อภิชัย บุญธีรวร ชี้แจงประเด็นการทำงานของเอ็กซิมแบงก์ โดยอธิบายสาเหตุที่ปริมาณธุรกิจลดลงในปี 2550 เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งและลูกค้าถูกรีไฟแนนซ์จากธนาคารพาณิชย์ พร้อมชี้แจงว่าการส่งออกที่ดีขึ้นเป็นผลจากการลงทุนของต่างชาติ และยืนยันว่าโครงการเพิ่มทุน 1,300 ล้านบาทมีความจำเป็นเพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่และการกระจุกตัวของสินเชื่อตามหลักการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เพื่อการขายเอ็นพีแอลแต่อย่างใด
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กระผม นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ หรือ ธสน. นะครับ ขออนุญาตชี้แจงประเด็น ต่าง ๆ ดังนี้นะครับ ในประเด็นที่พูดถึงว่าในป้ ๒๕๕๐ นั้น การส่งออกของไทย ภาคการ ส่งออกเปึนตัวจักรที่สําคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในป้ ๒๕๕๐ แต่ ขณะเดียวกันปริมาณธุรกิจของทาง ธสน. กลับลดลงเมื่อเทียบกับป้ ๒๕๔๙ นะครับ เหตุผลก็เปึนไปตามที่ระบุไว้ในรายงานประจําป้ของธนาคารนะครับ ลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ จํานวนมากในป้นั้นถูกกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นตลอดนะครับ เพราะฐาน ลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ ก็คือผู้ส่งออกล้วน ๆ มีการถูกรีไฟแนนซ์ (Re – finance) ไปจาก ธนาคารพาณิชย์ก็หลายรายนะครับ พร้อมกันนั้นก็เปึนผลจากการที่เอ็กซิม แบงก์ มีต้นทุน การเงินโดยเปรียบเทียบแล้วจะสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ เพราะเราไม่มีฐานเงินฝากที่เปึน ต้นทุนถูกจากประชาชนโดยทั่วไปนะครับ จึงส่งผลให้มีลูกค้าของเอ็กซิม แบงก์ ที่ถูก กระทบโดยค่าเงินบาทและถูกรี ไฟแนนซ์นะครับ ลูกค้าดี ๆ ธนาคารพาณิชย์ก็จะมีมาให้ เงินกู้นะครับ นอกจากนี้แล้วนี่จะขอชี้แจงว่า ตัวเลขการส่งออกของป้ ๒๕๕๐ ที่ดีขึ้น จากผลการศึกษาของฝ์ายวิชาการของทางเอ็กซิม ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ หลายฉบับนะครับ ก็ชี้ให้เห็นว่าผลการส่งออกที่สูงขึ้นในช่วงนั้นนี่เปึนผลมาจากผู้ส่งออก ที่เปึนต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยนะครับ ที่ส่งออกไปให้กับบริษัทในเครือ หรือบริษัทแม่นะครับ ที่เปึนยอดการส่งออกที่ยังสูงอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากกลุ่มนี้เปึนหลัก นะครับ กลุ่มที่ไฮเทค (Hi-tech) และกลุ่มที่ เขาเรียกว่า เอ็มเอ็นซี (MNC) นะครับ พวกบริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนนะครับ ผู้ส่งออกไทยเองยังถูกกระทบอยู่ครับผม ซึ่งอันนี้ ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไปแล้วนะครับ ส่วนประเด็นของการเพิ่มทุน ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้ ทั้ง ๆ ที่ บีไอเอส เรโช ของเราอยู่ที่ ๑๔ เปอร์เซ็นต์นั้น แสดงว่าทุนเรายังเพียงพอ อันนี้ ถูกต้องนะครับว่า ทุนเรายังเพียงพอในการขยายสินเชื่อ ถ้าเราไม่ได้เพิ่มทุนเราจะขยายได้ ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะตอนนี้เรายังอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังขยาย ได้อีก ๑๐,๐๐๐ ล้าน ที่เหตุผลของการเพิ่มทุนของเอ็กซิม แบงก์ นั้นระบุไว้ชัดเจนนะครับ ว่า เนื่องจากว่าโครงการการลงทุนของนักธุรกิจไทยในต่างประเทศและโครงการที่เปึน ประโยชน์สําหรับประเทศ อย่างเช่น โครงการพลังไฟฟัาพลังน้ําจากเขื่อนในประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าโครงการอยู่ถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนโครงการที่นักลงทุน มีความสนใจที่ให้เอ็กซิมเข้าร่วมด้วย เพราะว่าเปึนโครงการระหว่างประเทศนะครับ เอ็กซิมก็มีส่วนในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ เหล่านั้น มันติดที่ขนาดของโครงการ ซึ่งขนาดใหญ่แล้วก็ใหญ่เกินกว่าฐานทุนของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ คือเรามีข้อกําหนดในการบริหารความเสี่ยงว่าแต่ละลูกค้าหรือแต่ละกลุ่มลูกค้า หรือแต่ละ ประเภทเรามีกําหนดว่าเราจะให้สินเชื่อไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินกองทุน อย่างเช่น ลูกค้า ๑ ราย เราปล่อยสินเชื่อให้ได้ไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินกองทุนนะครับ ถ้ากลุ่มลูกค้า ๑ กลุ่ม กลุ่มเดียวกันมีหลายบริษัท เราจะปล่อยสินเชื่อได้ไม่เกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของ เงินกองทุน ต่ออุตสาหกรรมไม่เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อประเทศไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ ของเงินกองทุน ซึ่งโครงการการลงทุนในต่างประเทศที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยนั้น เราจะติดที่เงินกองทุนอันนี้นะครับ ขนาดนะครับ แล้วก็มีเรื่องของการกระจุกตัวด้วย คอนเซนเทรชั่น ลิมิต (Concentration limit) ด้วยที่มีผลต่อการเพิ่มทุนนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขายเอ็นพีแอล ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ไม่เกี่ยวข้องกับการทํา ธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศนะครับ ในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อนั้น ปัจจุบันตาม วงเงินอนุมัติเรายังคาดว่ายังตามเปัาที่เราเสนออยู่นะครับ ที่เสนอตามแผนของทาง เอ็กซิม แบงก์ นะครับ แต่ว่ายังอยู่ระหว่างการทํานิติกรรมสัญญา ถ้าผมจําไม่ผิดอยู่ ประมาณอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะทําให้เราเข้าเปัานะครับ ซึ่งในเรื่องของ บีไอเอส จึงไม่ใช่เปึนประเด็นนะครับ เปึนประเด็นเรื่องคอนเซนเทรชั่น ลิมิต แล้วก็เรื่องของ ริช แมเนจเมนท์ (Rich Management) ประเด็นเรื่องการขายเอ็นพีแอล ก็อยากจะให้ชี้แจงว่า ขายเท่าไร อย่างไร ผมยินดีที่จะให้ข้อมูลนะครับ เพราะว่าก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าทุกอย่าง ได้รับการตรวจสอบจาก สตง. เพราะฉะนั้นข้อมูลมี แต่ว่าการขาย เอ็นพีแอลนั้น ผู้ที่มา ประมูลซื้อไป เขาเพื่อเอาไปบริหารจัดการต่อนะครับ ถ้าเราป์าวประกาศหรือให้สัมภาษณ์ ต่อหนังสือพิมพ์ว่าเราขายไปที่เท่าไร ต้นทุนเท่าไรจะไม่พ้นกระทบต่อผู้ที่ประมูลซื้อไป เพื่อบริหารจัดการนะครับ แต่ถ้าท่านอยากจะทราบ ผมยินดีที่จะให้ข้อมูล ให้ดูเอกสาร ต่าง ๆ นะครับ เพื่อความโปร่งใส ทาง สตง. ก็ตรวจสอบแล้วเหมือนกัน ก็ไม่อยากจะให้ผู้ที่ ประมูลหนี้เอ็นพีแอล ทั้งหลายได้รับผลกระทบนะครับ ประเด็นเรื่องโครงการความร่วมมือ ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ทุกฝ์ายเท่าที่ผมสัมผัสคือมีความเห็นตรงกันว่าเปึน โครงการที่ดีนะครับ ก็อยากจะรู้ว่าเอ็กซิม แบงก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็กซิม แบงก์ นั้น ในอนาคตถ้ามีโครงการที่จะต้องทําและก็มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนยังจะดําเนินการ เช่น โครงการที่ผ่านมาหรือไม่ ต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ทางเอ็กซิม แบงก์ มีกระบวนการของ การตรวจสอบว่ามี คอนฟลิคท์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of Interest) มีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์อยู่ที่ใดบ้าง แม้แต่ปัจจุบันนี้นะครับ เรามีเงื่อนไข เรามีกฎบัตร เรามี หลักเกณฑ์เรื่องพวกนี้อยู่ แม้แต่ในการพิจารณาสินเชื่อ คณะกรรมการจะพิจารณาสินเชื่อ แต่ละท่าน ต้องประกาศนะครับว่าสินเชื่อรายนี้มีคณะกรรมการท่านใดท่านหนึ่งมีส่วน เกี่ยวข้อง รู้จักเปึนญาติพี่น้อง ต้องประกาศและต้องเดินออกจากที่ที่พิจารณาไปนะครับ เพราะฉะนั้นเรามีหลักเกณฑ์ขั้นตอนใหม่ ๆ ที่เรานํามาปฏิบัติ สิ่งที่เอ็กซิม แบงก์ จะต้องทํา ในปัจจุบันและอนาคตนะครับในการพิจารณาโครงการแต่ละโครงการ ไม่ว่าจะเปึน นโยบายของรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม เอ็กซิม แบงก์ จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ของเอ็กซิม แบงก์ นะครับ คือส่งเสริมการส่งออก เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าโครงการแต่ละ โครงการนั้นส่งเสริมการส่งออกของไทยหรือไม่ ส่งเสริมนักลงทุนไทยไปลงทุนใน ต่างประเทศหรือไม่ ส่งเสริมการพัฒนาประเทศหรือไม่ และมีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์หรือไม่ เพราะฉะนั้นในขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้และก็มีผลกระทบถ้าเกิด ความเสียหายขึ้นมาครับ มีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของแบงก์หรือไม่ เพราะฉะนั้น ด้วยหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมมั่นใจว่าถ้าเราเห็นว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็คงไม่ใช่เปึนโครงการที่ทางผู้บริหารของเอ็กซิม แบงก์ จะดําเนิน โครงการต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ และมีขั้นตอน หลักเกณฑ์ต่าง ๆ แล้ว ขอบคุณครับ