อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องรายงานการเงินของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐสภาตรวจสอบการดำเนินการของธนาคาร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ กระทรวงการคลัง โดยคณะรัฐมนตรีได้ส่งรายงานกิจการประจําป้ งบดุล งบกําไร และขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่งประกอบไปด้วยรายงาน ๒ ฉบับ ฉบับแรกคือรายงานกิจการ ประจําป้ ๒๕๕๐ และฉบับที่ ๒ คือรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๙ ทั้งนี้ เปึนไปตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย หรือ ธสน. พ.ศ. ๒๕๓๖ ในมาตรา ๒๖ วรรคสอง ซึ่งจะต้องมีการ รายงานต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ทั้งนี้ เนื่องจากธนาคาร ธสน. ซึ่งกระผมใคร่ขอ อนุญาตท่านประธานเรียกสั้น ๆ ว่า เอ็กซิม แบงก์ ได้สิ้นสุดป้บัญชี และจะต้องรายงาน ภายใน ๑๘๐ วัน เนื่องจากว่าในรายงานในหน้าที่ ๑๘ ซึ่งเปึนการเสนอรายงานโดย ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งอยู่ ณ ที่นี้ ซึ่งท่านประธานได้อนุญาตคือ คุณอภิชัย บุญธีรวร และลงนามโดยท่านประธานกรรมการ คือนายณรงค์ชัย อัครเศรณี ซึ่งปัจจุบัน ก็ได้รับแต่งตั้งล่าสุดเปึนที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรายงานฉบับดังกล่าวนั้นในหน้าที่ ๑๘ ท่านประธานคงจะได้เห็นรายการ ซึ่งก่อนอื่นผมอยากจะเรียนท่านประธานเพื่อทบทวน ว่าสภาชุดนี้ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ นั้น ได้มีโอกาสในการ รับทราบและพิจารณาถึงรายงานของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ เปึนครั้งแรกจริง ๆ หลังจาก เรามีการยุบสภา มีการรัฐประหาร และมีการฟุ๋นฟูประชาธิปไตยกลับคืนมา แต่ว่า ก่อนหน้านี้ท่านประธานคงจําได้ว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ในสภาชุดที่แล้ว ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ก็ได้มีการเสนอรายงาน ต่อรัฐสภาเช่นเดียวกัน กระผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้มีการซักถาม ซึ่งในขณะนั้นกรรมการ ผู้จัดการชื่อ นายสถาพร ชินะจิตร ประเด็นที่มีการซักถามนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงต่อ การบริหารและการดําเนินการของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ซึ่งท้ายที่สุดก็มาปรากฏอยู่ ในหน้าที่ ๑๘ ของรายงานงบดุลดังกล่าว ซึ่งได้ระบุไว้ว่า ธนาคารมีเงินให้กู้ยืม ในต่างประเทศแก่องค์กรของรัฐบาลต่างประเทศตามนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคาร ได้รับดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมเงิน ในอัตราร้อยละ ๑.๕๐ และร้อยละ ๓.๐๐ สําหรับส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ยกับต้นทุนดอกเบี้ยของธนาคาร ธนาคารได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือ องค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในรายงานดังกล่าวนั้นยังได้ระบุว่าโครงการดังกล่าวนั้นเปึนไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ให้ธนาคารให้กู้ยืมเงินแก่องค์กรของรัฐบาลต่างประเทศแห่งหนึ่งในวงเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท และธนาคารได้รับการคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาตรา ๒๓ แห่ง พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๓๖ ในรายงานยังระบุชัดเจนว่า ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ คือวันสุดท้ายของป้บัญชีที่มา รายงานต่อสภานี้ ธนาคารได้ให้เบิกเงินกู้ไปแล้วจํานวน ๓,๘๙๙ ล้านบาท และนโยบาย ของรัฐบาลในการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการ ตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งความจริงต้องเรียน ท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้อาจจะส่งมาก่อนหน้านี้ แต่ว่าปัจจุบันนั้นคดีดังกล่าว ได้เข้าสู่ศาลฎีกาเปึนที่เรียบร้อยแล้ว และบัดนี้จําเลยได้หนีคดีอาญาไปอยู่ประเทศอังกฤษ ผมจําเปึนต้องสอบถาม เพราะเหตุว่าการจัดตั้งเอ็กซิม แบงก์ นั้น จัดตั้งในรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เปึนกลไกเครื่องมือในการส่งเสริมการส่งออก นําเข้าและ การลงทุนของคนไทยในต่างประเทศ ไม่ได้ประสงค์ที่จะให้เปึนเครื่องมือกลไกในการ แสวงหาผลประโยชน์ของรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด หรือคนใดคนหนึ่ง โครงการนี้เปึน โครงการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีธรรมาภิบาลในการบริหารธนาคารเอ็กซิม แบงก์ และสะท้อนออกจากการดําเนินการทั้งที่รู้ว่าธนาคารเอ็กซิม แบงก์ นั้นมีผล ประกอบการในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา บางครั้งก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตามวัฏจักรของเศรษฐกิจ แต่ว่าความลุ่ม ๆ ดอน ๆ ดังกล่าวนั้น เปึนผลที่กระทบไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศผู้เสียภาษี เพราะว่าธนาคารแห่งนี้จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติและเปึน รัฐวิสาหกิจส่วนหนึ่งของรัฐบาล แต่ประการสําคัญก็คือว่า การที่มาตรา ๒๖ ของการจัดตั้ง ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ที่ได้ตราในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีโอกาส เปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก ก็ยังมีความภูมิใจว่า กลไกเครื่องมืออย่างนี้จะเปึนประโยชน์ อย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศโดยรวม แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะเกิด ความไม่โปร่งใส จนกระทั่งกลายเปึนเครื่องมือกลไกของการฉ้อราษฎร์บังหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกจํานวนไม่น้อยในป้ ๒๕๔๘ และครั้งนี้ เปึนอีกครั้งหนึ่ง เปึนครั้งที่ ๒ ที่เราได้มีโอกาสรับทราบถึงรายงานผลการดําเนินการและ ทราบล่าสุดครับ ว่าได้มีการให้เบิกเงินกู้ไปแล้วเปึนจํานวน ๓,๘๙๙ ล้านบาท ที่กระผม ต้องสอบถามท่านรัฐมนตรีและผู้บริหาร แม้ว่าในช่วงนั้นท่านอาจจะยังไม่ใช่เปึนผู้บริหาร และกํากับดูแลในส่วนของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ แต่ว่าผลการดําเนินการดังกล่าวนั้น จะเปึนตัวบ่งชี้ว่าทิศทางนโยบายต่อไปจากวันนี้ และจะต้องมารายงานผลดําเนินการ ต่อไปในป้หน้า เราจะมีโครงการลักษณะเช่นนี้หรือไม่ ที่ผมมีความกังวลและห่วงใย เพราะว่าโครงการให้พม่ากู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนโครงการซึ่งอยู่ในกรอบความร่วมมือ ลุ่มน้ําอิระวดี เจ้าพระยา แม่โขง ซึ่งโดยหลักการเปึนเรื่องที่ดีในการที่จะให้ความร่วมมือ ในเชิงการพัฒนากับประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียง แต่ขณะเดียวกันเปึนที่น่าเสียใจและ น่าเสียดายว่าการใช้นโยบายนํา ที่เราพูดกันถึงเรื่องการทุจริตเชิงนโยบายนั้น มันกลับปรากฏเห็นเปึนตัวอย่าง และเห็นเปึนตัวอย่างนั้นถ้าหากว่าไม่ได้มีผลกระทบถึง พี่น้องประชาชนซึ่งเลือกพวกเรามาเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย ก็คงจะเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่กลับปรากฏว่าโครงการเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทให้พม่านั้น เราให้อัตราดอกเบี้ย ผ่อนปรน อัตราดอกเบี้ยต่ํา เมื่อครั้งที่ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อป้ ๒๕๔๘ นั้น ได้แจ้งว่าต้นทุนดอกเบี้ยของธนาคารอยู่ที่ ๕.๑ เปอร์เซ็นต์ กระผมจําได้ แม่นยําในตัวเลขนี้ ในขณะที่รัฐบาลไทยกําหนดให้พม่ากู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ส่วนต่าง ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ของดอกเบี้ยเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๗๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาทนั้นมาจากภาษีที่ไปเปึนงบประมาณแผ่นดิน ในการไปชดเชยให้กับการกู้ของพม่าในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันเงินให้กู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คนที่ค้ําประกันความเสี่ยงทั้งหมดก็คือ คนไทยทั้งประเทศไม่ใช่พม่า ถ้าหากว่าโครงการนี้ เกิดความเสียหายเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้วก็อยู่ที่รัฐบาลไทย อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชนที่จะต้องไปเยียวยาความ เสียหาย แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานถึงความไม่โปร่งใสและคงจะต้องขอ คําตอบคําชี้แจงก็คือว่า โดยธรรมชาติของธนาคารเอ็กซิม แบงก์นั้น การให้สินเชื่อเงินกู้ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ จะเปึนกิจการเอสเอ็มอี (SME) นี่คือคําชี้แจงของท่านอดีต กรรมการผู้จัดการ แล้วได้ระบุชัดเจนในรายงานของสภาผู้แทนราษฎรว่าเรื่องการให้ อนุมัติเงินกู้ครั้งนี้เปึนเรื่องพิเศษ ไม่ใช่การดําเนินการอํานวยสินเชื่อโดยปกติของธนาคาร เพราะธนาคารไม่มีความสามารถในการรับความเสี่ยงของการให้วงเงินสินเชื่อที่สูงถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นจึงได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ว่า มีความเปึนมา เช่นไร และถ้าหากว่าเปึนโครงการที่ดําเนินการไปภายใต้ความจริงใจโดยปราศจาก ซึ่งผลประโยชน์ซ่อนเร้นก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักต่อการที่ประเทศไทย ในฐานะที่ เปึนสมาชิกอาเซียนแล้วก็จะให้ประเทศข้างเคียง ไม่ว่าจะเปึนพม่า ลาว กัมพูชา และ ประเทศอื่น ๆ ที่มีฐานะด้อยกว่าเราในเชิงการพัฒนานั้นจะได้รับเงินกู้ และผู้ประกอบการ ของไทยจะสามารถขายสินค้าและบริการไปยังประเทศเหล่านั้นได้ นั่นคือภารกิจจริง ๆ ที่สะท้อนอยู่ในพระราชบัญญัติที่เราตราไว้ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย แต่ผม เรียนกับท่านประธานว่าในโครงการเหล่านี้เปึนโครงการซึ่งส่อให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ขาดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งจําเปึนจะต้องมีการปรับปรุงต่อไป และนี่คือความห่วงใยที่อยาก แสดงออกไว้ในการประชุมสภาครั้งนี้ แรกเริ่มเดิมที ท่านประธาน กระผมใคร่ขอทบทวน เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคาร เอ็กซิม แบงก์ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับผิดชอบนั้นจะรับรู้รับทราบถึงเรื่องเหล่านี้ ถึงความห่วงใย และสิ่งที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้เคยซักถามไว้และยังไม่มีคําตอบตั้งแต่ครั้งนั้น แล้วเผอิญมีการยุบสภา แต่คราวนี้เปึนโอกาสอันดีที่สภาได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ เดิมทีในป้ ๒๕๔๖ เดือนตุลาคมนั้นวงเงินให้กู้ยังอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาทในเดือนตุลาคม ๒๕๔๖ แต่ว่าด้วยการดําเนินการที่ฉ้อฉลไม่โปร่งใสของ อดีตนายกรัฐมนตรีจึงได้มีการเจรจา และท้ายที่สุดมีการเพิ่มวงเงินใหม่อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท วงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ และเปึนโครงการเฉพาะเจาะจง ในการให้กู้เพื่อการพัฒนาระบบโทรคมนาคม เพราะฉะนั้นจึงปรากฏขั้นตอน การประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลพม่าผ่านไปยังสถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ผ่านเข้ามายังกระทรวงการต่างประเทศ และท้ายที่สุดได้รับการอนุมัติโดยนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก่อนที่จะมีมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ในระหว่างนั้นเองครับ ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ได้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าได้เริ่ม มีการเจรจาเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมา จนกระทั่งมีการลงนาม ในสัญญาการให้เงินกู้ดังกล่าวในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๗ แต่เมื่อเข้าไปดูในรายละเอียด มันก็เห็นความไม่โปร่งใส และที่ผมสะท้อนออกมาว่ามันเปึนเรื่องของผลประโยชน์ซ่อนเร้น ก็เปึนอย่างนั้นจริง ๆ ปรากฏว่าในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมที่เพิ่มเข้ามาอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท จากเดิม ๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าบริษัท คู่สัญญากลายเปึนบริษัทของลูกชายนายกรัฐมนตรีของประเทศทั้งสอง ผู้ได้รับสัมปทาน ในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมกลายเปึนบริษัทของลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรีพม่าที่ถูก รัฐประหารเงียบและถูกจองจําในคุกเพราะคดีทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทคู่สัญญาที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการขายสินค้าและบริการในโครงการ ดังกล่าวนั้นให้กับบริษัทพม่า ก็เปึนของลูกชายนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ธุรกิจการเมือง คือการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายที่เปึนรูปธรรมที่สุด แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามท้วงติงเรื่องเหล่านี้ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารธนาคารเอ็กซิม แบงก์ และไม่ ประสงค์ที่เห็นรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด หรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งมาใช้อํานาจอธิปไตย ที่ได้มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็มาใช้อํานาจรัฐในการแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง พวกพ้อง บริวาร และบริษัทในเครือ เสียดายว่าเสียงเหล่านั้นกลับไม่ไปถึงจิตสํานึกของ อดีตผู้นําของเรา ท้ายที่สุดวันนี้ผลกรรมนั้นไม่ใช่เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่มีความ เปึนกลาง ไม่เปึนธรรม ไม่ใช่เพราะการที่จะถูกขู่ฆ่า หมายปองชีวิต แต่เพราะการต้อง หลบหนีคดีอาญา เพราะคดีนี้ต้องถึงคุก มันเปึนความทรมานของพวกเราทีเดียวในการที่ รับรู้ว่าการที่เรามีผู้นํารัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการอ้างถึงการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย นั้น วันหนึ่งได้ใช้อํานาจอย่างฉ้อฉล แล้วมันน่าเสียใจว่าเราได้พยายามทักท้วง ท้วงติง ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดผมก็ต้องไปเปึนพยานในคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้แจ้งความดําเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทต่อสมาชิก คตส. หรือกรรมการ คตส. ท่านหนึ่ง ก็ต้องไปเปึนพยานเพื่อที่จะบอกว่าเราได้มีการอภิปรายเรื่องนี้ และท้วงติงความไม่โปร่งใส ในโครงการนี้จริง แต่นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราได้เอาบทเรียน เหล่านี้มาเปึนสิ่งที่สอนใจไม่ให้มันเกิดขึ้น ไม่ให้ธุรกิจการเมืองเข้ามาครอบงํานักการเมือง ไทย ไม่ให้กระบวนการการเลือกตั้งนั้นเปึนเพียงช่องทางผ่านของธุรกิจการเมืองที่เข้ามา ยึดอํานาจโดยผ่านอํานาจของทุน วันนี้เราคงไม่ต้องมีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้และต้อง ท้วงติงอีกครั้งซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านประธานครับ ที่ผมได้กล่าวไว้เบื้องต้นก็คือว่า ตั้งแต่ก่อตั้ง ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ มา ๑๑ ป้ คือป้ ๒๕๓๖ ถึง ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเปึนป้สิ้นสุดบัญชี ที่รายงาน เราได้มีการพิจารณาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๔๘ นั้น เปึนครั้งแรก จริงครับที่เอ็กซิม แบงก์ ได้ยืนยันว่ายังไม่เคยมีการดําเนินการอํานวยสินเชื่อในลักษณะ เช่นนี้ตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ วันนี้กระผมทราบว่าการอํานวยสินเชื่อ ดังกล่าวนั้นได้มีการเบิกเงินกันไปแล้วเกือบครบเต็มจํานวน แต่ต้องการทราบว่า กระบวนการในการอํานวยสินเชื่อดังกล่าว ซึ่งแม้แต่อดีตผู้บริหารก็ยังยืนยันว่าธนาคาร ไม่มีความสามารถในการรับความเสี่ยง แล้วก็เลยโยนความเสี่ยงทั้งหมดมาให้กับ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โยนดอกเบี้ยทั้งหมดมาให้คนไทยจ่ายแทน แต่ถ้า ผลประโยชน์มันเกิดขึ้นต่อประชาชนคนพม่า ต่อความเจริญก้าวหน้าในการพัฒนา ประเทศของพม่า มันคงจะไม่เปึนข้อที่เปึนปัญหา และเราก็ยินดีด้วยความมีน้ําใจระหว่าง ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง แต่เสียดายว่าเงินดังกล่าว ผลประโยชน์ดังกล่าวมันกลับไป ตกอยู่ในกระเปิาของคนที่เปึนอดีตนายกรัฐมนตรีหรือบริวารของทั้ง ๒ ประเทศ ผมทราบดี ว่าการสืบสวน สอบสวนเรื่องนี้ใน คตส. อาจจะมีหลายคนทักท้วงว่าอาจจะเปึนการ กลั่นแกล้งทางการเมือง แม้แต่อดีตผู้นําที่หลบหนีคดีอาญาไปอยู่อังกฤษ ล่าสุด เมื่อวานซืนนี้ก็ยังกล่าวอ้าง แต่ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้ดูข้อเท็จจริงที่มัน ได้ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ขอให้เราได้มาดูกันเถอะว่า ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ปรากฏ อยู่ในเอกสารและข้อเท็จจริงเหล่านั้นคือข้อกล่าวหา ไม่มีใครสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาได้ ไม่มีใครทําสัญญาระหว่างบริษัท บาร์กัน ไซเบอร์ เท็กซ์ กับบริษัทชิน แซทเทิลไลท์ ขึ้นมาได้ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงบริคณห์สนธิของคนเปึนเจ้าของหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ เปึนเจ้าของ ส่วนใหญ่ที่ชื่อ นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้ และไม่มีใครเปลี่ยนความเปึนลูกพ่อระหว่างนายพานทองแท้ ชินวัตร กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ และก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ว่าเมื่อป้ ๒๕๔๗ คนที่นั่งดํารง ตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรีเปึนประธานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ นั้น ไม่ใช่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จะมีใครสร้างหลักฐานเหล่านี้ได้ครับ จะมีใครเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ ผมถึงบอกว่าวันนี้ ไม่ใช่แต่เพียงเราจะมาสอบถามเอ็กซิม แบงก์ เท่านั้น แต่เราจะสอบถามคนของเรา ในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ว่าเราจะรับผิดชอบอย่างไรต่อการจัดตั้งธนาคารแห่งหนึ่ง ด้วยภาษีของประชาชน แล้ววันหนึ่งก็กลายเปึนเครื่องมือทํามาหากิน แล้วเราก็ให้การ สนับสนุน ไม่ว่าจะด้วยการยกมือหรือจิตใจแม้แต่ถึงทุกวันนี้ ถ้าหากว่าจิตสํานึกดังกล่าว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และมองว่าเรื่องเหล่านี้มันเปึนเรื่องของการ กลั่นแกล้งทางการเมือง วันนี้เราจะหวังได้อย่างไรว่าระบอบประชาธิปไตยของเราจะ พัฒนาก้าวไปข้างหน้าได้ ความเปึนธรรมาภิบาลที่เราหวังอย่างยิ่งว่าจะเกิดขึ้นใน เอ็กซิม แบงก์ ก็เหมือนกับที่ทางคนทั่วไปเขาหวังธรรมาภิบาลในสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน และหวังธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมได้เห็นรายงานทั้งในเรื่องของงบดุล ในเรื่อง ของสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่าง ๆ เหล่านี้ และเผอิญว่ามันมีความรับผิดชอบผูกพันร่วมกัน ระหว่างสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างคณะกรรมาธิการงบประมาณที่เราได้ตั้งขึ้น และ งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน เพราะว่าในมาตรา ๒๓ ของการจัดตั้ง ธนาคารเอ็กซิม แบงก์ ได้ให้สิทธิในการขอความคุ้มครองพิเศษ ทั้งในเรื่องความเสี่ยงของ โครงการ ทั้งในเรื่องดอกเบี้ย เงินต้น ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานต่าง ๆ ไว้โดยที่เอ็กซิม แบงก์ ไม่ต้องรับความเสี่ยงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าทางการไทยต้องค้ําประกันในส่วนนี้ และ นั่นคือภาษีและภาระของพี่น้องประชาชนครับ จึงขอให้ทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็ ท่านกรรมการผู้จัดการได้กรุณาชี้แจงความคืบหน้า แล้วไม่ใช่แค่โครงการพัฒนาระบบ โทรคมนาคมเท่านั้น ขอให้ท่านชี้แจงทุกโครงการ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ว่ามีโครงการ อะไรบ้าง และบัดนี้อํานวยสินเชื่อไปแค่ไหน ดอกเบี้ย ดอกผล การชดเชยจากภาษี ประชาชน ทางรัฐบาล ทางการไทยอนุมัติไปเท่าไรแล้ว แล้วก็ยังเหลือภาระผูกพันมีปัญหา อุปสรรคอย่างไร และให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าต่อไปภายหน้าการพิจารณาอํานวย สินเชื่อเหล่านี้ แม้ว่าจะเปึนนโยบายรัฐบาล แต่ว่าถ้าหากว่ามันส่อความไม่โปร่งใสทั้งที่เรา ได้ท้วงติงแล้วในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ยังเดินหน้าอนุมัติกันเช่นนี้ โดยอ้างแต่เพียงว่าเปึน นโยบายของรัฐบาล ถ้าเปึนเช่นนี้ท่านจะดําเนินการลักษณะเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ภายใต้ รัฐบาลชุดนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ