ทศพล เพ็งสม หารือรายงานประจำปีศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2550

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

ทศพล เพ็งสม หารือรายงานประจำปีศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ชี้แจงอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นและข้อกังวลเรื่องการกำหนดภาระหน้าที่ล่วงหน้าซึ่งอาจขัดกับร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาโดยเน้นความรวดเร็วและเป็นธรรมในการจัดการพยานหลักฐานเพื่อรักษาความยุติธรรมทางการเมือง

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายทศพล เพ็งส้มครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ตามที่ผมได้รับรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ นะครับ ของศาลรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเปึนรายงาน ฉบับแรกที่ได้มีโอกาสอ่านนะครับ แล้วปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญเองนะครับก็ได้มีการยื่น ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... เมื่อตรวจสอบดูรายงานแล้วต้องยอมรับว่าเปึนรายงานที่สมบูรณ์แล้วก็สามารถ ศึกษาค้นคว้า ทําความเข้าใจกับศาลรัฐธรรมนูญได้ดีที่เดียว ท่านประธานครับ แต่เนื่องจากอํานาจหน้าที่ที่ปรากฏไว้ในรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกเปึนส่วนที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๔๙ มาตรา ๓๕ แล้วอีกส่วนหนึ่งก็มีอํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญตามที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ เนื่องจากป้ ๒๕๔๙ มาตรา ๓๕ นั้น อํานาจหน้าที่เท่าที่ปรากฏอยู่ในรายงานนั้น มีเพียง ๓ ส่วนนะครับ อํานาจหน้าที่ในการ ควบคุมนะครับ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อํานาจหน้าที่ในการตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง อํานาจหน้าที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ซึ่งมีอีก ๕ ข้อย่อย แต่ปรากฏว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นนะครับ อํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเพิ่มขึ้น มีเพิ่มขึ้นจํานวน ๒๐ ประการตามที่ปรากฏในรายงาน แต่ปรากฏบางส่วนนั้นที่กําหนดภาระหน้าที่นะครับ ตั้งแต่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่หน้า ๗๒ ถึงหน้า ๗๘ นั้น ปรากฏว่าได้นําเอาข้อกําหนดเดิม มาใส่ไว้ในรายงาน ซึ่งข้อกําหนดเดิมนั้น ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่าหลังจากที่มีการตรา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลแล้วย่อมต้องมีการแก้ไข แต่ปรากฏว่ามีการนําข้อกําหนดหลาย ๆ ข้อ ซึ่งอาจจะต้องขัดกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ฉบับใหม่ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ขอยกร่างขึ้นมา ประกอบ กับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ ประกอบมาตรา ๓๐๐ วรรคห้า ท่านประธานครับ เมื่อภาระหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีมากขึ้น ก็ฝากนะครับทางเจ้าหน้าที่ก็ดีนะครับ ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่ากําหนดข้อกําหนดไว้เพื่อเปึนธงนะครับ ปรากฏว่าข้อกําหนด ที่กําหนดไว้อย่างนี้นะครับ เหมือนกําหนดเปึนธงว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นจะต้องออก ตามข้อกําหนด ผมไม่อยากให้คนที่เขาอ่านรายงานฉบับนี้เข้าใจคลาดเคลื่อน ข้อกําหนดนี้ ไม่สามารถใช้ได้ถ้ามีพระราชบัญญัตินี้ออกมา ฉะนั้นไม่จําเปึนที่จะต้องเอาข้อกําหนดมา ใช้ใส่ไว้ก่อน แล้วร่างพระราชบัญญัติตาม การดําเนินงานในศาลรัฐธรรมนูญผมยอมรับว่า ในช่วงที่มีวิกฤติเกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้นผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องและเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ในคณะทํางานด้านกฎหมาย ปัญหาสําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องระยะเวลาในการยื่น คําคัดค้านก็ดี ระยะเวลาในการทําคําแก้คําคัดค้านก็ดี ย่อมมีปัญหาและอุปสรรค เหตุผล ก็คือเรื่องของพยานที่นํามาที่ศาล จําเปึนเหลือเกินนะครับ ที่ฝ์ายธุรการของศาลนั้น จะต้องหาจุดที่สามารถดําเนินกระบวนพิจารณาไปอย่างรวดเร็วและเปึนธรรม เพราะ ไม่อย่างนั้นพยานหลาย ๆ ปากนะครับ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็คงมีคดีขึ้นสู่ศาล บางพรรค อาจจะกระโดดถึง ๕๐ ปาก ๑๐๐ ปาก การบริหารจัดการเกี่ยวกับพยานในศาลนั้น เปึนสิ่งสําคัญ จริงอยู่ถึงแม้ท่านจะบอกว่ามีสิทธิของตรวจพยานหลักฐานและขอ คัดสํานวนพยานหลักฐานของตนหรือของคู่กรณีอีกฝ์ายหนึ่งได้ก็ตาม แต่ในส่วน ข้อกําหนดที่กําหนดไว้เดิมตามข้อ ๓๔ นั้น กลับกําหนดว่าศาลอาจกําหนดให้มีการตรวจ พยาน เปึนไปได้ไหมครับที่ข้อกําหนดเหล่านี้ อย่าใช้คําว่า อาจ เลยครับ เพราะมันเปึน เรื่องการใช้ดุลยพินิจ พอคู่กรณีได้ยื่นคําร้องขอตรวจแล้ว ขอคัดแล้ว ทุกกรณีต้องให้ตรวจ อย่าลืมว่าคดีทางการเมืองเปึนคดีที่สําคัญต่อพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคการเมืองที่ถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรค ไม่มีพรรคใดหรอกครับที่อยู่บน ความสงบ แต่ความสงบนี้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้กําหนดกฎเกณฑ์ด้วยกติกาในการนัด พร้อมวางแนวทางการดําเนินคดีไปพร้อม ๆ กับข้อกําหนดที่สามารถมุ่งสู่ข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย อย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางรากฐานไว้ ผมถือว่าคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเหมือนเปึนวรรณกรรมทางกฎหมาย แต่ถ้าเกิดว่าที่มาของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้มาโดยพรรคการเมืองแต่ละพรรค ที่ขึ้นสู่ศาลนั้น ไม่สามารถยอมรับได้ว่าได้รับกระบวนการทางความยุติธรรม ผมเชื่อ เหลือเกินนะครับว่าเวลาคําพิพากษาออกมานั้นย่อมถูกตําหนิ ถึงแม้ในร่างที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้ทํามา ใครก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ถ้าเปึนงานทางวิชาการ ท่านประธานครับ ผมก็ฝากไว้นิดหนึ่งว่าเมื่อคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเปึน วรรณกรรมทางกฎหมายที่นักกฎหมายทั้งหลายสามารถนําไปเปึนแนวทางในการวาง กฎเกณฑ์ กฎหมาย หรือแม้กระทั่งการดําเนินทางการเมืองในสังคมต่อไปให้เปึนรากฐาน แล้วก็บอกกับสังคมว่าจะไม่มีองค์กรใดที่เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญได้ จําเปึนเหลือเกินครับว่ากระบวนวิธีพิจารณาต่าง ๆ หรือข้อกําหนดต่าง ๆ ของศาลนั้น กรุณาทําเพื่อให้ทุกฝ์ายได้รับความเปึนธรรมอย่างแท้จริง วันนี้ก็ต้องบอกท่านประธาน ผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญนะครับว่า นับแต่ที่มีศาลรัฐธรรมนูญมานั้นประชาชนยัง เลื่อมใสและศรัทธาอยู่ อย่าดําเนินกระบวนการทางวิธีพิจารณาแล้วไปทําลายตัวเอง นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ