สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เสนอหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ กสทช. และการปรับเปลี่ยนแนวทางด้านสัญญาสัมปทานของโทรคมนาคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมและจัดสรรคลื่นความถี่และดำเนินการในรูปแบบของใบอนุญาต พร้อมเรียกร้องความร่วมมือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีในการดำเนินการนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการซึ่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการพิจารณาในคณะกรรมาธิการ ร่วมกันของรัฐสภา และในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็เปึนประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วย ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้นั้น เปึนกฎหมายฉบับสําคัญที่รัฐบาลถือว่าเปึนเปัาหมายหนึ่งของกฎหมายที่จะต้องดําเนินการ ผลักดันผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา และผ่านรัฐสภา เพื่อนําไปบังคับใช้ เนื่องจาก เรามีปัญหาเรื่องของการขาดกฎหมายที่สําคัญในการกํากับดูแลการกํากับหรือจัดสรร คลื่นความถี่ ซึ่งมีผลกระทบทั้งต่อตัวพระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ เรื่องของ การออกใบอนุญาตวิทยุชุมชน การกํากับดูแลกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการใช้ คลื่นความถี่ รวมถึงเรื่องของเคเบิลทีวี เรื่องของดาวเทียมทั้งหลาย ซึ่งเปึนปัญหามาตลอด ระยะเวลาเกือบ ๑๐ ป้ที่ผ่านมานี้ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่มีความสําคัญมาก แน่นอนครับว่าในชั้นของการยกร่างพระราชบัญญัติก็ดี ในชั้นของการพิจารณาในชั้น สภาผู้แทนราษฎร จนถึงชั้นของคณะกรรมาธิการร่วมกันนั้น มีความเห็นซึ่งยังไม่ตรงกัน ในหลาย ๆ ฝ์ายอยู่อีกหลายเรื่อง ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรผมเรียนท่านประธานว่า เราใช้เวลาถึง ๑๐ เดือนในการพิจารณา คณะกรรมาธิการที่มาจากทุกพรรคการเมืองนั้น ต่างก็มีประเด็นในการที่จะสอบค้นหาความจริง ถกเถียงจนกระทั่งเปึนร่างพระราชบัญญัติ ของชั้นสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรในวันที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็มีปัญหาวิกฤติทางด้านการเมือง สมาชิกส่วนหนึ่งก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการพิจารณา ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรในวันนั้น เมื่อไปถึงชั้นของวุฒิสภาแล้วก็มีการแก้ไข ในการแก้ไข หลายประการเมื่อกลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรก็มีการแสดงความไม่เห็นด้วย มีหลายประเด็น ซึ่งไม่เห็นด้วยก็ถูกหยิบยกไปสู่ชั้นคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมเรียนเรื่องนี้ให้ท่านประธานเห็น ก็เพราะว่าในทางหนึ่งที่เราต้องการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งผม ก็เคยเรียนต่อสภาและสาธารณะว่าคณะกรรมการ กสทช. นั้นจําเปึน ในเวลานี้เรามี คณะกรรมการ กทช. ซึ่งทําหน้าที่ไปชั่วคราวในเวลาที่ยังไม่มีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ก็เปึนปัญหาในทางปฏิบัติมากมาย เช่นการประมูล ๓ จี ในที่สุดแล้วศาลปกครองก็มี คําวินิจฉัยออกมาจนกระทั่งต้องเลื่อนหรือยกเลิกการประมูลออกไปก็เปึนผลกระทบ ผมเรียนว่า ในชั้นทั้งสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการร่วมกันคณะกรรมาธิการได้ใช้เวลา ในการถกเถียงหลายประเด็นมากมาย และแน่นอนว่าไม่มีประเด็นใดที่เห็นตรงกันทุกฝ์าย แต่เราก็ต้องตอบคําถามสําคัญว่าในประเด็นซึ่งเห็นไม่ตรงกันนั้นประเด็นซึ่งตกผลึก มาเปึนร่างพระราชบัญญัติซึ่งเสนอสภาผู้แทนราษฎรแล้วน่าที่จะมีการพิจารณาให้ผ่านไป โดยที่มีเหตุผลรองรับเพียงพอหรือไม่ ผมก็กังวลเหมือนกันครับว่าในการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ต้องยอมรับว่าชั้นที่ผ่านไปเมื่อวุฒิสภาชี้บางประเด็นนั้น มันมีประเด็นปัญหาจริง ๆ แล้วก็มีการแก้ไข สมมุติวันนี้เราไม่ผ่านร่างพระราชบัญญัติ ของคณะกรรมาธิการร่วมกันก็แปลว่ากฎหมายคณะกรรมาธิการร่วมกันก็ตก สภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะมีอํานาจตามรัฐธรรมนูญในการหยิบยกร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วมายืนยันได้ เสียงข้างมากของสภาก็ทําได้ครับ แต่ปัญหา ก็คือมีบทบัญญัติบางมาตราที่จะตกไปแล้วก็จะเปึนปัญหา ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธาน เห็นว่าในบทบัญญัติมาตราหนึ่งนั้นเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของกรณีที่คณะกรรมการ กสทช. มีจํานวนไม่ครบ ในบทบัญญัติมาตรานี้เขียนว่า ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า กสทช. ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ทั้งนี้ต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่าหกคน และต้องมีกรรมการตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) อย่างน้อยด้านละ ๑ คน นี่คือ ร่างซึ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ผ่านวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการร่วมกันก็แก้กลับมา เปึนว่าให้ตัดวรรคที่บอกว่า และต้องมีกรรมการตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) (๔) อย่างน้อย ด้านละ ๑ คนออกไป เพราะถ้าไม่ตัดออกไปแล้วนี่เกิดกรรมการเท่าที่เหลืออยู่วงเล็บใด วงเล็บหนึ่งขาดไปก็จะไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย เหล่านี้เปึนต้น นี่ยกตัวอย่าง ให้เห็นว่าเปึนประเด็นที่มีการแก้ไขแล้วดีขึ้น มีบางประเด็นที่วุฒิสภาเพิ่มเติมคณะกรรมาธิการร่วมกัน เห็นด้วย แก้ไขก็ดีขึ้น แม้บางประเด็นยังแย้งเช่นกรณีอายุของผู้ที่เปึน กสทช. แต่ในที่สุด เมื่อถกกันแล้วยังมีความเห็นเสียงข้างมาก ในคณะกรรมาธิการร่วมกันก็มีการโหวตแล้ว ก็ผ่านตรงนั้นไป ประเด็นใหญ่ก็จะเปึนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะสมาชิกสภาได้ลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ก็คือกรณีของมาตราซึ่งบัญญัติ ให้มีการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ พูดง่าย ๆ คือทีโอทีกับแคท ซึ่งชั้นสภาผู้แทนราษฎรระบุ ให้เปึน ๑ ป้ แต่วุฒิสภาแก้ไขเปึน ๓ ป้ ผมเองในชั้นสภาผู้แทนราษฎรนี่เราเห็นว่าควรจะเปึน ๑ ป้ครับ แต่ในวันที่เปึน ๑ ป้นั้นเราก็มีการเชิญตัวแทนทั้งทีโอทีกับแคทมาพบกับเรา ก็พูดคุยกันค่อนข้างจะมากพอสมควร ประเด็นก็ตรงกันกับที่เพื่อนสมาชิกพูดสักครู่นี้ว่า มันมีความกังวลทั้งเรื่องรายได้ที่เกิดขึ้น แทนที่จะนําส่งรัฐอย่างเปึนระบบแล้วนี่ก็มีการนําไป ลงทุนเฉพาะในส่วนของทีโอทีกับแคท ทําให้การส่งรายได้นั้นไม่เปึนไปตามสัดส่วนที่ควรจะเปึน ประการหนึ่งก็ได้รับคําชี้แจงในลักษณะที่ว่ากระทรวงการคลังสามารถที่จะเรียกในส่วนที่ เปึนรายได้ซึ่งเกิดจากผลกําไรจากการประกอบการส่งให้กับรัฐได้อยู่แล้ว แต่ก็มีประเด็น ซักถามต่อไปว่าแล้วตัวรายได้ล่ะ อย่างที่ท่านสมาชิกยกตัวอย่างขึ้นมาสักครู่ว่ารายได้นับเปึน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ส่งเพียง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือนําไปลงทุน แล้วก็มีปัญหา ในเชิงของประสิทธิภาพนั้นจะปรับปรุงแก้ไขกันอย่างไร ผมเรียนว่าในชั้นคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรนั้นถกเรื่องนี้กันเยอะมากครับ ที่สุดก็ลงมติอยู่ที่ ๑ ป้ แต่พอไปในชั้นของ คณะกรรมาธิการร่วมกันก็มีการเรียกขึ้นมาชี้แจงกันใหม่ก็คํานึงถึงผลกระทบต่าง ๆ สุดท้าย ก็แตกออกเปึน ๒ ความเห็นเหมือนกัน คือความเห็นว่าควรจะยืนไว้ที่ ๑ ป้ กับควรจะเปึน ๓ ป้ ในแง่ของ ๓ ป้ก็ได้รับคําชี้แจงว่าในส่วนของทีโอทีกับแคทที่ลงทุนไปแล้ว และจําเปึน จะต้องมีรายได้ส่วนหนึ่งของทีโอทีกับแคทเพื่อที่จะไปดําเนินกิจการต่อไปนั้น ถ้ามี การจัดส่งเปึนรายได้มาแล้วจะเกิดปัญหาหรือไม่ อย่างไร แม้ว่าจะพยายามกําหนด หลักเกณฑ์ในการนําส่งรายได้ก็ตาม แต่ความกังวลเรื่องผลกระทบต่อฐานะต่อรายได้ ก็ยังมีอยู่ ในท่ามกลางสภาวะที่มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ค่อนข้างที่จะมาก กระทั่งเช้าวันนี้ครับ ในส่วนของวิปรัฐบาลเองก็ยังมีความเห็นแตกกันอยู่ว่า ควรจะเปึน ๑ ป้หรือ ๓ ป้ ผมโทรศัพท์หาทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีคุยกันเมื่อเช้านี้ สุดท้ายก็เชิญทั้งทีโอทีกับแคท มาพูดคุยกัน ผมเองก็เรียนถามทางทีโอทีกับแคทว่าวันนี้สภาจะต้องมีการพิจารณาแล้ว สมมุติสภานี้มีการผ่านร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกันไปเพื่อเปึน ๓ ป้นั้นจริง ๆ มี ๒ ประเด็น ที่ต้องพูดคุยกันคือ ๑. ทีโอทีกับแคทต้องยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการทํางาน อย่างน้อยการลงทุนต่าง ๆ เรื่องของประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทํางานที่ถูก วิพากษ์วิจารณ์จําเปึนที่จะต้องมีการปรับปรุงในเชิงของประสิทธิภาพการทํางาน การลงทุน การคํานึงถึงเปัาหมายของการเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐที่จะต้องทํากําไร แต่จะต้องแข่งขันกับธุรกิจอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแบบอื่นด้วย ท่านจะต้องยอมรับว่า นโยบายของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงที่จะต้องกํากับอยู่ด้วยทั้งไอซีทีและที่ดู ในภาพรวมรัฐวิสาหกิจอย่างกระทรวงการคลังนั้น จําเปึนจะต้องดําเนินการพูดคุย ปรับปรุงกันครั้งใหญ่หลังจากที่สภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว แน่นอนในการปรับปรุงต้องคํานึงถึงความเปึนธรรม การแข่งขันที่เท่าเทียม บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ และประสิทธิภาพในฐานะเปึนองค์กรที่มีรายได้ของรัฐมาบริหารด้วย ผู้บริหาร ประธานสหภาพครอบคลุมทั้งกว่า ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งทํางานอยู่ทั้ง ๒ องค์กรก็รับว่า เห็นด้วยกับแนวทางนี้ว่าจําเปึนจะต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ ในคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจทุกครั้งก็มีการพูดคุยกัน ผมคิดว่าแนวทางนี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับไอซีทีที่เสนอเอาไว้ก็เปึนที่ยอมรับครับ
ในประการที่ ๒ ก็เข้าใจดีกระทรวงการคลังมีความประสงค์ ซึ่งจะปรับเปลี่ยน แนวทางอย่างหนึ่งคือการนําเอาสัญญาสัมปทานนั้นไปดําเนินการในรูปแบบของ ใบอนุญาต อย่างน้อยที่สุดก็เปึนการกํากับดูแลกิจการก็ดี การทําเรื่องของประสิทธิภาพ ในการทํางานก็ดีให้ดีขึ้น ผมก็เรียนทั้งผู้บริหารแคท ทีโอที กับกรรมการสหภาพที่มา พบว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วกระทรวงการคลังประสงค์จะดําเนินนโยบายเช่นนี้ ก็อยากจะขอ ความร่วมมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีในฐานะที่กํากับดูแลรัฐวิสาหกิจก็เห็นด้วย ทั้งกรรมการสหภาพ ทั้งผู้บริหารก็เห็นด้วยครับ ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังได้เดิน เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วผมก็คิดว่าแนวทางที่เพื่อนสมาชิกสายที่คิดว่า ๑ ป้จําเปึนจะต้องดําเนินการนั้น ก็จะผ่อนคลายไปได้ อย่างน้อยที่สุดก็นําไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพ นําไปสู่เรื่องของ การที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวการบริหารบางประการ ทีโอทีกับแคทเองก็จะได้ประโยชน์ ในแง่ความกังวลเรื่องของฐานะในการดําเนินการนั้นก็ผ่อนคลายลงไป ผมคิดว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญครับ ผมเข้าใจที่พนักงานมาบอกกับพวกเราเรื่อง ๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว อะไรนี่ ก็เปึนประเด็นที่ทุกคนทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที รัฐบาล กรรมาธิการก็คํานึงถึง แต่ประสิทธิภาพก็ย่อมต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นก็เรียน ท่านสมาชิกซึ่งเห็นว่าควรจะสนับสนุน ๑ ป้ว่าทําไมที่หนุนไว้ ๑ ป้จึงยอมรับว่าเปึน ๓ ป้ ในวันนี้ แต่ก็พ่วงด้วยเงื่อนไขที่จะต้องนําไปสู่การปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพ เรื่องของ การทํางานต่าง ๆ มากมาย คําถามหลายข้อที่เพื่อนสมาชิกถาม คงเปึนคําตอบที่จะต้อง ทํางานร่วมกันต่อไป และเปึนเรื่องใหญ่ครับ ในแง่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม เรื่องทีโอที กับแคทก็เปึนเรื่องค้างคามาเปึนเวลาที่ยาวนาน อันนี้ก็เปึนเหตุผลที่อยากจะกราบเรียน ชี้แจงเพื่อนสมาชิก เพราะอย่างน้อยที่สุดก็สนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ในวันนี้เข้าใจครับความเห็นอาจไม่ตรงกันในทุกเรื่อง แต่เมื่อกฎหมายฉบับนี้คํานึงถึง ทั้งหมดแล้วยอมรับเหตุผลในบางประการ ผ่านไปบังคับใช้ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีมากมายครับ ในอนาคตอาจมีความจําเปึนต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อันเกิดจากการปฏิบัติ ก็เปึนเรื่อง จําเปึนที่จะต้องทํา กสทช. ถ้าผ่านไปแล้วนําขึ้นทูลเกล้าฯ หลังจากนั้นต้องใช้เวลา ๑๘๐ วัน ก็จะต้องไปกลางป้หน้าครับกว่าจะมี กสทช. ผมว่าภาพรวมโดยเหตุผลทั้งหมด ที่ประกอบกันแล้วสภาก็น่าที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ