จุติ ไกรฤกษ์ สอบถามเกี่ยวกับการบริหารธนาคารธสน. และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โดยขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับการลดหนี้เสียและปรับปรุงผลประกอบการของธนาคาร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมมีเรื่องจะสอบถาม ทางผู้มาชี้แจงนะครับ ด้วยความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นะครับ แล้วก็ท่านกรรมการผู้จัดการธนาคาร ธสน. นะครับ ซึ่งเปึนผู้บริหารใหม่ ไม่ใช่ ผู้บริหารคนเดิมนะครับ มารับผิดชอบใหม่ ก็ให้กําลังใจ เพราะว่ามีปัญหาเยอะ ประเด็นที่ ผมอยากจะสอบถามก็คือว่าในรายงานของท่าน ผลประกอบการป้ ๒๕๕๐ นี้นะครับ ท่านบอกว่า มีหนี้ที่ไม่ได้รับรู้รายได้ หนี้เสีย เอ็นพีแอล (NPL) นี้นะครับ ลดลงนะครับ ลดลงจากการขายหนี้เสียก็ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะทราบว่าที่ขายไป นี้ครับ ขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วผลของการขายท่านได้คืนจากตรงนี้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เปึน สินเชื่อประเภทใดที่ไปกรุณาระบุรายละเอียดด้วย ถ้ารายละเอียดเยอะมากก็อยากจะให้ ส่งมาให้สภาเปึนรายละเอียดยาวเหยียดนะครับ
คําถามต่อมาคือว่าอยากจะทราบว่าต้นทุนที่ท่านชี้แจงมานี้ ว่าต้นทุนยืนไว้ ที่เพดาน ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้นทุนตลาดอยากจะทราบว่ามันปรับขึ้นลงตามอัตราตลาดไหม ยกตัวอย่างที่ให้มาวันนี้มัน ๕.๑ อย่างนี้นะครับ ถามว่าป้ต่อไปถ้าเผื่ออัตราดอกเบี้ยขึ้น เราจะต้องชดเชยเพิ่มขึ้นหรือเปล่า แล้วจุดสิ้นสุดของมันอยู่ตรงไหน สิ่งที่กังวลก็คือว่า นอกจากขายหนี้เสียไปแล้วก็ยังมีหนี้เสียใหม่เพิ่มขึ้นถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่กิจกรรม ของท่านลดลง ความเปึนห่วงเปึนใยก็คือว่าผู้ที่จะมาใช้ธุรกิจพึ่งพา ธสน. อยากจะทราบว่า เป่ดกว้างให้เข้าถึงได้อย่างไร แล้วก็ยืนยันว่าผู้ประกอบการจริง ๆ สามารถเข้าถึงไหม ถ้าเผื่อไม่มีเส้นสายทางการเมืองมาขอรับสินเชื่อ หรือขอประกันสินเชื่อนะครับ นอกจากนั้นแล้วมีความสงสัยก็คือว่าในรายงานท่านบอกว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ท่านมี การปรับเกณฑ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามเกณฑ์ ไอเอเอส ๓๙ (IAS 39) ขณะนี้มีข่าว ออกมาว่ากระทรวงการคลังจะไม่ยอมยึดเกณฑ์ ไอเอเอส ๓๙ เพราะว่าธนาคารของรัฐ ต้องทําตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล ของกระทรวงการคลัง ถามว่าเกณฑ์เหล่านี้ยังจะยึด อยู่ไหม หรือว่าจะผ่อนคลาย การจะยึดหรือจะผ่อนคลายคงมีผลกระทบต่อผล ประกอบการของท่านเหมือนกันนะครับตรงนี้ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะถามก็คือว่ามี ความสงสัยซึ่งในรายงานก่อน ๆ ไม่เคยมีความชัดเจนมากเท่าวันนี้ อาจจะเพราะว่า เมื่อก่อนนั้นไม่สามารถแสดงเอกสารได้มากเท่าวันนี้นะครับ ผมมาเห็นรายละเอียด ของท่านในการปล่อยกู้หนี้ที่มีปัญหา คือหนี้ที่ปล่อยให้กับประเทศพม่า มูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยผู้ให้กู้นี้คือธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ส่วนผู้กู้คือ เมียนม่าร์ ฟอเรียนจ์ เทรด แบงก์ (Myanmar Foreign Trade Bank) ลงนามวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ ทีนี้จํานวนเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แต่สิ่งที่มีความสงสัยก็คือว่าในเปัาหมายของ การปล่อยสินเชื่อนี่ ท่านบอกว่าผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าและบริการ ได้มูลค่ารวม ๔,๐๐๐ล้านบาท แล้วก็มีเงื่อนไขการเบิกถอน ในเงื่อนไขการเบิกถอน ธสน. (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย) กําหนดเงื่อนไขการเบิกถอนเงินไว้ว่า จะต้องนําเงินไปซื้อสินค้าทุนหรือบริการจากไทยเท่านั้น เพื่อให้ ธสน.นําเงินที่ปล่อยสินเชื่อ แก่พม่าไปจ่ายค่าสินค้าและบริการแก่บริษัทไทยต่อไป ท่านพูดตรงนี้ไว้ชัดเจนว่านี่คือ ผู้ประกอบการไทย แต่ว่ามูลค่าสัญญาตามรายผู้ส่งออกและจํานวนที่เบิกถอนไปแล้ว นะครับ เมื่อ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่มีนะครับ มันมีบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทไทยได้รับเงินตรงนี้ ไปด้วย บริษัทฮาตาริ ไวร์เลส คอมปานี ลิมิเต็ด ก็อยากจะถามว่าตรงนี้มันผิดเงื่อนไขเกณฑ์ การปล่อยกู้หรือเปล่า แล้วก็เปึนบริษัทไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม หรือเปึนบริษัทญี่ปุ์น บริษัท ต่างชาติที่มาตั้งในประเทศไทยและทําไมจึงได้ปล่อยกู้ไปนะครับ ตรงนี้เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะซักถาม นอกจากนั้นแล้วก็อยากจะถามว่าธนาคารส่งออกนําเข้านะครับ ป้นี้ภารกิจ ของท่านนอกจาก ป้ ๒๕๕๐ จบไปแล้วจะเน้นธุรกิจส่งออกประเภทใดนะครับ แล้วคาดว่า จะมีการปล่อยสินเชื่อให้ตามเปัาหมายประมาณเท่าไร แล้วคิดว่าจะลดปริมาณหนี้เสีย หรือ เอ็นพีแอล ลงได้เหลือประมาณกี่เปอร์เซ็นต์หรือเปึนมูลค่าประมาณเท่าไร ซึ่งผมจะ ขอซักถามรายละเอียดในที่ประชุมสภาต่อไปครับ ท่านประธานครับ