ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงในมาตรา 8 ของร่างกฎหมาย โดยไม่เห็นด้วยกับการตัดออกของคณะกรรมาธิการ และขอให้ท่านประธานชี้แจงเพื่อความชัดเจน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในร่างมาตรา ๘ ที่คณะกรรมาธิการตัดออก กระผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมมีส่วนที่จะไม่เห็นด้วยกับการตัดออก ของคณะกรรมาธิการ เพราะตัดออกแล้วผมจะขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการนะครับ ในร่างเดิมเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ
มาตรา ๘ ในกรณีที่คณะกรรมาธิการมีมติให้ออกคําสั่งเรียกตามมาตรา ๗ ให้ประธานคณะกรรมาธิการออกคําสั่งเรียกให้บุคคลนั้นจัดส่งเอกสาร หรือมาแถลง ข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นด้วยตนเองต่อคณะกรรมาธิการภายในเวลาที่คณะกรรมาธิการ กําหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่ออกคําสั่งเรียก
คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่งต้องระบุอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เหตุผล ประเด็น ข้อซักถามที่เกี่ยวข้องและผลบังคับตามพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๗ ผมไม่เถียงครับ วรรคสองนี้เขียนจริงมาเขียนเปึนวรรคสามของมาตรา ๗ คําสั่งเรียกตามวรรคหนึ่งต้องระบุ เหตุผลอะไรต่าง ๆ แต่ประเด็นการกําหนดระยะเวลาหรือการแสดงเรื่องความจําเปึนต่าง ๆ ท่านไม่ได้เขียนไว้ ท่านจะไปอ้างบอกว่าเขียนไว้ในมาตรา ๖ ถ้าอ้างมาตรา ๖ หรือมาตรา ๖/๑ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาในช่วงการพิจารณามาตรา ๗ คณะกรรมาธิการไปตัดวรรคท้ายออก ซึ่งก็สมควรต้องตัดออกครับเพราะเขียนแล้วสับสนมาก ผมเข้าใจว่าในวรรคท้ายท่านจะเขียนว่า ให้นําความมาตรา ๖ วรรคสามและมาตรา ๖/๑ วรรคสองและวรรคสามมาใช้โดยอนุโลม น่าจะเปึนอย่างนั้น แต่เผอิญว่าท่านตัดออกปุ็บ สิ่งที่น่าเปึนห่วงก็คือมาตรา ๖ เปึนเรื่อง การเชิญครับ แต่มาตรา ๗ เปึนคําสั่งเรียก ถ้าท่านไม่ระบุเอาไว้ว่า ท่านจะให้เวลาเขาอย่างไร เขาปฏิบัติอย่างไร ในมาตรา ๗ ท่านก็ไม่เขียนเอาไว้จะให้เขาทําอย่างไร ท่านจะเอามาตราไหนไปบังคับเขาว่า เขาจะต้องมาภายในเท่าไร ระยะเวลาเท่าไร กําหนดไหม คือท่านเขียนแล้วมันทําให้เกิด ความสับสนครับ มาตรา ๖ ว่าด้วยการเชิญ ท่านกําหนดระยะไว้ตามที่กรรมาธิการกําหนด ส่งผู้อื่นมาแทนก็ได้ในมาตรา ๖/๑ นั่นคือเรื่องเชิญ แต่พอมาตรา ๗ เปึนออกคําสั่ง เมื่อเชิญไม่มาแล้วออกคําสั่ง พอออกคําสั่งแล้วท่านเองไปตัดมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ ออก ซึ่งเปึนสาระสําคัญในเรื่องของคําสั่งเรียกโดยเฉพาะ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการที่ดูในรายละเอียดเรื่องนี้ ช่วยดูสักนิดหนึ่ง ถ้าท่านไปตัด ผมขออนุญาตก้าวล่วงไปนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะเปึนเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกัน มาตรา ๘ ตัดออกครับ มาตรา ๙ ท่านบอกว่าเอาไปเขียน ในมาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ผมก็ไปดูมาตรา ๖ กับมาตรา ๖/๑ นั่นเปึนสาระของหนังสือเชิญครับ และเรื่องสาระของคําสั่งเรียกท่านจะเอามาตราอะไร ไปบังคับเขา ถ้าเขาไม่ดําเนินการตามที่ท่านบอก เช่น ไม่กําหนดเวลาให้เขา ไม่ยอมที่จะ ลดหย่อนผ่อนโทษให้เขา ชี้แจงเปึนลายลักษณ์อักษรเหมือนกับที่ท่านเขียนรองรับ ในมาตรา ๙ เหมือนกับท่านเขียนรองรับในมาตรา ๖/๑ กับมาตรา ๖ วรรคสอง วรรคสามไว้ พอออกคําสั่งเรียกไม่เป่ดโอกาสให้เขาชี้แจงเลย เพราะฉะนั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการ ควรจะชี้แจงเรื่องนี้นะครับ สมาชิกจะได้ไม่สับสน ผมเองสับสนมาก
ประการที่ ๒ ในการอภิปรายของสมาชิก กรรมาธิการตัดออก กรรมาธิการ แก้ไข สมาชิกมีสิทธิอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ แต่มิไม่ได้หมายความไปอภิปราย ในคําแปรญัตติของสมาชิกคนอื่นเขา เมื่อสักครู่ผมไม่ท้วงท่านประธาน เพราะท่านประธาน วินิจฉัยผมถือท่านวินิจฉัยแล้วเด็ดขาด เพราะคุณหมอประสิทธิ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ประท้วง ท่านวินิจฉัยว่ามันเกี่ยวเนื่องโดยอนุโลม เพราะมันมาตรา ๘ เหมือนกัน แต่มันมาตรา ๘/๑ กล้อมแกล้มได้ครับ แต่ถ้าสมมุติว่าจะกลับมาโหวตของท่านอานิก มาตรา ๘ ในร่างกรรมาธิการไม่มีนะครับ สาระของมาตรา ๘ กับของท่านอานิกก็แตกต่าง กันอีก สาระของท่านอานิกมันเรื่องของมาตรา ๗ ทําไมท่านไม่เขียนมาตรา ๗/๑ ล่ะครับ เกิดโหวตชนะมามันจะได้เปึนมาตรา ๘ ในกฎหมายจริง ใช่ไหมครับ มาเขียนมาตรา ๘ แล้วมาตรา ๘ ที่นี่ตัดออกไปหมดแล้ว ลักษณะอย่างนี้มันสับสนมาก ท่านประธานครับ ผม ๒ ประเด็น ประเด็นหลังไม่ต้องชี้แจง เอาประเด็นแรก ๓ มาตรา ที่ท่านตัดออก ท่านเอาไปไว้ตรงไหน ตอบชี้แจง ขอบคุณท่านประธานครับ