สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

นคร มาฉิม ระบุถึงความสำคัญของคดีของศาลรัฐธรรมนูญและขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของศาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ และขอให้เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงแนวคิดในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปกป้องตุลาการรัฐธรรมนูญและเรียกร้องการหาวิธีการป้องกันอิทธิพลของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติในการแทรกแซงการตัดสินคดีของศาล

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมต้องขอถือโอกาสนี้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่และก็เจตนารมณ์ของศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งแนวทางการวินิจฉัยและบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กําหนดเปึนทิศทางในการ ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนที่ทราบกันดีว่าอํานาจ อธิปไตยนี้นะครับเปึนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์พระองค์ท่านจะใช้อํานาจ อันศักดิ์สิทธิ์นี้นะครับ ผ่าน ๓ องค์กรหลัก ก็คืออํานาจในฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีผู้ปฏิบัติ หน้าที่อยู่ก็คือ ส.ส. และก็ ส.ว. อํานาจบริหารก็คือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และก็อํานาจตุลาการก็คือศาลต่าง ๆ ซึ่งเปึนผู้ตีความและบังคับใช้กฎหมายที่ผ่าน ความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องขอชื่นชมก็เนื่องจากว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนเรื่องที่สามารถที่จะ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ เปึนเรื่องที่จะกําหนดกรอบในการที่จะเปึนหางเสือคัดท้าย ให้ประเทศไทยเดินไปสู่ทิศทางใด ผมเองนะครับ ได้ติดตามการทํางาน ได้ติดตามการ ปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตุลาการรัฐธรรมนูญ คดีที่ผมขออนุญาต ที่จะยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านประธานและท่านพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้พิจารณา เพิ่มเติม ก็คือคดีอันลือลั่นเรื่องการซุกหุ้นของอดีตนายกรัฐมนตรี ผมจะไม่พูดถึง รายละเอียด เพราะในรายละเอียดปรากฏอยู่ในคําวินิจฉัยแล้ว แต่คําวินิจฉัยในครั้งนั้น นะครับ หลายท่านก็ทราบว่ามีมติของตุลาการค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกันมาก ก็คือ ๘ ต่อ ๗ เพราะฉะนั้นแต่ละเสียงหรือแต่ดุลยพินิจของความเห็นของตุลาการในแต่ละ ท่านนั้นสามารถที่จะพลิกว่าถูกหรือผิด ขาวหรือดํา และก็จะกลายเปึนประวัติศาสตร์ทางกฎหมายที่จะให้ลูกหลานของพวกเราทุกคน ที่จะศึกษาในด้านกฎหมาย จะได้เข้าใจ จะได้ศึกษา แล้วก็เปึนแบบ เปึนบรรทัดฐาน เพราะคําวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันทุกองค์กรก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายนิติบัญญัติหรือองค์กรราชการอื่น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ อนุญาตที่จะกล่าวถึงอํานาจหน้าที่ของตุลาการรัฐธรรมนูญสักเล็กน้อย ก็คือ

อํานาจที่ ๑ นะครับ อํานาจในการที่จะวินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับในเรื่องใด ของพรรคการเมืองจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ หรือขัด หรือแย้งกับหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ที่ผมต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมากราบเรียน ต่อท่านประธานก็เพื่อที่จะ ๑. แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๒. ก็คืออยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงแทนศาลรัฐธรรมนูญ ว่าแนวคิดของท่านจะมีความ คิดเห็นที่จะเปึนบรรทัดฐานให้สมาชิกรัฐสภาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร โดยเฉพาะ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่บังคับใช้เปึนกฎหมายแม่บทอยู่ในปัจจุบันนี้ ห้ามมิให้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือ ส.ส. กับ ส.ว. เข้าไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยวในทาง ใด ๆ ก็แล้วแต่กับส่วนราชการประจําทั้งหมด ท่านจํากัดกรอบให้สมาชิกรัฐสภาสามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในสถานะหนึ่งก็คือสมาชิกรัฐสภาอยู่ในฐานะที่เปึนผู้แทนปวงชน ชาวไทยมีความเปึนอิสระที่จะแสดงความคิดเห็น มีความเปึนอิสระในการที่จะปกปัอง รักษาผลประโยชน์และดูแลทุกข์สุขของคนไทยในฐานะผู้แทนปวงชน อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ในเรื่องนี้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของตุลาการรัฐธรรมนูญ แม้ว่าวันนี้ ตัวคณะตุลาการเองท่านจะไม่ได้มาชี้แจง แต่ผู้บริหารสูงสุดท่านหนึ่งก็คือเลขาธิการของ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มาชี้แจงแทน อยากจะฟังว่าท่านตีกรอบให้กับสมาชิกรัฐสภา สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างไร แค่ไหน และก็เพียงใด เพื่อไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้แทนปวงชนนั้นไปขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญตาม ๒ มาตราดังกล่าวข้างต้น

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เคยดํารงตําแหน่งเปึนประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของสภา ผู้แทนราษฎร เมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๘ มุ่งหวังครับ มุ่งหวังที่จะให้สถาบันพรรคการเมือง ซึ่งเปึนองค์กรหลักในการที่จะนําเอาแนวนโยบายและก็สะท้อนความต้องการ ของประชาชนในแต่ละภูมิภาค แต่ละพื้นที่ แต่ละสาขา แต่ละภาคส่วน เข้ามาเปึน แนวนโยบายในการที่จะบริหารราชการแผ่นดินในฐานะเปึนผู้แทนปวงชน และก็เปึน สถาบันที่พึ่งหวังของคนไทย ผมต้องการมองเห็นพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง มีความเข้มแข็ง แล้วก็ยืนอยู่คู่กับสังคมไทย ตราบใดที่เรายังมีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขอยู่ เพราะฉะนั้นครับการยุบพรรค การเมือง อันที่จริงถ้าในส่วนตัวของผม ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการยุบพรรคการเมือง ง่ายเกินไป แต่เนื่องจากว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ใน มาตรา ๒๓๗ ก็ชัดเจนว่า ถ้าเกิดว่าพรรคการเมืองนั้นมีผู้บริหารเข้าไปเกี่ยวข้องรู้เห็น ในการกระทําความผิดกฎหมาย ตุลาการรัฐธรรมนูญนะครับก็มีอํานาจในการที่จะวินิจฉัย ว่ายุบพรรคการเมืองนั้นได้ คือกฎหมายนี่นะครับเกิดมาแล้ว แล้วก็ใช้บังคับแล้ว แต่ว่าถ้ามีการกระทําความผิด ก็สามารถที่จะนําไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้เช่นเดียวกัน พรรคการเมืองที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในปัจจุบันทุกพรรคการเมือง ถ้ากระทําความผิดก็ควรที่จะ ถูกยุบ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ถ้าเกิดว่าถึงที่สุดแล้วถ้าเกิดว่าทําผิด หรือว่าต้องด้วย องค์ประกอบในการกระทําความผิดที่จะต้องถูกยุบพรรคการเมือง เราก็พร้อมที่จะน้อมรับ ต่อการตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญถ้าต่อไปในอนาคตถูกกล่าวหา แต่ว่าที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมเองไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง เพราะฉะนั้น วิธีการหรือแนวคิดนี้จะทําอย่างไรในการที่จะให้พบกันหรือว่าคลี่คลายกฎเหล็กอันนี้ นะครับให้ผ่อนคลายลง ในขณะที่สร้างสถาบันของพรรคการเมืองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันทําอย่างไรถึงจะไม่ให้อํานาจในส่วนของตุลาการเหลื่อมล้ํากับอํานาจ ฝ์ายบริหารหรือเหลื่อมอํานาจนิติบัญญัติมากเกินไป แต่ให้อํานาจทั้ง ๓ อํานาจนี้นะครับ ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ตรวจสอบซึ่งกันและกัน แล้วก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ต้องการให้ อํานาจใดอํานาจหนึ่งนะครับเข้มแข็งโดยปราศจากการถ่วงดุลของอํานาจใดอํานาจหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ท่านมีแนวคิด มีวิธีการ หรือว่ามีเจตนํานงเปึนประการใดในการที่จะวินิจฉัยหรือว่าชี้แจง เรื่องนี้เพื่อที่จะให้ทุกอย่างมันถ่วงดุลซึ่งกันและกัน แล้วก็ทั้ง ๓ อํานาจนี้ไม่ล่วงเลย ซึ่งกันและกัน

อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะขอความเข้าใจต่อท่านประธานผ่านไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญก็คือ มีแนวคิดใหม่ในปัจจุบันนี้นะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติที่ผ่าน ความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วจะต้องเสนอต่อ ก็คืออํานาจที่ ๗ นะครับ พิจารณาวินิจฉัย ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว หรือร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ลงมติยืนยันก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนะครับ ในส่วนนี้ผมเองก็มีมุมมอง ไปในทิศทางที่ว่าสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบันนะครับส่วนใหญ่ก็เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็เปึน ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์มากยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นความเห็นหรือมติใด ๆ ที่รัฐสภา ผ่านความเห็นชอบไปก็น่าจะได้รับการกลั่นกรองในระดับหนึ่ง ในส่วนนี้นะครับผมเอง อยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือ ศาลรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนนี้จะเปึนข้อบ่งชี้พอที่จะเห็นได้หรือไม่ว่าอํานาจของ ฝ์ายตุลาการนั้นค่อนข้างที่จะเหลื่อม แล้วก็กําหนดกรอบของฝ์ายนิติบัญญัติหรือ ฝ์ายบริหารนี้ค่อนข้างที่จะไปสักครึ่งก้าว อันนี้ก็จึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญนะครับ

ส่วนข้อวินิจฉัยต่าง ๆ หรือคําวินิจฉัยต่าง ๆ ที่ท่านได้วินิจฉัย กระผมเอง เชื่อมั่นในหลักของการวินิจฉัย เพราะแต่ละท่านก็คือชั้นปรมาจารย์ เปึนอาจารย์ เปึนผู้เชี่ยวชาญ เปึนที่เคารพเลื่อมใสของแวดวงนักกฎหมายทั้งสิ้น คําวินิจฉัยใด ๆ ที่ผ่าน ความเห็นชอบของตุลาการรัฐธรรมนูญมาแล้วถือเปึนบรรทัดฐาน และผมเองชื่นชม มาตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ มีประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากแล้วก็ขอบันทึก ไว้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ก็คือเราจะหาแนวทางหรือวิธีการใดในการที่จะ ปกปัองตุลาการรัฐธรรมนูญ เราจะหาแนวทางหรือวิธีการใดในการที่จะปัองกันไม่ให้อํานาจของฝ์ายบริหาร หรืออํานาจฝ์ายนิติบัญญัติ หรืออํานาจใด ๆ ก็แล้วแต่ เข้าไปแทรกแซง เข้าไปมีอิทธิพล ต่อการตัดสินคดีในแต่ละเรื่อง เพราะคําวินิจฉัยที่จะออกมานั้นคือบรรทัดฐานที่จะ พลิกฟัาพลิกแผ่นดินได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นจึงฝากความหวังว่า ประเทศไทยของเราจะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ลูกหลานของเราจะมีอนาคตที่ดีงาม แล้วก็ทัดเทียมอารยประเทศด้วยครรลอง ด้วยคําวินิจฉัย ด้วยแนวบรรทัดฐานที่ท่าน วางไว้ ก็คือขจัดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แก้ไขในสิ่งที่ไม่ดีงาม แล้วก็ส่งเสริมทั้งพรรคการเมือง และนักการเมืองที่มีจริยธรรม มีคุณธรรม แล้วก็นําพาประเทศไทยไปสู่ครรลองที่ถูกต้อง เพื่อความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมืองของเราต่อไป กราบขอบพระคุณครับ