จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องการบริหารและปัญหาการรั่วไหลของบริษัททีโอที จํากัด (มหาชน) และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังควบคุมระบบธรรมาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการลงทุนและการบริหารขององค์กร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสภาพเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งและให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผมจะพยายามใช้เวลาให้อยู่ในกําหนดของท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านครับ ประเด็นที่ผมอยากจะคิดว่าผมน่าจะต้องกราบเรียนให้สภา ได้ทราบ แล้วก็คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ทราบก็คือ
ประเด็นแรก ขอกราบขอบพระคุณทางท่านวุฒิสภาด้วย แล้วก็ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ที่ไปเปึนส่วนของคณะกรรมาธิการร่วมกันที่มีความประนีประนอม เห็นกับประโยชน์ส่วนรวม แล้วก็มีผลออกมาอย่างที่เห็นนี้นะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่ดีสําหรับประเทศ ผมกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ประเด็นที่ผมได้รับทราบผมคิดว่ามันมีหลายมิติ ที่ท่านสมาชิกแต่ละท่านได้แสดงออก แล้วผมคิดว่าถ้าเผื่อผมไม่เสนอความเห็นหรือว่า ข้อเท็จจริงของผม สังคมอาจจะเข้าใจผิดในบางประเด็นได้ครับ
ประเด็นแรก ท่านประธานครับ ความห่วงของท่านสมาชิกในเรื่องของประสิทธิภาพ การบริหารของบริษัททีโอที จํากัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังเปึนกระทรวงการคลังถือหุ้น อยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยังมีฐานะเปึนรัฐวิสาหกิจด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาการรั่วไหลในบริษัททีโอที จํากัด (มหาชน) แล้วก็ ปัญหาของการส่งรายได้กระเปิาซ้ายกระเปิาขวา แล้วก็การสะสมงบประมาณ ๕ ป้ ของกระทรวงการคลังนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในส่วนของการบริหาร ในเรื่องของประสิทธิภาพแล้วก็ปัญหาการรั่วไหล ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมการ ชุดใหม่นี้นะครับซึ่งทํางานมาแล้วประมาณครึ่งป้ กราบเรียนท่านประธานว่ามีตัวแทน กระทรวงการคลังครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากผู้เชี่ยวชาญ ฉะนั้นจริง ๆ แล้วท่านประธาน จะเห็นได้ว่ากระทรวงการคลังนั้นสามารถที่จะควบคุมระบบธรรมาภิบาล มาตรฐานธรรมาภิบาล ได้พอสมควร แล้วก็ประธานคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะนี้ท่านหนึ่งก็เปึนปลัดกระทรวงการคลัง อีกท่านหนึ่งก็เปึนอดีตรองปลัดกระทรวงการคลังเช่นกัน ฉะนั้นผมคิดว่ามาตรฐานของ กระทรวงการคลังนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะว่ามีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการนี้อยู่แล้ว
ประเด็นที่ ๓ โครงการเดิมที่รออนุมัติจากคณะกรรมการชุดเดิมมานี่ คณะกรรมการชุดใหม่ที่ผมติดตามดูก็ไม่ได้อนุมัติทุกโครงการ โครงการใดที่ไม่มีความคุ้มค่า เขาก็ไม่อนุมัติให้ทํานะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าข้อกังวลของท่านสมาชิกคงได้รับการดูแล ไปในระดับหนึ่ง
อีกประเด็นหนึ่งครับ ซึ่งเปึนประเด็นที่มีน้ําหนักมากที่ท่านสมาชิกท่านก็ สวมหมวก ๒ ใบเหมือนกับผม คือเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง จริง ๆ แล้วเราเห็นเหมือนกัน ไม่ได้เห็นต่างกัน แต่ผมมองในเหตุผล ของท่านผมเข้าใจ แต่มันมีอีกมิติเพิ่มครับ ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนให้ทราบคือ ท่านมองว่าทีโอทีขณะนี้เปึนการลงทุนในเชิงพาณิชย์ แล้วก็ต้องแข่งขันกับเอกชน การลงทุนนั้นอาจจะไม่ใช่เพื่อสาธารณะอีกต่อไป ผมกราบเรียนว่าขณะนี้โครงการลงทุน ของทีโอทีนั้น โครงการส่วนใหญ่แล้วเปึนโครงการลงทุนเพื่อสาธารณะ วันนี้คณะรัฐมนตรี อนุมัตินโยบายบรอดแบนด์ (Broadband) แห่งชาติให้นะครับ ในบรอดแบนด์แห่งชาติ มีองค์ประกอบคือโครงการเคเบิลใยแก้วนําแสง คือไฟเบอร์ ออฟติก (Fiber Optic) ดาวเทียม เคเบิลใต้น้ํา แล้วก็ไร้สาย ทั้ง ๔ ระบบนี้อยู่ในโครงข่ายพื้นฐานของบรอดแบนด์หมด ท่านประธานเปึนวิศวกรรมท่านจะรู้นะครับ แล้วก็ใน ๔ นี้มันเปึนโครงสร้างสาธารณูปโภค เพื่อประชาชนทั้งหมดครับ แล้วโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใช้เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทั้ง กสท. โทรคมนาคม แล้วก็ทีโอทีนั้นได้ดําเนินการอยู่นะครับเพราะว่านโยบาย บรอดแบนด์แห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีอนุมัตินั้น ก็คือบอกว่าภายใน ๕ ป้จะครอบคลุม ประชากร ๘๐ เปอร์เซ็นต์ให้มีทางด่วนข้อมูลที่ใช้ได้ความเร็วสูง ใน ๑๐ ป้ให้ครอบคลุมได้ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่จะต้องชี้แจงก็คือบอกว่าทีโอทีนี้ประสิทธิภาพ การบริหารนั้นต่ํา ส่วนแบ่งการตลาดทางด้านโทรศัพท์บ้านก็ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ต้นทุนสูงกว่าเอกชน รายจ่ายต่อหัวพนักงานก็สูงกว่าเอกชนถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องกราบเรียนว่าที่ท่านพูดมาทั้งหมดเปึนความจริงหมดครับ แต่ว่าต้องถามว่า ทําไมทีโอทีวันนี้มีสภาพเปึนอย่างนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทีโอทีนั้นจะรุ่ง หรือจะร่วงอยู่ที่นโยบายรัฐครับ ถ้านโยบายรัฐสนับสนุนทีโอทีให้ทํากิจกรรมเยอะ ๆ ก็จะรุ่ง ถ้าไปจํากัดเขาหรือว่าปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นมากมันก็จะร่วง ผมยกตัวอย่าง ให้ฟังว่าผมมาดูทีโอที ทีโอทีนั้นจริง ๆ แล้วท่านประธานย้อนกลับไปประมาณ ๑๐ ป้ที่แล้ว ขณะนั้นโทรศัพท์บ้านยังมีอัตราสูง สัดส่วนเทียบกับโทรศัพท์มือถือ แต่ในขณะนั้นไม่ได้มี นโยบายให้สนับสนุนให้ขยายโทรศัพท์บ้านมากเท่าที่ควร ขณะนั้นก็กลับไปเห่ออนุมัติ ให้มีการใช้โทรศัพท์มือถือกันอย่างกว้างขวาง ฉะนั้นการลงทุนโทรศัพท์บ้านซึ่งเปึนต้นทุน ที่ถูกมากเพื่อสาธารณะไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐให้ขยายโครงการตรงนี้ ฉะนั้นทีโอที ก็ไม่ได้ขยายในส่วนของโทรศัพท์บ้าน ก็ทําให้สัดส่วนของโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นมาก นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีการคุมกําเนิด คุมกําเนิดก็คือกิจกรรมใดที่ทีโอทีควรจะทําเพื่อหา รายได้เข้าทีโอทีตอนนั้นก็ไม่ได้อนุญาตให้ทํา แล้วก็ไม่มีแผนงบประมาณที่จะให้ทํา เพราะว่าไม่ต้องการที่จะให้ทีโอทีนั้นไปแข่งกับบริษัทมือถือซึ่งเปึนภาคเอกชน ซึ่งขณะนั้น ก็อาจจะคิดถูกได้ว่าให้เอกชนเขาทําไปเถอะเพราะเขามีประสิทธิภาพสูงกว่า นี่ก็เปึนอีก เหตุผลหนึ่งที่ทําให้ทีโอทีนั้นขาดการพัฒนาในด้านรายได้ ขาดการพัฒนาในด้านเครือข่าย ของตนเอง จนเปึนปัญหาสะสมมาจนปัจจุบันนี้นะครับ นอกจากนั้นแล้วเมื่อทําไปอย่างนั้นเรื่อย ๆ มาถึงพักหนึ่งภาคเอกชนก็อยากจะลดต้นทุน ของตนเอง เพราะมีการแข่งขันสูง ก็ทําอย่างไรครับ ก็ไปขอแก้สัญญาสัมปทาน ส่วนแบ่ง ที่จะให้กับทีโอที ให้กับรัฐลดน้อยลง ท่านประธานยังไม่ทราบนะครับว่าสัญญาสัมปทาน ทีโอทีนั้นมีการแก้ไขถึง ๑๗ ครั้ง และทุกครั้งที่แก้ไขส่วนใหญ่แล้วทีโอทีจะเปึนฝ์ายเสียเปรียบ ซึ่งขณะนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่อย่างขะมักเขม้นตามข้อสังเกตของ คณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน เมื่อทีโอทีเปึนอย่างนี้ วันนี้บอกว่าคุณพันธนาการ เข้ามาประมาณ ๑๐ ป้ ไม่ให้เดิน ไม่ให้นั่ง ให้นอนอยู่อย่างนั้น แล้วก็ปัอนข้าว ปัอนน้ํา อ้วนครับ ไม่ผอม แต่ว่าง่อยเปลี้ยเสียขาครับ วันนี้พอตัดเชือกเขาแล้วบอกไม่ให้เขามาวิ่งแข่ง กับเอกชน มันเปึนไปไม่ได้ครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบก็คือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นว่าการลงทุน ของทีโอทีวันนี้ครับ มีความเปึนห่วงว่าคุ้มค่าหรือไม่ ผมเรียนให้ทราบว่าวันนี้การลงทุน โครงการของทีโอทีนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบายมาว่า
ประเด็นที่ ๑ การลงทุนของทีโอที หรือ กสท. นั้น ประการแรก ต้องตอบคําถาม ให้ได้ว่าประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนหรือไม่ ประชาชนได้อะไรที่เปึนประโยชน์มากที่สุด
ประเด็นที่ ๒ ก็คือทําโครงการแล้วมีรายได้ตอบแทนสร้างความแข็งแกร่ง ทางการเงินให้กับองค์กรไหม
ประเด็นที่ ๓ เกิดความคุ้มค่าหรือไม่ แล้วก็ระมัดระวังเรื่องของไม่ให้ มีการทุจริตมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าวันนี้ ต้องเห็นใจในอีกมุมมองหนึ่ง มองว่าทีโอทีนั้นเปึนองค์กรที่ล้าหลัง พนักงานมีจํานวนมาก และยังไม่พัฒนา ในขณะเดียวกันก็ต้องมองว่าเขาก็ยังเปึนรัฐวิสาหกิจ ทุกอย่างครับ ท่านประธานมีเสียในสิ่งที่จุดดี แล้วก็มีดีในสิ่งที่เปึนของเสีย ประเด็นที่วันนี้ผมบอกว่า หลายคนบอกว่าประสิทธิภาพของเอกชนนั้นสูงกว่าทีโอที ผมไม่เถียงครับ ทั้งในแง่ของการขาย แง่ของการบริการ แต่วันนี้ครับใครที่เปึน ส.ส. ภาคใต้จะทราบดี วันที่น้ําท่วมจังหวัดสงขลา น้ําท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานไปดูจําได้ไหมครับ โครงข่ายการสื่อสารของ ภาคเอกชน ทีทีแอนด์ทีล่มครับ เอไอเอสล่มครับ ดีแทคล่มครับ แต่ว่าของทีโอทีไม่ล่มครับ แล้วที่ไม่ล่มนั้นผมก็ไม่ได้บอกว่าทีโอทีนั้นเก่งเหนือมนุษย์ แต่ผมต้องขอชม ขอชมพนักงานทีโอที ในภาคใต้ ๑๐๐ กว่าคนครับ ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครคนไทยรู้เรื่องนี้มาก่อนแม้กระทั่งท่าน ส.ส. ภาคใต้ คือในคืนวันที่เกิดเหตุก่อนที่เครือข่ายจะล่มนะครับ พนักงานทีโอที ๑๐๐ กว่าท่านไปตรวจสอบ แบตเตอรีสํารองของระบบครับ ปรากฏว่าทราบว่าระบบแบตเตอรี่สํารองนั้นใช้ได้อีกไม่นาน ของทีโอทีนั้นบอกว่าคาดการณ์ว่าในวันรุ่งขึ้นภายในเที่ยงวันแบตเตอรี่สํารองจะหมด ถ้าแบตเตอร์รีสํารองจะหมดก็หมายความว่าระบบการสื่อสารจะล่มเหมือนกับทีทีแอนที ล่มเหมือนกับเอไอเอส ล่มเหมือนกับดีแทค ซึ่งเขาก็ระบบแบตเตอรี่สํารองหมดเหมือนกัน ท่านประธานทราบไหมทําอย่างไรครับ พนักงานทีโอทีคืนนั้นนะครับ คืนนั้นตอนตี ๓ ครับ ท่านประธาน เอาถังน้ํามันใส่น้ํามันแล้วก็ใส่เรือ เรือไม่มีเครื่องเดินจูง น้ําขนาดอกไปยัง จุดที่เปึนจุดเครื่องส่งของทีโอทีครับ เอากระสอบทรายไปวางแล้วก็สูบน้ําออก แล้วก็เอา เครื่องน้ํามันเปึนเครื่องปัืนไฟนะครับ เอาไปปัืนไฟแทนทําให้ระบบของทีโอทีไม่ล่ม ผมยังบอก กับกรรมการผู้จัดการว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คนไทยควรต้องรับรู้ว่านี่แหละคือจิตวิญญาณ ของคนทีโอที ๑๐๐ กว่าชีวิต แล้วในคืนนั้นไปตี ๓ ท่านประธานนึกดูสิครับ โอกาสที่จะถูก ไฟฟัาดูดก็มี โอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บก็มี แต่เขาทําโดยเขาไม่ได้นึกว่าเขามีเวลางานแค่ไหน แต่เขาบอกว่าทีโอทีนั้นต้องระบบไม่ล่ม เพราะการสื่อสารทุกคนพึ่งอยู่กับทีโอที ฉะนั้น ผมเลยบอกว่าคําตอบที่มันมีบอกว่ามันมีดีในของเสีย มีของเสียในจุดที่ดีมันมีครับ การที่ทีโอทีมีพนักงานมากขนาดนั้นก็เปึนส่วนว่าในภาวะวิกฤตินั้นสามารถแก้ไขปัญหา ให้กับประเทศในภาวะวิกฤติได้เหมือนกัน ฉะนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ยอมรับว่าทีโอทีนั้นต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร ต้องลดต้นทุน ในขณะเดียวกันผมก็กราบเรียนว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันบอกว่าได้ขยายเวลาให้ ทีโอทีและกสท. นั้นปรับตัวมาเปึนระยะเวลาประมาณ ๓ ป้ คือให้โอกาสเขาครับ ท่านประธาน ให้โอกาสในการปรับตัว ถ้ามองกันว่ากําไรทุกบาททุกสตางค์ต้องรีบส่ง กระทรวงการคลัง ผมก็บอกว่าท่านพูดไม่ผิดหรอกครับ แต่ผมคิดว่าสังคมวันนี้ถ้าคนบอกว่า ทุกอย่างดูที่กําไร ดูที่ขาดทุน ผมว่าโลกนี้ก็ไม่มีที่ยืนสําหรับคนจนเหมือนกัน แต่ผมก็ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการร่วมกัน ที่ยังนึกถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ชีวิตที่เขาต้องพึ่งพากับองค์กรนี้ เขายังต้องการให้องค์กรนี้ อยู่ต่อไปเพื่อทําประโยชน์ให้กับสาธารณะ ผมขอกราบขอบพระคุณในวิจารณญาณของ คณะกรรมาธิการร่วมด้วยครับ แล้วผมคิดว่าจะเปึนสิ่งที่เปึนธรรมมากว่าสิ่งที่ทีโอทีหรือ กสท. ก็ตามที่บกพร่องเขาต้องปรับปรุง แต่สิ่งที่ดีก็ควรจะให้กําลังใจครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ