นิพิฏฐ์ จี้เร่งออกกฎหมายคุ้มครองศาลฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อภิปรายเรื่องความไม่เป็นธรรมในอดีตของศาลรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้เร่งออกกฎหมายคุ้มครองจากการละเมิดอำนาจ โดยย้ำว่าการวิจารณ์ต้องอยู่บนพื้นฐานวิชาการ พร้อมมอบหลักฐานการหมิ่นประมาทต่อประธานสภาเพื่อนำส่งเลขาธิการศาลฯ และเสนอให้ยืมตัวนักกฎหมายเพื่อพัฒนาบุคลากร นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังโดยยกตัวอย่างกรณีขนม 2 ล้านและการแทรกแซงในอดีต เพื่อเน้นย้ำว่าประเทศต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จึงจะรอดพ้นจากวิกฤตได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้เวลาไม่นานท่านประธานครับ ในการอภิปรายรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ของ ศาลรัฐธรรมนูญนะครับในวันนี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่าผมค่อนข้างจะ โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการรัฐธรรมนูญ ในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากผมเปึนหนึ่งในคณะทนายความที่ว่าความในคดียุบพรรค ประชาธิปัตย์ และกระผมก็ไม่ถือว่าเราโชคดี และผมไม่ถือว่าที่เราชนะคดีมานั้น เนื่องจาก ตุลาการรัฐธรรมนูญมีธงคําตอบล่วงหน้า เหมือนที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้กรุณา อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แต่ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ผมเชื่อมั่นว่าที่พรรค ประชาธิปัตย์เรารอดพ้นจากการยุบพรรคไปในอดีตนั้น เพราะเราไม่ได้กระทําความผิด เราสู้ในข้อเท็จจริงและเรายืนยันเรื่องนี้มาตลอด ท้ายที่สุด จะถามว่าเราพอใจหรือไม่ ดีใจ หรือไม่ เราก็พูดได้แต่เพียงว่าเราได้รับความเปึนธรรมจากการพิจารณาของตุลาการ รัฐธรรมนูญ ผมจะไม่พูดซ้ําหรอกครับว่าตุลาการรัฐธรรมนูญในอดีตได้รับการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ และการไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ นั้นทําให้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านชอบ หรือไม่ชอบ หรือมีความเปึนธรรมหรือไม่ มันเปึนความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งผมได้เคย แสดงความเห็นนี้ในสภามาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่มีการพิจารณารายงานของคณะกรรมการ ปัองกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผมเชื่อว่าแนวนั้นนะครับ ผมจะไม่อภิปรายซ้ํา เพราะถ้าผมอภิปรายต่อไป ผมก็คงยืนยันตามความเห็นของผม อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมจะไม่ อภิปรายซ้ํากับแนวของ ป.ป.ช. เพราะว่าผมโชคไม่ดีเหมือนเพื่อนสมาชิกบางท่านในสภา แห่งนี้ครับ เวลาผมอภิปรายทุกครั้งในสภาผู้แทนราษฎร ผมถูกนําไปวิจารณ์ในทีวี (TV) บางช่องทุกทีครับ ผมถูกวิจารณ์ลับหลังนะครับ และคนที่บอกว่าไม่ควรอภิปรายหรือ วิจารณ์ลับหลังก็นําคําอภิปรายผมไปออกทีวีลับหลังผมทุกครั้งเลยครับ โดยมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่เราเรียกว่า สี่เกลอหัวขาดนั้นนะครับ ผมไม่บอกหรอกครับว่าสี่เกลอหัวขาดที่ออกทีวี บางช่องแล้วนําคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกไปพูดทางทีวีนั้นเอาเปรียบครับ ผมไม่พูด พาดพิงถึงใครที่ผมบอกเพียงแต่ว่าเปึนสี่เกลอหัวขาด แต่ผมคิดว่าหัวขาดจริง ๆ ครับ ไม่นานครับ เพราะผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากแสดงความคิดเห็นมากใน สภาแห่งนี้ ถ้าเรายังไม่เคารพดุลยพินิจ ไม่เคารพการแสดงความเห็นในสภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกบางท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือเปึนพิเศษ เราแสดงความเห็นแล้ววันรุ่งขึ้นก็ไป ด่าเราออกทีวีได้ เราไม่มีโอกาสโต้ตอบ ผมอภิปรายสั้น ๆ ว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมานั้น ผมคิดว่าท่านจะมาอย่างไร โปรดเกล้าฯ หรือไม่ เปึนข้อกฎหมาย แต่ผม คิดว่าท่านให้ความเปึนธรรมได้ ผมยืนขึ้นวันนี้ครับ ผมรอวันนี้มานานพอสมควร ความจริง ผมจะอภิปรายตอนที่มีการเสนอกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เข้าสู่การพิจารณา ของสภาแห่งนี้ ผมมีซีดี (CD) วีซีดี (VCD) ให้ท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ๑ ม้วนครับ และผมรอวันนี้มานาน ความจริงผมจะไปส่งให้ท่านที่ศาลรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําครับ ผมยืนขึ้นเพื่อบอกกับท่านว่าวันนี้ครับท่านต้องมีกฎหมายเรื่องการละเมิดอํานาจศาล โดยเร็วครับ เพราะอะไรครับ ผมไม่อยากจะตําหนิหรือใครก็ตามครับว่า เราไม่มีวุฒิภาวะ ในการวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญในเชิงวิชาการ ทุกครั้งที่เรายืนขึ้นพูดในสภาแห่งนี้หรือว่า ที่ไหนก็ตามครับ เราพูดถึงความไม่เปึนธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ เราไม่เคยพูดถึง เรื่องวิชาการ ปากเราก็บอกว่าเราวิจารณ์ทางวิชาการ แต่จริง ๆ แล้วเรามีอคติ วิจารณ์ บนพื้นฐานของอคติทั้งสิ้นครับ แล้วถ้าเราปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดํารงอยู่ต่อไปใน บ้านเมืองครับ ทุกองค์กรจะถูกทําลาย กระบวนการตุลาการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเปึนศาล พิเศษหรือศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรมก็ตาม จะถูกทําลายและทําลายความน่าเชื่อถือลงเรื่อย ๆ ครับ ซีดีที่ผมมอบ ให้ท่านเลขาธิการผมเชื่อว่าท่านต้องทําเพราะเปึนหน้าที่ของท่าน ผมฝากให้อดีตตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านไปเป่ดดูนะครับว่าคําวิจารณ์ที่มีคนบางท่านพูดนั้นมันเปึนการ วิจารณ์บนพื้นฐานของวิชาการหรือไม่ หรือเปึนการวิจารณ์บนพื้นฐานของความเปึนอคติ และเปึนการหมิ่นประมาทหรือไม่ ถึงแม้ว่าในขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีบทบังคับว่าด้วยการละเมิดอํานาจศาลก็ตาม แต่ผมคิดว่าการ หมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญานั้นยังดํารงอยู่ครับ ผมฝากเรื่องนี้ให้ท่านครับ ท่านประธานกรุณาให้เจ้าหน้าที่มารับจากผมแล้วก็นําไปให้กับท่านเลขาธิการ ศาลรัฐธรรมนูญด้วยครับ ฝากท่านประธานตรงนี้ด้วยครับ ผมไม่ต้องเสียเวลาเดินไป ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ดูรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิก ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ขออภัยเอ่ยนามท่าน ฝากผมมาว่า ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับว่ารายงานที่เรียกว่า คําวินิจฉัย นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๑ ถึง ป้ ๒๕๕๐ อย่างเช่น คําวินิจฉัยที่ ๑ ในป้ ๒๕๔๑ เปึนต้นไป ท่านบอกว่า วันที่เท่าไร เดือนอะไร ป้อะไร วินิจฉัยเรื่องอะไร แต่ว่าถ้าจะให้หนังสือรายงานฉบับนี้ เปึนมรรคเปึนผล ผมคิดว่าท่านควรจะมีอีกสักส่วนหนึ่งต่อท้าย ผลของการวินิจฉัยครับ ท่านครับ อย่างนี้ผมไม่ทราบเลยครับว่า รู้แต่เพียงว่าคําวินิจฉัยที่ ๑ ป้ ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๑ เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกําหนดไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ผลเปึนอย่างไรยังไม่ทราบเลยครับ แล้วรายงาน ที่ท่านทํามาอย่างนี้จะไม่ก่อให้เกิดองค์ความรู้กับผู้ที่อ่านรายงานฉบับนี้เลยนะครับ ในคราวต่อไปนะครับถ้าท่านไม่ทําอย่างนี้ ในคราวต่อไปผมจะท้วงท่านอีกครับ เพราะ เอกสารเผยแพร่นี้มันจะเปึนประโยชน์สําหรับผู้ศึกษารัฐธรรมนูญนะครับ หรือการยุบพรรค หรือเรื่องอะไรก็ตามนะครับ อย่างศาลจังหวัดลําพูนส่งคําโต้แย้งของคนนั้นคนนี้ใน คดีอาญาหมายเลขตามที่ท่านขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นี่อย่างไรครับมีบทบัญญัติของ กฎหมาย แต่ว่าคําวินิจฉัย ท่านไม่มี มันมีคําวินิจฉัยออกมาแล้ว เช่น คําวินิจฉัยที่ ๑/๔๑ คําวินิจฉัยที่ ๖/๒๕๔๖ อย่างนี้ครับ ผมเข้าใจว่าท่านประธานคงจะเข้าใจประเด็นที่ผม กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าควรจะมีผลของคําวินิจฉัยไปด้วยครับเพื่อเอกสารนี้จะมี ประโยชน์มากยิ่งขึ้นครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมได้เฝัามองการพัฒนาการของศาลรัฐธรรมนูญมาเปึน ลําดับนะครับ งานวิจัยที่ท่านได้นํามาลงในรายงานฉบับนี้ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับว่าเวลานี้เปึนเวลาเดียว จังหวะเดียวเท่านั้นนะครับที่เราจะพูดถึงศาลรัฐธรรมนูญได้ก็คือตอนที่ท่านเสนอรายงาน ต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงานที่ท่านเสนอมานี่นะครับผมเห็นด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญขาดนักกฎหมายครับ โดยเฉพาะนักกฎหมายปกครองหรือนักกฎหมาย ที่มีความเชี่ยวชาญ ในรายงานของท่าน ท่านบอกว่าในต่างประเทศนั้น ไม่ว่าจะเปึน ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมันก็ดี ของฝรั่งเศสก็ดี ต่างมีบุคลากรของสํานักงานที่เปึน นักกฎหมายระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม จากศาลปกครองหรืออาจารย์สอนกฎหมาย ในมหาวิทยาลัยซึ่งเปึนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยเหลือศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีบุคลากรจํานวนน้อยและเปึนบุคลากรของสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญเอง ผู้วิจัยจึงเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญขอการสนับสนุนทางวิชาการโดย การยืมตัวชั่วคราวนักวิชาการที่ชํานาญด้านกฎหมาย อันนี้ต้องรีบเลยนะครับ เราขาด นักวิชาการด้านกฎหมายที่จะมาช่วยสนับสนุนการทํางานของศาลรัฐธรรมนูญให้มี ความก้าวหน้าและประสบความสําเร็จมากยิ่งขึ้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงในสภาแห่งนี้ ผมจําคําพูดของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ ซึ่งผมอาจจะ เห็นไม่ตรงกับเพื่อนสมาชิกบางท่าน เมื่อเราไม่พอใจกฎหมายฉบับใดก็ตาม หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ เราไม่มีหน้าที่เฉพาะ การออกกฎหมายอย่างเดียวเท่านั้น หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวไว้ ผมจํา ไม่ได้ครับ ท่านกล่าวไว้ตอนไหน ป้ไหนผมจําไม่ได้ แต่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ผู้แทนราษฎร นอกจากมีหน้าที่ในการออกกฎหมายแล้ว อีกหน้าที่หนึ่งของผู้แทนราษฎรก็คือมีหน้าที่ ในการล้มล้างกฎหมายครับท่านประธานครับ หมายถึงว่ากฎหมายใดที่ออกบังคับใช้กับ ประชาชนอยู่ในขณะนี้ ถ้าเราเห็นว่ากฎหมายนั้นไม่เปึนประโยชน์ เปึนโทษกับประชาชน มากกว่า เปึนหน้าที่ของผู้แทนราษฎรต้องล้มล้างและยับยั้งกฎหมายฉบับนั้น แต่ว่า ในขณะเดียวกันนะครับท่านพูดต่อไปว่าในขณะเดียวกันถ้ากฎหมายฉบับนั้นยังไม่ถูก ยับยั้ง ยังไม่ถูกล้มล้าง ยังไม่ถูกยกเลิก ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ครับต้องปฏิบัติ ตามกฎหมาย ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อบอกกับท่านประธานฝากไปถึงพี่น้อง ประชาชนที่รับฟังอยู่ว่าเมื่อมีกฎหมายแล้วครับเราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เราจะมา ร้องแรกแหกกระเชอว่ากฎหมายไม่เปึนธรรมไม่ได้ เปึนหน้าที่ของเราครับ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเปึนหน้าที่ของเสียงข้างมากนะครับใสสภาแห่งนี้ครับ ถ้าท่านเห็นว่ากฎหมาย ฉบับไหนไม่มีความเปึนธรรม ท่านก็ล้มเลิก ยกเลิกกฎหมายฉบับนั้นครับ ดีกว่าจะไป วิจารณ์ที่ผมคิดว่าอาจจะก้าวล่วงไปในบางเรื่องบางราว และทําให้หน่วยงานอื่นเสียหาย

ผมฝากเปึนประเด็นสุดท้ายซึ่งผมเคยพูดไว้ท่านประธานครับ ขออนุญาต พูดอีกสักครั้งหนึ่งวันนี้ก็คือในขณะนี้องค์กรอิสระทั้งหลายนะครับท่านกําลังถูกกดดัน อย่างยิ่งครับ เพราะประเทศกําลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมซึ่งเรามีความเชื่อกันบางส่วน ประชาชนบางส่วน แม้กระทั่งผมเองบางครั้งเราก็เชื่อว่าในอดีตนั้นนะครับองค์กรอิสระ ทั้งหลายถูกแทรกแซง ถูกครอบงําได้ แต่ ณ วันนี้เราค่อนข้างจะมีความมั่นใจครับ ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มมีความมั่นใจว่าองค์กรอิสระทั้งหลายวันนี้ครับ มันแทรกแซงไม่ได้ แล้ว มันครอบงําไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างเรื่องขนม ๒ ล้านที่ไปอยู่ที่ศาลฎีกา มันชัดเจนครับ ถ้าเรื่องขนม ๒ ล้านที่ศาลฎีกาไม่มีใครเป่ดโปงออกมา ผมว่านั่นล่ะครับเรากําลังถูก แทรกแซง นั่นล่ะครับกระบวนการยุติธรรมกําลังถูกแทรกแซง แต่บังเอิญขนม ๒ ล้าน ตรงนั้นนะครับมันมีคนถูกเป่ดเผยออกมา มันมีคนนํามาเป่ดเผย เมื่อมีคนนํามาเป่ดเผย กับผู้ที่นําเงิน ผมติดใจเรื่องนี้มากครับ คนที่นําเงินไปหล่นเรี่ยราดที่ศาลฎีกาเริ่มตระหนัก แล้วว่าบ้านเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมนั้นตัวเองไม่สามารถครอบงํา ได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อใดก็ตามครับที่ผู้มีอํานาจคิดว่าไม่สามารถครอบงํากระบวนการ ยุติธรรมหรือองค์กรอิสระได้ ท่านต้องถูกต่อต้านจากผู้ที่มีอํานาจอยู่ในขณะนี้แน่นอนครับ ซึ่งท่านต้องอดทนต่อการถูกต่อต้านและการถูกวิจารณ์ในลักษณะเช่นนี้ครับ ขอให้ มันเปลี่ยนผ่านไปสักระยะหนึ่งนะครับแล้วบ้านเมืองจะเข้าสู่ระบบ ผมเรียนท่านประธาน อีกสักครั้งหนึ่งครับว่าผมเองก็เคยมีข้อขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกันกับท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล มาครั้งหนึ่ง ป้ ๒๕๔๕ ครับในช่วงที่ประชาชนล้มตายมากจากนโยบาย ฆ่าตัดตอน หรือนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลในขณะนั้น คนในประเทศนี้ ล้มตายมากครับ ถูกจับกุม ถูกคุมขัง ถูกตรวจค้นมากมาย ไม่มีใครออกมาทัดทานคําสั่ง ของฝ์ายบริหาร ป้ ๒๕๔๕ ผมเดินทางไปพบประธานศาลฎีกาที่ศาลฎีกา แต่ว่าประธาน ศาลฎีกาไม่ให้ผมเข้าพบนะครับ ผมได้พบกับอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ผมบอก อาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งเปึนเลขาธิการประธานศาลฎีกาอยู่ในขณะนั้นว่าผมมา ขอพบประธานศาลฎีกา เหตุผลที่ผมมาขอพบประธานศาลฎีกาเพราะผมต้องการให้ ตุลาการ หรือศาลฎีกา หรือศาลชั้นต้นก็ตาม ศาลยุติธรรมต้องออกมาถ่วงดุลฝ์ายบริหาร และฝ์ายนิติบัญญัติ กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยไม่เคยพูด ไม่เคยคํานึงถึงเรื่อง การถ่วงดุลเลยนะครับ รอให้ฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติไปถ่วงดุลกันเอง ไม่มีทาง หรอกครับในทางปฏิบัติที่ฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งคือเสียงข้างน้อยในสภาจะไปถ่วงดุล ฝ์ายบริหารซึ่งคือเสียงข้างมากในสภาได้ มันต้องได้รับการถ่วงดุลจากองค์กร อีกองค์กรหนึ่ง คือกระบวนการยุติธรรมหรือตุลาการ ซึ่งเปึนหนึ่งในสามอํานาจอธิปไตย ของประเทศนี้ ผมผิดหวังอาจารย์จรัญเช่นเดียวกันครับ ป้ ๒๕๔๕ อาจารย์จรัญบอกผมว่า ที่ผมไปพบอาจารย์จรัญนั้น ตุลาการ กระบวนการยุติธรรมทําให้ไม่ได้ เปึนเรื่องของ การเมือง อาจารย์จรัญคิดช้ากว่าผมอีกครับ ถ้า ณ วันนั้นป้ ๒๕๔๕ กระบวนการยุติธรรม หรือฝ์ายตุลาการเริ่มถ่วงดุลบริหารและนิติบัญญัติ บ้านเมืองจะไม่บอบช้ําขนาดนี้ครับ ตุลาการท่านมาช้าครับ แต่ท่านมาช้าไม่เปึนไรครับ ดีกว่าท่านไม่มา วันนี้ท่านมาแล้วครับ เมื่อท่านมาแล้วท่านเริ่มปฏิรูป ปฏิวัติ หรือจะใช้คําว่า ภิวัตน์ ก็ตาม ผมเรียนย้ํา อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านเลขาธิการและเจ้าหน้าที่นะครับ ตุลาการต้องภิวัฒน์หลายครั้ง ประเทศนี้ถึงจะรอดครับ ตุลาการภิวัฒน์ครั้งเดียวบ้านนี้ ไปไม่ไหวครับ ประเทศนี้ไปไม่รอดครับ ตุลาการต้องภิวัฒน์หลาย ๆ ครั้งจึงจะนําประเทศนี้ เดินไปสู่ข้างหน้าได้ครับ

ผมฝากประเด็นสุดท้ายท่านเลขาธิการครับ ท่านไปดูนะครับ แล้วผมเชื่อว่า เรื่องนี้ครับจะเปึนอุทาหรณ์ว่าวันนี้ต้องรีบออกกฎหมายในการคุ้มครองศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการหมิ่นประมาทหรือการละเมิดอํานาจศาลโดยเร็วครับ ขอบพระคุณครับ