สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรา 7 ที่กำหนดอายุสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้ตรวจสอบการเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ นอกจากนี้เขายังพูดถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการขยายอายุของคณะกรรมการ โดยถามว่า การขยายเวลานั้นเป็นเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้เห็นรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ผมได้เห็นในมาตรา ๗ ซึ่งผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านผู้ซึ่งอภิปราย จบไปเมื่อสักครู่ เพราะผมเห็นว่าที่ท่านไปแก้ไขในส่วนของวุฒิสภาจากอายุ ๖๕ ป้ เปึน ๗๐ ป้บริบูรณ์นั้นจะมากเกินไปหรือไม่ ผมเข้าใจดีอยู่ครับว่าวุฒิสภานั้นหมายถึง สภาสูง หรือถ้าพูดอีกทีก็ความหมายชาวบ้านคือสภาผู้เฒ่า สภาผู้สูงอายุจะขยายจาก ๖๕ ป้เปึน ๗๐ ป้ ผมคิดว่ามันจะหนักหนาสาหัสเกินไปไหมสําหรับการทําหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะถามว่าเมื่อท่านอายุ ๖๐-๗๐ ป้ ตามกฎหมายท่านจะได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท กรรมการที่จะเข้ามาเปึนจะรับเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาทอีกหรือไม่ครับ ท่านประธานครับ บางท่านอาจจะเห็นว่าเปึนเรื่องที่น่าขบขัน แต่เงิน ๕๐๐ บาทสําหรับพี่น้องประชาชนคนยากจนนั้นมีความหมายครับ แล้วถ้าคณะกรรมการที่จะมาเปึนคณะกรรมการชุดนี้ยังเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาทอีก ผมก็คิดว่าเงินเดือนที่ท่านได้เดือนละเปึนแสน ๆ บาทนั้นจะเปึนการเอาเงินจากหลวง มากเกินไปหรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมเห็นว่าที่ท่านสมาชิกวุฒิสภา ไปแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๘๔ ที่ท่านแก้ไขเพิ่มเติมจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ ในเรื่องของการให้ รัฐวิสาหกิจนํารายได้จากผลประกอบการในส่วนที่รับอนุญาตต่าง ๆ นั้นนําส่งเข้าเปึน รายได้แผ่นดิน เดิมกฎหมายกําหนดไว้เพียง ๑ ป้ ท่านไปขยายเปึน ๓ ป้ ท่านขยายไป ทําไม และเงินจํานวนดังกล่าวนั้นไปอยู่ที่รัฐวิสาหกิจที่ท่านก็ทราบท่านก็รู้อยู่แล้วว่าคือ หน่วยงานใดครับ ซึ่งถ้าว่าไปแล้วนั้นการใช้จ่ายเงินของรัฐวิสาหกิจดังกล่าวก็เปึนที่น่า เคลือบแคลงสงสัยในหมู่พี่น้องประชาชน ผมจึงเห็นว่าการที่ท่านขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้ เปึน ๓ ป้เปึนการฝากเนื้อไว้กับเสือ ในภาวะที่เงินคงคลังของรัฐบาล หรือเงินที่รัฐบาลจะต้อง นํามาใช้จ่ายในการที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องต่าง ๆ หรือในการบริหาร ประเทศ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเปึนจํานวนมากนั้นก็ต้องพึ่งพาเงินจากภาษีต่าง ๆ และการที่ วุฒิสภาไปเสนอขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ ผมมองว่าเปึนการเอื้อประโยชน์ต่อ รัฐวิสาหกิจ ทําไมเมื่อได้เงินมาแล้วทําไมไม่รีบนําเข้าเปึนรายได้ของแผ่นดิน เปึนรายได้ ของประเทศชาติ เปึนรายได้ของรัฐบาล ท่านไปขยายระยะเวลาจาก ๑ ป้เปึน ๓ ป้ แล้วถามว่าใครได้ประโยชน์ และในช่วงที่ขยายระยะเวลาไป ดอกเบี้ยไปอยู่ที่ไหน ดอกเบี้ย ดังกล่าวนั้นจะได้กับรัฐบาล ได้กับกระทรวงการคลังหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงองค์กรรัฐวิสาหกิจในส่วนความรับผิดชอบองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยก็มีเรื่อง การทุจริตมากมายหลายประการ โดยเฉพาะในโครงการ ๔๗๐ ผมคิดว่าผู้รับผิดชอบก็ต้อง ไปทําการชําระสะสางการทุจริตต่าง ๆ ในองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ โครงการ ๔๗๐ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราก็ไม่อาจที่จะไว้วางใจได้ว่า เมื่อเงินจํานวนมหาศาลที่ กสทช. ได้รับจากผู้ประกอบการ ได้รับจากรัฐวิสาหกิจ จะไปตกถึงมือ ของแผ่นดินจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่วุฒิสภาท่านไปขยายเวลาเพิ่มเติม ดังกล่าวนั้น ผมสงสัยเปึนอย่างยิ่งและต้องการคําตอบที่ชัดเจนให้กับสภาผู้แทนราษฎร และโดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยเลยในการที่จะขยายเวลาการนําเงินรายได้ที่จะเข้าสู่แผ่นดิน โดยเร็วภายใน ๑ ป้ คือพ้นจาก ๑ ป้ไปแล้วเมื่อ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับเอาเงินเข้าสู่แผ่นดิน แต่ท่านขยายไปถึง ๓ ป้ซึ่งทอดเวลาเนิ่นนานออกไปนั้น ผมสงสัยว่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ ทับซ้อนเข้ามาในประเด็นนี้หรือไม่

ส่วนประเด็นข้างต้นที่ผมได้เกริ่นมานั้นคือการที่ท่านจะให้มีคณะกรรมการ มีอายุถึง ๗๐ ป้ ผมก็ไม่ติดใจสักเท่าไรนะครับ ก็ขอกราบเรียนถามท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการร่วมกันได้โปรดชี้แจงให้ชัดเจนให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจด้วยว่า การที่ต้องขยายเวลานั้นท่านขยายเวลาเพื่อใคร เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ หรือเพื่อประโยชน์ของใครในรัฐวิสาหกิจบางแห่ง