เกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติคลื่นความถี่ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ กสทช. และผลกระทบต่อคลื่นความถี่ที่สำคัญ ซึ่งอาจทำให้บ้านเมืองแตกแยก และเรียกร้องให้คณะกรรมการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและโทรคมนาคมดำเนินการเพื่อป้องกันการสร้างความแตกแยกและใส่ร้าย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ที่ไม่มีสัมมาคารวะและจรรยาบรรณ และเรียกร้องการจัดการให้มีมาตรฐานเดียวในการพูดและจัดรายการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก็เปึนที่น่ายินดีครับท่านประธาน ผมก็ได้อ่านร่างพระราชบัญญัติคลื่นความถี่ ฉบับที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอเข้ามาต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลายอันก็เห็นด้วย หลายอย่างบางทีก็สงสัยนะครับท่านประธาน คณะกรรมการ คุณสมบัติ แล้วก็ประธาน กรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ ท่านเขียนไว้ว่า กรรมการ กสทช. มี ๑ คน แล้วก็รองประธานคณะกรรมการ แล้วก็ท่านมาแก้ไขบอกว่าแต่ก่อนมีอยู่ ๑๕ คน จะเปลี่ยน ลดลงเหลือ ๑๑ คน ด้วยเหตุผลอันใด ท่านประธานที่เคารพ คลื่นความถี่นั้นมีความสําคัญมาก จะทําให้บ้านเมืองอยู่ดีมีสุข จะทําให้บ้านเมืองแตกแยก ก็อยู่ที่คลื่นสถานีวิทยุแล้วก็สถานีโทรทัศน์ ทีนี้ก็เลยอยากจะฝากคณะกรรมการที่จะเข้ามาบริหารงานจะเปึนบรรทัดฐานที่ยังไม่มี คณะกรรมการมั่นคง โดยเฉพาะในวิทยุชุมชนและวิทยุของภาครัฐ ผมจะยกตัวอย่างวิทยุ ภาครัฐ ช่อง ๑๑ นี่ละครับ กรมประชาสัมพันธ์ได้เผยแพร่โดยเอานักจัดรายการซึ่งเปึน ข้าราชการตํารวจได้ออกมาพูดกล่าวโจมตีต่าง ๆ นานา โจมตีให้ร้ายปัายสีอีกฝัืงตรงข้าม คณะกรรมการเหล่านี้ก็ไม่มีมาตรการที่จะไปทําร้าย จะไม่มีมาตรการที่จะไปเอาผิด อยากจะให้เอาผิดคนที่ไปสร้างความแตกแยกใส่ร้ายปัายสีกับฝัืงตรงข้ามและพี่น้อง ประชาชน อันนี้สถานีภาครัฐ ด่ากันได้ทุกวัน ด่าเสีย ๆ หาย ๆ เอามาออกทีวีช่อง ๑๑ นี่ละครับ หรือชาวบ้านเรียกหอยม่วงนี่ละครับ ออกมาด่าเสีย ๆ หาย ๆ ฝากคณะกรรมการด้วย ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและโทรคมนาคมด้วย อันนี้สําคัญมาก ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีองอาจ ดูท่าทางใจดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและโทรคมนาคมนี้ท่านก็เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรต่างจังหวัดเหมือนกับพวกผม ฝากท่านไปดูตรงนี้ด้วย พอเป่ดข่าวทีไร เปึนอันด่าทุกทีเรื่องเหล่านี้ละครับมันสําคัญมาก
และอีกประเด็นอยากจะให้กําหนดหลักการที่ชัดเจนออกไปว่าในชุมชนหนึ่ง ควรจะมีเยอะไหม หรือว่าควรจะกําหนดหลักการว่าในเขตจังหวัดนี้แต่ละอําเภอน่าจะให้มี สถานีเดียวได้ไหมอย่างนี้ หรือว่าจะเปึนการตัดสิทธิไหม อันนี้เปึนข้อสอบถามนะครับ เพราะว่าถ้ามีเยอะการแข่งขันก็จะเปึนการค้าขาย จะเปึนการหาผลประโยชน์ ผลประโยชน์ บางคนไปจัดรายการวิทยุไม่ทําอะไรเลย พอเข้ามาแล้วก็ด่าเลย แต่บางคนเข้ามาก็มีจรรยาบรรณดี ท่านประธาน พูดดีมีสัมมาคารวะ มีมารยาท เพราะฉะนั้นอันนี้ละครับการส่งเสียงเผยแพร่ คําพูดของจรรยาบรรณนักจัดรายการ สมัยเมื่อก่อนผมเด็ก ๆ เมื่อเห็นนักจัดรายการวิทยุมา จะต้องซื้อบัตรเข้าไปดูนะครับท่านประธาน ที่บ้านผมเรียกว่าเซียงบัว อายสาว ท่านประธาน สาวสีสามสลึงต้องจ้างเงินเข้าไปดูนะครับเพราะเขาพูด เขามีจรรยาบรรณ รายการสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล แต่ก่อนคุณจักรพันธุ์ ยมจินดา คุณศันสนีย์ นาคพงศ์ หลาย ๆ คนมาจัดรายการเขาจะพูดออกไปทํานองที่มีสัมมาคารวะ มีจรรยาบรรณนักพูด แต่ปัจจุบันนี้หลายสถานีพูดไม่มีสัมมาคารวะ แต่ถ้าเปึนฝ์าย ตรงข้ามรัฐไม่ไปจัดการ ถ้าเปึนฝ์ายตัวเองรัฐไปจัดการ ขอโทษครับ ถ้าเปึนฝ์ายตรงข้าม สั่งป่ดทันที นี่แหละครับเพราะฉะนั้นชาวบ้านหลาย ๆ คนถึงฝากมาบอกว่าถ้าหาก กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไปอยากจะฝากคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือก ได้รับ การแต่งตั้งเข้ามาเปึนผู้บริหารอยากจะฝากตรงนี้อย่าทําให้เปึน ๒ มาตรฐาน ให้เปึนมาตรฐานเดียว ใครผิดก็ว่าผิดใครถูกก็ว่าถูก ไม่ต้องเลือกข้างครับ อันนี้ถึงจะทําให้ บ้านเมืองสงบ ถึงจะทําให้บ้านเมืองไม่มีการที่จะต้องแตกแยก ไม่ด่ากัน ถ้าด่าก็กลัว ความผิด ทุกคนจะต้องมีจรรยาบรรณในการพูด การพูดออกไป สื่อมวลชน สื่อต่างชาติ เพราะฉะนั้นเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการเหล่านี้ละครับที่จะต้องมีมาตรการที่จะต้องไป จัดการคนที่ทําไม่ดี พูดไม่ดี อย่างวันนี้เป่ดข่าวไปที่ช่อง ๑๑ ช่องหอยม่วงที่ชาวบ้านเขาพูดนี่ละครับ ดอกเตอร์ที่เปึนหน่อมแน้มหน่อยครับขอประทานโทษ เอ่ยชื่อคงจะไม่เสียหาย ชื่อว่าเสรีครับ ไม่ทําอะไรด่าคนอย่างเดียว ฝากด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการไปด่าคน ไม่ดีหรอกครับ มันต้องพูดด้วยหลักด้วยเหตุด้วยผล เป่ดฟังทีไรก็ขึ้นมาด่าอ้ายนั่นอ้ายนี่ ไม่มีจรรยาบรรณ ไม่สมควรที่จะมานั่งพูดให้คนทั้งโลกให้คนทั้งประเทศได้มาฟังตัวเอง ฝากคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบไปดูแล ถ้าหากการพูดจาไม่มีสัมมาคารวะ ไปพาดพิง คนอื่นอย่างนี้ ก็ควรจะหยุด ก็ควรจะไม่ให้มาจัดรายการ เพราะฉะนั้นจะทําให้บ้านเมือง ของเรา เมืองไทยของเรานี่นับว่าเปึนเมืองพุทธ เพราะฉะนั้นพุทธนี่ครับ การพูดจะต้องมี สัมมาคารวะ ต้องรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน นี่ขอฝากคณะกรรมการด้วยครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็คงไม่มีอะไรที่จะฝากไปมากกว่านี้เพราะว่าสมาชิกก็ได้อภิปราย แล้วก็ฟังท่านรัฐมนตรีก็ได้มาชี้แจงบางประเด็น คิดว่ากฎหมายฉบับนี้เมื่อผ่านสภาไปแล้ว ก็คงจะไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร ไม่ควรจะเปึน ๒ มาตรฐานดังที่เปึนปัจจุบันนี้นะครับ ท่านประธาน ขอขอบคุณครับ