวังตรงนี้ ผู้ที่ไปร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ สุดท้ายผมก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เพราะว่าในฐานะที่เป็นกรรมการลุ่มแม่น้าโขง เป็นประธานอนุกรรมการประเทศลุ่มน้าโขง ผมเห็นว่าเราควรพัฒนาในเรื่องโลจิสติกส์นี้ให้มากขึ้นกว่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ