กรณี จาติกวณิช เสนอแนวคิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสัมปทานของบริษัทโทรคมนาคม และการบริหารจัดการของ ทีโอที และ กสท. ที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน นอกจากนี้ยังเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัท ทีโอที และการแบ่งส่วนแบ่งผลกำไรที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนนี้
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตที่จะกล่าวขอบพระคุณคณะกรรมาธิการร่วมกัน ที่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ด้วยระยะเวลาอันกระชับ อย่างยิ่ง ก็ต้องถือว่าเปึนร่างพระราชญัตติที่มีความสําคัญมากที่สุดฉบับหนึ่ง เรามีความคาดหวัง สังคมมีความคาดหวังว่าร่างพระราชบัญญัตินี้จะนํามาซึ่งการพัฒนาการเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเราให้มีบริการที่ทันสมัยและทั่วถึงให้กับพี่น้องประชาชน ในราคาที่พี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ คราวนี้ผมไม่อยากที่จะใช้เวลาในการอภิปรายมากนะครับ แต่จริง ๆ แล้วมีประเด็นเดียวที่อยากจะขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้มีโอกาสได้ชี้แจง เพราะผมคิดว่าเปึนประเด็นสําคัญ ประเด็นที่เปึนหัวใจในส่วนของความกังวลที่ผมมี ก็คือ ประเด็นคําถามว่าพวกเราโดยรวมที่อยู่ในสภาแห่งนี้มีความรู้สึกอย่างไรกับอุตสาหกรรม โทรคมนาคมโดยรวม เรามีความรู้สึกว่าโครงสร้างของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเราอยู่ในระดับที่พึงพอใจแล้วหรือไม่ หรือโครงสร้างจริง ๆ แล้วที่มีทั้งในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการอยู่และมีส่วนของ เอกชนซึ่งมีสัมปทานโดยที่โครงสร้างสัมปทาน ของแต่ละบริษัทไม่ว่าจะเปึนสัดส่วนที่ต้อง เปึนรายได้ให้กับรัฐหรือในแง่ของระยะเวลาสัมปทานที่มีความแตกต่างกัน ทั้งหมดนี้เปึน โครงสร้างที่เราพึงพอใจแล้วหรือไม่ ผมเองส่วนตัวมีความอึดอัดต่อโครงสร้างนี้ และผลที่มีต่อบริการที่มีให้กับทางพี่น้องประชาชนโดยตลอดกว่า ๑๐ ป้ที่ผ่านมา แล้วก็ ได้คาดหวังว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปึนจุดเริ่มตันที่สําคัญในการที่จะนํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงที่สุด สืบเนื่องมาจากการแข่งขันที่มีความเสมอภาค และผมคิดว่าเงื่อนไขส่วนหนึ่งที่พวกเราต้องยอมรับทําให้โครงสร้างของเรามันบิดเบือน ก็คือเงื่อนไขที่เรามีรัฐวิสาหกิจที่ในอดีตเคยให้บริการทางสาธารณะ แต่หลังจากที่ได้เปลี่ยน โครงสร้างมาเปึนบริษัทมหาชนก็มีบทบาทหน้าที่ในการให้บริการในเชิงพาณิชย์ ได้มีบทบาท เพิ่มเติมในฐานะเปึนเจ้าของสัมปทาน เพราะฉะนั้นนอกจากการแข่งขันกับทางเอกชน แล้วมีบทบาทหน้าที่เปึนผู้กํากับดูแลเอกชนเหล่านั้นในระดับหนึ่งอีกต่างหาก ซึ่งบทบาท ของการกํากับดูแลนั้นความจริงตกไปแล้ว ตกไปตั้งแต่เรามี กทช. และแน่นอนที่สุดเมื่อ มี กสทช. จะหมดสภาพของการมีบทบาทในฐานะผู้กํากับดูแลอีกต่อไป แต่ก็เปึนคําถามว่า เมื่อเปึนเช่นนั้นทําไมรายได้ของรัฐที่มาจากสัมปทานยังตกเปึนรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ทั้ง ๒ แห่งนี้อยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าพวกเราเห็นตรงกันว่าโครงสร้างนั้น มีความจําเปึนที่จะต้องแก้ไขพัฒนา ผมก็ต้องมีคําถามให้กับทางกรรมาธิการกรุณาชี้แจงว่า เมื่อเรามีโอกาสในการที่จะนํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยการเปลี่ยนตามมาตรา ๘๔ ในบทเฉพาะกาลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการมอบผลประโยชน์ ที่ได้รับจากสัมปทานให้กับ กสทช. และจาก กสทช. ไปสู่รัฐบาลนั้น ทําไมเราถึงไม่ฉวยโอกาสนี้ ในการที่จะปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว ผมเชื่อว่าคําตอบที่ผมน่าจะได้จากท่านกรรมาธิการหรือ หลาย ๆ ท่านที่เห็นตรงกับข้อเสนอของทางคณะกรรมาธิการร่วมกันในมาตรานี้ก็อาจจะ เปึนว่า ถ้าเราเร่งรัดในการที่จะให้ทางรัฐวิสาหกิจทั้ง ๒ บริษัทโอนรายได้สัมปทานเข้าสู่ รัฐบาลเกือบจะโดยตรง ก็คือเพียงแค่ผ่าน กสทช. แทนที่จะเก็บไว้ใช้เอง ก็อาจจะทําให้ สถานะทางการเงินของทั้ง ๒ รัฐวิสาหกิจนั้นขาดความมั่นคง พูดง่าย ๆ อาจจะอยู่ไม่ได้ ซึ่งในส่วนของตรงนี้ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนก่อนอื่นว่าในหมวกอีกใบหนึ่งของผม ในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ ปัจจุบันก็พร้อมที่จะยืนยันว่าในส่วนของ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังนั้นเราพร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมและกิจการของรัฐวิสาหกิจ โดยทั่วไปอยู่แล้ว มีรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการทางสาธารณะอยู่มากมายที่อยู่ในภาวะขาดทุน ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาให้บริการให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไปไม่ได้ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็คือหนึ่ง ขสมก. ก็คืออีกหนึ่ง ขาดทุนทั้งนั้นครับ แต่เขาก็อยู่ได้ ทุกครั้งที่เขามีความจําเปึนที่จะต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณเขาก็มาขอกับรัฐบาล ขอกับกรรมาธิการงบประมาณ มีการพิจารณาอย่างโปร่งใส และอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็แล้วแต่ ประโยชน์ที่เราคิดว่าการลงทุนครั้งนั้นจะมีกับพี่น้องประชาชนเปึนส่วนรวม แต่ในกรณีของ ทศท. กับ กสท. หรือทีโอทีกับซีเอทีนั้นทําไมเราถึงเห็นเปึนต่าง ทําไมเรามองว่าเขาควร จะต้องมีรายได้ของเขาเปึนการส่วนตัว ที่เขาสามารถที่จะพิจารณาด้วยตัวเขาเองได้ว่าเขา ควรที่จะนํารายได้ส่วนนั้นไปใช้ทําอะไรหรือไม่ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของสภา ประเด็นนี้ ผมต้องขออนุญาตยืนยันว่า ผมไม่เข้าใจตรรกความคิดในส่วนของกรรมาธิการ แล้วก็ อยากที่จะฟังคําชี้แจงจากกรรมาธิการในประเด็นนี้
ในส่วนของ ทศท. และ กสท. ผมต้องขอเรียนย้ําว่าในอดีตอาจจะมีสถานะ ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการทางสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันสถานะนั้น ได้เปลี่ยนไปแล้วทั้ง ๒ องค์กร ณ ปัจจุบันเปึนบริษัทมหาชนมีกิจการที่แข่งขันกับทางเอกชน เพราะฉะนั้นการที่เราให้รายได้ที่จริง ๆ แล้วเปึนรายได้ของรัฐผ่านมือเขาก่อน และให้เขา เปึนคนพิจารณาว่าเขาควรที่จะต้องใช้เงินส่วนนั้นเท่าไร แล้วส่วนที่เหลือค่อยส่งให้กับรัฐนั้น มันเสมือนกับว่าเรากําลังให้บริษัท ๆ หนึ่งที่มีกิจการมีกําไรเปึนเปัาหมายสามารถนําเงิน ของรัฐไปลงทุนในการแข่งขันกับบริษัทเอกชนอื่น ๆ ได้ ผมคิดว่าไม่ถูกต้องครับ คือพูดง่าย ๆ ถ้าสมมุติว่า ทศท. และ กสท. ยังเปึนรัฐวิสาหกิจอยู่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทํายังทํา เพื่อสาธารณประโยชน์อยู่ การที่เขาใช้เงินของรัฐไปสนับสนุนกิจกรรมเหล่านั้นผมคิดว่า เรายังพอพิจารณาได้ แต่การที่กิจกรรมส่วนหนึ่งของเขาตอนนี้เปึนกิจกรรมทางเชิงพาณิชย์ ทําไมเราถึงต้องให้เขาใช้เงินของรัฐไปลงทุนในกิจกรรมทางพาณิชย์ แล้วโดยเฉพาะเปึน การแข่งขันที่ไม่เปึนธรรมกับบริษัทเอกชนบริษัทอื่น ๆ ผมคิดว่าการที่เราปล่อยให้เขายัง สามารถใช้เม็ดเงินส่วนนี้ในวิธีนั้นไม่เปึนธรรม ไม่ใช่เพียงแค่กับบริษัทเอกชนอื่น ๆ ที่เปึนคู่แข่ง แต่ไม่เปึนธรรมอย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนโดยรวมที่เปึนเจ้าของเงินนั้นอย่างแท้จริง ในส่วนของความจําเปึนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขการบริหารจัดการของ ทศท. และ กสท. ผมคิดว่าพวกเราก็ตระหนักดีอยู่แล้ว ณ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่อาจจะไม่มีข้อมูล แต่ว่าถ้านับส่วนแบ่งตลาดการใช้โทรศัพท์โดยรวม ทาง ทศท. ตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนใช้บริการทางโทรศัพท์ก็ใช้บริการของ บริษัทเอกชนเพียงแค่ ๑ ใน ๑๐ ไม่ถึงด้วยซ้ําไปของการโทรศัพท์ทั้งหมดที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ใช้ผ่านบริการของ ทศท. แต่ในขณะเดียวกันจํานวนพนักงานของ ทศท. เท่ากับจํานวน พนักงานของบริษัทเอกชนทุกบริษัทรวมกัน อันนี้ก็เปึนการสะท้อนให้เห็นว่าต้นทุน ในการบริหารจัดการของ ทศท. นั้นสูงและสูงเกินไป อันนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดนะครับ เพราะฉะนั้น ๑ ใน ๑๐ ของจํานวนบริการที่ให้กับประชาชนโดยรวม แต่จํานวนพนักงาน เท่ากับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันสะท้อนให้เห็นว่าเขาควรที่จะต้องเร่งรีบ ในการที่จะปรับฐานบริการ แล้วก็ฐานต้นทุนของทางบริษัท ในส่วนของต้นทุน ค่าใช้จ่าย หารตามหัวพนักงาน ผมขอเรียนว่าในส่วนขององค์การโทรศัพท์ ณ ปัจจุบันอยู่ที่กว่า ๕๐,๐๐๐ บาทต่อพนักงาน ในขณะที่สําหรับบริษัทเอกชนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วขอเรียนว่าสําหรับผู้ที่ให้บริการเกือบจะเหมือนกันกับทาง ทศท. คือบริษัทเอกชนที่ ให้บริการโทรศัพท์ในพื้นที่ต่างจังหวัดคือทีทีแอนด์ที (TT&T) มีค่าใช้จ่ายต่อหัวพนักงาน เท่ากับครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายต่อหัวพนักงานของ ทศท. ผมคนหนึ่งที่อยากจะเห็นต้นทุน เหล่านี้มีการปรับลดลง แต่ผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีแรงผลักดันที่จะต้องปรับปรุง ถ้าเขา ยังสามารถที่จะรับส่วนแบ่งรายได้สัมปทานก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะแบ่งให้กับรัฐเท่าไร
สุดท้ายผมอยากจะเรียนไว้เปึนข้อมูลว่าในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมารายได้สัมปทานของ ทศท. ป้ ๒๕๕๐ สูงถึง ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทราบไหมว่าสุดท้ายแล้วเขาแบ่งให้กับรัฐ เท่าไร เขาแบ่งให้กับรัฐจาก ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทเพียงแค่ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ รายได้ สัมปทาน ทศท. ๒๓,๐๐๐ ล้านบาทแบ่งให้กับรัฐเพียง ๕,๕๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท ป้นั้นไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วเอาไปใช้ทําอะไรและคุ้มค่าต่อการใช้เม็ดเงินส่วนนั้นหรือไม่ ป้ ๒๕๕๒ รายได้สัมปทาน ๒๑,๔๐๐ ล้านบาท ป้นี้แบ่งให้กับรัฐเพียงแค่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในแต่ละป้แบ่งให้กับรัฐเพียงแค่ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้สัมปทานทั้งหมดที่บริษัท ได้รับ ขอถามหน่อยครับว่าในช่วงป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ทศท. ได้ทําอะไรที่เข้าตา ประชาชนในแง่ของการใช้เม็ดเงินลงทุนนั้นบ้าง มีใครมีระดับความพึงพอใจในบริการที่ได้รับจาก ทศท. เพิ่มขึ้นในช่วงนั้น คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ คือผมเรียนในฐานะที่ผมก็ไม่ได้เปึน ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในส่วนของตัว ทศท. เอง แต่ผมมั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกเอง น่าที่จะอยากมีโอกาสพิจารณาในชั้นสภาผ่านกรรมาธิการงบประมาณว่าการลงทุน แต่ละครั้งของ ทศท. นั้นคุ้มค่าต่อเงินภาษีของประชาชน คุ้มค่าต่อในแง่ของพี่น้องประชาชน หรือไม่ อย่างไร ไม่ได้ให้ ทศท. หรือคณะกรรมการ ทศท. พิจารณาด้วยตนเอง ก็อยากที่จะ ขอฟังคําชี้แจงในส่วนของกรรมาธิการในประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ