สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการกู้เงิน 4,000 ล้านบาทจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าให้กับประเทศพม่า และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ได้รับฟังการชี้แจงของทั้งท่านรัฐมนตรีและท่านผู้จัดการ ธสน. ได้ลุกขึ้นมาชี้แจง ผมยัง คิดว่าท่านจะสามารถชี้แจงในกรณีที่มีข้อสงสัยบางประการได้กระจ่างชัดและให้ความ มั่นใจกับเราได้ แต่ยิ่งฟังท่านชี้แจงแล้ว ผมคิดว่ายิ่งน่าเปึนกังวลสําหรับการปฏิบัติงาน ของธนาคารส่งออกและนําเข้า ผมต้องกราบเรียนว่าธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย เปึนธนาคารซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเมื่อป้ ๒๕๓๖ ในยุคที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในขณะนั้นก็คือ ในเวลานั้นการค้า ระหว่างประเทศมีความเจริญเติบโตขึ้นมาก แล้วก็การแข่งขันระหว่างประเทศก็มากขึ้น รัฐบาลในเวลานั้นก็ประสงค์ที่จะจัดตั้งธนาคารนี้ขึ้นมาเพื่อเปึนองค์กรที่ทําหน้าที่ให้บริการ ทางการเงินและบริการด้านอื่นเพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ อันจะเปึนการอํานวย ประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ในกฎหมายฉบับนี้ได้มีการกําหนด ทุนประเดิมไว้เบื้องต้น ๒,๕๐๐ ล้านบาท ในเวลานั้น เปัาหมายของรัฐบาลในขณะนั้น ต้องการให้ธนาคารนี้เปึนกลไกที่สําคัญในการสนับสนุน ช่วยเหลือผู้ส่งออกหรือผู้นําเข้า ของไทย หลายคนที่ทํางานในธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าตั้งแต่อดีตเปึนต้นมา จนถึงปัจจุบันนั้น ต้องยอมรับว่าหลายคนเปึนคนดีและก็ต้องการที่จะทํางานนี้ด้วยความ เสียสละ ทุ่มเทอย่างเต็มที่ งานต่าง ๆ ก็สามารถที่จะทําไปได้ด้วยความมีประสิทธิภาพ พอสมควร แต่กฎหมายก็กําหนดให้ต้องมีรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือต่อรัฐสภา คือ ต่อวุฒิสภาด้วย เปัาหมายก็คือเพื่อที่ต้องการตรวจสอบการทํางานในแต่ละป้ เพียงแต่ คนที่เขาออกกฎหมายฉบับนี้เองครับ เขาก็ไม่คาดคิดว่ากลไกของธนาคารซึ่งตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ส่งออก นําเข้า วันหนึ่งมันจะกลายเปึนช่องทางที่นําไปสู่การ ดําเนินการที่มีลักษณะของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือแม้แต่สิ่งที่เราเรียกว่าการคอร์รัปชั่น เชิงนโยบาย ความจริงประเด็นที่เพื่อนสมาชิกยกขึ้นมาเรื่องเงินกู้ให้กับประเทศพม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่ได้แปลว่าเราไม่เห็นด้วยกับการต้องช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้รับทราบว่า การช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านนั้น บางทีก็เปึนการ ช่วยเหลือในลักษณะให้เปล่า บางทีก็ให้เปึนเงินกู้ก็มีผลประโยชน์ตอบแทนกลับมา เพียงแต่ในการช่วยเหลือแต่ละครั้งนั้น ถ้าจะดูรัฐบาลแต่ละชุดก็มีเงินอนุมัติไปช่วยเหลือ ไปสร้างถนนบ้าง ไปทําสนามบินบ้าง ในประเทศรอบ ๆ ประเทศของเรา ก็ทํากันมา หลายรัฐบาล เพียงแต่ประเด็นที่ยกเรื่องเงินกู้พม่าขึ้นมานี้ เพราะมันกลายเปึนประเด็นซึ่งต้องเรียกว่า หนังสือพิมพ์เปึนคนขนานนามว่าเปึนเงินกู้ อัปยศ เปึนรอยด่างครั้งใหญ่ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าของประเทศไทย ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะว่าคําชี้แจงของท่านผู้จัดการก็ดี ทางท่านรัฐมนตรีก็ดี นี่ผมแปลกใจว่าท่านยังยืนยันว่าสิ่งที่ทําไปในเวลานั้นเปึนเรื่องถูกต้อง ท่านบอกสภาว่า ดูแต่ด้านดีสิ ไม่ควรที่จะดูในด้านที่เสียหายอย่างเดียว ท่านต้องไม่ลืมนะครับว่าเรื่องนี้ เปึนคดีความ คตส. เขาตรวจสอบ บัดนี้มีผลการตรวจสอบเปึนสํานวนคดีชัดเจน แล้วก็ ฟัองเปึนคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองและศาลรับฟัอง แล้ว ประเด็นเรื่องของเงินกู้พม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เรื่องกลัวเงินสูญครับ ไม่ใช่เรื่องกลัวเขา ไม่มีเงินมาชดใช้หรอกครับ แต่ประเด็นเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้เปึนประเด็นที่มีการ หยิบยกขึ้นมาพูดเพราะรัฐบาลในขณะนั้นไปออกเปึนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๗ สาระง่าย ๆ ก็คืออนุมัติเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า ของประเทศพม่า ก็เปึนจริงอย่างที่ท่านว่าครับว่าเงินกู้ที่เอาไปทํานั้นไปทําหลายเรื่อง ด้วยกันครับ ทั้งเรื่องโครงข่ายเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม ไปจัดทําถนน ไปจัดซื้อ รถ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็อ้างได้ครับว่าซื้อบริการและอุปกรณ์โดยทุนของคนไทย เพียงแต่ ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมาพิจารณาท่านครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ นี่แหละครับเปึนคนอภิปรายคนแรกในสภา ผมนั่งฟังอยู่ด้วย ประทานโทษเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. สงขลาครับ คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ บอกว่ามีประเด็นจากมติ ครม. ครั้งนี้อนุมัติ เงินกู้พม่าแล้ว ใช้อํานาจตามกฎหมายด้วยว่าถ้าเกิดกรณีเสียหายกับ ธสน. หรือธนาคาร ส่งออกและนําเข้าต้องเอาเงินงบประมาณของรัฐมาชดเชย ประเด็นที่เขายกขึ้นมา ในขณะนั้นก็คือว่าเงินกู้นี้พอไปแล้วบริษัทไทยที่ตามไปได้ผลประโยชน์จากโครงการนี้ เปึนบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับวงวานว่านเครือของผู้มีอํานาจในรัฐบาลชุดนั้น พูดให้ชัด ตอนนั้นมีหลายบริษัทเข้าไปครับ ชิน แซทเทิลไลท์ ก็ดี กรุงไทยแทรกเตอร์ก็ดี หลายบริษัท ที่มีการพูดถึงในเวลานั้น นี่คือประเด็นครับ ประเด็นก็คือนอกจากมีบริษัทจากไทย ตามไปแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวข้องแล้วคนไทยเขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมครับ ไม่ยุติธรรมเพราะว่าเงินกู้ที่ให้ไปนั้นอัตราดอกเบี้ยที่คิดเขาก็ต่ํามาก แล้วเราต้องใช้ เงินงบประมาณของคนไทยครับซึ่งอุตสาหะทํามาหากินด้วยความยากลําบากจ่าย เงินงบประมาณให้รัฐบาลเปึนเงินภาษีไปนี่ด้วยความหวังว่าเงินงบประมาณจะตอบ กลับมาเพื่อมาพัฒนาประเทศ เพื่อลูกเพื่อหลานของเขา ต้องไปจ่ายชดเชยส่วนต่างให้กับ เงินกู้ที่ประเทศพม่า กู้ไปแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทในไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๔๙ ก็มีการยกตัวเลขขึ้นมาดูกันครับ ดูกันว่างบประมาณไทยที่ต้องไปชดเชยโครงการนี้มันเท่าไร ป้ ๒๕๔๙ ตั้งงบประมาณ ไว้ทั้งโครงการครับ ๗๐๙ ล้านบาทเศษ ต้องชดเชยโดยเงินงบประมาณเปึนป้ ๆ ไป เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ๑๕๔ ล้านบาท ป้ถัดมา ๘๔ ล้านบาท ไล่ไปเรื่อย แล้วไปชดใช้ เสร็จสิ้นประมาณป้ ๒๕๕๙ ตรงนี้ต่างหากครับที่เขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมสําหรับคนไทย แล้วมีคนได้ประโยชน์ไปด้วย เราหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายหลายครั้งครับ แล้วในที่สุด หลังจากอภิปรายกันไปแล้วนะครับ ต่อมาเมื่อมีการดําเนินการทางด้านกฎหมายเกิดขึ้น คณะกรรมการที่เรียกว่า คตส. ก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตรวจสอบ แล้วก็มีข้อเท็จจริงปรากฏ ชัดครับว่าเวลามีการเบิกเงินกู้โดยทางพม่าไป เงินที่ได้จากสินเชื่อนั้นก็โอนเข้าบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอํานาจในขณะนั้นโดยตรงเลยครับ ผมยกตัวอย่างข้อเท็จจริงนะครับ ในสํานวนที่มีการยื่นฟัองศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนี้นะครับ มีการระบุเลยว่า ธนาคารเพื่อการค้าต่างประเทศแห่งพม่ามีคําขอลงวันที่ ๕ สิงหาคม ป้ ๒๐๐๔ หรือ ป้ ๒๕๔๗ ยื่นต่อเอ็กซิม แบงก์ ไทยอนุมัติสัญญาจัดซื้อจัดจ้างระหว่างชิน แซทเทิลไลท์ กับหน่วยงานพม่า จํานวนเงิน ๑๕ ล้านเหรียญสหรัฐ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ป้ ๒๐๐๔ เหล่านี้เปึนต้น นี่ต่างหากครับที่เปึนประเด็นที่มา ของเรื่องที่หยิบยกขึ้นมา ผมยกตรงนี้ขึ้นมาอภิปรายอีกครั้งหนึ่งนี่ เพราะรายงานท่าน ในหน้า ๑๘ ก็เขียนไว้ ว่าเงินกู้ที่ให้ไปก็ต้องมีการชดเชยส่วนต่างจากรัฐบาล ประเด็น อยู่ตรงนี้ครับมี ๒ เรื่องครับ ประเด็นก็คือ ๑. เรื่องนี้ต้องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญา นักการเมืองเฉพาะผู้มีอํานาจขณะนั้นซึ่งอนุมัติไป โดยคนที่ฟัองเขาเห็นว่าเปึน ผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วบริษัทดังกล่าวนั้นก็เกี่ยวพันกับบุคคลคนนั้นด้วย แต่ประเด็นที่ เกี่ยวก็คือว่า ธสน. จะต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐซึ่งตั้งด้วยทุนประเดิม เปึนเงินภาษี คนทั้งประเทศ บริหารจัดการช่วยเหลือเรื่องของนําเข้าส่งออก จะทําเรื่องอย่างนี้อีก หรือเปล่า คนเขาก็ไม่มั่นใจอดีตผู้จัดการของ ธสน. ครับ ให้สัมภาษณ์เอาไว้ตอนเกิดเรื่องนี้ เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ป้ ๒๕๔๗ มีบันทึกไว้และผมเก็บเปึนแฟัมไว้เลยครับ แล้วพูด เหมือนกับผู้จัดการ ธสน. คนนี้เลยนะครับ ผมเข้าใจ ท่านอาจจะต้องเปึนผู้ปฏิบัติตาม หน้าที่นะครับ แต่ท่านต้องระมัดระวังเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ผู้จัดการคนนั้นพูด ว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่า ส่วนคําถามที่ว่าเอ็กซิม แบงก์ ถูกบีบจากรัฐบาลให้ปล่อยกู้ หรือไม่นั้น บอกได้ว่าเราไม่มีทางเลือก ต้องทําตามนโยบายรัฐบาล อันนี้ชัด พูดเหมือน ท่าน แม้ไม่มีคําสั่งเปึนลายลักษณ์อักษร แค่คําพูดด้วยวาจาก็น่าจะรู้แล้ว อันนี้อย่างไร ครับที่เขากลัวกันว่าต่อไปนี้ใครจะสั่งท่านหรือเปล่า แล้วถ้าสั่งแล้วเกิดกรณีอย่างที่ว่านี้ คดีก็ฟัองกันไป ไม่ทราบใครถูกใครผิดต่อไปในอนาคต แต่คนไทยเสียประโยชน์แล้ว นะครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาทนั้นยังเปึนโรงเรียนในชนบท เปึนถนนเท่าไรครับ เปึนโรงพยาบาลให้คนยากคนจนเท่าไรครับ อันนี้ต่างหากเปึนประเด็นที่ต้องหยิบยกขึ้นมา เพราะประเด็นที่เขากังวลประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า โดยกฎหมายหรือพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับ ตัวกรรมการธนาคาร รัฐมนตรีเปึนคนตั้ง รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงการคลัง ก็เข้าใจว่าให้รัฐมนตรีช่วยฯ เปึนผู้กํากับดูแล แล้วตัวกรรมการธนาคารที่ตั้งขึ้นมาก็มี ตําแหน่ง ส่วนใหญ่ก็อยู่ในตําแหน่งที่เปึนข้าราชการนะครับ หลายตําแหน่งครับ เปึนอธิบดี กรมนั้นกรมนี้ เปึนปลัดกระทรวง เปึนอะไรต่ออะไรนะครับ ซึ่งเปึนไปตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ในมาตรา ๑๓ เรียกว่าคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ก็ว่ากันไป แล้วแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แล้วกรรมการชุดนี้ก็เปึนคนไปแต่งตั้ง ตัวผู้จัดการ ประเด็นเปึนอย่างนี้ครับว่า ถ้ามีการสั่งการด้วยลายลักษณ์อักษรอีก ก็ไม่เปึนไรครับ ชัดเจน แต่ถ้ามีการสั่งการด้วยวาจาลักษณะอย่างเดียวกันนี้ ผมจะถามว่า ท่านผู้จัดการจะทําอย่างไรครับ วิธีการประเมินคําขอโครงการของท่าน จริงอยู่ท่าน ถูกแต่งตั้งจากรัฐมนตรี แล้วบอกว่าเขาสั่งไม่มีทางบิดพลิ้ว ไม่จริงหรอกครับ เพราะว่าเปึน การสั่งแล้วนี่ ย่อมเล็งเห็นผลว่าอาจจะมีผลเสียเกิดขึ้นต่อธนาคารก็ดี เปึนความเสียหาย ต่อรัฐที่จะมีงบประมาณของรัฐซึ่งอาจจะถูกดําเนินการฟัองร้อง อย่างกรณีเงินกู้พม่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมคิดว่าโดยอํานาจกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการก็ควรจะมีอํานาจ ที่จะโต้แย้งหรือปฏิเสธ ตรงนี้สําคัญครับ ผมเข้าใจท่านก็ตั้งใจดี แต่คําตอบท่านนี่ผมตกใจ ครับ โดยเฉพาะคําตอบของรัฐมนตรีที่มาชี้แจงวันนี้ คือท่านพยายามยืนยันว่าสิ่งที่ทํา ในตอนนั้น ซึ่งเปึนคดีไปแล้วมันถูกต้อง ผมว่ามาตรฐานอย่างนี้ไม่ได้ท่านครับ คือผมนั่งจด ท่านบอกว่ายืนยันเงินไม่หายบ้าง เปึนประโยชน์บ้าง ยืนยันว่าการชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ย นี่ได้ประโยชน์ อย่างนี้เปึนต้น คือทัศนคติในการที่ไปกํากับดูแลสถาบันการเงินที่เปึน เงินงบประมาณของรัฐ ผมอยากทําความเข้าใจให้ถูกต้องและเพื่อรายงานสภา พวกเรา ก็ทําหน้าที่ปกปัองเงินงบประมาณประชาชน ก็ทําความเข้าใจให้ถูกต้อง ผมเชื่อว่าคนในธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าหลายคนตั้งใจทํางานครับ แต่ถ้า ฝ์ายการเมืองที่ไม่ดีไปแทรกแซงเสียหายครับ ทีนี้ถ้าท่านรัฐมนตรียืนยันได้ว่าไม่มีความคิด เช่นที่ว่านั้นและเข้าใจว่าประเด็นเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เปึนประเด็นที่เกิดความเสียหาย แล้วจริงก็ต้องยืนยัน เพราะเรื่องนี้เปึนประเด็นที่เปึนที่กังวลของคนทั้งประเทศ แล้วไม่รู้ว่า คดีนี้จบอย่างไร ถ้าจบแล้วผิดนะครับ คดีนี้ก็ยืดยาวครับ มีคนต้องรับผิดชอบกันอีกเยอะ ครับ อันนี้ก็คือพวกเราก็ทําหน้าที่ก็ต้องขอคําชี้แจงจากท่านแล้วครับ