สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

(ไม่มีสมาชิกขัดข้อง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้อง ผมดําเนินการนะครับ ท่านแรก ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานในเรื่องประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เมื่อวานนี้นะครับท่านประธาน บังเอิญผมได้ไปร่วมงานทอดกฐินมีคณะครูมีรายชื่อดังที่ ผมจะนําเรียนให้ท่านประธานได้มาร้องเรียนเรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครูจํานวน ๑๐,๐๐๐ กว่ารายที่ได้บรรจุก่อนหน้าของรุ่นน้องที่บรรจุมา ๒ ป้แล้วได้รับ ขั้นเงินเดือนสูงกว่าครูที่บรรจุมาแล้วถึง ๑๐ ป้นะครับท่านประธาน แล้วก็มีรายชื่อ รายละเอียด ก็เลยอยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครูเหล่านี้ได้มาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการการศึกษาแล้วเขาก็ได้รับคําตอบว่าตอนแรก บอกว่าจะไปพิจารณาให้แล้วก็จะปรับให้ แต่มาตอนหลังนี้ได้มีหนังสือแจ้งไปบอกว่า ทําไม่ได้นะครับ ก็เลยอยากจะได้คําตอบที่ชัดเจนที่เขาบอกว่านะครับท่านประธานที่เคารพ แล้วผมก็จะเอารายชื่อที่คณะครูได้ร้องเรียนมาแล้วผมก็จะนําให้ท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ก็เรื่องเดิมละครับ เรื่องถนนดงเมือง-ท่าลี่ เมื่อไรจะไป ดําเนินการให้เสียทีนะครับ ขอบพระคุณนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาพอดีครับ ต่อไป คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีหลายหน่วยงานนะครับ อย่างเช่นของกรมชลประทานซึ่งมีลูกจ้างซึ่งเข้าไปทํางาน ในกรมชลประทานหรือในกรมอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน แต่ไม่ได้เข้าโครงการประกันสังคม ซึ่งทางผู้ที่เข้าไปทํางานหรือแม้กระทั่งทางผู้ปกครองเองนั้น ก็อยากจะฝากว่าอยากให้ทาง หน่วยงานนั้น ให้ผู้ที่เข้าไปทํางานเปึนลูกจ้างในโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ได้เข้าโครงการประกันสังคมเพื่อที่เขาจะได้รับสิทธิตามโครงการที่พึงจะได้ครับ ก็ฝาก ท่านประธานถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานนะครับ หลาย ๆ จังหวัดซึ่งมีปัญหาอยู่

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาอันสืบเนื่องมาจากที่น้ําท่วมที่ผ่านมา ทําให้ถนนในจังหวัดสุโขทัยได้รับความเสียหาย แต่ว่าถนนเส้นนี้เปึนถนน ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเปึน โครงการถ่ายโอนไปกระทรวงมหาดไทยก็ต้องรับผิดชอบในการที่จะสั่งการดูแล อย่างเช่น ถนนสายบ้านยางแหลม-หนองกก ตําบลตโนด อําเภอคีรีมาศ ในหมู่ที่ ๖ ในหมู่บ้านหนองกกนั้น ถนนเสียหายเปึนจํานวนมากแล้วรถก็วิ่งไม่ค่อยได้ครับ ก็อยากให้ทางกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าไปดูแล และอีกเส้นหนึ่งก็คือ เส้นสายบ้านสามพระยา-ประดู่เฒ่า บ้านเนินหว้า ในหมู่ที่ ๘ ตําบลกง อําเภอกงไกรลาศ นี่ก็อีกเส้นหนึ่งนะครับ เปึนถนนที่ได้รับความเสียหาย เปึนจํานวนมากในหมู่ที่ ๘ บ้านเนินหว้า ก็ฝากท่านประธานถึงกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่วันนี้ได้เป่ดโอกาสให้หารือค่ะ

เรื่องแรก ที่ดิฉันอยากจะหารือกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีนะคะ ก็คือดิฉันได้ออกไปเยี่ยมเยียนประชาชน ผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการประกันรายได้กับทางรัฐบาล เขาก็ไปดําเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง ท่านประธาน คือไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ไปขึ้นทะเบียนกับทางโครงการ แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดให้ไปรับใบทําสัญญาค่ะ ยังมีเกษตรกรอีกหลายรายค่ะที่ตกหล่น ไม่ได้รับ ใบทําสัญญา เขาก็เกิดความห่วงใยค่ะท่านประธานว่าตอนนี้จะได้รับเงินชดเชยหรือเปล่า เพราะว่าในเมื่อใบประกันสัญญาที่จะเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ก็ไม่ได้ ข้าวในนา ที่ปลูกตอนนี้วี่แววว่าคงจะไม่ได้ผลผลิตที่ดีแน่นอน เพราะว่าน้ําท่วมขัง ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ให้ช่วยดูแลแก้ไขในการขึ้นทะเบียน แล้วก็การออกใบรับรองคือใบทําสัญญาให้กับเกษตรกรที่เดือดร้อนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็เปึนเรื่องสืบเนื่องจากการที่ดิฉันได้ออกไป เยี่ยมเยียนพี่น้องผู้ปลูกข้าวนี่ละค่ะ เขาก็บอกมาว่ามีความเปึนห่วงเปึนใยว่างวดนี้ ถ้าเข้าร่วมโครงการประกันรายได้แล้ว เมื่อถูกน้ําท่วม ผลผลิตก็คือข้าวได้รับความเสียหาย หรือว่าจะเปึนพืชชนิดอื่นก็ได้รับความเสียหาย เขาจะได้รับเงินชดเชยจากน้ําท่วมด้วย หรือเปล่าคะ หรือว่าจะได้เฉพาะที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ตรงนี้เปึนสิ่งที่ประชาชน ข้องใจมาก อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อพี่น้องเขาเดือดร้อน ก็ให้เงินช่วยเหลือทั้งเงินที่ได้จากโครงการประกันรายได้ และเงินที่จะได้รับจากผลกระทบ จากภัยน้ําท่วมด้วย เพราะว่าอย่างไรก็ตามเงิน ๒ ยอดมารวมกัน ถ้าได้นะคะท่านประธาน ก็คงจะไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่พี่น้องประชาชนได้รับค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนริศ ขํานุรักษ์ เชิญ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากจังหวัดพัทลุง ได้ประสบวาตภัยและอุทกภัย ผมจึงขอหารือท่านประธานไปยัง

๑.กรมชลประทานว่าขอให้กรมชลประทานได้ซ่อมแซมคลองส่งน้ํา และโดยเฉพาะถนน ถนนชลประทานซึ่งเปึนถนนหลักของจังหวัดพัทลุงหลายเส้นทาง โดยเฉพาะบ้านทุ่งนาเจริญ ตําบลโคกศักดิ์ อําเภอบางแก้ว ได้รับความเสียหาย ขอให้ เตรียมซ่อมแซม รวมทั้งคลองส่งน้ําชํารุดหลายที่

๒. ขอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปดูแล บ้านเรือนซึ่งพังทั้งหลังจํานวนหลายหลังด้วยกัน ส่วนที่พังบางส่วนนั้นมีการซ่อมแซม เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าชาวบ้านยังไม่มีที่อยู่อาศัย โดยบ้านพังทั้งหลังหลายครัวเรือน

๓. กระทรวงแรงงานนี่อยากให้ไปดูเรื่องลูกจ้างกรีดยาง เจ้าของสวนยาง ก็ประสบปัญหา แต่ว่าลูกจ้างกรีดยาง ทางรัฐบาลกับกระทรวงแรงงานต้องไปคิดว่า จะช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างซึ่งไม่ได้เปึนเจ้าของสวนยางนี้อย่างไรนะครับ

๔. เรื่องที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติการควบคุมราคาไม้ยางพารานะครับ ผมอยากให้เร่งรีบดําเนินการ เพราะว่าไม้ยางพาราถ้าทิ้งไว้ราคาจะลดลงเรื่อย ๆ ต้องตัด ตอนนี้ ต้องขายตอนนี้ ถ้าทิ้งไว้ไม้ยางพาราจะลดลงเรื่อย ๆ ประชาชนจะเดือดร้อน ชาวสวน จะเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น

เรื่องราคาที่มติคณะรัฐมนตรียังไม่ลงตัวครับ ที่จะเยียวยาชาวสวนยาง ๑๗,๐๐๐ บาทนั้นผมคิดว่าน้อยมาก ไม่พอที่จะเยียวยา ประชาชนยังต้องเดือดร้อนต่อไป ผมอยากให้ทางรัฐบาลซึ่งจะมีมติว่าจะช่วยเหลือเท่าไร จะได้เพิ่มเงินจํานวนนี้ขึ้นในการประชุม คณะรัฐมนตรีในอาทิตย์หน้าด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและผู้นําท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องให้ช่วยผลักดันสะพานข้ามลําห้วยส้ม ซึ่งจากบ้านศรีรักษา หมู่ที่ ๖ ถึงบ้านวังลาน หมู่ที่ ๘ ตําบลผานกเค้า อําเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ซึ่งในหน้าแล้งจะสัญจรในถนนแล้วก็ ข้ามฝายน้ําล้น แต่เวลาหน้าน้ําน้ําเยอะมีเศษดินเศษหินมาขวางทางน้ํา ก็ไม่สามารถที่จะ ข้ามลําน้ํานี้ได้จําเปึนที่จะต้องใช้ถนน ซึ่งก็เฉอะแฉะเปึนหลุมเปึนบ่อก็ใช้ทางอ้อมถึง ๑๐ กิโลเมตรนะคะ

เรื่องที่ ๒ ก็ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านณรงค์ วงษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ บ้านโคกมน หมู่ที่ ๖ ตําบลผาน้อย อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่าให้ช่วยผลักดัน งบประมาณในการสร้างสะพานข้ามลําห้วยน้ําสวยค่ะ ระยะที่ ๑ เชื่อมระหว่างตําบล จากบ้านโคกมน หมู่ที่ ๖ ตําบลผาน้อย ไปบ้านหัวแตะ หมู่ที่ ๑๒ ตําบลหนองหญ้าปล้อง อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

เรื่องที่ ๓ เช่นเดียวกันค่ะ ท่านผู้ใหญ่ณรงค์ วงษา ต้องการให้ช่วยผลักดัน สะพานข้ามลําห้วยน้ําสวย ระยะที่ ๒ เชื่อมระหว่างตําบล อําเภอ จากบ้านโคกมน หมู่ที่ ๖ ตําบลผาน้อย อําเภอวังสะพุง ไปบ้านวังม่วง หมู่ที่ ๓ ตําบลเอราวัณ อําเภอเอราวัณ จังหวัดเลย ก็เกิดจากอ่างในฝายน้ําล้น ซึ่งเปึนฝายน้ําล้นเล็ก ๆ ใช้รถจักรยานยนต์แล่นได้ แต่หน้าน้ําอย่างป้ที่ผ่านมาน้ํามากก็ไม่สามารถที่จะข้ามได้ ถ้าได้สะพานมาทั้ง ๒ ระยะนี้ ก็สามารถที่จะช่วยย่นระยะทางในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนได้ จึงกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลกะลาเส อําเภอสิเกา พร้อมคณะ ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้เรากําลังให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกกล่าวเรื่องความเดือดร้อน ของแต่ละจังหวัดอยู่นะครับ ต่อไปคุณสาคร เกี่ยวข้อง เชิญครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนกับ ท่านประธานหารือถึงเรื่องของการขอยกเลิกเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในเขตจังหวัดกระบี่บางส่วน ด้วยเทศบาลเมืองกระบี่ได้ร้องเรียนกับกระผมมาว่า ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่ มาตรการการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐ นั้น เทศบาลมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการดําเนินโครงการต่าง ๆ อันเปึนลักษณะโครงการนําร่อง เปึนอย่างมาก ซึ่งในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ จะมีโครงการก่อสร้างโรงบีบสกัดน้ํามันปาล์ม โดยไม่ใช้น้ําและไม่มีน้ําเสีย แต่ติดขัดกับมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทําให้ดําเนินการ ไม่ได้ จึงขอเรียนให้ยกเลิกบางส่วนของพื้นที่มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในท้องที่ของ จังหวัดกระบี่

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาล อําเภอเมืองกระบี่ ขอให้ระงับการรื้อถอนอาคารสํานักงานของด่านศุลกากรจังหวัดกระบี่ ซึ่งอาคารนี้ได้ก่อสร้างมาเปึนระยะเวลาเกือบ ๑๒๐ ป้ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีคุณค่าทางศิลปกรรมของท้องถิ่น ถ้าหากทางกระทรวงการคลังซึ่งจะดําเนินการ ก่อสร้างอาคารสํานักงานใหม่ก็ควรจะหาสถานที่เหมาะสมซึ่งมีอยู่เปึนจํานวนมาก ในจังหวัดกระบี่ได้สร้างอาคารสํานักงานศุลกากรแห่งใหม่ ไม่ควรที่จะมารื้อถอนอาคาร สํานักงานของด่านศุลกากรอันมีคุณค่าทางศิลปกรรม มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ของจังหวัดกระบี่

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน เรื่องของการก่อสร้างท่าเทียบเรือแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา เกาะพีพี ซึ่งได้ก่อสร้างไปแล้ว ขอขอบคุณท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ ต่อไป คุณละออง ติยะไพรัช

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงการคลังหรือ ครม. ก็เรื่องที่ ตําบลแม่สลองนอก หมู่ที่ ๑ บ้านสันติคีรี ซึ่งเปึนข่าวครึกโครมก็คือเรื่องแผ่นดินถล่ม แต่ปรากฏว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้พบได้เจอก็คือในส่วนของพี่น้องทั้งหมดที่แผ่นดินถล่ม มี ๘ หลังคาเรือนและ ๑ โรงแรม พี่น้องประชาชนใน ๘ หลังคาเรือนได้รับการดูแล หลังคาเรือนละประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท และสิ่งที่เปึนกังวลของดิฉันก็คือ ในเรื่องของเจ้าของโรงแรมชื่อเซ็นทรัล ฮิลล์ ซึ่งถือว่าเขาก็ได้เสียสละในเรื่องของการที่เขา จะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในโรงแรมของเขา ได้รับคําแนะนําจากนักวิชาการว่าถ้าเขา ไม่รื้อถอนโรงแรมเซ็นทรัล ฮิลล์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าแผ่นดินในส่วนของบ้าน ๘ หลังคาเรือนนี้ จะถล่มหมด เขาก็เลยเสียสละที่จะต้องรื้อถอนโรงแรมเขา ซึ่งสร้างมาจากน้ําพักน้ําแรง และส่วนที่ได้รับก็คือว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย ก็คือมีเงื่อนไขว่าโรงแรม ในส่วนนี้ทางกระทรวงการคลังหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่รับผิดชอบ ซึ่งดิฉันได้ลงพื้นที่ แล้วก็ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ดิฉันเห็นว่าไม่มีความเปึนธรรมที่จะไม่ช่วยในส่วนของผู้ที่ประสบภัยและได้เสียสละให้กับ พี่น้องในส่วนพื้นที่ที่ใกล้เคียงกันก็คือรื้อถอน แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล และในส่วนของหน่วยงานของรัฐบาลเองเวลาที่ประชาชนเข้ามาปรึกษาก็คือเหมือนกับว่า ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงเลยว่าจะไม่ดูแลและจะไม่เข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ ก็ทําให้ดิฉันต้องมา ขอหารือท่านประธาน ขอหารือไปทางกระทรวงการคลัง หรือว่าในมติของ ครม. ว่าเราจะ สามารถช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยตรงนี้ได้อย่างไร อยากให้ท่านประธานช่วยในส่วนนี้ด้วย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก เปึนเรื่องของถนนที่เกิดจากอุทกภัย ซึ่งในจังหวัดพิษณุโลกเอง ขณะนี้อุทกภัยนั้นยังเกิดขึ้นอยู่และเกิดขึ้นมาตั้งแต่ ๒ เดือนที่แล้ว จนถึงปัจจุบันมีแนวโน้ม ว่ายังไม่มีโอกาสที่จะลดอย่างน้อยเปึนเดือน ถนนทางเข้าวัดปากคลองชุมแสงเมื่ออาทิตย์ ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสได้ไปทําบุญแต่ต้องพายเรือเข้าไปครับ เปึนงานวางศิลาฤกษ์ที่นั่น ชาวบ้าน ก็หากินด้วยการประมง ก็ฝากด้วยว่าถ้ามีอะไรที่พี่น้องประชาชนนั้นกระทําเกินเลยไป นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ฝากทางกรมประมงได้ช่วยผ่อนผันให้บ้างนะครับ เพราะว่าเขาทํานา ก็ไม่ได้ ต้องอาศัยอาชีพการประมงมาเลี้ยงประทังชีวิตที่นั่นนะครับ

เรื่องที่ ๒ แนวทางแก้ไขปัญหาบรรเทาปัญหาน้ําท่วมอําเภอบางระกํา ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการขุดลอกคลองของในเขตอําเภอบางระกํามีการขุดลอก แต่ขุดแล้วก็ไปท่วมตรงปลาย ดังนั้นการที่จะทําให้มันทะลุทะลวงก็ต้องอาศัยการขุดลอก ให้มันทั่วถึงโดยผ่านทางกรมชลประทานก็ดีนะครับ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาก็ดี หรือกรมทรัพยากรน้ําก็ดี หรือเปึนการลอกหนองน้ําสาธารณะขนาดใหญ่ ที่อําเภอบางระกําเอง ก็มีหนองน้ําขนาดใหญ่เปึนพันไร่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยบรรเทาปัญหา น้ําท่วมได้

เรื่องที่ ๓ แนวทางการปลอบขวัญของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาอุทกภัยนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการลดหนี้หรือการพักชําระหนี้ หรือว่าการที่ทําให้ พี่น้องประชาชนที่มีหนี้อยู่นั้นไม่ต้องคิดดอกเบี้ยหรือปลอดดอกเบี้ยไปสักระยะหนึ่ง และสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งผมเองอยากจะบอกว่าไม่ควรนํางบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ จากกระทรวงต่าง ๆ มาใช้ ควรจะใช้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ เอสพี ๑ (SP1) หรือ เอสพี ๒ (SP2) ที่เหลืออยู่มาใช้ครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอํานวย คลังผา เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่หารือ ในวันนี้ก็ถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะเสนอต่อที่ประชุม ณ แห่งนี้ผ่านท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากจะให้ทางราชการได้สํารวจเครื่องจักร โดยเฉพาะรถแบคโฮ (Backhoe) โดยทหารช่างก็ดี หรือของกรมชลประทานก็ดี หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็อยากจะให้รวบรวมแก้ปัญหาแต่ละภาค คือการขุดลอกคลองหรือขุดลอก อ่างเก็บน้ําให้มากที่สุด บริเวณที่มีอ่างเก็บน้ําพื้นที่ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานนี่ ก็อยากจะให้ท่านประธานได้ชี้แจงตรงนี้ต่อทางรัฐบาลด้วยครับเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ทราบว่าทางรัฐบาลจะ มีการปรับลดเงินลงทุน ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากจะฝากท่านประธานว่าหากว่ามีการปรับลดงบ ลงทุน ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อหวังที่จะเอาเงิน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาทมาช่วย แก้ปัญหาน้ําท่วม ซึ่งผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่รู้ว่าโครงการจะทําแก้ปัญหาดังกล่าว ในพื้นที่นี่ มันเปึนมาตรการที่ไม่ควรเปึนอย่างยิ่ง จึงอยากจะให้ท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนถึงเรื่องการปรับลดลงมา ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้น ในขณะนี้รัฐบาลตั้งงบกลางไว้ถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเงิน ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นั้นน่าจะเพียงพอกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในส่วนนี้

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องถนนหนทางนี่ต้องเร่งดําเนินการโดยด่วน แก้ปัญหาเรื่องถนนครับ โดยเฉพาะ ถนนสายห้วยตะคร้อ-โคกเจริญ เปึนถนนเสียหายมาก และสายที่ ๒ สายจากดงดินแดง ไปบ่อดินสอพอง อีกสายหนึ่งซึ่งเปึนถนนที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมามากในขณะนี้ ได้รับความเดือดร้อนมาก ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่ผมจะหารือต่อไปนี้เปึนเรื่อง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งผม ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากชาวจังหวัดนครพนม ได้แก่ อําเภอเมือง อําเภอท่าอุเทน อําเภอ บ้านแพง อําเภอนาทม อําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้า รวม ๖ อําเภอ โดยเฉพาะพี่น้อง คนพิการและผู้สูงอายุร้องเรียนมาว่าได้ลงทะเบียนมาแล้ว ๓ ครั้ง รอมา ๔ ป้ยังไม่ได้รับ เงินคนพิการ ๕๐๐ บาท เบี้ยผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท เอกสารครบถ้วนหมดทุกอย่าง คนพิการ ก็มีใบรับรองแพทย์ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าได้เงินงบประมาณมาน้อยไม่พอ สําหรับทุกคนที่เปึนคนพิการแล้วก็ผู้สูงอายุ ต้องรอคนพิการและผู้สูงอายุเสียชีวิตไปก่อน คนพิการรายใหม่ ผู้สูงอายุรายใหม่ถึงจะได้รับเงิน จึงขอให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ช่วยเหลือ ชาวจังหวัดนครพนมทั้ง ๖ อําเภอ และขอให้ท่านรัฐมนตรีอิสสระได้มีระเบียบต่อไปว่า ถ้ามีคนพิการและผู้สูงอายุถ้าลงทะเบียนแล้วต้องได้รับเงินเดือนเดือนละ ๕๐๐ บาท ภายใน ๖๐ วัน

เรื่องต่อมาที่จะขอให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเร่งอนุมัติโครงการก่อสร้าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะบางที่ได้รับความเดือดร้อนน้ําท่วมเสียหาย ลูกหลานเรา ๕๐ คน ๑๐๐ คน อยู่กันแออัด ศูนย์เด็กเล็กไม่ได้มาตรฐาน เพราะลงทุน ๒,๓๔๐,๐๐๐ บาท ก่อสร้างศูนย์เด็กเล็ก แล้วใช้ได้หลายสิบป้ มันคุ้มค่ากับการลงทุนและการพัฒนาเด็กเล็ก และขอให้เพิ่มเงินงบประมาณทําถนนคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าศูนย์เด็กเล็ก อาจจะเพิ่มแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ลูกหลานเรา ผู้ปกครองไปส่งเด็ก ครูอาจารย์จะได้ ไม่เดินย่ําโคลนย่ําฝุ์น และมีโคลนมีฝุ์นทําให้สกปรกและเสียสุขภาพ จึงขอให้รัฐบาล ได้เร่งแก้ไข กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเอี่ยม ทองใจสด ครับ

นายเอี่ยม ทองใจสด เพชรบูรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเอี่ยม ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย กระผม มีเรื่องขอความกรุณาจากท่านประธาน ๑ เรื่อง คือการก่อสร้างเขื่อนห้วยเหล็งของอําเภอ วิเชียรบุรี ซึ่งเรียนประธานว่าโครงการนี้ผมดําเนินการของบประมาณตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ จวบถึงวันนี้ก็คงประมาณ ๑๗ ป้ ก็เปึนระยะเวลาที่เนิ่นนานพอสมควร เพราะฉะนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ําท่วม แล้วก็ปริมาณน้ําที่จะไหลลงมาสมทบกับแม่น้ําป์าสัก ทําให้ เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ได้มีปริมาณน้ําสูง แล้วก็จําเปึนจะต้องปล่อยน้ําลงมา อาจจะเดือดร้อน ถึงกรุงเทพมหานครนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากท่านประธานได้เรียนไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานได้ก่อสร้างเขื่อนห้วยเหล็ง ของอําเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็จะรับน้ําได้หลายร้อยล้านลูกบาศก์เมตรครับ เพื่อเปึนการลดปัญหาน้ําท่วมด้วย แล้วก็เปึนประโยชน์กับเกษตรกรเปึนจํานวนหมื่น ๆ ไร่ เพราะฉะนั้นปัญหาที่พี่น้องประชาชนเรียกร้องมากก็คือเรื่องน้ําที่จะทําการเกษตร มีดิน ไม่มีน้ําก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รีบดําเนินการ ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าการสํารวจออกแบบนั้นเรียบร้อยแล้ว ก็อยากให้รีบดําเนินการในป้ ๒๕๕๔ ขอให้ตั้งงบประมาณดําเนินการก่อสร้างเขื่อนห้วยเหล็งของอําเภอวิเชียรบุรีโครงการนี้ด้วย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่ภาคใต้อยู่ ๓ ประเด็น

เรื่องแรก ปัญหาเรื่องพี่น้องชาวสวนยางพาราที่ประสบวาตภัยและได้รับ ความเสียหาย คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ชดเชยให้ไร่ละ ๑๗,๐๐๙ บาท เปึนตัวเลขที่ผม คิดว่ายังน้อยมากครับ เนื่องจากว่าดูตัวเลขแล้วเปึนการชดเชยเงินที่เสียไปสําหรับพี่น้อง ชาวสวนยางพาราเพียงป้เดียวเท่านั้นเอง เนื่องจากว่าเมื่อคิดต่อไร่ต่อต้นแล้วถือว่าน้อยมาก อยากให้เพิ่มในส่วนนี้นะครับ

ต่อมาก็คือเรื่องไม้ยางพารา เวลานี้แม้ว่าจะล้มอยู่จํานวนมากก็ตาม แต่ว่า พี่น้องเกษตรกรก็ได้ทยอยขายให้กับพ่อค้าคนกลางไปเปึนจํานวนมากแล้ว เพราะฉะนั้น ที่จะให้ คชอ. หรือศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยไปซื้อในทีหลัง ผมคิดว่าอาจจะไม่ทัน และที่สําคัญก็คือว่าพ่อค้าคนกลางก็ไปกดราคาไม้ยางพาราลง เหลือกิโลกรัมละประมาณ ๒ บาท ๑๐ สตางค์ ถึง ๒ บาท ๖๐ สตางค์เท่านั้น จากที่เดิม เคยรับซื้อถึงประมาณ ๒ บาท ๖๐ สตางค์ ถึง ๓ บาท

เรื่องที่ ๓ น้ําท่วมขังในพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนัง พี่น้องประชาชนซึ่งเปึน เกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคน้ํากัดเท้า เวลานี้นอกเหนือจากถุงยังชีพแล้ว ยาปัองกันน้ํากัดเท้าก็เปึนสิ่งที่จําเปึนสําหรับพี่น้องในโซน (Zone) พื้นที่อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอเชียรใหญ่ อําเภอปากพนัง อําเภอชะอวด

สุดท้ายจากอุทกภัยครั้งนี้เราได้พบว่าเส้นทางรถไฟสายใต้ที่ผ่านพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชเปึนเส้นทางที่กั้นทางน้ํา แล้วก็ทําให้น้ําเมื่อไหลมาบริเวณทาง รถไฟทําให้เกิดการท่วมขังระยะเวลาที่ยาวนานครับ ต่อไปเมื่อจะทํารถไฟรางคู่หรือว่า รถไฟความเร็วสูงต้องคิดถึงเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หมดเวลานะครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมอยากปรึกษาหารือท่านประธานก็มีอยู่เรื่องเดียวนะครับท่านประธาน ตอนนี้ ภัยพิบัติยังไม่เสร็จสิ้นเลย ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้แก้ไขเท่าที่ควร มติ ครม. ออกเมื่อวานนี้ ผมฟังแล้ว ผมเศร้าใจนะครับ เพราะว่ามี ๖-๗ จังหวัดเข้า แต่มติ ครม. บอกให้เพียง ๓ จังหวัด ทําไมล่ะครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จังหวัดอื่นนอกจาก ๓ จังหวัด ที่ท่านมีมติให้แก้ไข ฟังดูแล้วจังหวัดอื่นที่ไม่ได้รับการอนุมัติเขาจะคิดอย่างไร แล้วเอา เข้าไปทําไม ๖-๗ จังหวัดให้แค่ ๓ จังหวัด แล้วมีการออกมติหยุมหยิมเช่นน้ําต้องท่วมขัง ๗ วัน ถ้าไม่ใช่ป์าสงวนอะไร ผมดูแล้วมติ ครม. ผมดูแล้วมันไม่น่าจะเปึนมติ ครม. ผมว่า มันเปึนเรื่องความหยุมหยิมของ ครม. ที่ไปนั่งคิดเล็กคิดน้อย คนยากจนท่านประธานช่วยเขา ไปเถอะครับ ได้บุญ ได้กุศล อันนี้ไปหยุมหยิม ๆ อ้ายเรื่องรุกป์าสงวนมันรุกมาชั่วนาตาป้แล้ว ท่านประธาน คนที่มีอํานาจบางคนก็ยังไปรุกเลย ผมอยากฝากท่านประธานครับว่า ระยะยาวตอนนี้ ระยะกลางก็มีปัญหา ระยะสั้น ระยะเร่งด่วนก็มีปัญหา ระยะยาว ผมอยากฝากท่านประธาน โดยเฉพาะที่เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ สมัยท่านทักษิณท่านไปดูแล เทศบาลที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นเดี๋ยวนี้ไม่ท่วมครับ จังหวัดชัยภูมิกําลังคิวต่อไป บังเอิญปฏิวัติเสียก่อน ความจริงเขตจังหวัดชัยภูมิท่านประธานมันไม่ได้ยาก มีแม่น้ํา ๓ สายบุกเข้าไปในเขตเทศบาล ถ้าเรากั้นเสียแล้วก็สูบน้ําออกเร็ว ผมว่าใช้เงินงบประมาณ ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท ผมได้เสนอท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี พยักหน้างึก ๆ ไปเยี่ยมผมที่จังหวัดชัยภูมิพยักหน้า แต่ยังไม่ทําอะไรครับ ฝากท่านประธาน ไปถึงนายกรัฐมนตรีหน่อยเถอะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณขยัน วิพรหมชัย

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดลําพูน

เรื่องที่ ๑ จากภัยพิบัติน้ําท่วมในเขตตําบลหนองล่อง อําเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลําพูน ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ บ้านท่าช้างและบ้านวังสะแกง ซึ่งผมก็ไปเยี่ยมไปเดินลุยน้ําท่วมมากับพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหาย จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้ําท่วมครั้งนี้นะครับ เท่าที่ได้รับทราบจากผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่า มีชาวบ้านที่โดนน้ําท่วม ๒ วัน ๒ คืน ประมาณ ๔๐๐ กว่าครัวเรือน แต่จากการสํารวจ ของทางราชการ ทางอําเภอได้ไปสํารวจที่ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท เพียงไม่ถึง ๒๐ กว่ารายเท่านั้น ยังมีคงค้างอีกประมาณ ๓๐๐ กว่าราย ซึ่งชาวบ้านเขาเหล่านั้นก็ได้รับความเดือดร้อน ได้รับความทุกข์ ทั้งทุกข์กายและทุกข์ใจ จากภัยของน้ําท่วม จึงถือโอกาสได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และรัฐบาลที่รับผิดชอบได้ประสานไปยังทางจังหวัดลําพูนให้พี่น้องในเขตตําบลหนองล่อง อําเภอเวียงหนองล่องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาล

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้ใกล้เทศกาลลอยกระทง ท่านประธานที่เคารพครับ อยากฝากรัฐบาลได้กําชับเข้มงวดกวดขันการเล่นประทัดและวัตถุระเบิด ซึ่งนําอันตราย มากับผู้ที่เล่นในช่วงของลอยกระทง ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดลําพูนของกระผมมีผู้เสียชีวิต ๑ รายจากการเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ และวัตถุระเบิด นอกจากนั้นอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ช่วยรณรงค์ในเรื่องของการลอยกระทงด้วยการใช้ วัสดุที่ย่อยสลาย งดเว้นการใช้โฟมซึ่งเปึนการทําลายเรื่องของสิ่งแวดล้อม ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากว่าขณะนี้ ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ๒๕๓ ท่าน เนื่องจากว่าภารกิจของสภามี ที่เราได้มอบหมาย ให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการอยู่ในขณะนี้ ขอเชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน ที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม ขอกราบขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้

(นายนิยม วรปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนิยม คุณมาทีหลัง ตอนนี้คุณไพจิตเขากําลังอภิปรายอยู่ เชิญนั่งลงเถอะ ท่านผู้อาวุโสนั่งลงครับ คุณประสิทธิ์ ช่วยบอกท่านด้วยครับ อย่าดื้อเลย เราแก่ด้วยกันแล้ว นั่งลงเถอะ เชิญคุณไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ จากที่ท่านประธาน ได้ตระหนักถึงภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ได้มอบหมายและแต่งตั้ง คณะกรรมการช่วยเหลือในชื่อว่าคณะกรรมการดําเนินการเรื่องสภาร่วมใจช่วยภัยน้ําท่วม ของสภานะครับ ซึ่งท่านได้มอบให้ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ท่านเลขาธิการ ท่านรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปึนคณะกรรมการ มีท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่านเปึนที่ปรึกษา มีท่านรองประธานนิคม รองประธานวุฒิสภา เปึนที่ปรึกษานะครับ ได้ดําเนินการแล้วครับท่านประธาน ได้รับ ความร่วมแรงร่วมใจอย่างสูงยิ่ง เฉพาะเงินที่บริจาคจาก ส.ส. จากท่านผู้ช่วย ส.ส. ที่ปรึกษา ผู้ชํานาญการ ประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และขณะนี้ก็จะต้องดําเนินการให้สมบูรณ์ โดยจะได้รับความกรุณาจากประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ให้เวลาช่อง ๑๑ และให้ดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ได้ถ่ายทอดรายการคืนสภาร่วมใจ ช่วยภัยน้ําท่วม ซึ่งก็ได้รับความกรุณาจากท่านประธานช่วยไปเปึนประธานรับบริจาค มีท่านรัฐมนตรี มี ส.ส.

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บังเอิญวันนี้ประธานสภาจีน เข้ามาเยี่ยมคาราวะสภาเรานะครับ แล้วเราต้องรับเขาที่นี่ แต่ผมจะพยายามเจียดเวลา แต่ว่ามันจะอยู่กับประธานสภาจีน คณะเขามาทั้งหมด ๑๑๕ คน ผมก็ขอแจ้งให้ทราบ คณะเขามาทั้งหมด ๑๑๕ คน ผมก็ขอแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ เราต้องรับเขาหน่อย ก็ขอความกรุณาถ้าผิดพลาดประการใดประทานอภัยคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมได้รับความกรุณาอย่างยิ่งจาก คณะกรรมการ ท่านรัฐมนตรีหลายท่านจะร่วมร้องเพลง ท่าน ส.ส. ท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล ท่านวิทยา แก้วภราดัย และท่านประธานวิปฝ์ายค้าน คุณวิทยา บุรณศิริ จะร้องเพลงรับบริจาคด้วย ส.ส. หลายคน ท่านประธานครับ เปึนบรรยากาศของ ความร่วมแรงร่วมใจจริง ๆ จะขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียน เวลา ๒๒.๐๐-๒๔.๐๐ นาฬิกา ก็จะช่วยรับโทรศัพท์กันจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานทั้ง ๒ คน ท่านรองสามารถ แก้วมีชัย ก็รบกวนขอให้ไปร้องเพลงแทนท่านประธานสภานะครับ ถ้าไม่กล้ารบกวนท่านประธานสภาร้องเพลง ให้เปึนบุญเปึนกุศลนะครับ เราจะได้มานั่ง ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างมีเกียรติทําบุญร่วมกันกับพี่น้องที่มีปัญหาตกทุกข์ได้ยาก แสดงความจริงใจครับ ผมเข้าใจว่าน่าจะเปึนภารกิจอีกส่วนหนึ่งที่จะทําให้เราได้รับ การสรรเสริญจากสังคม ขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพ และขอกราบขอบคุณทุกท่านแทนท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านศักดา คงเพชร ซึ่งท่านประธานได้ตั้งให้เปึนประธานคณะกรรมการช่วยเหลือในครั้งนี้ หวังเปึนอย่างยิ่งว่าพี่น้อง ส.ส. จะช่วยกันไปสร้างพลังทางภาคนิติบัญญัติของเรา ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ก็ขอวิงวอนเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านช่วยร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันสละเวลาไปร่วมการสร้างกุศล คราวนี้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศและพี่น้องประชาชน หวังได้รับความร่วมมือ ทุกท่านนะครับ ก็หวังว่าคงจะได้สตางค์ช่วยในการบริจาคครั้งนี้ไม่มากก็น้อย แล้วก็ฝาก ไปยังพี่น้องประชาชนผู้มีอันจะกินทั้งหลายในกรุงเทพมหานคร ท่านช่วยไปสมทบบริจาคด้วย ก็จะเปึนความกรุณายิ่งนะครับ

เนื่องจากผมได้รับหนังสือจากท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล บอกว่าท่านได้พา นายกองค์การบริหารส่วนตําบลกะลาเส อําเภอสิเกา ท่านขออภิปรายคงจะอนุมัติไม่ได้ เพราะท่านมาลงชื่อท้ายก็ขอประทานอภัยนะครับ เสียงของท่านสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว ท่านช่วย ลงคะแนนให้ก็แล้วกันถ้ามีการเลือกตั้ง ผมหาเสียงให้แล้วไม่เปึนไรครับ

ต่อไปผมเข้าสู่ระเบียบวาระ เพราะค้างอยู่ทั้งหมดเยอะ วันนี้เหลืออีก ๑๗ ราย ก็ต้องประทานอภัยด้วยนะครับ ผมจะขอเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป เพราะว่า ขณะนี้มีสมาชิกเข้าเซ็นชื่อ ๒๕๕ ท่านแล้ว ครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินตามระเบียบวาระ ต่อไปครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๒ ฉบับ

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการนั้น

บัดนี้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มี มติเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ ให้นําเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญแก้ไขทั้ง ๒ ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติ เมื่อได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๒ รับทราบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา จํานวน ๒ ฉบับ

๒.๒.๑ ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ออกไปเปึนกรณีพิเศษ

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกไปเปึนกรณีพิเศษอีก ๓๐ วันนับแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

๒.๒.๒ เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบแล้ว

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ ด้วยกับร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้วจํานวน ๒ ฉบับ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒. ร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๓ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องออกจาก ระเบียบวาระ

ด้วยกระผมเองได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาคดีอาญาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือคุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในระหว่าง สมัยประชุมออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง เนื่องจากได้พ้นกําหนดวันที่ศาลได้นัดพร้อมแล้ว และคุณบุญจงก็ได้พ้นจาก การเปึนสมาชิกภาพแล้ว จึงหมดความจําเปึนที่จะพิจารณาเรื่องนี้ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๔ เรื่องนี้สําคัญครับ สําคัญมากเราได้เพื่อนใหม่มาอีกแล้ว รับทราบ การประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีรายชื่อลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตเลือกตั้งที่ ๑ แทนตําแหน่งที่ว่าง ซึ่งไม่มีปรากฏอยู่ในระเบียบวาระที่หน้าท่านนะครับ

ด้วยได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เรื่อง ให้ผู้มีรายชื่อลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แก่ นายธีระชัย วุฒิธรรม เลื่อนขึ้นมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตเลือกตั้งที่ ๑ แทนตําแหน่ง ที่ว่าง โดยกําหนดให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ประกาศให้ ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนผู้ได้รับการเลือกตั้ง เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จึงขอเรียนเชิญบุคคลดังกล่าวชื่อต่อไปนี้ยืนขึ้น คุณธีระชัย วุฒิธรรม และ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ กรุณายืนขึ้นครับ ทําไมไม่ยืนใกล้ ๆ ไปยืนอะไรห่างกันเกิน กรุณา ยืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตนซึ่งผมจะเปึนผู้กล่าวนํานะครับ

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนําพร้อมกัน)

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และ ปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ผมขอแสดงความยินดี ทั้ง ๒ ท่าน หวังว่าได้รับความร่วมมือด้วยดีตลอดไปเชิญนั่งลงเลยครับ ทําหน้าที่ได้เต็มที่ โหวตเสียงได้ ๑ เสียงเท่ากันหมดนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ สภาขอต้อนรับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นํากลุ่มองค์กรต่าง ๆ ตําบลนาป์า จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ขณะนี้เรากําลังประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) อยู่ กําลังจะดําเนินการ ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม รับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) จํานวน ๓ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภา รับรอง ท่านผู้ใดจะมีการแก้ไขรายงานการประชุมทั้ง ๓ ครั้ง หรือไม่ มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

เมื่อไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๓ ครั้ง ดังกล่าวนะครับ

ก่อนที่จะถึงระเบียบวาระที่ ๔ เนื่องจากผมได้รับหนังสือจากประธานวิป เชิญท่านประธานวิปจะเลื่อนหรืออะไรก็เชิญเลยครับ เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องเลื่อนระเบียบวาระขอให้ได้พิจารณากฎหมายฉบับแรกผ่านก่อนผมจะได้เสนอ ขออนุญาตต่อครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมอยากจะให้เสร็จก่อน แล้วก็เดินหน้าไปเลย เพราะถือว่าครบองค์ประชุมแล้วครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

เดี๋ยวผมขออนุญาตนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเห็นท่านบันทึกให้ผม ผมอ่านเลยก็ได้

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ได้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

มีเรื่องที่จะขออนุญาต ประธานสภานะครับ ที่ประชุมสภา ในการเลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งเปึนเรื่องจําเปึนจะต้อง ได้รับการพิจารณาเพื่อมาต่อระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ต่อจากเรื่องที่ ๑๐ เรื่องร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ขออนุญาต เลื่อนเรื่องลําดับที่ ๑๘ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการ พนักงานอัยการ พ.ศ. .... เรื่องที่ ๑๙ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ์ายอัยการ พ.ศ. ....

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องที่ ๒๐

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ขออนุญาตครับ ระเบียบวาระนี้ ไม่ครบครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเอาเรื่องที่บรรจุใหม่เข้ามานะครับ เรื่องที่ ๒๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ์ายรัฐสภา พ.ศ. .... เรื่องที่ ๒๒ ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... เรื่องที่ ๒๓ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง พ.ศ. .... เรื่องที่ ๒๔ ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ พ.ศ. .... และมาต่อด้วยเรื่องที่ ๒๐ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. .... เรื่องสุดท้ายที่จะขออนุญาตเลื่อนขึ้นมาต่อก็คือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องที่ ๕.๘๑ ใช่ไหมครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

เรื่องที่ ๕.๘๑ ครับ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งศาลปกครองเปึนผู้เสนอ ขออนุญาตเลื่อนมาต่อระเบียบวาระที่เลื่อนไว้แล้วเรื่องที่ ๑๐

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองถูกต้อง ขอบพระคุณครับ เพราะว่าระเบียบวาระเหล่านี้มีความจําเปึนให้ผ่านการพิจารณา ในสมัยประชุมนี้ เพื่อเราจะได้ตั้งกรรมาธิการศึกษา คุณเชาวรินธร์มีอะไร เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ที่เคารพ สืบเนื่องจากวันนี้สภาเรามีโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ ๒ ท่าน ท่านแรก คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นก็เปึนสมาชิกอาวุโสเปึนมาหลายสมัยครับ ไปเลือกตั้งซ่อมกลับมา ส่วนท่านที่ ๒ คือท่าน ส.ส. ธีระชัย วุฒิธรรม นั้น ผมมีความจําเปึนที่จะต้องกราบเรียน ท่านประธานทวงการแก้ไขข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภาที่เปลี่ยนจากบ่านี้ไปใช้ ในชุดขาวด้วย ขณะนี้กฐินพระราชทานมากมาย ส.ส ต้องแต่งเครื่องแบบชุดปกติขาวไปร่วมพิธี รวมทั้งวันที่ ๑๔ นี้พระราชทานเพลิงศพอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร ซึ่งเปึนสมาชิกรัฐสภา วันที่ ๒๐ ก็พระราชทานเพลิงศพท่านประมาณ อดิเรกสาร ก็เปึนอดีตสมาชิกรัฐสภา พวกเราต้องใช้เครื่องแบบปกติขาวไปร่วมพิธี ถ้าท่านประธานจะกรุณาลงนามในข้อบังคับ แล้วประกาศราชกิจจานุเบกษาประสานไปที่สํานักนายกรัฐมนตรีมันก็ใช้เครื่องแบบ ชุดเดียวกันครับ แล้วขอใช้โอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ธีระชัย เครื่องแบบชุดขาวต้องใช้บ่าเก่า อย่าไปซื้อครับไม่ต้องไปซื้อ รออันนี้ใช้อันเดียวกันเลย ก็จะเปึนประโยชน์และเปึนการประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ ที่จะรีบดําเนินการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่สามารถที่จะปฏิบัติ ตามท่านได้ เพราะว่าได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการของท่านไปพิจารณาแล้วก็ส่งเรื่องมาให้ผม ผมรอจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องเลยครับ แล้วก็เราต้องประกาศราชกิจจานุเบกษา แล้วจึงจะใช้บังคับได้ก็เรียนให้ท่านทราบ เสียเวลาเปล่าครับ ขอเริ่มเข้างานเลย มีอะไรหรือ ผมว่าให้มันผ่านไป งานเราเหลือเยอะเกินกฎหมาย เอาเรื่อง

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรอีกคุณไพจิตครับ ถ้าคนนี้ขึ้น คนนั้นขึ้น ๆ ผมว่าไม่ต้องพิจารณากฎหมายครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึนวิปของฝ์ายค้านนะครับ เมื่อสักครู่ได้หารือ ท่านประธานวิปรัฐบาลแล้ว เนื่องจากกฎหมายที่ขอเลื่อนเปึนกฎหมายสําคัญ ๆ ทั้งนั้น แล้วก็ประมาณสัก ๕-๖ ฉบับ เรื่องของฉบับที่ ๑๙ ฉบับที่ ๒๐ ไม่ขัดข้อง แล้วเรื่องของสภา ก็ยินดีที่จะให้เลื่อน เพราะเปึนความประสงค์ที่อยากจะให้พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับพวกเราโดยตรง ขอให้ชะลอเฉพาะเรื่องศาลปกครองไว้ก่อน ขอให้มีโอกาสได้ศึกษาดู ความรอบคอบถึงให้เลื่อนขึ้นมา แล้วผมคิดว่าเวลาที่ขอเลื่อนทั้ง ๔-๕ ฉบับก็ยังไม่ถึงหรอกครับ ขอให้ถอนเฉพาะเรื่องของศาลปกครอง ขอความกรุณาให้คณะของฝ์ายค้านได้ดูด้วย ความรอบคอบนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานวิปครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย ไม่ขัดข้องครับ ผมขออนุญาตเลื่อนเท่าที่ได้ประสานกับฝ์ายค้าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมายความว่า ข้อ ๕.๘๑ ที่ประชุม

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ให้พิจารณาถอน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ถอน คือผู้เสนอ ได้ถอนแล้วครับ ก็หมดครับ ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ เชิญครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อทั้ง ๒ สภา เพื่อสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าสภาทั้งสองต่างเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจะได้ดําเนินการต่อไป แต่ถ้าสภาใด สภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน เชิญท่านประธานแถลงครับ

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ขออนุญาตนําเสนอ รายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ลงมติตั้งบุคคลสภาละ ๑๑ คน ประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๗ (๓) นั้น

สําหรับประเด็นที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณามีจํานวน ๕ ประเด็น ซึ่งเปึนประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วย ตามร่างวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ใน ๒๓ มาตรา กล่าวคือ ๑. จํานวนและองค์ประกอบของ กสทช. ๒. คุณสมบัติของ กสทช. ในเรื่องอายุ ๓. การเพิ่มเติมลักษณะต้องห้ามของ กสทช. ซึ่งต้องไม่อยู่ในระหว่าง ต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๔. หน่วยงานธุรการในการดําเนินการสรรหา และคัดเลือก กสทช. ๕. การกําหนดระยะเวลาให้รัฐวิสาหกิจนํารายได้จากผลประกอบการ ในส่วนที่ได้รับจากการอนุญาตให้สัมปทานหรือสัญญาที่ได้ดําเนินการตามกฎหมายนําส่ง ให้เปึนรายได้ของแผ่นดิน

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบในประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไข เพียงบางประเด็นเท่าที่จําเปึนครับ ได้แก่ การคงองค์ประกอบของ กสทช. เฉพาะด้าน การพัฒนาสังคมไว้ การกําหนดให้ กสทช. มีอายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ป้ แต่ไม่เกิน ๗๐ ป้ การคง ลักษณะต้องห้ามของ กสทช. ซึ่งไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และการกําหนดระยะเวลาให้รัฐวิสาหกิจนํารายได้จากผลประกอบการนําส่งเปึนรายได้ แผ่นดิน เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลา ๓ ป้ นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ส่วนในประเด็นอื่น ๆ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ ด้วยกับร่างของสภาผู้แทนราษฎร

บัดนี้ คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกันด้วย จึงเรียนที่ประชุมเพื่อพิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อสะดวกรวดเร็วนะครับ ผมอยากจะขอความกรุณาสภา ให้เลขาธิการดําเนินการอ่านตั้งแต่ว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติม อะไร ๆ อันไหนที่สมาชิกมีสิทธิที่จะอภิปราย เชิญครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

การพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน มีการแก้ไขในมาตรา ๖ วุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เริ่มเลยครับ ตั้งแต่ มาตรา ๑ เรียงไปเลยครับ ผมเข้าใจครับ แต่อันนั้นไม่มีการแก้ไข ไม่มีอะไรต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อให้บันทึกไว้ในสภาให้มันเสร็จ คือทําให้มันถูก ให้มันละเอียด หน่อย แล้วมันมีการแก้ไข มาตรา ๖ ก็มีสิทธิอภิปราย มาตรา ๖ ไม่เปึนไรครับ ทําตาม ผมว่าจะเร็วขึ้น มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข ก็พูดแค่นี้เอง มาตรา ๖ มีการแก้ไข แก้อย่างไร ก็มีแค่นั้น เขาจะได้อภิปรายครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีแก้ไข มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตที่จะได้อภิปรายในประเด็นของมาตรา ๖ ที่มี การแก้ไข ในชั้นแรกนั้นทางวุฒิสภา ผมเข้าใจว่าท่านจะแก้ไขจํานวนของในคณะกรรมการ ชุดนี้นะครับ จาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คน แต่สุดท้ายแล้วกรรมาธิการร่วมกันก็ได้พิจารณาจํานวนให้กลับมาที่เดิมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ใน (๕) ก็มีการเพิ่มเติมเรื่องของผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศึกษา วัฒนธรรม หรือการพัฒนาสังคม มีอีกหมวดหนึ่งก็คือคําว่า หรือการพัฒนาสังคม เพิ่มเข้ามานะครับ เพื่อที่จะเปึนประโยชน์ ต่อการกํากับดูแลกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จํานวน ๑ คน ในประเด็นนี้นะครับ ผมจึงขออนุญาตที่จะต้องขอฝากต่อทาง ส.ว. สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเปึนผู้ที่จะต้องคอยควบคุมในการสรรหาตัวคณะกรรมการซึ่งเปึนตัวจริงทั้ง ๕ วงเล็บ ผมขออนุญาตย่อ ๆ นะครับท่านประธาน ก็คือว่าใน ๕ วงเล็บนี้ จะต้องเปึนผู้ที่มีผลงาน มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกิจการต่าง ๆ ผมขออนุญาตที่จะ ไม่อ่านว่า ๕ วงเล็บนั้น มีเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง แต่ว่าประเด็นสําคัญนั้นก็คือคําว่า การสรรหา ท่านประธานครับ การสรรหาซึ่งพวกเราได้พูดคุยกันนั้นมันไม่ได้มีความหมายว่า คณะกรรมการสรรหาของ ส.ว. จะไปตั้งกติกาต่าง ๆ แล้วจบแค่นั้น แล้วให้ใครต่อใครนั้น สรรหากันมาเอง แต่ว่าการสรรหาที่น่าจะเปึนความหมายที่สังคมไทยต้องการในขณะนี้ ก็คือการสรรหาที่แท้จริงนะครับ คณะกรรมการสรรหาที่จะต้องไปสรรหานั้นก็ควรจะต้อง ศึกษาในประวัติ ในผลงาน ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่ว่านี้ และเลือกคนที่จะมาเปึนกรรมการ กสทช. ซึ่งเปึนผู้ที่มีความรู้เปึนที่ประจักษ์อย่างแท้จริงให้ได้ เพราะว่าคนที่จะมาเปึน กรรมการที่ว่านี้จะมีทั้งหน้าที่ความรับผิดชอบ ทั้งความรู้ความสามารถที่จะต้องตอบได้ อย่างประจักษ์ว่าพวกเขานั้นมีความเชี่ยวชาญจริง มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม และมีวิสัยทัศน์ ที่จะวางทั้งแผนแม่บทต่าง ๆ วางกติกาการใช้จ่ายงบประมาณต่าง ๆ ไปในอนาคตอีก เปึนเวลาถึง ๖ ป้อย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นการสรรหานั้นทําอย่างไรที่เราจะทําให้การสรรหา มิได้เปึนเพียงแค่ตรายางที่ประทับให้นะครับ หรือว่ากําหนดกติกาเพียงกรอบคร่าว ๆ เท่านั้น แล้วก็ปล่อยให้การสรรหาเปึนอย่างไรก็ได้นะครับ ในเรื่องของการดูประวัติต่าง ๆ นั้น ก็เปึนเรื่องที่ทางสมาชิกวุฒิสภานั้นจะต้องเข้มงวดกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคาดหวังว่า คณะกรรมการชุดนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็ว เพราะว่า คณะกรรมการชุดนี้รอคอยกันมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จนกระทั่งมีกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๓ จนกระทั่งถึงวันนี้ก็เปึนเวลา ๑๐ กว่าป้แล้วนะครับ ผมเชื่อว่าถ้ามีคณะกรรมการชุดนี้ที่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม มีความจริงใจต่อการพัฒนา ทางกิจการ ทั้งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมนั้น สังคมไทย จะได้ประโยชน์เปึนอย่างยิ่งครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะอนุญาตให้ผมได้อภิปราย ในรายละเอียด ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพครับ ดําริของท่านประธาน ที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อไปดูกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขร่างกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จัดทํารายงานมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จะนําไปเสนอต่อ วุฒิสภาเปึนลําดับต่อไปนั้น กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าเรามาพิจารณาเปึนรายมาตรา ซึ่งตามที่ท่านเลขาธิการได้อ่านไปนั้น กระผมคิดว่า กระบวนการการพิจารณาค่อนข้างจะยุ่งยากและลําบาก ความเห็นของผมที่บอกว่ายุ่งยาก และลําบากนั้นเนื่องจากว่าประเด็นที่มีการพิจารณาในรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันนั้น เขาพิจารณาตามรายงานที่จัดทํามาให้สภาของเราตามเอกสารที่ได้รับ เปึนรายงานของ คณะกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ประเด็นรายละเอียดกรณีถ้าท่านประธาน อนุญาตให้พิจารณาเปึนรายมาตรา ปัญหาก็จะเกิดขึ้นกรณีถ้ามีการลงมติ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นมาตรา ๖ ถ้าสมมุติว่าสภาแห่งนี้ลงมติว่าจะเห็นชอบกับกรรมาธิการร่วมกัน หรือไม่ ถ้าสมมุติว่าสภาแห่งนี้ลงมติว่าไม่เห็นชอบ ความหมายคืออะไรท่านประธานครับ ความหมายคือว่าทั้งหมดไม่ต้องพิจารณาครับ ทั้งหมดคือไม่ต้องพิจารณาเลย เพราะว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ ได้ระบุว่าให้สภาทั้งสองพิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบกับ คณะกรรมาธิการร่วมกันหรือไม่ ในรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะฉะนั้นการเห็นชอบประเด็นใดประเด็นหนึ่งหรือไม่เห็นชอบประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ไม่ใช่สาระ ไม่เห็นชอบประเด็นเดียวก็คือไม่เห็นชอบทั้งฉบับในการลงมติ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าน่าจะเป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายสาระรวม เช่นท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านได้นําเสนอว่ามีสาระหลักอยู่ ๕ เรื่อง มีการแก้ไขทั้งหมด ๒๓ มาตรา ก็ให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเปึนสาระรวมแล้วก็ ฟังความเห็นว่าโดยรวมรับได้หรือไม่ได้ จะเห็นชอบหรือไม่ เพราะการเห็นชอบเห็นชอบ ทั้งฉบับครับ ไม่ได้เห็นชอบเปึนรายมาตรา ทั้งฉบับนะครับ ความเห็นชอบของสมาชิก ทั้งสภาจะเห็นชอบต้องเห็นชอบทั้งฉบับในรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ อย่างเช่นเราพิจารณากรณี วุฒิสภาแก้ไขกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรแล้วส่งกลับให้เราพิจารณา เราเองมาพิจารณารวม แล้วก็ให้ความเห็นชอบทั้งฉบับเช่นกันในประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไข เปึนประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการลงมติ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ อยากจะให้ท่านประธานได้เป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกหรือตัวกระผมเอง ได้พิจารณาภาพรวมว่าสาระหลัก ๕ เรื่องที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านจะเอาอย่างนั้น ท่านอภิปรายไปเลยครับ เพราะที่เขาสงสัยแต่ละคนอย่างคุณบุญยอดฟังแล้วก็ไม่ได้ติดใจ อะไร เพียงแต่ให้ข้อสังเกตไปเท่านั้นเอง เพราะแต่ละมาตราเขาสงสัยว่าผ่านไปอย่างไร อะไรอย่างไร เพื่อจะให้ทางคณะกรรมาธิการร่วมกันเปึนคนชี้แจงเพื่อให้หายข้อข้องใจ เท่านั้นเอง ส่วนท่านยังติดใจทุกมาตราก็เชิญอภิปรายได้เลย ผมอนุญาต

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจะสอบถามซักถามในสิ่งที่วุฒิสภา แก้ไขมาแล้วและคณะกรรมาธิการร่วมกันไปดําเนินการพิจารณา กรณีคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาแล้ว ถ้าเพื่อนสมาชิกสงสัยในสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ดําเนินการ ก็สามารถ จะสอบถามได้เพื่อประกอบการที่จะให้ความเห็นรวม ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ครับ ลักษณะอย่างนั้นไม่ได้ติดใจหรอกครับเปึนไปได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นเชิญเลยครับ อย่าให้เสียเวลา เชิญเลย กระผมก็ไม่ได้ไปรวบรัดอะไร ให้ท่านอภิปรายเต็มที่เลยครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมเอง ขึ้นมาอยากจะนําเสนอวิธีการพิจารณากับท่านประธานและผมขอสงวนสิทธิที่จะอภิปราย อีกรอบหนึ่ง เพราะผมอยากฟังว่าเสียงข้างมากของสภาแห่งนี้จะมีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันเขาได้แก้ไขมา ขออนุญาตสงวนสิทธิ ในการที่จะขึ้นมาอภิปรายอีกรอบหนึ่งครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วการอภิปรายในวาระนี้คือวาระที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ของทั้ง ๒ สภาซึ่งเปึนการพิจารณาร่วมกันถือว่าเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ ซึ่งผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยคือท่านชลน่านว่าการอภิปราย ในครั้งนี้เราควรจะเปึนการอภิปรายในภาพรวมทั้งหมด ไม่ได้อภิปรายรายมาตรา ยกเว้น ท่านประธานอาจจะให้ท่านเลขาธิการร่ายยาวทีเดียวเพื่อให้สมาชิกจับประเด็นได้ แล้วก็ ค่อยเป่ดโอกาสให้อภิปราย เพราะว่าเราจะต้องลงมติในการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ดังนั้นผมขออนุญาตอภิปรายไปเลยแล้วกันท่านประธานครับ

ผมคิดว่าต้องชื่นชมทางท่านคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาที่ได้มีการเร่งผลักดันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กสทช. ครั้งนี้ เนื่องจากว่า กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สังคมรอคอย ผมจําได้ว่าวันที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติ ไม่เห็นด้วยในครั้งนั้นแล้วก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ก็ได้มีการซักถามจาก พี่น้องประชาชนตลอดจนสื่อมวลชนถึงความวิตกกังวล เกรงว่าการพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้จะไม่เสร็จสิ้นทันสมัยประชุมในครั้งนี้ครับ แต่หลังจากที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาร่วมกัน ประนีประนอมกันแล้วก็หาจุดที่ดีที่สุด แล้วรับรู้ว่าขณะนี้ร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้รับการพิจารณาเสร็จแล้วจากคณะกรรมาธิการร่วมกัน ถือว่าเปึนการชื่นชม แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องสื่อมวลชนตลอดจนประชาชนที่ได้ติดตามก็คงชมท่านว่าท่านสามารถ ทําเรื่องเหล่านี้ได้ทันตามกําหนดระยะเวลาของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมมีประเด็น ที่อยากจะฝากเปึนข้อสังเกตว่าอย่างน้อยทางท่านประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้ชี้แจงกับที่ประชุมแล้วว่าเรามีประเด็นข้อกังขาอยู่ ๕ เรื่องที่ทางท่านวุฒิสภามีการแก้ไขมา และคณะกรรมาธิการร่วมกันก็ได้มีการพิจารณาร่วมกันปรับปรุงแก้ไข อย่างน้อยประเด็นที่ ๑ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้แก้ไขจาก ๑๕ ท่านมาเปึน ๑๑ ท่าน เหตุผลที่ผมสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ เนื่องจากว่าคณะกรรมการ กสทช. เปึนองค์กรอิสระ ที่มีผลประโยชน์มหาศาล งบประมาณในแต่ละป้ในการทุ่มทุนของบริษัทเอกชน ตลอดจนรัฐวิสาหกิจในการทุ่มทุนเรื่องการสื่อสารและโทรคมนาคมป้หนึ่งอาจจะเปึน หลาย ๆ หมื่นล้านบาทหรือเปึนแสนล้านบาท ดังนั้นการที่เราเพิ่มคณะกรรมการจาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คนในอดีตที่ผ่านมาที่ทาง ส.ว. เพิ่มไว้นี่มันดูเยอะเกินไป แล้วยิ่งการเพิ่มให้ หน่วยงานความมั่นคงเข้ามาเปึนคณะกรรมการโดยตําแหน่งที่กําหนดไว้ ๒ คน อย่างที่ ทุกท่านรับทราบว่าวันนี้ไม่ใช่ยุคทหารครับ วันนี้เปึนยุคของประชาธิปไตย เปึนยุคที่ พี่น้องประชาชนจะเข้ามาตรวจสอบและมีส่วนร่วมในการผลักดันผลประโยชน์ของชาติ และยิ่งสําคัญที่สุดคือคลื่นคือผลประโยชน์ของชาติ ในเมื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้พิจารณาปรับลดจาก ๑๕ คนเหลือ ๑๑ คน เพียงแต่เพิ่มคําว่า ด้านการศึกษาวัฒนธรรม หรือพัฒนาสังคม ก็คือเพิ่มบุคลากรทางด้านพัฒนาสังคมเข้ามาเปึนตัวเลือกในองค์ประกอบหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วลดจาก ๑๕ คนเหลือ ๑๑ คน ผมสนับสนุนท่าน เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ไม่มีข้อกังขา

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านมีการแก้ไขและยืนตามวุฒิสภา คือจากอายุของ คณะกรรมการที่กําหนดไว้ขั้นต่ํา ส.ส. เสนอไว้ ๓๐ ป้แล้ววุฒิสภาเสนอเปึน ๓๕ ป้ แล้วก็ อายุสูงสุด ส.ส. เสนอไว้ ๖๕ ป้สูงสุดเปึน ๗๐ ป้ มติของกรรมาธิการร่วมกันยืนที่ ๓๕ ป้ แล้วก็มากสุดไม่เกิน ๗๐ ป้ ผมว่าตรงนี้ไม่เปึนไรครับ ตัวผมเองผมก็ไม่ติดใจ เพราะว่า คนอายุ ๓๐ ป้กับอายุ ๓๕ ป้ ๖๕ กับ ๗๐ ป้ก็คงไม่แตกต่างกันมาก ดูอย่างท่านประธาน ของผมตอนนี้ท่าน ๘๐ ป้ท่านยังแข็งแรงยังสามารถมีศักยภาพในการควบคุมการประชุมได้ ตรงนี้ผมไม่ติดใจ แต่ขอชื่นชมเลยครับว่าสิ่งที่ท่านเพิ่มมาถือว่าเปึนคุณค่าอันใหญ่หลวง ที่บางคนแม้แต่ ส.ส. และ ส.ว. ยังนึกไม่ถึง และท่านได้เพิ่มเข้ามาก็คือการเพิ่มประโยคที่ว่า คุณสมบัติของคนที่จะมาเปึนคณะกรรมการ กสทช. ต้องไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งผมเชื่อว่า ส.ส. ก็หลุดไป ส.ว. ก็หลุดไป เพราะว่าประเด็นนี้ สําคัญครับ คนที่ไม่อยู่ในระหว่างมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็คือนักการเมืองทั้งสิ้น แล้วถ้าเกิดเราไม่เว้นจุดนี้ไว้ก็อาจจะทําให้คนที่อาจจะเจอใบเหลือง ใบแดงทางการเมือง ขึ้นมาแล้วเข้าไปเปึนกรรมการ กสทช. แล้วอาจจะเปึนการเชื่อมโยงผลประโยชน์ทางการเมือง ของพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าไปสู่ในระบบ กสทช. ดังนั้นประเด็นนี้ผมชื่นชมการทํางาน ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ใส่จุดเล็กจุดน้อยที่คิดว่าเปึนประโยชน์ในการปัองกันไม่ให้ พรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในระบบ กสทช. ซึ่งถือว่าเปึนผลประโยชน์มหาศาลของ ประเทศชาติ

ในประเด็นที่ ๓ ที่มีการแก้ไขจากการให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอโทษครับ ก็คือร่างของ ส.ส. ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนสํานักงานเลขานุการ แล้วในส่วนของ วุฒิสภาแก้ไขเปึน ให้สํานักงานของ กสทช. และสุดท้ายก็คือคณะกรรมาธิการร่วมกัน ของท่านได้มีการแก้ไขกลับมาเปึน ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาทําหน้าที่สํานักงาน เลขาธิการอีก ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ถูกต้องครับ เพราะเรารับรู้อยู่แล้วว่าองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่า จะเปึนองค์กรใดก็แล้วแต่โอกาสที่ทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงก็เยอะ ดังนั้น กสทช. ซึ่งถือว่าเปึนขุมทรัพย์มหาศาลจะต้องถูกหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปเกี่ยวข้องเยอะโอกาสที่จะ ถูกแทรกแซงมาก และให้ทุกท่านภูมิใจนะครับว่าเรายังเชื่อว่าสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปึนหน่วยงานที่หน่วยงานต่าง ๆ แทรกแซงได้ยากมากที่สุด แม้แต่นักการเมืองก็แทรกแซง องค์กรนี้ค่อนข้างจะยากลําบาก และแม้แต่วุฒิสภาเองก็คงจะแทรกแซงองค์กรนี้ยากครับ ผมเชื่อว่าการตัดสินใจของท่านนั้นถูกต้องแล้ว เห็นด้วยนะครับ

ในประเด็นที่ ๔ ก็คือประเด็นเรื่องการจัดสรรคลื่น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับ ภาคประชาชน ตรงนี้ก็ไม่ติดใจที่ท่านได้มีการปรับปรุงแก้ไขเล็กน้อย เพียงแต่ว่าร่างเปึน สาระไว้ว่า หลังจากที่มีการประกาศเปึนแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ ซึ่งต้องดําเนินการ ประกาศแผนแม่บทภายใน ๑ ป้ และในช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ระบบดิจิตอล ให้ กสทช. จัดสรร คลื่นความถี่ให้ภาคประชาชนในกิจการโทรทัศน์ โดยเฉพาะในพื้นที่สามารถจัดสรรได้ ซึ่งผมถือว่าก็เปึนเหตุเปึนผลที่รับได้แล้วก็ตรงไปตรงมา แต่จุดประเด็นที่เปึนข้อกังขา ที่เพื่อน ส.ส. มีการถกแล้วก็ซักถามกันเยอะ หรือแม้แต่คณะกรรมการวิปรัฐบาลก็มี การซักถามก็คือข้อกําหนดในมาตรา ๘๔ ที่ได้กําหนดไว้ว่า เมื่อพ้นสามป้นับแต่วันที่ พระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ให้รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว จัดสรร รายได้ผ่าน กสทช. เพื่อเปึนรายได้แผ่นดิน มันเปึนประเด็นที่ถกกัน ท่านประธานครับ ระหว่าง ๑ ป้กับ ๓ ป้ ในร่างเดิมของ ส.ส. กําหนดไว้ ๑ ป้ และร่างของวุฒิสภากําหนดไว้ ๓ ป้ และคณะกรรมาธิการร่วมกันได้แก้ไขไปยืนที่ ๓ ป้เหมือนกับทางร่างของวุฒิสภา คือก็เปึน ข้อกังขาที่ชอบถามกันเยอะ เนื่องจากว่าผลประโยชน์รายได้ของรัฐวิสาหกิจแต่ละป้นั้น มหาศาลครับ แล้วแทนที่จะเปึน ๑ ป้ เงินเหล่านี้หลังจากหักต้นทุนแล้ว หักค่าใช้จ่ายแล้ว ส่งเปึนรายได้แผ่นดิน ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการร่วมกันยังยืนยันที่ ๓ ป้ ผมเกรงว่า ๒ ป้ ผลประโยชน์มันเยอะพอสมควร ดังนั้นอยากจะให้ท่านชี้แจงนิดหนึ่งว่าเพราะอะไรถึงยืนที่ ๓ ป้ ทําไมไม่ยืนที่ ๑ ป้ เพราะ ๒ ป้นั้นผลประโยชน์ที่จะเข้าสู่แผ่นดินมันเยอะพอสมควร และสุดท้ายจริง ๆ ถ้าพิจารณาในภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ควรที่จะต้องเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการร่วมกันที่มีการแก้ไข ในภาพรวมทั้งหมด ถึงผมติดใจ ๑ ป้กับ ๓ ป้ แต่เมื่อบวกลบคูณหารกันแล้วผมมองว่า เราจําเปึนที่จะต้องเห็นชอบเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ เพื่อให้ กสทช. ได้เกิด แล้วก็เพื่อเปึนประโยชน์ในองค์รวมของประเทศชาติต่อไป แต่อย่างน้อยท่านตอบ ให้พวกเราสบายใจสักนิดหนึ่งว่าท่านมีเหตุผลอะไรในการที่จะดํารง ๓ ป้กับ ๑ ป้ แต่โดยรวม ผมเห็นชอบครับ เห็นควรว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสงวน พงษ์มณี

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมเองเปึนกรรมาธิการร่างกฎหมายฉบับนี้ในชั้นที่พิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมาอ่านทั้งหมดที่ท่านได้ไปร่วมกันแก้ไขปรับปรุง ผมค่อนข้าง สบายใจมากขึ้น เพราะว่ามีหลายเรื่องที่ผมต่อสู้แต่ไม่ชนะในชั้นการเขียนในเบื้องต้น แล้วก็มาพูดย้ําตอนที่ท่านไปแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมอยากจะฝากเรื่องสําคัญหลาย ๆ เรื่อง เปึนกฎหมายที่กําลังที่จะเข้าสภาต่อจากนี้มันจะมีลักษณะเช่นเดียวกันให้ทาง คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา ขณะนี้ผมพูดกฎหมายฉบับนี้ผมจะใช้เวลาไม่นาน แต่จะให้เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เปึนสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ ให้พวกเราเข้าใจว่าต่อไปนี้ และจะต้องพยายามที่จะเข้าไปสู่จิตวิญญาณของการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราพยายามปัองกันครับ มันมีหลายอย่างครับท่าน คือมันมีกระบวนการผลประโยชน์ ซ่อนรูปเขียนใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วพยายามที่จะมาผลักดันให้กฎหมายนั่นเปึน ประโยชน์กับกลุ่มตัวเอง ผมคิดว่ามีเรื่องหนึ่งที่ท่านได้เขียนมาอย่างงดงาม ผมว่า ท่านเห็นด้วย ผมก็เห็นด้วยนะครับ ที่ความมั่นคงไม่ใช่อาชีพและไม่ใช่องค์ความรู้เฉพาะ แต่มันเปึนอุดมการณ์ เพราะฉะนั้นถ้าเราตัดตรงนี้ออกไปเหลือ ๑๑ ท่านอย่างเดิม ผมก็ รู้สึกว่ามันเข้าท่าแล้ว แต่มีเพียงมาตราเดียวที่ผมอยากจะฟังคําอธิบายจากท่านเพื่อ เปึนบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้กับการวินิจฉัยข้อกฎหมายหลังจากที่เราใช้กฎหมายแล้ว คือมาตรา ๘๕ ที่ท่านบอกว่าหลังจากประกาศใช้แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่แล้ว ในช่วงเวลาที่ยังมิได้ประกาศใช้ระบบรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ให้ กสทช. จัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชนได้ใช้ในกิจการโทรทัศน์เปึนการชั่วคราว เฉพาะในพื้นที่ที่มีคลื่นความถี่เพียงพอที่จะดําเนินการจัดสรรได้ ขอท่านอธิบายให้มันเปึน หลักฐานในสภา ผมคิดว่าต่อไปนี้คําอธิบายของท่านจะมีประโยชน์กับการวินิจฉัยของ คณะกรรมการชุดนี้ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไรในการที่คุณไม่จัดสรรคลื่นความถี่หรือจะดึง คลื่นความถี่ขององค์กรซึ่งได้คลื่นความถี่ไปแล้วกลับมาจัดสรรใหม่ ท่านช่วยอธิบายตรงนี้ ให้ชัดนิดหนึ่ง แล้วคําอธิบายของท่านมันจะเปึนองค์ประกอบสําคัญในการวินิจฉัยของ องค์กรนี้ต่อไป เพราะผมคิดว่าองค์กรนี้มีประโยชน์มาก ท่านประธานทําไมผมพูดประเด็น ผมไม่กล้าเจาะในรายละเอียด แต่ผมจะพูดถึงกฎหมายฉบับที่จะเข้าสภาต่อจากท่าน คือกฎหมายที่เขียนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ท่านครับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียน หมวด ๑๐ เปึนหมวด ๆ หมวด ๑๐ บอกว่าสิทธิชุมชน มีมาตรา ๖๖ พูดว่าชุมชนจะมีสิทธิอะไรบ้าง มาตรา ๖๗ บอกว่าจะรักษาสิทธินั้นโดยกระบวนการใด เวลาร่างท่านยึดโยงแต่มาตรา ๖๗ ที่จะ เข้ามานี้ โดยละเลยมาตรา ๖๖ และไปเขียนติ่งไว้อีกว่าจะมีรายได้จากไหน องค์กรใหม่ พยายามจะเข้าไปแทรกว่าฉันขอจัดการผลประโยชน์ด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมพูดทําไมครับ พูดเพราะว่าวันนี้ผลประโยชน์ซ่อนรูปขององค์กรที่มีประโยชน์ในสังคมพยายามเข้ามา แทรก ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป่ดโอกาสไว้เช่นนั้นจริง ๆ ผมจึงอยากให้ท่านได้อธิบาย มาตรา ๘๕ ไว้ชัดเจนกว่านี้นิดหนึ่ง และบันทึกไว้เลยว่าคณะกรรมาธิการของท่านได้มี ความเห็นอย่างนี้ และผมอยากจะให้คําอภิปรายของท่านบันทึกไว้ในสภาและจะเปึนประโยชน์ กับการวินิจฉัยต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมีการแก้ไข หลายมาตรา ผมอยากจะให้ท่านเลขาธิการได้อ่านว่ามาตราไหนที่วุฒิสภาแก้ไข เพื่อให้ ที่ประชุมวินิจฉัยว่าใครจะอภิปรายมาตราไหน เพื่อรวบรัดเวลาครับ เชิญเลขาธิการ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ทั้งหมดมีด้วยกัน ๙๕ มาตรา ผมจะเรียนเฉพาะมาตรา ที่วุฒิสภาแก้ไขนะครับ

มาตรา ๖ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณาแล้วก็มีมติ แก้ไขเปึนร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกันอีกต่างหาก

มาตรา ๗ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันมีมติเห็นชอบตาม วุฒิสภา

มาตรา ๙ วุฒิสภาแก้ไข และคณะกรรมาธิการร่วมกันก็ยกร่างขึ้นมาใหม่

มาตรา ๑๐ วุฒิสภาแก้ไข ก็มีร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกัน

มาตรา ๑๑ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นตามร่างของ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันมีมติเห็นด้วยกับ ร่างของสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๓ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นด้วยกับร่างของ สภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ วุฒิสภาแก้ไข แต่คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบด้วยกับร่างของสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๐ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันก็ไปแก้ไขร่างของ คณะกรรมาธิการร่วมกัน

มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑ วุฒิสภาแก้ไข แล้วก็ คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบด้วยกับร่างของสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันมีมติ ร่างขึ้นมาใหม่

มาตรา ๕๒ ก็เช่นเดียวกัน วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการมีมติร่างขึ้นมาใหม่

มาตรา ๘๔ วุฒิสภาแก้ไข คณะกรรมาธิการร่วมกันมีมติเห็นชอบด้วย กับร่างของวุฒิสภา

และสุดท้ายคือมาตรา ๘๕ วุฒิสภาแก้ไข แต่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้มีการร่างขึ้นใหม่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี คือจะได้รวบรัดเข้าครับว่าอันไหนที่แก้ไขหรือไม่แก้ไขอะไรต่าง ๆ เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสาระครับท่านประธาน ผมคิดว่าการอภิปรายคงเปึนการอภิปราย รวมทุกมาตราทั้งฉบับที่แก้ไข แต่ว่าคงจะไม่ถึงขนาดว่าต้องล็อกรายมาตรา เพราะมัน คนละวาระกัน แต่ในเรื่องที่ผมติดใจก็ต้องเรียนท่านประธานว่าคงจะไม่พูดในมาตราอื่น จะเข้าประเด็นในมาตราที่ติดใจเลยเพื่อความรวดเร็ว ผมดีใจที่ท่านคณะกรรมาธิการร่วมกัน ชุดนี้ทํางานได้รวดเร็ว ผมเปึนคนขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องนี้ขึ้นมาในสมัยที่เปึนการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร โดยหวังว่าเมื่อสิ้นสมัยประชุมสภานี้คือสิ้นเดือนนี้เราจะมีโอกาส เสร็จสิ้นกระบวนการทางนิติบัญญัติ แล้วทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมีผลใช้บังคับ ได้จริง ซึ่งจะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะมีสิทธิที่จะประมูลในอนาคตเรื่องของ ๓ จี (3G) ในกลางป้หน้า ถ้าเราทําทันก็จะเปึนเรื่องที่ดี และขอบคุณครับท่านทําได้เร็ว และดีนะครับ

ประเด็นที่ผมติดใจเรื่องเดียวครับคือในเรื่องของมาตรา ๘๔ เรื่องของ การนําส่งรายได้แผ่นดิน ท่านได้มีการเลื่อนของเดิมจาก ส.ส. ที่คุยกันเอาไว้ก็คือว่าบริษัท ที่เขาเปึนผู้ให้สัมปทานในอดีต อย่างเช่น บริษัท ทีโอที ให้สัมปทานกับบริษัท เอไอเอส บริษัท ซีเอที หรือ แคท เทเลคอม ก็ให้สัมปทานกับดีแทค แล้วก็ทรู เงื่อนไขเดิมก็คือว่า ที่ผ่าน ส.ส. ไป ทีโอทีก็ดี ซีเอทีก็ดี จะต้องส่งมอบให้เวลาเขาเตรียมการแค่ป้เดียว แล้วหลังจาก ๑ ป้ไปก็ต้องส่งรายได้ที่มาจากการสัมปทานให้กับ กสทช. ที่จะมีการจัดตั้งขึ้น ตามนี้ ก็แปลว่าอะไรครับ กสทช. ก็จะต้องส่งเปึนรายได้แผ่นดิน ปรากฏว่าทางท่าน ส.ว. แล้วก็ทางท่านคณะกรรมาธิการร่วมกันชุดนี้ได้มีการขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้ที่ได้ตกลงกัน เอาไว้เปึน ๓ ป้ ก็แปลว่าจากป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ เงินจะไหลเข้า กสทช. แล้วนําส่งไปรายได้ แผ่นดิน มันก็จะช้าขึ้น เพราะจะต้องส่งให้ทีโอที คนที่รับประโยชน์ก็คือทีโอทีและซีเอที ซึ่งเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐ รายได้นําส่งเปึนของแผ่นดินช้าลงครับ แต่แน่นอนครับ บางท่าน บอกว่าเปึนเรื่องกระเปิาซ้ายกระเปิาขวา เพราะว่าอย่างไรก็ดีรายได้สัมปทานนั้นก็ต้อง ถูกส่งเปึนรายได้ของรัฐอยู่ดี โดยจะผ่านกระเปิาของ กสทช. แล้วเปึนรายได้แผ่นดิน หรือโดยผ่านกระเปิาของทีโอทีและซีเอทีในฐานะรัฐวิสาหกิจและเปึนรายได้แผ่นดิน ดูเสมือนประหนึ่งว่าจะเปึนกระเปิาซ้ายกระเปิาขวาผ่านทางไหนก็เหมือนกัน แต่ผมเรียน ท่านอย่างนี้ว่า มันมีความแตกต่าง ซึ่งผมอยากได้รับคําตอบจากท่านกรรมาธิการร่วมกัน ชุดนี้ว่า ๒ กระเปิานั้นรูรั่วมันต่างกัน เพราะว่ารูรั่วที่ ๑ ถ้าผ่าน กสทช. ก็แน่นอนครับ หักเปึนค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในนี้เขาเขียนชัด แล้วก็ส่งดิ่งตรงไปที่รายได้แผ่นดิน แต่ถ้าท่าน ให้ไป ให้ไปผ่านทีโอทีแล้วก็ผ่านแคท ในฐานะรัฐวิสาหกิจก็ต้องผ่านบอร์ด ( Board) เขา หรือคณะกรรมการบริหารของเขา รูรั่วดูเหมือนกับว่าจะไม่เท่ากันเสียแล้ว ใครรับปากได้ว่า กรรมการบริหาร ผู้บริหารของทั้ง ๒ หน่วยงานนี้รัฐวิสาหกิจจะไม่นําเงินรายได้แผ่นดินนั้น ไปทําอย่างอื่นครับ ๒ บริษัทนี้มีขาดทุนสะสมหรือไม่ จะหักขาดทุนสะสมก่อนหรือเปล่า ๒ บริษัทนี้มีสวัสดิการให้กับผู้บริหารจะนําไปช่วยผู้บริหารในเรื่องของสวัสดิการก่อน หรือไม่ หรือจะนําไปให้สปอนเซอร์ (Sponsor) สโมสรฟุตบอล หรือจะนําไปให้สปอนเซอร์ สมาคมกีฬาต่าง ๆ ใครสามารถการันตี (Guarantee) ได้ครับ แต่ผมเชื่อว่าท่านกรรมาธิการชุดนี้ น่าจะได้มีการตรวจสอบรายละเอียดมาดีพอสมควร ก็อยากจะฟังว่าทําไมถึงเลือก ๓ ป้ แทนที่จะเลือก ๑ ป้แล้วเงินได้เร็วมาก ทําไมถึงเลือกทางนั้นครับ การเตรียมการของทีโอที ซีเอที เขาไม่มีความพร้อมหรืออย่างไร เรื่องนี้การวิงวอนไปไม่ได้วิงวอนผ่านทางท่าน อย่างเดียว ต้องผ่านทางสหภาพของทีโอที และซีเอทีด้วย ต้องช่วยดูนะครับ ผมเชื่อว่า สหภาพก็คงจะไม่ได้คํานึงถึงประโยชน์องค์กรเปึนเรื่องสําคัญอย่างเดียว คงต้องคํานึงถึง ผลประโยชน์ที่จะได้ตกต่อประเทศชาติด้วยช่วยดูนะครับว่าเงินถ้าต้องผ่านทีโอทีหรือซีเอที ในช่วงป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ ผู้บริหารเอาไปใช้อะไรที่เปึนสวัสดิการของผู้บริหารหรือไม่ ต้องช่วยกัน ตรวจสอบทุกภาคส่วน นี่แหละคือสิ่งที่ผมกังวลใจ เพราะว่าไม่ใช่กระเปิาซ้ายกระเปิาขวา ที่แท้จริง แต่มันเปึนกระเปิาซ้ายกระเปิาขวาที่มีรูรั่วที่แตกต่างกัน ท่านกรรมาธิการครับ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีกรณ์ ได้พูดเอาไว้ว่าอยากจะเห็นงบประมาณสมดุลในอีก ๕ ป้ข้างหน้า นั่นก็แปลว่ารายได้ ในการจัดเก็บของเรานั้นจะต้องมีเพิ่มมากขึ้น แล้วรายได้สําคัญคือรายได้จากการสัมปทาน ครั้งนี้ ผมก็กังวลใจครับว่าวิธีการยืดขยายจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ของท่านจะส่งผลให้ความฝัน ความหวัง ความตั้งใจที่จะจัดงบประมาณสมดุล ก็คือรายรับ-รายจ่ายเท่ากันอีก ๕ ป้ ข้างนั้นมันช้าไปอีกครับ ตรงนี้ท่านน่าจะตอบผมได้ว่าทําไมถึงขยายจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ การเตรียมความพร้อมไม่พอหรืออย่างไร แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในอดีตกฎหมาย ฉบับนี้รอจะคลอดอยู่นานแล้วครับ องค์การโทรศัพท์ทีโอที หรือการสื่อสารอย่างซีเอที ท่านไม่พร้อมเลยหรือครับ ไม่มีแผนรองรับมาก่อนล่วงหน้าเลยหรือ เพราะว่าถ้าไม่เตรียม ๓ ป้ท่านให้ผมว่าอย่างไรก็ไม่ทันอยู่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านกรรมาธิการร่วมกันได้มีโอกาสชี้แจงเพราะเรื่องนี้เปึนสาระสําคัญ ในการที่จะส่งผลกระทบให้การจัดงบประมาณสมดุลในอีก ๕ ป้ข้างหน้านั้นมีความยากมากขึ้น ก็ขอให้ท่านช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้คณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอเข้าสู่สภา มันเปึนกฎหมายที่ผมอยากเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการที่แก้ไข ไม่ว่าท่านจะไปแก้ไขหรือวุฒิสภาแก้ไขมา มันเปึนเรื่องผลประโยชน์ทั้งนั้นเลย ผมดูแล้วแก้ไขไม่มีประเด็นไหนที่จะไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนให้สิทธิอะไรเขาตามสมควร มีแต่จํานวน ๑๑ คน ๑๕ คน แล้วก็ไปแก้ไข ประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่งที่ท่านไปเห็นด้วยกับวุฒิสภาคือท่านไปเพิ่มเปึน ๗๐ ป้ในมาตรา ๗ ทําไมล่ะครับ ๖๕ ป้ ยังไม่พออีกหรือ กรรมการนี่มีอํานาจนะครับ ไม่เหมือนพวกผมที่เปึนแพทย์ครับท่านประธาน เกษียณ ๖๐ ป้ บริหารไม่มีแล้วนะครับ ๖๑ ป้ ๖๒ ป้ ๖๓ ป้ เขาไปช่วยได้ แต่เขาไม่มีอํานาจบริหาร แต่ท่านไปเพิ่มให้ถึง ๗๐ ป้ ท่านประธานเคยเห็นไหมต่างประเทศมีประเทศหนึ่งไม่อยากเอ่ยชื่อนะครับ เพิ่มเกษียณแค่ ๒ ป้ประท้วงกันวุ่นวาย วุ่นวาย จนบัดนี้ยังไม่เสร็จสิ้นครับ นี่ท่านอยู่ดี ๆ ไปเพิ่มเปึน ๕ ป้ ท่านไปเห็นด้วยกับวุฒิสภา ผมก็ไม่เข้าใจ คนไทยนับถือศาสนาพุทธ ๖๕ ป้แล้วผมว่า มันน่าจะพอเรื่องอํานาจ ถ้าเรายังไม่พอซึ่งอํานาจสักวันหนึ่งอํานาจมันจะทับตัวตาย ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็น สตง. ไหมครับท่านประธาน เปึนอย่างไร ๖๕ ป้ เขากําหนดในกฎหมายชัดเจน ๖๕ ป้ต้องหยุดรักษาการ สงสัยจะรักษาการ ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่อย่างนั้นหรือ เอาอย่างนั้นหรือครับ นี่ ๗๐ ป้ไปเพิ่มอีก เพิ่มกิเลสตัณหา มากมายปานนั้นท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้ผลประโยชน์มหาศาลหลายแสนล้านบาท กสช. ตั้งมาก็ฟัองกันไปฟัองกันมา ฟัองกัน กสทช. มันจะฟัองกันอีกหรือเปล่าผมยังไม่แน่ใจ นะครับ กฎหมายนี้ผ่านไปมันจะฟัองกันอีกหรือเปล่า อ้ายนั่นตั้งอ้ายนี่ตั้งดึงไปดึงมา ผมว่าท่านอย่าไปเพิ่มกิเลสตัณหาให้คนมาก ผมยังอยากติงประเด็นนี้จาก ๖๕ ป้เปึน ๗๐ ป้ ผมไม่เห็นด้วย ถึง ๗๐ ป้ ผมว่าคนไทยถ้ารู้จักคําว่าพอ ผมว่าไม่ทะเลาะกันหรอก แต่ตอนนี้ทะเลาะกันวุ่นวายไปหมดเพราะไม่รู้จักคําว่าพอ ถ้า ๗๐ ป้เพียงแต่เปึนที่ปรึกษา ไม่ต้องไปมีอํานาจ ให้ท่านเปึนกรรมการไปเลยอีก ๕ ป้ แปลกมากครับเมืองไทยทําอะไร แบบนี้ ต่างประเทศแค่ ๒ ป้ ประท้วงกันจนป์านนี้ยังเอากันไม่อยู่เลย นี่อยู่ดี ๆ วุฒิสภา ก็เปลี่ยนอยากเปลี่ยนเปึน ๗๐ ป้ ไม่ทราบเหมือนกันครับในความเห็นของผมว่าทําไม ถึงต้องเพิ่มอีก ๕ ป้ ๖๕ ป้พอสมควร ท่านประธานครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากเรียนฝากอึดอัดใจมากครับ อาจจะนอกประเด็น เล็กน้อยครับท่านประธาน ฝากท่านประธานเรื่องวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาของเรา บ้านผม ยังฟังวิทยุไม่ได้เลยครับ เขตอําเภอเมือง ในข้อบังคับต้องมีการถ่ายทอด แล้วสภาเรา มันไม่มีอะไรเลยหรืออย่างไร จริง ๆ ต่างประเทศเขาให้ถ่ายทอด ตอนนี้เปึนช่วงที่เปึนช่องว่าง แต่ปรากฏว่ารัฐสภา ทั้งวุฒิสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรไม่ใส่ใจเรื่องนี้ ผมพูดตลอดครับ ทําไมเราไม่ทํา หลายช่องที่เขาไม่ได้มีเงินมากมายเขาก็ทําได้ ของเรามีทั้งงบประมาณ มีทั้งข้อบังคับคุณจะต้องถ่ายทอด ถ้าไม่ถ่ายทอดประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องแจ้งต่อที่ประชุมทําไมถึงถ่ายทอดไม่ได้ แต่ผมไม่เคยเห็นประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งสักครั้งครับว่าถ่ายทอดไม่ได้ ไม่เคย ผิดข้อบังคับตลอดเวลา ผมถึงอยากฝากท่านประธานครับช่องว่างเกิดขึ้นแล้ว คนอื่นเขา ตั้งกันไม่รู้กี่ช่องเปึนร้อยช่อง ท่านประธานครับ โฆษณาขายยาโด๊ป โฆษณาขายสินค้า แล้วของเราล่ะนิติบัญญัติ ผมไม่เข้าใจว่าทําไมไม่ทําเสียที งบประมาณก็ไม่ยอม ผมเคยถาม ผอ. ซึ่งเปึนรองเลขาธิการท่านก็บอกไม่มีเงิน คุณหมอครับไม่มีเงิน มันไม่มีเงินอย่างไรครับ แค่ไปเชื่อมสัญญาณกับเคเบิล ทีวี (Cable TV) ก็ยังไม่มีปัญญาเชื่อม ท่านประธานครับ ผมไปดูงานสหรัฐอเมริกาเห็นช่องนิติบัญญัติเขาสามารถถ่ายทอดไปตลอดให้ประชาชน ได้ฟัง เหมือนเรื่องน้ําท่วมจริง ๆ ต้องถ่ายทอดให้ประชาชนได้ฟังความเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เขาเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนขนาดไหน นี่ไม่มี ไม่ทําอะไร ผมถึงอยากฝากให้ผมมาพูดเรื่อง ๖๕ ป้กับ ๗๐ ป้ พูดไปอ่านไปผลประโยชน์ของเอกชน ทั้งนั้น ประชาชนไม่ได้อะไรเลยกับกฎหมายฉบับนี้ มีแต่ผลประโยชน์กับผลประโยชน์ จะตั้งพรรคพวก ตั้งตัวเอง ผมว่าให้ผมไปพูดเรื่องน้ําท่วมยังจะดีกว่ากฎหมายฉบับนี้ ฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ คุณจะไปเพิ่มกิเลสตัณหาให้คนมากมายขนาดไหน จะไปเพิ่มกิเลสขนาดนั้นเลยหรือ สตง. ก็เปึนตัวอย่างให้ท่านเห็นแล้ว ๖๕ ป้ยังไม่ยอมออก นี่ ๗๐ ป้ถ้าไม่ยอมออก มันลืมได้ครับ ๗๐ ป้ลืมแล้ว เราเปึนมานานแล้วเปึนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตายอย่างนั้นหรือ ผมถึงบอกว่าฝากท่านประธานผ่านไปถึงตรงนี้ ผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง ท่านอย่าไปเพิ่มกิเลสตัณหาให้คน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมอีกครั้งหนึ่ง ที่จะได้อภิปรายพูดจาแสดงเหตุผลในประเด็นที่เปึนรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ของ ๒ สภา เราได้ไปพิจารณาต่อกรณีที่วุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการก็ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... หรือ กสทช. ท่านประธานครับ ในประเด็นที่มีการแก้ไขทั้ง ๒๓ มาตรา และมีประเด็นหลักที่เปึนสาระอยู่ ๕ ประเด็นหลัก ผมได้พยายามดูและฟังเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานของกรรมาธิการร่วมกัน

ประการแรกสุดที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการร่วมกันในนามเปึนตัวแทนของทั้ง ๒ สภาที่ได้ทําหน้าที่ และจัดทํารายงานให้กับพวกเรา เพื่อที่จะได้พิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรรมาธิการร่วมกัน หรือไม่ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะความเห็นของสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ความเห็น ของวุฒิสภาก็ดีมันหมายถึงโอกาสที่จะเปึนพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะส่งไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เพื่อทรงโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยเปึนกฎหมายที่จะใช้กับพี่น้องประชาชน ใช้กับประเทศชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ ในประเด็นที่มีความเห็นต่างต่อกรณี วุฒิสภาแก้ไขมา แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรเราไม่เห็นด้วยแล้วก็ส่งให้กรรมาธิการร่วมกัน ช่วยกันไปพิจารณา ผมมีคําถามเพื่อที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบ หรือไม่

คําถามแรกเกี่ยวกับการแก้ไขเรื่องจํานวนและที่มาของคณะกรรมการ ที่เราเรียกตัวย่อเปึน กสทช. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ ในรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน คณะกรรมาธิการร่วมกันแก้ไขเพิ่มเติมเปึนร่าง ของคณะกรรมาธิการร่วมกัน แต่สาระหลักนี้กลับมาคล้ายกับร่างของสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของจํานวน ซึ่งเดิมคือ ๑๑ คน วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเปึน ๑๕ คน ท่านก็แก้กลับมา เปึน ๑๑ คน มีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุง ให้เปึนร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ถามว่า โดยรวมผมรับได้หรือไม่ รับได้ครับท่านประธาน ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน แต่ประเด็นที่ผมมีคําถาม เผอิญผมไปดูในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ที่เขียนแนบท้ายมา ต้องขออนุญาตท่านประธาน ผมไม่มีสิทธิอภิปรายเวลาพิจารณา ข้อสังเกต แต่จะขออนุญาตกลับมาเปึนคําถามในขณะที่ผมอภิปรายต่อสาระหลักของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ มีความเห็นเปึนข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งแน่นอนครับ ถ้าสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบข้อสังเกตแล้วก็ส่งให้รัฐบาลในฐานะ เปึนผู้จะนํากฎหมายฉบับนี้ไปปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติตามข้อสังเกตนั้น ท่านเขียนอย่างนี้ครับ เรื่องของผู้แทนด้านเศรษฐศาสตร์ ท่านเขียนบอกว่ามันเปึนเรื่องสําคัญควรจะมีผู้แทน ด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีความรู้ความสามารถด้านการเงินการธนาคารเข้ามาเปึนกรรมการด้วย นั่นคือข้อเสนอของทางคณะกรรมาธิการร่วมกันที่เขียนมาในข้อสังเกตแนบท้าย ผมก็มี คําถามว่าถ้าท่านมีความเห็นอย่างนี้ในตัวบททําไมท่านไม่แก้ไขไปเลย น่าจะมีผลบังคับ ดีกว่าเปึนข้อสังเกต ข้อสังเกตผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถึงแม้จะมี บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญก็ดี ข้อบังคับก็ดี บอกว่าข้อสังเกตถ้าผ่านความเห็นของสภา แล้วรัฐบาลจะต้องนําไปสู่การปฏิบัติ แล้วรายงานให้กับสภาทราบ แต่ข้อสังเกตแนบท้าย พระราชบัญญัติกว่าที่จะนําสู่การปฏิบัติได้ ผมไม่แน่ใจว่าข้อสังเกตของท่านจะเปึนประโยชน์ ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ เช่นกันครับ ท่านเขียนเรื่องเกี่ยวกับผู้แทนด้าน ความมั่นคง ท่านเสนอบอกว่าถ้ามี กสทช. เรียบร้อยแล้วควรจะตั้งผู้แทนด้านความมั่นคง มาเปึนอนุกรรมการร่วมด้วย ซึ่งเปึนอํานาจหน้าที่ของ กสทช. ที่เขาจะตั้งคณะอนุกรรมการ ต่าง ๆ เข้ามาช่วยดูกิจการเหล่านี้ได้อยู่แล้ว ท่านเขียนทําไมครับ ผมไม่แน่ใจ ต้องถามว่า เขียนทําไม เขียนแล้วนําสู่ปฏิบัติได้หรือไม่ เหมือนกับวุฒิสภาได้ให้ความสําคัญว่า คณะกรรมการ กสทช. ควรจะมีผู้แทนด้านความมั่นคงเข้ามา วุฒิสภาแก้ไขไปในตัวบทเลย แต่คณะกรรมาธิการร่วมกันเองเหมือนกับครับ ผมต้องขออนุญาตใช้คําว่า เหมือนกับ เกลียดปลาไหลแล้วขอกินน้ําแกงสักนิดหนึ่ง เขียนเพื่อสงวนน้ําใจของวุฒิสภาหรือไม่ ผมไม่แน่ใจนะครับ ฝากเปึนคําถามที่ท่านจะได้ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ เช่นเดียวกับผู้แทน ด้านศาสนาครับ ในร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธาน ผมขออนุญาตนิดเดียว ท่านแก้ไขร่างของวุฒิสภาซึ่งเดิมในมาตรา ๖ (๕) วุฒิสภาเขาเขียนอย่างนี้ครับ ผู้ที่มี ผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศึกษา หรือวัฒนธรรม หรือการศาสนา หรือการพัฒนาสังคม อันเปึนประโยชน์ต่อการกํากับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จํานวนสามคน อันนี้คือร่างของวุฒิสภา ท่านมา ปรับแก้อย่างนี้ครับ ประโยคเดิม (๕) บรรทัดที่ ๑ เหมือนกัน ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศึกษา ท่านไม่มีหรือครับ ด้านการศึกษา วัฒนธรรม ท่านตัด หรือการศาสนา ออก เหลือ หรือการพัฒนาสังคม แล้วแก้จํานวนสาม เปึนหนึ่ง นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะเปึนเรื่องการศึกษา วัฒนธรรม การพัฒนาสังคม ให้ได้ ๑ คน ท่านก็ไปเขียนในข้อสังเกต ท่านว่าควรจะมีผู้แทนจากด้านการศาสนาเข้ามาเปึน คณะกรรมการ เขียนทําไมครับ ผมอยากทราบความนัยของท่านกรรมาธิการร่วมกันจริง ๆ ว่าท่านเขียนไว้อย่างนั้นเพื่อประสงค์อันใด ถ้าท่านมีความเห็นร่วมกันทําไมไม่เขียนเข้าไป ในตัวบท เผื่อว่าในการที่กระบวนการการสรรหาการคัดเลือกท่านตัดคําว่า การศาสนา ออกไป แต่ไปเขียนแนบท้ายอันนี้เปึนประเด็นที่ผมมีคําถาม

เรื่องคุณสมบัติ เรื่องอายุผมไม่ติดใจ แต่มีคําถามว่าทําไมต้องเปึนอายุ ๗๐ ป้ นี่เปึนร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา วุฒิสภาอาจจะมีมุมมองที่เห็นประโยชน์ว่า คนอายุ ๗๐ ป้อาจจะมีประสบการณ์มีความรู้ครับ แต่ว่าต้องอธิบายให้กับสภาแห่งนี้ ได้รับทราบว่าที่มาที่ไปเพื่อเปึนการบันทึกเสมือนเปึนเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติ ที่เราจะต้องมาสืบค้นได้ในต่อไป

เรื่องหน่วยธุรการผมฟังต้องขออนุญาตเผอิญได้มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้กับ ท่านอนันต์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้มาก ท่านเองให้ความเห็นได้ดีมากเกี่ยวกับหน่วยธุรการที่จะเปึนหน่วยดําเนินการคัดเลือก สรรหา ร่างพระราชบัญญัติเดิมของเราใช้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนหน่วยธุรการ ในการดําเนินการ ท่านอยากให้ไปใช้สํานักงานของ กสทช. ซึ่งเปึนไปตามบทเฉพาะกาล เหตุผลเราเองเราบอกว่าถ้าใช้สํานักงานตรงนั้นเราไม่แน่ใจว่าจะมีความเปึนกลาง เปึนธรรมกับทุกฝ์ายหรือไม่ และแก้กลับมาเปึนสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ลักษณะ อย่างนี้ต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการร่วมกันที่มาจากวุฒิสภา ด้วยความเคารพท่าน ท่านยังจะรับได้อยู่หรือไม่ ยังจะมีความยุ่งยากอยู่ไหมที่ให้หน่วย ดําเนินการในการสรรหาการคัดเลือกเปึนหน่วยของวุฒิสภา

ประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคประชาชน ผมไม่ติดใจครับ

การส่งรายได้ก็เปึนคําถามที่เพื่อนสมาชิกถามไปแล้วก็เปึนสิ่งที่ท่าน ต้องตอบให้กับสภาแห่งนี้เพื่อที่จะได้ช่วยกันพิจารณา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ การทํางานของคณะกรรมาธิการร่วมกันผมรับได้โดยภาพรวม

มีคําถามสุดท้ายเท่านั้นเองครับ ถ้าสภาแห่งนี้คือสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน คําถามผมก็คือว่าถ้าท่านไปรายงานต่อวุฒิสภา แนวโน้มในฐานะที่ท่านสมาชิกวุฒิสภา มาเปึนกรรมาธิการร่วมกันถึง ๑๑ ท่านนะครับ แนวโน้มวุฒิสภาจะรับได้หรือไม่ ตามร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมถามแนวโน้มนะครับ จริงอยู่ ท่านอาจจะตอบผมไม่ได้ แต่ว่าดูแนวโน้ม เพราะผมเชื่อว่าการที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ไปรายงานต่อวุฒิสภา ท่านอาจจะมีเหตุมีผลที่สามารถที่จะโน้มน้าวให้เหตุให้ผลกับ วุฒิสภาได้ในการที่จะให้ความเห็นชอบ เปึนคําถามสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ในการให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบนั้นผมจะฟัง ท่านกรรมาธิการร่วมกันได้กรุณาตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกและตัวผมเองเพื่อประกอบ การพิจารณา ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้เห็นรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ผมได้เห็นในมาตรา ๗ ซึ่งผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านผู้ซึ่งอภิปราย จบไปเมื่อสักครู่ เพราะผมเห็นว่าที่ท่านไปแก้ไขในส่วนของวุฒิสภาจากอายุ ๖๕ ป้ เปึน ๗๐ ป้บริบูรณ์นั้นจะมากเกินไปหรือไม่ ผมเข้าใจดีอยู่ครับว่าวุฒิสภานั้นหมายถึง สภาสูง หรือถ้าพูดอีกทีก็ความหมายชาวบ้านคือสภาผู้เฒ่า สภาผู้สูงอายุจะขยายจาก ๖๕ ป้เปึน ๗๐ ป้ ผมคิดว่ามันจะหนักหนาสาหัสเกินไปไหมสําหรับการทําหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะถามว่าเมื่อท่านอายุ ๖๐-๗๐ ป้ ตามกฎหมายท่านจะได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท กรรมการที่จะเข้ามาเปึนจะรับเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาทอีกหรือไม่ครับ ท่านประธานครับ บางท่านอาจจะเห็นว่าเปึนเรื่องที่น่าขบขัน แต่เงิน ๕๐๐ บาทสําหรับพี่น้องประชาชนคนยากจนนั้นมีความหมายครับ แล้วถ้าคณะกรรมการที่จะมาเปึนคณะกรรมการชุดนี้ยังเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาทอีก ผมก็คิดว่าเงินเดือนที่ท่านได้เดือนละเปึนแสน ๆ บาทนั้นจะเปึนการเอาเงินจากหลวง มากเกินไปหรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมเห็นว่าที่ท่านสมาชิกวุฒิสภา ไปแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๘๔ ที่ท่านแก้ไขเพิ่มเติมจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ ในเรื่องของการให้ รัฐวิสาหกิจนํารายได้จากผลประกอบการในส่วนที่รับอนุญาตต่าง ๆ นั้นนําส่งเข้าเปึน รายได้แผ่นดิน เดิมกฎหมายกําหนดไว้เพียง ๑ ป้ ท่านไปขยายเปึน ๓ ป้ ท่านขยายไป ทําไม และเงินจํานวนดังกล่าวนั้นไปอยู่ที่รัฐวิสาหกิจที่ท่านก็ทราบท่านก็รู้อยู่แล้วว่าคือ หน่วยงานใดครับ ซึ่งถ้าว่าไปแล้วนั้นการใช้จ่ายเงินของรัฐวิสาหกิจดังกล่าวก็เปึนที่น่า เคลือบแคลงสงสัยในหมู่พี่น้องประชาชน ผมจึงเห็นว่าการที่ท่านขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้เปึนการฝากเนื้อไว้กับเสือ ในภาวะที่เงินคงคลังของรัฐบาล หรือเงินที่รัฐบาลจะต้อง นํามาใช้จ่ายในการที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องต่าง ๆ หรือในการบริหาร ประเทศ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเปึนจํานวนมากนั้นก็ต้องพึ่งพาเงินจากภาษีต่าง ๆ และการที่ วุฒิสภาไปเสนอขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ ผมมองว่าเปึนการเอื้อประโยชน์ต่อ รัฐวิสาหกิจ ทําไมเมื่อได้เงินมาแล้วทําไมไม่รีบนําเข้าเปึนรายได้ของแผ่นดิน เปึนรายได้ ของประเทศชาติ เปึนรายได้ของรัฐบาล ท่านไปขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ แล้วถามว่าใครได้ประโยชน์ และในช่วงที่ขยายระยะเวลาไป ดอกเบี้ยไปอยู่ที่ไหน ดอกเบี้ย ดังกล่าวนั้นจะได้กับรัฐบาล ได้กับกระทรวงการคลังหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงองค์กรรัฐวิสาหกิจในส่วนความรับผิดชอบองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยก็มีเรื่อง การทุจริตมากมายหลายประการ โดยเฉพาะในโครงการ ๔๗๐ ผมคิดว่าผู้รับผิดชอบก็ต้อง ไปทําการชําระสะสางการทุจริตต่าง ๆ ในองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ โครงการ ๔๗๐ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราก็ไม่อาจที่จะไว้วางใจได้ว่า เมื่อเงินจํานวนมหาศาลที่ กสทช. ได้รับจากผู้ประกอบการ ได้รับจากรัฐวิสาหกิจ จะไปตกถึงมือ ของแผ่นดินจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่วุฒิสภาท่านไปขยายเวลาเพิ่มเติม ดังกล่าวนั้น ผมสงสัยเปึนอย่างยิ่งและต้องการคําตอบที่ชัดเจนให้กับสภาผู้แทนราษฎร และโดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยเลยในการที่จะขยายเวลาการนําเงินรายได้ที่จะเข้าสู่แผ่นดิน โดยเร็วภายใน ๑ ป้ คือพ้นจาก ๑ ป้ไปแล้วเมื่อ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับเอาเงินเข้าสู่แผ่นดิน แต่ท่านขยายไปถึง ๓ ป้ซึ่งทอดเวลาเนิ่นนานออกไปนั้น ผมสงสัยว่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ ทับซ้อนเข้ามาในประเด็นนี้หรือไม่

ส่วนประเด็นข้างต้นที่ผมได้เกริ่นมานั้นคือการที่ท่านจะให้มีคณะกรรมการ มีอายุถึง ๗๐ ป้ ผมก็ไม่ติดใจสักเท่าไรนะครับ ก็ขอกราบเรียนถามท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการร่วมกันได้โปรดชี้แจงให้ชัดเจนให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจด้วยว่า การที่ต้องขยายเวลานั้นท่านขยายเวลาเพื่อใคร เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ หรือเพื่อประโยชน์ของใครในรัฐวิสาหกิจบางแห่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่เมตตาค่ะ ร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ดิฉันขอลงรายละเอียดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่ากระจายอยู่ทั้งประเทศ ท่านประธานผ่านไปถึง คณะกรรมาธิการร่วมกันค่ะ นั่นก็คือเรื่องของวิทยุชุมชนค่ะ เพราะว่าอีกไม่นานเราจะได้ กสทช. แล้ว ฉะนั้นการจัดสรรคลื่นความถี่ของวิทยุชุมชนทั่วประเทศจะต้องมีหลักเกณฑ์ ที่แน่นอน ชัดเจน และเปึนธรรม เพราะว่าวิทยุชุมชนนั้นสามารถที่จะกล่อมเกลาคนในชุมชน ได้เปึนอย่างดีเลยทีเดียว แล้วก็วิทยุชุมชนนั้นมีทั้งคุณและโทษค่ะ ทีนี้เมื่อมี กสทช. แล้ว จะต้องมีการจัดสรรคลื่นความถี่ อยากให้กําหนดว่าวิทยุกระจายเสียงชุมชนนั้นคลื่นความถี่ สูงสุดอยู่ที่เท่าไรคะ เพราะว่าในป้ ๒๕๔๕ สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยเขาอ้างหรือเปล่า ก็ไม่ทราบอันนี้ เขาบอกว่าให้ผู้มีสถานีวิทยุชุมชนส่งได้ ๓๐ วัตต์ ท่านประธานคะ เสาสูง ๓๐ เมตร ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการร่วมกัน เชื่อไหมคะว่าสิ่งเหล่านั้นสถานี วิทยุชุมชนมีทุกคนค่ะ แต่มีไว้ให้ตรวจเท่านั้น จริง ๆ แล้วส่งกันเปึน ๑,๐๐๐ วัตต์ ๒,๐๐๐ วัตต์ ๑ กิโลวัตต์ ๒ กิโลวัตต์ แล้วสิ่งที่ตามมาคืออะไรคะ โฆษณาค่ะ โฆษณาแต่ก่อนนั้นบอกว่า ๑ ใน ๘ ชั่วโมงนี้ให้โฆษณาได้ ๖๐ นาที ก็คือใน ๘ ชั่วโมงนั้นเฉลี่ยให้โฆษณาได้ ๑ ชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้ ๘ ชั่วโมงโฆษณา ๘ ชั่วโมงเลยทีเดียว ยัดเยียดเข้าไปให้พี่น้องประชาชนรับฟัง อยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือวิทยุชุมชนค่ะ แล้วก็มีช่องของเอ็มวี (MV) ด้วยนะคะ เอ็มวีทั้งหลาย ไม่ทราบว่าท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการร่วมกันได้ดูหรือเปล่า ช่องเอ็มวี บางช่องค่ะท่านประธาน มีการสอนเต้นรูดเสาให้เซ็กซี่ที่สุดด้วย มีด้วยนะคะแบบนี้ แล้ว ประเทศไทยบอกว่าผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุด ๙๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แต่มีเรื่องนี้ แต่ไม่มีผู้ใหญ่ไปให้ความสนใจสักเท่าไร แล้วก็มีเอ็มวีช่องหนึ่งที่มีการโฆษณาเรือนร่าง ของผู้หญิง ๒๔ ชั่วโมงเลย แล้วก็ให้โหลดเข้าไปในโทรศัพท์ได้เบอร์นั้นเบอร์นี้ เสีย ๓ บาท ๕ บาท ๖ บาทบ้าง อันนี้ถ้ามี กสทช. แล้วที่บอกว่าจะได้เงินมหาศาลจากที่เปึนคณะกรรมการ กสทช. นี้ก็ฝากไว้ด้วยนะคะว่า นั่นคือในช่องของเอ็มวี

ทีนี้เรื่องเล็ก ๆ ของดิฉันที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทยนั้น ก็คือวิทยุชุมชน ตอนนี้นั้นน้ําผลไม้มหัศจรรย์ชนิดหนึ่งหรือหลาย ๆ ชนิดที่กินแล้วมีอายุ ยืนยาวแทบจะไม่ตายไปจากโลกนี้โฆษณากันมากเลยทีเดียวค่ะ ดิฉันก็เลยร้องขอเลย ทีเดียวว่าเปึนหน้าที่ที่จะต้องกวดขันเข้มงวด เพราะว่านั่นเปึนเรื่องของผู้บริโภคอย่างชัดเจนที่สุดค่ะ แล้วทีนี้เมื่อเข้าไปสู่การรับฟังแล้วก็จะมีการที่ติดจากตรงนี้ ถึงจะไม่เชื่อแต่ว่ามันเกิดความเคยชิน ก็จะซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ท่านประธานคะ ในเรื่องนี้แล้วก็การโฆษณาด้วยค่ะ การโฆษณานั้น ในวิทยุชุมชนต้องถือว่าเปึนการโฆษณาที่มาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ เพราะว่าตอนนี้ยังไม่มีข้อกําหนด ว่าคุณจะโฆษณาเท่าไร ฉะนั้นการโฆษณาจึงมีการโฆษณามาก แล้วก็ใครที่มีเงินก็สามารถ ที่จะตั้งเปึนสถานีวิทยุชุมชนขึ้นมาไม่มีจริยธรรม ไม่มีคุณธรรม ในเรื่องของการใช้สื่อ เพราะว่าไม่ได้ร่ําเรียนมา แต่ใช้ความสามารถของตัวเองนี่แหละค่ะ แล้วก็บางครั้งใช้สถานีวิทยุชุมชนโจมตีผู้อื่นด้วย อย่างเช่นสถานีวิทยุชุมชนอยู่ทั่วทั้งประเทศ สถานีวิทยุชุมชนที่อ้างปกปัองสถาบันอย่างนี้แล้วก็โจมตีคนอื่นอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการร่วมกันนะคะ ร้องขอว่าท่านจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เพื่อการจัดระเบียบคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุชุมชน ในประเทศไทยนี้โดยเฉพาะชาวรากหญ้า ของดิฉันภาคบันเทิงฟรี ๒ อย่างก็คือวิทยุและโทรทัศน์เท่านั้น ฉะนั้นเมื่อวิทยุและโทรทัศน์ ที่เปึนเสรีมากเกินไปในขณะนี้นําสิ่งใดที่ไปนําเสนอต่อเขาเขาก็รับฟัง แต่บอกว่าการรับฟังนั้น ท่านก็ต้องแย้งว่านั่นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน ทีนี้วิจารณญาณของแต่ละคน คนที่รู้หนังสือถึงขั้นปริญญาตรีเท่าไร มันก็ต้องมีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แล้วก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการร่วมกันเรื่องของการควบคุมช่องเอ็มวีด้วยค่ะ ไม่ใช่ให้โฆษณากันมากเหลือเกิน ผลิตภัณฑ์ครีมผู้หญิงนี่ผู้หญิงจะสวยเปึนอมตะนิรันดร์กาล ทุกช่องเลยทีเดียว แล้วก็ในเรื่องของการลดความอ้วนด้วย ตรงนี้เยอะมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะการขายครีมต่าง ๆ ก็ฝากด้วยเมื่อเปึน กสทช. ที่สมบูรณ์แบบแล้วอย่ามอง แต่เรื่องของผลประโยชน์มากมายมหาศาลที่จะเกิดขึ้น ต้องมองไปที่ผู้บริโภคกลุ่มเล็ก ๆ แต่เปึนจํานวนประชากรที่มากมายมหาศาลของประเทศด้วย เพื่อให้ประเทศนั้นมีคุณภาพ ที่ดีขึ้น แล้วก็เรื่องของการสัมปทานเรื่องสุดท้ายแล้ว ดิฉันจะไม่พูดมาก เรื่องสุดท้ายดิฉัน ฝากท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการร่วมกัน เรื่องของสัมปทานอย่างนี้ รัฐกับ การสัมปทานอย่างนี้ เพราะว่าทุก ๆ ท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้นั้นต้องถือว่าเปึนผู้มีคุณูปการต่อ ประเทศไทยเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันไม่กล้าที่จะบอกกล่าวเพราะว่ายังเปึนผู้น้อยอยู่ ดังนั้นเลยนํา ภาษากว่า ๔๐๐ ป้ นํามาให้ท่านพิจารณาค่ะว่า เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา นายหนึ่ง เลี้ยงพยัคฆาไป์อ้วน สองสามสี่นายมา กํากับ กันแฮ บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้น เสือตาย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตที่จะกล่าวขอบพระคุณคณะกรรมาธิการร่วมกัน ที่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ด้วยระยะเวลาอันกระชับ อย่างยิ่ง ก็ต้องถือว่าเปึนร่างพระราชญัตติที่มีความสําคัญมากที่สุดฉบับหนึ่ง เรามีความคาดหวัง สังคมมีความคาดหวังว่าร่างพระราชบัญญัตินี้จะนํามาซึ่งการพัฒนาการเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเราให้มีบริการที่ทันสมัยและทั่วถึงให้กับพี่น้องประชาชน ในราคาที่พี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ คราวนี้ผมไม่อยากที่จะใช้เวลาในการอภิปรายมากนะครับ แต่จริง ๆ แล้วมีประเด็นเดียวที่อยากจะขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้มีโอกาสได้ชี้แจง เพราะผมคิดว่าเปึนประเด็นสําคัญ ประเด็นที่เปึนหัวใจในส่วนของความกังวลที่ผมมี ก็คือ ประเด็นคําถามว่าพวกเราโดยรวมที่อยู่ในสภาแห่งนี้มีความรู้สึกอย่างไรกับอุตสาหกรรม โทรคมนาคมโดยรวม เรามีความรู้สึกว่าโครงสร้างของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเราอยู่ในระดับที่พึงพอใจแล้วหรือไม่ หรือโครงสร้างจริง ๆ แล้วที่มีทั้งในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการอยู่และมีส่วนของ เอกชนซึ่งมีสัมปทานโดยที่โครงสร้างสัมปทาน ของแต่ละบริษัทไม่ว่าจะเปึนสัดส่วนที่ต้อง เปึนรายได้ให้กับรัฐหรือในแง่ของระยะเวลาสัมปทานที่มีความแตกต่างกัน ทั้งหมดนี้เปึน โครงสร้างที่เราพึงพอใจแล้วหรือไม่ ผมเองส่วนตัวมีความอึดอัดต่อโครงสร้างนี้ และผลที่มีต่อบริการที่มีให้กับทางพี่น้องประชาชนโดยตลอดกว่า ๑๐ ป้ที่ผ่านมา แล้วก็ ได้คาดหวังว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปึนจุดเริ่มตันที่สําคัญในการที่จะนํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงที่สุด สืบเนื่องมาจากการแข่งขันที่มีความเสมอภาค และผมคิดว่าเงื่อนไขส่วนหนึ่งที่พวกเราต้องยอมรับทําให้โครงสร้างของเรามันบิดเบือน ก็คือเงื่อนไขที่เรามีรัฐวิสาหกิจที่ในอดีตเคยให้บริการทางสาธารณะ แต่หลังจากที่ได้เปลี่ยน โครงสร้างมาเปึนบริษัทมหาชนก็มีบทบาทหน้าที่ในการให้บริการในเชิงพาณิชย์ ได้มีบทบาท เพิ่มเติมในฐานะเปึนเจ้าของสัมปทาน เพราะฉะนั้นนอกจากการแข่งขันกับทางเอกชน แล้วมีบทบาทหน้าที่เปึนผู้กํากับดูแลเอกชนเหล่านั้นในระดับหนึ่งอีกต่างหาก ซึ่งบทบาท ของการกํากับดูแลนั้นความจริงตกไปแล้ว ตกไปตั้งแต่เรามี กทช. และแน่นอนที่สุดเมื่อ มี กสทช. จะหมดสภาพของการมีบทบาทในฐานะผู้กํากับดูแลอีกต่อไป แต่ก็เปึนคําถามว่า เมื่อเปึนเช่นนั้นทําไมรายได้ของรัฐที่มาจากสัมปทานยังตกเปึนรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ทั้ง ๒ แห่งนี้อยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าพวกเราเห็นตรงกันว่าโครงสร้างนั้น มีความจําเปึนที่จะต้องแก้ไขพัฒนา ผมก็ต้องมีคําถามให้กับทางกรรมาธิการกรุณาชี้แจงว่า เมื่อเรามีโอกาสในการที่จะนํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยการเปลี่ยนตามมาตรา ๘๔ ในบทเฉพาะกาลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการมอบผลประโยชน์ ที่ได้รับจากสัมปทานให้กับ กสทช. และจาก กสทช. ไปสู่รัฐบาลนั้น ทําไมเราถึงไม่ฉวยโอกาสนี้ ในการที่จะปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว ผมเชื่อว่าคําตอบที่ผมน่าจะได้จากท่านกรรมาธิการหรือ หลาย ๆ ท่านที่เห็นตรงกับข้อเสนอของทางคณะกรรมาธิการร่วมกันในมาตรานี้ก็อาจจะ เปึนว่า ถ้าเราเร่งรัดในการที่จะให้ทางรัฐวิสาหกิจทั้ง ๒ บริษัทโอนรายได้สัมปทานเข้าสู่ รัฐบาลเกือบจะโดยตรง ก็คือเพียงแค่ผ่าน กสทช. แทนที่จะเก็บไว้ใช้เอง ก็อาจจะทําให้ สถานะทางการเงินของทั้ง ๒ รัฐวิสาหกิจนั้นขาดความมั่นคง พูดง่าย ๆ อาจจะอยู่ไม่ได้ ซึ่งในส่วนของตรงนี้ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนก่อนอื่นว่าในหมวกอีกใบหนึ่งของผม ในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ ปัจจุบันก็พร้อมที่จะยืนยันว่าในส่วนของ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังนั้นเราพร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมและกิจการของรัฐวิสาหกิจ โดยทั่วไปอยู่แล้ว มีรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการทางสาธารณะอยู่มากมายที่อยู่ในภาวะขาดทุน ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาให้บริการให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไปไม่ได้ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็คือหนึ่ง ขสมก. ก็คืออีกหนึ่ง ขาดทุนทั้งนั้นครับ แต่เขาก็อยู่ได้ ทุกครั้งที่เขามีความจําเปึนที่จะต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณเขาก็มาขอกับรัฐบาล ขอกับกรรมาธิการงบประมาณ มีการพิจารณาอย่างโปร่งใส และอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็แล้วแต่ ประโยชน์ที่เราคิดว่าการลงทุนครั้งนั้นจะมีกับพี่น้องประชาชนเปึนส่วนรวม แต่ในกรณีของ ทศท. กับ กสท. หรือทีโอทีกับซีเอทีนั้นทําไมเราถึงเห็นเปึนต่าง ทําไมเรามองว่าเขาควร จะต้องมีรายได้ของเขาเปึนการส่วนตัว ที่เขาสามารถที่จะพิจารณาด้วยตัวเขาเองได้ว่าเขา ควรที่จะนํารายได้ส่วนนั้นไปใช้ทําอะไรหรือไม่ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของสภา ประเด็นนี้ ผมต้องขออนุญาตยืนยันว่า ผมไม่เข้าใจตรรกความคิดในส่วนของกรรมาธิการ แล้วก็ อยากที่จะฟังคําชี้แจงจากกรรมาธิการในประเด็นนี้

ในส่วนของ ทศท. และ กสท. ผมต้องขอเรียนย้ําว่าในอดีตอาจจะมีสถานะ ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการทางสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันสถานะนั้น ได้เปลี่ยนไปแล้วทั้ง ๒ องค์กร ณ ปัจจุบันเปึนบริษัทมหาชนมีกิจการที่แข่งขันกับทางเอกชน เพราะฉะนั้นการที่เราให้รายได้ที่จริง ๆ แล้วเปึนรายได้ของรัฐผ่านมือเขาก่อน และให้เขา เปึนคนพิจารณาว่าเขาควรที่จะต้องใช้เงินส่วนนั้นเท่าไร แล้วส่วนที่เหลือค่อยส่งให้กับรัฐนั้น มันเสมือนกับว่าเรากําลังให้บริษัท ๆ หนึ่งที่มีกิจการมีกําไรเปึนเปัาหมายสามารถนําเงิน ของรัฐไปลงทุนในการแข่งขันกับบริษัทเอกชนอื่น ๆ ได้ ผมคิดว่าไม่ถูกต้องครับ คือพูดง่าย ๆ ถ้าสมมุติว่า ทศท. และ กสท. ยังเปึนรัฐวิสาหกิจอยู่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทํายังทํา เพื่อสาธารณประโยชน์อยู่ การที่เขาใช้เงินของรัฐไปสนับสนุนกิจกรรมเหล่านั้นผมคิดว่า เรายังพอพิจารณาได้ แต่การที่กิจกรรมส่วนหนึ่งของเขาตอนนี้เปึนกิจกรรมทางเชิงพาณิชย์ ทําไมเราถึงต้องให้เขาใช้เงินของรัฐไปลงทุนในกิจกรรมทางพาณิชย์ แล้วโดยเฉพาะเปึน การแข่งขันที่ไม่เปึนธรรมกับบริษัทเอกชนบริษัทอื่น ๆ ผมคิดว่าการที่เราปล่อยให้เขายัง สามารถใช้เม็ดเงินส่วนนี้ในวิธีนั้นไม่เปึนธรรม ไม่ใช่เพียงแค่กับบริษัทเอกชนอื่น ๆ ที่เปึนคู่แข่ง แต่ไม่เปึนธรรมอย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนโดยรวมที่เปึนเจ้าของเงินนั้นอย่างแท้จริง ในส่วนของความจําเปึนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขการบริหารจัดการของ ทศท. และ กสท. ผมคิดว่าพวกเราก็ตระหนักดีอยู่แล้ว ณ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่อาจจะไม่มีข้อมูล แต่ว่าถ้านับส่วนแบ่งตลาดการใช้โทรศัพท์โดยรวม ทาง ทศท. ตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนใช้บริการทางโทรศัพท์ก็ใช้บริการของ บริษัทเอกชนเพียงแค่ ๑ ใน ๑๐ ไม่ถึงด้วยซ้ําไปของการโทรศัพท์ทั้งหมดที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ใช้ผ่านบริการของ ทศท. แต่ในขณะเดียวกันจํานวนพนักงานของ ทศท. เท่ากับจํานวน พนักงานของบริษัทเอกชนทุกบริษัทรวมกัน อันนี้ก็เปึนการสะท้อนให้เห็นว่าต้นทุน ในการบริหารจัดการของ ทศท. นั้นสูงและสูงเกินไป อันนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดนะครับ เพราะฉะนั้น ๑ ใน ๑๐ ของจํานวนบริการที่ให้กับประชาชนโดยรวม แต่จํานวนพนักงาน เท่ากับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันสะท้อนให้เห็นว่าเขาควรที่จะต้องเร่งรีบ ในการที่จะปรับฐานบริการ แล้วก็ฐานต้นทุนของทางบริษัท ในส่วนของต้นทุน ค่าใช้จ่าย หารตามหัวพนักงาน ผมขอเรียนว่าในส่วนขององค์การโทรศัพท์ ณ ปัจจุบันอยู่ที่กว่า ๕๐,๐๐๐ บาทต่อพนักงาน ในขณะที่สําหรับบริษัทเอกชนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วขอเรียนว่าสําหรับผู้ที่ให้บริการเกือบจะเหมือนกันกับทาง ทศท. คือบริษัทเอกชนที่ ให้บริการโทรศัพท์ในพื้นที่ต่างจังหวัดคือทีทีแอนด์ที (TT&T) มีค่าใช้จ่ายต่อหัวพนักงาน เท่ากับครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายต่อหัวพนักงานของ ทศท. ผมคนหนึ่งที่อยากจะเห็นต้นทุน เหล่านี้มีการปรับลดลง แต่ผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีแรงผลักดันที่จะต้องปรับปรุง ถ้าเขา ยังสามารถที่จะรับส่วนแบ่งรายได้สัมปทานก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะแบ่งให้กับรัฐเท่าไร

สุดท้ายผมอยากจะเรียนไว้เปึนข้อมูลว่าในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมารายได้สัมปทานของ ทศท. ป้ ๒๕๕๐ สูงถึง ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทราบไหมว่าสุดท้ายแล้วเขาแบ่งให้กับรัฐ เท่าไร เขาแบ่งให้กับรัฐจาก ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทเพียงแค่ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ รายได้ สัมปทาน ทศท. ๒๓,๐๐๐ ล้านบาทแบ่งให้กับรัฐเพียง ๕,๕๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท ป้นั้นไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วเอาไปใช้ทําอะไรและคุ้มค่าต่อการใช้เม็ดเงินส่วนนั้นหรือไม่ ป้ ๒๕๕๒ รายได้สัมปทาน ๒๑,๔๐๐ ล้านบาท ป้นี้แบ่งให้กับรัฐเพียงแค่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในแต่ละป้แบ่งให้กับรัฐเพียงแค่ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้สัมปทานทั้งหมดที่บริษัท ได้รับ ขอถามหน่อยครับว่าในช่วงป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ทศท. ได้ทําอะไรที่เข้าตา ประชาชนในแง่ของการใช้เม็ดเงินลงทุนนั้นบ้าง มีใครมีระดับความพึงพอใจในบริการที่ได้รับจาก ทศท. เพิ่มขึ้นในช่วงนั้น คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ คือผมเรียนในฐานะที่ผมก็ไม่ได้เปึน ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในส่วนของตัว ทศท. เอง แต่ผมมั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกเอง น่าที่จะอยากมีโอกาสพิจารณาในชั้นสภาผ่านกรรมาธิการงบประมาณว่าการลงทุน แต่ละครั้งของ ทศท. นั้นคุ้มค่าต่อเงินภาษีของประชาชน คุ้มค่าต่อในแง่ของพี่น้องประชาชน หรือไม่ อย่างไร ไม่ได้ให้ ทศท. หรือคณะกรรมการ ทศท. พิจารณาด้วยตนเอง ก็อยากที่จะ ขอฟังคําชี้แจงในส่วนของกรรมาธิการในประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังมีสมาชิกที่ยกมือค้างไว้อีก ๔ ท่านนะครับ ผมจะเป่ดให้พวกเราอภิปรายรวดเดียว ก็จะมีคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ เชิญคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ แล้วหลังจากนั้นก็จะให้ท่านรัฐมนตรี หรือท่านจะเอาตอนนี้เลยไหมครับ คนที่ ๕ ก็แล้วกันนะครับ หลังจากบรรดาสมาชิกอภิปรายจบ หรือท่านจะเอาตอนนี้เลยไหมครับ ถ้าอย่างนั้นขอใช้สิทธิ คุณเกียรติ์อุดมครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้ใช้สิทธิชี้แจงช่วงนี้ ก่อนนะครับ ผมรับปากท่านไว้ เมื่อสักครู่ไม่เห็นก็นึกว่าท่านอยู่ทางขวามือ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการซึ่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการพิจารณาในคณะกรรมาธิการ ร่วมกันของรัฐสภา และในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็เปึนประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วย ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้นั้น เปึนกฎหมายฉบับสําคัญที่รัฐบาลถือว่าเปึนเปัาหมายหนึ่งของกฎหมายที่จะต้องดําเนินการ ผลักดันผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา และผ่านรัฐสภา เพื่อนําไปบังคับใช้ เนื่องจาก เรามีปัญหาเรื่องของการขาดกฎหมายที่สําคัญในการกํากับดูแลการกํากับหรือจัดสรร คลื่นความถี่ ซึ่งมีผลกระทบทั้งต่อตัวพระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ เรื่องของ การออกใบอนุญาตวิทยุชุมชน การกํากับดูแลกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการใช้ คลื่นความถี่ รวมถึงเรื่องของเคเบิลทีวี เรื่องของดาวเทียมทั้งหลาย ซึ่งเปึนปัญหามาตลอด ระยะเวลาเกือบ ๑๐ ป้ที่ผ่านมานี้ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่มีความสําคัญมาก แน่นอนครับว่าในชั้นของการยกร่างพระราชบัญญัติก็ดี ในชั้นของการพิจารณาในชั้น สภาผู้แทนราษฎร จนถึงชั้นของคณะกรรมาธิการร่วมกันนั้น มีความเห็นซึ่งยังไม่ตรงกัน ในหลาย ๆ ฝ์ายอยู่อีกหลายเรื่อง ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรผมเรียนท่านประธานว่า เราใช้เวลาถึง ๑๐ เดือนในการพิจารณา คณะกรรมาธิการที่มาจากทุกพรรคการเมืองนั้น ต่างก็มีประเด็นในการที่จะสอบค้นหาความจริง ถกเถียงจนกระทั่งเปึนร่างพระราชบัญญัติ ของชั้นสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรในวันที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็มีปัญหาวิกฤติทางด้านการเมือง สมาชิกส่วนหนึ่งก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการพิจารณา ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรในวันนั้น เมื่อไปถึงชั้นของวุฒิสภาแล้วก็มีการแก้ไข ในการแก้ไข หลายประการเมื่อกลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรก็มีการแสดงความไม่เห็นด้วย มีหลายประเด็น ซึ่งไม่เห็นด้วยก็ถูกหยิบยกไปสู่ชั้นคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมเรียนเรื่องนี้ให้ท่านประธานเห็น ก็เพราะว่าในทางหนึ่งที่เราต้องการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งผม ก็เคยเรียนต่อสภาและสาธารณะว่าคณะกรรมการ กสทช. นั้นจําเปึน ในเวลานี้เรามี คณะกรรมการ กทช. ซึ่งทําหน้าที่ไปชั่วคราวในเวลาที่ยังไม่มีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ก็เปึนปัญหาในทางปฏิบัติมากมาย เช่นการประมูล ๓ จี ในที่สุดแล้วศาลปกครองก็มี คําวินิจฉัยออกมาจนกระทั่งต้องเลื่อนหรือยกเลิกการประมูลออกไปก็เปึนผลกระทบ ผมเรียนว่า ในชั้นทั้งสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการร่วมกันคณะกรรมาธิการได้ใช้เวลา ในการถกเถียงหลายประเด็นมากมาย และแน่นอนว่าไม่มีประเด็นใดที่เห็นตรงกันทุกฝ์าย แต่เราก็ต้องตอบคําถามสําคัญว่าในประเด็นซึ่งเห็นไม่ตรงกันนั้นประเด็นซึ่งตกผลึก มาเปึนร่างพระราชบัญญัติซึ่งเสนอสภาผู้แทนราษฎรแล้วน่าที่จะมีการพิจารณาให้ผ่านไป โดยที่มีเหตุผลรองรับเพียงพอหรือไม่ ผมก็กังวลเหมือนกันครับว่าในการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ต้องยอมรับว่าชั้นที่ผ่านไปเมื่อวุฒิสภาชี้บางประเด็นนั้น มันมีประเด็นปัญหาจริง ๆ แล้วก็มีการแก้ไข สมมุติวันนี้เราไม่ผ่านร่างพระราชบัญญัติ ของคณะกรรมาธิการร่วมกันก็แปลว่ากฎหมายคณะกรรมาธิการร่วมกันก็ตก สภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะมีอํานาจตามรัฐธรรมนูญในการหยิบยกร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วมายืนยันได้ เสียงข้างมากของสภาก็ทําได้ครับ แต่ปัญหา ก็คือมีบทบัญญัติบางมาตราที่จะตกไปแล้วก็จะเปึนปัญหา ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธาน เห็นว่าในบทบัญญัติมาตราหนึ่งนั้นเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของกรณีที่คณะกรรมการ กสทช. มีจํานวนไม่ครบ ในบทบัญญัติมาตรานี้เขียนว่า ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้ต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่าหกคน และต้องมีกรรมการตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) อย่างน้อยด้านละ ๑ คน นี่คือ ร่างซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ผ่านวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการร่วมกันก็แก้กลับมา เปึนว่าให้ตัดวรรคที่บอกว่า และต้องมีกรรมการตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) (๔) อย่างน้อย ด้านละ ๑ คนออกไป เพราะถ้าไม่ตัดออกไปแล้วนี่เกิดกรรมการเท่าที่เหลืออยู่วงเล็บใด วงเล็บหนึ่งขาดไปก็จะไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย เหล่านี้เปึนต้น นี่ยกตัวอย่าง ให้เห็นว่าเปึนประเด็นที่มีการแก้ไขแล้วดีขึ้น มีบางประเด็นที่วุฒิสภาเพิ่มเติมคณะกรรมาธิการร่วมกัน เห็นด้วย แก้ไขก็ดีขึ้น แม้บางประเด็นยังแย้งเช่นกรณีอายุของผู้ที่เปึน กสทช. แต่ในที่สุด เมื่อถกกันแล้วยังมีความเห็นเสียงข้างมาก ในคณะกรรมาธิการร่วมกันก็มีการโหวตแล้ว ก็ผ่านตรงนั้นไป ประเด็นใหญ่ก็จะเปึนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะสมาชิกสภาได้ลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ก็คือกรณีของมาตราซึ่งบัญญัติ ให้มีการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ พูดง่าย ๆ คือทีโอทีกับแคท ซึ่งชั้นสภาผู้แทนราษฎรระบุ ให้เปึน ๑ ป้ แต่วุฒิสภาแก้ไขเปึน ๓ ป้ ผมเองในชั้นสภาผู้แทนราษฎรนี่เราเห็นว่าควรจะเปึน ๑ ป้ครับ แต่ในวันที่เปึน ๑ ป้นั้นเราก็มีการเชิญตัวแทนทั้งทีโอทีกับแคทมาพบกับเรา ก็พูดคุยกันค่อนข้างจะมากพอสมควร ประเด็นก็ตรงกันกับที่เพื่อนสมาชิกพูดสักครู่นี้ว่า มันมีความกังวลทั้งเรื่องรายได้ที่เกิดขึ้น แทนที่จะนําส่งรัฐอย่างเปึนระบบแล้วนี่ก็มีการนําไป ลงทุนเฉพาะในส่วนของทีโอทีกับแคท ทําให้การส่งรายได้นั้นไม่เปึนไปตามสัดส่วนที่ควรจะเปึน ประการหนึ่งก็ได้รับคําชี้แจงในลักษณะที่ว่ากระทรวงการคลังสามารถที่จะเรียกในส่วนที่ เปึนรายได้ซึ่งเกิดจากผลกําไรจากการประกอบการส่งให้กับรัฐได้อยู่แล้ว แต่ก็มีประเด็น ซักถามต่อไปว่าแล้วตัวรายได้ล่ะ อย่างที่ท่านสมาชิกยกตัวอย่างขึ้นมาสักครู่ว่ารายได้นับเปึน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ส่งเพียง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือนําไปลงทุน แล้วก็มีปัญหา ในเชิงของประสิทธิภาพนั้นจะปรับปรุงแก้ไขกันอย่างไร ผมเรียนว่าในชั้นคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรนั้นถกเรื่องนี้กันเยอะมากครับ ที่สุดก็ลงมติอยู่ที่ ๑ ป้ แต่พอไปในชั้นของ คณะกรรมาธิการร่วมกันก็มีการเรียกขึ้นมาชี้แจงกันใหม่ก็คํานึงถึงผลกระทบต่าง ๆ สุดท้าย ก็แตกออกเปึน ๒ ความเห็นเหมือนกัน คือความเห็นว่าควรจะยืนไว้ที่ ๑ ป้ กับควรจะเปึน ๓ ป้ ในแง่ของ ๓ ป้ก็ได้รับคําชี้แจงว่าในส่วนของทีโอทีกับแคทที่ลงทุนไปแล้ว และจําเปึน จะต้องมีรายได้ส่วนหนึ่งของทีโอทีกับแคทเพื่อที่จะไปดําเนินกิจการต่อไปนั้น ถ้ามี การจัดส่งเปึนรายได้มาแล้วจะเกิดปัญหาหรือไม่ อย่างไร แม้ว่าจะพยายามกําหนด หลักเกณฑ์ในการนําส่งรายได้ก็ตาม แต่ความกังวลเรื่องผลกระทบต่อฐานะต่อรายได้ ก็ยังมีอยู่ ในท่ามกลางสภาวะที่มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ค่อนข้างที่จะมาก กระทั่งเช้าวันนี้ครับ ในส่วนของวิปรัฐบาลเองก็ยังมีความเห็นแตกกันอยู่ว่า ควรจะเปึน ๑ ป้หรือ ๓ ป้ ผมโทรศัพท์หาทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคุยกันเมื่อเช้านี้ สุดท้ายก็เชิญทั้งทีโอทีกับแคท มาพูดคุยกัน ผมเองก็เรียนถามทางทีโอทีกับแคทว่าวันนี้สภาจะต้องมีการพิจารณาแล้ว สมมุติสภานี้มีการผ่านร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกันไปเพื่อเปึน ๓ ป้นั้นจริง ๆ มี ๒ ประเด็น ที่ต้องพูดคุยกันคือ ๑. ทีโอทีกับแคทต้องยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการทํางาน อย่างน้อยการลงทุนต่าง ๆ เรื่องของประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทํางานที่ถูก วิพากษ์วิจารณ์จําเปึนที่จะต้องมีการปรับปรุงในเชิงของประสิทธิภาพการทํางาน การลงทุน การคํานึงถึงเปัาหมายของการเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐที่จะต้องทํากําไร แต่จะต้องแข่งขันกับธุรกิจอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแบบอื่นด้วย ท่านจะต้องยอมรับว่า นโยบายของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงที่จะต้องกํากับอยู่ด้วยทั้งไอซีทีและที่ดู ในภาพรวมรัฐวิสาหกิจอย่างกระทรวงการคลังนั้น จําเปึนจะต้องดําเนินการพูดคุย ปรับปรุงกันครั้งใหญ่หลังจากที่สภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว แน่นอนในการปรับปรุงต้องคํานึงถึงความเปึนธรรม การแข่งขันที่เท่าเทียม บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ และประสิทธิภาพในฐานะเปึนองค์กรที่มีรายได้ของรัฐมาบริหารด้วย ผู้บริหาร ประธานสหภาพครอบคลุมทั้งกว่า ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งทํางานอยู่ทั้ง ๒ องค์กรก็รับว่า เห็นด้วยกับแนวทางนี้ว่าจําเปึนจะต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ ในคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจทุกครั้งก็มีการพูดคุยกัน ผมคิดว่าแนวทางนี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับไอซีทีที่เสนอเอาไว้ก็เปึนที่ยอมรับครับ

ในประการที่ ๒ ก็เข้าใจดีกระทรวงการคลังมีความประสงค์ ซึ่งจะปรับเปลี่ยน แนวทางอย่างหนึ่งคือการนําเอาสัญญาสัมปทานนั้นไปดําเนินการในรูปแบบของ ใบอนุญาต อย่างน้อยที่สุดก็เปึนการกํากับดูแลกิจการก็ดี การทําเรื่องของประสิทธิภาพ ในการทํางานก็ดีให้ดีขึ้น ผมก็เรียนทั้งผู้บริหารแคท ทีโอที กับกรรมการสหภาพที่มา พบว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วกระทรวงการคลังประสงค์จะดําเนินนโยบายเช่นนี้ ก็อยากจะขอ ความร่วมมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีในฐานะที่กํากับดูแลรัฐวิสาหกิจก็เห็นด้วย ทั้งกรรมการสหภาพ ทั้งผู้บริหารก็เห็นด้วยครับ ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังได้เดิน เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วผมก็คิดว่าแนวทางที่เพื่อนสมาชิกสายที่คิดว่า ๑ ป้จําเปึนจะต้องดําเนินการนั้น ก็จะผ่อนคลายไปได้ อย่างน้อยที่สุดก็นําไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพ นําไปสู่เรื่องของ การที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวการบริหารบางประการ ทีโอทีกับแคทเองก็จะได้ประโยชน์ ในแง่ความกังวลเรื่องของฐานะในการดําเนินการนั้นก็ผ่อนคลายลงไป ผมคิดว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญครับ ผมเข้าใจที่พนักงานมาบอกกับพวกเราเรื่อง ๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว อะไรนี่ ก็เปึนประเด็นที่ทุกคนทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที รัฐบาล กรรมาธิการก็คํานึงถึง แต่ประสิทธิภาพก็ย่อมต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นก็เรียน ท่านสมาชิกซึ่งเห็นว่าควรจะสนับสนุน ๑ ป้ว่าทําไมที่หนุนไว้ ๑ ป้จึงยอมรับว่าเปึน ๓ ป้ ในวันนี้ แต่ก็พ่วงด้วยเงื่อนไขที่จะต้องนําไปสู่การปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพ เรื่องของ การทํางานต่าง ๆ มากมาย คําถามหลายข้อที่เพื่อนสมาชิกถาม คงเปึนคําตอบที่จะต้อง ทํางานร่วมกันต่อไป และเปึนเรื่องใหญ่ครับ ในแง่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม เรื่องทีโอที กับแคทก็เปึนเรื่องค้างคามาเปึนเวลาที่ยาวนาน อันนี้ก็เปึนเหตุผลที่อยากจะกราบเรียน ชี้แจงเพื่อนสมาชิก เพราะอย่างน้อยที่สุดก็สนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ในวันนี้เข้าใจครับความเห็นอาจไม่ตรงกันในทุกเรื่อง แต่เมื่อกฎหมายฉบับนี้คํานึงถึง ทั้งหมดแล้วยอมรับเหตุผลในบางประการ ผ่านไปบังคับใช้ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีมากมายครับ ในอนาคตอาจมีความจําเปึนต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อันเกิดจากการปฏิบัติ ก็เปึนเรื่อง จําเปึนที่จะต้องทํา กสทช. ถ้าผ่านไปแล้วนําขึ้นทูลเกล้าฯ หลังจากนั้นต้องใช้เวลา ๑๘๐ วัน ก็จะต้องไปกลางป้หน้าครับกว่าจะมี กสทช. ผมว่าภาพรวมโดยเหตุผลทั้งหมด ที่ประกอบกันแล้วสภาก็น่าที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ชี้แจงในหลายประเด็นที่มีคําถามนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ จะขอกําหนดเวลาก็แล้วกันว่าขอท่านละไม่เกิน ๑๐ นาที คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก็เปึนที่น่ายินดีครับท่านประธาน ผมก็ได้อ่านร่างพระราชบัญญัติคลื่นความถี่ ฉบับที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอเข้ามาต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลายอันก็เห็นด้วย หลายอย่างบางทีก็สงสัยนะครับท่านประธาน คณะกรรมการ คุณสมบัติ แล้วก็ประธาน กรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ ท่านเขียนไว้ว่า กรรมการ กสทช. มี ๑ คน แล้วก็รองประธานคณะกรรมการ แล้วก็ท่านมาแก้ไขบอกว่าแต่ก่อนมีอยู่ ๑๕ คน จะเปลี่ยน ลดลงเหลือ ๑๑ คน ด้วยเหตุผลอันใด ท่านประธานที่เคารพ คลื่นความถี่นั้นมีความสําคัญมาก จะทําให้บ้านเมืองอยู่ดีมีสุข จะทําให้บ้านเมืองแตกแยก ก็อยู่ที่คลื่นสถานีวิทยุแล้วก็สถานีโทรทัศน์ ทีนี้ก็เลยอยากจะฝากคณะกรรมการที่จะเข้ามาบริหารงานจะเปึนบรรทัดฐานที่ยังไม่มี คณะกรรมการมั่นคง โดยเฉพาะในวิทยุชุมชนและวิทยุของภาครัฐ ผมจะยกตัวอย่างวิทยุ ภาครัฐ ช่อง ๑๑ นี่ละครับ กรมประชาสัมพันธ์ได้เผยแพร่โดยเอานักจัดรายการซึ่งเปึน ข้าราชการตํารวจได้ออกมาพูดกล่าวโจมตีต่าง ๆ นานา โจมตีให้ร้ายปัายสีอีกฝัืงตรงข้าม คณะกรรมการเหล่านี้ก็ไม่มีมาตรการที่จะไปทําร้าย จะไม่มีมาตรการที่จะไปเอาผิด อยากจะให้เอาผิดคนที่ไปสร้างความแตกแยกใส่ร้ายปัายสีกับฝัืงตรงข้ามและพี่น้อง ประชาชน อันนี้สถานีภาครัฐ ด่ากันได้ทุกวัน ด่าเสีย ๆ หาย ๆ เอามาออกทีวีช่อง ๑๑ นี่ละครับ หรือชาวบ้านเรียกหอยม่วงนี่ละครับ ออกมาด่าเสีย ๆ หาย ๆ ฝากคณะกรรมการด้วย ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและโทรคมนาคมด้วย อันนี้สําคัญมาก ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีองอาจ ดูท่าทางใจดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและโทรคมนาคมนี้ท่านก็เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรต่างจังหวัดเหมือนกับพวกผม ฝากท่านไปดูตรงนี้ด้วย พอเป่ดข่าวทีไร เปึนอันด่าทุกทีเรื่องเหล่านี้ละครับมันสําคัญมาก

และอีกประเด็นอยากจะให้กําหนดหลักการที่ชัดเจนออกไปว่าในชุมชนหนึ่ง ควรจะมีเยอะไหม หรือว่าควรจะกําหนดหลักการว่าในเขตจังหวัดนี้แต่ละอําเภอน่าจะให้มี สถานีเดียวได้ไหมอย่างนี้ หรือว่าจะเปึนการตัดสิทธิไหม อันนี้เปึนข้อสอบถามนะครับ เพราะว่าถ้ามีเยอะการแข่งขันก็จะเปึนการค้าขาย จะเปึนการหาผลประโยชน์ ผลประโยชน์ บางคนไปจัดรายการวิทยุไม่ทําอะไรเลย พอเข้ามาแล้วก็ด่าเลย แต่บางคนเข้ามาก็มีจรรยาบรรณดี ท่านประธาน พูดดีมีสัมมาคารวะ มีมารยาท เพราะฉะนั้นอันนี้ละครับการส่งเสียงเผยแพร่ คําพูดของจรรยาบรรณนักจัดรายการ สมัยเมื่อก่อนผมเด็ก ๆ เมื่อเห็นนักจัดรายการวิทยุมา จะต้องซื้อบัตรเข้าไปดูนะครับท่านประธาน ที่บ้านผมเรียกว่าเซียงบัว อายสาว ท่านประธาน สาวสีสามสลึงต้องจ้างเงินเข้าไปดูนะครับเพราะเขาพูด เขามีจรรยาบรรณ รายการสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล แต่ก่อนคุณจักรพันธุ์ ยมจินดา คุณศันสนีย์ นาคพงศ์ หลาย ๆ คนมาจัดรายการเขาจะพูดออกไปทํานองที่มีสัมมาคารวะ มีจรรยาบรรณนักพูด แต่ปัจจุบันนี้หลายสถานีพูดไม่มีสัมมาคารวะ แต่ถ้าเปึนฝ์าย ตรงข้ามรัฐไม่ไปจัดการ ถ้าเปึนฝ์ายตัวเองรัฐไปจัดการ ขอโทษครับ ถ้าเปึนฝ์ายตรงข้าม สั่งป่ดทันที นี่แหละครับเพราะฉะนั้นชาวบ้านหลาย ๆ คนถึงฝากมาบอกว่าถ้าหาก กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไปอยากจะฝากคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือก ได้รับ การแต่งตั้งเข้ามาเปึนผู้บริหารอยากจะฝากตรงนี้อย่าทําให้เปึน ๒ มาตรฐาน ให้เปึนมาตรฐานเดียว ใครผิดก็ว่าผิดใครถูกก็ว่าถูก ไม่ต้องเลือกข้างครับ อันนี้ถึงจะทําให้ บ้านเมืองสงบ ถึงจะทําให้บ้านเมืองไม่มีการที่จะต้องแตกแยก ไม่ด่ากัน ถ้าด่าก็กลัว ความผิด ทุกคนจะต้องมีจรรยาบรรณในการพูด การพูดออกไป สื่อมวลชน สื่อต่างชาติ เพราะฉะนั้นเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการเหล่านี้ละครับที่จะต้องมีมาตรการที่จะต้องไป จัดการคนที่ทําไม่ดี พูดไม่ดี อย่างวันนี้เป่ดข่าวไปที่ช่อง ๑๑ ช่องหอยม่วงที่ชาวบ้านเขาพูดนี่ละครับ ดอกเตอร์ที่เปึนหน่อมแน้มหน่อยครับขอประทานโทษ เอ่ยชื่อคงจะไม่เสียหาย ชื่อว่าเสรีครับ ไม่ทําอะไรด่าคนอย่างเดียว ฝากด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการไปด่าคน ไม่ดีหรอกครับ มันต้องพูดด้วยหลักด้วยเหตุด้วยผล เป่ดฟังทีไรก็ขึ้นมาด่าอ้ายนั่นอ้ายนี่ ไม่มีจรรยาบรรณ ไม่สมควรที่จะมานั่งพูดให้คนทั้งโลกให้คนทั้งประเทศได้มาฟังตัวเอง ฝากคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบไปดูแล ถ้าหากการพูดจาไม่มีสัมมาคารวะ ไปพาดพิง คนอื่นอย่างนี้ ก็ควรจะหยุด ก็ควรจะไม่ให้มาจัดรายการ เพราะฉะนั้นจะทําให้บ้านเมือง ของเรา เมืองไทยของเรานี่นับว่าเปึนเมืองพุทธ เพราะฉะนั้นพุทธนี่ครับ การพูดจะต้องมี สัมมาคารวะ ต้องรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน นี่ขอฝากคณะกรรมการด้วยครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็คงไม่มีอะไรที่จะฝากไปมากกว่านี้เพราะว่าสมาชิกก็ได้อภิปราย แล้วก็ฟังท่านรัฐมนตรีก็ได้มาชี้แจงบางประเด็น คิดว่ากฎหมายฉบับนี้เมื่อผ่านสภาไปแล้ว ก็คงจะไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร ไม่ควรจะเปึน ๒ มาตรฐานดังที่เปึนปัจจุบันนี้นะครับ ท่านประธาน ขอขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ไม่จํากัดเวลานะครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผมจะพยายามใช้เวลาให้อยู่ในกําหนดของท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านครับ ประเด็นที่ผมอยากจะคิดว่าผมน่าจะต้องกราบเรียนให้สภา ได้ทราบ แล้วก็คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ทราบก็คือ

ประเด็นแรก ขอกราบขอบพระคุณทางท่านวุฒิสภาด้วย แล้วก็ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ที่ไปเปึนส่วนของคณะกรรมาธิการร่วมกันที่มีความประนีประนอม เห็นกับประโยชน์ส่วนรวม แล้วก็มีผลออกมาอย่างที่เห็นนี้นะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่ดีสําหรับประเทศ ผมกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ประเด็นที่ผมได้รับทราบผมคิดว่ามันมีหลายมิติ ที่ท่านสมาชิกแต่ละท่านได้แสดงออก แล้วผมคิดว่าถ้าเผื่อผมไม่เสนอความเห็นหรือว่า ข้อเท็จจริงของผม สังคมอาจจะเข้าใจผิดในบางประเด็นได้ครับ

ประเด็นแรก ท่านประธานครับ ความห่วงของท่านสมาชิกในเรื่องของประสิทธิภาพ การบริหารของบริษัททีโอที จํากัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังเปึนกระทรวงการคลังถือหุ้น อยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยังมีฐานะเปึนรัฐวิสาหกิจด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาการรั่วไหลในบริษัททีโอที จํากัด (มหาชน) แล้วก็ ปัญหาของการส่งรายได้กระเปิาซ้ายกระเปิาขวา แล้วก็การสะสมงบประมาณ ๕ ป้ ของกระทรวงการคลังนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในส่วนของการบริหาร ในเรื่องของประสิทธิภาพแล้วก็ปัญหาการรั่วไหล ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมการ ชุดใหม่นี้นะครับซึ่งทํางานมาแล้วประมาณครึ่งป้ กราบเรียนท่านประธานว่ามีตัวแทน กระทรวงการคลังครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากผู้เชี่ยวชาญ ฉะนั้นจริง ๆ แล้วท่านประธาน จะเห็นได้ว่ากระทรวงการคลังนั้นสามารถที่จะควบคุมระบบธรรมาภิบาล มาตรฐานธรรมาภิบาล ได้พอสมควร แล้วก็ประธานคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะนี้ท่านหนึ่งก็เปึนปลัดกระทรวงการคลัง อีกท่านหนึ่งก็เปึนอดีตรองปลัดกระทรวงการคลังเช่นกัน ฉะนั้นผมคิดว่ามาตรฐานของ กระทรวงการคลังนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะว่ามีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการนี้อยู่แล้ว

ประเด็นที่ ๓ โครงการเดิมที่รออนุมัติจากคณะกรรมการชุดเดิมมานี่ คณะกรรมการชุดใหม่ที่ผมติดตามดูก็ไม่ได้อนุมัติทุกโครงการ โครงการใดที่ไม่มีความคุ้มค่า เขาก็ไม่อนุมัติให้ทํานะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าข้อกังวลของท่านสมาชิกคงได้รับการดูแล ไปในระดับหนึ่ง

อีกประเด็นหนึ่งครับ ซึ่งเปึนประเด็นที่มีน้ําหนักมากที่ท่านสมาชิกท่านก็ สวมหมวก ๒ ใบเหมือนกับผม คือเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง จริง ๆ แล้วเราเห็นเหมือนกัน ไม่ได้เห็นต่างกัน แต่ผมมองในเหตุผล ของท่านผมเข้าใจ แต่มันมีอีกมิติเพิ่มครับ ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนให้ทราบคือ ท่านมองว่าทีโอทีขณะนี้เปึนการลงทุนในเชิงพาณิชย์ แล้วก็ต้องแข่งขันกับเอกชน การลงทุนนั้นอาจจะไม่ใช่เพื่อสาธารณะอีกต่อไป ผมกราบเรียนว่าขณะนี้โครงการลงทุน ของทีโอทีนั้น โครงการส่วนใหญ่แล้วเปึนโครงการลงทุนเพื่อสาธารณะ วันนี้คณะรัฐมนตรี อนุมัตินโยบายบรอดแบนด์ (Broadband) แห่งชาติให้นะครับ ในบรอดแบนด์แห่งชาติ มีองค์ประกอบคือโครงการเคเบิลใยแก้วนําแสง คือไฟเบอร์ ออฟติก (Fiber Optic) ดาวเทียม เคเบิลใต้น้ํา แล้วก็ไร้สาย ทั้ง ๔ ระบบนี้อยู่ในโครงข่ายพื้นฐานของบรอดแบนด์หมด ท่านประธานเปึนวิศวกรรมท่านจะรู้นะครับ แล้วก็ใน ๔ นี้มันเปึนโครงสร้างสาธารณูปโภค เพื่อประชาชนทั้งหมดครับ แล้วโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใช้เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทั้ง กสท. โทรคมนาคม แล้วก็ทีโอทีนั้นได้ดําเนินการอยู่นะครับเพราะว่านโยบาย บรอดแบนด์แห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีอนุมัตินั้น ก็คือบอกว่าภายใน ๕ ป้จะครอบคลุม ประชากร ๘๐ เปอร์เซ็นต์ให้มีทางด่วนข้อมูลที่ใช้ได้ความเร็วสูง ใน ๑๐ ป้ให้ครอบคลุมได้ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่จะต้องชี้แจงก็คือบอกว่าทีโอทีนี้ประสิทธิภาพ การบริหารนั้นต่ํา ส่วนแบ่งการตลาดทางด้านโทรศัพท์บ้านก็ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ต้นทุนสูงกว่าเอกชน รายจ่ายต่อหัวพนักงานก็สูงกว่าเอกชนถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องกราบเรียนว่าที่ท่านพูดมาทั้งหมดเปึนความจริงหมดครับ แต่ว่าต้องถามว่า ทําไมทีโอทีวันนี้มีสภาพเปึนอย่างนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทีโอทีนั้นจะรุ่ง หรือจะร่วงอยู่ที่นโยบายรัฐครับ ถ้านโยบายรัฐสนับสนุนทีโอทีให้ทํากิจกรรมเยอะ ๆ ก็จะรุ่ง ถ้าไปจํากัดเขาหรือว่าปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นมากมันก็จะร่วง ผมยกตัวอย่าง ให้ฟังว่าผมมาดูทีโอที ทีโอทีนั้นจริง ๆ แล้วท่านประธานย้อนกลับไปประมาณ ๑๐ ป้ที่แล้ว ขณะนั้นโทรศัพท์บ้านยังมีอัตราสูง สัดส่วนเทียบกับโทรศัพท์มือถือ แต่ในขณะนั้นไม่ได้มี นโยบายให้สนับสนุนให้ขยายโทรศัพท์บ้านมากเท่าที่ควร ขณะนั้นก็กลับไปเห่ออนุมัติ ให้มีการใช้โทรศัพท์มือถือกันอย่างกว้างขวาง ฉะนั้นการลงทุนโทรศัพท์บ้านซึ่งเปึนต้นทุน ที่ถูกมากเพื่อสาธารณะไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐให้ขยายโครงการตรงนี้ ฉะนั้นทีโอที ก็ไม่ได้ขยายในส่วนของโทรศัพท์บ้าน ก็ทําให้สัดส่วนของโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นมาก นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีการคุมกําเนิด คุมกําเนิดก็คือกิจกรรมใดที่ทีโอทีควรจะทําเพื่อหา รายได้เข้าทีโอทีตอนนั้นก็ไม่ได้อนุญาตให้ทํา แล้วก็ไม่มีแผนงบประมาณที่จะให้ทํา เพราะว่าไม่ต้องการที่จะให้ทีโอทีนั้นไปแข่งกับบริษัทมือถือซึ่งเปึนภาคเอกชน ซึ่งขณะนั้น ก็อาจจะคิดถูกได้ว่าให้เอกชนเขาทําไปเถอะเพราะเขามีประสิทธิภาพสูงกว่า นี่ก็เปึนอีก เหตุผลหนึ่งที่ทําให้ทีโอทีนั้นขาดการพัฒนาในด้านรายได้ ขาดการพัฒนาในด้านเครือข่าย ของตนเอง จนเปึนปัญหาสะสมมาจนปัจจุบันนี้นะครับ นอกจากนั้นแล้วเมื่อทําไปอย่างนั้นเรื่อย ๆ มาถึงพักหนึ่งภาคเอกชนก็อยากจะลดต้นทุน ของตนเอง เพราะมีการแข่งขันสูง ก็ทําอย่างไรครับ ก็ไปขอแก้สัญญาสัมปทาน ส่วนแบ่ง ที่จะให้กับทีโอที ให้กับรัฐลดน้อยลง ท่านประธานยังไม่ทราบนะครับว่าสัญญาสัมปทาน ทีโอทีนั้นมีการแก้ไขถึง ๑๗ ครั้ง และทุกครั้งที่แก้ไขส่วนใหญ่แล้วทีโอทีจะเปึนฝ์ายเสียเปรียบ ซึ่งขณะนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่อย่างขะมักเขม้นตามข้อสังเกตของ คณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน เมื่อทีโอทีเปึนอย่างนี้ วันนี้บอกว่าคุณพันธนาการ เข้ามาประมาณ ๑๐ ป้ ไม่ให้เดิน ไม่ให้นั่ง ให้นอนอยู่อย่างนั้น แล้วก็ปัอนข้าว ปัอนน้ํา อ้วนครับ ไม่ผอม แต่ว่าง่อยเปลี้ยเสียขาครับ วันนี้พอตัดเชือกเขาแล้วบอกไม่ให้เขามาวิ่งแข่ง กับเอกชน มันเปึนไปไม่ได้ครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบก็คือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นว่าการลงทุน ของทีโอทีวันนี้ครับ มีความเปึนห่วงว่าคุ้มค่าหรือไม่ ผมเรียนให้ทราบว่าวันนี้การลงทุน โครงการของทีโอทีนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบายมาว่า

ประเด็นที่ ๑ การลงทุนของทีโอที หรือ กสท. นั้น ประการแรก ต้องตอบคําถาม ให้ได้ว่าประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนหรือไม่ ประชาชนได้อะไรที่เปึนประโยชน์มากที่สุด

ประเด็นที่ ๒ ก็คือทําโครงการแล้วมีรายได้ตอบแทนสร้างความแข็งแกร่ง ทางการเงินให้กับองค์กรไหม

ประเด็นที่ ๓ เกิดความคุ้มค่าหรือไม่ แล้วก็ระมัดระวังเรื่องของไม่ให้ มีการทุจริตมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าวันนี้ ต้องเห็นใจในอีกมุมมองหนึ่ง มองว่าทีโอทีนั้นเปึนองค์กรที่ล้าหลัง พนักงานมีจํานวนมาก และยังไม่พัฒนา ในขณะเดียวกันก็ต้องมองว่าเขาก็ยังเปึนรัฐวิสาหกิจ ทุกอย่างครับ ท่านประธานมีเสียในสิ่งที่จุดดี แล้วก็มีดีในสิ่งที่เปึนของเสีย ประเด็นที่วันนี้ผมบอกว่า หลายคนบอกว่าประสิทธิภาพของเอกชนนั้นสูงกว่าทีโอที ผมไม่เถียงครับ ทั้งในแง่ของการขาย แง่ของการบริการ แต่วันนี้ครับใครที่เปึน ส.ส. ภาคใต้จะทราบดี วันที่น้ําท่วมจังหวัดสงขลา น้ําท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานไปดูจําได้ไหมครับ โครงข่ายการสื่อสารของ ภาคเอกชน ทีทีแอนด์ทีล่มครับ เอไอเอสล่มครับ ดีแทคล่มครับ แต่ว่าของทีโอทีไม่ล่มครับ แล้วที่ไม่ล่มนั้นผมก็ไม่ได้บอกว่าทีโอทีนั้นเก่งเหนือมนุษย์ แต่ผมต้องขอชม ขอชมพนักงานทีโอที ในภาคใต้ ๑๐๐ กว่าคนครับ ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครคนไทยรู้เรื่องนี้มาก่อนแม้กระทั่งท่าน ส.ส. ภาคใต้ คือในคืนวันที่เกิดเหตุก่อนที่เครือข่ายจะล่มนะครับ พนักงานทีโอที ๑๐๐ กว่าท่านไปตรวจสอบ แบตเตอรีสํารองของระบบครับ ปรากฏว่าทราบว่าระบบแบตเตอรี่สํารองนั้นใช้ได้อีกไม่นาน ของทีโอทีนั้นบอกว่าคาดการณ์ว่าในวันรุ่งขึ้นภายในเที่ยงวันแบตเตอรี่สํารองจะหมด ถ้าแบตเตอร์รีสํารองจะหมดก็หมายความว่าระบบการสื่อสารจะล่มเหมือนกับทีทีแอนที ล่มเหมือนกับเอไอเอส ล่มเหมือนกับดีแทค ซึ่งเขาก็ระบบแบตเตอรี่สํารองหมดเหมือนกัน ท่านประธานทราบไหมทําอย่างไรครับ พนักงานทีโอทีคืนนั้นนะครับ คืนนั้นตอนตี ๓ ครับ ท่านประธาน เอาถังน้ํามันใส่น้ํามันแล้วก็ใส่เรือ เรือไม่มีเครื่องเดินจูง น้ําขนาดอกไปยัง จุดที่เปึนจุดเครื่องส่งของทีโอทีครับ เอากระสอบทรายไปวางแล้วก็สูบน้ําออก แล้วก็เอา เครื่องน้ํามันเปึนเครื่องปัืนไฟนะครับ เอาไปปัืนไฟแทนทําให้ระบบของทีโอทีไม่ล่ม ผมยังบอก กับกรรมการผู้จัดการว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คนไทยควรต้องรับรู้ว่านี่แหละคือจิตวิญญาณ ของคนทีโอที ๑๐๐ กว่าชีวิต แล้วในคืนนั้นไปตี ๓ ท่านประธานนึกดูสิครับ โอกาสที่จะถูก ไฟฟัาดูดก็มี โอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บก็มี แต่เขาทําโดยเขาไม่ได้นึกว่าเขามีเวลางานแค่ไหน แต่เขาบอกว่าทีโอทีนั้นต้องระบบไม่ล่ม เพราะการสื่อสารทุกคนพึ่งอยู่กับทีโอที ฉะนั้น ผมเลยบอกว่าคําตอบที่มันมีบอกว่ามันมีดีในของเสีย มีของเสียในจุดที่ดีมันมีครับ การที่ทีโอทีมีพนักงานมากขนาดนั้นก็เปึนส่วนว่าในภาวะวิกฤตินั้นสามารถแก้ไขปัญหา ให้กับประเทศในภาวะวิกฤติได้เหมือนกัน ฉะนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ยอมรับว่าทีโอทีนั้นต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร ต้องลดต้นทุน ในขณะเดียวกันผมก็กราบเรียนว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันบอกว่าได้ขยายเวลาให้ ทีโอทีและกสท. นั้นปรับตัวมาเปึนระยะเวลาประมาณ ๓ ป้ คือให้โอกาสเขาครับ ท่านประธาน ให้โอกาสในการปรับตัว ถ้ามองกันว่ากําไรทุกบาททุกสตางค์ต้องรีบส่ง กระทรวงการคลัง ผมก็บอกว่าท่านพูดไม่ผิดหรอกครับ แต่ผมคิดว่าสังคมวันนี้ถ้าคนบอกว่า ทุกอย่างดูที่กําไร ดูที่ขาดทุน ผมว่าโลกนี้ก็ไม่มีที่ยืนสําหรับคนจนเหมือนกัน แต่ผมก็ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการร่วมกัน ที่ยังนึกถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ชีวิตที่เขาต้องพึ่งพากับองค์กรนี้ เขายังต้องการให้องค์กรนี้ อยู่ต่อไปเพื่อทําประโยชน์ให้กับสาธารณะ ผมขอกราบขอบพระคุณในวิจารณญาณของ คณะกรรมาธิการร่วมด้วยครับ แล้วผมคิดว่าจะเปึนสิ่งที่เปึนธรรมมากว่าสิ่งที่ทีโอทีหรือ กสท. ก็ตามที่บกพร่องเขาต้องปรับปรุง แต่สิ่งที่ดีก็ควรจะให้กําลังใจครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนร่างพระราชบัญญัติที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ มีผลต่อธุรกิจ มีผลต่อคนทุกคน ของประเทศ มีผลต่ออนาคตของประเทศด้วย ท่านประธานครับ มันเปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่เปึนมันสมองเหมือนมะพร้าวครับ ถ้าเปึนมะพร้าวก็คือเปึนหัวกระทิ ดังนั้นเราจําเปึน ต้องให้ความสําคัญ ท่านประธานครับ เสียดายที่คราวที่แล้วเหตุการณ์ไม่ปกตินั้น เราไม่ได้มีโอกาสอภิปรายเลยนะครับ ก็ผ่านไปโดยที่เราไม่ได้มีการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบอยู่เรื่องหนึ่งในฐานะคณะกรรมการ กทช. เรื่องของบัตรเติมเงินครับ เรื่องของบัตรเติมเงินนั้น ประเทศไทยมีการเริ่มเติมเงินมา เมื่อ ๗ ป้ที่แล้ว ท่านประธานครับ ๗ ป้ที่แล้วมาถึงวันนี้ปรากฏว่าถ้าเราเติมเงิน ๓๐๐ บาท ภายใน ๑ เดือนจะต้องใช้ให้หมด จะต้องโทรศัพท์ให้หมดภายใน ๑ เดือน ปรากฏว่ามันจะมี เงินเหลืออยู่ในขณะที่เวลานั้นหมดแล้ว ผู้ใช้โทรศัพท์ไม่สามารถที่จะโทรศัพท์ออกได้ เฉลี่ยแล้ว ๓๐๐ บาทจะเหลืออยู่ประมาณ ๙๙ บาทที่เขาคิดมาแล้วนะครับ ดังนั้นจะมีเงินเหลือจาก การเติมเงินอยู่ที่ทุกบริษัทเลย บริษัท ทรู บริษัท ฮัทซ์ บริษัท เอไอเอส บริษัท ดีแทค จะมีเงินที่ พี่น้องประชาชนคนรากหญ้าซึ่งไม่มีโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนประจําแต่มีการเติมเงิน ป้หนึ่ง ประมาณการออกมาแล้ว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ที่ตกค้างอยู่ตามบริษัทยักษ์ใหญ่ เหล่านี้ ๗ ป้ก็ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ วันนี้ไม่มีคําตอบ ไม่มีคําตอบว่า เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗ ป้นั้นอยู่ที่ไหน นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้ ก็กําลังประชุมเรื่องของการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ วันนี้คุณไปดูสิ นายอภิสิทธิ์เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทของคนยากคนจนที่เติมเงินนั้นหายไปไหน จะต้องเอา ออกมาทําเปึนสาธารณประโยชน์ เอาออกมาให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิของเขา หวังว่า การอภิปรายวันนี้จะทําให้นายอภิสิทธิ์กลับไปเสาะหาเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทคืนมา ท่านประธานครับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ กสทช. วุฒิสภาได้แก้มาตรา ๗ ครับ คุณสมบัติของกรรมการ (๑๓) บอกว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติจะเปึนกรรมการนั้นจะต้องไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานครับ ข้อความแบบนี้ใส่ไปในร่างพระราชบัญญัติ สําหรับประเทศที่มีประชาธิปไตยได้หรือครับ แต่ผมก็ไม่ค่อยแปลกใจนะครับ เพราะว่า วุฒิสภาครึ่งหนึ่งมันมาจากการลากตั้ง มันมาจากการแต่งตั้ง มันถึงรักษาผลประโยชน์ ให้พ่อมัน คมช. ท่านประธานครับ กากเดนของเผด็จการซ่อนรูปยังคงอยู่ในประเทศไทย ยังคงอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทําไมครับ คนถูกห้ามทางการเมืองมันเกี่ยวอะไรกับ ร่างพระราชบัญญัติครับ การเมืองไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ความสามารถ การเมืองไม่ได้เกี่ยวกับคนที่เขาจะมีโอกาส ได้บริหารประเทศที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถสูงสุด ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับ มาตรา ๗ ที่วุฒิสภาได้แก้มา ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๓๒ ประเทศไทยมีทีวีอยู่ ๕ ช่อง ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ปรากฏว่า อสมท ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีว่า พี่น้องประชาชนเบื่อการโฆษณาของทีวี ๕ ช่องนี้ อยากจะมีทีวีที่ไม่ต้องมีโฆษณา อสมท เสนอ ครม. ไปว่าอยากมีทีวีที่ไม่ต้องมีโฆษณา ปรากฏว่าวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๒ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีทีวีที่ไม่ต้องมีโฆษณา แต่มีการเก็บเงินเปึนรายเดือนก็คือเคเบิลทีวี ปรากฏว่ามีบริษัทซึ่งเข้าไปทําสัญญากับ อสมท คือยูบีซี เคเบิลทีวี หรือทรูวิชันส์ เดี๋ยวนี้ ทรูวิชันส์ออกอากาศ ๒๔ ชั่วโมงครับท่านประธาน แต่ ณ วันนี้ทรูวิชันส์ออกอากาศ ๒๔ ชั่วโมง มี ๒๐๐ ช่อง คณะรัฐมนตรีในอดีตบอกว่าต้องไม่มีโฆษณาแต่เก็บเงินรายเดือน มาสมัย คมช. ปฏิวัติ แก้รัฐธรรมนูญ สร้างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมา แต่เงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาสมัยนั้นยังคงอยู่ ปรากฏว่ารัฐบาลสุรยุทธ์ก็ไม่กล้าที่จะแก้ไขสัญญา มาถึงรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนรัฐบาลได้ไม่ถึง ๒ เดือน มีการแก้ไขสัญญาทรูวิชันส์ให้มี การโฆษณาได้ ๒๐๐ ช่อง ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ยังน้อยไปนะครับ อันนี้ ๒๐๐ ช่อง ๒๔ ชั่วโมง ป้หนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คํานวณแบบถูก ๆ นะครับท่านประธาน ใครครับที่รับผิดชอบในช่วงนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาชี้แจงต่อผมสิว่าปล่อยให้มี การอนุมัติให้มีการโฆษณาได้อย่างไร พี่น้องประชาชนเขาไม่ต้องการโฆษณา คุณยัดเยียด โฆษณาให้ ผิดรัฐธรรมนูญ มาชี้แจงด้วยหรือว่าไม่ได้รับผิดชอบแล้ว หรือว่าถ่ายเทไปให้ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แล้ว ผมอยากจะทราบ ท่านประธานครับ ช่วงนั้นประธานบอร์ด ก็คือนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งใกล้ชิดกับ คมช. สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น ตอนนี้สบายไปแล้วครับ ถึงจะมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา คนก็อิ่มไปแล้วครับ แต่พี่น้องประชาชนที่ดูทรูวิชันส์อยู่เสียผลประโยชน์ครับ ต้องทนทุกข์ทรมาน ดูโฆษณา ท่านประธานนี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในยุคที่นายอภิสิทธิ์กําลังจะปราบปรามคอร์รัปชัน (Corruption) ทุจริตในวันนี้ฝากพี่น้องประชาชนว่าลูบหน้าปะจมูก ช่วยพิจารณาด้วยครับ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะอภิปรายต่อ เพราะว่าเมื่อสักครู่ตอนแรกผมได้ใช้สิทธิไปแล้ว ๑ ครั้ง เพราะเข้าใจว่าในช่วงแรกนั้นท่านจะให้ผมอภิปรายตามมาตรานะครับ ผมก็อภิปราย มาตรา ๖ ไปแล้ว ก็ต้องขออนุญาตที่จะมาอภิปรายในช่วงหลังอีกครั้งหนึ่ง และก่อนที่จะ เข้าสู่เรื่อง ต้องขออนุญาตว่าท่านประธานควรจะต้องควบคุมการประชุมด้วยว่าการประชุมนั้น การอภิปรายก็ต้องอยู่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องและมีส่วนของการแก้ไขต่าง ๆ อยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติจึงจะพูดได้ ท่านก็ปล่อยให้บางคนได้อภิปรายนอกประเด็น แล้วก็ อภิปรายไม่ครบถ้วนด้วยนะครับ จะพูดถึงรัฐบาลบางรัฐบาล แต่บางรัฐบาลซึ่งเกี่ยวข้อง กับเรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่านก็ไม่พูดนะครับ แต่ไม่เปึนไรครับ ผมไม่อภิปรายนอกประเด็น ผมอภิปรายอยู่ในสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการร่วมกันได้ส่งเข้ามาให้พิจารณาในวันนี้ สิ่งที่ผมจําเปึนจะต้องอภิปรายที่จะต้องให้ข้อสังเกตไว้ก็คือเรื่องของข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งท่านร่างมาทั้งหมด ๘ ข้อ จําเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะว่าเมื่อพิจารณาดูแล้วมีอย่างน้อย ๔ ข้อที่ผมคิดว่าขัดต่อหลักการและขัดต่อ ความเปึนธรรมครับ

ข้อสังเกตนี่นะครับ ถ้าหากว่าเราผ่านข้อสังเกตนี้ไปข้อสังเกตก็จะไปบังคับ กับทางรัฐบาลหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกไหมครับ ดูข้อสังเกตที่ ๗.๑ นะครับ

ข้อ ๗.๑ บอกว่า จะต้องคํานึงถึงผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินหรือการธนาคารเปึนสําคัญ ผมถามต่อคณะกรรมาธิการร่วมกันว่าทําไมล่ะครับ ในข้อนี้มันอยู่ในตัวของคณะกรรมการที่มีเรื่องขององค์ประกอบ คุณสมบัติ องค์ประกอบ ก็คือว่าเปึนผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ อันเปึนประโยชน์ต่อการกํากับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมด้านละ ๒ ท่าน ตรงนี้จะมี ๔ ท่านด้วยกัน คําถามก็คือว่าข้อ ๗.๑ บอกว่าต้องคํานึงถึงเรื่องการเงินหรือการธนาคาร แล้วเศรษฐศาสตร์อื่นล่ะครับ เศรษฐศาสตร์มหภาคล่ะครับ นักวิชาการอื่น ๆ ล่ะครับที่อาจจะมีผลงานวิจัย แต่ไม่อยู่ใน การเงินการธนาคาร ทําไมคนเหล่านั้นจึงมีข้อด้อยกว่า ทําไมท่านต้องให้แต้มต่อกับ การเงินการธนาคารมากกว่า ตรงนี้ผมคิดว่าไม่ถูกต้องมันขัดต่อหลักความเปึนธรรมว่า คณะกรรมการที่จะเลือกมาทั้งการเลือกกันเองและการที่จะมาแต่งตั้งโดยสมาชิกวุฒิสภา นั้นนะครับ สมาชิกวุฒิสภามีความเปึนอิสระที่จะต้องเลือกคนที่ดีที่สุด สรรหาคนที่ดีที่สุด แล้วแต่งตั้งไปเปึนกรรมการ ข้อนี้บีบบังคับสมาชิกวุฒิสภาอย่างนั้นเลยหรือครับว่าต้องคํานึงถึง คนที่กิจการทางด้านธนาคารหรือการเงินเปึนสําคัญก่อน คนอื่น ๆ ไม่สําคัญกว่าหรืออย่างไรครับ

ข้อ ๗.๒ บอกว่าจะต้องให้สนับสนุนให้ กสทช. แต่งตั้งผู้มีผลงานหรือมี ความรู้มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐเข้าร่วมเปึนอนุกรรมการ ของ กสทช. ด้วย ตรงนี้ก็ผิดต่อหลักการอีกครับว่าคณะกรรมการ กสทช. นั้นเปึนองค์กรอิสระ ข้อนี้เขียนเท่ากับล้วงลูกไปจนถึงการตั้งอนุกรรมการขององค์กรอิสระได้อย่างนั้นหรือครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ขัดอย่างยิ่งอย่างรุนแรงและรับไม่ได้จริง ๆ ครับ

ข้อ ๗.๓ เลือกและแต่งตั้ง กสทช. ต้องคํานึงถึงการมีผู้แทนทางด้าน การศาสนาประกอบไปด้วย ในข้อนี้ก็อยู่ในมาตรา ๖ (๕) (๕) นั้นจะต้องเปึนผู้ที่มีผลงาน หรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศึกษา ด้านวัฒนธรรม หรือการพัฒนาสังคม อันเปึนประโยชน์ต่อการกํากับดูแลกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ๑ คนเท่านั้นเอง ๑ คนเท่านั้นเองนะครับ คําถามคือท่านเขียนในข้อสังเกตข้อนี้บอกว่า การเลือกและแต่งตั้งต้องคํานึงถึงผู้แทนทางด้านการศาสนาประกอบไปด้วย อย่างนี้ ล็อกสเปก (Lock spec) ไหมครับ เขียนอย่างนี้ได้อย่างไรครับกับเรื่องของข้อสังเกตในข้อนี้ ผมถามท่านตรง ๆ เลย ถามท่านตรง ๆ ง่าย ๆ ท่านตอบหน่อยได้ไหมครับ

ข้อ ๗.๕ บอกว่าในเรื่องของการประกอบกิจการโทรคมนาคมนั้นมีการทํา ธุรกิจและบริการโทรคมนาคมรูปแบบที่เรียกว่าโมบาย เวอร์ทวล เนตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ (Mobile Virtual Network Operator) ก็คือวางโครงข่ายแต่ว่าต้องเช่าอะไรต่าง ๆ ไม่ได้วางโครงข่ายแต่ต้องมาเช่านะครับ ท่านบอกในข้อ ๗.๕ ว่าสภาพความเปึนจริง ในการดําเนินธุรกิจดังกล่าวมีความขัดแย้งกับหลักการที่บัญญัติเอาไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ในอนาคตจึงควรเสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผมไม่ได้เข้าใจ ในประโยคแรกว่าวิธีการบริหารทางด้านการธุรกิจที่เขาจะไปเช่ากันอะไรต่าง ๆ คืออะไร แต่คําถามหลักก็คือว่าถ้ามันขัดแย้งต่อหลักการที่บัญญัติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านบอกให้แก้กฎหมายเสีย ก็แสดงว่าอะไรที่ขัดแย้ง อะไรที่ผิดทําให้มันถูกเสียตามกฎหมาย อย่างนั้นหรือครับ ตกลงหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังด้อยกว่าสิ่งที่จะต้อง แก้กันให้ผิดเปึนถูกหรือครับ อย่างนั้นได้หรือครับ

ผมจึงขออนุญาตต่อท่านประธานนะครับว่าผมเรียนต่อคณะกรรมาธิการครับ พิจารณา ๔ ข้อที่ผมว่า ๗.๑ ๗.๒ ๗.๓ และ ๗.๕ ให้ดี ๑. คือผมขอคําอธิบาย ๒. คือผม ขอให้ท่านตัดทิ้งครับ เพราะว่าข้ออื่น ๆ ที่ผมก็เห็นด้วย ๗.๔ ๗.๖ ๗.๗ ๗.๘ เรื่องของ คนพิการ เรื่องของการมีอิทธิพลต่อผู้บริโภค การให้ความรู้นั้นเปึนข้อสังเกตที่ผมคิดว่า เปึนประโยชน์ต่อผู้ที่จะไปบังคับใช้ และไม่ได้ล้วงลูกเขาว่าเขาจะต้องเลือกใคร แต่งตั้งใคร หรือให้ความสําคัญกับใครเปึนพิเศษมากกว่าคนอื่นในลักษณะของการขัดต่อความเปึนธรรม ต่อการเลือกอย่างที่ว่า ผมฝากคณะกรรมาธิการว่าถ้าจะต้องรับในตัวร่างข้อสังเกตนี้ ซึ่งต่อไป ก็คงจะไม่ได้อภิปรายกันนะครับ ถ้าท่านไม่แก้ผมก็ต้องขออนุญาตบอกว่าผมยืนว่า ผมไม่รับต่อร่างข้อสังเกตนะครับ แต่ถ้าหากว่าท่านแก้โดยตัดข้อบางข้อทิ้ง ผมก็จะ พิจารณารับได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธรจากพรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานว่ากฎหมายนี้ผมเองก็มีความสนใจที่จะร่วมพิจารณา แต่น่าเสียดายว่ามันเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้น ทําให้ฝ์ายค้านไม่ได้อยู่ร่วมการพิจารณา กฎหมายนี้ในวาระที่สอง และวาระที่สามนะครับ แต่อย่างไรก็ตามวันนั้นผมก็ได้เป่ดวิทยุ ฟังการพิจารณาของสภา เมื่อที่ประชุมยังอยู่ครบท่านก็พิจารณาไป ซึ่งก็ปรากฏว่า ผ่านกฎหมายนี้ไปอย่างรวดเร็วมาก มีหลายมาตราที่สภาควรจะได้พิจารณาทําความเข้าใจ กันอย่างถ่องแท้ในวันนั้น เท่าที่ฟังดูจากการถ่ายทอดทางวิทยุก็ไม่ได้มีการพูดกัน ในหลายประเด็นนะครับ นอกจากนั้นผมเองก็ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดว่ากฎหมายนี้ เนื่องจากเปึนเรื่องที่เราพวกเรามีประสบการณ์มากพอสมควร มีคนที่มีผลประโยชน์ อยู่เบื้องหลังกฎหมายนี้ก็เยอะ ไม่น้อยนะครับ ผมเองได้พยายามอ่านบทความของบางท่าน ที่บังเอิญคราวนี้เปึนนักวิชาการที่มาร่วมเปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน คือท่านสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ซึ่งท่านก็ได้เขียนเรื่องนี้ไว้เยอะแยะ แล้วผมก็ติดตาม อ่านข่าวดูว่าเบื้องหลังการออกกฎหมายนี้มีใครได้ประโยชน์ มีใครเสียประโยชน์ หรือมีใคร ที่จะได้รับประโยชน์มากมายจากการผ่านกฎหมายอย่างนี้ออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เท่าที่ได้ติดตามฟังการอภิปรายมา แล้วก็เมื่อกลับมาอีกที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เห็นด้วยกับร่างที่ผ่านไปจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมคิดว่ายังมีบางประเด็น ที่ผมดูจากรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันแล้วเปึนประเด็นข้อกฎหมายที่ดูเหมือน กรรมาธิการไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาก็มี ๓ มาตราที่ผมอยากจะเรียนถามคณะกรรมาธิการ และอยากจะทราบคําตอบด้วยนะครับว่าท่านจะให้ความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ผมคิดว่า มันเปึนเรื่องที่สําคัญก็คือมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๗ ในเรื่องของมาตรา ๑๒ ท่านประธานครับ ก็คือการเลือกและแต่งตั้งกรรมการ เราใช้ระบบวิธีให้สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชนเปึนผู้เสนอรายชื่อบุคคลมา นี่คือวิธีการ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ กําหนดว่าองค์กรนี้จะต้องมีความเปึนอิสระก็เลยมีการให้องค์กรเหล่านี้เปึนผู้เสนอรายชื่อ บุคคลมานะครับ เสร็จแล้วก็จะมีการเลือกโดยวุฒิสภาแล้วก็แต่งตั้ง ในมาตรา ๑๒ ที่มันแปลก ก็คือว่าเมื่อมีครบกําหนดระยะเวลาการเสนอชื่อแล้วถ้ารายชื่อยังไม่ครบ แม้วุฒิสภา มีการขยายเวลาออกไป ในวรรคสองกลับไปให้ฝ์ายบริหารคือปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงไอซีที ร่วมกันเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรเลือก เปึนกรรมการ เห็นไหมครับท่านประธาน คือความเปึนอิสระขององค์กรมันแสดงออกที่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือคุณสมบัติของบุคคลจะต้องเปึนคนที่มีความรู้มีความสามารถ ส่วนที่ ๒ ก็คือเมื่อเข้าสู่ตําแหน่งแล้วเขามีความมั่นคงในตําแหน่ง ไม่ต้องวิตกว่าจะถูกแทรกแซง จะถูกกลั่นแกล้ง อะไรต่ออะไร เพราะมีความมั่นคงในตําแหน่งก็สามารถที่จะทํางาน อย่างเปึนอิสระได้ และส่วนที่ ๓ ก็คือการสรรหาบุคคลที่เข้าสู่ตําแหน่งนี้ต้องมีความโปร่งใส มีความเปึนอิสระด้วย ฉะนั้นในหลักการของมาตรา ๑๐ ก็คือเพื่อความเปึนอิสระขององค์กร ให้สมาคมต่าง ๆ สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน ตามคุณสมบัตินะครับ ซึ่งเราก็เข้าใจได้ว่ากลุ่มนี้จะเปึนกลุ่มวิชาชีพ เปึนองค์กรที่ให้การศึกษา เปึนองค์กรเอกชน ที่เขาต้องทําด้านนี้ขึ้นมา ภาครัฐไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่เมื่อท่านบอกว่าถ้าเสนอชื่อมาให้ครบ ขยายไปแล้วให้ครบ คราวนี้ฝ์ายบริหารเสนอชื่อมาเลยมันคนละระบบเลยครับ ไปคนละเรื่องเลย ไปคนละองค์กรเลย ทีนี้ก็จะมีความพยายามที่จะทําให้มาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง มีปัญหา คือจะทําให้มันเสนอไม่ครบ ไม่ครบ ไม่ครบ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เรามี กสทช. ๔-๕ ป้เลือกกันไม่ได้สักที ตั้งกันไม่ได้สักทีพอจะฟัองมาก็ฟัองกันอยู่นั่นแหละ ผมเข้าใจว่า คนที่เขียนร่างกฎหมายนี้เห็นปัญหานั้นก็เลยเอาอย่างนี้ เมื่อคุณทําได้ไม่ครบ ฝ์ายบริหาร จะทําเอง คิดได้ครับ แต่ว่าระบบมันคนละระบบ ท่านประธานครับ นี่ผมก็ห่วงในเรื่องที่มา และวิธีการ

ไปมาตรา ๑๗ ท่านประธานครับ เมื่อวุฒิสภาเลือกแล้ว ให้วุฒิสภาเปึนผู้เลือก ตามรายชื่อที่เสนอมา วรรคสองท่านก็บอกว่า เมื่อล่วงพ้นกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ถ้ายังมีผู้ได้รับเลือกเปึนกรรมการไม่ครบตามจํานวนที่กําหนดในมาตรา ๖ให้ประธานวุฒิสภา แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีนําบัญชีรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและดําเนินการเลือกให้มาครบ เอาอีกแล้วครับ ในการเลือกให้วุฒิสภา เปึนผู้เลือก เพราะเราเชื่อว่าวุฒิสภาไม่สังกัดพรรคการเมือง มีความเปึนอิสระ ไม่ถูกแทรกแซง ไม่ถูกอะไรต่ออะไร เราจึงให้วุฒิสภาเปึนผู้เลือก ถ้าเมื่อวุฒิสภาเลือกไม่ได้ ฝ์ายบริหารเลือกนะ เห็นไหมครับ มันก็คนละองค์กร คนละแนวคิด ครั้งที่ ๒ นะครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้น จะมีหลักประกันอะไรที่บอกว่าฝ์ายบริหารจะไม่เข้าไปแทรกแซง และความเปึนอิสระ ขององค์กรจะเกิดขึ้นได้ไหม นี่เปึนปัญหามากครับ ผมยังคิดต่อไปว่าขอเพิ่มวรรคสาม หรือวรรคต่อไปดีไหม ก็ทราบว่าถ้าฝ์ายบริหาร ครม. ตั้งได้ไม่ครบ ถ้าอย่างนั้นให้ศาล เลือกมาให้ครบไป คิดอย่างนี้ก็ได้ครับ เพราะอะไร เพราะว่าเวลามีการสรรหาเมื่อท่านให้ วุฒิสภาเปึนผู้เลือกก็ต้องให้วุฒิสภานั้นรับผิดชอบในการเลือกต่อไป และผมเชื่อมันทําได้ครบ แต่การเป่ดช่องให้มีวรรคสองอย่างนี้ขึ้นมา ที่สุดก็จะมีคนไปขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ แมนิพูเลท (Manipulate) ในวุฒิสภา เพื่อให้กระบวนการสรรหาในวุฒิสภามันไม่จบ จะได้ใช้วรรคสองได้ แล้วมันก็จะเกิดปัญหาตามมาอย่างที่เราเห็นแล้วในความพยายาม ที่จะตั้ง กสช. ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ในวรรคนี้ผมมีความเปึนห่วงมากว่ามันขัดแย้ง มันเปึนคนละระบบ มันคนละเรื่องกัน เขียนขึ้นมาได้อย่างไรก็ไม่รู้มาตราอย่างนี้ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๖ เปึนเรื่องที่ให้ฝ์ายบริหารเข้ามาแทรก มันไม่ควรจะมีครับ ผมคิดว่าถ้าวิธีการ คัดเลือกใช้ระบบไหนก็ควรใช้ระบบนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ไม่ใช่ว่าให้คนหนึ่งทํา คนนี้ทําไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นให้ผมทํา เห็นไหมเหตุผลมันไม่มีแล้ว ผมถามง่าย ๆ ว่าถ้าอย่างนั้นฝ์ายบริหาร มันไม่จบ เอาฝ์ายตุลาการเข้ามาอีกเปึนคนที่ ๓ ได้ไหม แต่ว่าถ้าออกแบบกฎหมายบอกว่า มีกรรมการ ๑๑ คน ให้วุฒิสภาหามาเท่านี้นะ ฝ์ายบริหารหามาเท่านี้นะ อีกคนหนึ่งหามา เท่านี้แล้วมาผสมกันเปึนกรรมการ อย่างนี้พอรับได้ แต่ว่าเมื่อท่านใช้เริ่มต้นอย่างนี้แล้ว ไปเปลี่ยนระบบกลางทาง มันไม่น่าจะถูกต้องตามหลักการครับท่านประธาน

มีมาตราอีกมาตราหนึ่งคือมาตรา ๑๕ เมื่อสักครู่ผมพูดถึงมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๗ แล้ว ผมว่าเอาฝ์ายบริหารเข้ามาก้าวก่าย ในมาตรา ๑๕ วรรคท้าย นี่คือเหตุผล ที่จริงผมตั้งใจจะพูดในวาระที่สอง แต่ไม่มีโอกาสได้พูด เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมการประชุม เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองดังที่ท่านประธานคงจะทราบอยู่แล้ว ในวรรคท้ายผมอาจจะ พูดง่าย ๆ ไปละเมิดตุลาการเขาอีกแล้ว ก็คือเขียนว่าถ้าผู้ได้รับความเสียหายจากการคัดเลือก อาจยื่นฟัองศาลปกครองได้ แต่ไม่เปึนเหตุให้ต้องระงับหรือชะลอการดําเนินใด ๆ ที่ดําเนิน กันไปแล้ว ถึงไม่เขียนไว้เขาก็ฟัองได้อยู่แล้ว เขียนไว้ทําไมครับ หรือจะตรงกันบอกว่า ถ้าไม่พอใจก็ไปฟัองศาล ถึงไม่บอกเขาก็ฟัองได้อยู่แล้ว แล้วแถมท่านที่เขียนบอกว่า จะไม่เปึนเหตุให้ระงับ แล้วถ้าผู้ฟัองเขาขอให้ศาลมีคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวล่ะครับ ท่านจะว่า อย่างไร ถ้าศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว ท่านบอกว่าไม่ได้ กฎหมายนี้ใหญ่กว่าไม่ใช่หรือครับ กลับจะเปึนการละเมิดทางอํานาจของตุลาการเข้าไปอีกแล้ว ก็เปึนปัญหาเหมือนกัน หรือตอนท้ายท่านบอกว่า หากศาลปกครองมีคําพิพากษาหรือคําสั่งอันเปึนเหตุให้บุคคลนั้น ต้องขาดคุณสมบัติ ก็ให้ผู้ได้รับเลือกพ้นตําแหน่ง มันก็เปึนอยู่แล้ว ถ้าศาลสั่งว่าขาดคุณสมบัติ เห็นไหมครับ เขาก็ต้องพ้นตําแหน่งไป ผมถึงถามว่ามาตรานี้เขียนไว้ทําไม เขียนไว้ก็ปฏิบัติ ไม่ได้ มีแต่จะก่อให้เกิดปัญหาในการตีความต่อไป นี่คือ ๓ มาตราหลักซึ่งเปึนข้อกฎหมาย เท่าที่ผมฟังดูแล้วยังไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาพูด ก็หวังว่าคณะกรรมาธิการคงจะชี้แจงเรื่องนี้ ให้เปึนที่เข้าใจได้ ไม่อย่างนั้นมันก็เสร็จ ท่านประธานครับ มีคนเข้าใจว่า ๓ มาตรานี้อาจจะ ไม่ตรงกับมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญ ก็คือมันขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญและอาจจะเปึน ช่องทางหนึ่งที่ทําให้กฎหมายนี้มันล่าช้าออกไป ก็คือจะมีคนนําขึ้นไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า มีมาตราที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้สักเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากเปึนกฎหมายที่สําคัญ ของประเทศชาติในยุคไอที (IT) แล้วก็เปึนกฎหมายที่ใช้เวลามากทีเดียวในการพิจารณา จนถึงวันนี้เสร็จมาได้ก็น่าชื่นชมนะครับ ผมเข้าใจคณะกรรมาธิการดีครับ ในเรื่องการดูแล กฎหมายแบบนี้ต้องใช้ความสามารถมากทีเดียว แล้วก็ยากทีเดียวนะครับ ต้องขอชมเชย ไว้ด้วย แล้วก็เช่นเดียวกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดไปแล้วนะครับ เมื่อกฎหมายฉบับนี้ ออกมาใช้แล้วผมหวังว่าทุก ๆ อย่าง หลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวกับเรื่องของสื่อก็คงจะดีขึ้น อย่างเช่นความวิตกกังวลของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวกับทีวีครับ ทีวีผ่านดาวเทียมเดี๋ยวนี้ มันมากมายเหลือเกินครับท่านประธาน แล้วก็ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อยจะมีสาระ จะเปึน รายการมิวสิควิดีโอ (Music video) อะไรอย่างนั้นเสียส่วนมาก แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือ เรื่องของพิธีกรดูแล้วน่ากลัวนะครับ ไม่รู้ว่าผ่านการคัดเลือกมาได้อย่างไรนะครับ มักจะมี เรื่องของความเบี่ยงเบนทางเพศ การแต่งกายก็ดูประหลาด ๆ ครับ เหมือนกับไม่รู้ว่า ขุดมาจากขุมไหน ดูแล้วก็น่าเปึนห่วง เรื่องของวิทยุชุมชน ซึ่งปัจจุบันนี้ผมเคยพูดว่า คลื่นวิทยุชุมชนมากพอ ๆ กับคลื่นในทะเลเลยครับ เดี๋ยวนี้เป่ดไปตรงไหนคลื่นก็ทับกัน บางทีคลื่นสําคัญที่พี่น้องประชาชนอยากได้รับรู้ข่าวสารของทางราชการกลับโดนคลื่นของ วิทยุชุมชนแทรกแซง เพราะว่าส่วนใหญ่มักจะไม่อยู่ในกรอบที่เขากําหนดให้หรอกครับ ว่าต้องใช้ความถี่อะไร เท่าไร มักที่จะใช้แรงกว่านั้น เรื่องของโทรศัพท์มือถือความวิตกกังวล ของเพื่อนสมาชิก ผมก็เห็นด้วยครับ คือเรื่องของบัตรเติมเงิน เมื่อเช้าผมก็ไปซื้อครับ ผมก็รู้สึกสงสัยมาตลอดว่าเวลาเราซื้อ ๓๐๐ บาท รู้ได้อย่างไรว่ามันคือ ๓๐๐ บาท วัดกันตรงไหน อันนี้ก็คือความวิตกกังวลว่าเรื่องแบบนี้หลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ออกมาแล้วก็คงจะดีขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ ส่วนสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือเรื่องของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ หรือ กสทช. นะครับ ซึ่งกําหนดไว้ ๑๑ คน ในกฎหมายเขาเขียนไว้ดีมากนะครับ ว่าประกอบด้วยผู้ที่มีผลงาน แล้วก็มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ด้านต่าง ๆ ซึ่งกําหนดอยู่ในมาตรา ๖ หลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ มี (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ผมเห็นด้วย เขียนไว้ได้ดีมากทีเดียว แล้วเมื่อมาดูขั้นตอนของการได้มาซึ่ง กสทช. หรือคณะกรรมการแล้วนะครับ ก็ดูแล้วว่าค่อนข้างจะรัดกุมมากทีเดียวครับ ต้องขอชมเชยด้วย คือคิดว่าใครได้เปึนนี่ต้องถือว่าสุดยอดจริง ๆ ถึงจะผ่านการคัดเลือกออกมาได้ ดูแล้วก็คือ ยากที่ใครจะเข้าไปแทรกแซงอะไรได้ จริง ๆ แล้วไม่ควรที่จะมีใครเข้าไปแทรกแซงด้วยครับ เรื่องแบบนี้นะครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติหรือที่ชอบอ้างกันก็คือเรื่องของความมั่นคง ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะมีการมาล็อกสเปกหรืออะไรกันนะครับ แต่เมื่อมาอ่านข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการแล้วผมก็ตกใจครับ ปรากฏว่าข้อเสนอ หลาย ๆ ข้อของท่านนี่อาจจะเปึนความหวังดี แต่ดูแล้วก็เหมือนกับท่านไปเสนอแนะให้มี การล็อกสเปกครับ เช่นเดียวกับที่ท่านบุญยอดได้พูดไปแล้วบางส่วน ผมก็ไม่ทราบว่า ก่อนจะเขียนเปึนข้อสังเกตนี่ท่านได้พูดจาตกลงกันดีหรือเปล่าครับ หรือว่าเพียงแต่ปรารภ ๆ กัน แล้วก็ใครคนใดคนหนึ่งก็เอาแค่มาร่างแล้วก็เสนอต่อสภา อย่างเช่นเรื่องของข้อกําหนดที่ว่า ให้ กสทช. มีผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ เขียนไว้ดีแล้วครับ กว้างดีแล้วครับ ทําไมต้องมาล็อก ท่านต้องมาเสนอแนะนะครับว่าต้องเปึนด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินและการธนาคาร สําคัญอะไรครับ คนที่เรียนเศรษฐศาสตร์ทุกคนมีความรู้ เศรษฐศาสตร์ทุกคนเขาชัดเจนเรื่องแบบนี้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องเปึนห่วงอยู่แล้ว ไม่ต้องไปนึกถึงใครคนใดคนหนึ่งหรอกครับ เขียนให้มันกว้าง ๆ ดีแล้ว เช่นเดียวกันเรื่องของความมั่นคง ผมว่าทุกคนมีจิตสํานึกเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว คนที่มีความรู้ทุกคน คนไทยทุกคนรู้อยู่แล้วว่าความมั่นคงของประเทศชาติเปึนอย่างไร มีด้วยหรือครับผู้เชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคงอยู่ที่ไหนครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทําไมต้องมาเสนอแนะว่าเมื่อไม่ได้กําหนดให้ผู้แทนด้านความมั่นคงเปึนหนึ่งในองค์ประกอบ ของ กสทช. จึงควรสนับสนุนให้ กสทช. แต่งตั้งผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้และมีความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐเข้าร่วมเปึนอนุกรรมการของ กสทช. ด้วย ท่านนึกถึงใครอยู่ในใจหรือครับ ไม่ควรนะครับ ไม่ควรทําแบบนี้ครับ

อีกข้อหนึ่งเรื่องของศาสนา ทุกคนก็นับถือศาสนา ทุกคนก็มีจริยธรรม มีคุณธรรม รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว โดยเฉพาะคนที่ได้รับการกลั่นกรองเข้าไปแบบที่ผมบอก เมื่อสักครู่ครับว่ายากลําบากถือว่าสุดยอด ทุกคนต้องมีอยู่แล้วครับเรื่องของคุณธรรม ทําไมต้องไปบอกว่าต้องมีผู้แทนจากด้านการศาสนาด้วยครับ อันนี้ท่านนึกถึงใคร อีกหรือเปล่าครับ คือถ้ามองในด้านของความหวังดีแล้วนี่ก็คือความหวังดีของท่าน ที่อยากจะให้มันชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น แต่ว่าถ้ามองอีกด้านหนึ่งนี่เปึนความรู้สึกไม่สบายใจ ของสมาชิกหลายท่านที่อยู่ฝัืงนี้นะครับ ที่เราได้อ่านคือเราอ่านจริงจังแล้วก็คิดจริงจัง แล้วก็เห็นว่ามันไม่น่าที่จะเขียนลงไป ท่านกรรมาธิการครับ ท่านทํากฎหมายฉบับนี้ ด้วยความยากลําบาก แล้วก็ผมชมเชยว่าท่านทําได้ดีมากจริง ๆ ครับ แต่เมื่อมาถึงข้อสังเกต มันก็เปึนแบบที่ผมพูด ฉะนั้นเอาอย่างนี้ได้ไหมครับว่ากฎหมายนี่ไม่มีปัญหาทุกคนผ่าน ชมเชยท่านครับ แต่เรื่องข้อสังเกตท่านถอนออกดีไหมครับ ถอนออกเสียทั้งหมดดีกว่านะครับ คือสมาชิกได้อ่านแล้ว เขาได้ความคิดแล้วแต่ไม่ต้องมาโหวตกันอย่างนั้นได้ไหมครับ ก็คือ ให้ท่านช่วยถอนออกคือข้อสังเกตนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านใดจะขออภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา และมีมติเห็นชอบด้วยกับร่างของวุฒิสภาในกรณีที่คณะกรรมการต้องมีคุณสมบัติ เรื่องอายุซึ่งผมได้เคยอภิปรายไว้แล้ว ผมไม่เห็นด้วยครับกับที่เอาคนอายุ ๗๐ ป้มานั่งเปึน กรรมการ กสทช. ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกี่ยวกับคลื่นความถี่และการกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม คนที่จะมานั่งเปึนกรรมการ จะต้องทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่านประธานกับผมอายุใกล้เคียงกัน เราจบปริญญาเอก ด้วยกัน เรายอมรับความจริงว่าเราแก่แล้ว ท่านประธานอาจจะอายุ ๖๐ ป้นิด ๆ ผมเกือบจะ ๖๐ป้ แต่เราตามเทคโนโลยีที่เด็ก ๆ คนหนุ่มคนสาวมีความรู้ดีกว่าเราเยอะ ท่านประธานเห็นไอโฟน ๔ (iPhone 4) ครับ ไอโฟน ๔ นี่ผมถามท่านประธานที่ขายกัน เยอะ ๆ นี่ท่านประธานใช้เปึนไหม เราแก่แล้วเราต้องยอมรับความแก่ เอาคนอายุ ๗๐ มานั่งเปึนกรรมการ ผมไม่ได้ดูถูกคนแก่นะครับ แต่เราต้องรู้ตัวว่าด้วยการบริหารหรือการเปึน กรรมการของ กสทช. มันต้องเปึนบุคคลที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ผมยอมรับครับว่าพอผมอายุเริ่ม ๖๐ ป้ ภาษาฝรั่ง ภาษาเทคนิคทางคอมพิวเตอร์เขาเรียกว่า เริ่มจะออบโซลีท (Obsolete) คือจะล้าสมัยแล้วท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ร่วมกันไปนั่งพิจารณาแล้วยังคงไว้ เพราะผมได้เสนอให้ตัด คนอายุมาก ๆ แล้วมาดูแล เรื่องคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ท่านประธาน เอาง่าย ๆ สมัยเราการส่งคลื่นความถี่เปึนอนาล็อก (Analog) วันนี้เปึนดิจิตอล แล้วในขณะนี้ เรื่องคลื่นความถี่ยังมีปัญหาอยู่ ระบบดิจิตอลยังใช้ไม่สมบูรณ์ เราตามทันไหมครับ ยิ่งแก่วันหลง ๆ ลืม ๆ แล้วมากําหนดคุณสมบัติของกรรมการไว้ ผมไม่เห็นด้วย ผมอยากจะเสนอ ให้คณะกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณาใหม่ ตัดออก อายุ ๖๕ ป้ผมก็ว่ามากไปแล้ว เอาแค่ อายุ ๖๐ ป้ก็พอสําหรับเรื่องอย่างนี้ กฎหมายอย่างนี้ กรรมการ กสทช. ที่ผมเปึนห่วง ผลประโยชน์กับกรรมการ เพราะกรรมการ กสทช. ถ้าได้คนไม่ซื่อสัตย์สุจริต ทํางานเห็นแก่ ประโยชน์ ยิ่งอายุมากเปึนกรรมการอาจจะมีลูกหลานทํางานอยู่ในบริษัทเอกชน อาจจะมี การมาขอร้องให้คุณปู์คุณตาช่วยเถอะให้ผมได้คลื่นความถี่ แบบนี้ไม่มีประโยชน์ ท่านประธาน ผลประโยชน์ของประเทศชาติเสียหายไปมากมาย เมื่อสักครู่ผมฟังเพื่อนสมาชิกพูดถึง การถ่ายทอดโทรทัศน์ที่ได้สัมปทานเริ่มตั้งแต่สมัยไอบีซี (IBC) เปลี่ยนมาเปึนทรูวิชันส์ ผมเปึนคนหนึ่งที่ชอบดูทีวีโดยจ่ายเงินเพราะชอบดูหนังเอชบีโอ (HBO) ดูหนังฝรั่งติดมา ตั้งแต่สมัยไปเรียนอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาดูมาตลอด แต่วันนี้ผมโดนเอาเปรียบ ผมเสียรายเดือนให้แก่บริษัทที่ได้รับสัมปทานไป ผมไม่ต้องการดูโฆษณา กําลังดูหนังมัน ๆ สนุก ๆ แว๊บโฆษณาขึ้นมา โฆษณาในเมืองไทยยังไม่เท่าไรท่านประธาน บางวันดูไป โฆษณาเมืองนอกไม่รู้ว่าทรูวิชันส์ไปเรียกเงินโฆษณาจากฝรั่งอีกหรือไม่ แบบนี้เอาเปรียบ ผู้บริโภค ต้องย้อนไปสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านทําไอบีซี ท่านเคารพกฎหมาย บ้านเมือง ผมดูไอบีซีตอนนั้นไม่มีโฆษณาแม้แต่น้อย มาเจอรัฐบาลชุดนี้ละครับปล่อยให้มี โฆษณาผ่านสัมปทานโทรทัศน์ แบบนี้ใช้ไม่ได้ แล้ววันนี้ละครับโทรศัพท์มือถือผมมีโฆษณา ไหลเข้ามาทุกวัน ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าจังค์ เมล์ (Junk mail) คือจดหมายขยะหรือข้อมูล ข่าวสารขยะส่งมารบกวนความรู้สึกทุกวัน หาเงิน บางครั้งก็บอกว่ามีคลิป (Clip) เด็กเอ๊าะ ๆ ให้ส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ไป ๖ บาท ๘ บาทจะได้รูปสาวเอ๊าะ ๆ มา โชคดีที่ผมไม่ไปหลงคารม กดไปเสียเงินเปล่า ๆ แบบนี้คือขยะ กสทช. ได้ดูแลเรื่องพวกนี้หรือไม่ แล้วเอากรรมการแก่ ๆ ไปนั่งอายุ ๗๐ ป้จะไปตามทันหรือ ต้องคิดครับท่านประธานคณะกรรมาธิการก็นั่งอยู่ตรงนั้น ท่านอายุมากท่านก็รู้ ผมนั่งฟังเวลาท่านถ่ายทอดการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ร่วมกัน บังเอิญใช้ห้องตรงข้าม กับห้องทํางานผมที่อาคารรัฐสภา ๓ ทะเลาะกันโหวกเหวก ๆ เสียงดังเลย เอาไหม เอาอย่างนี้ไหม ปรับอย่างนี้ไหม ไปแก้กันมาแก้ให้ถูกต้อง มีหลายเรื่องก็เปึนเรื่องที่ดี ที่แก้มาแล้ว แต่ข้อสังเกตที่ท่านนํามาเสนอ บางข้อผมเห็นด้วยเลย โดยเฉพาะเรื่องดี ๆ หลาย ๆ เรื่อง เรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้พิการ คนขาดโอกาส อันนั้นเห็นด้วย แต่เรื่อง ความมั่นคงที่พยายามจะใส่ไว้ผมไม่เห็นด้วยครับ วันนี้บ้านเมืองประเทศชาติของเราพูด แต่เรื่องความมั่นคง ผมดูจานดาวเทียม วันนี้ต้องยอมรับว่าพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ จากการดูทีวีผ่านดาวเทียม บางรายการอาจจะไม่สร้างสรรค์ แต่ประชาชนมีทางเลือก เราสามารถเลือกที่จะบริโภคสิ่งที่เราต้องการบริโภคได้ อันนี้คือความเปึนประชาธิปไตย มีความเสรีทางความคิด อย่างบางรายการไม่ดีผมก็ผ่านไป แต่บางครั้งความมั่นคงมันเกิดขึ้น ท่านประธาน อยู่ ๆ จอที่เคยดู ช่องที่เคยดูมันก็จอดํา ผมก็ชําเลืองขึ้นไปดูบนฟัาพายุก็ไม่มี ฝนก็ไม่ตก แต่ทีวีผมมันจอดํา ถ้าผมไปรับทรูวิชันส์ท่านประธานรู้ไหมครับ ถ้าวันไหน ฝนตกฟัาผ่าในกรุงเทพฯ ผมดูทรูวิชันส์ไม่ได้ แต่ถ้าผมมีจานดาวเทียมปกติที่ตั้งกัน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ บาท ผมเป่ดช่องไหนก็ดูได้ ในขณะที่ถ้าเปึนทรูวิชันส์แล้วจอดํา ผมไม่ได้ดูไป ๒-๓ ชั่วโมง ผมขอเงินคืนก็ไม่ได้เพราะผมเสียรายเดือน แต่ผมไปรับ จานดาวเทียมเสรีผมดูได้ทั่วโลก ทั้งประเทศอินเดีย ทั้งประเทศปากีสถาน ได้ประโยชน์ ถึงแม้จะฟังไม่ออกแต่ดูภาพเพราะผมคุ้นเคยกับการดูหนังภาพนิ่งไม่มีเสียงพากย์ อันนี้คือ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ วันนี้โทรศัพท์ก็โดนเอาเปรียบ ผมเพิ่งไปจังหวัดหนองคายมา ท่านประธาน ผมอยู่ที่โรงแรมเซนทารา แล้วผมไปที่ ธ.ก.ส. ฝัืงจังหวัดหนองคาย แต่โทรศัพท์มือถือผมมันขึ้นแทงโก้ลาว (Tango Lao) ผมใช้ทรูมูฟ โทรศัพท์ผม ๐๘ ๓๖๑๘ ๐๓๓๓ ของทรูมูฟ ผมอยู่ฝัืงประเทศไทย แต่คลื่นมันแทงโก้ลาว ผมใช้ไม่ได้แล้วผมเสียรายเดือนแต่ทีนี้ ผมไปเรียกร้องเงินคืนได้หรือไม่ ผมไม่รู้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ไหม ผมเห็นท่านอาจารย์ที่อยู่ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ท่านก็พูดเรื่องนี้มาโดยตลอด การเอาเปรียบ ผู้บริโภคมันเกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเปึนเมืองนอกเมืองนา เปึนประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีทาง ได้เอาเปรียบพี่น้องประชาชนหรอกครับ ผมอยากจะเพิ่มข้อสังเกตเรื่องพวกนี้เอาไว้ด้วย เผื่อเรา มีการออกกฎหมายหรือมีการแก้กฎหมายเราต้องพูดให้มันชัดเจนด้วย แล้ว กสทช. จะดูแล อย่างไรไม่ให้ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเปึนโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเปึนกิจการโทรคมนาคม อย่างอื่น อินเทอร์เนต แวน แวต วัด อะไรทั้งหลายตามไม่ทันครับท่านประธาน พูดจนไม่ถูกแล้ว แล้วก็การเปึนผู้บริโภคคลื่นความถี่อย่างอื่น โทรทัศน์ วิทยุ ทุกอย่างท่านประธาน เกิดมาเปึน คนไทยมันถูกเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา แล้วยิ่งรัฐบาลนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญในสิ่งเหล่านี้ สักแต่จะออกกฎหมายแต่ไม่มีความรู้ ฝากไว้แค่นี้แหละครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ คิดว่าพอสมควรแก่เวลานะครับ ยังมีท่านใด ต้องการอภิปรายไหมครับ ยังอีกหลายท่านนะครับ ดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานซึ่งในวาระนี้ก็คือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านวาระ แรกไปแล้วก็วุฒิสภาได้มีการแก้ไข แล้วก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ สภา เพื่อพิจารณาแก้ไขปรับปรุงในร่างดังกล่าว ก็ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ว่าผมเอง ก็เห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญแล้วก็จะมีความสําคัญมากในชาติบ้านเมืองของเราตามที่ รัฐบาลก็ตามแต่ ตามที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาได้นําเสนอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ได้รับผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในหลายเรื่อง หลายราวผมเองยังมองเนื้อหาในกฎหมาย แม้ว่าวุฒิสภาจะผ่าน สภาผู้แทนราษฎร จะผ่านไป แต่ผมมองดูแล้วก็ยังมีปัญหาในหลายเรื่อง แต่เรื่องสําคัญ ๆ ดังที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวได้พูดกันถ้าคณะกรรมาธิการโดยสรุปแล้วก็คงจะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขคงเปึนไป ได้ยาก แต่ก็อยากจะนําเสนอหรืออยากจะบอกในที่นี้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ตามแต่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่เราก็พยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเราให้สัมฤทธิผล หรือให้ยังประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เราไม่ได้มองข้ามปัญหาเหล่านั้นไป แต่ว่าในสังคมเราคงจะเปลี่ยนแปลงบางเรื่องบางอย่างนั้นก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะยุ่งยาก แล้วก็ยากเหลือเกิน บางครั้งเราก็บอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ก็จริง แต่ว่าเมื่อเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว การทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางครั้งก็มีปัญหาอุปสรรคพอสมควรในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ เราคงต้องไปพูดกันยาว ถึงว่าที่มาของสมาชิกผู้แทนราษฎรซึ่งจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกในไม่ช้า มีการเรียกร้อง ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บางท่านก็บอกเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาแก้ไข อันนั้น ผมก็ขอย้อนไปท่านประธาน ซึ่งพี่น้องประชาชนหรือสภาของเราคงได้พิจารณาในโอกาส ต่อไป ผมเองขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าตรงนั้นก็คงต้องขอพักไว้ ขอมาตรงที่ว่าสื่อมวลชนก็ดีก็คงมีส่วนสําคัญในการที่จะทําหน้าที่เพราะเรามีวิทยุกระจายเสียง โดยเฉพาะในช่วงของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หรือช่วงที่จะชิงอํานาจกัน หรือใครจะเปึน ผู้ที่ให้ข้อมูลข่าวสารในทิศทางที่ตัวเองจะมีโอกาสได้เปรียบเสียเปรียบ มันมีกันมาก อยากจะเรียนว่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนน้ําหนักของที่มาของวิทยุกระจายเสียงว่า มีความสําคัญมาก จนกระทั่งมีหลักหรือมีความคิดของผู้ที่อยู่ในแวดวงทางสื่อสารมวลชนว่า ผู้ใดคุมสื่อผู้นั้นคือผู้ชนะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเปึนที่มาว่าแล้วถ้าเรามีหลักหรือแนวคิดกัน อย่างนี้แล้วในสังคมเราจะทําอย่างไรให้สื่อเหล่านี้เปึนสื่อกลางให้มากที่สุด เพราะว่า การได้เปรียบหรือชนะกันโดยใช้สื่อเข้ามาเปึนตัวช่วยหรือองค์ประกอบช่วยนั้น ท้ายที่สุด คนชนะนั้นไม่ได้ชนะโดย วิธีการที่มีความรู้ความสามารถในการที่จะนําความรู้ความสามารถของตนเองมาบริหาร ชาติบ้านเมือง ต้องยอมรับหรือต้องให้แนวคิดน้ําหนักไปว่าในเรื่องของการบริหารชาติบ้านเมือง หรือการดําเนินกิจการบ้านเมืองให้บ้านเมืองมีความสุข มีความผาสุก มีความร่มเย็น กับพี่น้องประชาชนนั้น คนที่จะมาดูแลพี่น้องประชาชนนั้นจะต้องมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม หรือเปึนผู้ที่โดยรวมที่ผมใช้ก็คือมีความรักประชาชน คือต้องรัก ประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าไม่รักประชาชนทําอะไรก็คงไม่ได้คิดถึงประชาชน ไม่กลัวว่า อะไรจะกระทบกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเรียนต่อท่านประธานสภาว่าตรงนี้ ผมเลยอยากจะเรียนว่าผมเองก็อยากจะเห็นว่าสื่อนี่ต้องทําอย่างไรให้เปึนกลางที่สุด นอกจากบุคคลที่อยู่ในแวดวงสื่อเขาจะเปึนกลางอยู่แล้วก็ตามแต่ แต่การได้ใช้สื่อ ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ ไม่ว่านักการเมืองต่าง ๆ ตรงนี้ก็เปึนส่วนสําคัญ ในการที่จะเข้าไปใช้สื่อ การใช้สื่อนั้นคงไม่ได้หมายความว่ากลุ่มคนใดคนหนึ่งเข้าไปใช้ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าการใช้สื่อแล้วก็จะพูดว่าสื่อนี่เพื่อความมั่นคงของประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าถ้าประเทศที่เขามีความมั่นคงของประเทศที่สูง หรือมีศักยภาพทางอํานาจ ทางการเมืองสูง หรือทางการทหารสูงนี่เขาจะคุมสื่อมากมายขนาดนี้หรือไม่ เท่าที่ผมเห็น เท่าที่ศึกษาก็คือประเทศที่ด้อยพัฒนาจะคุมสื่อมาก หรือประเทศที่ล้าหลังในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยเขาก็จะคุมสื่อเยอะ ผมเองจําได้ แล้วก็สมัยเปึนเด็ก ๆ ก็จะเห็นว่า เขาก็จะบอกว่ามีการพูดออกทางวิทยุกระจายเสียงประกาศป์าวร้องให้พี่น้องประชาชน บอกว่าประเทศโน้นประเทศนี้ที่อยู่คนละฝัืงคนละฝ์ายกับประเทศของเรามีการปกครอง ในระบอบนั้นระบอบนี้ ไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ จริงหรือ เราจะใส่ให้พี่น้องประชาชน หรือคนไทยของเรารับรู้ข่าวสารหรือรับรู้ในสิ่งที่เปึนความรู้ทิศทางเดียวหรือ หรือแม้แต่ ผู้นําประเทศบางคน ถ้าหากอย่างท่านประธานได้ศึกษาในเรื่องของรัฐศาสตร์การเมือง การปกครอง ท่านประธานก็จะมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เลย ผมก็ยกตัวอย่างเช่น ผู้นําประเทศสักคนหนึ่งในประเทศไทยเราในสมัยก่อน ใครคนไทยจะเรียนหนังสืออื่นไม่ได้เลย นอกจากภาษาไทยและหนังสือไทย หนังสือต่างชาตินี่ห้ามนะ จะเรียนชาติอังกฤษ ชาติฝรั่งเศส หรือชาติอื่น หรือพี่น้องประชาชนในภาคใต้จะเรียนภาษามลายูหรืออะไรก็ตามแต่ ไม่ได้ ภาษาจีนก็ไม่ได้ มีโรงเรียนกี่โรงก็ไล่จับไล่ฆ่าไล่ฟันไล่แทงหมด ไม่ให้บอกว่านี่คือ ประเทศที่จะทําให้ประเทศไม่มีความมั่นคง ผู้นําประเทศแบบนั้นคิดผิดหรือคิดถูก ในสมัยยุคปัจจุบันสร้างความมั่นคงให้ประเทศหรือสร้างความวอดวายให้ประเทศในอนาคต วันนี้ต้องบอกว่าภาษาเปึนสื่อสําคัญของโลก ของประเทศ เราไม่มีความรู้ความเข้าใจ ในทิศทางที่จะสื่อกับเขาได้ เรารู้กันอยู่แค่นี้แล้วถามว่าแล้วจะอยู่กันอย่างไร ประเทศเรา จะอ่อนแอไหม ต่อมาในระยะหลังแม้เรามีการสอนภาษากัน จะเปึนภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษก็สอนกันแบบให้ไม่รู้ สอนกันแบบให้คนไทยไม่รู้ ถามว่าเราไม่ได้เรียน ๒ ภาษา หรือทุกวันนี้ เราก็เรียนนะครับ เรียนกันแต่เรียนกันแบบไม่ค่อยรู้ รู้ก็ไม่ซึ้ง นอกจากคนที่ ไปเรียนภาษาในต่างประเทศหรืออยู่ในต่างประเทศอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ผมเองอยากจะกราบเรียนว่าอยากจะให้ปรับปรุงแนวคิดของผู้นําประเทศด้วย แล้วก็แนวคิดของการใช้สื่อ โดยเฉพาะการใช้สื่อให้เปึนกลางอย่างแท้จริง ให้พี่น้องประชาชน ได้เรียนรู้ได้เข้าใจทุกแง่มุม โดยเฉพาะในระบอบของการปกครอง ผมมองออกว่าวันนี้ ประเทศไทยเราไปอย่างไร เราไปแบบไหน ประเทศอื่นที่เราประณามเขาหรือเราว่าเขา ในอดีตปัจจุบันเขาไปถึงไหน อย่างไร ตรงนี้ลองมานั่งคิดดูสิว่าแล้วเราจะแก้ไขอย่างไร ประเทศจีนเราเคยว่า ท่านประธานก็จะรับท่านประธานสภาจีนนะครับ กําลังจะรับ ท่านประธาน ในอดีตเราก็เคย วิทยุกระจายเสียงบ้านเรานี่ครับใส่ตลอดระยะเวลา แล้วเปึนอย่างไรบ้าง ตอนนี้พี่น้องประชาชนคนในประเทศจีนมีรายได้ประชาชาติโดยถัวเฉลี่ย เราอยู่ที่ ๕,๒๐๐ บาท เขา ๒๓,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธาน นั่นคือผู้นําเขาสามารถที่จะ สร้างให้คนทั้งแผ่นดินของเขา ตอนนี้เขาจะมีประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านคนที่เขาสํารวจใหม่ จะมีประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านคน ผู้นําเขาสามารถที่จะสร้างให้คนในประเทศของเขามีกินมีใช้ ไม่อับอายคนอื่น ไม่อับอายคนชาติอื่น แล้วบ้านเราคิดหรือยัง เอากันแค่กอบแค่กําในตระกูล ตัวเองแค่นั้นหรือ ถ้าคิดอย่างนี้ผมคิดว่าเราไม่ได้ว่าเราคือคนไทยด้วยกัน เราไม่ได้คิดว่า เราคือรากเหง้าเดียวกันพี่น้องเดียวกัน เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนว่าการใช้สื่อต้องให้ ทุกฝ์ายได้ใช้ ใช้อย่างเท่าเทียม เพราะคนเรามีความรู้ที่หลากหลายและมีความรู้ที่แตกต่างกัน ความรู้จะผิดหรือจะถูกนั้นเราสามารถที่จะพูดและอธิบายกันในภายหลังได้ ใครนําเสนอ ในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้อง แน่นอนที่สุดสังคมคนทั่วไปที่เขามีความรู้ความสามารถมีความเข้าใจ เขาก็จะออกมาในการที่จะให้ข้อมูลข่าวสารในทางที่เปึนจริงและเปึนจัง คนที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่ถูกต้องท้ายที่สุดก็ไม่กล้าให้ แต่ที่เปึนอยู่ไม่ใช่ ให้ข่าวสารอยู่ทางเดียว ท้ายที่สุด ปรากฏว่าอย่างไร เกิดอะไรขึ้น ก็คือเกิดการรับรู้ที่ไม่ถูกต้อง แล้วเราก็ฝังรากสังคมในทิศทาง ที่ไม่ถูกต้องโดยตลอดมา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้ อยากจะให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง

อีกเรื่องหนึ่งก็คือไม่อยากเห็น เปึนเรื่องสั้น ๆ วิทยุกระจายเสียงที่ทําอยู่ ในขณะนี้ ขออนุญาตวิทยุก็คงไม่ได้มีครับ ส่วนใหญ่ก็จะเปึนโทรทัศน์นะครับ ทีวีก็คือ ตัวสไลด์ (Slide) ที่ออกมา เปึนภาษาที่ออกมาที่ส่งข้อความเข้าไปเปึนข้อความชอร์ต เมสเสจ (Short message) หรือข้อความสั้นที่เข้าไป ส่งไปข้อความดีก็ไม่เปึนอะไรครับแต่ข้อความ ที่ใส่เข้าไปปรากฏเปึนข้อความที่สร้างความแตกแยกหรือเปล่า ด่าทอกันหรือเปล่า ผมเห็นเปึน ข้อความที่ด่าทอกันเสียเยอะ ใส่ร้ายกันเสียมาก ฝัืงโน้นไม่ดี ฝัืงนี้ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ต่างคนต่างก็ใส่กันเข้าไป นี่หรือสังคมเรา เราอยากให้สังคมเราเปึนอย่างนี้ใช่ไหม เพราะฉะนั้นตัดออกนะครับ ทีวีทุกช่องไม่ควรมีนะครับ ข้อความแบบนี้ถ้ายังรักประเทศไทย รักคนไทยอยู่ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ก็คงจะเปึนส่วนหนึ่งที่อยากจะฝาก แล้วก็อยากจะบอกกับทางคณะกรรมาธิการร่วมกันนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะท่านประธานว่า สมควรหรือยังที่บ้านเมืองเราจะต้องถึงยุคของการที่เราจะต้องมานั่งคุยกันแล้วก็แก้ไข ให้บ้านเมืองของเรามีความสงบสุข มีความผาสุกให้ทุกคนโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของ รายได้ รายได้ประชาชาติในขณะนี้ต้องไม่แตกต่างคนไทยทุกคนอยากกินอะไรต้องได้กิน ไม่ใช่คนหนึ่งได้กินอีกคนหนึ่งไม่มีกิน ก็ขอฝากไว้ครับ ขอบคุณ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... คือกฎหมายอันนี้ ผมเองติดตามเรื่องนี้มานานแล้วก็ยังไม่เห็นประสบผลสําเร็จเท่าที่ควร อย่างกรณีเมื่อไม่กี่เดือนมานี้มีการประมูลหรือจัดทําเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์ ๓ จี อะไรพวกนี้ ไม่รู้ว่ามีข้อขัดข้องหรือขัดผลประโยชน์อันใดของคณะกรรมการเหล่านี้ทําให้ ประชาชนเสียประโยชน์ไป ทําให้ประเทศไทยล้าหลังในด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม ไปกว่าประเทศอื่น ๆ ผมอายเขาครับ ผมเปึนผู้แทนราษฎร ผมไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าประเทศลาว ประเทศจีน เดี๋ยวนี้เขาใช้ ๔ จี (4G) ครับ ประเทศไทยเราอยู่ ๒ จี (2G) กว่า ๆ ผมก็อายเห็นเขาใช้เต็มบ้านเต็มเมือง อันนี้คือการสูญเสียโอกาสของประชาชน ทําอย่างไร เมื่อกฎหมายนี้ผ่านแล้ว ผมอยากให้คณะกรรมการผู้รับผิดชอบต่าง ๆ ของประเทศนี้ ได้ดําเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อความทันสมัยของเรื่องสื่อสารนี้นะครับ ไปเห็นประเทศต่าง ๆ แต่ก่อนเราว่าเราจะเปึนพี่ใหญ่ของประเทศลาว ของประเทศเขมร เดี๋ยวนี้เขาล้ําหน้าเราไป แล้วในเรื่องสื่อสารพวกนี้ เปึนเรื่องธรรมดาเขาใช้กันทั่วไป ประเทศไทยเราไป ๆ มา ๆ เราตกขอบไปแล้วโดยเฉพาะเรื่องโทรศัพท์ น่าละอายสําหรับเรื่องนี้ ก็ฝากไปยังผู้เกี่ยวข้อง ก็แล้วกัน ทําอย่างไรเมื่อกฎหมายนี้ผ่านไปแล้วจะทําให้ประเทศไทยหรือว่าคนไทยเราทันสมัย ในเรื่องสื่อสารนี้ ผมฟังหลายท่านได้พูดไปแล้ว ผมก็ติดใจมาตรา ๗ เกี่ยวกับคุณสมบัติ ผมอ่านทุกข้อแล้วไม่เห็นห้ามข้าราชการเปึนคณะกรรมการหรือผมตาไม่ถึง ผมอ่านหลายรอบ ข้าราชการไม่ได้ห้ามเลย มีแต่ห้ามนักการเมือง ลองอ่านดูนะครับ ก็แสดงว่าเราเป่ดทางให้ ข้าราชการใครก็ได้ที่อายุ ๓๕ ป้ เปึนคณะกรรมการนี้ได้ อันนี้ก็เปึนที่น่าสังเกต

อีกประการหนึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องอายุผู้เปึนกรรมการ ผมก็เห็นด้วยกับหลายท่าน ที่บอกว่าอายุไม่ควรเกิน ๖๐ ป้ ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้เปึนอายุ ๕๐ ป้ด้วยซ้ําไป คือถ้าเรา ทําอายุไว้มากอย่างนั้นก็เผื่อ ผมว่าเขียนเผื่อใคร เผื่อคนอยู่วงการโทรคมนาคมใช่ไหม ที่หมดอายุราชการไปแล้วจะได้อยู่ในตําแหน่งนี้ ผมมองไปอย่างนั้นเพราะคนอื่นคงไม่มี โอกาสก็คงจะเอาผู้อาวุโสเพื่อไปหากินในตําแหน่งนี้ จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับหลายท่าน ที่บอกว่าน่าจะใช้คนที่อายุไม่ต้องมากเรื่องสื่อสารเทคโนโลยีพวกนี้ไม่น่าจะอายุเกิน ๕๐ ป้ เสียด้วยซ้ําไปนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่ผมติดใจเกี่ยวกับเรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ผมก็ไม่เข้าใจ เหมือนกัน ผมได้ยินหลายท่านพูดไปแล้วผมก็เอะใจเหมือนกันว่าผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ ความมั่นคงที่เอามาเปึนกรรมการนี้หมายถึงใคร ถ้าพูดถึงรัฐบาลนี้หมายถึงคนที่สั่งฆ่า ประชาชนใช่ไหมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ผมก็งง พอดีท่านสุเทพเข้ามาเปึน ส.ส. ผมถือว่าเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงฆ่าประชาชนได้ สงบได้ใช่ไหมถ้าความหมาย อย่างที่เขียนแบบนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตที่บอกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ที่ทางคณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอมาหมายถึงใคร คนอย่างไร ผมก็มีความคิดในเรื่องนี้ เพียงเท่านี้ครับ ขอภาวนาให้กฎหมายนี้ผ่านโดยเร็ว แล้วก็ประกาศใช้โดยเร็ว แล้วก็ให้ ประชาชนได้เข้าถึงสื่อโดยเสมอภาคกัน ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบแล้วไม่ต้องประท้วงอะไรแล้ว จบไปแล้วคือกลอนพาไปครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผู้อภิปรายบางครั้งนี่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงผมหรือประท้วงใครครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ประท้วงท่านประธานครับ แต่ว่า จริง ๆ ก็เพื่อประหยัดเวลา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมทําผิดอะไรครับ ใช้ข้อบังคับ ข้อไหนครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานไม่ได้ควบคุมการอภิปรายเลย ท่านผู้อภิปรายนี่จริง ๆ ก็เปึนเพื่อนกันนะครับ แต่ว่าได้พูดพาดพิงไปถึงว่าผู้ชํานาญด้านความมั่นคง เปึนผู้สั่งฆ่าประชาชน แล้วก็ยังกล่าวชื่ออีกครับ ชื่อผู้ที่ชํานาญ ท่านหมายถึงท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านประธานต้องให้ผู้อภิปรายถอนครับ เพื่อให้เปึนบรรทัดฐานของสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนคําว่า ท่านสุเทพ ฆ่าประชาชนอะไรถอนเถอะครับ น่าเกลียด

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น ผมหมายถึงว่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงหมายถึงอย่างนี้ใช่ไหม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเอ่ยชื่อท่านสุเทพ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

คือท่านสุเทพรับผิดชอบเรื่องความมั่นคง ใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถอนไปเถอะ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ถ้าใช่ผมจะถอน ถ้าไม่ใช่ ก็ไม่จําเปึน เพราะผมถามว่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงตามที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้เสนอมาว่าน่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ผมก็เลยถามต่อว่าผู้เชี่ยวชาญ ด้านความมั่นคงคือผู้ที่ปราบปรามประชาชนใช่ไหม คือคุณสุเทพที่เพิ่งเข้ามา ผมว่าอย่างนี้ ถ้าใช่ผมก็จะถอน ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่นี่ไม่ใช่ศาลครับ ถอนเถอะครับ คําว่า คุณสุเทพ ถอนไปเถอะ ส.ส. ด้วยกัน ไม่เสียหายอะไรทั้งนั้น อย่าให้มันมีปัญหาเลยครับ คุณสมคิดผู้ใหญ่แล้วไม่เสียหายหรอกครับ ถอนเถอะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยให้นายสมคิด บาลไธสง ถอนคําพูด แต่นายสมคิด บาลไธสง ไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัย และได้เดินออกจากที่ประชุม)

เมื่อท่านเดินออกจากห้องประชุม ก็อย่าเข้าห้องประชุมก็แล้วกันครับ ต่อไปคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รปภ. ช่วยดูด้วยอย่าให้ คุณสมคิดเข้าห้องประชุมครับ ได้ยินไหมพวก รปภ. เชิญคุณจุลพันธ์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ก็เปึนวาระ ในการพิจารณาเรื่องของร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ที่ทางคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้ส่งเรื่องเข้ามายังสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อครั้งที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เข้าสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สอง วาระที่สาม ผมเองก็เปึนผู้หนึ่งที่ได้ อภิปราย แล้วผมเองกราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าสิ่งที่ได้อภิปรายไปหลายประเด็น ต้องกราบขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการร่วมกัน เช่น ประเด็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ ด้านความมั่นคงในที่สุดหลังจากประชุมกันแล้วท่านก็ตัดออกต้องกราบขอบพระคุณ อย่างยิ่ง เพราะอะไร เพราะอันนี้มันเปึนการสืบทอดอํานาจของการใช้อํานาจเชิงเผด็จการ ซึ่ง ณ วันนี้มันก็ยังคงอยู่ในรูปแบบของ ศอฉ. ก็ตาม ในรูปแบบของตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๔๙ ก็มี คมช. เราเห็นได้ชัดว่ามีการแทรกแซงสื่อสารมวลชน มีการแทรกแซงเรื่องของวิทยุไม่ว่า จะเปึนระดับประเทศ ระดับวิทยุชุมชนมีการแทรกแซงกันจนกระทั่งพี่น้องประชาชนนี่รู้สึกได้ และที่สําคัญที่สุดก็คือสิ่งที่พยายามที่จะสะท้อนภาพออกมาจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ จากภาคประชาชนและจากภาคฝัืงของฝ์ายค้านนี่มันก็ดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปกับสายลม สิ่งที่เกิดขึ้นทําให้ความเปึนธรรมในสังคม มาตรฐานของสังคมกลายเปึนที่สงสัยของพี่น้อง ประชาชนมาโดยตลอด วันนี้อย่างน้อยเรื่องของความมั่นคงก็โดนตัดออกไปแล้ว ก็กราบ ขอบพระคุณในเบื้องต้น แต่ในอีกหลายประเด็นยังไม่ได้รับการแก้ไข และที่สําคัญที่สุด ประเด็นหนึ่งที่ยังเปึนปัญหาอยู่ก็คือมันยังไม่มีสิ่งใด ๆ เลยครับท่านประธานที่จะทําให้เรา มั่นใจได้ว่าองค์กร กสทช. ที่จะจัดตั้งขึ้นนี้ในที่สุดแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของ ความเปึนธรรมในเรื่องของสื่อ ในเรื่องของการกระจายวิทยุแล้วก็สื่อโทรทัศน์ต่าง ๆ ให้มันครอบคลุม ให้มันเปึนธรรม กับทุกภาคส่วนในสังคมนะครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพหลายท่านอภิปรายไปแล้ว แต่วันนี้มันยังเกิดอยู่ โครงสร้างของ กสทช. ทางกรรมาธิการร่วมต้องช่วยชี้แจงให้ผมเข้าใจ ว่าในที่สุดแล้วท่านจะเอาอะไรมาเปึนตัวการันตี ในที่สุดฟากฝัืงของรัฐบาลก็ต้องได้เวลา ในฟากฝัืงของฝ์ายตรวจสอบก็คือฝ์ายค้านก็ต้องได้เวทีในการแสดงออก และแน่นอน ในส่วนของภาคประชาชนไม่ว่าจะเปึนฝ์ายสนับสนุนรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายที่คัดค้าน ต่อต้านเขาก็ต้องมีเวทีที่จะระบาย มีเวทีที่จะเปึนช่องทางในการที่จะนําเสนอแนวความคิด เพราะเมื่อใดที่ท่านป่ดกั้นอย่างที่เปึนอยู่วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความกดดันเหล่านั้นมันจะ ไปแสดงออกในถนน มันจะไปแสดงออกที่สนามหลวง แล้วมันก็กลายเปึนความเสี่ยงกับ สังคมประชาธิปไตย สังคมที่อยากจะอยู่ด้วยความสงบร่มรื่นนะครับ ประเด็นเหล่านี้ เปึนประเด็นที่ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าท่านต้องช่วยชี้แจงทําความเข้าใจต่อ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมคงใช้เวลาไม่มาก เพราะผมเชื่อว่าท่านได้ฟังการอภิปราย ในครั้งที่วุฒิสภาตีร่าง พ.ร.บ. นี้กลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรแล้วนะครับ มีประเด็นหนึ่ง ที่ท่านยังไม่ได้ปรับแก้และเปึนประเด็นที่สําคัญ นั่นก็คือมาตรา ๘๔ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้อภิปรายในชั้นวาระที่สอง วาระที่สาม ตอนที่วุฒิสภาตีร่าง พ.ร.บ. นี้กลับมาว่า แก้คําเดียวจาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้ กระทบกับภาระงบประมาณของแผ่นดินไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ที่ ๒ กับป้ที่ ๓ ที่จะต้องหายไป แทนที่จะเก็บเงิน เข้าภาครัฐ เอาไปใช้บริหารจัดการในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ทําสาธารณูปโภค ทําถนนหนทาง ทําน้ําประปาให้กับพี่น้องประชาชน ไปปรับปรุงพัฒนาโรงเรียน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็แน่นอน เปึนสิ่งสําคัญ แต่วันนี้เราตัดสินใจที่จะอุ้มรัฐวิสาหกิจ ซึ่งผมเองด้วยความเคารพ ไม่มีตัวชี้วัดใด ๆ เลยที่จะมาบอกกับผมได้ว่ารัฐวิสาหกิจเหล่านั้นเขาอยู่ในภาวะที่เขาไม่สามารถ ที่จะยืนอยู่ได้ เพราะอะไรครับ ท่านเอาตัวเลขมาบอกกับสภาสิครับว่า ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา เขาได้โบนัสกันคนละเท่าไร เขาแจกโบนัสพนักงานเท่าไร ท่านเอาตัวเลขมาบอก กับสภาผู้แทนราษฎรสิครับว่าผู้บริหารของเขาได้เงินเดือนเดือนละเท่าไร เยอะกว่า นายกรัฐมนตรีเยอะกว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ และที่สําคัญที่สุดเท่าที่ ผมทราบ เขาไม่ใช่บริษัท ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจที่บริหารจัดการอยู่ในโซนที่เรียกว่าตัวแดง นั่นก็คือขาดทุน แล้ววันนี้ท่านไปช่วยเหลือเขาด้วยการเพิ่มจาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้ ในระยะเวลาที่จะไม่ต้องส่งเงินเข้าสมทบคลัง ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมเอง มองแล้ว ผมไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ท่านต้องเอา ตัวเลขมานําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านจะได้เข้าใจเหมือนกับ ท่านว่าเขาจะต้องลงทุนเท่านี้ ว่ามา ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้นะครับ ภายในระยะเวลากี่ป้ เขาจะเก็บรายได้ประมาณเท่าไร ทําไม เราถึงจะต้องไปเวฟ (Waive) ให้เขาถึง ๓ ป้ ถ้าชี้แจงทําความเข้าใจได้ในตัวเลขที่มันจับต้องได้ จนกระทั่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับได้ ผมเองกราบเรียนเลยว่าผมเองคนหนึ่งก็คงจะประสงค์ ที่จะผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ตามร่างพระราชบัญญัติที่กรรมาธิการร่วมกันได้นําเสนอ แต่ถ้าท่าน ไม่สามารถที่จะชี้แจงในตัวเลขให้เปึนที่พึงพอใจนะครับ ผมคงจะต้องปฏิเสธเพราะผมเชื่อว่า เงินที่เราไปยกเว้นให้เขา ๒ ป้หลายหมื่นล้านบาท เอาไปทําประโยชน์อย่างอื่นให้กับพี่น้อง ประชาชน ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์สูงกว่า ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก ด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... อยู่ในขณะนี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาเสร็จเสนอสภาพิจารณาในวาระที่สอง

คณะกรรมาธิการ มีอะไรจะชี้แจงไหมครับ

นายอนันต์ วรธิติพงศ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ กรรมาธิการร่วมกันนะครับท่านประธานครับ หลายข้อที่ทาง ท่านสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นมานั้น แล้วก็ได้ยกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชนมา เปึนสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นด้วยครับ และเปึนสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ใช้ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องวิทยุชุมชนที่ต้องการ จะได้รับใบอนุญาต วิทยุชุมชนที่ต้องการจะอยู่ในเกณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็วิทยุ ชุมชนที่มีการรบกวนประชาชน ปัญหาของทีวีชุมชนซึ่งเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะนี้ ที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ปัญหารายการโทรทัศน์ที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้พูดแล้วว่ามอมเมาประชาชน ปัญหาผู้ประกาศข่าวซึ่งมีลักษณะอาการที่ไม่พึงประสงค์ ปัญหาการประมูล ๓ จี ปัญหาใบอนุญาตใหม่ของวิทยุและโทรทัศน์ และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะต้องถูกดําเนินการแก้ไข จริง ๆ แล้วเรามีกฎหมาย พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนพระราชบัญญัติที่จะออกมาควบคุมการกํากับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ แล้ว จะควบคุมวิทยุชุมชน จะควบคุมรายการโทรทัศน์ จะควบคุมการออก ใบอนุญาตใหม่ของวิทยุและโทรทัศน์ แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ เพราะไม่มีองค์กรขึ้นมา กํากับดูแลและบังคับใช้ เราหวังจะมี กสช. ตาม พ.ร.บ. องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ ป้ ๒๕๔๓ ก็ล่าช้ามา ๑๐ ป้แล้ว ก็เลยมองว่า พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งกําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้จะสามารถ แก้ปัญหานี้ได้ ท่านสมาชิกเปึนห่วงว่าถ้ามีแล้วจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ อย่างไร ผมในฐานะ ของกรรมาธิการร่วมกัน ขอให้ท่านดูไปที่อํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการร่วมกันที่อยู่ใน ร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ จะมีอํานาจหน้าที่ในการพิจารณากํากับดูแลการใช้คลื่นความถี่ จะมีอํานาจหน้าที่ในการกํากับการประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม จะมีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดมาตรการให้มีการกระจายบริการ ด้านโทรคมนาคมให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน จะมีอํานาจหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน อันนี้เปึนคร่าว ๆ ที่ผมได้คัดลอกออกมาจากอํานาจหน้าที่ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าโดยอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้ใน พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. .... ที่เราพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ประกอบกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แล้วก็พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์จะสามารถเปึน เครื่องชี้นําเปึนตัวกําหนดให้คณะกรรมการที่จะมาเปึนกรรมการ กสทช. นั้นทําประโยชน์ เพื่อประชาชนในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการประกอบกิจการ คุ้มครองสิทธิส่วนตัว โดย กสทช. จะมีมาตรการให้เกิดความเสมอภาคในการเข้าถึง ใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ได้เท่าเทียมกัน คณะกรรมาธิการร่วมกันมีการพิจารณาถึงการให้ใช้ความถี่ในการทํา กิจการโทรทัศน์ในช่วงที่ยังไม่ได้ทําเปึนระบบดิจิตอลด้วย อันนี้ก็คือหลักในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการร่วมกันว่าทําอย่างไรกฎหมายฉบับนี้จะได้เปึนประโยชน์ต่อ ประชาชน

ต่อข้อที่ท่านสมาชิกมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องอายุของผู้สมควรได้รับการคัดสรร เปึนกรรมการ กสทช. นั้น กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาอย่างนี้ครับ

ประเด็นที่ ๑ คือว่าใน พ.ร.บ. กสทช. เดิม คือ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เดิม กําหนดอายุสูงสุดของผู้เปึนกรรมการไว้ที่ ๗๐ ป้ นั่นก็คือประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ เราก็มองว่าในการคัดเลือกนั้น ถ้าเรามีโอกาสที่จะมีผู้ที่มา เสนอตัวให้คัดเลือกได้มากขึ้น ก็น่าจะเปึนประโยชน์ต่อการคัดเลือกและเปึนประโยชน์ ต่อกิจการโดยรวม ก็เลยมองว่าถ้าเป่ดโอกาสให้มีตัวคัดเลือกมากขึ้นจะเปึนประโยชน์ มากกว่า

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าเราพิจารณาจากองค์กรอิสระอื่น ๆ ก็จะเห็นว่าองค์กร อิสระอื่น ๆ นั้นก็กําหนดคณะกรรมการมีอายุถึง ๗๐ ป้ด้วยเหมือนกันนะครับ

อันนี้ก็เปึนการพิจารณาโดยรวมในส่วนของอายุ

ส่วนในเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประชาชน ซึ่งในกฎหมาย กําหนดไว้ว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าถ้าเปึนของโทรทัศน์จะยังใช้ไม่ได้ แต่วิทยุภาคประชาชน สามารถนําไปใช้ได้เลย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าโทรทัศน์ยังนําไปใช้ไม่ได้ จะต้องรอจนกว่า เปึนระบบดิจิตอล น่าเสียดายอย่างยิ่งประเทศไทยการเตรียมพร้อมระบบดิจิตอลเราค่อนข้างจะช้า ในขณะที่เรามีการลงนามในสัญญาว่าจะเปึนระบบดิจิตอลแล้ว ถ้าผมจําไม่ผิดก็คือภายใน ป้ ๒๕๕๘ ป้ ๒๕๕๙ ประมาณนี้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากจะต้องรอไปถึงระบบดิจิตอล นั่นคือป้ ๒๕๕๘ ป้ ๒๕๕๙ แล้วถ้ากฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ในต้นเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๔ ต้องรออีก ๔ ป้ถึงจะมีโทรทัศน์ชุมชนออกมาได้คณะกรรมาธิการร่วมกันก็เลยพิจารณา ว่ามันมีปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ ฉะนั้นถ้าหากพื้นที่ไหนมีความถี่ว่างอยู่ก็ให้เกิดโทรทัศน์ ชุมชนขึ้นมาได้ ไม่ควรจะไปรอกันถึง ๔ ป้ ๕ ป้ข้างหน้า จะได้เปึนการพัฒนาชุมชนไป ในเขตนั้นด้วยในตัวนะครับ โดยให้รอว่าถ้าหากมีการจัดสรรแผนความถี่แล้ว ซึ่งเปึนหน้าที่ ของกรรมการ กสทช. ก็ให้มีการพิจารณาให้ใช้คลื่นความถี่ในบางพื้นที่เพื่อดําเนินกิจการ วิทยุชุมชนได้เลยนะครับ

ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับที่ท่านห่วงกังวลกันมาก มาตรา ๘๔ นั้น ท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ และท่านรัฐมนตรีจุติก็ได้อภิปรายไปแล้ว ผมขอเสริมนิดเดียวสั้น ๆ ก็คือว่าในปัจจุบันทั้ง ๒ องค์กรได้มีการปันส่วนนํารายได้ส่งให้กับรัฐ อยู่แล้ว อย่างเช่นของ กสท. โทรคมนาคมก็มีการนําเงินส่งรัฐในป้ ๒๕๕๐ นี้ก็ประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๑ ก็ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๒ ก็ประมาณ ๙,๔๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่บอกว่าถ้าหากให้อายุ ๓ ป้แล้วจะทําให้ เสียประโยชน์ ทําให้เงินไม่มีนําส่งรัฐนั้น คณะกรรมาธิการขอเรียนว่าในเรื่องของเงิน เนื่องจากว่ากรรมการผู้กํากับดูแลทั้งบริษัท ทศท. โทรคมนาคม แล้วก็กรรมการที่กํากับ ดูแลบริษัท กสท. โทรคมนาคมนั้นเปึนกรรมการที่ภาครัฐส่งไปกํากับดูแล เพราะฉะนั้น การดําเนินการทั้งหมดจะต้องอนุมัติจากกรรมการที่กํากับดูแลบริษัททั้ง ๒ เพราะฉะนั้น กรรมการสามารถสั่งการอนุมัติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโบนัส ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเงินลงทุน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเงินนําส่งรัฐได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลต้องการเงินนําส่งรัฐ จํานวนเท่าไรที่อยู่ในวิสัยที่ทําได้ ก็ให้กรรมการของบริษัทสั่งการได้เลย อย่างที่ผมได้ ยกตัวอย่างไปแล้วนะครับว่าทั้ง ๒ องค์กรก็นําส่งเงินรัฐโดยตลอด

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในภาวะปัจจุบันการแข่งขันของหน่วยงานทั้งสอง ต้องแข่งขันกับภาคเอกชน จะต้องมีการลงทุน แล้วในเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา และรัฐบาลปัจจุบันก็ยังไม่ได้สร้างความชัดเจนให้กับหน่วยงานทั้ง ๒ ในประเด็นที่ว่า จะให้บริษัท กสท. โทรคมนาคม และบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) เปึนหน่วยงานของรัฐเพื่อบริการโทรคมนาคม เพื่อความมั่นคง หรือเปึนหน่วยงานของรัฐเพื่อบริการโทรคมนาคมเพื่อแข่งขันกับเอกชน ประเด็นนี้สําคัญ มากนะครับ เพราะถ้าหากว่าจะเปึนหน่วยงานของรัฐเพื่อความมั่นคงนั่นหมายถึงจะต้อง มีการลงทุนหลายเรื่องหลายอย่างกระจายไปในหลายพื้นที่ รวมถึงเขตพื้นที่ที่บริการไม่ทั่วถึง โดยจะให้หน่วยงานรัฐต้องให้บริการได้ทั่วถึง หากทําเช่นนั้นจะต้องใช้เงินจํานวนมาก ในการดําเนินการ แต่ถ้าหากจะให้เปึนหน่วยงานของรัฐเพื่อดําเนินกิจการเพื่อแข่งขัน กับเอกชนก็ต้องให้มีความคล่องตัวในการดําเนินการ ให้มีความอิสระในการลงทุน ในการดําเนินกิจการมากกว่านี้ซึ่งตรงนี้เปึนตัวสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรานําเงิน ออกมาเลยภายใน ๑ ป้จะทําให้เขาปรับตัวไม่ทัน จะต้องมีการแก้ปัญหาให้เขาก่อนว่า จะเปึนหน่วยงานของรัฐเพื่อความมั่นคงหรือแข่งขันกับเอกชนโดยเสรี ถ้าแก้ปัญหานี้ ได้แล้วนะครับ การจะนําเงินออกมาแล้วให้เขาปรับโครงสร้างได้คณะกรรมาธิการร่วมกัน ก็คิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาถึง ๓ ป้จึงเสนอเปึน ๓ ป้ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ โพธสุธน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน สําหรับ ข้อสังเกตนะครับ ผมขอถอนออกเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อสังเกตที่คุณบุญยอด ได้ทักท้วง ถอนทั้ง ๓ ข้อใช่ไหมครับ

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอถอนออกทั้งหมดเลย เพราะว่าจะมีบางท่านก็ข้อโน้นข้อนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อสังเกตนี่ถอนหมดเลย

นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการ

หมดเลยครับ เพื่อจะได้สะดวกสบายก็ไม่ต้องมาพิจารณากันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อประธาน คณะกรรมาธิการท่านขอถอนก็ถอน มีอะไรครับคุณชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานในประเด็นที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เสนอต่อสภาที่จะขอถอนข้อสังเกต ซึ่งเปึนข้อสังเกต แนบท้ายร่าง พ.ร.บ. ที่พวกเรากําลังพิจารณาอยู่ ท่านประธานครับ ผมดูข้อบังคับ ข้อ ๕๕ ท่านประธานกรุณาดูสักนิดนะครับ ในข้อ ๕๕ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเราครับ ญัตติใดที่ถึงวาระพิจารณา ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ข้อ ๕๓ ญัตติ ที่บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้วหากผู้ใดเสนอญัตติจะถอนญัตติหรือจะแก้ไข เพิ่มเติม หรือจะถอนชื่อจากการเปึนผู้เสนอหรือผู้รับรองจะถอนการรับรองจะต้องได้รับ ความยินยอมของที่ประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมกําลังจะพิจารณาดังที่

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ประเด็นนี้ถ้าสมมุติท่านประธานที่เคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจครับ เมื่อทางนี้ เสนอถอน คือถอนข้อสังเกตมันยังไม่ถึงข้อสังเกตครับ พอถึงข้อสังเกตผมจะถามที่ประชุม ว่าจะให้ถอนหรือไม่ให้ถอน ผมจะปฏิบัติตามข้อบังคับโดยเคร่งครัดครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบคุณท่านประธานครับ ก็คือเปึนมติ ที่ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถือว่าป่ดอภิปรายตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๖๕ แล้วนะครับ มีอะไรคุณพีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมได้ซักถามกรรมาธิการไป ๓ ประเด็น มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ ประเด็นที่น่าจะมีปัญหาความชอบเรื่อง รัฐธรรมนูญยังไม่ได้รับฟังคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการเลย ผมขออนุญาตท่านประธาน ถามต่อไปอีก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันจบแล้วที่ถาม นะครับ เอาให้ตอบ ๓ ประเด็นที่ยังไม่ได้ตอบใช่ไหมครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ถามไปแล้วแต่ว่ากรรมาธิการไม่ได้ตอบ เลยครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมจะอนุโลมนะครับ คือความจริงเมื่อกี้ผมบอกว่าป่ดอภิปรายแล้วนะครับ ทีนี้เมื่อท่านถามผมจะอนุโลมจะให้ ทางคณะกรรมาธิการตอบให้ท่าน เชิญกรรมาธิการครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการร่วมกัน ประเด็นที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้พิจารณาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เราได้พิจารณาเฉพาะประเด็นที่มีความเห็นแย้งกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งประเด็นที่มีความเห็นแย้งกันมีทั้งหมด ๒๓ มาตรา ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๗ ที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกมาเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้อยู่ในอํานาจที่คณะกรรมาธิการจะไปพิจารณา หรือแก้ไข แต่อย่างไรก็ตามใน ๓ มาตราดังกล่าวเปึนเจตนารมณ์ตั้งแต่ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรว่า ในกระบวนการสรรหาอยากที่จะให้มี กสทช. เกิดขึ้นโดยเร็ว และไม่ต้องการให้มีกระบวนการใด ๆ ก็ตามมาหยุดยั้งกระบวนการสรรหา การได้มาซึ่งคณะกรรมการ กสทช. เพราะฉะนั้น จึงเขียนบทบัญญัติไว้ว่าจะต้องให้กระบวนการสรรหาทําหน้าที่ของตัวเองภายใต้ ระยะเวลาที่กําหนด และหากว่าไม่สามารถกระทําการได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด ก็ให้ขยายระยะเวลาได้ แต่เมื่อขยายระยะเวลาไม่ได้แล้ว มันก็จําเปึนที่จะต้องมี กระบวนการใดกระบวนการหนึ่งเข้ามาที่จะทําให้การสรรหานั้นเปึนไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รายชื่อที่ครบถ้วนเสนอให้วุฒิสภาได้พิจารณา กระบวนการที่ว่านั้นก็คือ ต้องไปให้อํานาจกับส่วนที่คิดว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องมาก อย่างกรณีมาตรา ๑๒ ก็คือให้ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีปลัดกระทรวงกลาโหม และปลัดกระทรวงเทคโนโลยี และสารสนเทศร่วมกันเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับเลือกเปึนกรรมการเข้ามาสู่กระบวนการ สรรหา ในมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๗ ก็ทํานองเดียวกัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระมังครับ มีอะไร อีกหรือครับ เขาชี้แจงได้แค่นี้ จะถามให้เขาชี้แจงอีก เขาคงไม่ชี้แจงแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในประเด็นที่ท่านกรรมาธิการร่วมกัน ได้ชี้แจงต่อกรณีอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานนาทีเดียวครับ ที่ท่านบอกว่าไม่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการร่วมกัน ที่จะไปดําเนินการพิจารณา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านประธานดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เขียนไว้ชัดครับ แล้วเราก็เคยทํามา กฎหมายหลายฉบับที่เข้าสู่ กรรมาธิการร่วมกัน ประเด็นที่วุฒิสภาไม่ได้แก้ไข เราก็สามารถไปปรับแก้ได้ กรณี ถ้ากรรมาธิการร่วมเห็นว่าจําเปึนและสําคัญ มันเปึนช่องว่างที่รัฐธรรมนูญเขาเป่ดโอกาสให้ครับ ผมยกตัวอย่างกฎหมายเรื่องการจัดรูปที่ดินเคยทํามา เพราะฉะนั้นเปึนอํานาจหน้าที่ ของกรรมาธิการ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชลน่านครับ คือ คณะกรรมาธิการเขามีความเห็นว่าเขาไม่แก้ก็เปึนสิทธิของเขาครับ เรามอบหมาย กรรมาธิการไปแล้ว

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานกรุณาฟังผมชี้แจงนิดเดียวครับ เผื่อว่าจะได้บันทึกไว้ในสภาแล้วก็จะเปึนโอกาสให้สมาชิกเราได้ช่วยดูกฎหมาย ถ้ามันพลาด ในชั้นวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎรแล้วเข้าสู่วุฒิสภาแล้ว มีการแก้ไขมาถ้ามีโอกาส ปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการร่วมกันก็เปึนโอกาสอีกก่อนที่จะส่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพีรพันธุ์พอแล้วกระมัง นักกฎหมาย เมื่อนักกฎหมายเขาตอบไปแล้ว ตอบไปตอบมามันก็ไม่เสร็จเสียทีครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว คือที่กรรมาธิการตอบคือไม่ได้ตอบแบบนักกฎหมาย ท่านก็บอกว่าไม่รู้จะให้ใครก็ไปให้ คือเมื่อวุฒิสภาเลือกไม่ได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้ตอบท่านไม่ได้จบดอกเตอร์ อังดูร์อย่างท่านก็คงตอบไม่ได้อย่างท่านนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ผมบอกว่ามันเสี่ยงต่อการที่มันจะไปขัด รัฐธรรมนูญ และผมไม่มีเจตนาอยากจะให้กฎหมายนี้ออกมาช้า ฉะนั้นในเมื่อกรรมาธิการ บอกว่าไม่มีอํานาจ ที่จริงมันมี กรรมาธิการร่วมกันก็เหมือนกรรมาธิการทั่วไป แก้ได้หมด ท่านประธานครับ เสียดายผมไม่ได้พูดมาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เหมือนกันครับ คือท่านไปให้ กสทช. กับองค์กรทั้ง ๒ องค์กรนี้มีอํานาจเท่ากัน ซึ่งมันเปึนไปไม่ได้ มีองค์กรย่อย ๒ องค์กรไปดูมาตรา ๓๐๕ (๑) สิครับเขาบอกแล้วให้ทําอะไร มาตรา ๔๗ บอกให้ทําอะไร ท่านก็ไปเขียนให้มีองค์กรใหญ่ กสทช. องค์กรย่อย ๒ องค์กร ท่านให้ ๒ องค์กรนี้ไปมีอํานาจ เท่ากับองค์กรนี้ได้อย่างไร แล้วใครจะรับผิดชอบ กรรมการ กสทช. ส่วนหนึ่งมาเปึน กทช. อีกคนหนึ่งมาเปึน กสช. ถูกไหม ทําหน้าที่เหมือนตัวใหญ่เลยได้อย่างไร แล้วใครจะรับผิดชอบ คนที่อยู่ในองค์กรย่อย คนนี้ไม่ได้อยู่องค์กรนี้แต่ว่ามาอยู่องค์กรกลาง ตัวใหญ่ต้องมา รับผิดชอบด้วยหรือ มันเขียนกฎหมายอย่างนี้ไม่ได้ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพีรพันธุ์ครับ ก็มันอยู่ที่ว่า เรารับหรือไม่รับ คนที่รับผิดชอบคือสภาครับ เพราะตอนนี้คณะกรรมการเขาก็ส่งมา ให้เราแล้ว ถ้าเราจะรับก็ผ่าน ถ้าเราไม่รับ เสียงข้างมากไม่รับก็ไม่ผ่าน ก็มีแค่นั้นเองครับ เราก็ได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว กระผมขอป่ดการอภิปราย

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธาน ผมไม่มีเจตนาจริง ๆ เลย อยากจะให้กฎหมายนี้มันผ่านไป แล้วไม่มีปัญหาทางรัฐธรรมนูญจะดีที่สุดครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ยิ่งดึงมากอีกกฎหมาย ฉบับหนึ่งก็ไม่ได้ออกสักทีครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ป่ดอภิปรายตอนนี้นะครับ

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าจะรับหรือไม่รับ ก่อนที่จะเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม กระผมขอต้อนรับครู นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาป้ที่ ๓ โรงเรียนวัดแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... อยู่แล้วก็กําลังจะลงมติกัน ก็แจ้งให้นักเรียน ทุกท่านได้ทราบด้วย เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ เพื่อพิจารณา ลงมติร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุม อยู่ที่ห้องคณะกรรมาธิการก็ตามนะครับ เลิกประชุมก่อน เข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมตินะครับ เมื่อท่านสมาชิกนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมโปรดกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมจะงดการเสียบบัตรแสดงตน อยากจะรู้ว่ามีผู้อยู่ครบองค์ประชุมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะป่ดประชุมทันทีครับ เชิญส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๔๑ ท่าน ครบองค์ประชุม

ผมจะดําเนินการต่อไปนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว เรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด งดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว ถ้าทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๖๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .....

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมเรื่องข้อสังเกต ทางคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอถอนข้อสังเกต ผมจะถามที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบให้ถอนข้อสังเกตโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบให้ถอนข้อสังเกตโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิต่อครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๑ ท่าน เห็นชอบให้ถอนคือเห็นด้วย ๒๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๓๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่าให้ถอน ขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการร่วมกันทุกท่าน ด้วยความขอบคุณครับ ผ่านไปแล้ว เหลือแต่วุฒิสภา จะผ่านหรือไม่ผ่านท่านไปทําเอาเองอีกครั้งหนึ่ง

ต่อไปร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ขออย่าให้เดินทางไปไกล อยู่ใกล้ ๆ นะครับ ถ้าท่านจะออกนอกพื้นที่ห้องประชุมนี้ เนื่องจากจะต้องโหวตกัน เกือบจะทุกมาตรา ผมทราบอย่างนั้น เชิญคณะกรรมาธิการ หายไปไหนหมด ประธาน คณะกรรมาธิการมาแล้ว เชิญแถลงครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ตามที่สภาได้มีมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติคําสั่ง เรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... เพื่อไปปรับปรุง หลังจากที่สภากําลังพิจารณาในมาตรา ๕ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ดําเนินการต่อเลยจากที่ได้ พิจารณาค้างไว้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

การพิจารณาใน วาระที่สองนี้นะครับ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติ ที่มีการสงวนคําแปรญัตติหรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุม จะลงมติเปึนอย่างอื่นนะครับ ฉะนั้นผมจึงขอเชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการ ตั้งแต่เริ่มต้น เรียงตามลําดับมาตรา

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ หน้าที่แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้สงวนครับ คุณพีรพันธุ์สงวนหรือเปล่า เอารายชื่อมาให้ผมหน่อย

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย มาตรา ๓ ผมกับท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ได้ขอแปรญัตติและสงวนคําแปรญัตติไว้ โดยกระผมและ พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ได้ขอแปรญัติแก้ไขความหมายของคําว่า กรรมาธิการ โดยแก้ว่า คณะกรรมาธิการ หมายความว่า คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา คณะกรรมาธิการร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา คณะกรรมาธิการสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภา ประธานคณะกรรมาธิการ หมายความว่า ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา ท่านประธานครับ ในความหมาย ที่ตามร่างฉบับนี้ที่คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไข ได้ให้ความหมายของคณะกรรมาธิการว่า เปึนคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ซึ่งผมเห็นว่าในความหมายนี้มันยังไม่ครอบคลุม ถ้าท่านประธานจะกรุณาดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญก็จะพูดถึงคณะกรรมาธิการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมคิดผมยังไม่อนุญาต ให้คุณเข้าห้องประชุมเลยนะครับ ผมยังไม่อนุญาตให้ท่านเข้าห้องประชุมเพราะท่านดื้อ วันนี้ผมของดเปึนกรณีพิเศษกับคนดื้อ เชิญต่อครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ในมาตรา ๑๓๕ ก็เปึนเรื่องการตั้ง คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งก็จะเปึนกรรมาธิการสามัญ หรือวิสามัญอยู่ในความหมายของมาตรานี้ มาตรา ๑๓๗ ในการประชุมร่วมกันของ รัฐสภาให้ใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ในความหมายของมาตรานี้พวกเราก็คุ้นเคยกับ คําว่าคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งมีการตั้งอยู่เปึนประจํานะครับ ในมาตรา ๑๓๗ ท่านประธานครับขออนุญาตนิดหนึ่งไปมาตรา ๑๔๗ นะครับ ก่อนจะมามาตรา ๑๓๗ ในมาตรา ๑๔๗ ในวรรคสอง มีคําว่า คณะกรรมาธิการร่วมกัน เปึนคําที่ใช้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแล้ว เหมือนกับที่เราพิจารณากันเมื่อกี้นี้ กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่ผ่านไปเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกัน เปึนคําที่อยู่ ในมาตรา ๑๔๗ ครับท่านประธาน ผมก็ถามว่าคณะกรรมาธิการร่วมกัน ถ้าท่านให้ คํานิยามไว้ตามร่างที่กรรมาธิการไม่ได้แก้ไขเลย หมายถึงเฉพาะกรรมาธิการของ ส.ส. กับ ส.ว. เท่านั้น กรรมาธิการร่วมกันไม่มี ฉะนั้นถ้าตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันตาม มาตรา ๑๔๗ ก็ไม่สามารถจะเรียกเอกสารจากใครได้ใช่ไหมครับ มันขาดไปแล้ว ย้อนกลับ ไปมาตรา ๑๓๗ ท่านประธานครับ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา บัดนี้เราได้มีข้อบังคับว่าด้วยการประชุมของรัฐสภาแล้ว ป้ ๒๕๕๓ ที่มีการประชุม ทุกวันอังคารนั่นแหละ ล่าสุดก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการของรัฐสภาไปพิจารณาบันทึก การประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา ในข้อบังคับนี้เขาเรียก คณะกรรมาธิการว่า คณะกรรมาธิการของรัฐสภา ก็คือความหมายในมาตรา ๑๓๗ นี่แหละ เพราะฉะนั้นถ้าท่านให้นิยามเพียงว่าคณะกรรมาธิการหมายถึงคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเท่านั้น อย่างน้อยมันก็จะตกไป คณะกรรมาธิการของ รัฐสภาและคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมอยากให้คณะกรรมาธิการได้มีการทบทวนประเด็นนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านวิรุฬห์ พื้นแสน ครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผล พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับ ที่ผมแปรญัตติไปร่วมกับ ท่านพีรพันธุ์นั้น เมื่อผมขอแปรญัตติไปแล้วปรากฏว่าทางกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขตามที่ ผมเสนอไป แต่สาระสําคัญที่ผมไปดูรายละเอียดในคําชี้แจงของท่านในตาราง ท่านบอกว่ากฎหมาย บังคับให้เฉพาะการประชุมสภาคือสภาผู้แทนราษฎรประชุมอย่างไร แล้วก็วุฒิสภา ประชุมอย่างไร ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือคณะกรรมาธิการสามัญก็ตาม ก็ใช้มาตรา ๑๓๕ เพียงมาตราเดียว ส่วนมาตราอื่น ๆ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ปรากฏว่าไม่ได้กําหนดไว้อย่างนั้น การที่จะให้คณะกรรมาธิการร่วมกันของ ๒ สภานั้น ไปพิจารณาใช้อํานาจและออกคําสั่งเรียกนั้นไม่ต้องทํา ไม่มีสิทธิที่จะใช้ตามนี้ ถ้าพิจารณา โดยรอบคอบแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ การประชุมร่วมกันทั้งสองสภานั้นให้ใช้ ข้อบังคับของรัฐสภาเปึนส่วนรวม ให้ใช้ตามข้อบังคับนั้นและขณะเดียวกันตามมาตรา ๑๔๗ ก็ให้อํานาจในการที่การประชุมร่วมกันนั้นออกคําสั่งเรียกมาให้เรียกพยานหลักฐาน เรียกพยานต่าง ๆ มาเพื่อการสอบสวนของคณะกรรมาธิการร่วมกันถ้าอย่างนั้นการให้ คํานิยามของท่านที่ให้ไว้นั้นเปึนการไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ และไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ กระผมจึงขอยืนยันไปตามที่กระผมแปรญัตติไว้นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรรมาธิการ เชิญตอบ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะกรุณาอ่านมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญ ในวรรคสองเขาเขียนว่า คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งเท่านั้นจึงสามารถออกคําสั่งเรียกได้ ตอนนี้วรรคหนึ่งเขาพูด เฉพาะคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญเท่านั้น ไม่มีพูดถึงคณะกรรมาธิการร่วมกันเลย ส่วนที่เพื่อนสมาชิกกรุณาอภิปรายว่ามาตรา ๑๓๗ ก็ดี มาตรา ๑๔๗ ก็ดี ผมคิดว่า ๒ มาตรานั้น เปึนเฉพาะกรณีอื่น ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับกรณีออกคําสั่งเรียก ถ้าคําสั่งเรียกจะใช้ได้เฉพาะ มาตรา ๑๓๕ เท่านั้น มาตรา ๑๓๗ มาตรา ๑๔๗ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการออกคําสั่งเรียกครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางผู้เสนอยังยืนยันไหม ท่านวิรุฬห์กับท่านพีรพันธุ์ ถ้ายังยืนยันผมจะถามมติ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน

ขอยืนยันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในมาตรา ๓

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมแล้วผมจะถามมติเปึนรายมาตรา ผมเรียนแล้วว่าอย่าไปไกล อยู่ใกล้ ๆ เพื่อจะได้เร็วขึ้น ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ ทุกท่านโปรดช่วยเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะลงมตินะครับ ท่านพีรพันธุ์ กับท่านวิรุฬห์เสียบบัตรแสดงตนหรือยัง เจ้าของผู้แปรญัตติลืมเสียบบัตร ช่วยกันเสียบบัตร เพื่อจะได้โหวตให้เสร็จเร็ว ๆ ช่วยกันเสียบบัตร เรื่องของพวกเราทั้งหมดช่วยกันทุกฝ์ายครับ เพื่อจะได้เร็วขึ้นครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ส่งผลมาครับ ตอนนี้ใครที่ ยังไม่เข้าผมก็ไม่รู้ด้วย ไม่เสียบบัตรก็แสดงว่าไม่สนใจเรื่องของตัวเองนะครับ ส่งผลมา จะได้โหวตกัน ผมบอกแล้วว่าอย่าไปไกลให้อยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๖๗ ท่าน ถ้าแบบนี้มันก็เสร็จเร็วกฎหมายทุกฉบับครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ ในมาตรา ๓ ซึ่ง พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน และคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข ขอแปรไว้ให้เพิ่ม ข้อความว่า คณะกรรมาธิการร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ สามัญและกรรมการวิสามัญของรัฐสภา เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๓ ถ้าท่านเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดจะเอาร่างเดิมของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๘ ท่าน เห็นด้วย ๘๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๑๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่านไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน ถือว่าตกไป ก็เอาตามร่างเดิม

เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อครับ

นายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ คุณอานิก อัมระนันทน์ อยู่ไหมครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

อยู่ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานค่ะ อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ สงวนความเห็นโดยขอเพิ่มข้อความในวรรคสี่ดังนี้ค่ะ บทบัญญัติตามวรรคสองให้นํามาใช้ บังคับในกรณีการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ เหตุผลก็คือถึงแม้ว่า ข้อยกเว้นที่ในมาตรา ๕ ตัวหลักนี่ยกเว้นให้กับศาลยุติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งก็เปึนองค์กรอิสระมาก ๆ ตามระบอบ ประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ แต่ว่าโดยเจตนารมณ์แล้วนี่ดิฉันเชื่อว่าทุกท่านคง เห็นด้วยว่าการสั่งคดีของอัยการนี่เปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ดิฉันก็เลยคิดว่า น่าจะต้องมีการยกเว้นในส่วนนี้ แต่ว่าในสาระของคําพูดที่ใช้เปึนการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานอัยการ อันนี้จะหมายถึงในเรื่องอรรถคดีความ จะไม่ได้รวมถึงการบริหารงาน ทั่วไป อย่างเช่นการบริหารงานบุคคลหรือการจัดซื้อจัดจ้างก็จะไม่ได้รับการยกเว้นตามที่ ดิฉันเสนอค่ะ จึงเรียนท่านประธานแล้วก็ขอให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ลอง พิจารณาดูค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญกรรมาธิการตอบ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ผมอยากจะ เรียนอย่างนี้ว่าเหตุที่เราไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ ก็เนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การสั่งคดีซึ่งไม่สามารถที่จะแทรกแซงก้าวก่ายได้อยู่แล้ว เปึนอํานาจ อยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นเราไม่จําเปึนต้องเขียนในนี้ เว้นแต่กรณีอื่นเท่านั้นเอง ซึ่งสมมุติว่า ไม่ว่าจะเปึนคณะอัยการหรือใครก็ตามถูกกล่าวหาในกรณีประพฤติปฏิบัติไม่ชอบ ซึ่งไม่เกี่ยวข้อง กับการพิจารณาหรือสั่งคดี อันนี้ไม่ควรได้รับความคุ้มครอง ซึ่งเราสามารถที่จะเรียกมา ชี้แจงได้ เชิญมาได้ อันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องคดีความก้าวก่ายไม่ได้อยู่แล้ว รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ชัดเจนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมาตรานี้ ในมาตรา ๕ คณะกรรมาธิการได้ตัดคําว่า เอกสิทธิ์ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทําหน้าที่ ตามมาตรานี้ด้วย ถูกตัดออก ที่ประชุมนี้ใครไม่ได้แปรญัตติก็มีสิทธิที่จะอภิปรายได้ มีท่านผู้ใดติดใจที่จะอภิปรายไหมครับ เชิญครับคุณอรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ในมาตรานี้ผมเองเปึนคนอภิปรายไว้เยอะพอสมควรว่า ไม่อยากให้มีการรวมที่จะมีหมายเรียกอัยการเข้ามา เพราะมองว่าอัยการเองก็ได้ใช้อํานาจ ในการสั่งคดี ก็ไม่อยากจะไปแทรกแซง เพราะอัยการเองก็เปึนองค์กรอิสระได้มีการอภิปราย ไว้จริงครับ แต่ว่าผมมาดูเอาถ้อยคําที่ได้มีการขอสงวนความคิดเห็นเอาไว้ ซึ่งต้องเรียนว่า ถ้าเขียนถ้อยคําแบบนี้ผมเห็นด้วยกับท่านประธานคณะกรรมาธิการมากกว่า คือถ้อยคํา ที่เขียนทั้ง ๒ อันเลยก็คือว่า อันแรกก่อนนะครับบอกว่า วรรคสองไม่นํามาใช้บังคับกับ การสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการอีกท่านหนึ่งบอกว่าไม่นํามาใช้กับอัยการ ทั้งยวงเลย ผมคิดว่าถ้าแบบนี้ก็ไม่เปึนการสมควร เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ เขาคุ้มครองอัยการเฉพาะกรณีของการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ที่เปึนไปโดยเที่ยงธรรม เท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความเห็นของท่านประธานคณะกรรมาธิการถ้าเกิดว่า มันมาไกลแล้ว มาไกลเกินกว่าที่เราเติมไปแล้ว เพราะส่วนตัวผมเองผมไม่ได้ขอสงวน ความคิดเห็นเอาไว้ ผมคิดว่าถ้าโหวตเปึนไปตามเสียงข้างมากของกรรมาธิการน่าจะดีกว่า เพราะว่ามันจะเปึนการอย่างนี้ครับ ถ้าอัยการเขาสั่งคดี แล้วเปึนการสั่งคดีที่ไม่สุจริต แบบนี้ทางกรรมาธิการเองสามารถที่จะมีสิทธิเรียกอัยการมาได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วผมเห็นด้วยกับทางท่านประธานคณะกรรมาธิการมากกว่าว่าน่าจะ รวมถึงอัยการไปด้วย เพราะว่าถ้าเขียนตามลักษณะแบบผู้สงวน ๒ ท่าน มันจะทําให้ ในกรณีที่อัยการเขาตัดสินคดีโดยไม่เที่ยงธรรม เราเรียกมาไม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับท่านชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานในฐานะสมาชิกไม่ได้สงวน คําแปรญัตติเอาไว้ แต่ว่ากรรมาธิการได้มีการแก้ไขในมาตรา ๕ วรรคท้าย โดยการตัด เอาวรรคท้ายออกทั้งหมด ตัดคําว่า เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทําหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเฉพาะมาตรานี้ในชั้นของ การนําเสนอร่างของกรรมาธิการก่อนที่กรรมาธิการจะถอนร่างออกไป สมาชิกของพวกเรา ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ไว้เยอะมาก เปึนคําถามว่าทําไมไม่บัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าคําตอบของทางกรรมาธิการก็ยังไม่ชัดแจ้ง เนื่องจากมีสมาชิกอภิปรายเยอะ สุดท้ายทางท่านประธานเองโดยความยินยอมของสภาได้ขอถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ ไปปรับปรุงแก้ไข เพราะฉะนั้นก็เปึนคําถามของกระผมเองซึ่งต้องกราบเรียนถาม ผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าทําไมท่านถึงตัดออก ระหว่างตัดออกกับไม่ตัดออกมีความหมายแตกต่างกันอย่างไร

ท่านประธานที่เคารพครับ จริงอยู่ว่าการเขียนคําว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ลงไปในตัวกฎหมายใด ๆ มันเปึนข้อจํากัด ข้อจํากัดนั้นหมายความว่าอย่างไรท่านประธาน ข้อจํากัดกรณีมีการปรับแก้หรือมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จริงอยู่ซึ่งเปึนเรื่องยากที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่การบัญญัติตัวมาตราพร้อมกับป้รัฐธรรมนูญเอาไว้มันสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะ นําสู่การปฏิบัติในกฎหมายที่เราตราขึ้นมารองรับ ถ้าจะเปึนเหตุผลอันนั้นผมก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าหลายมาตราท่านก็อ้างตัวรัฐธรรมนูญเอาไว้ ก็อยากจะทราบความเห็นของ ทางคณะกรรมาธิการว่าท่านเห็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไรที่จะคงไว้หรือตัดออก กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านใดจะอภิปราย เพิ่มเติมอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ถ้าไม่มีจะให้คณะกรรมาธิการ ชี้แจงครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

กระผม นายวิชช์ จีระแพทย์ จากสํานักงานอัยการสูงสุดนะครับ เนื่องจากที่เราตัดออกเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ชัดเจนอยู่แล้ว ถึงไม่เขียนก็ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นอกจากนั้น สิ่งที่ท่านกังวลเรามาใส่อยู่ในมาตรา ๑๔/๑ ครับ ซึ่งอยู่ในหน้า ๑๘ มันจะคุ้มครองด้วย กฎหมายฉบับนี้ ส่วนการคุ้มครองตามเอกสิทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมีอยู่แล้ว แล้วเรามาใส่เพิ่มเติมในมาตรา ๑๔/๑ ซึ่งเราจะเขียนอย่างละเอียดเลยว่าไม่ต้องรับผิด ทางแพ่ง ทางอาญาซึ่งจะครบถ้วนอยู่แล้วครับ อยู่ในหน้า ๑๘ มาตรา ๑๔/๑ ครับ ขออนุญาตอยู่ในร่างกฎหมายหน้า ๖ ผมขออนุญาตอ่านได้ไหมครับ

มาตรา ๑๔/๑ ผู้ที่ให้ถ้อยคํา หรือส่งมอบวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ต่อคณะกรรมาธิการ หรือผู้ที่จัดทําและเผยแพร่ รายงานการประชุมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการที่ตนเป่ดเผยข้อมูล หรือให้วัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานหรือจัดทําและเผยแพร่รายงานโดยสุจริต แล้วแต่กรณี จะได้รับ การคุ้มครองโดยกฎหมายฉบับนี้ คือนอกจากจะคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้วยังได้รับ การคุ้มครองอีกชั้นหนึ่งครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ คือในเรื่องของการตัดข้อความในมาตรา ๕ ซึ่งเปึนเรื่องของเอกสิทธิ์ความคุ้มครอง ในบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ เปึนเรื่องของการที่ผู้มาชี้แจงก็ดี หรือผู้ที่ ทําหน้าที่ก็ตามแต่ในสภาผู้แทนราษฎร ก็คือในที่ประชุมแห่งนี้ แน่นอนที่สุดว่าการประชุม ในคณะกรรมาธิการเราก็คุ้มครองไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการตัดดังกล่าวนั้น ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเช่นเดียวกัน คืออยากจะให้ไปดูว่าคนร่างเขาคิดอย่างไรในเหตุผล ท่านได้ศึกษาในแนวคิดของเขาหรือไม่อย่างไรว่าเขาทําไมถึงมีข้อความอยู่ แต่ในความเห็น ของผมนั้นก็คือการที่ได้ใช้อยู่ มีอยู่ ได้แสดงอยู่นั้นมันเปึนที่ของความมั่นใจได้อีกชั้นหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าใครก็ตามแต่ได้พบเห็นในพระราชบัญญัติดังกล่าวสามารถที่จะไม่ต้องไป อ่านในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่ต้องไปพูดถึงในเรื่องของความคุ้มครองในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แม้กฎหมาย ปัจจุบัน กฎหมายฉบับการเรียกอย่างนี้ก็คุ้มครองอยู่แล้ว ผู้ให้ถ้อยคําก็ดี ผู้ที่จะทําหน้าที่ ก็ตามแต่ก็ได้รับความคุ้มครองอีกชั้นหนึ่งนอกจากการรับรองคุ้มครองจากบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนที่สุดครับผมยังไม่มั่นใจเหมือนกันว่าการฟัองร้องคดีความต่าง ๆ ถ้าหากเรามีการฟัองร้องกันเกิดขึ้น ถ้ามีกฎหมายเรียกอยู่ แล้วก็มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หรือข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ชั้นของการฟัองมันจะอยู่ในชั้นของความแตกต่างของศาล หรือไม่ เพราะปัจจุบันนี้ศาลเรามีหลายศาล อาจมีคนร้องเรียนบอกว่ามันเกิดการคุ้มครอง ในบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหา หรือผู้ที่จะต้องคดีขึ้นมา เมื่อมีผู้ร้องขึ้นมา ตรงนี้ก็จะเปึนเหตุหนึ่งของการที่เรียกว่าจะเปึนความยุ่งยากมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมเองยังมีความคิดเห็นว่า เพื่อความปลอดภัยให้มากขึ้น แล้วก็เพื่อที่จะให้ ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลก็ตามแต่หรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ก็ตามแต่ได้มีความมั่นใจมากขึ้น ผมเอง ยังมีความคิดเห็นว่าไม่ควรตัดครับ ให้คงอยู่ตามร่างเดิมครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ อยากจะเรียน อย่างนี้ครับ คือบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ มันมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว มากกว่ากฎหมายฉบับนี้และคุ้มครองอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงมองตรงนี้ว่า ไม่จําเปึนจะต้องมาเขียนในกฎหมายนี้อีก เว้นแต่ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญให้อํานาจที่เรา จะต้องไปออกกฎหมายที่เพิ่มเติมขึ้นมา เราก็จะไปเขียนเพิ่มเท่านั้นเอง แต่ในมาตรา ๑๓๐ ๔ วรรคครอบคลุมไว้หมดเลย เพราะฉะนั้นเราเห็นว่าไม่จําเปึนต้องเขียนในกฎหมายฉบับนี้ อีกครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านอื่นจะอภิปรายอีกไหมครับ ในมาตรา ๕ ไม่มีนะครับ ท่านเลขาธิการเชิญต่อครับ ในมาตรา ๕/๑ นะครับ ในขณะนี้เราเข้ามาถึงมาตรา ๕/๑ หรือยังครับ มาตรา ๕ นะครับ ผู้สงวนความเห็นมีท่านใดจะอภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มี มีท่านใดติดใจจะต้อง ลงมติไหมครับ ไม่ต้องลงมตินะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดติดใจครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการสงวนความเห็น ท่านใดต้องการอภิปรายไหมครับ คุณอานิก อัมระนันทน์ ครับ ไม่ต้องการอภิปรายนะครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ กรรมาธิการ

อานิก อัมระนันทน์ กรรมาธิการ ของดิฉันเมื่อสักครู่นี้อภิปรายไปแล้ว แล้วก็ไม่ติดใจค่ะ ทีนี้เข้าใจว่ามีมาตรา ๕/๑ พอดี การนําเสนอ การสงวนความเห็นซึ่งคล้ายกันมากเปึนของท่านวิชช์ กรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง ที่คล้ายกัน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้มาตรา ๖ แล้วครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ กรรมาธิการ

ต้องขอประทานอภัยค่ะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ กรรมาธิการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานค่ะ สิ่งที่ดิฉันขอสงวนความเห็นนี่นะคะ ถ้าจะอ่าน แล้วก็ เดี๋ยวจะเน้นใจความประเด็นหลักนะคะคือ หนังสือขอให้ส่งเอกสาร หรือหนังสือเชิญ ตามวรรคหนึ่งต้องระบุเหตุแห่งการขอให้ส่งเอกสารหรือเชิญ รวมทั้งประเด็นข้อซักถาม ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยตามสมควร พร้อมทั้งระบุเหตุผลในกรณีที่เชิญเฉพาะบุคคลนั้น สําหรับกรณีที่คณะกรรมาธิการมีหนังสือขอให้ส่งเอกสาร หรือเชิญมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็น อาจขอให้บุคคลนั้นนําเอกสารหรือวัตถุที่เกี่ยวข้องมาประกอบ การพิจารณาด้วยก็ได้ สาระสําคัญที่ดิฉันสงวนความเห็นไว้ที่ต่างจากท่านกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ ก็คือประเด็นว่าควรจะต้องมีการระบุเหตุผลในกรณีที่เชิญเฉพาะบุคคลนั้นค่ะ เพราะว่ากฎหมายอันนี้เราจะเกี่ยวกับคําสั่งเรียก การที่เรียกเฉพาะเจาะจงบุคคลนั้น ก็เลยคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ในทางปฏิบัติที่จะระบุให้ชัดเจนว่าทําไมถึงจําเปึนจะต้อง เรียกบุคคลนั้น เพื่อจะลดกรณีของการที่อาจจะมีการกลั่นแกล้งหรืออะไรก็ตามที่เปึนห่วง กันอยู่ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

ขอโทษนะครับ ผม วิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ ขออนุญาตกลับมาที่มาตรา ๕/๑ อีกทีได้ไหมครับ เมื่อสักครู่ผมยกมือแล้ว ท่านไม่ให้ผมพูดครับ ก็เลยขออนุญาตนิดหนึ่ง ท่านไม่เห็นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญเลยครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

คืออย่างนี้ครับ เหตุที่เราจําเปึนต้อง มีมาตรา ๕/๑ ของสํานักงานอัยการสูงสุดเปึนอย่างนี้ครับ เพราะว่าในขณะที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๑๓๕ ลอกมาจากป้ ๒๕๔๐ ตอนนั้นอัยการยังไม่ได้เปึนองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ลอกมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทุกประการนะครับ แต่ข้อเท็จจริงที่เพิ่มคือในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือว่าตามมาตรา ๒๕๕ พนักงานอัยการ ได้รับความคุ้มครองในเรื่องการสั่งคดีเปึนอํานาจตามรัฐธรรมนูญ อยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕ วรรคสอง ซึ่งจะเหมือนกับศาลนะครับ ศาลอยู่ในมาตรา ๒๑๘ เพราะฉะนั้น มาตรา ๒๑๘ เมื่ออยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญเก่าจึงได้รับการยกเว้น พอถึงเรามันก็หลุดไป เพราะว่าไปลอกของเก่าโดยไม่ได้ดูว่ามีข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นจากสํานักงานอัยการสูงสุด ถ้าสํานักงานอัยการสูงสุดสั่งคดีไม่เที่ยงธรรมอันนั้นจะต้องโดนคดีอาญาเยอะแยะค่อยมา คุ้มครองครับท่าน เราสั่งคดีไปแล้วเราคิดว่าเราจะได้รับความคุ้มครอง เราจึงจําเปึนจะต้อง ผมจึงใช้คําว่า ให้นํามาใช้โดยอนุโลม ความในวรรคสองให้นํามาใช้โดยอนุโลม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนกับสภานี้อีกครั้งหนึ่งครับ ประเด็นเรื่องอัยการ ผมเองเปึนคนอภิปรายหลัก เลยครับว่าไม่อยากให้เรียกอัยการมา ผมก็คาดหวังว่าตอนที่ท่านกรรมาธิการไปแก้กัน แล้วไปสงวนความคิดเห็นกันคงจะมีถ้อยคําที่เรียกว่าดีครับ แต่พอผมมาอ่านดูถ้อยคํา ที่ท่านสงวนเอาไว้ มันจะเปึนปัญหาเข้าไปอีกครับ ท่านฟังดี ๆ นะครับ ที่ท่านเขียนแล้ว ท่านสงวนเอาไว้ในนี้ที่ได้กันอัยการออกไป คือท่านบอกว่าไม่นํามาใช้บังคับกับพนักงานอัยการ เพื่อให้นํา ประทานโทษนะครับ มาตรา ๕/๑ ความในมาตรา ๕ วรรคสอง ให้นํามาใช้บังคับ กับพนักงานอัยการโดยอนุโลม มันแปลว่าอะไรครับ แปลว่าท่านยกเว้นอัยการออกไป ทั้งยวงเลยครับ พูดง่าย ๆ ซึ่งผมบอกแล้วไม่ได้ครับ ถ้าจะเขียนก็ต้องเขียนอีกอย่างหนึ่งครับ ก็คือว่าถ้าจะยกเว้นอัยการต้องเขียนและสงวนว่า ยกเว้นอัยการในการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ ที่สุจริตเที่ยงธรรม มันแปลว่าอะไรครับ มันแปลว่าถ้าท่านอัยการทําไปโดยไม่สุจริต กรรมาธิการเรียกได้ไหม เรียกได้ครับ ต้องแบบนั้นครับ แต่ท่านเขียนสงวนความคิดเห็นว่า ให้ยกอัยการออกทั้งยวงเลย ผมคิดว่าแบบนี้

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ นายแพทย์ชลน่านประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานนั่นละครับ ที่อนุญาตให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ซึ่งไม่เปึนไปตามข้อบังคับ มาตรา ๑๒๙ สมาชิก มีสิทธิอภิปรายกรณีไม่ได้สงวนคําแปรญัตติ เฉพาะประเด็นที่กรรมาธิการเขาแก้ไขเท่านั้น อันนั้นข้อที่ ๑ ครับ

ข้อที่ ๒ ผมเข้าใจว่าเรากําลังพิจารณามาตรา ๖ อยู่ และท่านอนุญาต ให้กลับไปมาตรา ๕ มาตรา ๕ มันผ่านไปแล้วนะครับ ท่านจะกลับไปลงคะแนนใหม่ใช่ไหม ท่านทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยครับ เมื่อสักครู่ไม่ได้ฟังนะครับว่ากลับไปมาตรา ๕ ขณะนี้เราอภิปรายกันอยู่ ในมาตรา ๖ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องขอคุณอรรถวิชช์นะครับ ไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ผมอนุญาตให้ไม่ได้นะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ก่อนที่ ท่านประธานจะได้วินิจฉัยนิดเดียวครับ เมื่อสักครู่นี้มีผู้สงวนคําแปรญัตติ ๒ คน คนแรก ท่านประธานถามว่าติดใจไหมคือข้อสงวนของท่านอานิก อัมระนันทน์ แล้วคนหนึ่ง ที่ท่านประธานลืมคือท่านประธานไม่ได้ดูคือท่านอัยการวิชช์ท่านยกมืออยู่ข้างบนครับ ท่านอัยการวิชช์ยังไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าท่านจะถอนข้อสงวนของท่านหรือไม่ เพราะฉะนั้น มันก็เลยเปึนปัญหาคือท่านอัยการวิชช์ท่านก็ยืนขึ้นมาอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง ทําให้ต้องย้อนกลับ ไปมาตรา ๕ แล้วท่านประธานเองก็เปึนคนอนุญาตครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ต้องบอกท่านประธานนะครับว่า ผมไม่ติดใจเพราะผมแค่อธิบายเพราะว่าข้อเมื่อสักครู่นี้ ท่านอัยการวิชช์เองท่านยังไม่ได้บอกว่าท่านจะถอนหรือไม่ถอนแค่นั้นละครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ต้องเชิญท่านอัยการอีกครั้งหนึ่งครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตครับ ผมคิดว่าผมยังคง ต้องการให้มีมาตรา ๕/๑ อยู่ครับ ก็ขอให้ท่านโหวตก็ได้ครับ ขอบคุณครับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สําหรับมาตรา ๖ มีท่านใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไหมครับ นายแพทย์ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๖ ผมมีคําถามนิดเดียวท่านประธานครับ ใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ กรรมาธิการแก้ไขเยอะแต่ว่าประเด็นที่ผมติดใจ ท่านประธาน ดูวรรคแรกบรรทัดที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ ในการดําเนินกิจการที่กระทํา หรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่ของคณะกรรมาธิการเรื่องใด หากคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นะครับ คณะกรรมาธิการไปแก้ไขบอกว่า ต้องการเอกสาร จากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดก็เปึนถ้อยคําต่อไป ร่างพระราชบัญญัติฉบับเดิมใช้คําว่า หากคณะกรรมาธิการมีมติให้เรียกเอกสารจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใด คําว่า มีมติ ให้เรียก กับตัดคําว่า มีมติให้เรียก ออก แล้วใช้คําว่า หากคณะกรรมาธิการต้องการเอกสาร จากบุคคลใด ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการว่าเหตุผลอะไรที่ท่านใช้คําว่า ต้องการ แล้วมันดีตรงไหน หลักประกัน ที่สําคัญที่สุดคณะกรรมาธิการจะกระทําเรื่องใด ๆ ต้องเปึนมติใช่หรือไม่ ทั้งที่เราปฏิบัติกันอยู่ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้หมายความว่าหากคณะกรรมาธิการต้องการ คําว่า ต้องการ ของกรรมาธิการอะไรเปึนตัววัด หมายถึงกรรมาธิการ ๒-๓ คนมารวมตัวกันบอกว่า ต้องการเอกสารเรื่องนี้จากบุคคลนี้ก็กระทําได้เช่นอย่างนั้นใช่หรือไม่ท่านประธานครับ

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ผมงงมากเลยครับเมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนท่านประธานไปแล้วว่า ในกรณีของท่านอานิก อัมระนันทน์ ท่านได้มีข้อสงวนเอาไว้แล้วก็ได้มีการโหวตไปแล้ว ก็คือว่าทุกคนไม่มีใครขัดแย้งก็คือเห็นตามคณะกรรมาธิการ แต่ข้อสงวนของท่านอัยการวิชช์ มันยังคาอยู่นะครับ ท่านประธานจะให้มันผ่านไปเลยโดยที่ว่าไม่ได้ถามท่านอัยการวิชช์ ว่าตกลงท่านอัยการวิชช์จะถอนไหม หรือว่าผลจะเปึนอย่างไรมันยังค้างอยู่เลยครับ แต่ตอนนี้ท่านประธานก็อนุญาตให้อภิปรายมาตรา ๖ ผมคิดว่าท่านประธานต้องชี้แจง ตรงนี้นิดหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่นี้ท่านอัยการท่านบอกกับที่ประชุมว่ายังคงไว้ไม่ถอนนะครับ ท่านเพิ่งเรียนชี้แจง ไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมขอต่อเนื่อง ไม่มีสิทธิกลับไปโหวตมาตรา ๕ หรือครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่ามาตรา ๕ ได้ผ่านไปแล้วครับ เมื่อสักครู่ได้ถามไปแล้วว่ามีท่านใดติดใจจะต้อง ลงมติหรือไม่ เชิญท่านอัยการครับ

นายวิชช์ จีระแทพย์ กรรมาธิการ

ในมาตรา ๕ ผมติดใจมาตรา ๕/๑ เพราะว่าผมขอสงวนญัตติแปรเปึนมาตรา ๕/๑ ครับ เมื่อสักครู่นี้ได้คุยกันในมาตรา ๕ แล้วผมก็คิดว่าจะมาที่มาตรา ๕/๑ ท่านก็ได้ถามมาตรา ๕/๑ ของท่านสมาชิก จากพรรคประชาธิปัตย์ แล้วท่านก็ถามผม ท่านไม่ติดใจแต่ผมติดใจครับท่าน เพราะฉะนั้น คงต้องขออนุญาตท่านให้โหวตอะไรสักอย่างท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ตอนผมถามจริง ๆ ต้องถามเรียงตามลําดับ ผมถามมาตรา ๕ พอมาตรา ๕ ไม่มีผู้ติดใจ ผมจะต้องถามมาตรา ๕/๑ แต่ทีนี้ต้องให้เลขาธิการ เปึนผู้ดําเนินการว่ามาตรา ๕/๑ มีการแก้ไข มีการเพิ่มเติมอะไร แล้วก็เป่ดให้มีการอภิปราย แต่เมื่อสักครู่เผอิญท่านเลขาธิการอ่านข้ามไปเปึนมาตรา ๖ เลย เพราะฉะนั้นอันนี้ ผมก็ต้องขออภัยทุกท่าน เราก็จะต้องกลับมาที่มาตรา ๕/๑ ใหม่ อันนี้เปึนความผิดพลาด ทางเทคนิคนะครับ ท่านเลขาธิการบอกว่าในรายงานของคณะกรรมาธิการไม่มีมาตรา ๕/๑ เพราะฉะนั้น

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

มันเปึนการสงวนคําแปรญัตติครับ ถ้าท่านประธานจะกลับไป ทําได้ครับเปึนอํานาจสภาครับ ให้สภาวินิจฉัยเราจะกลับไปโหวต มาตราเดิมอยู่หรือเปล่า ถ้าสภาเห็นชอบว่ากลับไปมาตรา ๕ หรือแม้กระทั่งกลับไปมาตรา ๓ ยังได้เลยครับ ถ้าสภาจะอนุญาต แต่ถ้าสภาไม่อนุญาต

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ เพราะว่าในร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการ ไม่มีมาตรา ๕/๑ แต่มาตรา ๕/๑ เปึนการสงวนคําแปรญัตติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นก็มาอยู่มาตรา ๖ แล้วครับ เชิญอภิปรายต่อ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต เข้าสู่มาตรา ๖ เลยนะครับ มาตรา ๖ อยากจะฟังคําชี้แจงจากกรรมาธิการเรื่องถ้อยคํา ที่กรรมาธิการแก้ไข จากเดิมเราใช้คําว่า หากคณะกรรมาธิการมีมติให้เรียกเอกสาร จากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดก็ให้ดําเนินการไป แต่ท่านไปตัดคําว่า มีมติให้เรียก ออก แล้วใช้คําว่า ต้องการ เข้าไป ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในมุมผม ผมเองเคารพ ความเปึนคณะกรรมาธิการ การที่คณะกรรมาธิการจะมีมติใด ๆ โดยเฉพาะจะต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งถ้าผู้ไม่ปฏิบัติตามมีโทษด้วยนะครับ ผมใช้คําว่า ต้องการ นี่สุ่มเสี่ยงมาก สุ่มเสี่ยงมากกับหลักประกันของบุคคลที่จะถูกเรียกมาหรือเอกสารที่จะถูกเรียก และเปึน ความสุ่มเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานด้วยครับ ประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการนี่หนักใจมาก ถ้าเขียนอย่างนี้ผมว่าคนที่จะเดือดร้อนไม่ใช่ว่าคนถูกเรียกนะครับ กรรมาธิการเองครับ จะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ กลับมาใช้ร่างพระราชบัญญัติเดิมไม่ดีกว่าหรือครับ ถ้อยคําตรงนี้ และเปึนถ้อยคําที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๖ มีท่านผู้ใดจะขออภิปรายต่อไหมครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ในมาตรานี้ผมเองก็มี ข้อสงสัยเช่นเดียวกับท่านสมาชิกท่านชลน่าน ขออภัยนะครับที่เอ่ยชื่อไป ว่าที่เปลี่ยนแปลง ไปอย่างนี้ คําว่า ต้องการ เปึนมติใช่ไหม เพราะว่าถ้าไปอ่านในมาตราหลัง ๆ ท่านใช้คําว่า คณะกรรมาธิการมีมติ นะครับ มีมติ ซึ่งมีมติมันจะต้องมีเสียงข้างน้อยเสียงข้างมากอยู่ ประเดี๋ยวไปถึงมาตรานั้นผมก็จะถามต่ออีกทีหนึ่งว่าแปลว่าอะไร เพราะฉะนั้นการที่แก้ว่า คณะกรรมาธิการต้องการ ใครต้องการ ต้องการอย่างไร ปกติแล้วระบบของความต้องการ ของคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็คือมติ เพราะฉะนั้นการที่ไปแก้บอกว่าจาก มีมติ เปึนว่า ต้องการ คณะกรรมาธิการต้องการ ในทางปฏิบัติจะถือว่าเปึนความเห็นของคณะกรรมาธิการ เมื่อไร อย่างไร ก็ขอคําชี้แจงด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ผม นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ คือเหตุที่แก้ไขตรงนี้คืออย่างนี้ครับ การที่จะดําเนินกิจการ หรือสอบสวนหรือศึกษาที่อยู่ของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นี้นะครับ เหตุที่เราไม่ใช้ตรงนี้ เพราะว่าคณะกรรมาธิการเราใช้อยู่แล้ว คือเราคงจะถือองค์ประชุม ๑ ใน ๓ ที่ประชุมกันได้ ถ้าเสียงข้างมากในตรงนั้นเราจึงเปลี่ยนถ้อยคําตรงนี้ เพราะว่าพอเปึนคําสั่งเรียกมันมีมติว่า จากที่ประชุมต้องกรรมาธิการนี้ ต้องกึ่งหนึ่ง องค์ประชุม แล้วมีเสียงเท่าไรถึงจะมีคําสั่งเรียกได้ แต่ไม่มีปัญหาครับ ตรงนี้คณะกรรมาธิการไม่ติดใจ ถ้าจะเปลี่ยนเปึนร่างพระราชบัญญัติเดิม ไม่ติดใจครับ แต่เหตุผลที่แก้ตรงนี้เพราะว่าเราใช้องค์ประชุมคนละแบบกัน เราก็ไม่อยากจะให้มันไปซ้ําซ้อนกับองค์ประชุมของคําสั่งเรียก แต่ในนามคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว ท่านใดท่านหนึ่งไปสั่งคงไม่ได้ แล้วที่จะออกไปได้ก็ต้องมีเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการ คือโดยนัยอยู่แล้วครับ ความเข้าใจอย่างนั้นนะครับ แต่เพื่อจะให้ชัดเจนอย่างที่ผู้อภิปราย คณะกรรมาธิการไม่ติดใจครับจะใช้ร่างเดิมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วกลับมาใช้ร่างเดิมนะครับ ดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ขออนุญาตนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในเรื่องของการที่จะใช้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงกลับไปว่าไปใช้มติของคณะกรรมาธิการ แต่บางครั้งการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ประธานคณะกรรมาธิการ หรือรองประธานคณะกรรมาธิการ หรือฝ์ายเลขานุการก็ตามแต่ ส่วนหนึ่งจะทําหน้าที่ ในการออกเอกสารในการที่จะเรียกหรือขอเอกสารเหล่านั้นจากข้าราชการหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราใช้มติที่ประชุมอย่างเดียวแล้วก็จํานวนเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่าการปฏิบัติงานหรือการปฏิบัติหน้าที่มันจะทําให้ประธานก็ดี หรือรองประธานก็ตามแต่ หรือเลขานุการก็ตามแต่ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่เอกสารหรือสิ่งต่าง ๆ มันก็จะเกิดความไม่พร้อม แล้วก็จะทําหน้าที่ไม่ได้สมประสงค์ตามวัตถุประสงค์ของคําสั่ง เรียกตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าหากจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมอยากจะให้แก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นเพื่อความสะดวก แล้วก็เพื่อความรวดเร็วในการปฏิบัติ หน้าที่ครับท่านประธาน อย่างไรก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาเพิ่มเติมด้วย กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ อย่างที่ได้เรียนแต่ต้นแล้วครับว่าในชั้นนี้เปึนชั้นที่เปึนหนังสือเชิญหรือว่าขอเอกสารธรรมดา ซึ่งบางทีความคล่องตัวในการทํางานแต่ก็ต้องในนามคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว ไม่ใช่ท่านใด ท่านหนึ่งนะครับ ประธานจะทําอะไรไม่ได้ แต่ว่าถ้าในกรณีคําสั่งเรียกเรากําหนดกฎเกณฑ์ ไว้อีกขั้นหนึ่ง แต่ไม่ติดใจครับ ถ้าจะใช้คําว่า คณะกรรมาธิการมีมติ เราก็ไม่ได้ถือองค์ประชุม กึ่งหนึ่ง เราใช้ ๑ ใน ๓ ที่เปึนองค์ประชุมทั่วไป อันนี้ก็ไม่ติดใจครับ แต่ว่าที่จะให้แก้ไป เพื่อให้ความแตกต่างมันชัดเจนออกไปเท่านั้น คณะกรรมาธิการไม่ติดใจที่จะใช้ร่างเดิม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เปึนอันว่าคณะกรรมาธิการกลับไปใช้ร่างเดิมนะครับ มาตรา ๖ มีสมาชิกท่านใดยังติดใจไหม เชิญคุณอานิกครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

อานิก อัมระนันทน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน อยากจะขอฟังท่านประธานอธิบาย นิดหนึ่งว่าถ้าสมมุติว่าดิฉันจะไม่ติดใจไม่ใส่กฎหมายจะไม่มีข้อความว่าต้องมีการระบุเหตุผล ในกรณีที่เชิญเฉพาะบุคคลนั้น ท่านคิดว่าข้อความที่เปึนอยู่ครอบคลุมพอแล้วหรือคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

การที่เรา จะเชิญบุคคลท่านใดมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ หรือขอเอกสารมันจะมีต้นเรื่องอยู่ มันมีประเด็นอยู่ชัดเจน เหตุผลเราก็ระบุไว้ในคําสั่งเรียกอยู่แล้วว่ามันจะต้องมีข้อความ อย่างไรบ้างกําหนดไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เปึนไรหรอกครับ มันครอบคลุมอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าจะไปเชิญเขามาโดยไม่เกี่ยวข้องเลยไม่มีข้อมูลให้ว่าเปึนเรื่องใดประเด็นใด ก็คงไม่ได้ เพราะในหนังสือเชิญของคณะกรรมาธิการจะระบุอยู่แล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลง คุณอานิกไม่ติดใจนะครับ เปึนอันว่ามาตรา ๖ สมาชิกไม่ติดใจครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกจะอภิปรายไหมครับ เชิญต่อคุณอานิก อัมระนันทน์ครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

นิดเดียวค่ะ คือจะมีมาตรา ๖/๒ หรือเปล่าคะ ดิฉันเกรงว่าจะตกกระบวนเพราะเมื่อสักครู่ยังมีความสับสน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้เอาแค่มาตรา ๖/๑ ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวต่อไปก็จะเปึนมาตรา ๖/๒

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ท่านเลขาธิการไม่หลุด มาตรา ๖/๒ ดิฉันไม่ต้องยกค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๖/๑ ไม่ติดใจดําเนินการต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖/๒ มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณอานิก อัมระนันทน์ ครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอสงวนความเห็นไว้ คือให้เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้นะคะ มาตรา ๖/๒ ในกรณีที่มีบุคคล ที่ได้รับหนังสือเชิญให้มาแถลงข้อเท็จจริงหรือความเห็นตามมาตรา ๖ จากคณะกรรมาธิการ หลายคณะและมีประเด็นที่ประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงหรือความเห็นในเรื่องเดียวกัน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภา แล้วแต่กรณี จัดให้มีการประชุมร่วม ของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงหรือความเห็นจากบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ให้นําความในมาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ มาบังคับใช้โดยอนุโลม ท่านประธานคะ เหตุผลที่ดิฉันขอเพิ่มวรรคนี้ก็เพราะว่าในทางปฏิบัติแล้วเท่าที่เห็น ๆ มาขนาดยังไม่มี พระราชบัญญัติตัวนี้นะคะ ก็ทราบมาว่ามีหลายหน่วยงานหรือว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูง หลาย ๆ หน่วยงานจะถูกเรียกซ้ําซ้อนกันหลายกรรมาธิการในเรื่องที่เปึนประเด็นเดียวกัน โดยเฉพาะเวลาที่เกิดมีเหตุการณ์อะไรที่เปึนเรื่องใหญ่ขึ้นมาก็จะถูกเรียกซ้อนหลายกรรมาธิการ ดิฉันจึงคิดว่าน่าจะมีกระบวนการที่จะจัดการไม่ให้ต้องมีการเสียเวลาหลายรอบ แล้วก็ จะเปึนการที่ทําให้หลายกรรมาธิการได้รับมุมมองหลาย ๆ อย่าง พร้อมกันไปด้วยค่ะ จึงได้เสนอให้มีข้อความอันนี้เพิ่มขึ้น ขอบพระคุณค่ะ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ความจริง มีระเบียบของสภาอยู่แล้วนะครับ ที่จะไม่ให้มีการซ้ําซ้อนหรือการพิจารณาอะไรต่าง ๆ

แล้วประการหนึ่งนะครับ ในร่างกฎหมายฉบับนี้เราก็บอกอยู่แล้วถ้าเคย ได้รับเชิญไปคณะใด สามารถที่จะแจ้งมาแล้วก็เอกสารที่เคยส่งไปคณะใด ก็สามารถ เอาเอกสารจากคณะนั้นมาใช้ได้อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้เราได้เขียนไว้แล้ว

แต่ประการหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าความจริงนี่นะครับ เมื่อมีระเบียบของสภาอยู่แล้วน่าจะมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ก่อนที่เรื่องทั้งหมด มีเชิญหลายคณะให้คณะกรรมาธิการพิจารณาว่าควรจะอยู่ในคณะใดที่เกี่ยวข้อง หรือว่าโดยตรงในการพิจารณาเรื่องนี้เรื่องนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ในวุฒิสภาเขามีกิจการวุฒิสภา เรื่องทุกเรื่องเข้ามากิจการวุฒิสภาจะเปึนคนดูว่าควรจะ อยู่คณะใด จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้นี่เราก็เขียนครอบคลุมไว้ อีกชั้นหนึ่งแล้วด้วยนะครับ แต่ทางที่ดีถ้ามีคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อกําหนดว่าถ้ามียื่นมา หลายคณะว่าจะให้คณะใด อันนี้น่าจะตั้งขึ้นมาเพื่อดําเนินการเรื่องนี้เพื่อไม่ให้มีการซ้ําซ้อน จริง ๆ เราก็เบื่อเหมือนกันครับ เชิญเขาเขาก็รําคาญ เราเองก็รู้สึกเหมือนกัน ไม่เฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ บางทีเรื่องเดียวกันนี่ร้องวุฒิสภาด้วย ต้องมาทั้งวุฒิสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เราคํานึงอยู่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอานิกครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ค่ะท่านประธาน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ คือจริง ๆ แล้วประเด็นของดิฉันก็คือ ไม่ใช่การเรียกมาให้ตอบเรื่องซ้ํา โดยกรรมาธิการที่ต่างกันนะคะ แต่หมายถึงว่าตอบเรื่อง ประเภทเดียวกันในเวลาเดียวกันนะคะ เช่น ในสัปดาห์เดียวกันโดยหลายคณะ แต่ว่าโอเค ท่านประธานได้ชี้แจงว่าระเบียบของสภาควรจะดูแลเรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหมคะ เพียงแต่ว่า กลไกอาจจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์ โดยสมมุติฐานและความหวังว่าเวลากฎหมายอันนี้ออกใช้ แล้วจะมีการปรับปรุงการใช้ระเบียบ ไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการที่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอีกหน่อยก็จะรวมถึงเอกชนด้วยที่จะโดนที่จะถูกเรียกมาซ้อน ๆ กันอาทิตย์หนึ่งหลายครั้ง ถ้าเผื่อโดยสมมุติฐานนั้นดิฉันก็ไม่ติดใจค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกติดใจนะครับ ท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณอานิก อัมระนันทน์ ครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานค่ะ อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วนนะคะ ดิฉันได้ขอสงวนความเห็นโดยขอเพิ่มเปึนวรรคสาม วรรคสี่ ในมาตรา ๗ ดังนี้นะคะ

คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่งต้องระบุเหตุแห่งการเรียก พร้อมเหตุผลในกรณี ที่เชิญเฉพาะบุคคลนั้น และประเด็นข้อซักถามที่เกี่ยวข้องตามสมควร รวมทั้งโทษของ การฝ์าฝ๋นคําสั่งเรียก วรรคที่หนึ่งเมื่อสักครู่ก็จะคล้ายคลึงกับอีกข้อที่ดิฉันได้สงวนเอาไว้

วรรคที่สอง ให้นําความในมาตรา ๖ วรรคสาม มาตรา ๖/๑ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง รวมทั้งมาตรา ๗ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับบุคคลที่ได้รับ คําสั่งเรียกตามมาตรานี้ด้วยโดยอนุโลม

อันนี้ถ้าท่านประธานและท่านสมาชิกฟังแล้วถ้าไม่ได้อ่านละเอียดก็อาจจะ รู้สึกว่าซับซ้อนสับสนนะคะ ดิฉันก็จะขอเรียนอธิบายในสาระสําคัญของความแตกต่าง ก็คือในร่างของท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จะพูดถึงมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ส่วนของดิฉันจะให้นํามาใช้โดยอนุโลมเฉพาะ มาตรา ๖/๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง แต่ไม่มีวรรคสามนะคะ ความแตกต่างก็คือว่า วรรคหนึ่ง วรรคสอง เปึนการอนุญาต ให้มอบหมายให้บุคคลอื่นมาแทนได้ และคําแถลงหรือความเห็นของบุคคลนั้นให้ถือเปึน ความรับผิดชอบของผู้ที่มอบหมาย เท่ากับว่าให้มีการมอบผู้อื่นมาแทนได้ วรรคสามจะเปึน การไม่ให้ ก็เหตุผลที่ดิฉันเสนออันนี้ก็เพราะว่ามันมีความเปึนไปได้ในหลายกรณีที่ฝ์ายบริหาร อาจจะมีภารกิจมากมาย แล้วก็คําตอบที่จะให้หรือข้อเท็จจริงความเห็นที่จะให้ทางกรรมาธิการ ฝ์ายบริหารผู้นั้นไม่จําเปึนจะต้องมาเองก็ได้นะคะ แต่ว่าสิ่งที่ผู้ได้รับมอบหมายมาจะต้องผูกพัน ผู้ที่มอบหมายจะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นว่าน่าจะให้มีการมอบหมายได้ จึงได้เสนอสงวนความเห็นไว้ตามนี้ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คือกฎหมายถ้าเราบัญญัติไว้แล้วนี่คงไม่ต้องไปเขียนโยงเพื่อมาอนุโลมใช้ตามมาตรานั้นอีก แล้วมันมีอยู่แล้วนะครับ คราวนี้การมอบหมายมอบได้อยู่แล้วครับ แต่จะต้องรับผิดชอบ ผู้ที่มอบหมายต้องรับผิดชอบคนที่มอบหมายมานะครับ ชี้แจงอะไรนี่ผูกพันคนที่มอบหมาย อันนี้เราถือว่ามีความสําคัญแต่เราให้มอบหมายได้ คืออย่างนี้ผมยกตัวอย่างเอาง่าย ๆ เลย ท่านอานิกครับ เคยเชิญการบินไทยนี่ เชิญดีดี (DD) ผู้อํานวยการใหญ่มา ส่งนักบินมา สมัยก่อนท่านป่ยะสวัสดิ์เปึน แต่ตอนท่านป่ยะสวัสดิ์เปึน คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน เชิญมานี่ท่านให้เกียรติมาเองก็ชมเชยนะครับ แต่ถ้า ไม่มามอบได้ครับ มอบได้แต่ว่าคนมอบจะต้องรับผิดชอบว่าผู้ที่มาชี้แจง ๆ อะไรไป อย่างเมื่อเช้านี้มีอีกครับ เชิญระดับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติหรือผู้บัญชาการ ส่งระดับ พันตํารวจตรีมา เชิญอธิบดีมา ส่งผู้อํานวยการกลุ่มงานมาอย่างนี้ บางทีไม่สามารถชี้แจง อะไรได้ แล้วก็ไม่รับผิดชอบด้วยบอกให้มาเฉย ๆ ก็ต้องมาขัดคําสั่งผู้บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ถ้าให้ชี้แจงแล้วจะต้องรับผิดชอบด้วยอย่างนี้ไม่ชี้แจง มันเปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่ากฎหมายเราเขียนไว้มาตรานั้นแล้ว โดยหลักของกฎหมายเราคงไม่โยงมาใช้อีก มาตราหนึ่งครับ เลยเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่ติดใจนะครับ ก่อนมาตราต่อไป ยังมีดอกเตอร์พีรพันธุ์นะครับ ขอท่านกรรมาธิการวิชช์ ก่อนก็แล้วกัน เจ้าของคําแปรญัตติครับ แล้วดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

กระผม นายวิชช์ จีระแพทย์ นะครับ ที่ผมขอสงวนคําแปรญัตติเนื่องจากว่าหลังจากที่กลับมาแล้วผมพบว่า อาจจะมีข้อขัดข้อง ความไม่ชัดเจนผมเลยจะขอแก้มาตรา ๗ ตามนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ มาตรา ๗ ในเอกสาร จะมีปัญหาเรื่องถ้อยคําก็เลยคิดว่ามาตรา ๗ ที่เราเขียนใหม่มันจะชัดเจนกว่าครับ ขออนุญาต ให้ฝ์ายเลขานุการลองอ่านมาตรา ๗ ของผมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่นี้ผมฟังท่านประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจงกับท่านสมาชิก ในมาตรา ๗ วรรคสุดท้ายที่บอก ให้นําความ ในมาตรา ๖ วรรคสาม แล้วก็มาตรา ๗ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย ผมก็พยายามอ่าน คือความในมาตรา ๗ มันมีวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม อยู่แล้ว ท่านกลับมาเขียนว่า ให้เอามาตรา ๗ วรรคสอง วรรคสาม มาอนุโลมอีก มันจะอนุโลม ให้ใครก็ไม่รู้ มันอยู่ในมาตรา ๗ อยู่แล้ว กับบุคคลที่ได้รับคําสั่งเรียก ก็ตอนท่านบอก คนที่ได้รับหนังสือขอให้ส่งเอกสารมา ให้คณะกรรมการมีคําสั่งเรียก พอเรียกมาเห็นไหมครับ วรรคสองก็บอกว่าให้ทําอย่างไร วรรคสามก็บอกว่าให้ระบุเหตุด้วย มันก็ระบุอยู่แล้ว ก็เลยไม่เข้าใจว่าที่บอกบุคคลที่ได้รับคําสั่งเรียกในวรรคสุดท้ายหมายถึงใคร หมายถึง บุคคลในวรรคหนึ่งใช่ไหมครับ หรือบุคคลในมาตราอื่น อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจจริง ๆ คือผม ไม่เคยเห็นในมาตราเดียวกันให้เอาวรรคสอง วรรคสาม มาใช้กับวรรคสุดท้ายด้วย ไม่ค่อยมี เพราะเนื้อความมันรับกันมาเรื่อย ๆ ว่าวรรคหนึ่งให้ทําอะไร เขาไม่มาก็ให้เรียกนะ เรียกแล้วให้ทําอย่างไร มีมตินะ คําสั่งเรียกต้องบอกเหตุด้วยนะ แล้วบอกให้เอาวรรคสอง วรรคสามมาใช้บังคับกับผู้ถูกคําสั่งเรียก ก็มันบอกมาหมดอยู่แล้ว อ่านแล้วผมก็พยายามบอก แสดงว่าคําว่า บุคคลที่ได้รับคําสั่งเรียกในวรรคสุดท้ายคือบุคคลอื่น บุคคลอื่นในมาตราไหน ท่านประธานครับ อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการวิชช์ จีระแพทย์ ครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

กระผมคิดว่าเพื่อไม่ให้ตีความเปึนอย่างอื่น ผมเลยขอแก้ชัดเจนอยู่ในหน้า ๔ ที่ผมขอสงวนคําแปรญัตติไว้ อยู่ในมาตรา ๗ ข้อความ จะเปึนดังนี้นะครับ บุคคล เราตัดคําว่า มาตรา ๖ ทิ้ง หมายถึง บุคคลที่ได้รับหนังสือ ขอให้ส่งเอกสาร หรือเชิญมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น ไม่จัดส่งเอกสาร หรือไม่มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น ให้คณะกรรมาธิการออกคําสั่งเรียกเอกสาร จากบุคคลนั้น หรือเรียกบุคคลนั้นมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นด้วยตนเอง ต่อคณะกรรมาธิการ โดยอาจขอให้บุคคลนั้นนําเอกสารหรือวัตถุที่เกี่ยวข้องมาประกอบ การพิจารณาด้วยก็ได้ นี่คือความในวรรคหนึ่ง ต่อจากนั้นก็ไปวรรคสอง คือในการออกคําสั่งเรียก ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมาธิการต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวน กรรมาธิการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จากนั้นก็มาวรรคสามจะล้อกันว่า คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่ง ต้องระบุเหตุแห่งการเรียก ประเด็นข้อซักถามที่เกี่ยวข้องตามสมควร และโทษของการฝ์าฝ๋น คําสั่งเรียก ก็จะจบแค่นี้เองครับ แล้วจะชัดเจนด้วยครับ ผมขออนุญาตใช้มาตรา ๗ ของผม มาแทนมาตรา ๗ เดิมครับ สั้นกะทัดรัดแล้วก็ได้ความครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ชวเลขบันทึกให้ชัดเจนด้วยนะครับ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ยังติดใจหรือครับ เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ตกลงกรรมาธิการบอกว่า ไปหยุดแค่วรรคสามใช่ไหมครับ แล้ววรรคสี่ท่านเอามาทําไม วรรคสุดท้ายนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิชช์ครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

ผมเข้าใจว่าหลังจากประชุมแล้ว ผมคิดว่าการร่างมาตรา ๗ มันเกิดความหละหลวมนิดหนึ่ง ผมมาพบหลังจากที่ประชุม เสร็จแล้ว ผมก็เลยได้ตั้งข้อสงวนแปรญัตติทันทีเพื่อให้มันชัดเจน ผมขอตัดมาตรา ๗ เดิม ออกหมด แล้วก็ใช้ข้อความใหม่ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ครับ ซึ่งมันสั้นกะทัดรัดแล้วก็ได้ความ คือมาตรา ๗ เดิมผมสงวนว่าเอาใหม่หมด เอาใหม่ตามคําที่ผมพูด แล้วก็จะสั้น ๆ แล้วก็ จะเปึนไปตามลําดับขั้นตอน แล้วไม่มีคําว่า อนุโลม อีกเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เปึนอันว่าเหลือ ๓ วรรคตามที่กรรมาธิการวิชช์ จีระแพทย์ ได้อ่านให้ฟังเมื่อสักครู่ ซึ่งผมได้ บอกกําชับให้ชวเลขจดให้ชัดเจนนะครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

แก้อย่างไรครับ วรรคสุดท้ายตัดออก หรือไม่ตัดออก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็สรุปว่าตัดออกครับ เพราะว่ามีแค่ ๓ วรรคเท่านั้นเองครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คณะกรรมาธิการตัดออกใช่ไหมครับ วรรคสุดท้าย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เชิญกรรมาธิการวิชช์อีกครั้งหนึ่งครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

กระผม วิชช์ จีระแพทย์ ผมยืนยันว่าตัด ออกครับ แล้วก็ใช้ข้อความที่อยู่ในคําแปรญัตติของผมอยู่ในหน้า ๔ กับ ๕ สั้น ๆ ครับ แล้วก็ มันจะรับอย่างที่ดอกเตอร์พีรพันธุ์บอกครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๗ ถ้าท่านประธานจะกรุณาได้พิจารณา ถ้าสมมุติร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากเหมือนกับที่ผมถืออยู่ในมือ แล้วมีกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยสงวนคําแปรญัตติและสงวนความเห็นเอาไว้ แล้วเสนอความเห็นมา ในคําสงวนมาให้สภาพิจารณา ทางประธานคณะกรรมาธิการต้องยืนยันด้วยนะครับว่า จะให้เราเอาอย่างไร ให้สภาพิจารณาอย่างไร จะให้โหวตไปกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือว่าจะเอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก มาตรานี้ต้องโหวตครับ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมมีข้อสงสัยในมาตรา ๗ เช่นกันที่ท่านแก้ไขมา ท่านแก้ไขมา ผมดูมาตรา ๖/๑ วรรคสาม ถ้าท่านอ่านมาตรา ๖/๑ วรรคสาม มันจะโยงกัน มาตรา ๖/๑ วรรคสาม เรียกครั้งที่ ๒ มาตรา ๗ ถ้าเขียนอย่างนี้ผมถามว่าเจตนารมณ์ต้องการเรียก เปึนครั้งที่ ๓ ใช่หรือไม่ หรือว่าผมเข้าใจผิด เพราะท่านเขียนในมาตรา ๖/๑ วรรคสาม เขียนว่า ถ้าคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นควรให้บุคคลที่ได้รับหนังสือเชิญตามวรรคหนึ่ง ต้องมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นต่อคณะกรรมาธิการด้วยตนเอง ให้มีหนังสือ เชิญบุคคลดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เชิญไปรอบหนึ่งแล้วไม่มา เชิญอีกครั้งหนึ่งตามมาตรา ๖/๑ วรรคสาม แล้วมาตรา ๗ ท่านก็ไปเขียนซ้ําอีกว่า ไม่จัดส่งเอกสารหรือไม่มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็น ให้คณะกรรมาธิการออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลนั้น ผมอ่านของ ท่านวิชช์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะผมค่อนข้างสับสนเหมือนกันคําแปรญัตติของท่าน ในคําแปรญัตติของท่านกรรมาธิการวิชช์ จีระแพทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน มาตรา ๗ ท่านเขียนอย่างนี้ครับ

มาตรา ๗ บุคคลที่ได้รับหนังสือขอให้ส่งเอกสาร หรือเชิญมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็น ไม่จัดส่งเอกสาร หรือไม่มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น ให้คณะกรรมาธิการออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลนั้นหรือเรียกบุคคลนั้นมาแถลง ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นด้วยตนเองต่อคณะกรรมาธิการ โดยอาจขอให้บุคคลนั้น นําเอกสาร หรือวัตถุที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

ผมเลยถามว่านี่ท่านเรียกเปึนครั้งที่ ๓ ใช่ไหม แล้วก็การเรียกในครั้งนี้บอกว่า คณะกรรมาธิการต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมาธิการ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เปึนข้อสงสัยในมาตรา ๗ ของผม แล้วก็โยงมาตรา ๖/๑ ขอฟังคําชี้แจง ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนจะชี้แจง เดี๋ยวก็จะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการขึ้นมาชี้แจงต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นชอบตามคําแปรญัตติของคณะกรรมาธิการวิชช์ จีระแพทย์ แต่ตอนนี้ให้ท่านวิชช์ จีระแพทย์ ชี้แจงก่อน

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

คอนเซพท์ (Concept) ของกฎหมาย เปึนอย่างนี้ครับ ในเมื่อเรามีหนังสือเรียกอาจจะหลายครั้งก็ได้ แต่เมื่อเราออกคําสั่งถือว่า การออกคําสั่งต้องมีครั้งเดียวครับ แล้วครั้งเดียวถ้าคุณไม่มาก็จะมีความผิดทันทีครับ ตอบได้คําเดียวว่าออกคําสั่งครั้งเดียวครับ ออกหนังสือเรียกอาจจะหลายครั้งได้ แต่เมื่อ เราเห็นว่าเรียกไปแล้วก็ไม่ได้ผลถึงครั้งที่เราออกคําสั่งตามมาตรา ๗ เราจะออกเพียง ครั้งเดียวเปึนคําสั่ง เมื่อท่านไม่มาตามคําสั่งก็จะเปึนความผิดต่อ ๆ ไป โดยไม่มีการเรียกซ้ํา คําสั่งจะออกครั้งเดียว จะไม่ออก ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง เพราะมันมีผลทาง กฎหมายว่าถ้าคุณไม่มาตามคําสั่งก็จะเข้าสู่กระบวนการขัดคําสั่งครับ แต่การออกหมายเรียก หรือมาตราอื่นอาจจะเรียกครั้งสองครั้งได้ แต่เมื่อถึงคราวจําเปึนที่ต้องใช้มาตรา ๗ จะเปึนการออกคําสั่งเพียงครั้งเดียว และถ้าท่านออกคําสั่งอย่างนี้แล้วถ้าท่านมาก็จบ ถ้าท่านไม่มาก็จะสู่กระบวนการมาตราอื่นต่อ ๆ ไป ขอบคุณครับ ผมจึงขออนุญาตให้ใช้ มาตรา ๗ ตามคําสงวนแปรญัตติของผมเปึนหลักครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอท่านประธานนิพนธ์ช่วยเรียนยืนยันต่อที่ประชุมว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เห็นชอบตามการสงวนคําแปรญัตติของกรรมาธิการวิชช์ จีระแพทย์ นะครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ คือเจตนารมณ์เราก็ต้องการที่จะออกคําสั่งครั้งเดียว เราได้มาทบทวนดูแล้วว่า ถ้าสมมุติไม่มีวรรคสุดท้ายตัดออกไป มันจะสมบูรณ์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ก็ขอตัดวรรคสุดท้ายออกไปเสียครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ ก่อนจะไปมาตราต่อไปผมยืนยันอีกครั้ง เมื่อสักครู่ ในระหว่างพิจารณามาตรา ๕/๑ มีปัญหาเทคนิคนิดหน่อย เพราะว่าท่านเลขาธิการไม่ได้อ่าน แต่อย่างไรก็ตามผมได้ให้ท่านผู้ขอสงวนคําแปรญัตติลุกขึ้นพูดและท่านได้ยืนยันว่ายังคง มาตรา ๕/๑ อยู่ ซึ่งสมาชิกก็ไม่ขัดข้องนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่ามาตรา ๕/๑ ยังอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านกรรมาธิการวิชช์จะได้สบายใจ แต่การอภิปราย คงเลยไปแล้ว ไม่ต้องอภิปรายแล้ว คุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมนั่งฟังการชี้แจงแล้วก็ การสงวนคําแปรญัตติ แล้วก็ขอสงวนคําแปรญัตติไว้มาตลอด ในมาตรา ๕ มันผ่านไปแล้ว มาตรา ๕/๑ ก็ผ่านไปแล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าเปึนเทคนิค ผมนั่งฟังอยู่ ผมก็พยายามจะทักท้วง คัดค้านท่านประธานอยู่ว่ามันผ่านไปแล้ว ไปพูดถึงมาตรา ๖ แล้ว แล้วก็มีการถามในเรื่องของ มาตรา ๕/๑ ก็ไม่มีใครทักท้วงคัดค้านขึ้นมา มันก็ต้องเลยไปตามเสียงข้างมากของกรรมาธิการ อยู่แล้ว ฉะนั้นจะไม่เปึนเรื่องของการผิดพลาดไม่ว่ากรณีทางเทคนิคหรือทางอะไรก็ตาม มันเปึนเรื่องปกติของในที่ประชุมก็ไม่มีใคร แล้วถ้าหากว่าท่านประธานบอกว่ามาตรา ๕/๑ มี ผมก็ยกมือจะอภิปรายอยู่ว่าผมไม่เห็นด้วย แต่เมื่อท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมบอกว่า มันผ่านไปแล้ว ท่านก็บอกว่ามาตรา ๖ ผมก็ถือว่ามันยุติไปนะครับ ฉะนั้นขอให้มันผ่านไปเถอะ ถ้ามารื้อฟุ๋นกันอีกทีกําลังเดินไปถึงมาตรา ๘ อยู่แล้ว ขอความกรุณาท่านประธาน เรานั่งฟัง ท่านประธานก็ควบคุมได้ดีมาก ท่านประธานทําถูกต้องตามระเบียบตามขั้นตอนทุกอย่าง ทุกประการ แล้วก็จนผ่านไปแล้วท่านจะกลับมาถามว่าติดใจหรือไม่ติดใจ อย่างนี้มันไม่ใช่นะครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ได้กลับมาถามมตินะครับ ผมสรุปให้ฟังว่าสรุปแล้วมาตรา ๕/๑ ยังคงอยู่ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าในระหว่างที่ได้มีการทักท้วงแล้วผมได้เป่ดโอกาส ให้กรรมาธิการที่สงวนคําแปรญัตติยืนยันว่ายังคงร่างนี้อยู่ และสมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีใคร ขัดข้องนะครับ เชิญคุณอรรถวิชช์ครับ ต้องขออนุญาตถ้าพูดเรื่องเทคนิคได้ แต่ไม่ต้อง อภิปรายในเนื้อหานะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับข้อสงวนของท่านอัยการวิชช์ในประเด็นนี้ แต่ผมคิดว่าผมได้ เรียนท่านประธานไปแล้วเมื่อสักครู่ว่ามันเปึนการกระทําผิดขั้นตอนครับ เพราะว่าในกรณี ของคุณอานิกสงวนมาตรา ๕ แล้วคุณอานิกเองก็ไม่ติดใจ ท่านประธานก็ต้องถามว่า แล้วมาตรา ๕/๑ ท่านอัยการวิชช์ติดใจหรือไม่ เมื่อสักครู่ผมเสนอท่านประธานไปแล้ว ท่านประธานก็รวบรัดไป คราวนี้มันยิ่งไปกันใหญ่อีกครับ พอท่านประธานบอกว่าแปลว่า มาตรา ๕/๑ ยังอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คําพูดว่าอย่างนั้นมันแปลว่าอะไร ท่านประธานครับ มันแปลว่าอะไร ท่านประธานช่วยวินิจฉัยให้ชัดเถอะครับ เพราะว่า เปึนปัญหา เมื่อสักครู่ท่านหนึ่งบอกว่าผ่านมาตรา ๖ แล้ว ผมก็บอกว่ายังไม่ผ่านมาตรา ๖ มันติดอยู่ที่มาตรา ๕/๑ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนประเด็น ถึงแม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วย กับข้อสงวนของอัยการวิชช์ แต่ขั้นตอนมันผิดครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือผมต้องวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ขั้นตอนมันผิดจริง ๆ แล้วในช่วงพิจารณา มาตรา ๕ จบ ความจริงท่านเลขาธิการต้องบอกมาตรา ๕/๑ โดยมีผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ คืออัยการวิชช์ จีระแพทย์ เผอิญเลขาธิการไม่ได้อ่าน ก็ไปมาตรา ๖ เลย ผมก็เข้าไป พิจารณามาตรา ๖ แล้วก็ยังเรียกคุณอานิก อัมระนันทน์ ขึ้นมาพิจารณา แต่โดยข้อบังคับ แล้วเมื่อพิจารณาไปอย่างนี้แล้วเราก็ไม่สามารถกลับมาพิจารณาในมาตราที่ผ่านไปแล้วได้ ยกเว้นจะต้องเปึนมติของที่ประชุม แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าการผิดพลาดครั้งนี้เดี๋ยวเรา จะขอมติที่ประชุมหลังจากที่จบแล้วทั้งหมดกลับมาพิจารณาใหม่ก็สามารถทําได้ แต่ต้อง เปึนมติที่ประชุมนะครับ เชิญคุณเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล คือมันได้พิจารณาไปแล้ว แล้วก็ท่านประธานได้ถามไปแล้วนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็สงวนไว้ แล้วท่านก็ไม่ติดใจ แล้วท่านกรรมาธิการก็ลุกขึ้น ก็ได้ฟังกันทุกคนบอกว่า ไม่ติดใจ แล้วก็ตอนหลังท่านถามอีกบอกว่าติดใจอย่างนี้ แล้วก็จนพิจารณาไปมาตรา ๖ ผมเองถ้าติดใจผมก็จะลุกขึ้นในการอภิปรายโต้แย้งและคัดค้านด้วยเหตุผลอย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กทม. เมื่อสักครู่นี้ ก็เห็นท่านประธานผ่านผมก็ต้องผ่าน ตามท่านประธาน อยู่ ๆ พอจะพิจารณาไปมาตรา ๘ ท่านก็บอกว่ามันเปึนเทคนิค มันไม่ได้เทคนิค ผมก็นั่งฟังอยู่ เมื่อสักครู่นี้ผมก็ถามท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ท่านนั่งอยู่ว่าท่านได้ยินชัดนะครับว่า พอท่านประธานถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก กทม. ท่านอานิก ท่านก็บอกว่า อภิปรายไปแล้วไม่ติดใจ แล้วก็ถามท่านก็ได้ลุกขึ้นนะครับ เมื่อสักครู่นี้ลุกขึ้นพูดกันอยู่ในสภา ก็บอกไม่ติดใจก็ไปมาตรา ๖ มาตรา ๖ ผมก็ถามท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ว่าท่านฟังชัดไหม บอกไม่ติดใจ มันก็ผ่านอย่างที่ท่านประธานพูด อยู่ ๆ เจ้าหน้าที่ไปรายงานท่านประธาน อย่างไรบอกว่าไม่ได้อ่านอย่างนี้ ก็เมื่อสักครู่นี้ท่านยังลุกขึ้นพูดอยู่เลย ข้อเท็จจริงมันปรากฏ ฟังเปึนข้อยุติว่ามีการแสดงเจตจํานงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นการที่จะชี้หรือไม่ชี้ แต่ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องที่สงวนคําแปรญัตติท่านก็ลุกขึ้นมาแล้วก็แสดงเจตนารมณ์ในการที่จะสงวน ไม่สงวนของท่านอยู่แล้ว มันก็น่าจะยุติประเด็นนี้ ท่านประธานขอได้อย่าหยิบยกขึ้นมาเลย ขอมาตรา ๘ ต่อเถอะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ต่อกรณีที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ แต่ว่าเผอิญในฐานะที่ผมเปึนคณะกรรมาธิการ ร่างกฎหมายอัยการ แล้วกฎหมายอัยการก็ได้ผ่านไปแล้ว คุ้มครองการกระทําของอัยการ ที่สุจริตเที่ยงธรรม เพราะฉะนั้นตามร่างของคณะกรรมาธิการชุดนี้ถึงไม่มีกฎหมายนี้ ก็คุ้มครองโดยกฎหมายอัยการอยู่แล้ว กําลังนําเสนอทางออกว่าถ้าท่านกรรมาธิการวิชช์ ไม่ติดใจ สภาเราก็จะได้เดินหน้าได้ เพราะว่าอัยการได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายอัยการ ชัดแจ้งนะครับ สิทธิทั้งหลายทั้งปวงอยู่ครบนะครับ ถ้าอย่างนี้งานของสภาก็จะได้เดินหน้าได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ข้อบังคับที่เราเขียนกันไว้เจตนารมณ์เพื่อต้องการจะให้ พิจารณาเรียงตามมาตรา แต่ในกรณีที่มันเกิดข้อผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจหรือข้อผิดพลาด ทางเทคนิค มันสามารถใช้มติของสภากลับมาพิจารณาใหม่ได้ เพราะว่าอันนี้ก็คือข้อบังคับ ในการประชุมของเรา แต่อย่างไรก็ตามข้อเสนอของท่านวิรัตน์ก็เปึนประโยชน์ต่อสภา เชิญท่านอัยการวิชช์ครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

เรื่องนี้ติดใจคืออย่างนี้ท่านครับ ผมขอเพิ่มเปึนมาตราใหม่คือมาตรา ๕/๑ ท่าน ส.ส. กทม. ท่านแปรญัตติในมาตรา ๕ แต่ของผมเปึนมาตราใหม่ เปึนมาตรา ๕/๑ ไม่ใช่อยู่ในมาตรา ๕ นะครับ ผมมาตรา ๕/๑ ท่านดูสิครับ ของท่าน ส.ส. กทม. ท่านอยู่ในมาตรา ๕ แต่ของผมอยู่ในมาตรา ๕/๑ พอผมจะพูดปัูบนี่ก็มีคนพูดมาตรา ๖ ไปเลย ผมก็เลยยกมือตั้งหลายครั้ง แล้วก็มาพูดบอก มาตรา ๕/๑ ยังไม่ได้ลงมติกันเลยจะเอาอย่างไร ต้องให้โอกาสผมพูด ไม่อย่างนั้น เป่ดเทป (Tape) ดูเลยก็ได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็มีอยู่วิธีการเดียว ผมต้องขอมติที่ประชุมนะครับ เพราะว่าเปึนการผิดพลาดในการพิจารณา ตามขั้นตอน มิฉะนั้นจะทําไม่ได้เลยครับ จะไม่อนุญาตให้ท่านกรรมาธิการวิชช์ลุกมาอภิปราย อีกไม่ได้ ยกเว้นเปึนมติของที่ประชุมเท่านั้นเอง แต่เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นเกิดตรงนี้ครับ เพราะว่าหลังจากที่ลงมติมาตรา ๕ แล้ว เนื่องจากว่าไม่ใช่เปึนร่างพระราชบัญญัติของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่เปึนการสงวนคําแปรญัตติของท่านอัยการวิชช์ จีระแพทย์ ซึ่งเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสนอมาตรา ๕/๑ ขึ้นมา ท่านเลขาธิการท่านก็เลยไม่ได้ อ่าน ก็เลยข้ามไปเลย ก็เปึนอันว่าจบมาตรา ๕ แล้วก็ขึ้นไปมาตรา ๖ พอขึ้นมาตรา ๖ เราก็ไม่สามารถกลับมาดําเนินการได้ ยกเว้นต้องเปึนมติของสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ เชิญท่านเชน เทือกสุบรรณ ครับ ขออีกท่านเดียวนะครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่า มันจะจบได้ แต่ว่าบังเอิญท่านประธานบอกว่ามาตรา ๕/๑ ยังอยู่ กรณีคําว่า มาตรา ๕/๑ ยังอยู่ มาตรา ๕/๑ เปึนการสงวนคําแปรญัตติของท่านอัยการ ผมไม่เข้าใจคําว่า มาตรา ๕/๑ ยังอยู่ ของท่านประธานหมายความว่าอย่างไร ว่าที่จริงถ้าท่านประธานไม่พูดว่ามาตรา ๕/๑ ยังอยู่ ผมก็คิดว่ามันผ่านไปแล้ว แต่เมื่อท่านประธานบอกว่ามาตรา ๕/๑ ยังอยู่ มาตรา ๕/๑ คือคําแปรญัตติของผู้สงวนคําแปรญัตติ เพราะฉะนั้นแสดงว่าอันนี้เราก็ต้องพิจารณา ต้องให้โอกาสเขาแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือท่านอัยการวิชช์นะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านก็มาขอสิทธิของท่านกับผม ว่าท่านยังไม่มีโอกาสได้อภิปราย ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านสงวนคําแปรญัตติ แต่เผอิญเราผิดพลาดไป โดยมองไม่เห็นท่าน แล้วก็อ่านข้ามไปเลยนะครับ เราก็ถือว่าสิทธิของท่านยังอยู่ แต่ผม บอกกับท่านว่าการที่จะมาพิจารณามาตราที่ผ่านไปแล้วนั้นทําไม่ได้ครับ แต่ท่านก็เรียนชี้แจงว่า มันเปึนความจําเปึนที่ท่านจะต้องชี้แจงให้สภาแห่งนี้รับทราบ เพราะฉะนั้นผมขอดําเนินการ อย่างนี้เลยก็แล้วกันนะครับ คือไม่อยากจะต้องให้มีการลงมติ ยกเว้นท่านวิชช์ไม่ติดใจนะครับ เชิญคุณเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในสัปดาห์หน้านี้ร่างพระราชบัญญัติอัยการที่จะเข้าสภาเขาก็มีสิทธิ ในการคุ้มครองอัยการอยู่แล้ว ให้ท่านถอนออกไปเถอะครับ ถอนออกไปจะได้จบ แล้วเรา จะได้เดินหน้าต่อ แต่ถ้าท่านยืนยัน พวกผมก็ยืนยันเหมือนกันว่าผมก็นั่งอยู่เหมือนกันนี่ แล้วก็ท่านยกมือ แล้วท่านก็ไม่ได้สงวนสิทธิของท่าน แล้วท่านก็นั่งลง ผมก็เห็นอยู่ ผมว่า อย่าต่อความยาวสาวความยืดเลย เอาให้มันยุติกัน แล้วสภาก็จะเดินหน้าได้นะครับ ถอนไปเถอะครับ แล้วมันจะได้เดินหน้าได้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชช์ว่าอย่างไรครับ ผมขออย่างนี้ก่อนนะครับ เพื่อรักษาเวลาด้วยครับ เราผ่านไปก่อน คือถ้าผ่านไปก็หมายความว่าเราก็จะไม่พิจารณาคําสงวนคําแปรญัตติอีกแล้วนะครับ ยกเว้นแต่ว่าพอไปจบตอนท้ายแล้ว ถ้ายังติดใจอยู่ ท่านวิชช์ครับ

นายวิชช์ จีระแพทย์ กรรมาธิการ

ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรตินะครับ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ มาตราอื่น ๆ มันจบแล้ว หรือวาระสุดท้ายเรามาคุยมาตรานี้อีกทีหนึ่ง ได้ไหมครับ เพราะผมยืนยันว่ามันผ่านมาตรา ๕ แต่ยังไม่ได้ผ่านมาตรา ๕/๑ ของผมครับ ผมยืนยันครับ เป่ดเทปดูก็ได้ ท่านผ่านมาตรา ๕ แต่ว่ามาตรา ๕/๑ ท่านไม่ได้คุยเลย ผมก็เลยงง ผมถึงท้วงนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านประธานครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าหลักการพิจารณากฎหมายของสภานี่เราพิจารณา เรียงตามมาตรา แต่ถ้ามีการผ่านไปแล้ว และมีการอ่าน และมีการพิจารณามาตราต่อไปแล้ว มาตรานั้นถือว่าผ่านแล้ว ทีนี้อย่างนี้ครับ ถ้ามันผ่านโดยลักษณะที่สภาผ่านเมื่อสักครู่นี้ มาตรา ๕/๑ มันต้องไม่มีอยู่ในนี้แล้ว มันต้องเปึนไปตามร่างของคณะกรรมาธิการ แต่อันนี้ ผมเห็นใจท่านวิชช์ครับว่าท่านได้แสดงออกถึงการที่จะปกปัองคุ้มครองสิทธิของอัยการ ในการที่จะได้รับความคุ้มครองในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แต่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ได้บัญญัติไว้ไม่สามารถที่จะออกคําสั่งเรียกได้ ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนเลยแต่ไม่มีองค์กร ของอัยการอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นเราถึงไม่เขียนตรงนี้ แล้วอย่างที่เรียนแล้วว่ากฎหมายอัยการ ก็ออกแล้วว่าถ้าทําโดยสุจริตเที่ยงธรรมคุ้มครอง และอํานาจในการสั่งคดีหรือพิจารณาคดี รัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านได้ทําหน้าที่ของท่านอย่างดี แต่ผมคิดว่า การพิจารณากฎหมายในสภาเราต้องยึดหลักว่าเมื่อมันผ่านไปแล้วนี่มันต้องผ่าน ไปถอยหลัง ย้อนไม่ได้ ไม่เคยมีนะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะสร้างประวัติศาสตร์ว่ามันยังมีปัญหาอยู่อะไรอยู่ โต้แย้งอยู่แล้วก็กลับมาลงมติหรือมาพิจารณาใหม่ ซึ่งมันไม่เคยมีปรากฏในรัฐสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเปึนสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แต่ผมเห็นใจท่านวิชช์ครับ ตอนนี้ท่านได้ต่อสู้ ทําหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุดตรงนี้นะครับท่านวิชช์ แต่ว่าหลักของการพิจารณากฎหมาย เราคงต้องยึดครับท่านประธาน อันนี้ผมคิดว่ามันต้องผ่านแล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องดําเนินการไปตามที่ท่านนิพนธ์พูดนะครับ คือตามข้อบังคับเมื่อเลยไปแล้วก็ไม่สามารถ กลับมาพิจารณาได้ ยกเว้นท่านเสนอญัตติตอนท้ายแล้วที่ประชุมมีมติซึ่งผมคิดว่าที่ประชุม ก็คงไม่มีมติให้กลับมาพิจารณาต่อนะครับ ขอเราเดินต่อเลยครับ เชิญเลขาธิการต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ หน้าที่แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ คณะกรรมาธิการตัดออก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกติดใจนะครับ มีใช่ไหมครับ มาตรา ๘ นะครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มีกรรมาธิการขอสงวนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอานิก อัมระนันทน์ ติดใจใช่ไหมครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๘/๑ ไม่ทราบว่าท่านประธานกับท่านเลขาธิการจะให้ดิฉันนําเสนอในส่วนของมาตรา ๘/๑ หรือมาตรา ๘ ที่ถูกตัดหายไป เพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นหรือเหตุการณ์แบบเมื่อกี้อีกนะคะ ก็ขอความชัดเจน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็สามารถทําได้ครับ มาตรา ๘ ที่ตัดออกก็ได้นะครับ เพียงแต่บอกว่าอภิปรายในมาตรา ๘ ที่ตัดออกหรือมาตรา ๘/๑ ครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันขอสงวน ความเห็นนะคะท่านประธาน ในกรณีของมาตรา ๘ ที่ตัดออกโดยดิฉันเสนอให้เพิ่มมาตรา ๘/๑ แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานให้ท่านเลขาธิการได้อ่านข้อความที่สงวนไว้ให้ท่านสมาชิก ฟังหน่อยค่ะ ได้หรือเปล่าคะให้เลขาธิการอ่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอานิกขอให้เลขาธิการอ่านใช่ไหมครับ เชิญคุณอานิกอภิปรายต่อเลยครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

พอดีเมื่อกี้ได้ยินท่านสมาชิกท่านอื่น ขอให้ท่านเลขาธิการอ่านได้ ดิฉันก็เลยนึกว่าเปึนธรรมเนียมปฏิบัติ ถ้าไม่ใช่ดิฉันก็อ่านเองได้ค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวก็จะมีคําอธิบายเพิ่มเติมคือดิฉันไม่อยากให้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้เปึนคําแปรญัตติหรือสงวนความเห็นของคุณอานิกเอง อ่านเองได้ครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานคะ ขอบพระคุณค่ะ

มาตรา ๘/๑ บุคคลที่ได้รับหนังสือขอให้ส่งเอกสาร หรือเชิญมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นตามมาตรา ๖ หรือได้รับคําสั่งเรียกตามมาตรา ๗ อาจพิจารณาส่งเอกสาร หรือให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น แล้วแต่กรณี เท่าที่ไม่กระทบกับความปลอดภัย ประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน หรือการแข่งขันทางการค้าที่สําคัญ

ในกรณีที่คณะกรรมาธิการเห็นสมควร หรือบุคคลตามวรรคหนึ่งแจ้งว่า เอกสาร ข้อเท็จจริง หรือความเห็นที่จะได้มาตามมาตรา ๖ หรือมาตรา ๗ แล้วแต่กรณี อาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าที่สําคัญ ให้ประธานคณะกรรมาธิการดําเนินการ ประชุมในวาระนั้นเปึนการประชุมลับ และจัดให้กรรมาธิการและบุคคลที่เข้าร่วมประชุม ทั้งหมดลงชื่อในบันทึกรับรองว่าตนมิได้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กําลังจะพิจารณา หากมี บุคคลใดไม่ลงชื่อโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือระบุว่าตนอาจมีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว ห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมประชุมในวาระนั้น และห้ามมิให้รับรู้ข้อมูลดังกล่าว จากกรรมาธิการ และบุคคลที่เข้าร่วมประชุมไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

อันนี้เปึนคําขอสงวนความเห็นของดิฉันนะคะ ดิฉันขอชี้แจงอธิบายว่าทําไมถึงได้ เสนอความเห็นใน ๒ วรรคนี้นะคะ เหตุผลก็คือเพื่อให้เกิดความพอดีความพอเหมาะพอควร ของการใช้อํานาจคําสั่งเรียก ให้เกิดความพอดีของการเป่ดเผยข้อมูลเพื่อเปึนหลักประกันว่า จะมีการใช้อํานาจโดยสุจริตโดยไม่มีอคติใด ๆ เหตุผลที่ดิฉันจะนําเสนอเรื่องนี้เปึน ๒ ระดับ

เหตุผลที่ ๑ เปึนภาพใหญ่ก็คือเพื่อให้การใช้อํานาจนี้อยู่ในกรอบเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญในส่วนของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๕ ในร่างพระราชบัญญัติ คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... นี้ได้ให้ ข้อยกเว้นในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าเปึนเรื่องของความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญ ของแผ่นดิน แต่ว่าท่านประธานคะ ข้อยกเว้นอันนี้ค่อนข้างจะกว้างและใหญ่จนอาจจะ ละเลยประเด็นทางเศรษฐศาสตร์หรือประเด็นทางการค้า ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ตีกรอบไว้ในรูป ของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๔/๑ ดิฉันขออ่านสั้น ๆ สนับสนุนระบบ เศรษฐกิจแบบเสรีและเปึนธรรม มาตรา ๘๔ (๕) กํากับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขัน อย่างเสรีและเปึนธรรม เพราะฉะนั้นมันก็จะเปึนการตีกรอบ ในเชิงเศรษฐศาสตร์ดิฉันว่า ท่านสมาชิกทุกท่านต้องตระหนักว่าร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... อันนี้อาจจะมีผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเสรี และเปึนธรรมได้ เพราะว่ามาตรา ๕ พูดถึงว่าคณะกรรมาธิการมีสิทธิเรียกบุคคลใด ๆ ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนด้วย นอกจากนี้ภาครัฐก็เปึนผู้จัดซื้อจัดจ้างรายใหญ่ อาจจะใหญ่ ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติก็สามารถบังคับใช้กับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสมัยนี้ก็มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่ต้องแข่งขันในตลาดที่เสรีด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้ เปึนกรอบของการใช้อํานาจซึ่งดิฉันคิดว่าควรจะต้องอยู่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ปกปัองให้มีการค้าขายที่มีการแข่งขันที่เสรีและเปึนธรรม

ทีนี้เหตุผลที่ ๒ ซึ่งอาจจะจําเพาะเจาะจง ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความเสี่ยง ของการใช้อํานาจโดยมิชอบเพื่อจะจํากัดปัญหาแล้วก็ลดความเสี่ยงของการหาประโยชน์ จากการเรียกข้อมูล เช่นสิ่งที่เปึนความลับทางการค้า ความเสี่ยงดังกล่าวนี้เกิดได้จาก การที่กรอบอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสามัญมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก รัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดอํานาจหน้าที่ของสภาและร่าง พ.ร.บ. นี้ก็ไม่ได้ให้คําจํากัดความ ของอํานาจที่อ้างถึงในมาตรา ๔ แม้จะเปึนที่เข้าใจกันว่าเปึนไปเพื่อการตรวจสอบ และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ์ายบริหาร แต่ว่าในทางปฏิบัติก็ได้มี การเรียกข้อมูลที่ล้วงลึกในรายละเอียด โดยมูลเหตุแห่งการเรียกอาจจะไม่ได้โยงไปถึง การตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ์ายบริหารแต่อย่างใด อันนี้เปึนสิ่งที่เข้าใจว่า เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ที่ผ่านมา แล้วก็สื่อมวลชนก็ชอบที่จะกระพือข่าวเรื่องแบบนี้ด้วยเช่นกัน ในทางปฏิบัติอีกปัจจัยหนึ่งของความเสี่ยงต่อการหาประโยชน์ เกิดจากธรรมเนียมปฏิบัติของสภาที่มีการแต่งตั้งผู้มีส่วนได้เสียในทางธุรกิจมาเปึนที่ปรึกษา ในคณะกรรมาธิการสามัญต่าง ๆ ในกรณีของวิสามัญอาจจะน้อยหน่อย แต่ในกรณี คณะกรรมาธิการสามัญนี่ค่อนข้างจะเปึนธรรมเนียมปฏิบัตินะคะ ซึ่งการกระทําแบบนี้ อาจจะไม่ได้ผิดกฎระเบียบอะไร แต่ในเชิงภาพลักษณ์เพียงแค่มีตําแหน่งในคณะกรรมาธิการ ก็ทําให้เขามีความได้เปรียบอยู่แล้ว เทียบกับผู้แข่งขันในเชิงภาพลักษณ์ ทําให้ดูเหมือนว่า มีอิทธิพลเหนือคู่แข่งขัน และในทางปฏิบัติโดยเฉพาะเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาใหม่ แล้วก็จะเปึนการให้โอกาสที่ผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจสามารถที่จะเอาเปรียบหรือกีดกัน หรือกลั่นแกล้งคู่แข่งได้ หากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีการเพิ่มเติมข้อความที่ดิฉัน ได้สงวนความเห็นไว้นะคะ ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าถ้าเผื่อครอบครัวของดิฉัน ดิฉันเปึน กรรมาธิการครอบครัวของดิฉันทําธุรกิจ อันนี้ยกตัวอย่างเฉย ๆ นะคะ ว่าครอบครัวดิฉัน ทําธุรกิจโทรศัพท์มือถือ แล้วคณะกรรมาธิการของดิฉันเรียกบริษัทคู่แข่งมาถามโน่นถามนี่ ข้อมูลล้วงลึกต่าง ๆ ในกรณีนี้ก็อาจจะทําให้ดิฉันได้เปรียบ แล้วก็คู่แข่งขันก็จะเสียเปรียบ หรือกรณีที่เคยได้ยินก็จะมีการขอดูสัญญาทางการค้าที่เปึนความลับ โดยที่ตัวแทนของ คู่แข่งขันของคู่สัญญานั้นเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการนั้นด้วย เพราะฉะนั้นความเสี่ยงนี้ ก็จะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้มีการแข่งขันที่เสรีและเปึนธรรม โดยเฉพาะในกรณีมาตรา ๑๔/๑ ซึ่งเรายังไปไม่ถึงนะคะ แต่ว่ามาตรา ๑๔/๑ จะมี การปกปัองผู้เป่ดเผยข้อมูล ซึ่งถึงแม้จะเป่ดเผยโดยสุจริตใจแต่ก็อาจจะตกเปึนเครื่องมือ ของการหาประโยชน์ได้

ท่านประธานคะ ในวรรคสองที่ดิฉันเสนอก็จะเข้าไปลึกถึงแนวการปฏิบัติ เพื่อที่จะปกปัองไม่ให้เกิดการใช้อํานาจในทางมิชอบนะคะ ก็คือในส่วนของการให้มี การประชุมลับ แล้วก็การเซ็นชื่อรับรองว่าตนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับเรื่องที่กําลังพิจารณา หรือจะรับข้อมูล ทั้งในกรณีของตัวกรรมาธิการเอง แล้วก็ที่ปรึกษา แล้วก็บุคคลอื่นที่อยู่ในที่นั้น เหตุผลก็เพื่อจะปัองกันการหาประโยชน์ไม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีโอกาสที่จะได้ข้อมูลอันนี้ จะเปึนการกรองขั้นแรกอย่างมีนัยสําคัญ แล้วก็จะแตกต่างจากข้อความที่มีอยู่แล้ว ในร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการที่ระบุโทษ ในกรณีที่มีการเป่ดเผยข้อมูล ภายนอกของคณะกรรมาธิการโดยมิได้เปึนไปตามหน้าที่ราชการ อันนี้เปึนการกันไว้ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายนะคะ จากประสบการณ์ของสังคมไทยการมีบทลงโทษ ซึ่งก็มี ระบุไว้ในมาตรา ๑๔/๒ มาตรา ๑๕/๑ การจะมีบทลงโทษไม่ได้เปึนการช่วยในการปัองกัน การกระทําที่ทุจริตเสมอไป แล้วก็บ่อยครั้งไม่ได้ปัองกันเลย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่า น่าจะทําการกรองไว้ไม่ให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ต้น จึงได้เสนอการสงวนคําแปรญัตติเหล่านี้

ทั้งนี้ ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เสนอนี้เปึนไปตามมาตรฐานของธรรมาภิบาล ซึ่งเปึนหลักการที่ใช้แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน เช่น ในกรณีการประชุมของรัฐวิสาหกิจ ผู้มีส่วนได้เสียก็จะต้องไม่เข้าประชุมนั้น ๆ แล้วก็ไม่รับรู้ข้อมูล หรือในเชิงของกฎหมาย แม้แต่ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่กําลังอยู่ในขั้นตอนของ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ก็จะมีมาตราหนึ่งที่ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า ผู้ที่มีส่วนได้เสีย กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมในกรณีนั้น ๆ ที่เกิดขึ้น ดิฉันจึงเรียนเสนอท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าน่าจะมีการตีกรอบ ในประเด็นของทางด้านเศรษฐศาสตร์หรือทางด้านการค้า เพื่อปกปัองให้มีการแข่งขันที่เสรี และเปึนธรรมไม่ให้มีการได้เปรียบจากการเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการ แล้วก็เปึน เหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดการอาจจะเปึนการทุจริตหรือการขู่เข็ญ การกลั่นแกล้งต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็เปึนสิ่งที่สาธารณชนเกรงกลัว แล้วสื่อมวลชนหลายฉบับก็ได้มีบทความว่าควรจะต้อง ระวังกฎหมายคําสั่งเรียกในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าถ้าเผื่อทางสภารับข้อเสนอ ของดิฉันก็จะเปึนการอุดช่องโหว่ตรงนี้ แล้วก็ทําให้กฎหมายนี้มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีการ ใช้งานได้อย่างเปึนธรรม ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านขอใช้สิทธิก่อน เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ คือในมาตรา ๘ คณะกรรมาธิการได้ตัดออกครับ เพราะว่าเรานําหลักการของมาตรา ๘ ไปกําหนดรวมไว้ในมาตรา ๗ อยู่แล้วนะครับ ส่วนมาตรา ๙ นั้นได้มีการนําหลักการของมาตรา ๙ ไปรวมอยู่มาตรา ๖/๑ แล้วส่วน มาตรา ๑๐ นั้นเราก็ไปกําหนดไว้ในมาตรา ๖ อยู่แล้ว ตอนนี้อยากจะเรียนท่านอานิก ผู้แปรญัตติเพิ่มมาตรา ๘ วรรคหนึ่งนั้น คือผมเชื่อในความเปึนตัวแทนของประชาชน เราต้องให้เกียรติการทํางาน อย่างน้อยที่สุดพวกเรามีธรรมาภิบาล เรามีจิตใจ วุฒิภาวะ ที่คิดว่าไม่กลั่นแกล้งใครหรอกครับ แล้วไม่ทําอะไรที่จะให้เสียชื่อสภา แล้วกรอบต่าง ๆ ขั้นตอนนี่เราได้กําหนดไว้หมดแล้วนะครับ เราได้กําหนดแล้ว แล้วสําคัญที่สุดก็คือว่า ถ้าปฏิบัติไม่ชอบเรากําหนดโทษขั้นต่ําในมาตรา ๑๔/๒ ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว เลยครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอานิกก็กลัวว่าจะไปกระทบความลับทางการค้าของ เอกชน อย่าลืมว่ารัฐบาลเองยังมีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าพ่อค้ามาโกงหรือมา หลอกลวงประชาชน รัฐก็ยังยื่นมือเข้าไปได้ สภาก็เกี่ยวข้องได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่า อาจจะกลัวหรือเกรงเกินเหตุไปครับ แต่อย่างน้อยที่สุดเราต้องเชื่อมั่นในพวกเราครับ ซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนว่าเราจะทําในสิ่งที่ถูกต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายของ คุณธรรมและมีจริยธรรมเพียงพอ แล้วเราก็ได้เขียนครอบคลุมไว้หมดแล้ว ถ้าดูทุกมาตรา ครอบคลุมทั้งหมดว่าลักษณะการที่จะเชิญมา ความลับอะไรเขามีสิทธิบางอย่างเปึนความลับ เฉพาะตัวเขาที่ไม่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนหรือความมั่นคงหรือประเทศชาติเลย หรือกระทบต่อส่วนรวม เขาสามารถที่ไม่ให้ได้ อันนี้ก็คุ้มครองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ ในมาตรา ๘ เราตัดออกไปแล้ว ถ้าจะใส่มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง มานี่ ผมคิดว่ามันคง ไม่สอดคล้องกันด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าแนวความคิดของผู้สงวนคือคุณอานิก อัมระนันทน์ เปึนแนวความคิด ที่น่าสนใจทีเดียว แต่ก็ยังติดด้วยตัวอักษรที่ทําการร่างคือ คุณอานิกเปึนห่วงว่าเรื่องไหนที่เปึน เรื่องกระทบเกี่ยวกับความปลอดภัยและประโยชน์สําคัญของแผ่นดินก็ไม่อยากจะให้กระทบ

หรือว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการแข่งขันทางการค้า เมื่อสักครู่ได้ยกตัวอย่าง ชัดเจนเลยครับ ถ้าตัวคณะกรรมาธิการเอง ท่านประธานครับ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ หมอประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงคนพูด ไม่มีสิทธิพูด ท่านต้องพูดเฉพาะที่เขาตัดออก ท่านไปพูดของท่านอานิกไม่ได้ ผิดข้อบังคับท่านประธาน ท่านกรุณาควบคุมการประชุมหน่อยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ คุณอานิกได้เสนอว่าตัดออกไปแล้วจะขอเพิ่มเติมเปึน มาตรา ๘/๑ คุณอรรถวิชช์ก็จะมาอภิปรายในเรื่องมาตรา ๘/๑ ด้วยกัน เพราะเห็นด้วยกับ การที่ว่าไม่สมควรตัดออก เห็นด้วยกับการที่จะใส่เพิ่มเข้าไปนะครับ เพราะฉะนั้นอภิปราย ได้ครับคุณหมอครับ มันก็เปึนเรื่องที่เกี่ยวพันกับการตัดออกนั่นแหละครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้ครับ ผมเชื่อว่าผมมีสิทธิอภิปรายนะครับ ผมก็เช็กแล้ว ท่านประธานนิดเดียวครับ คือคอนเซ็พท์ของคุณอานิกผมว่าดีครับ เพราะว่ากลัวเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน ในกรณี ตัวกรรมาธิการเองเปึนเจ้าของกิจการ เช่น เปึนเจ้าของกิจการโทรศัพท์มือถือแล้วเรียก เปึนกรรมาธิการกิจการโทรคมนาคม ยกตัวอย่างเปึนต้นอย่างนี้ครับ แล้วก็ดึงเอาข้อมูล ของอีกฝัืงหนึ่งมาเพื่อประโยชน์กับตัวเอง แบบนี้ก็น่ากลัว แต่ด้วยถ้อยคํานี่ครับ ท่านประธานที่เคารพ อาจจะดูแล้วมีปัญหา ถ้านําถ้อยคําทั้งหมดนี้มาใส่ในตัวร่างพระราชบัญญัติ เพราะว่ามันจะส่งผลหลายเรื่องเลยนะครับ มันจะส่งผล เช่น ถ้าเขียนว่าไม่กระทบ ต่อความปลอดภัยประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน มันจะส่งผลเลยครับ เช่น ไม่สามารถที่จะ เรียกหน่วยงานความมั่นคงหลาย ๆ หน่วยมาชี้แจงได้ครับ เพราะว่าเขาทุกหน่วยต้องอ้าง หมดเลยว่าที่มาชี้แจงไม่ได้ เพราะเปึนประโยชน์สําคัญของแผ่นดินเปึนต้นนะครับ การค้า ที่สําคัญก็มีปัญหาอีกครับ เช่น ถ้ามีความจําเปึนจะต้องเรียกข้อมูลของธนาคารไทยพาณิชย์มาดู แน่นอนครับ ภาครัฐก็ถือหุ้นธนาคารออมสินอยู่แล้วอย่างนี้ครับ หรือถือหุ้นธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทยอยู่แล้วนี่ เดี๋ยวมันจะพาลเปึนปัญหาแล้วเรียกมาไม่ได้ ถ้าทําเปึนตัวบท แบบนี้นะครับ แต่ท่านประธานครับ ถ้าไม่ร่างในตัวนี้ แต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ โดยท่านนิพนธ์ ถ้าท่านใจกว้าง การใส่เปึนข้อสังเกตน่าสนใจทีเดียว เช่น กรรมาธิการ จะเรียกใครมาก็แล้วแต่ การเซ็นเอกสารว่าตัวเองนั้นส่วนตัวไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวพัน กับเรื่องที่กรรมาธิการนํามาชี้แจง ผมว่าเรื่องนี้น่าสนใจทีเดียวครับ มันเปึนการแสดง ความบริสุทธิ์ใจว่าท่านกรรมาธิการที่นั่งอยู่ในนั้นทั้งหมดไม่ได้นําความลับของกรรมาธิการ นั้นออกไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ถ้าเปึนไปได้ท่านประธานก็อยากจะเสนออย่างนี้ได้ไหมครับ เจอกันตรงกลางสั้น ๆ ว่าไม่ต้องถึงขนาดว่ารับถ้อยคําหมด แต่ว่าถ้าเปึนกรณีที่ท่านประธาน จะรับเปึนข้อสังเกตในแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า ถ้ากรรมาธิการท่านใด มีผลประโยชน์ขัดกันก็ให้เซ็นหนังสือรับรองเอาไว้ ต้องรับรองนะว่าตัวเองไม่มีผลประโยชน์ ขัดกันแล้วถ้ามีผลประโยชน์ขัดกันให้ออกจากที่ประชุมไป ผมว่าถ้าเปึนอย่างนี้ได้เราจะ เจอกันตรงกลางแล้วจะเปึนเรื่องที่ดีครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ข้อสงวนของ ท่านสมาชิกที่ได้สงวนไว้ ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการอาจจะต้องพิจารณา ให้ความสําคัญเหมือนกัน เพราะว่าเรื่องความลับทางการค้าของภาคเอกชน ที่จริง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ก็ได้คุ้มครองไว้แล้วสําหรับภาครัฐ ก็คือข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของรัฐทั้งหมดนี่นะครับ ถ้าเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญ ของแผ่นดินไม่ต้องมาก็ได้ อันนี้ก็เขียนรับรองไว้แล้วในมาตรา ๕ แต่ผู้เสนอเขาเสนอของ ภาคเอกชน เราจะคุ้มครองเขาอย่างไร ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่สําคัญเหมือนกัน เพราะว่า ในคณะกรรมาธิการมันไม่ใช่เฉพาะกรรมาธิการเท่านั้น แต่มีอีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษา อะไรต่ออะไร ถ้าเปึนเรื่องความลับทางการค้าของบริษัท เรื่องอะไรที่สําคัญถ้าถูกเป่ดเผย ไปแล้วไม่มีมาตรการที่คุ้มครองเขาเพียงพอ มันก็อาจจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ แต่บังเอิญว่าพอดูในมาตรา คือความสับสนของกฎหมายฉบับนี้เวลาพิจารณามันดึงเข้า ดึงออกหลายครั้ง แล้วการพิจารณาก็ค่อนข้างจะสับสนนะครับ ที่จริงมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ ที่ประธานคณะกรรมาธิการตัดออกไปแล้ว ไปใส่ในมาตราอื่นแล้วดูก็ไม่มี ปัญหาอะไร แต่พอท่านผู้สงวนเอาขึ้นมาเปึนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ มันเปึนเรื่องความลับ ทางการค้า ผมก็นึกว่าถ้าจะไปใส่ในมาตรา ๕ ซึ่งผ่านมาแล้ว นอกจากคุ้มครองภาครัฐ แล้วภาคเอกชนคุ้มครองเขาหน่อย มันก็ผ่านมาแล้วอีก พอเพิ่มขึ้นมาตรงนี้เปึนมาตรา ๘/๑ เปึนอีกเรื่องหนึ่งแล้ว เห็นไหมอย่างนี้ พอครั้นไปดูอีกมาตราหลัง ๆ ก็บอกว่านี่อย่างไร มาตรา ๔๔/๒ ก็เขียนไว้แล้ว ช่วยคุ้มครองอยู่ว่าถ้ามีการทุจริตมันก็มีโทษนะ แต่มันก็ไม่แน่อีก ผมก็สงสัยต่อ เปึนนักสงสัยครับ เพราะว่าในมาตรา ๗ คําสั่งเรียกให้เอามติเสียงข้างมากนะครับ พอเปึนมติเสียงข้างมากเรียกมา กรรมาธิการที่ลงมติว่าไม่ต้องเรียกมาคือเสียงข้างน้อย ไม่ได้เห็นด้วยกับเรียก เขาจะต้องผูกพันกับมติของคณะกรรมาธิการต่อไปหรือตอนให้เรียกตัวเอง บอกไม่เรียกแล้ว แต่พอทีนี้เขามาแล้ว เข้ามาร่วมอีกเห็นไหมครับ มันมีความสับสนในเรื่อง ของความรับผิดของกรรมาธิการอยู่หลายอัน ก็อยากจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ดูว่าภาคเอกชนจะคุ้มครองเขาอย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ผมอยากจะชี้แจงอย่างนี้ครับว่า กฎหมาย รัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่มาชี้แจง ถ้าเปึนความลับ ในทางการค้าเขา เขามีสิทธิที่จะไม่ชี้แจงไม่เป่ดเผยได้เลย กรรมาธิการไปนั่นเขาไม่ได้ หรอกครับ ไปขู่เข็ญบังคับว่าต้องชี้แจงเปึนไปไม่ได้เด็ดขาด ตรงนี้ต้องเปึนที่เข้าใจครับ สิทธิส่วนบุคคล สิทธิของเขาเขามีอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญเต็มที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากจะเรียนว่าเราได้พิจารณารอบคอบนะครับ พิจารณาทุกแง่ทุกมุมเลย แล้วก็ อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าในเมื่อกรรมาธิการได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้แล้วไม่มีข้อสังเกตนี่ เราจะมาใส่เพิ่มทําไม่ได้ในทางปฏิบัตินะครับ แต่อย่างน้อยที่สุดท่านอานิกครับ คือข้อแปรญัตติที่ท่านได้แปรไว้ได้มีการอภิปรายพูดกันในสภา อย่างน้อยเปึนบทสังหรณ์ เปึนบทสังวรของคนที่จะทําหน้าที่ตรงนี้ได้พึงสังวรไว้ครับว่า จะทําอะไรที่ไปล่วงละเมิด สิทธิของเขาในเรื่องความลับอย่างนี้ต้องพึงระวังนะครับ แล้วก็โทษหนักด้วย มีโทษขั้นต่ํานะครับ โทษขั้นต่ําไม่น้อยกว่า ๑ ป้นะครับ ถ้ากรรมาธิการทําผิดหรือว่าปฏิบัติไม่ชอบ ผิดกฎหมาย ฉบับนี้ไปขู่เข็ญเขาผมว่าโดนนะครับ เพราะฉะนั้นมันเกี่ยวโยงกันอยู่ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมว่าสบายใจได้ครับ แต่อย่างน้อยที่สุดปรากฏอยู่ในสภาแห่งนี้แล้ว เปึนหลักฐาน ในการประชุมแล้วว่ามีการพูดถึง อย่างน้อยที่สุดพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็น่าจะรับรู้ถึง ประเด็นตรงนี้ด้วยว่าอย่าทําอะไรที่เปึนการข่มขู่เขา ถ้าเขาไม่พร้อมที่จะชี้แจงเปึนความลับ ของเขาในทางการค้า เปึนส่วนได้เสียเฉพาะของเขา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม แต่อย่างไร ก็ตามถ้าการค้านั้นเกี่ยวกับพี่น้องประชาชน ประชาชนเสียหายกรรมาธิการมีสิทธินะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวขอคุณอานิกก่อนนะครับ คุณอานิกยังติดใจหรือครับ เชิญครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ดิฉันยัง ติดใจค่ะ เพราะว่าเรื่องผลประโยชน์ขัดแย้งมันไม่ได้เกิดขึ้นในกรณีผู้ที่เปึนเจ้าของธุรกิจ มาแล้วจะถูกขอข้อมูล แต่การขอข้อมูลอาจจะขอกับบุคคลที่สามก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้น ในคําสงวนของดิฉันจึงเน้นตัวกรรมาธิการกับที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ผู้ที่อยู่ในที่นั้นว่า เขาไม่มีผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง แล้วก็ด้วยความเคารพในท่านประธานและท่านสมาชิก ทุก ๆ ท่านค่ะ ดิฉันคิดว่ามันเปึนเรื่องของหลักการว่าเราจะมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา กฎหมายก็น่าจะมีความพอดีพอเพียงอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ซึ่งดิฉันก็ยังยืนยันว่าอันนี้ สิ่งที่ดิฉันเสนอ ๑. คุ้มครองภาคเอกชนอย่างที่ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้กรุณาชี้ประเด็นสนับสนุนนะคะ ดิฉันก็เลยคิดว่าจําเปึนจะต้องมี แล้วก็แม้แต่ภาครัฐเอง ก็มีการทําธุรกิจกับเอกชนเยอะแยะมากในสถานะผู้จัดจ้างจัดซื้อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนะคะ ดิฉันจึงคิดว่าในเชิงหลักการแล้วเราจะต้องมีกฎหมายที่ครอบคลุมดูแลให้กรอบของ การใช้อํานาจอยู่ในเหตุผลอันสมควรค่ะ ด้วยความเคารพกับท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องถามคุณอานิกว่าติดใจโดยจะต้องขอลงมติไหมครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ขอลงมติค่ะ ท่านประธานคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ความจริงผมได้อธิบายและชี้แจงชัดเจน พอสมควรแล้วนะครับ คืออย่างนี้ผมยกตัวอย่างเอาง่าย ๆ กรณีการบินที่ในยุโรปทั่วโลก สายการบินที่ฮั้วกันขึ้นค่าคาร์โก (Cargo) ค่าขนส่ง ซึ่งตอนหลังอียู (EU) ก็จับได้ คณะกรรมาธิการเขาก็เชิญไปปรับเยอะแยะเลย ทําการค้าอย่างนี้ซึ่งไม่เปึนธรรมกับ พี่น้องประชาชน แต่ในกรณีความลับในการแข่งขันที่ไม่ให้คู่แข่งเขาล่วงรู้เราไปบังคับ เขาไม่ได้ ผมเชื่อเลยครับให้มีอํานาจมากกว่าสภาอีกก็ทําไม่ได้หรอกครับ ถ้าเขาไม่พอใจ จะชี้แจง เพราะเปึนเรื่องส่วนตัวการค้าเขา และไม่กระทบ ไม่ทําผิดกฎหมาย เปึนเรื่อง นโยบายเชิงการค้าของเขาอีก ไปล้วงเขาไม่ได้ครับ ผมเรียนอย่างนี้ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนว่าอํานาจคณะกรรมาธิการจริง ๆ ไม่ใช่มีอะไรมากมายเลย กลัวกันไปเอง เราก็เชิญเขามาสอบ แต่อย่างนี้ที่มันเปึนปัญหาขัดข้องทุกวันนี้ คือ ๑. ไม่ให้ความร่วมมือ อย่างที่เรียนแล้วเชิญปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงส่งเปึนทอด ๆ เลย อธิบดีลงมาจนถึง ระดับ ซี ๗ ซี ๖ มาชี้แจง เอกสารก็ไม่มีอะไรมาเลยและคนมาชี้แจงบอกเพราะรับคําสั่ง ให้มาต้องมา ไม่อย่างนั้นผิดคําสั่งผู้บังคับบัญชาแล้วก็ชี้แจงไม่ได้ อย่างนี้แทบทุกคณะ เปึนอย่างนั้น แต่ว่าในทางการพิจารณาของคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะเปึนสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาไปบังคับให้เขาชี้แจงตอบอะไรโดยที่เขาไม่เต็มใจนี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเปึนความลับส่วนตัวของเขาหรือในทางการค้าเขาสามารถไม่ชี้แจงได้เปึนเหตุผล ไปบังคับไม่ได้ครับ ถ้ากรรมาธิการคณะไหนข่มขู่ฟัองประธานเลย แล้วพวกเราจะประณาม การกระทําอันนั้น ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมก็ไม่ชอบ เพราะเราเปึนตัวแทนประชาชนนะครับ เราต้องรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนให้ความถูกต้อง ความเปึนธรรมกับประชาชน ตรงนี้เปึนหลักของคนที่เปึนผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นสบายใจครับอย่าไปคิดมาก อย่าไปคิดจนเกิน ผมมองแง่นั้นไม่มีใครหรอกครับที่จะไปล้วงลูกเรื่องส่วนตัวเขา เรื่องส่วนตัวนะครับ กฎหมายหมิ่นประมาทก็ไม่คุ้มครอง จะคุ้มครองเฉพาะประโยชน์ส่วนรวม เท่านั้นเองที่สามารถชี้แจงได้ว่าเปึนประโยชน์แก่ส่วนรวมถึงจะคุ้มครองเท่านั้นละครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในร่างมาตรา ๘ ที่คณะกรรมาธิการตัดออก กระผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมมีส่วนที่จะไม่เห็นด้วยกับการตัดออก ของคณะกรรมาธิการ เพราะตัดออกแล้วผมจะขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการนะครับ ในร่างเดิมเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ

มาตรา ๘ ในกรณีที่คณะกรรมาธิการมีมติให้ออกคําสั่งเรียกตามมาตรา ๗ ให้ประธานคณะกรรมาธิการออกคําสั่งเรียกให้บุคคลนั้นจัดส่งเอกสาร หรือมาแถลง ข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นด้วยตนเองต่อคณะกรรมาธิการภายในเวลาที่คณะกรรมาธิการ กําหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่ออกคําสั่งเรียก

คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่งต้องระบุอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เหตุผล ประเด็น ข้อซักถามที่เกี่ยวข้องและผลบังคับตามพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๗ ผมไม่เถียงครับ วรรคสองนี้เขียนจริงมาเขียนเปึนวรรคสามของมาตรา ๗ คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่งต้องระบุ เหตุผลอะไรต่าง ๆ แต่ประเด็นการกําหนดระยะเวลาหรือการแสดงเรื่องความจําเปึนต่าง ๆ ท่านไม่ได้เขียนไว้ ท่านจะไปอ้างบอกว่าเขียนไว้ในมาตรา ๖ ถ้าอ้างมาตรา ๖ หรือมาตรา ๖/๑ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาในช่วงการพิจารณามาตรา ๗ คณะกรรมาธิการไปตัดวรรคท้ายออก ซึ่งก็สมควรต้องตัดออกครับเพราะเขียนแล้วสับสนมาก ผมเข้าใจว่าในวรรคท้ายท่านจะเขียนว่า ให้นําความมาตรา ๖ วรรคสามและมาตรา ๖/๑ วรรคสองและวรรคสามมาใช้โดยอนุโลม น่าจะเปึนอย่างนั้น แต่เผอิญว่าท่านตัดออกปุ็บ สิ่งที่น่าเปึนห่วงก็คือมาตรา ๖ เปึนเรื่อง การเชิญครับ แต่มาตรา ๗ เปึนคําสั่งเรียก ถ้าท่านไม่ระบุเอาไว้ว่า ท่านจะให้เวลาเขาอย่างไร เขาปฏิบัติอย่างไร ในมาตรา ๗ ท่านก็ไม่เขียนเอาไว้จะให้เขาทําอย่างไร ท่านจะเอามาตราไหนไปบังคับเขาว่า เขาจะต้องมาภายในเท่าไร ระยะเวลาเท่าไร กําหนดไหม คือท่านเขียนแล้วมันทําให้เกิด ความสับสนครับ มาตรา ๖ ว่าด้วยการเชิญ ท่านกําหนดระยะไว้ตามที่กรรมาธิการกําหนด ส่งผู้อื่นมาแทนก็ได้ในมาตรา ๖/๑ นั่นคือเรื่องเชิญ แต่พอมาตรา ๗ เปึนออกคําสั่ง เมื่อเชิญไม่มาแล้วออกคําสั่ง พอออกคําสั่งแล้วท่านเองไปตัดมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ ออก ซึ่งเปึนสาระสําคัญในเรื่องของคําสั่งเรียกโดยเฉพาะ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการที่ดูในรายละเอียดเรื่องนี้ ช่วยดูสักนิดหนึ่ง ถ้าท่านไปตัด ผมขออนุญาตก้าวล่วงไปนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะเปึนเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกัน มาตรา ๘ ตัดออกครับ มาตรา ๙ ท่านบอกว่าเอาไปเขียน ในมาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ผมก็ไปดูมาตรา ๖ กับมาตรา ๖/๑ นั่นเปึนสาระของหนังสือเชิญครับ และเรื่องสาระของคําสั่งเรียกท่านจะเอามาตราอะไร ไปบังคับเขา ถ้าเขาไม่ดําเนินการตามที่ท่านบอก เช่น ไม่กําหนดเวลาให้เขา ไม่ยอมที่จะ ลดหย่อนผ่อนโทษให้เขา ชี้แจงเปึนลายลักษณ์อักษรเหมือนกับที่ท่านเขียนรองรับ ในมาตรา ๙ เหมือนกับท่านเขียนรองรับในมาตรา ๖/๑ กับมาตรา ๖ วรรคสอง วรรคสามไว้ พอออกคําสั่งเรียกไม่เป่ดโอกาสให้เขาชี้แจงเลย เพราะฉะนั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการ ควรจะชี้แจงเรื่องนี้นะครับ สมาชิกจะได้ไม่สับสน ผมเองสับสนมาก

ประการที่ ๒ ในการอภิปรายของสมาชิก กรรมาธิการตัดออก กรรมาธิการ แก้ไข สมาชิกมีสิทธิอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ แต่มิไม่ได้หมายความไปอภิปราย ในคําแปรญัตติของสมาชิกคนอื่นเขา เมื่อสักครู่ผมไม่ท้วงท่านประธาน เพราะท่านประธาน วินิจฉัยผมถือท่านวินิจฉัยแล้วเด็ดขาด เพราะคุณหมอประสิทธิ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ประท้วง ท่านวินิจฉัยว่ามันเกี่ยวเนื่องโดยอนุโลม เพราะมันมาตรา ๘ เหมือนกัน แต่มันมาตรา ๘/๑ กล้อมแกล้มได้ครับ แต่ถ้าสมมุติว่าจะกลับมาโหวตของท่านอานิก มาตรา ๘ ในร่างกรรมาธิการไม่มีนะครับ สาระของมาตรา ๘ กับของท่านอานิกก็แตกต่าง กันอีก สาระของท่านอานิกมันเรื่องของมาตรา ๗ ทําไมท่านไม่เขียนมาตรา ๗/๑ ล่ะครับ เกิดโหวตชนะมามันจะได้เปึนมาตรา ๘ ในกฎหมายจริง ใช่ไหมครับ มาเขียนมาตรา ๘ แล้วมาตรา ๘ ที่นี่ตัดออกไปหมดแล้ว ลักษณะอย่างนี้มันสับสนมาก ท่านประธานครับ ผม ๒ ประเด็น ประเด็นหลังไม่ต้องชี้แจง เอาประเด็นแรก ๓ มาตรา ที่ท่านตัดออก ท่านเอาไปไว้ตรงไหน ตอบชี้แจง ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมชี้แจงหมอชลน่านอย่างนี้นะครับ ถ้าหากว่ามีการลงมติในข้อเสนอของคุณอานิก อัมระนันทน์ ก็คือว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการตัดมาตรา ๘ ออก ก็จะต้องลงมติว่าใครเห็นด้วยกับการตัดออก หรือไม่ตัดออกนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ เชิญข้างหน้าครับ

นายดล บุนนาค กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผม ดล บุนนาค กรรมาธิการนะครับ สาเหตุที่ทาง คณะกรรมาธิการตัดมาตรา ๘ มาตรา ๙ ออก เพราะว่าเราพิจารณาแล้วเพื่อให้ลด ความสับสนในการยกร่างกฎหมายนี้นะครับ ในมาตรา ๖/๑ เราจะพูดถึงหนังสือเชิญ หนังสือเชิญไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมายก็จะกําหนดระยะเวลาไว้ มีลักษณะที่จะ ผ่อนคลายมากกว่า แต่พอมาถึงมาตรา ๗ เราพูดถึงว่ากรณีที่เขาไม่ส่งเอกสารหรือไม่มาแถลง ตามหนังสือเชิญให้ออกคําสั่งเรียก กรณีคําสั่งเรียกมันจะมีสภาพบังคับตามกฎหมาย ถ้าเราเป่ดให้มีระยะเวลาว่าเหมือนกับกรณีหนังสือเชิญ มันจะมีปัญหาทันทีว่า เมื่อไม่ทํา ตามคําสั่งเรียกปุ็บสภาพบังคับกฎหมายเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ถ้าเราบอกว่าถ้าเกิดไม่ทํา ภายใน ๓ วัน ๗ วัน มันจะมีข้อโต้แย้งทันทีว่าจริง ๆ แล้วเขาทํา จะมาอิงข้อโต้แย้ง ในประเด็นกฎหมายตรงนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาในการโต้แย้งเหมือนกับกรณี กฎหมายอาญาธรรมดาทําผิดแล้วมันไม่มีย้อนกลับมาเปึนไม่ผิดอีก กรณีที่ขัดคําสั่งเรียก แล้วก็มีผลทางกฎหมายทันที มีสภาพบังคับต้องมีโทษ ก็เลยตัดมาตรา ๘ ซึ่งมาตรา ๘ ไปเขียนล้อกับในเรื่องของหนังสือเชิญที่ว่าจะต้องมีระยะเวลา มาตรา ๙ ก็เช่นเดียวกัน ไปรวมอยู่ในมาตรา ๗ ทั้งหมด ว่ากรณีที่ฝ์าฝ๋นมีสภาพบังคับจะจบอยู่ที่แค่มาตรา ๗ ก็คือว่าจะมีสภาพบังคับทางกฎหมายได้รับโทษทางอาญาเลย นั่นคือเหตุผลที่เราตัดออกครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้เปึนเรื่องสําคัญและมีผู้ประสงค์จะอภิปรายอีกหลายท่าน แต่เนื่องจากว่าสภาของเรามีความจําเปึนจะต้องเตรียมสถานที่ต้อนรับประธานสภา ประชาชนจีนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านมาเยี่ยมพวกเราเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ผมขอเลื่อนการพิจารณาไปในวันต่อไปนะครับ แต่ยังไม่ป่ดประชุมครับ ก่อนจะป่ดประชุม จะขอเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านครับ วันนี้ประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะได้จัดรายการ สภารวมใจช่วยภัยน้ําท่วมที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ถนนวิภาวดีรังสิต ก็ขอเรียนเชิญ สมาชิกทุกท่านกรุณาไปช่วยกันรับโทรศัพท์รับเงินบริจาคด้วยนะครับ แล้วก็ขอให้ไปร่วมงาน โดยพร้อมเพรียงกัน ตั้งแต่เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกาจนถึง ๒๔.๐๐ นาฬิกานะครับ ขอขอบคุณ ทุกท่านครับ ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๑๖ นาฬิกา