พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 20** โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของวุฒิสภาในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกลับไปหาค่าใช้จ่ายที่หายไป 70,000 ล้านบาท
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนร่างพระราชบัญญัติที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ มีผลต่อธุรกิจ มีผลต่อคนทุกคน ของประเทศ มีผลต่ออนาคตของประเทศด้วย ท่านประธานครับ มันเปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่เปึนมันสมองเหมือนมะพร้าวครับ ถ้าเปึนมะพร้าวก็คือเปึนหัวกระทิ ดังนั้นเราจําเปึน ต้องให้ความสําคัญ ท่านประธานครับ เสียดายที่คราวที่แล้วเหตุการณ์ไม่ปกตินั้น เราไม่ได้มีโอกาสอภิปรายเลยนะครับ ก็ผ่านไปโดยที่เราไม่ได้มีการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบอยู่เรื่องหนึ่งในฐานะคณะกรรมการ กทช. เรื่องของบัตรเติมเงินครับ เรื่องของบัตรเติมเงินนั้น ประเทศไทยมีการเริ่มเติมเงินมา เมื่อ ๗ ป้ที่แล้ว ท่านประธานครับ ๗ ป้ที่แล้วมาถึงวันนี้ปรากฏว่าถ้าเราเติมเงิน ๓๐๐ บาท ภายใน ๑ เดือนจะต้องใช้ให้หมด จะต้องโทรศัพท์ให้หมดภายใน ๑ เดือน ปรากฏว่ามันจะมี เงินเหลืออยู่ในขณะที่เวลานั้นหมดแล้ว ผู้ใช้โทรศัพท์ไม่สามารถที่จะโทรศัพท์ออกได้ เฉลี่ยแล้ว ๓๐๐ บาทจะเหลืออยู่ประมาณ ๙๙ บาทที่เขาคิดมาแล้วนะครับ ดังนั้นจะมีเงินเหลือจาก การเติมเงินอยู่ที่ทุกบริษัทเลย บริษัท ทรู บริษัท ฮัทซ์ บริษัท เอไอเอส บริษัท ดีแทค จะมีเงินที่ พี่น้องประชาชนคนรากหญ้าซึ่งไม่มีโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนประจําแต่มีการเติมเงิน ป้หนึ่ง ประมาณการออกมาแล้ว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ที่ตกค้างอยู่ตามบริษัทยักษ์ใหญ่ เหล่านี้ ๗ ป้ก็ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ วันนี้ไม่มีคําตอบ ไม่มีคําตอบว่า เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗ ป้นั้นอยู่ที่ไหน นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้ ก็กําลังประชุมเรื่องของการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ วันนี้คุณไปดูสิ นายอภิสิทธิ์เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทของคนยากคนจนที่เติมเงินนั้นหายไปไหน จะต้องเอา ออกมาทําเปึนสาธารณประโยชน์ เอาออกมาให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิของเขา หวังว่า การอภิปรายวันนี้จะทําให้นายอภิสิทธิ์กลับไปเสาะหาเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทคืนมา ท่านประธานครับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ กสทช. วุฒิสภาได้แก้มาตรา ๗ ครับ คุณสมบัติของกรรมการ (๑๓) บอกว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติจะเปึนกรรมการนั้นจะต้องไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานครับ ข้อความแบบนี้ใส่ไปในร่างพระราชบัญญัติ สําหรับประเทศที่มีประชาธิปไตยได้หรือครับ แต่ผมก็ไม่ค่อยแปลกใจนะครับ เพราะว่า วุฒิสภาครึ่งหนึ่งมันมาจากการลากตั้ง มันมาจากการแต่งตั้ง มันถึงรักษาผลประโยชน์ ให้พ่อมัน คมช. ท่านประธานครับ กากเดนของเผด็จการซ่อนรูปยังคงอยู่ในประเทศไทย ยังคงอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทําไมครับ คนถูกห้ามทางการเมืองมันเกี่ยวอะไรกับ ร่างพระราชบัญญัติครับ การเมืองไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ความสามารถ การเมืองไม่ได้เกี่ยวกับคนที่เขาจะมีโอกาส ได้บริหารประเทศที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถสูงสุด ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับ มาตรา ๗ ที่วุฒิสภาได้แก้มา ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๓๒ ประเทศไทยมีทีวีอยู่ ๕ ช่อง ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ปรากฏว่า อสมท ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีว่า พี่น้องประชาชนเบื่อการโฆษณาของทีวี ๕ ช่องนี้ อยากจะมีทีวีที่ไม่ต้องมีโฆษณา อสมท เสนอ ครม. ไปว่าอยากมีทีวีที่ไม่ต้องมีโฆษณา ปรากฏว่าวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๒ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีทีวีที่ไม่ต้องมีโฆษณา แต่มีการเก็บเงินเปึนรายเดือนก็คือเคเบิลทีวี ปรากฏว่ามีบริษัทซึ่งเข้าไปทําสัญญากับ อสมท คือยูบีซี เคเบิลทีวี หรือทรูวิชันส์ เดี๋ยวนี้ ทรูวิชันส์ออกอากาศ ๒๔ ชั่วโมงครับท่านประธาน แต่ ณ วันนี้ทรูวิชันส์ออกอากาศ ๒๔ ชั่วโมง มี ๒๐๐ ช่อง คณะรัฐมนตรีในอดีตบอกว่าต้องไม่มีโฆษณาแต่เก็บเงินรายเดือน มาสมัย คมช. ปฏิวัติ แก้รัฐธรรมนูญ สร้างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมา แต่เงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาสมัยนั้นยังคงอยู่ ปรากฏว่ารัฐบาลสุรยุทธ์ก็ไม่กล้าที่จะแก้ไขสัญญา มาถึงรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนรัฐบาลได้ไม่ถึง ๒ เดือน มีการแก้ไขสัญญาทรูวิชันส์ให้มี การโฆษณาได้ ๒๐๐ ช่อง ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ยังน้อยไปนะครับ อันนี้ ๒๐๐ ช่อง ๒๔ ชั่วโมง ป้หนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คํานวณแบบถูก ๆ นะครับท่านประธาน ใครครับที่รับผิดชอบในช่วงนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาชี้แจงต่อผมสิว่าปล่อยให้มี การอนุมัติให้มีการโฆษณาได้อย่างไร พี่น้องประชาชนเขาไม่ต้องการโฆษณา คุณยัดเยียด โฆษณาให้ ผิดรัฐธรรมนูญ มาชี้แจงด้วยหรือว่าไม่ได้รับผิดชอบแล้ว หรือว่าถ่ายเทไปให้ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แล้ว ผมอยากจะทราบ ท่านประธานครับ ช่วงนั้นประธานบอร์ด ก็คือนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งใกล้ชิดกับ คมช. สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น ตอนนี้สบายไปแล้วครับ ถึงจะมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา คนก็อิ่มไปแล้วครับ แต่พี่น้องประชาชนที่ดูทรูวิชันส์อยู่เสียผลประโยชน์ครับ ต้องทนทุกข์ทรมาน ดูโฆษณา ท่านประธานนี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในยุคที่นายอภิสิทธิ์กําลังจะปราบปรามคอร์รัปชัน (Corruption) ทุจริตในวันนี้ฝากพี่น้องประชาชนว่าลูบหน้าปะจมูก ช่วยพิจารณาด้วยครับ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ