อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการสนับสนุนระบบสหกรณ์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบสหกรณ์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคเกษตร และเรียกร้องการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสหกรณ์เพื่อเพิ่มส่วนสินทรัพย์เงินทุนของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ และยังหารือเรื่องการช่วยเหลือสหกรณ์เกษตรด้วยการให้ความรู้และประสบการณ์ทางด้านการตลาด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงรายงานของกองทุนพัฒนาสหกรณ์เปึนรายงานที่รอพิจารณามาเปึนเวลา นานทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระผมโดยส่วนตัวนั้นก็เคยเปึนที่ปรึกษาสันนิบาต สหกรณ์แห่งประเทศไทยมาหลายสมัย หลังสุดขณะนี้ก็ยังเปึนที่ปรึกษาของชุมนุมสหกรณ์ เครดิต ยูเนียน (Credit Union) แห่งประเทศไทย นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่มีต่อ ระบบสหกรณ์ของประเทศไทย ด้วยความเชื่อเหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ที่นี้ว่า ระบบสหกรณ์จะเปึนเสมือนพลังขับเคลื่อนภาคเกษตร ภาคบริการ ของประเทศไทย และเปึนเหตุผลว่าทําไมด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้มีพระราชดําริในการสนับสนุนระบบสหกรณ์เปึนมาโดยตลอดในช่วงรัฐสมัย ของพระองค์ท่าน และเปึนเหตุผลว่าทําไมในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับแรกเปึนต้นมา การสนับสนุนส่งเสริมระบบสหกรณ์จึงปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุนี้เองภายใต้กระบวนการของฝ์ายนิติบัญญัติทางกฎหมาย เพื่อให้การสนับสนุน ส่งเสริมระบบสหกรณ์เปึนไปอย่างมั่นคงต่อเนื่อง จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ สหกรณ์ ถ้ากระผมจําไม่ผิดในป้ ๒๕๔๒ ภายใต้รัฐบาลชวน ๒ ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติสหกรณ์ป้ ๒๕๑๑ ถ้าหากว่าจําไม่ผิดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเหตุว่า กระบวนการสหกรณ์นั้นยังมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ ในภาคของเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ด้วยเหตุนี้เองในพระราชบัญญัติป้ ๒๕๔๒ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระบบการสนับสนุนที่เรียกว่า กองทุนพัฒนาสหกรณ์ ขึ้น จากเดิมซึ่งเปึนเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมการสหกรณ์ ก็เปลี่ยนมาเปึนกองทุนพัฒนา สหกรณ์ พร้อมกันนั้นโดยมติคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังจึงได้ให้มีการรายงาน การดําเนินงานและงบการเงินต่อคณะรัฐมนตรีและต่อรัฐสภา ความจริงรายงานที่ปรากฏ โดยการตรวจของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ๓ ป้รวดนะครับ งบการเงินในป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๗ ย้อนหลัง ๓ ป้นั้น สิ่งหนึ่งที่วันเวลาได้ล่วงเลยมาสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนถาม เพราะว่าเปึนความสงสัยข้องใจทีเดียว เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ด้วยตัวเองนะครับ เพราะว่าอาจจะเปึนปัญหาเชิงนโยบายด้วย นั่นก็คือในเรื่องของการ เติบโตและปัญหาการดําเนินการในส่วนกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ท่านประธานคงทราบ นะครับว่า ภายใต้พระราชบัญญัติสหกรณ์นั้นเราจะมีการรวมกลุ่มของกสิกรเปึน ๒ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งเรียกว่า สหกรณ์ อีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า กลุ่มเกษตรกร แน่นอนที่สุดว่า ทุนดําเนินการในส่วนของสหกรณ์ ไม่ว่าทั้งที่เปึนสหกรณ์หรือเปึนกลุ่มเกษตรกรนั้นจะมีข้อ อ่อนด้อยอยู่ ก็คือในเรื่องของทุนดําเนินการนอกเหนือจากทุนประเดิมเริ่มต้นในการสะสม เปึนหุ้นส่วนในลักษณะการถือหุ้น อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้การดําเนินการของสหกรณ์นั้น เปึนไปโดยมีประสิทธิภาพและมีการขยายความหลากหลายของการประกอบธุรกิจ ของสหกรณ์ จําเปึนเหลือเกินว่าจะต้องได้เงินทุนสนับสนุนหรืออย่างน้อยเงินกู้จากทาง ราชการ แต่ถ้าหากท่านประธานจะได้ดูถึงงบดุลสิ้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๗ ในส่วนของสินทรัพย์เราเพิ่มขึ้นน้อยมากครับ ป้ ๒๕๔๗ นั้น มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น ๓,๔๒๓ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ๓,๕๕๓ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ๓,๖๘๐ ล้านบาท เมื่อมาดูในส่วนของเงินทุนแทบจะไม่ได้ขยับเลย ทั้งที่โดยแท้ที่จริงแล้ว ต้องถือว่ากลไกกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้นเปึนหัวใจส่วนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันภายใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้น ไม่ใช่มีเฉพาะในเรื่องของกองทุน พัฒนาสหกรณ์เท่านั้นในการที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์ของเรา แต่สิ่งที่กระผมได้เห็นในรายงานงบดุลแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนตัวเลข ในเรื่องของสินทรัพย์ก็ดี ตัวเลขของตัวเงินทุนก็ดี แล้วยิ่งไปดูในเรื่องของลูกหนี้สินเชื่อ หนี้ที่จะสูญ มันสะท้อนอย่างหนึ่งว่าความมุ่งหวังและเปัาหมายในการที่จะพัฒนาส่งเสริม ระบบสหกรณ์ให้ก้าวหน้าต่อไปนั้นดูประหนึ่งว่าจะเปึนความฝันที่เรายังอยู่ห่างไกล จากความเปึนจริง ที่กระผมเรียนท่านประธานว่าเสียดายที่ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ไม่ได้มาตอบด้วยตัวเองก็เพราะว่าต้องการที่จะถามในเชิงนโยบายด้วย ในเชิงนโยบาย ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ว่าเราจะเพิ่มในส่วนสินทรัพย์เงินทุนมากกว่านี้ได้หรือไม่ ๒. ก็คือว่าในการแก้ไขปัญหาการดําเนินการของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ โดยเฉพาะ ในเรื่องของหนี้สินซึ่งมีหลากหลายประเภทเหลือเกินนี้ครับ แล้วก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ผมได้มี โอกาสไปตรวจเยี่ยมสหกรณ์ซึ่งถือว่าเคยได้รับรางวัลอันดับหนึ่งของประเทศไทยก็คือ สหกรณ์ที่พิมาย การที่เดินทางไปดูในฐานะที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยด้วย และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย เพราะว่ามีความสงสัยอย่างเหลือเกินว่า ทําไมสหกรณ์ซึ่งเคยได้อันดับหนึ่งในการดําเนินงานของสหกรณ์นั้นจึงประสบภาวะ ขาดทุน และเราก็ได้เห็นความจริงประการหนึ่งว่าการส่งเสริมสหกรณ์นั้นนอกเหนือจาก เรื่องของเงินทุน เรื่องของการบริหารจัดการแล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือการส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจที่หลากหลายของสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร คําชี้แจงและสิ่งที่เรา ได้สรุปจากการไปตรวจเยี่ยม และก็เปึนความเจ็บปวดทีเดียวนะครับ ที่เห็นความถอยหลัง ของสหกรณ์ที่เคยได้อยู่ในชั้นอันดับ ๑ ของประเทศนั้น ก็คือปัญหาเรื่องของการบริหาร จัดการในทางธุรกิจที่เพิ่มความหลากหลาย ในขณะที่ขาดความชํานาญในการประกอบ ธุรกิจ ประกอบกับคณะกรรมการอํานวยการสหกรณ์ หรือกรรมการบริหารสหกรณ์นั้น ยังติดขัดอยู่ในเรื่องของตัวบทกฎหมายที่องค์ประกอบนั้นกรรมการมาจากพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเปึนผู้ถือหุ้นและเปึนสมาชิก แต่ขณะเดียวกันการส่งเสริมระบบสหกรณ์ของเรานั้น เราก็ส่งเสริมพยายามที่จะให้มีการประกอบธุรกิจขยายตัวมากขึ้น แต่ศักยภาพและ ความเปึนจริงขององค์ประกอบในส่วนของคณะกรรมการก็ดี และความชํานาญการในเรื่องการบริหารจัดการก็ดี ตรงนี้เปึนอุปสรรคหนึ่งที่ทําให้ การบริหารสหกรณ์นั้นประสบปัญหา และต่อเนื่องมาถึงการชําระสินเชื่อต่าง ๆ ซึ่งก็ รวมไปถึงสินเชื่อที่มาถึงกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ที่เรากําลังรับทราบรายงานในขณะนี้ นั่นคือตัวอย่างหนึ่งของสหกรณ์ที่ผมอยากจะเรียนถามว่าในกรณีอย่างนี้ แน่นอนเราคงไม่ ส่งเสริมสหกรณ์ด้วยการพิจารณาเฉพาะเรื่องของกองทุนเท่านั้น โดยการให้สินเชื่อ ไปประกอบธุรกิจขยายทุนหมุนเวียนแต่เพียงเท่านั้น แต่ว่าองค์ประกอบอื่นในการที่จะ สนับสนุนส่งเสริมในการที่ทางสหกรณ์นั้น ซึ่งแน่นอนส่วนใหญ่ก็คือการให้สินเชื่อต่อไป ถึงสมาชิก หรือการให้กู้ยืมและสินเชื่อการซื้อขายอุปกรณ์ในการเกษตร และรวมไปถึง เรื่องปุิยและอื่น ๆ รวมทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ซึ่งน่าจะต่ํากว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับ การสะท้อนมาก็คือว่า ต้นทุนดําเนินการสูงและอาจจะแข่งขันต่อสู้ไม่ได้ เพราะอัตรา ดอกเบี้ยก็ดี เพราะปัญหาในเรื่องของการขาดทักษะในการบริหารจัดการก็ดี ผมได้เห็น การพัฒนาส่วนหนึ่งที่ก้าวหน้าของสหกรณ์หลายแห่ง แต่ว่าก็ได้เห็นถึงความด้อยโอกาส ในการพัฒนาของสหกรณ์ในอีกหลายแห่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นในวันนี้เมื่อมาเห็นการ ไม่ขยับตัวของสินทรัพย์ การไม่ขยับตัวของสินเชื่อและรวมไปถึงเงินทุน ก็พอจะเข้าใจได้ว่า การสนับสนุนส่งเสริมระบบสหกรณ์ของเรานั้น ดูเหมือนว่ายังมีข้อจํากัดและเพดานในการ ที่จะขยายตัว จึงอยากจะเรียนถามว่าในงบดุลและงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบมานั้น คงจะไม่ต้องดูแล้วว่ามีความถูกต้องในทางบัญชีอย่างไร แต่ว่าสิ่งที่อยากจะถามก็คือว่า ผลการดําเนินการที่ผ่านมาใน ๓ ป้ ของรอบบัญชีที่รายงานในวันนี้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ – ๒๕๔๙ นั้น ทําไมสินทรัพย์เราแทบจะไม่เพิ่มขึ้น ทําไมสินเชื่อเรายังมีปัญหาค่อนข้างมาก และรวมไปถึงเรื่องของเงินทุน มีโอกาสหรือไม่ ถ้าหากท่านจะได้ชี้แจงต่อสภาซึ่งเราจะเปึน ผู้ที่จะให้การอนุมัติงบประมาณ การจะเพิ่มเติมงบประมาณใด ๆ ในส่วนของกองทุนซึ่งอยู่ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ในแต่ละป้ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้น ของการแปรญัตติ ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากว่าได้รับฟังข้อเท็จจริง เหตุผลที่เหมาะสม ก็ไม่มีเหตุผลเปึนอย่างอื่นในการที่จะไม่สนับสนุนให้มีการเพิ่มในส่วน ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพราะนี่คือสิ่งที่เรามีความเชื่อมั่นอย่างเหลือเกินนะครับ หลายครั้งที่ระบบสหกรณ์นั้นได้ก้าวหน้า ผมยกตัวอย่างบางเรื่อง และคิดว่าได้อาศัย กรมวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ยกตัวอย่างเช่น สหกรณ์การเกษตรท่ายางและบ้านลาดที่เพชรบุรี ผมเพิ่งเดินทางไปดูงานของ คณะกรรมาธิการการพลังงาน ที่ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ได้ลงไปเดินดูที่ตลาดและ ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เพราะส่วนใหญ่ผมจะชอบไปดู แล้วก็ได้เห็นกล้วยหอมทอง กล้วยหอมทองที่ขายในญี่ปุ์นนั้นมาจากจังหวัดเพชรบุรี เราได้ทําการส่งออกกล้วยหอมทอง โดยเกษตรกรโดยแท้ทีเดียวนะครับท่านประธาน เดือนหนึ่ง ๒,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ คอนเทนเนอร์ (Container) แล้วก็ส่งออกติดต่อกันมาเปึนเวลา ๑๐ ป้กว่าแล้ว ตั้งแต่ผมเปึนผู้แทนราษฎร ครั้งแรก นั่นคือสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งและศักยภาพในการที่พัฒนาการผลิต ตั้งแต่สมาชิกซึ่งปลูกกล้วยหอมทอง มาจนกระทั่งการใช้เงินทุนที่ได้จากการสนับสนุนของ รัฐก็ดี หรือจากการกู้ยืมเงินหรือการระดมทุนในส่วนของสมาชิก มาสู่การปรับปรุงคุณภาพ ตั้งแต่การผลิต ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา รวมไปถึงการส่งออก แต่เรียนท่านประธานว่า สิ่งหนึ่งที่อยากฝากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ไปด้วยเพื่อพิจารณาว่า นอกเหนือจากการดูแล ในเรื่องของการให้สินเชื่อหรือการติดตามสินเชื่อและบริหารความเสี่ยงและการบริหารหนี้ ให้เปึนไปตามกฎหมาย ผมเชื่อว่าการนําแนวทางการบริหารของเอกชนมาใช้ในการ บริหารสหกรณ์ในระบบของสินเชื่อที่เราใช้ผ่านกองทุน ซึ่งต้องถือว่าไม่มีต้นทุนเพราะว่าได้ใช้เงินของรัฐในการจัดตั้ง ลองฝากช่วยพิจารณาว่า ในเรื่องของการคิดค่าตอบแทนของการให้สินเชื่อดังกล่าวนั้น ทําอย่างไรจะให้ต่ําที่สุด และ
ข้อ ๒ ก็คือทําอย่างไรจะให้เราสามารถที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือ ทางวิทยาการและประสบการณ์ทางด้านการตลาด นี่คือจุดอ่อนที่สุดครับ จุดอ่อนที่สุด โดยเฉพาะสหกรณ์นั้นเปึนระบบของการผลิต ดังนั้นตัวอย่างที่ผมได้ยกมาที่ทางสหกรณ์ การเกษตรของเพชรบุรีได้ดําเนินการ เราได้ดําเนินการผ่านช่องทางหนึ่งซึ่งผมได้คุยกับ ท่านเอกอัครราชทูตไทยประจําประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ท่านอุปทูต แล้วก็ท่านทูตพาณิชย์ บอกว่าถ้าหากว่าเราสามารถที่จะจับคู่ นั่นก็คือสหกรณ์ผู้บริโภค เช่น ในญี่ปุ์นนั้นสหกรณ์ ผู้บริโภคจะมีอํานาจสูงมาก มีสมาชิกหลายล้านคน การขายสินค้าของสหกรณ์ ตัวอย่าง คือ กล้วยหอมทองนั้น ที่ประสบความสําเร็จคือมีตลาด และตลาดนั้นคู่สัญญาก็คือ สหกรณ์โตโต้ของประเทศญี่ปุ์น เปึนสหกรณ์ผู้บริโภค นี่คือการที่ทําให้เราสามารถพัฒนา ต้นน้ําถึงปลายน้ําได้แล้วก็ทําให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าสําหรับเกษตรกรที่เปึนสมาชิก สหกรณ์และรวมไปถึงการสามารถที่จะใช้หนี้ หรือการที่สหกรณ์สามารถที่จะใช้ เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ได้อย่างเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นจึงอยากฝาก ประเด็นนี้ว่าถ้ากองทุนพัฒนาสหกรณ์จะช่วยดูแลเพิ่มเติมในส่วนของต้นน้ําถึงปลายน้ํา ในเชิงวิชาการหรือเชิงประสบการณ์ก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และรวมไปถึงคําถามแรก นะครับว่ามีโอกาสแค่ไหนที่เราจะขยับในส่วนของสินทรัพย์ เงินทุน สินเชื่อ ให้ได้มากกว่า นี้พร้อมกับการที่ลดต้นทุนของการให้สินเชื่อดังกล่าวต่อระบบสหกรณ์ทั้งประเทศ ขอบคุณ ท่านประธานครับ