สุกิจ อัถโถปกรณ์ พูดถึงกฎหมายเกี่ยวกับกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการล็อกสเปกและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องศาสนาและจริยธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมในการตัดสินใจ และเสนอให้ถอนข้อสังเกตออกจากกฎหมายนี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้สักเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากเปึนกฎหมายที่สําคัญ ของประเทศชาติในยุคไอที (IT) แล้วก็เปึนกฎหมายที่ใช้เวลามากทีเดียวในการพิจารณา จนถึงวันนี้เสร็จมาได้ก็น่าชื่นชมนะครับ ผมเข้าใจคณะกรรมาธิการดีครับ ในเรื่องการดูแล กฎหมายแบบนี้ต้องใช้ความสามารถมากทีเดียว แล้วก็ยากทีเดียวนะครับ ต้องขอชมเชย ไว้ด้วย แล้วก็เช่นเดียวกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดไปแล้วนะครับ เมื่อกฎหมายฉบับนี้ ออกมาใช้แล้วผมหวังว่าทุก ๆ อย่าง หลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวกับเรื่องของสื่อก็คงจะดีขึ้น อย่างเช่นความวิตกกังวลของเพื่อนสมาชิกที่เกี่ยวกับทีวีครับ ทีวีผ่านดาวเทียมเดี๋ยวนี้ มันมากมายเหลือเกินครับท่านประธาน แล้วก็ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อยจะมีสาระ จะเปึน รายการมิวสิควิดีโอ (Music video) อะไรอย่างนั้นเสียส่วนมาก แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือ เรื่องของพิธีกรดูแล้วน่ากลัวนะครับ ไม่รู้ว่าผ่านการคัดเลือกมาได้อย่างไรนะครับ มักจะมี เรื่องของความเบี่ยงเบนทางเพศ การแต่งกายก็ดูประหลาด ๆ ครับ เหมือนกับไม่รู้ว่า ขุดมาจากขุมไหน ดูแล้วก็น่าเปึนห่วง เรื่องของวิทยุชุมชน ซึ่งปัจจุบันนี้ผมเคยพูดว่า คลื่นวิทยุชุมชนมากพอ ๆ กับคลื่นในทะเลเลยครับ เดี๋ยวนี้เป่ดไปตรงไหนคลื่นก็ทับกัน บางทีคลื่นสําคัญที่พี่น้องประชาชนอยากได้รับรู้ข่าวสารของทางราชการกลับโดนคลื่นของ วิทยุชุมชนแทรกแซง เพราะว่าส่วนใหญ่มักจะไม่อยู่ในกรอบที่เขากําหนดให้หรอกครับ ว่าต้องใช้ความถี่อะไร เท่าไร มักที่จะใช้แรงกว่านั้น เรื่องของโทรศัพท์มือถือความวิตกกังวล ของเพื่อนสมาชิก ผมก็เห็นด้วยครับ คือเรื่องของบัตรเติมเงิน เมื่อเช้าผมก็ไปซื้อครับ ผมก็รู้สึกสงสัยมาตลอดว่าเวลาเราซื้อ ๓๐๐ บาท รู้ได้อย่างไรว่ามันคือ ๓๐๐ บาท วัดกันตรงไหน อันนี้ก็คือความวิตกกังวลว่าเรื่องแบบนี้หลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ออกมาแล้วก็คงจะดีขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ ส่วนสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือเรื่องของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ หรือ กสทช. นะครับ ซึ่งกําหนดไว้ ๑๑ คน ในกฎหมายเขาเขียนไว้ดีมากนะครับ ว่าประกอบด้วยผู้ที่มีผลงาน แล้วก็มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ด้านต่าง ๆ ซึ่งกําหนดอยู่ในมาตรา ๖ หลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ มี (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ผมเห็นด้วย เขียนไว้ได้ดีมากทีเดียว แล้วเมื่อมาดูขั้นตอนของการได้มาซึ่ง กสทช. หรือคณะกรรมการแล้วนะครับ ก็ดูแล้วว่าค่อนข้างจะรัดกุมมากทีเดียวครับ ต้องขอชมเชยด้วย คือคิดว่าใครได้เปึนนี่ต้องถือว่าสุดยอดจริง ๆ ถึงจะผ่านการคัดเลือกออกมาได้ ดูแล้วก็คือ ยากที่ใครจะเข้าไปแทรกแซงอะไรได้ จริง ๆ แล้วไม่ควรที่จะมีใครเข้าไปแทรกแซงด้วยครับ เรื่องแบบนี้นะครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติหรือที่ชอบอ้างกันก็คือเรื่องของความมั่นคง ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะมีการมาล็อกสเปกหรืออะไรกันนะครับ แต่เมื่อมาอ่านข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการแล้วผมก็ตกใจครับ ปรากฏว่าข้อเสนอ หลาย ๆ ข้อของท่านนี่อาจจะเปึนความหวังดี แต่ดูแล้วก็เหมือนกับท่านไปเสนอแนะให้มี การล็อกสเปกครับ เช่นเดียวกับที่ท่านบุญยอดได้พูดไปแล้วบางส่วน ผมก็ไม่ทราบว่า ก่อนจะเขียนเปึนข้อสังเกตนี่ท่านได้พูดจาตกลงกันดีหรือเปล่าครับ หรือว่าเพียงแต่ปรารภ ๆ กัน แล้วก็ใครคนใดคนหนึ่งก็เอาแค่มาร่างแล้วก็เสนอต่อสภา อย่างเช่นเรื่องของข้อกําหนดที่ว่า ให้ กสทช. มีผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ เขียนไว้ดีแล้วครับ กว้างดีแล้วครับ ทําไมต้องมาล็อก ท่านต้องมาเสนอแนะนะครับว่าต้องเปึนด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินและการธนาคาร สําคัญอะไรครับ คนที่เรียนเศรษฐศาสตร์ทุกคนมีความรู้ เศรษฐศาสตร์ทุกคนเขาชัดเจนเรื่องแบบนี้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องเปึนห่วงอยู่แล้ว ไม่ต้องไปนึกถึงใครคนใดคนหนึ่งหรอกครับ เขียนให้มันกว้าง ๆ ดีแล้ว เช่นเดียวกันเรื่องของความมั่นคง ผมว่าทุกคนมีจิตสํานึกเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว คนที่มีความรู้ทุกคน คนไทยทุกคนรู้อยู่แล้วว่าความมั่นคงของประเทศชาติเปึนอย่างไร มีด้วยหรือครับผู้เชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคงอยู่ที่ไหนครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทําไมต้องมาเสนอแนะว่าเมื่อไม่ได้กําหนดให้ผู้แทนด้านความมั่นคงเปึนหนึ่งในองค์ประกอบ ของ กสทช. จึงควรสนับสนุนให้ กสทช. แต่งตั้งผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้และมีความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐเข้าร่วมเปึนอนุกรรมการของ กสทช. ด้วย ท่านนึกถึงใครอยู่ในใจหรือครับ ไม่ควรนะครับ ไม่ควรทําแบบนี้ครับ
อีกข้อหนึ่งเรื่องของศาสนา ทุกคนก็นับถือศาสนา ทุกคนก็มีจริยธรรม มีคุณธรรม รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว โดยเฉพาะคนที่ได้รับการกลั่นกรองเข้าไปแบบที่ผมบอก เมื่อสักครู่ครับว่ายากลําบากถือว่าสุดยอด ทุกคนต้องมีอยู่แล้วครับเรื่องของคุณธรรม ทําไมต้องไปบอกว่าต้องมีผู้แทนจากด้านการศาสนาด้วยครับ อันนี้ท่านนึกถึงใคร อีกหรือเปล่าครับ คือถ้ามองในด้านของความหวังดีแล้วนี่ก็คือความหวังดีของท่าน ที่อยากจะให้มันชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น แต่ว่าถ้ามองอีกด้านหนึ่งนี่เปึนความรู้สึกไม่สบายใจ ของสมาชิกหลายท่านที่อยู่ฝัืงนี้นะครับ ที่เราได้อ่านคือเราอ่านจริงจังแล้วก็คิดจริงจัง แล้วก็เห็นว่ามันไม่น่าที่จะเขียนลงไป ท่านกรรมาธิการครับ ท่านทํากฎหมายฉบับนี้ ด้วยความยากลําบาก แล้วก็ผมชมเชยว่าท่านทําได้ดีมากจริง ๆ ครับ แต่เมื่อมาถึงข้อสังเกต มันก็เปึนแบบที่ผมพูด ฉะนั้นเอาอย่างนี้ได้ไหมครับว่ากฎหมายนี่ไม่มีปัญหาทุกคนผ่าน ชมเชยท่านครับ แต่เรื่องข้อสังเกตท่านถอนออกดีไหมครับ ถอนออกเสียทั้งหมดดีกว่านะครับ คือสมาชิกได้อ่านแล้ว เขาได้ความคิดแล้วแต่ไม่ต้องมาโหวตกันอย่างนั้นได้ไหมครับ ก็คือ ให้ท่านช่วยถอนออกคือข้อสังเกตนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ