จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องการรายงานประจําปี 2550 ของศาลรัฐธรรมนูญ และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญที่มีการตัดสินในคดีต่างๆ โดยเฉพาะการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิทางการเมืองนักการเมือง 111 คน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ประเด็นเรื่องการรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีเนื้อหาที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า กระผมเองในฐานะที่เปึนสมาชิกพรรคพลังประชาชน แล้วก็กําลัง จ่อคอหอย คือหมายความว่าหลังจาก กกต. มีคําสั่งยื่นอัยการ ถ้าอัยการมีความเห็น สั่งฟัอง เรื่องก็จะถึงศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบพรรค ผมเองมีความเชื่ออย่างนี้ครับ ท่านประธาน ความเชื่อของผมก็คือว่าในการต่อสู้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องใดก็ตาม ผมได้พูด หลังจากมีการยึดอํานาจ ๑ วัน คือวันที่ ๒๐ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ยึดอํานาจ คนกระสาน ซ่านเซ็นกันไปหมด ผมและคณะเดินทางไปที่ทําการพรรคไทยรักไทย แล้วก็แสดง ความคิดเห็นเวลานั้นเลยว่า การต่อสู้เท่านั้นคือหนทางรอด การยอมจํานน การยอม สวามิภักดิ์ หรือการสอพลอผู้มีอํานาจในขณะนั้น ๆ จะไม่มีวันได้รับการไว้ชีวิต โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมเองก็ยังมีความเชื่อกันจนถึงปัจจุบันนี้ การรายงานประจําป้ ของศาลรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ซึ่งทางท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งความจริงแล้ว ท่านเปึนเลขาธิการองค์กรอิสระ อาจจะเปึนคนเดียวเสียด้วยซ้ําที่มีโอกาสทํากับ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ต่ํากว่า ๓ ชุด คือชุดแรกก่อนการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ชุดที่ ๒ ที่ทางท่านเลขาธิการได้ทําหน้าที่ด้วย ที่อยู่ในผลรายงานประจําป้นั้น คือคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ชุดที่ตั้งโดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวป้ ๒๕๔๙ ซึ่งไม่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้วก็ชุดปัจจุบันที่มีนายชัช ชลวร ที่เปึนประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ ทั้ง ๓ ชุด ผมว่าท่านเลขาธิการย่อมมีบทเรียนต่าง ๆ ไว้เปึนอย่างดี มีหลากหลายประเด็น ครับท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้เราอาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์การทํา หน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการรายงานประจําป้ได้อีกเพียงแค่ครั้ง ๒ ครั้ง หรืออาจจะ ๑ ครั้ง ตอนมีการพิจารณาร่างกฎหมายพิจารณาการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็จะไปอิงยึดหลักศาลปกครองต่อไปนี้ ว่าพิจารณาคดีใด ๆ ต่อไปนี้ห้ามมีการวิพากษ์วิจารณ์ วิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะ ไปสัมภาษณ์ ณ ที่ใดก็ตาม ก็จะเข้าข่ายการละเมิดอํานาจศาล กลายเปึนองค์กรที่จับต้อง ไม่ได้อีกองค์กรหนึ่ง ขอกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพ แต่สิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียน ไปยังท่านประธานก็คือว่า การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเปึนองค์คณะที่เปึนศาล ได้รับการโปรดเกล้าฯ หรือชุดที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ที่นั่งพิจารณาคดีจนในขณะที่ไม่มีสิทธิใส่เสื้อครุย ใส่สูทตัดสินคดียุบพรรค และเอาโทษ ย้อนหลังมาตัดสิทธิทางการเมืองนักการเมือง ๑๑๑ คนนั้นก็เปึนเรื่องที่มีการ วิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดพิษณุโลกยกตัวอย่างเรื่องคดีซุกหุ้นก็มี การวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องคดีแสดงบัญชีอันเปึนเท็จของอดีตเลขาธิการพรรคหนึ่งก็มีการ วิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงขนาดที่ว่าเลขาธิการพรรคนั้นเองก็มีการยื่น ถอดถอนตุลาการรัฐธรรมนูญ ๔ คนเวลานั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่า จะตัดสินในคดีอะไรก็แล้วแต่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีข้อที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งการตัดสินให้มีการเลือกตั้ง ๒ เมษายน ให้เปึนโมฆะเพียงแค่เหตุการณ์ยาว เหยียดอธิบายแต่สรุปว่าหันเอาหลังออก หันเอาก้นออก คูหาเลือกตั้งแล้วบางจังหวัดก็ยัง หันเหมือนเดิมนะครับ แต่ว่าเลือกตั้งโมฆะกันทั้งประเทศ ผมบอกว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญ กลายเปึน อันเค้าท์เทเบิ้ล แมน (Uncountable Man) วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้แล้วคนไทย ไม่อกแตกตายในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งว่าการวินิจฉัยเรื่องกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนี่นะครับ มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ต้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะกราบบังคมทูลเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกฎหมาย ๓ ฉบับ ให้เปึนโมฆะ เหตุผล เพราะองค์ประชุมไม่ครบ แล้วศาลรัฐธรรมนูญชุดเดียวกัน วินิจฉัยให้กฎหมาย ๓ ฉบับ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้ ประเด็นมีอยู่อย่างนี้ครับ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมาย ๓ ฉบับ ที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้นว่าองค์ประชุมไม่ครบแล้วเปึนโมฆะ เพราะท่าน ยึดเอาวาระที่ ๓ วาระที่ ๓ องค์ประชุมไม่ครบ แต่ ๓ ฉบับที่ท่านยกมือเข้าไปนะครับ ว่าเปึนกฎหมายมีผลสมบูรณ์นั้น วาระแรกไม่ครบ ๒ ฉบับ ใน ๓ ฉบับท่านลองไปดูเลยครับ ผมยังบอกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถ้าวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้มาตรฐานอยู่ตรงไหน องค์ประชุมไม่ครบ วาระแรกถ้าไม่ครบมันโมฆะ วาระ ๓ มันก็ต้องโมฆะ ถ้าวาระ ๓ องค์ประชุม ไม่ครบ มันเปึนโมฆะ วาระแรกองค์ประชุมไม่ครบ มันก็ต้องเปึนโมฆะ แต่ถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญถ้าไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ได้นี่เปึนประเด็นที่อยู่ติดกันเลย ๓ ฉบับ ท่านกราบบังคมทูลเกล้าฯ ปรากฏว่าไม่ไปดูวาระแรก ประทานโทษไม่ไปดูวาระแรก ดูวาระ ๓ วาระ ๓ องค์ประชุมครบ กราบบังคมทูลอีก ๓ ฉบับ ต่อมาองค์ประชุมไม่ครบ ในวาระ ๓ ผมบอกว่าไม่มีมาตรฐานในการตัดสิน ท่านประธานที่เคารพ นี่รวมกระทั่ง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังเลขาธิการศาลที่กําลังจะอกแตกที่สภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ที่มาจากการเลือกตั้งที่ก่อนจะลงมติใด ๆ นั้นนะครับ จะต้องเช็ค (Check) องค์ประชุม กันก่อนนั้น นอกจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ท่านชี้ว่าเปึนโมฆะ ๓ ฉบับ แล้วที่ ผมบอกว่าไม่เปึนโมฆะ ๓ ฉบับมันก็มีปัญหาเหมือนกัน มีกฎหมาย ๒๑๑ ฉบับ ที่ผ่าน การพิจารณาของ สนช. ชุดที่แล้ว ปรากฏว่าใน ๒๑๑ ฉบับนั้น นี่ไม่นับกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญนะครับมี ๑๗๗ ฉบับ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ องค์ประชุมไม่ครบประธานสภา สนช. ส่งเรื่องให้รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปเสนอกราบบังคมทูลเปึนผู้รับสนอง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๑๗๗ ฉบับ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ องค์ประชุมไม่ครบถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะได้ใช้มาตรฐานเดียวกันที่ว่า ว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญองค์ประชุมไม่ครบว่าเปึนโมฆะและผมก็ชี้ข้อด้อยว่า ๓ ฉบับแรก ๒ ฉบับ วาระแรกองค์ประชุมไม่ครบท่านก็เสนอกราบบังคมทูลนั้น นี่ก็เปึนปัญหา เพราะฉะนั้น ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ท่านตีตกไม่ว่ากฎหมาย ป.ป.ช. ผู้ตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ถ้ามาตรฐานอันนี้กฎหมาย ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๗๗ ฉบับ จาก ๒๑๑ ฉบับ องค์ประชุมไม่ครบ องค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง เส้นทางมันจะเดินทาง อย่างไรกันต่อ ปัญหาว่าศาลรัฐธรรมนูญนี่จะมีมาตรฐานแต่ละเรื่องอย่างไร แม้กระทั่งตัวรัฐธรรมนูญเอง ครับท่านประธาน ตัวรัฐธรรมนูญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยนี่บางมาตรา องค์ประชุมไม่ครบ บางมาตราไม่มีการลงมติ นี่ก็เปึนปัญหาเพราะว่าช่วงที่ผ่านมาครับ ท่านประธานที่เคารพ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการัฐธรรมนูญชุดที่ไม่มี การโปรดเกล้าฯ ตัดสินคดีเอาโทษย้อนหลังมากําหนดนั้น นั่นก็เปึนปรากฏการณ์ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ในทางกฎหมายแล้ว ผมไม่ได้บอกว่ามันจะกระทบต่อตัวเอง แต่บอกว่า มันก็ไม่มีปัญหา มันก็จบไปแล้ว มีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา แล้วจะตัดสินไปอย่างไรวันนี้ มันไม่มีโทษย้อนหลัง แต่เวลานั้นมันมีปัญหา แม้กระทั่งเรื่องล่าสุดครับท่านประธาน ที่เคารพ เรื่องการตีความกรณีแถลงการณ์ร่วมปราสาทพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญก็ไปเพิ่ม คําว่า อาจจะ ลงในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนะครับ หนังสือ สัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ท่านก็ไปวินิจฉัยว่าหนังสือสัญญาใดอาจมีบท เปลี่ยนแปลงอาณาเขต มันคนละเรื่องเลย อย่างที่ผมยกตัวอย่างวันนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ ผมต้องการถามศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกันว่าท่านมีสิทธิอะไรไปร่างรัฐธรรมนูญ ใหม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะต้องพูดอันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เพราะผมต้องการ จะต้องการให้ว่าบ้านเมืองนี้ศาลรัฐธรรมนูญว่าจริงแล้วนี่นะครับ นอกจากอํานาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ที่เหลืออยู่มั่นคงที่สุดและกําลังจะย่อยยับตามหรือเปล่า ไม่แน่ใจ เมื่อก่อนนี้นะครับนิติบัญญัติที่ท่านแลเห็นนี่นะครับลุ่ม ๆ ดอน ๆ ถูกยึดอํานาจ ล้มกันบ้างอะไรสารพัดสารพันเลยนะครับ บริหารก็ง่อนแง่น นิติบัญญัติอยู่ไม่ได้ เราก็มี ที่พึ่งที่หวังคือตุลาการ ยึดอํานาจทีดึงตุลาการเข้ามาอยู่ในระบบการเมือง จะพาพังไปอีก คณะทั้งที่เปึนสถาบันที่คนไทยให้ความนับถือ มีความเคารพมากที่สุดใน ๓ อํานาจ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้นะครับศาลรัฐธรรมนูญโดย ภายใต้รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ให้โอกาสองค์กรอิสระสามารถเสนอกฎหมายเองได้ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ มีหน้าที่ผ่านกฎหมายนะครับ ที่เขาจะลงโทษประหารชีวิต พวกกันเองครับ มีหน้าที่ว่าองค์กรอิสระอะไรก็มีสิทธิเสนอกฎหมายกันได้ ซึ่งมันก็ขัด ต่อหลัก ๓ อํานาจอธิปไตยกันอยู่แล้ววันนี้คนที่อยู่องค์กรอิสระทุกองค์กรสามารถเสนอ กฎหมายมาเองสรรพเสร็จแล้วออกแบบคุ้มครองตัวเองสรรพเสร็จ ผมยกตัวอย่างเปึนการ ยืนยันว่าแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีสภาพเหมือนองค์กรอิสระองค์กรอื่น ๆ นักการเมืองที่ท่านแลเห็นหน้าสลอนอยู่ในสภานี่นะ บอกว่าเปึนคนที่จะต้องแจงบัญชี ทรัพย์สินเป่ดเผยในที่สาธารณะ แต่ท่านเห็นไหมครับ ศาลรัฐธรรมนูญเอง องค์กรอิสระ ทั้งหลายยกเว้น ป.ป.ช. ยื่นส่งให้ ป.ป.ช. ป่ดผนึกในซอง ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครไปตรวจสอบได้ ก็รู้ระหว่างท่านกับองค์กรอิสระด้วยกันคือระหว่างตัวท่านและตัว ป.ป.ช. คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดอนุในการตรวจสอบอํานาจรัฐ เชิญ ป.ป.ช. มาพูดมาคุยในข้อเสนอแนะก็มี การตั้งคําถามเหมือนกันว่า ป.ป.ช. ที่เปึนองค์กรอิสระชุดเดียวนะครับ พวกท่านยื่นให้ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ยื่นให้กับตัวเองไม่ได้ ก็ต้องไปยื่นให้กับประธานวุฒิสภา บอกว่าเป่ดเผย บัญชีทรัพย์สินในที่สาธารณะได้ไหม บอกว่า ไม่ได้ เพราะว่าเปึนองค์กรมีหน้าที่ ไปตรวจสอบบุคคลอื่น ถ้าถูกตรวจสอบบ้างจะทําให้การทํางานเปึนไปด้วยความล่าช้า เหตุผลฟังได้ไหมครับท่านประธาน ผมจึงบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน วันนี้เรา ไม่ต้องการมาบอกว่าการพูดของผมเองหรือการแสดงทรรศนะของผมนั้นจะเปึนด้วย การอคติศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ แต่เราต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนองค์กรที่เปึนที่พึ่ง ที่หวัง ตัดสินอะไรนั้นแม้ว่ามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ วิพากษ์วิจารณ์โดยเป่ดเผยมันดีกว่า คนนินทา คนนินทาลับหลังแล้วท่านไม่รู้ตัวท่านทําอะไรแล้ว แต่ว่าถ้าต่อไปนี้ไปออก กฎหมายห้ามละเมิดอํานาจศาลนี่ คนมันก็จะไปแอบนินทาและความเสื่อมก็จะมา อีกทิศทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าวันนี้แต่ละฝ์ายถ้าต้องการ ให้บ้านเมืองนี้มีความโปร่งใสนะครับ นั่นหมายความว่าทุกองค์กรในทุกภาคส่วนนั้น จะต้องมีความโปร่งใสตาม ผมเองก็มีข้อสงสัยศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกัน เช่นว่า เสนอบางมาตราที่มาเอื้อกับคนที่ เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา ๑๐ (๓) นี้นะครับ บอกว่า บัญญัติให้ตุลาการ อาจถูกคัดค้านในกรณีที่เคยถูกอ้างเปึนพยานโดยที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ เว้นแต่เคยมี ส่วนร่วมในกระบวนการทางนิติบัญญัติหรือเคยแสดงความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้เปึนพิเศษในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้น คนที่เปึนนักการเมืองที่อ่าน หนังสือฉบับนี้ ข้อกฎหมายฉบับนี้รู้ทันทีว่า ท่านต้องการเลี่ยงบาลีให้กับนายจรัญ ภักดีธนากุล ในฐานะที่เปึนรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และขณะที่ร่างก็มาพูดด้วย ความภาคภูมิใจว่า ได้รับโจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญบนสมมุติฐานว่านักการเมือง ส.ส. รัฐมนตรี เปึนคนชั่วร้าย เปึนคนเลว จึงต้องได้รับโจทย์และร่างรัฐธรรมนูญไปตามนั้น ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ประกาศใช้ นายจรัญ ภักดีธนากุล ข้ามฟากจากปลัดกระทรวงยุติธรรม มาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาเรื่องการตีความรัฐธรรมนูญ คนที่มี ส่วนร่างรัฐธรรมนูญนี้นะครับก็ต้องชี้ในทางอคติเพราะตัวเองร่างมากับมือ ตัวเองร่าง มากับมือแล้วไปนั่งพิจารณาสิ่งที่ตัวเองร่างด้วย เปึนกระบวนการเดียวกันหมด แล้วผม ถามว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยบนพื้นฐานของความยุติธรรมได้อย่างไร นี่เปึนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจนที่สุด แต่ว่าท่านเองก็เสนอกฎหมายต่อมา อย่างนี้ นอกจากห้ามละเมิดแล้ว แต่คนของท่านร่างระเบียบล็อก (Lock) คอไว้สรรพเสร็จ เป่ดช่อง เป่ดประตูให้สรรพเสร็จ ผมบอกว่าวันนี้ที่ผมต้องทักท้วงอันนี้ก็คือว่า ไม่ว่า ใครก็ตามล่ะครับ ในวันข้างหน้า ไม่ใช่เฉพาะนายจรัญ ภักดีธนากุล ผมอยากให้ ศาลรัฐธรรมนูญมีอายุยืนยาวกว่าตึกของเจ้าพระยาที่ว่านี้นะครับ เปึนตึกที่มีอาคารที่อยู่ มานานแล้ว แล้วมันต้องอยู่ต่อไป แต่มันอยู่โดยความรู้สึก ความน่าเชื่อถือของผู้คน ว่าเขา มีความศรัทธาต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มันจึงจําเปึน จะต้องเปึนบรรทัดฐานของสังคม ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นการรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญ ดูด้วยความสบายตานี้นะครับ ก็เปึนหนังสือที่น่าอ่าน รูปพวกท่านทํางาน ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทว่านี่นะครับศาลรัฐธรรมนูญมันเหมือนหอกแรก เมื่อเวลา กลับเข้าไปนั้น จะโดยอย่างไรก็แล้วแต่ มันเปึนผลพวงที่ได้รับทอดสืบกันมา วันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ความที่กติกาในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มันพิกลพิการ มันเปึนองค์กร ที่มีลูกผสม นี่โชคดีว่าตุลาการรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่นั่งพิจารณาคดี ไม่สามารถทําในนามพระปรมาภิไธยได้นั้น ได้พ้นวาระ ถ้าอยู่ด้วยนี้นะครับ การวินิจฉัยจะหนักเข้าไปใหญ่ เพราะจะมีสภาพที่มีลักษณะเดียวกัน วันนี้ถามว่าใครจะยื่นให้มีการตีความอะไรกันบ้าง แม้กระทั่งเรื่อง ป.ป.ช. เรื่อง กกต. หรือแม้แต่กระทั่งการทําหน้าที่ควบของผู้ว่า สตง. ควบคณะกรรมการ คตง. ๑๐ คน ๑ คนควบ ๑๐ นะครับ วันนี้ไม่มีอะไรที่ความเชื่อมั่นในการวินิจฉัยได้เลย เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกว่า หลายอย่างที่มันยังไม่มีความเปึนธรรม หอกที่ท่านปักมาตรา ๑๙๐ องค์กร ศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เอาล่ะ น่าเชื่อถือ แต่วิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนกับนักวิชาการเขาบอกว่า ท่านแต่งเติมรัฐธรรมนูญเข้าไป แต่พอปักหอก ส่งไปไหนครับ คนก็จะรับช่วงเข้าไป ส่งไป ป.ป.ช. ทีนี้ ป.ป.ช. เปึนชุดที่ ไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ วันนี้ก็เที่ยวอ้างว่ามีหนังสือจากราชเลขาธิการ หนังสือจากราชเลขาธิการมันจะไปลบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๒ ที่ คมช.ไม่ยกเลิก ไม่ได้ เพราะเปึนพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ และถ้าเรื่องนี้ถึง ศาลรัฐธรรมนูญต่อ ถ้าเกิดวินิจฉัยบอกว่า การยึดอํานาจ พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน เปึนรัฏฐาธิปัตย์คนก็จะว่ากันทั้งเมืองอีก แล้วพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ฐานะ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. นรนิติ เศรษฐบุตร ประธาน สสร. ทําไมต้องได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ท่านประธานท่านทราบไหมครับว่า ในช่วงการยึดอํานาจข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีตําแหน่งได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เขาลาออกจากตําแหน่งทําหนังสือถึง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน พลเอก สนธิ ต้องนําความกราบบังคมทูลเพื่อให้เขาพ้นจากตําแหน่ง นี่ลาออกยังต้องกราบบังคมทูล เพราะเปึนตําแหน่ง ซี. ๑๑ เห็นไหมครับท่านประธาน ในกรณีวันนี้เห็นไหมครับเราปล่อย ให้ประเทศนี้มันบริหารกันจนความพิกลพิการ ก็คือว่าพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ หรือที่มาของ กกต. ก็ดีนะครับจะต้องมีพระบรมราชโองการ แต่การทักท้วงมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย และผมเชื่อว่าคนที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ไปถวายสัตย์ แต่อยู่มาวันหนึ่งคนที่จะมาตัดสินชะตาเขาไม่ได้รับพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ หนังสือราชเลขาธิการจะนํามากล่าวอ้างเพื่อหักล้าง พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ไม่ได้ แต่ถามว่าทําไมวันนี้เขายังไม่หยิบยื่นเรื่องไปส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ ผมบอกว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหลายเรื่องขัดต่อความรู้สึก ของคน แต่ละพรรคเคยขัดกับความรู้สึกกันมาทั้งนั้น ผมจึงยกตัวอย่างว่าเคยมีการยื่น ถอดถอนตุลาการรัฐธรรมนูญ ๔ คนในคดีเรื่องการแจงบัญชีทรัพย์สินเปึนข่าวทั่วกันไปอยู่ แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงบอกวันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ที่ผมเรียงความมาทั้งหมดนั้น ผมไม่ได้มีเจตนา ที่จะมีอคติต่อศาลรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนขึ้นไปดูเส้นทาง มาตรา ๑๓๗ รอด ๑ เปอร์เซ็นต์ ตาย ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมเองเปึนคนที่อยู่ใน โลกแห่งความเปึนจริง ไม่ได้คิดว่าการจะต้องมาพูดดีกับศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยอย่างนั้นไม่ใช่ เราอยู่ในโลกแห่งความเปึนจริงว่ากลไกที่มัน พิกลพิการทําลายล้างระบบการเมืองนั้นไม่ว่าใครเปึนนักการเมืองอยู่ฝ์ายตรงกันข้าม ผมจึงบอกว่าตอนยุบพรรคไทยรักไทยนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ก็ว่ากันไป แต่เอาล่ะคนเชื่อ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตัดสินกฎหมายย้อนหลัง ไม่เปึนไร ๕ ป้ วันนั้นช่วงระหว่างการรัฐประหาร แต่คนที่เปึนหัวหน้าคณะรัฐประหารต่างหากที่เขามาทําลายความศรัทธาเชื่อมั่นต่อตุลา การศาลรัฐธรรมนูญชุดนั้นเอง ในเรื่องบันได ๔ ขั้น บันไดขั้นแรกก็บอกว่าต้องยุบพรรค เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ถูกสร้าง จินตนาการว่ามีธงในการพิจารณานั้น ความเชื่อมั่นของประชาชนที่เขาจะพึ่งที่หวังกับตุลา การศาลรัฐธรรมนูญ มองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นรายงานแล้วแทนที่น่าจะมี ความสุข แต่ว่าการตัดสินก็เปึนข้อสงสัยว่าแล้วศาลรัฐธรรมนูญยึดอยู่บนมาตรฐานอะไร เพราะฉะนั้นผมจึงฝากกราบเรียนไปยังท่านเลขาธิการว่าเราต้องการให้บ้านเมืองนี้ เดินทางต่อไป สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะอยู่กี่วันช่างมันเถอะท่านประธานที่เคารพ รัฐบาล จะอยู่กี่วันช่างมันเถอะ แต่กระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเปึนศาลสถิตยุติธรรมหรือ แม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น คนที่ส่วนมากนักการเมืองจะเจออย่างไรไม่มีปัญหา แต่อย่างน้อยที่สุดนะครับ คนที่จะถูกตัดสินประหารชีวิตเขาได้มองหน้าคนที่มาตัดสิน ชะตาเขาอย่างมีความสุขว่าท่านได้ตัดสินบนพื้นฐานของความยุติธรรม ไม่ใช่เปึนธงหรือ ความมีอคติเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมจึงสรุปว่าผมเปึนคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญยึดหลักของความถูกต้องเปึนที่พึ่ง เรื่องการตัดสินที่ผ่านมา อย่างที่ผมบอกว่ามีธงนั้น การแต่งเติมถ้อยคําในรัฐธรรมนูญ การไม่มีมาตรฐานในการ วินิจฉัยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ได้สร้างสิ่งที่คลางแคลงใจให้กับพี่น้องประชาชน แต่หลังจากนี้ไปครับท่านประธานที่เคารพ ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ควรจะรู้ว่าคนไทยเขามี ความรู้สึก คนไทยในบ้านในเมืองนี้เขาไม่ได้กินแกลบกัน เขาต้องการสถาบันที่เขาดูแล้ว อย่างที่ผมเคยยกตัวอย่างในสภาแห่งนี้ว่า คนไทยทําไมเขาชอบดูเปาบุ้นจิ้น เพราะเขามี ความหิว ความกระหายในเทพเจ้าของความยุติธรรม มีการทําบริษัททัวร์ถึงขนาดมาเล่า ให้ฟังกันว่าช่วงเปาบุ้นจิ้นมาฉายนะครับ คนไทยเดินทางไปศาลไคฟงมากกว่าคนจีนไปดู ศาลไคฟง เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนะครับ คนไทยยังต้องการ ความยุติธรรมที่ยุติธรรม แต่ความยุติธรรม ณ วันนี้คือใครครับ ถ้าอีกฝ์ายหนึ่งตัดสิน รังแกอีกฝ์ายหนึ่ง อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่านั่นคือความยุติธรรม ฝ์ายที่ถูกกระทําบอกว่า นั่นไม่ยุติธรรม ผมบอกว่าทั้ง ๒ ฝ์ายที่เปึนหลักยุติธรรมนั้นใช้ไม่ได้ทั้ง ๒ ฝ์าย หลักยุติธรรมก็คือว่าไม่ว่าฝ์ายเห็นด้วยหรือฝ์ายไม่เห็นด้วยกับท่านยืนด้วยความพึงพอใจ จากการตัดสินชี้ชะตาของท่านบนพื้นฐานความยุติธรรม ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน