รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๑๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ผมว่าเรื่องนี้ถ้าท่าน จะกรุณาทําเปึนเอกสารมาจะดีขึ้นครับ จะได้ทําสะดวกขึ้นนะครับ
ระเบียบวาระต่อไป เปึนระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อ ที่ประชุม
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้รับทราบรายงาน จํานวน ๔ เรื่อง
ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจําป้ของหน่วยงานต่าง ๆ จํานวน ๔ เรื่อง คือ
๑. รายงานกิจการประจําป้ งบดุล งบกําไร และขาดทุน ของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
๒. รายงานการสอบบัญชีกองทุนพัฒนาสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ
๓. รายงานประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒
๔. รายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เชิญท่านจุติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ว่า ท่านประธานให้ไล่ทีละรายงานหรือว่าท่านจะเหมายําครับ
ที่แจ้งให้ทราบ หมายความว่าที่วุฒิสมาชิกได้ผ่านรับทราบไปแล้วนะครับ แจ้งเพื่อทราบ
อันนี้พวกผมมีสิทธิซักไหมครับ อย่างงบดุลประจําป้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า ผมก็น่าจะมีสิทธิซักถามได้ นะครับ
กระผมว่ามันมีในระเบียบ วาระต่อไป
ในระเบียบวาระต่อไปหรือครับ
ครับ
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
คราวที่แล้วนะครับ คุณเทพไทไปไหนก็ไม่ทราบ เปึนคนเสนอต่อสภาให้มีการเลือกรองประธานสภาผู้แทน ราษฎร คนที่หนึ่ง ท่านยังติดใจอยู่หรือไม่ครับ เชิญครับท่านสาทิตย์
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเราก็ เริ่มการประชุมก่อนเวลานะครับวันนี้ ตามนาฬิกาของสภาเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานเป่ด ประชุมก่อนถึงเวลาจริง ๆ ประมาณ ๕ นาทีนะครับ ความจริงผมก็ประสานงานกันอยู่กับ ฝ์ายรัฐบาลว่าตกลงระเบียบวาระนี้จะเปึนอย่างไร จริง ๆ ได้รับการประสานเบื้องต้นว่า จะมีการขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องอื่น ๆ คือการเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ขึ้นมา แต่ว่าผมก็ไม่ทราบว่าทางฝ์ายรัฐบาลจะเปึนผู้เลื่อนหรืออย่างไร เพราะความจริงเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่มีประโยชน์ของสภาเอง ในฐานะที่ว่าเมื่อตําแหน่งใด ตําแหน่งหนึ่งขาดไป ก็ควรจะมีผู้มาทําหน้าที่แทน และระเบียบวาระนี้ความจริงก็ค้าง ระเบียบวาระมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่ง ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ คือ คุณเทพไท ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านก็เสนอเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นความจริงแล้ว ถ้าท่านฝ์ายรัฐบาลจะเสนอเลื่อนขึ้นมา ฝ์ายค้านก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ ก็ยินดีแล้วก็ เห็นด้วยนะครับ
ฝ์ายค้านเสนอเลยก็หมด เรื่องครับ เชิญครับ คุณเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านประธานชัยท่านไม่ได้ทําหน้าที่ประธานอยู่ ผมได้เสนอ เลื่อนวาระ ๗.๑ เรื่องการเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ขึ้นมาแทน ซึ่งเปึน ญัตติที่ได้ผ่านการรับรองถูกต้อง แต่ว่าท่านผู้ทําหน้าที่ประธานในขณะนั้นคือท่านอภิวันท์ ท่านก็ให้คํามั่นสัญญากับผมว่าในวันพุธที่ ๑๓ นี้จะมีการบรรจุวาระนี้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมก็เลยทวงสัญญาในวันนี้ โดยขอเสนอเปึนญัตติเลื่อนวาระ ๗.๑ ขึ้นมา แทนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่า ที่ประชุมนี้เลื่อนระเบียบวาระ ๗.๑ เพื่อเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ทําหน้าที่ต่อไป เพราะในวันที่คุณเทพไทได้เสนอบอกว่าผมคอพับ ผมคอยังไม่พับเลย ยังตรงอยู่ คุณเทพไทไม่ต้องห่วงผมหรอกห่วงตัวเองมากกว่า ก็เรียนให้ทราบครับ นี่ผมฟัง ตลอดทุกระยะเวลานะครับ ต้องประทานอภัย ขณะนี้ผมจําเปึนที่จะต้องดําเนินการ นับผู้เข้าร่วมประชุมในห้องก่อนนะครับ ว่าครบองค์ประชุมหรือไม่นะครับ เพื่อจะได้ ดําเนินการต่อไปนะครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านนะครับ โปรดเสียบบัตรเพื่อจะได้นับองค์ประชุมทั้งหมดก่อนที่จะดําเนินการต่อไป นะครับ เชิญทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เสียบบัตรเสร็จหรือยังครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบมีไหมครับ ถือว่าไม่มีนะครับ เชิญ ๆ ให้เวลา ๑ นาทีครับ เสร็จแล้ว ใช่ไหมครับ เสียบบัตรเสร็จแล้วนะครับ ของดการเสียบบัตรได้นะครับ โปรดกรุณารวม คะแนนได้ ปรากฏว่ามีผู้เข้าอยู่ในห้องประชุมนี้ ๒๙๐ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม ก็จะต้องดําเนินการต่อไปนะครับ
ด้วยรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ขอลาออกจากตําแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ จึงเปึนผลให้ตําแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ว่างลง และข้อบังคับข้อ ๕ กําหนดว่าการเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อ สมาชิกได้ ๑ ชื่อ การเสนอนั้นต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ถ้ามีการเสนอชื่อ เพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเปึนผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอชื่อหลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเปึนการลับ เชิญเสนอชื่อครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สําหรับตําแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ คุณชุมพล กาญจนะ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเชียงราย ขอเสนอ คุณสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขต ๑ เปึน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เสนอท่านใดอีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ เสนอ ๒ ท่านนะครับ แต่ละท่านก็มีบทบาทพอสมควร ฉะนั้นจําเปึนที่จะต้องลงคะแนนลับ ท่านเลขาธิการให้เจ้าหน้าที่จัดเอกสารเพื่อลงคะแนนลับ และขอตั้งคณะกรรมการตรวจ คะแนน ๖ ท่านนะครับ แบ่งครึ่งต่อครึ่งดีไหมครับ หรือเอาอย่างไรครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ การออกเสียงลงคะแนนลับ มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้ ๑. เขียนเครื่องหมาย บนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ผู้เห็นด้วย ให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วย ให้เขียนเครื่องหมายผิด ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายศูนย์ ๒. ที่อื่นใด ซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี ให้นําความในข้อ ๗๕ วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผมขอปรึกษาที่ประชุมว่าจะขอใช้วิธีการตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ (๒) คือวิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุม เห็นสมควรเฉพาะกรณี ซึ่งผมเห็นสมควรให้ใช้วิธีการปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนลับ ดังนี้นะครับ ผมจะขอตั้งกรรมการจํานวน ๖ ท่าน เพื่อทําหน้าที่ควบคุมการหย่อนบัตร ลงคะแนนของสมาชิกและตรวจนับคะแนนนะครับ
๒. เจ้าหน้าที่ที่จะมอบซองลงคะแนนให้กับท่านสมาชิกท่านละ ๑ ซอง ซึ่งในซองจะมีบัตรลงคะแนนเพื่อเลือกผู้สมควรเปึนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง
๓. ให้ท่านสมาชิกลงคะแนนโดยเขียนชื่อบุคคลที่สมควรเปึน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ตามที่สมาชิกเสนอมาท่านใดท่านหนึ่งเพียง ท่านเดียว
๔. เมื่อสมาชิกลงคะแนนเสร็จแล้วให้นําบัตรลงคะแนนใส่ซองไว้ตามเดิม โดยผมจะให้เลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกตามหมายเลขประจําตัวสมาชิก เมื่อเลขาธิการ เรียกชื่อสมาชิกท่านใด ให้สมาชิกท่านนั้นนําซองลงคะแนนมาใส่กล่องรับคะแนนที่จัดไว้ ต่อคณะกรรมการตรวจนับคะแนน
๕. เมื่อประธานได้ประกาศป่ดการลงคะแนนลับแล้ว สมาชิกจะใช้สิทธิ ลงคะแนนอีกไม่ได้ และให้กรรมการตรวจนับคะแนนได้รวบรวมผลคะแนนต่อไป
๖. เมื่อกรรมการตรวจนับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เสนอต่อประธาน
๗. ประธานประกาศมติต่อที่ประชุม และมีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดําเนินการตามนี้ กระผมขอตั้งบุคคลดังกล่าวนามต่อไปนี้ เปึนกรรมการนะครับ ๑. คุณจุมพฏ บุญใหญ่ เชิญนั่งข้างบนครับ ๒. คุณซูการ์โน มะทา เชิญครับ ๓. คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เชิญครับ ๔. คุณชนินทร์ รุ่งแสง เชิญครับ ๕. คุณเสมอกัน เที่ยงธรรม เชิญครับ ๖. คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ เชิญครับ ๖ ท่านด้วยกัน เชิญเจ้าหน้าที่แจกซองได้ครับ
ท่านประธานคะ
เชิญครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรีนะคะ เนื่องจากตอนนี้ คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ติดภารกิจค่ะ ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อ
รับซองก่อนครับ ซองขาว รับก่อนครับ ขอเปลี่ยนคนใช่ไหมครับ
เปลี่ยนกรรมการค่ะ ด้วย คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ที่ได้เสนอชื่อนะคะ ติดภารกิจประชุมอยู่ค่ะ ก็ขออนุญาตเปลี่ยนเปึน คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ค่ะ
เปลี่ยนใครครับ
เปลี่ยนจาก คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เปึน คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ค่ะ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเปลี่ยน คุณชนินทร์ รุ่งแสง เปึน คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ
เชิญครับ เปลี่ยน ๒ ท่าน มีท่านใดเปลี่ยนอีก มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขอให้ประธานช่วยกรุณาขึ้นชื่อและนามสกุลที่ถูกต้องของทั้ง ๒ ท่านด้วยครับ
ท่านไหนครับ ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ ๒ ท่าน หมอออกชื่อแทนได้ไหมครับ ชื่อทางนี้ยังไม่ได้จด
ท่านประธานครับ ผม หมอวรงค์ ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ที่ผมเรียนท่านประธานคือหมายความว่าให้พิมพ์ชื่อขึ้นจอครับ เพื่อให้สมาชิกเขียนชื่อและนามสกุลได้ถูกต้องครับ
ก็คือหมายความว่าให้ออก ชื่อเขียนในจอ ช่วยกรุณาเขียนนะครับ คนแรก คุณชุมพล กาญจนะ คนที่ ๑ คนที่ ๒ คุณสามารถ แก้วมีชัย ท่านผู้ใดยังไม่ได้รับซองมีไหมครับ เจ้าหน้าที่ช่วยเอาซอง ไปมอบให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยที่ยังไม่ได้รับซอง เพื่อความรวดเร็วนะครับ ขอเชิญ ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ ขอให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ครับ ที่แจกซอง แล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อของสมาชิกตามเลขหมายประจําตัวครับ เชิญครับ กรรมการเข้าประจําที่ครบหรือยัง ยังขาดท่านใด
(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่มี ซองนะครับ ก็ถือว่าผมขอให้ท่านลงคะแนนเสร็จแล้วก็ให้นําบัตรลงคะแนนใส่ซองไว้ ตามเดิม โดยผมจะให้เลขาธิการเรียกชื่อนะครับ ตอนนี้เรียกแล้วตามหมายเลขประจําตัว สมาชิกนะครับ แล้วก็ท่านเดินนําซองมาลงคะแนนใส่กล่องไว้ต่อหน้ากรรมการตรวจรับ คะแนน เชิญต่อครับ
(นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกชื่อสมาชิก ตามลําดับอักษรชื่อ ให้นําแผ่นกระดาษใส่ซองออกเสียงลงคะแนนมาใส่ลงในภาชนะ ที่จัดไว้ในที่ประชุมเปึนรายคนจนครบ)
ท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนน มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอใช้สิทธิลงคะแนน)
ก็ถือว่าท่านสมาชิก ทุกท่านได้ลงคะแนนเปึนการเรียบร้อยแล้ว ผมขอป่ดการลงคะแนนครับ ต่อไปก็เชิญ คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ดําเนินการตรวจนับคะแนนต่อไป ในระหว่างที่ นับคะแนนอยู่นี้นะครับ เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ของเวลา ผมก็อยากจะให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้มีโอกาสระบายความในใจบ้าง คือปรึกษาหารือเล็กน้อยสัก ๔ ๕ ๖ ท่าน นะครับ เชิญท่านใด มีอะไรครับ มีไหมครับ ผมให้เวลาปรึกษา เชิญท่าน ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานหารือ เมื่อสักสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีเรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่งเลย คือเรื่องของการที่เด็กนักเรียนได้ไปฆ่าโชเฟอร์แท็กซี่ แล้วจริง ๆ มันเปึนปัญหาที่สั่งสม กันมานาน ดิฉันอยากจะขออนุญาตหารือท่านประธานและก็ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และก็ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะคะ แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการก็ได้กระทําความดีแล้ว เหมือนกัน ก็คือได้มีการประชุมโดย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ว่าเท่านั้นก็ไม่เพียงพอ เพราะว่ากระทรวงสาธารณสุขเองก็ได้มี การออกมาประกาศว่า มีเกมที่เปึนอันตรายเปึนอย่างยิ่งถึง ๑๐ เกมด้วยกัน ก็อยากจะขอ อนุญาตหารือท่านประธาน ขอความกรุณาฝากไปด้วย ได้หาทางปัองกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วให้ได้เห็นผลด้วยทันที ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณอลงกรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องที่ อยากฝากเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ซึ่ง เกี่ยวข้องกับโครงการในการขยายถนนเพชรเกษมซึ่งจะผ่านลงไปสู่จังหวัดภาคใต้ ในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการการขยายถนนเพชรเกษมจาก ๔ เลน เปึน ๗ เลนในช่วงของ สามแยกวังมะนาวไปถึงอําเภอชะอํา จังหวัดเพชรบุรีนั้น ปรากฏว่าในการก่อสร้าง เพื่อขยายพื้นที่ของการจราจร เนื่องจากเปึนคอขวดของเส้นทางคมนาคมหลักของประเทศ แต่ปรากฏว่าได้ก่อให้ปัญหาของชุมชน ๒ ฟากฝัืง เนื่องจากว่ามีทั้งโรงเรียน วัดวาอาราม ตลอดจนชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ ๒ ฟากถนนนั้นประสบปัญหาในเรื่องของการสัญจร โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการข้ามถนนดังกล่าว เพราะว่าแทบจะไม่มีถนนหรือ สะพานคนเดินข้ามแล้วก็ทางลอดทางข้ามสําหรับยวดยานพาหนะ โดยเฉพาะในส่วนของ รถมอเตอร์ไซค์แล้วก็รถเพื่อการขนส่งทางการเกษตร ในส่วนนี้อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงทางกรมทางหลวงว่าควรจะต้องจัดงบประมาณโดยเฉพาะในช่วงการแปรญัตติ อันนี้ รัฐบาลเองควรจะต้องคํานึงถึงในส่วนของความปลอดภัยและความสะดวกของ การขยายถนนเพราะว่าอันตรายมาก ท่านประธานคงทราบว่าเดิมถนน ๔ เลนก็ข้ามยาก มากแล้ว ในกรณีที่ไม่มีทางเดินข้ามนะครับ โดยเฉพาะพวกนักเรียนในยามตอนเช้าแล้วก็ ตอนเย็นหลังเลิกเรียน แต่ครั้งนี้เมื่อขยายถนนปรากฏว่าทางข้ามหลายพื้นที่ทีเดียวถูก ทุบทิ้งและมีการสร้างเพิ่มเติม แล้วก็ยังขาดแคลนอยู่อีกเปึนจํานวนมาก จึงฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลด้วย
เชิญคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขต ๑ ครับ กระผมขอ กราบเรียนหารือท่านประธาน เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้สถานการณ์ยาบ้าระบาดมาก ในภาคอีสานของเรา เปึนอันตรายอย่างยิ่งกับลูกหลานของพี่น้องประชาชน เด็กเล็ก ๆ อายุประมาณ ๑๐ กว่าขวบเท่านั้นติดยาบ้าแล้วครับ แล้วก็ถูกล่อลวงให้ขายยาบ้า หลายคนมาหาผู้แทนราษฎร ไม่เฉพาะผมคนอื่นก็โดนเช่นเดียวกัน ขอให้ประกันตัว ขอให้ ช่วยเหลือต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ จึงอยากฝากรัฐบาลโดยเฉพาะทางเจ้าหน้าที่ตํารวจให้ กวดขันกําชับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะหลาย ๆ จังหวัดในภาคอีสานด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญคุณพงศ์พันธ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคพลังประชาชน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการ หารือเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากว่าในช่วงวันสองวันนี้จังหวัดหนองคายได้รับประสบภัย อย่างรุนแรง คือขณะนี้ได้เกิดภาวะน้ําท่วมที่จังหวัดหนองคาย โดยน้ําโขงได้ทะลักออกมาท่วมไล่ลงมา ตั้งแต่อําเภอสังคม อําเภอศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ อําเภอเมือง โพนพิสัย ไล่ไปลงไปถึงอําเภอ บึงกาฬ เพราะฉะนั้นในวันนี้จึงเปึนโอกาสดีที่ ส.ส. หนองคายทั้งหมด ได้มอบหมาย ให้ผมเปึนตัวแทนในการที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงและ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาจัดเรื่องดูแลรีบเร่งด่วนไปให้พี่น้องชาวหนองคาย ซึ่งปัจจุบันนี้ วันนี้น้ําก็กําลังไประดับสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็ต้องขอความกรุณาจากท่านประธานได้แจ้ง ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้กรุณาช่วยเหลือด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องด้วยทุกวันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ สิงหาคมของทุกป้นะครับ จังหวัดพัทลุงได้มีมหกรรมกรีฑากีฬาของจังหวัด ซึ่งมี คนเข้าร่วมเฉพาะวันที่ ๕ นี่เปึนแสนคน แล้วก็มีรอบคัดเลือกแต่ละอําเภอจัดมาอีก ปัญหา ก็คืองบประมาณ สําหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงสนับสนุนงบประมาณไปน้อยมาก แต่ท้องถิ่นนี้สนับสนุนงบประมาณได้เยอะนะครับ โดยเฉพาะ อบจ. นี่สนับสนุนถึง ๑ ล้านบาท ผมคิดว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงนี้ควรจะสนับสนุนงบประมาณไป สนับสนุนกีฬาของจังหวัดพัทลุงดังกล่าว สืบเนื่องจากงานดังกล่าวนี้ครับทําให้รถติด ในตัวเมืองพัทลุง พวกผมได้พยายามที่จะเสนอความคิดที่จะให้มีถนนเลี่ยงเมืองรอบเมือง พัทลุง เพื่อในช่วงที่มีมหกรรมกีฬาดังกล่าวนี้จะให้รถได้วิ่งอ้อมเมืองนะครับ นี่เปึน เรื่องหนึ่งที่พวกผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไข ปัญหา โดยให้มีถนนเลี่ยงเมืองรอบจังหวัดพัทลุงด้วย
แล้วก็เรื่องสุดท้ายก็คือ สนามกีฬาในระดับอําเภอยังมีไม่ครบถ้วน ที่มีก็ ไม่สมบูรณ์ที่จะให้มีการแข่งขันรอบคัดเลือก เพื่อที่จะในวันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ ได้มีรอบ ชิงชนะเลิศในจังหวัดนะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ
คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรค ประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือ ปัญหาเรื่องน้ําของกรมชลประทานในเขตพื้นที่ของอําเภอกันตัง แล้วก็อําเภอสิเกา เนื่องจากประมาณปลายป้ ๒๕๔๔ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลไม้ฝาด ขณะนั้นก็ คือ คุณเสริฐ ทองย้อย แล้วก็ประธานสภาคือ คุณหวิง ช่วยธานี ได้ทําหนังสือประสาน มากับท่านชวน หลีกภัย เรื่องโครงการพระราชดําริที่เขาช่องจันทร์ครับ เขาช่องจันทร์เปึน ภูเขาซึ่งอยู่ในตําบลไม้ฝาดได้ทําโครงการพระราชทาน น้ําพระราชทาน ได้ช่วยให้พี่น้อง ในตําบลไม้ฝาดทั้งตําบลได้มีน้ํากินน้ําใช้ รวมถึงไปช่วยในสถาบันการศึกษา คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลที่ตรัง ขณะนี้ครับเนื่องจากพื้นที่แล้วก็จํานวนผู้ใช้มี จํานวนมากขึ้น โครงการดังกล่าวก็มีความรู้สึกว่ากักเก็บน้ําไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นจึง ขอกราบเรียนท่านประธานได้แจ้งให้กรมชลประทานได้เพิ่มเติมพื้นที่รับน้ําสําหรับพี่น้อง ประชาชนของตําบลไม้ฝาดที่อําเภอสิเกา พร้อมทั้งอีกฝัืงหนึ่งของภูเขานะครับ ก็คือเปึน ตําบลบางสัก และตําบลนาเกลือของอําเภอกันตัง จังหวัดตรัง บริเวณนี้มีอ่างเก็บน้ํา เรียกว่า อ่างเก็บน้ําป์าแกที่บางสัก ช่วยในการให้น้ําอุปโภคและบริโภคสําหรับพี่น้อง ชาวนาเกลือและบางสัก เช่นเดียวกันครับ เมื่อพี่น้องประชากรเพิ่มมากขึ้น การทํา การเกษตรมีพื้นที่มากขึ้น ขณะนี้น้ําจึงไม่เพียงพอ ก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้ประสาน เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ําให้กับพี่น้องประชาชนใน ๒ เขตอําเภอดังกล่าวด้วย ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต ๑ ครับ ผมอยากจะหารือท่านประธานเรื่องของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ที่ขายข้าวแล้วยังไม่ได้รับเงิน จนถึงป์านนี้พี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ ที่ขายข้าวนาปรังให้กับโรงสีสิริภิญโญ ซึ่งนําไปจํานํากับทาง ธ.ก.ส. ขณะนี้ ได้เงินไปประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ยังเหลือราษฎรอีกหลายพันครอบครัวที่ยังไม่ได้ รับเงินจาก ธ.ก.ส. ที่จะอนุมัติสินเชื่อให้โรงสีสิริภิญโญนําไปจ่าย ผมอยากจะขอให้ ท่านประธานช่วยเร่งรัดไปยังกระทรวงการคลังและธนาคาร ธ.ก.ส. ช่วยดําเนินการ จ่ายเงินให้แก่พี่น้องเกษตรกรโดยเร่งด่วน ขายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงป์านนี้ ยังไม่ได้เงิน นอนไม่หลับ เงินจะส่งลูกส่งเต้าเรียนหนังสืออะไรต่าง ๆ ก็เดือดร้อน กันทั่วไปหมด ขอฝากท่านประธานเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณปารเมศ โพธารากุล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ปารเมศ โพธารากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องร้องเรียนกับท่านประธานในเรื่องเดียวกับท่านที่ได้หารือ เมื่อสักครู่นี้ก็คือเรื่องเดือดร้อนของโครงการรับจํานําข้าวเปลือก ที่อําเภอของผมเอง อําเภอในพื้นที่ของผม อําเภอท่ามะกา มีชาวนา ๖๓ ราย ได้จํานําข้าวไว้กับทาง ธ.ก.ส. โดยผ่าน อ.ต.ก. องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จนปัจจุบันนี้มูลค่าที่จํานําไปประมาณ ๑๑,๔๗๕,๙๐๐ กว่าบาท ปัจจุบันยังไม่ได้รับเงิน เหตุผลมีอยู่อย่างหนึ่งนะครับ ตอนนี้ เรื่องถูกส่งไปที่ ธ.ก.ส. แล้ว แต่เหตุผลหนึ่งที่เขาอ้างว่ายังไม่จ่ายเงินให้ ก็คือโรงสีในจังหวัด นครปฐมมีการข้ามฝัืงเข้ามารับจํานําข้าว ชาวนา ชาวไร่ ก็คิดว่าจํานําได้ ก็ได้จํานําไป ด้วยเหตุผลที่มีตัวอย่างโรงสีในจังหวัดนครปฐมเช่นเดียวกัน แต่เปึนอีกโรงหนึ่งเข้ามา รับจํานํา ก็ได้รับเงินเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร แต่ ๖๓ รายนี้ ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ ธ.ก.ส. แต่เหตุที่จํานําเพราะว่าโรงสีที่เข้าโครงการกับทาง ธ.ก.ส. นั้น รับจํานําได้วันหนึ่ง แล้วต้อง หยุดไป ๒ วัน เพราะว่าโกดังที่เก็บนั้นไม่พอ เรียนท่านประธานฝากไปถึงกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รวมไปถึง ธ.ก.ส. ช่วยเร่งพิจารณา เพราะว่าตอนนี้เริ่มจะทํานากันใหม่แล้ว ชาวนาคงต้องใช้เงินพอสมควรในการที่จะมาลงทุนในการทํานาในป้ต่อไป ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เชิญคุณสุวโรช พะลัง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ในเรื่องที่ ๑ คงเปึนเรื่อง ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ดูแลกรมศุลกากร เรื่องการ ตั้งจุดผ่อนปรนชั่วคราวที่ตําบลรอบ ๆ อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเปึนบริเวณชายแดน ที่ติดกับประเทศสหภาพพม่า ในเรื่องที่ ๒ ก็คงเปึนเรื่องผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล เกี่ยวกับการแยกตําบลรอบ ๆ ออกมาจากอําเภอท่าแซะ เพื่อตั้งเปึนกิ่งอําเภอชายแดน เนื่องจากบริเวณที่ตรงนั้นเปึนบริเวณที่ดินที่มีรอยตะเข็บมีพื้นที่ยาวมากระหว่าง อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร บริเวณเนิน ๔๙๑ ซึ่งได้มีการจัดแผนผังในการรองรับไว้แล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ คงไม่มี ท่านใดอีกนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบตรงนี้เลย ดีมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรี สัก ๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกที่ได้ตั้งข้อสังเกต เท่าที่ผมได้จดจําเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมจะเรียงลําดับขั้นต้นก็คือไม่ว่าจะเปึนท่านสมาชิกอลงกรณ์ ไม่ว่าจะเปึนท่านสมาชิก นริศ แล้วก็ทางพรรคพลังประชาชนนะครับ เกี่ยวกับเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่เสนอแนะให้ รัฐบาลดําเนินการ ไม่ว่าจะเปึนโครงการแหล่งน้ํา โครงการถนนนั้น ในฐานะที่ผมเปึน กรรมาธิการงบประมาณ ในขณะนี้เราพิจารณางบประมาณก็จวนจะเสร็จแล้ว วันนี้กับ วันพรุ่งนี้เปึนวันแปรญัตติ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านเพื่อนสมาชิกได้ประสานงานกับกรรมาธิการ ในพรรคของท่านถ้าจะแปรญัตติโครงการใด ๆ ก็ขอให้ดําเนินการเสนอแนวทางมา เพราะว่าอีก ๒ วันนี้คงจะดําเนินแนวทางในส่วนของงบประมาณจบ
ในส่วนของเรื่องจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ที่เกษตรกรเดือดร้อนขาย ข้าวเหนียวให้กับโรงสีสิริภิญโญแล้วไม่ได้รับเงินนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติไปแล้วว่าจะรับซื้อ ข้าวจากโรงสีสิริภิญโญทั้งหมด ผมได้รับแจ้งครับท่านประธาน จากสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทั้งจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ในวันศุกร์นี้ผมจะเรียก ธ.ก.ส. และเรียกกลุ่ม ชาวนาผู้เดือดร้อนตัวแทนประมาณ ๑๐ คนมาพบที่กระทรวงและจะหาข้อยุติให้กับกลุ่ม ชาวนาทั้งหมดว่าจะได้รับเงินเท่าไร เมื่อไร
ในส่วนของทางกาญจนบุรี ผมจะรับไปและตรวจสอบกับ ธ.ก.ส. ให้ แล้วจะส่งข่าวให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ทั้งในส่วนของท่าน ส.ส. ชุมพร ด้วย ก็จะรับไปทั้งหมดนะครับ เมื่อได้นั่งฟังอยู่ที่นี่แล้วก็จะรับไปดําเนินการให้และจะแจ้ง ให้ทราบด้วย คุณสุวโรชครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านสมควร โอบอ้อม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับ ที่จังหวัดนครสวรรค์ พี่น้อง เกษตรกรที่ทํานาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ครับ ฝนทิ้งช่วงทําให้ชาวนาประสบภัยแล้งตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ แล้ว จนวันนี้ ๓ อําเภอ ก็มีอําเภอท่าตะโก อําเภอไพสาลี และ อําเภอตาคลี ที่ยังไม่ได้รับค่าชดเชยเกี่ยวกับเกษตรกรที่ประสบฝนทิ้งช่วงในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐
แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจประเด็นนี้ เกี่ยวกับการใช้รถก็มีการตั้งจุดตรวจจับรถที่ควันดํา ผมคิดว่าการตั้งจุดตรวจรถที่มี ควันดํา ผมคิดว่าน่าจะไม่เปึนประโยชน์เท่าไร เพราะรถที่วิ่งไปทุกคัน ๆ ที่เปึนรถบรรทุก ก็จะถูกตํารวจเรียกให้หยุดเพื่อเอาเครื่องมือไปวัดที่ท่อไอเสีย แล้วการตรวจลักษณะนี้คนที่ เขาใช้รถปกติจะไม่มีใครที่เร่งเครื่องยนต์จนกระทั่งรอบมันจัด ๆ ขณะที่ใช้รถอยู่ แต่การตรวจ รถควันดํานั้นที่จริงรถขณะที่ตรวจเขาจะเร่งเครื่องแรง ๆ เร่งเครื่องแรง ๆ ทําให้ผม เชื่อเหลือเกินว่า มันจะทําให้เครื่องเขามีปัญหาและก็จะมีพวกควันอะไรก็ตามจะออกไป หาวิธีได้ไหม ทางตํารวจหาวิธีได้ไหม เช่น จับจริง ๆ ก็คือสักกี่กิโลเมตรครับตั้งจุดไว้ เอากล้องเปึนกล้องจับภาพได้ทั้งวัน ๆ อย่างนี้ครับถึงวันก็มาดูว่ารถคันไหนมีควันดํา ให้เห็นภาพอย่างนั้นเปึนวิทยาศาสตร์อย่างนั้น แล้วเครื่องยนต์ก็จะไม่เสียหาย แล้วรถก็จะไม่ติด โดยเฉพาะอย่างในกรุงเทพฯ รถติดเพราะการตั้งจุดและตรวจรถควันดํา ผมว่าเปึนปัญหาต่อการจราจร ก็ฝากท่านประธานครับ เพื่อจะสั่งการไปยังสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติว่าจะดําเนินการให้เปึนวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ด้วยภาพน่าจะเปึนประโยชน์ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ว่าจะเปึน คนสุดท้าย แต่ปรากฏว่ามีกรรมการนับคะแนนท่านหนึ่งเราน่าเห็นใจ ก็ทางเลขาธิการ ท่านบอกว่าต้องให้ท่านผู้นี้ได้พูดบ้าง คือนางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร จังหวัดพัทลุง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้หารือในเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ท่านประธานที่เคารพ ในตอนนี้พี่น้องเกษตรกรชาวนา ได้มีความเดือดร้อนในเรื่องที่จําหน่ายข้าวนาปรัง เพราะว่าที่จังหวัดพัทลุงของเรามีโรงสี ที่รับจํานําข้าวมีแค่ ๑ โรงเท่านั้น ก็คือเกษตรกรชาวนาต้องไปโรงสีที่รับจํานําข้าวที่เดียว ทําให้ปริมาณข้าวนาปรังที่เกิดขึ้นในจังหวัดพัทลุงไม่สามารถที่จะรับได้ ดังนั้นทาง ส่วนราชการของจังหวัดพัทลุง เขาได้ทําหนังสือมายังกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของการขอ ขยายระยะเวลาการรับจํานําข้าว เพราะว่าการรับจํานําข้าวนี้ทางรัฐบาลจะมีการกําหนดไว้ คือวันที่ ๑๕ กันยายน ดังนั้นทางจังหวัดพัทลุงจะขอขยายระยะเวลาการรับจํานําข้าว จนถึงปลายเดือนตุลาคมนะคะท่านประธาน ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าช่วยพิจารณาในเรื่องของการขยาย ระยะเวลาการรับจํานําข้าวของพื้นที่จังหวัดพัทลุงด้วย เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรชาวนา ของจังหวัดพัทลุงกําลังเดือดร้อนเรื่องนี้อยู่ เพราะว่าช่วงเดือนที่ดิฉันพูดถึงนี้จะมีข้าว นาปรังออกมาเปึนจํานวน ๑๐,๐๐๐ ตันด้วยกัน ขอขอบพระคุณ
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คุม ธ.ก.ส. ท่านอยู่ตรงนี้ ท่านฟังแล้วเดี๋ยวท่านจะได้สั่งการให้นะครับ ท่านสมาชิกครับ มาฟังผล ถือว่านับคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ
(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ทําการตรวจนับคะแนนเสร็จแล้วเสนอ ผลต่อประธาน)
ปรากฏผลของ การลงคะแนน คณะกรรมการได้ส่งผลคะแนนมาแล้วเปึนที่เรียบร้อย ปรากฏว่าคุณชุมพล กาญจนะ ได้ ๑๕๘ เสียง คุณสามารถ แก้วมีชัย ได้ ๒๔๑ เสียง งดออกเสียง ๔ เสียง แจ้งให้ที่ประชุมทราบถือว่าที่ประชุมไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ คณะกรรมการ ได้จัดเรียบร้อยแล้วถือว่าคุณสามารถแก้วมีชัยได้รับคะแนน ๒๔๑ เสียง ก็เปึนผลว่า คุณสามารถ แก้วมีชัย จะได้ดํารงตําแหน่งเปึนรองประธานสภาคนที่หนึ่ง และจะได้ นําความกราบบังคมทูลต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ ๒.๑ แล้วนะครับ แต่ว่าก่อนจะถึง ๒.๑ ผมต้อง กราบเรียนว่าขณะนี้มีนักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านได้มาฟังการประชุมของเราท่านนั่งอยู่ข้างบน ยินดีต้อนรับนะครับทุกท่าน มาน้อยมาก ควรจะมาเต็มคณะสัก ๑๐๐ คนเพื่อจะได้รับรู้ ทีหลังมามาก ๆ ก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณ ครับ ๒.๑ เสร็จไปแล้ว
ต่อไป ๒.๒ รับทราบรายงานกิจการประจําป้งบดุล งบกําไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานกิจการประจําป้งบดุล งบกําไรและ ขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยสําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ เพื่อให้สภาทราบตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออก และนําเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่ง รายงานดังกล่าวให้ท่านสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ
ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีท่านมีใครมาร่วมชี้แจง ด้วยไหมครับ มีท่านคนเดียวใช่ไหมครับ เชิญครับ ท่านบอกเชิญใคร อนุญาตครับ เชิญท่านอ่านรายชื่อเลยผมไม่มีชื่อในนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในเรื่องรายละเอียด นะครับ ผมขออนุญาตให้ คุณอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการธนาคารส่งออก และนําเข้า หรือ เอ็กซิม แบงก์ (EXIM BANK) เข้ามา
เชิญเข้ามาได้เลยครับ
ถ้ามีรายละเอียดนะครับ
กี่ท่านนะครับ
ท่านเดียวครับ
ท่านเดียวนะครับ เชิญครับ ท่านสมาชิก ท่านมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีนะครับ เชิญคุณอลงกรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ กระทรวงการคลัง โดยคณะรัฐมนตรีได้ส่งรายงานกิจการประจําป้ งบดุล งบกําไร และขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่งประกอบไปด้วยรายงาน ๒ ฉบับ ฉบับแรกคือรายงานกิจการ ประจําป้ ๒๕๕๐ และฉบับที่ ๒ คือรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๙ ทั้งนี้ เปึนไปตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย หรือ ธสน. พ.ศ. ๒๕๓๖ ในมาตรา ๒๖ วรรคสอง ซึ่งจะต้องมีการ รายงานต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ทั้งนี้ เนื่องจากธนาคาร ธสน. ซึ่งกระผมใคร่ขอ อนุญาตท่านประธานเรียกสั้น ๆ ว่า เอ็กซิม แบงก์ ได้สิ้นสุดป้บัญชี และจะต้องรายงาน ภายใน ๑๘๐ วัน เนื่องจากว่าในรายงานในหน้าที่ ๑๘ ซึ่งเปึนการเสนอรายงานโดย ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งอยู่ ณ ที่นี้ ซึ่งท่านประธานได้อนุญาตคือ คุณอภิชัย บุญธีรวร และลงนามโดยท่านประธานกรรมการ คือนายณรงค์ชัย อัครเศรณี ซึ่งปัจจุบัน ก็ได้รับแต่งตั้งล่าสุดเปึนที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรายงานฉบับดังกล่าวนั้นในหน้าที่ ๑๘ ท่านประธานคงจะได้เห็นรายการ ซึ่งก่อนอื่นผมอยากจะเรียนท่านประธานเพื่อทบทวน ว่าสภาชุดนี้ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ นั้น ได้มีโอกาสในการ รับทราบและพิจารณาถึงรายงานของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ เปึนครั้งแรกจริง ๆ หลังจาก เรามีการยุบสภา มีการรัฐประหาร และมีการฟุ๋นฟูประชาธิปไตยกลับคืนมา แต่ว่า ก่อนหน้านี้ท่านประธานคงจําได้ว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ในสภาชุดที่แล้ว ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ก็ได้มีการเสนอรายงาน ต่อรัฐสภาเช่นเดียวกัน กระผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้มีการซักถาม ซึ่งในขณะนั้นกรรมการ ผู้จัดการชื่อ นายสถาพร ชินะจิตร ประเด็นที่มีการซักถามนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงต่อ การบริหารและการดําเนินการของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ซึ่งท้ายที่สุดก็มาปรากฏอยู่ ในหน้าที่ ๑๘ ของรายงานงบดุลดังกล่าว ซึ่งได้ระบุไว้ว่า ธนาคารมีเงินให้กู้ยืม ในต่างประเทศแก่องค์กรของรัฐบาลต่างประเทศตามนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคาร ได้รับดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมเงิน ในอัตราร้อยละ ๑.๕๐ และร้อยละ ๓.๐๐ สําหรับส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ยกับต้นทุนดอกเบี้ยของธนาคาร ธนาคารได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือ องค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในรายงานดังกล่าวนั้นยังได้ระบุว่าโครงการดังกล่าวนั้นเปึนไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ให้ธนาคารให้กู้ยืมเงินแก่องค์กรของรัฐบาลต่างประเทศแห่งหนึ่งในวงเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท และธนาคารได้รับการคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาตรา ๒๓ แห่ง พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๓๖ ในรายงานยังระบุชัดเจนว่า ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ คือวันสุดท้ายของป้บัญชีที่มา รายงานต่อสภานี้ ธนาคารได้ให้เบิกเงินกู้ไปแล้วจํานวน ๓,๘๙๙ ล้านบาท และนโยบาย ของรัฐบาลในการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการ ตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งความจริงต้องเรียน ท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้อาจจะส่งมาก่อนหน้านี้ แต่ว่าปัจจุบันนั้นคดีดังกล่าว ได้เข้าสู่ศาลฎีกาเปึนที่เรียบร้อยแล้ว และบัดนี้จําเลยได้หนีคดีอาญาไปอยู่ประเทศอังกฤษ ผมจําเปึนต้องสอบถาม เพราะเหตุว่าการจัดตั้งเอ็กซิม แบงก์ นั้น จัดตั้งในรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เปึนกลไกเครื่องมือในการส่งเสริมการส่งออก นําเข้าและ การลงทุนของคนไทยในต่างประเทศ ไม่ได้ประสงค์ที่จะให้เปึนเครื่องมือกลไกในการ แสวงหาผลประโยชน์ของรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด หรือคนใดคนหนึ่ง โครงการนี้เปึน โครงการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีธรรมาภิบาลในการบริหารธนาคารเอ็กซิม แบงก์ และสะท้อนออกจากการดําเนินการทั้งที่รู้ว่าธนาคารเอ็กซิม แบงก์ นั้นมีผล ประกอบการในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา บางครั้งก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตามวัฏจักรของเศรษฐกิจ แต่ว่าความลุ่ม ๆ ดอน ๆ ดังกล่าวนั้น เปึนผลที่กระทบไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศผู้เสียภาษี เพราะว่าธนาคารแห่งนี้จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติและเปึน รัฐวิสาหกิจส่วนหนึ่งของรัฐบาล แต่ประการสําคัญก็คือว่า การที่มาตรา ๒๖ ของการจัดตั้ง ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ที่ได้ตราในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีโอกาส เปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก ก็ยังมีความภูมิใจว่า กลไกเครื่องมืออย่างนี้จะเปึนประโยชน์ อย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศโดยรวม แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะเกิด ความไม่โปร่งใส จนกระทั่งกลายเปึนเครื่องมือกลไกของการฉ้อราษฎร์บังหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกจํานวนไม่น้อยในป้ ๒๕๔๘ และครั้งนี้ เปึนอีกครั้งหนึ่ง เปึนครั้งที่ ๒ ที่เราได้มีโอกาสรับทราบถึงรายงานผลการดําเนินการและ ทราบล่าสุดครับ ว่าได้มีการให้เบิกเงินกู้ไปแล้วเปึนจํานวน ๓,๘๙๙ ล้านบาท ที่กระผม ต้องสอบถามท่านรัฐมนตรีและผู้บริหาร แม้ว่าในช่วงนั้นท่านอาจจะยังไม่ใช่เปึนผู้บริหาร และกํากับดูแลในส่วนของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ แต่ว่าผลการดําเนินการดังกล่าวนั้น จะเปึนตัวบ่งชี้ว่าทิศทางนโยบายต่อไปจากวันนี้ และจะต้องมารายงานผลดําเนินการ ต่อไปในป้หน้า เราจะมีโครงการลักษณะเช่นนี้หรือไม่ ที่ผมมีความกังวลและห่วงใย เพราะว่าโครงการให้พม่ากู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนโครงการซึ่งอยู่ในกรอบความร่วมมือ ลุ่มน้ําอิระวดี เจ้าพระยา แม่โขง ซึ่งโดยหลักการเปึนเรื่องที่ดีในการที่จะให้ความร่วมมือ ในเชิงการพัฒนากับประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียง แต่ขณะเดียวกันเปึนที่น่าเสียใจและ น่าเสียดายว่าการใช้นโยบายนํา ที่เราพูดกันถึงเรื่องการทุจริตเชิงนโยบายนั้น มันกลับปรากฏเห็นเปึนตัวอย่าง และเห็นเปึนตัวอย่างนั้นถ้าหากว่าไม่ได้มีผลกระทบถึง พี่น้องประชาชนซึ่งเลือกพวกเรามาเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย ก็คงจะเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่กลับปรากฏว่าโครงการเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทให้พม่านั้น เราให้อัตราดอกเบี้ย ผ่อนปรน อัตราดอกเบี้ยต่ํา เมื่อครั้งที่ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อป้ ๒๕๔๘ นั้น ได้แจ้งว่าต้นทุนดอกเบี้ยของธนาคารอยู่ที่ ๕.๑ เปอร์เซ็นต์ กระผมจําได้ แม่นยําในตัวเลขนี้ ในขณะที่รัฐบาลไทยกําหนดให้พม่ากู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ส่วนต่าง ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ของดอกเบี้ยเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๗๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาทนั้นมาจากภาษีที่ไปเปึนงบประมาณแผ่นดิน ในการไปชดเชยให้กับการกู้ของพม่าในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันเงินให้กู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คนที่ค้ําประกันความเสี่ยงทั้งหมดก็คือ คนไทยทั้งประเทศไม่ใช่พม่า ถ้าหากว่าโครงการนี้ เกิดความเสียหายเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้วก็อยู่ที่รัฐบาลไทย อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชนที่จะต้องไปเยียวยาความ เสียหาย แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานถึงความไม่โปร่งใสและคงจะต้องขอ คําตอบคําชี้แจงก็คือว่า โดยธรรมชาติของธนาคารเอ็กซิม แบงก์นั้น การให้สินเชื่อเงินกู้ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ จะเปึนกิจการเอสเอ็มอี (SME) นี่คือคําชี้แจงของท่านอดีต กรรมการผู้จัดการ แล้วได้ระบุชัดเจนในรายงานของสภาผู้แทนราษฎรว่าเรื่องการให้ อนุมัติเงินกู้ครั้งนี้เปึนเรื่องพิเศษ ไม่ใช่การดําเนินการอํานวยสินเชื่อโดยปกติของธนาคาร เพราะธนาคารไม่มีความสามารถในการรับความเสี่ยงของการให้วงเงินสินเชื่อที่สูงถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นจึงได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ว่า มีความเปึนมา เช่นไร และถ้าหากว่าเปึนโครงการที่ดําเนินการไปภายใต้ความจริงใจโดยปราศจาก ซึ่งผลประโยชน์ซ่อนเร้นก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักต่อการที่ประเทศไทย ในฐานะที่ เปึนสมาชิกอาเซียนแล้วก็จะให้ประเทศข้างเคียง ไม่ว่าจะเปึนพม่า ลาว กัมพูชา และ ประเทศอื่น ๆ ที่มีฐานะด้อยกว่าเราในเชิงการพัฒนานั้นจะได้รับเงินกู้ และผู้ประกอบการ ของไทยจะสามารถขายสินค้าและบริการไปยังประเทศเหล่านั้นได้ นั่นคือภารกิจจริง ๆ ที่สะท้อนอยู่ในพระราชบัญญัติที่เราตราไว้ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย แต่ผม เรียนกับท่านประธานว่าในโครงการเหล่านี้เปึนโครงการซึ่งส่อให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ขาดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งจําเปึนจะต้องมีการปรับปรุงต่อไป และนี่คือความห่วงใยที่อยาก แสดงออกไว้ในการประชุมสภาครั้งนี้ แรกเริ่มเดิมที ท่านประธาน กระผมใคร่ขอทบทวน เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคาร เอ็กซิม แบงก์ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับผิดชอบนั้นจะรับรู้รับทราบถึงเรื่องเหล่านี้ ถึงความห่วงใย และสิ่งที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้เคยซักถามไว้และยังไม่มีคําตอบตั้งแต่ครั้งนั้น แล้วเผอิญมีการยุบสภา แต่คราวนี้เปึนโอกาสอันดีที่สภาได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ เดิมทีในป้ ๒๕๔๖ เดือนตุลาคมนั้นวงเงินให้กู้ยังอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาทในเดือนตุลาคม ๒๕๔๖ แต่ว่าด้วยการดําเนินการที่ฉ้อฉลไม่โปร่งใสของ อดีตนายกรัฐมนตรีจึงได้มีการเจรจา และท้ายที่สุดมีการเพิ่มวงเงินใหม่อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท วงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ และเปึนโครงการเฉพาะเจาะจง ในการให้กู้เพื่อการพัฒนาระบบโทรคมนาคม เพราะฉะนั้นจึงปรากฏขั้นตอน การประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลพม่าผ่านไปยังสถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ผ่านเข้ามายังกระทรวงการต่างประเทศ และท้ายที่สุดได้รับการอนุมัติโดยนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก่อนที่จะมีมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ในระหว่างนั้นเองครับ ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ได้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าได้เริ่ม มีการเจรจาเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมา จนกระทั่งมีการลงนาม ในสัญญาการให้เงินกู้ดังกล่าวในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๗ แต่เมื่อเข้าไปดูในรายละเอียด มันก็เห็นความไม่โปร่งใส และที่ผมสะท้อนออกมาว่ามันเปึนเรื่องของผลประโยชน์ซ่อนเร้น ก็เปึนอย่างนั้นจริง ๆ ปรากฏว่าในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมที่เพิ่มเข้ามาอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท จากเดิม ๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าบริษัท คู่สัญญากลายเปึนบริษัทของลูกชายนายกรัฐมนตรีของประเทศทั้งสอง ผู้ได้รับสัมปทาน ในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมกลายเปึนบริษัทของลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรีพม่าที่ถูก รัฐประหารเงียบและถูกจองจําในคุกเพราะคดีทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการขายสินค้าและบริการในโครงการ ดังกล่าวนั้นให้กับบริษัทพม่า ก็เปึนของลูกชายนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ธุรกิจการเมือง คือการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายที่เปึนรูปธรรมที่สุด แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามท้วงติงเรื่องเหล่านี้ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารธนาคารเอ็กซิม แบงก์ และไม่ ประสงค์ที่เห็นรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด หรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งมาใช้อํานาจอธิปไตย ที่ได้มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็มาใช้อํานาจรัฐในการแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง พวกพ้อง บริวาร และบริษัทในเครือ เสียดายว่าเสียงเหล่านั้นกลับไม่ไปถึงจิตสํานึกของ อดีตผู้นําของเรา ท้ายที่สุดวันนี้ผลกรรมนั้นไม่ใช่เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่มีความ เปึนกลาง ไม่เปึนธรรม ไม่ใช่เพราะการที่จะถูกขู่ฆ่า หมายปองชีวิต แต่เพราะการต้อง หลบหนีคดีอาญา เพราะคดีนี้ต้องถึงคุก มันเปึนความทรมานของพวกเราทีเดียวในการที่ รับรู้ว่าการที่เรามีผู้นํารัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการอ้างถึงการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย นั้น วันหนึ่งได้ใช้อํานาจอย่างฉ้อฉล แล้วมันน่าเสียใจว่าเราได้พยายามทักท้วง ท้วงติง ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดผมก็ต้องไปเปึนพยานในคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้แจ้งความดําเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทต่อสมาชิก คตส. หรือกรรมการ คตส. ท่านหนึ่ง ก็ต้องไปเปึนพยานเพื่อที่จะบอกว่าเราได้มีการอภิปรายเรื่องนี้ และท้วงติงความไม่โปร่งใส ในโครงการนี้จริง แต่นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราได้เอาบทเรียน เหล่านี้มาเปึนสิ่งที่สอนใจไม่ให้มันเกิดขึ้น ไม่ให้ธุรกิจการเมืองเข้ามาครอบงํานักการเมือง ไทย ไม่ให้กระบวนการการเลือกตั้งนั้นเปึนเพียงช่องทางผ่านของธุรกิจการเมืองที่เข้ามา ยึดอํานาจโดยผ่านอํานาจของทุน วันนี้เราคงไม่ต้องมีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้และต้อง ท้วงติงอีกครั้งซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านประธานครับ ที่ผมได้กล่าวไว้เบื้องต้นก็คือว่า ตั้งแต่ก่อตั้ง ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ มา ๑๑ ป้ คือป้ ๒๕๓๖ ถึง ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเปึนป้สิ้นสุดบัญชี ที่รายงาน เราได้มีการพิจารณาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๔๘ นั้น เปึนครั้งแรก จริงครับที่เอ็กซิม แบงก์ ได้ยืนยันว่ายังไม่เคยมีการดําเนินการอํานวยสินเชื่อในลักษณะ เช่นนี้ตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ วันนี้กระผมทราบว่าการอํานวยสินเชื่อ ดังกล่าวนั้นได้มีการเบิกเงินกันไปแล้วเกือบครบเต็มจํานวน แต่ต้องการทราบว่า กระบวนการในการอํานวยสินเชื่อดังกล่าว ซึ่งแม้แต่อดีตผู้บริหารก็ยังยืนยันว่าธนาคาร ไม่มีความสามารถในการรับความเสี่ยง แล้วก็เลยโยนความเสี่ยงทั้งหมดมาให้กับ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โยนดอกเบี้ยทั้งหมดมาให้คนไทยจ่ายแทน แต่ถ้า ผลประโยชน์มันเกิดขึ้นต่อประชาชนคนพม่า ต่อความเจริญก้าวหน้าในการพัฒนา ประเทศของพม่า มันคงจะไม่เปึนข้อที่เปึนปัญหา และเราก็ยินดีด้วยความมีน้ําใจระหว่าง ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง แต่เสียดายว่าเงินดังกล่าว ผลประโยชน์ดังกล่าวมันกลับไป ตกอยู่ในกระเปิาของคนที่เปึนอดีตนายกรัฐมนตรีหรือบริวารของทั้ง ๒ ประเทศ ผมทราบดี ว่าการสืบสวน สอบสวนเรื่องนี้ใน คตส. อาจจะมีหลายคนทักท้วงว่าอาจจะเปึนการ กลั่นแกล้งทางการเมือง แม้แต่อดีตผู้นําที่หลบหนีคดีอาญาไปอยู่อังกฤษ ล่าสุด เมื่อวานซืนนี้ก็ยังกล่าวอ้าง แต่ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้ดูข้อเท็จจริงที่มัน ได้ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ขอให้เราได้มาดูกันเถอะว่า ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ปรากฏ อยู่ในเอกสารและข้อเท็จจริงเหล่านั้นคือข้อกล่าวหา ไม่มีใครสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาได้ ไม่มีใครทําสัญญาระหว่างบริษัท บาร์กัน ไซเบอร์ เท็กซ์ กับบริษัทชิน แซทเทิลไลท์ ขึ้นมาได้ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงบริคณห์สนธิของคนเปึนเจ้าของหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ เปึนเจ้าของ ส่วนใหญ่ที่ชื่อ นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้ และไม่มีใครเปลี่ยนความเปึนลูกพ่อระหว่างนายพานทองแท้ ชินวัตร กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ และก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ว่าเมื่อป้ ๒๕๔๗ คนที่นั่งดํารง ตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรีเปึนประธานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ นั้น ไม่ใช่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จะมีใครสร้างหลักฐานเหล่านี้ได้ครับ จะมีใครเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ ผมถึงบอกว่าวันนี้ ไม่ใช่แต่เพียงเราจะมาสอบถามเอ็กซิม แบงก์ เท่านั้น แต่เราจะสอบถามคนของเรา ในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ว่าเราจะรับผิดชอบอย่างไรต่อการจัดตั้งธนาคารแห่งหนึ่ง ด้วยภาษีของประชาชน แล้ววันหนึ่งก็กลายเปึนเครื่องมือทํามาหากิน แล้วเราก็ให้การ สนับสนุน ไม่ว่าจะด้วยการยกมือหรือจิตใจแม้แต่ถึงทุกวันนี้ ถ้าหากว่าจิตสํานึกดังกล่าว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และมองว่าเรื่องเหล่านี้มันเปึนเรื่องของการ กลั่นแกล้งทางการเมือง วันนี้เราจะหวังได้อย่างไรว่าระบอบประชาธิปไตยของเราจะ พัฒนาก้าวไปข้างหน้าได้ ความเปึนธรรมาภิบาลที่เราหวังอย่างยิ่งว่าจะเกิดขึ้นใน เอ็กซิม แบงก์ ก็เหมือนกับที่ทางคนทั่วไปเขาหวังธรรมาภิบาลในสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน และหวังธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมได้เห็นรายงานทั้งในเรื่องของงบดุล ในเรื่อง ของสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่าง ๆ เหล่านี้ และเผอิญว่ามันมีความรับผิดชอบผูกพันร่วมกัน ระหว่างสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างคณะกรรมาธิการงบประมาณที่เราได้ตั้งขึ้น และ งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน เพราะว่าในมาตรา ๒๓ ของการจัดตั้ง ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ได้ให้สิทธิในการขอความคุ้มครองพิเศษ ทั้งในเรื่องความเสี่ยงของ โครงการ ทั้งในเรื่องดอกเบี้ย เงินต้น ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานต่าง ๆ ไว้โดยที่เอ็กซิม แบงก์ ไม่ต้องรับความเสี่ยงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าทางการไทยต้องค้ําประกันในส่วนนี้ และ นั่นคือภาษีและภาระของพี่น้องประชาชนครับ จึงขอให้ทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านกรรมการผู้จัดการได้กรุณาชี้แจงความคืบหน้า แล้วไม่ใช่แค่โครงการพัฒนาระบบ โทรคมนาคมเท่านั้น ขอให้ท่านชี้แจงทุกโครงการ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ว่ามีโครงการ อะไรบ้าง และบัดนี้อํานวยสินเชื่อไปแค่ไหน ดอกเบี้ย ดอกผล การชดเชยจากภาษี ประชาชน ทางรัฐบาล ทางการไทยอนุมัติไปเท่าไรแล้ว แล้วก็ยังเหลือภาระผูกพันมีปัญหา อุปสรรคอย่างไร และให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าต่อไปภายหน้าการพิจารณาอํานวย สินเชื่อเหล่านี้ แม้ว่าจะเปึนนโยบายรัฐบาล แต่ว่าถ้าหากว่ามันส่อความไม่โปร่งใสทั้งที่เรา ได้ท้วงติงแล้วในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ยังเดินหน้าอนุมัติกันเช่นนี้ โดยอ้างแต่เพียงว่าเปึน นโยบายของรัฐบาล ถ้าเปึนเช่นนี้ท่านจะดําเนินการลักษณะเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ภายใต้ รัฐบาลชุดนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรค พลังประชาชน ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงท่านสมาชิกที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ และท่านประธานขอได้โปรดฟังเหตุผลของผมและกรุณาวินิจฉัยด้วย ในตอนหนึ่งของ การอภิปราย ท่านสมาชิกซึ่งได้พูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีหลายบทหลายตอน ผมก็นั่งฟัง แต่ข้อความตอนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าไม่สมควรที่จะพูด นั่นคือการกล่าวว่าคนที่หลบหนี คดีอาญา ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้สภาของเราเปึนเวทีที่ซ้ําเติมคนที่กําลัง เพลี่ยงพล้ํา มันไม่เปึนธรรมสําหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ถ้าท่านสมาชิกจะ ได้กรุณาอ่านแถลงการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีถึงเหตุผลในการที่ต้องลี้ภัย ท่านขอลี้ภัย ทางการเมืองไม่ใช่หนีคดีอาญา ผมมั่นใจว่าท่านจะกลับมาต่อสู้คดีอีกและก็สามารถที่จะ หยิบยกคดีเหล่านี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ในอนาคตข้างหน้า แต่ขณะนี้ท่านไม่ได้รับความ ปลอดภัย ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ไปไหนก็มีแต่คนปองร้ายและนอกจากนั้น แถลงการณ์ได้ระบุชัดเจนว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตรงนี้ท่าน มีความรู้สึกว่าท่านจะไม่ได้รับความเปึนธรรม ท่านจึงลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ รอให้ฟัา เปลี่ยนสีท่านก็จะกลับมาสู้กับความเปึนจริงทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้สมาชิกในสภาของเราไปใช้เวทีนี้ทําลายคนที่เคยมี คุณูปการต่อชาติบ้านเมือง และที่สําคัญที่สุดผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่า อย่าใช้เวทีตรงนี้ทําลายเพื่อนร่วมอาชีพของพวกเราเลยครับ ในสภาของเรามีสมาชิก ๔๘๐ คน มีผู้สมัครทั้งได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้งรวมกัน เบ็ดเสร็จในตลาดนักการเมืองไม่เกิน ๓,๐๐๐ คน ทําไมพวกเราต้องมาทําลายกันเอง อย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่านักการเมืองทําลายนักการเมือง คนอาชีพอื่น ๆ ก็มอง นักการเมืองด้วยความดูหมิ่นถิ่นแคลน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ขอให้วินิจฉัย ให้ท่านสมาชิกที่กล่าวคําว่า คนที่หลบหนีคดีอาญา ถอนคํานี้ออกไปจากคําอภิปราย เพราะแท้ที่จริงท่านไม่ได้หนีคดีอาญา ท่านลี้ภัยการเมืองครับ ขอบคุณครับ
ครับ เชิญคุณอลงกรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกอาวุโสซึ่งอยู่จังหวัดข้างเคียงนะครับ ที่ได้กรุณาชี้แจงแทนท่าน อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เผอิญว่าท่านอาจไม่อยู่ในฐานะที่จะเปึนตัวแทนดังกล่าวได้ และ ๒. ก็คือว่าการขอให้ผมได้ถอนคําพูดนั้น ผมอยากจะเรียนว่าเปึนประเด็นที่จะต้องกล่าว ชี้แจงต่อท่านประธานก่อนที่จะตัดสินว่าผมจะทําอย่างไร และ ๒. คือการกล่าวในลักษณะ ว่าผมทําลายเพื่อนนักการเมืองด้วยกัน หรือทําลายคนที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ เปึน ๒ ประเด็น
ประเด็นแรกที่จะให้ผมถอนที่กล่าวว่า คนที่หลบหนีคดีอาญา เปึนการ หลบหนีคดีอาญาจริง ๆ ครับ ไม่มีสารบบของการลี้ภัยการเมือง ท่านสมาชิกคงจะต้องไป ตรวจสอบว่าสถานะของการลี้ภัยทางการเมืองมีได้อย่างไร ๒. ก็คือว่าบัดนี้ตกเปึนจําเลย ของคดีอาญา แล้วจะให้ผมกล่าวอย่างไร ผมบิดเบือนไม่ได้ ผมจะไปปกปัองใครก็ตาม โดยบิดเบือนด้วยการกล่าวถ้อยคําในสภาไม่ได้ทั้งสิ้น ส่วนเหตุผลข้ออ้างในการหลบหนี คดีอาญาว่าเปึนเพราะไม่ปลอดภัย ท่านก็กลับมาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ก็อยู่มา เห็นไปเป่ดงานโน้นงานนี้ ก็เห็นปลอดภัยดีครับ ก็ไม่เห็นมีอะไรที่จะต้อง ห่วงใยในส่วนนั้น แต่ท่านก็มีสิทธิคิดได้ครับ มีสิทธิคิดได้ ผมก็ไม่ได้โต้แย้งในส่วนนั้น หรือว่าการไปกล่าวว่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมว่ากระบวนการยุติธรรมของเรามี ๒ มาตรฐาน ไม่เปึนกลาง ซึ่งตรงนั้นผมคิดว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่งครับ ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมคิดว่านั่นคือการทําลายชื่อเสียงประเทศชาติ ประเทศชาติ ได้รับผลกระทบรุนแรงมาก นักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่ง นั้น ระบบกฎหมายและระบบยุติธรรมถือว่าเปึนพื้นฐานสําคัญที่เขาจะพิจารณา การที่คน เปึนอดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวถ้อยคําเช่นนั้นถือได้ว่าไม่รักชาติหรอกครับ ทําลายชาติ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการกล่าวอ้างดังกล่าว
คุณอลงกรณ์ครับ มันจะ ไปไกลแล้วครับ ยิ่งลึกเข้าไปอีก
อันนั้นไม่ลึกแล้วครับท่านประธานครับ
คุณอย่าไปพูดถึง บุคคลภายนอกได้ไหมครับ เพราะเขาไม่มีสิทธิที่จะมาโต้ตอบในสภา ผมขอความกรุณา มาพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ขอให้ยุติในเรื่องที่จะกล่าวถึงบุคคลภายนอก เพราะว่า ท่านทักษิณเองท่านก็ไปอยู่ต่างประเทศแล้ว แล้วท่านจะกลับเมื่อไรเราก็ไม่รู้ ฉะนั้นเรา อย่าไปพูดถึงบุคคลภายนอกดีที่สุดนะครับ เพื่อให้บรรยากาศการประชุมเราไปด้วยความ เรียบร้อย ก็ขอความกรุณาเถอะครับ หรือว่าอย่าไปซ้ําเติมบุคคลที่เขากําลังไม้ล้มข้ามได้ อย่าข้ามคนนะครับ สุภาษิตเขาว่าไว้แล้ว ฉะนั้นเราก็ต้องระมัดระวังบ้างจะเปึนความสงบ เรียบร้อยของการประชุมนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่กรณีของการคนล้มอย่าข้ามนะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ เอ็กซิม แบงก์ เสนอรายงานเข้ามาและปรากฏอยู่ในหน้าที่ ๑๘ ในเรื่องการให้เงินกู้ เผอิญเรื่องให้เงินกู้ดังกล่าวนั้นข้อเท็จจริงมันปรากฏชัดว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ท่านให้เงินกู้อันนี้กับพม่า และไม่ใช่ปกติคือเพิ่มจาก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๔,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท และโครงการนั้นก็ปรากฏว่าคู่สัญญาก็เปึนบริษัทลูกชายของท่าน ผมไม่ได้กล่าว เกินเลย ผมกล่าวในกรอบโดยเฉพาะเลย แต่เผอิญเพื่อนสมาชิกได้ทักทวงมา แล้วขอให้ ผมขอถอนคําพูด ผมก็ต้องชี้แจง เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ ๑ ผมถือว่าผมได้ชี้แจง และเรียนท่านประธานที่ท่านประธานขออย่าซ้ําเติม ถ้าเปึนคนโกงชาติกินเมืองนี่ผมจะ เหยียบย่ําเลยครับไม่ใช่แค่ซ้ําเติม ผมต่อสู้มา ๔ - ๕ ป้ โดนคดีกี่คดีท่านประธานทราบ ไหมครับ เพราะต่อสู้กับพวกโกงบ้านกินเมืองนี่ครับ ยุคโกงทั้งโคตร โคตรโกงนี่ละครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องของการที่บอกว่าทําลายเพื่อนร่วมอาชีพ ทําลาย คนที่มีคุณูปการ
ท่านได้ชี้แจงแล้ว ผมฟัง อยู่ ท่านได้ชี้แจงจบไปแล้ว
อันนี้ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน สั้น ๆ ครับท่านประธาน ว่าผมไม่มีเจตนาเลยครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวสักครู่นี้ ไม่มีเจตนาเลยครับ ผมต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรของเราเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย อย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึนตัวแทนของใคร แล้วยังหลับหูหลับตาสนับสนุนทั้งที่รู้ว่าโกงบ้าน กินเมือง เปึนผู้ต้องหาหลบคดีอาญาอย่างนี้ มันไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า
ผมได้ขอร้องคุณอลงกรณ์ แล้วนะครับ ได้ขอร้องแล้วว่าท่านอย่ากล่าวถึงบุคคลภายนอก เรามาพูดเนื้อหาสาระ ในเรื่องคุณเชาวริน เชิญครับ ประท้วงอีกเชิญครับ
ผมคงจะต้องขอให้ ท่านประธานช่วยบอกท่านสมาชิกจากเพชรบุรีที่อภิปรายว่า ผมนี่หลับหูหลับตาสนับสนุน คนโกงบ้านกินเมือง ท่านประธานครับ ถ้าจะกรุณาดูมาตรา ๓๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเรากําลังใช้อยู่ในขณะนี้ บัญญัติไว้อยู่ ชัดเจนนะครับว่า ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด นี่ท่านสมาชิกจากเพชรบุรีตัดสินไปแล้ว เปึนผู้โกงชาติ กินบ้านกินเมือง อย่างโน้นอย่างนี้ อย่ามายกเลยครับว่าต่อสู้เรื่องอย่างนี้มาตลอด ๔ - ๕ ป้ ผมก็ต่อสู้มาเหมือนกันไม่ผิดกัน หรอกครับ ท่านบอกว่าท่านต่อสู้จนเปึนจําเลยในคดีต่าง ๆ ผมนี่แหละครับ จําเลย คดีอาญา ๓๖ คดีในชีวิตนักการเมืองของผม เพราะฉะนั้นอย่ามายกว่าตัวเองดีอย่างโน้น อย่างนี้ เอาของจริงมาพูดกันท่านประธาน รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้สันนิษฐาน ในคดีอาญาให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิดครับ ไม่ใช่มานั่งตัดสินเอง อย่างนี้ ผมขอครับท่านประธาน อย่างที่ท่านประธานพูดว่า ภาษิตโบราณบอกว่า ไม้ล้ม ข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม นี่ถูกต้องที่สุดครับ ขอบคุณครับ
ผมก็ได้เรียนกับ คุณอลงกรณ์แล้ว ผมว่าพอแล้วคุณอลงกรณ์ พอแล้ว
ท่านประธานครับ เพื่อให้ความร่วมมือ เพื่อให้บรรยากาศการประชุมสภาเปึนไปโดยเรียบร้อยนะครับ ผมจะให้ความร่วมมือ แต่เรียนว่าสักครู่ไม่ได้เปึนการยกตัวเองครับ ผมได้รับการคัดเลือกเปึนดาวเด่นแห่งป้ของ รัฐสภาในการต่อสู้เรื่องคอร์รัปชั่น โดยสื่อมวลชนประจํารัฐสภา ในการต่อสู้กับการ คอร์รัปชั่น เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานแต่เพียงว่า
ผมว่าพอแล้วคุณอลงกรณ์ มีผู้ประท้วงอีกแล้ว เชิญผู้ประท้วง
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ ของพรรคพลังประชาชน ผมด้วยความเคารพท่านประธาน แต่ผมก็เห็นว่า คํากล่าวของผู้อภิปราย ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยชื่อท่าน คือท่านอลงกรณ์นั้น ได้แสดงเจตนาชัดเจนว่า เปัาหมายจริง ๆ ของการ อภิปรายนั้นไม่ใช่อยู่ในญัตตินี้ ท่านประธานครับ ที่ผมมาประท้วงนี้ไม่ได้มาปกปัอง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่ผมกําลังมาปกปัองคนไทยทุกคนที่ไม่ได้รับ ความเปึนธรรมครับท่านประธาน โดยเฉพาะนักการเมืองนั้น เราต้องยอมรับความเปึนจริง ครับท่านประธานว่า ระบบการเมืองของเรานั้นอยู่ในโครงสร้างที่มีอํานาจแฝงเร้นอยู่ และคนในพรรคของท่านอลงกรณ์เองก็เคยได้รับมรสุมถูกกล่าวหาอย่างไม่เปึนธรรม เหมือนกัน ในอดีตเมื่อเหตุการณ์ ๖ ตุลา วันนี้ ส.ส. ในพรรคท่านอย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลยครับ ทําการรัฐประหารล้มเหลว ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็รับคนที่ทํารัฐประหารนั้นเข้ามาอยู่ในพรรคของท่านเหมือนกัน ผมไม่เอ่ยชื่อครับ เพราะเกรงว่าท่านจะได้รับความเสียหาย ท่านประธานครับ ในการเมือง ที่มีภาวะวิกฤติอํานาจแฝงเร้นเพียงอยู่ในโครงสร้างของระบบประชาธิปไตย พูดได้ ครึ่งเดียวครับ อีกครึ่งก็พูดไม่ได้ วันนี้ผมถามหน่อยเถอะครับ ถ้าคุณอลงกรณ์จะกล่าวหา ใครก็ได้ ช่วยตอบคําถามแทนคุณธีรยุทธ บุญมี หน่อยสิครับ นักวิชาการหลายคนพูดถึง เรื่องตุลาการภิวัฒน์ ท่านประธานครับ คําว่า ภิวัฒน์ ก็คือ ปฏิวัติ เจอทหารปฏิวัติก็ หนักแล้ว สังคมวันนี้กําลังกล่าวหาว่าตุลาการภิวัตน์ ศาลบางศาลพิจารณาคดีถึงตีสอง ครับ
ผมว่าจะไกลไปแล้วครับ
มิได้ครับ ท่านประธานครับ ผมกําลัง จะขอความเปึนธรรมว่าระบบโครงสร้างการเมืองที่ไม่เปึนธรรมอย่างนี้ เราเปึนนักการเมือง ที่ต้องทนอยู่กับระบบอํานาจเผด็จการที่แฝงเร้นอยู่อย่างนี้ มีรายละเอียดมากมายครับ ถ้าจะพูดกัน แต่ถ้าท่านประธานจะให้คุณอลงกรณ์เข้าประเด็นเสีย แล้วคุณอลงกรณ์จะไม่ ตวัดหาง ซึ่งยาวเหลือเกินหางของท่าน จะได้จบเสียตรงนี้ ถ้าไม่จบ ผมก็จะต้องขอสิทธิ ประท้วงท่านในการอภิปราย ก็ขอให้ดุลยพินิจอยู่กับท่านประธาน ผมจะไม่ปกปัอง พันตํารวจโท ทักษิณ ครับ แต่จะปกปัองกับคนไทยทุกคนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมครับ คนที่เปึนสมาชิกสภานั้น ถ้าไม่กล้าหาญที่จะพูดความจริง ถ้าจะไม่กล้าหาญปกปัองคนที่ ไม่ได้รับความเปึนธรรมนั้นอย่ามาเปึน ส.ส. เลยครับ ถ้าคิดแต่จะใส่ร้ายเขา เปึนได้แค่ ประชาชน ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งก็ยังเปึนยากครับ เพราะคนไทยทุกคนรักความเปึน ธรรมครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณอลงกรณ์ พอแล้วครับ ต่างคนต่างก็สมน้ําสมเนื้อแล้วนะครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวนะครับ จบแล้วครับ ท่านประธาน
คือผมไม่ตัดสินชี้ขาดอะไร ครับ พอน้ําพอเนื้อแล้วครับ
คือจริง ๆ อยากจะเรียนท่านประธาน ว่าในคําอภิปรายก็อยู่ในกรอบ จนกระทั่งมีการประท้วง
คือท่านอภิปรายจบลงแล้ว
ถูกต้องครับ
แล้วก็คุณเชาวริน ขึ้นประท้วง ผมก็ไม่ชี้ขาด ไม่วินิจฉัย ผมขอร้องคุณอลงกรณ์บอกว่าพอแล้ว พวกเราจะได้ เดินหน้า ก็ขอความกรุณาอย่างนี้ คุณก็ไม่หยุดสักที ก็จนคุณสุนัยออกมาอีกโรง ก็ไปกันใหญ่ ก็อยากจะขอความกรุณายุติแค่นี้นะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านประธานครับ ถ้ากรณีของล่าสุดนี้ ผมเรียนว่า ผมเพียงแต่ทวงความเปึนธรรมให้คนไทยที่เสียภาษี แทนดอกเบี้ยที่จ่าย
เรื่องดอกเบี้ยเดี๋ยวทาง ธนาคารเขาตอบ
ผมประท้วงอีกครับ ถ้าท่านอลงกรณ์ ไม่เชื่อท่านประธาน ขอประทานโทษเถอะครับ จะวุ่นวายทั้งสภา
ผมขอทั้ง ๒ ฝ์าย เลยครับ
ขอให้นั่งเถอะครับ
คุณสุนัยพอแล้ว
ผมเชื่อท่านประธานอยู่แล้วครับ แต่ว่าท่านอลงกรณ์นี่ทําการไม่เหมาะสม ไม่เชื่อท่านประธานครับ
คุณอลงกรณ์ก็พอแล้ว ก็ขอทั้ง ๒ ฝ์าย นะครับ
หมดแล้วครับ ท่านประธานครับ อภิปรายครบถ้วนกระบวนความแล้วครับ
คุณสาทิตย์ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจ ที่จะลุกขึ้นมา แต่เนื่องจากว่าจําเปึนที่จะต้องให้สิทธิพาดพิง ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้น กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าไม่ระบุชื่อก็ตามว่ามีการรับผู้ที่ทํารัฐประหารล้มเหลว มาแล้วถึง ๒ ครั้ง ถ้าผมไม่ชี้แจงก็จะทําให้คนเข้าใจผิดเสมือนกับผู้กล่าวหาท่านนี้ พยายามที่จะชี้หน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าไปสนับสนุนการรัฐประหารหรืออย่างไร ผมก็ ต้องเรียนว่าสมาชิกที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ความจริงก็อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ก็ควรที่ จะรู้ว่าพรรคซึ่งตั้งมา ๖๐ กว่าป้ จุดยืนในการต่อต้านกับเผด็จการ ไม่ว่าจะเปึน เผด็จการทหารหรือเผด็จการทุนนิยมสามานย์ทั้งหลายนี้ ก็เปึนอุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่ เริ่มต้น กระบวนการในการรับคนเข้ามาก็ต้องมีการพิจารณากัน เพราะฉะนั้นอดีตที่ ผ่านมาของคนแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน แต่ในการรับเข้ามาก็จะต้องมาปฏิบัติตาม แนวทางอุดมการณ์ของพรรค ความจริงแล้วทุกพรรคถ้าจะพิจารณาดูเบื้องหลังของ แต่ละคนก็มีเช่นเดียวกัน พรรคของท่านยังมีคนซึ่งเคยอยู่ใน คมช. ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น ก็เปึนเรื่องซึ่งผมคิดว่านี่เปึนข้อเท็จจริง แต่เราก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่าคนที่เข้ามา ทํางาน ทําหน้าที่ก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ที่เขารับมอบหมาย ประชาธิปัตย์ เราก็ทําหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ การรับสมาชิกเข้ามาก็ต้องทําตามแนวทาง จุดยืน นโยบายของพรรค ก็ต้องกราบเรียนชี้แจงไว้อย่างนั้นครับ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ
ก็ไม่จบกันสักทีครับ เชิญพาดพิงนิดหน่อย เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ผมก็เคยอยู่ประชาธิปัตย์ เหมือนกับท่าน
สมาชิกที่กล่าวอย่างนั้นทําให้ผม เสียหาย ผมไม่ได้ไปตําหนิ แต่ผมกําลังบอกว่าอดีตผู้นําพรรคของท่านก็เคยเจอมรสุม การเมืองอย่างนี้ คนที่ทําการรัฐประหาร ๒ รอบ ๓ รอบเปึนอาชญากร ยิงนี่ครับคนหนึ่ง ตอนนี้ท่านก็รับมาอยู่กับพรรคท่าน แต่ไม่ได้ตําหนิครับ นี่คือวิกฤติการเมืองที่ผันผวน ถ้าท่านรู้จักรักหัวหน้าพรรคท่านอย่างไร รู้จักรักอดีตหัวหน้าพรรคท่านอย่างไร ผมก็รู้จักรัก เช่นเดียวกับท่าน เพราะผมเปึนปุถุชนเท่ากับท่าน ดังนั้นถ้าเราจะกล่าวอย่างเปึนธรรมว่า มรสุมการเมืองในภาวะการเมืองที่มีวิกฤติอํานาจแฝงเร้น ซึ่งเราสภาผู้แทนแห่งนี้ไม่รู้จะ ต่อสู้กับมันอย่างไร อย่างน้อยที่สุดเราต้องยืนหยัดว่าเราอย่าทําลายพวกเดียวกัน
ครับ ๆ พอแล้ว พอแล้วครับ
เท่านั้นล่ะครับ ท่านครับ ก็ขอบพระคุณอีก ถ้าไม่ขึ้นอีกก็จะไม่มีครับ ขอบคุณครับ
พอแล้วครับ ผมขอเท่านี้ ขอทุกฝ์ายครับ เชิญคุณจุติเริ่มตามเนื้อหาตัวเลขของธนาคารต่อครับ ถ้าจะพูดเรื่องนี้อีก ผมไม่เอาอีกแล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมมีเรื่องจะสอบถาม ทางผู้มาชี้แจงนะครับ ด้วยความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นะครับ แล้วก็ท่านกรรมการผู้จัดการธนาคาร ธสน. นะครับ ซึ่งเปึนผู้บริหารใหม่ ไม่ใช่ ผู้บริหารคนเดิมนะครับ มารับผิดชอบใหม่ ก็ให้กําลังใจ เพราะว่ามีปัญหาเยอะ ประเด็นที่ ผมอยากจะสอบถามก็คือว่าในรายงานของท่าน ผลประกอบการป้ ๒๕๕๐ นี้นะครับ ท่านบอกว่า มีหนี้ที่ไม่ได้รับรู้รายได้ หนี้เสีย เอ็นพีแอล (NPL) นี้นะครับ ลดลงนะครับ ลดลงจากการขายหนี้เสียก็ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะทราบว่าที่ขายไป นี้ครับ ขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วผลของการขายท่านได้คืนจากตรงนี้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เปึน สินเชื่อประเภทใดที่ไปกรุณาระบุรายละเอียดด้วย ถ้ารายละเอียดเยอะมากก็อยากจะให้ ส่งมาให้สภาเปึนรายละเอียดยาวเหยียดนะครับ
คําถามต่อมาคือว่าอยากจะทราบว่าต้นทุนที่ท่านชี้แจงมานี้ ว่าต้นทุนยืนไว้ ที่เพดาน ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้นทุนตลาดอยากจะทราบว่ามันปรับขึ้นลงตามอัตราตลาดไหม ยกตัวอย่างที่ให้มาวันนี้มัน ๕.๑ อย่างนี้นะครับ ถามว่าป้ต่อไปถ้าเผื่ออัตราดอกเบี้ยขึ้น เราจะต้องชดเชยเพิ่มขึ้นหรือเปล่า แล้วจุดสิ้นสุดของมันอยู่ตรงไหน สิ่งที่กังวลก็คือว่า นอกจากขายหนี้เสียไปแล้วก็ยังมีหนี้เสียใหม่เพิ่มขึ้นถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่กิจกรรม ของท่านลดลง ความเปึนห่วงเปึนใยก็คือว่าผู้ที่จะมาใช้ธุรกิจพึ่งพา ธสน. อยากจะทราบว่า เป่ดกว้างให้เข้าถึงได้อย่างไร แล้วก็ยืนยันว่าผู้ประกอบการจริง ๆ สามารถเข้าถึงไหม ถ้าเผื่อไม่มีเส้นสายทางการเมืองมาขอรับสินเชื่อ หรือขอประกันสินเชื่อนะครับ นอกจากนั้นแล้วมีความสงสัยก็คือว่าในรายงานท่านบอกว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ท่านมี การปรับเกณฑ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามเกณฑ์ ไอเอเอส ๓๙ (IAS 39) ขณะนี้มีข่าว ออกมาว่ากระทรวงการคลังจะไม่ยอมยึดเกณฑ์ ไอเอเอส ๓๙ เพราะว่าธนาคารของรัฐ ต้องทําตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล ของกระทรวงการคลัง ถามว่าเกณฑ์เหล่านี้ยังจะยึด อยู่ไหม หรือว่าจะผ่อนคลาย การจะยึดหรือจะผ่อนคลายคงมีผลกระทบต่อผล ประกอบการของท่านเหมือนกันนะครับตรงนี้ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะถามก็คือว่ามี ความสงสัยซึ่งในรายงานก่อน ๆ ไม่เคยมีความชัดเจนมากเท่าวันนี้ อาจจะเพราะว่า เมื่อก่อนนั้นไม่สามารถแสดงเอกสารได้มากเท่าวันนี้นะครับ ผมมาเห็นรายละเอียด ของท่านในการปล่อยกู้หนี้ที่มีปัญหา คือหนี้ที่ปล่อยให้กับประเทศพม่า มูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยผู้ให้กู้นี้คือธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ส่วนผู้กู้คือ เมียนม่าร์ ฟอเรียนจ์ เทรด แบงก์ (Myanmar Foreign Trade Bank) ลงนามวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ ทีนี้จํานวนเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แต่สิ่งที่มีความสงสัยก็คือว่าในเปัาหมายของ การปล่อยสินเชื่อนี่ ท่านบอกว่าผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าและบริการ ได้มูลค่ารวม ๔,๐๐๐ล้านบาท แล้วก็มีเงื่อนไขการเบิกถอน ในเงื่อนไขการเบิกถอน ธสน. (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย) กําหนดเงื่อนไขการเบิกถอนเงินไว้ว่า จะต้องนําเงินไปซื้อสินค้าทุนหรือบริการจากไทยเท่านั้น เพื่อให้ ธสน.นําเงินที่ปล่อยสินเชื่อ แก่พม่าไปจ่ายค่าสินค้าและบริการแก่บริษัทไทยต่อไป ท่านพูดตรงนี้ไว้ชัดเจนว่านี่คือ ผู้ประกอบการไทย แต่ว่ามูลค่าสัญญาตามรายผู้ส่งออกและจํานวนที่เบิกถอนไปแล้ว นะครับ เมื่อ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่มีนะครับ มันมีบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทไทยได้รับเงินตรงนี้ ไปด้วย บริษัทฮาตาริ ไวร์เลส คอมปานี ลิมิเต็ด ก็อยากจะถามว่าตรงนี้มันผิดเงื่อนไขเกณฑ์ การปล่อยกู้หรือเปล่า แล้วก็เปึนบริษัทไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม หรือเปึนบริษัทญี่ปุ์น บริษัท ต่างชาติที่มาตั้งในประเทศไทยและทําไมจึงได้ปล่อยกู้ไปนะครับ ตรงนี้เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะซักถาม นอกจากนั้นแล้วก็อยากจะถามว่าธนาคารส่งออกนําเข้านะครับ ป้นี้ภารกิจ ของท่านนอกจาก ป้ ๒๕๕๐ จบไปแล้วจะเน้นธุรกิจส่งออกประเภทใดนะครับ แล้วคาดว่า จะมีการปล่อยสินเชื่อให้ตามเปัาหมายประมาณเท่าไร แล้วคิดว่าจะลดปริมาณหนี้เสีย หรือ เอ็นพีแอล ลงได้เหลือประมาณกี่เปอร์เซ็นต์หรือเปึนมูลค่าประมาณเท่าไร ซึ่งผมจะ ขอซักถามรายละเอียดในที่ประชุมสภาต่อไปครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านเพื่อนสมาชิกคือ คุณอลงกรณ์ พลบุตร และคุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับท่านประธาน ก่อนที่ จะตอบข้อซักถามถึงกรณีเงินกู้ของประเทศพม่าเปึนวงเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมคิดว่า เราคงอยากจะทราบสถานะของธนาคารส่งออกและนําเข้าหรือเอ็กซิม แบงก์ ล่าสุด ในป้ ๒๕๕๐ ครับ ว่าสถานภาพมันเปึนอย่างไร ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานครับ ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอเรียนรายงานสรุปผลดําเนินกิจการ งบดุล บัญชีกําไรขาดทุนของเอ็กซิม แบงก์ สําหรับบัญชีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ดังนี้นะครับ ผลการดําเนินงานของ ธสน. หรือธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ประจําป้ ๒๕๕๐ มีดังนี้ครับ สินทรัพย์ ๖๕,๓๙๑ ล้านบาทนะครับ หนี้สิน ๕๗,๔๓๗ ล้านบาท ส่วนของทุนเพิ่มขึ้นเปึน ๗,๙๕๔ ล้านบาท รายได้รวม ๔,๖๖๔ ล้านบาท กําไรสุทธิ ณ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ นะครับ ๕๐๖ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ โดยสรุปแล้วผมขอรายงานดังนี้นะครับ ว่าคุณภาพสินทรัพย์ของ ธสน. นั้นมี เอ็นพีแอล ลดลง ๕,๐๐๐ ล้านบาทหรือคิดเปึนร้อยละ ๕.๕ เมื่อเปรียบเทียบกับ ป้ ๒๕๔๙ แล้วมีเงิน เอ็นพีแอล ถึงร้อยละ ๑๓.๖ นะครับ และผลการดําเนินงานตาม วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งธนาคาร ธสน. นั้นมีดังนี้นะครับ วงเงินอนุมัติสินเชื่อการส่งออก ณ ป้ ๒๕๕๐ มีมูลค่ารวม ๘๒,๒๔๒ ล้านบาทครับ ในส่วนนี้เปึนวงเงินเพิ่มใหม่ระหว่าง ป้ ๒๕๕๐ มูลค่า ๑๘,๓๑๘ ล้านบาท ในข้อที่ ๒ นะครับ วงเงินอนุมัติโครงการลงทุน ในต่างประเทศ ณ สิ้นป้ ๒๕๕๐ มีมูลค่า ๒๒,๖๕๑ ล้านบาท เปึนวงเงินเพิ่มใหม่ระหว่าง ป้ ๒๕๕๐ มีมูลค่า ๒,๐๘๙ ล้านบาทครับ ในข้อที่ ๓ บริการประกันการส่งออกให้ความ คุ้มครองส่งออกทุกชนิดนะครับ ผู้ส่งออกทุกชนิดไปยังผู้ซื้อใน ๗ ทวีป รวม ๒๐๗ ประเทศ มีมูลค่ารับประกันการส่งออกประมาณเท่ากับ ๔๑,๐๑๖ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เบื้องต้นนี้เปึนเพียง ภาพรวมของรายงานกิจการของเอ็กซิม แบงก์ ในป้ ๒๕๕๐ สิ้นสุดป้ ๒๕๕๐ นะครับ วันนี้ ตามที่ได้ขออนุญาตท่านประธานคือ คุณอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการจะมาตอบ ในรายละเอียดนะครับ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานขออนุญาตกล่าวในรายละเอียด ของเงินกู้ของสหภาพพม่าเปึนจํานวนเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ในขั้นต้นนะครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังคุณอลงกรณ์ คือเงินที่ให้กู้ที่คุณอลงกรณ์บอกว่ากู้ในกลุ่ม ชิน แซทเทิลไลท์ นั้น ไม่ใช่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เงินทั้งหมดมีวงเงิน ๕๗๐ ล้านบาท และขอเรียนว่าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๔๗ นั้น ตามที่ได้เข้าใจครับท่านประธาน ถูกครับ คือวงเงินอนุมัติ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเวลากู้ ๑๒ ป้ ระยะเวลาปลอดต้น ๕ ป้ อัตราดอกเบี้ยที่ให้แก่โครงการนั้น ๓ เปอร์เซ็นต์ ต้นทุนของเอ็กซิม แบงก์ นั้น ๕.๑ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นส่วนต่างของดอกเบี้ยคือประมาณ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ จํานวนที่เรา จะต้องของบประมาณไปชดเชยในส่วนต่างดอกเบี้ยที่เราเสียหายไปนั้นประมาณ ป้ละ ๘๓.๓๙ ล้านบาท โดยสรุปเข้าใจง่าย ๆ นะครับว่า ในช่วงระยะเวลา ๑๒ ป้ เราจะต้องชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่างรวมแล้วประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท แต่ขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ว่าเงินต้นและดอกเบี้ยจะไม่เสียหาย ณ วันนี้ มีการจ่ายดอกเบี้ยมา ๘ งวดแล้วครับ ฉะนั้นดอกเบี้ยได้มีการจ่ายตลอด และจะเริ่ม จ่ายเงินต้นในป้ ๒๕๕๓ คือเดือนกุมภาพันธ์ และเงินจํานวนนี้รัฐบาลพม่าค้ําประกัน เพราะฉะนั้นผมมีความคิดเห็นว่าความเปึนห่วงที่จะสูญเสียเงินต้นและดอกเบี้ยนั้น คงจะค่อนข้างจะยาก ฉะนั้นรัฐบาลคงจะไม่ขาดทุนหรือสูญเสียกับเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ส่วนต่างของดอกเบี้ยนั้นก็มีความเปึนไปได้ เพราะว่าต้นทุนเราสูงกว่า ก็อย่างที่ กราบเรียนไปแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการที่เราปล่อยโครงการ ให้กับประเทศพม่านี้ เราอย่าไปคิดในแง่ร้ายเสียหมด มันก็มีส่วนดี เพราะประเทศพม่านั้น เปึนประเทศเพื่อนบ้านของเรานะครับ สิ่งที่เราได้จากโครงการนี้ก็คือวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น เซ็นสัญญากันนะครับว่าจะต้องใช้วัสดุอุปกรณ์จากประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนเครื่องไฟฟัา สายไฟ หรืออุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ นั้นจะต้องใช้ในประเทศของเรานะครับ และประเทศ พม่าเปึนประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านนั้นในทางตรงกันข้าม หรือในทางอ้อมเราก็จะได้ความสัมพันธ์และสิ่งที่เราสามารถจะขอเขาได้ ไม่ว่าจะเปึน ในทางประมง พื้นที่ประมงทางทะเล ในเรื่องของแก้ไขปัญหายาเสพติดต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งที่ เราจะสูญเสียส่วนต่างของดอกเบี้ยไป ๖๐๐ ล้านบาท เราต้องคิดเหมือนกันครับว่า ทางอ้อมที่เราจะได้จากพม่า หรือพม่าจะสนับสนุนเรานั้นมีอะไรบ้างนะครับ เราต้อง คิด ๒ ทางนะครับ อย่าไปคิดในแง่ร้ายเสียหมด ฉะนั้นในวันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าถ้าจะชี้แจงในรายละเอียดท่านกรรมการผู้จัดการของเอ็กซิม แบงก์ ได้มาอยู่ ณ ที่นี้ และผมจะขอให้ท่านกรรมการผู้จัดการได้แจงในรายละเอียด ในประเด็นที่คุณจุติ ได้ซักถาม ในประเด็นที่คุณอลงกรณ์ได้ซักถามให้ชัดเจนแจ่มแจ้งนะครับ ผมขอเพียง เท่านี้ครับ
เชิญครับ ผู้จัดการครับ
กราบเรียนท่านประสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการ ผู้จัดการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิม แบงก์ นะครับ กระผมขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับเงินกู้ให้กับสหภาพพม่านะครับ ในส่วนของเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ทางธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ได้ปฏิบัติตามมติของ ครม. ซึ่งมติกําหนดมาว่าปล่อยให้สินเชื่อให้เงินกู้แก่รัฐบาลพม่าเพื่อพัฒนาประเทศจํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในประเด็นของ ๓,๐๐๐ ล้านบาท และ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น สําหรับเอ็กซิม แบงก์ ตามที่ผมทราบตามเอกสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ เปึนมติจาก ครม. มาก็ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อถึงที่เอ็กซิม แบงก์ สาเหตุที่จากทางธนาคารเพื่อการส่งออกและ นําเข้าแห่งประเทศไทย จําเปึนจะต้องขอความคุ้มครองจากรัฐบาลตามมาตรา ๒๓ นั้น มี ๒ เหตุผล เหตุผลที่ ๑ คือเงินกู้เปึนจํานวนค่อนข้างสูง ๔,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ทุนจดทะเบียนของธนาคาร ถือเปึนความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง เหตุผลที่ ๒ ก็คือว่าดอกเบี้ย ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ที่ให้แก่รัฐบาลพม่านั้น ต่ํากว่าต้นทุนการเงินของทางเอ็กซิม แบงก์ ซึ่งจะ ส่งผลขาดทุนให้กับธนาคาร ดังนั้นเพื่อปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่ง เอ็กซิม แบงก์ ต้องปฏิบัติตามมติ ครม. จึงต้องขอความคุ้มครอง ขอความชดเชยจาก รัฐบาลในแง่ของส่วนต่างดอกเบี้ย ประการที่ ๑ และประการที่ ๒ ในเรื่องของความเสี่ยง เนื่องจากเงินกู้เปึนจํานวนสูง ถ้าเกิดอะไรขึ้น เกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งใน พ.ร.บ. ของ เอ็กซิม แบงก์ ก็มีกําหนดไว้ในประเด็นพวกนี้อยู่ อันนี้เปึนที่มาที่ไป ในแง่ของการให้ เงินกู้นั้นเปึนเงินกู้ที่ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ทําสัญญาให้กู้แก่ธนาคารเมียนม่าร์ ฟอเรียนจ์ เทรด แบงก์ ซึ่งก็เปรียบเหมือนเอ็กซิม แบงก์ ของสหภาพพม่า โดยมีรัฐบาลพม่าเปึนผู้ ค้ําประกัน ในส่วนของการที่ให้เงินกู้ไปนั้น การจัดสรรเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้อสินค้า และบริการจากผู้ส่งออกไทย ขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านั้นเปึนขั้นตอนภายในของรัฐบาลพม่า ในการจัดสรรว่าจะซื้อสินค้าใดบ้างจากผู้ส่งออกไทย ในข้อมูลที่ได้จัดส่งไปให้ อนุกรรมาธิการ ก่อนหน้านี้จะมีรายชื่อบริษัทต่าง ๆ ประมาณ ๑๙ บริษัท ผมขออนุญาต ไม่เอ่ยชื่อรายบริษัทนะครับ เพราะเอกสารได้ส่งไปแล้ว แต่ประเภทของธุรกิจนั้นกระจัด กระจายเปึนหลาย ๆ ประเภท อย่างเช่น มีเครื่องมือเครื่องใช้ในการที่ก่อสร้าง สร้างถนน เช่น ซอยล์ (Soil) หรือคอนกรีต แล็บ อิควิปเมนต์ (Concrete Lab Equipment) มี เซอร์เวย์ อินสตรูเมนท์ (Survey Instrument) คือเครื่องมือในการเซอร์เวย์ มียางมะตอย มีรถแทรคเตอร์ มีบูลโดเซอร์ (Bulldozer) คือรถไถ แล้วมีชิ้นส่วนต่าง ๆ เครื่องจักรต่าง ๆ เปึนต้น ซึ่งในรายละเอียดผมขออนุญาตไม่ชี้แจง ณ ที่นี้นะครับ ทั้งหมด ๓,๙๐๐ กว่า ล้านบาท ที่ไม่ครบทั้ง ๔,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าเราอนุมัติ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่เวลา เบิกถอน เวลาทางรัฐบาลพม่าซื้อของจะซื้อของในรูปของดอลลาร์ก็ต้องมาปรับเปลี่ยน แล้วแต่ภาวะอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งตัวเลขมันจะคลาดเคลื่อน แต่คร่าว ๆ ก็จะใกล้ ๆ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันรัฐบาลพม่าโดยเมียนม่าร์ ฟอเรียนจ์ เทรด แบงก์ ได้ชําระ ดอกเบี้ยมาแล้ว ๘ งวด ตามสัญญาทุกประการ ยังไม่มีการผิดนัดใด ๆ ทั้งสิ้น ขอชี้แจง ในประเด็นของเรื่อง ๓,๐๐๐ ล้านบาท และ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปที่ชิน กลุ่มชินนั้น ในตัวเลขที่ผมมีอยู่นะครับ จะมีประมาณ ๕๙๔ ล้านบาท ไปชิน แซทเทลไลท์ ๓๗๔ ล้านบาท ไปฮาตาริ ๒๑๙ ล้านบาท ฮาตาริเปึนบริษัท ผู้ส่งออกไทย ตอบประเด็นที่ต่อเนื่องคือฮาตาริเปึนบริษัทต่างประเทศ ทําไมเรายังอนุญาต ให้เบิกเงินกู้เพื่อไปซื้อของจากฮาตาริ เท่าที่ผมทราบฮาตารินี้เปึนบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยถือเปึนผู้ส่งออกไทยตาม พ.ร.บ. ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยทุกประการครับผม ประเด็นอื่น ๆ นะครับในเรื่องของที่ว่าเอ็กซิม แบงก์ นั้น ปล่อยกู้เปึนลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ เปึนลูกค้าลักษณะใดนะครับ เปึน เอสเอ็มอี หรือจํานวนรายกลางและรายเล็ก เปึนร้อยละ ๘๐ นะครับในแง่ของจํานวนรายนะครับ แต่ถ้าเปึนจํานวนมูลค่าของวงเงิน สินเชื่อแล้วจะเปึนมูลค่า ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ที่เอ็กซิม แบงก์ ปล่อยไปนะครับ ส่วนของบางคําถามเรื่องของ เอ็นพีแอล นะครับว่า เอ็นพีแอล ลดลงนะครับจาก ในป้ ๒๕๕๐ เราแก้ไขปัญหา เอ็นพีแอล ที่สั่งสมกันมาด้วย ๒ วิธีนะครับ
วิธีแรก คือ แก้ปัญหาหนี้ เอ็นพีแอล รายใหญ่ ซึ่งการแก้ปัญหานี้ต้องอาศัย วิชาชีพทางด้านวานิชธนกิจนะครับ ซึ่งเราจึงจัดตั้งฝ์ายวานิชธนกิจขึ้นมาในต้นป้ ๒๕๕๐ นะครับ เพื่อแก้ปัญหาหนี้รายใหญ่ ซึ่งเราแก้ไปประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาทนะครับ
อีกส่วนหนึ่งคือการขายหนี้ เอ็นพีแอล ซึ่งเราได้ขายไปโดยมีที่ปรึกษา ทางการเงินนะครับในการช่วยแนะนําว่าวิธีการที่ดีที่สุดควรจะทําอย่างไร และได้มีการ เชิญผู้ที่จะมาซื้อ เอ็นพีแอล ทั้งหมดเข้าใจว่าประมาณ ๑๐ รายที่ประมูลเข้ามานะครับ และเราก็ขายไปสูงกว่าราคาที่ที่ปรึกษาทางการเงินประเมินไว้ โดยยอดหนี้ทั้งหมดที่เรา ขายไปคือ ๘,๑๘๓ ล้านบาท แบ่งเปึนหนี้ในบัญชี ๖,๘๖๔ ล้านบาท และหนี้นอกบัญชี ๑,๓๐๐ ล้านบาทนะครับ เราได้มีการตั้งสํารอง เอ็นพีแอล นั้นไว้แล้วประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท การขายนี้มีผลขาดทุน ๑๗๔ ล้านบาทนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากว่าการที่ ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ เปึนธนาคารของรัฐที่ส่งเสริมผู้ส่งออกและผู้ลงทุนของไทย ในต่างประเทศ ในลักษณะของการให้สินเชื่อเราจึงมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างผ่อนปรน คือ มีหลักประกันที่ค่อนข้างต่ํา เมื่อเปึน เอ็นพีแอล ทําให้เรามีโอกาสที่จะสูญเสียค่อนข้างสูง นะครับ เพราะว่าเรามีหลักประกันค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์นะครับ อันนี้เนื่องจากบทบาทของเราเปึนธนาคารเพื่อการพัฒนาจึงมีลักษณะโครงสร้างของการ ให้สินเชื่อในลักษณะนี้นะครับ
ในประเด็นเรื่องอื่น ๆ ที่ว่าเรื่องของเงินกู้ที่ให้แก่พม่า ต้นทุนการเงินของเรา อยู่ที่ ๕.๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ เราปล่อยกู้ให้พม่า ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นส่วนต่างอยู่ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์นั้น คําถามที่ว่าแล้วต้นทุนการเงินนี้จะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร ก็ขอเรียนชี้แจงอย่างนี้นะครับว่า เวลาธนาคารหาแหล่งเงินกู้เปึนล็อต ๆ (Lot) เปึนก้อน ๆ มา สําหรับเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เราก็จะมีแหล่งเงินกู้จากหลาย ๆ แหล่ง เพื่อรวมกันว่า ต้นทุนแล้วเฉลี่ยเท่าไร ซึ่งเราจะหาเงินกู้ทีละ ๕ ป้ เพราะฉะนั้น ๕ ป้แรกเงินกู้ที่เปึนต้นทุน ในการใช้ปล่อยกู้พม่านั้นจึงรวมอยู่ที่ ๕.๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหลังจาก ๕ ป้แล้ว เราต้องหา แหล่งเงินกู้ใหม่ซึ่งก็อาจจะกู้อีก ๕ ป้ ซึ่ง ณ ตอนนั้นไม่ทราบว่าดอกเบี้ยมีโอกาสขึ้น หรือขณะเดียวกันก็มีโอกาสลง ถ้าดอกเบี้ยใน ๕ ป้ ซึ่งตอนนี้ปล่อยกู้มาแล้วประมาณ ๓ – ๔ ป้นะครับ ก็อีกสัก ๒ ป้ก็คงจะครบ และดอกเบี้ยอาจจะขาลง ซึ่งอาจจะทําให้ต้นทุน การเงินของเอ็กซิมลดลงต่ํากว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสมมุติว่าได้ ๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนต่าง ก็เหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ที่รัฐบาลจะชดเชยให้กับเอ็กซิม แต่ถ้าขณะเดียวกันถ้าสูงเกิน ๕.๑ เปอร์เซ็นต์ก็ต้องเงินชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้นนะครับ อันนี้ ณ จุดนี้ ยังไม่สามารถที่จะประมาณได้ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลงนะครับ เมื่อถึงเวลาเรา ระดมทุนใหม่นะครับ ส่วนในประเด็นของ ไอเอเอส ๓๙ คือมาตรฐานบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๓๙ ที่มีความเข้มงวดอย่างมากในการตั้งสํารองของธนาคารทั้งหลายนั้น ถึงแม้กระทรวง การคลังได้มีนโยบายว่าธนาคารของรัฐอาจจะชะลอการใช้นะครับ ปฏิบัติตามมาตรฐาน บัญชี ไอเอเอส ๓๙ ก็ตาม แต่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยเลือกที่ จะใช้ปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งเปึนผลทําให้เราต้องขาดทุน ๑,๐๐๐ กว่า ล้านบาทนั้น เพราะว่าธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย เปึนธนาคาร ของรัฐธนาคารเดียวที่มีภารกิจและต้องระดมเงินทุนในตลาดเงินและตลาดทุน ในต่างประเทศ ซึ่งเราถูกวัด ถูกประเมินโดยสถาบันประเมินทั้งหลาย และรวมทั้งผู้ให้กู้ ทั้งหลายในตลาดเงิน ตลาดทุนในต่างประเทศนะครับ เราถูกประเมินโดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (Standard & Poor’s) เราถูกประเมินโดย ฟ่ทช์ (Fitch) เราถูกประเมินโดย มูดีส์ (Moody’s) ทุกป้ เพื่อที่จะกําหนดว่าเรตติ้ง (Rating) ของเอ็กซิม แบงก์ อยู่ที่เท่าไร ซึ่งจะมีผลต่อดอกเบี้ยเงินกู้ที่เราจะกู้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ปฏิบัติตามต้นทุนการ กู้ยืมเงินก็จะสูงขึ้นกว่าที่เปึนปัจจุบัน หรืออาจจะกู้ได้น้อยกว่าที่เรากู้ได้ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเราเลือกที่จะปฏิบัติตามตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ดังนั้นสําหรับคําถามที่ว่าเราจะ ยึดถือต่อไปหรือไม่ เรา เอ็กซิม คงต้องยึดถือต่อไปนะครับ มิฉะนั้นอนาคตเราอาจจะต้อง กู้ยืมเงินโดยต้องขอให้กระทรวงการคลังค้ําประกัน ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยต้องรบกวน รัฐบาลในการค้ําประกัน เพราะเรตติ้งเราปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีและมาตรฐานการ ตั้งสํารองทุกอย่างตามอินเตอร์เนชันแนล สแตนดาร์ด (International Standard) นะครับ
ส่วนประเด็นที่ว่า สําหรับป้ ๒๕๕๐ และป้ถัด ๆ ไปนั้นธนาคารเพื่อ การส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยจะเน้นธุรกิจในด้านไหน และก็จะลด เอ็นพีแอล ได้อย่างไร ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับ เอ็นพีแอล ที่เราเผชิญอยู่นะครับ ถึงแม้เราขายไปแล้วก็ยังมีอยู่ ป้นี้ก็ยังมีเพิ่มขึ้นมา มันเปึนเอ็นพีแอลที่เปึนผลกระทบ ในอดีตนะครับ เราพยายามที่จะบริหารจัดการโดยมาตรการที่กล่าวมาแล้วนะครับ รวมทั้ง เราได้ปรับปรุงวิธีการวิเคราะห์สินเชื่อ อนุมัติสินเชื่อโดยมีการจัดตั้งฝ์ายวิเคราะห์สินเชื่อ ขึ้นมากลั่นกรองการขออนุมัติสินเชื่ออีกชั้นหนึ่งนะครับ เอ็นพีแอลคงยังเพิ่มขึ้น และผม ก็คาดว่าหลังจากป้นี้ก็คงจะลดน้อยถอยลงเพราะเราได้ปรับมาตรการต่าง ๆ แล้ว ส่วนการเน้นธุรกิจใดนั้น สําหรับป้ ๒๕๕๐ นี้และป้ต่อ ๆ ไป ธนาคารจะเน้นธุรกิจผู้ส่งออก ทุก ๆ อุตสาหกรรมหรือหมวดอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ยางพารา และสินค้าป่โตรเคมี ชิ้นส่วนรถยนต์ นอกจากนี้แล้วเรายังเน้นสําหรับ ให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ผมได้เดินทางไป ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อศึกษาภาวะเศรษฐกิจและหาช่องทาง จะพบว่าประเทศเพื่อนบ้านนี้ เต็มไปด้วยนักลงทุนจากประเทศจีน จากรัฐบาลจีน จากญี่ปุ์น ไต้หวัน เกาหลี เต็มไปหมด นะครับ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของเราเอง นักลงทุนไทยที่ไปลงทุนยังมีน้อยนะครับ เราพยายามหามาตรการที่จะพยายามส่งเสริมสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ เพื่อนบ้านซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติที่ประเทศไทยเรายังขาดอยู่ และก็ทรัพยากรพลังงาน ไฟฟัาพลังน้ํา ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนไฟฟัาของไทยถูกลง ซึ่งก็คือเปึนประโยชน์ต่อหมวด หรืออุตสาหกรรมที่มีการผลิตทั้งประเทศนะครับ ต้องใช้ไฟฟัาในการผลิตในโรงงานต่าง ๆ ก็จะได้ถูกลง อันนี้ก็จะเปึนเหตุผลหนึ่งที่ธนาคารเพื่อการส่งออกขอการสนับสนุนจาก รัฐบาลในการเพิ่มทุน ให้ธนาคารเพื่อการส่งออกมีฐานทุนที่ใหญ่ขึ้นที่สามารถที่จะ สนับสนุนนักธุรกิจไทย ผู้ส่งออกไทย รวมทั้งสามารถรับประกันความเสี่ยงให้กับผู้ส่งออก ไทยในเรื่องของการส่งออกด้วยนะครับ และการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ฐานทุนที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของคําถามที่ว่า ถ้าเหตุการณ์เช่นเดียวกับเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทเกิดขึ้นมาอีก ธนาคารจะทําอย่างไร อันนี้เปึนเรื่องที่ลําบากใจมากนะครับ เพราะว่าในฐานะของผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหาร รัฐวิสาหกิจหรือข้าราชการก็ตาม สิ่งที่เราต้องปฏิบัติตามก็คือ มติของรัฐบาล ณ ขณะนั้น เพราะฉะนั้นถ้ามีมติของรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็มีมติให้เราปฏิบัติตาม นโยบายอย่างนั้นอย่างนี้ ในฐานะของรัฐวิสาหกิจเราคงต้องปฏิบัติตามนโยบายของ รัฐบาล แต่ก็ต้องตรวจดูว่าเปึนไปตาม พ.ร.บ. ของเราอนุญาตให้เราทําธุรกรรมนั้น ๆ หรือไม่นะครับ ยกเว้นว่าจะมีการพิสูจน์หรือให้เราเห็นชัดว่านโยบายนั้นเปึนนโยบายที่ ผิดกฎหมาย ไม่อย่างนั้นทางผู้ปฏิบัติงานอย่างกระผมและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจค่อนข้างจะ ลําบากมากนะครับ ไม่ทําก็ผิด ทําก็ผิดนะครับ ก็ขอเรียนชี้แจงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ได้รับฟังการชี้แจงของทั้งท่านรัฐมนตรีและท่านผู้จัดการ ธสน. ได้ลุกขึ้นมาชี้แจง ผมยัง คิดว่าท่านจะสามารถชี้แจงในกรณีที่มีข้อสงสัยบางประการได้กระจ่างชัดและให้ความ มั่นใจกับเราได้ แต่ยิ่งฟังท่านชี้แจงแล้ว ผมคิดว่ายิ่งน่าเปึนกังวลสําหรับการปฏิบัติงาน ของธนาคารส่งออกและนําเข้า ผมต้องกราบเรียนว่าธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย เปึนธนาคารซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเมื่อป้ ๒๕๓๖ ในยุคที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในขณะนั้นก็คือ ในเวลานั้นการค้า ระหว่างประเทศมีความเจริญเติบโตขึ้นมาก แล้วก็การแข่งขันระหว่างประเทศก็มากขึ้น รัฐบาลในเวลานั้นก็ประสงค์ที่จะจัดตั้งธนาคารนี้ขึ้นมาเพื่อเปึนองค์กรที่ทําหน้าที่ให้บริการ ทางการเงินและบริการด้านอื่นเพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ อันจะเปึนการอํานวย ประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ในกฎหมายฉบับนี้ได้มีการกําหนด ทุนประเดิมไว้เบื้องต้น ๒,๕๐๐ ล้านบาท ในเวลานั้น เปัาหมายของรัฐบาลในขณะนั้น ต้องการให้ธนาคารนี้เปึนกลไกที่สําคัญในการสนับสนุน ช่วยเหลือผู้ส่งออกหรือผู้นําเข้า ของไทย หลายคนที่ทํางานในธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าตั้งแต่อดีตเปึนต้นมา จนถึงปัจจุบันนั้น ต้องยอมรับว่าหลายคนเปึนคนดีและก็ต้องการที่จะทํางานนี้ด้วยความ เสียสละ ทุ่มเทอย่างเต็มที่ งานต่าง ๆ ก็สามารถที่จะทําไปได้ด้วยความมีประสิทธิภาพ พอสมควร แต่กฎหมายก็กําหนดให้ต้องมีรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือต่อรัฐสภา คือ ต่อวุฒิสภาด้วย เปัาหมายก็คือเพื่อที่ต้องการตรวจสอบการทํางานในแต่ละป้ เพียงแต่ คนที่เขาออกกฎหมายฉบับนี้เองครับ เขาก็ไม่คาดคิดว่ากลไกของธนาคารซึ่งตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ส่งออก นําเข้า วันหนึ่งมันจะกลายเปึนช่องทางที่นําไปสู่การ ดําเนินการที่มีลักษณะของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือแม้แต่สิ่งที่เราเรียกว่าการคอร์รัปชั่น เชิงนโยบาย ความจริงประเด็นที่เพื่อนสมาชิกยกขึ้นมาเรื่องเงินกู้ให้กับประเทศพม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่ได้แปลว่าเราไม่เห็นด้วยกับการต้องช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้รับทราบว่า การช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านนั้น บางทีก็เปึนการ ช่วยเหลือในลักษณะให้เปล่า บางทีก็ให้เปึนเงินกู้ก็มีผลประโยชน์ตอบแทนกลับมา เพียงแต่ในการช่วยเหลือแต่ละครั้งนั้น ถ้าจะดูรัฐบาลแต่ละชุดก็มีเงินอนุมัติไปช่วยเหลือ ไปสร้างถนนบ้าง ไปทําสนามบินบ้าง ในประเทศรอบ ๆ ประเทศของเรา ก็ทํากันมา หลายรัฐบาล เพียงแต่ประเด็นที่ยกเรื่องเงินกู้พม่าขึ้นมานี้ เพราะมันกลายเปึนประเด็นซึ่งต้องเรียกว่า หนังสือพิมพ์เปึนคนขนานนามว่าเปึนเงินกู้ อัปยศ เปึนรอยด่างครั้งใหญ่ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าของประเทศไทย ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะว่าคําชี้แจงของท่านผู้จัดการก็ดี ทางท่านรัฐมนตรีก็ดี นี่ผมแปลกใจว่าท่านยังยืนยันว่าสิ่งที่ทําไปในเวลานั้นเปึนเรื่องถูกต้อง ท่านบอกสภาว่า ดูแต่ด้านดีสิ ไม่ควรที่จะดูในด้านที่เสียหายอย่างเดียว ท่านต้องไม่ลืมนะครับว่าเรื่องนี้ เปึนคดีความ คตส. เขาตรวจสอบ บัดนี้มีผลการตรวจสอบเปึนสํานวนคดีชัดเจน แล้วก็ ฟัองเปึนคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองและศาลรับฟัอง แล้ว ประเด็นเรื่องของเงินกู้พม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เรื่องกลัวเงินสูญครับ ไม่ใช่เรื่องกลัวเขา ไม่มีเงินมาชดใช้หรอกครับ แต่ประเด็นเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้เปึนประเด็นที่มีการ หยิบยกขึ้นมาพูดเพราะรัฐบาลในขณะนั้นไปออกเปึนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๗ สาระง่าย ๆ ก็คืออนุมัติเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า ของประเทศพม่า ก็เปึนจริงอย่างที่ท่านว่าครับว่าเงินกู้ที่เอาไปทํานั้นไปทําหลายเรื่อง ด้วยกันครับ ทั้งเรื่องโครงข่ายเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม ไปจัดทําถนน ไปจัดซื้อ รถ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็อ้างได้ครับว่าซื้อบริการและอุปกรณ์โดยทุนของคนไทย เพียงแต่ ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมาพิจารณาท่านครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ นี่แหละครับเปึนคนอภิปรายคนแรกในสภา ผมนั่งฟังอยู่ด้วย ประทานโทษเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. สงขลาครับ คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ บอกว่ามีประเด็นจากมติ ครม. ครั้งนี้อนุมัติ เงินกู้พม่าแล้ว ใช้อํานาจตามกฎหมายด้วยว่าถ้าเกิดกรณีเสียหายกับ ธสน. หรือธนาคาร ส่งออกและนําเข้าต้องเอาเงินงบประมาณของรัฐมาชดเชย ประเด็นที่เขายกขึ้นมา ในขณะนั้นก็คือว่าเงินกู้นี้พอไปแล้วบริษัทไทยที่ตามไปได้ผลประโยชน์จากโครงการนี้ เปึนบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับวงวานว่านเครือของผู้มีอํานาจในรัฐบาลชุดนั้น พูดให้ชัด ตอนนั้นมีหลายบริษัทเข้าไปครับ ชิน แซทเทิลไลท์ ก็ดี กรุงไทยแทรกเตอร์ก็ดี หลายบริษัท ที่มีการพูดถึงในเวลานั้น นี่คือประเด็นครับ ประเด็นก็คือนอกจากมีบริษัทจากไทย ตามไปแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวข้องแล้วคนไทยเขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมครับ ไม่ยุติธรรมเพราะว่าเงินกู้ที่ให้ไปนั้นอัตราดอกเบี้ยที่คิดเขาก็ต่ํามาก แล้วเราต้องใช้ เงินงบประมาณของคนไทยครับซึ่งอุตสาหะทํามาหากินด้วยความยากลําบากจ่าย เงินงบประมาณให้รัฐบาลเปึนเงินภาษีไปนี่ด้วยความหวังว่าเงินงบประมาณจะตอบ กลับมาเพื่อมาพัฒนาประเทศ เพื่อลูกเพื่อหลานของเขา ต้องไปจ่ายชดเชยส่วนต่างให้กับ เงินกู้ที่ประเทศพม่า กู้ไปแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทในไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๔๙ ก็มีการยกตัวเลขขึ้นมาดูกันครับ ดูกันว่างบประมาณไทยที่ต้องไปชดเชยโครงการนี้มันเท่าไร ป้ ๒๕๔๙ ตั้งงบประมาณ ไว้ทั้งโครงการครับ ๗๐๙ ล้านบาทเศษ ต้องชดเชยโดยเงินงบประมาณเปึนป้ ๆ ไป เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ๑๕๔ ล้านบาท ป้ถัดมา ๘๔ ล้านบาท ไล่ไปเรื่อย แล้วไปชดใช้ เสร็จสิ้นประมาณป้ ๒๕๕๙ ตรงนี้ต่างหากครับที่เขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมสําหรับคนไทย แล้วมีคนได้ประโยชน์ไปด้วย เราหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายหลายครั้งครับ แล้วในที่สุด หลังจากอภิปรายกันไปแล้วนะครับ ต่อมาเมื่อมีการดําเนินการทางด้านกฎหมายเกิดขึ้น คณะกรรมการที่เรียกว่า คตส. ก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตรวจสอบ แล้วก็มีข้อเท็จจริงปรากฏ ชัดครับว่าเวลามีการเบิกเงินกู้โดยทางพม่าไป เงินที่ได้จากสินเชื่อนั้นก็โอนเข้าบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอํานาจในขณะนั้นโดยตรงเลยครับ ผมยกตัวอย่างข้อเท็จจริงนะครับ ในสํานวนที่มีการยื่นฟัองศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนี้นะครับ มีการระบุเลยว่า ธนาคารเพื่อการค้าต่างประเทศแห่งพม่ามีคําขอลงวันที่ ๕ สิงหาคม ป้ ๒๐๐๔ หรือ ป้ ๒๕๔๗ ยื่นต่อเอ็กซิม แบงก์ ไทยอนุมัติสัญญาจัดซื้อจัดจ้างระหว่างชิน แซทเทิลไลท์ กับหน่วยงานพม่า จํานวนเงิน ๑๕ ล้านเหรียญสหรัฐ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ป้ ๒๐๐๔ เหล่านี้เปึนต้น นี่ต่างหากครับที่เปึนประเด็นที่มา ของเรื่องที่หยิบยกขึ้นมา ผมยกตรงนี้ขึ้นมาอภิปรายอีกครั้งหนึ่งนี่ เพราะรายงานท่าน ในหน้า ๑๘ ก็เขียนไว้ ว่าเงินกู้ที่ให้ไปก็ต้องมีการชดเชยส่วนต่างจากรัฐบาล ประเด็น อยู่ตรงนี้ครับมี ๒ เรื่องครับ ประเด็นก็คือ ๑. เรื่องนี้ต้องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญา นักการเมืองเฉพาะผู้มีอํานาจขณะนั้นซึ่งอนุมัติไป โดยคนที่ฟัองเขาเห็นว่าเปึน ผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วบริษัทดังกล่าวนั้นก็เกี่ยวพันกับบุคคลคนนั้นด้วย แต่ประเด็นที่ เกี่ยวก็คือว่า ธสน. จะต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐซึ่งตั้งด้วยทุนประเดิม เปึนเงินภาษี คนทั้งประเทศ บริหารจัดการช่วยเหลือเรื่องของนําเข้าส่งออก จะทําเรื่องอย่างนี้อีก หรือเปล่า คนเขาก็ไม่มั่นใจอดีตผู้จัดการของ ธสน. ครับ ให้สัมภาษณ์เอาไว้ตอนเกิดเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๗ มีบันทึกไว้และผมเก็บเปึนแฟัมไว้เลยครับ แล้วพูด เหมือนกับผู้จัดการ ธสน. คนนี้เลยนะครับ ผมเข้าใจ ท่านอาจจะต้องเปึนผู้ปฏิบัติตาม หน้าที่นะครับ แต่ท่านต้องระมัดระวังเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ผู้จัดการคนนั้นพูด ว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่า ส่วนคําถามที่ว่าเอ็กซิม แบงก์ ถูกบีบจากรัฐบาลให้ปล่อยกู้ หรือไม่นั้น บอกได้ว่าเราไม่มีทางเลือก ต้องทําตามนโยบายรัฐบาล อันนี้ชัด พูดเหมือน ท่าน แม้ไม่มีคําสั่งเปึนลายลักษณ์อักษร แค่คําพูดด้วยวาจาก็น่าจะรู้แล้ว อันนี้อย่างไร ครับที่เขากลัวกันว่าต่อไปนี้ใครจะสั่งท่านหรือเปล่า แล้วถ้าสั่งแล้วเกิดกรณีอย่างที่ว่านี้ คดีก็ฟัองกันไป ไม่ทราบใครถูกใครผิดต่อไปในอนาคต แต่คนไทยเสียประโยชน์แล้ว นะครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาทนั้นยังเปึนโรงเรียนในชนบท เปึนถนนเท่าไรครับ เปึนโรงพยาบาลให้คนยากคนจนเท่าไรครับ อันนี้ต่างหากเปึนประเด็นที่ต้องหยิบยกขึ้นมา เพราะประเด็นที่เขากังวลประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า โดยกฎหมายหรือพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับ ตัวกรรมการธนาคาร รัฐมนตรีเปึนคนตั้ง รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงการคลัง ก็เข้าใจว่าให้รัฐมนตรีช่วยฯ เปึนผู้กํากับดูแล แล้วตัวกรรมการธนาคารที่ตั้งขึ้นมาก็มี ตําแหน่ง ส่วนใหญ่ก็อยู่ในตําแหน่งที่เปึนข้าราชการนะครับ หลายตําแหน่งครับ เปึนอธิบดี กรมนั้นกรมนี้ เปึนปลัดกระทรวง เปึนอะไรต่ออะไรนะครับ ซึ่งเปึนไปตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ในมาตรา ๑๓ เรียกว่าคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ก็ว่ากันไป แล้วแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แล้วกรรมการชุดนี้ก็เปึนคนไปแต่งตั้ง ตัวผู้จัดการ ประเด็นเปึนอย่างนี้ครับว่า ถ้ามีการสั่งการด้วยลายลักษณ์อักษรอีก ก็ไม่เปึนไรครับ ชัดเจน แต่ถ้ามีการสั่งการด้วยวาจาลักษณะอย่างเดียวกันนี้ ผมจะถามว่า ท่านผู้จัดการจะทําอย่างไรครับ วิธีการประเมินคําขอโครงการของท่าน จริงอยู่ท่าน ถูกแต่งตั้งจากรัฐมนตรี แล้วบอกว่าเขาสั่งไม่มีทางบิดพลิ้ว ไม่จริงหรอกครับ เพราะว่าเปึน การสั่งแล้วนี่ ย่อมเล็งเห็นผลว่าอาจจะมีผลเสียเกิดขึ้นต่อธนาคารก็ดี เปึนความเสียหาย ต่อรัฐที่จะมีงบประมาณของรัฐซึ่งอาจจะถูกดําเนินการฟัองร้อง อย่างกรณีเงินกู้พม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมคิดว่าโดยอํานาจกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการก็ควรจะมีอํานาจ ที่จะโต้แย้งหรือปฏิเสธ ตรงนี้สําคัญครับ ผมเข้าใจท่านก็ตั้งใจดี แต่คําตอบท่านนี่ผมตกใจ ครับ โดยเฉพาะคําตอบของรัฐมนตรีที่มาชี้แจงวันนี้ คือท่านพยายามยืนยันว่าสิ่งที่ทํา ในตอนนั้น ซึ่งเปึนคดีไปแล้วมันถูกต้อง ผมว่ามาตรฐานอย่างนี้ไม่ได้ท่านครับ คือผมนั่งจด ท่านบอกว่ายืนยันเงินไม่หายบ้าง เปึนประโยชน์บ้าง ยืนยันว่าการชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ย นี่ได้ประโยชน์ อย่างนี้เปึนต้น คือทัศนคติในการที่ไปกํากับดูแลสถาบันการเงินที่เปึน เงินงบประมาณของรัฐ ผมอยากทําความเข้าใจให้ถูกต้องและเพื่อรายงานสภา พวกเรา ก็ทําหน้าที่ปกปัองเงินงบประมาณประชาชน ก็ทําความเข้าใจให้ถูกต้อง ผมเชื่อว่าคนในธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าหลายคนตั้งใจทํางานครับ แต่ถ้า ฝ์ายการเมืองที่ไม่ดีไปแทรกแซงเสียหายครับ ทีนี้ถ้าท่านรัฐมนตรียืนยันได้ว่าไม่มีความคิด เช่นที่ว่านั้นและเข้าใจว่าประเด็นเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เปึนประเด็นที่เกิดความเสียหาย แล้วจริงก็ต้องยืนยัน เพราะเรื่องนี้เปึนประเด็นที่เปึนที่กังวลของคนทั้งประเทศ แล้วไม่รู้ว่า คดีนี้จบอย่างไร ถ้าจบแล้วผิดนะครับ คดีนี้ก็ยืดยาวครับ มีคนต้องรับผิดชอบกันอีกเยอะ ครับ อันนี้ก็คือพวกเราก็ทําหน้าที่ก็ต้องขอคําชี้แจงจากท่านแล้วครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรี ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมคิดว่าเราคงเข้าใจกันผิด นะครับ คือเงินกู้ที่เราปล่อยไปแล้วผมบอกว่าส่วนต่างดอกเบี้ยที่เราเสียหาย เราเสียหายแน่ คือประมาณ ๑๒ ป้ ประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท เขาถึงได้ตั้งงบประมาณการว่า ถ้าเสียหาย ๖๐๐ – ๗๐๐ ล้านบาท คืองบประมาณการว่าถ้าเสียหาย แต่ ณ วันนี้ ผมก็เรียนว่ามันเสียหายแน่ เพราะต้นทุนเรา ๕ เราปล่อย ๓ เปึนรัฐมนตรีเสียหายแน่ ประเด็นของผมก็คือเมื่อมันเสียหาย ของมันเสียหายไปแล้วผมก็เลยมองในแง่ ผมอาจจะมองคนละแง่กับท่านสาทิตย์ ครับท่านประธาน คือเมื่อผมมองว่ามันเสียหาย ๖๐๐ ล้านบาท มองให้มันสบายใจครับท่านเพื่อนสมาชิก ในส่วนที่เราจะได้ทางอ้อมมา อาจจะไปเจรจากับพม่าเรื่องอื่นหรือรัฐบาลไปขออะไรกับพม่า ก็เปึนเรื่องของรัฐบาลที่จะ ไปดําเนินการ ผมไม่ได้มาสนับสนุนบอกว่าต่อไปเราจะปล่อยกู้วงเงินเหมือนกับ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้อีก ต่อไปรัฐบาลจะสนับสนุนอีก ท่านประธานครับ ต่อไปรัฐบาลหรือ คณะรัฐมนตรีจะไปชี้นิ้วสั่งกรรมการผู้จัดการเอ็กซิม แบงก์ หรือ เอสเอ็มอี แบงก์ หรือ แบงก์ของรัฐอีก ผมไม่เคยสนับสนุนเช่นนั้นและไม่มีแนวคิดเลย เพราะสถาบันการเงินนั้น ไม่สามารถจะแทรกแซงได้ การแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าไปเปึนกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือกรรมการแบงก์ต่าง ๆ นั้น ณ วันนี้ก็มีกฎเกณฑ์ใหม่ครับ ๑ ใน ๓ จะต้องมาจาก รายชื่อที่ได้คัดสรรเอาไว้ ๑ ใน ๓ มาจากคณะกรรมการอิสระ อีก ๑ ใน ๓ ก็มาจากตัวแทน ของหน่วยราชการ ณ วันนี้กระทรวงการคลังพยายามที่จะทําอย่างไรให้คณะกรรมการ ที่กระทรวงการคลังส่งไป รายชื่อที่ได้จัดสรรเอาไว้และคณะกรรมการอิสระนั้นดําเนินงาน ในฐานะกรรมการอย่างมีประสิทธิภาพ ผมยอมรับครับว่าในขณะนี้กรรมการรัฐวิสาหกิจ ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากข้าราชการ อธิบดี ปลัดกระทรวงต่าง ๆ แล้วก็ไม่มีเวลาครับ แต่ไปเปึนกรรมการชุดต่าง ๆ เหล่านั้นแต่ไม่มีเวลา สิ่งเหล่านี้ผมได้เน้นย้ําไปว่า มีคณะกรรมการที่ไปเปึนประธานกรรมการบริหารแต่ไม่ได้บริหารหรอกครับ เดือนหนึ่ง ไปประชุมทีหนึ่งก็ถือว่าประธานบริหารแล้ว แต่ในทางเอกชนประธานบริหารนั้นจะต้องอยู่ และดูแลกิจการอย่างเปึนประจําหรือเขาเรียกว่าเต็มงานที่แทบจะกินเวลาประจํา แต่ ณ วันนี้ไม่ใช่ก็กําลังจะดูแลปรับปรุงกันใหม่ อันนี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกว่าผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญและเห็นด้วยกับท่านครับว่าการที่จะปฏิรูป ระบบการบริหารของรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารนั้น คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ มีส่วนสําคัญอย่างยิ่งหรือสําคัญที่สุดก็จะรับเรื่องนี้และจะรับไปปฏิบัติ เรียนท่านสมาชิก เลยนะครับ รับปากเลยครับว่าเรื่องกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้นจะต้อง ถ้าจะพูดแล้วจะต้อง โละกันก็พูดได้ จะปฏิรูปกันก็ว่าได้แต่มันก็มีข้อจํากัด กระทรวงการคลังเปึนผู้ถือหุ้น แต่ใน รัฐวิสาหกิจใด ๆ นั้นดูแลปฏิบัติงานโดยกระทรวงคมนาคม ดูแลปฏิบัติงานโดยกระทรวง เกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงอื่น ๆ หรือกระทรวงไอซีที (ICT) แต่กระทรวงการคลัง เปึนแค่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติก็เปึนปัญหาอีกเหมือนกัน ฉะนั้นก็อยากจะเรียนให้ เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าในกรณีของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ผมเชื่อได้ว่าผมใหม่ เพราะว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกรรมการผู้จัดการก็ใหม่ ไม่ได้อยู่ใน เหตุการณ์ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นจากนี้ไปสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับธนาคารเอ็กซิม แบงก์ หรือธนาคารอื่น ๆ ก็จะต้องเกิดใน สิ่งที่มีการบริหารแบบมืออาชีพ มีธรรมาภิบาลและตรวจสอบได้จากสภาแห่งนี้ มีรายงานเข้ามาในสภาแห่งนี้นะครับ แล้วก็มีกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการ การเงิน การคลังคอยตรวจสอบ คอยเรียกมาชี้แจง ผมคิดว่าดีครับ เพราะสถาบันการเงินนั้น เปราะบางไม่ได้นะครับ มีความมั่นคง ถ้าเปราะบางก็จะประสบปัญหาได้นะครับ ขอให้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ อยากจะเรียนผ่านท่านเพื่อนสมาชิกให้เข้าใจนะครับ ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะสนับสนุนอีกนะครับ จะช่วยกันปัองกัน จะช่วยกันกลั่นกรอง จะช่วยกันตรวจสอบดูแลไม่ให้เกิดขึ้นอีก และสิ่งที่เราเสียหายไปแล้วนั้นนี่ ผมเพียงแต่พูด เพื่อให้สบายใจว่าเมื่อเราเสียหายไป ๖๐๐ ล้านบาทแล้วคิดอย่างง่าย ๆ คือว่าเราจะไป ตอดมาจากพม่าตรงไหนดี อะไรดี แต่ยอมรับครับว่าเราเสียหายไปแล้วในส่วนต่าง ดอกเบี้ย แต่ในฐานะที่กรรมการผู้จัดการนั่งอยู่ที่นี้จะไปปฏิบัติการอย่างไรให้กิจการ ของเอ็กซิม แบงก์ กลับมาให้มันมีกําไรปล่อยกู้ให้กับผู้ส่งออกและผู้นําเข้ายึดถือ หลักปฏิบัติเงินกู้นั้น เดี๋ยวจะให้ท่านกรรมการผู้จัดการได้ชี้แจงครับ แต่ในส่วนของผม ด้วยความบริสุทธิ์ใจครับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่าไม่มีแนวคิดที่จะ สนับสนุนเลยนะครับ และมีแนวคิดที่จะช่วยกันบริหารกิจการให้มันดีขึ้นนะครับ ขอให้ ท่านเพื่อนสมาชิกได้สบายใจได้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านผู้จัดการ ธสน. ครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ ขอเรียนชี้แจง อย่างนี้นะครับ คือในการบริหารที่ผมอาสามาเปึนผู้บริหารของธนาคารเพื่อการส่งออก และนําเข้าแห่งประเทศไทยนั้น ผมยึดหลักของการบริหารธนาคารอย่างมืออาชีพและตาม มาตรฐานของการบริหารจัดการสถาบันการเงินมาตรฐานสากลนะครับ ก่อนที่ผมจะมา อาสารับหน้าที่ในตําแหน่งนี้ ผมได้ปฏิบัติหน้าที่ในธนาคารต่างประเทศมาเปึนเวลา พอสมควร และผมคิดว่าธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยนั้นควรจะมี มาตรฐานการบริหารจัดการเสมือนหนึ่งเทียบเท่ากับธนาคารต่างประเทศทั้งหลาย สิ่งที่เราได้ปฏิบัติไปแล้วในช่วง ๒ ป้ที่ผ่านมาที่ผมมารับตําแหน่งนั้น ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงภายในโครงสร้างการบริหารจัดการ มีคณะกรรมการในด้านตรวจสอบ ในด้านต่าง ๆ ปรับปรุงคณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อ ปรับปรุงขั้นตอนของการอนุมัติ สินเชื่อ ทุกวันนี้ผมได้ลดอํานาจของกรรมการผู้จัดการลงไปเปึนอย่างมาก ให้เหลืออยู่ ในรูปของคณะกรรมการพิจารณาคณะต่าง ๆ เรามีคณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อ ๓ คณะ คณะใหญ่สําหรับวงเงินสูง คณะกลางและคณะเล็กนะครับ ทางกระผมเองนั้น ยึดถือวิธีการพิจารณาสินเชื่อหรือทําธุรกรรมของธนาคารอยู่ ๒ ประเด็นหลักนะครับ คือเบื้องต้นแล้วโครงการใด ๆ ที่จะพิจารณาให้การสนับสนุนนั้นต้องเปึนโครงการที่มีความ เปึนไปได้ในทางเชิงพาณิชย์หรือในการชําระเงินกู้แก่ธนาคาร โดยยังไม่พิจารณาถึง หลักประกันด้วยซ้ํา ดูฟ่สิบิลิตี้ (Feasibility) ของโครงการนะครับ ความเปึนไปได้ของ โครงการที่จะชําระหนี้คืน หลังจากนั้นถึงจะพิจารณาว่าในกรณีที่มันเกิดกรณีที่ ไม่คาดหมายขึ้นมา และธุรกิจนั้น ๆ กู้เงินไปแล้วมีปัญหา ในกรณีอย่างนั้นเราถึงจะ พิจารณาเรื่องของหลักประกันเข้ามา ขั้นตอนที่ ๒ หลักการที่ ๒ ที่มีการพิจารณา ทําธุรกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด หรือให้สินเชื่อ หรือให้การค้ําประกันก็ตาม หลักการที่ ๒ ที่ต้องพิจารณาก็คือถ้าเหตุการณ์ไม่เปึนไปตามที่เราประมาณการไว้ โครงการนั้น ๆ จะ ก่อเกิดผลเสียและกระทบต่อสถานะทางการเงินของธนาคารมากน้อยเพียงใด ๒ ประเด็น นะครับ ผู้บริหารสูงสุดของธนาคาร สิ่งแรกคือต้องคํานึงถึงสถานะทางการเงิน สถานะของธนาคาร ต้องให้มั่นคง เข้มแข็งเปึนประการแรกนะครับ ซึ่งก็ต้องมีระบบของการบริหารจัดการ การพิจารณาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็ขอยืนยันต่อท่านประธานนะครับว่า การบริหาร จัดการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย เรายึดหลักการ วิธีการ พิจารณา และวิธีการตรวจสอบ วิธีการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ตามมาตรฐานของ ธนาคารระดับนานาชาตินะครับ ก็เลยขอยึดสถานะของแบงก์เปึนความมั่นคงของธนาคาร เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุดครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณสงวน พงษ์มณี และต่อด้วยคุณวิฑูรย์ นามบุตร เชิญคุณสงวนก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ที่ต้องขอโอกาสขึ้นมาพูดเพื่อแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ท่านผู้มาชี้แจง ผมมองว่าเกือบ ๒ ป้ครับท่านประธาน ทนฟังการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเหล่านี้ซ้ําแล้วซ้ําอีกในเรื่องเดิม คือทุกเรื่องทักษิณผิดหมด จริง ๆ แล้วนะครับท่าน เรื่องนี้มีอยู่ ๓ เรื่องเท่านั้นเอง ความเข้าใจมี ๓ เรื่อง เรื่อง ๑ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่รัฐบาลขณะนั้นให้เงินกู้ราคาต่ําดอกเบี้ยต่ํากับพม่า นี่เปึนจุดหนึ่ง ไม่เห็นด้วย จุดที่ ๒ คือไม่เห็นด้วยที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้นําไปได้สัมปทาน แล้วมา เหมารวมว่าเกิดความเสียหาย ตลกมากท่านประธาน ตลกตรงไหนครับ ตรงที่พูดบรรยาย ความเสียหายเปึนคุ้งเปึนแคว คุณไม่ปล่อยให้เขาบริหารประเทศต่อไปโดยการปฏิวัติ แล้วคุณจะถือว่านโยบายนั้นมันผิดได้อย่างไร นี่เปึนเรื่องนโยบาย วันนั้นถ้าเปึนวันนี้ไม่มี ปัญญาให้ใครกู้หรอกครับวันนั้นจากประเทศที่ยากจน เปึนหนี้เปึนสิน ร่ํารวยมีเงินก็ช่วย เพื่อนบ้าน วันนี้จีนและญี่ปุ์นจะให้เงินกู้กับเรา ๐ เปอร์เซ็นต์ยังจะให้เลย เขาบ้าหรือเปล่า ไม่เลยท่านครับ มันเปึนการช่วยเหลือเพื่อผลประโยชน์ในการสร้างสัมพันธ์ติดต่อค้าขาย กันต่อไป ผมจะย้ําอย่างนี้นะครับท่าน ไม่ยอมให้เขาบริหารประเทศต่อโดยการปฏิวัติ แล้วกล่าวโทษว่าเขาเกิดความเสียหาย เสียหายดอกเบี้ย ๖๐๐ ล้านบาท ๖๐๐ กว่าล้านบาท นิดหน่อยมาก ถ้าบริหารแล้วบ้านเมืองมันจะดีขึ้นอย่างไร การค้าขายชายแดนของเรากับ พม่ามากมายเหลือเกิน เฉพาะแม่สอดอย่างเดียวครับท่าน ไม่ต้องพูดถึงแม่สาย ไม่ต้อง พูดถึงสิ่งอื่นกับจุดอื่น นั่นเปึนการบริหารนโยบาย วันนี้จะยืนพูดอย่างไรก็ตาม บอกว่า ไม่ให้กู้อีกแล้ว ไม่ให้อะไรอีกแล้ว เปึนเรื่องตลก คุณไม่มีนโยบายช่วยเหลือประเทศ เพื่อนบ้านอย่าว่าให้กู้โดยมีกําไรเลย ทําไม่ได้ทั้งนั้นล่ะถ้าไม่มีนโยบาย ที่ผมย้ําประเด็นแรก ไม่ปล่อยให้เขาบริหารประเทศให้ครบกระบวนการ รัฐประหารเขา แล้วมากล่าวหาว่าเขา สร้างความเสียหาย ประเทศอื่นให้เงินกู้เรามา ท่านอย่าแกล้งไม่เข้าใจ อย่าแกล้ง แกล้งไม่จําเลยครับ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ก็ได้ประมูล ได้ก่อสร้างทั้งนั้น เราไม่ต้องพูด ถึงบริษัทเหล่านั้นเพราะมันไม่ใช่ความผิด วันนี้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีได้ไป ถ้าเปึนบริษัทอื่นได้ จะด่าจะว่าอย่างนี้ไหม นี่เปึนคําถามท่าน จากนี้ไปยิ่งพูดเท่าไรในเรื่อง เหล่านี้ ยิ่งตอกย้ํา ตอกย้ําถึงแนวคิดของแต่ละฝ์ายอย่างชัดเจน ผมดีใจครับท่านครับ ที่เอาเรื่องนี้มาพูด แล้วไปมีปัญหาคุณธรรมในการบริหารจัดการองค์กร ไม่เลยท่าน ไม่เลย ผมถือว่าทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรการเงินที่ท่านพูดถึงเขามีกระบวนการบริหารจัดการเขา แต่เขาบอกว่า เขาทําตามนโยบายรัฐบาล นั่นเปึนการพูดความจริง ไม่ใช่ความเสียหาย จากนี้ไปท่านก็ ยังต้องทําตามนโยบายเหมือนเดิม แล้วบอกว่าเรามีสิทธิจะไม่ทําตามนโยบายได้ พูดอย่างนี้ได้หรือ ถ้าคุณเปึนรัฐบาลคุณจะยอมไหม เพียงแต่ว่ารัฐบาลจะสั่งให้บริษัทโกง ใครจะทํา เพราะคําสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้องค์กรเอ็กซิม แบงก์ ก็เปึนองค์กร ตามนโยบาย รัฐก็สั่งให้ช่วยเพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ เพื่อโอกาส ในการค้าขาย เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับแผ่นดิน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วไปเปึนหลักสากล ของทุกประเทศ มีแต่ประเทศเราเท่านั้นแหละครับ ทุกอย่างวันนี้บันทึกไว้โดยระบบ ดิจิตอล ลูกหลานจะเปึนคนพิพากษาเองว่าวันนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ใครทํา อะไรไว้ ไม่นานเกินรอท่าน ประวัติศาสตร์ที่เดินซ้ําไปซ้ํามามีรอบวงของมันเอง ผมคิดว่า ท่านครับ ใน ๓ ประเด็นที่ผมพูดถึง ผมมีความเชื่อมั่นว่าการตรวจสอบโดยประชาชน จะเกิดขึ้นหากมีการเลือกตั้งใหม่ การตรวจสอบโดยองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ คุณก็จะถูกตรวจสอบโดยมาตรฐานของสากลในเรื่องไหนครับ ในเรื่องสิทธิ พลเมือง วันนี้ประเทศเรายึดถือสิทธิพลเมืองเหมือนอารยประเทศเขาไหม วันนี้ในสภา แห่งนี้ ตรวจสอบ สอบถาม ตอบคําถาม หากไม่ยืนอยู่ในหลักเคารพสิทธิความเปึนมนุษย์ ของผู้คนในสังคม ป์วยการที่เราจะมายืนอยู่ตรงนี้ครับ ผมฝากท่านประธานไปยังองค์กร และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ์าย ผมมีเจตนาที่จะพูดว่าเวลานี้เหมาะเหลือเกินท่านครับ เวลานี้ ดีเหลือเกิน เพราะอะไรครับ เพราะว่าสถานการณ์วันนี้มันได้บอกกับเราแล้วว่า การเดินทางไปข้างหน้าของสังคมไทยไม่มีอะไรที่จะมาหยุดมันได้อีกต่อไป ผมคิดว่า การเมืองที่ตรวจสอบกันเปึนเรื่องดี ความเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สําหรับผม ผมถือว่า เปึนเรื่องดี เพราะอะไรครับ เพราะลูกหลานของเราเองจะได้ขึ้นมาร่วมกันตรวจสอบว่า คนรุ่นเราเขียนประวัติศาสตร์ไว้ว่าอย่างไร
ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์สรรเสริญ สมะลาภา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องที่จะต้องสอบถามกับธนาคารส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหลายเรื่อง ด้วยกัน สาเหตุที่ผมจะต้องสอบถามเพราะว่าเมื่อผมอ่านรายงานแล้ว แล้วก็ดูวิธี การทํางานของธนาคารส่งออกและนําเข้าแล้ว ผมรู้สึกว่าสับสนในการทํางานของ ธนาคาร ที่ผมกล่าวว่าผมสับสนเพราะว่ามันมีหลายด้านด้วยกันที่เกี่ยวข้องกับธนาคารนี้ ซึ่งหลายด้านนั้นมันขัดแย้งในตัวมันเองอยู่ ด้านหนึ่งที่ได้รับข้อเท็จจริงจากรายงานของ ธนาคารก็คือว่าในขณะที่การส่งออกของประเทศไทยเรานี้เปึนตัวจักรสําคัญในการ ผลักดันเศรษฐกิจ บทบาทของธนาคารส่งออกและนําเข้าในช่วงป้ ๒๕๔๙ ถึงป้ ๒๕๕๐ กลับลดลงครับ เปึนตัวเลขที่ธนาคารได้รายงานมาครับ ว่าการอนุมัติสินเชื่อในป้ ๒๕๕๐ มีมูลค่า ก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ลดลงเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับป้ ๒๕๔๙ ก็เข้าใจดีครับว่าส่วนหนึ่งที่เปึนเหตุผลที่ธนาคารได้รายงานมาหรืออ้างกับพวกเรามา ก็คือว่าเกิดจากการแข่งขันที่รุนแรงกับธนาคารพาณิชย์ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือผู้ประกอบการ ในเรื่องของการส่งออกลดลง ซึ่งอันนั้นผมขอเรียนตามตรงว่าผมยังไม่แน่ใจว่าลดลงจริง หรือไม่นะครับ อันนี้ก็เปึนด้านหนึ่งที่แสดงให้พวกเราทุกคนเห็นว่าบทบาทของธนาคาร ส่งออกและนําเข้าต่อเศรษฐกิจของเราลดลง แต่อีกด้านหนึ่งครับท่านประธาน อีกด้านหนึ่งทําให้ผมสับสนก็คือการพยายามเพิ่มบทบาทของธนาคารในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มทุนของธนาคารส่งออกและนําเข้า ที่จริงเรื่องนี้ผมได้เคย อภิปรายแล้วก็สอบถามต่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในคราวอภิปราย งบประมาณวาระแรก ป้ ๒๕๔๒ เปึนงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ นะครับผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีอาจจะจําได้ ผมสอบถามในเรื่องของการเพิ่มทุนของธนาคารรัฐ ซึ่งตอนนั้น ท่านรัฐมนตรีก็ได้กรุณาชี้แจงมาว่า ในบรรดาธนาคารรัฐทั้งหมดที่ขอเพิ่มทุนมาวงเงินรวม ของทุกธนาคารมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านให้เพิ่มทุนเพียงแห่งเดียวคือ เอสเอ็มอี แบงก์ ๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงไม่ค่อยตรงกับที่ ท่านรัฐมนตรีพูดในครั้งนั้น ผมไม่อยากจะใช้คําพูดว่าท่านกล่าวเท็จต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเข้าใจนะครับว่าท่านอาจจะเร่งรีบหรือทําให้ท่านตกหล่นไปบ้าง ผมจึงขอพูดว่า ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ท่านประธานครับ งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ที่ตอนนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ธนาคารส่งออกและนําเข้า ขอวงเงินเพิ่มทุนมาแล้วครับ ๑,๓๐๐ ล้านบาท คําถามของผมก็คือว่าขอไปทําไม ถ้าเรา มาดูในเรื่องของความสามารถในการปล่อยสินเชื่อของรัฐบาล หรือถ้าดูจากสัดส่วนของ อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ที่ศัพท์ทางบัญชีเขาเรียกว่า บีไอเอส เรโช (BIS Ratio) ตอนนี้ธนาคารก็อยู่ที่ ๑๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เกณฑ์ที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ อยู่ที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ พูดคร่าว ๆ ก็คือว่าธนาคารยังมีความสามารถในการปล่อยกู้ได้ แล้วขอเพิ่มทุน ๑,๓๐๐ ล้านบาท ขอไปทําไมครับ ท่านอาจจะบอกว่าในป้นี้ท่านปรับแผน การดําเนินการของธนาคารใหม่เพื่อให้แข่งขันได้ เพื่อที่จะต้องปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ผมก็ต้องถามย้อนกลับอีกครับว่าเปัาปล่อยสินเชื่อป้นี้ที่ท่านตั้งเอาไว้นี่รายงาน ต่อกระทรวงการคลังทั้งหมด ๕๘,๕๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านปล่อยไปถึงไหนแล้ว ถ้าท่าน ปล่อยไม่ได้ตามเปัา คําถามของผมที่ตามมาก็คือว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้ที่ขอกับกระทรวงการคลัง ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้ เกี่ยวข้องกับเอ็นพีแอลที่ขายไปหรือไม่ ก็ได้รับรายงานครับ ผมคิดว่า ท่านประธานถ้าอ่านรายงานก็คงจะทราบว่าในการขายเอ็นพีแอลไปในป้ ๒๕๕๐ ๖,๘๖๔ ล้านบาท แต่นั่นก็เปึนยอดแค่ตามบัญชีเฉย ๆ เมื่อสักครู่ท่านได้ชี้แจงต่อ สภาผู้แทนราษฎรของเรา แต่ผมคิดว่าคําตอบยังไม่ชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วเอ็นพีแอลจํานวน ๖,๘๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านขายไปด้วยราคาเท่าไร ท่านชี้แจงครับ ท่านบอกว่าใช้วิธี ประมูลเอา แต่ก่อนการประมูลท่านตั้งสํารองไว้แล้ว ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอันนี้ตามบัญชี ก็ทราบกันอยู่ครับ ว่าการกันสํารองเปึนการยอมรับความสูญเสียไปแล้ว แล้วท่านก็บอก อีกว่าขายขาดทุนไป ๑๗๔ ล้านบาท คําถามก็คือว่าขาดทุน ๑๗๔ ล้านบาท ขาดทุนจาก ยอดตามบัญชี ๖,๘๐๐ ล้านบาททั้งหมด หรือว่าขาดทุนหลังจากกันการสํารองแล้ว ก็ต้องขอให้ท่านช่วยชี้แจงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วผมก็ยังกล่าวยืนยันว่าผมยัง สับสนในหน้าที่การปฏิบัติงานของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า ขอบคุณครับ
เชิญคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมเอง เปึนคนที่รู้จักธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า เพราะว่าเคยไปรับฟังผู้คนที่ไป เป่ดร้านอาหารในต่างประเทศและก็กู้เงินธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ที่ว่านี้แล้วก็ใช้เวลา เพียงน้อยนิดในการกลับคืน แต่ประเด็นที่ทางธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทยได้รายงานนั้น ผมว่ามีหลาย ๆ ปมนะครับ ที่อยากจะฟังจากผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะว่าธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยนั้น ได้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๓๖ นั้น ได้มีวัตถุประสงค์หลายข้อ ข้อหนึ่งที่ได้มีการหยิบขึ้นมา วิพากษ์วิจารณ์เรื่องกรณีเงินกู้ให้กับประเทศพม่านั้น ซึ่งอยู่ในหัวข้อการให้สินเชื่อ แก่ธนาคารในต่างประเทศระยะสั้น ระยะกลาง เพื่อการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทย คําถามง่าย ๆ ครับ ก็คือว่าอัตราดอกเบี้ยที่เอ็กซิม แบงก์ ปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศพม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ได้ปล่อยไปอัตราดอกเบี้ยเปึนปกติหรือไม่นะครับ ถ้าเหตุที่ต่ําก็คือว่า ในการปล่อยเงินดอกเบี้ยให้กับประเทศเพื่อนบ้านนั้น มีหลักการในการเอื้อซึ่งเปึนแนว กับนโยบายของธนาคารหรือของรัฐบาลหรือไม่ เพราะผู้คนที่เปึนรัฐบาลเวลานั้นที่มากกว่า เงินกู้ให้กับประเทศพม่านั้น ก็คือว่าการเจรจาอยู่ ๒ หัวข้อที่เปึนองค์ประกอบสําหรับ การปล่อยเงินกู้ คือขบวนการธนาคารส่งออกและนําเข้านั้นถือเปึนขบวนการหนึ่ง แต่ว่า ตัวรัฐบาลนั้นไปเจรจาอีก ๒ เรื่องเปึนองค์ประกอบ ๑. กรณีเรื่องบ่อแก๊สที่จะให้ ปตท. เข้าไปทําและเชื่อมเข้ามายังประเทศไทย ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องการปราบปราม ยาเสพติด เพราะยาบ้าแทบทุกเม็ดล้วนแต่ผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ถ้ารัฐบาลฮึม ๆ อยู่ ภายในประเทศเพียงอย่างเดียว โดยขาดความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว แน่นอน ที่สุดจะปราบอย่างไรก็ไม่มีวันหมด ถ้าไม่ไปปราบหรือขอความร่วมมือจากต้นตอของ แหล่งผลิต เพราะฉะนั้นเงื่อนไขในการปล่อยเงินกู้ของเอ็กซิม แบงก์ นั้นที่จะสอดคล้อง ไปกับแนวนโยบายของรัฐบาล คือมันไม่ใช่ผลพวงของเรื่องดอกเบี้ย แต่เปึนเรื่องผลพวง อย่างอื่น เช่น เรื่องบ่อแก๊ส เรื่องการปราบปรามยาเสพติด ผมไม่แน่ใจว่าประเทศวันนี้ นะครับ จะทําได้หรือไม่ เหมือนกรณีอดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปประเทศบังกลาเทศ ขนลําไยอบแห้ง เปึนปัญหาทุกป้ของพี่น้อง ๘ จังหวัดภาคเหนือ ปกติส่งขายได้เฉพาะประเทศจีน แต่ทว่า ถ้าเริ่มต้นไปขายคนบังกลาเทศก็ไม่เคยกินครับ แต่หิ้วฟรี ๆ ไปให้ก่อนจํานวนมากมาย เพื่อให้เขาได้รู้จัก ได้สัมผัสรส สัมผัสลิ้น นั่นหมายความว่าคือเปึนการเดินเกมทาง การตลาด ทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติลําไย แต่ถ้าเราคิดในมุมเดียวก็คือว่า รัฐบาลชุดนั้นเวลานั้นหิ้วลําไยไปให้บังกลาเทศกินฟรี ๆ ได้อย่างไร แต่คนที่เปึน นายกรัฐมนตรีเวลานั้นเขาคิดว่า ถ้าบังกลาเทศซึ่งกินลําไยไม่เปึนแล้วเพิ่งเห็นลําไยนั้น แทนที่ว่าประเทศไทยจะขายได้เฉพาะประเทศจีนแล้วก็ประเทศไทยเท่านั้น คนบังกลาเทศ เมื่อเขากินลําไยเปึน มีตลาดกว้างใหญ่ไพศาล แต่เขาเริ่มต้นด้วยการรู้จักก่อน นั่นคือเขา ต้องกินฟรีเสียก่อนเพื่อเขาจะได้รู้จัก เพราะฉะนั้นการเดินเกมทางการตลาด หรือการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลในแต่ละช่วงนั้นก็มีแนวนโยบายที่แตกต่างกัน
เรื่องคดีความครับ กรณีการปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศพม่า ถ้าไม่มี การรัฐประหาร ไม่มีคณะกรรมการ คตส. นะครับ สถานการณ์ก็ไม่ได้เกิดความเร่งรีบ อะไรขนาดนี้ ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ เมื่อ ๒ วันที่แล้วดีเอสไอ ซึ่งทําคดี ปรส. ซึ่งเปึนคดี ยาวมากว่า ๑๐ กว่าป้นี้นะครับ เพิ่งยื่นให้อัยการเพื่อที่จะฟัองศาล นั่นดําเนินคดีกันมา ๑๐ ป้ สอบสวนกัน ๑๐ ป้ แล้วทั้งใน ป.ป.ช. เอง ดีเอสไอเพิ่งสรุปสํานวนคดีความมาเปึน ๑๐ ป้นะครับ แล้วเรื่องก็จะสู่กระบวนการยุติธรรม ผมไม่แน่ใจเลยว่าคดีนี้จะจบลงจนวันที่ ผู้ถูกกล่าวหานั้นหรือผู้ที่เปึนจําเลยนั้นจะรอคอยวันที่ต้องมารับผิดชอบหรือไม่ แต่กรณี ของที่ คตส. นั้นมันเปึนกลไกพิเศษ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าถ้าการปล่อยเงินกู้นั้น เปึนการกู้โดยชอบ แล้วในเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันเฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่ง อย่างเดียวกันหรือเปล่า แล้วผิดหรือไม่อย่างไร ทั้งหมดเปึนขบวนการที่จะว่ากัน แต่ต้องการจะอธิบายกับท่านประธานก็คือว่า วิธีคิดของรัฐบาลเวลานั้นเขาต้องการ ปราบปรามยาเสพติด เขาต้องการเอาบ่อแก๊สมา ผมว่ามันคล้าย ๆ กับเงินให้กู้กับประเทศ พอไปดูฝัืงกัมพูชาเอง หรือฝัืงลาวเอง วิธีคิดในขณะการแก้ไขปัญหาในขณะนั้น ๆ จะไม่ เหมือนกัน แต่ทั้งหมดที่พูดนี้ขบวนการสอบสวนสืบสวนว่าไป ไม่มีปัญหาอะไร แต่ต้องการ จะสะท้อนวิธีคิดว่าใครมาเปึนรัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมันไม่เหมือนกัน บางสมัย ก็คิดว่า บีไอบีเอฟ (BIBF) นี้ถูก วันหนึ่งฟองสบู่แตกเกิด ปรส. เห็นไหมครับ ๑๑ ป้ เพิ่งถูก ดําเนินคดี และไม่รู้จะติดคุกเมื่อไรก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่านโยบายแต่ละ รัฐบาลนั้นถ้าได้รับการตรวจสอบบนพื้นฐานความเสมอภาคกัน วันนี้ค่อนสภาอาจจะอยู่ ในคุกกันแล้วก็ได้ ผมถึงบอกว่าการตรวจสอบที่มันไม่เท่ากัน บางคดีรอมา ๑๐ กว่าป้ แต่บางคดีกลไกคณะรัฐประหารดําเนินการเร็ว มันดูเสมือนว่าอ้ายนี่ผิด แต่ความจริง เสียหายเกือบ ๕ แสนล้านบาทนี้ ซึ่งดีเอสไอทําสํานวนฟัองเพิ่งเสร็จ และยื่นฟัอง เรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่ที่จะต้องรื้อขึ้นมาว่าความเสียหายของประเทศเกือบ ๕ แสนล้านบาทนั้น ใครจะเปึนผู้รับผิดชอบกับการตัดสินใจเวลานั้น ซึ่งมีร่องรอยความสกปรกเต็มกันไปหมด ในการประมูล ในการหลีกเลี่ยงภาษี ในการงดเว้นภาษีสารพัดสารพัน ที่ผมดูสํานวนของ ดีเอสไอ นี้นะครับ ที่ไม่อยากอธิบายความซ้ํา แต่ถ้าใครจะต้องการย้อนผมก็จะได้อธิบาย ความต่อ แต่บอกท่านประธานว่าวิธีคิดของแต่ละรัฐบาลในการแก้ไขหรือการปล่อยเงินกู้ หรือการกระทํานิติกรรมทางการเงินอย่างไรก็แล้วแต่นั้น ในแต่ละยุคในแต่ละสมัยนั้น ไม่เหมือนกัน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ขอท่านรัฐมนตรีให้ท่าน อลงกรณ์ พลบุตร ก่อนได้ไหมครับ แล้วท่านรัฐมนตรีตอบทีเดียว เชิญคุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง กระผมได้อภิปรายเปึนคนแรกก่อนที่ท่านจะมาทําหน้าที่ในฐานะประธานในที่ประชุม เพียงแต่ว่าก็พยายามฟังคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางผู้บริหารเอ็กซิม แบงก์ เกี่ยวกับประเด็นคําถามที่กระผมได้ตั้งไว้ แล้วก็ยังไม่ได้รับการชี้แจงในกรณีที่กระผม ได้อภิปรายไปเปึนคนแรก อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางท่านรัฐมนตรีและ ผู้บริหารเอ็กซิม แบงก์ นะครับว่า ประเด็นนี้อย่าได้สับสนนะครับ เพราะคําชี้แจงของท่านยังไม่ตรงต่อคําถามที่กระผมได้ถาม ประเด็นสําคัญก็คือว่า โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านดําเนินกันมาหลายรัฐบาลแล้วครับ ไม่ใช่รัฐบาลนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาที่เปึนปัญหา อย่างที่แม้แต่เพื่อนสมาชิก ส.ส. หลายท่าน บางท่านเพิ่งเข้ามาก็ยังไม่ทราบนะครับ เราได้มีการพิจารณารายงานของเรื่องการดําเนิน นโยบายการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศนั้นมาหลายยุคหลายสมัยครับ ไม่ได้ต่างกันในแนวความคิดเลยครับ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่าง ประเทศไทย โดยอาศัยศักยภาพร่วมกัน หรือการแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหา ในเรื่องของพลังงาน ความร่วมมือ ไทย – มาเลเซีย เรื่องเจดีเอ (JDA) ทํากันมาหลายยุค หลายสมัยแล้วครับ ประเด็นตรงนี้ไม่ใช่อยู่ในเรื่องนั้นเลย ประเด็นนี้ง่าย ๆ นิดเดียวก็คือว่า การที่ทางรัฐบาลในขณะนั้นได้ให้เงินกู้พม่าแบบไม่โปร่งใส นั่นคือข้อสงสัยที่เราเห็นว่า ส่วนหนึ่งของการดําเนินการโครงการให้กู้ตรงนี้มีเอ็กซิม แบงก์ มาเปึนกลไกเครื่องมือ และบังเอิญว่า ๑. เอ็กซิม แบงก์ เปึนรัฐวิสาหกิจ ๒. ก็คือว่าโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา ดังกล่าวมีเงื่อนไขพิเศษ ก็คือว่าให้คนไทยจ่ายภาษีแทน ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ เอ็กซิม แบงก์ ได้ขอความคุ้มครองตามกฎหมายก่อตั้งเอ็กซิม แบงก์ ในมาตรา ๒๓ คือการคุ้มครองความเสี่ยงทั้งหมด เพราะเอ็กซิม แบงก์ ได้รายงานต่อสภาชุดที่แล้ว บอกว่าเอ็กซิม แบงก์ ไม่เคยดําเนินการเช่นนี้ในรัฐบาลใดมาก่อนเลย ดังนั้น ไม่มีความสามารถที่จะอํานวยสินเชื่อดังกล่าวเมื่อเทียบกับรายได้ เพราะฉะนั้นจึงขอ ความคุ้มครองพิเศษตามมาตรา ๒๓ นี่คือประเด็นในเรื่องของข้อเท็จจริงว่าการดําเนินการ ลักษณะอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมา แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบดูก็เห็นว่าการให้กู้ในการพัฒนา หรือว่ากิจการคนไทยจะได้ประโยชน์จากการซื้อการขายและบริการ ก็เปึนเรื่องที่เรา เห็นด้วย แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าทําไมต้องเปึนบริษัทในเครือข่ายของ อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นอยู่แค่นี้ครับ เหมือนกับว่าจังหวัดผมมี อบจ. แล้วปรากฏว่า อบจ. บอกว่าอยากจะทําถนนคอนกรีต ก็เปึนประโยชน์ แต่ทําไมให้ลูกชายซึ่งเปึนเจ้าของ บริษัทรับเหมาก่อสร้างไปทํา ได้โครงการนี้ไปทํา อย่างนี้เปึนต้น เราก็ดูในแง่ที่ว่า ๑. ธรรมาภิบาลในการอํานวยสินเชื่อนี่ท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไร เพราะว่าไม่ใช่อยู่ ๆ รัฐบาลจะบอกว่าเดิมกําหนดไว้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมาบวกเพิ่มพิเศษอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยัดโครงการนั้นมา ระบบโทรคมนาคม คือ บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต (Broadband internet) เข้ามา เขาต้องส่ง โพรเคียวเมนท์ อะกรีเมนท์ (Procurement agreement) ครับ ซึ่งตรงนี้นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าธนาคารรู้ล่วงหน้า แล้วครับ ก่อนให้กู้ว่ามีบริษัทใดบ้างที่ได้ ทีนี้บริษัท ชิน แซทเทลไลท์ ไม่ใช่บริษัทที่ โนเนม (No name) ผู้บริหารหรือกรรมการอํานวยสินเชื่อก็ต้องรู้สิครับว่าบริษัทนี้เกี่ยวโยง อาจจะขัดต่อกฎหมายในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และจะมีผลโยงใยมาถึงตัวเอ็กซิม แบงก์ แม้ว่าจะเปึนนโยบายหรือเปึนคําสั่งรัฐบาลก็ตาม แล้วยิ่งมาประกอบกันว่าโครงการนี้ ต้องอาศัยเราชดเชยส่วนต่างของต้นทุนดอกเบี้ย และการดําเนินการ และเราต้อง ค้ําประกันความเสี่ยงโครงการทั้งหมดครับ ถ้าท่านจําได้หลังจากโครงการนี้เกิดขึ้นได้ ไม่นาน เกิดการปฏิวัติเงียบในพม่า อดีตนายกรัฐมนตรีขิ่น ยุ้น ถูกยึดอํานาจ ลูกชาย ของท่านที่เซ็นสัญญาเรื่องนี้อยู่ในคุกครับ เพราะโครงการนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันไม่ใช่ ประเด็นที่เราจะมาพูดกันว่าเปึนโครงการควรเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่การดําเนินโครงการ มันมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วมันก็เลยมาเกี่ยวโยงกับเอ็กซิม แบงก์ แล้วเปึนครั้งแรก จริง ๆ ตั้งแต่ก่อตั้งมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราพูดกันตรงไปตรงมาอย่างนี้ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะไปซ้ําเติมใครหรอกครับท่านประธาน แต่อยากให้เปึนบทเรียน แต่บทเรียนดังกล่าวนั้นเราก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตเรื่องหลักธรรมาภิบาลหรือคอร์ปอเรท กัฟเวอร์นแนนซ์ (Corporate Governance) ในเรื่องของความโปร่งใส ทั้งในส่วนของ รัฐบาลในฐานะที่กํากับดูแลรัฐวิสาหกิจ กับในส่วนของเอ็กซิม แบงก์ เองนี่ จะให้เกิด กรณีอย่างนี้อีกหรือไม่ เพราะเมื่อเราดูข้อเท็จจริงแล้ว มันไม่ใช่จู่ ๆ ทุบโต๊ะแล้วบอกว่าเอาได้ เราอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยครับ มีสภาตรวจสอบทั้งที่ตอนที่เกิดโครงการนี้ก็ตามแล้วต้องมารายงาน ทุกป้ด้วยเพราะกฎหมายกําหนดไว้เช่นนั้น เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าต้องการคํายืนยันว่า ถ้ามีโครงการลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดท่านจะบอกว่าเปึนคําสั่งรัฐบาล เปึนนโยบายรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม ในหลักการมันใช่ครับ แต่ท่านไม่ดูรายละเอียด เลยหรือครับ เหมือนอย่างที่บอกว่าโครงการนี้มันต้องมี โพรเคียวเมนท์ อะกรีเมนท์ รายการของคู่สัญญาทั้งหมดของผู้ที่ขอกู้ เขาต้องส่งมาให้แบงก์ก่อนครับ ขนาดว่ามี อย่างนั้นแล้วท่านยังไม่เอะใจ นั่นแสดงว่ากระบวนการในขั้นตอนมีปัญหา และเรื่องนี้ ผมเรียนว่าถึงไม่มีรัฐประหาร ไม่มี คตส. เรื่องนี้ก็ถึงศาลครับ เพราะพวกเราได้ยื่นต่อ สตง. ไปแล้วก่อนหน้านี้ มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐประหาร เรื่องอะไรเลย มันเปึนเรื่อง ของข้อเท็จจริงที่สภาทําหน้าที่และตรวจสอบเห็นว่าเรื่องนี้มันมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ยื่นเรื่องให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินไป ไม่อย่างนั้นป์านนี้เรื่อง ก็คงถึงศาลไปแล้วครับ แต่เผอิญว่ามันมีสิ่งที่อ้างได้ว่าเกิดการรัฐประหารและมี คตส. เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามวันนี้เรากลับคืนมาสู่ประชาธิปไตยแล้ว มีการถ่วงดุล ตรวจสอบ ดังนั้นสํานวนคดีต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ศาลก็รับฟัองไปแล้วก็คงเปึนเรื่องของจําเลย ที่จะต้องมาต่อสู้คดี แต่เอ็กซิม แบงก์ ก็คงต้องไปเปึนพยานและส่วนหนึ่งไม่แน่อาจจะ ต้องตกเปึนผู้ที่รับผิดชอบด้วยสําหรับผู้บริหารบางท่านนะครับ ก็เพียงแต่ไม่อยากให้ เกิดประวัติศาสตร์ซ้ํารอยและก็ไม่ต้องการที่จะให้โครงการลักษณะอย่างนี้มันเกิดขึ้น ถ้าหากว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ถ้าเปึนโครงการที่เราช่วยพัฒนาประเทศต่าง ๆ นั้น ยินดีครับ เรามีโครงการลักษณะอย่างนี้อยู่เปึนจํานวนมาหลายป้แล้วท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานในรายละเอียดเรื่องของว่าจะปล่อยหรือไม่ปล่อย อย่างไร อนาคตเอ็กซิม แบงก์ จะบริหารอย่างไร ผมจะให้ท่านกรรมการผู้จัดการเปึนผู้ตอบครับ ผมคงจะตอบในเรื่องของท่านสมาชิกคือคุณสรรเสริญ วงศ์ชอุ่ม ที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องของ การเพิ่มทุน และผมก็ได้ปะทะกับท่านสรรเสริญมา ๓ ครั้ง ด้วยความเคารพ และมา กล่าวหาว่าผมกล่าวเท็จ ท่านดูถูกผมมากครับ ในสภานะครับ ผมว่าท่านนอนหลับครับ วันนั้นที่ท่านฟังผม ท่านอย่าส่ายหัวครับ ด้วยความเคารพ ท่านบอกว่าผมกล่าวเท็จ ผมไม่เคย กล่าวเท็จในสภาครับ ผมบอกว่าธนาคารที่ผมดูแลอยู่ ผมไม่ได้ดูแลเอ็กซิม แบงก์ ครับท่าน ผมดูแลธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผมดูแล เอสเอ็มอี ผมดูแล บตท. ผมดูแล บสย. ครับ ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ขอเพิ่มทุนผมมา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่าน ผมไม่ให้แม้แต่บาทเดียว เอสเอ็มอี ขอผมมา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะไม่ให้เลย แต่ว่า เอสเอ็มอี จะประสบปัญหา ถ้าเราไม่ให้เขาเพิ่มทุน ผมเลยขอแค่ ๖๐๐ ล้านบาท จาก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ส่วน บตท. (บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย) ขอผมมา ๖๐๐ ล้านบาท ผมให้ ๑๐๐ ล้านบาท บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) ขอผมมา ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ให้เลยครับ แต่ท่านมาพูดในสภาครับท่านประธาน บอกว่าเหมือนกับว่าผมกล่าวเท็จ ท่านใช้คําพูดนี้ ไม่ได้ครับ ด้วยความเคารพ ผมต้องยอมรับว่า ผมโมโห กลางสภานี้ครับ ผมไม่ได้ให้เงิน เพิ่มทุนเลย แล้วท่านบอกว่าเอ็กซิม แบงก์ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็เอ็กซิม แบงก์ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มี ๑,๓๐๐ ล้านบาท เขาขอมา ๑,๕๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้ครับ คณะกรรมาธิการ ซึ่งมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์นั่งอยู่ครับ ผมไม่ได้ดูแลเอ็กซิม แบงก์ วันนี้ที่ผมมาชี้แจง มาในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แต่ก็รับผิดชอบ รับผิดชอบเต็มประตู ครับ ถ้าอยู่บนนี้แล้วต้องรับผิดชอบ อยู่เวทีนี้แล้วต้องรับผิดชอบครับ แต่ผมไม่เคยกล่าวเท็จ ไม่เคยครับ ในวันนั้นไม่มีครับ รู้สึกเราจะพบปะกันบ่อยหน่อยครับ แต่ว่าผมด้วยความ เคารพครับท่านประธาน พูดอย่างนี้ผมเสียหายครับ ท่านพูดว่าผมกล่าวเท็จผมต้องให้ ถอนคําพูดครับ ไม่ได้ครับ ผมไม่ยอมครับท่านประธาน ก็เชิญครับ
ดอกเตอร์สรรเสริญครับ ท่านรัฐมนตรีท่านได้ขอความร่วมมือ ขอให้ถอนคําว่า กล่าวเท็จ ออกด้วย ขอเชิญดอกเตอร์สรรเสริญอภิปรายต่อด้วยครับ ก่อนอื่นช่วยกรุณาถอนคําพูด คําว่า กล่าวเท็จ ออกด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมพูดนั้นเปึนข้อเท็จจริงจากที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมาในวันอภิปรายงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ถ้าท่านไม่เชื่อครับถอดเทปดูได้ วันนั้นเปึนการอภิปรายของผมถึงการ ดําเนินงานของสถาบันการเงินของรัฐทั้งหมด แล้วผมก็ตั้งข้อสังเกตครับว่าการเพิ่มทุน ที่ขอเพิ่มทุนกันมาทําได้หรือไม่ สิ่งที่ท่านตอบก็คือว่าเปึนข้อเท็จจริง ถอดเทปดูได้เลย ขอมาทุกธนาคาร ขอมาวงเงินเปึนหมื่นล้าน แต่ว่าผมให้แห่งเดียวคือ เอสเอ็มอี แบงก์ ๖๐๐ ล้านบาท ชัดเจนครับ เปึนข้อเท็จจริง ซึ่งผมก็จริง ๆ อยากจะให้ความยุติธรรม กับท่าน เพราะว่าเมื่อกี้ผมก็บอกว่าอาจจะเร่งรีบ ทําให้ตกหล่น ผมไม่ทราบ แต่เนื้อหา ที่อภิปรายวันนั้นและเนื้อหาที่ท่านรัฐมนตรีตอบวันนั้นกับข้อเท็จจริงในเอกสาร งบประมาณที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการไม่ตรงกัน ผมไม่ได้กล่าวเท็จครับ ผมพูดตาม ข้อเท็จจริงที่ท่านได้ชี้แจงมา ถอดเทปดูได้ นี่เปึนข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นท่านจะให้ผม ถอนคําพูดจากข้อเท็จจริงนั้นผมขอเรียนว่าผมทําไม่ได้
ต้องเรียนคุณสรรเสริญอย่างนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีท่านอ้างว่าท่านดอกเตอร์สรรเสริญพูด ในสภาแห่งนี้ว่าท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์กล่าวเท็จนะครับ ไม่ใช่ตัวท่านสรรเสริญกล่าวเท็จ นะครับ ซึ่งการพูดถึงท่านรัฐมนตรีว่ากล่าวเท็จนั้นผมเห็นว่าเปึนคําพูดที่ค่อนข้างร้ายแรง จะขอความกรุณาให้ถอนคําพูดเถอะครับ แล้วก็ใช้คําว่าพูดคลาดเคลื่อนหรือคําพูดอื่น ที่เหมาะสมกว่านี้นะครับท่านสรรเสริญ
ที่จริงตามที่ผมอภิปราย ผมก็ได้พูดไปแล้วนะครับว่า ผมไม่อยากจะใช้คําพูดว่า กล่าวเท็จ เพราะมันอาจจะแรง เกินไป จึงขอใช้คําพูดว่า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมา ผมพูดไปแล้วครับ
ขอบคุณครับ เปึนอันว่าใช้คําพูดว่า พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไร เพิ่มเติมไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกครับ วันนั้นผมพูดบอกว่าธนาคาร แต่ผมลุกขึ้นมา ชี้แจงในฐานะที่ผมดูแลธนาคาร ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ไม่ได้เหมารวมหลงจ้งไปทั้งหมด นะครับ ผมไม่ได้ดูแลเอ็กซิม แบงก์ ครับ ผมก็บอกว่าธนาคารทั้งหมดที่ของบประมาณมา ผมลุกขึ้นชี้แจงในฐานะที่ผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ดูแลมอบหมายที่ รัฐมนตรีว่าการมอบหมายให้ผม ไม่รวมเอ็กซิม แบงก์ครับ ท่านจะถอดเทปก็ได้ครับ ผมบอกว่าทั้งหมด แต่ทั้งหมดในส่วนที่ผมดูแล แต่ไม่ใช่เอ็กซิม แบงก์ ผมไม่ได้ดูแล เอ็กซิม แบงก์ และท่านจงใจกล่าวว่าผมกล่าวเท็จและท่านจะมาเล่นสํานวนบทว่า กล่าวเท็จอาจจะรุนแรงเกินไป ไม่สร้างสรรค์ครับ ฉะนั้นผมเรียนท่านประธานไปยัง คุณสรรเสริญ สมะลาภา ขอนุญาตครับ ขอประทานโทษที่กล่าวนามสกุลท่านผิดไป อันนี้ต้องขอถอน แต่ผมด้วยความเคารพครับว่า การเพิ่มทุนธนาคารที่ผมดูแลนั้น ในสัดส่วนเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมให้แค่ ๗๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองครับ ท่านต้องดูความเจตนาสิครับว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เขาขอมานี้ ผมให้แค่ ๗๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ ท่านประธานครับ ผมให้ได้ ผลประกอบการดี มีกําไร ปล่อยเงินกู้ให้กับบ้าน ที่อยู่อาศัยหลังแรก ปล่อยได้เลยครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หลับหูหลับตาให้ได้ แต่ผมไม่ให้ ฉะนั้นต้องดูเจตนาว่าผมมีเจตนาอย่างไรในการเพิ่มทุนธนาคาร แต่เอ็กซิม แบงก์ นี้ ผมไม่ได้ดูแล แต่วันนี้ผมยินดีที่จะรับผิดชอบคําพูดทุกคําพูดที่ผมได้พูดในสภาแห่งนี้ เกี่ยวกับเอ็กซิม แบงก์ นะครับ แต่ผมไม่ได้กํากับดูแลครับ เพราะฉะนั้นในการเพิ่มทุน ของเอ็กซิม แบงก์ นั้น เปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการที่เขาได้พิจารณากันอยู่ แล้วจะ ตรวจสอบกันก็ไม่มีปัญหาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกนะครับว่า ต้องขอโทษด้วยที่อารมณ์ร้อนไปหน่อย แต่ผมเปึนคนอย่างนี้ครับ เพราะว่าถ้าอารมณ์ร้อนผมออกอาการและผมก็ต้องขอประทานโทษ แต่ผมไม่ได้มีเจตนา ที่จะบอกว่าสิ่งที่ผมทําไปนั้นผิด แต่เรื่องบอกว่า หาว่าผมกล่าวเท็จ ผมถือว่าร้ายแรง มากครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญกรรมการผู้จัดการ ธสน. ครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กระผม นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ หรือ ธสน. นะครับ ขออนุญาตชี้แจงประเด็น ต่าง ๆ ดังนี้นะครับ ในประเด็นที่พูดถึงว่าในป้ ๒๕๕๐ นั้น การส่งออกของไทย ภาคการ ส่งออกเปึนตัวจักรที่สําคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในป้ ๒๕๕๐ แต่ ขณะเดียวกันปริมาณธุรกิจของทาง ธสน. กลับลดลงเมื่อเทียบกับป้ ๒๕๔๙ นะครับ เหตุผลก็เปึนไปตามที่ระบุไว้ในรายงานประจําป้ของธนาคารนะครับ ลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ จํานวนมากในป้นั้นถูกกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นตลอดนะครับ เพราะฐาน ลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ ก็คือผู้ส่งออกล้วน ๆ มีการถูกรีไฟแนนซ์ (Re – finance) ไปจาก ธนาคารพาณิชย์ก็หลายรายนะครับ พร้อมกันนั้นก็เปึนผลจากการที่เอ็กซิม แบงก์ มีต้นทุน การเงินโดยเปรียบเทียบแล้วจะสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ เพราะเราไม่มีฐานเงินฝากที่เปึน ต้นทุนถูกจากประชาชนโดยทั่วไปนะครับ จึงส่งผลให้มีลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ ที่ถูก กระทบโดยค่าเงินบาทและถูกรี ไฟแนนซ์นะครับ ลูกค้าดี ๆ ธนาคารพาณิชย์ก็จะมีมาให้ เงินกู้นะครับ นอกจากนี้แล้วนี่จะขอชี้แจงว่า ตัวเลขการส่งออกของป้ ๒๕๕๐ ที่ดีขึ้น จากผลการศึกษาของฝ์ายวิชาการของทางเอ็กซิม ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ หลายฉบับนะครับ ก็ชี้ให้เห็นว่าผลการส่งออกที่สูงขึ้นในช่วงนั้นนี่เปึนผลมาจากผู้ส่งออก ที่เปึนต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยนะครับ ที่ส่งออกไปให้กับบริษัทในเครือ หรือบริษัทแม่นะครับ ที่เปึนยอดการส่งออกที่ยังสูงอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากกลุ่มนี้เปึนหลัก นะครับ กลุ่มที่ไฮเทค (Hi-tech) และกลุ่มที่ เขาเรียกว่า เอ็มเอ็นซี (MNC) นะครับ พวกบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนนะครับ ผู้ส่งออกไทยเองยังถูกกระทบอยู่ครับผม ซึ่งอันนี้ ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไปแล้วนะครับ ส่วนประเด็นของการเพิ่มทุน ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้ ทั้ง ๆ ที่ บีไอเอส เรโช ของเราอยู่ที่ ๑๔ เปอร์เซ็นต์นั้น แสดงว่าทุนเรายังเพียงพอ อันนี้ ถูกต้องนะครับว่า ทุนเรายังเพียงพอในการขยายสินเชื่อ ถ้าเราไม่ได้เพิ่มทุนเราจะขยายได้ ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะตอนนี้เรายังอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังขยาย ได้อีก ๑๐,๐๐๐ ล้าน ที่เหตุผลของการเพิ่มทุนของเอ็กซิม แบงก์ นั้นระบุไว้ชัดเจนนะครับ ว่า เนื่องจากว่าโครงการการลงทุนของนักธุรกิจไทยในต่างประเทศและโครงการที่เปึน ประโยชน์สําหรับประเทศ อย่างเช่น โครงการพลังไฟฟัาพลังน้ําจากเขื่อนในประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าโครงการอยู่ถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนโครงการที่นักลงทุน มีความสนใจที่ให้เอ็กซิมเข้าร่วมด้วย เพราะว่าเปึนโครงการระหว่างประเทศนะครับ เอ็กซิมก็มีส่วนในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ เหล่านั้น มันติดที่ขนาดของโครงการ ซึ่งขนาดใหญ่แล้วก็ใหญ่เกินกว่าฐานทุนของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ คือเรามีข้อกําหนดในการบริหารความเสี่ยงว่าแต่ละลูกค้าหรือแต่ละกลุ่มลูกค้า หรือแต่ละ ประเภทเรามีกําหนดว่าเราจะให้สินเชื่อไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินกองทุน อย่างเช่น ลูกค้า ๑ ราย เราปล่อยสินเชื่อให้ได้ไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินกองทุนนะครับ ถ้ากลุ่มลูกค้า ๑ กลุ่ม กลุ่มเดียวกันมีหลายบริษัท เราจะปล่อยสินเชื่อได้ไม่เกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของ เงินกองทุน ต่ออุตสาหกรรมไม่เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อประเทศไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ ของเงินกองทุน ซึ่งโครงการการลงทุนในต่างประเทศที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยนั้น เราจะติดที่เงินกองทุนอันนี้นะครับ ขนาดนะครับ แล้วก็มีเรื่องของการกระจุกตัวด้วย คอนเซนเทรชั่น ลิมิต (Concentration limit) ด้วยที่มีผลต่อการเพิ่มทุนนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขายเอ็นพีแอล ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ไม่เกี่ยวข้องกับการทํา ธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศนะครับ ในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อนั้น ปัจจุบันตาม วงเงินอนุมัติเรายังคาดว่ายังตามเปัาที่เราเสนออยู่นะครับ ที่เสนอตามแผนของทาง เอ็กซิม แบงก์ นะครับ แต่ว่ายังอยู่ระหว่างการทํานิติกรรมสัญญา ถ้าผมจําไม่ผิดอยู่ ประมาณอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะทําให้เราเข้าเปัานะครับ ซึ่งในเรื่องของ บีไอเอส จึงไม่ใช่เปึนประเด็นนะครับ เปึนประเด็นเรื่องคอนเซนเทรชั่น ลิมิต แล้วก็เรื่องของ ริช แมเนจเมนท์ (Rich Management) ประเด็นเรื่องการขายเอ็นพีแอล ก็อยากจะให้ชี้แจงว่า ขายเท่าไร อย่างไร ผมยินดีที่จะให้ข้อมูลนะครับ เพราะว่าก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าทุกอย่าง ได้รับการตรวจสอบจาก สตง. เพราะฉะนั้นข้อมูลมี แต่ว่าการขาย เอ็นพีแอลนั้น ผู้ที่มา ประมูลซื้อไป เขาเพื่อเอาไปบริหารจัดการต่อนะครับ ถ้าเราป์าวประกาศหรือให้สัมภาษณ์ ต่อหนังสือพิมพ์ว่าเราขายไปที่เท่าไร ต้นทุนเท่าไรจะไม่พ้นกระทบต่อผู้ที่ประมูลซื้อไป เพื่อบริหารจัดการนะครับ แต่ถ้าท่านอยากจะทราบ ผมยินดีที่จะให้ข้อมูล ให้ดูเอกสาร ต่าง ๆ นะครับ เพื่อความโปร่งใส ทาง สตง. ก็ตรวจสอบแล้วเหมือนกัน ก็ไม่อยากจะให้ผู้ที่ ประมูลหนี้เอ็นพีแอล ทั้งหลายได้รับผลกระทบนะครับ ประเด็นเรื่องโครงการความร่วมมือ ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ทุกฝ์ายเท่าที่ผมสัมผัสคือมีความเห็นตรงกันว่าเปึน โครงการที่ดีนะครับ ก็อยากจะรู้ว่าเอ็กซิม แบงก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็กซิม แบงก์ นั้น ในอนาคตถ้ามีโครงการที่จะต้องทําและก็มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนยังจะดําเนินการ เช่น โครงการที่ผ่านมาหรือไม่ ต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ทางเอ็กซิม แบงก์ มีกระบวนการของ การตรวจสอบว่ามี คอนฟลิคท์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of Interest) มีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์อยู่ที่ใดบ้าง แม้แต่ปัจจุบันนี้นะครับ เรามีเงื่อนไข เรามีกฎบัตร เรามี หลักเกณฑ์เรื่องพวกนี้อยู่ แม้แต่ในการพิจารณาสินเชื่อ คณะกรรมการจะพิจารณาสินเชื่อ แต่ละท่าน ต้องประกาศนะครับว่าสินเชื่อรายนี้มีคณะกรรมการท่านใดท่านหนึ่งมีส่วน เกี่ยวข้อง รู้จักเปึนญาติพี่น้อง ต้องประกาศและต้องเดินออกจากที่ที่พิจารณาไปนะครับ เพราะฉะนั้นเรามีหลักเกณฑ์ขั้นตอนใหม่ ๆ ที่เรานํามาปฏิบัติ สิ่งที่เอ็กซิม แบงก์ จะต้องทํา ในปัจจุบันและอนาคตนะครับในการพิจารณาโครงการแต่ละโครงการ ไม่ว่าจะเปึน นโยบายของรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม เอ็กซิม แบงก์ จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ คือส่งเสริมการส่งออก เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าโครงการแต่ละ โครงการนั้นส่งเสริมการส่งออกของไทยหรือไม่ ส่งเสริมนักลงทุนไทยไปลงทุนใน ต่างประเทศหรือไม่ ส่งเสริมการพัฒนาประเทศหรือไม่ และมีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์หรือไม่ เพราะฉะนั้นในขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้และก็มีผลกระทบถ้าเกิด ความเสียหายขึ้นมาครับ มีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของแบงก์หรือไม่ เพราะฉะนั้น ด้วยหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมมั่นใจว่าถ้าเราเห็นว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็คงไม่ใช่เปึนโครงการที่ทางผู้บริหารของเอ็กซิม แบงก์ จะดําเนิน โครงการต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ และมีขั้นตอน หลักเกณฑ์ต่าง ๆ แล้ว ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบผลการดําเนินงานงบดุล งบกําไร และขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ประจําป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ เรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และท่านกรรมการ ธสน. ด้วย ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของ ศาลรัฐธรรมนูญ
ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขณะนี้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือ ขออนุญาตให้บุคคลเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมจะอนุญาตให้ ท่านเข้ามาชี้แจงได้ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ท่านแรก ท่านเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ คุณไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ท่านที่ ๒ ท่านรองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ คุณสนิท จรอนันต์ ท่านที่ ๓ ผู้อํานวยการ ศูนย์เทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศ คุณจริยา อัศวรักษ์ ท่านที่ ๔ ผู้อํานวยการ ส่วนการคลังและพัสดุ คุณอัจฉรียา อนันตพงศ์ ขอเชิญท่านเข้าที่ประชุมได้แล้วครับ ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิกซักถาม เชิญคุณณัฐวุฒิ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย จากการดู ระเบียบวาระการประชุมแล้วจะเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้มีโอกาสสําคัญ ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เปึนการพิจารณารับทราบรายงานประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่กําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ต่อไปคงจะได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ซึ่งจะได้มีการพิจารณา ต่อไป ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญเปึนอย่างยิ่ง กระผมได้มีโอกาสศึกษารายงาน ประจําป้ ๒๕๕๐ ของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องขออนุญาตชื่นชมท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ที่ทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสรู้จัก สํานักงานและภารกิจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะท่านได้กรุณา แบ่งเนื้อหาสาระในเอกสารรายงานประจําป้ออกเปึน ๕ ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่ ๑ ท่านพูดถึงโครงสร้างอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ
ส่วนที่ ๒ ท่านได้สรุปผลการปฏิบัติราชการประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๐ เอาไว้
ส่วนที่ ๓ รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน
ส่วนที่ ๔ เปึนคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๔๑ ถึงพุทธศักราช ๒๕๕๐
และสุดท้ายครับ ท่านได้กรุณาสรุปย่อรายงานผลการวิจัย ตั้งแต่ ป้พุทธศักราช ๒๕๔๒ ถึง ๒๕๕๐ ไว้เช่นเดียวกัน
ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ผมจะไม่อภิปรายในสาระทั้ง ๕ เรื่อง แต่การศึกษารายงานฉบับดังกล่าวแล้ว ทําให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจในความเปึน ศาลรัฐธรรมนูญของท่าน อย่างน้อย ๆ ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกครับ การที่ท่านได้ไปใช้สํานักงานอาคารของบ้านเจ้าพระยา รัตนาธิเบศร์ มีไว้ในรายงานประจําป้ของท่านครับว่าท่านไปใช้อาคารบ้านเจ้าพระยา รัตนาธิเบศร์ นามเดิมว่า พุ่ม ศรีชัยยันต์ ซึ่งอาคารหลังนี้นี่นะครับเปึนอาคารอนุรักษ์อายุ กว่า ๑๐๐ ป้แล้ว อาคารหลังนี้สร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยเรอเนอซองต์ของอิตาลี สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ครับ และเดิมอาคารหลังนี้นี่นะครับเคยใช้เปึนส่วนราชการ หลายส่วนราชการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยเปึนสถานที่ทําการของกระทรวง ธรรมการ หรือกระทรวงศึกษาธิการในขณะนี้ ท่านพูดถึงลักษณะอาคารว่าอาคารหลังนี้ มีความเข้มขลัง มั่นคง และน่าเกรงขามดุจดังศาลรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยกับท่านครับ ว่าอาคารของท่านสง่างามเหลือเกิน ผมหยิบยกเรื่องอาคารมาทําไมครับท่านประธานครับ ผมหยิบยกเรื่องอาคารมาก็จะเปรียบเทียบให้เห็นครับว่า ความเปึนพรรคชาติไทยของผม เรามีความภาคภูมิใจว่าสํานักงานของพรรคชาติไทยมีอาคารหลังหนึ่งครับเปึนอาคาร เก่าแก่ซึ่งก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ เช่นเดียวกัน อาคารหลังนี้นะครับ อาคารของ พรรคชาติไทยที่ใช้นะครับ เปึนอาคารเดิมหรือเปึนตําหนักเดิมของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา เปึนธิดาของเจ้าจอมมารดาแสในสมัยรัชกาลที่ ๕ เช่นเดียวกัน อาคารหลังนี้เปึนสถาปัตยกรรมแบบยุโรปเช่นเดียวกันครับ และอาคารหลังนี้เช่นเดียวกัน ได้มีการยกให้เปึนสถานที่ก่อตั้งโรงเรียนแห่งหนึ่ง ของท่านเปึนกระทรวงธรรมการนะครับ ของกระผมของพรรคชาติไทยได้มีการยกเปึนสถานที่ก่อตั้งโรงเรียนขัตติยานีผดุงครับ เห็นไหมครับความเปึนมาของการใช้สํานักงานคล้ายคลึงกัน นี่คือความภาคภูมิใจของ ศาลรัฐธรรมนูญท่านจึงเอามาไว้ในรายงานประจําป้ของท่าน เอาไว้ปกหน้าด้านในเลย พรรคชาติไทยก็ภูมิใจในอาคารหลังนี้ครับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้า พรรคชาติไทยได้มีการปรับปรุงอาคารหลังนี้สง่างามเหลือเกินครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสได้ไปพรรคชาติไทยไปเยี่ยมชม อาคารหลังนี้ได้มีโอกาส ต้อนรับอาคันตุกะเปึนทูตานุทูตต่างประเทศหลายท่านมาแล้วครับ สวยงามเปึนอย่างยิ่ง นี่เปึนสิ่งที่เหมือนกันประการหนึ่ง ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับพรรคชาติไทย
ประการที่ ๒ ครับ ผมได้ดูพัฒนาหรือวิวัฒนาการของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านได้บรรยายไว้ในรายงานประจําป้เช่นเดียวกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญนะครับมีมา ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อป้ ๒๔๗๕ ซึ่งเดิมนั้นให้สภาผู้แทนราษฎรเปึน ผู้วินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญไว้ด้วยนะครับ ในป้ ๒๔๗๕ ต่อมาครับในป้ ๒๔๘๘ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ประกาศสงครามกับประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมริกา พอสงครามสงบลง รัฐสภาเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตราพระราชบัญญัติอาชญากร สงคราม เมื่อป้พุทธศักราช ๒๔๘๘ เพื่อลงโทษแก่บุคคลที่กระทําผิดตามที่กฎหมายถือว่า เปึนอาชญากรสงคราม ไม่ว่าจะทําก่อนหรือทําหลังกฎหมายบังคับใช้ ตรงนี้เปึนปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนปัญหาอย่างไร พอกฎหมายนี้ไปบังคับใช้แล้ว ปรากฏว่า อย่างนี้ครับ มีการจับกุมบุคคลมาดําเนินคดีที่ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า บทบัญญัติของ กฎหมายดังกล่าวในส่วนที่ได้ลงโทษกระทําการก่อนวันใช้บังคับกฎหมาย เปึนการใช้ กฎหมายย้อนหลัง จึงขัดกับรัฐธรรมนูญและเปึนโมฆะ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าอย่างนั้น จึงทําให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับศาลฎีกาที่ล่วงล้ําหน้าที่ในการ ตีความรัฐธรรมนูญ นี่เปึนส่วนหนึ่ง เปึนวิวัฒนาการของศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ในป้พุทธศักราช ๒๔๘๙ มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ยังคงให้อํานาจในการวินิจฉัย ตีความรัฐธรรมนูญให้เปึนสิทธิของสภาผู้แทนราษฎรเหมือนเดิม แต่มีการตั้งองค์กร ขึ้นมาองค์กรหนึ่งเรียกว่า คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ทําหน้าที่วินิจฉัยว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมายใดมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถามว่าผมรู้เรื่องนี้จากไหน ผมทราบเรื่องนี้จากการอ่านรายงานของท่านที่กรุณามอบให้กับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ นั่นคือจุดเปลี่ยนจากสภาผู้แทนราษฎรมาสู่ตุลาการรัฐธรรมนูญ และป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ และป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็มาสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ๑๐ ป้เศษแล้วครับ นี่คือ ความภาคภูมิใจของท่านครับ ว่าองค์กรของท่านได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน เช่นเดียวกันครับท่านประธานที่เคารพครับ พรรคชาติไทย มาวันนี้ครับ มีวิวัฒนาการตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๑๗ ๓๔ ป้แล้วครับได้ก่อตั้งพรรคชาติไทยขึ้นมา เปึนพรรคที่ ๒ ที่มีอายุนานที่สุดในขณะนี้ รองจาก ขออนุญาตเอ่ยนาม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยก็มีวิวัฒนาการมาโดยตลอด เปึนทั้งฝ์ายค้าน เปึนทั้งรัฐบาล เรามี นายกรัฐมนตรีถึง ๒ ท่าน ท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา เปึนหัวหน้าพรรคชาติไทย ทําหน้าที่ ทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาโดยตลอด นี่ก็คือความภาคภูมิใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคชาติไทย และสมาชิก พรรคชาติไทยทั่วประเทศ นี่คือความเหมือนกันครับทั้งอาคารสถานที่ ทั้งวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะมีการพิจารณา ยุบพรรคชาติไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ผมอ่านรายงานของท่าน ของสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว มีพรรคการเมืองหลายพรรคถูกยุบไปแล้วครับ ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้ ให้เกิดความสงสารนะครับ แต่เพียงอยากจะเห็นศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีโอกาสทําหน้าที่ ตามที่ได้กําหนดไว้ในหน้า ๖๘ ครับ ผมยืนยันนะครับผมเปึนคนหนึ่งที่เปึนกรรมการ บริหารพรรคชาติไทย ผมเปึนรองเลขาธิการพรรคชาติไทย ผมกราบเรียนยืนยันครับ และผมเปึนคนหนึ่งที่เปึนวิทยากรอบรมผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคชาติไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เราได้มีการย้ําท่านด้วยวาจาและย้ําด้วยเอกสารในการที่จะ ยึดมั่นในกฎหมายเลือกตั้ง ในระเบียบ ในข้อบังคับที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนด มาโดยตลอด ผมยืนยันอีกครั้งครับด้วยความจริงที่ไปดูจากรายงานการประชุม จากการประชุมปฐมนิเทศผู้สมัครของพรรคชาติไทยได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นผมหวังอย่างนี้ครับ หวังว่าหน้า ๗๘ ของท่าน ท่านได้เขียนวิสัยทัศน์ไว้ในการทํา แผนยุทธศาสตร์ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่านได้แสดงวิชั่น (Vision) หรือวิสัยทัศน์ไว้ในข้อ ๔.๑ไว้ดังนี้ครับ ศาลรัฐธรรมนูญเปึนสถาบันหลักในการวินิจฉัย ชี้ขาดคดีรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาความเปึนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ แก้ไขเยียวยา ปัญหาในการใช้รัฐธรรมนูญและสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โดยไม่ให้เกิดบรรทัดฐานการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน การสร้างความถูกต้องเปึนธรรมของระบบนิติรัฐ และรักษาความชอบธรรมทางการเมือง การปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข ผมหวังว่า ในการดําเนินการพิจารณาคดีใดก็ตาม ก็จะได้เห็นการนําวิสัยทัศน์ที่ได้กําหนดไว้ ไปใช้เปึนบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีต่อไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน เปึนอย่างสูงครับ
มีท่านใดจะอภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายทศพล เพ็งส้มครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ตามที่ผมได้รับรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ นะครับ ของศาลรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเปึนรายงาน ฉบับแรกที่ได้มีโอกาสอ่านนะครับ แล้วปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญเองนะครับก็ได้มีการยื่น ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... เมื่อตรวจสอบดูรายงานแล้วต้องยอมรับว่าเปึนรายงานที่สมบูรณ์แล้วก็สามารถ ศึกษาค้นคว้า ทําความเข้าใจกับศาลรัฐธรรมนูญได้ดีที่เดียว ท่านประธานครับ แต่เนื่องจากอํานาจหน้าที่ที่ปรากฏไว้ในรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกเปึนส่วนที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๔๙ มาตรา ๓๕ แล้วอีกส่วนหนึ่งก็มีอํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญตามที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ เนื่องจากป้ ๒๕๔๙ มาตรา ๓๕ นั้น อํานาจหน้าที่เท่าที่ปรากฏอยู่ในรายงานนั้น มีเพียง ๓ ส่วนนะครับ อํานาจหน้าที่ในการ ควบคุมนะครับ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อํานาจหน้าที่ในการตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง อํานาจหน้าที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ซึ่งมีอีก ๕ ข้อย่อย แต่ปรากฏว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นนะครับ อํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเพิ่มขึ้น มีเพิ่มขึ้นจํานวน ๒๐ ประการตามที่ปรากฏในรายงาน แต่ปรากฏบางส่วนนั้นที่กําหนดภาระหน้าที่นะครับ ตั้งแต่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่หน้า ๗๒ ถึงหน้า ๗๘ นั้น ปรากฏว่าได้นําเอาข้อกําหนดเดิม มาใส่ไว้ในรายงาน ซึ่งข้อกําหนดเดิมนั้น ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่าหลังจากที่มีการตรา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลแล้วย่อมต้องมีการแก้ไข แต่ปรากฏว่ามีการนําข้อกําหนดหลาย ๆ ข้อ ซึ่งอาจจะต้องขัดกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ฉบับใหม่ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ขอยกร่างขึ้นมา ประกอบ กับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ ประกอบมาตรา ๓๐๐ วรรคห้า ท่านประธานครับ เมื่อภาระหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีมากขึ้น ก็ฝากนะครับทางเจ้าหน้าที่ก็ดีนะครับ ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่ากําหนดข้อกําหนดไว้เพื่อเปึนธงนะครับ ปรากฏว่าข้อกําหนด ที่กําหนดไว้อย่างนี้นะครับ เหมือนกําหนดเปึนธงว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นจะต้องออก ตามข้อกําหนด ผมไม่อยากให้คนที่เขาอ่านรายงานฉบับนี้เข้าใจคลาดเคลื่อน ข้อกําหนดนี้ ไม่สามารถใช้ได้ถ้ามีพระราชบัญญัตินี้ออกมา ฉะนั้นไม่จําเปึนที่จะต้องเอาข้อกําหนดมา ใช้ใส่ไว้ก่อน แล้วร่างพระราชบัญญัติตาม การดําเนินงานในศาลรัฐธรรมนูญผมยอมรับว่า ในช่วงที่มีวิกฤติเกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้นผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องและเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ในคณะทํางานด้านกฎหมาย ปัญหาสําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องระยะเวลาในการยื่น คําคัดค้านก็ดี ระยะเวลาในการทําคําแก้คําคัดค้านก็ดี ย่อมมีปัญหาและอุปสรรค เหตุผล ก็คือเรื่องของพยานที่นํามาที่ศาล จําเปึนเหลือเกินนะครับ ที่ฝ์ายธุรการของศาลนั้น จะต้องหาจุดที่สามารถดําเนินกระบวนพิจารณาไปอย่างรวดเร็วและเปึนธรรม เพราะ ไม่อย่างนั้นพยานหลาย ๆ ปากนะครับ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็คงมีคดีขึ้นสู่ศาล บางพรรค อาจจะกระโดดถึง ๕๐ ปาก ๑๐๐ ปาก การบริหารจัดการเกี่ยวกับพยานในศาลนั้น เปึนสิ่งสําคัญ จริงอยู่ถึงแม้ท่านจะบอกว่ามีสิทธิของตรวจพยานหลักฐานและขอ คัดสํานวนพยานหลักฐานของตนหรือของคู่กรณีอีกฝ์ายหนึ่งได้ก็ตาม แต่ในส่วน ข้อกําหนดที่กําหนดไว้เดิมตามข้อ ๓๔ นั้น กลับกําหนดว่าศาลอาจกําหนดให้มีการตรวจ พยาน เปึนไปได้ไหมครับที่ข้อกําหนดเหล่านี้ อย่าใช้คําว่า อาจ เลยครับ เพราะมันเปึน เรื่องการใช้ดุลยพินิจ พอคู่กรณีได้ยื่นคําร้องขอตรวจแล้ว ขอคัดแล้ว ทุกกรณีต้องให้ตรวจ อย่าลืมว่าคดีทางการเมืองเปึนคดีที่สําคัญต่อพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคการเมืองที่ถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรค ไม่มีพรรคใดหรอกครับที่อยู่บน ความสงบ แต่ความสงบนี้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้กําหนดกฎเกณฑ์ด้วยกติกาในการนัด พร้อมวางแนวทางการดําเนินคดีไปพร้อม ๆ กับข้อกําหนดที่สามารถมุ่งสู่ข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย อย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางรากฐานไว้ ผมถือว่าคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเหมือนเปึนวรรณกรรมทางกฎหมาย แต่ถ้าเกิดว่าที่มาของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้มาโดยพรรคการเมืองแต่ละพรรค ที่ขึ้นสู่ศาลนั้น ไม่สามารถยอมรับได้ว่าได้รับกระบวนการทางความยุติธรรม ผมเชื่อ เหลือเกินนะครับว่าเวลาคําพิพากษาออกมานั้นย่อมถูกตําหนิ ถึงแม้ในร่างที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้ทํามา ใครก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ถ้าเปึนงานทางวิชาการ ท่านประธานครับ ผมก็ฝากไว้นิดหนึ่งว่าเมื่อคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเปึน วรรณกรรมทางกฎหมายที่นักกฎหมายทั้งหลายสามารถนําไปเปึนแนวทางในการวาง กฎเกณฑ์ กฎหมาย หรือแม้กระทั่งการดําเนินทางการเมืองในสังคมต่อไปให้เปึนรากฐาน แล้วก็บอกกับสังคมว่าจะไม่มีองค์กรใดที่เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญได้ จําเปึนเหลือเกินครับว่ากระบวนวิธีพิจารณาต่าง ๆ หรือข้อกําหนดต่าง ๆ ของศาลนั้น กรุณาทําเพื่อให้ทุกฝ์ายได้รับความเปึนธรรมอย่างแท้จริง วันนี้ก็ต้องบอกท่านประธาน ผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญนะครับว่า นับแต่ที่มีศาลรัฐธรรมนูญมานั้นประชาชนยัง เลื่อมใสและศรัทธาอยู่ อย่าดําเนินกระบวนการทางวิธีพิจารณาแล้วไปทําลายตัวเอง นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมต้องขอถือโอกาสนี้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่และก็เจตนารมณ์ของศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งแนวทางการวินิจฉัยและบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กําหนดเปึนทิศทางในการ ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนที่ทราบกันดีว่าอํานาจ อธิปไตยนี้นะครับเปึนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์พระองค์ท่านจะใช้อํานาจ อันศักดิ์สิทธิ์นี้นะครับ ผ่าน ๓ องค์กรหลัก ก็คืออํานาจในฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีผู้ปฏิบัติ หน้าที่อยู่ก็คือ ส.ส. และก็ ส.ว. อํานาจบริหารก็คือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และก็อํานาจตุลาการก็คือศาลต่าง ๆ ซึ่งเปึนผู้ตีความและบังคับใช้กฎหมายที่ผ่าน ความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องขอชื่นชมก็เนื่องจากว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนเรื่องที่สามารถที่จะ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ เปึนเรื่องที่จะกําหนดกรอบในการที่จะเปึนหางเสือคัดท้าย ให้ประเทศไทยเดินไปสู่ทิศทางใด ผมเองนะครับ ได้ติดตามการทํางาน ได้ติดตามการ ปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตุลาการรัฐธรรมนูญ คดีที่ผมขออนุญาต ที่จะยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านประธานและท่านพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้พิจารณา เพิ่มเติม ก็คือคดีอันลือลั่นเรื่องการซุกหุ้นของอดีตนายกรัฐมนตรี ผมจะไม่พูดถึง รายละเอียด เพราะในรายละเอียดปรากฏอยู่ในคําวินิจฉัยแล้ว แต่คําวินิจฉัยในครั้งนั้น นะครับ หลายท่านก็ทราบว่ามีมติของตุลาการค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกันมาก ก็คือ ๘ ต่อ ๗ เพราะฉะนั้นแต่ละเสียงหรือแต่ดุลยพินิจของความเห็นของตุลาการในแต่ละ ท่านนั้นสามารถที่จะพลิกว่าถูกหรือผิด ขาวหรือดํา และก็จะกลายเปึนประวัติศาสตร์ทางกฎหมายที่จะให้ลูกหลานของพวกเราทุกคน ที่จะศึกษาในด้านกฎหมาย จะได้เข้าใจ จะได้ศึกษา แล้วก็เปึนแบบ เปึนบรรทัดฐาน เพราะคําวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันทุกองค์กรก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายนิติบัญญัติหรือองค์กรราชการอื่น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ อนุญาตที่จะกล่าวถึงอํานาจหน้าที่ของตุลาการรัฐธรรมนูญสักเล็กน้อย ก็คือ
อํานาจที่ ๑ นะครับ อํานาจในการที่จะวินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับในเรื่องใด ของพรรคการเมืองจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ หรือขัด หรือแย้งกับหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ที่ผมต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมากราบเรียน ต่อท่านประธานก็เพื่อที่จะ ๑. แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๒. ก็คืออยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงแทนศาลรัฐธรรมนูญ ว่าแนวคิดของท่านจะมีความ คิดเห็นที่จะเปึนบรรทัดฐานให้สมาชิกรัฐสภาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร โดยเฉพาะ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่บังคับใช้เปึนกฎหมายแม่บทอยู่ในปัจจุบันนี้ ห้ามมิให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือ ส.ส. กับ ส.ว. เข้าไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยวในทาง ใด ๆ ก็แล้วแต่กับส่วนราชการประจําทั้งหมด ท่านจํากัดกรอบให้สมาชิกรัฐสภาสามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในสถานะหนึ่งก็คือสมาชิกรัฐสภาอยู่ในฐานะที่เปึนผู้แทนปวงชน ชาวไทยมีความเปึนอิสระที่จะแสดงความคิดเห็น มีความเปึนอิสระในการที่จะปกปัอง รักษาผลประโยชน์และดูแลทุกข์สุขของคนไทยในฐานะผู้แทนปวงชน อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ในเรื่องนี้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของตุลาการรัฐธรรมนูญ แม้ว่าวันนี้ ตัวคณะตุลาการเองท่านจะไม่ได้มาชี้แจง แต่ผู้บริหารสูงสุดท่านหนึ่งก็คือเลขาธิการของ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มาชี้แจงแทน อยากจะฟังว่าท่านตีกรอบให้กับสมาชิกรัฐสภา สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างไร แค่ไหน และก็เพียงใด เพื่อไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้แทนปวงชนนั้นไปขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญตาม ๒ มาตราดังกล่าวข้างต้น
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เคยดํารงตําแหน่งเปึนประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของสภา ผู้แทนราษฎร เมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๘ มุ่งหวังครับ มุ่งหวังที่จะให้สถาบันพรรคการเมือง ซึ่งเปึนองค์กรหลักในการที่จะนําเอาแนวนโยบายและก็สะท้อนความต้องการ ของประชาชนในแต่ละภูมิภาค แต่ละพื้นที่ แต่ละสาขา แต่ละภาคส่วน เข้ามาเปึน แนวนโยบายในการที่จะบริหารราชการแผ่นดินในฐานะเปึนผู้แทนปวงชน และก็เปึน สถาบันที่พึ่งหวังของคนไทย ผมต้องการมองเห็นพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง มีความเข้มแข็ง แล้วก็ยืนอยู่คู่กับสังคมไทย ตราบใดที่เรายังมีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขอยู่ เพราะฉะนั้นครับการยุบพรรค การเมือง อันที่จริงถ้าในส่วนตัวของผม ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการยุบพรรคการเมือง ง่ายเกินไป แต่เนื่องจากว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ใน มาตรา ๒๓๗ ก็ชัดเจนว่า ถ้าเกิดว่าพรรคการเมืองนั้นมีผู้บริหารเข้าไปเกี่ยวข้องรู้เห็น ในการกระทําความผิดกฎหมาย ตุลาการรัฐธรรมนูญนะครับก็มีอํานาจในการที่จะวินิจฉัย ว่ายุบพรรคการเมืองนั้นได้ คือกฎหมายนี่นะครับเกิดมาแล้ว แล้วก็ใช้บังคับแล้ว แต่ว่าถ้ามีการกระทําความผิด ก็สามารถที่จะนําไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้เช่นเดียวกัน พรรคการเมืองที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในปัจจุบันทุกพรรคการเมือง ถ้ากระทําความผิดก็ควรที่จะ ถูกยุบ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ถ้าเกิดว่าถึงที่สุดแล้วถ้าเกิดว่าทําผิด หรือว่าต้องด้วย องค์ประกอบในการกระทําความผิดที่จะต้องถูกยุบพรรคการเมือง เราก็พร้อมที่จะน้อมรับ ต่อการตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญถ้าต่อไปในอนาคตถูกกล่าวหา แต่ว่าที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมเองไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง เพราะฉะนั้น วิธีการหรือแนวคิดนี้จะทําอย่างไรในการที่จะให้พบกันหรือว่าคลี่คลายกฎเหล็กอันนี้ นะครับให้ผ่อนคลายลง ในขณะที่สร้างสถาบันของพรรคการเมืองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันทําอย่างไรถึงจะไม่ให้อํานาจในส่วนของตุลาการเหลื่อมล้ํากับอํานาจ ฝ์ายบริหารหรือเหลื่อมอํานาจนิติบัญญัติมากเกินไป แต่ให้อํานาจทั้ง ๓ อํานาจนี้นะครับ ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ตรวจสอบซึ่งกันและกัน แล้วก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ต้องการให้ อํานาจใดอํานาจหนึ่งนะครับเข้มแข็งโดยปราศจากการถ่วงดุลของอํานาจใดอํานาจหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ท่านมีแนวคิด มีวิธีการ หรือว่ามีเจตนํานงเปึนประการใดในการที่จะวินิจฉัยหรือว่าชี้แจง เรื่องนี้เพื่อที่จะให้ทุกอย่างมันถ่วงดุลซึ่งกันและกัน แล้วก็ทั้ง ๓ อํานาจนี้ไม่ล่วงเลย ซึ่งกันและกัน
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะขอความเข้าใจต่อท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญก็คือ มีแนวคิดใหม่ในปัจจุบันนี้นะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติที่ผ่าน ความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วจะต้องเสนอต่อ ก็คืออํานาจที่ ๗ นะครับ พิจารณาวินิจฉัย ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว หรือร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ลงมติยืนยันก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนะครับ ในส่วนนี้ผมเองก็มีมุมมอง ไปในทิศทางที่ว่าสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบันนะครับส่วนใหญ่ก็เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็เปึน ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์มากยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นความเห็นหรือมติใด ๆ ที่รัฐสภา ผ่านความเห็นชอบไปก็น่าจะได้รับการกลั่นกรองในระดับหนึ่ง ในส่วนนี้นะครับผมเอง อยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือ ศาลรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนนี้จะเปึนข้อบ่งชี้พอที่จะเห็นได้หรือไม่ว่าอํานาจของ ฝ์ายตุลาการนั้นค่อนข้างที่จะเหลื่อม แล้วก็กําหนดกรอบของฝ์ายนิติบัญญัติหรือ ฝ์ายบริหารนี้ค่อนข้างที่จะไปสักครึ่งก้าว อันนี้ก็จึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญนะครับ
ส่วนข้อวินิจฉัยต่าง ๆ หรือคําวินิจฉัยต่าง ๆ ที่ท่านได้วินิจฉัย กระผมเอง เชื่อมั่นในหลักของการวินิจฉัย เพราะแต่ละท่านก็คือชั้นปรมาจารย์ เปึนอาจารย์ เปึนผู้เชี่ยวชาญ เปึนที่เคารพเลื่อมใสของแวดวงนักกฎหมายทั้งสิ้น คําวินิจฉัยใด ๆ ที่ผ่าน ความเห็นชอบของตุลาการรัฐธรรมนูญมาแล้วถือเปึนบรรทัดฐาน และผมเองชื่นชม มาตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ มีประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากแล้วก็ขอบันทึก ไว้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ก็คือเราจะหาแนวทางหรือวิธีการใดในการที่จะ ปกปัองตุลาการรัฐธรรมนูญ เราจะหาแนวทางหรือวิธีการใดในการที่จะปัองกันไม่ให้อํานาจของฝ์ายบริหาร หรืออํานาจฝ์ายนิติบัญญัติ หรืออํานาจใด ๆ ก็แล้วแต่ เข้าไปแทรกแซง เข้าไปมีอิทธิพล ต่อการตัดสินคดีในแต่ละเรื่อง เพราะคําวินิจฉัยที่จะออกมานั้นคือบรรทัดฐานที่จะ พลิกฟัาพลิกแผ่นดินได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นจึงฝากความหวังว่า ประเทศไทยของเราจะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ลูกหลานของเราจะมีอนาคตที่ดีงาม แล้วก็ทัดเทียมอารยประเทศด้วยครรลอง ด้วยคําวินิจฉัย ด้วยแนวบรรทัดฐานที่ท่าน วางไว้ ก็คือขจัดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แก้ไขในสิ่งที่ไม่ดีงาม แล้วก็ส่งเสริมทั้งพรรคการเมือง และนักการเมืองที่มีจริยธรรม มีคุณธรรม แล้วก็นําพาประเทศไทยไปสู่ครรลองที่ถูกต้อง เพื่อความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมืองของเราต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ประเด็นเรื่องการรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีเนื้อหาที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า กระผมเองในฐานะที่เปึนสมาชิกพรรคพลังประชาชน แล้วก็กําลัง จ่อคอหอย คือหมายความว่าหลังจาก กกต. มีคําสั่งยื่นอัยการ ถ้าอัยการมีความเห็น สั่งฟัอง เรื่องก็จะถึงศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบพรรค ผมเองมีความเชื่ออย่างนี้ครับ ท่านประธาน ความเชื่อของผมก็คือว่าในการต่อสู้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องใดก็ตาม ผมได้พูด หลังจากมีการยึดอํานาจ ๑ วัน คือวันที่ ๒๐ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ยึดอํานาจ คนกระสาน ซ่านเซ็นกันไปหมด ผมและคณะเดินทางไปที่ทําการพรรคไทยรักไทย แล้วก็แสดง ความคิดเห็นเวลานั้นเลยว่า การต่อสู้เท่านั้นคือหนทางรอด การยอมจํานน การยอม สวามิภักดิ์ หรือการสอพลอผู้มีอํานาจในขณะนั้น ๆ จะไม่มีวันได้รับการไว้ชีวิต โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมเองก็ยังมีความเชื่อกันจนถึงปัจจุบันนี้ การรายงานประจําป้ ของศาลรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ซึ่งทางท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งความจริงแล้ว ท่านเปึนเลขาธิการองค์กรอิสระ อาจจะเปึนคนเดียวเสียด้วยซ้ําที่มีโอกาสทํากับ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ต่ํากว่า ๓ ชุด คือชุดแรกก่อนการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ชุดที่ ๒ ที่ทางท่านเลขาธิการได้ทําหน้าที่ด้วย ที่อยู่ในผลรายงานประจําป้นั้น คือคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ชุดที่ตั้งโดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวป้ ๒๕๔๙ ซึ่งไม่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้วก็ชุดปัจจุบันที่มีนายชัช ชลวร ที่เปึนประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ ทั้ง ๓ ชุด ผมว่าท่านเลขาธิการย่อมมีบทเรียนต่าง ๆ ไว้เปึนอย่างดี มีหลากหลายประเด็น ครับท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้เราอาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์การทํา หน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการรายงานประจําป้ได้อีกเพียงแค่ครั้ง ๒ ครั้ง หรืออาจจะ ๑ ครั้ง ตอนมีการพิจารณาร่างกฎหมายพิจารณาการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็จะไปอิงยึดหลักศาลปกครองต่อไปนี้ ว่าพิจารณาคดีใด ๆ ต่อไปนี้ห้ามมีการวิพากษ์วิจารณ์ วิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะ ไปสัมภาษณ์ ณ ที่ใดก็ตาม ก็จะเข้าข่ายการละเมิดอํานาจศาล กลายเปึนองค์กรที่จับต้อง ไม่ได้อีกองค์กรหนึ่ง ขอกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพ แต่สิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียน ไปยังท่านประธานก็คือว่า การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเปึนองค์คณะที่เปึนศาล ได้รับการโปรดเกล้าฯ หรือชุดที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ที่นั่งพิจารณาคดีจนในขณะที่ไม่มีสิทธิใส่เสื้อครุย ใส่สูทตัดสินคดียุบพรรค และเอาโทษ ย้อนหลังมาตัดสิทธิทางการเมืองนักการเมือง ๑๑๑ คนนั้นก็เปึนเรื่องที่มีการ วิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดพิษณุโลกยกตัวอย่างเรื่องคดีซุกหุ้นก็มี การวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องคดีแสดงบัญชีอันเปึนเท็จของอดีตเลขาธิการพรรคหนึ่งก็มีการ วิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงขนาดที่ว่าเลขาธิการพรรคนั้นเองก็มีการยื่น ถอดถอนตุลาการรัฐธรรมนูญ ๔ คนเวลานั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่า จะตัดสินในคดีอะไรก็แล้วแต่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีข้อที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งการตัดสินให้มีการเลือกตั้ง ๒ เมษายน ให้เปึนโมฆะเพียงแค่เหตุการณ์ยาว เหยียดอธิบายแต่สรุปว่าหันเอาหลังออก หันเอาก้นออก คูหาเลือกตั้งแล้วบางจังหวัดก็ยัง หันเหมือนเดิมนะครับ แต่ว่าเลือกตั้งโมฆะกันทั้งประเทศ ผมบอกว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญ กลายเปึน อันเค้าท์เทเบิ้ล แมน (Uncountable Man) วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้แล้วคนไทย ไม่อกแตกตายในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งว่าการวินิจฉัยเรื่องกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนี่นะครับ มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ต้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะกราบบังคมทูลเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกฎหมาย ๓ ฉบับ ให้เปึนโมฆะ เหตุผล เพราะองค์ประชุมไม่ครบ แล้วศาลรัฐธรรมนูญชุดเดียวกัน วินิจฉัยให้กฎหมาย ๓ ฉบับ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้ ประเด็นมีอยู่อย่างนี้ครับ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมาย ๓ ฉบับ ที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้นว่าองค์ประชุมไม่ครบแล้วเปึนโมฆะ เพราะท่าน ยึดเอาวาระที่ ๓ วาระที่ ๓ องค์ประชุมไม่ครบ แต่ ๓ ฉบับที่ท่านยกมือเข้าไปนะครับ ว่าเปึนกฎหมายมีผลสมบูรณ์นั้น วาระแรกไม่ครบ ๒ ฉบับ ใน ๓ ฉบับท่านลองไปดูเลยครับ ผมยังบอกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถ้าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้มาตรฐานอยู่ตรงไหน องค์ประชุมไม่ครบ วาระแรกถ้าไม่ครบมันโมฆะ วาระ ๓ มันก็ต้องโมฆะ ถ้าวาระ ๓ องค์ประชุม ไม่ครบ มันเปึนโมฆะ วาระแรกองค์ประชุมไม่ครบ มันก็ต้องเปึนโมฆะ แต่ถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญถ้าไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ได้นี่เปึนประเด็นที่อยู่ติดกันเลย ๓ ฉบับ ท่านกราบบังคมทูลเกล้าฯ ปรากฏว่าไม่ไปดูวาระแรก ประทานโทษไม่ไปดูวาระแรก ดูวาระ ๓ วาระ ๓ องค์ประชุมครบ กราบบังคมทูลอีก ๓ ฉบับ ต่อมาองค์ประชุมไม่ครบ ในวาระ ๓ ผมบอกว่าไม่มีมาตรฐานในการตัดสิน ท่านประธานที่เคารพ นี่รวมกระทั่ง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังเลขาธิการศาลที่กําลังจะอกแตกที่สภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ที่มาจากการเลือกตั้งที่ก่อนจะลงมติใด ๆ นั้นนะครับ จะต้องเช็ค (Check) องค์ประชุม กันก่อนนั้น นอกจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ท่านชี้ว่าเปึนโมฆะ ๓ ฉบับ แล้วที่ ผมบอกว่าไม่เปึนโมฆะ ๓ ฉบับมันก็มีปัญหาเหมือนกัน มีกฎหมาย ๒๑๑ ฉบับ ที่ผ่าน การพิจารณาของ สนช. ชุดที่แล้ว ปรากฏว่าใน ๒๑๑ ฉบับนั้น นี่ไม่นับกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญนะครับมี ๑๗๗ ฉบับ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ องค์ประชุมไม่ครบประธานสภา สนช. ส่งเรื่องให้รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปเสนอกราบบังคมทูลเปึนผู้รับสนอง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๑๗๗ ฉบับ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ องค์ประชุมไม่ครบถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะได้ใช้มาตรฐานเดียวกันที่ว่า ว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญองค์ประชุมไม่ครบว่าเปึนโมฆะและผมก็ชี้ข้อด้อยว่า ๓ ฉบับแรก ๒ ฉบับ วาระแรกองค์ประชุมไม่ครบท่านก็เสนอกราบบังคมทูลนั้น นี่ก็เปึนปัญหา เพราะฉะนั้น ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ท่านตีตกไม่ว่ากฎหมาย ป.ป.ช. ผู้ตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ถ้ามาตรฐานอันนี้กฎหมาย ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๗๗ ฉบับ จาก ๒๑๑ ฉบับ องค์ประชุมไม่ครบ องค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง เส้นทางมันจะเดินทาง อย่างไรกันต่อ ปัญหาว่าศาลรัฐธรรมนูญนี่จะมีมาตรฐานแต่ละเรื่องอย่างไร แม้กระทั่งตัวรัฐธรรมนูญเอง ครับท่านประธาน ตัวรัฐธรรมนูญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยนี่บางมาตรา องค์ประชุมไม่ครบ บางมาตราไม่มีการลงมติ นี่ก็เปึนปัญหาเพราะว่าช่วงที่ผ่านมาครับ ท่านประธานที่เคารพ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการัฐธรรมนูญชุดที่ไม่มี การโปรดเกล้าฯ ตัดสินคดีเอาโทษย้อนหลังมากําหนดนั้น นั่นก็เปึนปรากฏการณ์ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ในทางกฎหมายแล้ว ผมไม่ได้บอกว่ามันจะกระทบต่อตัวเอง แต่บอกว่า มันก็ไม่มีปัญหา มันก็จบไปแล้ว มีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา แล้วจะตัดสินไปอย่างไรวันนี้ มันไม่มีโทษย้อนหลัง แต่เวลานั้นมันมีปัญหา แม้กระทั่งเรื่องล่าสุดครับท่านประธาน ที่เคารพ เรื่องการตีความกรณีแถลงการณ์ร่วมปราสาทพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญก็ไปเพิ่ม คําว่า อาจจะ ลงในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนะครับ หนังสือ สัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ท่านก็ไปวินิจฉัยว่าหนังสือสัญญาใดอาจมีบท เปลี่ยนแปลงอาณาเขต มันคนละเรื่องเลย อย่างที่ผมยกตัวอย่างวันนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ ผมต้องการถามศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกันว่าท่านมีสิทธิอะไรไปร่างรัฐธรรมนูญ ใหม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะต้องพูดอันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เพราะผมต้องการ จะต้องการให้ว่าบ้านเมืองนี้ศาลรัฐธรรมนูญว่าจริงแล้วนี่นะครับ นอกจากอํานาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ที่เหลืออยู่มั่นคงที่สุดและกําลังจะย่อยยับตามหรือเปล่า ไม่แน่ใจ เมื่อก่อนนี้นะครับนิติบัญญัติที่ท่านแลเห็นนี่นะครับลุ่ม ๆ ดอน ๆ ถูกยึดอํานาจ ล้มกันบ้างอะไรสารพัดสารพันเลยนะครับ บริหารก็ง่อนแง่น นิติบัญญัติอยู่ไม่ได้ เราก็มี ที่พึ่งที่หวังคือตุลาการ ยึดอํานาจทีดึงตุลาการเข้ามาอยู่ในระบบการเมือง จะพาพังไปอีก คณะทั้งที่เปึนสถาบันที่คนไทยให้ความนับถือ มีความเคารพมากที่สุดใน ๓ อํานาจ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้นะครับศาลรัฐธรรมนูญโดย ภายใต้รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ให้โอกาสองค์กรอิสระสามารถเสนอกฎหมายเองได้ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ มีหน้าที่ผ่านกฎหมายนะครับ ที่เขาจะลงโทษประหารชีวิต พวกกันเองครับ มีหน้าที่ว่าองค์กรอิสระอะไรก็มีสิทธิเสนอกฎหมายกันได้ ซึ่งมันก็ขัด ต่อหลัก ๓ อํานาจอธิปไตยกันอยู่แล้ววันนี้คนที่อยู่องค์กรอิสระทุกองค์กรสามารถเสนอ กฎหมายมาเองสรรพเสร็จแล้วออกแบบคุ้มครองตัวเองสรรพเสร็จ ผมยกตัวอย่างเปึนการ ยืนยันว่าแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีสภาพเหมือนองค์กรอิสระองค์กรอื่น ๆ นักการเมืองที่ท่านแลเห็นหน้าสลอนอยู่ในสภานี่นะ บอกว่าเปึนคนที่จะต้องแจงบัญชี ทรัพย์สินเป่ดเผยในที่สาธารณะ แต่ท่านเห็นไหมครับ ศาลรัฐธรรมนูญเอง องค์กรอิสระ ทั้งหลายยกเว้น ป.ป.ช. ยื่นส่งให้ ป.ป.ช. ป่ดผนึกในซอง ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครไปตรวจสอบได้ ก็รู้ระหว่างท่านกับองค์กรอิสระด้วยกันคือระหว่างตัวท่านและตัว ป.ป.ช. คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดอนุในการตรวจสอบอํานาจรัฐ เชิญ ป.ป.ช. มาพูดมาคุยในข้อเสนอแนะก็มี การตั้งคําถามเหมือนกันว่า ป.ป.ช. ที่เปึนองค์กรอิสระชุดเดียวนะครับ พวกท่านยื่นให้ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ยื่นให้กับตัวเองไม่ได้ ก็ต้องไปยื่นให้กับประธานวุฒิสภา บอกว่าเป่ดเผย บัญชีทรัพย์สินในที่สาธารณะได้ไหม บอกว่า ไม่ได้ เพราะว่าเปึนองค์กรมีหน้าที่ ไปตรวจสอบบุคคลอื่น ถ้าถูกตรวจสอบบ้างจะทําให้การทํางานเปึนไปด้วยความล่าช้า เหตุผลฟังได้ไหมครับท่านประธาน ผมจึงบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน วันนี้เรา ไม่ต้องการมาบอกว่าการพูดของผมเองหรือการแสดงทรรศนะของผมนั้นจะเปึนด้วย การอคติศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ แต่เราต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนองค์กรที่เปึนที่พึ่ง ที่หวัง ตัดสินอะไรนั้นแม้ว่ามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ วิพากษ์วิจารณ์โดยเป่ดเผยมันดีกว่า คนนินทา คนนินทาลับหลังแล้วท่านไม่รู้ตัวท่านทําอะไรแล้ว แต่ว่าถ้าต่อไปนี้ไปออก กฎหมายห้ามละเมิดอํานาจศาลนี่ คนมันก็จะไปแอบนินทาและความเสื่อมก็จะมา อีกทิศทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าวันนี้แต่ละฝ์ายถ้าต้องการ ให้บ้านเมืองนี้มีความโปร่งใสนะครับ นั่นหมายความว่าทุกองค์กรในทุกภาคส่วนนั้น จะต้องมีความโปร่งใสตาม ผมเองก็มีข้อสงสัยศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกัน เช่นว่า เสนอบางมาตราที่มาเอื้อกับคนที่ เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา ๑๐ (๓) นี้นะครับ บอกว่า บัญญัติให้ตุลาการ อาจถูกคัดค้านในกรณีที่เคยถูกอ้างเปึนพยานโดยที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ เว้นแต่เคยมี ส่วนร่วมในกระบวนการทางนิติบัญญัติหรือเคยแสดงความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้เปึนพิเศษในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้น คนที่เปึนนักการเมืองที่อ่าน หนังสือฉบับนี้ ข้อกฎหมายฉบับนี้รู้ทันทีว่า ท่านต้องการเลี่ยงบาลีให้กับนายจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะที่เปึนรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และขณะที่ร่างก็มาพูดด้วย ความภาคภูมิใจว่า ได้รับโจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญบนสมมุติฐานว่านักการเมือง ส.ส. รัฐมนตรี เปึนคนชั่วร้าย เปึนคนเลว จึงต้องได้รับโจทย์และร่างรัฐธรรมนูญไปตามนั้น ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ประกาศใช้ นายจรัญ ภักดีธนากุล ข้ามฟากจากปลัดกระทรวงยุติธรรม มาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาเรื่องการตีความรัฐธรรมนูญ คนที่มี ส่วนร่างรัฐธรรมนูญนี้นะครับก็ต้องชี้ในทางอคติเพราะตัวเองร่างมากับมือ ตัวเองร่าง มากับมือแล้วไปนั่งพิจารณาสิ่งที่ตัวเองร่างด้วย เปึนกระบวนการเดียวกันหมด แล้วผม ถามว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยบนพื้นฐานของความยุติธรรมได้อย่างไร นี่เปึนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจนที่สุด แต่ว่าท่านเองก็เสนอกฎหมายต่อมา อย่างนี้ นอกจากห้ามละเมิดแล้ว แต่คนของท่านร่างระเบียบล็อก (Lock) คอไว้สรรพเสร็จ เป่ดช่อง เป่ดประตูให้สรรพเสร็จ ผมบอกว่าวันนี้ที่ผมต้องทักท้วงอันนี้ก็คือว่า ไม่ว่า ใครก็ตามล่ะครับ ในวันข้างหน้า ไม่ใช่เฉพาะนายจรัญ ภักดีธนากุล ผมอยากให้ ศาลรัฐธรรมนูญมีอายุยืนยาวกว่าตึกของเจ้าพระยาที่ว่านี้นะครับ เปึนตึกที่มีอาคารที่อยู่ มานานแล้ว แล้วมันต้องอยู่ต่อไป แต่มันอยู่โดยความรู้สึก ความน่าเชื่อถือของผู้คน ว่าเขา มีความศรัทธาต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มันจึงจําเปึน จะต้องเปึนบรรทัดฐานของสังคม ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นการรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญ ดูด้วยความสบายตานี้นะครับ ก็เปึนหนังสือที่น่าอ่าน รูปพวกท่านทํางาน ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทว่านี่นะครับศาลรัฐธรรมนูญมันเหมือนหอกแรก เมื่อเวลา กลับเข้าไปนั้น จะโดยอย่างไรก็แล้วแต่ มันเปึนผลพวงที่ได้รับทอดสืบกันมา วันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ความที่กติกาในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มันพิกลพิการ มันเปึนองค์กร ที่มีลูกผสม นี่โชคดีว่าตุลาการรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่นั่งพิจารณาคดี ไม่สามารถทําในนามพระปรมาภิไธยได้นั้น ได้พ้นวาระ ถ้าอยู่ด้วยนี้นะครับ การวินิจฉัยจะหนักเข้าไปใหญ่ เพราะจะมีสภาพที่มีลักษณะเดียวกัน วันนี้ถามว่าใครจะยื่นให้มีการตีความอะไรกันบ้าง แม้กระทั่งเรื่อง ป.ป.ช. เรื่อง กกต. หรือแม้แต่กระทั่งการทําหน้าที่ควบของผู้ว่า สตง. ควบคณะกรรมการ คตง. ๑๐ คน ๑ คนควบ ๑๐ นะครับ วันนี้ไม่มีอะไรที่ความเชื่อมั่นในการวินิจฉัยได้เลย เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกว่า หลายอย่างที่มันยังไม่มีความเปึนธรรม หอกที่ท่านปักมาตรา ๑๙๐ องค์กร ศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เอาล่ะ น่าเชื่อถือ แต่วิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนกับนักวิชาการเขาบอกว่า ท่านแต่งเติมรัฐธรรมนูญเข้าไป แต่พอปักหอก ส่งไปไหนครับ คนก็จะรับช่วงเข้าไป ส่งไป ป.ป.ช. ทีนี้ ป.ป.ช. เปึนชุดที่ ไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ วันนี้ก็เที่ยวอ้างว่ามีหนังสือจากราชเลขาธิการ หนังสือจากราชเลขาธิการมันจะไปลบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๒ ที่ คมช.ไม่ยกเลิก ไม่ได้ เพราะเปึนพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ และถ้าเรื่องนี้ถึง ศาลรัฐธรรมนูญต่อ ถ้าเกิดวินิจฉัยบอกว่า การยึดอํานาจ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน เปึนรัฏฐาธิปัตย์คนก็จะว่ากันทั้งเมืองอีก แล้วพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ฐานะ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. นรนิติ เศรษฐบุตร ประธาน สสร. ทําไมต้องได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ท่านประธานท่านทราบไหมครับว่า ในช่วงการยึดอํานาจข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีตําแหน่งได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เขาลาออกจากตําแหน่งทําหนังสือถึง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน พลเอก สนธิ ต้องนําความกราบบังคมทูลเพื่อให้เขาพ้นจากตําแหน่ง นี่ลาออกยังต้องกราบบังคมทูล เพราะเปึนตําแหน่ง ซี. ๑๑ เห็นไหมครับท่านประธาน ในกรณีวันนี้เห็นไหมครับเราปล่อย ให้ประเทศนี้มันบริหารกันจนความพิกลพิการ ก็คือว่าพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ หรือที่มาของ กกต. ก็ดีนะครับจะต้องมีพระบรมราชโองการ แต่การทักท้วงมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย และผมเชื่อว่าคนที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ไปถวายสัตย์ แต่อยู่มาวันหนึ่งคนที่จะมาตัดสินชะตาเขาไม่ได้รับพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ หนังสือราชเลขาธิการจะนํามากล่าวอ้างเพื่อหักล้าง พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ไม่ได้ แต่ถามว่าทําไมวันนี้เขายังไม่หยิบยื่นเรื่องไปส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ ผมบอกว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหลายเรื่องขัดต่อความรู้สึก ของคน แต่ละพรรคเคยขัดกับความรู้สึกกันมาทั้งนั้น ผมจึงยกตัวอย่างว่าเคยมีการยื่น ถอดถอนตุลาการรัฐธรรมนูญ ๔ คนในคดีเรื่องการแจงบัญชีทรัพย์สินเปึนข่าวทั่วกันไปอยู่ แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงบอกวันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ที่ผมเรียงความมาทั้งหมดนั้น ผมไม่ได้มีเจตนา ที่จะมีอคติต่อศาลรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนขึ้นไปดูเส้นทาง มาตรา ๑๓๗ รอด ๑ เปอร์เซ็นต์ ตาย ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมเองเปึนคนที่อยู่ใน โลกแห่งความเปึนจริง ไม่ได้คิดว่าการจะต้องมาพูดดีกับศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยอย่างนั้นไม่ใช่ เราอยู่ในโลกแห่งความเปึนจริงว่ากลไกที่มัน พิกลพิการทําลายล้างระบบการเมืองนั้นไม่ว่าใครเปึนนักการเมืองอยู่ฝ์ายตรงกันข้าม ผมจึงบอกว่าตอนยุบพรรคไทยรักไทยนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ก็ว่ากันไป แต่เอาล่ะคนเชื่อ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตัดสินกฎหมายย้อนหลัง ไม่เปึนไร ๕ ป้ วันนั้นช่วงระหว่างการรัฐประหาร แต่คนที่เปึนหัวหน้าคณะรัฐประหารต่างหากที่เขามาทําลายความศรัทธาเชื่อมั่นต่อตุลา การศาลรัฐธรรมนูญชุดนั้นเอง ในเรื่องบันได ๔ ขั้น บันไดขั้นแรกก็บอกว่าต้องยุบพรรค เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ถูกสร้าง จินตนาการว่ามีธงในการพิจารณานั้น ความเชื่อมั่นของประชาชนที่เขาจะพึ่งที่หวังกับตุลา การศาลรัฐธรรมนูญ มองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นรายงานแล้วแทนที่น่าจะมี ความสุข แต่ว่าการตัดสินก็เปึนข้อสงสัยว่าแล้วศาลรัฐธรรมนูญยึดอยู่บนมาตรฐานอะไร เพราะฉะนั้นผมจึงฝากกราบเรียนไปยังท่านเลขาธิการว่าเราต้องการให้บ้านเมืองนี้ เดินทางต่อไป สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะอยู่กี่วันช่างมันเถอะท่านประธานที่เคารพ รัฐบาล จะอยู่กี่วันช่างมันเถอะ แต่กระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเปึนศาลสถิตยุติธรรมหรือ แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น คนที่ส่วนมากนักการเมืองจะเจออย่างไรไม่มีปัญหา แต่อย่างน้อยที่สุดนะครับ คนที่จะถูกตัดสินประหารชีวิตเขาได้มองหน้าคนที่มาตัดสิน ชะตาเขาอย่างมีความสุขว่าท่านได้ตัดสินบนพื้นฐานของความยุติธรรม ไม่ใช่เปึนธงหรือ ความมีอคติเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมจึงสรุปว่าผมเปึนคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญยึดหลักของความถูกต้องเปึนที่พึ่ง เรื่องการตัดสินที่ผ่านมา อย่างที่ผมบอกว่ามีธงนั้น การแต่งเติมถ้อยคําในรัฐธรรมนูญ การไม่มีมาตรฐานในการ วินิจฉัยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ได้สร้างสิ่งที่คลางแคลงใจให้กับพี่น้องประชาชน แต่หลังจากนี้ไปครับท่านประธานที่เคารพ ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ควรจะรู้ว่าคนไทยเขามี ความรู้สึก คนไทยในบ้านในเมืองนี้เขาไม่ได้กินแกลบกัน เขาต้องการสถาบันที่เขาดูแล้ว อย่างที่ผมเคยยกตัวอย่างในสภาแห่งนี้ว่า คนไทยทําไมเขาชอบดูเปาบุ้นจิ้น เพราะเขามี ความหิว ความกระหายในเทพเจ้าของความยุติธรรม มีการทําบริษัททัวร์ถึงขนาดมาเล่า ให้ฟังกันว่าช่วงเปาบุ้นจิ้นมาฉายนะครับ คนไทยเดินทางไปศาลไคฟงมากกว่าคนจีนไปดู ศาลไคฟง เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนะครับ คนไทยยังต้องการ ความยุติธรรมที่ยุติธรรม แต่ความยุติธรรม ณ วันนี้คือใครครับ ถ้าอีกฝ์ายหนึ่งตัดสิน รังแกอีกฝ์ายหนึ่ง อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่านั่นคือความยุติธรรม ฝ์ายที่ถูกกระทําบอกว่า นั่นไม่ยุติธรรม ผมบอกว่าทั้ง ๒ ฝ์ายที่เปึนหลักยุติธรรมนั้นใช้ไม่ได้ทั้ง ๒ ฝ์าย หลักยุติธรรมก็คือว่าไม่ว่าฝ์ายเห็นด้วยหรือฝ์ายไม่เห็นด้วยกับท่านยืนด้วยความพึงพอใจ จากการตัดสินชี้ชะตาของท่านบนพื้นฐานความยุติธรรม ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
เชิญครับ คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้เวลาไม่นานท่านประธานครับ ในการอภิปรายรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของ ศาลรัฐธรรมนูญนะครับในวันนี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่าผมค่อนข้างจะ โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการรัฐธรรมนูญ ในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากผมเปึนหนึ่งในคณะทนายความที่ว่าความในคดียุบพรรค ประชาธิปัตย์ และกระผมก็ไม่ถือว่าเราโชคดี และผมไม่ถือว่าที่เราชนะคดีมานั้น เนื่องจาก ตุลาการรัฐธรรมนูญมีธงคําตอบล่วงหน้า เหมือนที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้กรุณา อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แต่ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ผมเชื่อมั่นว่าที่พรรค ประชาธิปัตย์เรารอดพ้นจากการยุบพรรคไปในอดีตนั้น เพราะเราไม่ได้กระทําความผิด เราสู้ในข้อเท็จจริงและเรายืนยันเรื่องนี้มาตลอด ท้ายที่สุด จะถามว่าเราพอใจหรือไม่ ดีใจ หรือไม่ เราก็พูดได้แต่เพียงว่าเราได้รับความเปึนธรรมจากการพิจารณาของตุลาการ รัฐธรรมนูญ ผมจะไม่พูดซ้ําหรอกครับว่าตุลาการรัฐธรรมนูญในอดีตได้รับการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ และการไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ นั้นทําให้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านชอบ หรือไม่ชอบ หรือมีความเปึนธรรมหรือไม่ มันเปึนความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งผมได้เคย แสดงความเห็นนี้ในสภามาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่มีการพิจารณารายงานของคณะกรรมการ ปัองกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผมเชื่อว่าแนวนั้นนะครับ ผมจะไม่อภิปรายซ้ํา เพราะถ้าผมอภิปรายต่อไป ผมก็คงยืนยันตามความเห็นของผม อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมจะไม่ อภิปรายซ้ํากับแนวของ ป.ป.ช. เพราะว่าผมโชคไม่ดีเหมือนเพื่อนสมาชิกบางท่านในสภา แห่งนี้ครับ เวลาผมอภิปรายทุกครั้งในสภาผู้แทนราษฎร ผมถูกนําไปวิจารณ์ในทีวี (TV) บางช่องทุกทีครับ ผมถูกวิจารณ์ลับหลังนะครับ และคนที่บอกว่าไม่ควรอภิปรายหรือ วิจารณ์ลับหลังก็นําคําอภิปรายผมไปออกทีวีลับหลังผมทุกครั้งเลยครับ โดยมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่เราเรียกว่า สี่เกลอหัวขาดนั้นนะครับ ผมไม่บอกหรอกครับว่าสี่เกลอหัวขาดที่ออกทีวี บางช่องแล้วนําคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกไปพูดทางทีวีนั้นเอาเปรียบครับ ผมไม่พูด พาดพิงถึงใครที่ผมบอกเพียงแต่ว่าเปึนสี่เกลอหัวขาด แต่ผมคิดว่าหัวขาดจริง ๆ ครับ ไม่นานครับ เพราะผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากแสดงความคิดเห็นมากใน สภาแห่งนี้ ถ้าเรายังไม่เคารพดุลยพินิจ ไม่เคารพการแสดงความเห็นในสภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกบางท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือเปึนพิเศษ เราแสดงความเห็นแล้ววันรุ่งขึ้นก็ไป ด่าเราออกทีวีได้ เราไม่มีโอกาสโต้ตอบ ผมอภิปรายสั้น ๆ ว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมานั้น ผมคิดว่าท่านจะมาอย่างไร โปรดเกล้าฯ หรือไม่ เปึนข้อกฎหมาย แต่ผม คิดว่าท่านให้ความเปึนธรรมได้ ผมยืนขึ้นวันนี้ครับ ผมรอวันนี้มานานพอสมควร ความจริง ผมจะอภิปรายตอนที่มีการเสนอกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เข้าสู่การพิจารณา ของสภาแห่งนี้ ผมมีซีดี (CD) วีซีดี (VCD) ให้ท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ๑ ม้วนครับ และผมรอวันนี้มานาน ความจริงผมจะไปส่งให้ท่านที่ศาลรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําครับ ผมยืนขึ้นเพื่อบอกกับท่านว่าวันนี้ครับท่านต้องมีกฎหมายเรื่องการละเมิดอํานาจศาล โดยเร็วครับ เพราะอะไรครับ ผมไม่อยากจะตําหนิหรือใครก็ตามครับว่า เราไม่มีวุฒิภาวะ ในการวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญในเชิงวิชาการ ทุกครั้งที่เรายืนขึ้นพูดในสภาแห่งนี้หรือว่า ที่ไหนก็ตามครับ เราพูดถึงความไม่เปึนธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ เราไม่เคยพูดถึง เรื่องวิชาการ ปากเราก็บอกว่าเราวิจารณ์ทางวิชาการ แต่จริง ๆ แล้วเรามีอคติ วิจารณ์ บนพื้นฐานของอคติทั้งสิ้นครับ แล้วถ้าเราปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดํารงอยู่ต่อไปใน บ้านเมืองครับ ทุกองค์กรจะถูกทําลาย กระบวนการตุลาการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเปึนศาล พิเศษหรือศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรมก็ตาม จะถูกทําลายและทําลายความน่าเชื่อถือลงเรื่อย ๆ ครับ ซีดีที่ผมมอบ ให้ท่านเลขาธิการผมเชื่อว่าท่านต้องทําเพราะเปึนหน้าที่ของท่าน ผมฝากให้อดีตตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านไปเป่ดดูนะครับว่าคําวิจารณ์ที่มีคนบางท่านพูดนั้นมันเปึนการ วิจารณ์บนพื้นฐานของวิชาการหรือไม่ หรือเปึนการวิจารณ์บนพื้นฐานของความเปึนอคติ และเปึนการหมิ่นประมาทหรือไม่ ถึงแม้ว่าในขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีบทบังคับว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาลก็ตาม แต่ผมคิดว่าการ หมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญานั้นยังดํารงอยู่ครับ ผมฝากเรื่องนี้ให้ท่านครับ ท่านประธานกรุณาให้เจ้าหน้าที่มารับจากผมแล้วก็นําไปให้กับท่านเลขาธิการ ศาลรัฐธรรมนูญด้วยครับ ฝากท่านประธานตรงนี้ด้วยครับ ผมไม่ต้องเสียเวลาเดินไป ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ดูรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิก ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ขออภัยเอ่ยนามท่าน ฝากผมมาว่า ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับว่ารายงานที่เรียกว่า คําวินิจฉัย นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๑ ถึง ป้ ๒๕๕๐ อย่างเช่น คําวินิจฉัยที่ ๑ ในป้ ๒๕๔๑ เปึนต้นไป ท่านบอกว่า วันที่เท่าไร เดือนอะไร ป้อะไร วินิจฉัยเรื่องอะไร แต่ว่าถ้าจะให้หนังสือรายงานฉบับนี้ เปึนมรรคเปึนผล ผมคิดว่าท่านควรจะมีอีกสักส่วนหนึ่งต่อท้าย ผลของการวินิจฉัยครับ ท่านครับ อย่างนี้ผมไม่ทราบเลยครับว่า รู้แต่เพียงว่าคําวินิจฉัยที่ ๑ ป้ ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๑ เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกําหนดไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ผลเปึนอย่างไรยังไม่ทราบเลยครับ แล้วรายงาน ที่ท่านทํามาอย่างนี้จะไม่ก่อให้เกิดองค์ความรู้กับผู้ที่อ่านรายงานฉบับนี้เลยนะครับ ในคราวต่อไปนะครับถ้าท่านไม่ทําอย่างนี้ ในคราวต่อไปผมจะท้วงท่านอีกครับ เพราะ เอกสารเผยแพร่นี้มันจะเปึนประโยชน์สําหรับผู้ศึกษารัฐธรรมนูญนะครับ หรือการยุบพรรค หรือเรื่องอะไรก็ตามนะครับ อย่างศาลจังหวัดลําพูนส่งคําโต้แย้งของคนนั้นคนนี้ใน คดีอาญาหมายเลขตามที่ท่านขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นี่อย่างไรครับมีบทบัญญัติของ กฎหมาย แต่ว่าคําวินิจฉัย ท่านไม่มี มันมีคําวินิจฉัยออกมาแล้ว เช่น คําวินิจฉัยที่ ๑/๔๑ คําวินิจฉัยที่ ๖/๒๕๔๖ อย่างนี้ครับ ผมเข้าใจว่าท่านประธานคงจะเข้าใจประเด็นที่ผม กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าควรจะมีผลของคําวินิจฉัยไปด้วยครับเพื่อเอกสารนี้จะมี ประโยชน์มากยิ่งขึ้นครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมได้เฝัามองการพัฒนาการของศาลรัฐธรรมนูญมาเปึน ลําดับนะครับ งานวิจัยที่ท่านได้นํามาลงในรายงานฉบับนี้ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับว่าเวลานี้เปึนเวลาเดียว จังหวะเดียวเท่านั้นนะครับที่เราจะพูดถึงศาลรัฐธรรมนูญได้ก็คือตอนที่ท่านเสนอรายงาน ต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงานที่ท่านเสนอมานี่นะครับผมเห็นด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญขาดนักกฎหมายครับ โดยเฉพาะนักกฎหมายปกครองหรือนักกฎหมาย ที่มีความเชี่ยวชาญ ในรายงานของท่าน ท่านบอกว่าในต่างประเทศนั้น ไม่ว่าจะเปึน ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมันก็ดี ของฝรั่งเศสก็ดี ต่างมีบุคลากรของสํานักงานที่เปึน นักกฎหมายระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม จากศาลปกครองหรืออาจารย์สอนกฎหมาย ในมหาวิทยาลัยซึ่งเปึนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยเหลือศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีบุคลากรจํานวนน้อยและเปึนบุคลากรของสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญเอง ผู้วิจัยจึงเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญขอการสนับสนุนทางวิชาการโดย การยืมตัวชั่วคราวนักวิชาการที่ชํานาญด้านกฎหมาย อันนี้ต้องรีบเลยนะครับ เราขาด นักวิชาการด้านกฎหมายที่จะมาช่วยสนับสนุนการทํางานของศาลรัฐธรรมนูญให้มี ความก้าวหน้าและประสบความสําเร็จมากยิ่งขึ้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงในสภาแห่งนี้ ผมจําคําพูดของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ ซึ่งผมอาจจะ เห็นไม่ตรงกับเพื่อนสมาชิกบางท่าน เมื่อเราไม่พอใจกฎหมายฉบับใดก็ตาม หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ เราไม่มีหน้าที่เฉพาะ การออกกฎหมายอย่างเดียวเท่านั้น หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวไว้ ผมจํา ไม่ได้ครับ ท่านกล่าวไว้ตอนไหน ป้ไหนผมจําไม่ได้ แต่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ผู้แทนราษฎร นอกจากมีหน้าที่ในการออกกฎหมายแล้ว อีกหน้าที่หนึ่งของผู้แทนราษฎรก็คือมีหน้าที่ ในการล้มล้างกฎหมายครับท่านประธานครับ หมายถึงว่ากฎหมายใดที่ออกบังคับใช้กับ ประชาชนอยู่ในขณะนี้ ถ้าเราเห็นว่ากฎหมายนั้นไม่เปึนประโยชน์ เปึนโทษกับประชาชน มากกว่า เปึนหน้าที่ของผู้แทนราษฎรต้องล้มล้างและยับยั้งกฎหมายฉบับนั้น แต่ว่า ในขณะเดียวกันนะครับท่านพูดต่อไปว่าในขณะเดียวกันถ้ากฎหมายฉบับนั้นยังไม่ถูก ยับยั้ง ยังไม่ถูกล้มล้าง ยังไม่ถูกยกเลิก ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ครับต้องปฏิบัติ ตามกฎหมาย ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อบอกกับท่านประธานฝากไปถึงพี่น้อง ประชาชนที่รับฟังอยู่ว่าเมื่อมีกฎหมายแล้วครับเราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เราจะมา ร้องแรกแหกกระเชอว่ากฎหมายไม่เปึนธรรมไม่ได้ เปึนหน้าที่ของเราครับ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเปึนหน้าที่ของเสียงข้างมากนะครับใสสภาแห่งนี้ครับ ถ้าท่านเห็นว่ากฎหมาย ฉบับไหนไม่มีความเปึนธรรม ท่านก็ล้มเลิก ยกเลิกกฎหมายฉบับนั้นครับ ดีกว่าจะไป วิจารณ์ที่ผมคิดว่าอาจจะก้าวล่วงไปในบางเรื่องบางราว และทําให้หน่วยงานอื่นเสียหาย
ผมฝากเปึนประเด็นสุดท้ายซึ่งผมเคยพูดไว้ท่านประธานครับ ขออนุญาต พูดอีกสักครั้งหนึ่งวันนี้ก็คือในขณะนี้องค์กรอิสระทั้งหลายนะครับท่านกําลังถูกกดดัน อย่างยิ่งครับ เพราะประเทศกําลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมซึ่งเรามีความเชื่อกันบางส่วน ประชาชนบางส่วน แม้กระทั่งผมเองบางครั้งเราก็เชื่อว่าในอดีตนั้นนะครับองค์กรอิสระ ทั้งหลายถูกแทรกแซง ถูกครอบงําได้ แต่ ณ วันนี้เราค่อนข้างจะมีความมั่นใจครับ ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มมีความมั่นใจว่าองค์กรอิสระทั้งหลายวันนี้ครับ มันแทรกแซงไม่ได้ แล้ว มันครอบงําไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างเรื่องขนม ๒ ล้านที่ไปอยู่ที่ศาลฎีกา มันชัดเจนครับ ถ้าเรื่องขนม ๒ ล้านที่ศาลฎีกาไม่มีใครเป่ดโปงออกมา ผมว่านั่นล่ะครับเรากําลังถูก แทรกแซง นั่นล่ะครับกระบวนการยุติธรรมกําลังถูกแทรกแซง แต่บังเอิญขนม ๒ ล้าน ตรงนั้นนะครับมันมีคนถูกเป่ดเผยออกมา มันมีคนนํามาเป่ดเผย เมื่อมีคนนํามาเป่ดเผย กับผู้ที่นําเงิน ผมติดใจเรื่องนี้มากครับ คนที่นําเงินไปหล่นเรี่ยราดที่ศาลฎีกาเริ่มตระหนัก แล้วว่าบ้านเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมนั้นตัวเองไม่สามารถครอบงํา ได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อใดก็ตามครับที่ผู้มีอํานาจคิดว่าไม่สามารถครอบงํากระบวนการ ยุติธรรมหรือองค์กรอิสระได้ ท่านต้องถูกต่อต้านจากผู้ที่มีอํานาจอยู่ในขณะนี้แน่นอนครับ ซึ่งท่านต้องอดทนต่อการถูกต่อต้านและการถูกวิจารณ์ในลักษณะเช่นนี้ครับ ขอให้ มันเปลี่ยนผ่านไปสักระยะหนึ่งนะครับแล้วบ้านเมืองจะเข้าสู่ระบบ ผมเรียนท่านประธาน อีกสักครั้งหนึ่งครับว่าผมเองก็เคยมีข้อขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกันกับท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล มาครั้งหนึ่ง ป้ ๒๕๔๕ ครับในช่วงที่ประชาชนล้มตายมากจากนโยบาย ฆ่าตัดตอน หรือนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลในขณะนั้น คนในประเทศนี้ ล้มตายมากครับ ถูกจับกุม ถูกคุมขัง ถูกตรวจค้นมากมาย ไม่มีใครออกมาทัดทานคําสั่ง ของฝ์ายบริหาร ป้ ๒๕๔๕ ผมเดินทางไปพบประธานศาลฎีกาที่ศาลฎีกา แต่ว่าประธาน ศาลฎีกาไม่ให้ผมเข้าพบนะครับ ผมได้พบกับอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ผมบอก อาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งเปึนเลขาธิการประธานศาลฎีกาอยู่ในขณะนั้นว่าผมมา ขอพบประธานศาลฎีกา เหตุผลที่ผมมาขอพบประธานศาลฎีกาเพราะผมต้องการให้ ตุลาการ หรือศาลฎีกา หรือศาลชั้นต้นก็ตาม ศาลยุติธรรมต้องออกมาถ่วงดุลฝ์ายบริหาร และฝ์ายนิติบัญญัติ กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยไม่เคยพูด ไม่เคยคํานึงถึงเรื่อง การถ่วงดุลเลยนะครับ รอให้ฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติไปถ่วงดุลกันเอง ไม่มีทาง หรอกครับในทางปฏิบัติที่ฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งคือเสียงข้างน้อยในสภาจะไปถ่วงดุล ฝ์ายบริหารซึ่งคือเสียงข้างมากในสภาได้ มันต้องได้รับการถ่วงดุลจากองค์กร อีกองค์กรหนึ่ง คือกระบวนการยุติธรรมหรือตุลาการ ซึ่งเปึนหนึ่งในสามอํานาจอธิปไตย ของประเทศนี้ ผมผิดหวังอาจารย์จรัญเช่นเดียวกันครับ ป้ ๒๕๔๕ อาจารย์จรัญบอกผมว่า ที่ผมไปพบอาจารย์จรัญนั้น ตุลาการ กระบวนการยุติธรรมทําให้ไม่ได้ เปึนเรื่องของ การเมือง อาจารย์จรัญคิดช้ากว่าผมอีกครับ ถ้า ณ วันนั้นป้ ๒๕๔๕ กระบวนการยุติธรรม หรือฝ์ายตุลาการเริ่มถ่วงดุลบริหารและนิติบัญญัติ บ้านเมืองจะไม่บอบช้ําขนาดนี้ครับ ตุลาการท่านมาช้าครับ แต่ท่านมาช้าไม่เปึนไรครับ ดีกว่าท่านไม่มา วันนี้ท่านมาแล้วครับ เมื่อท่านมาแล้วท่านเริ่มปฏิรูป ปฏิวัติ หรือจะใช้คําว่า ภิวัตน์ ก็ตาม ผมเรียนย้ํา อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านเลขาธิการและเจ้าหน้าที่นะครับ ตุลาการต้องภิวัฒน์หลายครั้ง ประเทศนี้ถึงจะรอดครับ ตุลาการภิวัฒน์ครั้งเดียวบ้านนี้ ไปไม่ไหวครับ ประเทศนี้ไปไม่รอดครับ ตุลาการต้องภิวัฒน์หลาย ๆ ครั้งจึงจะนําประเทศนี้ เดินไปสู่ข้างหน้าได้ครับ
ผมฝากประเด็นสุดท้ายท่านเลขาธิการครับ ท่านไปดูนะครับ แล้วผมเชื่อว่า เรื่องนี้ครับจะเปึนอุทาหรณ์ว่าวันนี้ต้องรีบออกกฎหมายในการคุ้มครองศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการหมิ่นประมาทหรือการละเมิดอํานาจศาลโดยเร็วครับ ขอบพระคุณครับ
คุณจตุพรอภิปรายไปแล้วนะครับ
ใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ พรรคพลังประชาชน ในระบบสัดส่วน คือความจริงแล้วผมก็อยากจะ ข้ามไปนะครับ แต่ว่าผมเข้าใจบรรยากาศในสภาผู้แทนราษฎร แต่ละฝ์ายมีความคิดเห็น ที่แตกต่างกันไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าเมื่อกี้นี้ผู้อภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งความจริง แล้วผมเองก็ไม่อยากจะถือสาอะไร แต่ว่าเมื่อมีการพูดถ้อยคําว่า มีรายการสี่เกลอหัวขาด ผมก็ฟังเฉย ๆ อย่างนี้ไม่มีปัญหา แล้วก็พูดต่อนะครับ ประเด็นต่อมาที่พูดแล้วมีปัญหา ก็คือว่า กําลังจะหัวขาด ผมถามว่า ถามนายนิพิฏฐ์ให้ลุกขึ้นมาเลยครับว่าที่บอกว่าต่อไป จะหัวขาด นายนิพิฏฐ์เปึนคนทําหรือว่าใครจะทํา ผมไม่ชอบว่าให้ใครมาใช้เวทีสภา มาข่มขู่อะไร แม้ว่าไม่เอ่ยชื่อก็ตาม แต่คนใส่กางเกงด้วยกันรู้ว่าพูดถึงใครกัน ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน
คุณนิพิฏฐ์ครับ ผมว่าคงไม่ต้องตอบหรอกครับ เพื่อรักษาบรรยากาศนะครับ ณ วันนี้ เรากําลังรับทราบการดําเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ เอาสั้น ๆ นะครับ
สั้น ๆ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมพยายามที่จะสงวนคําพูดครับที่จะไม่พาดพิงผู้หนึ่งผู้ใด แต่ผมเรียน ท่านประธานเริ่มต้นแล้วว่า ขอให้สมาชิกในสภาแห่งนี้ครับ อย่าฉวยโอกาส สิ่งไหน ที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้พูด ถ้าท่านได้รับความเสียหาย ท่านก็นุ่งกางเกงเหมือนกับผม ครับ ท่านไม่ได้นุ่งผ้าถุงนะครับ แต่ว่าสี่เกลอหัวขาดที่นําคําอภิปรายของผมไปพูด ข้างนอกทางทีวีบางช่องนั้น ผมเรียกว่าท่านไม่ได้นุ่งกางเกงนะครับ ในขณะที่ท่านพูด นะครับ ผมไม่ได้บอกว่าคุณจตุพรเปึนคน
ผมจะไม่อนุญาตให้ทั้ง ๒ ท่านได้อภิปรายตอบโต้อีกแล้วนะครับ ขอเชิญท่านนายแพทย์ อสิ มะหะมัดยังกี ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล นะครับ ผมได้อ่านรายงาน ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในฉบับที่ได้ให้ทางสภา ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อ่าน ได้ดูนะครับ ก็ขอแสดงความชื่นชมในหลายอย่าง งบประมาณที่ใช้ไปเพียงเท่านี้ มันน้อย มากครับ ขอแสดงความชื่นชมว่าท่านสามารถรักษาประเทศชาติได้ให้เกิดความสงบผาสุก ได้โดยใช้งบประมาณเท่านี้ ไม่มากนะครับ น้อยเกินไปเสียด้วยซ้ํานะครับ แต่ที่จะต้องพูด ถึงหน่อยก็คือเรื่องรูปภาพ รู้สึกว่าจะเปึนนายแบบ นางแบบมากไปนิดหนึ่งครับ ก็เกิด ความรู้สึกที่แปลกใหม่หลังจากดูรูปภาพ เหมือนกับว่าได้ดูรูปนายแบบนะครับ ก็ขอติติง สักนิดหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าตอนนี้ที่มีปัญหาในหลาย ๆ กลุ่มของบ้านเมืองเราก็คือ เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผมคิดว่าเปึนที่ถกเถียงกัน แล้วก็ในบางกรณี ก็อาจจะไม่ใช่เปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการเสียด้วยซ้ําไป ผมว่าในเชิงที่ไม่ยอมรับ ในคําตัดสินของศาลเสียด้วยนะครับ ผมได้ฟังมาในหลาย ๆ กรณีไม่ได้เปึนการ วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการเลยครับ ซึ่งผมคิดว่าจะต้องมีการแก้ไขในเรื่องนี้ครับ โดยการตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาในเรื่องนี้ว่า เปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการ หรือไม่ ถ้าเปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงละเมิดอํานาจศาลก็ควรจะดําเนินคดี ตามกฎหมาย สําหรับอํานาจหน้าที่ที่มีปัญหาก็คือข้อ ๒ ครับ พิจารณาวินิจฉัยว่า บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทําการโดยใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข หรือไม่ก็ ให้ได้มาซึ่งอํานาจโดยวิธีการที่ไม่ได้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ก็เปึนที่ทราบกันดี ว่าได้มีการยุบพรรค พรรคของผมเองก็โดนฟัองครับ แล้วก็ต้องขึ้นสู่กระบวนการของ ศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกับพรรคอื่นนะครับ แต่พวกเรายอมรับครับว่าตอนนั้นถ้ามีอะไร เกิดขึ้นกับพรรคเรา เรายอมรับกฎ กติกา มารยาท ครับ เราเตรียมพร้อมที่จะยอมรับ สภาพในตอนนั้น ไม่มีการโต้แย้ง การไม่เห็นด้วยในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าท่านตัดสิน แบบไหน เปึนอย่างไร เรายอมรับทั้งสิ้นครับ เพราะว่าบ้านเมืองจําเปึนต้องมีกฎ กติกา มารยาท ถ้าเราไม่รับ ไม่ยอมรับกฎ กติกา มารยาทแล้ว บ้านเมืองไปไม่ได้ครับ ไปไม่ถึงไหน ไปทางไหนก็ ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อ ๒ นี้ก็อาจจะมีบางท่านที่ไม่เห็นด้วย แต่พรรคพวกเรา พรรคผม ทั้งหมดนี้ครับ เรายอมรับ อะไรเกิดขึ้นตอนนั้นจะยึดหรือไม่ยึด เรายอมรับทั้งสิ้นครับ เพราะถือว่าเพื่อให้บ้านเมืองไปได้ เราต้องยอมเสียสละ เสียสละแม้กระทั่งอะไรก็ตาม เพื่อให้บ้านเมืองไปรอด นี่คือข้อที่ ๒ ที่อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์
อีกข้อหนึ่งก็คือ ข้อ ๑๒ นะครับ จากข้อ ๒ มาข้อ ๑๒ ก็คือการเปลี่ยนแปลง อาณาเขตหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิหรือมีอธิปไตย เรื่องนี้เปึนเรื่อง สําคัญครับ ถ้าเราปล่อยให้ฝ์ายบริหาร ไม่ว่าใครก็ตามสามารถใช้อํานาจตามอําเภอใจ ในการที่จะยกเขตหรือดินแดงหรืออธิปไตย ยกแผ่นดินให้ใครก็ได้ บ้านเมืองก็ไม่เหลือ แล้วครับ ในที่สุดเราจะอยู่บนเกาะ จะอยู่ตรงไหน จะลี้ภัยไปอยู่ที่ไหน ไม่ได้ครับ ตรงนี้ เปึนความชอบธรรมแล้วที่มีการตัดสินในข้อนี้เพื่อรักษาอธิปไตยรักษาแผ่นดินไว้ นี่เปึน ความจําเปึนครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าในวันนี้ท่านได้ทําหน้าที่ได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ในข้อ ๑๗ ในเรื่องการยุบพรรคการเมืองก็เช่นเดียวกันครับ ผมก็มีความเห็นว่าท่านก็ได้ทํา อย่างถูกต้อง มีการตั้งคณะตุลาการถึง ๑๕ คน เพื่อมีการคานอํานาจกัน มันเปึนความ จําเปึนจากฝ์ายต่าง ๆ เปึนมุมมองที่แตกต่างกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ก็อย่างที่ผมได้บอกแล้ว พรรคเราเองทุกอย่างเรายอมรับ ผมยกตัวอย่าง การเล่นบอล (Ball) นะครับ ฟุตบอล (Football) ถ้าเราไม่ฟังคําตัดสินของกรรมการ บางคนนอกกติกา ไปดูเทป (Tape) ทีหลัง ไปหักศอกใส่เพื่อน ฟ้ฟ์า (FIFA) ยังต้องลงโทษ ยูฟ์า ( UEFA) ยังต้องลงโทษย้อนหลังครับ มันเปึนเรื่องธรรมดาที่จะต้องเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ยอมรับกฎ กติกา มารยาท มันไปไม่ได้ อย่าว่าแต่บ้านเมืองเลยครับ เกมส์ (Games) ฟุตบอล เกมส์กีฬา เกมส์อะไรต่าง ๆ ก็ยังไปไม่ได้ ก็แสดงให้เห็นว่ากฎ กติกา มารยาทหรือว่า ในวงการใด ๆ ก็ตามเปึนสิ่งที่จําเปึนทั้งสิ้น
อีกข้อหนึ่งที่ได้ทําให้หลายคนหลายกลุ่มอาจจะไม่พอใจ ในข้อ ๑๘ คือการ พิจารณาวินิจฉัยบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับความชอบธรรมด้วย รัฐธรรมนูญตามคําร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือการเลือกตั้งที่เปึน โมฆะนะครับ มันก็โมฆะอยู่แล้ว ต่างประเทศเขาก็ยืนถ่ายรูปเปึนที่อับอายขายหน้า ไปทั่วโลก มีอย่างที่ไหนหันหน้า หันหลัง หันก้นให้ มันไม่มีที่ไหนในโลกแล้วครับ พูดถึง ความสง่างามมันก็ไม่มีแล้ว ไม่ทราบว่าเอาสมองส่วนไหนมาคิด อันนี้เปึนเรื่องที่มัน ไม่ชอบธรรม ไม่สง่างาม ไม่ถูกตามทํานองคลองธรรม ไม่ว่าจะคิดเอาสมองส่วนไหนมาคิด มันก็ผิดหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นใน ๓ – ๔ ข้อ ที่ผมพูดนี้ครับ ที่ทําให้มีปัญหาหรือ ที่ไม่พอใจของหลาย ๆ ฝ์าย แต่เราเอาความรู้สึกมาตัดสินมิได้ครับ ถ้าเอาความรู้สึก มาตัดสินว่าถ้าตัดสินในทางที่เราได้ประโยชน์เราก็พอใจครับ นั่นคือความถูกต้อง ความชอบธรรม แต่ถ้าเมื่อไรที่ตัดสินแล้ว ปรากฏว่าเราเปึนฝ์ายเสียหาย นั่นคือ ไม่ชอบธรรม นั่นคือความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น มันไปไม่ได้ครับ ถ้าคนในประเทศส่วนใหญ่ หรือผู้มีอํานาจมีความคิดแบบนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีบ้านเมืองไหน ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ ที่ไปรอดครับ มันจําเปึนต้องยอมรับครับ ยอมรับการตัดสินของศาล ไม่ว่าศาลใดก็ตาม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เราต้องยอมรับในกฎ กติกา มารยาท ต้องยอมรับในกฎหมาย อย่างนั้นบ้านเมืองไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจะอาศัย ความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ กฎหมายต้องเปึนกฎหมาย ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง ถ้าบอกว่าการตัดสินเปึนไปในทางที่ตัวเองได้ประโยชน์คือความชอบธรรม แต่การตัดสิน ที่เปึนไปทางตรงกันข้ามก็บอกว่าไม่มีความชอบธรรมในการตัดสินคดีความ หรือ อีกในทางหนึ่ง เมื่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ ก็คือความอยุติธรรม ถ้าคิดแบบนี้ ผู้มีอํานาจหรือผู้เคยมีอํานาจคิดอย่างนี้บ้านเมืองฉิบหายวายวอดหมดครับ ไปไม่รอด เพราะฉะนั้นผมจึงชื่นชมหลาย ๆ กรณีที่ท่านคณะตุลาการได้พิจารณาไปแล้ว มันทําให้ บ้านเมืองสามารถไปได้ มีแสงสว่างเห็นอยู่รําไร เราอยู่ในความมืดมิด ในอุโมงค์มานาน แล้วครับ หมดเวลาแล้วที่จะอยู่ในความมืด เราจะต้องไปหาแสงสว่าง และที่ผมทิ้งท้ายก็ขอเสนอแนะอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ขอให้ท่านตั้งคณะกรรมการขึ้นมา พิจารณาว่าการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่าง ๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์ท่านเปึนในทางละเมิด อํานาจศาล หรือเปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในทางวิชาการ แยกแยะให้ชัดเจนแล้วก็ลงโทษไป สําหรับผู้ที่ไม่เคารพคําตัดสินของศาล ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เรายังเหลือรายงานที่ต้องรับทราบอีก ๑ รายงานนะครับ ช่วงนี้ผม อยากจะขอให้ท่านเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีโอกาสได้ตอบข้อซักถามให้ เรานะครับ เชิญท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ในฐานะเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ทางสภาผู้แทนราษฎรได้เป่ดโอกาสให้ทางสํานักงานได้มารายงานประจําป้ของ ศาลรัฐธรรมนูญ และสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก่อนอื่นต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่ได้มีการอภิปรายแนะนํา ให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อสังเกตที่จะเปึนประโยชน์ ต่อไปนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านสมาชิกนะครับ ท่านณัฐวุฒิ ท่านทศพล ท่านนคร ท่านจตุพร ท่านนิพิฏฐ์ ท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ที่ได้กรุณาอภิปรายแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์นะครับ ในประเด็นเท่าที่ผมรับฟังและ รวบรวมนะครับ จะขอแยกใช้เวลาสภาแห่งนี้สักเล็กน้อยนะครับ โดยจะขออนุญาตตอบ เปึนประเด็นในภาพรวมสัก ๖ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรกนะครับ ที่ท่านหรือหลายท่านได้อภิปรายในเรื่องของ หลักวิธีพิจารณาของศาล ตรงจุดนั้นผมเรียนเปึนประการแรกนะครับ ว่าหลักประกัน ขั้นพื้นฐาน ในวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งบรรจุอยู่ในระเบียบวาระต่อจากนี้ไปนะครับ เข้าใจว่าจะเข้าในวันพรุ่งนี้ ตรงจุดหลักวิธี พิจารณาขั้นพื้นฐานที่ผมอยากจะกราบเรียนสภาแห่งนี้ด้วยความเคารพนะครับ จะต้อง ประกอบไปด้วยการพิจารณาคดีโดยเป่ดเผย
ประการที่ ๒ การให้โอกาสคู่กรณีได้แสดงความเห็นของตนก่อน การวินิจฉัยคดี
ประการที่ ๓ เพื่อให้โอกาสคู่กรณีได้ตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวกับตน
และประการสุดท้าย การให้เหตุผลประกอบคําวินิจฉัยหรือคําสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญ
ในวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานะครับ ต้องเรียนว่าถ้าดูถึง รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็มีบทบัญญัติในเรื่องของวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวคือในรัฐธรรมนูญได้วางหลักการไว้นะครับ ว่าวิธีพิจารณาของศาลให้เปึนไปตาม ข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ ออกข้อกําหนดเอง แต่ใน รัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ ได้เปลี่ยนหลักการในจุดนี้ออกไปเปึนว่า ในมาตรา ๒๑๖ ก็ได้ บัญญัติให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งก็ต้องผ่านฝ์ายนิติบัญญัตินั่นเอง แต่ในบทเฉพาะกาลมาตรา ๓๐๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาล รัฐธรรมนูญ ก็ให้ศาลออกข้อกําหนดว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทําคําวินิจฉัยได้ ซึ่งขณะนี้ ก็ได้ใช้บังคับอยู่นะครับ ตรงนั้นเปึนประเด็นที่มาในเรื่องของหลักวิธีพิจารณาในเรื่อง ของจําเปึนต้องมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญขึ้น
ประเด็นที่ ๒ มีท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในเรื่องของอํานาจถ่วงดุล ของทั้ง ๓ อํานาจ ในประเด็นนี้นะครับผมเรียนด้วยความรู้สึกเห็นด้วยกับท่าน ก็คืออํานาจ ทั้ง ๓ อํานาจนี้จะต้องทําหน้าที่ตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกฎหมายกําหนดและถ่วงดุลซึ่งกัน และกันไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน ตรงจุดนั้นผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ ว่าทางศาล เองถึงแม้จะใช้อํานาจตุลาการ แต่ก็ให้ความเคารพกับฝ์ายบริหารหรือฝ์ายนิติบัญญัติมา โดยตลอดครับ เรามีอํานาจตามที่รัฐธรรมนูญให้ในการที่จะตรวจสอบร่างกฎหมายก่อนใช้ บังคับ ตรวจสอบกฎหมายที่ใช้บังคับแล้ว การตรวจสอบร่างกฎหมายก่อนใช้บังคับนี้ ทางศาลก็จะพิจารณาเปึนพิเศษก็คือใช้อํานาจตุลาการเท่าที่กรอบรัฐธรรมนูญให้ไม่ได้คิด เปึนฝ์ายนิติบัญญัติเสียเองที่จะไปบัญญัติกฎหมายเสียเองในจุดนั้นนะครับ
ในประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของบทละเมิดอํานาจศาลนี้ต้องยอมรับครับ ว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่เดิมนั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่ผม นําเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพไปนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ให้ทางศาล ออกเปึนข้อกําหนดเท่านั้นเอง ทีนี้ก็มีปัญหาว่าข้อกําหนดที่ศาลออกเองจะบัญญัติโทษ หรือสภาพบังคับในการละเมิดอํานาจศาลได้หรือไม่ เพียงใด ตรงจุดนั้นก็คงไม่เหมาะ นะครับ เพราะออกข้อกําหนดเองที่จะทําในเรื่องของสภาพบังคับในการละเมิดอํานาจศาล แต่ถ้าดูถึงในเรื่องบทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาล ซึ่งเปึนหลักการพื้นฐาน ที่ประกันความเปึนหรือความมีอิสระของศาลเปึนที่ตั้งในการดํารงความยุติธรรมและ เปึนการรักษาความสงบเรียบร้อยในกระบวนการยุติธรรมของศาล การบัญญัติเรื่อง การละเมิดอํานาจศาลนี้นะครับ ผมเรียนว่ามันเปึนหลักการในเชิงสากลที่คู่กับองค์กรศาล ที่ใช้อํานาจตุลาการเปึนการสร้างบรรทัดฐานเพื่อให้การปฏิบัติตนโดยเฉพาะบุคคล ที่ปฏิบัติต่อศาล ซึ่งมิใช่เฉพาะคู่กรณีเท่านั้นนะครับ ได้ให้ความเคารพในกระบวน พิจารณาของศาล และเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อยและให้การดําเนินกระบวน พิจารณาของศาล ซึ่งต้องอํานวยความยุติธรรมเปึนไปอย่างเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ อํานวยความยุติธรรมอย่างเต็มที่ ทีนี้ประเด็นนะครับ ประเด็นก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญ ควรมีอํานาจบังคับแก่ผู้ละเมิดในการพิจารณาคดีของศาลหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้ ผมขอกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ว่าถ้าเราดูถึงระบบองค์กรที่ใช้ อํานาจตุลาการหรือทางศาลนั้นก็จะพบว่าทุกศาลล้วนมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการละเมิด อํานาจศาล เช่น ทางศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือแม้แต่ศาลทหาร ซึ่งการใช้อํานาจ บังคับก็เพื่อให้กระบวนการสามารถรักษาความยุติธรรมและผลประโยชน์ของมหาชน ในระหว่างการพิจารณาคดี แต่ในเรื่องของการสั่งลงโทษฐานละเมิดอํานาจศาลนี้ ผมเรียนว่า ศาลที่จะใช้บทนี้ในเชิงของสภาพบังคับนะครับ ก็จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เปึนอย่างยิ่งและเท่าที่จําเปึนตามพฤติการณ์แห่งคดีเท่านั้น คงไม่ใช้อํานาจตามอําเภอใจ ของศาลนะครับ ประกอบกับมันต้องมีเหตุเกิดขึ้น แล้วก็เท่าที่จําเปึน มิฉะนั้นก็จะเปึน การกระทบถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคลเช่นกัน ซึ่งการใช้อํานาจก็อยู่ในกรอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะในตัวร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมานะครับ ในมาตรา ๑๖ ที่ผมกราบเรียน เหตุผลไป ในมาตรา ๑๗ ที่เปึนร่างอยู่นะครับ ผู้ใดวิจารณ์การพิจารณา หรือการวินิจฉัยคดีของศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอํานาจศาล หรือดูหมิ่นศาล หรือตุลาการ ก็กราบเรียนท่าน สมาชิก ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ตรงจุดนี้ทางศาลระมัดระวังอยู่แล้ว แต่ในเรื่องนี้นะครับ เปึนเพียงร่างพระราชบัญญัติที่จะนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ในวันพรุ่งนี้ แล้วในชั้นการพิจารณานะครับ หากสภาจะกรุณารับหลักการและไปอภิปรายในชั้น กรรมาธิการเพื่อดูรายละเอียดในส่วนนั้นนะครับ ตรงจุดนี้ผมก็เรียนด้วยความเคารพ ในประเด็นนี้ก่อนครับ
ต่อมาในประเด็นที่ว่ามาตรฐานการวินิจฉัยคดีของศาล ตรงจุดมาตรฐาน ในการวินิจฉัยคดีของศาล ที่ผ่านมาผมอยู่ในองค์ประชุมของศาลนะครับ มาเปึน ระยะเวลาพอสมควร ในมาตรฐานการวินิจฉัยคดีนี้ท่านก็จะปฏิบัติให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญอยู่แล้วทุกฉบับ โดยเฉพาะฉบับนี้ ในมาตรา ๑๙๗ ที่การพิจารณาพิพากษา อรรถคดี เปึนอํานาจของศาลซึ่งต้องดําเนินการให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ นอกจากนั้นต้องทําด้วยความยุติธรรม แล้วตรงจุดนี้ผมสังเกตเห็นท่านตุลาการในขณะที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในการถวายสัตย์ ปฏิญาณนะครับ ตุลาการทุกท่านก็ต้องเปล่งคําปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรงจุดนั้นด้วยความเคารพครับ ในการมาใช้ปฏิบัติจริง ตุลาการทุกท่านก็จะยึดถือ คําปฏิญาณเปึนหลักด้วยความชื่อสัตย์สุจริต ปราศจากอคติทั้งปวง แล้วก็เพื่อความ สงบสุขแห่งราชอาณาจักรเปึนที่ตั้ง เพราะฉะนั้นในมาตรฐานการวินิจฉัยคดีนะครับ ผมเรียนว่าในการอํานวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องดําเนินการตามกรอบ ของรัฐธรรมนูญ ของกฎหมาย ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่จะมีต่อไป หรือข้อกําหนดวิธีพิจารณาและการทําคําวินิจฉัยของศาลที่มีขณะนี้ ตรงจุดที่ตุลาการ ในการอํานวยความยุติธรรม ที่ผมเรียนว่าต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานในการอํานวย ความยุติธรรมต่าง ๆ ซึ่งเปึนพื้นฐานของการพิจารณาหรือการพิพากษาคดีในเชิงของ ตุลาการ สรุปเปึนฐานต่างๆ ที่จะได้มาตรฐานในจุดเหล่านี้
ในเรื่องแรกก็คงจะต้องดูฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ฐานต่อมาก็ต้องเปึนฐานในเรื่องของฐานวิชาการ ฐานวิธีพิจารณา ในฐานของปรัชญา ในฐานของจริยธรรม แล้วก็ต้องปราศจากอคติทั้งปวงนะครับ ตรงจุดนี้ถ้าได้มีการปฏิบัติ ตามนี้ และผมก็เชื่อมั่นว่าทางศาลรัฐธรรมนูญก็ปฏิบัติตามนี้ อาจจะปฏิบัติมากกว่าที่ผม กล่าวด้วยซ้ํานะครับ
ในประเด็นต่อมาในเรื่องของการพิจารณาร่างกฎหมายที่ผ่านรัฐสภานี้ ก็คงต้องแยกแยะ เมื่อร่างกฎหมายนั้นมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะแรกที่บัญญัติไว้เปึน ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ แล้วก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย วินิจฉัยอะไรได้บ้าง ก็วินิจฉัยถึงกระบวนการตรา ว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ วินิจฉัยถึงเนื้อหาสาระว่ามีข้อความขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เหตุการณ์ที่ผ่านมาในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไป ๓ ฉบับ ว่าองค์ประชุมไม่ครบ กระบวนการตราจึงไม่ถูกต้อง นะครับ ก็ต้องทําให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมี ๓ ฉบับ ซึ่งก็คือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าด้วย ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน องค์ประชุมใน สนช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระที่ ๑ ไม่ครบ ก็จึงทําให้วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เสียไป ตราไม่ถูกต้อง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ จึงตกไป ฉะนั้นในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีบทเฉพาะกาล ยกเว้น ย่อมไม่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องนี้ ตามมาตรา ๓๐๕ (๓) ที่ไม่ให้ นํามาตรา ๑๔๑ ก็คือเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญดูความชอบก่อนประกาศใช้ มาใช้บังคับกับ มาตรา ๒๙๕ ก็คือพระราชบัญญัติเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีบทยกเว้นตามมาตรา ๓๐๕ (๓) ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เลยไม่ได้ดูในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ดังกล่าว เนื่องจาก ในมาตรา ๒๙๕ ผมเข้าใจว่าในสภาร่างรัฐธรรมนูญขณะนั้นต้องการ เมื่อมีการประชามติ รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ประสงค์ที่จะให้มีการเลือกตั้งขึ้นโดยเร็ว จึงกําหนดเวลา กําหนดวิธีการไว้เปึนการเฉพาะ แต่ในเรื่องของการพิจารณาตรวจสอบความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติทั่วไป ตรงจุดนั้นก็กําหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจ โดยท่านสมาชิกแห่งสภานี้ หรือทางสมาชิกวุฒิสภาจะเข้าชื่อตามจํานวนที่รัฐธรรมนูญ กําหนด ก็สามารถที่จะส่งให้ท่านประธานสภา แล้วเสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ เช่นเดียวกัน ตรงจุดที่ผมนําเรียนนี้ ในเชิงของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเมื่อในสมัยของ สนช. ที่ตราพระราชบัญญัติ แล้วอาจจะมีปัญหาในเรื่องขององค์ประชุม ผมเรียนว่าในเชิงของ การโต้แย้งกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติต้องทําก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ก็หมายถึง เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เปึนกฎหมาย ตรงจุดนั้นทางสมาชิกสภาหรือ ทางท่านนายกรัฐมนตรีก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ก็อาจจะส่งไปตรวจสอบถึงการตราว่าถูกต้อง หรือไม่ ตรวจสอบในเรื่องข้อความว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อผ่าน ในกระบวนการนี้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ในความหมายก็คือว่าจุดในเรื่องการโต้แย้ง กระบวนการตราก็ไม่อาจที่จะกระทําได้
ในประเด็นต่อมาในเรื่องของโครงสร้างหรือองค์ประกอบของบรรดา ท่านตุลาการ รวมไปถึงหน่วยธุรการของศาล ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ที่ท่าน ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะมาในหลายประการ ทางสํานักงานเองก็จะนําข้อเสนอแนะ ของท่านไปปฏิบัติ แล้วก็ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ทางศาลมี ให้สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ ให้สอดคล้องกับพันธกิจต่าง ๆ ตรงจุดนั้นผมเรียนด้วยความเคารพ ส่วนในคําถามในเชิงแปลความหมายของรัฐธรรมนูญ โดยเหตุที่บางประเด็นมีปัญหา ในเชิงของอยู่ในกรอบอํานาจของศาล ตรงจุดนั้นผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ พอดีอยู่ในกรอบอํานาจของศาล การจะแปลความในจุดนี้ก็ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ผมยังไม่อาจที่จะแปลในจุดนี้ได้เนื่องจากว่าเปึนอํานาจของศาลโดยตรง สิ่งต่าง ๆ ที่ท่าน ได้กรุณาให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ทางผมเองพร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ก็จะนําประเด็น ต่าง ๆ กราบเรียนท่านประธาน กราบเรียนท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรับทราบ ในสิ่งที่สภาแห่งนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์ และเราทางศาลก็พร้อม ที่จะรับไปพัฒนาการให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป กราบเรียน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ก็ต้องขอขอบคุณท่านเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงทุกท่านครับ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้ รับทราบรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญตามพระราชบัญญัติศาลรัฐธรรมนูญ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๔ เรียบร้อยแล้วครับ ขอขอบคุณทุกท่านด้วยครับ
ต่อไปเปึนวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานการสอบบัญชีกองทุนพัฒนา สหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๗ ครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอตรวจสอบนะครับว่าผู้มาชี้แจงมาถึงหรือยังนะครับ ขอชื่อผู้ที่เข้ามาชี้แจงด้วยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้มอบหมายให้ คุณจิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคุณบุญชง สมทรง ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาระบบการบริหารการจัดการสหกรณ์ เปึนผู้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญท่านผู้ชี้แจงทั้ง ๒ ท่านเข้ามาห้องประชุม ได้แล้วครับ เชิญท่านสมาชิกผู้ทําการอภิปรายครับ อาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอให้ ข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานการสอบบัญชีกองทุนพัฒนาสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๗ นะคะ ดิฉันสนใจอ่าน รายงานนี้นะคะเนื่องจากได้สนใจเรื่องการทํางาน แล้วก็เห็นความสําคัญของสหกรณ์ นะคะว่าเปึนสถาบันหลักที่จะสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรและชุมชน และก็มีกรอบภาระงานค่อนข้างกว้างขวางนะคะ แต่ว่าในช่วงเวลาอันจํากัดที่ได้อ่าน ในเอกสารนี้นะคะก็พบว่ามีข้อสังเกตหลายเรื่องนะคะ แล้วก็เรียนตรง ๆ ดูค่อนข้างผิดหวัง กับเอกสารรายงานบัญชี เพราะว่าจริง ๆ แล้วชื่อของสหกรณ์ก็เรียกว่าน่าจะเปึนต้นแบบ ของการทําบัญชีหลักฐานนะคะ ตัวเองก็ไม่ค่อยมีความรู้ แต่ว่าเท่าที่อ่านก็จะเห็นในส่วน ของงบดุลนะคะที่เปึนส่วนของหน้างบดุลนะคะ หนี้สินและส่วนทุนนะคะ ดิฉันเห็นใน รายการนี้เขียนว่า เงินรับจากลูกหนี้ระหว่างดําเนินการ ซึ่งมีหมายเหตุคําอธิบายอยู่ใน ข้อที่ ๑๐ นะคะ อยู่ในหมายเหตุที่ ๑๐ ค่ะ ดิฉันก็เป่ดไปที่หมายเหตุที่ ๑๐ นะคะว่าคืออะไร เงินรับลูกหนี้ระหว่างดําเนินการ ในนี้อธิบายไว้นะคะในข้อ ๑๐ ว่า เปึนเงินที่รับชําระหนี้ จากลูกหนี้สหกรณ์ต่าง ๆ ที่ยังไม่ส่งหลักฐานการชําระหนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เปึนสหกรณ์ใด ส่วนหนึ่งเปึนเงินที่สหกรณ์ชําระหนี้เกินกว่ายอดค้างชําระซึ่งอยู่ระหว่าง การรอจ่ายคืนนะคะ อันนี้ก็เหมือนกับจะสะท้อนว่าเวลาการชําระเงินลูกหนี้ของสหกรณ์ การเก็บหลักฐานเรื่องการเงินต่าง ๆ ไม่ชัดเจนค่ะ เพราะว่าในนี้ระบุไว้เองนะคะ ว่าเปึนลูกหนี้สหกรณ์ที่จ่ายแล้ว แต่ยังไม่ส่งหลักฐานการชําระหนี้ และยังบอกว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเปึนสหกรณ์ใด แสดงว่าก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ว่ามีชื่อสหกรณ์ใด และเปึนส่วนที่รับชําระหนี้เกินและต้องรอจ่ายคืนนะคะ อันนี้ในทาง การเงินก็ขอคําอธิบายแล้วกันนะคะ ดิฉันอาจจะเข้าใจผิดนะคะ และก็มีอีกส่วนหนึ่งนะคะ ที่เห็นในหน้าของงบรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในส่วนที่เปึนค่าใช้จ่ายบุคลากร ซึ่งใน รายงานที่ปรากฏนี้ในป้ ๒๕๔๗ ก็มีอยู่ในวงเงิน ๙ ล้านกว่าบาท และก็เพิ่มขึ้นมา ในป้ ๒๕๔๘ ๑๗ ล้านกว่าบาท ป้ ๒๕๔๙ ก็เปึน ๒๕ ล้านกว่าบาทนะคะ ๒๕,๘๔๐,๔๐๘ บาทนะคะ ดิฉันก็ไปดูคําอธิบายในหมายเหตุที่ ๑๖ ว่ามีรายละเอียดอย่างไร ในข้อมูล ในหมายเหตุที่ ๑๖ ในส่วนตรงนี้คงเปึนแค่คําถามนะคะ จะเห็นว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นก็คือ ส่วนของเงินอุดหนุนจ่ายขาด ซึ่งในป้ ๒๕๔๗ ไม่มีนะคะ และก็ยังมีเงินป้ ๒๕๔๘ ๑๑ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ๑๗ ล้านบาทนะคะ ดิฉันก็ขอเรียนถามว่าเงินอุดหนุนจ่ายขาดนี้ รายละเอียดคืออะไร แล้วก็ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการศึกษาสหกรณ์ ในป้ ๒๕๔๗ มีอยู่ ๑.๗๘ ล้านบาท และก็ลดลงนะคะ อันนี้น่าสนใจก็คือลดลงเหลือ ๐.๘ ล้านบาท พอป้ ๒๕๔๙ ก็คือเปึน ๐ เลยนะคะ ทั้ง ๆ ที่การส่งเสริมการศึกษาสหกรณ์ ก็เปึนเรื่องสําคัญนะคะ ก็เลยสงสัย ขอเรียนถามว่าทําไมเหตุใดจึงได้งดหรือว่าไม่มี ค่าใช้จ่ายในรายการนี้นะคะ ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่องที่น่าจะยังคงอยู่นะคะ
นอกจากนั้นแล้วก็จะมีอีกเรื่องหนึ่งที่ปรากฏในค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญ นะคะ ซึ่งในนี้ไม่มีบอกหมายเหตุไว้ แต่ก็มีตัวเลขที่ปรากฏตรงค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ ๑๔ ล้านบาท ในป้ ๒๕๔๙ นะคะ ในเมื่อไม่มีหมายเหตุ แต่ว่าได้อ่านรายงานทั้งหมดไป ปรากฏคําอธิบายเรื่องหนี้ที่คาดว่าจะสูญ อยู่ในคําอธิบาย ๒.๓ นะคะ หลักเกณฑ์ ลักษณะหนี้ที่คาดว่าจะสูญ ตรงนี้ก็จะมีหนี้ลักษณะต่าง ๆ ของสมาชิกซึ่งมีทั้งหมด ๗ ข้อ ที่คิดว่าจะเปึนหนี้ที่คาดว่าจะสูญ ในส่วนของเรื่องนี้ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ ๒ เรื่อง
อันที่ ๑ ก็คือแนวทางการติดตามหนี้ที่คาดว่าจะสูญเหล่านี้ ทางสหกรณ์ มีแนวทางการติดตามอย่างไร ถ้าหากว่าหนี้ของสมาชิกที่เข้าข่ายหรือว่ามีกระบวนการ อย่างไรที่จะปัองกันไม่ให้หนี้สูญ นอกจากนั้นแล้วดิฉันเองก็ได้ศึกษาเรื่องปัญหาเอกสาร สิทธิ์ที่ดินของพี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิกนิคมสหกรณ์ ปรากฏว่าในพื้นที่ที่สมาชิก สหกรณ์ทําการเกษตรแล้วไม่ได้ผลติดต่อกันหลาย ๆ ป้ก็จะทวงหนี้ค้างชําระใช่ไหมคะ เปึนเหตุหนึ่งนะคะที่ทําให้ไม่สามารถได้รับสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิต่าง ๆ ตรงนี้ก็ฝากไว้ แล้วกันนะคะ ถ้าหากว่าพี่น้องเกษตรกรไม่สามารถชําระหนี้ได้จริงอันเนื่องจากภัยพิบัติ หรือภัยธรรมชาติ หรือว่าผลผลิตเสียหายจากต่าง ๆ จะมีแนวทางอย่างไรของกองทุนที่จะ ช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกร และก็ไปคลี่คลายปัญหาเรื่องของเอกสารสิทธิด้วยนะคะ
อีกข้อหนึ่ง ดิฉันสงสัยว่าในเรื่องของการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ ในรายงานนี้ ก็จะปรากฏว่าถ้าเปึนหนี้สงสัยจะสูญถือเปึนค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีที่ตั้งหนี้นะคะ ก็ไปดู ในหน้า ๓ หน้าต่อไปเปึนรายการลูกหนี้ ปรากฏว่าในป้ ๒๕๔๙ ก็จะมีหักออกมาลูกหนี้ ป้ ๒๕๔๙ ๑๖๓ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ก็ ๑๖๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ก็ ๑๖๘ ล้านบาท อันนี้ ก็แสดงว่าเปึนเงินที่หักไว้เผื่อหนี้สงสัยจะสูญใช่ไหมคะ หักไว้เผื่อ อันนี้บอกว่ายังไม่ได้รวม ยอดหนี้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน ๕ ป้ และหนี้ค้างเกิน ๑๐ ป้ด้วย อันนี้คิดว่าเปึนตัวเลข ที่ค่อนข้างสูงนะคะ ๑๐๐ กว่าล้านบาทที่คาดว่าจะสูญ และก็มีในรายได้ค้างรับที่เขียน ไว้อีกบอกว่าถ้าเปึนการลดหนี้สงสัยที่จะสูญ การลดหนี้สงสัยจะสูญถือเปึนรายได้นะคะ ก็ไปปรากฏอยู่ในรายได้ว่า ป้ ๒๕๔๙ คาดว่าจะมีรายได้ ๖๙ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ๕๙ ล้านบาท แล้วก็ป้ ๒๕๔๗ ๕๒ ล้านบาท ตรงนี้ก็คิดว่าเปึนตัวเลขที่เปึนประมาณการหรือว่าเปึน ตัวเลขจริงนะคะ หนี้สูญจริง ๆ เท่าไร ขออนุญาตเรียนถาม ในเรื่องประเด็นอื่น ๆ ก็คงจะมี ในรายละเอียดนี้ก็ปรากฏในส่วนของทุนอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในส่วนของทุน กองทุนพัฒนา สหกรณ์เปึนเงินทุนหมุนเวียนมาจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ แล้วก็กรมส่งเสริมการศึกษา ทางสหกรณ์ แล้วก็เงินสมทบจากเอดีดี (ADD) ใช่ไหมคะ มีทั้งหมด ๓ รายการ แล้วก็ ในเอกสารที่อยู่หน้าแรกเลยนะคะ เปึนคําถามสุดท้ายนะคะว่า วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง กองทุนพัฒนาส่งเสริมสหกรณ์ ในนี้เขียนไว้ว่าการจัดตั้งและวัตถุประสงค์ แต่เมื่ออ่านไป ปรากฏว่า ไม่ปรากฏวัตถุประสงค์เลยนะคะ บอกแต่ที่มาว่ากองทุนส่งเสริมสหกรณ์นี้ มีที่มาอย่างไร ตามพระราชบัญญัติ แล้วก็ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมกิจการของสหกรณ์ เขียนไว้เพียงเท่านั้นนะคะ แล้วก็บอกที่มาของเงินแล้วก็ทรัพย์สิน โดยไม่ได้บอก วัตถุประสงค์ของกองทุนชัดเจนในเอกสารที่ปรากฏนี้นะคะว่า สามารถเอาเงินกองทุนนี้ ไปใช้ในกิจการใดบ้าง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งแล้วก็สนับสนุนกิจการของสหกรณ์ ดิฉันก็ขอกราบเรียนเปึนข้อสังเกตในเบื้องต้นค่ะ ขอขอบคุณมากค่ะ
คุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงรายงานของกองทุนพัฒนาสหกรณ์เปึนรายงานที่รอพิจารณามาเปึนเวลา นานทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระผมโดยส่วนตัวนั้นก็เคยเปึนที่ปรึกษาสันนิบาต สหกรณ์แห่งประเทศไทยมาหลายสมัย หลังสุดขณะนี้ก็ยังเปึนที่ปรึกษาของชุมนุมสหกรณ์ เครดิต ยูเนียน (Credit Union) แห่งประเทศไทย นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่มีต่อ ระบบสหกรณ์ของประเทศไทย ด้วยความเชื่อเหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ที่นี้ว่า ระบบสหกรณ์จะเปึนเสมือนพลังขับเคลื่อนภาคเกษตร ภาคบริการ ของประเทศไทย และเปึนเหตุผลว่าทําไมด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้มีพระราชดําริในการสนับสนุนระบบสหกรณ์เปึนมาโดยตลอดในช่วงรัฐสมัย ของพระองค์ท่าน และเปึนเหตุผลว่าทําไมในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับแรกเปึนต้นมา การสนับสนุนส่งเสริมระบบสหกรณ์จึงปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุนี้เองภายใต้กระบวนการของฝ์ายนิติบัญญัติทางกฎหมาย เพื่อให้การสนับสนุน ส่งเสริมระบบสหกรณ์เปึนไปอย่างมั่นคงต่อเนื่อง จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ สหกรณ์ ถ้ากระผมจําไม่ผิดในป้ ๒๕๔๒ ภายใต้รัฐบาลชวน ๒ ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติสหกรณ์ป้ ๒๕๑๑ ถ้าหากว่าจําไม่ผิดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเหตุว่า กระบวนการสหกรณ์นั้นยังมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ในภาคของเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ด้วยเหตุนี้เองในพระราชบัญญัติป้ ๒๕๔๒ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระบบการสนับสนุนที่เรียกว่า กองทุนพัฒนาสหกรณ์ ขึ้น จากเดิมซึ่งเปึนเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมการสหกรณ์ ก็เปลี่ยนมาเปึนกองทุนพัฒนา สหกรณ์ พร้อมกันนั้นโดยมติคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังจึงได้ให้มีการรายงาน การดําเนินงานและงบการเงินต่อคณะรัฐมนตรีและต่อรัฐสภา ความจริงรายงานที่ปรากฏ โดยการตรวจของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ๓ ป้รวดนะครับ งบการเงินในป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๗ ย้อนหลัง ๓ ป้นั้น สิ่งหนึ่งที่วันเวลาได้ล่วงเลยมาสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนถาม เพราะว่าเปึนความสงสัยข้องใจทีเดียว เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ด้วยตัวเองนะครับ เพราะว่าอาจจะเปึนปัญหาเชิงนโยบายด้วย นั่นก็คือในเรื่องของการ เติบโตและปัญหาการดําเนินการในส่วนกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ท่านประธานคงทราบ นะครับว่า ภายใต้พระราชบัญญัติสหกรณ์นั้นเราจะมีการรวมกลุ่มของกสิกรเปึน ๒ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งเรียกว่า สหกรณ์ อีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า กลุ่มเกษตรกร แน่นอนที่สุดว่า ทุนดําเนินการในส่วนของสหกรณ์ ไม่ว่าทั้งที่เปึนสหกรณ์หรือเปึนกลุ่มเกษตรกรนั้นจะมีข้อ อ่อนด้อยอยู่ ก็คือในเรื่องของทุนดําเนินการนอกเหนือจากทุนประเดิมเริ่มต้นในการสะสม เปึนหุ้นส่วนในลักษณะการถือหุ้น อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้การดําเนินการของสหกรณ์นั้น เปึนไปโดยมีประสิทธิภาพและมีการขยายความหลากหลายของการประกอบธุรกิจ ของสหกรณ์ จําเปึนเหลือเกินว่าจะต้องได้เงินทุนสนับสนุนหรืออย่างน้อยเงินกู้จากทาง ราชการ แต่ถ้าหากท่านประธานจะได้ดูถึงงบดุลสิ้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๗ ในส่วนของสินทรัพย์เราเพิ่มขึ้นน้อยมากครับ ป้ ๒๕๔๗ นั้น มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น ๓,๔๒๓ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ๓,๕๕๓ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ๓,๖๘๐ ล้านบาท เมื่อมาดูในส่วนของเงินทุนแทบจะไม่ได้ขยับเลย ทั้งที่โดยแท้ที่จริงแล้ว ต้องถือว่ากลไกกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้นเปึนหัวใจส่วนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันภายใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้น ไม่ใช่มีเฉพาะในเรื่องของกองทุน พัฒนาสหกรณ์เท่านั้นในการที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์ของเรา แต่สิ่งที่กระผมได้เห็นในรายงานงบดุลแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนตัวเลข ในเรื่องของสินทรัพย์ก็ดี ตัวเลขของตัวเงินทุนก็ดี แล้วยิ่งไปดูในเรื่องของลูกหนี้สินเชื่อ หนี้ที่จะสูญ มันสะท้อนอย่างหนึ่งว่าความมุ่งหวังและเปัาหมายในการที่จะพัฒนาส่งเสริม ระบบสหกรณ์ให้ก้าวหน้าต่อไปนั้นดูประหนึ่งว่าจะเปึนความฝันที่เรายังอยู่ห่างไกล จากความเปึนจริง ที่กระผมเรียนท่านประธานว่าเสียดายที่ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ไม่ได้มาตอบด้วยตัวเองก็เพราะว่าต้องการที่จะถามในเชิงนโยบายด้วย ในเชิงนโยบาย ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ว่าเราจะเพิ่มในส่วนสินทรัพย์เงินทุนมากกว่านี้ได้หรือไม่ ๒. ก็คือว่าในการแก้ไขปัญหาการดําเนินการของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ โดยเฉพาะ ในเรื่องของหนี้สินซึ่งมีหลากหลายประเภทเหลือเกินนี้ครับ แล้วก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ผมได้มี โอกาสไปตรวจเยี่ยมสหกรณ์ซึ่งถือว่าเคยได้รับรางวัลอันดับหนึ่งของประเทศไทยก็คือ สหกรณ์ที่พิมาย การที่เดินทางไปดูในฐานะที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยด้วย และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย เพราะว่ามีความสงสัยอย่างเหลือเกินว่า ทําไมสหกรณ์ซึ่งเคยได้อันดับหนึ่งในการดําเนินงานของสหกรณ์นั้นจึงประสบภาวะ ขาดทุน และเราก็ได้เห็นความจริงประการหนึ่งว่าการส่งเสริมสหกรณ์นั้นนอกเหนือจาก เรื่องของเงินทุน เรื่องของการบริหารจัดการแล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือการส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจที่หลากหลายของสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร คําชี้แจงและสิ่งที่เรา ได้สรุปจากการไปตรวจเยี่ยม และก็เปึนความเจ็บปวดทีเดียวนะครับ ที่เห็นความถอยหลัง ของสหกรณ์ที่เคยได้อยู่ในชั้นอันดับ ๑ ของประเทศนั้น ก็คือปัญหาเรื่องของการบริหาร จัดการในทางธุรกิจที่เพิ่มความหลากหลาย ในขณะที่ขาดความชํานาญในการประกอบ ธุรกิจ ประกอบกับคณะกรรมการอํานวยการสหกรณ์ หรือกรรมการบริหารสหกรณ์นั้น ยังติดขัดอยู่ในเรื่องของตัวบทกฎหมายที่องค์ประกอบนั้นกรรมการมาจากพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเปึนผู้ถือหุ้นและเปึนสมาชิก แต่ขณะเดียวกันการส่งเสริมระบบสหกรณ์ของเรานั้น เราก็ส่งเสริมพยายามที่จะให้มีการประกอบธุรกิจขยายตัวมากขึ้น แต่ศักยภาพและ ความเปึนจริงขององค์ประกอบในส่วนของคณะกรรมการก็ดี และความชํานาญการในเรื่องการบริหารจัดการก็ดี ตรงนี้เปึนอุปสรรคหนึ่งที่ทําให้ การบริหารสหกรณ์นั้นประสบปัญหา และต่อเนื่องมาถึงการชําระสินเชื่อต่าง ๆ ซึ่งก็ รวมไปถึงสินเชื่อที่มาถึงกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ที่เรากําลังรับทราบรายงานในขณะนี้ นั่นคือตัวอย่างหนึ่งของสหกรณ์ที่ผมอยากจะเรียนถามว่าในกรณีอย่างนี้ แน่นอนเราคงไม่ ส่งเสริมสหกรณ์ด้วยการพิจารณาเฉพาะเรื่องของกองทุนเท่านั้น โดยการให้สินเชื่อ ไปประกอบธุรกิจขยายทุนหมุนเวียนแต่เพียงเท่านั้น แต่ว่าองค์ประกอบอื่นในการที่จะ สนับสนุนส่งเสริมในการที่ทางสหกรณ์นั้น ซึ่งแน่นอนส่วนใหญ่ก็คือการให้สินเชื่อต่อไป ถึงสมาชิก หรือการให้กู้ยืมและสินเชื่อการซื้อขายอุปกรณ์ในการเกษตร และรวมไปถึง เรื่องปุิยและอื่น ๆ รวมทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ซึ่งน่าจะต่ํากว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับ การสะท้อนมาก็คือว่า ต้นทุนดําเนินการสูงและอาจจะแข่งขันต่อสู้ไม่ได้ เพราะอัตรา ดอกเบี้ยก็ดี เพราะปัญหาในเรื่องของการขาดทักษะในการบริหารจัดการก็ดี ผมได้เห็น การพัฒนาส่วนหนึ่งที่ก้าวหน้าของสหกรณ์หลายแห่ง แต่ว่าก็ได้เห็นถึงความด้อยโอกาส ในการพัฒนาของสหกรณ์ในอีกหลายแห่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นในวันนี้เมื่อมาเห็นการ ไม่ขยับตัวของสินทรัพย์ การไม่ขยับตัวของสินเชื่อและรวมไปถึงเงินทุน ก็พอจะเข้าใจได้ว่า การสนับสนุนส่งเสริมระบบสหกรณ์ของเรานั้น ดูเหมือนว่ายังมีข้อจํากัดและเพดานในการ ที่จะขยายตัว จึงอยากจะเรียนถามว่าในงบดุลและงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบมานั้น คงจะไม่ต้องดูแล้วว่ามีความถูกต้องในทางบัญชีอย่างไร แต่ว่าสิ่งที่อยากจะถามก็คือว่า ผลการดําเนินการที่ผ่านมาใน ๓ ป้ ของรอบบัญชีที่รายงานในวันนี้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ – ๒๕๔๙ นั้น ทําไมสินทรัพย์เราแทบจะไม่เพิ่มขึ้น ทําไมสินเชื่อเรายังมีปัญหาค่อนข้างมาก และรวมไปถึงเรื่องของเงินทุน มีโอกาสหรือไม่ ถ้าหากท่านจะได้ชี้แจงต่อสภาซึ่งเราจะเปึน ผู้ที่จะให้การอนุมัติงบประมาณ การจะเพิ่มเติมงบประมาณใด ๆ ในส่วนของกองทุนซึ่งอยู่ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ในแต่ละป้ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้น ของการแปรญัตติ ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากว่าได้รับฟังข้อเท็จจริง เหตุผลที่เหมาะสม ก็ไม่มีเหตุผลเปึนอย่างอื่นในการที่จะไม่สนับสนุนให้มีการเพิ่มในส่วน ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพราะนี่คือสิ่งที่เรามีความเชื่อมั่นอย่างเหลือเกินนะครับ หลายครั้งที่ระบบสหกรณ์นั้นได้ก้าวหน้า ผมยกตัวอย่างบางเรื่อง และคิดว่าได้อาศัย กรมวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ยกตัวอย่างเช่น สหกรณ์การเกษตรท่ายางและบ้านลาดที่เพชรบุรี ผมเพิ่งเดินทางไปดูงานของ คณะกรรมาธิการการพลังงาน ที่ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ได้ลงไปเดินดูที่ตลาดและ ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เพราะส่วนใหญ่ผมจะชอบไปดู แล้วก็ได้เห็นกล้วยหอมทอง กล้วยหอมทองที่ขายในญี่ปุ์นนั้นมาจากจังหวัดเพชรบุรี เราได้ทําการส่งออกกล้วยหอมทอง โดยเกษตรกรโดยแท้ทีเดียวนะครับท่านประธาน เดือนหนึ่ง ๒,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ คอนเทนเนอร์ (Container) แล้วก็ส่งออกติดต่อกันมาเปึนเวลา ๑๐ ป้กว่าแล้ว ตั้งแต่ผมเปึนผู้แทนราษฎร ครั้งแรก นั่นคือสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งและศักยภาพในการที่พัฒนาการผลิต ตั้งแต่สมาชิกซึ่งปลูกกล้วยหอมทอง มาจนกระทั่งการใช้เงินทุนที่ได้จากการสนับสนุนของ รัฐก็ดี หรือจากการกู้ยืมเงินหรือการระดมทุนในส่วนของสมาชิก มาสู่การปรับปรุงคุณภาพ ตั้งแต่การผลิต ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา รวมไปถึงการส่งออก แต่เรียนท่านประธานว่า สิ่งหนึ่งที่อยากฝากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ไปด้วยเพื่อพิจารณาว่า นอกเหนือจากการดูแล ในเรื่องของการให้สินเชื่อหรือการติดตามสินเชื่อและบริหารความเสี่ยงและการบริหารหนี้ ให้เปึนไปตามกฎหมาย ผมเชื่อว่าการนําแนวทางการบริหารของเอกชนมาใช้ในการ บริหารสหกรณ์ในระบบของสินเชื่อที่เราใช้ผ่านกองทุน ซึ่งต้องถือว่าไม่มีต้นทุนเพราะว่าได้ใช้เงินของรัฐในการจัดตั้ง ลองฝากช่วยพิจารณาว่า ในเรื่องของการคิดค่าตอบแทนของการให้สินเชื่อดังกล่าวนั้น ทําอย่างไรจะให้ต่ําที่สุด และ
ข้อ ๒ ก็คือทําอย่างไรจะให้เราสามารถที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือ ทางวิทยาการและประสบการณ์ทางด้านการตลาด นี่คือจุดอ่อนที่สุดครับ จุดอ่อนที่สุด โดยเฉพาะสหกรณ์นั้นเปึนระบบของการผลิต ดังนั้นตัวอย่างที่ผมได้ยกมาที่ทางสหกรณ์ การเกษตรของเพชรบุรีได้ดําเนินการ เราได้ดําเนินการผ่านช่องทางหนึ่งซึ่งผมได้คุยกับ ท่านเอกอัครราชทูตไทยประจําประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ท่านอุปทูต แล้วก็ท่านทูตพาณิชย์ บอกว่าถ้าหากว่าเราสามารถที่จะจับคู่ นั่นก็คือสหกรณ์ผู้บริโภค เช่น ในญี่ปุ์นนั้นสหกรณ์ ผู้บริโภคจะมีอํานาจสูงมาก มีสมาชิกหลายล้านคน การขายสินค้าของสหกรณ์ ตัวอย่าง คือ กล้วยหอมทองนั้น ที่ประสบความสําเร็จคือมีตลาด และตลาดนั้นคู่สัญญาก็คือ สหกรณ์โตโต้ของประเทศญี่ปุ์น เปึนสหกรณ์ผู้บริโภค นี่คือการที่ทําให้เราสามารถพัฒนา ต้นน้ําถึงปลายน้ําได้แล้วก็ทําให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าสําหรับเกษตรกรที่เปึนสมาชิก สหกรณ์และรวมไปถึงการสามารถที่จะใช้หนี้ หรือการที่สหกรณ์สามารถที่จะใช้ เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ได้อย่างเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นจึงอยากฝาก ประเด็นนี้ว่าถ้ากองทุนพัฒนาสหกรณ์จะช่วยดูแลเพิ่มเติมในส่วนของต้นน้ําถึงปลายน้ํา ในเชิงวิชาการหรือเชิงประสบการณ์ก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และรวมไปถึงคําถามแรก นะครับว่ามีโอกาสแค่ไหนที่เราจะขยับในส่วนของสินทรัพย์ เงินทุน สินเชื่อ ให้ได้มากกว่า นี้พร้อมกับการที่ลดต้นทุนของการให้สินเชื่อดังกล่าวต่อระบบสหกรณ์ทั้งประเทศ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
คุณสมคิด บาลไธสง ก่อนนะครับ แล้วต่อไป คุณเจะอามิง โตะตาหยง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดหนองคาย ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอสนับสนุนให้กําลังใจในกองทุนพัฒนาสหกรณ์นะครับ ตัวผมเอง เปึนข้าราชการมาก่อนก็ได้เปึนสมาชิกสหกรณ์ และเห็นว่าระบบสหกรณ์เปึนระบบที่มี คุณค่ามากที่สุด โดยเฉพาะวงการของข้าราชการแล้วซึ่งท่านผู้มีเกียรติได้พูดไปแล้วทาง ภาคเอกชน ผมจะพูดทางราชการนะครับ ผมให้กําลังใจและสนับสนุนกองทุนนี้ ผมจะ ไม่อธิบายรายละเอียดที่ท่านได้รายงานมา ผมอยากจะอธิบายทั่วไปว่าทําอย่างไรก็ตาม กองทุนสหกรณ์นี้จะมีงบประมาณสนับสนุนเพื่อจะได้พัฒนาวงการสหกรณ์ให้ดีขึ้น มากกว่านี้ อยากเรียกร้องแล้วก็ขอความกรุณาไปยังทางรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ ให้การสนับสนุนเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เนื่องจากว่าโดยเฉพาะข้าราชการส่วน ใหญ่แล้วจะเปึนสหกรณ์ออมทรัพย์ ผมอยู่ในวงการราชการแล้วก็เปึนคณะกรรมการ สหกรณ์มาก่อน รวมเวลาประมาณ ๒๐ กว่าป้ ได้เห็นความสําคัญของการพัฒนาสหกรณ์ นี้เปึนลําดับมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ เปึนต้นมา เปึนกรรมการมาเพิ่งมาหยุดเมื่อป้ ๒ ป้ก่อน ที่จะมาทําหน้าที่การเมือง ผมอยากขอความสนับสนุนในทางรัฐบาลได้ให้การสนับสนุน เรื่องกองทุนนี้ให้มากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะเงินทุนเกี่ยวกับการพัฒนาและเงินทุนเกี่ยวกับ การกู้ยืม ในวงข้าราชการไม่จําเปึนต้องมายุ่งยากในเรื่องการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ มากนัก แต่ถ้าในระบบสหกรณ์มีเงินหมุนเวียนให้ข้าราชการหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ก็ตามให้มีเงินกู้ยืมให้คล่องตัว จะเปึนการแก้ไขปัญหาประชาชนในส่วนราชการได้ดีที่สุดนะครับ ผมก็อยากจะเสนอแนะ ตรงที่ว่า โดยเฉพาะเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการสหกรณ์นั้นก็คืออุดมการณ์ อุดมการณ์ ของบุคคลที่อยู่ในสหกรณ์นะครับ โดยเฉพาะคนที่เปึนผู้บริหารสหกรณ์นี่ถ้าขาด อุดมการณ์ในเรื่องสหกรณ์แล้วจะทําให้สหกรณ์เจริญไปได้ยาก เพราะจะเกิดการทุจริต คอร์รัปชั่นอยู่ภายในสหกรณ์ แต่ถ้าสหกรณ์ใดหรือกลุ่มข้าราชการหรือบุคคลใดก็ตาม นะครับที่มีอุดมการณ์ มีความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องสหกรณ์นี้จะทําให้สหกรณ์นั้นรุดหน้าไป นะครับ หลายสหกรณ์ที่เปึนตัวอย่างในการพัฒนาสหกรณ์นะครับ ไม่ว่าของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของสถาบันอื่น ๆ นะครับ โดยเฉพาะสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศนะครับเปึนตัวอย่างที่ดีมีมากมาย ในเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร สมาชิกมีอุดมการณ์เกี่ยวกับสหกรณ์อย่างดีนะครับ
อีกประการหนึ่ง สิ่งที่จะต้องการให้เขามีอุดมการณ์ สหกรณ์นั้นก็ต้องมีการ พัฒนา เรื่องนี้ก็ต้องมีเงินสนับสนุนในการพัฒนาสมาชิกของแต่ละองค์กรให้เข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของสมาชิก ของกรรมการนะครับ ให้เข้าใจเรื่องสหกรณ์และอุดมการณ์ ของสหกรณ์ ที่มาของสหกรณ์นะครับ ถ้าสมาชิกทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องนี้มากนะครับ อุดมการณ์สหกรณ์ก็จะเกิดขึ้นในองค์กรของสหกรณ์นั้น ๆ นะครับ สิ่งที่อยากจะอธิบาย ต่อไปก็คือต้องการที่จะให้เงินทุน ให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยงาน แม้แต่ว่าภาคเอกชนก็ตามทั้งภายในและภายนอกประเทศ ถ้ามีเงินกองทุนมาช่วยเหลือ กองทุนพัฒนาสหกรณ์มากขึ้น สนับสนุนในด้านหลาย ๆ ด้านนะครับก็จะทําให้สหกรณ์ ของประเทศไทยเรา โดยเฉพาะผู้เปึนสมาชิกสหกรณ์นี่ก็จะอยู่อย่างมีความสุขนะครับ โดยเฉพาะที่สําคัญว่าทําอย่างไรถ้าสหกรณ์ออมทรัพย์ของข้าราชการต่าง ๆ หากมี ดอกเบี้ยต่ําที่สุด สมาชิกก็จะอยู่อย่างมีความสุขนะครับ ส่วนใหญ่แล้วสหกรณ์บางแห่ง ก็ยังใช้ดอกเบี้ยสูงกว่าสถาบันการเงินบางแห่งนะครับ อันนี้ก็ทําให้สมาชิกส่วนใหญ่แล้ว ยังรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ยนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้วสหกรณ์ออมทรัพย์ ทั่วประเทศจะช่วยเหลือตัวเองได้ยังไม่มาก สิ่งที่ผมอยากเรียกร้องตรงนี้ก็คือทําอย่างไร รัฐบาลถึงจะมีเงินให้สหกรณ์ต่าง ๆ สนับสนุนสหกรณ์ต่าง ๆ ให้มีเงินอย่างเพียงพอ ไม่ต้องไปกู้สถาบันการเงินอื่นที่มีดอกเบี้ยสูงนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีเงินทุนหมุนเวียน เพียงพอแล้วสมาชิกก็อยู่ได้นะครับ ก็จะไม่มีปัญหา สิ่งที่มีปัญหาทุกวันนี้ก็คือสถาบัน สหกรณ์ไปกู้เงินดอกเบี้ยสูงจากสถาบันการเงินอื่นมาปล่อยกู้ให้สมาชิกก็ทําให้สมาชิก ต้องมารับภาระ อันนี้ก็คือปัญหาของสหกรณ์ที่ยังไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเฉพาะสหกรณ์ใหม่ ๆ หรือสหกรณ์เล็ก ๆ อยู่นะครับ
สุดท้ายนะครับ ผมก็ขอให้กําลังใจกองทุนพัฒนาสหกรณ์อีกครั้งหนึ่ง นะครับเพื่อให้ท่านได้มีพละพลังกาย พลังใจเพื่อจะต่อสู้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ เดี๋ยวนี้สหกรณ์ทั่วประเทศมีจํานวนมาก อันนี้ผมเพียง กล่าวเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์เท่านั้น จริง ๆ แล้วสหกรณ์มีทั้งหมด ๗ ประเภทนะครับ ซึ่งผมไม่กล่าวในที่นี้ หากวงการสหกรณ์ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาล ที่เข้าใจเรื่องระบบสหกรณ์จะทําให้สมาชิกทุกคนในสหกรณ์ทั้ง ๗ ประเภทนี้อยู่ได้อย่างมี ความสุข ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากท่านประธานของเราท่านไปเลี้ยงต้อนรับท่านประธาน วุฒิสมาชิกของประเทศออสเตรเลียนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เหลือผมอยู่คนเดียวครับ แล้วก็ได้นั่งมาประมาณ ๔ ชั่วโมงแล้วครับ ก็ขอความกรุณาแต่ละท่านรวบรัดนะครับ ก่อนที่ผมจะปวดปัสสาวะครับ ท่านต่อไปจะเปึน คุณเจะอามิง โตะตาหยง แล้วก็ คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ เชิญคุณเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปถึงท่านที่ได้มาชี้แจงว่า ในรายงานการสอบบัญชี ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่านประธานครับ กระผมให้ความสนใจ ในเรื่องเงินกองทุน กองทุนพัฒนาสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ แล้วก็ได้ติดตาม มาตลอด แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วง กระผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าความสําคัญของกองทุน สหกรณ์ก็ควรที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยเฉพาะส่วนหนึ่งในการจัดตั้ง และตั้งวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติของสหกรณ์ป้ ๒๕๔๒ มาตรา ๒๗ จะได้รับเงิน อุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดินด้วย สิ่งที่ผมเปึนห่วงครับท่านประธาน เมื่อเรากลับมาดู ในการรายงานของท่านที่รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมเปึนห่วงลองไปดูในข้อ ๔ ในประเด็นของลูกหนี้สุทธิ ขอให้ท่านมาดูภาพรวมหนี้สงสัยจะสูญ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งเปึนยอดหนี้ที่มิได้รวมหนี้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน ๕ ป้ จํานวน ๑๖๐ กว่าล้านบาท และหนี้ค้างนาน ๑๐ ป้ ๘๔ กว่าล้านบาท ซึ่งขณะนี้กองทุนสหกรณ์อยู่ ในระหว่างการรวบรวมตรวจสอบข้อมูล ท่านประธานครับ ที่ผมเปึนห่วงตรงนี้ก็คือว่า ในประเด็นของสหกรณ์ที่ได้ให้กู้ไป ผมถามว่าท่านได้มีการตรวจสอบลูกหนี้ไว้หรือไม่ อย่างไรนะครับ เพราะประเด็นหนี้ค้างที่ต้องสงสัยนับแต่วันนี้ไป ท่านจะต้องมีหนี้ค้างอยู่ ตลอด ทีนี้ประเด็นของหนี้ค้างท่านต้องไปดูว่ามันจะมาจากหนี้ที่ไม่ปรากฏหลักฐาน ใช่หรือไม่อย่างไร หลักเกณฑ์ในการที่ให้กู้ยืมต่อสมาชิก ท่านได้ทําสัญญาผูกพันไว้ด้วยหรือไม่ นั่นประเด็นที่กลุ่มสหกรณ์ได้กู้ยืม แต่ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ลองกลับไปดูว่า ที่ผมมองดูว่าในการจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์ที่ได้รับผลสําเร็จส่วนหนึ่ง ท่านได้เคยคิดในกรอบ การตั้งสหกรณ์ในรูปแบบของมุสลิมหรือไม่ ผมเห็นเอกชนซึ่งเปึนมุสลิมซึ่งตั้งสหกรณ์ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาประสบความสําเร็จ เพราะลูกค้าเขามีสัจจะ แต่ประเด็น ผมมานั่งดูในรายงาน การรายงานของท่าน ถ้าดูอย่างนี้แล้วเหมือนกับว่าสมาชิกไม่มี สัจจะในการที่จะจ่ายเงิน ขาดสัจจะในการที่จะจ่ายเงินให้กับท่าน ประเด็นเหล่านี้ครับ ที่ผมเปึนห่วงว่างบประมาณแผ่นดินที่จะต้องลงไปใช้จ่าย ลงไปให้การสนับสนุนทุกป้ แต่ถามว่าในประเด็นที่ผมเทียบเคียงให้ดูเมื่อสักครู่ว่า ท่านได้มีกรอบความคิดเหมือน ในการจัดตั้งสหกรณ์ในรูปแบบของอิสลาม ซึ่งเขามีสัจจะ เขามีการกู้ แต่ไม่มีอัตรา ดอกเบี้ย ทําไมเขาทําได้ กระบวนการเหล่านี้ผมดูว่ากระบวนการในการจัดการของ สหกรณ์ทําให้ประชาชนขาดความเข้าใจใช่หรือไม่ หรือเกิดจากภาวะอะไรที่ทําให้สมาชิก ไม่สามารถจ่ายเงินมาให้กับสหกรณ์ ประเด็นอันนี้ครับผมว่าในรูปแบบการทํางาน ของราชการจําเปึน ต้องมีกรอบความคิดว่าในสิ่งที่ ๑ บางครั้งในการทํางานอาจจะมีไม่ประสบความสําเร็จใน การแก้ไขปัญหาในองค์กรของท่าน แต่ท่านก็ต้องมีในกรอบที่คิดว่าถ้าหากว่ามีการแก้ไข ไปในรูปแบบหนึ่งก็จะสามารถนําองค์กรของท่านนั้นได้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจงว่าผมเคยดูสหกรณ์ กลุ่มสหกรณ์เล็ก ๆ ที่ชาวบ้านเขาทํากันเอง รูปแบบของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขามีความสําเร็จมาก จากมีการเก็บรวบรวมเงิน ลงทุนกันเองเพียงไม่เท่าไร จนมาช่วงหลังสามารถสร้างรายได้และมีเงินกันมากมาย ผมว่าในรูปแบบของข้าราชการผมไม่แน่ใจว่ามีทั้งเปึนผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีทั้ง เงินงบประมาณ มีกําลังคน มีทั้งมันสมอง และในการแก้ปัญหาทั้งหมด ผมดูแล้วถ้าเปึน อย่างนี้การจัดการ ผมขออนุญาตเรียนว่าไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร ผมขออนุญาต เรียนถามท่านว่าแนวทางในการดําเนินงานต่อไปของสหกรณ์มีแนวทางที่จะสามารถทํา ให้สหกรณ์ได้รับประโยชน์และก็มีผลได้มากขึ้น แล้วก็หนี้สูญที่เสียไปในอนาคตต่อไป ท่านมีแผนงานและโครงการที่จะให้มีความรัดกุมอย่างไร ผมขออนุญาตถามเพียงสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ผมจะพยายามกระชับเพื่อให้ท่านประธานได้มี โอกาสพักผ่อนนะครับ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ เรื่องของกองทุน พัฒนาสหกรณ์ ซึ่งวันนี้เรามาพิจารณากันในเรื่องของการรับรองรายงานของเงินทุน สหกรณ์เรา ท่านประธานครับ อันนี้เราถือเปึนการรวบยอด เปึนป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ และก็ป้ ๒๕๔๙ ก็ต้องนําเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมเห็นด้วยกับการจัดตั้ง สหกรณ์นะครับ ทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว การจัดตั้งสหกรณ์หรือว่า โคอ๊อพ (Co-op) เปึนส่วนสําคัญ ถ้าประเทศใดก็ตามแต่ระบบสหกรณ์เข้มแข็งสมาชิก ในสหกรณ์นั้นก็จะได้รับความสุขไปด้วย ส่วนในประเทศไทยเองเราก็มีระบบสหกรณ์เข้ามา ในประเทศไทยเราเปึนเวลาหลายป้แล้ว และก็มีการพัฒนา แล้วก็มีการพยายามที่จะ ยกระดับความสามารถ ขีดความสามารถในสหกรณ์ให้เทียบทันกับประเทศอื่น อย่างไร ก็ตามแต่ท่านประธานครับ จากการพิจารณาเอกสารซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองทุนได้นํา มาเสนอสภาแห่งนี้ ผมก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตซึ่งก็อาจจะคล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิก หลายท่านที่ได้แถลงไว้ นั่นก็คือในเรื่องของสินทรัพย์หมุนเวียนนะครับ แม้ว่าในเอกสาร ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ จะเพิ่มจาก ๓,๔๐๐ ล้านบาท เปึน ๓,๕๐๐ ล้านบาท มาเปึน ๓,๖๐๐ ล้านบาท ก็ตามที ท่านประธานครับ แต่ถ้าดูจากตัวเลขแล้วเพิ่มขึ้นป้หนึ่ง กองทุนของเราเพิ่มเพียงป้ละ ๑๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ถ้าจะให้เดาหรือจะให้คาดคิดหรือให้ มองลงไปลึก ๆ ก็แสดงว่าการพัฒนาหรือการเพิ่มจํานวนสหกรณ์นี้อาจจะไม่ได้ผลหรือไม่ ตรงนี้ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตถามทางเจ้าหน้าที่กองทุนด้วยนะครับ เพราะสังเกตจาก กองทุนไม่ขยับเท่ากันทุกป้ แสดงว่าเราหาสมาชิกใหม่ไม่ได้หรือไม่ หรือกองทุนเองไม่มี กําลังทรัพย์พอแล้วก็ได้รับเงินน้อยไปหรือเปล่าจากภาครัฐบาล อันนี้ก็อยากจะฟังทางของ กองทุนด้วย ช่วยชี้แจงตรงประเด็นนี้
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในการบริหารจัดการกองทุนซึ่งอันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ซึ่งผมเองอยากจะฝากไปทางผู้บริหารกองทุนนี้ว่าการบริหารจัดการกองทุนก็คล้าย ๆ กับ ธนาคารอย่างหนึ่งก็คือจะต้องมีกําไร ซึ่งเท่าที่ดูจากเอกสารหลักฐานที่นําเสนอต่อ สภาแห่งนี้นะครับ กองทุนก็มีกําไรทุกป้ ก็ถือว่าเปึนการบริหารจัดการที่ถือว่าใช้ได้ แต่ในขณะเดียวกันต้องอย่าลืมนะครับว่าเราจัดตั้งขึ้นมาโดยเปึนหน่วยงานหนึ่งของ ภาครัฐและมีหน้าที่ที่จะสนับสนุนให้งานการพัฒนาสหกรณ์เจริญเติบโตก้าวหน้ายิ่งขึ้น ไปอีก เพราะฉะนั้นจะหวังแต่กําไรเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก ในส่วนของการพัฒนาสหกรณ์ ผมมองว่านะครับท่านประธานค่าปรับของกองทุนนั้น บางครั้งก็ต้องมีการยืดหยุ่น เพราะว่าสมาชิกบางท่าน หรือว่าสมาชิกของสหกรณ์เอง บางครั้งก็ประสบปัญหาในการที่จะคืนเงินให้กลับสู่กองทุนนั้นช้าบ้าง เพราะฉะนั้น ถ้าเปึนไปได้นะครับ อยากจะให้ทางผู้บริหารกองทุนมีความยืดหยุ่นในการเสียค่าปรับ หรือว่าถ้าหากว่ายกได้ก็อยากจะให้ยกนะครับเพื่อที่จะให้เข้ากับยุคภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันนะครับ ซึ่งเปึนภาวะที่ค่อนข้างฝ๋ดเคือง ถ้าสหกรณ์จะสามารถที่จะเข้ามาช่วย บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์ได้ก็จะถือเปึนประโยชน์อย่างสูงยิ่ง ของสหกรณ์นะครับ ซึ่งผมมั่นใจว่าสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่นะครับ ที่เกี่ยวข้องในการ ที่จะยืมเงินไปลงทุนหรืออย่างไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องการที่จะเบี้ยวสหกรณ์นะครับ แต่บางครั้งเศรษฐกิจที่ตึงตัวนะครับ ถ้าหากว่าทางสหกรณ์ หรือว่าทางผู้บริหารกองทุนจะ ให้โอกาสกับสหกรณ์เหล่านั้นบ้างก็จะเปึนประโยชน์อย่างสูง ท่านประธานครับ ผมมีเพียง เท่านี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ในช่วงนี้ขอเชิญท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ครับ ท่านจิตรกร สามประดิษฐ์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม นายจิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มาแทนท่านอธิบดีซึ่งติดราชการ อยู่ต่างประเทศครับ เรื่องของกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้น ผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่ง นะครับว่า เราได้จัดตั้งขึ้นกองทุนนี้นะครับเปึนกองทุนของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติสหกรณ์ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ครับ แต่ว่ากองทุนที่ดําเนินมาจริง ๆ นะครับ ก็ตั้งมาตั้งแต่สมัยก่อนนะครับ ตั้งแต่พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ นะครับ เปึนกองทุนส่งเสริมสหกรณ์และก็พัฒนามาเปึนกองทุนสหกรณ์นะครับ ปัจจุบันนะครับ กองทุนมีเงินจริง ๆ นะครับที่ได้รับ มาจากงบประมาณของรัฐนะครับเปึนเงิน ๓,๑๐๗ ล้านบาทเศษครับ ตรงนี้จะเปึนงบประมาณที่รัฐจัดให้มาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันครับ สําหรับเงินของกองทุนนะครับที่ยังเปึนทุนของกองทุนอีกประมาณ ๕๕๗ ล้านบาท เปึนรายได้ที่สูงกว่ารายจ่ายในแต่ละป้ที่สะสมกันมานะครับ ก็ยังไม่ได้เอาไปทําอะไร ก็รวมกันว่ายังเปึนทุนของกองทุนพัฒนาสหกรณ์นะครับ นี่คือสิ่งที่ในฐานะของกองทุน นะครับ ผมอยากจะเรียนนิดหนึ่งนะครับว่า สินทรัพย์ที่เปึนเงินสด ที่เปึนอาคาร ที่เปึน ทรัพย์สินต่าง ๆ และก็รวมเปึนสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน ท่านอาจจะสงสัยนะครับ ผมก็สงสัย ก็ได้ถามพรรคพวกนะครับ ๘๗,๐๐๐ บาท เปึนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นะครับ ทางสํานักงาน สตง. นะครับ ก็บอกว่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเปึนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีราคา ๘๗,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ ชี้แจงนะครับ ขอชี้แจงคําถามของท่านที่ได้ถามว่า เงินรับจากลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างดําเนินการนะครับ ในรายการที่ ๑๐ มันเปึนอย่างไรนะครับ เพราะว่าระบบการบริหารงานของกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้นนะครับ เรามีส่วนกลางอยู่ที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ที่กรุงเทพฯ แล้วก็มีหน่วยงานคือสํานักงานสหกรณ์จังหวัดอีก ๗๖ แห่งทั่วประเทศ และเรามอบอํานาจของกองทุนพัฒนาสหกรณ์นี้ให้กับ ตามจังหวัด ต่าง ๆ เปึนผู้พิจารณาส่วนหนึ่ง แล้วก็เขาเปึนผู้จ่ายเงินนะครับ แล้วก็เปึนผู้รับเงินมาจาก สหกรณ์ บางครั้งนะครับ ระบบการทํางานอาจจะล่าช้าบ้าง แต่ระบบการโอนเงินเราใช้ ของธนาคาร ธ.ก.ส. เปึนหลักนะครับ สหกรณ์เขาจะโอนเงินตรงนะครับเข้ามาที่บัญชี กองทุนพัฒนาสหกรณ์ที่ ธ.ก.ส. สํานักงานใหญ่นะครับ แต่หลังจากนั้นนะครับเขาก็ ไปบอกสํานักงานสหกรณ์จังหวัดว่าเขาได้ส่งเงินใช้หนี้เรียบร้อยแล้ว และเอาสําเนา ใบโอนเงินนี้ให้กับสํานักงานสหกรณ์จังหวัด สํานักงานสหกรณ์จังหวัดนะครับรับแล้วก็ ส่งไปให้กรม กรมก็ตัดบัญชีไป แล้วก็เงินทุนเหล่านี้นะครับจะเข้าจะออกอยู่ตลอดเวลา นะครับ แล้วก็กองทุนพัฒนาสหกรณ์นะครับ เราจะมีเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจสอบที่ ธ.ก.ส. ทุกวันศุกร์นะครับ เพื่อปรับให้เปึนปัจจุบันนะครับ
สําหรับค่าใช้จ่ายของบุคลากรที่เพิ่มขึ้น บางป้มีหรือบางป้ไม่มีนั้น กระผม ขอกราบเรียนว่าอํานาจค่าใช้จ่ายในเรื่องบุคลากรนี้นะครับ สมัยก่อนนี้กองทุนพัฒนา สหกรณ์ไม่มีเจ้าหน้าที่นะครับ ใช้ข้าราชการของกรมส่งเสริมสหกรณ์เปึนผู้ทํางานทั้งหมด หลังจากนั้นเราเห็นว่ากองทุนเติบใหญ่ขึ้นมาก็มีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเปึนของตนเอง เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายของบุคลากรก็เพิ่มขึ้น หลังจากนั้นพอมาเปึนกองทุนพัฒนาสหกรณ์ คณะกรรมการบริหารกองทุนซึ่งประกอบด้วยส่วนราชการซึ่งมาจากทุกส่วน โดยหัวเรือ ใหญ่เปึนของกระทรวงการคลังที่เข้ามาดูแล เขาบอกว่าในเรื่องของการใช้จ่ายเงินของ กองทุนนี้ส่วนหนึ่งจะต้องเอาไปให้ลูกค้าด้วย เอาไปอบรม เอาไปชี้แจง เอาไปทําความ เข้าใจว่าเงินของกองทุนนั้นเปึนอย่างไร ใช้อย่างไร เบิกอย่างไร ส่งอย่างไร อันไหนใช้ได้ อันไหนใช้ไม่ได้ อันนี้บางป้ก็มีมาก บางป้ก็มีน้อย สําหรับเงินอุดหนุนจ่ายขาด มันเปึนบางป้ นะครับ คณะกรรมการกองทุนก็อนุญาตให้สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ขอโทษนะครับ ให้ เฉพาะสหกรณ์หรือกลุ่มสตรีสหกรณ์ที่ขอมา อย่างเช่นว่า ที่มีเยอะขึ้นมาที่โผล่มา ๑ ป้ ก็ คือเราเอาไปทําส่งเสริมการออมนะครับ แล้วก็ในป้นั้นเปึนป้ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ทางสหกรณ์ในกระบวนการสหกรณ์ก็ได้ทํา กระต่าย แล้วก็ส่งเสริมการออม ซึ่งในเรื่องของการส่งเสริมการออมนี้ สรุปแล้วเราได้ เงินออมเพิ่มขึ้นนะครับ ประมาณ ๙ ร้อยกว่าล้านบาทเศษนะครับ สําหรับหนี้ สงสัยจะสูญ ผมอยากจะกราบเรียนดังนี้ในระบบการบริหารจัดการหนี้ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้น ผมบอกว่าเรามีกลุ่มวิเคราะห์ของทุกโครงการที่ขอกู้เงิน ต้องขอประทานกราบเรียน นิดหนึ่งครับว่ากองทุนพัฒนาสหกรณ์นี้ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์ขนาดเล็กที่ยังช่วย ตนเองไม่ได้ สําหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่ช่วยตนเองได้แล้ว ทางราชการ ทางผู้บริหาร กองทุนบอกว่าไปกู้ธนาคาร ธ.ก.ส. หรือไปกู้ธนาคารพาณิชย์หรือแหล่งเงินอื่นที่เขาก็เก่ง อยู่แล้ว ดังนั้นระบบของการทํางาน ระบบของหนี้สูญ ระบบของอะไรนะครับอาจจะมี มากหน่อย ผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่า ดอกเบี้ย อัตราเรียกเก็บของกองทุนพัฒนา สหกรณ์มีตั้งแต่ ๑ – ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ แล้วแต่โครงการนะครับ ถ้าเปึนโครงการ ที่หมุนเร็วนะครับ และก็สามารถที่จะให้ผลกําไรได้เร็ว เช่น เอาไปทําธุรกิจการซื้อ ไปทํา ธุรกิจการขาย ดอกเบี้ยร้อยละ ๖ แต่ถ้าลงทุนในทรัพย์สินถาวร เช่น เอาไปสร้างโรงสีซึ่ง ต่ํากว่าที่จะคืนทุนก็นานนะครับ อันนี้ก็เปึนอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ซึ่งจะกราบเรียน ให้ท่านทราบ และก็อยากจะกราบเรียนว่ากองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้นแนวทาง ในการบริหารงานนั้น ผมอยากจะเรียนดังนี้นะครับ อันแรกเลยเงิน ๓,๗๗๘ ล้านบาท ที่มีอยู่ทั้งหมดนะครับ เราจะส่งไปไว้ที่จังหวัดต่าง ๆ ๗๖ แห่ง เปึนเงินทั้งสิ้นประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งต่างจังหวัดเมื่อได้รับคําร้องรวดเร็ว ถ้าไม่เกิน ๓ ล้านบาท สํานักงาน สหกรณ์จังหวัดซึ่งเปึนเลขานุการของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสหกรณ์ระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานนะครับ ก็สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและก็บริการพี่น้องชาวสหกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว และก็สํารอง ส่วนกลางเพื่อที่จะทํางานตามนโยบายรัฐ ประมาณ ๖๗๐ ล้านบาท เช่น นโยบายรัฐ อย่างผลไม้ตามฤดูกาล เราก็ตั้งไว้ ๑๗๐ ล้านบาท ๑๗๐ ล้านบาทนี่ทั้งป้นะครับ เริ่มต้นจาก ทางภาคเหนือก่อน ขอโทษครับ มาลิ้นจี่ และก็มาลําไยนะครับ พอหมดทางเหนือก็ไปทาง ภาคตะวันออก ก็เงาะ ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง ทางจันทบุรี ณ บัดนี้ ๑๗๐ ล้านบาท ก็ไปอยู่ทางภาคใต้ตอนบนครับ แถวชุมพร แถวสุราษฎร์ธานี แถวนครศรีธรรมราช ตรงนั้น นะครับจะใช้๑๗๐ ล้านบาท แล้วก็ตอนหลังจากนี้อีกไม่กี่วันผลไม้ภาคใต้ตอนบนจะเสร็จ ก็ไปลองกอง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ ๑๗๐ ล้านบาทนี้เท่าเดิมนะครับ ซึ่งเราก็ กระเบียดกระเสียรอย่างเต็มที่นะครับ บางเรื่องที่เราจะต้องทํา อย่างเช่น นโยบายรัฐ ไข้หวัดนกอย่างนี้นะครับ เราอยากได้เยอะแยะเลยครับ แต่เราได้งบประมาณ เราสามารถ จัดสรรให้โครงการนี้ได้ประมาณ ๕๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ใจจริงเราอยากได้สัก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะจัดการเรื่องนี้ เพราะว่าเมื่อไข้หวัดนกเข้ามานะครับเกษตรกร เราก็ส่วนใหญ่เปึนเกษตรกรรายย่อยนะครับ มีเปึด ไก่ ที่อยู่ตามบ้านก็เสียหายกันไป นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราก็กระเบียดกระเสียรใช้ได้เท่าที่เรามีอยู่นะครับ แล้วก็อยู่ที่ลูกหนี้จริง ๆ นะครับที่หมุนเวียนกัน ตอนนี้ประมาณ ๘๒๘ ล้านบาทนี้ก็หมุนไป หมุนมานะครับ ก็ขอประทานกราบเรียนแล้วก็อยากจะเรียนนิดหนึ่งว่าเรื่องการป่ดบัญชี ของกองทุนนั้น กองทุนนี้จะสิ้นป้ทางบัญชีเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายนของทุกป้ เหมือนกับเรื่อง งบประมาณนะครับ แล้วการตรวจสอบการป่ดบัญชีนั้นเปึนหน้าที่ของสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดินที่ส่งเจ้าหน้าที่นี้เขาจะต้องเข้ามาป่ด ที่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่นี้เข้ามาป่ด เพราะฉะนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ไม่สามารถที่จะไปจัดการอะไรได้ ถ้าเขาเข้ามาป่ดก็ป่ด แล้วก็ในเรื่องของระบบบัญชีของกองทุนนั้นเปึนไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลัง กําหนด แล้วก็เรื่องหนี้จะสูญ ๑๖๐.๘๙ ล้านบาท ผมอยากจะเรียนดังนี้ หนี้จะสูญนี้ ส่วนใหญ่เปึนหนี้ที่เราดําเนินการตามนโยบายรัฐ แล้วก็ส่วนใหญ่ ๑๖๐.๘๙ ล้านบาทนี้ ผมอยากจะเรียนเลยนะครับว่าเกิดขึ้นประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๓๔ และเราจ่ายไปแล้วนะครับ แล้วก็ไม่สามารถที่จะได้คืน ในเรื่องระบบของการบริหารกองทุนนั้นผมอยากจะกราบเรียน ดังนี้ ต้องบอกว่าก่อนที่จะถึงกําหนดชําระหนี้ประมาณ ๖๐ วัน ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารกองทุนจะแจ้งไปยังลูกหนี้บอกว่าอีก ๖๐ วัน ท่านต้องชําระเท่านั้นเท่านี้ ดอกเบี้ย เท่านั้นเท่านี้ ต้นเงินเท่านั้นเท่านี้ นี่เตือนครั้งที่ ๑ เหลืออีก ๓๐ วันเราก็เตือนครั้งที่ ๒ หลังจากนั้นถ้า ๑ ถึง ๕ ป้ยังเปึนเปึนหนี้อยู่เราก็บอกว่าท่านจะต้องรีบปรับโครงสร้างหนี้ แต่ถ้าเกินตั้งแต่จาก ๖ ป้ ถึง ๑๐ ป้ปรับโครงสร้างหนี้ก็ไม่มาปรับ เราก็ต้องดําเนินคดี เหตุผลที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องให้กองทุนดําเนินคดีก็เพราะว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ตามโครงการนี้ก็ต้องขอประทานกราบเรียนนะครับว่า ต้องรับผิดชอบถ้าว่าหายไป แล้วไม่ ดําเนินการถึงที่สุด ก็ต้องรับผิดชอบในฐานะละเมิด ก็ต้องขอประทานกราบเรียนด้วยนะครับ
เรื่องสหกรณ์ที่ได้รับรางวัลพระราชทานแล้ว ตอนหลังก็เจริญลง ผมอยาก เรียนดังนี้นะครับ ผมก็ได้วิเคราะห์ก็ได้ศึกษาเรื่องนี้หลาย ๆ สหกรณ์ได้รับรางวัล พระราชทานแล้ว ตอนแรกก็ดีพอตอนหลังก็แย่ลง เหตุผลเพราะว่าตัวชี้วัดที่เราบอกว่า สหกรณ์ไหนเจริญ หรือสหกรณ์ไหนไม่เจริญเราเอาเฉพาะเรื่องของธุรกิจมาเปึนตัวชี้วัด กระผมอยากจะกราบเรียนครับว่าเรื่องของธุรกิจไม่มีใครหรอกครับที่จะเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองไปตลอด วันนี้ดวงดีก็ได้ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่บางครั้งก็ดวงไม่ดีคนอื่นเขาดวงดีกว่าเรา ก็ลําบากหน่อย ถึงจุดนั้นก็ตกต่ําลงมา ดังนั้นผมยังเห็นกับท่านสมาชิกที่ได้เสนอขึ้นมาว่า เรื่องของสหกรณ์นั้นเปึนเรื่องของอุดมการณ์ เปึนเรื่องของหลักการ ถ้าสมาชิกผู้ซึ่งรวบรวม กันก่อตั้งเปึนสหกรณ์นี้มีหลักการ มีคุณธรรมสิ่งเหล่านี้เราก็จะอยู่ได้ แล้วก็ถ้าเราเห็นว่า เปึนทุนนิยมเมื่อไรเราก็มีปัญหา ผมอยากจะกราบเรียนว่าแม้แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งตั้งในหมู่ผู้มีการศึกษาที่เจริญรุ่งเรืองก็มี แล้วก็เช่นเดียวกันสหกรณ์ออมทรัพย์ ในสถาบันการศึกษาระดับใหญ่ ใหญ่ที่สุดที่มีในประเทศไทย ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของ การทุจริตนะครับ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าเรื่องคุณธรรมนี้เปึนหลัก แล้วก็เห็นด้วย เพราะว่าเรื่องสหกรณ์นั้นคล้าย ๆ กับที่เราได้ส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์อิสลาม ซึ่งถ้า ทุกสหกรณ์ได้เน้นในเรื่องนี้ ในเรื่องของศาสนาอิสลามกับเรื่องหลักกับสหกรณ์นี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่ใกล้เคียงกันแล้วก็ไปด้วยกันได้ แล้วก็ผมบอกว่าสหกรณ์ถ้าขนาดเล็กสามารถ ที่จะควบคุมกันได้ รู้จักกันทั่วถึง ควบคุมกันได้เองโดยไม่ต้องให้คนอื่นไปควบคุมสหกรณ์ นั้นก็จะเจริญ แล้วก็ผมอยากจะเรียนว่าเรื่องของสหกรณ์นั้น เรื่องของการส่งออก กล้วยหอมทองของสหกรณ์การเกษตรท่ายาง และสหกรณ์การเกษตรบ้านลาดนะครับ ไปยังสหกรณ์โตโต้ของญี่ปุ์น อันนี้เปึนไปตามหลักสหกรณ์ข้อที่ ๖ คือความร่วมมือกัน ระหว่างสหกรณ์ คําว่า สหกรณ์ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีศาสนา ถ้าอยู่สหกรณ์ที่ไหน สหกรณ์ก็ในประเทศไทยหรือสหกรณ์ในประเทศอื่น เพราะเขารู้ว่า สหกรณ์เขาจะถือว่าเปึนพวกเดียวกัน ผมอยากจะเรียนสหกรณ์การเกษตรท่ายาง กับสหกรณ์การเกษตรบ้านลาดของเราเปึนสหกรณ์ผู้ผลิต แล้วก็สหกรณ์โตโต้ของญี่ปุ์น เปึนสหกรณ์ผู้บริโภค เขาก็จับมือกันนะครับ แล้วก็ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก สหกรณ์ท่ายาง สหกรณ์บ้านลาดกับสมาชิกสหกรณ์โตโต้ เขามีความสัมพันธ์กันดีมาก แม้แต่บางครั้งบางป้ชาวญี่ปุ์นเปึนสมาชิกสหกรณ์โตโต้แห่งญี่ปุ์น เขาได้มาเมืองไทย แล้วก็ได้ไปเยี่ยมสมาชิกสหกรณ์ท่ายาง ได้ไปเยี่ยมสมาชิกสหกรณ์บ้านลาด ผู้ซึ่งปลูกกล้วยหอมส่งให้เขาได้รับประทานนั้น ก็บอกว่าไปดูว่าเขาจะปลูกกันอย่างไร อินทรีย์จริงหรือเปล่า ใส่ปุิยใส่อะไร ใช้สารเคมีเปึนไปตามความต้องการหรือเปล่า เขาขอไปดู แล้วบางคนยังขอนอนพักที่บ้านสมาชิกสหกรณ์การเกษตรท่ายาง หรือบ้านลาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเปึนเรื่องดีที่จะช่วยเศรษฐกิจของเรากับของ พ่อแม่พี่น้องของเราได้ทางหนึ่ง แล้วผมก็อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องของกองทุน พัฒนาสหกรณ์นั้น สําหรับป้ใกล้ ๆ ที่ผ่านมา ผมมีข้อมูลอยู่ว่า เมื่อป้ ๒๕๕๑ งบประมาณ ป้ก่อนเราขอไป ๕๐๐ ล้านบาท ได้ ๕๐ ล้านบาท งบประมาณจัดสรรให้ ๕๐ ล้านบาท แล้วก็ป้นี้ป้ ๒๕๕๒ ขอไป ๕๖๐ ล้านบาท ได้มา ๑๓๙ ล้านบาท แล้วที่ได้มาก็ต้องไปทํา ในโครงการของรัฐ ผมบอกได้เลยว่าเอาไปเรื่องส่งเสริมเรื่องผลิตพืชพลังงานทดแทน คือปาล์มน้ํามันของจังหวัดภาคใต้ ซึ่งกําหนดมาอย่างนี้ แล้วผมอยากจะกราบเรียน นิดหนึ่งนะครับ บางครั้งกองทุนพัฒนาสหกรณ์นี้คณะกรรมการบริหารกองทุนใช้จ่ายเงิน ช่วยสมาชิกสหกรณ์ โดยบางโครงการซึ่งเปึนโครงการของรัฐ ทางราชการให้ ธ.ก.ส. เปึนแหล่งเงินทุน แต่มีดอกเบี้ยสูง ยกตัวอย่างเรื่องของการปลูกปาล์ม ปลูกยางอะไร เหล่านี้จะประมาณ ๗ บาท หรือ ๗.๕๐ บาท ซึ่งในการลงทุน อย่างปลูกยางก็ ๗ ป้ ปลูกปาล์มน้ํามันก็ ๓ ป้ ถึง ๓ ป้ครึ่ง ถึงจะได้คืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนการลงทุนระยะยาว แต่สมาชิกเราไม่สามารถที่จะจัดการได้ รับภาระดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ร้อยละ ๗.๕ ได้ ทางคณะกรรมการกองทุนก็เลยต้องชดเชยให้กับ ธ.ก.ส. อีกประมาณ ๓ หรือ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งให้เหลือดอกเบี้ยแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งให้เกษตรกรของเรา สมาชิกสหกรณ์ของเราสามารถที่จะอยู่ร่วมกัน หรือดําเนินงานตามโครงการได้ครับ
สําหรับในเรื่องของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่งว่า การจัดสรรที่ดินของกรมส่งเสริมสหกรณ์เราใช้ พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑เมื่อเข้าไปอยู่แล้วก็ประมาณ เมื่อได้ที่ดินก็ได้ กสน. ๓ พอได้ กสน. ๓ แล้วก็ ทํากินไปประมาณ ๕ ป้ ถ้าทํากินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทําเต็มพื้นที่แล้ว อยู่จริงไม่ได้ให้คน อื่นทํา หาประโยชน์ใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อตนเองและครอบครัวเปึนหลัก เราจะ ออก กสน. ๕ ให้ แล้วทีนี้ก็มีท่านถามมาว่าถ้าไม่ชําระหนี้จะไม่ออก กสน. ๕ ให้ อันนี้ เปึนเรื่องจริงนะครับ แต่ผมจะต้องขอประทานกราบเรียนนะครับว่า ตรงนั้นเปึนเรื่องของ หนี้สินสหกรณ์ กองทุนพัฒนาสหกรณ์เราให้สหกรณ์เปึนผู้ที่เปึนลูกหนี้เท่านั้น สําหรับสมาชิกที่มากู้สหกรณ์ก็เปึนเรื่องหนี้ระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกของเขาเอง แล้วก็ผมบอกว่าปัญหาเรื่องนี้คงไม่ใช่เปึนปัญหาใหญ่ ก็คงจะจัดการได้ แล้วก็มีไม่กี่ราย ในบ้านเราเมืองเรา ที่เกิดขึ้นว่าไม่สามารถที่จะออก กสน. ๕ ได้ เพราะว่าติดหนี้กับ สหกรณ์ เพราะว่าคนที่ได้ กสน. ๕ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ เปึนผู้ที่ขยันขันแข็ง ในการประกอบอาชีพ ผมว่าปัญหานี้คงไม่ค่อยจะมี ก็ขอประทานกราบเรียนกับ ท่านประธานว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์น้อมรับคําชี้แนะ แล้วก็จะนําไปปรับปรุงให้ กองทุนพัฒนาสหกรณ์นี้เปึนประโยชน์กับสมาชิกสหกรณ์ต่อไป แล้วผมขอประทาน กราบเรียนว่า กองทุนพัฒนาสหกรณ์เปึนกองทุนเดียวที่ได้รับการชื่นชม จากกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าของกองทุน บอกว่าที่ยังคงอยู่แล้วก็ไม่ล้มหายตายจากไปก็ยังเปึนที่พึ่งของสมาชิกสหกรณ์ได้ และก็มี ความเจริญก้าวหน้า แต่ผมอยากจะเรียนว่ากองทุนจะเพิ่มได้ ต้องขอให้ท่านได้ช่วยกัน และก็ผมอยากเรียนว่าในปัจจุบันนี้ทุกคน ทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร หรือ ไม่ใช่เกษตรกรที่อยู่ในชนบท แม้แต่พวกเราซึ่งอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม พูดง่าย ๆ นะครับว่าเปึนผู้รับจ้างอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมก็อยากที่จะตั้งเปึนสหกรณ์ทั้งหมด แต่กองทุนเรายังมีเงินแค่จิ๊บจ๊อย ถ้าสิ่งที่กรมส่งเสริมสหกรณ์อยากจะได้ ผมบอกว่า กองทุนเราน่าจะมีเงินทุนสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็คงจะทําให้งานของเราการส่งเสริม สหกรณ์ของเราได้ดีขึ้น และอยากจะกราบเรียนว่าทั้งหมดของกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้น ชําระหนี้ได้ตามปกติ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ มี ๖ เปอร์เซ็นต์นะครับที่ชําระหนี้ไม่ได้ แล้วผมต้อง ขอประทานกราบเรียนว่าหนี้สงสัยจะสูญ ที่ได้ตั้งไว้ก็คือเอาจากส่วนเหลื่อมพูดง่าย ๆ ว่า คือจากดอกเบี้ยที่ได้มาจากกําไรที่เอาไปชดเชยไว้หมดแล้วนะครับ ขอประทานกราบเรียน ด้วยความเคารพครับผม
คุณเจะอามิง โตะตาหยง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตเรียนเปึนตั้งข้อสังเกตและฝากไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ ประเด็นว่าขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง และ มีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านได้กรุณาเรียนต่อที่ประชุมว่า เงินส่วนหนึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าท่านจะลงไปจัดซื้อลองกองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเปึนการให้การดูแลชาวสวน ซึ่งป้นี้ผมขออนุญาตเรียนตั้งข้อสังเกตต่อท่าน ฝากไปยัง ท่านประธานไปถึงผู้มาชี้แจงว่า ป้นี้ท่านต้องให้ความกรุณา ๑. เรื่องการเงินที่จะไปจัดซื้อ ลองกองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องไปล่วงหน้า อย่างป้ที่แล้ว ๆ มา เท่าที่ผมทราบมา ลองกองสุกแล้วเงินยังไม่ถึง ก็เปึนประเด็นหนึ่งทําให้มีปัญหาลองกองทางจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากต่อไปว่าในการดูแลปัญหาพืชผล โดยเฉพาะไม่กี่เดือน ข้างหน้า เรื่องลองกองจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าพ่อค้า ไม่กล้าไปซื้อในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องอาศัยหน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งดูแล ปัญหาในด้านพืชผลโดยเฉพาะเข้าไปดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนว่า ท่านต้องให้ความสําคัญเปึนประเด็นลําดับต้น ๆ เหตุผลก็เพราะว่าเพื่อต้องการช่วยเหลือ พี่น้องซึ่งอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากปัญหาราคายางซึ่งมีราคาสูง ก็จริงในขณะนี้ แต่ว่าไปตัดยางก็ไม่ได้เพราะความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินเขาไม่มี ต่อไป ข้างหน้าก็คือถึงแม้จะมีลองกองออก แต่ว่าก็ไม่มีพ่อค้าที่จะไปซื้อลองกอง เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่ท่านจะต้องให้การสนับสนุนตอนนี้ท่านต้องให้การดูแลอย่างฉับไวและก็ราคา ต้องให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรีบด่วน ตอนนี้ผมเอง ต้องขอขอบคุณเพียงแต่ว่าฝากเปึนข้อสังเกตและฝากท่านไว้ในการดูแลอย่างใกล้ชิดกับ พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ผมขออนุญาตฝากท่านนิดหนึ่งครับกรมส่งเสริม การเกษตรเท่าที่ผมฟังมานิดเดียวครับประเด็นเดียว เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ํามันในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ มีไปถึงหน่วยงานของท่านในจังหวัดชายแดนภาคใต้น้อย เท่าที่ผมทราบ บางอําเภอได้ไม่กี่พันบาทครับ คนเหล่านี้คนของท่านจะต้องไปดูแลจะต้องเข้าไปในพื้นที่ งบน้ํามันเงินไม่มี น้ํามันไม่มี ทําให้ไปดูแลพี่น้องประชาชนซึ่งเขาต้องไปดูแลโครงการนี้ไม่ได้ ท่านต้องลองกลับไปดูนิดหนึ่งครับว่า งบประมาณค่าน้ํามันไปให้กับเกษตรอําเภอ บ้างครับ ขอบคุณครับ
ท่านรองจิตรกรมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรองอธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ คุณจิตรกร สามประดิษฐ์ ท่านผู้อํานวยการสํานักพัฒนาระบบ บริหารจัดการสหกรณ์ คุณบุญชง สมทรง นะครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร นิดหน่อยนะครับ
ผมคงไม่ใช้เวลามาก เพราะว่าเปึน เรื่องที่สําคัญของสมาชิกสหกรณ์ทั่วทั้งประเทศนะครับ ฝากไว้ก็ได้ครับ ท่านช่วยกรุณาทํา ตัวเลขส่งมาถึงทางผมหรือพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้นะครับ คือประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ ท่านชี้แจงบอกว่าปัจจุบันถ้าให้เงินกู้ไปยังสหกรณ์ในการที่จะไปทําธุรกิจต่อเนื่อง คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๖ ใช่ไหมครับ ประเด็นนั้นถ้าหากว่าท่านช่วยกรุณาทําตัวเลขมา ว่าภายใต้กองทุนที่อํานวยสินเชื่อปัจจุบันนั้น ถ้าหากว่าคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ครึ่งหนึ่งจะมี ผลต่อรายได้ของกองทุนอย่างไรหรือไม่ แล้วก็เปึนจํานวนตัวเลขที่จะต้องชดเชยต่อป้เปึน จํานวนเท่าไรต่อป้ ๒. ก็คือว่าตัวเลขที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมสําหรับการที่กองทุนจะมียอด สินเชื่อที่บอกว่าถ้าได้สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดีนั้น เอาของจริงนะครับว่า ถ้าหากว่า ในช่วง ๔ ป้ ป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ ป้ที่ ๔ ป้ที่ ๕ เพื่อบรรลุสู่วงเงินดังกล่าวนั้นยอดเงินจะเปึน เท่าไร และต่อป้จะต้องเพิ่มเท่าไร ภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ํา เพราะว่าเมื่อสักครู่เราได้ พิจารณาในส่วนของเอ็กซิม แบงก์ มา ต้นทุนธนาคารพาณิชย์ลักษณะอย่างนั้นซึ่งต้องมี การเช่าสถานที่เอง มีผู้บริหารระดับสูงลงมาถึงระดับล่าง โครงสร้างขนาดใหญ่อย่างนั้น ต้นทุนอยู่ที่ ๕.๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ของเรานั้นส่วนใหญ่ ข้าราชการเปึนทั้งผู้บริหาร เปึนทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดครับ ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะมีต้นทุน อยู่ที่เท่าไร มันน่าจะต่ํากว่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าอยู่ในอัตรา ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นจะเปึน การช่วยสหกรณ์ให้เข้มแข็งขึ้น ๒. ก็คือว่าสหกรณ์ก็ไปคิดดอกเบี้ยกับสมาชิกซึ่งเปึน เกษตรกรในอัตราที่ถูกลงมาด้วย ตรงนี้ก็จะเปึนการช่วยเหลือสหกรณ์และเกษตรกร ทั้งประเทศนะครับ ก็ฝากท่านรองอธิบดีช่วยกรุณาส่งมาที่สภาหรือว่าส่งมาที่พรรค ประชาธิปัตย์ก็ได้นะครับ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้รับทราบรายงานผลการสอบบัญชีของกองทุน พัฒนาสหกรณ์ สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ และ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ เรียบร้อยแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก เจ้าหน้าที่ของสภา ทุกท่านครับ ป่ดประชุมครับ ผมปวดปัสสาวะพอดีครับ