อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เร็วขึ้น เพื่อให้มีผลใช้บังคับและทำให้ประชาชนมีสิทธิประมูล 3G ในกลางปี และยังหารือเรื่องมาตรา 84 เกี่ยวกับการส่งรายได้แผ่นดิน โดยเรียกร้องให้กรมการโทรคมนาคมชี้แจงว่าทำไมถึงยืดระยะเวลาจาก 1 ปี เป็น 3 ปี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสาระครับท่านประธาน ผมคิดว่าการอภิปรายคงเปึนการอภิปราย รวมทุกมาตราทั้งฉบับที่แก้ไข แต่ว่าคงจะไม่ถึงขนาดว่าต้องล็อกรายมาตรา เพราะมัน คนละวาระกัน แต่ในเรื่องที่ผมติดใจก็ต้องเรียนท่านประธานว่าคงจะไม่พูดในมาตราอื่น จะเข้าประเด็นในมาตราที่ติดใจเลยเพื่อความรวดเร็ว ผมดีใจที่ท่านคณะกรรมาธิการร่วมกัน ชุดนี้ทํางานได้รวดเร็ว ผมเปึนคนขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องนี้ขึ้นมาในสมัยที่เปึนการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร โดยหวังว่าเมื่อสิ้นสมัยประชุมสภานี้คือสิ้นเดือนนี้เราจะมีโอกาส เสร็จสิ้นกระบวนการทางนิติบัญญัติ แล้วทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมีผลใช้บังคับ ได้จริง ซึ่งจะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะมีสิทธิที่จะประมูลในอนาคตเรื่องของ ๓ จี (3G) ในกลางป้หน้า ถ้าเราทําทันก็จะเปึนเรื่องที่ดี และขอบคุณครับท่านทําได้เร็ว และดีนะครับ
ประเด็นที่ผมติดใจเรื่องเดียวครับคือในเรื่องของมาตรา ๘๔ เรื่องของ การนําส่งรายได้แผ่นดิน ท่านได้มีการเลื่อนของเดิมจาก ส.ส. ที่คุยกันเอาไว้ก็คือว่าบริษัท ที่เขาเปึนผู้ให้สัมปทานในอดีต อย่างเช่น บริษัท ทีโอที ให้สัมปทานกับบริษัท เอไอเอส บริษัท ซีเอที หรือ แคท เทเลคอม ก็ให้สัมปทานกับดีแทค แล้วก็ทรู เงื่อนไขเดิมก็คือว่า ที่ผ่าน ส.ส. ไป ทีโอทีก็ดี ซีเอทีก็ดี จะต้องส่งมอบให้เวลาเขาเตรียมการแค่ป้เดียว แล้วหลังจาก ๑ ป้ไปก็ต้องส่งรายได้ที่มาจากการสัมปทานให้กับ กสทช. ที่จะมีการจัดตั้งขึ้น ตามนี้ ก็แปลว่าอะไรครับ กสทช. ก็จะต้องส่งเปึนรายได้แผ่นดิน ปรากฏว่าทางท่าน ส.ว. แล้วก็ทางท่านคณะกรรมาธิการร่วมกันชุดนี้ได้มีการขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้ที่ได้ตกลงกัน เอาไว้เปึน ๓ ป้ ก็แปลว่าจากป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ เงินจะไหลเข้า กสทช. แล้วนําส่งไปรายได้ แผ่นดิน มันก็จะช้าขึ้น เพราะจะต้องส่งให้ทีโอที คนที่รับประโยชน์ก็คือทีโอทีและซีเอที ซึ่งเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐ รายได้นําส่งเปึนของแผ่นดินช้าลงครับ แต่แน่นอนครับ บางท่าน บอกว่าเปึนเรื่องกระเปิาซ้ายกระเปิาขวา เพราะว่าอย่างไรก็ดีรายได้สัมปทานนั้นก็ต้อง ถูกส่งเปึนรายได้ของรัฐอยู่ดี โดยจะผ่านกระเปิาของ กสทช. แล้วเปึนรายได้แผ่นดิน หรือโดยผ่านกระเปิาของทีโอทีและซีเอทีในฐานะรัฐวิสาหกิจและเปึนรายได้แผ่นดิน ดูเสมือนประหนึ่งว่าจะเปึนกระเปิาซ้ายกระเปิาขวาผ่านทางไหนก็เหมือนกัน แต่ผมเรียน ท่านอย่างนี้ว่า มันมีความแตกต่าง ซึ่งผมอยากได้รับคําตอบจากท่านกรรมาธิการร่วมกัน ชุดนี้ว่า ๒ กระเปิานั้นรูรั่วมันต่างกัน เพราะว่ารูรั่วที่ ๑ ถ้าผ่าน กสทช. ก็แน่นอนครับ หักเปึนค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในนี้เขาเขียนชัด แล้วก็ส่งดิ่งตรงไปที่รายได้แผ่นดิน แต่ถ้าท่าน ให้ไป ให้ไปผ่านทีโอทีแล้วก็ผ่านแคท ในฐานะรัฐวิสาหกิจก็ต้องผ่านบอร์ด ( Board) เขา หรือคณะกรรมการบริหารของเขา รูรั่วดูเหมือนกับว่าจะไม่เท่ากันเสียแล้ว ใครรับปากได้ว่า กรรมการบริหาร ผู้บริหารของทั้ง ๒ หน่วยงานนี้รัฐวิสาหกิจจะไม่นําเงินรายได้แผ่นดินนั้น ไปทําอย่างอื่นครับ ๒ บริษัทนี้มีขาดทุนสะสมหรือไม่ จะหักขาดทุนสะสมก่อนหรือเปล่า ๒ บริษัทนี้มีสวัสดิการให้กับผู้บริหารจะนําไปช่วยผู้บริหารในเรื่องของสวัสดิการก่อน หรือไม่ หรือจะนําไปให้สปอนเซอร์ (Sponsor) สโมสรฟุตบอล หรือจะนําไปให้สปอนเซอร์ สมาคมกีฬาต่าง ๆ ใครสามารถการันตี (Guarantee) ได้ครับ แต่ผมเชื่อว่าท่านกรรมาธิการชุดนี้ น่าจะได้มีการตรวจสอบรายละเอียดมาดีพอสมควร ก็อยากจะฟังว่าทําไมถึงเลือก ๓ ป้ แทนที่จะเลือก ๑ ป้แล้วเงินได้เร็วมาก ทําไมถึงเลือกทางนั้นครับ การเตรียมการของทีโอที ซีเอที เขาไม่มีความพร้อมหรืออย่างไร เรื่องนี้การวิงวอนไปไม่ได้วิงวอนผ่านทางท่าน อย่างเดียว ต้องผ่านทางสหภาพของทีโอที และซีเอทีด้วย ต้องช่วยดูนะครับ ผมเชื่อว่า สหภาพก็คงจะไม่ได้คํานึงถึงประโยชน์องค์กรเปึนเรื่องสําคัญอย่างเดียว คงต้องคํานึงถึง ผลประโยชน์ที่จะได้ตกต่อประเทศชาติด้วยช่วยดูนะครับว่าเงินถ้าต้องผ่านทีโอทีหรือซีเอที ในช่วงป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ ผู้บริหารเอาไปใช้อะไรที่เปึนสวัสดิการของผู้บริหารหรือไม่ ต้องช่วยกัน ตรวจสอบทุกภาคส่วน นี่แหละคือสิ่งที่ผมกังวลใจ เพราะว่าไม่ใช่กระเปิาซ้ายกระเปิาขวา ที่แท้จริง แต่มันเปึนกระเปิาซ้ายกระเปิาขวาที่มีรูรั่วที่แตกต่างกัน ท่านกรรมาธิการครับ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีกรณ์ ได้พูดเอาไว้ว่าอยากจะเห็นงบประมาณสมดุลในอีก ๕ ป้ข้างหน้า นั่นก็แปลว่ารายได้ ในการจัดเก็บของเรานั้นจะต้องมีเพิ่มมากขึ้น แล้วรายได้สําคัญคือรายได้จากการสัมปทาน ครั้งนี้ ผมก็กังวลใจครับว่าวิธีการยืดขยายจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ของท่านจะส่งผลให้ความฝัน ความหวัง ความตั้งใจที่จะจัดงบประมาณสมดุล ก็คือรายรับ-รายจ่ายเท่ากันอีก ๕ ป้ ข้างนั้นมันช้าไปอีกครับ ตรงนี้ท่านน่าจะตอบผมได้ว่าทําไมถึงขยายจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ การเตรียมความพร้อมไม่พอหรืออย่างไร แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในอดีตกฎหมาย ฉบับนี้รอจะคลอดอยู่นานแล้วครับ องค์การโทรศัพท์ทีโอที หรือการสื่อสารอย่างซีเอที ท่านไม่พร้อมเลยหรือครับ ไม่มีแผนรองรับมาก่อนล่วงหน้าเลยหรือ เพราะว่าถ้าไม่เตรียม ๓ ป้ท่านให้ผมว่าอย่างไรก็ไม่ทันอยู่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านกรรมาธิการร่วมกันได้มีโอกาสชี้แจงเพราะเรื่องนี้เปึนสาระสําคัญ ในการที่จะส่งผลกระทบให้การจัดงบประมาณสมดุลในอีก ๕ ป้ข้างหน้านั้นมีความยากมากขึ้น ก็ขอให้ท่านช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ