อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องโครงการกู้เงินของไทยที่ให้กับพม่า โดยมีธนาคารเอ็กซิม แบงก์ เป็นเครื่องมือ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง กระผมได้อภิปรายเปึนคนแรกก่อนที่ท่านจะมาทําหน้าที่ในฐานะประธานในที่ประชุม เพียงแต่ว่าก็พยายามฟังคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางผู้บริหารเอ็กซิม แบงก์ เกี่ยวกับประเด็นคําถามที่กระผมได้ตั้งไว้ แล้วก็ยังไม่ได้รับการชี้แจงในกรณีที่กระผม ได้อภิปรายไปเปึนคนแรก อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางท่านรัฐมนตรีและ ผู้บริหารเอ็กซิม แบงก์ นะครับว่า ประเด็นนี้อย่าได้สับสนนะครับ เพราะคําชี้แจงของท่านยังไม่ตรงต่อคําถามที่กระผมได้ถาม ประเด็นสําคัญก็คือว่า โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านดําเนินกันมาหลายรัฐบาลแล้วครับ ไม่ใช่รัฐบาลนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาที่เปึนปัญหา อย่างที่แม้แต่เพื่อนสมาชิก ส.ส. หลายท่าน บางท่านเพิ่งเข้ามาก็ยังไม่ทราบนะครับ เราได้มีการพิจารณารายงานของเรื่องการดําเนิน นโยบายการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศนั้นมาหลายยุคหลายสมัยครับ ไม่ได้ต่างกันในแนวความคิดเลยครับ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่าง ประเทศไทย โดยอาศัยศักยภาพร่วมกัน หรือการแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหา ในเรื่องของพลังงาน ความร่วมมือ ไทย – มาเลเซีย เรื่องเจดีเอ (JDA) ทํากันมาหลายยุค หลายสมัยแล้วครับ ประเด็นตรงนี้ไม่ใช่อยู่ในเรื่องนั้นเลย ประเด็นนี้ง่าย ๆ นิดเดียวก็คือว่า การที่ทางรัฐบาลในขณะนั้นได้ให้เงินกู้พม่าแบบไม่โปร่งใส นั่นคือข้อสงสัยที่เราเห็นว่า ส่วนหนึ่งของการดําเนินการโครงการให้กู้ตรงนี้มีเอ็กซิม แบงก์ มาเปึนกลไกเครื่องมือ และบังเอิญว่า ๑. เอ็กซิม แบงก์ เปึนรัฐวิสาหกิจ ๒. ก็คือว่าโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา ดังกล่าวมีเงื่อนไขพิเศษ ก็คือว่าให้คนไทยจ่ายภาษีแทน ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ เอ็กซิม แบงก์ ได้ขอความคุ้มครองตามกฎหมายก่อตั้งเอ็กซิม แบงก์ ในมาตรา ๒๓ คือการคุ้มครองความเสี่ยงทั้งหมด เพราะเอ็กซิม แบงก์ ได้รายงานต่อสภาชุดที่แล้ว บอกว่าเอ็กซิม แบงก์ ไม่เคยดําเนินการเช่นนี้ในรัฐบาลใดมาก่อนเลย ดังนั้น ไม่มีความสามารถที่จะอํานวยสินเชื่อดังกล่าวเมื่อเทียบกับรายได้ เพราะฉะนั้นจึงขอ ความคุ้มครองพิเศษตามมาตรา ๒๓ นี่คือประเด็นในเรื่องของข้อเท็จจริงว่าการดําเนินการ ลักษณะอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมา แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบดูก็เห็นว่าการให้กู้ในการพัฒนา หรือว่ากิจการคนไทยจะได้ประโยชน์จากการซื้อการขายและบริการ ก็เปึนเรื่องที่เรา เห็นด้วย แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าทําไมต้องเปึนบริษัทในเครือข่ายของ อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นอยู่แค่นี้ครับ เหมือนกับว่าจังหวัดผมมี อบจ. แล้วปรากฏว่า อบจ. บอกว่าอยากจะทําถนนคอนกรีต ก็เปึนประโยชน์ แต่ทําไมให้ลูกชายซึ่งเปึนเจ้าของ บริษัทรับเหมาก่อสร้างไปทํา ได้โครงการนี้ไปทํา อย่างนี้เปึนต้น เราก็ดูในแง่ที่ว่า ๑. ธรรมาภิบาลในการอํานวยสินเชื่อนี่ท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไร เพราะว่าไม่ใช่อยู่ ๆ รัฐบาลจะบอกว่าเดิมกําหนดไว้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมาบวกเพิ่มพิเศษอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยัดโครงการนั้นมา ระบบโทรคมนาคม คือ บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต (Broadband internet) เข้ามา เขาต้องส่ง โพรเคียวเมนท์ อะกรีเมนท์ (Procurement agreement) ครับ ซึ่งตรงนี้นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าธนาคารรู้ล่วงหน้า แล้วครับ ก่อนให้กู้ว่ามีบริษัทใดบ้างที่ได้ ทีนี้บริษัท ชิน แซทเทลไลท์ ไม่ใช่บริษัทที่ โนเนม (No name) ผู้บริหารหรือกรรมการอํานวยสินเชื่อก็ต้องรู้สิครับว่าบริษัทนี้เกี่ยวโยง อาจจะขัดต่อกฎหมายในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และจะมีผลโยงใยมาถึงตัวเอ็กซิม แบงก์ แม้ว่าจะเปึนนโยบายหรือเปึนคําสั่งรัฐบาลก็ตาม แล้วยิ่งมาประกอบกันว่าโครงการนี้ ต้องอาศัยเราชดเชยส่วนต่างของต้นทุนดอกเบี้ย และการดําเนินการ และเราต้อง ค้ําประกันความเสี่ยงโครงการทั้งหมดครับ ถ้าท่านจําได้หลังจากโครงการนี้เกิดขึ้นได้ ไม่นาน เกิดการปฏิวัติเงียบในพม่า อดีตนายกรัฐมนตรีขิ่น ยุ้น ถูกยึดอํานาจ ลูกชาย ของท่านที่เซ็นสัญญาเรื่องนี้อยู่ในคุกครับ เพราะโครงการนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันไม่ใช่ ประเด็นที่เราจะมาพูดกันว่าเปึนโครงการควรเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่การดําเนินโครงการ มันมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วมันก็เลยมาเกี่ยวโยงกับเอ็กซิม แบงก์ แล้วเปึนครั้งแรก จริง ๆ ตั้งแต่ก่อตั้งมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราพูดกันตรงไปตรงมาอย่างนี้ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะไปซ้ําเติมใครหรอกครับท่านประธาน แต่อยากให้เปึนบทเรียน แต่บทเรียนดังกล่าวนั้นเราก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตเรื่องหลักธรรมาภิบาลหรือคอร์ปอเรท กัฟเวอร์นแนนซ์ (Corporate Governance) ในเรื่องของความโปร่งใส ทั้งในส่วนของ รัฐบาลในฐานะที่กํากับดูแลรัฐวิสาหกิจ กับในส่วนของเอ็กซิม แบงก์ เองนี่ จะให้เกิด กรณีอย่างนี้อีกหรือไม่ เพราะเมื่อเราดูข้อเท็จจริงแล้ว มันไม่ใช่จู่ ๆ ทุบโต๊ะแล้วบอกว่าเอาได้ เราอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยครับ มีสภาตรวจสอบทั้งที่ตอนที่เกิดโครงการนี้ก็ตามแล้วต้องมารายงาน ทุกป้ด้วยเพราะกฎหมายกําหนดไว้เช่นนั้น เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าต้องการคํายืนยันว่า ถ้ามีโครงการลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดท่านจะบอกว่าเปึนคําสั่งรัฐบาล เปึนนโยบายรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม ในหลักการมันใช่ครับ แต่ท่านไม่ดูรายละเอียด เลยหรือครับ เหมือนอย่างที่บอกว่าโครงการนี้มันต้องมี โพรเคียวเมนท์ อะกรีเมนท์ รายการของคู่สัญญาทั้งหมดของผู้ที่ขอกู้ เขาต้องส่งมาให้แบงก์ก่อนครับ ขนาดว่ามี อย่างนั้นแล้วท่านยังไม่เอะใจ นั่นแสดงว่ากระบวนการในขั้นตอนมีปัญหา และเรื่องนี้ ผมเรียนว่าถึงไม่มีรัฐประหาร ไม่มี คตส. เรื่องนี้ก็ถึงศาลครับ เพราะพวกเราได้ยื่นต่อ สตง. ไปแล้วก่อนหน้านี้ มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐประหาร เรื่องอะไรเลย มันเปึนเรื่อง ของข้อเท็จจริงที่สภาทําหน้าที่และตรวจสอบเห็นว่าเรื่องนี้มันมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ยื่นเรื่องให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินไป ไม่อย่างนั้นป์านนี้เรื่อง ก็คงถึงศาลไปแล้วครับ แต่เผอิญว่ามันมีสิ่งที่อ้างได้ว่าเกิดการรัฐประหารและมี คตส. เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามวันนี้เรากลับคืนมาสู่ประชาธิปไตยแล้ว มีการถ่วงดุล ตรวจสอบ ดังนั้นสํานวนคดีต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ศาลก็รับฟัองไปแล้วก็คงเปึนเรื่องของจําเลย ที่จะต้องมาต่อสู้คดี แต่เอ็กซิม แบงก์ ก็คงต้องไปเปึนพยานและส่วนหนึ่งไม่แน่อาจจะ ต้องตกเปึนผู้ที่รับผิดชอบด้วยสําหรับผู้บริหารบางท่านนะครับ ก็เพียงแต่ไม่อยากให้ เกิดประวัติศาสตร์ซ้ํารอยและก็ไม่ต้องการที่จะให้โครงการลักษณะอย่างนี้มันเกิดขึ้น ถ้าหากว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ถ้าเปึนโครงการที่เราช่วยพัฒนาประเทศต่าง ๆ นั้น ยินดีครับ เรามีโครงการลักษณะอย่างนี้อยู่เปึนจํานวนมาหลายป้แล้วท่านประธาน ขอบคุณมากครับ