สรรเสริญ สมะลาภา หารือเรื่องธนาคารส่งออกและนำเข้า และเรียกร้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการเพิ่มทุนของธนาคาร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องที่จะต้องสอบถามกับธนาคารส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหลายเรื่อง ด้วยกัน สาเหตุที่ผมจะต้องสอบถามเพราะว่าเมื่อผมอ่านรายงานแล้ว แล้วก็ดูวิธี การทํางานของธนาคารส่งออกและนําเข้าแล้ว ผมรู้สึกว่าสับสนในการทํางานของ ธนาคาร ที่ผมกล่าวว่าผมสับสนเพราะว่ามันมีหลายด้านด้วยกันที่เกี่ยวข้องกับธนาคารนี้ ซึ่งหลายด้านนั้นมันขัดแย้งในตัวมันเองอยู่ ด้านหนึ่งที่ได้รับข้อเท็จจริงจากรายงานของ ธนาคารก็คือว่าในขณะที่การส่งออกของประเทศไทยเรานี้เปึนตัวจักรสําคัญในการ ผลักดันเศรษฐกิจ บทบาทของธนาคารส่งออกและนําเข้าในช่วงป้ ๒๕๔๙ ถึงป้ ๒๕๕๐ กลับลดลงครับ เปึนตัวเลขที่ธนาคารได้รายงานมาครับ ว่าการอนุมัติสินเชื่อในป้ ๒๕๕๐ มีมูลค่า ก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ลดลงเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับป้ ๒๕๔๙ ก็เข้าใจดีครับว่าส่วนหนึ่งที่เปึนเหตุผลที่ธนาคารได้รายงานมาหรืออ้างกับพวกเรามา ก็คือว่าเกิดจากการแข่งขันที่รุนแรงกับธนาคารพาณิชย์ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือผู้ประกอบการ ในเรื่องของการส่งออกลดลง ซึ่งอันนั้นผมขอเรียนตามตรงว่าผมยังไม่แน่ใจว่าลดลงจริง หรือไม่นะครับ อันนี้ก็เปึนด้านหนึ่งที่แสดงให้พวกเราทุกคนเห็นว่าบทบาทของธนาคาร ส่งออกและนําเข้าต่อเศรษฐกิจของเราลดลง แต่อีกด้านหนึ่งครับท่านประธาน อีกด้านหนึ่งทําให้ผมสับสนก็คือการพยายามเพิ่มบทบาทของธนาคารในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มทุนของธนาคารส่งออกและนําเข้า ที่จริงเรื่องนี้ผมได้เคย อภิปรายแล้วก็สอบถามต่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในคราวอภิปราย งบประมาณวาระแรก ป้ ๒๕๔๒ เปึนงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ นะครับผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีอาจจะจําได้ ผมสอบถามในเรื่องของการเพิ่มทุนของธนาคารรัฐ ซึ่งตอนนั้น ท่านรัฐมนตรีก็ได้กรุณาชี้แจงมาว่า ในบรรดาธนาคารรัฐทั้งหมดที่ขอเพิ่มทุนมาวงเงินรวม ของทุกธนาคารมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านให้เพิ่มทุนเพียงแห่งเดียวคือ เอสเอ็มอี แบงก์ ๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงไม่ค่อยตรงกับที่ ท่านรัฐมนตรีพูดในครั้งนั้น ผมไม่อยากจะใช้คําพูดว่าท่านกล่าวเท็จต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเข้าใจนะครับว่าท่านอาจจะเร่งรีบหรือทําให้ท่านตกหล่นไปบ้าง ผมจึงขอพูดว่า ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ท่านประธานครับ งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ที่ตอนนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ธนาคารส่งออกและนําเข้า ขอวงเงินเพิ่มทุนมาแล้วครับ ๑,๓๐๐ ล้านบาท คําถามของผมก็คือว่าขอไปทําไม ถ้าเรา มาดูในเรื่องของความสามารถในการปล่อยสินเชื่อของรัฐบาล หรือถ้าดูจากสัดส่วนของ อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ที่ศัพท์ทางบัญชีเขาเรียกว่า บีไอเอส เรโช (BIS Ratio) ตอนนี้ธนาคารก็อยู่ที่ ๑๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เกณฑ์ที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ อยู่ที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ พูดคร่าว ๆ ก็คือว่าธนาคารยังมีความสามารถในการปล่อยกู้ได้ แล้วขอเพิ่มทุน ๑,๓๐๐ ล้านบาท ขอไปทําไมครับ ท่านอาจจะบอกว่าในป้นี้ท่านปรับแผน การดําเนินการของธนาคารใหม่เพื่อให้แข่งขันได้ เพื่อที่จะต้องปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ผมก็ต้องถามย้อนกลับอีกครับว่าเปัาปล่อยสินเชื่อป้นี้ที่ท่านตั้งเอาไว้นี่รายงาน ต่อกระทรวงการคลังทั้งหมด ๕๘,๕๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านปล่อยไปถึงไหนแล้ว ถ้าท่าน ปล่อยไม่ได้ตามเปัา คําถามของผมที่ตามมาก็คือว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้ที่ขอกับกระทรวงการคลัง ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้ เกี่ยวข้องกับเอ็นพีแอลที่ขายไปหรือไม่ ก็ได้รับรายงานครับ ผมคิดว่า ท่านประธานถ้าอ่านรายงานก็คงจะทราบว่าในการขายเอ็นพีแอลไปในป้ ๒๕๕๐ ๖,๘๖๔ ล้านบาท แต่นั่นก็เปึนยอดแค่ตามบัญชีเฉย ๆ เมื่อสักครู่ท่านได้ชี้แจงต่อ สภาผู้แทนราษฎรของเรา แต่ผมคิดว่าคําตอบยังไม่ชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วเอ็นพีแอลจํานวน ๖,๘๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านขายไปด้วยราคาเท่าไร ท่านชี้แจงครับ ท่านบอกว่าใช้วิธี ประมูลเอา แต่ก่อนการประมูลท่านตั้งสํารองไว้แล้ว ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอันนี้ตามบัญชี ก็ทราบกันอยู่ครับ ว่าการกันสํารองเปึนการยอมรับความสูญเสียไปแล้ว แล้วท่านก็บอก อีกว่าขายขาดทุนไป ๑๗๔ ล้านบาท คําถามก็คือว่าขาดทุน ๑๗๔ ล้านบาท ขาดทุนจาก ยอดตามบัญชี ๖,๘๐๐ ล้านบาททั้งหมด หรือว่าขาดทุนหลังจากกันการสํารองแล้ว ก็ต้องขอให้ท่านช่วยชี้แจงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วผมก็ยังกล่าวยืนยันว่าผมยัง สับสนในหน้าที่การปฏิบัติงานของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า ขอบคุณครับ