อานิก อัมระนันทน์ หารือเรื่องการรักษาความลับและความเป็นกลางในการประชุมของคณะกรรมาธิการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการค้าขายที่มีการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม และเรียกร้องให้กรอบการใช้อํานาจอยู่ในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และเสนอแนวคิดในการปฏิบัติเพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยเฉพาะการประชุมลับและการเซ็นชื่อรับรองไม่มีส่วนได้เสีย และเสนอการกรองข้อมูลเพื่อป้องกันการหาประโยชน์ และการรับรู้ข้อมูลในระหว่างประชุมของรัฐวิสาหกิจ เพื่อป้องกันการทุจริต
ท่านประธานคะ ขอบพระคุณค่ะ
มาตรา ๘/๑ บุคคลที่ได้รับหนังสือขอให้ส่งเอกสาร หรือเชิญมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นตามมาตรา ๖ หรือได้รับคําสั่งเรียกตามมาตรา ๗ อาจพิจารณาส่งเอกสาร หรือให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น แล้วแต่กรณี เท่าที่ไม่กระทบกับความปลอดภัย ประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน หรือการแข่งขันทางการค้าที่สําคัญ
ในกรณีที่คณะกรรมาธิการเห็นสมควร หรือบุคคลตามวรรคหนึ่งแจ้งว่า เอกสาร ข้อเท็จจริง หรือความเห็นที่จะได้มาตามมาตรา ๖ หรือมาตรา ๗ แล้วแต่กรณี อาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าที่สําคัญ ให้ประธานคณะกรรมาธิการดําเนินการ ประชุมในวาระนั้นเปึนการประชุมลับ และจัดให้กรรมาธิการและบุคคลที่เข้าร่วมประชุม ทั้งหมดลงชื่อในบันทึกรับรองว่าตนมิได้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กําลังจะพิจารณา หากมี บุคคลใดไม่ลงชื่อโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือระบุว่าตนอาจมีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว ห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวเข้าร่วมประชุมในวาระนั้น และห้ามมิให้รับรู้ข้อมูลดังกล่าว จากกรรมาธิการ และบุคคลที่เข้าร่วมประชุมไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
อันนี้เปึนคําขอสงวนความเห็นของดิฉันนะคะ ดิฉันขอชี้แจงอธิบายว่าทําไมถึงได้ เสนอความเห็นใน ๒ วรรคนี้นะคะ เหตุผลก็คือเพื่อให้เกิดความพอดีความพอเหมาะพอควร ของการใช้อํานาจคําสั่งเรียก ให้เกิดความพอดีของการเป่ดเผยข้อมูลเพื่อเปึนหลักประกันว่า จะมีการใช้อํานาจโดยสุจริตโดยไม่มีอคติใด ๆ เหตุผลที่ดิฉันจะนําเสนอเรื่องนี้เปึน ๒ ระดับ
เหตุผลที่ ๑ เปึนภาพใหญ่ก็คือเพื่อให้การใช้อํานาจนี้อยู่ในกรอบเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญในส่วนของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๕ ในร่างพระราชบัญญัติ คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... นี้ได้ให้ ข้อยกเว้นในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าเปึนเรื่องของความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญ ของแผ่นดิน แต่ว่าท่านประธานคะ ข้อยกเว้นอันนี้ค่อนข้างจะกว้างและใหญ่จนอาจจะ ละเลยประเด็นทางเศรษฐศาสตร์หรือประเด็นทางการค้า ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ตีกรอบไว้ในรูป ของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๔/๑ ดิฉันขออ่านสั้น ๆ สนับสนุนระบบ เศรษฐกิจแบบเสรีและเปึนธรรม มาตรา ๘๔ (๕) กํากับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขัน อย่างเสรีและเปึนธรรม เพราะฉะนั้นมันก็จะเปึนการตีกรอบ ในเชิงเศรษฐศาสตร์ดิฉันว่า ท่านสมาชิกทุกท่านต้องตระหนักว่าร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... อันนี้อาจจะมีผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเสรี และเปึนธรรมได้ เพราะว่ามาตรา ๕ พูดถึงว่าคณะกรรมาธิการมีสิทธิเรียกบุคคลใด ๆ ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนด้วย นอกจากนี้ภาครัฐก็เปึนผู้จัดซื้อจัดจ้างรายใหญ่ อาจจะใหญ่ ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติก็สามารถบังคับใช้กับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสมัยนี้ก็มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่ต้องแข่งขันในตลาดที่เสรีด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้ เปึนกรอบของการใช้อํานาจซึ่งดิฉันคิดว่าควรจะต้องอยู่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ปกปัองให้มีการค้าขายที่มีการแข่งขันที่เสรีและเปึนธรรม
ทีนี้เหตุผลที่ ๒ ซึ่งอาจจะจําเพาะเจาะจง ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความเสี่ยง ของการใช้อํานาจโดยมิชอบเพื่อจะจํากัดปัญหาแล้วก็ลดความเสี่ยงของการหาประโยชน์ จากการเรียกข้อมูล เช่นสิ่งที่เปึนความลับทางการค้า ความเสี่ยงดังกล่าวนี้เกิดได้จาก การที่กรอบอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสามัญมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก รัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดอํานาจหน้าที่ของสภาและร่าง พ.ร.บ. นี้ก็ไม่ได้ให้คําจํากัดความ ของอํานาจที่อ้างถึงในมาตรา ๔ แม้จะเปึนที่เข้าใจกันว่าเปึนไปเพื่อการตรวจสอบ และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ์ายบริหาร แต่ว่าในทางปฏิบัติก็ได้มี การเรียกข้อมูลที่ล้วงลึกในรายละเอียด โดยมูลเหตุแห่งการเรียกอาจจะไม่ได้โยงไปถึง การตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ์ายบริหารแต่อย่างใด อันนี้เปึนสิ่งที่เข้าใจว่า เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ที่ผ่านมา แล้วก็สื่อมวลชนก็ชอบที่จะกระพือข่าวเรื่องแบบนี้ด้วยเช่นกัน ในทางปฏิบัติอีกปัจจัยหนึ่งของความเสี่ยงต่อการหาประโยชน์ เกิดจากธรรมเนียมปฏิบัติของสภาที่มีการแต่งตั้งผู้มีส่วนได้เสียในทางธุรกิจมาเปึนที่ปรึกษา ในคณะกรรมาธิการสามัญต่าง ๆ ในกรณีของวิสามัญอาจจะน้อยหน่อย แต่ในกรณี คณะกรรมาธิการสามัญนี่ค่อนข้างจะเปึนธรรมเนียมปฏิบัตินะคะ ซึ่งการกระทําแบบนี้ อาจจะไม่ได้ผิดกฎระเบียบอะไร แต่ในเชิงภาพลักษณ์เพียงแค่มีตําแหน่งในคณะกรรมาธิการ ก็ทําให้เขามีความได้เปรียบอยู่แล้ว เทียบกับผู้แข่งขันในเชิงภาพลักษณ์ ทําให้ดูเหมือนว่า มีอิทธิพลเหนือคู่แข่งขัน และในทางปฏิบัติโดยเฉพาะเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาใหม่ แล้วก็จะเปึนการให้โอกาสที่ผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจสามารถที่จะเอาเปรียบหรือกีดกัน หรือกลั่นแกล้งคู่แข่งได้ หากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีการเพิ่มเติมข้อความที่ดิฉัน ได้สงวนความเห็นไว้นะคะ ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าถ้าเผื่อครอบครัวของดิฉัน ดิฉันเปึน กรรมาธิการครอบครัวของดิฉันทําธุรกิจ อันนี้ยกตัวอย่างเฉย ๆ นะคะ ว่าครอบครัวดิฉัน ทําธุรกิจโทรศัพท์มือถือ แล้วคณะกรรมาธิการของดิฉันเรียกบริษัทคู่แข่งมาถามโน่นถามนี่ ข้อมูลล้วงลึกต่าง ๆ ในกรณีนี้ก็อาจจะทําให้ดิฉันได้เปรียบ แล้วก็คู่แข่งขันก็จะเสียเปรียบ หรือกรณีที่เคยได้ยินก็จะมีการขอดูสัญญาทางการค้าที่เปึนความลับ โดยที่ตัวแทนของ คู่แข่งขันของคู่สัญญานั้นเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการนั้นด้วย เพราะฉะนั้นความเสี่ยงนี้ ก็จะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้มีการแข่งขันที่เสรีและเปึนธรรม โดยเฉพาะในกรณีมาตรา ๑๔/๑ ซึ่งเรายังไปไม่ถึงนะคะ แต่ว่ามาตรา ๑๔/๑ จะมี การปกปัองผู้เป่ดเผยข้อมูล ซึ่งถึงแม้จะเป่ดเผยโดยสุจริตใจแต่ก็อาจจะตกเปึนเครื่องมือ ของการหาประโยชน์ได้
ท่านประธานคะ ในวรรคสองที่ดิฉันเสนอก็จะเข้าไปลึกถึงแนวการปฏิบัติ เพื่อที่จะปกปัองไม่ให้เกิดการใช้อํานาจในทางมิชอบนะคะ ก็คือในส่วนของการให้มี การประชุมลับ แล้วก็การเซ็นชื่อรับรองว่าตนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับเรื่องที่กําลังพิจารณา หรือจะรับข้อมูล ทั้งในกรณีของตัวกรรมาธิการเอง แล้วก็ที่ปรึกษา แล้วก็บุคคลอื่นที่อยู่ในที่นั้น เหตุผลก็เพื่อจะปัองกันการหาประโยชน์ไม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีโอกาสที่จะได้ข้อมูลอันนี้ จะเปึนการกรองขั้นแรกอย่างมีนัยสําคัญ แล้วก็จะแตกต่างจากข้อความที่มีอยู่แล้ว ในร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการที่ระบุโทษ ในกรณีที่มีการเป่ดเผยข้อมูล ภายนอกของคณะกรรมาธิการโดยมิได้เปึนไปตามหน้าที่ราชการ อันนี้เปึนการกันไว้ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายนะคะ จากประสบการณ์ของสังคมไทยการมีบทลงโทษ ซึ่งก็มี ระบุไว้ในมาตรา ๑๔/๒ มาตรา ๑๕/๑ การจะมีบทลงโทษไม่ได้เปึนการช่วยในการปัองกัน การกระทําที่ทุจริตเสมอไป แล้วก็บ่อยครั้งไม่ได้ปัองกันเลย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่า น่าจะทําการกรองไว้ไม่ให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ต้น จึงได้เสนอการสงวนคําแปรญัตติเหล่านี้
ทั้งนี้ ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เสนอนี้เปึนไปตามมาตรฐานของธรรมาภิบาล ซึ่งเปึนหลักการที่ใช้แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน เช่น ในกรณีการประชุมของรัฐวิสาหกิจ ผู้มีส่วนได้เสียก็จะต้องไม่เข้าประชุมนั้น ๆ แล้วก็ไม่รับรู้ข้อมูล หรือในเชิงของกฎหมาย แม้แต่ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่กําลังอยู่ในขั้นตอนของ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ก็จะมีมาตราหนึ่งที่ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า ผู้ที่มีส่วนได้เสีย กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมในกรณีนั้น ๆ ที่เกิดขึ้น ดิฉันจึงเรียนเสนอท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าน่าจะมีการตีกรอบ ในประเด็นของทางด้านเศรษฐศาสตร์หรือทางด้านการค้า เพื่อปกปัองให้มีการแข่งขันที่เสรี และเปึนธรรมไม่ให้มีการได้เปรียบจากการเปึนส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการ แล้วก็เปึน เหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดการอาจจะเปึนการทุจริตหรือการขู่เข็ญ การกลั่นแกล้งต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็เปึนสิ่งที่สาธารณชนเกรงกลัว แล้วสื่อมวลชนหลายฉบับก็ได้มีบทความว่าควรจะต้อง ระวังกฎหมายคําสั่งเรียกในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าถ้าเผื่อทางสภารับข้อเสนอ ของดิฉันก็จะเปึนการอุดช่องโหว่ตรงนี้ แล้วก็ทําให้กฎหมายนี้มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีการ ใช้งานได้อย่างเปึนธรรม ขอบพระคุณค่ะ