วรงค ชื่นชม กสทช. เสนอปรับลดกรรมการเหลือ 11 คน ยันอายุสูงสุดไม่เกิน 70 ปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

วรงค เดชกิจวิกรม อภิปรายในภาพรวมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ และเสนอให้เปิดโอกาสอภิปรายรายมาตราเพื่อเตรียมลงมติ โดยชื่นชมคณะกรรมาธิการร่วมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่ผลักดันร่าง พ.ร.บ. กสทช. ให้เสร็จทันกำหนด พร้อมสนับสนุนการปรับลดจำนวนกรรมการจาก 15 เหลือ 11 คน เพื่อรักษาความเป็นองค์กรอิสระโดยเพิ่มตัวเลือกด้านพัฒนาสังคมแทนหน่วยงานความมั่นคง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วการอภิปรายในวาระนี้คือวาระที่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ของทั้ง ๒ สภาซึ่งเปึนการพิจารณาร่วมกันถือว่าเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ ซึ่งผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยคือท่านชลน่านว่าการอภิปราย ในครั้งนี้เราควรจะเปึนการอภิปรายในภาพรวมทั้งหมด ไม่ได้อภิปรายรายมาตรา ยกเว้น ท่านประธานอาจจะให้ท่านเลขาธิการร่ายยาวทีเดียวเพื่อให้สมาชิกจับประเด็นได้ แล้วก็ ค่อยเป่ดโอกาสให้อภิปราย เพราะว่าเราจะต้องลงมติในการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ดังนั้นผมขออนุญาตอภิปรายไปเลยแล้วกันท่านประธานครับ

ผมคิดว่าต้องชื่นชมทางท่านคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาที่ได้มีการเร่งผลักดันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กสทช. ครั้งนี้ เนื่องจากว่า กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สังคมรอคอย ผมจําได้ว่าวันที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติ ไม่เห็นด้วยในครั้งนั้นแล้วก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ก็ได้มีการซักถามจาก พี่น้องประชาชนตลอดจนสื่อมวลชนถึงความวิตกกังวล เกรงว่าการพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้จะไม่เสร็จสิ้นทันสมัยประชุมในครั้งนี้ครับ แต่หลังจากที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาร่วมกัน ประนีประนอมกันแล้วก็หาจุดที่ดีที่สุด แล้วรับรู้ว่าขณะนี้ร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้รับการพิจารณาเสร็จแล้วจากคณะกรรมาธิการร่วมกัน ถือว่าเปึนการชื่นชม แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องสื่อมวลชนตลอดจนประชาชนที่ได้ติดตามก็คงชมท่านว่าท่านสามารถ ทําเรื่องเหล่านี้ได้ทันตามกําหนดระยะเวลาของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมมีประเด็น ที่อยากจะฝากเปึนข้อสังเกตว่าอย่างน้อยทางท่านประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้ชี้แจงกับที่ประชุมแล้วว่าเรามีประเด็นข้อกังขาอยู่ ๕ เรื่องที่ทางท่านวุฒิสภามีการแก้ไขมา และคณะกรรมาธิการร่วมกันก็ได้มีการพิจารณาร่วมกันปรับปรุงแก้ไข อย่างน้อยประเด็นที่ ๑ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้แก้ไขจาก ๑๕ ท่านมาเปึน ๑๑ ท่าน เหตุผลที่ผมสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ เนื่องจากว่าคณะกรรมการ กสทช. เปึนองค์กรอิสระ ที่มีผลประโยชน์มหาศาล งบประมาณในแต่ละป้ในการทุ่มทุนของบริษัทเอกชน ตลอดจนรัฐวิสาหกิจในการทุ่มทุนเรื่องการสื่อสารและโทรคมนาคมป้หนึ่งอาจจะเปึน หลาย ๆ หมื่นล้านบาทหรือเปึนแสนล้านบาท ดังนั้นการที่เราเพิ่มคณะกรรมการจาก ๑๑ คน เปึน ๑๕ คนในอดีตที่ผ่านมาที่ทาง ส.ว. เพิ่มไว้นี่มันดูเยอะเกินไป แล้วยิ่งการเพิ่มให้ หน่วยงานความมั่นคงเข้ามาเปึนคณะกรรมการโดยตําแหน่งที่กําหนดไว้ ๒ คน อย่างที่ ทุกท่านรับทราบว่าวันนี้ไม่ใช่ยุคทหารครับ วันนี้เปึนยุคของประชาธิปไตย เปึนยุคที่ พี่น้องประชาชนจะเข้ามาตรวจสอบและมีส่วนร่วมในการผลักดันผลประโยชน์ของชาติ และยิ่งสําคัญที่สุดคือคลื่นคือผลประโยชน์ของชาติ ในเมื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้พิจารณาปรับลดจาก ๑๕ คนเหลือ ๑๑ คน เพียงแต่เพิ่มคําว่า ด้านการศึกษาวัฒนธรรม หรือพัฒนาสังคม ก็คือเพิ่มบุคลากรทางด้านพัฒนาสังคมเข้ามาเปึนตัวเลือกในองค์ประกอบหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วลดจาก ๑๕ คนเหลือ ๑๑ คน ผมสนับสนุนท่าน เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ไม่มีข้อกังขา

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านมีการแก้ไขและยืนตามวุฒิสภา คือจากอายุของ คณะกรรมการที่กําหนดไว้ขั้นต่ํา ส.ส. เสนอไว้ ๓๐ ป้แล้ววุฒิสภาเสนอเปึน ๓๕ ป้ แล้วก็ อายุสูงสุด ส.ส. เสนอไว้ ๖๕ ป้สูงสุดเปึน ๗๐ ป้ มติของกรรมาธิการร่วมกันยืนที่ ๓๕ ป้ แล้วก็มากสุดไม่เกิน ๗๐ ป้ ผมว่าตรงนี้ไม่เปึนไรครับ ตัวผมเองผมก็ไม่ติดใจ เพราะว่า คนอายุ ๓๐ ป้กับอายุ ๓๕ ป้ ๖๕ กับ ๗๐ ป้ก็คงไม่แตกต่างกันมาก ดูอย่างท่านประธาน ของผมตอนนี้ท่าน ๘๐ ป้ท่านยังแข็งแรงยังสามารถมีศักยภาพในการควบคุมการประชุมได้ ตรงนี้ผมไม่ติดใจ แต่ขอชื่นชมเลยครับว่าสิ่งที่ท่านเพิ่มมาถือว่าเปึนคุณค่าอันใหญ่หลวง ที่บางคนแม้แต่ ส.ส. และ ส.ว. ยังนึกไม่ถึง และท่านได้เพิ่มเข้ามาก็คือการเพิ่มประโยคที่ว่า คุณสมบัติของคนที่จะมาเปึนคณะกรรมการ กสทช. ต้องไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งผมเชื่อว่า ส.ส. ก็หลุดไป ส.ว. ก็หลุดไป เพราะว่าประเด็นนี้ สําคัญครับ คนที่ไม่อยู่ในระหว่างมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็คือนักการเมืองทั้งสิ้น แล้วถ้าเกิดเราไม่เว้นจุดนี้ไว้ก็อาจจะทําให้คนที่อาจจะเจอใบเหลือง ใบแดงทางการเมือง ขึ้นมาแล้วเข้าไปเปึนกรรมการ กสทช. แล้วอาจจะเปึนการเชื่อมโยงผลประโยชน์ทางการเมือง ของพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าไปสู่ในระบบ กสทช. ดังนั้นประเด็นนี้ผมชื่นชมการทํางาน ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ใส่จุดเล็กจุดน้อยที่คิดว่าเปึนประโยชน์ในการปัองกันไม่ให้ พรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในระบบ กสทช. ซึ่งถือว่าเปึนผลประโยชน์มหาศาลของ ประเทศชาติ

ในประเด็นที่ ๓ ที่มีการแก้ไขจากการให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอโทษครับ ก็คือร่างของ ส.ส. ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนสํานักงานเลขานุการ แล้วในส่วนของ วุฒิสภาแก้ไขเปึน ให้สํานักงานของ กสทช. และสุดท้ายก็คือคณะกรรมาธิการร่วมกัน ของท่านได้มีการแก้ไขกลับมาเปึน ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาทําหน้าที่สํานักงาน เลขาธิการอีก ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ถูกต้องครับ เพราะเรารับรู้อยู่แล้วว่าองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่า จะเปึนองค์กรใดก็แล้วแต่โอกาสที่ทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงก็เยอะ ดังนั้น กสทช. ซึ่งถือว่าเปึนขุมทรัพย์มหาศาลจะต้องถูกหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปเกี่ยวข้องเยอะโอกาสที่จะ ถูกแทรกแซงมาก และให้ทุกท่านภูมิใจนะครับว่าเรายังเชื่อว่าสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปึนหน่วยงานที่หน่วยงานต่าง ๆ แทรกแซงได้ยากมากที่สุด แม้แต่นักการเมืองก็แทรกแซง องค์กรนี้ค่อนข้างจะยากลําบาก และแม้แต่วุฒิสภาเองก็คงจะแทรกแซงองค์กรนี้ยากครับ ผมเชื่อว่าการตัดสินใจของท่านนั้นถูกต้องแล้ว เห็นด้วยนะครับ

ในประเด็นที่ ๔ ก็คือประเด็นเรื่องการจัดสรรคลื่น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับ ภาคประชาชน ตรงนี้ก็ไม่ติดใจที่ท่านได้มีการปรับปรุงแก้ไขเล็กน้อย เพียงแต่ว่าร่างเปึน สาระไว้ว่า หลังจากที่มีการประกาศเปึนแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ ซึ่งต้องดําเนินการ ประกาศแผนแม่บทภายใน ๑ ป้ และในช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ระบบดิจิตอล ให้ กสทช. จัดสรร คลื่นความถี่ให้ภาคประชาชนในกิจการโทรทัศน์ โดยเฉพาะในพื้นที่สามารถจัดสรรได้ ซึ่งผมถือว่าก็เปึนเหตุเปึนผลที่รับได้แล้วก็ตรงไปตรงมา แต่จุดประเด็นที่เปึนข้อกังขา ที่เพื่อน ส.ส. มีการถกแล้วก็ซักถามกันเยอะ หรือแม้แต่คณะกรรมการวิปรัฐบาลก็มี การซักถามก็คือข้อกําหนดในมาตรา ๘๔ ที่ได้กําหนดไว้ว่า เมื่อพ้นสามป้นับแต่วันที่ พระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ให้รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว จัดสรร รายได้ผ่าน กสทช. เพื่อเปึนรายได้แผ่นดิน มันเปึนประเด็นที่ถกกัน ท่านประธานครับ ระหว่าง ๑ ป้กับ ๓ ป้ ในร่างเดิมของ ส.ส. กําหนดไว้ ๑ ป้ และร่างของวุฒิสภากําหนดไว้ ๓ ป้ และคณะกรรมาธิการร่วมกันได้แก้ไขไปยืนที่ ๓ ป้เหมือนกับทางร่างของวุฒิสภา คือก็เปึน ข้อกังขาที่ชอบถามกันเยอะ เนื่องจากว่าผลประโยชน์รายได้ของรัฐวิสาหกิจแต่ละป้นั้น มหาศาลครับ แล้วแทนที่จะเปึน ๑ ป้ เงินเหล่านี้หลังจากหักต้นทุนแล้ว หักค่าใช้จ่ายแล้ว ส่งเปึนรายได้แผ่นดิน ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการร่วมกันยังยืนยันที่ ๓ ป้ ผมเกรงว่า ๒ ป้ ผลประโยชน์มันเยอะพอสมควร ดังนั้นอยากจะให้ท่านชี้แจงนิดหนึ่งว่าเพราะอะไรถึงยืนที่ ๓ ป้ ทําไมไม่ยืนที่ ๑ ป้ เพราะ ๒ ป้นั้นผลประโยชน์ที่จะเข้าสู่แผ่นดินมันเยอะพอสมควร และสุดท้ายจริง ๆ ถ้าพิจารณาในภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ควรที่จะต้องเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการร่วมกันที่มีการแก้ไข ในภาพรวมทั้งหมด ถึงผมติดใจ ๑ ป้กับ ๓ ป้ แต่เมื่อบวกลบคูณหารกันแล้วผมมองว่า เราจําเปึนที่จะต้องเห็นชอบเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับ เพื่อให้ กสทช. ได้เกิด แล้วก็เพื่อเปึนประโยชน์ในองค์รวมของประเทศชาติต่อไป แต่อย่างน้อยท่านตอบ ให้พวกเราสบายใจสักนิดหนึ่งว่าท่านมีเหตุผลอะไรในการที่จะดํารง ๓ ป้กับ ๑ ป้ แต่โดยรวม ผมเห็นชอบครับ เห็นควรว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับ