รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันจันทร์ที่ ๙ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันนะคะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือเรื่องเกี่ยวกับคุณภาพ ของโรงพยาบาลอําเภอ เนื่องจากดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนคนป์วยที่อยู่โรงพยาบาล ประจําอําเภอ ปรากฏว่าไปพบว่าบริเวณโรงพยาบาลมีความไม่ค่อยสะอาด พื้นที่ก็มีฝุ์นเยอะ ตามมุมผนังห้องก็มีหยากไย่ ดิฉันคิดว่าเรื่องอย่างนี้คงต้องรบกวนให้ท่านรัฐมนตรีกําชับ ให้ทางโรงพยาบาลของอําเภอช่วยดูแลความสะอาดในเรื่องฝุ์นละออง แล้วก็เชื้อโรคต่าง ๆ ด้วยค่ะ เมื่อดูแล้วดิฉันไม่มั่นใจว่าคนไข้จะหายจากโรคที่ไปรักษา แล้วจะเปึนโรคอื่นแทน หรือเปล่าคะ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องความสะอาดของโรงพยาบาลประจําอําเภอด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องมาจากโรงพยาบาลอําเภอ ดิฉันพบว่าปรากฏ โรงพยาบาลอําเภอค่อนข้างขาดแคลนแพทย์ประจําโรงพยาบาลเปึนจํานวนมากค่ะ มีหมอไม่เพียงพอต่อความต้องการในการรักษาของคนไข้ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอีกเหมือนกัน ให้ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรเจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุข ให้เข้าไปช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทางด้านสุขภาพด้วยค่ะ
เรื่องที่สอง ดิฉันได้รับการร้องเรียนอีกเหมือนกันค่ะ บอกว่าช่วงนี้ปรากฏว่า ข้าวจังหวัดของดิฉันนี่ประสบปัญหาน้ําท่วมมาค่อนข้างนานค่ะ เราหายจากน้ําท่วมแล้ว แต่ว่าผ่านมาเดือนกว่าแล้วยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากทางราชการในด้านเกี่ยวกับพืชที่ตายไป ต้นข้าวที่ท้องแล้วไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ชาวบ้านก็ฝากดิฉันมาเรียนท่านประธานผ่านไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องการชดเชยค่าเสียหายจากพืชผลทางการเกษตร ที่ได้รับตอนน้ําท่วมด้วยค่ะ
เรื่องที่สาม เนื่องมาจากฝายที่ค่อนข้างจะชํารุด แล้วก็การปรับปรุงต่าง ๆ ของหน่วยงานที่เข้าไปทํา คุณภาพค่อนข้างไม่ดี การก่อสร้างต่าง ๆ ทําให้เมื่อก่อสร้าง ใช้งบประมาณหลวงไปแล้ว ดิฉันคิดว่ามันเปึนการสิ้นเปลือง ถ้าต้องซ่อมแซมบ่อย ๆ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องเกี่ยวกับน้ําไม่ว่าจะเปึนฝาย หรือว่าคันกั้นน้ําอะไรก็ตามแต่ ให้ช่วยดูแลคุณภาพด้วยเวลาตรวจรับงาน เนื่องจากดิฉัน ไม่อยากให้งบประมาณทําไป ๕-๖ เดือน ก็ต้องมาซ่อมแซมกันอีก ก็อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลตรวจสอบเรื่องคุณภาพของสิ่งก่อสร้างที่ได้ ใช้งบประมาณของหลวงในการจัดทําด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้ายนะคะ ชาวบ้านเขาบอกมาอีกเหมือนกันว่าเงินเดือน อสม. ยังไม่ได้รับเลยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลแล้วก็ตรวจสอบด้วยว่าทําไม อสม. ถึงยังไม่ได้ รับเงิน รวมทั้งผู้สูงอายุด้วยนะคะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ
พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตหารือประธานเกี่ยวกับเรื่องโครงการจัดซื้ออาวุธป๋นสั้น แก่สมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือ ถึงสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านเกี่ยวกับโครงการจัดซื้ออาวุธป๋นสั้นแก่สมาชิกวุฒิสภาในราคา ซึ่งต่ํากว่าราคาท้องตลาด ผมก็เปึนห่วงนะครับ เพราะขณะนี้ท่านประธานก็คงจะทราบว่าการก่ออาชญากรรมในประเทศไทยนั้นหนาตา ก็เกิดขึ้นบ่อย ท่านประธานคงจําเรื่องแท็กซี่พกอาวุธป๋นไปยิงแม่แล้วก็ลูก ๒ คน พร้อมทั้ง ฆ่าเชือดหั่นศพเด็ก อาชญากรรมทั้งหมดก็เกิดจากอาวุธป๋น ซึ่งหน่วยราชการได้รับสิทธิ ในการซื้อ ต่อไปก็มีการสูญหายแล้วก็ไปอยู่ในมือของผู้ที่ก่ออาชญากรรม ขณะนี้บ้านเมืองเรา ก็มีตํารวจมีอะไรอยู่เยอะแล้ว การปล่อยให้อาวุธป๋นสั้นพวกนี้ไปแพร่หลายอยู่ทั่วไปจะเปึน อันตรายต่อประชาชน และก่อให้เกิดความไม่สงบสุขแก่ประชาชน ผมได้เปรียบเทียบ ดูแล้วในประเทศมาเลเซียเขามีมาตรการในการที่จะคุมเข้มเรื่องนี้มาก ผู้ที่รู้ว่าเพื่อน มีอาวุธป๋นอยู่ด้วยก็ผิดแล้ว ประเทศมาเลเซียมีกฎหมายมาตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๕๘ และเขา ก็แก้ครั้งสุดท้ายเมื่อป้ ค.ศ. ๑๙๘๘ ปัจจุบันยังบังคับใช้อยู่ เมื่อไม่มีอาวุธพวกนี้ไปอยู่ในมือ ของอาชญากรก็ดี หรือบุคคลซึ่งไม่มีวุฒิภาวะที่จะใช้ก็ดี จะทําให้บ้านเมืองนี้มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าได้โปรดยับยั้งโครงการนี้ และได้โปรด มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทยตรวจดูสิว่าอาวุธป๋นทั้งหลายที่ซื้อโดยหน่วยราชการก็ดี หรือว่าทางตํารวจ แม้กระทั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาได้สูญหาย ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่สมควรมีหรือยังเพื่อความปลอดภัยของประเทศ และความมั่นคง ความสงบสุขของประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณขยัน วิพรหมชัย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําเอาปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องชาวจังหวัดลําพูน หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน ขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดในเรื่อง การออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่บ้านไร่ดง บ้านหนองสมณะใต้ บ้านแม่อาว ตําบลน้ําดิบ อําเภอป์าซาง จังหวัดลําพูน ในเขตตําบลศรีเตี้ย อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน และ ในเขตบ้านห้วยปันจ้อย ตําบลหนองยวง อําเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลําพูน ซึ่งมีพื้นที่ สาธารณะจํานวนหลายพันไร่ จึงขอถือโอกาสฝากไปยังรัฐบาลได้เร่งรัดการออกโฉนดที่ดิน ให้กับพี่น้องประชาชนได้มีที่ดินทํามาหากิน ซึ่งในวันนี้ทางจังหวัดลําพูนมีการเสวนา ของกลุ่มเครือข่ายพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศที่อําเภอป์าซาง จังหวัดลําพูน มีการเสวนา เรื่องโฉนดชุมชนทางรอด ทางออกของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ไม่มีที่ดินทํากิน ผมจึงถือโอกาสได้เร่งรัดในเรื่องเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะเรื่องโฉนดที่ดิน ซึ่งเปึนความต้องการของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่อําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน ได้มีประกาศเขตป์าคุ้มครอง เมื่อป้ ๒๔๘๕ ต่อมาได้มีการประกาศออก ส.ค. ๑ ในป้ ๒๔๘๗ แต่ไม่มีแนวเขตชัดเจนของ เขตป์าคุ้มครอง สํานักงานที่ดินจังหวัดลําพูนได้ประสานไปยังผู้รับผิดชอบวัน เวลาผ่านมา เปึนระยะเวลา ๑๐ กว่าป้แล้วยังไม่ได้รับคําตอบชัดเจน ซึ่งมีปัญหาขณะนี้ว่าพี่น้องในเขต อําเภอแม่ทาหลายตําบล โดยเฉพาะตําบลทาปลาดุกมี ส.ค. ๑ แต่ว่าไม่สามารถไปออกเปึน โฉนดได้ เพราะว่ามีประกาศเขตป์าคุ้มครอง ป้ ๒๔๘๕ ได้ประกาศทับที่ดิน ส.ค. ๑ ของพี่น้อง ในอําเภอแม่ทา จึงฝากไปยังกรมป์าไม้ได้เร่งรัดการยกเลิก การประกาศที่เขตทับที่ ส.ค. ๑ ของพี่น้องในเขตอําเภอแม่ทา ๒ เรื่อง ผมจึงถือโอกาสนําเรื่องที่ดินของพี่น้องจังหวัดลําพูน ซึ่งถือว่าเปึนหัวใจหลักฝากไปยังท่านประธาน ฝากไปยังรัฐบาลได้หาทางแก้ไขโดยด่วนครับ
เชิญคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาอันทรงเกียรติ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือ ท่านประธาน เปึนเรื่องใหญ่ของประเทศไทยเรื่องเดียววันนี้นะครับ ท่านประธานในฐานะ ที่ท่านเปึนประมุขของสภา ท่านนั่งอยู่ทั้ง ๒ คนบนสภาวันนี้ครับ
เรื่องเขมรท่านประธานครับ อยากฝากท่านเพราะว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้
ผมขอความกรุณาให้ถึงวาระก่อน ได้ไหมครับ จะเปึนพระคุณอย่างสูง
ก็คงไม่รอ
อยู่ในวาระที่ ๙ อยู่แล้วครับ
ท่านประธาน ไม่เปึนไรครับ ตอนเข้าวาระก็ว่าอีกตอนหนึ่ง ตอนนี้ผมเปึนหารือ
ผมก็ไม่อยากจะให้เอาเรื่องนี้มาครับ เอาเรื่องธรรมดา ๆ ก่อน ขอความกรุณาคุณสุชาติ
ท่านประธาน นิดเดียวครับ ที่ผมพูดตรงนี้เพราะว่าวันนี้การค้าการขายมันทรุดลงหนัก วันนี้หนังสือพิมพ์ ลงทุกฉบับครับทรุด มันเปึนหน้าที่ของสภาเลยที่จะต้องเอาเข้าหารือ วันนี้ถ้าเกิดมีการรบกัน เกิดขึ้นประชาชนจะเดือดร้อน อยากจะเอาเรื่องนี้เพื่อท่านจะได้เอาเรื่องนี้ไปบอกนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีต้องมาปรึกษาหารือท่านประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่า อย่างกรณีเรียกทูตกลับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันหายไปเลยและมันจะเกิดศึก อย่างที่ไม่คิด เมื่อเช้าท่านประธานอ่านข่าวไหมครับ พันธมิตรยุให้ยกเลิกเอ็มโอยู (MOU) กับเป่ดศึกทางเขมร ผมเกรงว่า
ผมขอความกรุณานะครับ คุณสุชาติ พอแล้วเรื่องนี้
เรื่องนี้พอแล้ว เอาเรื่องใหม่ท่านประธานครับ เรื่องใหม่ก็คือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรอยู่ เรื่องผู้มีอิทธิพลกับเรื่องยาบ้าเกลื่อนเมือง วันนี้ท่านประธาน ลองดูที่จังหวัดลพบุรีล่าสุดไปยิงเสื้อแดงที่บ้านเลยเพียงแค่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เพราะเหตุมันตั้ง ผบ. ตํารวจไม่ได้ ตํารวจก็เลยไม่รู้จะฟังใคร ต้องฝากท่านประธานไปถึง นายกรัฐมนตรีครับว่าเมื่อไรจะตั้ง ผบ. ตํารวจตัวจริง หรือติดอะไรอยู่ ผมเกิดมาก็เพิ่งเห็น ว่าเปึนนายกรัฐมนตรีตั้ง ผบ. ตํารวจไม่ได้ พอตั้งไม่ได้ลูกระนาดไปถึงข้างล่างเลยครับ ตํารวจไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ ท่านประธานดูครับเมื่อก่อน อย่างวันนี้ทางชายแดนไปยึดยาบ้า เปึน ๓๐๐,๐๐๐ เม็ด จังหวัดลพบุรีผมพูดไปหลายครั้งแล้วยึดได้กลางเมืองเลย ๓๘,๕๐๐ เม็ด ข่าวเงียบ ไม่มีอะไรที่จะไปรังแกผู้มีอิทธิพลได้ ล่าสุดเสื้อแดงท่านประธานวันที่ท่านไปเยี่ยม จังหวัดลพบุรีมีข่าวบอกผมมาบอกว่าพอท่านไปเสื้อแดงมาเยี่ยมท่าน มีคนไปขู่เสื้อแดง โทรไปถึงบ้านเขาบันทึกเทปไว้ เอามาแจ้งกองปราบอยู่ตอนนี้ ไปตีเขาถึงบ้าน พอตีเสร็จปุ็บ บอกอีก ๗ วันกูจะไปยิง ข่าวออกทั่วประเทศท่านประธานครับ เอาป๋นไปยิง ๖ นัดยิงบ้านเขา แล้วถามว่าความมั่นคงของประเทศหรือพี่น้องประชาชนจะมีความผาสุกได้อย่างไรครับ ถ้าท่านยังตั้ง ผบ. ตํารวจไม่ได้ ประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ฝากเรื่องข้าวในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรอยู่ภาคกลาง พูดจนปากแฉะก็คงจะไม่ได้ วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นั่งอยู่ฝัืงซ้าย ภาคกลางท่านรู้ไหมครับข้าววันนี้ขายได้ ๖,๐๐๐ บาท พอฝนตกเหลือ ๔,๕๐๐ บาท ต้นทุนมัน ๗,๐๐๐ บาท อย่างที่ผมบอกแล้ว ท่านจะบอกว่าจํานําดีหรือประกันดีประชาชน เขาไม่รู้หรอกครับ เขารู้เพียงแต่ว่าเขาจะขายได้เท่าไร วันนี้มันขาดทุนจะอยู่อย่างไร เขาบอกว่าเขาขาดทุนอยู่ไม่ได้ก็เหลืออย่างเดียวเอาข้าวมาเทสภาเขาบอกอย่างนั้นครับ มันจะจริงหรือเปล่าไม่รู้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นั่งอยู่ฝัืงซ้าย วันนี้ต้อง หาทางแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
เชิญท่านอนันต์ วุฒิสภาครับ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา เรื่องที่ผมอยากจะหารือวันนี้ก็คือว่าอยากจะขอให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนแล้วก็เร่งรัด ให้มีใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓ จี (3G) ภายในป้นี้ เพราะว่าขณะนี้สับสนไปหมด ไม่รู้ว่า รัฐบาลต้องการที่จะทําตามนโยบายไทยเข้มแข็งหรือเปล่า เพราะเห็นว่าการที่มีใบอนุญาต ๓ จี จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็สอดคล้องนโยบายไทยเข้มแข็งได้ในป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ทันที เพราะว่าหากมีใบอนุญาต ๓ จี จะมีการลงทุนอย่างน้อย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๓ ป้ เพราะฉะนั้น ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๓ ป้ ผมเคยประเมินแล้วจะมีรายได้เข้ารัฐประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยตรงนะครับรายได้เข้ารัฐ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๓ ป้ เพราะฉะนั้น จะสอดคล้องไทยเข้มแข็งโดยตรง
อันที่ ๒ เปึนการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและไอซีที (ICT) ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้แถลงไว้ในข้อ ๔.๕ ที่ต้องการ พัฒนาให้ไทยเปึนอุตสาหกรรมไอซีทีของไทยนั้นเปึนภูมิภาคในเอเชียอาคเนย์ แล้วก็ พัฒนาบุคลากรของไทยให้มีความเข้มแข็ง แล้วก็พัฒนาให้โครงสร้างพื้นฐานครอบคลุม ไปทั่วทุกภูมิภาค ก็จะสอดคล้องถ้ามีใบอนุญาต 3จี เพราะจะทําให้อินเทอร์เน็ต (Internet) ไปได้เร็วขึ้น
อันที่ ๓ เปึนการพัฒนาการเรียนการสอนทางไกล พัฒนาการรักษาทางไกล แล้วก็พัฒนาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ไปได้ไกลกว่า เพราะฉะนั้นก็จะสอดคล้องกับ นโยบายรัฐบาลในเรื่องของสังคมอีกเหมือนกัน
อันที่ ๔ จะเปึนทางเลือกให้กับประชาชน เพราะว่าการมีใบอนุญาต ๓ จี แล้วไม่ได้บังคับให้ประชาชนใช้ แต่เปึนทางเลือกให้ประชาชนจะได้มีคุณสมบัติของระบบ โทรศัพท์ที่สร้างความใกล้ชิดของครอบครัวได้มากขึ้น ยกตัวอย่างการสร้างความใกล้ชิด ก็คือสามารถคุยกันและเห็นหน้ากันได้ สามารถที่จะประชุมพร้อมกันได้หลาย ๆ คน ในสายโทรศัพท์เดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าไม่มีเหตุอะไรที่จะปล่อยให้การออกใบอนุญาต ๓ จี นี้ล่าช้าต่อไป เพราะว่าถ้ามีใบอนุญาต ๓ จี โดยเร็ว ก็จะสามารถสร้างไทยเข้มแข็งได้ เนื่องจากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างน้อย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเงินที่ได้รายได้เข้ารัฐ โดยตรงในป้แรกเลย ก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจะได้จากค่าใบอนุญาต อย่าไปกังวลใจว่าจะไปกระทบต่อบริษัทที่เปึนรัฐวิสาหกิจเพราะมันมีทางออกแล้วรายได้ จะไม่ตกไป ผมได้ประเมินและคํานวณไว้แล้ว รายได้จะได้คงอยู่ตามเดิมไม่ได้หายไปไหน ตามที่มีคนกล่าวกันไว้ จึงขอหารือท่านประธานช่วยผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้สนับสนุน เร่งรัดให้มีใบอนุญาต ๓ จี โดยเร็ว เพื่อไทยเข้มแข็ง ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
เชิญคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือต่อท่านประธานรัฐสภา เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดสุโขทัย ในเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องข้าวเปลือก ซึ่งโครงการประกัน รายได้ของเกษตรกรเรื่องข้าวนั้นถือว่าเปึนเรื่องดี ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็พึงพอใจ ในหลักเกณฑ์ในการประกันรายได้ แต่มีปัญหาอยู่บ้างที่จะต้องอยากให้รัฐบาลนั้น ได้ปรับปรุงบางเรื่องโดยเฉพาะในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ ซึ่งทางเกษตรกรนั้นบ่นมา เปึนเสียงเดียวกันว่าการที่รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ได้กําหนดในผลผลิตต่อไร่ ต่อทางคณะรัฐมนตรีไปนั้น ซึ่งต่ํามาก โดยเฉพาะที่จังหวัดสุโขทัย บ้านผมนั้น อยู่นอกพื้นที่เขตชลประทาน และทั้งจังหวัดไม่ใช่เปึนพื้นที่เขตชลประทานเลย แต่ไปกําหนดผลต่อไร่ซึ่งต่ําเหลือเพียงประมาณ ๔๙๘ กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งความเปึนจริงนั้น จะต้องไม่น่าจะต่ํากว่า ๗๐๐ กิโลกรัมด้วยซ้ํา เกษตรกรในจังหวัดสุโขทัยทําเกี่ยวกับ เรื่องข้าวนั้นได้ถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ฉะนั้นการที่มากําหนด ๔๙๘ กิโลกรัมต่อไร่นั้น มันต่ําเกินไป ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ปรับโครงสร้างกําหนดต่อไร่นั้นให้ใหม่ อย่างน้อย ให้ได้สักประมาณ ๗๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ อันนี้ก็ขอฝากต่อทางรัฐบาลและโดยเฉพาะ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม ที่จังหวัดสุโขทัยนั้น มีปัญหา อย่างมาก เพราะตั้งแต่เมื่อป้ ๒๕๓๘ ๑๕ ป้มาแล้วครับท่านประธาน ได้มีการสนับสนุน เลี้ยงโคนมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเปึนจํานวนมาก ตอนแรก ๆ ก็ดีครับ แต่มาช่วงระยะหลัง รัฐบาลนั้นไม่ค่อยให้ความสนใจที่จะส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคนม อย่างจริงจัง ทําให้เขาต้องเปึนหนี้เปึนสินต่อทาง ธ.ก.ส. ก็ดี สหกรณ์ก็ดี เปึนจํานวนมาก กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคนมก็ฝากมาว่าอยากจะให้ทางรัฐบาลเข้าไปดูอย่างจริงจังและ ปรับโครงสร้างหนี้ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่เปึนหนี้เปึนสินเปึนจํานวนมาก และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งการที่ไปสนับสนุนเลี้ยงโคต่าง ๆ นั้นก็มีปัญหา ราคาโคก็ต่ําลง กลุ่มเกษตรกร เลี้ยงโคก็ขาดทุนเปึนจํานวนมาก ก็อยากให้ทางรัฐบาลนั้นเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็ ปรับโครงสร้างหนี้ให้กับกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มพวกนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญคุณอํานวย คลังผา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งในโอกาสวันนี้หลายคนก็พูดเรื่องข้าว ก็อยากจะ ฝากถึงรัฐบาล โดยเฉพาะในขณะนี้ข้าวหอมมะลิทั่วประเทศ ในขณะนี้เริ่มเกี่ยวกันแล้ว แต่มีปัญหาเรื่องฝนตกชะ ก็เลยทําให้ข้าวเป้ยก ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับว่าอยากจะให้ท่านเร่งสร้างลานตากข้าวให้กับกลุ่มเกษตรกรทํานา ทั่วประเทศ โดยใช้ระบบ ๑ ตําบล ๑ ลานข้าว คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาในเรื่องของ ปัญหาข้าวราคาถูกซึ่งในขณะนี้ข้าวเกี่ยวแล้วมันเป้ยก หากมีลานตากข้าวประจําตําบล แล้วจะสามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ระดับหนึ่ง ก็อยากจะฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มาก็อยากจะ ให้ท่านได้รับทราบปัญหาตรงนี้นําไปแก้ไขให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย เรื่องลานตากข้าว
เรื่องที่ ๒ เรื่องการทําแผนที่รีเซท (Reset) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในขณะนี้จังหวัดลพบุรียังไม่แล้วเสร็จ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการในเรื่องของการจัดทําแผนที่รีเซทหรือแนวเขตป์า ให้ชัดเจนเพื่อที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอําเภอโคกเจริญ อําเภอสระโบสถ์ และอําเภอชัยบาดาล ท่าหลวง และลําสนธินั้น จะได้มีโอกาสออกโฉนดและ น.ส.๓ ในโอกาสต่อไปครับ
เรื่องที่ ๓ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ําบ้านเขารวก ตําบลคลองเกตุ ซึ่งในขณะนี้ ทางชลประทานได้เข้าแผนไว้แล้วก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดําเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําแหล่งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้ทําการเกษตร ซึ่งในขณะนี้ หมู่บ้านเขารวกนี่ขาดแคลนน้ํา ซึ่งไม่มีแหล่งกักเก็บน้ําเลยนะครับ ไม่มีอ่างเก็บน้ํา เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดําเนินการสร้าง อ่างเก็บน้ําให้กับพี่น้องชาวบ้านเขารวก ตําบลคลองเกตุ อําเภอโคกสําโรงด้วยครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ในขณะนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านยังไม่ได้รับเงินเดือน ก็อยากจะฝากท่านประธานช่วยเตือนทางกระทรวงมหาดไทยครับว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังไม่ได้รับเงินเดือน
เขาโอนแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
ต่อไปท่านประสงค์ นุรักษ์ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ ผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ ผมได้ใช้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหวังจะไปเยี่ยมทําภารกิจ ที่ภาคใต้แต่บังเอิญเกิดน้ําท่วมไม่สามารถที่จะทําภารกิจได้ ผมก็เลยเปลี่ยนแผนครับ ไปเยี่ยม พื้นที่จังหวัดซึ่งอยู่ภายใต้รัศมีบารมีของท่านประธานละครับ ผมไปจังหวัดสุรินทร์ครับ ที่จังหวัดสุรินทร์ผมได้ไปเยี่ยมโรงเรียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ครับ ได้พบปะพูดคุย ในเรื่องวิชาการด้านการเกษตรกับท่านอาจารย์ชัยนรินทร์ ทัพมะเริง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ กฤษฎา บูรณารมย์ ท่านมีความห่วงใยเรื่องนี้มาก เรื่องการเกษตรในฐานะที่ประเทศไทย เปึนประเทศที่มีเกษตรกรเปึนหลัก และมีอาชีพการเกษตรเปึนหลัก ท่านก็บอกผมว่า เดี๋ยวนี้ทางราชการได้มีการเกษียณราชการ ซึ่งปฏิบัติภารกิจด้านการเกษตรป้ละประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน แต่บรรจุเข้าประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ เปึนจํานวนน้อยมาก ท่านมีความเปึนห่วง อาชีพของเกษตรกรไทยควรจะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนและดูแลจากรัฐบาลให้ชัดเจน กว่านี้ พื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรควรจะให้แก่ประชาชนมากกว่าที่เปึนอยู่ในขณะนี้ ท่านเปึนห่วงครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วต่อไปอาจจะมีปัญหาขาดบุคลากร อาจจะ มีปัญหาเยี่ยงกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้นะครับ
อีกประการหนึ่งครับ ผมแวบ ๆ ผ่านมาเห็นสระน้ํา สระน้ําในมหาวิทยาลัย ราชภัฏสุรินทร์ครับ เปึนสระน้ําที่ทันสมัย ใหญ่มากครับ สร้างด้วยเงินเปึนสิบ ๆ ล้านบาท แต่ผมทราบว่าบัดนี้ได้ถูกทอดทิ้งมาเปึนเวลานานแล้ว ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์เลยครับ เปึนตัวอย่างที่มีอมตะมากครับว่าทําไมการก่อสร้างทางราชการในหน่วยงานราชการ ต่าง ๆ นี้ สร้างมาแล้วไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ ถูกทอดทิ้งไว้อย่างน่าเสียดายมาก ในโอกาสนี้ ผมอยากจะใคร่เรียนเสนอท่านประธานช่วยหารือทางรัฐบาลหน่อยครับ หาทางเถอะครับ จากการสํารวจข้อมูลต่าง ๆ จากทั่วประเทศครับว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐนี้ได้สร้างตึก อาคารต่าง ๆ ไว้เปึนงบประมาณของแผ่นดินนี้ แล้วก็ทอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์นี่ มากมายขนาดไหน ผมทราบครับมีหลายแห่ง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ของท่านก็มีนะครับ ทาง อบต. ได้สร้างศูนย์โอทอป (OTOP) ไว้หลายแห่งและทอดทิ้งไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์เลย และที่ยิ่งกว่านี้ครับ ศูนย์โอทอปที่จังหวัดหนองคาย ท่านไปดูนะครับ เปึนเงินร้อย ๆ ล้านบาท ที่สร้างทิ้งไว้ เดี๋ยวนี้เปึนที่ซึ่งหมาใช้ในการถ่ายอุจจาระ ขอประทานโทษด้วย นี่เรื่องจริงครับ ผมเข้าไปแวะเจอ แล้วผ่านเห็นมาแล้วครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลนี้สํารวจเอาความสูญเสีย อันนี้มาปรับปรุงแก้ไขครับ เพื่อจะได้เงินของประเทศชาติจะได้ใช้ประโยชน์ให้สมประโยชน์ มากที่สุด สมดังเจตนารมณ์ของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ของ สตง. ที่พูดไว้ว่าเงิน ของประเทศชาติคือเงินของประชาชนทุกคน หวังว่าประชาชนทุกคนจะได้ผลประโยชน์ จากการใช้เงินอันเปึนภาษีอากรจากประชาชนทุกคนครับ ขอประทานโทษนะครับ และขอขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นาย ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม เรื่องที่ผมจะหารือเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน บ้านตาล หมู่ ๒ ตําบลโนนตาล อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม มีปัญหาความเดือดร้อน ขาดน้ําดื่ม น้ําใช้ ปัจจุบันใช้แหล่งน้ําจากน้ําใต้ดินเปึนบ่อบาดาล จํานวน ๘๐ หลังคาเรือน จึงขอให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้ก่อสร้างน้ําประปาให้หมู่บ้าน เพราะฤดูแล้งน้ําประปา ไม่ไหล ระบบประปาของ อบต. ก่อสร้างแล้วใช้งานไม่ได้
เรื่องที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนของบ้านธาตุชุมทาง หมู่ ๑๓ ตําบลโนนตาล อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม มีปัญหาขาดน้ําดื่ม น้ําใช้เช่นกัน ต้องการน้ําประปา หมู่บ้าน ต้องการหอสูงประปาหมู่บ้าน ขอให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้ช่วยแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร
เรื่องที่ ๓ ของกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ขอให้อนุรักษ์ฟุ๋นฟู แหล่งน้ําหรือขุดลอกห้วยบ่อและห้วยก้านเหลือง บ้านดอนกลาง หมู่ ๘ ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม
เรื่องที่ ๔ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปึนปัญหาความเดือดร้อนของบ้านตาลท่า หมู่ ๖ ตําบลหนองเทา อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ขอให้ก่อสร้างคลองระบายน้ําในหมู่บ้านความยาว ๒๐๐ เมตร
เรื่องที่ ๕ อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พี่น้องประชาชนบ้านดอนกลาง หมู่ ๘ ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ขอให้ก่อสร้างกุฏิสงฆ์ วัดป์าธรรมนิเวศน์ ขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๘ เมตร และขอให้ ก่อสร้างกําแพงวัดที่วัดศรีสองคอน บ้านตาลท่า หมู่ ๖ ตําบลหนองเทา อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
เรื่องที่ ๖ เปึนความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พี่น้องชาวอําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ขอให้ก่อสร้างสถานีขนส่งคิวรถบัส รถทัวร์ เพราะที่อําเภอบ้านแพงมีบริษัทรถทัวร์ถึง ๗ บริษัท รถจอดขวางการจราจร ขอให้มีการ ก่อสร้างสถานีขนส่งเพื่อความเปึนระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย
เรื่องที่ ๗ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยครับ พี่น้องประชาชนชาวบ้านดงยาง หมู่ ๑๒ ตําบลโนนตาล อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ขอให้มีการก่อสร้างไฟฟัาแสงสว่างริมถนนทางหลวง ขอขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ใน ฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ กระผมขอกราบเรียนหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ การจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีคุณภาพ อันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา หนองคาย ได้ทราบว่าการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เท่าที่ได้ดูรายการ ได้ดูตัวอย่างแล้ว ไม่มีคุณภาพเหมาะสมกับเงินที่จะจ่ายไป
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องการจัดจ้างบุคลากรเพื่อจะสอนประวัติศาสตร์ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการสั่งไปทั่วประเทศนะครับ โดยไม่มีหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติ ซึ่งเขาลําบากใจมากในการปฏิบัติในการจ้างเหล่านี้ ปกติถ้ามีเรื่องนี้ไปก็ต้องมีวิธีแนวทาง ปฏิบัติให้ทางสํานักงานเขาปฏิบัติได้ถูกต้อง ตอนนี้เขาอึดอัดใจมากครับ อยากฝากไปยัง กระทรวงศึกษาธิการได้กําหนดแนวทางวิธีการในการจ้างบุคลากรเหล่านี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านวัดหลวง เขาได้ไปสํารวจ ริมตลิ่งแม่น้ําโขงบริเวณเหนือวัดหลวงขึ้นมาถึงโรงเรียนบ้านวัดหลวง ตลิ่งพังมากนะครับ ก็อยากได้ของบประมาณสนับสนุนในโอกาสต่อ ๆ ไปในการสร้างพนังกั้นตลิ่งนี้นะครับ ขอฝากไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับ
เรื่องต่อไป ของบขยายสะพานบริเวณระหว่างบ้านนาหนังไปบ้านโคกพัฒนา สะพานเปึนเลนเดียวครับ รถวิ่งสวนกันไม่ได้ และเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ ถนนกว้าง ๒ เลน แต่ว่าสะพานเปึนเลนเดียว ก็อยากฝากไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมได้ ดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา เรียนเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ กราบขอบพระคุณที่ได้มีโอกาสรองสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมขอกราบหารือด้วยกัน ๒ เรื่อง ผ่านยังท่านประธานด้วยการชมเชยครับ สืบเนื่องจากวันศุกร์ วันเสาร์ที่ผ่านมา กระผมและทีมงานได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านถนนสายหาดใหญ่-สะเดา ไปจนถึงอําเภอจังโหลนไปทอดผ้าป์า ช่วงท้ายถ้ามีเวลาก็จะขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากการทําบุญ คุ้มครองท่านประธานให้มีอายุมั่นขวัญยืนด้วย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากฝนตกหนัก น้ําไหลบ่าท่วมถนนหนทาง กระผมมีภารกิจที่จะต้องเดินทางไปที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี สืบเนื่องจากฝนตกดังกล่าวเปึนเหตุให้น้ําท่วม และได้มีการเจาะถนน สายดังกล่าวให้น้ําไหลบ่าไปที่ตําบลพะตงและตําบลทุ่งลุง เห็นเลยครับ รถของประชาชน ที่จอดอยู่ริมถนน น้ําที่เจาะเกาะกลางได้ไหลบ่ารถจมไปต่อหน้าเลยครับ ตลาดนี่จากถนน เปึนแม่น้ําลําคลองในพริบตา และผมได้ประสานไปยังแม่ทัพภาคที่ ๔ และผู้กํากับการ ๗ ตํารวจทางหลวง ต้องขออนุญาตชมเชยครับ แม่ทัพภาคที่ ๔ ท่านได้กรุณาให้รถคันใหญ่ เอาล้อหลังมาป่ดบังเกาะกลางนะครับ แล้วก็สนับสนุนโดยรถตํารวจทางหลวง ทําให้ชะลอ การไหลบ่าของน้ําที่จะไปสร้างความเดือดร้อนของประชาชน ท่านประธานนี่ประการที่ ๑
จากการที่ผมได้รับวีซ่า (Visa) จากทางบ้านไป ๒ วันต้องเดินทางกลับ กรุงเทพมหานคร จะพักก็ไม่ได้ครับ เดี๋ยวคราวหน้าจะไม่ได้วีซ่า เลยไปพักที่พัทยาครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประสงค์คู่หูผมไปด้วย พักอยู่ที่โรงแรมครับ ปกติจะมีนักท่องเที่ยว มากมาย แต่โดยที่บางตาไปมากนะครับ โดยเฉพาะชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เขาบอกว่าได้ไป เที่ยวที่ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากสภาพปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ของเรายังไม่เรียบร้อย ก็ขออนุญาตผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย
ข้อแรกเรื่องน้ําท่วม ซึ่งขอชมเชยครับท่านทําได้เยี่ยมอยู่แล้ว แล้วก็ กระทรวงการท่องเที่ยวขอความกรุณาที่พัทยาซึ่งซบเซาอยู่แล้ว ก็ขอให้มีสีมีสันอีกหน่อย เพราะว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปึนแหล่งนําเงินเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินครับ
อีกเรื่องเดียวครับ เผอิญผมไม่มีวาสนาได้นั่งรถประจําตําแหน่งแบบ ประธานทั้งหลาย ก็เลยขับรถมาที่รัฐสภาด้วยตัวเอง ท่านประธานครับ ได้ฟังสถานีวิทยุ แห่งหนึ่ง เขาบอกอย่างนี้ครับว่าสวนดุสิตโพล (Poll) ได้สํารวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างวันที่ ๕-๗ พฤศจิกายน การบริหารราชการแผ่นดินการตั้ง ผบ.ตร. นายกรัฐมนตรี ได้ ๔.๕๔ เปอร์เซ็นต์ เพื่อโปรดทราบครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณวัชระ เพชรทอง เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องของธนาคารกรุงไทย ปรากฏว่าธนาคารกรุงไทยนั้น โดยเฉพาะในฝ์ายกฎหมายได้เร่งรัดในการบังคับคดีกับ ลูกหนี้ ซึ่งเปึนพี่น้องประชาชนอยู่ในเขตหนองแขม ไม่มีเมตตาธรรม ไม่มีมนุษยธรรม คือ ธนาคารเปึนเจ้าหนี้ก็ดั่งที่เรารู้กันอยู่ครับท่านประธาน แต่เมื่อพี่น้องประชาชนไปกู้แล้ว ไม่สามารถนําเงินไปชําระหนี้ได้ เขามีบ้านก็จะไล่เขาออกจากบ้านภายใน ๗ วัน อย่างนี้ ถือว่าไม่มีมนุษยธรรม อยากจะให้ผู้ที่รับผิดชอบได้ทําการอบรมฝ์ายกฎหมายของ ธนาคารกรุงไทยให้มากกว่านี้ ส่วนธนาคารออมสิน ตามที่รัฐบาลบอกว่าจะปล่อยกู้ให้กับ คนยากคนจนที่มีรายได้น้อย ปรากฏว่าพี่ผู้หญิงคนหนึ่งมีอาชีพขายกับข้าวให้พระตักบาตร ที่หน้าวัดหนองแขม ปรากฏว่าไปขอกู้เพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ บาท จากธนาคารออมสิน สาขา หมู่บ้านเศรษฐกิจ ปรากฏว่าก็กู้ได้ยาก แม้กระทั่งผมซึ่งเปึน ส.ส. ผมบอกว่าผมยินดีที่จะ ค้ําประกันให้กับชาวบ้านรายนี้ก็ยังกู้ไม่ได้ ผมอยากจะถามว่าผู้รับผิดชอบธนาคารออมสิน ที่โฆษณาว่าสามารถที่จะกู้ได้ทันทีทันใดนั้น จะกู้ได้เมื่อไร เพราะคนยากคนจนประสบ ความเดือดร้อน ท่านประธานครับ ส่วนคนที่ไม่มีธนาคารก็คือไปกู้เงินนอกระบบก็ได้รับ ความเดือดร้อนจากบรรดานายทุนเงินกู้นอกระบบ ผมอยากจะเห็นท่าน พลตํารวจตรี ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้เข้ามาจัดการในพื้นที่ฝัืงธนบุรีบ้าง เพื่อที่จะให้นายทุนเงินกู้ทั้งหลายได้รู้จักคําว่า มนุษยธรรม ส่วนที่มีรายได้น้อยไปอีกก็ไป ใช้บริการโรงรับจํานําของกรุงเทพมหานคร ก็อยากจะให้กรุงเทพมหานครโดยอาจารย์ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ได้โปรดลดดอกเบี้ยโรงรับจํานําของกรุงเทพมหานครบ้าง จะได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับส่วนโครงการที่ทํามาแล้ว เช่น ปัายคอยรถแท็กซี่ ของหน่วยงานไหนไม่ทราบ ปรากฏว่าชํารุดทรุดโทรมเปึนอันมาก ผมอยากจะให้มี การสอบสวนในโครงการนี้ว่าใช้เงินงบประมาณไปอย่างไร รวมทั้งการสร้างห้องสมุด ตามชุมชนต่าง ๆ ปรากฏว่ากลายเปึนห้องสมุดร้างไม่มีการทํานุบํารุงดูแล ซึ่งไม่ใช่เปึน งบประมาณของกรุงเทพมหานคร
และสุดท้ายพี่น้องประชาชนในเขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ ฝากผมมาบอกว่าตามที่จะมีการรับรองเรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ไทย-กัมพูชาเปึนวาระที่ ๙ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ตามมาตรา ๑๙๐ นั้น บอกว่า ส.ส. อย่าไปรับรองเปึนอันขาด เพราะในขณะนี้กําลังมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ
ให้มันถึงวาระก่อนครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพ กราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่ง และที่ผมได้กล่าวมานั้น ก็คือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสหารือในวันนี้ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อยู่ ๒-๓ เรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน
เรื่องแรก เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เข้าไปใช้พื้นที่ที่ถูก เพิกถอนจากทางกรมที่ดิน เนื่องจากว่าที่ดินที่จังหวัดหนองคายโดยเฉพาะตําบลหนองหัวช้าง แล้วก็ตําบลอื่น ๆ รอบ ๆ บริเวณของอําเภอพรเจริญ ได้มีการซื้อขายกันในสมัยที่บีบีซี (BBC) ก่อนล้ม แล้วทางกรมที่ดินได้เพิกถอนที่ดินเหล่านั้นแล้วประชาชนเข้าไปใช้บริการ เข้าไป ใช้ทํามาหากินตามปกติ เพราะเปึนที่สาธารณะ ได้รับหมายศาลมีการฟัองว่าบุกรุกสถานที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้เข้าไปตรวจสอบโดยด่วน เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่สอง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือเรื่องของถนนเลียบโขง จังหวัดหนองคาย อําเภอเมืองไปถึงอําเภอท่าบ่อ เปึนถนนของกรมชลประทาน แต่ผิวจราจร เปึนของกรมทางหลวง เนื่องจากว่าถนนเส้นนี้เปึนถนนที่เปึนยุทธศาสตร์ในการเดินทาง ของพี่น้องชาวจังหวัดหนองคายและนักท่องเที่ยว คับแคบไม่มีไหล่ถนน ผมเคยมีโอกาส หารือท่านประธานในช่วงประมาณสักป้ที่แล้วก็ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จึงฝากประธานไปยังกรมทางหลวง เพื่อจัดสรรงบประมาณในการทําไหล่ถนน จากอําเภอเมือง รอยต่อของเขตเทศบาลเมืองหนองคายไปถึงเทศบาลอําเภอท่าบ่อ
เรื่องที่ ๓ อยากจะกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับจากการคับคั่งของถนน อยากจะฝากประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดงบประมาณสําหรับถนนรอบเมืองของจังหวัดหนองคาย เปึนถนนเลี่ยงเมืองซึ่งมีการสํารวจพื้นที่เอาไว้แล้วแต่ว่ายังไม่มีงบประมาณ
เรื่องสุดท้าย เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องรอยต่อของชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ฝากท่านประธานไว้ว่าเปึนความเดือดร้อนที่เขาเกรงว่าจะมีการป่ดด่านจึงกังวล เพราะว่า รัฐบาลได้มีการถอนทูตออกจากเขมร ใช้นโยบายที่แข็งกร้าวเกินเหตุนะครับ เพราะฉะนั้น อยากฝากท่านประธานด้วยว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลให้ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณา ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณนริศ ขํานุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตหารือท่านประธานว่าขณะนี้จังหวัดพัทลุงประสบ ปัญหาน้ําท่วมแม้ว่าจะไม่รุนแรงที่สุดก็ตาม แต่ว่าพี่น้องประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน เปึนจํานวนมากทีเดียว มีผู้เสียชีวิตและมีผลผลิตทางการเกษตร เพราะว่าจังหวัดพัทลุง เปึนจังหวัดในทางการเกษตร โดยเฉพาะพวกเลี้ยงปลา พวกเลี้ยงกุ้ง แม้กระทั่งวัว ควาย ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่ว่าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือชาวนาครับ ชาวนา ในจังหวัดพัทลุงถือว่ามีจํานวนมากแล้วก็มีพื้นที่นาที่มากที่สุดในพื้นที่ภาคใต้นะครับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเมื่อวันที่ ๔ ทรงรับสั่งถึงความห่วงใย เรื่องชาวนา เพราะว่าแม้ไม่ประสบปัญหาอื่นใดชาวนาก็ขาดทุนอยู่แล้วครับ ขณะนี้ได้รับ ความเดือดร้อน แต่ว่าเหนือจากชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนที่รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือ จากภาวะน้ําท่วมดังกล่าว โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างมากมาย ถนนไม่ว่า จะเปึนของท้องถิ่น ของทางหลวงชนบทและทางหลวงแผ่นดินได้รับความเสียหาย พวกผม ส.ส. ทั้ง ๓ คนจะได้รวบรวมถนนและจะได้รายงานประธานเพื่อที่จะขอไปยังรัฐบาลให้ มีการซ่อมแซมถนนที่ประสบปัญหาน้ําท่วมเปึนเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมอยากจะให้ท่านประธานได้กรุณามีหนังสือด่วนไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม ที่จะให้ ๒ หน่วยงาน คือ สสจ. พัทลุงกับกรมป์าไม้ได้ย้ายออกจากหน่วยงานเดิม ที่ตั้งเดิม แล้วก็ทางกระทรวงคมนาคมให้ย้ายแขวงการทางออกไป เพราะมีข้อตกลงกันในจังหวัดว่า จะขยายโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อจะมาก่อสร้างในพื้นที่ของ สสจ. กับพื้นที่ของแขวงการทาง เพราะว่ากระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติงบประมาณเพื่อจะก่อสร้างตึกอุบัติเหตุจํานวน ความสูง ๗ ชั้น หลายร้อยล้านบาทครับ แล้วก็ไม่มีที่เพียงพอที่จะก่อสร้าง จึงขอใช้ที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม แต่ว่าในขณะนี้ รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ยังไม่อนุมัติให้ ๒ หน่วยงานได้ออกจากพื้นที่เพื่อที่จะเตรียมพื้นที่ ก่อสร้างตึกอุบัติเหตุดังกล่าว ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากให้ ท่านประธานได้กรุณามีหนังสือ ถ้าผมหารือขอสนับสนุนงบประมาณไปหน่วยงานใด นอกจากท่านมีหนังสือไปยังกระทรวงนั้นแล้ว อยากให้มีหนังสือไปยังหน่วยงานย่อย ๆ เหล่านั้นด้วยนะครับ เช่น ให้มีหนังสือไปยังโรงพยาบาลพัทลุงด้วย นอกจากถึงกระทรวง สาธารณสุขแล้วนะครับ
สุดท้ายผมอยากเรียน ซึ่งขณะนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรุณาอยู่ในที่ประชุมด้วยว่าราคาอ้างอิงของราคาข้าวตามโครงการประกันรายได้ พัทลุง มีข้าวสังข์หยด แต่ว่าคุณภาพข้าวสังข์หยดเปรียบเทียบได้กับข้าวหอมมะลินะครับ ไม่ใช่ ข้าวหอม
หมดเวลาแล้วครับ
ขอรัฐมนตรีได้ กรุณาช่วยด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานได้กรุณาแจ้งท่านสมาชิกรัฐสภาให้มาประชุม ๓-๔ วัน ผมดูระเบียบวาระแล้ว เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศที่จะต้องดําเนินการตามมาตรา๑๙๐ แต่บางเรื่อง ท่านประธานครับ อย่างเช่น ระเบียบวาระที่ ๙ ที่ท่านประธานบอกว่าที่มีเพื่อนสมาชิก พยายามจะถามเรื่องนี้ที่เปึนปัญหาเกิดขึ้นอยู่นี้ ท่านบอกว่าเอาไว้ในระเบียบวาระที่ ๙
ขอความกรุณาเอาเรื่องวาระอื่นก่อน เถอะครับ เดี๋ยวเมื่อถึงเรื่องนั้นค่อยพูดกัน
คือผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ผมได้ถามทางกระทรวงการต่างประเทศแล้วครับ เรื่องอย่างนี้ เอามาเสนอสภาทําไม มันมีแต่บันทึก บันทึก เขาก็บอกว่าเข้ามาตรา ๑๙๐
คืออาจารย์ขอความกรุณาเอาเรื่อง อื่นก่อนเถอะครับ
ถ้าอย่างนั้น ผมหารือท่านประธานครับ ตั้งแต่วันศุกร์มาผมมีเรื่องไม่สบายใจอย่างยิ่ง และผมคิดว่า ท่านประธานเองก็คงจะเดือดร้อนเหมือนกัน ผมดูหนังสือพิมพ์วัน ๒ วันนี้ ค้าชายแดนเขมร ๕๐,๐๐๐ ทรุด นี่มันกําลังเกิดขึ้นท่านประธาน ผมดูประเมินจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ที่มันเกิดขึ้น สิ่งที่ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งก็คือถ้อยแถลงของผู้นํารัฐบาลที่พยายามจะบอกว่า บัดเดี๋ยวนี้เราจะต้องเลือกแล้วระหว่างไทยกับกัมพูชาคุณจะเลือกใคร ผมไม่อยากจะเลือก อย่างนั้นท่านประธานครับ ถ้าดูแล้วรัฐบาลเองกําลังสร้างสิ่งที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับพูด ว่ากําลังสร้างเรื่องชาตินิยม จนกระทั่งไปถึงการคลั่งชาติเกิดขึ้น
ผมขอความกรุณาตั้งแต่ต้นเลยครับ
ก็นี่ละครับ ท่านประธานผมเปึนห่วง
รู้ครับ เอาเรื่องจังหวัดยโสธรดีกว่าครับ
เรื่องของเรา ก็คือว่าผมเปึนห่วงเรื่องนี้ แล้วก็อยากจะฝาก
ห่วงทุกคนครับ ก็อยากจะขอความกรุณา พอถึงเรื่องระเบียบวาระแล้วเราค่อยพูดเรื่องนี้ครับ
ท่านประธาน จะให้พูดไหมระเบียบวาระที่ ๙ เรื่องนี้ วาระที่ ๙ เปึนเรื่องบันทึกการเจรจาเรื่องเขตแดน เท่านั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่เรื่องที่ผมกําลังเรียนท่านประธานบอกว่ารัฐบาลกําลังจะ สร้างเรื่องชาตินิยมคลั่งชาติเกิดขึ้น ผมด้วยความเปึนห่วงเอาแม้แต่ดาราไปวิจารณ์เขมร อย่างเดียวถึงเผาสถานทูตมาแล้ว ผมด้วยความเปึนห่วงไม่อยากจะให้มีปัญหาอย่างนี้ เกิดขึ้น ก็อยากจะเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลบอกว่าขอให้ทางรัฐบาลลองใช้ช่องทาง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ เป่ดให้รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาดูสิครับว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเราจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร หรือไม่ผมเองก็อยากจะสื่อไปทาง ท่านสมาชิกวุฒิสภาที่นั่งอยู่ที่นี่หลายท่าน ถ้าท่านลองใช้มาตรา ๑๖๑ ของรัฐธรรมนูญ
คือขอความกรุณาถ้าปัญหาเรื่อง พี่น้องประชาชนจังหวัดยโสธรไม่มีปัญหาก็พักก่อนก็ได้ครับ ให้ครบองค์ประชุมแล้วเราจะ เป่ดเต็มที่ครับ เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีจะมาตอบเองครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ
ด้วยความเปึนห่วง ไม่อยากจะเห็นความสัมพันธ์ ๒ ประเทศนี้มันทรุดลงไปมากกว่านี้
นั่นละครับ ผมกราบเรียนขอความกรุณา ท่านอาจารย์แล้ว
ถ้าอย่างนั้น พอถึงระเบียบวาระที่ ๙ ผมเรียนถามท่านประธานว่าพอถึงวาระที่ ๙ ท่านประธานจะเป่ด อนุญาตให้สมาชิกพูดเรื่องนี้ได้ไหมครับ
ครับ ถึงวาระก็ต้องไปตามวาระครับ ท่านอาจารย์ เอาเรื่องนุ่ม ๆ นิ่ม ๆ ไปก่อนดีกว่าครับ
ผมพยายามจะ เรียนท่านประธานบอกว่ามันเดือดร้อน
จะหมดเวลาแล้วครับ ท่านจะปรึกษา อะไรอีก ผมได้ขอร้องตั้งแต่เช้าแล้วเรื่องนี้ว่าให้เข้าระเบียบวาระก่อน ผมประทานกราบเรียน ด้วยความเคารพ
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นเมื่อถึงวาระที่ ๙ เรื่องชายแดนไทย-เขมร ท่านประธานจะอนุญาตให้พวกผม พูดเรื่องนี้ไหมครับ
แน่นอนเข้าระเบียบวาระแล้วก็ต้อง ได้พูดทุกคน
หมายความว่า พูดไปมากกว่าเรื่องบันทึกของกรรมการเขตแดนนะครับ
ครับ
ไปพูดถึงเรื่อง ความสัมพันธ์ไทย-เขมร ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์นี้ด้วยนะครับ
ไม่มีปัญหาครับ พอระเบียบวาระไหน ก็ตามไประเบียบวาระนั้นเราก็ทําตาม
พอถึงตอนนั้น ท่านประธานอย่าไปห้ามพวกผมไม่ให้พูดนะครับ
ให้วิป (Whip) ส่งมาก็แล้วกันนะครับ ไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีผมให้เวลา ๑ นาทีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อกรณี ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงหนังสือพิมพ์บางฉบับว่าการค้าชายแดนทรุดนั้นอาจจะก่อให้เกิด ความตระหนกตกใจ กระผมเรียนว่าได้ไปตรวจราชการชายแดน แล้วก็ได้ให้ทูตพาณิชย์ ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดใน ๗ จังหวัดที่มีเขตพรหมแดนติดกับกัมพูชาระยะทาง ๘๐๓ กิโลเมตร ปรากฏว่าสถานการณ์การค้ายังเปึนปกติ อาจจะมีข้อกังวลอยู่ แต่ว่าด้วยมาตรการที่นุ่มนวล รอบคอบ สุขุม ของรัฐบาลไทยในการใช้มาตรการทางการทูต ตอบโต้เพื่อเรียกศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของชาติไทยกลับคืนมานั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เข้าใจได้ ขณะนี้รัฐบาลก็พยายามดูโดยพยายามรักษาไม่ให้การค้า การขาย ตลอดจนความสัมพันธ์ ระดับประชาชนของชายแดนไทย-กัมพูชานั้นได้รับผลกระทบ จึงกราบเรียนท่านประธาน ว่าขณะนี้สถานการณ์การค้าโดยส่วนใหญ่เปึนปกติ จากการดําเนินมาตรการดังกล่าวนั้น ก็สร้างแรงกดดันทําให้ฝ์ายกัมพูชานั้นเชื่อว่าเริ่มมีท่าทีในการที่จะงอนง้อประเทศไทยครับ แต่ผมเรียนว่าพ่อค้าที่เขาได้ชี้แจงกับผมก็คือว่าเขายืนยัน ยืนหยัดกับท่าทีนโยบายรัฐบาล เรื่องนี้ และเห็นว่ารัฐบาลไทยตัดสินใจถูกต้องแล้ว แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการค้า แต่ให้ห่วง เรื่องศักดิ์ศรีเกียรติภูมิประเทศชาติ อันนี้คือสิ่งที่ทางหอการค้าเขาได้ยืนยันมา ผมรู้สึกชื่นใจ ในฐานะที่คนไทยของเรานั้นยังมีความรักชาติ เกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของเรา จะให้คนอื่นมา ลบหลู่ไม่ได้ครับ และเรียนย้ําว่าสถานการณ์ในเรื่องการค้าจะดูแลให้ดีที่สุดเพื่อให้การค้า ๒ ประเทศเปึนไปโดยราบรื่นครับ
ขณะนี้ผมต้องขอประทานอภัย ปรึกษาป่ดการปรึกษา พรุ่งนี้ค่อยต่อนะครับ ขณะนี้มีสมาชิกครบองค์ประชุมแล้วครับ คือสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ๖๒๓ ท่านนะครับ บัดนี้มีผู้มาเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๑๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ คุณนิยม เป่ดวาระแล้ว พอทีครับ คะแนนล้นเหลือแล้ว
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ
กระผมขอแจ้งให้ทราบดังนี้ เนื่องจากว่าสัญญาต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีทั้งหมดสําคัญ ๆ ๒๐ กว่าเรื่อง เราจึงจําเปึนที่จะต้องมีกําหนดการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ๔ วันด้วยกัน คือเราเริ่มตั้งแต่วันที่ ๙ เราจะใช้เวลาวันละ ๑๒ ชั่วโมง ๔ วัน ๔๘ ชั่วโมง โดยมีรัฐมนตรีเสนอกรอบ และตอบชี้แจงใช้เวลาที่ทางวิปทั้ง ๓ ฝ์าย ได้ตกลงกันแล้ว ใช้เวลา ๘ ชั่วโมง ส่วนฝ์ายรัฐบาลถ้าอภิปรายคนละประมาณ ๑๐ นาที ก็จะใช้เวลา ๑๔ ชั่วโมง ฝ์ายค้านมีพรรคเพื่อไทย พรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ และพรรคเพื่อแผ่นดิน ใช้เวลา ๑๖ ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภา ๑๕๐ ท่าน ใช้เวลา ๑๐ ชั่วโมง แล้วก็มีมติที่ประชุมว่าวิปร่วม ๓ ฝ์ายเสนอให้พิจารณาไปตามระเบียบวาระการประชุม โดยเชื่อมโยงเปึนรายกระทรวงนะครับ และให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบทุกกระทรวง เสนอกรอบการเจรจาในครั้งเดียวกัน และให้ลงมติตามระเบียบการประชุม ผมก็จะได้ ดําเนินการต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ พิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งมีระเบียบวาระดังนี้นะครับ
๑. ความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งยูเครน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๒. กรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบ การเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) นี่เรื่องแรกนะครับ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึน คนชี้แจงก่อนนะครับ และเราจะดําเนินการต่อไป
๓. บันทึกการหารือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๔. บันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกระทรวงคมนาคมเปึนคนชี้แจงนะครับ ผมเอา ๒ ตอนนี้ก่อนนะครับในภาคเช้า เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะยกมือเพื่อขออนุญาต หารือในประเด็นเรื่องของระเบียบวาระ จริง ๆ ท่านประธานไม่ได้มองก็เลยอ่านระเบียบวาระ ไปก่อน ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธานยิ่ง ระเบียบวาระ ที่อยู่ในวาระการประชุมของเราที่ประชุม ๔ วัน ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ แต่มีเรื่องสําคัญหนึ่ง ที่ผมอยากจะใคร่กราบเรียนหารือท่านประธานว่าเราน่าจะยกขึ้นมาเปึนการพูดจาหารือ กันก่อน เปึนการพิจารณากันก่อนได้หรือไม่ คือในวาระที่ ๙ สาเหตุที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในวาระที่ ๙ เปึนเรื่องการพิจารณา เรื่องของบันทึก การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ เพียงแต่ถ้าเราพูดกันในวาระนี้ มันจะมีข้อเสนอที่ดี ๆ จากรัฐสภาของเราไปยังฝ์ายบริหาร เพราะผมเองก็ลงชื่อ
ผมได้ขอร้องตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ เรื่องนี้คุณชลน่านคงได้ยินให้ไปตามระเบียบวาระ ขอความกรุณาให้เปึนตามระเบียบวาระ เถอะครับ เพราะอย่างไร ๆ มันก็ต้องถึง ถ้าเราช่วยกันเร่งรัด คืออภิปรายวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ วาระที่ ๔ ให้เร็วขึ้นก็จะถึงวาระที่ ๙ เร็วขึ้น มันก็ไม่ช้าอะไร ให้มันได้เนื้อหาสาระ เพราะถ้าเรามาอภิปรายวาระที่ ๙ ก่อน ๒ วัน ไม่จบหรอกครับ ขอความกรุณาคุณชลน่าน เถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าจริง ๆ ข้อห่วงใยท่านประธาน
คือผมขอใช้อํานาจนิดหน่อยนะครับ ประทานอภัย ดําเนินการตามระเบียบวาระไปก่อนครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมขออีก ๑ นาทีเท่านั้นเองที่จะกราบเรียนท่านประธาน คือข้อห่วงใยในการ ดําเนินกิจกรรมทางด้านการเมือง การปกครอง หรือการทูตระหว่างประเทศ ท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่องที่รัฐบาลไปทํากับต่างประเทศ ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่จะต้องผ่านรัฐสภา ในการจะยกเลิกข้อตกลงก็ดี ในการที่ประกาศแถลงการณ์ต่าง ๆ ก็ดี ทําไมรัฐสภาของเรา ในฐานะที่เปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน ไม่มีโอกาสได้ให้ความคิด ความเห็น ไม่มีโอกาส ได้รับทราบเลยว่ารัฐบาลควรจะดําเนินการตามที่สภาให้ความเห็น เข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ผมไม่แน่ใจ ท่านประธานครับ ไปดูมาตรา ๑๙๐ วรรคหนึ่ง เปึนพระราชอํานาจ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่จะไปทําอะไรต่าง ๆ ผมฝากในช่วงนี้ก็แล้วกันครับว่า ถ้ารัฐบาลเห็นความสําคัญควรจะมาเข้าสู่สภา ในการที่จะยกเลิกเอ็มโอยู หรือยกเลิก บันทึกความเข้าใจ แม้กระทั่งถ้าเห็นความสําคัญขอเป่ดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ก็ได้ รัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นไปก็ไปดําเนินการ ผมคิดว่านั่นคือการรักษาผลประโยชน์ ที่สําคัญของประเทศชาติ ไม่ใช่เอาเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นมาในลักษณะเปึนเกมการเมือง ผมฝากท่านประธานก็แล้วกันครับ ถ้าท่านประธานไม่อนุญาตตอนนี้ ผมขอใช้สิทธิตอน วาระที่ ๙
ขอบพระคุณครับ ผมขอดําเนินการเลย เชิญรัฐมนตรีแถลงทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เพื่อจะได้อภิปรายกัน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผมใคร่ขอหารือท่านประธานสักเล็กน้อย เผอิญได้มีการหารือ เกี่ยวกับเรื่องของระเบียบวาระ ๕.๖ ซึ่งเปึนพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ภายใต้พิธีสาร ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งการเป่ดเสรีการค้าสินค้าและ อํานวยความสะดวกทางการค้า และหนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องสินค้าสัตว์น้ํา และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา ซึ่งขอให้มีการพิจารณาถัดจากระเบียบวาระที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๒ เพราะว่ากระผมจะต้องไปเปึนผู้แทนรัฐบาลไทยในการลงนามในพิธีสารดังกล่าว ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก (APEC) ซึ่งจะต้องเดินทางออกจากประเทศไทย ในบ่ายวันพรุ่งนี้ แล้วก็เปึนเรื่องที่ค้างคามาหลายป้ ดังนั้นก็เลยขอความกรุณาหารือ ท่านประธานก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาตามวาระต่อไปครับ
๒ เรื่องเลยใช่ไหมครับ เอาทั้ง ๒ เรื่อง
กราบเรียน ท่านประธานครับ ที่กระผมหารือหมายถึงว่าในระเบียบวาระเกี่ยวกับเรื่องของความตกลง พิธีสารระหว่างไทยกับเปรู ซึ่งมีกําหนดในระหว่างการที่จะลงนามช่วงการประชุมรัฐมนตรี การค้าเอเปกที่สิงคโปร์ในอีก ๒-๓ วันข้างหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้คงใช้เวลาไม่มาก เพียงแต่ว่าได้ทําเรื่องขอที่จะให้มีการเลื่อนระเบียบวาระต่อจากระเบียบวาระที่ ๑ และระเบียบวาระที่ ๒ ก็ขอความกรุณาท่านประธานครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ของเรา
เชิญคุณชินวรณ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออภัยท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมคิดว่าเราได้ประชุมวิปทั้ง ๓ ฝ์าย แล้วก็ได้ ตกลงกันตามที่ท่านประธานได้มีบัญชาดําเนินการประชุมไปแล้วก็คือว่า เนื่องจากว่า เรื่องที่ ๑-๑๑ นั้น เปึนเรื่องที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้น การดําเนินการประชุมก็ต้องเปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ก็คือต้องเอาเรื่องที่เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนพิจารณาให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้นเราก็จะขอเลื่อนเรื่องเร่งด่วนที่ทาง ท่านรัฐมนตรีได้ร้องขอเมื่อสักครู่นี้จึงสามารถจะดําเนินการได้ และที่สําคัญไปมากกว่านั้น ก็คือว่าในวันนี้ผมคิดว่าเปึนบรรยากาศที่ดีแล้วที่ทางฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและวุฒิสภา ได้เห็นว่าเรื่องที่เราพิจารณาในวันนี้ก็มีความสําคัญมาก แล้วก็อยากให้ท่านรัฐมนตรี ได้ดําเนินการไปตามระเบียบวาระที่ท่านประธานได้ดําเนินการ เพื่อจะให้มีเวลาสําหรับ ไปวาระที่ ๙ ที่เพื่อนสมาชิกให้ความสนใจในการที่จะดําเนินการต่อไป และผมคิดว่าทันที จะพิจารณาในวันอังคารที่จะถึงนี้นะครับ
คือไม่ฟังผม ผมก็ได้อ่านให้ทราบแล้ว และที่ประชุมก็มีมติกันแล้ว ไม่มีใครมีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็จะเอา แต่ใจท่าน เอาใจผมบ้างสิครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน และท่านประธานวิปครับ เผอิญผมก็ลงนามในนาม กระทรวงพาณิชย์เสนอทางประธานวิปไป เพียงแต่ว่าถ้าทันในวันพรุ่งนี้ก็จะดําเนินการ ตามนั้นครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเสนอความตกลงทางการค้าระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งยูเครน เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา ให้ความเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมภาคีความตกลงดังกล่าว
สืบเนื่องจากรัฐบาลแห่งยูเครนได้เสนอให้ไทยและยูเครนจัดทําความตกลง ทางการค้าระหว่างกันตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ตอบรับ ทั้ง ๒ ฝ์ายได้เจรจา จัดทําความตกลงและสามารถสรุปผลได้ในป้ ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ ให้มีการลงนามความตกลงเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ฝ์าย ยังไม่สามารถนัดหมายกําหนดการลงนามที่ตรงกันได้ จึงยังไม่มีการลงนาม ต่อมา เมื่อมีรัฐบาลใหม่กระทรวงพาณิชย์จึงได้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนําเสนอร่างความตกลงต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบในการลงนามในความตกลงต่อไป สําหรับสาระสําคัญของความตกลงมีดังต่อไปนี้
๑. ให้การปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่งในด้านการค้าสินค้า ระหว่างกันตามหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก และเปึนไปตามกฎหมายและข้อบังคับ ของแต่ละประเทศ
๒. สนับสนุนและอํานวยความสะดวกในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศ ผ่านทางการแลกเปลี่ยนการเยือนของนักธุรกิจ การจัดนิทรรศการ การแสดง สินค้า ข้อมูลทางการค้า รวมทั้งการจัดตั้งธุรกิจในประเทศทั้งสอง
๓. ส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือทางด้านวิชาการระหว่างกัน ผ่านทางการลงทุนในตลาดของทั้ง ๒ ประเทศ และในประเทศที่ ๓
๔. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ของไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการรวมกลุ่มสหภาพยุโรป ประเทศยูเครน เปึนประธานร่วม ฉะนั้นการร่วมทางการค้าจะเปึนกลไกในการปฏิบัติตามความตกลงของ ทั้ง ๒ ฝ์าย
สําหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเข้าร่วมภาคีความตกลง ดังกล่าว เนื่องจากประเทศยูเครนเปึนตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ มีประชากรกว่า ๔๐ ล้านคน และมีพื้นที่ทําการเกษตรกรรมกว้างใหญ่ รวมทั้งมีทรัพยากรประเภทถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ ป์าไม้เปึนอันมาก ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ เปึนต้นมาประเทศยูเครนได้เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ ภายในประเทศ เศรษฐกิจประเทศยูเครนมีการขยายตัวในระดับสูงส่งผลให้ประชาชน ประเทศยูเครนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นและความต้องการในการบริโภคสูงขึ้น โดยจะเห็นได้ จากระยะที่ผ่านมามูลค่าการนําเข้าสินค้าอุปโภค บริโภค เช่น รถยนต์ สินค้าอาหารสด อาหารแปรรูปและสิ่งทอของประเทศยูเครนมีอัตราขยายตัวอยู่ในเกณฑ์สูง จึงนับเปึน โอกาสที่ดีสําหรับสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการแข่งขันในกลุ่มสินค้าดังกล่าวจะสามารถ ขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศยูเครนได้ รวมไปถึงการใช้ประเทศยูเครนเปึนแหล่งนําเข้า วัตถุดิบที่จําเปึนต่อการผลิตของประเทศไทย เช่น พลังงาน แร่ โลหะต่าง ๆ เปึนต้น ดังนั้น การที่ประเทศไทยเข้าร่วมภาคีความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งยูเครนจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับยูเครนให้แน่นแฟัน ยิ่งขึ้น รวมทั้งเปึนการสร้างเวทีทวิภาคีที่เปึนรูปธรรมในการพัฒนาความร่วมมือทางการค้า และลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของทั้ง ๒ ประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ ทั้ง ๒ ประเทศ สามารถขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างอันจะนํามาซึ่งการ เพิ่มพูนมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอนาคต ผมในนามของกระทรวงพาณิชย์ และคณะรัฐมนตรี จึงใคร่ขอเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการเข้าร่วม ภาคีความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งยูเครน ครับ
เชิญรัฐมนตรีต่อกรอบอาเซียน (ASEAN) ไปเลยทั้ง ๒ เรื่อง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้นําเสนอกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคี ภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้ การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งเปึนไปตามเงื่อนไขของ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กรอบเจรจาทั้ง ๒ ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ สรุปสาระสําคัญของกรอบการเจรจา ดังต่อไปนี้
๑. กรอบการเจรจาความตกลงพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก ครอบคลุมเรื่องสําคัญต่าง ๆ ที่มีการเจรจาภายใต้องค์การการค้าโลก ท่าทีโดยรวมเน้น การผลักดันและปกปัองผลประโยชน์ของประเทศด้านการค้าสินค้า โดยให้ความสําคัญ เปึนพิเศษกับสินค้าเกษตร กล่าวคือผลักดันให้ลด หรือยกเลิกอากรศุลกากรที่เรียกเก็บ จากสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกของไทย และขยายโควตาสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับผลประโยชน์มากที่สุดด้านการค้า บริการ ให้ระดับการเป่ดเสรี อย่างค่อยเปึนค่อยไป ส่วนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้เปึนไปตามความเหมาะสม กับระดับการพัฒนาของประเทศไทย รวมถึงสนับสนุนให้มีความร่วมมือหรือปรับปรุง กฎเกณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอํานวยความสะดวกด้านการค้า
๒. กรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม สําหรับการจัดทําความตกลงการค้าเสรีภายใต้การเจรจา ระหว่างอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มนั้น ผมขอเรียนว่าคล้ายคลึงกับกรอบเจรจาที่รัฐสภา ได้ให้ความเห็นชอบ เช่น กรอบการเจรจาอาเซียนสหภาพยุโรปเปึนต้น
สําหรับกรอบการเจรจาที่ได้เสนอมาในครั้งนี้จะใช้กับการเจรจาอาเซียน เอฟทีเอ (FTA) ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ๒ ฉบับ คือ อาเซียนอินเดียและอาเซียนญี่ปุ์นในเรื่องการค้า บริการ และการลงทุน กับการเจรจาของอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มที่อาจจะมีขึ้น ในอนาคตคือ อาเซียน+๓ (ASEAN+3) อาเซียน+๖ (ASEAN+6) อาเซียน+จีซีซี (ASEAN+GCC) หรือกลุ่มประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย และอาเซียน-เมอร์โคซูร์ (ASEAN-MERCOSUR) ก็คือกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ โดยกรอบการเจรจานี้จะคลุมประเด็นสําคัญต่าง ๆ ได้แก่ การลดหรือยกเลิกภาษีศุลกากร ที่เรียกเก็บจากสินค้านําเข้า ลดหรือยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่เปึน อุปสรรคต่อการส่งออก ให้ระดับการเป่ดเสรีการค้าบริการโดยรวมสูงกว่าภายใต้องค์การ การค้าโลก รวมถึงให้มีกฎเกณฑ์ด้านการลุงทุนระหว่างประเทศที่ชัดเจน ครอบคลุม เรื่องการเป่ดเสรีและการคุ้มครองการลงทุน นอกจากนี้แล้วในประเด็นด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา สิ่งแวดล้อม แรงงาน และประเด็นการค้าอื่น ๆ ให้ครอบคลุมเฉพาะการเจรจา เรื่องความโปร่งใสและความร่วมมือระหว่างกันในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการแต่ละด้าน ของความตกลงพหุภาคีที่ไทยอยู่ในภาคีเปึนพื้นฐานในการเจรจา
ในการจัดทํากรอบการเจรจาดังกล่าวกระทรวงพาณิชย์ได้จัดให้มีการ ให้ข้อมูลและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหลายรูปแบบ ทั้งการสื่อ สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ การจัดสัมมนาในเวทีสาธารณะ โดยมีการหารือร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ โดยก่อนหน้าที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันใช้บังคับ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการให้ข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องมาเปึนลําดับอยู่แล้ว ในกรณีที่การเจรจาก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย ในอนาคต รัฐบาลก็ได้เตรียมแนวทางในการที่จะปกปัองคุ้มครอง และสร้างภูมิคุ้มกัน สําหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เช่น การเจรจาให้มีการเป่ดเสรีให้น้อยที่สุด หรือช้าที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ อย่างเช่น ระยะเวลา ๑๕-๒๐ ป้ เปึนต้น เพื่อให้มีระยะเวลา ในการปรับปรุง ปรับตัวรองรับสําหรับสินค้าที่มีความอ่อนไหวมาก ๆ เช่น สินค้าเกษตรจะ มีการสร้างกําแพงให้อีกชั้นหนึ่ง โดยมีโควตาการนําเข้ากํากับในแต่ละป้ รวมทั้ง มีมาตรการปกปัองที่เราเรียกว่า สเปเชียล เซฟการ์ด (Special Safeguard) นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่รับผลกระทบจากความตกลง การค้าเสรี โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้ให้จัดตั้งโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิต และภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้าที่เรียกว่า กองทุนเอฟทีเอ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม และบริการที่รับผลกระทบจากความตกลงการค้าเสรีอีกด้วย ด้วยเหตุผลและความจําเปึน ดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้เปึนไปตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กระผมจึงขอเสนอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคี ภายใต้องค์การการค้าโลกและกรอบการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีของไทย ภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม เพื่อจะให้ ประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วมในการเจรจาในกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้ องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทย ภายใต้การเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ทั้งนี้เมื่อเจรจาเสร็จแล้วจะได้นําผลการเจรจาเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปก็เปึนการอภิปรายนะครับ ถ้าเราเร่งกันหน่อยก็จะได้ถึงวาระที่ ๙ เร็วครับ เชิญคุณเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในเบื้องต้นคงจะต้องกราบขอความเมตตา จากท่านประธานได้กรุณาให้ผมรักษายศ ร้อยตํารวจโท ต่อไปเถอะครับ อย่าถอดยศผม
ประทานอภัยครับ ผมจะขานชื่อใหม่ เชิญ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกรัฐสภา
เปึนพระคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในวาระของการพิจารณา กรอบการเจรจาความร่วมมือทางการค้าระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งยูเครนนะครับ ซึ่งทางรัฐบาลโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนผู้นําเสนอสู่การพิจารณา ของรัฐสภาในเช้าวันนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะหยิบยกข้อความบางตอนในข้อตกลงที่รัฐบาลไทยได้ ลงนามร่วมกับรัฐบาลยูเครน ซึ่งในนี้ได้มีเขียนบอกว่า มีทติ้ง ออน ดราฟท์ เทรด อะกรีเมนท์ บีทวีน เดอะ กัฟเวอร์นเมนท์ ออฟ เดอะ คิงดอม ออฟ ไทยแลนด์ แอนด์ เดอะ กัฟเวอร์นเมนท์ ออฟ ยูเครน แบงคอค ๒๔-๒๕ จูไล ๒๐๐๗ (Meeting on draft trade agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of Ukraine Bangkok 24-25 July 2007) ก็คือได้มีการเจรจากันและลงนามกันในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ๒ ป้ที่ผ่านมา ขณะนั้นเปึนที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลที่บริหารประเทศ ในช่วงนั้นมิใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่เปึนรัฐบาลที่มาจากการยึด อํานาจจากการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนองค์พระประมุข แล้วแต่งตั้งคณะบุคคลเข้ามาดูแลกิจการงานเมืองทั้งหลายแทนประชาชน เหมือนประเพณี ปฏิบัติที่เคยผ่าน ๆ มาในระบอบประชาธิปไตยของเรา ดังนั้นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศ จึงไม่มีโอกาสตรวจสอบ ผมเองไม่แน่ใจว่าข้อตกลงทางการค้าที่ไทยลงนามร่วมกับยูเครน จะทําขึ้นเพื่อจะรองรับผลประโยชน์ของยูเครนหรือไม่ เพราะในห้วงเวลาดังกล่าวนั้นได้ มีการเสนอโดยกองทัพบกจะซื้อรถยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติภารกิจในการดูแลด้านความมั่นคงของประเทศด้วยเงินงบประมาณจํานวน หลายพันล้านบาท ก็มีประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจต่อการที่กองทัพบกจะซื้อรถยานยนต์ หุ้มเกราะล้อยางได้เสนอเข้ามาหลายประเทศ แต่ปรากฏว่าหนึ่งในประเทศที่ได้รับการดูแล เปึนพิเศษน่าจะได้แก่ ยูเครน ถึงกับมีการนัดหมายในการที่จะลงนามในสัญญาซื้อขาย แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นไม่ลงนาม ตรงนี้ก็มีข้อสังเกตที่ ทําให้คนซึ่งสนใจเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของชาติเริ่มศึกษาปัญหาการซื้อยานยนต์หุ้มเกราะ ล้อยางของกองทัพบก จํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ว่ามีความถูกต้องหรือไม่ชอบมาพากล อย่างไร ในขณะเดียวกันก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในขณะนั้นไม่ลงนามอนุมัติการซื้อขายสินค้าดังกล่าวนั้นจะต้องมีเหตุปัจจัยที่ทําให้ ไม่สามารถลงนามในสัญญาดังกล่าว เพราะฉะนั้นกระผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าจากข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งทําเปึนภาษาอังกฤษแล้วได้มีการแปลความ เปึนภาษาไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาตรงนี้อ่านข้อความเบื้องต้น เพื่อประกอบการอภิปรายเพียงพอสังเขปดังต่อไปนี้ ซึ่งข้อตกลงทางการค้าได้ระบุไว้ ชัดเจนครับว่ารัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งยูเครน ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า ภาคีคู่สัญญา หวังที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้งสองบนหลักการแห่งความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน เชื่อมั่นว่าการพัฒนา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคีจะเพิ่มพูนความเจริญมั่งคั่งของประชาชนในประเทศ ทั้งสอง ปรารถนาที่จะสร้างพื้นฐานสําหรับความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศทั้งสอง จึงได้ตกลงกันดังต่อไปนี้
ข้อที่ ๑ บอกว่าภาคีคู่สัญญาจะส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า และเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งสอง โดยเปึนไปตามกฎหมายภายในและข้อบังคับ ของแต่ละประเทศบนพื้นฐานในระยะยาวและมั่นคง
ข้อแรกเลยก็มีข้อสังเกตว่ายูเครนไม่มีความจริงใจกับเรา เพราะข้อเท็จจริง ปรากฏจากหลักฐานที่มีการนําเสนอผ่านสื่อมวลชนว่ารถยานยนต์หุ้มเกราะล้อยาง ที่ยูเครนนํามาเสนอนั้น แท้ที่จริงเปึนรถที่ตกรุ่นมาจากสมัยสหภาพโซเวียตหลังจาก การล่มสลายของระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ สหภาพโซเวียตนั้นได้แตกออกเปึน ๑๕ ประเทศ ๑ ในจํานวน ๑๕ ประเทศนั้นก็คือยูเครน ในขณะที่เปึนสหภาพโซเวียตนั้น ยูเครนเปึนที่ตั้งของฐานทัพ เปึนขุมกําลังที่สําคัญของประเทศสหภาพโซเวียต ได้มีการนํา ยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางของสหภาพโซเวียตไปไว้ในยูเครนจํานวนมากมาย แต่เมื่อแตก เปึนประเทศใหม่แล้วรถเหล่านั้นไม่ได้ส่งคืนไปให้สหภาพโซเวียต ยูเครนก็เอาไปปรับปรุง แก้ไขเปลี่ยนแปลง มีการดัดแปลงเสร็จแล้วก็นํามาเสนอขายให้แก่กองทัพบกของไทยเรา ตรงนี้เปึนการชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่มีความจริงใจในการที่จะทําการค้าต่อประเทศไทย ถ้าหากมีความจริงใจควรจะเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้องว่ารถเหล่านี้เปึนรถของสหภาพโซเวียต เพราะประเทศยูเครนไม่มีโรงงานผลิตรถรุ่นนี้ ในขณะเดียวกันสหภาพโซเวียต ซึ่งปัจจุบัน ก็คือประเทศรัสเซีย ทางสถานทูตประเทศรัสเซีย ทางทูตการค้าประเทศรัสเซียได้ยื่น หนังสือประท้วงอย่างเปึนทางการว่ารถที่คุณเอามาขายให้แก่กองทัพบกไทยทั้งหมด รุ่นนี้เปึนรถของสหภาพโซเวียตในอดีต ซึ่งคือประเทศรัสเซียในปัจจุบัน แต่ประเทศยูเครน ก็ยังไม่นําพาในการที่จะดําเนินการให้ถูกต้อง แต่ใช้ความพยายามในการติดต่อความสัมพันธ์ ระหว่างส่วนบุคคลกับผู้มีอํานาจในการลงนาม แต่โชคดีของประเทศไทยในประเด็นหนึ่ง ที่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขณะนั้นไม่เซ็นอนุมัติ หลังจากนั้นมีการเลือกตั้ง ก็มีการพยายามวิ่งเต้นเข้าสู่รัฐบาลใหม่ ผมได้ทําหนังสือฉบับหนึ่งคัดค้านเรื่องนี้ยื่นไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย คือ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ได้มอบข้อมูลต่าง ๆ ทั้งหนังสือจากคณะกรรมการซึ่งมีสํานักงานการตรวจเงิน แผ่นดินเปึนกรรมการร่วมอยู่ด้วย ได้ทําบันทึกแสดงความเห็นคัดค้านการซื้อรถยานยนต์ หุ้มเกราะล้อยางชุดนี้ ขณะเดียวกันในสัญญาข้อที่ ๑ ระบุว่าคู่สัญญาจะส่งเสริมความร่วมมือ ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งสองให้เปึนไปตามกฎหมายภายในและข้อบังคับ ของแต่ละประเทศบนพื้นฐาน ปรากฏว่าประเทศยูเครนไม่ได้นําพาว่าประเทศไทยเรามีระเบียบ มีข้อบังคับอะไรไว้หรือไม่ อย่างกรณีเรื่องของการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นั้นได้มีระเบียบ ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในอดีตประกาศไว้ เปึนที่รับรู้ว่า กองทัพจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศใดก็ตามประเทศนั้นต้องมีการ ลงสัญญาร่วมมือในด้านกระทรวงกลาโหมด้วย หมายความว่าประเทศที่ไม่มีความร่วมมือ ทางด้านกระทรวงกลาโหมจะไม่ซื้อสินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศนั้น ๆ นี่ข้อที่ ๑ ประเทศยูเครนพยายามที่จะให้รัฐบาลไทยทําในสิ่งที่ขัดต่อตัวบทกฎหมายหรือข้อบังคับ ที่ออกในฝ์ายไทยเรา
ข้อที่ ๒ ประเทศรัสเซียโดยทูตพาณิชย์ได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปครับว่า หากรัฐบาลไทยหรือกองทัพบกไทยซื้อรถยูเครนลอท (Lot) นี้ ในภายภาคหน้าจะมีปัญหา ปัญหานั้นก็คือเรื่องของอะไหล่ในการที่จะบํารุงรักษารถยานยนต์หุ้มเกราะ จํานวนถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศรัสเซียปฏิเสธที่จะขายอะไหล่ยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางชุดนี้ นี่เปึนความชัดเจนครับ แต่ประเทศยูเครนก็ยังพยายาม แม้ทุกวันนี้ก็ยังพยายามที่จะบีบ หรือวิธีอื่นใดก็ตามให้กองทัพบกซื้อรถยานยนต์หุ้มเกราะล้อยางชุดนี้ให้จงได้ครับ นั่นหมายความว่าประเทศยูเครนก็ไม่ได้มีความจริงใจบนพื้นฐานของการทําสัญญา ข้อตกลงร่วมมือทางการค้ากับรัฐบาลไทยอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นผมก็ขอฝาก ข้อสังเกตกับท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งดูแลด้านนี้ว่าขอให้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการที่จะ รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยให้จงดี ขอขอบคุณครับ
ต่อไปท่านเจริญ ภักดีวานิช เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม เจริญ ภักดีวานิช ส.ว. จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองต้องขอสนับสนุนรัฐบาลในการที่จะไปทําการข้อตกลง ทางการค้าระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลยูเครน ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ๓ ประเด็น เพื่อให้ท่านประธานมองภาพออก
อันแรก ก็คือความจําเปึน
อันที่สอง ก็คือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระหว่างที่เราไปตกลงการค้า
อันที่สาม ก็คือเรื่องที่เปึนข้อเสนอแนะรัฐบาลเพื่อจะได้ไปปรับในการที่จะ เจรจา
ผมกราบเรียนว่าถ้าท่านประธานติดตามที่ผ่านมา สถิติเราเดิม ป้ ๒๕๕๒ เราบอกว่าส่งสินค้าไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ ของยุโรปก็ประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ ของประเทศจีนก็ประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ แต่เนื่องจากป้ที่ผ่านมา การส่งสินค้าประเทศหลัก ๆ เหล่านี้ ทั้งประเทศญี่ปุ์นอะไรก็ตาม เกิดลดลงมานี่ ที่ลดลงมานั้นถ้าท่านประธานติดตาม เมื่อเดือนสิงหาคม ลดไป ๒๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวง พาณิชย์มีความพยายามจะไปหาตลาดใหม่ ๆ แล้วก็นํามาสู่การที่เสนอให้รัฐสภาเห็นชอบ การตกลงการค้ากับประเทศยูเครนครั้งนี้ ถือว่ามีความจําเปึน ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ กระทรวงพาณิชย์มีเปัาหมายในการที่จะส่งสินค้าออกไปในป้ ๒๕๕๓ โดยส่งไปอเมริกาประมาณ ๑๖,๘๐๐ กว่าล้านยูเอสดอลลาร์ แล้วก็สหภาพยุโรปประมาณ ๑๘,๑๓๔ ล้านดอลลาร์ ประเทศในกลุ่มรัฐเอกราชทั้งรัสเซีย ยูเครนอะไรก็ตามแต่ ๑๐ ประเทศนี้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ แต่ความเติบโตท่านประธานครับ ประเทศทั้งหมดที่กระทรวงพาณิชย์มีแผนนั้น ประเทศในเครือรัฐเอกราช ซีไอเอส (CIS) เติบโตประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นมีความจําเปึนที่สภาแห่งนี้ จะต้องเห็นความสําคัญ แล้วผมก็เข้าใจเพื่อนสมาชิกรัฐสภาว่า รัฐบาลเองจําเปึนจะต้อง หาตลาดเล็ก ๆ กลยุทธ์ของกระทรวงพาณิชย์ป้หน้านั้นมีอยู่ ๕ เรื่องครับ ๕ เรื่องใหญ่นั้น ๑ ใน ๕ ก็คือการหาตลาดเล็ก ๆ เดิมนั้นประเทศยูเครนเราส่งไปแค่ ๑๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ขึ้นมา ๒๖๔ ล้านยูเอสดอลลาร์ ขึ้นมา ๖๐๐ กว่าล้านยูเอสดอลลาร์ ท่านประธานครับ แต่ถ้าท่านประธานติดตามตัวเลข การเติบโตที่ส่งไปประเทศยูเครนนั้นจาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างจะโตเร็วมาก การแข่งขันทางธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ในกรณีที่ประเทศหลัก ๆ ทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ์น และอเมริกามีปัญหาเศรษฐกิจส่งได้ไม่มาก รัฐบาลได้แสวงหาประเทศเล็ก ๆ ไม่ใช่เล็กนะครับ ๔๑ ล้านคน ตลาดเล็ก ๆ ถึงแม้จะ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ณ วันนี้เราสามารถส่งสินค้าไปที่ประเทศยูเครนได้ประมาณ เกือบ ๖๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์แล้วเปัาหมายป้หน้าประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ กระผมตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อให้ประธานประกอบการพิจารณานะครับ ประเทศยูเครนเองนั้น เราสามารถเติบโตในการส่งสินค้าได้ประมาณ บางที ๒๒ เปอร์เซ็นต์ บางที ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเปึนตลาดใหญ่ ประเทศยูเครนเปึนตลาดอันดับที่ ๒ ของประเทศในเครือรัฐเอกราช ก็หมายความว่าเราสามารถส่งไปได้จํานวนมากอยู่โดยเฉพาะพวกสินค้าเกษตร ที่สําคัญ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าประเทศยูเครนนั้นเปึนประเทศที่มีทรัพยากรพวกน้ํามัน พวกแก๊ส แล้วก็ป์าไม้จํานวนมากรายได้ของเขา เมื่อ ๒ ป้ที่ผ่านมานี่ ๖,๓๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ต่อป้เท่านั้น แต่ขณะนี้ขึ้นไปถึง ๘,๒๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ท่านทูตเขาก็แถลงข่าวว่า ประเทศของเขารายได้ประชากรของเขาเติบโตป้ละประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียน ทั้งหมดนี่เพื่อให้ท่านประธานได้เห็นว่าการตกลงการค้ากับประเทศยูเครนนั้น มีความจําเปึนที่รัฐบาลควรจะพิจารณาให้ความเห็นชอบ ความตั้งใจของประเทศยูเครน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ท่านประธานาธิบดีได้มาเยี่ยมประเทศไทยนะครับ แล้วก็ได้ประกาศชัดว่า ประเทศยูเครนนี่ถือว่าประเทศไทยเปึนพันธมิตรการค้าที่สําคัญยิ่งเพื่อต้องการจะกระจาย สินค้าไปสู่อาเซียน แล้วเราก็มีความจําเปึนเพราะว่าประเทศยูเครนเปึนจุดศูนย์กลางที่จะ กระจายไปอีก ๑๐ ประเทศ กระผมมีเวลาจํากัดก็กราบเรียนท่านประธานว่ากระผม สนับสนุนรัฐบาลในการที่จะทําความตกลงในครั้งนี้ ท่านประธานครับ กระผมมีข้อสังเกต ดังต่อไปนี้เพื่อทางท่านรัฐมนตรีจะได้นําไปประกอบในการดําเนินการ
อันแรกก่อน ขณะนี้เนื่องจากสินค้าของเราต้องไปสู้กับประเทศไต้หวัน ประเทศเวียดนาม เพราะฉะนั้นประเทศยูเครนเขาจะคุ้นเคยกับสินค้าของประเทศเหล่านี้ การตกลง การร่วมมือในการพบปะนักธุรกิจการค้ามีความจําเปึน และผมดูแผนของ กระทรวงพาณิชย์เดือนนี้ที่ให้นักธุรกิจของไทยไปเจรจากับประเทศรัสเซีย มกราคมก็จะไป ที่ประเทศยูเครน เพราะฉะนั้นสินค้าของเราเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ผมคิดว่าให้รัฐบาล เพิ่มความถี่ในการที่ให้นักธุรกิจได้พบกัน
อันที่สอง ผมคิดว่าสินค้าของเราจําเปึนจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ ถ้าจําเปึนต้องจ้างนะครับ จ้างบริษัทเอกชนหรืออะไรก็ตาม มิฉะนั้นแล้วนักธุรกิจจะยาก เพราะว่าประเทศยูเครนเขาพูดภาษาอังกฤษได้แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นการที่ รัฐบาลต้องช่วยประชาสัมพันธ์สินค้านอกจากประเทศยูเครนแล้ว ประเทศรัสเซียก็ดี หรือประเทศเปรูที่ท่านจะไปลงนามก็ตาม สินค้าของเราจําเปึนในการแข่งขันเพื่อให้เกิด ศักยภาพ จําเปึนจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ ทีนี้ถ้าเรารอภาคเอกชน ผมไม่แน่ใจว่าจะ เกิดความสําเร็จมากน้อยหรือไม่
อันที่สาม ธนาคารที่เราไปบริการ คือธนาคารเอ็กซิม อินเตอร์เนชั่นแนล (EXIM International) นะครับ สาขาเอ็กซิม แบงก์ ที่มอสโก นี่ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ จะมีพอหรือเปล่า เพราะเขาร่างแผน เพราะอันนี้จะช่วยในการที่จะให้นักธุรกิจได้รับรอง ธุรกิจการค้าอะไรต่าง ๆ นี่ แล้วก็ระหว่างประเทศมอสโกกับประเทศยูเครนนี่ เจ้าหน้าที่ ตรงนี้ผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปดูว่ามีเพียงพอหรือยัง
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าที่จริงผมมีประเด็นหลายอัน แต่ผมมีเวลา ๑๐ นาที กราบเรียนท่านประธานว่า ณ วันนี้เราไปทําตกลงทางการค้า หลายประเทศ แต่ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น ผมจะยกตัวอย่าง ขณะนี้มีหลายประเทศแล้ว ทําเปึนคณะกรรมการชุดใหญ่สักชุดหนึ่งสําหรับที่จะแก้ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกร ท่านประธานจําได้นะครับ ที่ผมเคยอภิปรายในสภา ตอนที่เราไปทํากับจีน พี่น้องเกษตรกร ๕๒๐,๐๐๐ คน ๑๔ จังหวัด เราชดเชยให้ค่าพืชล้มลุก ๑,๕๐๐ บาทต่อไร่ พืชถาวร ๒,๐๐๐ ไร่ ขณะนี้เปึนอย่างไรเราก็ไม่ทราบ และผลที่เราตกลงอาฟตา (AFTA) ซึ่งกระทบต่อพวกที่ปลูกสวนยางก็ดี หรือพวกปาล์มน้ํามัน ข้าว กาแฟ ซึ่งกระทบเยอะ ท่านประธานครับ เดือนมกราคมจะเสียภาษีเปึน ๐ ผมกราบเรียนท่านประธานตัวนี้ เพื่อต้องการให้ทางรัฐบาลได้ตั้งทีมขึ้นมาสําหรับที่จะแก้เปึนระบบ ปาล์มน้ํามันเราปลูก อยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มาเลเซียปลูก ๔๐ ล้านไร่ อินโดนีเซีย ๔๐ ล้านไร่ เมื่อไม่เสียภาษีน้ํามัน ต่อไปน้ํามันก็ไม่เสียภาษี เมื่อไม่เสียภาษีจะกระทบกับพี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรทางภาคใต้นะครับ ท่านรัฐมนตรีคงจะเห็นภาพออก นะครับ เมื่อ ๒ เดือนที่แล้วพี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดกระบี่ชาวสวนปาล์มเริ่มรวมตัวเพื่อจะ เรียนให้รัฐบาลทราบ การช่วยเปึนระบบแบบนี้ผมคิดว่ามีความจําเปึน กาแฟก็เหมือนกัน ๙๕ เปอร์เซ็นต์เปึนคนทางใต้ กาแฟเวียดนามจะมาตีตลาด เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อไม่ช่วยดี ๆ ระยะยาวพี่น้องเกษตรกรจะมีความเดือดร้อนเปึนอย่างยิ่ง หรือไม่กรณีข้าวก็เหมือนกัน เมื่อเดือนที่แล้วท่านรัฐมนตรีคงจะอ่านข่าวพบ ทางอเมริกาก็ดี หรือทางจีนก็ดี ข้าวของเรา หอมมะลิปลอมปน เพราะมีนักธุรกิจบางคนไปเอาข้าวจากเวียดนามมาปลอมปน ความน่าเชื่อถือเหล่านี้ลดไป ผมก็ยังคิดว่าการพูดสื่อสารกับพี่น้องเกษตรกรของรัฐบาล ยังไม่ค่อยชัดเจน หรือยังไม่ค่อยมีน้ําหนัก ก็อยากให้รัฐมนตรีได้ถือเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ กระทบต่อคนหลายล้านคน มาเลเซียไปปลูกปาล์มที่พม่าตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ แสนไร่ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเข้าใจว่าเขาวางแผนไว้ ๒-๓ ป้แล้ว แล้วเขารวมกลุ่มบริษัท ก็ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ไร่เปึนบริษัทเดียว ต้นทุนเขาถูกกว่า เมื่อต้นทุนถูกกว่าพี่น้อง เกษตรกรเรา ๔ ไร่ ๕ ไร่จะกระทบอย่างค่อนข้างมาก กระผมก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรี อยากให้รัฐบาลนี้ได้จับเรื่องผลกระทบที่เกิดจากการไปตกลงทางการค้า กับประเทศต่าง ๆ พี่น้องเกษตรกรเปึนคนจนครับ คนจนพูดเสียงเบา ไม่มีสิทธิที่จะนั่น ก็ขอให้รัฐมนตรีได้ให้รัฐบาล นอกจากสื่อสารกับพี่น้อง ให้สร้างความมั่นใจกับพี่น้อง ประชาชนแล้วก็อยากให้รัฐบาลทําแผนในการช่วยที่เปึนระบบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมเห็นว่าการที่ทางรัฐบาลได้ไปตกลงร่วมมือการค้า กับยูเครนนั้นจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่านดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายสนับสนุน การตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลยูเครน แม้ว่า ประเทศยูเครนจะเปึนประเทศใหม่ซึ่งเพิ่งประกาศอิสรภาพจากสหภาพโซเวียตไปได้ ไม่นาน แต่ก็เปึนที่ประจักษ์ชัดของสังคมโลกโดยทั่วไปว่ายูเครนเปึนประเทศที่มีศักยภาพ ทางเศรษฐกิจ ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจโลก ณ ปัจจุบันนี้ ยูเครนยังมีอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าอาจจะเปึนตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้า เทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาวิกฤติ ถือว่าตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่แสดงออกถึง ศักยภาพ มากไปกว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจแล้วยูเครนยังเปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเปึนป์าไม้ แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติและน้ํามันนะคะ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรทางธรรมชาติแล้วทําให้ยูเครนเปึนประเทศ ที่มีประชากรที่มีศักยภาพทางการบริโภคสูงมาก ประชากร ๔๐ ล้านคน ถ้าเราสามารถ เจาะตลาด ทําการตลาดได้ดี ก็นับว่าเปึนโอกาสที่ดีของภาคธุรกิจไทยที่จะส่งเสริม การลงทุนและนําเงินรายได้กลับเข้าสู่ประเทศไทยนะคะ ข้อตกลงทางการค้า การเข้าร่วม เปึนภาคีระหว่างไทย-ยูเครนนี้ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ได้พิจารณาหลักการและเหตุผลสาระในข้อตกลงนี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่าสิ่งที่จะตามมาก็คือความสะดวกในเรื่องพิธีการทางการค้า การลงทุนต่าง ๆ ในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเก็บภาษีพิธีการนั้น ก็สามารถจะคลี่คลายไปได้ อุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการติดต่อสื่อสาร ถ้าหากเราได้ตกลงตรงนี้มีผู้แทนการเจรจา ระหว่างฝ์ายไทยและฝ์ายยูเครนแล้วก็จะทําให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เปึนประโยชน์ ทางการค้ามากขึ้น นอกจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะเปึนประโยชน์ผ่านทางผู้แทน ทางการค้า ทางข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศยูเครน ก็ได้ชี้ให้ชัดเจน เห็นว่าจะส่งเสริมการแสดงสินค้านิทรรศการทางการค้า นั่นหมายถึงโอกาสที่ผู้ประกอบการ ไทยจะไปทําตลาดยูเครน และโดยสภาพทางกายภาพของประเทศยูเครนแล้ว การที่เรา ไปทําข้อตกลงตรงนี้ นั่นหมายความว่าเราจะมีโอกาสเจาะตลาดไปยังประเทศที่เคยเปึน ส่วนหนึ่งของกลุ่มสหภาพโซเวียต อย่างเช่น ประเทศเบลารุส แล้วก็ประเทศจอร์เจีย ซึ่งเปึนอีก ๒ ประเทศที่มีศักยภาพ เพราะว่าเปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร ทางธรรมชาติเช่นเดียวกับประเทศยูเครนค่ะ นอกจากข้อตกลงนี้จะนําไปสู่ทางการค้า และการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ดิฉันยังเห็นด้วยกับเนื้อหาสาระในข้อตกลงที่ระบุไว้ว่าจะ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิชาการมากขึ้น ประเทศทางยุโรปตะวันออกนั้นถือว่า เปึนแดนสนธยาสําหรับมุมมองของประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ แต่ ณ ปัจจุบันนี้หลังจากที่ สหภาพโซเวียตได้แยกมาเปึนประเทศรัสเซีย มีกลุ่มประเทศแตกออกมาเปึนอิสรภาพ นานาชาติต่างให้ความสําคัญกับการค้า การลงทุน การศึกษา ข้อตกลงฉบับนี้จะเปึนโอกาส ที่ให้สถาบันทางวิชาการมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลิตงานวิจัย ที่จะเปึนประโยชน์ระหว่าง ๒ ประเทศเพิ่มมากขึ้นนะคะ ดิฉันจึงขอสนับสนุนแล้วก็ขอเปึน กําลังใจให้รัฐบาลผลักดันให้ข้อตกลงนี้ไปสู่ความสําเร็จอย่างเปึนรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็มีข้อห่วงใยต่อการดําเนินความสัมพันธ์จากข้อตกลงตรงนี้ เพราะหากว่ารัฐบาล ทั้ง ๒ ประเทศคาดหวังจะให้ความสัมพันธ์นี้จะยั่งยืนและถาวรส่งผลไปสู่การพัฒนา ทั้ง ๒ ประเทศอย่างยั่งยืน ดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรจะพิจารณาในมิติอื่นที่นอกเหนือไปจาก มิติทางด้านการค้า ควรจะมองไปถึงองค์รวมในส่วนของมิติทางด้านการทูตด้วยนะครับ ณ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยของเรายังไม่มีสถานทูตประจําการอยู่ที่ประเทศยูเครน ถ้าหากว่า มีความสัมพันธ์กิจกรรมระหว่างประเทศเกิดขึ้นเราก็ยังต้องใช้สถานทูตไทยประจํารัสเซีย ดูแลธุรกิจการค้ากิจกรรมหรือประชาชนต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน แต่สถานการณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน เรียกว่าเปึนความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อย จะดีนัก เนื่องจากว่าประเทศยูเครนเองก็เคยเปึนส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต หลาย ๆ ครั้ง ที่เราติดตามข่าวเราก็จะพบว่าประเทศรัสเซียก็ได้มีความพยายามที่จะแสดงแสนยานุภาพ ไม่ว่าจะเปึนทางการทหาร การเมือง และทรัพยากรเหนือประเทศยูเครน ดังนั้นหากเราต้องการ ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-ยูเครนให้แน่นแฟัน เราก็ควรที่จะให้เกียรติกับรัฐบาลยูเครน กับประเทศยูเครน โดยการที่อาจจะหันไปตั้งสถานทูตไทยในประเทศยูเครนแทนการพึ่งพา สถานทูตไทยในประเทศรัสเซีย หรืออาจจะไปใช้สถานทูตประเทศไทยประจําประเทศฟ่นแลนด์ เพราะว่าประเทศฟ่นแลนด์ถือว่าเปึนประเทศที่เปึนกลาง แล้วก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจาก ประเทศยูเครนนั้น ให้สถานทูตไทยประจําประเทศยูเครนดูแลกิจการของรัฐบาลไทยของ คนไทยในประเทศยูเครนแทนสถานทูตไทยประจําประเทศรัสเซียค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะเสนอต่อรัฐบาลก็คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ หรือการสื่อสารให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับรู้ถึงผลประโยชน์ของข้อตกลงทางการค้า นอกจาก ข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศยูเครนแล้ว ที่ผ่านมาเรามีข้อตกลง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเปึนอาเซียนญี่ปุ์น อาเซียนจีน อาเซียนออสเตรเลีย อาเซียนนิวซีแลนด์ แต่ภาคเอกชนหรือว่าภาคประชาชนโดยทั่วไป กลับไม่ค่อยได้รับทราบรายละเอียดว่าข้อตกลงนั้น จะเกิดประโยชน์ขึ้นกับตัวเองอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของเนื้อหาทางด้านวิชาการ เพราะว่าข้อตกลงทางด้านการค้า การลงทุน ข้อตกลงทางด้านเศรษฐกิจมักจะพ่วงด้วยความร่วมมือทางวิชาการ แต่ในความเปึนจริงสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สถาบันทางวิชาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยกลับยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงตรงนี้ในมุมมองของวิชาการอย่างเต็มที่ ก็อยากที่จะให้รัฐบาลผลักดันในเรื่องนี้ด้วยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของการเข้าไปเยียวยาให้ความช่วยเหลือกับ ภาคส่วนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากข้อตกลงทางการค้า ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ผลักดันให้กองทุนต่าง ๆ ได้เตรียมความพร้อมแล้วก็ให้ ความช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ให้ทั่วถึงและเปึนธรรม แต่ก็ยังมีข้อมูลที่ได้รับทราบอยู่เรื่อย ๆ ว่าการดําเนินการของกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือ เยียวยาจากผู้ประสบความเสียหายจากการทําการค้าเสรีนั้นยังไม่เปึนธรรมและทั่วถึง เท่าที่ควรครับ และส่วนหนึ่งก็มาจากการทํางานของกองทุนที่มาจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กระทรวงอุตสาหกรรมนั้นยังเปึนไปอย่างซ้ําซ้อน แล้วก็ยังไม่บูรณาการ ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือที่ตั้งใจจะให้แก่ ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการทําการค้าเสรีหรือการทําข้อตกลงทางการค้าต่าง ๆ ก็ควร จะต้องพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างการทํางานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ก็ขอเปึนกําลังใจให้รัฐบาลผลักดันข้อตกลงทางการค้าไทย-ยูเครนนี้ประสบความสําเร็จ รวมถึงข้อตกลงทางการค้าอื่น ๆ เพื่อที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชนของทั้ง ๒ ประเทศภาคี ขอบคุณค่ะ
ต่อไปคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ผมขอคนละ ๑๐ นาทีก่อนได้ไหมครับ คือมันยาวไปครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานกําหนดเวลาเลยหรือเปล่าครับ
ผมอยากจะขอ เดี๋ยวมันไม่ถึงวาระที่ ๙ ก็อยากจะรวบรัดหน่อยครับ
ไม่เปึนอะไรครับ ท่านประธานเดี๋ยวผมพูดไปเรื่อย ๆ คือวันนี้ก็ถือว่าต้องขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรครับ ที่เอามาตรา ๑๙๐ เข้ามาสู่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนสิ่งที่ผมว่าดีในวันนี้ วันหนึ่งใครบอกไม่ดีวันนี้ผมบอกว่าดีแล้ว เพราะเรื่องทุกเรื่อง ที่จะต้องไปสู่การเจรจาระหว่างประเทศต้องมาสู่สภาครับ ท่านประธานคงจะเห็นว่าวันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการเสนอเข้ามา ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการไปนั่งตรงไหนแล้วไม่รู้เดี๋ยวจะ ไม่ได้ข้อมูลดี ๆ ทางรัฐบาลส่งใครมานั่งฟังหน่อยครับจะได้เอาข้อมูลไปแก้ไข เหตุผลครับ ท่านประธาน วันนี้ที่ทํากรอบอาเซียนของยูเครนที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นําเข้ามาหารือในสภานี้ผมถือว่าเปึนสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ดีวันนี้ต้องถามท่านประธานผ่านไป ยังรัฐมนตรีช่วยว่าการที่เสนอเรื่องเข้ามา วันนี้ความสัมพันธ์ไทยกับยูเครนมีมากขนาดไหน ผมอยากจะถามประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ มวลรวมทางเศรษฐกิจเรากับยูเครนมีมากขนาดไหน
ประเด็นที่ ๓ ยอดค้า ยอดขายที่เปึนตัวเงินระหว่างไทยกับยูเครนมีมาก น้อยเท่าไร
ประเด็นที่ ๔ ความสัมพันธไมตรีกับความใกล้ชิดนั้นมีมากขนาดไหน ท่านประธานสภาที่เคารพทําไมผมต้องเป่ดประเด็นนี้ก่อน เหตุผลที่ต้องพูดตรงนี้เพราะ ผมเกรงว่ารัฐบาลนี้จะบริหารงานแบบผิดพลาด ไม่ต้องไปคิดอะไร ประเทศไทยเปึน ประเทศเศรษฐกิจ เปึนประเทศที่ค้าขายเรื่องเกษตรเปึนหลัก วันนี้ข้าวพี่น้องประชาชน คนไทยที่ ผมยกตัวอย่างเสมอว่าจังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรีนี้นะครับ ข้าวส่งออกไปตะวันออกกลางได้หรือไม่ ส่งไป ยูเครนได้หรือไม่นะครับ แต่มุมกลับครับ รัฐบาลกลับจะทําความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศฟ่ลิปป่นส์ และ ประเทศอินโดนีเซีย เปึนประเทศที่อยู่ในทวีปเอเชียแท้ ๆ รัฐบาลกลับไม่รักษา รัฐบาลกลับ จะไปหาประเทศอื่นที่ค้าขาย เมื่อสักครู่ผมได้ยินท่าน ส.ว. ท่านหนึ่งได้พูดว่ารัฐบาลนี้ น่าจะดูแลคนจนให้มากกว่านี้ เพราะรัฐบาลนี้จะผิดพลาดไปสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน อย่าใช้คําพูดที่ว่า อุ้มคนรวยแล้วไม่ช่วยคนจน นี่คือเหตุนะครับ ต้องฝากไป ที่พูดตรงนี้ เพื่อเหตุความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับไทย ซึ่งเราถือว่าประเทศนี้มีความสัมพันธ์ที่ดี มันเปึนประเทศที่ไกลท่านประธานครับ กว่าจะเดินทางไปถึงเปึนประเทศที่ยังมีหิมะตก มีน้ําแข็งอยู่ รัฐบาลให้ความสําคัญกับการส่งไก่ ส่งไข่ไปขาย แต่ข้าวไปถึงหรือไม่ แต่มุมกลับที่ผมจะต้องพูด ต้องผ่านท่านประธานไป ผมยกตัวอย่างประเทศเขมรนะครับ มวลรวมทางเศรษฐกิจเขมร วันนี้ไทยมีความสัมพันธ์กับเขมรมาตั้งแต่เนิ่นนานไม่รู้เท่าไร รัฐบาลจะใช้ความอะไรก็แล้วแต่ อาจจะไม่พอใจใครส่วนตัว เปึนเรื่องปกติ ทําไมรัฐบาล ต้องเอามาเปึนเรื่องทางการเมือง วันนี้ความสัมพันธ์กับเขมรท่านประธานรู้ไหมครับ เรื่องเศรษฐกิจพังพินาศ มีชาวบ้านเขาบอกผม จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ เขาบอกว่าประเทศ กําลังจะวิกฤติเพราะอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี นี่เหตุผลที่เขาพูด ชาวบ้านพูดนะ ไม่ใช่ผม ท่านประธานครับ ทําไมผมพูดอย่างนี้ วันนี้ประเทศเขมรมีมวลรวมทางเศรษฐกิจการค้า ขายประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ค้าขายกับประเทศไทย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เอาสินค้า จากไทยไปออกทางเขมร ไปเวียดนาม ไปสู่ประเทศจีน นี่คือเหตุ แต่วันนี้รัฐบาลใช้ความรู้สึก ส่วนตัวไปตัดความสัมพันธ์ในการเรียกทูตคืน แต่รัฐบาลกลับจะไปทําธุรกิจกับยูเครน ท่านประธานลองเปรียบตรงนี้เพราะพี่น้องประชาชนฟังอยู่ พี่น้องประชาชนไม่อยากจะ เห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างเขมรกับไทยที่มีความผูกพัน มายาวนานจะมาหักสะบั้นลงเพราะรัฐบาลนี้คิดไม่ทั่วถึง อาจจะใช้อคติส่วนตัว อาจจะใช้ อารมณ์ส่วนตัว มันเปึนธรรมชาติของมนุษย์ คนไม่ถูกกัน ทําไมไม่เก็บไว้ในใจ คนไม่ถูกกัน ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กันมันก็ดี เปึนคนไทยด้วยกัน นี่คุณเอาความรู้สึกส่วนตัวมาใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันจะหักสะบั้นลง ท่านประธานมวลรวมท่านประธานลองไป ยืนดูที่ชายแดนสิครับ เมื่อเช้านี้ข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ พี่น้องไทย พี่น้องเขมรแทบน้ําตาริน เพราะผู้นํา ๒ ประเทศประกาศศึก ไม่มีเหตุที่จะต้องให้คนเข้าประเทศไม่ได้ เมื่อสักครู่นี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังมานั่งพูดจ้อย ๆ อยู่ว่าการค้าการขายไม่มีปัญหา ท่านประธานเขาไม่ได้ดูหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับว่าประเทศไทยกับเขมร เรื่องค้าเรื่องขายวันนี้เสียรายได้ทรุดลงประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาทกับยูเครนที่ท่านจะไปเริ่มต้นใหม่ ๖๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ท่านลองเอา ๖๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ มาบวกกับความสัมพันธ์ของเขมร ๗๐,๐๐๐- ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ท่านประธานก็เคยไปเขมร ท่านก็เห็นอยู่ ว่าเขมรเปึนอย่างไร ผมว่าท่านประธานกับเขมรสนิทกันมากกว่าผมด้วยซ้ําไปนะครับ นี่คือความเปึนจริงครับ ความผูกพัน ท่านเปึนผู้ใหญ่ท่านต้องเตือนเรื่องนี้ ในฐานะที่ท่าน เปึนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมไม่อยากจะให้รัฐบาลนี้เอาศึกของประเทศไทยไปรบ กับเขมร แล้วเอาเรื่องนี้มาพูดเปึนเรื่องคลั่งชาติ รักชาติ คนไทยทุกคนรักชาติหมด ไม่มีคนไหนหรอกครับ ไปถามเด็กที่เกิดใหม่ เริ่มพูดได้ รักชาติทั้งนั้นละครับ นี่คือเหตุครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้รัฐบาลเอากรอบอะไรมาเข้าเราไม่ว่า สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ต้องเปึน คนพิจารณา เปึนคนคิดดูแล ท่านประธานคงเห็นว่าผมถึงถามไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เรามีมวลรวมกับยูเครนเท่าไร ระยะการเดินทางจากประเทศไทย ไปยูเครนเท่าไร แล้วระยะทางเดินทางจากไทยไปเขมรเท่าไร ความผูกพันมีกันมาช้านาน ทําไมไม่ไปเพิ่มยุทธศาสตร์การค้าการขายในบริเวณประเทศใกล้เคียง เช่น พม่า ลาว เขมร ฟ่ลิปป่นส์ ทําไมไม่เอาเพื่อนบ้านเปึนรั้วหรือเอาเพื่อนบ้านเปึนมิตร หรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านไม่กล้าเดินทางเข้าไป นี่คือเหตุครับ ในเมื่อท่านก็รู้ว่าคน ของท่านไม่ถูกกับเขา ในรัฐบาลมีคนตั้งเยอะแยะก็เปลี่ยนเอาคนดี ๆ ไปนั่งบ้างก็ได้ครับ ไม่ใช่ว่า พวกผมฝ์ายค้านจะไปพาลว่าใครก็ไม่ดีไปหมด ไม่ใช่ ดูจากสื่อมวลชนสิท่านประธานครับ ดูจากข่าวสารมวลชน ล่าสุดเมื่อเช้านี้ท่านประธานถ้าเปึนผมจะต้องตกใจ มีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี บอกให้ตัดความสัมพันธ์กับเขมรอย่างร้ายแรง แล้วให้เลิก เอ็มโอยู เสีย นี่คือเหตุผล ผมเห็นข่าว ผมเลยฝากท่านประธานไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรี
มีประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอประท้วงข้อบังคับครับ ท่านประธานครับ ขอให้อยู่ใน ระเบียบวาระการประชุม ด้วยความเคารพนะครับ แต่พอดีว่าเรื่องเขมรคงจะมีอีกนะครับ ก็ขอให้อยู่ในวาระนี้ก่อนท่านประธานครับ
เขาก็พยายามครับ เขากําลังจะเกลา ระหว่าง ๒ ประเทศ ประเทศไหนดีกว่าประเทศไหนครับ ยังไม่เสียหายครับ เชิญคุณสุชาติ ต่อครับ
ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพที่มีพวกมาเบรก (Brake) แล้วบอกว่าผมจะไปทํา ความสัมพันธ์ที่ดี ท่านประธานรู้จริงครับ เพราะที่ผมพูด ผมบอกว่าผมยกตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ การที่ยกตัวอย่างจะได้มองเห็นภาพพี่น้องประชาชนฟังอยู่ จะได้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น ภาคเอเซีย เดินออกไปทางไหนเหมือนพิษ ทําไมท่านไม่เอาคนใกล้บ้านมาเปึนมิตร ทําไมไปเอาใกล้ ๆ มาเปึนมิตรก่อนช่วงนี้ครับ เหตุผลที่ผมพูด ผมถึงบอกว่าวันนี้การค้า การขายของประเทศนี้ผมสงสารพี่น้องประชาชนคนภาคกลาง ผมถึงพูดท่านประธานว่า เหตุผลที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าวันนี้รัฐบาลต้องดูแลพี่น้องประชาชนเรื่องเกษตร ประเทศไทย เปึนประเทศเกษตรกรรม การส่งออก ท่านประธานคงจะเห็นว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ท่านพยายามจะทําครับ ท่านจะส่งข้าวออกแล้วข้าวที่อยู่ล่ะครับ ผมอยากจะให้ไปเห็นพี่น้องประชาชนของคนจังหวัดลพบุรี วันนี้ชาวนาผมบอกแล้วต้นทุน ๗,๐๐๐ บาท แต่ข้าวขายได้ ๖,๐๐๐ บาท ๕,๕๐๐ บาท ถ้าฝนตก พอฝนเริ่มตั้งเค้าพ่อค้า ก็ออกไปซื้อในราคาถูก ๆ นี่คือความเปึนจริง รัฐบาลต้องช่วย รัฐบาลต้องช่วยพี่น้องประชาชน ผมถึงบอกว่าวันนี้ถ้ารัฐบาลไปที่ประเทศยูเครนครับ ไปทํากรอบการค้ากับประเทศยูเครน แล้วมาผ่านสภาก็เห็นด้วย ยินดีชื่นชม แต่ผมจะชื่นชมไปกว่านั้นก็คือจะต้องไม่หัก ความสัมพันธ์กับประเทศใกล้เคียงของเรา เช่น ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศกัมพูชา ที่เปึนเพื่อนบ้านเราอยู่ นี่ละครับทําไมไม่รักษาที่ผมอภิปรายไว้ตรงนี้ ท่านประธานครับ เพื่อจะได้ให้รัฐมนตรีได้ถ่ายทอดไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี หรือไม่ต้องผ่าน ท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาใช้กับชาติ แผ่นดิน นี่คือเหตุผล และท่านประธานบอกว่าไม่ให้เกิน ๑๐ นาที ผมจะรักษากติกาไว้ แล้วก็ฝากท่านประธานว่าวันนี้เราเปึนประชาชนคนไทย ท่านประธานสภาอันทรงเกียรติ ท่านประธานวุฒิสภาอันทรงเกียรติจะเอาประเทศไปเปึนเครื่องต่อรอง ถามว่าเปึนเรื่อง การเมืองหรือไม่ที่เปึนข่าวท่านประธานครับ ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ มันเปึนเรื่องการเมือง เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในฐานะที่ท่านเคยอยู่ เคยใกล้ชิด ผมต้องบอกว่าท่านประธาน ใกล้ชิดประเทศเขมรมากกว่าผมอีก ท่านต้องสนิทกับประเทศเขมรมากกว่าผมแน่ เพราะว่า ท่านอยู่ทางจังหวัดบุรีรัมย์ ผมอยู่จังหวัดลพบุรี แต่เหตุที่ผมพูด ผมไม่อยากจะให้พี่น้อง ๒ ประเทศ ต้องมาน้ําตารินทีหลัง ล่าสุดความรู้สึกส่วนตัวต้องเก็บ แล้วก็เอาเรื่องชาติ เรื่องแผ่นดินมาพูดกันให้มากกว่านี้ อย่างน้อยท่านเอาเข้าสู่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เถอะ ครับ ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมจะขออภิปรายในส่วนประเด็นของเรื่องกรอบการเจรจา การค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ภายใต้กรอบการเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ซึ่งในวาระนี้เปึนวาระที่รัฐบาลเสนอ กรอบการพิจารณาเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่ทางรัฐบาลจะไป ทําความตกลงกับประเทศต่าง ๆ ในวาระนี้มันมี ๒ เรื่อง ผมขอแยกในการอภิปราย
เรื่องแรก คือเรื่องกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก ซึ่งเดิมทีนั้นประเทศไทยเปึนสมาชิกความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า หรือแกตต์ (GATT) ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๕ แล้วก็มีการเปลี่ยนเปึนดับเบิลยูทีโอ (WTO) เมื่อป้ ๒๕๓๘ แต่ปัจจุบันก็มีการเจรจาอยู่ตลอด ซึ่งปัจจุบันเปึนการเจรจารอบโดฮา (DOHA) ซึ่งมีการเจรจาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ปัจจุบันก็ยังไม่สําเร็จ เนื่องจากว่ามีการคัดค้าน จากประเทศที่กําลังพัฒนา คือว่ามีการได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน ดังนั้นเองจึงมี การต่อรองหรือว่าต่อรองทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่กําลังพัฒนา ซึ่งมีประเด็นกรอบ ที่ทางรัฐบาลที่จะเสนอให้กับสภาแห่งนี้พิจารณา ซึ่งผมขออภิปรายกรอบในแต่ละประเด็น ที่จะพิจารณาในภายใต้โครงการการค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอนะครับ
เรื่องที่สอง เรื่องการปฏิรูปด้านการค้าสินค้าการเกษตร ซึ่งทางกรอบที่ทาง รัฐบาลเสนอมายังรัฐสภาแห่งนี้บอกว่าเพื่อกําหนดให้มีมาตรการปัองกันพิเศษสําหรับ สินค้าเกษตรที่เหมาะสม เพราะว่าในการเจรจารอบพหุภาคี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทั้งโลก หรือในส่วนที่เปึนสมาชิกดับเบิลยูทีโอมีผลถึงร้อยกว่าประเทศ ดังนั้นเองการเจรจาต้องดู อย่างรอบคอบ รอบด้านว่ามีผลกระทบเสียหายอย่างไร แล้วก็ให้มีการลดและอุดหนุน ภายในให้ลดลงมากที่สุดเท่าที่เปึนไปได้ และมุ่งให้มีการยกเลิกและอุดหนุนสินค้า การส่งออก อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ์นมีการอุดหนุนสินค้าเกษตรของเขาเปึนจํานวนมาก เช่น ข้าวของญี่ปุ์น หรือแม้กระทั่งประเทศฟ่ลิปป่นส์ที่ว่ามีกําแพงภาษีซึ่งเรามีอาฟตาจะมี ผลวันที่ ๑ มกราคม แต่ประเทศฟ่ลิปป่นส์เองก็ไม่ยอมลดอัตราภาษีซึ่งเปึนข้อตกลงที่เรา ได้ตกลงกันไว้ ดังนั้นเองกระผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็เปึนห่วงว่าการที่จะตกลง รอบพหุภาคีหรือดับเบิลยูทีโอนั้น เปึนข้อตกลงซึ่งตกลงทั่วโลก เราเองตกลงทวิภาคี ระหว่างคู่เจรจายังตกลงกันยากเลย แต่ถ้าเรามาตกลงกันในระดับพหุภาคีคือในรอบ ของดับเบิลยูทีโอ รอบโดฮา ในปัจจุบันนั้นมีความเปึนไปได้ขนาดไหน ก็คงอยากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือทางผู้เกี่ยวข้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบ
เรื่องที่ ๒ กรอบการเจรจาในประเด็นที่ ๒ เรื่องการเป่ดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งบอกว่าให้มีระยะเวลาในการปรับตัวที่เหมาะสมแก่สินค้าที่มีความอ่อนไหวของไทย ไทยเราถ้าเป่ดเลยในรอบพหุภาคี ผมก็ยังห่วงใยว่าถ้าเป่ดนั้นประเทศที่มีอุตสาหกรรม ที่เข้มแข็งกว่า ถ้าเราเป่ดอย่างทันทีทันใดนั้นความพร้อมของสินค้าเราจะมีความพร้อม เพียงใด ขนาดไหน แล้วบอกว่าผลักดันให้มีการลดและเลิกอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ให้มากที่สุดที่เปึนไปได้ เช่น ตอนนี้รัฐบาลเองบอกว่ามีมาตรการรูเข็ม คือพยายามกีดกัน สินค้าต่าง ๆ หรือข้อห้ามต่าง ๆ ว่าห้ามนําเข้าหรือตั้งกําแพงภาษีซึ่งทํารายได้หรือมีมาตรการ อีกมากมาย ดังนั้นเองมาตรการรูเข็มที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทําอยู่เปึนไปได้แค่ไหน ถ้าว่าเราป่ด กีดกันมากการลักลอบ อย่างเช่น กระเทียม ในจังหวัดภาคเหนือเรามีการกีดกันต้องนําเข้า ต้องแจ้ง เขาเรียกว่ามาตรการรูเข็ม แต่พอ มีมาตรการรูเข็มนั้นก็มีการลักลอบซึ่งเราจะควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเองอยากจะให้ประเด็นนี้ การที่ว่าจะผลักดันให้มีการลดหรือภาษีที่ไม่ใช่ภาษีนั้นอยากให้ทางรัฐบาลพิจารณาตรงนี้ อย่างรอบคอบเช่นเดียวกัน
กรอบอันที่ ๓ เรื่องการค้า การบริการ บอกว่าให้มีเป่ดตลาดบนพื้นฐาน การเป่ดเสรีอย่างค่อยเปึนค่อยไป โดยคํานึงถึงระดับความพร้อมในการแข่งขันของ ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการนั้น อย่างเช่น สินค้าบริการหรือภาคบริการนั้นด้านการเงิน การธนาคาร ประกันภัย หรือการขนส่งประเทศที่พัฒนาแล้วเขามีความพร้อม มีความเข้มแข็ง ถ้าเกิดเราเป่ดทางด้านบริการโดยที่ไม่ดูผลประโยชน์ หรือไม่ดูความพร้อมของประเทศเรา เราจะเสียเปรียบ เราจะโดนเทคโอเวอร์ (Takeover) จากเรื่องการเงินก็ดี โดนครอบกิจการ เรื่องประกันภัยก็ดีหรือทางด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ (Logistics) อย่างไรยังเปึนห่วง อยากให้ดูตรงนี้ด้วยว่าระดับความพัฒนาหรือความพร้อมของประเทศเราในการที่เราจะ ไปเจรจารอบพหุภาคีในระดับการค้าโลกนั้น เรามีความพร้อมขนาดไหน เพราะว่าค่อนข้าง ละเอียดอ่อนและความพร้อมหรือศักยภาพของแต่ละประเทศมีความที่แตกต่างกัน
ประเด็นถัดมา เรื่องของสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนสิทธิด้าน ทรัพย์สินทางปัญญาให้เหมาะสมกับระดับการพัฒนาของประเทศที่กําลังพัฒนา อย่างที่ ผ่านมาเราเคยมีปัญหาเรื่อง แอลซี (L/C) ยา ก็ดี ประเทศที่มีความร่ํารวยมั่งคั่งและเกิดว่า เอาสิทธิประโยชน์ทางทรัพย์สินทางปัญญามาบังคับใช้กับประเทศที่ไม่มีความพร้อมนั้น เราจะเสียเปรียบ หรือซอฟต์แวร์ (Software) ทางด้านการศึกษา อีกหลายอย่างถ้าเราไปเป่ด ว่ามีผลบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด อย่างเมืองจีนสมัยก่อนเขาไม่ยอมรับฟังสิทธิ ทรัพย์สินทางปัญญาเพราะอะไรครับ เขาต้องการที่จะให้ประเทศเขาพร้อมก่อนถึงจะเป่ด การเจรจาหรือยอมรับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าเราเป่ดปัูบเราขนข้าวเปึนหลายลําเรือ เราซื้อซอฟต์แวร์ ซื้อลิขสิทธิ์เล็กน้อยก็ตามไม่ทัน ดังนั้นเองก็ฝากรัฐบาลในประเด็นเรื่อง ของทรัพย์สินทางปัญญาเช่นเดียวกัน
อีกเรื่องหนึ่ง การค้าและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นนี้คือเปึนกรอบการเจรจา รอบโดฮาซึ่งกําลังเจรจาอยู่ เรื่องการค้าและสิ่งแวดล้อม บอกว่าสนับสนุนและอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม แต่ต้องไม่นํามาเปึนเหตุผลในการกีดกันทางการค้า เช่น อ้างว่ามีภาวะโลกร้อน ถ้าเกิดว่าการเจรจาก็ฝากทางท่านประธานไปยังฝ์ายบริหารว่า การที่เจรจารอบโดฮา ที่จะไปเจรจาในดับเบิลยูทีโอนั้น เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่าเอามากีดกัน คือเราช่วยสนับสนุน รณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมได้แต่อย่าเอามาเปึนกีดกันทางการค้า ตรงนี้ต้องขอฝากที่เปึน ข้อห่วงใยที่ทางรัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านเช่นเดียวกัน
และประเด็นอื่น ๆ ไม่ควรจะนําเอาเรื่องต่าง ๆ มาเปึนข้ออ้างในการกีดกัน อย่างเช่นเรื่องสิทธิแรงงานก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี ทรัพย์สินทางปัญญาก็ดี ในการกีดกัน สินค้าเรา ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยเจอนะครับ จับเต่าทะเลก็ดี ใช้แรงงานเด็กก็ดี และทําให้ ไม่ซื้อของกับเรา นี่คือข้ออ้างของประเทศที่จะมีอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานาประการ ดังนั้นเอง ถ้าทางฝ์ายบริหารจะไปต่อรองหรือไปเจรจา ในกรอบการเจรจาเรื่อง ดับเบิลยูทีโอ ก็คงอยากจะฝากเรื่องนี้ด้วยว่าอย่าเอาเหตุผลซึ่งไม่ตรงประเด็นมาเปึนข้ออ้างในการกีดกัน ทางการค้า เพราะว่าเราต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญนะครับ นี่คือข้อสังเกตในเรื่องกรอบการเจรจาพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก
ส่วนกรอบต่อมานะครับ เรื่องกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ของไทย ภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ตามที่ไทยกับผู้นําประเทศอื่น ๆ ได้ลงนามในกฎบัตรอาเซียนว่าด้วยแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี (AEC) ซึ่งจะมีตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ จะมีผลบังคับใช้ในป้ ๒๕๕๘ เปึน เออีซี หรือว่าเปึน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งรวมเปึนกลุ่มเดียวกัน มีพลังในการต่อรอง ในกลุ่มอาเซียน เพื่อจะไปต่อรองกับประเทศต่าง ๆ นอกกลุ่ม ซึ่งประเทศต่าง ๆ นอกกลุ่มนั้นมีอะไรบ้าง อย่างเช่น อาเซียน+๓ อาเซียนคือ ๑๐ ประเทศ +๓ คือ จีน เกาหลี ญี่ปุ์น หรือ+๖ คือเพิ่ม อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือแม้กระทั่งเราจะไปเจรจากับกลุ่มประเทศ จีทีซี (GTC) คือกลุ่มความร่วมมือกลุ่มอาหรับ หรือแม้กระทั่งอาเซียนจะไปบวกเมอร์โคซูร์ คือกลุ่มร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง อีกหลายกลุ่มการเจรจา ดังนั้นเองการที่ไทยจะไป เจรจาอะไรต่าง ๆ ในประเด็นเรื่องกรอบการเจรจาความตกลงการค้าของไทยภายใต้ กรอบอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มนั้น ซึ่งมีประเด็นอยู่มากมาย ซึ่งทางรัฐบาลเสนอยัง รัฐสภาแห่งนี้ มีทั้งหมด ๑๕ ประเด็นในกรอบการเจรจา ดังนั้นเองผมคงไม่พูดครบ ทุกประเด็นจะพูดบางประเด็นเท่านั้น
อย่างเช่นประเด็นแรกนะครับ เรื่องการนําเข้าสู่ตลาดทางการค้าสินค้า ซึ่งกรอบที่ทางรัฐบาลเสนอมาบอกว่าให้มีการลดหรือยกเลิกอากรศุลกากรและเงินอื่น ๆ ที่เรียกเก็บจากสินค้านําเข้า ต้องคํานึงถึงผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ตอนนี้ มีปัญหานะครับ อย่างที่กราบเรียนว่าอาฟตาเราจะมีผลบังคับใช้ คือเขตการค้า เสรีอาเซียน จะมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ อีกเดือนกว่าเท่านั้น เราต้องลดภาษี เปึน ๐ แต่ต่างประเทศเองเขาไม่ลด อย่างเช่น ฟ่ลิปป่นส์จากอัตราภาษีที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยังคงแค่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ลดแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ยังคงถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือประเทศ อินโดนีเซียจาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเองประเทศต่างๆ เขายังรักษา ผลประโยชน์ประเทศเขา ในการที่เขามีสินค้าที่เขาอ่อนไหว แม้กระทั่งข้อตกลงที่ว่าอาฟตา ต้องมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ แต่ประเทศต่าง ๆ เพื่อนบ้านของเรา ในอาเซียนของเรา ได้ข่าวมาว่าล่าสุดยังไม่ยอมลดอัตราภาษีนี้ ดังนั้นเองการที่เจรจา เราต้องดูผลประโยชน์ของประเทศชาติของเราด้วยว่าขนาดประเทศอื่นเขาก็ดูผลประโยชน์ ของเขาว่าถ้าเกิดเขาเสียเปรียบเขาไม่ยอม ดังนั้นเองควรจะมีการเจรจาหรือปรับปรุง แก้ไขเราหรือไม่ อย่างเช่น สินค้าข้าวเราซึ่งหลายคนก็วิตกกังวลว่าประเทศเพื่อนบ้าน ถ้ามีการลักลอบเข้ามาจะทําให้สินค้าเกษตรของเราราคาตกต่ํา หรือแม้กระทั่งอาจจะมี การนําสินค้าเกษตรประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลเอง ให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ นานา ดังนั้นเองผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าให้ดูถึงการนําเข้าตลาดการค้าของสินค้าด้วย
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องการลดและเลิกมาตรการกีดกันและอุปสรรค ทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ที่เปึนอุปสรรคต่อการส่งออกให้มากที่สุดเท่าที่เปึนไปได้ เช่นเดียวกันตอนนี้เรามีปัญหากับประเทศจีน เราบอกว่าเราส่งผลไม้ เป่ดการค้าเสรี ไทย-จีน เราสามารถส่งผลไม้ไปประเทศจีน มีประชากรพันกว่าล้านคน สามารถส่งออกได้ ก็ผลิตไม่ทัน แต่จริง ๆ ทางปฏิบัติแล้ว เรามีมาตรการโดนกีดกัน อย่างประเทศจีนกีดกัน เรื่องการต้องมีไลเซนซ์ (License) ในการนําเข้า ต้องมีภาษีท้องถิ่น แล้วก็มีการตรวจจน ผลไม้เน่าแล้วก็ขายไม่ได้ ดังนั้นเองนั่นคือมาตรการ ซึ่งอยากนําเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าช่วยดูประเด็นนี้ให้รอบคอบ หรือต้องต่อรองหรือมีการปรับปรุงแก้ไข ในข้อตกลงหรืออุปสรรคต่าง ๆ ทางการค้าด้วยนะครับ แล้วก็ถัดมาให้มีระยะเวลาในการ ปรับตัวที่เหมาะสมแก่สินค้าที่มีความอ่อนไหว เพื่อลดผลประทบจากภาษีเท่าที่จะเปึนไปได้ คือต้องมีการปรับตัวนะครับ อย่างที่กราบเรียนเช่นเดียวกันบอกว่าอาฟตา เรามีเซ็นข้อตกลงตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ มีผลบังคับใช้ในป้ ๒๕๕๓ ๑๗ ป้ ให้เวลาปรับตัวถึง ๑๗ ป้ แต่เราเองไม่เคยปรับตัว จนตอนนี้เหลืออีกเดือนกว่าแล้วจะมาเรียกร้องกันว่าจะมีการเตรียมความพร้อมปรับตัว อย่างไร ดังนั้นก็ขอฝากว่าถ้าเราทําข้อตกลงอะไรก็ตามอยากจะให้มีการประชาสัมพันธ์ หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งประชาชน หรือแจ้งองค์กรต่าง ๆ ให้ปรับตัว เตรียมตัวว่าอีกกี่เดือน กี่ป้ เราจะมีความพร้อมอย่างไร ถ้าเราไม่ปรับตัวเราจะเสียเปรียบต่อ คู่เจรจา หรือคู่แข่งขันต่อไป
ในประเด็นถัดมา เรื่องมาตรการปัองกันและมาตรการเยียวยาทางด้าน การค้า บอกว่าให้มีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดที่ได้จากผลกระทบอย่างร้ายแรง จากการทะลักของสินค้านําเข้า อย่างภาคเหนือเช่นเดียวกันปัญหาเรื่องการทุ่มตลาด หรือการนําเข้ากระเทียมทําให้สินค้าตกต่ํา หรือเครื่องใช้ไฟฟัาจากประเทศจีนที่นําเข้ามา ทําให้ผู้ประกอบการหรืออุตสาหกรรมในเมืองไทยนั้นอยู่ไม่ได้ เพราะว่ามันเกิดการทุ่มตลาด การทุ่มตลาดนี้มี ๒ แบบ ทุ่มโดยตรงที่ผ่านด่าน จริง ๆ ก็ไม่เท่าไร แต่มีการลักลอบนําเข้า เปึนจํานวนมากทําให้สินค้าทางการเกษตรก็ดี สินค้าอุตสาหกรรมก็ดีเราตกต่ํา ดังนั้น การที่เจรจาเองนั้นอยากจะให้พิจารณาอย่างรอบด้านเช่นเดียวกัน
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นกรอบการเจรจาเรื่องมาตรการสุขอนามัย บอกว่า ให้ลดอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากกฎ ระเบียบด้านมาตรการสุขอนามัยเท่าที่เปึนไปได้ ที่สอดคล้องตามความต้องการขององค์การการค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอ อย่าใช้มาตรการ ที่สูงเกินไป ถ้าเรายอมรับมาตรการที่สูงเกินไป ประเทศที่พัฒนาแล้วอ้างความปลอดภัย อะไรต่าง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วมากีดกันสินค้าเรา ดังนั้นขอฝากว่าเราคงต้องไปกรอบสภา แห่งนี้เพื่อพิจารณาเปึนข้อสังเกต อยากให้ฝ์ายที่ไปเจรจาดู อย่าให้เอาข้ออ้างเรื่อง สุขอนามัยมาเปึนข้ออ้างในการกีดกันสินค้าของเราเช่นเดียวกันนะครับ และ
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องประเด็นกรอบเรื่องการค้าบริการ อย่างที่กราบเรียนบอกว่า ให้เป่ดเสรีภาคบริการอย่างค่อยเปึนค่อยไป อันนั้นก็เปึนห่วงเช่นเดียวกันนะครับ ประเทศเรามีความพร้อมอีกเหมือนกัน ถ้าเราเป่ดเสรีทันทีทันใดนั้น ความพร้อมเราจะมี การแทรกแซง แทรกแซงแล้วประเทศเราอย่างการขนส่ง การจัดการที่ไม่ดี ไม่พร้อม หรือการเงิน การประกันภัย ตอนนี้เราโดนเทคโอเวอร์ไป ส่วนใหญ่จะถูกครอบงําจาก ต่างชาติไปเกือบหมดแล้ว ที่ผ่านไปแล้วคงไม่ว่ากัน แต่ต่อไปคงไม่สายเกินไปในการเจรจา กับต่างประเทศ ในการเจรจากับคู่ค้าอยากจะให้คํานึงถึงความพร้อมภาคบริการของ ประเทศไทยว่ามีความพร้อมขนาดไหนนะครับ
และอีกเรื่องหนึ่ง ในประเด็นถัดมาเรื่องการลงทุน บอกว่าให้ความคุ้มครอง การลงทุนและนักลงทุนจากต่างประเทศตามเงื่อนไขและขอบเขตที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของไทยกําหนด เช่นเดียวกันปัญหาเช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างกรณีของมาบตาพุด ต่างชาติก็งงเหมือนกันว่าตกลงเมืองไทยใช้มาตรการอะไร ดังนั้นเองความสับสนของเรานั้น ถ้าไม่ชัดเจนเราอย่าหวังเลยว่าเราจะไปเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย ในเมื่อกฎหมายเราไม่ชัดเจน ดังนั้นกราบเรียนว่ากฎหมายอย่างเช่น มาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญเรื่องที่มีสั่งระงับชั่วคราวของมาบตาพุด อยากให้รัฐบาลนั้นออกกฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่าอะไรที่ทําได้ หรือไม่ได้ขนาดไหน เพื่อความชัดเจน นักลงทุนเขาไม่กลัวหรอกครับ แต่ว่าให้ชัดเจนว่าอะไรทําได้ขนาดไหน เขาจะได้ศึกษา และจะได้เตรียมการลงทุนต่อไปในประเด็นกรอบนี้
และประเด็นถัดมา ประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพย์สินทางปัญญา ว่าให้มีผลบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับระดับในการพัฒนาเช่นเดียวกัน อย่างที่ กราบเรียนมาว่าคล้าย ๆ กับ ดับเบิลยูทีโอ อย่างเช่น แอลซี ยาก็ดี หรือว่าซอฟต์แวร์ การศึกษา หรือตําราเรียนก็ดี เรามีความพร้อมที่จะเป่ดรับ หรือจะบังคับใช้ในเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาขนาดไหนนะครับ
ถัดมาเรื่องการแข่งขันบอกว่ามีนโยบายการแข่งขันเสรีเปึนธรรมต่อ มาตรการกํากับดูแลการแข่งขันที่เหมาะสมภายใต้กฎหมายและระเบียบภายในประเทศ ของเราแต่ละฝ์าย อย่างเช่น ของเราประเด็นนี้ อย่างเช่น พ.ร.บ. ค้าปลีก ต่างชาติมาลงทุน ในธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจขนาดใหญ่ ร้านค้าโชห่วยเราล้มตายไปเปึนอันมาก กฎหมายเรา ออกเปึนร้อยเปึนพันฉบับได้ แต่กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบเรื่องค้าปลีกทําไม ออกไม่ได้ เพราะว่าในทางสังคมนั้นต้องมีกติกา กติกามวยเล็ก มวยใหญ่ ประเทศเรา ประเทศกําลังพัฒนาก็ต้องมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ต้องมีแฮนดิแคพ (Handicap) มีแต้มต่อ เช่นเดียวกันเมืองไทยเราต่างชาติมาลงทุนขนาดใหญ่ มีลงทุนเปึนเหมื่นเปึนแสนล้านบาท กับค้าปลีกในร้านตึกแถวห้อง ๒ ห้อง แต่เราไม่มีกติกา ดังนั้นเองผู้ประกอบการโชห่วยของ เราจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีกติกาควบคุมให้เปึนธรรมที่อยู่รวมกันในสังคม
และอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องประเด็นของกรอบการเจรจาในเรื่องของ สิ่งแวดล้อมก็ระบุว่าให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป่ดโอกาส ให้กําหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมในอนาคต ก็เช่นเดียวกันในกรอบนี้ เรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ระบุตามมาตรา ๖๗ บอกว่า ถ้ากระทบต่อ สิ่งแวดล้อมก็สามารถที่จะบรรเทาหรือมีมาตรการต่าง ๆ ได้ อันนี้ชัดเจน แต่อยากจะฝาก รัฐบาลเช่นเดียวกันว่า ขอให้ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและให้ออกกฎหมายลูก ประกอบตามมาตรา ๖๗ ให้ชัดเจนเสีย ชาวบ้านเขาอยู่ร่วมกันได้ นักลงทุนนี้อยู่ร่วมกันได้ นะครับ สังคมเราจะได้ไปร่วมกันได้ต่อไป ก็คงไม่ปฏิเสธนะครับ เราต้องการการลงทุน แต่เราคงไม่ปฏิเสธเหมือนกันว่าสิ่งแวดล้อมต้องอยู่ร่วมกันได้ ดังนั้นเองจะอยู่ร่วมกันได้ อย่างไรก็คือกติกา กติกานั้นก็คงฝากรัฐบาลนะครับ ทํากฎหมายหรือกติกาให้ชัดเจน นะครับถึงอยู่ร่วมกันได้
สุดท้ายนี้นะครับ ก็ขอสรุปว่ากรอบทั้ง ๒ กรอบที่ทางรัฐบาลเสนอทาง รัฐสภาเพื่อพิจารณาจะเปึนกรอบว่าด้วยกรอบความเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การ การค้าโลกก็ดี หรือกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้กรอบการเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มก็ดี ทั้ง ๒ กรอบนี้ผมขออภิปรายสรุปเพิ่มเติมสักเล็กน้อยจาก ทั้ง ๒ กรอบว่า การเจรจาความตกลงทางการค้านั้นควรคํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของ ประเทศเปึนหลักนะครับ แต่ในแง่ที่ว่าผลประโยชน์ส่วนรวมนั้นเราคงต้องมองหลาย ๆ มิติ นะครับ มิติเรื่อง จีดีพี (GDP) เรื่องตัวเลข ได้เปรียบเกินดุลหรือขาดดุลส่วนหนึ่ง แล้วอาจจะต้องมองถึงประชาชนเปึนหลักด้วย เพราะบางอย่าง อย่างเช่น สินค้าเกษตร นะครับ ตัวเลขน้อยแต่ผลกระทบเยอะ ดังนั้นเองต้องดูถึงประชากรด้วยนะครับ และแม้กระทั่งความเท่าเทียมกันของสังคมว่ามีความเท่าเทียมกันขนาดไหน
แล้วก็ข้อที่ ๒ ควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความตกลงทางการค้า ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับว่า การค้าต่อไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นต้องเตรียมความพร้อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกหลายกรอบต่อไปนะครับ
แล้วอันที่ ๓ คือมีมาตรการรองรับและผลกระทบตามความเหมาะสม
และสุดท้ายอยากจะขอเสนอแนะเพิ่มเติมนะครับว่าอยากจะให้รัฐบาล ออกกฎหมายประกอบมาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเรามีการประชุมสภาครั้งนี้ ถึง ๑๙ ประเด็น ก็เพราะความไม่ชัดเจน ดังนั้นถ้ามีความชัดเจนของกฎหมายก็สามารถ จะลดภาระของรัฐสภาแห่งนี้และความคล่องตัวของฝ์ายบริหารต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป คุณสุกิจ อัถโถปกรณ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงจะขอแสดงความคิดเห็นเพียงแค่เรื่องเดียว นะครับ คือเรื่องของความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับ ยูเครนนะครับ ซึ่งก็เห็นด้วยนะครับ เพราะเข้าใจว่ามันจะเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ ในปัจจุบันของประเทศเรา ซึ่งเปึนที่ทราบกันว่าเรานี่เปึนเศรษฐกิจที่อาศัยการส่งออก เปึนเรื่องหลัก ผมได้มีโอกาสไปร่วมสัมมนากับฝ์ายธุรกิจหลาย ๆ แห่ง ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อถึงช่วงที่มีการสรุปผลสัมมนา ข้อหนึ่งที่เขาจะต้องพูดถึงเสมอก็คือว่าจําเปึนที่ ประเทศชาติของเราต้องขยายตลาดการค้าออกไป แล้วสิ่งนี้ วันนี้ที่รัฐบาลกําลังทําก็คือ การพยายามที่จะขยายตลาดการค้าออกไปสู่ประเทศที่ค่อนข้างจะอยู่ห่างไกลนะครับ ประเทศยูเครนผมเชื่อว่าคนไทยกลุ่มหนึ่งคงจะรู้จักประเทศยูเครนดีโดยเฉพาะกลุ่มที่เปึน แฟนฟุตบอลนะครับ เพราะฉะนั้นไม่น่าแปลกเลยที่คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักนักฟุตบอล ชื่อดังอย่าง อังเดร เชฟเชนโก ซึ่งเปึนชาวยูเครนมากกว่านายกรัฐมนตรีหรือว่า ประธานาธิบดีของประเทศยูเครนนะครับ ซึ่งเปึนประเทศที่น่าสนใจแม้ว่าจะอยู่ห่างไกล แต่ก็ต้องยอมรับว่าในอดีตการค้าขายที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับยูเครนมีอยู่ค่อนข้างจะ น้อยมากนะครับ คือเมื่อป้ ๒๕๕๐ มูลค่าการค้าก็อยู่ประมาณ ๒๖๔ ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ ประเทศไทยเราก็ส่งออกไปได้เพียง ๑๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้นเอง ซึ่งสาเหตุก็อาจจะ มาจาก นอกจากจะเปึนเรื่องของหนทางที่ไกลแล้ว อย่างที่ผมกล่าวมาแล้วก็อาจจะเปึน เรื่องของระบอบการปกครอง เพราะว่าประเทศยูเครนก็ยังยึดมั่นอยู่กับระบอบสังคมนิยม คอมมิวนิสต์อยู่ค่อนข้างจะเหนียวแน่นนะครับ แล้วก็อาจจะมีเรื่องอื่น ๆ อย่างเช่น เรื่องของภาษี แล้วก็เรื่องของภาษา เพราะว่าประเทศยูเครนเขาพูดภาษายูเครน แล้วเขาพูด ภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะเก่งนัก แต่ผมเชื่อว่าเมื่อมีข้อตกลงอันนี้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็คงจะ ได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดีนะครับ ทําไมเราถึงบอกว่าประเทศยูเครนเปึนตลาดที่ น่าสนใจครับ ที่ผมเชื่ออย่างหนึ่งก็คือว่าลักษณะสินค้าของประเทศยูเครนจะต่างจากของ ประเทศไทยเราโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นก็เปึนโอกาสที่เราจะนําเข้าอย่างเช่น สินค้าพวก เหล็ก พวกแร่ธาตุต่าง ๆ ผมเชื่อว่าจะเปึนความต้องการของบ้านเรา ถ้าได้ราคาที่ถูกกว่า ตลาดปัจจุบันที่เปึนอยู่ก็น่าจะเปึนเรื่องที่น่าสนใจ ไม่รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งก็มี ท่านสมาชิกได้กล่าวไปแล้วนะครับ ความจริงแล้วประเทศยูเครนก็เปึนประเทศในทาง สากลแล้วก็ได้รับการยอมรับว่าเปึนประเทศที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์ได้อย่างมี มาตรฐานประเทศหนึ่งเหมือนกัน แต่ผมก็คงจะไม่เน้นหนักในเรื่องนั้นนะครับ เรื่องของ ถ่านหิน เรื่องของก๊าซธรรมชาติก็น่าสนใจนะครับ เปึนเรื่องของพลังงาน
แล้วที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ทราบว่าประเทศยูเครนก็ส่งออกปุิย พูดจริง ๆ แล้วปุิยเปึนความต้องการของบ้านเราในตอนนี้ เราชาวไร่ ชาวสวนก็อยากได้ปุิย ที่ราคาถูก แล้วความเชื่อมั่นจากปุิยที่มาจากยุโรป อย่างเช่นจากสแกนดิเนเวียจะสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนปาล์มเขาบอกว่าปุิยไหน ๆ ก็ไม่ทําให้ปาล์มออกลูกดก เหมือนกับปุิยจากสแกนดิเนเวีย ถ้าเกิดว่าปุิยของประเทศยูเครนมีลักษณะมีคุณภาพ ที่ใกล้เคียงกับของสแกนดิเนเวียแล้วราคาถูกกว่าก็น่าสนใจครับ ส่วนของเราสินค้าส่งออก ของเราที่ผ่านมาผมดูแล้วยังไม่ใช่ของแท้ ยังไม่ใช่ของจริง เม็ดพลาสติกอย่างนี้ รองเท้า และชิ้นส่วนอย่างนี้ ผมอยากให้เมื่อมีการเป่ดความสัมพันธ์ทางการค้าแล้วให้เราได้ส่งของ ที่เปึนหลัก ๆ ของเราไปมากกว่านะครับ อย่างเรื่องที่สําคัญประเทศยูเครนเปึนประเทศ ที่อยู่ในที่ราบลุ่ม อาจารย์ภูมิศาสตร์เคยสอนไว้สมัยมัธยมบอกว่าถ้าเปึนที่ราบลุ่มแล้วก็ ต้องทําเรื่องเกษตรกรรม เรื่องของการเพาะปลูกนะครับ แล้วเขาก็ทําได้จริงครับ ภูมิประเทศของเขาเหมาะสมแต่เขาก็โชคร้ายที่ภูมิอากาศอาจจะไม่เหมาะสม เพราะว่า มีฤดูหนาวเสียมากประมาณ ๖ เดือน เพราะฉะนั้นการผลิตของเขาอาหารยังไม่พอ ก็เปึน โอกาสอันดีของประเทศของเรานะครับ ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราเรามีศักยภาพที่สูง ในเรื่องของอาหารแปรรูป อาหารแช่แข็งคงจะเปึนช่องทางการระบายสินค้าอันนี้ที่ดี แล้วก็ สามารถที่จะทําเงินให้กับประเทศของเรามาก
แล้วเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ประเทศยูเครนเคยมีความต้องการจะมา ลงทุนร่วมกับคนไทย คือเรื่องของรับเบอร์ ลาเท็กซ์ (Rubber Latex) หรือว่าน้ํายางข้น อันนี้น่าสนใจครับ เพราะว่ายางพาราตอนนี้ วันก่อนผมดีใจที่มีเพื่อน ส.ส. จากภาคเหนือ ภาคอีสานตอนนี้มาพูดเรื่องราคายางพารา ไม่เปึนเฉพาะของภาคใต้แต่โดยผู้เดียวแล้ว นะครับ แต่ปัญหามันจะเกิดขึ้นใน ๒ เรื่องครับ เพราะว่ายางพาราต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน ของเราก็มีผู้ผลิตมากขึ้น การแข่งขันก็สูง ตอนนี้เราก็มีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นถ้าประเทศยูเครนมีความต้องการก็คงจะเปึนเรื่องที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของ น้ํายางข้น แล้วในขณะเดียวกันตลาดในประเทศเราเมื่อผลิตผลจากภาคเหนือ ภาคอีสาน เพิ่มขึ้น ผมเชื่อว่าก็คงจะมีความลําบากในเรื่องของราคาในอนาคต หรือเรื่องของการ ส่งออก เพราะฉะนั้นการระบายออกไปสู่ประเทศยูเครนนี่เปึนความฉลาด เพราะว่าประเทศยูเครน มีท่าเรือติดกับทะเลดํา ซึ่งจากประเทศยูเครนก็มีประเทศที่พ่วงมาด้วยในกลุ่มที่เรียกว่า ซีไอเอส หรือเรียกว่า เครือรัฐเอกราช อยู่ตั้ง ๑๒ ประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าได้ประเทศยูเครน ต่อไปประเทศเหล่านี้เราก็มีโอกาสที่จะได้หมด โอกาสของยางพาราซึ่งปัจจุบันนี้ถ้าไป ยุโรปเรายังสู้ประเทศมาเลเซีย สู้ประเทศอินโดนีเซียเขาไม่ได้นะครับ เราจะมีตลาดใหญ่ อยู่ที่ประเทศจีนเท่านั้น แต่ถ้าคุณภาพของเราดีขึ้นแล้วเราไปเจาะตลาดแบบนี้ผมเชื่อว่า อนาคตก็คงจะสดใสขึ้นนะครับ
และที่สําคัญอีกเรื่อง ก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว ถ้าดูแล้วประเทศยูเครนนี่ ไม่เลวนะครับ เศรษฐกิจดี มีการขยายตัวถึงร้อยละ ๖.๔ ซึ่งในป้นี้นับว่าหายากมากนะครับ ประชากรมีรายได้เฉลี่ย ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อป้ แล้วที่สําคัญคือเขาหนาวนาน หนาวนานนี้ ก็ต้องมาเที่ยวครับ แล้วเขาคงไม่ไปเที่ยวเมืองหนาว คงมาเที่ยวบ้านเรานะครับ ในอดีต นักท่องเที่ยวจากประเทศยูเครนก็มีครับ แต่ว่าน้อยมาก ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็ มักจะมาแถว ๆ ภาคตะวันออก แถวพัทยา แสดงว่าเขายังไม่รู้จักประเทศไทยดี เมื่อเป่ด สัมพันธ์การค้าขอกล่าวไปยังรัฐบาลนะครับว่าช่วยแนะนําให้เขารู้จักที่อื่นบ้าง อย่างเช่น ฝัืงทะเลอันดามัน เกาะสมุยอะไรพวกนี้ แล้วก็ภาคเหนือ ภาคอีสาน ผมเชื่อว่าเขาจะต้อง มาเที่ยวบ้านเรามากขึ้น เปึนโอกาสที่ดีที่จะให้นักท่องเที่ยวจากประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจถือว่า กําลังอยู่ในเกณฑ์ดีได้มาท่องเที่ยวในประเทศเรามากขึ้น พูดจริง ๆ แล้วการที่เราเป่ด สัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศยูเครน เท่าที่ผมกล่าวมาเท่าที่ได้อ่านศึกษาจากเอกสารที่ ทางสภาแจกไปก็มีแต่เรื่องดี ๆ มีแต่กําไร มีแต่ผลประโยชน์ที่จะได้ ส่วนที่ท่านสมาชิกพูด ในทํานองที่ว่าทําไมไม่รักษาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านใกล้ ๆ เคียง ๆ ไม่ค้าขายอยู่ แค่นี้ละ ผมก็คิดว่ามันก็เปึนมุมมอง จริง ๆ แล้วก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่อง มันมีเรื่อง มันถึงเกิดเรื่อง อย่างที่ทราบกันอยู่ แล้วก็ต้องพูดกันอีกนาน เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องอีกนาน สําหรับบางประเทศ แต่เจตนาของรัฐบาลจริง ๆ แล้วก็คือเราต้องการจะขยายตลาดการค้า ไปอีกมาก ๆ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศเรา ซึ่งต้องพึ่งพาการส่งออก เปึนส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่าความพยายามของรัฐบาล อย่างเช่น เรื่องนี้เปึนสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แล้วก็ขอให้ทําต่อไปครับ ผมจะให้กําลังใจกับรัฐบาล แล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งสําหรับเรื่องนี้ คือเรื่องของความตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศยูเครน ถ้าเริ่มประเทศยูเครนได้ ต่อไปประเทศที่อยู่ไกล ๆ กว่านี้ก็คงจะไม่ยากลําบาก แล้วเศรษฐกิจของประเทศเราก็คง จะดีขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันกําลังจะต่อว่าว่าเชิญดิฉันมาประชุม มารับฟัง ความคิดเห็น แต่ไม่มีรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้เลย เผอิญท่านอลงกรณ์มาแล้ว
มีอยู่ ๒ คนครับ
มาแล้ว ขอบคุณค่ะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายในกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้กรอบการเจรจาอาเซียนกับ ประเทศนอกกลุ่ม
ด้วยในปัจจุบันนี้ไทยมีการเจรจาการค้าสําคัญที่ยังค้างอยู่ในหลายเวที อาทิเช่น การเจรจารอบโดฮาขององค์การการค้าโลก การเจรจาความตกลงการค้าเสรี ร่วมกับสมาชิกอาเซียนอีกหลายฉบับที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่ นับตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ กลุ่มประเทศอาเซียนได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือที่เรียกว่า อาฟตา เพื่อเป่ดเสรีการค้าระหว่างกันโดยใช้อัตราภาษีพิเศษเท่ากัน จากนั้นก็ได้มีการทยอยลด ภาษีสินค้าตามข้อตกลงแต่นับจากนี้ไป ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ สมาชิกอาเซียน ก่อตั้งเดิมซึ่งประกอบด้วย ๖ ประเทศ อันประกอบด้วย ประเทศบรูไน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย จะมีการลดภาษี สินค้าทั้งหมดให้เหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่เสียภาษีเลย ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตรและ สินค้าอุตสาหกรรมมากกว่า ๘,๐๐๐ รายการ ยกเว้นสินค้าที่มีความอ่อนไหวเปึนพิเศษ ซึ่งประเทศสมาชิกต่างก็สงวนการที่จะลดภาษีไว้ให้เหลือเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเทศไทยเราก็มีสินค้าอ่อนไหว ยกตัวอย่าง เช่น กาแฟ มันสําปะหลังหรือ มะพร้าวแห้งอะไรทํานองนี้ ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงต้องขออภิปราย เพราะต้องการให้รัฐบาล มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการที่จะตัดสินใจเป่ดเสรีการค้า เพราะได้มีสินค้าเกษตร สําคัญถึง ๒๓ รายการ ที่ผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก เช่น ข้าว ปาล์มน้ํามัน น้ําตาล และถั่วเหลือง เปึนต้น โดยเฉพาะข้าวนั้นที่กําลังเปึนประเด็นสําคัญของไทย เพราะในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้ ข้าวจะลดภาษีนําเข้าจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือไม่เสียเลย ซึ่งแน่นอนย่อมกระทบต่อคุณภาพการส่งออกของข้าวไทย ซึ่งข้าวไทย ของเรานั้นได้ชื่อว่า เปึนข้าวที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก ดิฉันจึงอยากถามรัฐบาล โดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมหรือยังในการที่จะต้องมีมาตรการควบคุม การไหลเข้ามาของข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่จะมากระทบต่อ สินค้าเกษตรของไทยเรา ท่านประธานที่เคารพ ผลของการเป่ดเสรีลงทุนการค้าของไทย ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ นี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อวงการเกษตรกรของไทย อย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยจะอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนและถือหุ้นในกิจการถึง ๓ ประเภท ซึ่งน่าเปึนห่วงมาก ด้านที่ ๑ ก็คือการเพาะขยายพันธุ์พืช ด้านที่ ๒ คือการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา และด้านที่ ๓ คือการทําป์าไม้จากป์าปลูก ซึ่งการเป่ดเสรีการลงทุน การค้าครั้งนี้ จึงกระทบ ๑. เกษตรกร ๒. ประมงพื้นบ้าน และ ๓. ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการรายย่อย เปึนการกระทบอย่างกว้างขวาง แต่กลับเป่ดโอกาสให้นักลงทุน ต่างชาติทั้งในอาเซียนและบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่นอกกลุ่มอาเซียน ได้เข้ามา ครอบครองและใช้ประโยชน์จากที่ดินจากพันธุกรรมพืชและทรัพยากรธรรมชาติของไทยเรา แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองแต่ก็ไร้ซึ่งประสิทธิภาพเต็มทน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นว่า ภายหลังจากที่เราได้ลงนามในความตกลงด้านการลงทุนอาเซียนที่อําเภอชะอํา อําเภอหัวหิน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถที่จะส่งรายการข้อสงวนภายใน ๖ เดือน เฉกเช่นประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ซึ่งเขาก็ได้สงวนเพื่อทําให้ เกษตรกรของเขานั้นไม่เดือดร้อน แต่รัฐบาลกลับนํากิจการทางการเกษตร ๓ ประเภทที่ดิฉันกล่าวไปแล้วนั้นออกจาก ข้อสงวนโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกร รายย่อย ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงขอร้องก่อนที่จะถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ ให้รัฐบาลทบทวน ในเรื่องนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนในชาติ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วจะเกิดผลกระทบต่อ เกษตรกรไทยรายย่อยที่ดิฉันกล่าวไปแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น ด้านพันธุ์พืช ไม่ว่าหอม กระเทียมจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเปึนผัก ผลไม้ก็ทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทยของเรา นําไปสู่การประท้วงเอาพืช ผัก ผลไม้มาเททิ้งกลางถนนมากมายที่เห็นกันอยู่ ด้านการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ําแน่นอน เกษตรกรของเรามีต้นทุนที่สูงไม่ว่าจะซื้ออาหารสัตว์แพง แต่ผลผลิตกลับมีราคาตกต่ํา หรือด้านการลงทุนด้านการปลูกไม้โตเร็วซึ่งนําไปทํา เยื่อกระดาษเปึนการปลูกป์าเชิงเดี่ยวเปึนล้านล้านไร่ ทําให้เกษตรกรรายย่อยต้องสูญเสีย ที่ดินเปึนหนี้สินแล้วก็เสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ของน้ํา รวมทั้งผลกระทบด้าน ความหลากหลายทางชีวภาพและมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ก็คือว่าถ้ากลุ่มบริษัทนายทุนข้ามชาติไปซื้อสวนป์าของรัฐบนพื้นดินต้นน้ําลําธารมา ทํามาหากินอะไรจะเกิดขึ้นกับผืนป์าของประเทศไทย มีอยู่สมัยหนึ่งในรัฐบาลที่แล้ว ๆ มา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เคยคิดนโยบายที่เรียกว่าปลูกป์าค้าสัตว์ เป่ดป์าค้าสัตว์ เพียงแต่พูดออกมาเปึนนโยบายแว่ว ๆ ใน ๑๐ อุทยานแห่งชาติ ของประเทศไทยก็ถูกกระแสของสังคมต่อต้าน นี่คือคนไทย แค่คนไทยเป่ดให้นายทุนที่เปึน คนไทย แล้วนี่เปึนนายทุนข้ามชาติคิดดูเอาเถอะว่าจะเหลืออะไร เพราะฉะนั้นในท้ายที่สุดนี้ ดิฉันจึงขอวิงวอนกับรัฐบาลในการที่ก่อนจะลงนามนั้นพึงตระหนักว่าเกษตรกรของไทย โดยเฉพาะในเรื่อง ๓ เรื่องที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วนั้น เปึนความเปึนความตายของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะรายย่อย ขอขอบคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้เรากําลังหารือกันในเรื่องกรอบการค้าซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอเข้ามา เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้มีโอกาสพิจารณาเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ
ในเรื่องแรก ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการตกลงการค้าระหว่างราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งยูเครนนั้น ผมได้อ่านรายละเอียดซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอสภาแห่งนี้ กระผมมีความเห็นอย่างนี้ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่เขียนไว้กว้าง ๆ ซึ่งโดยหลักการแล้ว ก็กระทําไปตามมาตรา ๑๙๐ เพื่อปัองกันไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหาย ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเอามาหารือสภาแห่งนี้ เพราะเนื้อหารายละเอียดยังไม่ถึง ขั้นตอนในการที่จะมีการแลกเปลี่ยนสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น เนื้อหามีแต่เพียงบอกว่าจะต้อง ส่งเสริมให้ประเทศไทยและประเทศยูเครนค้าขายกันอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมต้องการที่จะติงกับทางรัฐบาลว่าอย่าเพิ่งตกใจมากกับมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ ถ้าเรื่องไหนที่ไม่จําเปึนก็ยังไม่ต้องเอาเข้ามาที่สภาแห่งนี้ เรื่องประเทศยูเครนผ่านนะครับ ถ้าถามผม ผมก็บอกว่าไม่จําเปึนต้องเอาเข้ามาให้สภา แต่ถ้าจะให้สภาพิจารณาก็ไม่มี ปัญหานะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาการค้าพหุภาคี ภาคีภายใต้ องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทย ภายใต้การเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มอาเซียน พูดไทย แปลเปึนไทยง่าย ๆ ก็คือ รัฐบาลต้องการ ที่จะนํากรอบการเจรจาระหว่างประเทศกลุ่มอาเซียน กลุ่มอาเซียนก็คือกลุ่มที่อยู่ใน อาเซียนด้วยกันกับเรา รวมเปึนกลุ่มกัน แล้วก็ไปเจรจาการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม ซึ่งเท่าที่อ่านจากรายงาน ท่านประธานครับก็มี ๓ กลุ่มหลัก ๆ ก็ขออนุญาตนําเรียนผ่านไปยัง พี่น้องประชาชนที่รับฟังทางสถานีวิทยุอยู่ขณะนี้ ขณะนี้อาเซียนกําลังเจรจากับ ๓ กลุ่ม ประเทศหลัก ๆ
กลุ่มแรกคือเจรจามานานแล้ว คือ ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ และสหภาพยุโรป
กลุ่มที่สอง คือกลุ่ม จีทีซี ซึ่งเปึนพวกใน มิดเดิล อีสท์ (Middle East) หรือตะวันออกกลาง
และกลุ่มสุดท้าย ซึ่งเปึนกลุ่มใหม่ก็คือกลุ่ม เมอร์โคซูร์ หรือตลาดร่วมอเมริกาใต้
ท่านประธานครับผมมีประเด็นสําคัญที่อยากฝากทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเปึนตัวแทนของรัฐบาลไทยไปเจรจากรอบการค้า กับประเทศที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะในเรื่องของภาคบริการ ถ้าหากว่าเจาะลงไป ในรายละเอียดแล้ว ท่านประธานครับเพื่อนสมาชิกครับ ประเทศไทยของเรามีการส่งเสริม ทางด้านการบริการ การค้าด้านการบริการมากถึง ๔๔ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ก็เกือบ ครึ่งต่อครึ่งละครับ ครึ่งหนึ่งผลิตสินค้าส่งออก อีกครึ่งหนึ่งเปึนการค้าที่เกี่ยวข้อง กับการบริการ ยกตัวอย่างการค้าบริการก็คือการท่องเที่ยว ผมว่าเปึนสิ่งสําคัญแล้วก็ เปึนจุดขายหลักของประเทศไทยด้วย พี่น้องประชาชนทั่วประเทศคงเห็นนะครับว่า ช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก มีการกระทบกระทั่งกัน ทางด้านการเมืองตลอดเวลา ส่งผลให้กับภาคบริการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยตกแล้ว ตกอีก ซึ่งขณะนี้ท่านประธานครับเปึนช่วงไฮซีซั่น (High season) ซึ่งต่างประเทศเริ่มหนาวแล้ว กําลังจะเข้ามาประเทศไทยแล้ว เพราะฉะนั้นการที่ทําอย่างไร ที่รัฐบาลนี้จะสามารถส่งเสริมให้รายได้ทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นได้ ผมอยากกราบเรียนผ่านทางท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าทางด้านการ ท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น จุดขายเรามีมากครับท่านประธานครับ แต่ทําอย่างไร ที่รัฐบาลนี้จะแสดงออกให้เห็นถึงมิตรไมตรีต่อประเทศทุกประเทศ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า จะทําอย่างไรให้ต่างประเทศที่มองจากหน้าต่างนอกโลกเข้ามายังประเทศไทยนั้น มองประเทศไทยเปึนประเทศที่ศิวิไลซ์ (Civilize) เปึนประเทศที่เจริญแล้ว ผมไม่เห็นด้วย ในหลายครั้งที่ทางรัฐบาลตัดสินใจในการใช้กฎหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานก็คงจะเห็นแล้วว่ามีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉินอยู่บ่อยครั้ง การประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉินแม้จะเปึนบางโซน (Zone) ก็ตามที โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร แต่ในสายตาของต่างประเทศ ท่านประธานครับมองเข้ามาก็ไม่สบายใจ เหมือนเราจะไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าหากประเทศนั้นมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ตลอดเวลา เราก็ไม่อยากไป คนจองไว้ก็แคนเซิล (Cancel) ไป ถ้าจะไปดูที่ประเทศที่เขา มีการพัฒนาในเรื่องของการประท้วง หรือการชุมนุมเคลื่อนไหว อย่างประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ ไม่จําเปึนต้องออก พ.ร.บ. ฉุกเฉินครับ แต่เขามีตํารวจ ทหาร เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ก็ฝากทางรัฐบาลไปด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการส่งเสริมภาคเอกชน อยากนําเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคบริการของเรา มีความสามารถ มีสินค้าภาคบริการ มากมาย ทั้งด้านการท่องเที่ยว หรือการบริการอื่น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ภาคเอกชนขณะนี้ ต้องการก็คือการเข้าถึงข้อมูล ท่านประธานครับ ภาคเอกชนหลายคนสะท้อนออกมาว่า แม้ว่ารัฐบาลของเราพยายามที่จะไปเจรจากรอบการค้าเสรีมากมายกับมิตรประเทศ เหลือเกิน แต่ข้อมูลเหล่านั้นกลับไปไม่ถึงผู้ประกอบการค้าที่เปึนภาคเอกชน ทําให้เขา ไม่สามารถที่จะเตรียมตัว ไม่สามารถที่จะเตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่จะสามารถออกไปสู้กับการค้า ในโลก ซึ่งมีมากมายหลายประเทศเหลือเกิน ผมจึงขอใคร่สนับสนุน อยากให้รัฐบาลนี้ สนับสนุนเรื่องการเข้าถึงข้อมูล แม้จริงอยู่รัฐบาลบอกว่า จะมีเว็บไซต์ (Web site) ก็ดี จะมีวารสารต่าง ๆ ก็ดี แต่ก็ยังไม่ถึงอยู่ดีท่านประธานครับ ถ้าเปึนไปได้รัฐบาลน่าจะมีการ จัดสัมมนาอบรมให้มากกว่านี้ ซึ่งเอกสารที่นํามาให้เราดูมีการอบรมตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ เปึนต้นมาแล้วก็เงียบหายไป เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้นั่งอยู่ เรื่องนี้ก็เปึน เรื่องสําคัญ ก็คือทุกภาคส่วนของการค้าโดยเฉพาะภาคบริการที่ผมเน้นอยากให้ทาง รัฐมนตรีจัดอบรมสัมมนาบ่อย ๆ เพื่อที่จะบอกเขาว่าถ้าหากว่าเซ็นสัญญาการค้าไปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ตัวท่านเองท่านเปึนผู้ประกอบการค้าท่านจะต้องเตรียมตัวอย่างไร และบางครั้งถึงขนาดว่าผู้ประกอบการบางรายที่กําลังจะเข้ามาสู่เปึนผู้ประกอบการ เต็มตัว เขาก็จะได้รู้ว่าเขาควรจะเข้าหรือไม่เข้าท่านประธานครับ ถ้าหากดูแลว่าศักยภาพ ในการเข้าไปแข่งขันในตลาดโลกนี่เขาสู้ไม่ได้ เขาก็จะได้พิจารณาตัวเองว่าไปทําธุรกิจ ด้านอื่นเพื่อที่จะไม่เอาเงินซึ่งมีอยู่น้อยนิดมาลงทุนในสิ่งที่เขาสู้กับต่างประเทศไม่ได้
ท่านประธานครับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือเรื่องของสินค้าอ่อนไหว ข้อควรระวังที่รัฐบาลจะต้อง เตรียมความพร้อม ก็ฝากเรียนท่านรัฐมนตรีอีกละครับ ท่านนั่งอยู่ท่านเดียววันนี้ ท่านอลงกรณ์ ก็ฝากท่านไปอีกว่าเรื่องของสินค้าอ่อนไหว โดยเฉพาะสินค้าด้านการเกษตร เราเองก็คงจะพูดตรง ๆ ไม่ได้ว่าเราต้องการเอาเปรียบผู้ค้า แต่เราได้พูดทางอ้อมว่า ทําอย่างไรที่เราจะรักษาฐานด้านการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร เพราะสินค้าการเกษตร หลายอย่างเราสู้ต่างประเทศไม่ได้ครับท่านประธาน ต่างประเทศเขามีเครื่องจักร เขามี เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ก้าวล้ําไปไกลกว่าเราเยอะ ถ้าหากว่าเอาราคาหรือว่าเอาสินค้า มาเปรียบกัน ของเราราคาจะแพงกว่าของต่างประเทศเกือบทุกชนิดสินค้า ถามว่าทําไม แพงกว่า เพราะว่าต้นทุนของเราสูงกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเปึนปัจจัยการผลิต ปุิยก็ดี ค่าแรงก็ดี สูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทําอย่างไรที่เราจะสามารถอยู่ได้ในตลาดการค้า ผมก็มั่นใจว่าตัวแทน ที่ไปเจรจาการค้าของไทยก็คงมีความสามารถพอที่จะหาประเด็น ถ้าหากว่าสิ่งใดที่เปึน สินค้าอ่อนไหวเราก็อย่าเพิ่งไปตกปากรับคําทําสัญญาใด ๆ ก็ถอยกลับมาก่อน มีมาตรา ๑๙๐ ให้ท่านรัฐมนตรีพอที่จะเจรจากับคู่ค้าได้ว่าบางส่วนถ้ามันยังไม่ควรที่จะลงนาม ก็ถอยกลับมาที่รัฐสภาแห่งนี้ เราก็จะเปึนผู้ที่คอยตรวจสอบช่วยท่านอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ อันนี้ฝากเปึนการส่วนตัวไปถึงท่านรัฐมนตรี เพราะว่าท่านเดินทางไปต่างประเทศบ่อย เรื่องของอาหารไทย ซึ่งผมจะไม่เน้นไปที่ ร้านอาหารไทยนะครับ แต่ผมเน้นไปที่ว่าทําอย่างไรให้อาหารของไทยไปอยู่ในครัวของ ต่างประเทศ ทําอย่างไรให้ต่างประเทศทุกประเทศในโลกนี้ได้ชิมข้าวหอมมะลิ ท่านรัฐมนตรีก็คงจะต้องแนะนําด้วยว่าวิธีซื้อข้าวหอมมะลิไปแล้วว่าจะต้องหุงอย่างไร อาจจะต้องเอาบริษัทที่ผลิตหม้อหุงข้าวตามท่านไปด้วย ก็ต้องไปหุงให้เขาชิม ถ้าชิมแล้วอร่อย เขาก็จะซื้อสินค้าของเรา แทนที่จะกินขนมปัง แทนที่จะกินสิ่งอื่นก็จะมาทานข้าวไทย อยากให้ท่านรัฐมนตรีเน้นไปเรื่องของการเป่ดครัวของต่างประเทศ แล้วก็เอาสินค้าที่เปึน ผลผลิตของไทยเข้าไปอยู่ในครัวต่างประเทศ ให้เขาทําอาหารไทยรับประทานกันเอง กระผมก็คงจะมีข้อคิดเห็นฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องใน ๒ ประเด็นหลัก เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตใช้เวลา ของสภาเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นอภิปรายในกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้ องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มที่คณะรัฐมนตรีเสนอนะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบเรียนว่า ดิฉันได้อ่านกรอบเจรจานี้แล้วนะคะ ก็เห็นด้วยในหลักการและความจําเปึนที่รัฐบาล จําเปึนจะต้องใช้กรอบนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาตินะคะ ทีนี้ดิฉันมีข้อสังเกต และมีคําถามเล็กน้อยที่จะฝากไปถึงรัฐบาลเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนของเราทั้ง ๓ กลุ่ม เนื่องจากว่าในการเจรจาต่าง ๆ นั้นก็จะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องก็คือสําหรับเราที่เปึนประเทศ เกษตรกรรมก็คงหนีไม่พ้นเกษตรกร ซึ่งเปึนผู้ผลิต แล้วก็ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเปึน ผู้บริโภค ตลอดจนภาคเอกชนซึ่งเปึนผู้ประกอบการ เพราะฉะนั้นในกรอบการเจรจานั้น ก็คงจะต้องนึกถึงผลประโยชน์ของคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง ๓ ภาคที่ดิฉันได้กล่าวแล้วนะคะ ในส่วนของกรอบเจรจาพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก ไม่ว่าจะเปึนเวทีแห่งนี้ที่จะได้ ช่วยทําให้ลดอุปสรรคทางการค้า กีดกันทางการค้า หรือว่าการกําหนดกฎ กติการะหว่าง ประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนการค้าที่เปึนธรรม แล้วก็ข้อยุติ ข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก ตลอดจนทําให้มีกลไกการเจรจาเพื่อตรวจสอบแล้วก็ทบทวนนโยบายทางการค้า ของประเทศ แล้วก็โดยเฉพาะประเทศที่กําลังพัฒนาหรือว่าประเทศที่ด้อยพัฒนาก็จะทําให้ มีโอกาสในการเสริมสร้างศักยภาพแล้วก็ให้ได้รับความช่วยเหลือ ดิฉันไม่สงสัยนะคะ แล้วก็เชื่อมั่นด้วยว่าตัวแทนของประเทศไทยก็คงจะเจรจาอยู่บนผลประโยชน์เหล่านั้น อย่างไรก็ตามก็ยังมีสิ่งที่น่าเปึนห่วงว่าในส่วนที่เปึนข้อ ๒ กรอบ ถ้าเราดูทั้ง ๒ กรอบ ทั้งกรอบที่เจรจาภายใต้องค์การการค้าโลกแล้วก็เจรจากับประเทศนอกกลุ่ม อันนี้ประเทศ นอกกลุ่มอาเซียนก็จะมีทั้งตลาดที่มีกําลังซื้อสูง ตลาดใหญ่ที่เราพูดถึงจีน อินเดียหรือว่า ญี่ปุ์น เกาหลี ออสเตรเลีย ตลอดจนอียู (EU) นะคะ กับประเทศตลาดใหม่ที่เรากําลังมองอยู่ เพื่อพัฒนาตลาดที่มีศักยภาพไม่ว่าจะเปึนในกลุ่มของประเทศตะวันออกกลางหรือว่า ประเทศกลุ่มอเมริกาใต้ ดิฉันคิดว่ามันมี ๒ กรอบที่ดูทั้งเทียบกันนะคะ กรอบที่เจรจา ภายใต้องค์การการค้าโลกจะมีทั้งหมด ๑๐ ประเด็น ๑๐ ประเด็นก็คือเรื่องของการปฏิรูป การค้าสินค้าเกษตร อันนี้ก็ดูแล้วไม่น่าห่วงใยเพราะว่าดูจากรายละเอียดก็เห็นว่า ได้ครอบคลุมในเรื่องที่น่าสนใจอยู่แล้วนะคะ การเป่ดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม อันนี้ ก็น่าจะมุ่งเน้นประโยชน์สําหรับสินค้าที่เราจะส่งออกนะคะ ในเรื่องของกฎถิ่นกําเนิด ของสินค้า อันนี้ก็อยากจะขอฝากเอาไว้นะคะ เพราะว่าในส่วนของกรอบเจรจาทั้ง ๒ เรื่อง มันจะมีถ้อยคําสําหรับการเจรจาประเทศนอกกลุ่มว่าให้คํานึงถึงผู้ประกอบการ ภาคเอกชน ทีนี้ในมุมมองของที่ดิฉันได้รับฟังมาไม่ว่าจะเปึนภาคประชาชนหรือว่า ภาคเกษตรหรือว่าภาคที่ประกอบการค้าเกี่ยวกับเรื่องสินค้าเกษตรโดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ ที่มีเรื่องของถิ่นกําเนิดสินค้ามาเกี่ยวข้อง ให้คํานึงถึงผลประโยชน์ของภาคเอกชน ปัจจุบัน เราก็มีจะผู้ประกอบการที่ผลิตเมล็ดพันธุ์หรือว่าต้นพันธุ์พืชเพื่อการค้าการส่งออก แต่ในขณะเดียวกันภาคประชาชนก็ห่วงใยว่าถ้าหากเราไม่ดูแลเรื่องของพันธุกรรมพืช หรือว่าหลักภูมิปัญญา ภูมิองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้ดีก็อาจจะสวนทางกันนะคะ อันนี้ก็ขอฝาก รัฐบาลว่าในการเจรจาถ้าคํานึงถึงผู้ประกอบการว่าเราจะขายสินค้าออกไปให้มาก ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเรื่องขององค์ความรู้แล้วก็ภูมิปัญญาโดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ พื้นเมืองอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยนะคะที่จะพัฒนาทางด้านพันธุกรรมดิฉันก็ขอฝากเอาไว้ นอกจากนั้นส่วนที่เห็นว่าเปึนเรื่องดีนะคะ ประเด็นเจรจาเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท ระหว่างประเทศ อันนี้จากข้อมูลที่ปรากฏก็พบว่าการเจรจาแบบนี้ทําให้ประเทศไทย ได้มีอํานาจต่อรองมากขึ้นโดยเฉพาะในสินค้าหลาย ๆ เรื่อง ดิฉันอยู่ที่ลพบุรีก็เปึนแหล่งผลิต สินค้าไก่ส่งออกเพื่อการแปรรูปก็จะพบว่าเหล่านี้ที่เราส่งไปอียูก็ดีก็จะมีข้อจํากัดในเรื่องของ ภาษีศุลกากรแล้วก็มีข้อพิพาทในเรื่องของไก่หมักเกลือที่ทางประเทศอียูได้ลดพิกัดอัตรา ภาษี เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้กรอบการเจรจานี้เปึนข้อต่อรองกับประเทศสมาชิกก็จะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่ง ดิฉันจึงเห็นว่าในการที่ประเทศไทยเรา สภาของเราจะได้ผ่านกรอบ เหล่านี้ก็จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการนะคะ แต่ว่ามีข้อสังเกตที่ ในกรอบของเจรจานอกกลุ่มมันหายไป ๒ เรื่อง ๒ เรื่องแต่อยู่ในกรอบเจรจากับ ดับเบิลยูทีโอ ก็คือประเด็นเรื่องของการค้าและสิ่งแวดล้อม
ดิฉันขอเรียนถามรัฐบาลแล้วกันนะคะว่าทําไมในกรอบของการเจรจา กับประเทศนอกกลุ่มถึงไม่บัญญัติในเรื่องของประเด็นเกี่ยวกับการค้าและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ประเด็นเกี่ยวกับปฏิบัติการพิเศษ เรื่องของความแตกต่างระหว่างประเทศที่กําลัง พัฒนาแล้วก็การพัฒนาศักยภาพ อันนี้มันจะหายไป ๒ ประเด็นนะคะเมื่อเทียบระหว่าง ๒ กรอบ ซึ่งดิฉันคิดว่ามันเปึนประเด็นที่สําคัญโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการค้าและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยเราก็มีปัญหามาก ยกตัวอย่าง เช่น ดิฉันได้รับเรื่องจากในคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องของผู้ประกอบการที่ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารานะคะ ซึ่งมันจะ มีประเด็นกีดกันทางการค้าว่าถ้าหากว่ายางพาราถ้าปลูกอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรืออะไรก็ตามก็อาจจะไปถูกกีดกันในข้อนี้ได้นะคะ อันนี้ก็จะเปึนปัญหา เพราะว่าประเทศเราก็รับทราบอยู่แล้วว่าปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน เปึนปัญหาสําหรับพี่น้องเกษตรกร ไม่เฉพาะยางพาราอย่างเดียวนะคะ แม้แต่ข้าวโพด อย่างที่จังหวัดลพบุรีก็มีหลายพื้นที่ที่ปลูกอยู่ในที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ถ้าไม่มีประเด็นเหล่านี้ ถ้าเขาอาจจะมาใช้เปึนข้อกีดกันทางการค้าได้หรือไม่ เพราะว่ามันจะไปเข้าข่ายเขา ไม่เข้าใจว่าประเทศเราไม่ได้ว่าประชากรไปบุกรุกพื้นที่ป์าสงวน แต่ว่าบางพื้นที่ราษฎรเขา อยู่อาศัยทํากินมาก่อน แต่ว่ามันจะมีพระราชกฤษฎีกาเขตหวงห้ามเข้ามาประกาศ ภายหลัง ก็ทําให้พี่น้องประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ ดิฉันก็ขอฝากผู้เจรจาแล้วกันนะคะว่า ประเด็นนี้ในกรอบที่เจรจากับประเทศนอกกลุ่มก็ขอให้คํานึงในเรื่องของประเด็นการค้าและ สิ่งแวดล้อมนะคะ เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วเกษตรกรไทย รวมถึงชาวประมงที่เคยมีปรากฏ มาแล้วว่าต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วเขาก็จะใช้ประเด็นการอนุรักษ์ เต่าทะเลมากีดกันการค้ากุ้งของเกษตรกรไทย เหล่านี้เปึนต้นนะคะ ถ้าหากเปึนไปได้ ก็อยากจะให้ทั้ง ๒ กรอบได้คํานึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะคะ เพราะถึงแม้ว่ากรอบที่จะเจรจา นอกกลุ่มก็อาจจะใช้มาประเด็นในการกีดกันทางการค้าได้นะคะ อันนี้ก็ขอฝากเปึนประเด็น ให้กับทางรัฐบาลด้วย
นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็เห็นว่ากรอบทั้งหมดรัฐบาลก็ได้ดูแล เปึนอย่างดีแล้ว แต่ว่าสิ่งที่น่าเปึนห่วงในระยะอันสั้นก็คือเรื่องของมาตรการปกปัอง แล้วก็เยียวยาสําหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการเป่ดการค้าเสรีกับอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน อันนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในกรอบนี้ แต่ก็ขอฝากไว้ว่าดิฉันก็ชื่นชม รัฐบาลที่ได้เดินหน้าโครงการประกันรายได้ขั้นต่ําให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็มีการจัดให้ มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร แต่สําหรับพืชหลัก ๆ ๓ ชนิดก็คือข้าว ข้าวโพด แล้วก็ มันสําปะหลัง อันนี้เปึนความกล้าหาญนะคะ เพราะถ้าหากว่ารัฐบาลไม่เดินหน้าแล้วก็ ทําตอนนี้เราก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพี่น้องเกษตรกรของเราปลูกอะไรแล้วก็อยู่ที่ไหนกันบ้าง ถ้าหากไม่เตรียมความพร้อม ต้นป้หน้าถ้าหากมีการเป่ดการค้าเสรี สินค้าเกษตรเหล่านี้ ก็อาจจะทะลักเข้ามานะคะ แล้วการช่วยเหลือก็อาจจะพลาดเปัา เพราะว่าถ้าหากมันเข้ามาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเงินจะถึงมือพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ เพราะเราจะมีข่าวว่ามีผู้ที่เข้ามาสวมสิทธิ มากมาย การขึ้นทะเบียนเกษตรกรก็จะทําให้ได้รับทราบว่ามีเกษตรกรตัวจริงอยู่ที่ไหน อย่างไร แล้วก็เงินช่วยเหลือที่รัฐบาลได้เริ่มจ่ายชดเชยออกไปแล้วก็จะถึงมือเกษตรกร อย่างแท้จริงนะคะ ในประเด็นนี้ดิฉันจึงขอชื่นชมรัฐบาลว่าที่ได้เริ่มต้นโครงการ ประกันรายได้ขั้นต่ําก็จะมีผลต่อเรื่องของกรอบการเจรจา แล้วก็การดูแลมาตรการปกปัอง เกษตรกรด้วย อย่างไรก็ตามก็ยังเห็นว่ารัฐบาลยังต้องเตรียมความพร้อมมากกว่านี้ เพราะว่านับถอยหลังยังเหลือเวลาอีกประมาณ ๒ เดือน มาตรการเยียวยา กองทุนเอฟทีเอ ที่มีอยู่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มเกษตรกรนะคะ แล้วมาตรการในการ ประชาสัมพันธ์ทําความเข้าใจกับประชาชนแล้วก็เกษตรกรอย่างกว้างขวาง ประชาชน ก็ต้องรับทราบในฐานะผู้บริโภคก็ยังไม่เพียงพอ ก็ขอฝากรัฐบาลด้วยนะคะ ได้ดําเนินการ มาตรการนี้ แล้วก็ขอสนับสนุนกรอบการเจรจาทั้ง ๒ กรอบนะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสิริวัฒน์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่มีปัญหาในเรื่อง ของการสนับสนุนหรือยกมือให้กับกรอบต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้เสนอ นั่นก็แปลว่า ผมสนับสนุนครับ ยกมือให้ครับ นี่ย้ํายืนยันนะครับ เพียงแต่ว่าผมมีความห่วงใยแล้วก็ มีข้อสังเกตที่ผมคิดว่าไม่พูดไม่ได้อย่างน้อย ๒-๓ ประเด็น ท่านประธานครับ คือภายใต้ กรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลกและกรอบการเจรจาความตกลง การค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม อันนี้เปึน ๒ กรอบที่ผม จะอภิปรายในวันนี้ และ ๒-๓ ประเด็นที่ผมคิดว่าผมมีข้อห่วงใยกับข้อสังเกต
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของปัจจัยความสําเร็จในการเจรจา โดยเฉพาะผลดี ผลได้ของพี่น้องประชาชน อันนี้เปึนประเด็นแรกที่ผมอยากจะฝากข้อห่วงใยและข้อสังเกต ให้กับทางรัฐบาล
ประเด็นที่สอง ก็คือผมคิดว่าต้องมาดูเรื่องผลกระทบของพี่น้องประชาชน จากผลของการเจรจาในกรอบการค้าดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ในปัจจัยความสําเร็จในการเจรจาเพื่อไปบรรลุผลดี ผลได้ของพี่น้องประชาชน ผมมี ๒ ประเด็นย่อยครับ
อันแรกผมคิดว่าท่านประธานอาจจะต้องย้ํากับทางรัฐบาลว่ารัฐบาล ได้ตอบคําถาม ได้พิจารณาถึงเรื่องของความพร้อมของอาเซียนอย่างไร ผมคิดว่า ความพร้อมของอาเซียนเปึนเรื่องที่สําคัญยิ่งเหตุเพราะว่ารัฐบาลได้แถลงไว้ในกรอบที่ ๓.๑ ท่านบอกว่ากรอบการเจรจาความตกลงพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก ถึงแม้อันนี้ อาจจะเปึนเรื่องที่ระหว่างไทยกับนานาประเทศ แต่มันก็จะเชื่อมโยงกับ ๓.๒ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้บอกว่าท่าทีโดยรวมเน้นการผลักดันและปกปัองผลประโยชน์ของประเทศ ด้านการค้าสินค้า โดยให้ความสําคัญเปึนพิเศษ ผมขออนุญาตอ่านเล็กน้อยท่านประธานครับ กับสินค้าเกษตรอันนี้เปึนข้อความที่จะต้องขีดเส้นใต้บรรทัดอันนี้ แล้วบอกต่อไปว่า และให้ระดับการเป่ดเสรีการค้าบริการและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเปึนไปตาม ความเหมาะสมของระดับการพัฒนา วรรคหลังไม่มีปัญหาครับ แต่ผมบอกว่าที่ขีดเส้นใต้ ก็คือสินค้าเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าความพร้อมในการพูดคุยกันของ บรรดาสมาชิกประเทศอาเซียนในการที่จะไปเจรจากับกลุ่มนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาล ก็ได้บอกมาว่ากลุ่มนอกอาเซียนมีใครบ้าง ในข้อความเรื่องความเปึนมาของรัฐบาล ท่านได้บอกว่ากลุ่มนี่ เช่น มีกลุ่มอาเซียนอินเดียที่จะต้องเจรจากันแน่นอน กลุ่มอาเซียน ญี่ปุ์น อันนี้จะต้องเจรจากันแน่นอนครับ อาเซียนกับอาหรับ คือกลุ่มความร่วมมือ ในประเทศรอบอ่าวอาหรับ ๖ ประเทศ เช่น บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อันนี้ต้องเจรจาแน่นอน นอกจากนั้นอาเซียนกับกลุ่มประเทศ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ์น หรือกระทั่งบวกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอินเดียเข้าไปด้วย ท่านประธานครับ กลุ่มประเทศต่าง ๆ นั้นอาเซียนจะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ในการที่จะไปเจรจา โดยเฉพาะเรื่องของการเกษตร ผมอยากกราบเรียนว่าผมมีคําถาม ที่เปึนข้อห่วงใยก็คือเราได้มีการพูดคุยกันมากน้อยแค่ไหนในระหว่างอาเซียนด้วยกัน เพราะว่าในอาเซียนด้วยกันนั้นมีผลิตผลทางด้านการเกษตรที่ใกล้เคียงกันครับ ถ้าไม่คุยกัน ความร่วมมือหรือมิตรมันจะกลายเปึนคู่แข่ง ผมยกตัวอย่างก็ได้ท่านประธานครับ เรื่องยาง ผมคิดว่าทิศทางของหลายรัฐบาลหรือรวมถึงรัฐบาลนี้ดูเหมือนกับน่าจะทําให้ประชาชนนั้น พึงพอใจว่ารัฐบาลพยายามที่จะเอาเรื่องยางมาคุยกับอย่างน้อยผู้ผลิตใหญ่ ๓ ประเทศ ก็คือ ๑. ไทย ๒. อินโดนีเซีย ๓. มาเลเซีย อาจจะบอกว่าฮั้วกันหรืออาจจะบอกว่าตั้งบริษัท ร่วมกันในการที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านการตลาด หรือกระทั่งวางแผนการตลาด ร่วมกัน อันนี้ดูเหมือนว่าประชาชนพึงพอใจ แต่ถามว่าหลักประกันที่จะทําให้ผลทางด้าน การตลาดของเกษตรกรในเรื่องยางพารานี่มันเปึนอย่างไร ผมคิดว่ากรอบคิดอันเดิม ถ้าหากว่าเราคุยเฉพาะวัตถุดิบ ความร่วมมือในเรื่องของแค่เอายางแผ่นยางแท่ง หรือน้ํายาง มาคุยกันอย่างเดียว ผมคิดว่าไม่พอครับ ผมคิดว่าการเจรจาของอาเซียนในเรื่องของ ยางพาราต้องถามรัฐบาลครับ ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ท่านได้คุยกันหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างให้เปึนรูปธรรมก็ได้ครับ ยางของไทยปัจจุบันกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เติบโต มาจาก ๑.๒ ล้านตัน เมื่อประมาณป้ ๒๕๓๓ ข้อมูลนี้ตอนที่ผมกับพี่น้องประชาชน ชาวสวนยางในภาคใต้ได้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลในป้ ๒๕๓๓ เราพบว่ายาง ๑.๒ ล้านตัน เอาไปทําผลิตภัณฑ์เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานครับ ส่วน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เราขายออกในรูปของวัตถุดิบ ในขณะที่มาเลเซีย ณ ขณะนั้นท่านประธานครับ เขาเอาไปทํา ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้ภายในประเทศถึงประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เราผ่านมาถึง เกือบ ๒๐ ป้ ไปดูตัวเลขครับ ถึงแม้ว่ายางเราจะเพิ่มไปกว่า ๓.๔ ล้านตัน แต่ว่าสัดส่วน ระหว่างทําผลิตภัณฑ์ของไทยยังคล้ายเดิม นั่นก็คือเรานําไปสู่ผลิตภัณฑ์แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เท่านั้นเอง ถามว่าผลิตภัณฑ์ระหว่างมาเลเซียกับไทยที่มันต่างกันนี้ ประเด็นคําถามผมก็คือว่าเราได้ร่วมไม้ร่วมมือกันหรือไม่ในการที่จะใช้ผลการวิจัย เพราะมาเลเซียเองเขาทําปาล์มมากขึ้น แต่ขนาดเขาทํายางน้อยลงเมื่อเทียบเปึนสัดส่วน แต่เขาก็มีผลการวิจัยและนําไปสู่การแปรรูป หรือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปึนผลสําเร็จ ไทยเรานําไปสู่ความสําเร็จได้เมื่อไรครับ อันนี้เปึน คําถามที่ผมถามรัฐบาลก่อนหน้านี้ด้วย รัฐบาลนี้จะต้องถามต่อครับ แล้วรัฐบาลต่อไป ถ้าหากยังไม่ทําก็ต้องถามต่อ ผมคิดว่าเราจะเสียโอกาสในเมื่อเรามีอาเซียน แล้วภายใน อาเซียนเองมีผลการวิจัยเรื่องของยาง เรื่องของปาล์ม ท่านประธานครับ เช่นกัน ท่านไปดู ตัวเลขครับ วันนี้เราพยายามที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรของเราปลูกปาล์มมากขึ้น ในภาคใต้ บ้านผมก็ส่งเสริมให้ปลูกมากขึ้น เพราะยางจะหันไปปลูกภาคอีสาน ภาคเหนือหรือภาคอื่น อันนี้ไม่มีปัญหาครับ เพียงแต่ว่าเรื่องปาล์มเราก็มาเจอปัญหาเช่นกันครับ ก็คือตั้งแต่ ผลการวิจัยเรื่องของการผลิตตั้งแต่พันธุ์ปาล์มทุกคนทราบว่ามาเลเซียมีผลการวิจัยเรื่อง พันธุ์ปาล์มที่มีเขาเรียกว่าผลผลิตต่อไร่หรือยีลด์ (Yield) สูงกว่าประเทศไทย เอาแค่เรื่อง ของพันธุ์อย่างเดียวไม่นับเรื่องของการบริหารจัดการทางด้านการผลิตอื่นเขาก็เหนือกว่าเรา แต่ผมถามว่าถ้าเราอยู่ในกลุ่มอาเซียนเราไม่สามารถที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันในเรื่องของ ข้อมูลเรื่องการวิจัยนําไปสู่การพัฒนาเรื่องของผลิตภัณฑ์ ผมถามว่าเราจะร่วมมืออะไรครับ แล้วผมคิดว่าถึงที่สุดไม่ว่าเราจะค้าขายวัตถุดิบหรือค้าขายผลิตภัณฑ์ ถ้าหากว่า เราได้ร่วมมือกันอันนี้ก็จะเปึนโอกาสและจะเปึนผลดีผลได้ของพี่น้องประชาชนครับ ผมอาจจะมีเวลาน้อยในการที่จะยกตัวอย่างเรื่องของผลไม้ เรื่องของข้าวหรือเรื่องของ ผลิตผลทางการเกษตรอื่น ๆ ซึ่งยกได้เพียงแต่ว่าเวลามันสั้นดังที่กล่าว แต่ขออนุญาต ได้บอกว่าเวลาเราพูดถึงข้าวแน่นอนประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ และประเทศอื่นก็จะเปึนผู้ผลิตข้าวที่สําคัญ คําถามก็คือว่าเราได้เตรียมความพร้อม ได้พูดคุยกันถึงเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด ถ้าเราไม่ได้พูดคุยกัน ทั้งเรื่องการผลิต การตลาดอย่างแท้จริงผมคิดว่าเราเสียโอกาสครับ เวลาเราไปเจรจานอกกลุ่มผมคิดว่า เราอาจจะไม่เปึนขบวนหรือไม่เปึนกระบวนก็แล้วแต่จะพูด อันนี้ที่ผมฝากข้อห่วงใยถ้าหากว่า รัฐบาลท่านได้ตอบได้ ท่านช่วยตอบให้ผมทีครับ
เมื่อสักครู่นี้ก่อนหน้าผมไม่กี่ท่าน สมาชิกวุฒิสภาของเราท่านได้อภิปราย ฝากข้อสังเกตครับ ว่าเรื่องผลไม้ในอาเซียนด้วยกันท่านได้ร่วมไม้ร่วมมือเพื่อจะเจรจากับ จีนอย่างไร ท่านประธานคงทราบว่าจีนวันนี้เขาเองเขามียุทธศาสตร์กับอาเซียนแน่นอน เพราะเขาจะต้องแข่งกับอเมริกา อเมริกาอาจจะได้เปรียบเพราะว่าอุดหนุนชนชั้นนําไทย มาต่อเนื่องตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ตั้งแต่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เปึนต้นมา อเมริกา ได้เปรียบ วันนี้พลังงานอเมริกาก็ได้เปรียบครับ หรือธุรกิจอื่นอเมริกาก็ตักตวงผลประโยชน์ จากประเทศของเราซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากไปตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ของเรา แต่จีนเขาก็มองอาเซียนเช่นกัน ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ของจีนและของอเมริกาอันนี้ เราก็จะมองว่าเปึนโอกาสของเรา จีนสนใจอาเซียนแล้วก็มองว่าไทยเปึนพี่เบิ้มของอาเซียน ชนชั้นนําของไทยไม่ว่าจะเปึนการเมืองหรือธุรกิจก็มีกลุ่มคนเชื้อสายจีน ซึ่งเราไม่ได้ รังเกียจกันนะครับ ผมคิดว่าการรังเกียจทางเชื้อชาติเปึนเรื่องที่ไม่เหมาะกับประเทศนี้เลย เรามีแต่จะต้องสมานฉันท์กัน อันนี้จะต้องฝากไว้ในวาระที่จะต้องพูดถึงเรื่องของเชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์ ซึ่งถ้ามีเวลาผมจะอภิปรายในตอนหลัง ท่านประธานครับ ในเมื่อจีน อยากจะสัมพันธ์กับอาเซียน แต่เราร่วมมือกับอาเซียนมากน้อยเพียงใดในการที่จะคุยกับ จีนเรื่องผลไม้ ผมคิดว่าเรื่องผลไม้ของไทยลําไยในภาคเหนือ มังคุด ทุเรียนในภาคใต้ ภาคตะวันออก หรือเงาะหรือสินค้าอื่น ๆ ดูจํานวนผลผลิตกับความต้องการการบริโภค ของจีนที่จริงไม่น่าจะมีปัญหาระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน เหตุเพราะว่าประชากรจีนเกือบ ๑,๓๐๐ ล้านคน ถามทุกคนพูดตรงกันหมด ลําไยเขาบอกแล้วว่าอันนี้เปึนผลไม้ของฮ่องเต้ เช่นกันเหมือนกับเปึนตามังกร นอกจากอร่อยแล้วมีผลต่อสุขภาพดีแล้วก็ยังเปึนผลไม้ มงคล ทุเรียนเช่นกันคนจีนชอบ เงาะ มังคุด มังคุดบ้านผมคนจีนชอบแน่นอน แต่คําถาม ก็คือว่าเราใช้อะไรกับอาเซียนครับ เราใช้ความร่วมมืออะไรกับอาเซียนในการเจรจากับจีน จีนเกรงใจอาเซียนแน่นอนนะครับ ถ้าหากว่าเราได้ร่วมไม้ร่วมมือกัน อันนี้ผมย้ําหลายครั้ง เพื่อถึงที่สุดแล้วมันจะต้องไปประเมินถึงผลนะครับว่าและผลของเราได้ผลไหมครับเรื่องผลไม้ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาได้พยายามตั้งขึ้นมาหรืออยู่ในรูปคณะอนุกรรมาธิการก็ตาม เราพยายามพูดคุยเรื่องของผลไม้ราคาตกต่ําซ้ําซาก ผมไม่หวังว่ามันจะตกต่ําซ้ําซากอีก ในเมื่อเราจะมาเจรจาทั้งในกรอบพหุภาคี หมายความว่าระหว่างประเทศไทยกับ นานาประเทศ และกรอบที่เราร่วมกับอาเซียนเพื่อไปเจรจากับประเทศจีนหรือกับประเทศ ต่าง ๆ ผมหวังผลในเรื่องเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมเรียนว่า เปึนความพร้อมที่ผมฝากคําถามถึงรัฐบาล ปัจจัยถัดมาที่จะไปตอบว่าความสําเร็จหรือไม่ ในการเจรจาก็คือ ความเปึนเอกภาพครับ ความเปึนเอกภาพของอาเซียน ผมคิดว่าวันนี้ ถูกท้าทาย ความเปึนเอกภาพวันนี้จะส่งผลโดยตรงต่อความสําเร็จในการเจรจา ทั้งรอบโดฮา หรือรอบอื่น ๆ ในเวทีต่าง ๆ ถ้าหากว่าอาเซียนไม่มีความเปึนเอกภาพ ผมคิดว่าอันนี้ จะเปึนปัญหาใหญ่ แต่ท่านประธานครับ ท่านกรุณาและเมตตาผม ฟังดี ๆ นะครับ ผมไม่เอาไปเกี่ยวพันกับเรื่องที่ชนชั้นนําไทยมีวิวาทะกันเพื่อที่จะเกิดผลได้ ผลเสียในทาง การเมือง ณ ขณะนี้ เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนติดตาม และพี่น้องประชาชน สรุปได้แล้วครับว่าวิวาทะของชนชั้นนําไทยปัจจุบัน เขามีได้และมีเสีย ยกตัวอย่างก็ได้ครับ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย มีได้ในเวทีระหว่างประเทศ เมื่อมีการหยิบยกเอาเรื่องของ สมาชิกอาเซียนประเทศหนึ่งกับประเทศไทยขึ้นมา แต่อาจจะมีเสียในการเมืองระหว่าง ประเทศแน่นอน ผลโพลต่าง ๆ ชัดเจน นายกรัฐมนตรีปัจจุบันอาจจะมีเสียในเวที ต่างประเทศแน่นอน ณ วันนี้ ดูเหมือนว่าไม่เปึนผู้นําแล้วหรืออะไรก็ตาม แต่ท่านมีได้ แน่นอนในการเมืองในประเทศ นายกรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้าน มีได้แน่นอน อาจจะ มีเสียหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ แต่คําถามก็คือว่าชนชั้นนําหรือผู้นําทั้งอดีต ปัจจุบันของประเทศไทย และของประเทศเพื่อนบ้านมีได้และมีเสีย ถามว่าประชาชนมีได้หรือมีเสียไหมครับ จนถึงวันนี้ ผมไม่เห็นทางได้ของพี่น้องประชาชน ผมเห็นมีแต่ทางเสียครับ ทีนี้ถามว่า นายสิริวัฒน์ พูดอะไรท่านประธานครับเรื่องเอกภาพ ผมไม่หมายความเฉพาะเอกภาพของผู้นํา ต่อให้มีใครนี่นะครับ ไปสร้างเอกภาพ มีสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ผมคิดว่าดี แต่ไม่พอ ท่านเดินไปเถอะครับ แต่ไม่พอแน่นอน แต่แน่นอนที่สุดนะครับ ถ้าหากว่าผู้นํา มีความสัมพันธ์ที่เสียหาย อันนี้ยิ่งแย่ใหญ่ครับ แต่ผมบอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เฉพาะผู้นําไม่พอ คําถามก็คือว่าเอกภาพที่จะไปนําไปสู่ผลสําเร็จในการเจรจา ในการผนึก อาเซียนกับกลุ่มประเทศอื่นคืออะไรครับ ผมคิดว่าเอกภาพในความรู้สึกนึกคิดของ ประชาชน อะไรคือเอกภาพในทางความรู้สึกนึกคิด และมันเปึนปัญหาอะไร
ท่านประธานผมเรียนนะครับ ตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ของสังคมไทย เราที่เราเรียนรู้กันในระบบการศึกษาหรือเรียนรู้กันผ่านสื่อต่าง ๆ ผมคิดว่าประเทศของเรา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สงคราม ซึ่งผมได้เคยอภิปรายไปแล้ว แต่ยังจะต้องอภิปรายอีก เหตุเพราะว่ากระแสหลักยังไปทิศทางนี้ครับ ทิศทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ผมไม่ได้ ปฏิเสธเรื่องความรู้สึกว่าคนไทยเกลียดพระยาละแวก คนไทยเกลียดบุเรงนอง หรือคนไทย เกลียดผู้นําประเทศเพื่อนบ้าน ผมคิดว่าอะไรที่มันจริงก็คือจริง แต่ผมคิดว่าการเรียน ประวัติศาสตร์ด้านเดียวและตอกย้ําโดยชนชั้นนํากันด้านเดียว จะนํามาซึ่งประชาชน ที่มีความรู้สึกเกลียดชังกัน ผมถามว่าความรู้สึกเกลียดชังกันนี้ต่อไปผู้นําคนไหนก็ตาม ไม่ว่าพรรคไหนหรือฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ท่านจะหนีพ้นไปจากกระแสกดดัน ของพี่น้องประชาชนได้หรือครับ ถึงที่สุดแล้วการหลีกเลี่ยงสงครามก็หลีกเลี่ยงไม่พ้น อย่าว่าแต่เรื่องเอกภาพของอาเซียนเลยครับ แม้แต่กระทั่งผมคิดว่าเราจะอยู่บนปากเหว ของความหายนะตลอดเวลา นับจากประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน และจะกี่ชั่วลูกหลานครับ ท่านประธาน ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนหรือเตรียมความพร้อมของประชาชน ในการที่จะสร้าง ความเปึนเอกภาพ ถามว่าเราคือกลุ่มเครือญาติชาติพันธุ์กันไหม ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุจิตต์ วงษ์เทศ ท่านได้ต่อสู้ ท่านได้พูดมานาน เพื่อให้ปัญญาของคนเกิดขึ้นในสังคมนี้ คนไทยไม่ได้โง่ครับ เพียงแต่ผมคิดว่าเมื่อเราไม่ได้เดินตามสิ่งที่พระพุทธองค์พูด เมื่อเรามีรักมาก บอกให้ชังมาก ในที่สุดปัญญามันไม่เกิด อันนี้สําคัญท่านประธาน ผมต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่ามันอยู่ใน กระแสด้วย และสําคัญตรงประเด็น ฝากถามว่าเราได้เตรียมความพร้อมอะไรในทางที่ ทําให้อาเซียนเกิดเอกภาพ เพราะถ้าหากว่าเราไม่ทําเรื่องนี้ ในอนาคตเราจะยกแผ่นดินไทย ออกไปจากรอบพม่า ลาว เวียดนาม เขมร หรือมาเลเซียได้ไหมครับ ไม่มีทางครับ ไม่ว่า เราจะสร้างให้คนไทยโกรธ เกลียด รัก ชังอย่างไรก็ตาม เรายังจะอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ กรอบการค้าเสรีที่เราจะไปทํากับต่างประเทศ เรื่องเกษตรท่านประธานคงทราบว่า มันเกี่ยวพันกันแน่นอน ท่านจะไปเอามังคุด เอาทุเรียนไปขายถึงอเมริกาใต้ ผมคิดว่า มันยากเหลือเกิน ทั้งเหตุผลเรื่องความจํากัดเรื่องต้นทุนการขนส่งและเรื่องของตลาด ท่านครับ คนบริโภคเขาไม่คุ้นเคยกับทุเรียน ไม่คุ้นเคยกับมังคุดหรือผลไม้อื่น มันเกี่ยวอะไร รู้ไหมครับ ก็ผมบอกว่าประเทศที่มันอยู่ใกล้จึงจะบริโภค แล้วท่านจะสามารถทําการค้า ได้สําเร็จ ท่านต้องขายในอาเซียนครับ กว้างออกไปหน่อยทางด้านเอเชียตะวันออก ท่านจะต้องไปขายกับจีน ญี่ปุ์น ไต้หวัน หรือเกาหลีเท่านั้นเองครับ ออกไปด้านอันดามัน ท่านก็ไปขายกับอินเดีย บังกลาเทศ พม่าเท่านั้นละครับ ท่านไปขายกับประเทศอื่น ท่านยังจะต้องไปสร้างความคุ้นเคยในรสชาติอะไรกันเยอะแยะไปหมด อันนี้เปึนเรื่องของ การวิเคราะห์ที่เขาเรียกว่าสวอท (SWOT) จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค ของกรมการค้าส่งออก มาแล้ว ดังนั้นท่านครับ ท่านจะเห็นว่าความสําคัญของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและ กลุ่มประเทศที่อยู่ใกล้ ๆ กันมันจึงสําคัญมาก เพราะฉะนั้นผมอยากเรียกร้องทุกรัฐบาล ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคตจะเปึนพรรคการเมืองใดมาบริหาร ท่านจะต้องเตรียมความพร้อม เรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การเตรียมความพร้อมเรื่องของการรู้สึกว่าเราคือพี่น้อง เครือญาติชาติพันธุ์ ท่านจะไปเจาะดีเอนเอ (DNA) ก็ได้ครับ วันนี้ท่านทําความเข้าใจ ในเรื่อง ๓ จังหวัด ในเรื่องมาเลเซียให้ดี ท่านไปเจาะดีเอ็นเอท่านจะพบว่ามันไม่มีหรอกครับ ที่จะเปึนมลายู-ปัตตานี หรือมลายู-สตูล หรือไทยพุทธ ชาติพันธุ์เหมือนกัน เพราะในอดีต เราไม่ได้มีการแบ่งแยกศาสนาอย่างนั้น เราศาสนาเดียวกันด้วยซ้ําไป ท่านครับ เชื้อชาติ ก็แปลว่าเชื้อชาติเดียวกัน มันไม่มีไทยบริสุทธิ์สักที่เดียว เราจะต้องยอมรับความเปึนจีน อาจจะมีเชื้อชาติอยู่ ความเปึนมาเลเซีย ความเปึนมอญ เขมร ไทย ลาว มันผสมกันทั้งนั้น อันนี้ผมคิดว่าไม่เปึนกระแสหลักของประเทศนี้ ณ ปัจจุบันในเชิงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน
เหลือนาทีเศษผมพูดประเด็นสุดท้าย ก็คือผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ท่านครับ บทความของอาจารย์สมชาย ปรีชาศิลปกุล ผมไม่มีเวลาอ่านให้ท่าน ท่านไปดู ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หรือบทความของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นิธิ เอียวศรีวงศ์ พูดมาอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบของการเป่ดการค้าเสรี ผลกระทบในทางได้ นักธุรกิจ โดยเฉพาะรายใหญ่ ผู้ค้าส่งออกได้แน่นอน อันนั้นไม่อิจฉา ดีครับ อาจจะเกิดประโยชน์กับ ประชาชนโดยภาพรวมถ้ามีกลไกในการกระจาย แต่คนเล็กคนน้อยไม่เห็นชัดเจนเลยครับ ผมถามคําถามว่ารัฐบาลได้เตรียมการอะไร คําถามนี้ผู้สื่อข่าวก็เคยถาม ซึ่งต้องขอบคุณ ผู้สื่อข่าว ประชาชนจํานวนหลายเวทีก็เคยถาม แต่ว่าเวทีนั้นน้อยไปครับ ท่านให้ข้อมูลและ รับฟังความคิดเห็นประชาชนน้อยไป ผมเรียกร้องให้ท่านเพิ่มขึ้น แต่ถามว่าท่านได้เตรียมการ อะไร ท่านได้ช่วยตอบว่าไม่ให้คนเล็กคนน้อย เกษตรกร ผู้รับจ้างหรือคนยากคนจนได้รับ ผลกระทบในทางที่เสียหาย ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ การอภิปรายเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อไปก็คือท่านสมชาย ท่านวัชระ ท่านวิชาญ และท่านพีรพันธุ์ เชิญท่านสมชายครับ
ท่านประธานครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ครั้งแรกถูกเสนอชื่อขึ้นไปแล้วก็เผอิญติดรายการ ก็เลยคิดว่าขอสละสิทธิก็เลยทําบันทึกไปสละสิทธิ แต่ว่าเผอิญรายการนั้นได้เปลี่ยนแปลง ก็เลยขออนุญาตท่านประธานได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของบันทึกข้อตกลงระหว่าง ไทยกับยูเครน ซึ่งวันนี้ไม่พูดก็คงจะไม่สบายใจ แล้วเวลาเอ่ยชื่อถึงประเทศยูเครนทีไรก็มักจะ ตะขิดตะขวงใจ แล้วก็มีความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก แต่มิได้หมายความว่าจะไป จงเกลียดจงชังกับเพื่อนร่วมโลก หรือว่าประเทศอื่น ๆ จริง ๆ แล้วในเรื่องของกิจการค้า ทั้งหลายระหว่างประเทศเรากับประเทศอื่น ๆ เขามีประโยชน์ครับ แต่สิ่งที่เปึนกังวล ในขณะนี้ท่านประธานครับ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ขออนุญาตเอ่ยถึงท่าน นะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานครับ วันนี้บันทึกข้อตกลงตัวนี้เปึนการที่ ทางรัฐบาลไทยได้ไปเจรจากันเอาไว้แล้ว แล้วก็มาขอมติจากสภาของเรา ซึ่งก็ต้อง ย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่า สิ่งที่เปึนกังวลก็คือว่า วันนี้ประเทศที่แยกออกมาจากจักรวรรดิรัสเซีย จากสหภาพโซเวียตนี้นะครับ ส่วนใหญ่ต้องเรียนว่าจะมีปัญหาค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของต้นทุนการผลิต ในเรื่องของแหล่งผลิตทั้งหลายซึ่งจริง ๆ แล้วในศูนย์กลาง ณ วันนั้นมันก็คงอยู่ที่สหภาพโซเวียตเท่านั้น ทีนี้ในการเจรจาเมื่อแยกออกมาเปึนประเทศเล็ก ประเทศน้อยก็ต้องเรียนว่าด้วยความไม่มีประสบการณ์ในการเจรจาการค้า การขายก็จะ เห็นได้เลยว่า ก็เกิดการทุจริต การคอร์รัปชัน (Corruption) ในการเจรจาการค้า ในการเซ็นสัญญา ทางการค้า แล้วก็มีการซื้อขายกันในระหว่างประเทศที่ผมได้เอ่ยถึงนั้นมากมายจนกระทั่ง เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ ประเทศเราเองก็เหมือนกันวันนี้ท่านประธานก็คงจะรู้ว่า กองทัพบก ก็เตรียมการที่จะจัดซื้อ ๙๖ คัน เขาเรียกว่า รถลําเลียงพลหุ้มเกราะล้อยางของประเทศยูเครน เปึนเงินถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งวันนี้ทุกคนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หลายป้ หลายครั้ง หลายหนว่าทําไมกองทัพบกไทยถึงต้องไปซื้อรถเกราะล้อยางของประเทศยูเครนทั้ง ๆ ที่ ไม่ได้ผลิตในประเทศยูเครนเลย แล้วก็อะไหล่ วัสดุ อุปกรณ์ทั้งหลายจะเปึนปัญหาต่อไป ในอนาคตทั้งหมดเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าบันทึกข้อตกลงตัวนี้ได้มีการเจรจาไหม เพราะวันนี้ ท่านประธานท่านทราบไหมครับว่า ก็เพราะว่ามันย้อมแมวขายมาท่านประธานครับ วันนี้ เครื่องยนต์ไม่มีท่านประธาน ๙๖ คัน วันนี้ไม่มีเครื่องยนต์ครับ เพราะเครื่องยนต์ต้องไปเอา ประเทศเยอรมัน แล้วประเทศเยอรมันเขาไม่ผลิตให้ ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่คือสิ่งที่ ต้องถามว่าผู้ที่ไปทําการตกลงได้เจรจากันในเรื่องปัญหาตรงนี้หรือไม่ว่าไทยจะเสียประโยชน์ หรือเปล่า แล้วจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร จะไปอ้างว่าเปึนเรื่องของสัญญาระหว่าง กองทัพของประเทศยูเครนกับของประเทศไทยเจรจากันไม่ใช่ละครับ ฉะนั้นวันนี้รัฐบาลเอง จะต้องรอบคอบและจะต้องสนใจในเรื่องนี้เพราะว่ายอดเงินถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับแปลกไหมครับวันนี้ บริษัทที่ยื่นซองเข้าประกวดมี ๑๐ บริษัท ท่านประธานครับ ไม่มีบริษัทจากประเทศยูเครนเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้มันเนรมิตกันมา ได้อย่างไร หรือเทวดาสั่งมาได้อย่างไรท่านประธานครับ อนุมัติให้บริษัทจากประเทศยูเครน เปึนผู้จัดซื้อ แล้วชนะการประกวดหนนี้ท่านประธานครับแปลกไหมครับ ทั้ง ๆ ที่ในเรื่องของ ข้อตกลงก็ผิดไปหมดครับ สเปกนี่ผิดไปหมด รถลําเลียงพลเขาให้มีการบรรทุกทหารได้ ๑๑ บวก ๒ ๑๑ ก็คือทหารอยู่ข้างใน ๑๑ คน พลขับอีก ๒ คน เปึน ๑๓ คน ก็ปรากฏว่า ของเขา ประเทศยูเครนมี ๙ บวก ๒ ๑๑ เท่านั้นเองยังผ่านครับท่านประธาน เห็นไหมครับ นั่นก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าวันนี้มันมีนอก มีในอะไรกันหรือไม่ เพราะฉะนั้นบันทึกข้อตกลง ตรงนี้มันจะต้องมีการเจรจาให้ชัดเจน ให้เกิดความเข้าใจกับประเทศยูเครนด้วยว่า ทําอย่างไรเมื่อระหว่างมีการเจรจาการค้ากัน มีการตกลงกันต้องให้ปลอดจากคอร์รัปชัน ประเทศเราเหมือนกันครับวันนี้ต้องเจรจากันให้ชัดเจนจะมีวิธีการควบคุมอย่างไร ก็สุดแล้วแต่จะต้องมีข้อตกลงให้ชัดเจนตรงนี้ ไม่อย่างนั้นจะเห็นได้เลยว่า ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ประดังเข้ามายังประเทศเรามากมายเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน
ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมนําเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราเองก็ไม่เคย มีความสัมพันธ์ทางการทหาร ความสัมพันธ์ทางการทหารและความร่วมมือทางการทหาร ระหว่างไทยกับประเทศยูเครนไม่มีครับ ไม่เคยทํากันเอาไว้เลย นั่นก็หมายถึงว่าถ้าเกิดเรา ต้องทําตรงนี้ในเรื่องของความลับทั้งหลายที่มีการเจรจากันมันเป่ดเผยได้เลยถ้าเราไม่มี ความร่วมมือตรงนี้ต่อกัน เห็นไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องทบทวน ผมถึง บอกว่าวันนี้เวลาเอ่ยชื่อถึงประเทศยูเครนทีไรก็มักจะมองไปในแง่ไม่ดี ผมเรียนตรง ๆ โดยส่วนตัวของผมผมมองในแง่ไม่ดีแน่นอน งวดนี้คุณซื้อมาได้อย่างไร แล้วทําไม ประเทศยูเครนถึงเปึนอย่างนี้ ประเทศนี้ทําไมถึงพยายามที่จะเอาสิ่งที่ไม่ดีมาสู่ประเทศ ของเรา นั่นคือสิ่งที่เปึนกังวลค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่า ในการที่จะบันทึกข้อตกลงอะไรทั้งหลายก็แล้วแต่มันจะต้องดูที่มาที่ไป จะต้องดูหลาย ๆ อย่างเปึนองค์ประกอบซึ่งกันและกันมันจะทําให้เกิดความสมดุลกัน ระหว่างเพื่อนบ้านที่เปึนมิตรประเทศด้วยกัน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แค่นี้ท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะ ส.ส. รัฐบาล ขอสนับสนุนการตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลประเทศไทยกับ รัฐบาลประเทศยูเครน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนรถสายพานลําเลียงคนหรืออะไร ก็สุดแท้แต่ก็เปึนเรื่องที่ว่ากันไปในเฉพาะกรณี แต่ที่ผมได้ลุกขึ้นมาพูดนี้เปึนเพราะว่า ผมเคยไปที่ประเทศยูเครนมา ในสมัยที่เปึนบรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ แนวหน้ารายวัน เปึน ๑ ใน ๔ สื่อมวลชนที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฯพณฯ เกริกไกร จีระแพทย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการ ได้ไปที่ประเทศยูเครนแล้วเห็นว่าการที่รัฐบาลไทยจะเป่ดสัมพันธไมตรีทางการค้านั้น เปึนสิ่งที่ชอบธรรมแล้ว และเปึนสิ่งที่ควรกระทําอย่างยิ่ง เพราะพี่น้องชาวสลาฟ (Slavs) ซึ่งมีนัยน์ตาสีฟัานั้นมีความเปึนมิตรกับประชาชนคนไทยและกับประเทศไทยมากกว่า เพื่อนบ้านบางประเทศเสียอีก ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าประเทศยูเครนอาจจะอยู่ ไกลแสนไกลอยู่ในยุโรปตะวันออก แต่ความไกลนั้นก็ไม่ได้ทําให้มิตรภาพระหว่างเรานั้น ห่างไกลแต่ประการใด การที่รัฐบาลโดยท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทําข้อตกลง ทั้ง ๑๐ ข้อ กับรัฐบาลประเทศยูเครนนั้นผมเห็นด้วย แต่อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อตกลงทั้ง ๑๐ ข้อที่ได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในวันนี้นั้น มีคําผิดอยู่ถึง ๓ ประการ
ประการแรก ในหน้าแรก บรรทัดที่ ๗ คําว่า ปรารถนา ตก ร และหน้าแรก ข้อที่ ๒ คําว่า ปฏิบัติ ก็เขียนเปึนสมัยโบราณ ที่สําคัญท่านประธานครับในข้อที่ ๘ ข้อที่ ๘ ข้อ ๒ ย่อยมีการแปลความว่าระหว่างประเทศทั้งสอง เขียนเปึนประเทศ ๒ ทั้ง ซึ่งผมก็ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทําไมถึงแปลแล้วเปึนเอกสารให้กับสมาชิกรัฐสภาได้อ่านอย่างนี้ เพราะข้อความที่ถูกต้องมันควรจะเปึนประเทศทั้งสอง แต่เอกสารที่อยู่ในมือผม ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งมานั้นแปลว่าประเทศ ๒ ทั้ง ซึ่งผิดหลักภาษาไทย อย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเมื่อนักการทูตได้แปลจาก ภาษาอังกฤษมาเปึนภาษาไทย ถ้าไม่ให้เกิดกรณีผิดพลาดอย่างนี้อีกควรจะให้กระทรวง วัฒนธรรมได้ตรวจดูแลเรื่องภาษาไทยก่อน
ท่านประธานครับ ในสมัยของท่านรัฐมนตรี เกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้นได้เดินทางไปที่ประเทศยูเครน ประเทศรัสเซีย และในกลุ่มประเทศดังกล่าว ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่นั่นมีแหล่งพลังงาน มีน้ํามัน ประชาชนที่นั่นรับประทานเนื้อม้า ประชาชนที่นั่นต้องการอาหารและประเทศไทยก็เปึน แหล่งที่อุดมสมบูรณ์ สามารถผลิตอาหารได้เปึนจํานวนมาก และมีบางบริษัทซึ่งเปึน บริษัทเกษตรขนาดใหญ่ในประเทศไทยก็ได้ไปทําการค้าที่นั่นแล้ว ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าบริษัทใดก็ตามสามารถผลิตกุ้ง ผลิตไก่ ผลิตสินค้าที่เปึนอาหารได้ทุกชนิด สามารถที่นําไปจําหน่ายที่ประเทศยูเครนได้ทั้งสิ้น เพราะพี่น้องประชาชนชาวยูเครน ก็ต้องการที่จะลิ้มรสอาหารไทย แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ณ ใจกลางของ ประเทศยูเครนคือกรุงเคียฟ ผมเดินไปที่สวนสาธารณะได้พบเห็นอนุสาวรีย์ท่านเลนิน ยืนอยู่ใจกลางสวนสาธารณะของกรุงเคียฟด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง ผมก็ไม่ทราบว่า เปึนเพราะประการใด แต่สําหรับพี่น้องประชาชนชาวเคียฟ ซึ่งมีนัยน์ตาสีฟัาที่สวยสด งดงามนั้นท่านประธานครับ ล้วนแต่เปึนมิตรกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนชาวยูเครนเมื่อเปึนมิตรกับประเทศไทย เปึนมิตรกับ ประชาชนชาวไทย จึงไม่อาจที่จะตีความได้ว่าประเทศยูเครนไม่เปึนมิตรกับประเทศไทย และประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยูชเชนโก ก็เปึนประธานาธิบดีที่มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล และการเป่ด สัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับยูเครน ผมเชื่อว่าจะเปึนช่องทางที่ดีของการจําหน่ายสินค้า เกษตรกรรมของพี่น้องประชาชนของประเทศไทยในอนาคตอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ประชาชนเกือบ ๕๐ ล้านคนของประเทศยูเครนกับ ๖๐ ล้านคนของประเทศเรา และถ้าเปึนไปได้ผมขอสนับสนุนข้อเสนอของท่านดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ซึ่งได้กล่าว อภิปรายไปแล้วว่าควรที่จะเป่ดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเคียฟของประเทศยูเครน โดยเราจะไม่ต้องไปติดต่อที่กรุงมอสโกของประเทศรัสเซียอีกต่อไป เพราะฉะนั้น สัมพันธไมตรีระหว่าง ๒ ประเทศได้ดําเนินการต่อเนื่องมาโดยตลอด แม้กระทั่งในสมัยที่ ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นแม้ว่าเปึนรัฐบาลที่มาจาก คณะรัฐประหาร แต่ต่างประเทศอย่างเช่นประเทศยูเครนและประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออก ก็ให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรี ท่านเกริกไกร จีระแพทย์ เปึนอย่างดี นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า นานาประเทศนั้นเขารู้จักแยกแยะว่าอะไรคือเรื่องที่ควรและไม่ควร แต่บางประเทศนั้น ไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรควรหรือไม่ควร ผมเชื่อว่าในอนาคตพี่น้องเกษตรกรของไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวยางพารา พี่น้องทําการเกษตร ปลูกผลไม้ต่าง ๆ ก็จะได้ประโยชน์ จากการเป่ดสัมพันธไมตรีทางการค้า และในขณะนั้นปรากฏว่ามี ปตท. สผ. คือการ ป่โตรเลียมแห่งประเทศไทยในส่วนของฝ์ายสํารวจและผลิตได้เดินทางไปในกลุ่มประเทศ ดังกล่าวด้วย เพื่อไปแสวงหาแหล่งพลังงานที่จะให้กับประเทศไทยของเรานั้นในอนาคต เพื่อที่จะได้ใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ที่ประเทศดังกล่าวนั้น ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม พระอาทิตย์ก็ยังไม่ตกดิน และที่เปึนพิเศษก็คือมีพิพิธภัณฑ์สงคราม พิพิธภัณฑ์สงคราม ที่กรุงเคียฟนั้นใหญ่โตมาก ได้แสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยนาซี คืออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ บุกรัสเซียในสมัยสงครามโลก มีแม้กระทั่งโปสการ์ด (Postcard) ที่พลทหาร เขียนถึงภรรยาของตัวเองในขณะที่ตัวเองก่อนจะสิ้นใจโดยเสียบไว้ตามต้นไม้ พิพิธภัณฑ์ ดังกล่าวนั้นน่าจะเปึนอุทธาหรณ์ให้กับมวลมนุษยโลกได้รู้ว่าสงครามนั้นนํามาซึ่งหายนะ ไม่มีใครปรารถนาสงคราม แต่ทุกประเทศก็ย่อมจะมีศักดิ์ศรี ท่านประธานที่เคารพครับ บริษัทอาวุธของประเทศยูเครนนั้นแน่นอนมียุทโธปกรณ์ มีเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย แต่ปัจจุบันก็มีบริษัทของคนไทยสามารถผลิตอาวุธได้เอง สามารถผลิตเอ็ม ๑๖ (M16) ได้ สามารถผลิตป๋นกล ป๋นสงครามได้ เราก็ควรส่งเสริมบริษัทของคนไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าการที่รัฐบาลได้นําเสนอข้อตกลงอันนี้ เข้ามานั้นจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศทั้งสอง และสําหรับในกลุ่มอาเซียนซึ่งเรามีท่าน อาจารย์ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ เปึนเลขาธิการอยู่ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากมาย เพราะเชื่อว่าท่านอาจารย์ ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ก็จะทําหน้าที่ได้เปึนอย่างดีและไม่ลืม ประเทศชาติของเราอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ มีสมาชิกบางท่านก็บอกว่าได้กล่าวอ้าง ให้ไปอ่านบทความของคนนั้นคนนี้ ผมก็อยากแนะนํากราบเรียนท่านประธานไปยัง พี่น้องประชาชนที่เคารพ ควรจะกรุณาได้โปรดอ่านบทความของคุณเปลว สีเงิน จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ โดยเฉพาะฉบับวันศุกร์ที่ผ่านมาก็จะได้รับทราบข้อเท็จจริง ได้เปึนอย่างดีว่าขณะนี้เกิดอะไรขึ้นกับประเทศชาติของเรา ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ได้ สร้างให้คนไทยเกลียดชังประเทศหนึ่งประเทศใด แต่ความรู้สึกอันนั้นเกิดขึ้นจากความรู้สึกของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ และเราในฐานะที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่สะท้อนซึ่งความรู้สึกของพี่น้องคนไทยให้กับสังคมได้รับรู้ ก็ดูว่าจะไม่ใช่เปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ได้ฝากผมมาอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า รัฐบาลในขณะนี้ได้ทําหน้าที่อย่างถูกต้องและสมบูรณ์แล้ว และภายใต้การนําของ ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ก่อให้เกิดวิกฤติในประเทศของเรา แต่กําลังจะนํา ประเทศของเราให้พ้นวิกฤติ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิชาญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ก่อนที่จะได้นําเสนอความคิดเห็นในเรื่อง กรอบเจรจา ขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากมีหลายท่าน ก็กําลังงง ๆ ว่า ระยะเวลาที่ได้รับการจัดสรรนั้นเปึนอย่างไร เพราะว่าทราบว่าท่านที่ได้จอง อภิปรายไว้ จะได้คนละ ๒๐ นาที หมายความว่าอภิปรายทุกกรอบใช่ไหมครับ ๒๐ นาที ฉะนั้นถ้าใช้เวลาในช่วงเวลาที่เราหมดไปแล้วนี้ หมายความว่าจะไม่สามารถอภิปราย ในกรอบต่อไปได้ ใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขออนุญาตเนื่องจากว่าขณะนี้อยู่ในกรอบที่ ๑ กรอบที่ ๒ ที่จะลงมติกันก่อนนี้ ผมขออนุญาตอภิปรายในกรอบที่ ๒ โดยพยายามจะใช้เวลา ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ ก็ขออนุญาต คือกรอบแรกที่ผมจะพูดนี้ก็คือเรื่องของกรอบการ เจรจาพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาการค้าเสรีภายใต้การเจรจา อาเซียนกับนอกกลุ่มอาเซียน ในหลักการก็คงไม่ขัดข้องนะครับท่านประธานที่จะเห็นด้วยกับ รัฐบาลในการเจรจา เนื่องจากว่าวันนี้ในเรื่องของการค้าการลงทุนนั้นเปึนลักษณะของการ ดําเนินการในรูปของการไร้พรมแดน แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่าสิ่งที่เปึนข้อสังเกตจากการที่ ได้มีการอภิปรายในหลาย ๆ ครั้ง ข้อกังวลก็คือว่า อย่างเช่น วันนี้ เมื่อสักครู่ก็ยังพอเห็นมี รัฐมนตรีมานั่งฟังบ้าง ตอนนี้คณะรัฐมนตรีไม่มีใครมารับฟังสักคนหนึ่ง ก็เปึนห่วงครับว่า สิ่งที่เราจะอภิปรายนั้นจะไปถึงฝ์ายบริหารได้อย่างไรนะครับ อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตนะครับ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็เปึนที่ยินดีที่ขณะนี้ทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้งอนุกรรมการ กํากับดูแลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีนะครับ ทีนี้สิ่งที่กังวลอยู่ก็คือว่าขณะนี้มันเปึน เรื่องของคณะอนุกรรมการเท่านั้น ทั้งที่ภาระงานเรื่องการเจรจาการค้านั้นมีขอบเขต กว้างขวางมาก แล้วก็เกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มากมายนะครับ สิ่งที่กังวล ก็คือว่า ถ้าเปึนเพียงอนุกรรมการกํากับโดยให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนรองประธาน แล้วก็มีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เพียงแต่ว่าให้อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปึนเลขานุการนะครับ ถ้าเปึน ลักษณะอย่างนี้นะครับ ประเด็นก็คือว่าจะมีการประชุมตามวาระที่เลขานุการสะดวกบ้าง นะครับ หรือว่ามีเรื่อง มีประเด็นเข้ามาบ้างหรือว่าแล้วแต่ว่าท่านประธานจะสะดวก โดยที่ ไม่มีหน่วยงานที่ทําหน้าที่ที่จะติดตามดูแลประเด็นปัญหาหรือรวบรวมข้อมูลที่เปึนการเฝัาระวัง อย่างแท้จริง ก็ขออนุญาตที่อยากจะนําเสนอท่านประธานไปสู่ฝ์ายบริหารก็คือว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้น่าจะตั้งเปึนคณะกรรมการในระดับชาติที่อาจจะมี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธานก็คงไม่เกี่ยง แต่ประเด็นก็คือว่ามันน่าจะมีคณะเปึน กรรมการ ไม่ใช่อนุกรรมการ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ามันควรจะมีสํานักงานเลขานุการที่ทําหน้าที่เต็มเวลา ที่จะต้องดูแลกรอบการเจรจาทั้งหมดอย่างเปึนเรื่องเปึนราว เพราะว่าถ้าเปึนเพียงลักษณะ แบบนี้แล้วก็มอบให้อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศซึ่งมีภารกิจอยู่มากมาย อยู่แล้ว เปึนเพียงเลขานุการ เวลาจะจัดประชุม จะดําเนินการอะไรต่าง ๆ ก็ฟอร์มทีมกัน ครั้งหนึ่ง อันนั้นก็เปึนสิ่งซึ่งผมคิดว่าไม่สามารถจะทันกาลแล้วก็ดําเนินการได้อย่าง เปึนรูปธรรมที่ดีได้นะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่อยากจะกราบเรียน นอกจากนี้ในเรื่องของ เอกสาร จากการศึกษาในกรอบการเจรจาต่าง ๆ เท่าที่อ่านมาหลาย ๆ ครั้ง ประเด็นก็คือว่าเอกสารที่นํามาสู่สภาเพื่อให้สภาได้เรียนรู้แล้วก็ทําความเข้าใจนั้น ก็จะเปึน เอกสารที่ศึกษาแบบกว้าง ๆ ไม่ได้ลงลึกไปถึงว่าผลกระทบที่แท้จริง แล้วสุดท้ายการเจรจา ในกรอบนี้ประเทศไทยจะได้เสียอย่างไร มีความชัดเจนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ผู้รับผลกระทบที่เปึนห่วงเพราะว่าในกรอบการเจรจาแทบทุกอย่างที่เรามีอยู่ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือว่ากลุ่มอุตสาหกรรมจะได้ประโยชน์จากการเจรจาการค้า แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มที่เสียประโยชน์ก็คือกลุ่มสินค้าเกษตรที่จะเปึนผู้เสียประโยชน์ แล้วตรงนี้คือปัญหาครับท่านประธาน เพราะว่าเกษตรกรเองในด้านความเข้มแข็งทางด้านของ ผู้ประกอบการก็ไม่ดีอยู่แล้ว ในเรื่องของธุรกิจก็ไม่ดี พอมาถึงองค์กรที่จะดูแล เกษตรกรเอง ก็ไม่มีองค์กรที่เปึนชิ้นเปึนอันที่จะดูแลในเรื่องของผลกระทบของตัวเองได้ ซึ่งต่างจาก ภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีความเข้มแข็งมีการรวมตัวกันเปึนสมาคม เปึนสภาหอการค้า เปึนอะไรต่าง ๆ ที่สามารถที่จะดูแลภาพรวมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ แต่เกษตรกรนี่นะครับ ไม่มีครับ จะให้กลุ่มเกษตรกรลุกขึ้นมา ทุกวันนี้แค่ประกอบอาชีพเอง ก็มีปัญหาอยู่แล้ว ที่จะลุกขึ้นมาดู มีความรู้ ความสามารถที่จะมาดูแลว่าที่รัฐบาล ไปเจรจาตัวเองได้รับผลกระทบ ผลเสียอย่างไร จะเปึนอย่างไร มันยากยิ่งเหลือเกิน ฉะนั้น ตรงนี้คือจุดบอดที่อยากจะให้คณะทํางานที่ทําการศึกษาให้ลงลึกลงไปว่าการดําเนินการ ลักษณะอย่างนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะกระทบถึงเขาอย่างไร แล้วก็ตามมาด้วยมาตรการ เยียวยา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าจากที่เรามีกรอบการเจรจาการค้าหลาย ๆ ประเทศ ที่ดําเนินการไปแล้ว พอมาถึงสุดท้ายผลกระทบที่เกิดขึ้นนี่ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถ ที่จะได้รับความเยียวยาได้ ในบางกรณีซึ่งอาจจะอภิปรายต่อไป แต่ขอยกมาเปึนตัวอย่าง อย่างกรณีที่เราจะพูดถึงเรื่องการเจรจากับเรื่องของไทย-เปรู เท่าที่อ่านจากเอกสาร เขาบอกว่าคนที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งก็คือเรื่องประมง แต่ประมงนี่ก็ไปมองเฉพาะ สินค้ากรณีปลาป์น แล้วปลาป์นนี่ก็ไปมองว่าผู้ประกอบการปลาป์นที่ได้รับผลกระทบ แต่แท้จริงไม่ใช่นะครับ แท้จริงคือชาวประมงครับ เพราะชาวประมงเปึนผู้ขายวัตถุดิบให้ โรงงานปลาป์น แต่ขณะนี้การเยียวยาก็ไปเยียวยาไปดูแลที่โรงงานปลาป์น ทั้ง ๆ ที่ควรจะ ดูแลไปถึงชาวประมง ไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งโรงงานปลาป์น ดูแลโรงงานปลาป์นด้วย แล้วควรจะต้องไปดูแลอย่างยิ่งคือชาวประมงที่อยู่ข้างล่าง อันนี้เปึนตัวอย่างอันหนึ่ง ของการศึกษาที่อยากจะยกมาเฉย ๆ นะครับว่าอันนี้คือสิ่งซึ่งเกิดขึ้น แล้วก็ทางราชการเอง ที่ดูแลก็ไม่สามารถดูแลได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มองไปถึงว่าการเยียวยาที่จะเจาะลึกลงไปว่า จะได้รับการเยียวยาในสิ่งที่ถูกที่ควรอย่างไร
ฉะนั้นก็จึงกลับมาว่าอยากจะสนับสนุนให้รัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องของ การเจรจาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการค้า การลงทุนกับประเทศต่าง ๆ แต่ประเด็นสําคัญ ก็คือว่ามันจะต้องมีหน่วยงานขึ้นมารองรับที่จะทําการบ้านในทุกมิติให้กับรัฐบาล ไม่ใช่ มองเฉพาะการเจรจารุกไปข้างหน้า ทุกวันนี้สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทํา หรือรัฐบาลไทย พยายามทําก็คือการรุกไปข้างหน้า โดยคิดว่าถ้าเราสามารถไปทําการขยายการค้า การลงทุนไปได้เราก็จะได้ประโยชน์ แต่โดยลืมไปนะครับว่าในลักษณะของการเจราจา ลักษณะนี้ก็จะมี ๒ ฝ์าย ฝ์ายที่รับผลประโยชน์และผลกระทบ รุกไปข้างหน้านี่ก็คือ เอาประโยชน์มา แต่สิ่งซึ่งกระทบเกิดขึ้นก็คือว่าผู้ที่ได้รับความเสียหาย แต่ถ้ารัฐบาลยังไม่มี การศึกษาที่ชัดเจน แล้วไม่สามารถระบุตัวของผู้ที่จะได้รับผลกระทบนั้นได้อย่างชัดแจ้งแล้ว สุดท้ายก็คือกลุ่มคนเหล่านั้นก็จะล้มหายตายจากไป ยกตัวอย่าง ที่เราเห็นกันแล้วพูดกัน มาตลอดก็คือว่าการเจรจาในกรณีของทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ที่เราพูดกัน มาตลอดว่าเกษตรกรเราได้รับผลกระทบ ทุกวันนี้เราก็ยังพูดถึงว่ามันได้รับผลกระทบแล้ว แต่ไม่มีใครที่จะลงมาดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง อันนั้นเปึนผลสะท้อนนะครับว่าจากการศึกษา ท่านไม่ได้ศึกษาเจาะลึกลงไปว่าใครคือผู้เดือดร้อน เดือดร้อนอย่างไร แล้วก็จะได้รับการ ดูแลแก้ไขอย่างไร เพราะขณะนี้มันเปึนลักษณะการดูแลอย่างฉาบฉวย แล้วก็เกษตรกร ต้องล้มหายตายจากไป ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลเองในขณะที่ได้ตั้งโจทย์นั้นก็ไม่มีความต้องการ ฉะนั้นผมอยากจะ มุ่งเน้นว่าในเรื่องของการเจรจา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกรอบการค้าทวิภาคี พหุภาคีต่าง ๆ ในหลักการ โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วย แต่สิ่งที่อยากจะเห็นตรงนี้ก็คือ ๓ ประการ ประการที่ ๑ เรื่องของการศึกษาที่อยากจะให้ศึกษาอย่างชัดแจ้งเปึนรูปธรรมที่เห็นผล เห็นภาพว่า ผู้ได้ประโยชน์คือใคร ผู้เสียประโยชน์คือใคร แล้วสุดท้ายประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรบ้าง แล้วก็การดูแลโดยมีหน่วยงานมีความชัดเจนซึ่งสามารถที่จะติดตามเฝัาระวังผลกระทบ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้น แล้วก็สุดท้ายก็คือเรื่องของการเยียวยาซึ่งถึงแม้ว่า ขณะนี้จะมีอยู่ ๓ หน่วยงานที่ดูแล คือทั้งกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ทั้ง ๓ หน่วยงานนี้ก็ทําลักษณะของต่างคนต่างทํา ไม่ใช่เปึน ลักษณะของการเชิงบูรณาการว่าจะเยียวยากับคนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร แล้วก็สุดท้าย ก็คือเรื่องของการที่จะลงไปให้ถึงตัวให้ถึงได้ประโยชน์กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ก็ขออนุญาตจบใน ๑๐ นาทีแรกเพียงประเด็นเดียวนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ การอภิปรายต่อจากท่านพีรพันธุ์ก็คือ ท่านเรวัต แล้วก็ท่านนิคมแล้วก็หมดแล้วนะครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดยโสธร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ บังเอิญผมมองไปที่ท่านประธานไม่พบว่าท่านรัฐมนตรี ที่จะมาชี้แจง ไม่ทราบว่าท่านยังอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรที่นี่อยู่หรือเปล่าครับ พอดี มันมีคําถามเกี่ยวกับตัวสัญญาซึ่งจะต้องไปถามเบื้องต้นก่อน ไม่ทราบถ้าถาม ท่านประธานไปแล้วท่านก็คงตอบแทนรัฐบาลไม่ได้ ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้รัฐมนตรี ที่รับผิดชอบที่มาแถลงเมื่อเช้าท่านได้ขึ้นมา เพราะมันเปึนคําถามเบื้องต้นที่ผมจะถามก่อน ก่อนที่จะดําเนินการอภิปรายต่อไป
รู้สึกท่านไปรับประทาน อาหารกลางวันนะครับ
อยู่ไหมครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา นะครับ ผมยืนยันท่านอลงกรณ์ พลบุตร อยู่ในบริเวณห้องด้านนอกท่านก็คงจะได้ยินเสียง ของการอภิปราย ขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายในส่วนของท่านได้เลยครับ
ท่านพีรพันธุ์อภิปรายครับ
ท่านประธาน ครับ คือผมมีปัญหาอย่างนี้นะครับเพราะว่าต้องการฟังคําตอบจากทางฝ์ายรัฐบาลด้วย ในความตกลงทางการค้าระหว่างไทยกับยูเครนในข้อสุดท้ายครับ ความตกลงนี้บอกว่า ทําเปึนคู่ฉบับคือเจรจาหมดแล้วครับ มีการลงนามไว้เบื้องต้นแผ่นหน้านี่ก็เปึนอันว่า ท่านที่ไปเจรจาทั้ง ๒ ฝ์ายได้ลงนามรับรองไปแล้ว เหลือเพียงแต่ไปลงนามจริง น่าจะไม่มี การแก้ไขอะไรอีกแล้วนะครับ ทําเปึนคู่ฉบับเปึนภาษาไทย ภาษายูเครนและภาษาอังกฤษ ตัวบททั้งหมดมีความถูกต้องเท่าเทียมกันท่านประธานครับ ในกรณีที่มีความแตกต่างกัน ในการตีความให้ใช้ตัวบทภาษาอังกฤษเปึนเกณฑ์ แต่ที่แนบมานี่เข้าใจว่ามีภาษาอังกฤษ แล้วก็ภาษาไทย ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อเอาทั้ง ๓ ภาษาเปึนเกณฑ์ ถ้าดูภาษาอังกฤษเขาใช้ว่าเปึน ออเธนทิค (Authentic) ก็น่าจะมีภาษายูเครนแนบเข้ามาด้วย ถึงแม้ว่าผมจะอ่านไม่ออก แต่ว่าความตกลงมันเขียนไว้อย่างนี้ครับ เอามาเฉพาะภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ผมก็จะดูใน ภาษาอังกฤษคู่กับภาษาไทย อยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่ามันมีข้อความในการแปล ซึ่งไม่ค่อยตรงกับภาษาอังกฤษ ซึ่งให้ถือเปึนเกณฑ์นะครับ ดูมาตั้งแต่ข้อ ๑ ครับท่านประธาน ที่ภาษาไทยบอกว่า ภาคีคู่สัญญาจะส่งเสริมความร่ํารวยทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งสอง โดยเปึนไปตามกฎหมายภายในและข้อบังคับของแต่ละประเทศบนพื้นฐานในระยะยาว และมั่นคง แต่ถ้าดูภาษาอังกฤษคําว่า บนพื้นฐานระยะยาวและมั่นคง นี่มันไปขยายคําว่า การโปรโมท เทรด แอนด์ อิคอนอมิค คอเพอเรชัน (Promote trade and economic cooperation) แต่ว่าเวลาท่านเรียงประโยคเอาภาษาไทยกับภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะ ตรงกันนัก ฉะนั้นเวลาอ่านแล้วมันอาจจะไม่รู้ตรงไหนไปขยายตรงไหน จริง ๆ น่าจะ แปลว่า คู่สัญญาภาคีจะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ บนพื้นฐานที่ระยะยาวและมีความมั่นคง โดยเปึนไปตามกฎหมายภายในของแต่ละ ประเทศ อย่างนี้มันก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ อันนี้ก็ไม่ได้แปลผิด แต่ว่าการเรียงลําดับ ประโยคอาจจะทําให้ความหมายมันเปลี่ยนแปลงไปได้นะครับ ท่านประธานครับ พอไปดู ข้อ ๔ หวังว่าท่านรัฐมนตรีคงจะดูตามไปด้วยนะครับ ในข้อ ๔ นี่ภาษาอังกฤษเขาใช้คํา อย่างชัดเจนนะครับ เมื่อพูดถึงนิติบุคคล ภาษาอังกฤษใช้คําว่า เนเชอรัล แอนด์ จูริดิเคิล เพอร์ซันส์ (Natural and juridical persons) ก็คือ นิติบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล แต่ในภาษาไทยท่านใช้คําว่า ระหว่างบุคคลและนิติบุคคล คําว่า บุคคลแรก คือใครครับ แต่ไปดูภาษาอังกฤษก็รู้ ไปเห็นความตอนท้ายบอกว่าทั้ง ๓ ภาษานี่ต่างก็เปึน ออเธนติค ใช้ได้เหมือนกัน อันนี้คือตัวอย่างที่มันอาจจะเกิดขึ้น แล้วท่านก็แปลประโยค อย่างนี้ไปในข้ออื่นก็เหมือนกันนะครับท่านประธาน ในข้อ ๕ ก็เช่นเดียวกัน คําว่า บุคคล กับ นิติบุคคล ในข้อ ๕ ตอนท้าย ภาษาไทยบรรทัดที่ ๓ ตอนท้าย ท่านประธานครับ ไม่มี ภาคีใดจะต้องรับผิดต่อความผิดของบุคคล นิติบุคคลที่เกิดขึ้นจากสัญญาทางพาณิชย์ ดังกล่าว แต่ถ้าดูภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า ไนเธอร์ (Neither) คือภาคีทั้งคู่ต่างจะ ไม่รับผิดชอบสิ่งเหล่านี้ แต่ท่านบอกว่าไม่มีภาคีใด คนอ่านภาษาไทยอาจจะเข้าใจว่า ไม่มีใครมารับผิดชอบอะไรทํานองนั้นนะครับ นี่คือการแปลที่ภาษาอังกฤษมันชัดเจน แต่ภาษาไทยมันไม่ค่อยสื่อนะครับ ไปดูข้อ ๗ ครับท่านประธาน ภาษาไทยบอกว่า ภาคีคู่สัญญาจะสนับสนุนการลงทุนและความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างกัน ซึ่งต่อไป นอกจากประการอื่นแล้ว ผมอ่านภาษาไทยแล้วผมไม่รู้ว่าคืออะไร นอกจากประการอื่นแล้ว พอพลิกกลับไปดูภาษาอังกฤษมีคําว่า อินแตร์ อาลีอา (Inter alia) เปึนภาษาละตินครับ แปลว่าอะไร อินแตร์ อาลีอา คือระหว่างนี้อื่น ๆ ทั้งหมดนี้ ถ้าจะพูดเปึนไทยก็คือ เช่น เท่านั้นเองครับ ทีนี้พอท่านไปแปลบอกว่า นอกจากประการอื่นแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมเข้าใจว่าคงแปลไม่ถูก อันนี้ชัดเจนครับ ต่อไปนะครับ ผ่านการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน ในดินแดนของแต่ละประเทศเพื่อตลาดภายในที่เปึนของรัฐ ตลาดภายในที่เปึนของรัฐ พอไปดูภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ ข้อ ๗ เขาใช้คําว่า ฟอร์ แธร์ โดเมสติค สเตท มาร์เก็ตส์ (For their domestic state markets) ผมก็ไม่รู้เพราะว่าตลาดภายในที่เปึนของรัฐ มันมี ตลาดของรัฐ ก็แปลว่าตลาดที่เปึนของรัฐ ของรัฐคือของรัฐบาลหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันมีตลาด และตลาดเอกชนอยู่ไหน คือภาษาอังกฤษกับภาษาไทยนี่ อ่านภาษาอังกฤษแล้วคิดอย่างนี้ แต่เวลาที่เจ้าหน้าที่เขาไปใช้ หรือความตกลงนี้อย่างน้อยตามมาตรา ๑๙๐ ท่านต้อง เผยแพร่ให้ผู้อื่นเขาดูด้วย คนอื่นอ่านแล้วก็ไม่รู้ว่าคืออะไรตลาดภายในที่เปึนของรัฐ มีหรือครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีมันแปลว่าอะไร ที่จริงมันน่าจะ แปลว่าตลาด ถ้าดูภาษาอังกฤษ โดเมสติค สเตท มาร์เก็ตส์ บังเอิญเปึนความตกลง ระหว่างไทยกับยูเครน มันน่าจะแปลเพียงว่า ตลาดภายในเท่านั้นเอง แต่พอเปึน ตลาดของรัฐ นี่คือตัวอย่างครับ ที่ผมเอาแค่นี้มันก็เริ่มเปึนห่วง ห่วงเพราะอะไรครับ เพราะดูชื่อผู้ไปเจรจานะครับ ท่านประธานดูสิครับใหญ่โตทั้งนั้น แล้วภาษาอังกฤษอย่างนี้ถูก แต่พอมาแปลเปึนไทยแล้ว ถ้าบอกว่าภาษาไทยออเธนติค แล้วคนไทยที่ไปอ่านมันไม่เข้าใจเดี๋ยวก็ไปเจรจากับทาง ประเทศยูเครนก็มันแปลว่าอะไรกันอีก พอจะตีความอย่างนั้นท่านก็ย้อนกลับไปย้อนกลับมา อย่างนี้ นี่คือตัวอย่างที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการว่าก็ขอให้ ระมัดระวังในการแปลสิ่งเหลานี้หน่อยนะครับ ถ้าบอกว่าภาษาอังกฤษเปึนภาษาที่เปึน ทางการนะครับผมก็ยังจะพอรับได้ แต่ว่าเมื่อท่านบอกว่าในข้อตกลงนี้ ทั้ง ๓ ภาษานั้น ต่างก็เปึนออเธนติคเหมือนกัน เพียงแต่ว่าถ้าไม่มีปัญหาในการตีความหมายก็ให้ ภาษาอังกฤษมีความสําคัญกว่า แต่ว่าเห็นไหมครับนี่คือตัวอย่างของข้อตกลงสิ่งนี้
สําหรับข้อตกลงของประเทศยูเครนในสิ่งที่เปึนสาระเนื้อหานะครับท่านประธาน ผมก็คงไม่มีข้อสังเกตอะไรมากเพียงแต่มีข้อสังเกตบางข้อ ก็คือการที่เราให้สิทธิหลักปฏิบัติ เยี่ยงทาสที่ได้รับอนุเคราะห์อย่างยิ่งจากประเทศยูเครนนี่นะครับ แต่พอไปข้อ ๓ ท่าน ก็มีข้อยกเว้นจะไม่ใช้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าการไปยกเว้นข้อยกเว้นไม่ใช้ ไม่ให้หลักปฏิบัติ ชาติที่ได้รับอนุเคราะห์อย่างยิ่งแก่ในบางเรื่องมันจะมีผลปฏิบัติได้แค่ไหน เพราะว่า ประเทศที่สามก็สามารถจะเอาประโยชน์จากข้อ ๒ ได้ อันนี้หลักการเขียนนะครับ แต่ผมดู หลักกฎหมายระหว่างประเทศแล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านจะไปใช้ประโยชน์ระหว่าง ข้อ ๒ กับข้อ ๓ คือหลักให้การปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์อย่างยิ่งระหว่างกัน กับพหุภาคี แต่ยกเว้นไม่ให้แก่คนอื่น แต่ถ้าเกิดประเทศยูเครนไปให้กับคนอื่นบางประเทศ แล้วประเทศไทยจะขอใช้หลักปฏิบัติกับประเทศที่ ๓ ด้วย อันนี้มันมีหลักกฎหมายระหว่าง ประเทศอยู่ ก็อยากจะฟังความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้เหมือนกัน สําหรับประเทศยูเครน ท่านประธานคงทราบว่าเปึนประเทศใหญ่ลําดับ ๒ ในอดีตของสหภาพโซเวียต แล้วก็เปึน ประเทศที่น่าจะมีความสําคัญ ผมก็สนับสนุนให้มีการค้าขายกับ ๒ ประเทศนี้มากยิ่งขึ้น ที่จริงประเทศยูเครนถ้าดูความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียตกับประเทศรัสเซียปัจจุบันแล้ว เขาก็พยายามที่จะเปึนตัวเองมากขึ้น เปึนอิสระจากอดีตสหภาพโซเวียตมากขึ้น อย่างนี้ ก็จะทําให้เขามีความเข้มแข็งกับเรามากด้วยนะครับ ขอเวลาอีกนิดเดียวครับ มันมีเรื่องสําคัญ คือเรื่องกรอบภาคีขององค์การการค้าโลกกับกลุ่มอาเซียนนี่นะครับ ส่วนใหญ่ก็เปึนกรอบ ผมก็ไม่ได้ติดใจในเรื่องกรอบ แต่สิ่งที่เปึนห่วงมาก ๆ ก็คือสิ่งที่รัฐบาลเองได้เขียนไว้ ในเอกสารบอกว่าในการเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ท่านพูดไว้ว่ารัฐบาลจะสร้าง ความเชื่อมั่นในสายตาชาวโลก ประเทศไทยถือว่าอาเซียนเปึนคู่ค้าอันดับหนึ่ง แล้ววันนี้ เห็นไหมครับท่านประธานครับเรากําลังมีปัญหาในอาเซียนด้วยกันเอง กระทั่งเลขาธิการ อาเซียนเองมาเตือนบอกว่าความสัมพันธ์ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาต้องรีบจัดการนะ ไม่อย่างนั้นเราไปประชุมที่องค์การการค้าโลก ไปรวมกลุ่มอาเซียนไปเจรจากับประเทศ นอกกลุ่ม ถ้าเรายังทะเลาะกันเองจะมีหน้าไหนเขาจะฟังครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเปึนห่วงมาก คืออันนี้ ภาพพจน์ในสายตาของโลกเขาจะมองประเทศไทยทางลบมากขึ้น ถ้ารัฐบาล ไม่เร่งแก้ไขปัญหาตัวนี้อย่าหวังว่าจะไปเจรจาที่องค์การการค้าโลก หรือจะเรียกร้อง ระหว่างกลุ่มอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มมันจะประสบความสําเร็จ เขาจะเอาเรื่องนี้ขึ้นมา เปึนเรื่องต่อรอง เปึนเรื่องที่เขาจะดูว่าประเทศไทยไม่น่าจะเปึนผู้นําของอาเซียน นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะฝากไว้ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้ให้ความสนใจ และเปึนห่วงใย โดยเฉพาะมีข้อสังเกตและคําถามที่เกี่ยวข้องกับความตกลงทางการค้า ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศยูเครนและกรอบการเจรจา การค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทย ภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอเพื่อขอความเห็นชอบ ในการดําเนินการต่อไป
กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ตอบคําถามโดยสังเขป โดยเฉพาะประเด็นที่ ได้กรุณาให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวร่างคู่ฉบับซึ่งเปึนตัวร่างความตกลงทางการค้าระหว่าง ไทยกับยูเครนนั้น ซึ่งประกอบไปด้วย ๓ ร่างด้วยกัน ซึ่งก็ถือเปึนแนวปฏิบัติในการ ดําเนินการทําความตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศคู่กรณี สําหรับกรณีของ ยูเครนนั้นก็ได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล จนกระทั่งถึงปัจจุบันนั้นก็ได้บรรลุ ถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งถ้าท่านสมาชิกจะได้พิจารณาดูในเอกสารประกอบก็จะมีในส่วนของ หนังสือฉบับลงวันที่ ๒๔-๒๕ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๐๗ ซึ่งเปึนการตรวจทานร่างสุดท้าย ระหว่างหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของยูเครนแล้วก็หัวหน้าคณะผู้แทนของประเทศไทยซึ่งก็คือ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ คุณชุติมา ซึ่งก็เปึนที่ทราบดีว่ามีความเชี่ยวชาญ ชํานาญการในการเจรจาระหว่างประเทศมาโดยตลอดนะครับ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของ ตัวร่างที่เปึนภาษายูเครนนั้นก็จะได้นําเสนอให้ท่านสมาชิกเพื่อได้ตรวจทานนะครับ ก็ช่วยกันดู ขณะเดียวกันในข้อห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องของการแปลเอกสารก็จะรับข้อสังเกต ของท่านเพื่อให้ได้มีการพิจารณาด้วยความรอบคอบตามที่ท่านได้เสนอมา
สําหรับกรณีที่ท่านได้กล่าวถึง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ ในอาเซียนด้วยกัน ประเด็นดังกล่าวนั้นคงจะได้มีการพิจารณา โดยเฉพาะในวาระที่ ๙ ในประเด็นเรื่องของไทย-กัมพูชา กระผมคงไม่ใช้เวลาในการชี้แจงประเด็นนี้เพราะอาจจะ ต้องใช้เวลาที่ยาวนาน
ส่วนกรณีที่มีท่านสมาชิกหลายท่านได้ตั้งคําถามเกี่ยวกับเรื่องของ ความจริงใจของรัฐบาลยูเครนกรณีของโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องการค้าการขายระหว่างกัน ตราบใดที่ยังไม่มีความตกลงการค้าแบบทวิภาคี อย่างเปึนมาตรฐานและได้รับการยอมรับทั้ง ๒ ฝ์ายนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะ กรณีนี้หรือกรณีอื่นใดนะครับ แต่การที่คณะรัฐมนตรีได้ขอความเห็นชอบของรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบในการไปลงนามในความตกลงก็จะช่วยทําให้การค้าระหว่างกัน มีความเปึนธรรม โปร่งใสและอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ อยู่บนพื้นฐานของความเปึน มิตรไมตรีระหว่างกันนะครับ ซึ่งในขณะนี้เราก็มีการทําความตกลงลักษณะอย่างนี้อยู่ ๔๓ ฉบับแล้วในหลายสิบประเทศ ล่าสุดที่ทางรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ ก็คือการทําความตกลงในเรื่องความร่วมมือทางการค้า และเศรษฐกิจในเชิงลึก เชิงกว้างที่เรียกว่า อีดีบีอีทีซี (EDBETC) นะครับ เอคซแพนดิง แอนด์ ดีเพนนิ่ง ไบแลทเทอแรล อิคอนอมิค แอนด์ เทรด คอเพอเรชั่น (Expanding and Deepening Bilateral Economic and Trade Cooperation) ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้เดินทางเปึนสักขีพยาน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฯพณฯ พรทิวา นาคาศัย ได้ลงนามกับ ฯพณฯ เฉิน เตอ หมิง รัฐมนตรีพาณิชย์ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาระหว่างที่ผู้นําของไทยได้เดินทางเยือนจีน อันนั้นก็เปึน ลักษณะที่คล้ายคลึงกันล่าสุดที่มาขอความเห็นชอบ
สําหรับในประเด็นที่มีความห่วงใยในกรณีของกรอบการเจรจาของประเทศไทย ภายใต้กรอบอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าเนื่องจากว่า ประเทศไทยนั้นเรามีความสําคัญในเรื่องการค้าระหว่างประเทศสูงมาก สูงถึง ๑๓๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี และเปึนประเทศซึ่งมีรายได้จากการส่งออกกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี นั่นหมายความว่าเรามีความจําเปึนที่จะต้องมีการเจรจาเพื่อทําความตกลง ในการสร้างโอกาสให้กับสินค้าไทย ไม่ว่าจะเปึนสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมและอื่น ๆ รวมทั้งภาคบริการในการที่เราจะได้ขยายตลาดออกไปทั่วโลกมากขึ้น การเจรจา จึงจําเปึนต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีโดยคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า กนศ. จึงได้ให้มีการจัดทําลําดับความสําคัญสําหรับการเจรจากับประเทศต่าง ๆ นะครับ เฉพาะในส่วนที่เจรจาภายใต้กรอบของอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มนั้นก็มีอยู่ที่สําคัญ ด้วยกันอยู่ในลําดับต้น ๆ ของการจัดลําดับของการเจรจาเพื่อเป่ดโอกาสของการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวของประเทศไทยภายใต้กรอบอาเซียนกับประเทศคู่เจรจานั้น ก็ได้แก่อาเซียน+๓ ครับ อาเซียน+๖ ก็ประกอบไปด้วย จีน ญี่ปุ์น เกาหลี อันนี้อาเซียน+๓ อาเซียน+๖ ก็คือเพิ่มอินเดีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย นอกจากนั้นแล้วก็เห็นว่ายังมี ความสําคัญสําหรับกลุ่มประเทศที่เราให้ความสําคัญก็คือกลุ่มประเทศจีซีซี (GCC) หรือว่ากลุ่มประเทศกรอบความร่วมมือรอบอ่าวเปอร์เซีย ประกอบไปด้วย ๖ ประเทศ ได้แก่ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมานและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเปึน กลุ่มประเทศซึ่งมีความต้องการอาหารเปึนจํานวนมาก เขาสามารถผลิตอาหารได้เพียง ๖ เปอร์เซ็นต์ ต้องนําเข้าถึง ๙๔ เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันก็เปึนกลุ่มประเทศซึ่งมีพลังงาน ซึ่งประเทศไทยนั้นเราขาดแคลนเราต้องนําเข้าพลังงานโดยเฉพาะน้ํามันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการใช้ภายในประเทศ เมื่อครั้งที่ ผมได้เดินทางเยือนกลุ่มประเทศจีซีซี ระหว่างวันที่ ๑-๖ มีนาคม ก็ได้มีการเสนอโดยการ ประสานงานกับสํานักงานเลขาธิการอาเซียนและในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ของเราให้มีการประชุมสุดยอดระหว่างอาเซียนจีซีซีขึ้นเปึนครั้งแรก หลังจากนั้น อีก ๔ เดือนถัดมาเราก็มีการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ครับ แล้วก็ภายในเร็ว ๆ นี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะเดินทางไปยังกลุ่มประเทศภูมิภาคดังกล่าว เช่น กาตาร์ในกลุ่มประเทศจีซีซี เพราะถือว่าเปึนพันธมิตรยุทธศาสตร์ที่เราจําเปึนจะต้อง สร้างความร่วมมือระหว่างกันนะครับ ผมเองได้เดินทางไปเยือนด้วยตัวเอง ๔ ประเทศแล้ว ยกเว้น โอมานและซาอุดีอาระเบีย และตอนนี้การปรับความสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยกับ ทางซาอุดีอาระเบียก็มีความคืบหน้าจากคดีที่มีความคืบหน้าตรงนั้นก็เปึนส่วนหนึ่ง ส่วนกลุ่มเมอร์โคซูร์นั้นถือว่าเปึนกลุ่มเศรษฐกิจที่กําลังเปึนดาวรุ่งโดยเฉพาะในอเมริกาใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศยักษ์ใหญ่ในแถบลาตินอเมริกาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนอาร์เจนตินา บราซิล ปารากวัย อุรุกวัย แล้วก็เวเนซุเอลาซึ่งถือว่าเปึนกลุ่มที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุด แล้วก็เปึนที่วิเคราะห์กันว่าภายหลังจากยุควิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) นั้น อนาคตของกลุ่มนี้กับเอเชียจะเปึน ๒ กลุ่มฐานเศรษฐกิจที่จะมีอนาคตเติบโต ดังนั้นรัฐบาล ก็ได้วางวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ในการจัดลําดับความสําคัญนะครับ ด้วยเหตุนี้เอง ภายใต้การเจรจานั้นก็แน่นอนที่สุดว่าจําเปึนที่จะต้องมาขอความเห็นชอบจากท่านสมาชิก รัฐสภาเพื่อที่จะเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๙๐ ส่วนประเด็นที่หลายท่านอาจจะ อภิปรายนอกกรอบ แต่กระผมเห็นว่าเปึนข้อห่วงใย เช่น ในความห่วงใยเรื่องของอาฟตา หรือว่าตลาดร่วมอาเซียน หรือว่าเขตการค้าเสรีอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ๒๓ รายการ เปึนสินค้าเกษตรก็ดี หรือว่าในเรื่องของข้อตกลงเอไอเอ (AIA) ซึ่งกําลังจะพัฒนาขึ้นเปึน อาเกีย (ACIA) เปึนความตกลงว่าด้วยการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน อันนั้นอาจจะ ไม่ใช่ประเด็นที่มาขอกรอบในวันนี้ แต่กระผมก็อยากจะให้เกิดความเชื่อมั่นแล้วเกิด ความมั่นใจว่าทางรัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ถือว่าการดูแล ปกปัองคุ้มครองเกษตรกรของเรานั้นเปึนหัวใจสําคัญที่สุดของนโยบาย เพื่อดําเนิน นโยบายคู่ขนานไปกับการขยายตลาดและสร้างโอกาสในการที่เราจะสร้างรายได้ให้กับ เกษตรกรให้กับประเทศ ดังนั้นจึงได้กําหนดให้มีการวางมาตรการที่เรียกว่า เซฟการ์ด ในการดูแลโดยกระทรวงพาณิชย์นั้นก็ได้นําเสนอในเรื่องของมาตรการที่ผ่าน ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีนะครับ และคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจใน ๗ มาตรการ สําคัญ เช่น กรณีที่ยกตัวอย่างเรื่องข้าว กระผมก็ต้องใคร่ขอเรียนว่าเรามีสิทธิในการใช้ มาตรการและกฎหมายภายในประเทศในการดูแลนะครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ๑. เราสามารถกําหนดชนิดของข้าวที่จะเอาเข้ามา ซึ่งขณะนี้ก็ต้องเรียนว่ากรมการค้าต่างประเทศโดยกระทรวงพาณิชย์ก็ได้สรุปเพื่อเสนอ ในการกําหนดชนิดข้าวที่จะอนุญาตให้นําเข้าภายใต้ความตกลงอาฟตา ก็คือให้นําเฉพาะ ปลายข้าวเท่านั้น หรือว่ากรณีของบริษัทที่จะนําเข้าก็จะมีกฎเกณฑ์ คุณสมบัติ ไม่ว่าจะ เปึนเรื่องคุณสมบัติของบริษัทนําเข้า การจดทะเบียนบริษัทนําเข้า รวมไปถึงด่านที่จะ นําเข้าเราก็สามารถกําหนดได้ รวมไปถึงในเรื่องของมาตรการอื่นที่เห็นว่านอกจาก มาตรการ ๗ มาตรการในการคุ้มครองดูแลสินค้าเกษตรของเรา ซึ่งตอนนั้นเราเคยหลวม มากตอนที่เป่ดความตกลงการค้าไทย-จีน จําได้ไหมครับ ภาคเหนือเกษตรกรแทบจะ ล้มละลายกันเปึนจํานวนมาก เพราะว่าไม่ได้วางมาตรการไว้เลย ผมไม่เอ่ยว่ารัฐบาล สมัยไหนนะครับ แต่ตอนนั้นต้องถือว่าบกพร่อง สะเพร่า แล้วไม่ดูแลเกษตรกร ดังนั้น ก็ทําให้ได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่คราวนี้เราได้บทเรียน เพราะฉะนั้นก็ได้มีการวาง กรอบมาตรการต่าง ๆ ไว้เปึนลําดับ
นอกจากนั้นเองสําหรับเกษตรกรของเรานอกจากว่าจะมีในเรื่องของ กองทุนเอฟทีเอ กองทุนปรับโครงสร้างเพื่อรองรับผลกระทบภาคเกษตรและอุตสาหกรรม แล้วก็ยังได้ปฏิรูประบบรายได้เกษตรกรของเราที่เรียกว่า ระบบประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะในพืชเกษตร ๓ ตัวแรก ก็คือ ข้าว มันสําปะหลัง แล้วก็ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อันนี้คือการประกันรายได้ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในความตกลงจะมีการเปลี่ยนแปลง ในการแข่งขันในเรื่องของสินค้าเกษตรไม่ว่ากรอบใดก็ตาม แต่อย่างน้อยต้องประกันว่า ชาวนาไทยต้องไม่ขาดทุน ไม่อยู่ในวังวนของความยากจน หนี้สินอีกต่อไป แน่นอน เปึนโครงการที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ๓.๗ ล้านครอบครัวชาวนา ๔๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ชาวไร่มันสําปะหลัง และ ๓.๗ แสนครอบครัวของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม่ใช่ง่าย ยอมรับว่า ต้องมีข้อบกพร่องสําหรับคนที่เกี่ยวข้องเกือบ ๒๐ ล้านคน แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายชัดเจนว่าเราต้องดูแลให้ดีที่สุด ขณะนี้ก็ดําเนินการไปได้ดีพอสมควร ตรงไหนที่ยังมีปัญหา อย่างเช่น เรื่องผลผลิตต่อไร่ที่ประเมินต่ําไปก็ให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปทบทวน แล้วก็มีการปรับปรุงมาในหลายจังหวัดก็เปึนที่พอใจ หรือแม้แต่ ในเรื่องของข้าวซึ่งเปึนข้าวเบา ซึ่งเราไม่ส่งเสริมนะครับ เพราะจะทําให้คุณภาพข้าวของเรา มีปัญหาในอนาคต แต่ท่าน ส.ส. ของเราก็ได้ร้องเรียนมา ชาวนาก็ร้องเรียนมาก็นําเรื่องนี้ เข้าไปรัฐบาลก็จะช่วยเหลือสําหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวเบา แต่ช่วยฤดูกาลนี้เท่านั้น เพื่อเราให้เกิดความมั่นใจว่าข้าวไทยจะครองความเปึนแชมปีโลกได้นะครับ
ส่วนกรณีของมาตรการอื่นก็ยังมีมาตรการที่เรียกว่า เอสพีเอส (SPS) เปึนมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ซึ่งสามารถที่จะใช้ในการตรวจตราบรรดา สินค้าเกษตรทั้งหลายที่จะเข้ามา ผมเรียนว่าประเด็นนอกเหนือจากความอ่อนไหวของ สินค้าอ่อนไหวใน ๒๓ รายการ เฉพาะในกลุ่มอาเซียนก็ยังมีในส่วนความตกลงในเรื่อง ของการลงทุนที่เรียกว่า เอไอเอ แล้วก็ในเรื่องของอาเกียซึ่งจะพัฒนาต่อมาในกรณี ของ ๓ สาขา ผมต้องเรียนว่ารัฐบาลไทยได้สงวน ๓ สาขาดังกล่าวมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ตั้งแต่เปึนความตกลงในเรื่องของการลงทุน แล้วก็จะสิ้นสุด ๑๐ ป้ของการสงวนในสิ้นป้นี้ เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลก็ได้ให้มีการดําเนินการโดยให้ทางบีโอไอ (BOI) ในฐานะที่เปึน เจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ได้นําเสนอข้อสงวน แล้วก็จะเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ กนศ. กรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก็เพื่อดูแล ปัญหาผลกระทบดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดข้อกังวลที่อาจจะมีผลทําให้เข้ามาสู่การล่วงรู้ ในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพและอื่น ๆ ที่เปึนข้อกังวล รัฐบาลจะดูแลในเรื่องนี้ อย่างดีที่สุด
นอกจากนั้นแล้วก็จะมีในเรื่องของประเด็นคําถามว่าได้มีการเตรียม ความพร้อมในเรื่องผลกระทบอย่างไร ซึ่งรวมไปถึงการประเมินถึงความตกลงที่ได้ทําไปแล้ว โดยเฉพาะในกรอบของอาเซียน แล้วก็คู่เจรจาอื่น ๆ นั้น ก็ต้องเรียนว่าเปึนข้อสังเกต ที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้สํานักงานผู้แทนการค้า ของไทย ซึ่งมีท่านเกียรติ สิทธิอมร เปึนประธาน จีทีอาร์ (GTR) ของไทยนั้น รวมไปถึง ท่านดอกเตอร์วีระชัย วีระเมธีกุล ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนและตลาดอื่น ๆ รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์ในการที่จะประเมินผลกระทบสําหรับการที่เราจะเดินหน้า ต่อไป ก็ต้องดูว่าในอดีตมันมีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร ตรงนี้ก็เรียนว่าทางรัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้ตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าวนะครับ ส่วนกรณีอื่น ๆ ที่ท่านได้ ตั้งคําถามมา แล้วก็กระผมยังมีเพียงไม่กี่ประเด็นจะตอบสั้น ๆ นะครับ ก็คือในกรณี ที่ท่านสมาชิกได้ตั้งประเด็นว่าขณะนี้ไทยได้รับความเสียหายจํานวนหลายหมื่นล้านบาท ขอให้ดูแลการค้าระหว่างไทยกับกัมพูชาด้วย ก่อนที่จะไปทําความตกลงกับประเทศอื่น ๆ ก็ให้ดูความสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ผมเรียนว่าผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทําหน้าที่เปึนเซลส์แมน (Salesman) ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีพรทิวา นาคาศัย และท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นก็เดินทางไปในการส่งเสริมขยายความสัมพันธ์แก้ไข ปัญหาอุปสรรคทางการค้ามากที่สุดคนหนึ่งในคณะรัฐบาลชุดนี้ นอกจากท่านดอกเตอร์วีระชัย ซึ่งท่านทํางานเยอะ แต่ไม่ค่อยเปึนข่าว แต่ว่าท่านทํางานเยอะ ผมทราบเพราะว่าเราเดินทาง ไปด้วยกันตั้งแต่เปึนรัฐมนตรีด้วยกันเพียงแค่ ๒ สัปดาห์เท่านั้นครับ ก็มีภารกิจใหญ่ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เราไปประเทศจีน แล้วก็ทําให้สามารถไปแก้ไขอุปสรรค ทางการค้าระหว่างไทยกับจีน จนในที่สุดก็นํามาสู่ความตกลงประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ ความตกลง อีดีบี (EDB) อีทีซี (ETC) ที่ได้เรียนแล้วลงนามเมื่อเดือนมิถุนายน ระหว่างไทย-จีน ซึ่งตั้งเปัาที่จะขยายการค้าจาก ๓๖,๐๐๐ ล้านเหรียญต่อป้ไปสู่ ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ อันนี้ก็เปึนเปัาหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามที่จะส่งเสริมการค้าในทุกด้าน แล้วก็ ด่านที่มีปัญหา เช่น ผิงเสียง ซึ่งอยู่ระหว่างจีน-เวียดนาม และเปึนเส้นอาร์ ๙ (R9) อาร์ ๑๒ (R12) ที่เราจะต้องส่งสินค้าเข้าไปทางหนานหนิง กวางสี ไปกวางตุ้ง ไปยูนาน ไปที่ไหน รวมทั้งเส้นอาร์ ๓ อีดับเบิลยู (R3 EW) นั้นก็ไปทะลุทะลวง ก็ทํางานร่วมกัน แต่เรียนให้ ทราบว่าในกลุ่มที่ประชิดติดแดนของเรานั้น เนื่องจากประเทศไทยมีพรมแดน ความยาว ๕,๖๕๖ กิโลเมตร เราเปึนประเทศที่โชคดีมากจากจุดที่ตั้งที่เรามีประเทศที่มีพรมแดน ทางบกติดกัน ก็คือพม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ผมเรียนว่าผมก็เดินทางไปในเนป่ดอร์ครับ ไปเจรจา เดินทางไปทวาย เดินทางไปย่างกุ้ง เดือนหน้าก็จะเข้าไปอีก ไปจัดเวิร์คชอป (Workshop) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างผู้ประกอบการค้าทั้งสองฝ์ายและภาครัฐ เพื่อส่งเสริมขยายการค้า ซึ่งป้หนึ่งมีประมาณ ๑๕,๖๐๐ ล้านบาท ผมเรียนว่าอย่าให้ใคร เข้ามายุ่งเท่านั้นละครับ อย่าให้ใครกวนน้ําให้ขุ่นเท่านั้นเอง ความสัมพันธ์การค้าระหว่างไทย กับประเทศที่ติดอยู่ทางตะวันตกไม่มีปัญหา ทางใต้มาเลเซีย ซึ่งกําหนดการผมจะเดินทาง ไปพบ ๔ รัฐ ที่อยู่ติดชายแดนทางเหนือของเรานี่นะครับ ซึ่งเรามีกรอบความร่วมมือ ไอเอ็มทีจีที (IMTGT) เรามีกรอบความร่วมมือแม้แต่ในเรื่องของการส่งเสริมสินค้าฮาลาล หรือว่าในเรื่องของการค้าชายแดน ซึ่งหลายแสนล้านบาทครับเฉพาะในด่านทางใต้นั้น ก็ร่วม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในวันที่ ๒-๔ ธันวาคม ผมก็นําคณะหอการค้า นําคณะผู้แทนการค้าของเราไปเยือน ๔ รัฐทางเหนือของมาเลเซีย
นอกจากนั้นแล้วก็คือในส่วนของกัมพูชา ผมต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ดีมากครับ และความสัมพันธ์จากการที่เราเปึนประธานอาเซียน เราได้จัดการ ประชุมในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงวันที่ ๑ มีนาคม เมื่อต้นป้เปึนการประชุม สุดยอดผู้นําอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ที่ชะอํา จังหวัดเพชรบุรี ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศเปึนไปด้วยดี ถึงขั้นที่ว่าเราสามารถตั้งก๊วนในเรื่องของการเจรจาวงนอกได้ ทุกอย่างเปึนความสัมพันธ์ที่ดีมาก แต่ว่าจนกระทั่งมาถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา ซึ่งล้มเหลว ท่านก็คงทราบว่าสาเหตุเปึนเพราะอะไร และต้องมาแก้ตัวด้วยการจัด ที่ชะอําอีกครั้งหนึ่งที่จังหวัดเพชรบุรี และหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ว่ามันได้เกิด เหตุการณ์ที่หน้าเศร้าสลดที่ทําให้เหมือนก้อนกรวดในรองเท้าระหว่างความสัมพันธ์ของ สองประเทศ ปกติเราใส่รองเท้าเดินไปด้วยกันด้วยดี วันนี้มันมีก้อนกรวดในรองเท้า แต่ผม ก็ไม่บอกนะครับว่าก้อนกรวดในรองเท้านั้นคืออะไร แต่วันนี้หลังจากเกิดมีก้อนกรวด ในรองเท้า ความสัมพันธ์ของเราก็จําเปึนที่เราต้องปกปัองรักษาศักดิ์ศรีเกียรติภูมิครับ ดังนั้นการใช้มาตรการทางการทูตซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศคงจะมาชี้แจงต่อ ท่านสมาชิก เมื่อถึงวาระที่ ๙ ก็คงจะมีความชัดเจน แต่เมื่อท่านมีการพาดพิงว่าประเทศ ได้รับความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ไม่เปึนความจริงครับ ผมเดินทางไปด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็ได้จัด เทเล คอนเฟอร์เรนซ์ (Tele Conference) นะครับ ในการให้สํานักงานพาณิชย์ของเราซึ่งอยู่ที่กรุงพนมเปญได้รายงานตลอดเวลาถึง สถานการณ์ในเรื่องการค้า การทําธุรกิจ และขณะเดียวกันก็ได้ประชุมสํานักงานพาณิชย์ ๗ จังหวัดของเรา ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว ตราด จันทบุรี เปึนต้น
ท่านประท้วงอะไรครับ
ผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ระบบสัดส่วน จังหวัดลําปาง ขอประท้วงท่านรัฐมนตรีที่อภิปรายครับ โดยใช้คําว่า ก้อนกรวดในรองเท้า คือผมสงสัยว่า คํานี้อาจจะไปหมายถึงใครก็ได้ และบุคคลภายนอกหรือสมาชิกรัฐสภาเองอาจจะตีความ ไปต่าง ๆ นานาครับ อาจจะมีคนตีความว่าก้อนกรวดหมายถึงผู้นําประเทศกัมพูชาก็ได้ หรือใครก็ได้ ผมอยากให้ไม่ควรใช้คําพูดอย่างนี้ครับ ควรจะหลีกเลี่ยง เพราะว่าถ้าตีความ แล้วเสียหายต่อประเทศชาติ มันจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนะครับ ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้คําพูดนี้ครับ
ขอบคุณครับ ที่ท้วงติง ก็จะพยายาม แต่ผมไม่ได้หมายความอย่างที่ท่านพูดนะครับ
ท่านรัฐมนตรีพยายาม หน่อยนะครับ
ผมก็ใช้การเปรียบเทียบสุภาพที่สุดแล้วครับท่านประธาน ก็จะระมัดระวังนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ว่าไทยเสียหาย ผมเรียนว่าไม่เปึนความจริง จากการที่เราได้ติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด รายงานตลอดเวลา แม้แต่ขณะที่อภิปรายชี้แจงตอนนี้ก็รายงาน ตลอดเวลา เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาในฐานะบ้านพี่เมืองน้อง มีความสําคัญต่อชีวิตโดยเฉพาะการค้าชายแดน เรามีการค้าระหว่างกัน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องของดุลการค้า เขาต้องพึ่งพาเรามากครับ สินค้าที่เราส่งไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิง เรื่องของวัสดุก่อสร้าง เรื่องของอาหารการกิน และอื่น ๆ ต้องพึ่งพาเราเรียกว่า ๙๐ ต่อ ๑๐ ทีเดียว และการค้าชายแดนคิดเปึน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ได้เชิญสํานักงานพาณิชย์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อ ๒ วันก่อนไปดูแล้วก็เชิญหอการค้ามาปรากฏว่าสถานการณ์ยังปกติดีครับ เขาเคยผ่าน เหตุการณ์ร้ายแรงกว่านี้สมัยป้ ๒๕๔๖ นั่นคือการเผาสถานทูตไทย การเผาโรงงานไทย แล้วเราก็ได้มีการป่ดพรมแดนเปึนเวลาหลายสัปดาห์ คราวนี้สิ่งที่น่าชื่นใจคือบรรดาเอกชน ของไทยเราบอกว่าท่านไม่ต้องห่วงเรื่องการค้าเท่าไร ขอให้ห่วงศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศ ซึ่งอันนี้เราก็ชื่นใจ เขาก็บอกว่าเขายืนหยัดต่อจุดยืนรัฐบาลไทยที่ดําเนินการถือว่า ดําเนินการในลักษณะที่เปึนมาตรฐานสากล คือการแสดงความไม่พึงพอใจก็มีการลดระดับ โดยการเชิญทูตกลับมา อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ได้ยินได้รับฟังมา แต่ว่ายังไม่ได้มีความเสียหาย อย่างนั้นที่ท่านได้กล่าวมา แต่ก็เข้าใจดีว่าท่านคงกังวลในเรื่องนี้ แต่ว่าในเรื่องของการเจรจา ทําความตกลงเพื่อสร้างโอกาสให้ประเทศมันหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ครับ เราเปึนรัฐบาลนะครับ เราจะจัดการปัญหานี้หยุด แล้วก็หยุดโลกไว้ทั้งหมด มันก็คงไม่ได้ ข้อสําคัญก็คือว่าคนที่ ไม่เกี่ยวข้องอย่ามาสร้างปัญหาเท่านั้น อย่าทําเปึนเสี้ยนตําเท้า ดังนั้นผมคิดว่าก็คงเปึน ประเด็นที่คงจะชัดเจน นอกจากนั้นแล้วที่ท่านถามบอกว่าเปึนห่วงเรื่องการเป่ดเสรีการลงทุน โดยเฉพาะการให้ลงทุนเฉพาะสัตว์น้ํา ขยายพันธุ์พืช และทําป์าไม้จากป์าปลูก ผมเรียนยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่าการเป่ดเสรีลงทุนดังกล่าวนั้นไทยได้ใช้สิทธิในการเปึนข้อสงวนชั่วคราวไว้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนเวลา ๑๐ ป้ แล้วก็ภายใต้ความตกลงที่เรียกว่า เอไอเอ ก็คือความตกลง อาเซียนด้านการลงทุน ดังนั้นเมื่อครบ ๑๐ ป้ก็ต้องมาทบทวนว่าเราจะเป่ดต่อหรือเราจะขอ สงวนต่อ ขณะนี้ทางสํานักงานส่งเสริมการลงทุนก็กําลังทําข้อสงวนดังกล่าว เพื่อเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศนะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่มีข้อห่วงใย ข้อสังเกตนะครับว่า ในเรื่องของกรอบ การเจรจาต่าง ๆ ที่ได้เสนอไป ได้มีการทําความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน ผมเรียนว่ากรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศนั้นได้ทําการประชาพิจารณ์เป่ดรับฟังความคิดเห็นทั้งในส่วนกลาง ในภูมิภาคไม่น้อยกว่า ๕๐ ครั้งครับ ผมได้มีโอกาสไปเปึนประธานในการเป่ดการประชุม ดังกล่าว ก็ได้เน้นย้ําว่าขอให้ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรประชาชน ซึ่งมีความสําคัญมากต่อการให้ความคิดเห็นนะครับ ได้แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่เลย เพราะว่านี่คือประเทศของเรา ความตกลงดังกล่าวไม่ใช่ ความตกลงของรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด แต่เปึนความตกลงที่จะผูกพันประเทศของเรา และประชาชนของเรา ผลได้ผลเสีย ข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ล้วนแล้วแต่อยู่ในกํามือ ของพวกเราทั้งสิ้นขอให้ช่วยกันนําเสนอนะครับ นี่คือรัฐบาลของประชาชนไม่ใช่รัฐบาล ของคนใดคนหนึ่ง เปึนรัฐบาลที่ไม่ได้ยืนบนหลักผลประโยชน์ส่วนตัว แต่อยู่ผลประโยชน์ ของส่วนรวม เพราะฉะนั้นโปร่งใสและสามารถนําเสนอได้นะครับ ก็ต้องเรียนท่านประธาน ว่าในประเด็นที่ได้กราบเรียนมาก็ขอถือโอกาสนี้ในนามคณะรัฐมนตรีก็ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้ให้ความกรุณา ให้ความสนใจในการอภิปราย ให้ข้อแนะนําที่เปึนประโยชน์ ต่อการเจรจาต่อไปนะครับ และข้อสังเกตซึ่งน้อมรับไปเพื่อจะไปปรับปรุง เพื่อให้เกิดประโยชน์ และประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศไทยครับ
ท่านพีรพันธุ์เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ผมได้เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีเกี่ยวกับเนื้อหาของ ข้อตกลง คําตอบมันยังไม่ชัดเจนท่านประธานครับ คือถ้าดูภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษายูเครนนะครับ ทั้งหมดในข้อตกลงเขียนไว้ชัดเจนว่าตัวบททั้งหมดมีความถูกต้อง เท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นภาษาไทยในเอกสารที่รัฐบาลเสนอมาไม่ได้บอกไปว่าคําแปลนะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ เปึนร่างความตกลง ฉะนั้นวันนี้ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบก็หมายถึง ให้ความเห็นชอบฉบับภาษาอังกฤษ ฉบับภาษาไทยและฉบับภาษายูเครน เมื่อสักครู่นี้ ผมได้เรียนถามท่านประธานไปแล้วว่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมันไม่ตรงกัน ท่านบอก ในข้อตกลงบอกเอาภาษาอังกฤษ แต่ที่ชัดเจนคือภาษาไทยนี่นะครับ แต่ว่าวันนี้ถ้ารัฐสภา อนุมัติก็คืออนุมัติภาษาไทยฉบับนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะรับข้อสังเกตไป จะไปแก้ตกลง มันก็ไม่ตรงกับที่สภาอนุมัติสิครับ แล้วตกลงท่านจะเอาอย่างไร มันไม่ตรงกันนะครับ เพราะว่าเวลาไปใช้ภาษาอังกฤษอันหนึ่ง ภาษาไทยอีกอันหนึ่ง ภาษายูเครนอันหนึ่ง แต่ผมบอกว่าอันนี้มันคือข้อตกลงไม่ใช่คําแปล แต่มันเห็นชัดเจนว่าภาษาไทยกับ ภาษาอังกฤษไม่ใช่ ท่านบอกว่าถ้าอย่างนั้นเอาภาษาอังกฤษ ถูกครับ แต่วันนี้ท่านบอกว่า ท่านรับข้อสังเกตไปจะไปแก้ ถ้าไปแก้มันก็ไม่ตรงกับที่สภาอนุมัติวันนี้ ผมก็ไม่ทราบว่า ท่านประธานจะมีความเห็นว่าจะดําเนินการในการแก้ไขอย่างไร ต้องถามท่านที่มาจาก กระทรวงการต่างประเทศนะครับว่าวันนี้ข้อตกลงเปึนอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นถ้าสภาอนุมัติไป แล้วรัฐบาลไปแก้ก็ไม่ตรงกับที่สภาอนุมัติไปมันก็จะเกิดปัญหาครับ
เชิญท่านสั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวยังเหลืออีก ๒ ท่านที่จะอภิปรายครับ
ท่านประธานครับ
ท่านเชาวรินประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ความจริงผมจะประท้วงในช่วงที่รัฐมนตรีกําลังชี้แจงก็อยู่ในวิสัย ที่จะทําได้ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๓ แต่โดยที่ผมไม่อยากจะให้รัฐมนตรี สะดุดในการชี้แจงต่อรัฐสภา ผมก็รอให้ท่านชี้แจงให้จบแล้วจึงประท้วง อันนี้ขอกราบเรียน ท่านประธานให้ทราบโดยทั่วกันว่านี่เปึนมารยาทในการอยู่ในสังคม ไม่ใช่นึกจะประท้วง อะไรก็ทะลึ่งยืนขึ้นมาทันทีอย่างนั้นไม่มีมารยาทซึ่งผมไม่ทํา ผมขอใช้ข้อบังคับการประชุม รัฐสภา ข้อ ๔๓ ประท้วงท่านรัฐมนตรีผู้ชี้แจงคําอภิปรายข้อสงสัยของสมาชิก ซึ่งในวรรคสอง ของข้อบังคับได้เขียนไว้ว่าห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด ตลอดระยะเวลาของการชี้แจงที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงสมาชิกนั้น ได้ใช้สํานวนโวหารในการเสียดสีหลายครั้งหลายหน ก่อนหน้าผมจะขึ้นประท้วงนั้น ก็มีสมาชิกจากจังหวัดลําปางประท้วงมาแล้ว ๑ ครั้ง ในกรณีที่ท่านชี้แจงด้วยคําว่า ก้อนกรวดในรองเท้า ท่านก็มาเปลี่ยนเปึน เสี้ยนตําเท้า หากท่านจะชี้แจงและจะแดกดันใครนั้นกรุณาใช้ให้มันสูงกว่าเบื้องล่าง เปึนต้นว่า อย่าทําตัวเปึนผงเข้าตาอย่างนี้ก็จะดูดีกว่า เพราะฉะนั้นผมก็ขอประท้วงว่าต่อไปเวลา จะชี้แจงอย่าพยายาม เพราะการชี้แจงลักษณะอย่างนี้ผู้ฟังทั้งหมดก็ต้องเข้าใจว่ารัฐมนตรี ว่าฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาล รัฐมนตรีคงไม่ได้ว่าซีกรัฐบาลแน่นอน แล้วฝ์ายตรงข้ามกับรัฐบาล หนีไม่พ้นพรรคเพื่อไทยของผม เพราะฉะนั้นก็ขอให้เกียรติกันในฐานะที่เปึนนักการเมือง เปึนเพื่อนร่วมอาชีพกันนะครับ อย่าหยามกันมากเกินไป ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ใช้มารยาทก็รอให้ท่านผู้ประท้วงคือ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ประท้วงเสร็จผมขอประท้วงท่านผู้ประท้วง ผมขอชี้แจงดังนี้ ท่านประธานครับ ท่านเชาวรินได้พูดจาอาจจะทําให้เกิดความเข้าใจผิดและทําให้เกิด ความรู้สึกว่าท่านรัฐมนตรีได้ไปพูดจาเสียดสีบุคคลหนึ่งบุคคลใด ผมเห็นว่าท่านรัฐมนตรี อลงกรณ์ไม่ได้พูดจาโดยระบุถึงบุคคลใดเปึนพิเศษเลยด้วยซ้ํา
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ
ประท้วงอะไรครับ
โปรดยึด มารยาทอย่างที่ท่านเชาวรินได้พูดนะครับ รอให้ผมประท้วงเสร็จก่อนท่านค่อยขึ้นครับ ท่านเชาวรินได้ระบุมารยาทเอาไว้อย่างนี้ ท่านโปรดรับฟังด้วยครับ
ท่านอรรถพรเดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธาน ที่ปล่อยให้ผู้ประท้วง ประท้วงโดยไม่บอกว่าผู้ประท้วงคือท่านเชาวรินผิดข้อบังคับข้อไหน แล้วก็ถือโอกาสอภิปราย ดังนั้นผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ให้พิจารณา ผู้ที่ประท้วงด้วยครับว่าประท้วงข้อไหน ห้ามอภิปรายครับ ขอบคุณครับ
คือท่านอรรถพรครับ คงไม่ได้มีอะไรแล้วนะครับ กําลังจะลงมติแล้ว
คือผม ไม่ต้องการให้ผู้ที่รับฟังอยู่ทางบ้านเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีได้ใส่ร้ายเสียดสีตามข้อบังคับ จึงประท้วงตรงนี้ครับ
ท่านอรรถพรครับ นั่งลงครับ
ผมยังมี ความรู้สึกว่าท่านรัฐมนตรีใช้คําที่สุภาพเกินไปด้วยซ้ํา
โอเคนะครับ นั่งลงได้ นะครับ ยังเหลืออีก ๒ ท่านนะครับ เหลือท่านเรวัต เชิญท่านเรวัตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา รัฐบาลได้เสนอกรอบเจรจาอยู่ ๒ กรอบ ที่ขณะนี้รัฐสภากําลัง พิจารณาอยู่นะครับ
๑. ความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งประเทศยูเครน
๒. กรอบเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการ เจรจาความตกลงการค้าเสรีของประเทศไทยภายใต้เจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้วก็ได้ทราบว่าท่านนั้นได้ไปหลาย ประเทศครับ แล้วก็คงจะได้เจราจาเรื่องราวต่าง ๆ มามากพอสมควร ก็เลยทําให้ผมมี ความสงสัยที่จะเรียนถามท่าน แต่เท่าที่ผมฟังท่านประธานครับ ท่านก็ยังไม่ได้ตอบ คําถามของท่านสมาชิกที่สงสัยอยู่อย่างชัดเจนนะครับ
ในเรื่องแรก ท่านประธานครับ ในเรื่องของกรอบเจรจาการค้าพหุภาคี ท่านประธานครับ ผมอ่านหนังสือเอกสารที่ส่งมาผมก็ดีใจครับว่า ในเอกสารฉบับนี้บอกว่า ประเทศไทยจะต่อรองเจรจาการแลกเปลี่ยนในประเด็นและหัวข้อการเจรจาต่าง ๆ กับ ประเทศในอาเซียนและคู่เจรจานอกกลุ่ม เพื่อให้ได้ประโยชน์ในภาพรวมสูงสุด ผมดีใจ ท่านประธานครับ กระผมก็เห็นด้วยครับ แต่ว่าเมื่อดูแล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ของประเทศไทยของพี่น้องเกษตรกรอยู่หลายเรื่อง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในระหว่างการเจรจา ในระหว่างก่อนการเจรจาและหลังเจรจา ผมเลยอยากจะเรียนถามท่านนะครับว่าเรื่องเหล่านี้ท่านรู้อยู่แล้ว แล้วท่านไปเจรจา หรือเปล่า เจรจาแล้วนํามาแก้ไขหรือไม่ อย่างไร
ข้อแรก ปัญหาอาเซียน-จีน ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกได้พูดไปเยอะ แล้ว ไม่ว่าผลไม้ หัวหอม กระเทียมจีน แล้วก็เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มทะลักเข้าประเทศไทย เยอะแยะ ทําให้พ่อค้าแล้วก็ผู้ผลิตของไทยเสียหายเยอะ เจ๊งไปเยอะแยะหมด อย่างนี้ท่าน ได้ไปเจรจาไหม แล้วท่านได้แก้ไขในเรื่องเหล่านี้ไหม ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วนะครับ
ข้อสอง อาเซียน-นิวซีแลนด์ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าพี่น้องที่เลี้ยงวัวนม ท่านประธานเคยได้ฟังได้ยินใช่ไหมว่าเอานมมาเทเกิดความเสียหาย อย่างนี้ท่านรู้อยู่แล้ว เจรจาเปึนอย่างไร แก้ไขอย่างไร แล้วช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมอย่างไร
ข้อสาม อาเซียน-อินเดีย ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้ปากกาลูกลื่นที่ ท่านประธานใช้อยู่มาจากประเทศอินเดีย ท่านได้แก้ไขปัญหานี้แล้วได้คุยเรื่องนี้บ้างไหม โรงผลิตปากลูกลื่นในประเทศไทยเจ๊งไปเยอะแยะ ท่านได้แก้ไขอย่างไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ จะถามท่านในเรื่องของพหุภาคี
อีกเรื่องหนึ่ง ความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งยูเครน เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่กระผมอยากจะเรียนถามว่าในฐานะที่ท่านได้ไป มาแล้ว ท่านบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเศรษฐกิจและการร่วมกลุ่มสหภาพยุโรปยูเครน เปึนประธานร่วมในการเจรจา ท่านบอกไว้ทั้ง ๒ ฝ์าย ปัญหาก็คือว่าที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ กับท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ท่านพูดถึงปัญหาเรื่องการจัดหาหรือซื้อยานยนต์ หุ้มเกราะล้อยาง ประเทศยูเครน รุ่นบีทีอาร์ ๓ อี ๑ (BTR3E1) ที่กองทัพบกจัดซื้อเปึนเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้รับทราบ รับรู้ไหม ได้รู้ ได้เห็นไหม ถ้าท่านรู้แล้วก็เห็นเรื่องนี้ รู้เรื่องนี้ ท่านได้เจรจาไหมว่ามันเปึนอย่างไร เพราะเรื่องนี้มันเกิดความเสียหายต่อ ประเทศไทยนะครับ นี่เรื่องที่ ๑
เรื่องที่สอง ประเทศยูเครนท่านประธานไปมาหรือยังครับ ยังนะครับ ประเทศยูเครนได้ทราบมาว่าหนาวถึง ๗ เดือน หนาวมาก หนาวจัด ๗ เดือน ใน ๗ เดือน ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชเพื่อบริโภคทํายากครับ ประเทศยูเครนซื้อข้าวราว ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านรู้ไหมครับ เมื่อรู้แล้วอย่างนี้ท่านไปเจรจาอยู่นี่จะซื้อให้สูงขึ้นได้ มากขึ้นอีกไหม เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรชาวนา เพราะท่านก็รักชาวนาผมเข้าใจ จังหวัดท่านก็ชาวนาเยอะ อย่างนี้ท่านสามารถขายได้เพิ่มขึ้นไหม นี่คือสิ่งที่จะถึงมือ ชาวนา เพราะว่าอะไรครับ ประเทศยูเครนมีบริษัทใหญ่ไปลงทุน ใช้เงินทุนถึง ๖,๐๐๐- ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ไปทําอะไร ไปเลี้ยงหมู ตรงนี้ประโยชน์ที่จะได้รับต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทย ไม่มี เกษตรกรคนไทยไม่ได้รับเลย อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นโอกาส ที่ท่านจะบุกเบิกการค้าของเกษตรกรเปึนเรื่องที่ถือว่าตลาดยูเครนเปึนตลาดใหม่ และเปึน หัวใจในการที่จะแก้ไขให้พี่น้องเกษตรกร ท่านคิดบ้างไหม ท่านคิดไหมครับ ท่านตอบให้ชัด ๆ ที่ผมถาม ๒ เรื่องนี้ ตอบให้ชัดเลยว่าได้ไปแล้วเจรจาแล้วอย่างไร แล้วจะช่วยเหลือเขา อย่างไรทั้ง ๆ ที่รู้อย่างนี้ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะเรียนถามนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญ ในขณะที่เราจะเป่ดการค้า จริง ๆ แล้วการค้าเสรี เปึนเรื่องที่ดี เราอาจจะเสียประโยชน์บ้าง แต่เราก็ได้ประโยชน์บ้าง ผลได้ ผลเสีย ท่านคิดไหม คิดว่าอะไรคือได้ อะไรคือเสีย สิ่งที่เสียมาแล้วหาทางแก้ไขไหม แล้วสิ่งที่ได้ในอนาคตบอก เขาไหมว่าจะได้อะไร แต่ว่าเรื่องที่ได้เปึนเรื่องที่ดีครับ แล้วผมก็เชื่อว่าเกษตรกร หรือพ่อค้าเขารู้กันเอง แต่เรื่องที่เสียและเสียไปแล้วนี้ รัฐบาลต้องหาความช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ว่า พ่อค้าก็แล้วแต่ ให้เกิดความเดือดร้อนน้อยที่สุด แล้วเสียหายน้อยที่สุด สิ่งที่ผมเรียนถาม ท่านนี้ ท่านก็ตอบผมให้ชัดเจนหน่อย เพราะว่าท่านก็เปึนผู้ที่มีความรู้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ผู้นี้ก็ไม่ต้องเชียร์ก็ได้ แต่ว่าท่านมีความรู้ในเรื่องเกษตร เรื่องของการค้าการขายก็ไปมาทั่วแล้ว ก็เลยอยากจะรับฟังท่านครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านนิคมครับ ท่านสุดท้ายนะครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําปาง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเปึนอีกผู้หนึ่งที่มีความสนใจในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องข้อตกลง ทางการค้าของประเทศระหว่างทั้ง ๒ ประเทศในระบบพหุภาคี ความตกลงทางการค้า ระหว่างราชอาณาจักรไทยและประเทศยูเครนตามข้อตกลงที่อยู่ในมือนี้ ผมได้ตรวจสอบ ดูแล้วท่านประธานครับ ผมเห็นว่าคณะรัฐมนตรีที่นําเสนอต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีจุดมุ่งหมายใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ประการ คือ
๑. หวังจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจ
๒. มีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือและเศรษฐกิจของระหว่างทั้ง ๒ ประเทศ จะพัฒนาขึ้น
๓. มีความปรารถนาที่จะสร้างพื้นฐานทางด้านการค้าและเศรษฐกิจ ของทั้ง ๒ ประเทศ ซึ่งความมุ่งหวังทั้ง ๓ ประการเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แต่วิกฤติเศรษฐกิจ ที่ประเทศกําลังประสบอยู่ในปัจจุบันจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอเกอร์ ซึ่งเปึนวิกฤติ เศรษฐกิจของโลกนั้น มันเปึนลักษณะของการค้าโลกหดหายไป ถ้าเปึนการส่งออกก็เปึน ตลาดโลกหายไป ถ้าเปึนการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวก็สูญหายไปแทนที่จะเข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศเราเหมือนดั่งสมัยที่เศรษฐกิจไทยกําลังรุ่งเรือง การที่รัฐบาลออกเร่งหาตลาด ใหม่ ๆ ผมคิดว่าเปึนการแก้ปัญหาของรัฐบาลวิธีหนึ่ง เพราะว่าการที่ตลาดส่วนใหญ่ หายไปนั้น จําเปึนจะต้องเร่งหาตลาดใหม่มาทดแทน แต่นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลดําเนินการไป แต่ตามประสบการณ์ของนักธุรกิจหรือว่าผู้ประกอบการส่งออกทั่ว ๆ ไปแล้ว หาได้เปึนดั่งที่ รัฐบาลกําลังดําเนินการนั้นไม่ เพราะว่าการที่ตลาดหายไปนั้นท่านประธานครับ เราจะนําตลาด ให้กลับคืนมาหรือฟุ๋นคืนมานั้นเปึนเรื่องยาก เราจําเปึนจะต้องรอจนตลาดโลกฟุ๋น เศรษฐกิจโลกฟุ๋นนะครับ มันถึงจะมีเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นตามไปได้ ผมเห็นว่า ตลาดโลกมีอยู่ทั้งใกล้ทั้งไกล แต่ผมจะให้ความสําคัญต่อตลาดที่อยู่ใกล้กับบ้านเรา มากกว่าตลาดที่อยู่ห่างไกล เพราะว่าตลาดที่อยู่ห่างไกลนั้นเวลาเอกชน หรือว่านิติบุคคล หรือบุคคลใดก็ตามจะไปทํา ตลาดนั้นต้องใช้โสหุ้ยหรือต้นทุนที่สูงมากในการที่จะดําเนินการ ตลอดจนวัฒนธรรม ภาษา การสื่อสารก็เปึนอุปสรรคอย่างมากในการทําตลาด ความสําเร็จจากการทําตลาดที่อยู่ ห่างไกลนั้นเปึนไปได้ยาก ท่านประธานครับ ผมเคยเห็นนักธุรกิจจากประเทศไทยไปออกงาน แสดงสินค้าในตลาดต่างประเทศ ซึ่งการออกแสดงสินค้าในตลาดก็คืออยู่ในหนึ่ง ในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทย-ยูเครน เช่นเดียวกัน การแสดงสินค้าในตลาดนั้น ยากที่จะประสบความสําเร็จ ท่านประธานครับ ผมเคยเห็นนักธุรกิจคนหนึ่งไปออกงาน แสดงสินค้า แล้วท่านประธานครับ นักธุรกิจดังกล่าวขายของไม่ได้ครับท่านประธาน ผมเห็นเขานั่งร้องไห้อยู่ในบูธ (Booth) ของเขานี่ครับท่านประธาน เปึนที่น่าสงสาร เพราะไม่มีลูกค้าแวะเข้าไปในบูธเพื่อที่จะลงออร์เดอร์ (Order) กับสินค้าที่เขานําไปแสดงเลย สิ่งเหล่านี้ยิ่งเปึนประเทศที่อยู่ห่างไกลแล้ว และเข้าใจกันลําบากยิ่งเปึนไปได้ยาก ต่างกันจากตลาดที่อยู่ใกล้บ้านเราคือประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเปึนพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา หรือมาเลเซีย หรืออินโดนีเซียที่อยู่ในอาเซียน เพื่อนบ้านเหล่านี้มีพื้นฐานทางความคิด และวัฒนธรรมความเปึนอยู่ที่ใกล้เคียงกับบ้านเรา โอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ ทางการค้า แล้วก็ลงทุนต่ํานั้นเปึนไปได้มาก ผมคิดว่ารัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าทําตลาดกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีความสําคัญมาก ผมอยากจะขอให้ รัฐบาลให้ความสําคัญ โดยแทนที่จะเอางบประมาณแผ่นดินไปสร้างสํานักงานการค้า หรือว่าไปเป่ดสถานทูต โดยไปเร่งเป่ดนะครับ อย่างเช่น ข้อตกลงที่ยูเครนนี่ ผมเห็นว่า เราต้องค่อยเปึนค่อยไป ไม่ควรจะเร่งรีบในการเร่งเป่ดสถานทูต หรือตั้งเอกอัครราชทูตไป ประจํา หรือสํานักงานการค้าพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์ก็ตาม ก็เปึนการเพิ่มค่าใช้จ่าย ให้กับประเทศค่อนข้างมาก แต่ผลตอบรับนั้นเปึนไปได้ช้า ผมอยากจะให้รัฐบาล หรือกระทรวงพาณิชย์นํางบประมาณแล้วก็บุคลากรต่าง ๆ เร่งรัดเข้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา เพราะว่าพม่า ลาว เวียดนาม หรืออินโดนีเซียซึ่งเปึนตลาดใหญ่ก็ตาม เพื่อจะทําการค้าให้ เติบโตมากขึ้น แล้วข้อขัดแย้งต่าง ๆ ผมอยากจะให้รัฐบาลช่วยหาทางไกล่เกลี่ยหรือตั้งสติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้มีเหตุการณ์ที่ไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น ผมคิดว่าเราเอง เปึนประเทศที่มีศักยภาพ เปึนผู้นําในอาเซียนประเทศหนึ่ง ผมว่าเราควรจะทําตัวเปึนพี่ใหญ่ แล้วก็ใช้สติพิจารณาให้รอบคอบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าให้กระทบกระเทือนกันจนถึงขั้น ต้องมาปลุกระดมอะไรต่างๆ ตามที่หนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนต่าง ๆ ลงข่าวอยู่นะครับ ผมขอฝากรัฐบาลด้วย
สุดท้ายนะครับ การค้าในตลาดโลกปัจจุบัน ผมทราบมาว่าเอกชนรายใหญ่ ของโลกรายหนึ่งเขาเริ่มทําการค้าโดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยที่บริษัทดังกล่าวจะสั่งซื้อ สินค้า หรือว่า ออร์เดอร์ สินค้าจากประเทศใด หรือผู้ผลิตรายใดในประเทศก็ตาม เขาจะมี ระบบไปตรวจสอบว่าสินค้าดังกล่าวนั้นผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานไหม โรงงาน ดังกล่าวมีการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานถูกต้องหรือเปล่า การจ้างลูกจ้างให้ทํางานนั้น มีการกดขี่แรงงานหรือไม่ ใช้แรงงานเด็กหรือไม่ ที่สําคัญครับ เขามีการตรวจสอบว่า โรงงานที่ผลิตสินค้าดังกล่าวนั้นได้ปล่อยมลพิษ ไม่ว่าจะเปึนอากาศเปึนพิษ หรือว่าน้ําเสียลงสู่แม่น้ําลําคลอง ซึ่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือไม่ ถ้าผู้ผลิตรายใดปล่อยอากาศเปึนพิษ หรือว่าน้ําเสียกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท ดังกล่าวจะไม่ออร์เดอร์ ไม่ซื้อสินค้าจากโรงงานนั้น ผมเห็นว่าข้อตกลงพหุภาคีระหว่าง รัฐบาลทั้งสองแห่งนี้ ที่รัฐบาลไทยเคยทํามาก็ไม่มีสิ่งเรื่องนี้ ข้อความเหล่านี้ไม่เคยปรากฏ อยู่ในความตกลงการค้าระหว่าง ๒ ประเทศ ผมจึงอยากจะใคร่ขอฝากรัฐบาล ฝากท่าน ประธานไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ช่วยนําเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ผู้ผลิตปล่อย กระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น มาเปึนข้อตกลง อยู่ในความตกลงระหว่างความตกลงของทั้ง ๒ ประเทศ ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ เพราะว่าประเทศไทยเองก็เปึนประเทศที่อยู่ในข้อตกลง ในการดูแลหรือว่าลดภาวะโลกร้อน หรือว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมของโลก ผมคิดว่าจะเปึน มิติใหม่และเปึนนิมิตหมายใหม่ที่รัฐจะให้ความสําคัญในความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ไม่มีรายชื่ออยู่ในผู้ที่จะ อภิปรายแล้วนะครับ การอภิปรายเปึนอันยุติ ต่อไปผมจะขอให้ลงมตินะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกเข้ามาได้ครับ ท่านสมาชิกเข้ามาพร้อมแล้ว ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้ความเห็นชอบกับความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลยูเครนหรือไม่ ก่อนออกเสียงลงคะแนนเพื่อให้ความเห็นชอบ ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อน ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โดยเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์ม แสดงตน เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนเรียบร้อยแล้ว แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๓๖ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิที่ออกเสียง ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม เจือ ราชสีห์ เห็นด้วยครับ เครื่องมันขัดข้องครับ
บวกไปอีก ๑ ท่านครับ ผมขอป่ดการลงคะแนนครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๔๓ คน เห็นด้วย ๓๓๐ คน ไม่เห็นด้วย ๑ คน งดออกเสียง ๙๖ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ คน เปึนอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับความตกลงทางการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับ รัฐบาลยูเครนครับ
ต่อไปเปึนกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ขอมติที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจา พหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลกหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ ลงคะแนนมีไหมครับ ของท่านขัดข้อง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม เจือ ราชสีห์ เห็นด้วยครับ เครื่องขัดข้องครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ก็ป่ดการลงมตินะครับ แจ้งผลการลงคะแนนมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๔๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๐๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน แสดงว่าที่ประชุมเห็นชอบ ด้วยกับกรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มหรือไม่ ขอเชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนครบแล้วนะครับ ป่ดการลงคะแนน เชิญแจ้งผลมาได้
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม เจือ ราชสีห์ เห็นด้วยครับ
เพิ่มไปอีก ๑ ท่านนะครับ แจ้งผลการลงคะแนนมาได้ครับ จํานวนผู้เข้าประชุมจํานวน ๔๓๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑๐๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน แสดงว่าที่ประชุม เห็นชอบด้วยกับกรอบการเจรจาความตกลงทางการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มนะครับ
ต่อไปเรื่องที่ ๓ ก็ตามที่ตกลงกันไว้ก็จะพิจารณาตามรายกระทรวงใช่ไหมครับ
๓. บันทึกการหารือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๔. บันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๕. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐอินเดีย (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๖. บันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๗. รายงานผลการเจรจาการบินระหว่างไทย-ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๘. พิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจอาเซียนว่าด้วยบริการขนส่งสินค้าทาง อากาศ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ทั้งหมดนี้ก็จะพิจารณารวมกัน ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอบันทึกการหารือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้ที่ประชุมรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ กระผมใคร่ขอสรุปสาระที่จะเสนอดังต่อไปนี้นะครับ
๑. เหตุผลและความจําเปึน รัฐบาลไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้จัดทําความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศระหว่างกัน ลงนามเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๑ เพื่อใช้เปึนความตกลงฉบับแม่บทในความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างกัน และทั้ง ๒ ฝ์ายได้พบปะหารือกันมาเปึนระยะ โดยที่พบกันครั้งสุดท้ายล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๔๙ ณ กรุงฮานอย
สืบเนื่องมากจากสายการบินนกแอร์ได้แจ้งความประสงค์ที่จะเป่ดการบิน แบบประจําที่จะกําหนดเส้นทางระหว่างกรุงเทพ-โฮจิมินห์ ไป-กลับสัปดาห์ละ ๒๑ เที่ยว ด้วยอากาศยานแบบโบอิ้ง ๗๓๗-๔๐๐ ซึ่งเกินสิทธิที่ความตกลงที่คณะผู้แทนไทย-เวียดนามได้ ตกลงกันในการเจรจาการบิน คณะผู้แทนไทย เวียดนามจึงได้ตกลงกันทําบันทึกหารือ ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๑ ได้ปรับปรุงสิทธิความจุและความถี่สรุปดังนี้
๑. เส้นทางกรุงเทพ-โฮจิมินห์ และกลับ เดิมจาก ๒๑ เที่ยว ได้กําหนด ในป้ ๒๕๓๓ ไม่จํากัดเที่ยวบิน
๒. เส้นทางอื่น ๆ สายการบินที่กําหนดแต่ละฝ์ายสามารถบินได้ โดยไม่จํากัดเที่ยวบิน ด้วยอากาศยานแบบใด ๆ พร้อมทั้งสิทธิรับขนส่งจราจรเสรีภาพที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ได้อย่างเต็มที่
ผลที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย สายการบิน ที่กําหนดให้ทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถที่จะเพิ่มเที่ยวบินตามแผนที่ต้องการและส่งเสริมปริมาณ การจราจรและเส้นทางที่สามารถสร้างความเจริญเติบโตในการจราจรทางอากาศ นอกจากนี้ยังเปึนการเพิ่มศักยภาพให้ไทยเปึนศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคแห่งนี้ อันจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้านการค้าและการบริการทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญ โดยมีศักยภาพต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ เพื่อให้การดําเนินการให้สอดคล้องกับตามมาตรา ๑๙๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงเสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบครับ
เรื่องที่ ๔ เปึนข้อเสนอบันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่ง ราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เพื่อให้รัฐสภา ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีสาระดังต่อไปนี้
๑. เหตุผลและความจําเปึน ประเทศไทยและบังกลาเทศได้จัดทําความตกลง ด้านบริการเดินอากาศระหว่างกันโดยลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ เพื่อให้ ความตกลงฉบับแม่บทในความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายได้พบปะหารือ มาเปึนระยะ ๆ โดยการพบหารือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๒ และวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๖ ที่กรุงเทพมหานคร
อันเนื่องมาจากสายการบินพลเรือนบังกลาเทศได้มีหนังสือถึงกรมการขนส่ง ทางอากาศแจ้งแต่งตั้งสายการบินเบสท์แอร์เปึนสายการบินที่กําหนดให้สายการบิน บังกลาเทศพร้อมที่จะอนุญาตให้สายการบินเบสท์แอร์ทําการบินประจําเส้นทาง ธากา-กรุงเทพฯ และกลับ เกินสิทธิตามที่ตกลงกันไว้ ๗ เที่ยว/สัปดาห์ กรมการขนส่ง ทางอากาศจึงแจ้งให้ทางการบินพลเรือนบังกลาเทศว่าฝ์ายไทยจะพิจารณาอนุญาต ดังกล่าวโดยให้บังกลาเทศรับหลักการการบินของไทยและได้รับสิทธิเช่นเดียวกันระหว่าง การรอการเจรจาทั้ง ๒ ฝ์าย ต่อมาคณะผู้แทนไทยและบังกลาเทศได้ตกลงที่จะให้มี การเจรจากันในวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงเทพมหานคร มีสาระคือ คณะผู้แทนไทยและบังกลาเทศได้ตกลงในประเด็นต่าง ๆ ได้จัดทําบันทึกความเข้าใจลับ ลงนามเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยมีสาระดังนี้
๑. ใบพิกัดเส้นทางบิน ได้ปรับปรุงพิกัดเส้นทางบินในส่วนของจุดประเทศคู่ภาคี จากเดิมที่กําหนดไว้ฝ์ายละ ๒ จุด เปึนจุดต่าง ๆ ในประเทศไทยและจุดต่าง ๆ ในบังกลาเทศ
๒. ความจุและความถี่ ได้ตกลงให้สายการบินที่กําหนดแต่ละฝ์ายสามารถ ทําการบินขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เดิมจาก ๑๓ เที่ยวต่อสัปดาห์ด้วยอากาศยานแบบใด ๆ เปึน ๒๑ เที่ยว/สัปดาห์ด้วยอากาศยานแบบใด ๆ โดยมีข้อจํากัดว่าการบินไปยังธากา จะต้องไม่เกิน ๑๔ เที่ยว/สัปดาห์ นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงสิทธิความถี่ของเที่ยวบิน ในการขนส่งสินค้าจาก ๒ เที่ยว/สัปดาห์ด้วยอากาศยานใด ๆ ในเส้นทางระหว่างความจุใด ๆ ในประเทศไปยังจิตตะกอง ปรับปรุงให้เปึน ๓ เที่ยว/สัปดาห์ด้วยอากาศยานแบบใดๆ ตามเส้นทางที่ระบุไว้ตอนต้น
ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ผลการเจรจาการบินครั้งนี้จะทําให้สายการบิน ที่กําหนดทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกันตามความต้องการและส่งเสริม ให้ปริมาณจราจรในเส้นทางนี้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อันเปึนผลดีต่อ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าและการบริการทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อ จะดําเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงเสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
เรื่องที่ ๕ เปึนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย ที่จะเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบโดยมีสาระ ดังต่อไปนี้
เหตุผลและความจําเปึน ประเทศไทยและอินเดียได้มีความตกลงว่าด้วย การเดินอากาศระหว่างกัน โดยลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ เพื่อใช้เปึน ความตกลงแม่บทในความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายได้หารือและพบกัน เปึนระยะ ๆ โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๙ และวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ที่กรุงเทพมหานคร บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ได้มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางอากาศแจ้งที่จะเพิ่ม เที่ยวบินไปยังจุดต่าง ๆ ในอินเดีย เดลี มุมไบ เชนไนและบังกาลอร์ พร้อมทั้งขอสิทธิ ในการขนส่งตามเสรีภาพที่ ๕ พ้นไปยังจุดยุโรป อเมริกา ดูไบด้วย จึงขอให้กรมการขนส่ง ทางอากาศได้ดําเนินการเจรจาการบินระหว่างการบินพลเรือนอินเดีย เพื่อปรับปรุง ความตกลงให้บริษัทที่สามารถทําแผนการบินเสนอต่อไป ต่อมากรมการขนส่งทางอากาศ ได้ประสานที่จะเสนอขอนัดเจรจากับสายการบินพลเรือน กับกรมการบินพลเรือนของ อินเดีย ผู้แทนไทยและคณะผู้แทนอินเดียได้ตกลงการเจรจาระหว่างวันที่ ๒๕-๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีสาระดังต่อไปนี้ ผู้แทนไทยและผู้แทนอินเดียได้ตกลงประเด็น ต่าง ๆ ที่จะจัดทําบันทึกความเข้าใจลงนามเมื่อวันที่ ๒๖มีนาคม ๒๕๕๑ โดยมีสาระ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ความจุและความถี่ได้ตกลงปรับปรุงประสิทธิภาพความจุ ความถี่ต่อสัปดาห์สําหรับเที่ยวบินผู้โดยสารตามช่วงระยะเวลาที่กําหนดไว้เดิมจาก ๑๑,๔๗๖ ที่นั่ง/สัปดาห์ เปึน ๒๓,๖๐๙ ที่นั่ง/สัปดาห์
ข้อ ๒.๒ ได้ปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศ ได้ตกลงปรับปรุง และเพิ่มเติมในข้อความที่บริการทางอากาศระหว่างไทยกับอินเดีย คือ
๑. ปรับปรุงข้อบทว่าด้วยพิกัดและอัตราค่าขนส่ง
๒. ปรับปรุงข้อบทว่าด้วยการใช้ชื่อเที่ยวบินร่วมกัน
๓. เพิ่มเติมข้อบทว่าด้วยความปลอดภัยการบินในความตกลง
ทั้งนี้ คณะผู้แทนอินเดียได้เสนอร่างความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศฉบับ ใหม่ให้ฝ์ายไทยได้พิจารณาและนํามาหารือในข้อยุติในการเจรจาต่อไป
ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ผลจากการเจรจาในครั้งนี้จะทําให้การบิน ที่กําหนดให้ทั้งสองฝ์ายสามารถเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกันได้มากขึ้นตามแผนที่ต้องการ และจะส่งเสริมให้ปริมาณการจราจรในเส้นทางนี้ได้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องอันเปึน ผลดีต่อการท่องเที่ยวและการค้า ตลอดจนการบริการทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญเติบโต ได้อย่างมีศักยภาพต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้ดําเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้เสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
เรื่องที่ ๖ เปึนเรื่องบันทึกความเข้าใจลับระหว่างราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบ โดยมีเหตุผลและความจําเปึนดังต่อไปนี้
ประเทศไทยและสาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์ได้จัดทําความตกลงว่าด้วย การเดินอากาศระหว่างกัน ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๖ เพื่อใช้เปึนความตกลง แม่บทในความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายได้พบปะหารือกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๘ ที่กรุงมะนิลา ประเทศไทยได้เจรจาการบินเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๔๓ เปึนต้นมา โดยได้ติดตามและสอบถามความคืบหน้ากับทางฟ่ลิปป่นส์มาเปึนระยะคณะผู้แทนไทย และฟ่ลิปป่นส์ได้ตกลงที่จะเจรจากันเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีข้อสรุปในประเด็นที่จะทําความบันทึกความเข้าใจลับโดยลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในสาระดังต่อไปนี้
๑. การกําหนดสายการบิน ได้ตกลงที่จะปรับปรุงบทว่าด้วยการกําหนด สายการบินจากเดิมที่เคยกําหนดให้ภาคีแต่ละฝ์ายมีสิทธิแต่งตั้งสายการบินที่กําหนดให้ไม่เกิน ๒ สายการบินในแต่ละเส้นทางการบิน ได้เปลี่ยนแปลงแต่งตั้งสายการบินที่กําหนดให้ได้ หลายสายการบินในแต่ละเส้นทางการบิน
๒. ใบพิกัดและเส้นทางบิน ได้ตกลงปรับปรุงเส้นทางการบินให้สอดคล้อง กับความต้องการของสายบินยิ่งขึ้น
๓. สิทธิความจุและความถี่ ได้ปรับปรุงสิทธิความจุและความถี่ตามเส้นทาง การบินต่าง ๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จะทําให้สายบินทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถที่จะขยายบริการ การบินได้มากยิ่งขึ้นให้เพียงพอแก่ความต้องการและปริมาณของการจัดการจราจร เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่สายการบินและขยายการบริการไปยังจุดอื่น ๆ ในประเทศภาคี ได้ตามความต้องการของตลาดอันจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้า การบริการ ทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญเติบโตตามศักยภาพต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้ดําเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้เสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ ได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ
เรื่องที่ ๗ เปึนเรื่องที่คณะรัฐมนตรีขอเสนอรายงานผลการเจรจาการบิน ระหว่างไทยกับประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาให้ความ เห็นชอบ โดยมีสาระและเหตุผลและความจําเปึนดังต่อไปนี้
เหตุผลและความจําเปึน ประเทศไทยและประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ๓ ประเทศได้จัดทําความตกลงว่าด้วยการบริการการเดินอากาศระหว่างในประเทศทวิภาคี ได้แก่ความตกลงระหว่างไทย-เดนมาร์ก ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ความตกลงระหว่างไทย-นอร์เวย์ ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ความตกลง ระหว่างไทย-สวีเดน ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ กระทรวงการขนส่ง และพลังงานของเดนมาร์ก ในฐานะตัวแทนของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ๓ ประเทศ คือ ประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการดําเนินการ ด้านการบินพลเรือนกับไทย ขอเสนอแก้ไขข้อตกลงการบริการเดินอากาศระหว่างไทยกับ ทั้ง ๓ ประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับของประชาคมยุโรป กรมการขนส่งทางอากาศ จึงเห็นควรที่จะจัดให้มีการเจรจาการบินระหว่างไทย-เดนมาร์ก ไทย-นอร์เวย์ ไทย-สวีเดน ทั้ง ๓ ประเทศไปพร้อมกันในคราวเดียวกัน จึงได้ปรับปรุงความตกลงให้ทันสมัย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
สรุปสาระสําคัญร่างความตกลงการบริการเดินอากาศ คณะผู้แทนไทย และผู้แทนในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ได้ตกลงร่วมกันในการจัดทําร่างข้อตกลง การเดินอากาศฉบับใหม่ระหว่างประเทศไทย-เดนมาร์ก กับประเทศไทย-นอร์เวย์ และประเทศไทย-สวีเดน เพื่อใช้ทดแทนฉบับเดิม ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในของประเทศไทย รวมทั้งกฎหมายของประเทศคู่ภาคี ทั้ง ๓ ประเทศให้สอดคล้องกับกฎหมายของประชาคมยุโรปด้วย
อนึ่ง เนื่องจากสาระทั้งหมดตามความตกลงเหมือนกับ ๓ ฉบับ เว้นแต่ ประเทศคู่ภาคีจะทําความตกลง ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการจัดทําร่างความตกลงย่อ อีกทั้งเพื่อความประหยัดทรัพยากร จึงได้จัดทําร่างความตกลงรวมทั้ง ๓ ฉบับ เปึนฉบับ เดียวกัน อย่างไรก็ตามในความตกลงจะดําเนินการแยกเปึนทวิภาคีระหว่างประเทศ ดังกล่าว
๒. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่ม สแกนดิเนเวียเกี่ยวกับเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวีย และว่าด้วยการแต่งตั้งสายการบิน คณะผู้แทนไทยและคณะผู้แทนประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย จึงได้ตกลงร่วมกันในการจัดทํา ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียเกี่ยวข้องกับ เครือข่ายสายการบินกลุ่มสแกนดิเนเวีย และว่าด้วยการแต่งตั้งสายการบินครอบคลุมไป ถึงการปฏิบัติการบินของเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวีย รวมทั้งแจ้งแต่งตั้งสายการบิน ที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลง ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ผลจากการเจรจาครั้งนี้จะทําให้ ร่างความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศฉบับใหม่ ซึ่งทําให้รายละเอียดของแต่ละข้อบท ที่จะเปึนตามร่างมาตรฐานของไทย ตามที่องค์กรการบินระหว่างพลเรือนระหว่างประเทศ ให้แนะนํา และให้สอดคล้องกับกฎหมายของภาคีผู้ทําความตกลงซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้ปฏิบัติการสายการบินที่กําหนดภาคีผู้ทําความตกลงให้เปึนไปตาม มาตรฐานสากลให้นานาชาติได้ยอมรับ คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้รัฐสภาได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบ เพื่อดําเนินการให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงขอเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้โปรดพิจารณา
เรื่องที่ ๘ คณะรัฐมนตรี ขอเสนอพิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจอาเซียน ว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
ความเปึนมา คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๔ อนุมัติให้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางอากาศและเห็นชอบ ให้อธิบดีกรมการบินพาณิชย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเปึนผู้ลงนาม ต่อมาในการประชุม คณะรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน ครั้งที่ ๘ เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนกันยายน ๒๕๔๕ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อธิบดีกรมการบินพาณิชย์ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวกับ ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน
๒. ในการประชุมคณะทํางานอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ ครั้งที่ ๑๓ ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๘ เมษายน ๒๕๔๙ ณ เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ประชุมได้ ตกลงทําพิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจ โดยให้สายการบินที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลง แต่ละฝ์ายได้รับอนุญาตให้ดําเนินบริการขนส่งเฉพาะสินค้าเพิ่มขึ้นจาก ๑๐๐ ตันต่อสัปดาห์ เปึนได้ถึง ๒๕๐ ตันต่อสัปดาห์
๓. คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๙ อนุมัติการลงนามพิธีสาร แก้ไขบันทึกความเข้าใจดังกล่าว และอนุมัติให้หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมเจ้าหน้าที่ อาวุโสด้านการขนส่งอาเซียน หรืออธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศเปึนผู้ลงนามฝ์ายไทย
๔. ในการประชุมคณะรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน ครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ณ กรุงเทพฯ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะผู้แทนไทยในการประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านขนส่งอาเซียนได้ลงนามในพิธีสารบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่ง ทางอากาศ (๒๕๔๕) ร่วมหารือกับคณะผู้แทนอาวุโสด้านขนส่งและหารือกับอธิบดีการขนส่ง ทางอากาศของสมาชิกประเทศอาเซียนทั้ง ๙ ประเทศ
โดยมีสาระสําคัญดังต่อไปนี้
๑. พิธีสารที่แก้ไขความใน ข้อ ๒ (ความจุและความถี่) ข้อ ๓ (เส้นทาง) ของบันทึกความเข้าใจอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ พ.ศ. ๒๕๔๕ และเปึนส่วนหนึ่ง ของบันทึกความเข้าใจดังกล่าว โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อภาคีผู้ทําความตกลงทุกฝ์าย ได้ยื่นหนังสือต่อทูตเลขาธิการอาเซียน
๒. สายการบินที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลงแต่ละฝ์ายจะได้รับอนุญาต ให้ดําเนินการขนส่งสินค้าได้เพิ่มขึ้นจาก ๑๐๐ ตันต่อสัปดาห์มาเปึน ๒๕๐ ตันต่อสัปดาห์ ในแต่ละทิศทาง โดยไม่มีข้อจํากัดด้านความถี่และแบบอากาศยานจากอาณาเขตของตน ไปยังอาณาเขตของภาคีผู้ทําความตกลงอื่นแต่ละฝ์ายกลับกัน
๓. สายการบินที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลงแต่ละฝ์ายจะได้รับ อนุญาตให้ใช้สิทธิรับขนการจราจรเสรีภาพที่ ๓ ที่ ๔ ในการดําเนินการบริการขนส่งตาม จุดต่าง ๆ ที่ระบุเพิ่มขึ้นดังนี้ บรูไนดารุสซาลาม บันดาร์เสรี เบกาวัน กัมพูชา พนมเปญ อินโดนีเซีย บาตัม มานาโด ปาเลมบังและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เวียงจันทน์ หลวงพระบาง มาเลเซีย พม่า ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ในจุดต่าง ๆ นี้จะได้เพิ่มขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเปึนข้อตกลงที่จะต้อง ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
จึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้โปรดพิจารณา
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ บันทึกการหารือ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภามี ๖ ฉบับ โดยแยกเปึน ๔ ฉบับแรก เปึนบันทึกการหารือ คือฉบับที่ ๑ ไทย-เวียดนาม ฉบับที่ ๒ ไทย-บังกลาเทศ ฉบับที่ ๓ ไทย-อินเดีย ฉบับที่ ๔ ไทย-ฟ่ลิปป่นส์ ทั้ง ๔ ฉบับนี้ ได้ลงนามไปแล้วตามรัฐธรรมนูญของไทยในมาตรา ๑๙๐ จะมีผลบังคับใช้เมื่อรัฐสภา ได้ให้ความเห็นชอบ
ส่วนข้อที่ ๗ เปึนรายงานผลการเจรจาระหว่างไทยกับสแกนดิเนเวีย เพื่อที่จะเสนอต่อรัฐสภานี้เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศได้ไปเจรจาลงนามในบันทึก ความเข้าใจที่จะลงนามในเอ็มโอยูต่อไป
ฉบับสุดท้ายก็คือเปึนพิธีสารอาเซียนว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่จะเสนอต่อรัฐสภาเพื่อที่จะให้สัตยาบัน ฉบับนี้ได้ลงนามไปแล้ว ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจนะครับ ไม่เห็นส่งชื่อมาเลยผมก็คิดว่าไม่ติดใจ เอาสักคนก็แล้วกัน เชิญครับ ๒ ท่าน ท่านใดก่อน ท่านใดหลัง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในบันทึกและข้อตกลงต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้เสนอมาก็เปึนเรื่อง เกี่ยวกับสิทธิการบินทั้งหมด เพราะผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็ได้พยายามศึกษาดู แล้วก็ดูเหตุผลที่มีความตกลงกัน ส่วนใหญ่ก็เปึนการขยายเส้นทางการบิน เพิ่มเส้นทาง การบินมากขึ้น ซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าจะสนับสนุน ผมมีข้อสังเกตนิดเดียวท่านประธานครับ จริง ๆ ข้อสังเกตนี้ก็เปึนเรื่องในบันทึกของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งว่าไปแล้วก็ เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่พวกผมยังเปึนรัฐบาลอยู่ตอนนั้นเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมดูในบันทึกของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านก็อ้างถึง ข้อหารือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็เหตุผลของกระทรวงการต่างประเทศ ตรงกันเกือบทุกฉบับ คือกระทรวงการต่างประเทศเวลาที่กระทรวงคมนาคมหารือไป ถามว่าบันทึกหรือข้อตกลงว่าด้วยการบินมันเปึนสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้อง ผ่านรัฐสภาหรือไม่ ทุกคนก็ดูเหมือนตอบนะครับ ไปถามกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็บอกว่ามันน่าจะเปึน แต่ไม่ได้บอกว่าจะเปึนเลยท่านประธานครับ มันน่าจะเปึน เสร็จแล้วทางกระทรวงคมนาคมก็ไปอ้างกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อกระทรวงการต่างประเทศบอกว่ามันน่าจะเปึนสนธิสัญญาเข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง อย่างเรื่องการบินมันเกี่ยวกับการลงทุน แต่ว่ามันกระทบกับประเทศอย่างกว้างขวาง หรือไม่ ไม่มีใครบอก เพียงแต่บอกว่ามันน่าจะเปึนมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง แต่ถึงแม้จะ เปึนมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ผมถามว่ามันจะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ กระทรวงคมนาคมก็บอกก็เมื่อกระทรวงการต่างประเทศบอกมันน่าจะเปึน ผมก็น่าจะ เสนอ รัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นรัฐสภาก็น่าจะอนุมัติ ท่านประธานครับ คือมันน่าจะหมด ทุกอย่างน่าจะ ไม่มีใครชี้เลยว่ามันเปึนหรือไม่เปึน จนกว่าจะมีเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็กว้างนะครับท่านประธาน ศาลก็วินิจฉัย มาแล้วในคดีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า มันน่าจะเปึนสนธิสัญญา ตกลงทุกคนบอกว่าน่าจะเปึนหมดครับท่านประธาน นี่คือประเทศนี้ เมื่อเปึนอย่างนี้เรื่องอย่างนี้ซึ่งมันควรจะจบไปตั้งนานแล้ว ก็ต้องย้อนกลับ มาให้พวกเราได้พิจารณาอีก ผมก็เลยไม่มีเรื่องอะไรจะกราบเรียนท่านประธาน บอกเราก็น่าจะ อนุมัติให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ กระผมขอมติที่ประชุม เลยครับ ท่านอาจารย์สมคิดน่าจะเปึนอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าข้อ ๙ มันนานนะครับ เอาข้อ ๙ ดีกว่ากระมังครับ เอาสักหน่อย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมอยากตั้ง ข้อสังเกตกับเรื่องข้อหารือต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคมหรือของรัฐบาลนะครับ
เรื่องแรก ข้อหารือของหลายประเทศซึ่งผมตั้งข้อสังเกตว่า เดี๋ยวนี้นโยบาย ของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องการบิน นโยบายรัฐบาลมันสวนทางกับการทําข้อตกลงกับ ต่างประเทศคือนโยบายของกระทรวงคมนาคมมีนโยบายรวมเปึนสนามบินเดียว แต่ขณะเดียวกันไปทําข้อหารือเกี่ยวกับการบินไปทั่วโลกมันไม่คับคั่งหรือครับ นี่ข้อสังเกต อย่างนี้ ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อนโยบายรัฐบาลอยากมีสนามบินเดียว แต่ทําไมถึงต้องการไป สัมพันธไมตรีกันไปทั่ว อันนี้ก็เปึนที่น่าสังเกตก็อยากให้ทางผู้เกี่ยวข้องได้ไปพิจารณาก็แล้วกัน เพราะว่ามันไม่เอื้อกับข้อตกลงกับนานาประเทศเรื่องการบินที่เขากล่าวมาแล้ว
เรื่องที่สอง ที่ตั้งสังเกตก็เช่นเดียวกันเมื่อ ๒-๓ วันมานี้รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องป่ดน่านฟัาเขมร ขณะเดียวกันเราก็มา พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการสัมพันธ์กับต่างประเทศในเรื่องการบินไม่รู้จะเอาอย่างไร นโยบาย ทั้งกระทรวงคมนาคมและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพมันสวนทางกันนะครับ เกิดว่านายกรัฐมนตรีทักษิณไปสัมพันธ์กับประเทศที่ว่ามานี้จะไม่ป่ดหมดหรือน่านฟัา ใช่ไหมครับ ผมก็งง ๆ อยู่กับนโยบายเข้า ๆ ออก ๆ นะครับ
เรื่องสุดท้ายก็เช่นเดียวกันผมก็ตั้งข้อสังเกตเหมือนกันกับท่านพีรพันธุ์ เรื่องนี้เรื่องดําเนินกันมาตั้งหลายเดือน ถ้าพูดถึงมาตรา ๑๙๐ เราผิดหรือเปล่าที่ได้ให้ กระทรวงต่าง ๆ ไปทําข้อหารือแล้วป์านนี้ถึงมาขอสภา อันนี้ก็ฝากให้ผู้เกี่ยวข้องได้ดูแล ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ถือว่าจบการอภิปราย นะครับ ต่อไปผมจะถามที่ประชุมเพื่อจะขอมติอนุมัติทั้ง ๖ เรื่องนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย เพื่อจะนับองค์ประชุมว่าครบหรือไม่ครบครับ ท่านสมาชิกพร้อมแล้วหรือยังครับ ถ้าท่านสมาชิกพร้อมเสียบบัตรเสร็จแล้วนะครับ แสดงผลจํานวนสมาชิกเท่าไรอยู่ในห้อง ท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้เสียบบัตรมีไหมครับ เชิญเสียบเร็วครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ขออนุญาตเนื่องจากมีสมาชิกประชุม อยู่ห้องข้าง ๆ รบกวนท่านประธานได้ช่วยกรุณากดออดอีกสักครั้งนะคะ
ผมกดจนเมื่อยมือแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านกรุณาแสดงผลได้แล้วครับ
เขาขอสักครึ่งนาทีครับ
วันนี้ไม่มี ประชุมอื่นนะครับ ท่านสั่งงดหมดแล้วครับ ไม่มีประชุมห้องไหนเลยครับ
ไม่มีก็เข้ามาประชุมห้องนี้ก็แล้วกัน
ท่านประธานครับ ผมปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตอนท่านประธานเช็ก ท่านประธานเช็กเองนะครับองค์ประชุม ไม่ใช่พวกผมนะ ส่วนใหญ่ทางฝ์ายรัฐบาลชอบ บอกว่าพวกผมเช็กองค์ประชุม ไม่จริง
ไม่จริง ถูกแล้วครับ
ผมไม่ได้เช็ก แต่ว่าตอนเช็กองค์ประชุมท่านประธาน พอเสร็จแล้วท่านประธานบอกขอผล ผลไม่มามัน ผิดปกติ แต่จะครบ ไม่ครบ ผมว่าเจ้าหน้าที่ต้องมีปัญหาท่านประธาน
ไม่ใช่เครื่อง ผมชี้ไป ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง
ไม่ใช่ครับ ท่านประธาน ทุกครั้งถ้าครบมันจะแสดงผลทันที แต่พออย่างนี้ยึกยักไม่ถูกเลย ท่านประธาน ผมว่ารู้สึกไม่ถูกต้อง ผมขอให้สอบสวนเจ้าหน้าที่หน่อยครับ เพราะอย่างนี้ มันไม่ถูกครับ ไม่ครบก็ไม่ครบท่านก็ขานชื่อเอาสิครับ ก็ไม่เปึนอะไรครับ แต่ว่าพอไม่ครบปุ็บ ไม่แสดงผล
เอานะเดี๋ยวเราจะถึง ข้อ ๙
มันไม่ถูก ท่านประธาน ผมไม่ได้คัดค้านนะ แต่ผมเห็นทําแบบนี้บ่อยครั้ง
ขอบคุณที่เสนอแนะครับ
ผมขอให้ ท่านประธานทําเปึนครั้งสุดท้ายนะครับ
ไม่สุดท้ายครับ เราอยู่ด้วยกันนานครับ แสดงผล คุณแสดงอะไรมา นับองค์ประชุมแล้วคุณไปเอาเสียงอะไรมา ทดสอบเครื่อง ให้แน่นอนก่อนเจ้าหน้าที่ฝ์ายช่าง
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เนื่องจากว่า เมื่อสักครู่นี้มีการล้างเครื่องแล้วก็บางท่านยังไม่ได้กด ขออนุญาตท่านประธานให้กดใหม่ อีกรอบหนึ่งนะคะ มองไปยังมีบางคนยังไม่ได้กดเลย เชิญนะคะ
ล้างเครื่องใหม่ให้เรียบร้อย เจ้าหน้าที่
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแล้วนะครับ ทุกคนเสียบบัตรแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่เครื่องพร้อมแล้วนะครับ ถ้าทําไม่ได้ลงไปแล้วให้ คนอื่นเขามาทํา ครบแล้วนะครับ เมื่อครบแล้วก็แสดงตนมา องค์ประชุม ๓๑๘ ท่าน ครึ่งหนึ่ง ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
กระผมขอถามเลยนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดอนุมัติบันทึกการหารือ ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถ้าท่าน เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นชอบก็กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านงดออกเสียง ก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว แสดงผล มีผู้เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๐๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
ต่อไปบันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับท่านสมาชิกรัฐสภา
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วผมขอผลครับ มีผู้เห็นด้วย ๓๐๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๐๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าเห็นชอบนะครับ
ต่อไปบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐอินเดีย ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาใช้สิทธิของท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธินะครับ โปรดส่งผลคะแนนมา มีผู้เข้าประชุม ๔๒๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๐๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
ต่อไปบันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิท่านครับท่านสมาชิกรัฐสภาครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๑๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๙๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
ต่อไปรายงานผลการเจรจาการบินระหว่างไทย-ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงนะครับ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาใช้สิทธิของ ท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๘ ท่าน งดออกเสียง ๙๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนะครับ
ต่อไปพิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจอาเซียนว่าด้วยบริการขนส่งสินค้า ทางอากาศ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยทุกท่านแล้ว ส่งผล มีท่านผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๔๒๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๙๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ท่านสมาชิกท่านมีความสนใจแต่เช้านะครับ คือ เปึนระเบียบวาระที่ ๙ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา
เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะอภิปราย โปรดยื่นบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคและทั้งท่าน คือได้บางส่วนนะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเสนอ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาที่รัฐบาลได้เสนอ เพื่อขอความเห็นชอบของรัฐสภาดังนี้
เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ รัฐสภาได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ กรอบการเจรจาด้านการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา จอยท์ บาวดารี่ คอมมิชชั่น เจบีซี (Joint Boundary Commission : JBC) และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ด้วยคะแนนเสียง ๔๐๖ เสียงต่อ ๘ เสียง จาก ๔๑๘ เสียงของผู้เข้าร่วมประชุมและได้ให้ความเห็นชอบ กรอบการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณ เขาพระวิหาร ด้วยคะแนนเสียง ๔๐๙ เสียงต่อ ๗ เสียง จาก ๔๑๘ เสียงของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งเปึนการดําเนินการมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ สําหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้เปึนเรื่องการขอความเห็นชอบบันทึก การประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เพียงเท่านั้น ยังไม่ใช่การขอความเห็นชอบต่อร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งกระผมขอทําความเข้าใจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า ร่างความตกลง ดังกล่าวกําลังอยู่ในระหว่างการเจรจาและเมื่อเจรจาได้เปึนที่ยุติแล้วรัฐบาลจะขอให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการให้มีผลผูกพันต่อไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ภายหลังจากได้รับความเห็นชอบกรอบการเจรจา ด้านการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทั้งทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนวในกรอบของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาและกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้เมื่อเดือน ตุลาคม ๒๕๕๑ ดังกล่าวแล้ว คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาฝ์ายไทย ได้ประชุมกับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ฝ์ายกัมพูชาจํานวน ๓ ครั้ง กระบวนการเจรจาเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศทั้งสอง ในกรอบของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชามีความคืบหน้าไปมาก และในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ได้มีการลงนามบันทึกการประชุม ๓ ฉบับ ได้แก่
๑. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่เมืองเสียมราฐ เมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
๒. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๔ ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และ
๓. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒
สาเหตุที่ไม่ได้นําเสนอบันทึกความเข้าใจในแต่ละครั้งเนื่องจากการประชุม ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ ไม่สามารถตกลงกันได้ แต่ต่อมาเมื่อมีการประชุมครั้งที่ ๓ และตกลงกันได้จึงมีการลงนามในบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม บันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับที่ลงนามแล้วนี้ยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่าทั้ง ๒ ฝ์ายจะยืนยัน ผ่านช่องทางทางการทูตว่าได้มีการดําเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายใน ครบถ้วนแล้ว และในส่วนของไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน วันนี้กระผม จึงขอเสนอบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนที่จะยืนยัน แก่ฝ์ายกัมพูชาผ่านช่องทางทางการทูตเพื่อให้บันทึกการประชุมมีผล เพื่อให้กระบวนงาน สํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาภายใต้กรอบของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาได้ดําเนินงานต่อไป
คณะผู้แทนไทยในองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ฝ์ายไทยประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งฝ์ายความมั่นคง ฝ์ายกฎหมาย และฝ์ายเทคนิคการสํารวจ ประธานฝ์ายไทยคือนายวศิน ธีรเวชญาณ ที่ปรึกษากระทรวง การต่างประเทศ กระผมจึงขอยืนยันและความมั่นใจต่อรัฐสภาว่าคณะผู้แทนได้พิจารณา อย่างละเอียดและรอบคอบอย่างยิ่งตามกรอบการเจรจาที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ประเด็นสําคัญที่เปึนผลของการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ที่ปรากฏตามบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับ ได้แก่
๑. ที่ประชุมยืนยันว่าควรดําเนินการตามขั้นตอนที่ ๒ ของแผนแม่บท และข้อกําหนดอํานาจหน้าที่ของการสํารวจโดยเร็วที่สุด คือให้ผลิตแผนที่ภาพถ่าย ทางอากาศ ออร์โธโฟโต แมพส์ (Orthophoto map’s) ตลอดแนวเขตแดนเพื่อช่วย ในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทคนิค หารือกันในเรื่องนี้ต่อไปโดยเร็วที่สุด
๒. เห็นชอบว่าชุดสํารวจร่วมอาจเริ่มการสํารวจพื้นที่ตอนที่ ๕ หลักเขตแดนที่ ๑-๒๓
๓. ที่ประชุมหารือเรื่องการจัดทําคําแนะนําอินสทรัคชัน (Instruction) สําหรับการสํารวจในพื้นที่ตอนที่ ๖ คือหลักเขตแดนที่ ๑ และเขตสัตตะโสม ซึ่งรวมบริเวณ ปราสาทพระวิหารด้วย แล้วมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปหารือกันในระดับเทคนิคต่อไป
๔. ระหว่างรอการจัดทําข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารให้แล้วเสร็จ ทั้ง ๒ ฝ์ายเห็นพ้องให้เริ่มสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนในพื้นที่ตอนที่ ๖ ทันทีที่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับคําแนะนําสําหรับ การสํารวจพื้นที่ตอนที่ ๖
๕. เห็นชอบให้มีการประชุมเจบีซี สมัยวิสามัญเพื่อหารือประเด็นกฎหมาย เกี่ยวกับพื้นที่สํารวจตอนที่ ๖ เมื่อมีการเริ่มสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนในพื้นที่ดังกล่าว
๖. รับทราบว่าเจ้าหน้าที่เทคนิคของทั้ง ๒ ฝ์ายได้เห็นพ้องกันเกี่ยวกับ ร่างภาษาอังกฤษของรายงานร่วมว่าด้วยการสํารวจสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดน ๒๙ หลัก (หลักเขตแดนที่ ๒๕-๕๑) แล้วตกลงให้เจ้าหน้าที่เทคนิคของทั้ง ๒ ฝ์ายร่วมกัน ตรวจสอบร่างรายงานการสํารวจทั้ง ๓ ภาษาก่อนส่งให้อนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม จอยท์ เทคนิคัล ซับ-คอมมิชชัน-เจทีเอสซี (Joint Technical Sub-Commission-JTSC) และเจบีซีพิจารณาแล้วให้ความเห็นชอบต่อไปตามลําดับ
๗. รับทราบว่าฝ์ายไทยจะส่งร่างภาษาอังกฤษของรายงานร่วมว่าด้วย การสํารวจสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดนสําหรับ ๑๙ หลักที่เหลือ หลักเขตแดนที่ ๕๒ ถึงหลักเขตแดนที่ ๗๐ ให้ฝ์ายประเทศกัมพูชาพิจารณาต่อไปโดยเร็วที่สุด
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอย้ําว่าหากรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ต่อบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็จะยังไม่ทําให้ ร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ที่แนบมาพร้อมกับบันทึกการประชุมเจบีซี ทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวนั้นมีผลใช้บังคับ หรือเปึนการรับรองการเจรจาเท่าที่มีมาเกี่ยวกับร่างดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ ทั้งนี้เนื่องจาก
ประการแรก การเจรจาข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบการเจรจา อีกกรอบหนึ่งต่างหาก ได้แก่ กรอบการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และกัมพูชาได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาเปึนผู้เจรจาแทน
ประการที่สอง การเจรจาข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวยังมีประเด็นคงค้าง และต้องเจรจากันต่อไปยังไม่มีข้อยุติ และเมื่อการเจรจาเปึนที่ยุติและมีการลงนาม ความตกลงนี้ โดยมีเงื่อนไขว่ายังไม่มีผลบังคับใช้เมื่อลงนามแล้ว เพราะรัฐบาลต้องนํามาเสนอ ขอความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนที่จะดําเนินการให้มีผลผูกพัน ข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับ สถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหารเปึนมาตรการชั่วคราว เพื่อลดความตึงเครียด บริเวณชายแดน บริเวณประชิดประสาทพระวิหารระหว่างรอการสํารวจและจัดทํา หลักเขตแดนในบริเวณดังกล่าว และจะยุติการบังคับใช้เมื่อการสํารวจและจัดทํา หลักเขตแดนในบริเวณดังกล่าวเสร็จสิ้น
ท่านประธานที่เคารพ สําหรับบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ร่วมไทย-กัมพูชา จํานวน ๓ ฉบับ ที่เรียนเสนอขอความเห็นชอบของรัฐสภา หากได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาก็จะได้แจ้งยืนยันฝ์ายกัมพูชาโดยช่องทางทางการทูตให้บันทึก การประชุมทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวมีผล เพื่อให้กระบวนการเจรจาเรื่องเขตแดนและการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาดําเนินต่อไปได้ อันเปึนไปตามเจตนารมณ์ร่วมกันของประเทศไทยและประเทศกัมพูชาที่จะระงับข้อพิพาท เขตแดนที่มีอยู่อย่างสันติวิธีและเพื่อที่จะให้การดําเนินงานสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เปึนไปเพื่อปัองกันมิให้เขตแดน เปึนอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้อีกทางหนึ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ
เอาทั้ง ๒ ฉบับเลยครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ไทย มาเลเซีย และประเทศเวียดนาม อ้างสิทธิทับซ้อนกันที่ รัฐบาลได้เสนอต่อรัฐสภาดังนี้
ท่านประธานครับ ตั้งแต่ช่วงป้ ๒๕๐๙ ถึงป้ ๒๕๑๖ เปึนต้นมา ได้มีการประกาศ การอ้างเขตทางทะเลทับซ้อนกันในอ่าวไทยระหว่างไทยกับมาเลเซีย ไทยกับเวียดนาม และการอ้างสิทธิทับซ้อน ๓ ฝ์าย ระหว่างไทย-มาเลเซีย และประเทศเวียดนาม ในส่วนที่ ประเทศไทยอ้างสิทธิทับซ้อนกับประเทศมาเลเซียเราได้แก้ไขแล้ว โดยการทําพื้นที่ พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เมื่อป้ ๒๕๒๒ และในส่วนที่ประเทศไทยอ้างสิทธิทับซ้อนกับ ประเทศเวียดนาม ประเทศไทยได้เจรจาแบ่งเขตสําเร็จเมื่อป้ ๒๕๔๐ อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือพื้นที่ทับซ้อนอ้างสิทธิกัน ๓ ฝ์าย อยู่ประมาณ ๘๖๗ ตารางกิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ให้ความสําคัญในระดับรอง เนื่องจากอยากเร่งการเจรจาทําพื้นที่พัฒนา ร่วมไทย-มาเลเซีย และเจรจาแบ่งเขตกับประเทศเวียดนามให้สําเร็จลุล่วงเสียก่อน นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังมีขนาดค่อนข้างเล็กและไม่ทราบถึงศักยภาพด้านทรัพยากร ที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามขณะนี้ทั้งประเทศมาเลเซียและประเทศเวียดนามได้แสดงเจตจํานง ที่จะแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลที่ยังคงเหลือกับประเทศไทยให้เรียบร้อย ซึ่งรัฐบาลก็เห็นว่า หากการแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้ได้สําเร็จ ก็จะเปึนประโยชน์แก่ประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ ในเขตทางทะเลนั้นหากมีการอ้างสิทธิทับซ้อนกัน และการอ้างสิทธิของแต่ละประเทศ มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายระหว่างประเทศสนับสนุน เพียงพอก็สามารถเจรจาแก้ไขปัญหาได้โดยวิธีการแบ่งเขตหรือการแสวงหาผลประโยชน์ ร่วมกันได้ ในกรณีของพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ๓ ฝ์ายนี้แต่ละประเทศมีหลักการทางกฎหมายระหว่าง ประเทศมาสนับสนุนอย่างน่าเชื่อถือเท่าเทียมกัน และในบริเวณดังกล่าวประเทศทั้งสาม มีสิทธิอธิปไตยในการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรและเขตอํานาจในการรักษา เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เปึนต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากการเจรจาดังกล่าวน่าจะนําไปสู่การแบ่งสิทธิอธิปไตยและเขตอํานาจ หรือการใช้ เขตอํานาจร่วมกับประเทศอื่น จึงน่าจะเข้าข่ายการจัดทําหนังสือสัญญาที่เข้าข่าย มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง รัฐบาลจึงได้เสนอกรอบการเจรจานี้มาเพื่อรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะเริ่มทาบทามให้มีการเจรจาต่อไป และเมื่อเจรจา สําเร็จแล้วจะนําผลการเจรจามาให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะ ดําเนินการให้มีผลผูกพัน ขอกราบขอบพระคุณครับ
เนื่องจากกระผมได้รับหนังสือ จากกระทรวงการต่างประเทศ ขอส่งผู้ร่วมชี้แจงบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา อนุมัติให้ คุณวศิน ธีรเวชญาณ ประธานคณะกรรมการเขตแดน ร่วมไทย-กัมพูชา ฝ์ายไทยกับ พลตรี นพดล โชติศิริ รองเจ้ากรมแผนที่ทหารฝ์ายปฏิบัติการ เชิญได้เลยครับ
ท่านประธาน ผมขอกราบอนุญาตครับ ขอให้เปึนการประชุมลับได้ไหมครับ
ได้ครับ ไม่เปึนอะไร เดี๋ยวท่านค่อยเสนอ แล้วก็กรอบที่ ๒ กรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ไทย มาเลเซีย และเวียดนามอ้างสิทธิ ทับซ้อนกัน เชิญคุณวศิน ธีรเวชญาณ กับคุณคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน เชิญทั้ง ๔ ท่าน ทางรัฐมนตรี ทางรัฐบาลขอเสนอเปึนการประชุมลับ เมื่อเสนอเปึนการประชุมลับเปึนเอกสิทธิ์ ขอเชิญผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกรุณาออกไป ข้างนอกห้องประชุมด้วย ทุกท่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นว่าที่ทางรัฐบาลเสนอให้ประชุมลับนี่มันไม่ได้ เปึนสิ่งที่จะเลวร้ายไปขนาดนั้น ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่รัฐบาล น่าจะเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับฟังปัญหาเรื่องชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา เปึนเรื่องสําคัญที่คนทั้งประเทศอยากฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในการตัดสินใจต่าง ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง มันกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ถ้าท่านประธานให้ประชุมลับ พี่น้องประชาชน ก็ไม่สามารถรับฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในสภาแห่งนี้ แล้วจะเรียกประชุมไปทําไม
เปึนเอกสิทธิ์ของรัฐบาลเขา ผมไม่มีสิทธิ เปึนเอกสิทธิ์ครับ เชิญคุณอดุลย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถูกต้องครับมันเปึนเอกสิทธิ์ของ ทางคณะรัฐมนตรี แต่ผมจําได้ว่าตอนที่มีการเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ในสมัยนั้นมีการพูดเรื่องเขาพระวิหาร ผลปรากฏว่ามีการอภิปรายกัน และมันทําให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้มากมาย เพราะฉะนั้นในตอนนั้นผมเปึนคนเสนอ ที่จะขอประชุมลับ แต่ผลปรากฏว่าทางรัฐบาลขณะนั้นก็ใจกว้างที่จะไม่ประชุมลับ ดังนั้น ในวันนี้ผมคิดว่าตอนนี้เรากําลังมีผลกระทบ เรากําลังมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับ ประเทศกัมพูชาด้วยซ้ํา ประเด็นนี้ที่จริงไม่น่าที่จะมีปัญหามากมายนัก แล้วก็เปึนประเด็นที่ ตอนนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะถามทางรัฐบาลว่า พอจะใจกว้างที่จะเป่ดประชุมโดยเป่ดเผยเพื่อให้คนทั้งประเทศได้รับทราบบ้างได้ไหมว่า มันเปึนอย่างไร โดยเฉพาะการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ทับซ้อนครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเองก็ทําท่าจะเสนอยกเลิกเอ็มโอยูระหว่าง ไทย-กัมพูชา แต่ผลปรากฏว่าตอนนี้จะมาขอกรอบการเจรจาของไทยกับประเทศอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้มันน่าจะเปึนที่สนใจของประชาชน แล้วก็ไม่น่าจะมีอะไร เสียหาย ผมคิดว่าทางฝ์ายค้านเองก็คงจะไม่ทําให้ประเทศชาติเสียหาย เพราะทุกคน มีความรักชาติทุกคนท่านประธาน ไม่มีใครผูกขาดความรักชาติว่ารัฐบาลมีความรักชาติ แต่ฝ์ายค้านไม่รักชาติ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าทางรัฐบาลน่าจะใจกว้างและเป่ดการประชุมโดยเป่ดเผย จึงขอทางรัฐบาล เปลี่ยนใจได้ไหมครับ ขอให้ประชุมโดยเป่ดเผยท่านประธานครับ
เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกรัฐสภา ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมมีข้อความเห็นแตกต่างกับ ท่านประธานครับ ความแตกต่างของผมนั้นไม่เกี่ยวกับเปึนฝ์ายค้านหรือรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับเปึนรักชาติ ไม่รักชาติ แต่ผมกําลังคํานึงถึงว่าที่ประชุมขณะนี้มีผู้ปฏิบัติ จาก ๓ หน่วยงานซึ่งจะมาชี้แจงให้ข้อมูลกับสมาชิกรัฐสภา มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคุมนโยบายด้านนี้อยู่ มีท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ สิ่งที่ผมห่วง คือว่าการจะไปเจรจากับต่างประเทศนั้นต้องรู้เขารู้เรา ฉะนั้นขณะนี้ในเรื่องชายแดนเปึน เรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แล้วก็ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจนั้นมีค่าหลายแสนล้านบาท ผมเกรงว่าสิ่งที่ประชาชนจะไม่รู้นั้นรัฐบาลต้องแจ้งให้ประชาชนทราบอยู่แล้ว ผมไม่ห่วง ไม่กังวลเรื่องนั้น เพราะว่ารัฐบาลนั้นต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศต้องมีหน้าที่แถลงอยู่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมีหน้าที่แถลง อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมเกรงก็คือว่าการที่เราจะต้องไปมีกรอบเจรจากับเขา แล้วคู่เจรจานั้น รู้ท่าที รู้ข้อมูลเชิงลึกของเรา ผมเกรงว่าประโยชน์สูงสุด อํานาจต่อรองสูงสุดที่ประเทศไทย พึงมีจะถูกบั่นทอนลงไป ฉะนั้นผมคิดว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศครับท่านประธาน ผมคิดว่าอยากจะเสนอรัฐบาลว่าอยากจะให้เปึนประชุมลับตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเสนอ เพราะคิดว่าเปึนสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ แล้วสถานการณ์เราไม่ทราบว่าการขึ้นไปแล้ว ผมไม่เชื่อว่าใครไม่รักชาติครับ ทุกคนรักหมด แต่เกรงว่าสิ่งที่เราพูดไปแล้วเมื่อพูดไปแล้วคําพูดจะเปึนนายตัวเองพันคอแล้วมันจะพันไป ถึงประเทศไทยด้วย ก็ไม่อยากให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ หรือตึงเครียดไปกว่านี้ แล้วผมคิดว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศอยากจะขอเสนอรัฐบาลให้พิจารณา เรื่องประชุมลับครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณเรืองไกรครับ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็จากที่ฟังท่านรัฐมนตรีต่างประเทศได้พูดมามันมี ๒ บันทึก คือบันทึกตามข้อ ๙ แล้วก็กรอบตามข้อ ๑๐ ทีนี้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการซึ่งเปึนเอกสิทธิ์ เสนอให้ประชุมลับ ๑. ก็ต้องทําความเข้าใจว่าเราจะประชุมลับระหว่างข้อ ๙ คือไทย-กัมพูชา รวมถึงข้อ ๑๐ ไทย-มาเลเซีย กับไทย-เวียดนามด้วยหรือไม่ นั่นคือคําถาม ส่วนในเหตุผล จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้มีการพูดจากันว่าข้อตกลงต่าง ๆ ที่เคยทํามา มีความไม่โปร่งใสจากอดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อนนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือทาง พันตํารวจโท ทักษิณ ปัญหาหนึ่งที่เราจะประชุมลับถามว่าเราจะโปร่งใสเพียงพออย่างนั้น หรือ ถ้าเราเป่ดเผยไปทุกคนรักชาติ ทุกคนมีความซื่อสัตย์ต่อคู่สัญญา
คุณเรืองไกรมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี พอท่านชี้คุณเรืองไกร ลุกขึ้นพูด แล้วอยู่ ๆ มากล่าวหาว่าอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเขาไม่อยู่ในห้องประชุมนี้ทําอะไร ไม่โปร่งใส ท่านเอาหลักฐานอะไรมาพูด เพราะฉะนั้นคําพูดอย่างนี้ท่านจะหารือประธาน จะเสนอเรื่องพวกนี้ เสนอว่าจะประชุมลับหรือไม่ประชุมลับเปึนอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าใครโปร่งใส ไม่โปร่งใส ผมว่าไม่ควรพูดดีกว่า ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ พอกระมังครับ คุณเรืองไกร
ท่านวินิจฉัย ได้หรือยังครับ ผมจะได้พูดต่อ
ครับ ผมวินิจฉัยว่าไม่ควรพูดถึง ชื่อบุคคลภายนอกครับ
ก็ไม่เปึนอะไรครับ โดยเจตนาผมไม่ได้จะพูดให้ร้ายกับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ผมเพียงแต่กําลัง จะบอกว่าสิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีทําไปนั้นทําในนามของประเทศไทย ไม่ใช่ทําในนาม ตัวนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัยนั้น เพราะฉะนั้น ภาระความผูกพันต่าง ๆ ที่จะกล่าวถึงก็คือสิ่งที่เราจะต้องรับภาระผูกพันไป ท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ท่านอภิสิทธิ์ก็ต้องรับภาระผูกพันมา กรณีของไทย-กัมพูชาเอง ก็บอกอยู่แล้วว่าการเจรจาครั้งแรกเริ่มก่อนที่ท่านจะมาเปึนนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น สิ่งที่พูดว่าการกระทําของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทุกท่าน ผมกําลังจะบอกว่ามีความ โปร่งใส ไม่ใช่ไม่มีความโปร่งใส แต่ตามข่าวเพราะบอกว่าอาจจะมีความไม่โปร่งใส เพราะฉะนั้นเราก็เลยอยากจะบอกว่าอย่างนั้นเราจะไปยกเลิกเอ็มโอยูเขาใช่ไหมครับ เราก็เลยท้วงติง ดังนั้นถ้าวันนี้จะให้
คือจะยาวไปครับ เราเอาว่า
ได้ครับ ผมเข้าเรื่องเลยนะครับ
ครับ
ถ้าเหตุผล ที่รัฐบาลจะขอเสนอประชุมลับ ผมเองกลับไม่เห็นด้วย เราควรจะพูดจากันให้ชัดเจนว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศก็ดี ทางรัฐบาลไปทํามาทั้ง ๓ ครั้งก็ดี เราทําด้วยความเท่าเทียมกัน ระหว่างประเทศหรือไม่ หลักเขตแดนที่ปักไปแล้วเราก็ควรจะบอกให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ ไม่เช่นนั้นแล้วประชาชนในจังหวัดที่ติดกับชายแดนก็จะมาร้องที่คณะกรรมาธิการหรือว่า ร้องต่อท่านประธานนะครับว่ามีการย้ายหลักหมุดหรือเปล่า อะไรหรือเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ ผมเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลทําไป ผมถือว่าทําในนามของ ประเทศไทยและควรจะเป่ดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ ไม่เห็นด้วยที่จะประชุมลับครับ ขอบคุณครับ
คุณปวีณสักคนหนึ่ง แล้วก็ท่านคํานูณ ๒ ท่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะเปึน การประชุมลับ ในการที่เราจะเสนอข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทําต่อกัมพูชาในเรื่องของการปักปัน เขตแดนก็ดี ข้อตกลงเหล่านี้มันเปึนที่เป่ดเผยอยู่แล้ว ไม่ใช่ความลับ ประชุมมาอยู่ดี ๆ ท่านจะมาทําให้เสียบรรยากาศ อย่าลืมนะครับ ตอนนี้เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของ ประชาชนทุกคนที่มีส่วนได้เสีย ประชาชนคนไทย เฉพาะอย่างยิ่งแล้วจังหวัดศรีสะเกษ ของผม วันที่ ๑๒ นี้จะทําอะไร ผมจะอภิปรายให้ฟังว่าท่านกําลังทําอะไร ท่านมีเหตุผล อะไรที่จะทําอย่างนี้ คนในเขตชายแดนสั่งให้เขาทําอะไรบ้าง ผมได้พูดให้พี่น้องรู้ว่าตอนนี้ รัฐบาลกําลังทําอะไร ท่านมีความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ตั้งแต่ผมเกิดมา ตอนนี้อายุ ๖๐ ป้แล้วครับ เขตแดนท่านปักปันได้กี่หลักในบริเวณของเขต จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ป้หนึ่งใช้งบประมาณประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ท่านทําอะไรได้บ้าง มีความก้าวหน้าอะไร มันต้องเป่ดเผย เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ผมไม่เชื่อว่า จะเปึนความลับ และไม่เชื่อว่าเวลาอภิปรายไปแล้วรัฐบาลจะเสียหาย ถ้าหากว่ารัฐบาล มีความจริงใจ มีความบริสุทธิ์ใจแล้ว ไม่เสียหาย เป่ดเผยให้เขารู้สิครับ ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วม ตอนนี้เข้าใจว่าอย่างไรบ้าง เขาจะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงนั้นเปึนอย่างไร ข้อตกลง ที่ท่านประชุมไว้ ๓ ครั้งนี้จะสัมฤทธิผลหรือไม่มันไม่ได้อยู่ที่ว่าลับหรือไม่ลับ เพราะฉะนั้น ผมจะยังไม่ลงที่รายละเอียด แต่ไม่เห็นด้วยในการประชุมลับ ขอร้องเถอะครับ เดินมาดี ๆ ท่านอย่าให้มีปัญหาเลย ทุกคนต้องรับรู้รับทราบ เขาสนใจอยู่ข่าวนี้นะครับ ผมไม่เห็นด้วย ในการที่จะประชุมลับ ขอร้องครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านคํานูณครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ผมเฝัารอวาระนี้ มา ๒-๓ เดือนนะครับ อันที่จริงสิ่งที่ผมเตรียมการที่จะพูดไม่ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าในรอบสัปดาห์นี้เลยนะครับ เรื่องนี้เปึน เรื่องที่รัฐบาลเสนอเข้ามาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม แล้วก็เกือบจะมีการพิจารณากัน ในเดือนสิงหาคมประมาณปลาย ๆ เดือนแล้วก็เลื่อนมาเรื่อยนะครับ แล้วเรื่องนี้ก็เปึน ความเข้าใจที่แตกต่างหลากหลายกันในสังคมมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ ขอความกรุณารัฐบาล ผมเคยพูดกับรัฐบาลทั้งในการถามกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งในการพูดในสภา และที่กระทรวงการต่างประเทศว่าถ้าหากมีการประชุมเช่นนี้อีก ขอความกรุณาอย่าให้เปึนการประชุมลับทั้งหมด ท่านลองเป่ดไปก่อนสิครับ และถ้าเผื่อว่ามีเหตุการณ์ที่ท่านมองเห็นว่าจําเปึนจะต้องพูด ประเด็นอะไรที่มันกระทบต่อความเสียหายของประเทศไทยในการเจรจาความเมือง ระหว่างประเทศ เมื่อถึงจุดนั้นค่อยประชุมลับเปึนเฉพาะเรื่องเฉพาะตอนก็ยังพอได้ ท่านประธานครับ ถ้าประชุมลับทั้งหมดนี่นะครับ ท่านประธานทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหมครับ เราต้องยอมรับความจริงครับ แม้แต่การถ่ายทอดออกนอกห้องประชุมไปยังห้องอาหาร ก็ยังไม่มีการถ่ายทอด และโดยธรรมชาติสมาชิกเราก็มีภารกิจที่จะต้องออกไปหาข้อมูล ข้างนอกเยอะ เมื่อออกไปข้างนอกก็ไม่ได้รับฟังการชี้แจงของทั้ง ๒ ฝ์าย หรือ ๓ ฝ์าย หรือ ๔ ฝ์ายอะไร และเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาลงมติ ซึ่งกระผมเห็นบรรยากาศตั้งแต่อนุมัติกรอบไป เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วนะครับ
อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ สมาชิกรัฐสภาประชุมลับ ถ่ายทอดไม่ได้ แต่ว่าภาคประชาชนข้างนอกเวลาเขาต่อสู้เคลื่อนไหว เขาเป่ดเผย เขาแถลงข่าว กระผมว่า กลับจะเปึนผลเสียหายต่อรัฐบาลด้วยซ้ําที่จะไม่มีโอกาสชี้แจง เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียน ขอความกรุณารัฐบาลได้โปรดพิจารณาใหม่ครับว่าอย่าได้เปึนการประชุมลับทั้งหมดเลย กระผมเชื่อมั่นในวิจารณญาณของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดดีว่าควรจะพูดอะไร แค่ไหน อย่างไร ถึงจะไม่ให้เปึนผลเสียหายต่อการเจรจาความเมืองของประเทศไทย ขอบพระคุณ ครับ
ผมว่าพอจะสรุปได้กระมังครับ เดี๋ยวครับ ผมถามรัฐบาลครับ ท่านรัฐบาลท่านผ่อนผันไหม ถ้าท่านผ่อนผันเราก็ดําเนินการเลย เชิญครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ อย่าเสียเวลาครับ เพราะว่า งานของเราอีกเยอะ ท่านตัดสินครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงประการแรกที่คงต้องชี้แจงก่อนนะครับ เพราะเมื่อสักครู่พูดถึงเรื่องว่าใจกว้าง ไม่ใจกว้าง คือกรณีของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเปึน เรื่องของการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล ซึ่งอันนั้นก็เปึนเรื่องที่มีการดําเนินการไป เมื่อป้ที่แล้ว แล้วก็ป้นี้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้มีปัญหานะครับ ก็ต้องเป่ดเผยให้ ประชาชนรับทราบ ฝ์ายค้านก็จะพูดถึงการทํางานที่อาจจะเปึนความบกพร่อง ความไม่สุจริต ของรัฐบาลก็ชี้แจงกันไป บังเอิญกรณีนี้มันไม่ใช่เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการตรวจสอบ เรากําลังมาขอเครื่องมือในการที่จะไปใช้ในการเจรจากับต่างประเทศ ซึ่งในภาวะที่ถือว่าเปึนเรื่องปกติที่สุดบางเรื่องก็เปึนเรื่องที่ไม่มีความลับ บางเรื่องก็อาจจะ มีบางประเด็นที่ทางฝ์ายบริหารอาจจะอยากพูดกับฝ์ายนิติบัญญัติ แต่ไม่ต้องการให้มี ข้อมูลที่ออกไปว่าอาจจะกระทบกับการเจรจาได้ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลได้หารือกันก็คือว่าการอภิปรายจะอยู่ในกรอบเรื่องของการเจรจาตามวาระ หรือจะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งบางเรื่องก็มีความเสี่ยงต่อการที่คําพูด ออกไปแล้วจะถูกตีความจากทางประเทศเพื่อนบ้านแล้วเกิดปัญหาเพิ่มขึ้นได้ เพราะว่า หน้าที่ของรัฐบาลก็ดูแลให้เราแสดงออกอย่างเหมาะสม ทีนี้ก็ต้องถามท่านสมาชิก เหมือนกันละครับว่าถ้าหากจะมีการอภิปรายเกินเลยไปกว่ากรอบที่มีการเสนอนี่ครับ มันก็จะมีความเสี่ยงตรงนี้ ถ้าท่านยืนยันว่าอภิปรายเฉพาะกรอบตรงนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ
ยืนยันไหมครับ คนที่ยกมือ ปฏิญาณตนก่อน หรือเปล่า เชิญคุณสมเกียรติ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมไม่ได้พูดในสภานี้ ยาวนานมาก เพราะถ้าไม่มีประเด็นจริง ๆ ผมไม่พูด ความจริงผมมีความศรัทธา ใน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านจบที่อังกฤษท่านก็รู้ว่าสภาพสภาของอังกฤษเขาต่อสู้ เปึนอย่างไรบ้าง ตรงไปตรงมา ฝ์ายบริหารกับฝ์ายค้านจัดตั้งกันอยู่ใกล้ ๆ แล้วต่อสู้ พวกเราก็ไปดูงานกัน นี่คือต้นแบบของประชาธิปไตย ทีนี้เรามาดูนะครับว่าเอกสาร มันไม่ได้ลับ ถ้าเปึนเอกสารลับ เปึนกรอบ มันก็ต้องประชุมลับไม่เป่ดเผย เอกสารนี้ก็ตรงไปตรงมาส่งที่บ้าน แล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านกําลังทํากลับสะท้อนความรู้สึก ความคิดไม่เปึนประชาธิปไตย ถ้าสมมุติว่าท่านสมาชิกแต่ละคนที่อภิปราย ถ้าท่านอภิปรายออกนอกลู่นอกทางไปโจมตี ท่านนายกรัฐมนตรี โจมตีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขาก็เสียหาย เขาก็ฟัองในคดีอาญาได้ ผมไม่เชื่อว่ามันอยู่ในกรอบของความลับหรืออะไรต่าง ๆ ผมเลยขอกราบเรียนท่านนะครับ ผมไม่ขอท่านหรอก เพราะท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านขึ้นพูดออกมานี่แสดงว่าท่านไม่ให้ แต่ขอถามเหตุผล ท่านวุฒิสมาชิกทุกคนอยากจะพูด ผมเชื่อว่าวุฒิภาวะของคนเตรียมไว้ดี แล้วก็ถ้าพูดไม่ดีเขาจะเสียหาย ขอเรียนท่านนะครับ เป่ดอย่างที่ท่านวุฒิสมาชิกว่า พอเป่ดแล้วประเด็นไหนที่ใครก่อให้เกิดความเสียหาย สามารถที่จะยกว่าประชุมลับเกี่ยวเนื่องกับประเทศอื่นได้ทันที ผมเชื่อว่าทุกคนก็จะ สํารวมอินทรีย์ ทํางานด้วยมีสติ มีสัมปชัญญะ ขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดูท่านสมาชิกจะเข้าใจผมผิดนะครับ ผมไม่ได้มี ความกังวลเลยว่าเพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วผมหรือท่านรัฐมนตรีจะเสียหายครับ ผมกังวลว่าบางทีมีการอภิปรายแล้วก็ไปพูดถึงสถานการณ์ในปัจจุบันแล้วไป กระทบกระเทือนกับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์ได้ เพราะว่าเราก็ทราบดีว่าแม้แต่ที่ผ่านมาถ้าท่านฟังการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีของ กัมพูชาครั้งล่าสุด ก็มีการไปอ้างอิงถึงการกระทําของคนอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลด้วยซ้ํา แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปึนเงื่อนไขในการที่จะใช้ตอบโต้กับประเทศของเรา เพราะฉะนั้น ผมก็บอกว่าถ้าจะมีการประชุมเป่ดเผยก็ขอให้ท่านได้ยืนยันว่าจะช่วยกันอภิปรายอยู่ ในกรอบ แล้วไม่มีประเด็นอะไรที่จะไปกระทบกระเทือนกับประเทศเพื่อนบ้านครับ
คุณวิทยา วิปฝ์ายค้าน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ กระผมขอสนับสนุนเรื่องให้มีการประชุมโดยเป่ดเผย ซึ่งเหตุผลผมที่เรียนเมื่อเช้า ท่านสมาชิกในซีกของพรรคฝ์ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้แสดงเจตนารมณ์ให้เห็นแล้วว่า จะขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๙ นั้นขึ้นมาพิจารณาเปึนระเบียบวาระที่ ๑ ซึ่งมีเหตุผลและ มีความสําคัญ ท่านประธานเองก็เปึนคนบอกว่าเอาอ่อน ๆ ก่อน โคแก่อยากกินหญ้าอ่อน หรือว่าอย่างไรครับ ประเด็นมันมีอย่างนี้ครับท่านประธาน เรียนผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสัปดาห์ที่แล้วมาจนกระทั่งถึงวันนี้เปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แล้วผมคิดว่ากรอบของมาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญนั้นมีความประสงค์ให้มีขั้นมีตอน เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนยังต้องไปฟังความคิดเห็น สิ่งนี้เปึนสิ่งที่น่าตระหนัก ครับท่านนายกรัฐมนตรี สัปดาห์ที่ผ่านมาดูเสมือนว่ากระบวนการในการพิจารณา ซึ่งค่อนข้างจะมีขบวนการตัดสินใจซึ่งรุนแรงกว่าการรับฟังความคิดเห็นในมาตรา ๑๙๐ ทุก ๆ เรื่องที่เข้ามานี่ครับ ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานว่ามาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนสิ่งที่ดี แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่เมื่อได้ดูในรายละเอียดแล้ว นึกถึงการกระทํา และพฤติกรรมในกระบวนการตัดสินใจ โดยเฉพาะนโยบายต่างประเทศแล้วผมคิดว่า มันมีความจําเปึนเหมือนกัน ยิ่งได้ฟังนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ในรายการต่าง ๆ และยิ่งได้ดูในหน้าหนังสือพิมพ์ยิ่งมีความห่วงใยอย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น วันนี้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ กับ พี่น้องประชาชน รัฐบาลก็ยังไม่มีการดําเนินการแต่อย่างไร แต่ถ้าดูแล้ววันนี้ถ้าการประชุม ในสภาแห่งนี้ในรัฐสภาแห่งนี้เปึนความเห็นของวุฒิสมาชิกก็ตาม หรือ ส.ส. ก็ตามนั้น จะต้องมีการป่ดกั้นโดยการประชุมลับ ผมยิ่งไม่เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการ ซึ่งผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานครับ ได้โปรดกรุณาให้เขาประชุมโดยเป่ดเผยเถอะครับ เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างน้อยได้ฟังทางวิทยุเขายังมีความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ คือรัฐสภาโดยท่านประธานในฐานะประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติยังให้โอกาสเขาครับ ผมขอสนับสนุนนะครับว่าให้ประชุมโดยเป่ดเผย ต้องร้องขอผ่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
คือผมไม่ขัดข้องครับ แต่ว่าเปึนเอกสิทธิ์ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ คณะรัฐมนตรีก็มีสิทธิ ก็นอกจากว่าทางรัฐบาลเขาถอน ทุกท่านยืนยันแน่นอนว่าไม่ออกนอกกรอบแน่นะครับ แน่นอนนะครับ ถ้าออกนอกกรอบ ผมจะป่ดทันทีนะครับ เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในเรื่องนี้อยากจะ ขอกราบวิงวอนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีถึงแม้ท่านจะมีสิทธิเปึนเอกสิทธิ์เสนอ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ ก็ดี หรือตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ของเราก็ดี ในนามของ คณะรัฐมนตรีนะครับ คณะรัฐมนตรีร้องขอนะครับ ซึ่งในที่นี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีแสดง เจตนารมณ์ว่าจะเปึนคณะรัฐมนตรีร้องขอ กระผมเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เปึนตัวแทนของคณะรัฐมนตรีว่าสิ่งที่เรา จะพิจารณาใน ๒ วาระต่อไปในวาระการประชุมที่ ๙ แล้วก็วาระการประชุมที่ ๑๐ เท่าที่ฟังเหตุผลของท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมคิดว่าเหตุผลนั้นน่าจะไม่สอดคล้องกับความต้องการของท่านที่จะเสนอให้รัฐสภาแห่งนี้ ประชุมเปึนการลับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวาระการประชุมที่ ๙ เปึนวาระการประชุม ที่ว่าด้วยเรื่องของบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งเปึนผลการประชุมที่มีบทสรุปของการประชุมมาแล้ว มาให้รัฐสภาแห่งนี้ให้ความ เห็นชอบเพื่อที่จะนําผลการประชุมนั้นปฏิบัติตามกฎหมายภายในประเทศและมีผลลงไปสู่ การทําสัตยาบันให้มีผลผูกพันต่อการนําสู่การปฏิบัติเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องใหม่ เปึนเรื่องที่ได้รับกรอบไปเจรจา ได้รับกรอบไปพูดคุยแล้วนํามาเสนอเราเพื่อให้ความเห็นชอบ ในประเด็นที่ท่านเขียนไว้อยู่ในกรอบเปึนการประชุมทั้ง ๓ ครั้ง ซึ่งประเด็นก็ไม่ใช่เปึนเรื่อง ที่จะส่อไปในทางที่กระทบกับความมั่นคง กระทบกับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ในมุมของสมาชิกรัฐสภานะครับท่านประธานครับ แล้วไปดูในวาระที่ ๑๐ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ เปึนกรอบเท่านั้นเองครับ เปึนกรอบ ส่วนรายละเอียด การเจรจานั้นท่านครับ ต้องไปว่ากันตามกรอบที่เราให้ไป ถ้าเปึนอย่างนั้นท่านประธาน ถ้ายึดถือกรอบการเจรจาระหว่างประเทศเปึนการประชุมลับ ทุกครั้งที่ท่านมาขอให้รัฐสภา แห่งนี้ให้ความเห็นชอบตามกรอบต้องประชุมลับทุกครั้งหรือครับท่านประธาน ไม่ใช่อย่างนั้น เราประชุมกันมา ๑๓ ครั้งไม่เคยมีครับ ไม่เคยมี ผมเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นของท่าน ส.ว. ท่านที่ยกขึ้นมาว่าในจุดหนึ่งถ้ามีความจําเปึน ถ้ารัฐบาลเห็นว่าเรื่องที่จะชี้แจงต่อรัฐสภา แห่งนี้เปึนเรื่องลับ ท่านก็ขอประชุมเรื่องลับขณะนั้นก็ได้ ไม่จําเปึนต้องขอลับไปทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าจะสอดคล้องกับสิ่งที่สมาชิกรัฐสภา ไม่สอดคล้องกับพี่น้องประชาชน ที่เขาอยากจะฟังครับ ผมเชื่อว่าไม่มีเรื่องเสียหาย ท่านประธานครับ กลับเปึนเรื่องที่ดี ต่อรัฐบาลที่รัฐบาลจะอาศัยโอกาสในการทําความเข้าใจกับรัฐสภาแห่งนี้ฝากไปยัง พี่น้องประชาชน สิ่งที่ได้รับมาจากพี่น้องประชาชนคือสิทธิเสรีภาพ คืออํานาจอธิปไตยของ เขาเราก็ต้องมาบอกในเวทีนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพฝากไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในฐานะที่ท่านเปึนความหวังของสภาไทย ท่านให้ความสําคัญกับ สภามาตลอดด้วยเรื่องที่คิดว่าเหตุผลไม่เพียงพอ ผมเชื่อว่าท่านไม่กล้า ท่านคงไม่ตัดสินใจ ที่จะให้การประชุมแห่งนี้เปึนการประชุมลับตามการร้องขอของคณะรัฐมนตรี ผมเน้นคณะรัฐมนตรีนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เราพูดกันไปผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในนี้จะพูดในกรอบครับ ถ้ามีเรื่องที่ก้าวเลยไป หรือล่วงละเมิดไปในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ท่านประธานก็มีมาตรการ ที่จะควบคุมป่ดไมโครโฟนก็ได้ หรือท่านรัฐมนตรีจะร้องขอให้ประชุมลับในครั้งนั้นก็ได้ ในประเด็นนั้น ๆ กําหนดกันได้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเพื่อสภาของเรา จะได้ทํางานร่วมกันครับ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริงครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ฟังอีกสักท่านนะครับ พลเอก เลิศรัตน์ เชิญครับ เอาทหารพูดดูสิ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา กระผมใคร่ขอเสนอ ทางออกที่คิดว่าน่าจะช่วยให้การประชุมได้ดําเนินไปตามความประสงค์ของทุกท่าน คือถ้าเราดูในกรอบที่ ๙ และที่ ๑๐ แล้วก็เปึนเรื่องที่สามารถจะอภิปรายกันได้ เพราะว่า เอกสารก็แจกจ่ายมาเปึนเอกสารเป่ดมีอยู่ทั่วไป ทั้งกรอบบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกรอบที่ ๑๐ เอง พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ไทย มาเลเซีย หรือเวียดนาม ก็ไม่มีอะไรมากมาย แต่ผมเชื่อนะครับว่าคงจะมีการอภิปรายไปถึง เหตุการณ์กรณีที่เกิดขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชาในช่วง ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะแม้แต่ ในกรอบบันทึกการประชุมก็มีข้อคิดเห็นหลาย ๆ ฝ์ายที่ปรากฏมาทางสื่อว่าจะถอนออกก่อน จะยังไม่พูดถึงหรือจะยกเลิกต่าง ๆ นานา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราแยกเปึน ๒ เรื่องได้ไหม ครับท่านประธาน เราก็ดําเนินการให้เป่ดประชุมลับไปก่อน พูดเฉพาะเรื่องเหตุการณ์วันนี้ ที่เกิดขึ้นให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบกับพวกเรา ให้พวกเราได้แสดงออกต่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ต่อรัฐบาล ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าพูดเป่ดออกไปผมไม่ค่อยเห็นด้วย ผมคิดว่าเหตุการณ์ทางบ้านเมืองทางการต่างประเทศระหว่างไทยกับกัมพูชาควรจะได้รับ การแก้ไขไม่ให้บานปลายเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ควรจะให้รัฐบาลได้เปึนผู้ดําเนินการ แต่ถ้ามีหลายฝ์ายได้แสดงความคิดเห็นไปในทางที่อาจจะทําให้เกิดเหมือนกับไปเป่ดวาล์ว (Valve) แก๊สให้แรงขึ้น มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะผมคิดว่าสุดท้ายคือประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ของประเทศชาติ เราก็ได้ยินเสียงของพ่อค้าวานิชที่เขาเริ่มจะโวยวายแล้ว ถึงแม้ท่านอลงกรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าเขาจะยอมเสียสละ แต่มันก็ไม่ควรจะให้เกิดขึ้นกับการเดินไปจนกระทั่งถึงจุดที่ทําให้เราไม่สามารถ จะค้าขายกันได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราเป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้เปึนเรื่องลับว่ากันไปก่อนเลยสัก ๓-๔ ชั่วโมง แล้วเรื่องกรอบนี้ ที่เพื่อน ส.ว. ผมอยากจะพูดต่าง ๆ ก็เปึนการประชุมเป่ดในภายหลัง ผมคิดว่าจะทําให้เรา ไม่เสียหายแก่ประเทศชาติ แล้วทุกคนได้แสดงออก ขอบพระคุณครับ
ก็ให้ประธานวินิจฉัยเลยนะครับ เพราะว่าเสียเวลา เราจะได้พูดกัน ก็ขอเปึนการประชุมลับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วก็พอถึงจังหวะสัก ๒-๓ ชั่วโมงหรือสว่าง ก็ค่อยต่อเป่ดเผย
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไร เชิญครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ เมื่อเช้านี้ ท่านประธานพูดกับผมอีกแบบหนึ่ง ผมเปึนคนเป่ดประเด็นไว้ตอนเช้า ท่านบอกว่าสุชาติ ให้มันเข้าวาระที่ ๙ แล้วค่อยมาพูดกัน
ตอนนี้กําลังพูดอยู่อย่างไรละครับ
ตอนนี้ ท่าน ส.ว. ท่านประธานครับ เอกสารส่งไปท่านไม่ได้บอกว่าลับเลย จะไปกลัวอะไรท่านครับ ถามว่าจะพูดในกรอบหรือเปล่า ท่านไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผู้แทนราษฎรพูดในกรอบหมด ทุกคนแล้วครับ แต่มันจะออกนอกบ้างก็เปึนธรรมดาของผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ท่านประธาน อย่ากลัวสิครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าไปกลัว เวลาออกหนังสือนอกกรอบไม่เห็นกลัวเลยครับ แต่ว่าในสภาพอบอกเอาในกรอบกลับกลัวเสียอีกครับ ท่านประธานผมขอร้อง ขอบคุณ มากครับ
ก็เอาอย่างนี้ก่อนนะครับ หลายท่าน เหลือเกินนะครับ เอาให้เต็มที่ก็แล้วกัน เชิญคุณวิชาญก่อนก็ได้ครับ แต่เช้ายังไม่ได้พูดเลย
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องการที่จะมาขอความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ (๓) ซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐบาลเองก็ไม่มั่นใจ ในเรื่องของการพิจารณาว่าถ้าขืนพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรีแล้วเกิดมีคนยื่นฟัอง ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความนั้นก็จะเปึนประเด็น ก็เลยมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ๒ รัฐบาล ก็มีการปฏิบัติกันมาโดยการเสนอแนวทางในการพิจารณาก็เป่ดเผย แต่ครั้งนี้ผมมามองว่า เรื่องที่เปึนกรณีที่เกรงว่าจะเปึนกรณีบาดหมางระหว่างประเทศ ผมว่าคงไม่ใช่หรอกครับ เพราะมันเกินกว่าที่พวกเราเองจะรับผิดชอบ ผมบอกได้เลยครับ เกินกว่าพวกเราจะ รับผิดชอบ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองตอนนี้รัฐบาลเองก็ต้องตระหนักครับ วันนี้เรากําลังพิจารณาในเรื่องของกรอบ แต่บางอย่างถ้าไปเกี่ยวข้องหรือพาดพิงกับกรณี ของข้อตกลง ผมถามว่าวันนี้ท่านถอนทูต กรณีถอนทูตแล้วเรากําลังมาพิจารณาตรงนี้ ถ้าเกิดเราพิจารณาผ่านไปพรุ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะเอาเรื่องเข้า ครม. ไปดูว่าจะ ถอนเรื่องออกหรือเปล่า มันเปึนกรณีซึ่งสภาถ้าให้ความเห็นชอบไปแล้วพรุ่งนี้เกิด ครม. บอกว่าจะไม่หยิบยกเรื่องประเด็นเหล่านี้ทําข้อตกลงหลายเรื่อง เห็นออกข่าวไปบอกว่า เรื่องที่จะไปให้ความช่วยเหลือ ๑,๔๐๐ ล้านบาทก็จะเลิก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนการเชื่อมโยง ในเรื่องของความคิดนะครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นอะไรที่จะเปึนเรื่องผิดปกติ สภาถาม ไปทางรัฐบาลก็ตอบมาครับว่าแนวความคิดต่าง ๆ นั้นรัฐบาลคิดอย่างไร พวกเราจะได้รับรู้ รับทราบ แล้วประเด็นสําคัญ การถ่ายทอดออกอากาศไปถึงแม้ว่าจะเปึนทางวิทยุก็ตาม ประชาชนเขาให้ความสําคัญต่าง ๆ ที่รัฐบาลกําลังทํา กําลังบอกกล่าวว่าทุกคนมีความรักชาติ พวกผมเองถูกกล่าวหาว่าฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทยไม่มีความรักชาติ แล้ววันนี้เราจะแสดง ความรักชาติกันแบบไหน เราทําหน้าที่ในฐานะรัฐสภา สมาชิกก็คงจะต้องทําหน้าที่ สอบถามประเด็นต่าง ๆ ถ้ามันมีกรณีพาดพิงซึ่งออกเหนือนอกกรอบไปบ้าง ประธานก็คง จะต้องวินิจฉัยนะครับ ไม่ใช่วันนี้บอกว่านายกรัฐมนตรีมาตั้งแท่นถามบอกขอประชุมลับ แล้วท่านประธานบอกถ้าอย่างนั้นก็ใช้วิธีการของทางรัฐบาลประชุมลับเพราะเปึนเอกสิทธิ์ ไม่ใช่ครับ ท่านต้องให้เกียรติสภาด้วย ให้เกียรติรัฐสภา เพราะพวกเราเองนั้นก็ต้องการ ข้อมูลที่ชัดเจนออกไปพูดให้กับประชาชนได้รับรู้ รับทราบ และประชาชนเช่นเดียวกันครับ ถ้ามีการถ่ายทอดเขารับฟังโดยตรง ไม่ต้องไปถาม แล้วประเด็นที่จะถามบางคนก็ถาม ผมมาบอกว่าถามรัฐบาลสิวันนี้ประเด็นเกี่ยวกับการถอนทูตอย่างนี้เปึนการโต้ตอบกัน หรือเปล่า มีมาตรการอย่างไร และไม่ตอบตรงนี้แล้วท่านบอกออกนอกกรอบ ขืนวันนี้ พิจารณาออกไปแล้วให้ความเห็นชอบ เกิดสภาให้ความเห็นชอบวันนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลบอกว่า ไม่เอาอีกแล้ว ตัดความร่วมมือการช่วยเหลือก็เปึนประเด็นอีกครับ แล้วท่านจะให้พวกผม ทําอย่างไรครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตนะครับว่าควรที่จะให้เรานั้นยึดถือกรอบ ระเบียบ ประเพณีที่เคยปฏิบัติ ถึงแม้ว่าจะเปึนประเพณีที่สั้น ๆ แต่เราเองก็ไม่เคยป่ดบัง ประชาชน เพราะเรามาจากประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็มาจากประชาชน ท่านอย่าไปป่ดบังเลยครับ ผมขอความกรุณาว่าโปรดให้พวกเราเองได้แสดงความคิดเห็น และสอบถาม ประเด็นไหนถ้ามันแรงท่านเองก็อาจจะขอตอบเปึนภายในก็ได้นะครับ ในบางประเด็น แต่ขอให้พวกเราได้อภิปราย แล้วคงไม่พาดพิงในลักษณะต่อว่าต่อขาน ท่านนายกรัฐมนตรีหรอกครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณชินวรณ์ คนสุดท้าย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนท่านประธาน ว่าจริง ๆ การขอประชุมลับนั้นเปึนเอกสิทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ และข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ถ้าหากท่านประธานให้ถามความคิดเห็นกัน ผมคิดว่าจะต้องใช้ ในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้เข้าชื่อกันเพื่อขอเสนอให้มีการประชุมลับ เมื่อทางคณะรัฐมนตรี เห็นว่าให้มีการประชุมลับ ผมคิดว่าเบื้องต้นเลยท่านประธานต้องให้ห้องประชุมนี้ได้มี การประชุมลับกันอย่างแท้จริง เพื่อที่จะให้มีผลตามที่ข้อบังคับได้กําหนดเอาไว้ แต่อย่างไรก็ดีผมก็เข้าใจว่าท่านประธานก็ต้องการที่จะรับฟังความคิดเห็น ผมขออนุญาต นําเรียนอย่างนี้ในประเด็นนี้มี ๒ เหตุผล ก็คือว่าการที่ทางคณะรัฐมนตรีขอประชุมลับนั้น เราก็พบความเปึนจริง
ประแรก ก็คือว่าการประชุมลับนั้นไม่ได้เปึนการที่จะบ่งบอกถึงว่ากลัว หรือไม่กลัว หรือว่าใจกว้าง หรือไม่ใจกว้าง แต่การประชุมลับนั้น ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานว่ามันมีเหตุผลอยู่ ๒ เรื่องนะครับ คือ
เรื่องแรก เนื่องจากว่าในกรณีกรอบข้อตกลงดังกล่าวนี้ เปึนกรณีที่กําลัง มีปัญหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ รัฐบาลได้ยืนยันมาตลอดเวลาว่ารัฐบาล ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องกระบวนการที่จะต้อง ดําเนินการที่จะให้ความเห็นชอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ประเด็นก็คือว่า ถ้าหากท่านประธานจะให้ใช้สภานี้ประชุมกันอย่างเป่ดเผย ก็จะเปึนที่มาของข้อถกเถียง นะครับว่าใครรักชาติ หรือไม่รักชาติ ผมคิดว่าไม่ใช่เปึนประเด็นตามกรอบที่เราจะขอให้ ความเห็นชอบเลย
เรื่องที่สอง ก็คือว่าในเรื่องของการพิจารณากรอบดังกล่าวนี้ ท่านประธาน ก็ทราบดีว่าทางวิปรัฐบาลได้มีความคิดเห็นว่าเราควรที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อไปศึกษา คือเดิมทีเดียวนั้นก็ให้ไปศึกษา ๑๕ วัน แต่ต่อมาเมื่อเพื่อนสมาชิกในสภานี้ ได้พูดกันอย่างกว้างขวางว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ ควรที่จะให้สภานี้ได้มีส่วนร่วม กับรัฐบาล วิปรัฐบาลจึงได้เสนอว่าควรที่จะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการและไปศึกษา อย่างรอบคอบภายใน ๙๐ วันครับ เราเลื่อนระยะเวลาให้ เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงที่ว่า ใจกว้าง หรือไม่ใจกว้าง คงไม่เปึนเช่นนั้นแน่นอน ถ้าไม่ใจกว้างก็ถอนออกไปเลย แต่วันนี้ พร้อมที่จะให้สภานี้ได้มีส่วนร่วมมาตั้งคณะกรรมาธิการ ใจกว้างไหมครับ ผมจึงอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานว่าด้วย ๒ เหตุผลนี้ครับ เปึนเหตุผลที่ผมเรียนเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภานี้ด้วยความเคารพว่าเราต้องการที่จะให้สภานี้เปึนสภาที่ทรงเกียรติได้ร่วมกัน พิจารณาด้วยความจริงใจ และให้เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เราพึงกระทํา ต่อประเทศเพื่อนบ้านตามมาตรา ๘๒ นั่นคือเราต้องมีสัมพันธภาพอย่างเสมอภาค และมีความจริงใจ เพื่อต้องการที่จะให้ความเปึนมิตรไมตรีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น เปึนส่วนที่เปึนประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติทั้ง ๒ ประเทศ หรือหลายประเทศ ที่เราอยู่ร่วมกันอย่างจริงใจ เพราะฉะนั้นผมขอให้ประธานได้โปรดพิจารณาดําเนินการ ตามที่ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว คือให้ประชุมลับเปึนการเบื้องต้น และถ้าหากว่า เพื่อนสมาชิกสนใจที่จะตรวจสอบด้วยความจริงใจ ไม่ใช้เวทีสภาแห่งนี้เพื่อเปึนผล ในทางการเมืองแล้ว ผมคิดว่าเรามาร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาภายใน ๙๐ วัน ต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ก็พอที่จะสรุปได้กระมัง ผมก็เรียน ท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว คืออยู่ตอนนี้ก็มีอย่างเดียวเพราะว่าเมื่อทางรัฐบาลเสนอให้ มีการประชุมลับก็เปึนเอกสิทธิ์ตามมาตรา ๑๓๓ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคท้าย กระผมก็ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด แล้วก็มาฟังเหตุผล และท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าสภายืนยันไหมก็บอกผมอย่างนั้น ผมก็ถามไป ท่านก็บอกว่าท่านยืนยันครับ เมื่อยืนยันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องถอนว่าประชุมเป่ดเผย ผมก็สบายใจ ทุกฝ์ายผมเปึนคนกลางนะครับ จะให้ผมทําอย่างไร
(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน ได้ยืน และยกมือขึ้น)
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เมื่อสักครู่ ท่านประธานอาศัยอํานาจวินิจฉัยว่าให้มีการประชุมโดยเปึนการประชุมลับ ท่านประธานครับ ในข้อบังคับทั้งหมด ๑๘๗ ไม่มีอํานาจหน้าที่ท่านประธานในตรงนั้นเลยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองได้กราบเรียนท่านประธาน
ผมควบคุมการประชุมสภาให้เรียบร้อย ผมก็พยายามให้พวกท่านสมาชิกรัฐสภาอยู่ในกรอบกันทุกคนเหมือนกันหมด ผมไม่ได้ เลือกที่รักมักที่ชัง ผมก็เป่ดโอกาสให้ทุกท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนก็เพราะว่าสิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาที่จะทําให้การประชุมเรียบร้อย แต่การที่จะตัดสินว่าให้มีการประชุมลับหรือไม่ ท่านประธานไม่มีอํานาจหน้าที่ในตรงนี้ครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ จะต้องถามความเห็นจากคณะรัฐมนตรี สักครู่นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะพยักหน้าว่าถ้าสภาอยู่ในกรอบท่านก็ยินดีที่จะให้มีการ ประชุมโดยเป่ดเผย ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ถ้าท่านเสนอท่านต้องบอกว่าเสนอในนามคณะรัฐมนตรีได้รับ มอบหมาย ขณะนี้ผู้นํารัฐมนตรี คือท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงนี้ เพียงแต่ให้ท่านยืนยัน สักนิดหนึ่งในฐานะเปึนคณะรัฐมนตรีตามข้อบังคับและตามรัฐธรรมนูญว่าจะให้มี การประชุมโดยเป่ดเผยก็สามารถกระทําได้ ท่านประธานจะได้สบายใจเรื่องการประชุมลับ หรือการประชุมเป่ดเผยเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติทั้งนั้น แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าสมมุติ สภาแห่งนี้เราพยายามร้องขอกัน พยามยามรอมชอมกัน ถ้าความร่วมมือนั้นไม่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าสมาชิกหลายท่านอาจจะมีความไม่สบายใจ อาจจะไม่อยู่ร่วมในการพิจารณา ก็ได้ครับ ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพยิ่งครับ ช่วยยืนยันสักนิดครับ เป่ดเผยไว้ก่อนครับ ถ้ามีประเด็นใดเปึนเรื่องที่ถือว่ากระทบกระเทือนท่านก็ขอได้ครับ เราสามารถที่จะขอได้ อยู่ตลอดเวลา ท่านประธานก็มีอํานาจที่จะทําตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขออยู่แล้วนะครับ หรือสมาชิก ๑ ใน ๔ ขอก็ยังได้ครับ ด้วยความขอบคุณยิ่งครับ
ผมก็เอาระเบียบกฎหมายเปึนหลัก ที่ท่านถือว่าฝ์ายนิติบัญญัติ เราก็ต้องถือโดยเคร่งครัด แต่ว่าเพื่ออะลุ้มอล่วยซึ่งกันและกัน ผมก็พยายามนะครับ เชิญคุณวิรัตน์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างยิ่งครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ บังคับไว้ ดิ้นไม่ออกเลยครับว่าถ้าคณะรัฐมนตรีร้องขอให้ ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ ไม่มีทางอื่น เมื่อคณะรัฐมนตรียื่นความจํานงเช่นนั้นแล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ยังยืนยันเพียงแต่เป่ดช่อง เป่ดช่องว่าถ้าเราสามารถควบคุม ประเด็นได้ก็แล้วแต่ที่ประชุมสภา ผมกราบเรียนว่าท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วตามข้อ ๒๕ ของการประชุมนี้ว่าให้มีการประชุมลับไปก่อน ก็ต้องถือว่าคําวินิจฉัยของท่านประธาน รัฐสภาชอบแล้วก็ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะเดินคือการประชุมลับตามข้อ ๑๑ ไป ผมมีเหตุผลสนับสนุน เพราะผมเชื่อว่ามีผู้จงใจที่ขยายผลเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งก่อนวันนี้ และวันพรุ่งนี้เพื่อให้กระทบความสัมพันธ์ รัฐบาลนี้ผมเชื่อว่าบริหารประเทศโดยเหตุโดยผล โดยคํานึงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ แต่มีผู้จงใจที่จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ ในทางร้าย ฉะนั้นการที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีต่างประเทศก็ดี ครม. ก็ดี เห็นว่าเปึนการประชุมลับ ผมก็เชื่อว่านั่นคือการรักษาความ
ให้เขาพูดให้จบก่อนไม่ได้หรือครับ แล้วค่อยประท้วง
เสียหายครับท่านประธาน ถ้าพูดอย่างนี้มันแปลว่าอย่างไรครับ
ผมไม่ได้กล่าวหา ท่านนะครับ แต่ว่าข้อมูลที่รู้กันทั่วไปว่ามีผู้จงใจขยายผล
คือคําว่า ขยายผล ไม่ค่อยดีเท่าไร
ท่านประธานครับ ต้องถอนนะครับ
เข้าใจครับ แต่ว่าไม่ได้กล่าวหาฝ์ายขวามือนะครับ
ผมว่ามันจะไปกันใหญ่แล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อีกคนหนึ่งประท้วง ประท้วงยังไม่จบ อีกคนหนึ่งประท้วง ก็ประท้วงกันตลอดคืนพอดี เอาให้จบ คุณประท้วงเรื่องอะไร
ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การกล่าวลอย ๆ แบบนี้ ในขณะที่พวกผมกําลังเสนอ ให้เป่ดอภิปรายโดยเป่ดเผย มันก็เจาะจงมาที่พวกผมอยู่แล้วว่าจะเปึนการเป่ดประเด็น หรือเปล่า ผมอยากนําเรียนไปยังท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้ากล้าทําก็ต้องกล้ารับ ถ้าหากว่าท่านตัดสินใจที่จะส่งทูตไทยในประเทศเขมรกลับมาแล้วและเกิดประเด็นปัญหา กับประเทศเขมร เปึนการตัดสินใจที่รุนแรงเกินกว่าเหตุหรือเปล่า อันนี้ผมอยากจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีเราก็อยากให้ตอบในสภาแห่งนี้ แล้วให้คนไทยทั้งประเทศได้ฟังกันว่า จะด้วยโมหะ ทิฐิหรืออย่างไรก็ตามแต่ แล้วตัดสินใจตรงนั้นไป ท่านประธานครับ ผลกระทบกับประเทศแน่นอน ทุกคนบอกตรงนี้ว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ไม่ คุณประท้วงผิดข้อบังคับ
ผมประท้วงท่านประธานเพื่อให้ชัดเจนว่าผมทําเพื่อประเทศชาติเหมือนกัน
ก็เหมือนกันละ
อย่าบอกว่าผมทําเพื่อขยายผลเพื่อการเมือง ไม่มี ท่านประธานครับ เปึนเรื่องตรงไปตรงมา ท่านนายกรัฐมนตรีกล้าพูด ก็กล้าที่จะมาชี้แจงในสภาแห่งนี้ว่าทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศและท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจอย่างนั้นครับ คนไทยได้รับ ความเดือดร้อนไม่ว่าจะเปึนชายแดนจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี ท่านปวีณก็รออภิปรายอยู่ พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานีก็รอฟังอยู่ว่ารัฐบาลจะตอบว่าอย่างไร
ครับ ยังไม่อภิปราย ประท้วงแล้วก็ เปึนอภิปรายไปแล้ว มันผิดข้อบังคับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ก็ให้พี่วิรัตน์ช่วยถอนด้วยที่ขยายผลนะครับ เพราะจะเสียหายครับ
ผมกราบเรียนว่า นี่แค่เบื้องต้นครับท่านประธาน ถ้าประชุมเป่ดเผยนี้นะครับ กว่าท่านประธานจะสั่งป่ดไมค์ได้ ความเสียหายมันกระทบ รัฐบาลนี้บริหารโดยเหตุโดยผลครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
ไม่ใช่ โดยความสะใจ
เดี๋ยวขอทีละคนนะครับ คุณอดุลย์ ทีละคนเถอะครับ
ผมประท้วงครับ
ก็ประท้วง ทางนี้เขาก็กําลังอภิปรายอยู่
ผมกําลังประท้วงผู้อภิปรายครับ
เชิญ ประท้วงเรื่องอะไร
ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผู้ที่กําลังขออภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้กล่าวมาแล้ว ว่าจะมีการจงใจจะขยายผลท่านประธาน และผลปรากฏว่าก็เปึนการกล่าวลอย ๆ ครับ ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานต้อง ควบคุมให้สภานี้พูดแต่ความจริง พูดแล้วมีหลักฐาน มิฉะนั้นมันไม่ใช่เสียหายเฉพาะคน ที่อภิปราย ผมเปึนสมาชิกรัฐสภาก็จะเสียหายด้วย เนื่องจากว่ามีสมาชิกรัฐสภาพูดแล้ว ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ ชาวบ้านเขาจะมาบอกว่าคนในสภานี้ เขาไม่ได้กล่าวคนเดียวว่า ท่านวิรัตน์พูดไม่จริงท่านประธาน เขาจะกล่าวว่าคนในสภานี้พูดไม่จริงทั้งหมด ผมเปึน สมาชิกรัฐสภาด้วย ผมเสียหาย ผมจึงประท้วงแล้วก็ให้ท่านถอนออกไปท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน
ผมยังไม่ได้อนุญาตเลยนะครับ พูดแล้วนั่งลงก่อน คุณวิรัตน์
ท่านประธานครับ
เขาให้ถอนก็ถอนให้เขาไป ขยายผลอะไร
ด้วยความเคารพ ข้อเท็จจริง ผมกําลังกราบเรียน ผมไม่พยายามพูดถึงบุคคลภายนอก ไม่พยายามยกชื่อ นายพลเอก พลโท พลตรี ไม่พูดถึงเลยครับ เพื่อต้องการให้สภาเดินได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันมีปรากฏอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์ทุกฉบับ โทรทัศน์ทุกช่อง ผมพูดนี้พูดด้วยความเคารพ พูดโดยตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่บิดเบือน ไม่ใช่หยิบเอาของไม่จริงมาพูด เพียงแต่พยายาม รักษากติกาของสภา คือไม่พยายามพูดถึงบุคคลภายนอกเท่าที่ไม่จําเปึนนะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงพยายามกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเราประชุมเป่ดเผยยิ่งจะ ก่อให้เกิดความเสียหาย ที่จริงประชุมเป่ดดีด้วยซ้ํา รัฐบาลจะได้ชี้แจง แต่ว่าเราคํานึงถึง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราบริหารโดยเหตุโดยผล ไม่ใช่บริหารโดยความรู้สึกนึกคิด สะใจ ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านประธานชี้ขาดตามข้อ ๒๕ แล้วว่าให้ประชุมลับไปก่อน ขอให้ดําเนินการตามนั้น ขอบพระคุณท่านประธานครับ
กระผมขอพัก ๕ นาที เพื่อปรึกษากับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ ขอพักการประชุม ๕ นาทีครับ แล้วก็ท่าน ส.ว. ๓ ฝ์าย มาร่วมประชุมกับผมครับ
พักการประชุมเวลา ๑๖.๒๔ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภา เข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ กรุณาเข้าห้องประชุมครับ ผมจะได้ ตรวจดูว่าครบองค์ประชุมหรือเปล่า ท่านสมาชิกครับ พร้อมหรือยังครับ ผมจะเป่ดโอกาส ให้สักฝ์ายละ ๑ ท่านนะครับ ชี้แจงสักหน่อย แล้วก็จะได้เรียนทางรัฐบาลต่อไปนะครับ เอาวิปเขาตกลงอย่างไร เชิญครับ วิปฝ์ายค้านเปึนผู้นําร่อง เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน เปึนวิป หรือว่าท่านวิทยา
เปึนวิปด้วยครับ
เดี๋ยวสักครู่ได้ไหม
มิได้ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วท่านประธานควรที่จะให้ความเมตตาแก่ผม ยกตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ท่านประธานเชิญทหาร แล้วทิ้งตํารวจไว้ที่ไหนล่ะ
ตํารวจผมรักอยู่แล้ว
ผมขอใช้สิทธิฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา แล้วก็เปึนวิปของฝ์ายค้านด้วย
เชิญครับ เชิญตามอัธยาศัยครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเรื่องของการประชุมวันนี้ไม่น่าจะมีเหตุ ที่จะต้องสะดุดตั้งหลายนาทีอย่างนี้ อาจจะเปึนความผิดพลาดในการตัดสินใจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่พรวดพราดขึ้นมาเสนอให้ประชุมลับทันที แล้วด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านเองก็วินิจฉัยผิด ท่านบอกนะครับว่า จะให้ประชุมลับไปก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยเป่ดเผยทีหลัง มันไม่ถูกต้อง มันต้องเป่ดเผยก่อน แล้วเห็นว่าบรรยากาศมันไม่ดีค่อยลับถึงจะถูก นี่ท่านทําสวนทางกัน ด้วยความเคารพครับท่าน และที่สําคัญที่สุดก็คือท่านนายกอภิสิทธิ์ได้ส่งสัญญาณว่าถ้าสมาชิกรับรองว่าจะอภิปราย ในกรอบก็ไม่ขัดข้องในการที่จะประชุมโดยเป่ดเผย ท่านอภิสิทธิ์ได้แสดงท่าทีด้วยความจริงใจว่า ถ้าสมาชิกทุกคนอภิปรายอยู่ในกรอบ ไม่ขัดข้องที่จะให้อภิปรายโดยเป่ดเผย ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ อย่างแจ้งชัดว่าก่อนที่จะรับหน้าที่ ก่อนที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกรัฐสภาทุกคนจะต้อง ทําการปฏิญาณว่าข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ในมาตรา ๑๒๓ เพราะฉะนั้นต้องให้เกียรติสมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภา ตรงนี้ผมย้ําอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ ต้องใช้คําว่า สมาชิกวุฒิสภา หลาย ๆ คนลุกขึ้นมาชอบเรียก วุฒิสมาชิก มันมีที่ไหน วุฒิสมาชิกบ้านเรา เป่ดรัฐธรรมนูญดูสิครับ มีแต่สมาชิกวุฒิสภาครับท่านประธาน
อีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึนประเด็นสุดท้ายที่มีความสําคัญอย่างยิ่งยวดที่ทําให้ ผมเกิดอารมณ์อยากจะพูด ก็คือมีสมาชิกท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องจะจงใจขยายผล พอฝ์ายค้าน ประท้วงก็บอกไม่ได้ว่าฝ์ายค้าน
ถอนแล้วครับ
ตรงนี้ผมต้องพูดไว้นิดหนึ่ง ถ้าไม่ว่าฝ์ายค้านนี้หมายความว่าจะว่าสมาชิกวุฒิสภาใช่ไหม เพราะท่านคงไม่ว่าพรรคเดียวกันหรือฝ์ายรัฐบาลด้วยกัน ถ้าว่าสมาชิกวุฒิสภาผมไม่ยอม เพราะผมเคยเปึนสมาชิกวุฒิสภาเหมือนกัน ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านวิทยา บุรณศิริ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อคําหารือในระเบียบวาระที่จะประชุมนะครับ กระผมมีแนวทางหนึ่งที่อยากจะต้องเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาไปถึงนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากตลอดระยะเวลา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นที่เราต่างวิตกกังวล ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มีแนวการตัดสินใจจากท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีผลมาถึงการพิจารณาในระเบียบวาระนี้ คือวาระที่ ๙ เปึนเรื่องกรอบ การเจรจาเพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยต่อพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในกรอบของกรรมาธิการชายแดนร่วมไปไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ ต้องขอเรียนท่านประธานนะครับ ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ผมดูเสมือนว่าได้รับคําชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ว่าเปึนเรื่องเก่าที่บรรจุระเบียบวาระไว้ ซึ่งถ้าฟังดูแล้วพวกผมเองก็ดูเสมือน เข้าใจตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวนะครับ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ต่อความห่วงใยของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและสมาชิกของพรรคร่วมฝ์ายค้าน และพรรคเพื่อไทย ต่อความวิตกกังวลต่อการดําเนินนโยบายต่างประเทศของท่านกษิต ในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เปึนสิ่งที่พี่น้องคนไทยหวงแหนมาก ตลอดระยะเวลาผมเรียนตามตรงครับว่า ยังไม่มีใคร กล้าตัดสินใจเฉกเช่นเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนี้ กระบวนการ ตัดสินใจนั้นผมคิดว่าผมได้กล่าวเมื่อสักครู่ตอนที่เข้าระเบียบวาระต่อท่านประธานรัฐสภา ท่านชัย ชิดชอบ ผู้ที่ผมเคารพในฐานะท่านเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ ผมต้องพูด อย่างนี้เพราะอะไรครับ และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือกรอบการเจรจาภายใต้มาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ เปึนสิ่งที่ดูเสมือนว่า กระทรวง ทบวง กรม นั้นตระหนักและ มีความหวั่นวิตกว่ากระบวนการสิ่งเหล่านี้จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ พี่น้องทั่วประเทศ มีความเปึนห่วงต่อกระบวนการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งดูเสมือนว่าบุคคลหรือพรรคร่วม ฝ์ายค้านนั้นดูจะตกเปึนจําเลยของสังคม ผมกราบท่านประธานด้วยความเคารพ ถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรุณาอย่าตัดสินใจด้วยส่วนตัวเรื่องนี้ เปึนเด็ดขาด หรือจะเอาความคิดในส่วนที่เปึนความรู้สึกระหว่างบุคคลกับบุคคลนั้นมาเปึนประเด็น ในการทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นมันสะบั้นลงไป สิ่งเหล่านี้ผมวิตกและกังวล จนมาถึงเรื่องราวที่เราจะต้องพิจารณาตามที่ผมได้กล่าว ก็คือกรอบการเจรจาซึ่งมันไป เกี่ยวข้องกับไทย-กัมพูชา ซึ่งผมจะต้องนําเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. ทั้งคณะว่า ท่านประธานสิ่งที่ผมต้องพูดเพราะอะไรครับ ว่ารัฐมนตรีนั้นได้ดูและตระหนักในเรื่องต่าง ๆ ที่มีกระบวนตัดสินใจไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หรือไม่ ผลอันนี้มันยังจะเกิดขึ้นหรือเปล่า เรากําลังจะพิจารณาในสิ่งที่มันเปึนโมฆะหรือไม่ หรือประเทศเพื่อนบ้าน ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม กัมพูชานั้นเขายังรับเงื่อนไขนี้หรือเปล่า ไม่ว่าจะเปึนเขตปักปันที่ดูว่าจะมีปัญหาในเรื่องของทางทะเลหรือบนบก หรืออื่น ๆ ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ได้มีการประชุมกันมาแล้ว ตรงนี้นี่มีความห่วงใย ถ้าหากว่าผลตัวนั้นต่อการดําเนินการนโยบายที่มีปัญหาอยู่ ต้องพูดต่อที่ประชุมแห่งนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีว่ากระบวนการตัดสินใจอันนั้นมีผลกระทบกับองค์รวมของพี่น้อง ทั่วประเทศหรือไม่ ผมไม่ได้มองเรื่องเขตปักปันอย่างเดียวนะครับที่มาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา แต่ผมมองต่อมาตรา ๑๙๐ หลายเรื่องที่เอาเข้ามาผ่านรัฐสภานั้นดูเสมือนว่า ครม. นั้นมีความห่วงใย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการตัดสินใจในเชิงความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมาดูเสมือนนายกรัฐมนตรีคิดต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ อันนี้ต้องถามว่าถ้าเราจะดําเนินการต่อนั้นประเทศเพื่อนบ้านเขายอมรับหรือเปล่า ประเทศกัมพูชาเขายังยอมรับหรือเปล่าว่ายังมีเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการตกลงร่วมกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะถอนออกก็เปึนสิทธิของท่าน ดีกว่าที่ไปตั้งคณะกรรมาธิการ ๙๐ วัน เสียงบประมาณแผ่นดินของสภาผู้แทนราษฎรที่จะไปพิจารณา ผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่สิ่งที่กระบวนการที่นายกรัฐมนตรีจะต้องชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ คือสิ่งที่ผมได้ ตั้งคําถามต่อท่านประธานสุดที่รักของผมที่ผมเคารพมาก ก็คือว่าขอให้รัฐสภาแห่งนี้ ได้รับทราบในสิ่งต่าง ๆ ได้หรือไม่ เช่น ท่านนายกรัฐมนตรีขอฟังความคิดเห็นอีกครั้งได้ไหม ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ว่าท่านบริหารราชการแผ่นดินแล้วเกิดผลกระทบ บัดนี้ประเทศเพื่อนบ้านเขาดําเนินการตัดสินใจอย่างนี้กับบุคคลท่านหนึ่งที่ท่านไม่ชอบใจ ถามตามมาตรา ๑๗๙ อีกครั้งหนึ่งได้ไหมนายกรัฐมนตรีเคยแอ่นอกถามต่อเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ผมคิดว่าเรื่องกระบวนการตัดสินใจในเชิงการทูต ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างประเทศ ท่านกําลังทําร้ายจิตใจของพี่น้องคนไทยหรือเปล่า ท่านกล่าวบอกว่าไม่เกิดผลกระทบ กับพี่น้องประชาชน รับรองได้ว่าจะไม่เกิด ประชาชนกับประชาชนจะไม่เดือดร้อน แต่ว่า บางคอลัมน์ (Column) ในหนังสือพิมพ์บอกว่าเดือดร้อนเฉพาะเรื่องกาสิโน ผมว่าคงไม่ใช่ ตรงนี้ท่านต้องตอบให้ชัดครับว่า บัดนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชานั้น เพราะท่านดําเนินนโยบายผิดพลาด มันจบแล้ว ถูกต้องหรือไม่ อยู่ระดับไหนท่านต้องตอบ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เอามาผ่านให้รัฐสภา ให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณาตามกรอบ ในระเบียบวาระที่ ๙ และระเบียบวาระถัดไป ท่านต้องถามนะครับว่าเอามานี้ผิดโอกาส หรือเวลาหรือไม่ มันจบลงไปแล้วจนกระทั่งไม่มีเรื่องนี้ต่อใช่ไหม ท่านต้องตอบนะครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ ๑. ผมเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้รัฐสภาแห่งนี้เพื่อเปึนประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินตามมาตรา ๑๗๙ ผมอาจจะเรียกร้องท่านวุฒิสมาชิกซึ่งมีความเห็นที่เปึนเอกเทศและเปึนอิสระ ปราศจาก พรรคการเมืองใดตามมาตรา ๑๖๑ ขอให้ทําประโยชน์เพื่อประเทศสักครั้งหนึ่งได้ไหมครับ ถามกันเลยครับว่าเปึนอย่างไรเรื่องนี้ถึงตัดสินในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เชิงการการทูตแบบที่ตัดสินใจไป คือเรียกทูตกลับ เรียกเอกอัครราชทูตประจํากรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ผมต้องฝากท่านประธานรัฐสภาว่าผมอยากฟังนะครับ ระเบียบวาระที่บรรจุอยู่ถ้าท่านจะถอนออก เพราะว่ามันได้เกินกระบวนการนั้นไปแล้ว และไม่สามารถจะดําเนินการต่อได้ก็ไม่จําเปึนต้องตั้งคณะกรรมาธิการ เอาถอนออกไป ก่อนจนกว่าเหตุการณ์บ้านเมืองหรือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะได้ปรับปรุงแก้ไข กระบวนทัศน์ต่าง ๆ เสร็จสิ้นก่อนแล้วก็ดําเนินการต่อไป ผมขอฝากประเด็นตรงนี้ครับ ท่านประธานรัฐสภา ขอบคุณครับ
เชิญคุณชินวรณ์
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ผมคงใช้เวลาของเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภานี้ไม่มากนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานสภาว่าสิ่งที่ผมพูด ต่อไปนี้มีจุดประสงค์เดียวเท่านั้นก็คือว่าทําอย่างไรให้การประชุมรัฐสภาในวันนี้ ได้เดินหน้าต่อไปและให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้น
ประการแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าการที่พวกเรามีความเห็นว่า ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการโดยไม่ถอนเรื่องนี้ออกไปก็อยู่บนหลักการที่เราเคารพว่า สภานี้ควรมีส่วนในการตรวจสอบ เพราะการตั้งคณะกรรมาธิการนั้นก็จะมีส่วนร่วม ทั้งฝ์ายวุฒิสภา ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านในการพิจารณาในเรื่องของคณะกรรมาธิการ ชายแดนไทย-เขมร ท่านประธานที่เคารพ เมื่อมันเกิดเหตุการณ์ที่พวกเราทราบดีกันอยู่แล้ว ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าในฐานะที่พวกเราเปึนส่วนหนึ่ง สําคัญที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าวันนี้พวกเราต้องกล้ายืนหยัดในการ สนับสนุนท่าทีของรัฐบาลในการตัดสินใจต่อเหตุการณ์กรณีที่เกิดขึ้น และแน่นอนที่สุด ผมคิดว่าวันนี้เมื่อเหตุการณ์มาถึงเช่นนี้และฝ์ายค้านกลับไปเรียกหาในการเป่ดอภิปราย ทั่วไป ผมคิดว่าวันนี้ สภาแห่งนี้ ผมต้องขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจะต้องส่งสัญญาณในเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าเราจะต้องร่วมกันปกปัองประโยชน์ของ ประเทศชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ผมคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณา รับสัญญาณจากเสียงข้างมากในรัฐสภานี้ได้ถอนเรื่องนี้ออกไป เพราะเห็นว่าไม่มีความจําเปึน เพราะว่ายังมีเวลาที่สามารถจะดําเนินการได้อยู่
ประการที่สอง ก็คือเราเห็นว่าในขณะสถานการณ์ในเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศนั้นมีความร้อนแรงอยู่ในระดับพอสมควร ถึงแม้ว่าพวกเราทั้งหลายจะมี ความปรารถนาดีที่จะให้ความสัมพันธ์ของประชาชนทั้ง ๒ ประเทศได้เดินหน้าไปด้วยดี แต่วันนี้ผมคิดว่าความรักชาติหรือไม่รักชาติไม่ใช่อยู่ที่การพูดในสภานี้ แต่อยู่ที่พฤติกรรม ของตัวบุคคลมากกว่าครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้ถอนเรื่องนี้ออกไป นี่เปึนเหตุผลประการที่สอง
ประการที่สาม ผมคิดว่าถ้าได้ถอนเรื่องนี้ออกไปข้อถกเถียงก็จะหมดลงครับ ประกอบกับว่าเรามีเรื่องที่มีความจําเปึนที่ทางรัฐบาลจะต้องไปดําเนินการลงนาม ในวันอังคารที่ ๑๐ พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ครับ คือ
เรื่องที่ ๑ พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งการเป่ดเสรีการค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า
เรื่องที่ ๒ คือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในกรอบอาเซียน เกี่ยวกับแผนการ
ผมว่าเอาเรื่องนี้ให้จบก่อน
ผมคิดว่าด้วยเหตุผล ๓ ประการนี้ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยถ้าหากว่าทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้ถอนเรื่องที่ได้เสนอเข้ามาออกไปและเราได้พิจารณาวาระ ต่อไปตามลําดับ ขอขอบคุณครับ
ฟังทางฝ์ายวุฒิสมาชิก ท่านวิทยา อินาลา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึนสมาชิก รัฐสภานะครับ จากวันนี้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสนอกรอบพิจารณา กรอบที่ ๙ และกรอบที่ ๑๐ ซึ่งประเด็นไทยกับกัมพูชาเปึนประเด็นที่ค่อนข้างที่จะมีผล ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีผลกับความอยู่ดีกินดีของชาวบ้านที่เปึน พี่น้องกันในชายแดนนะครับ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ในเมื่อเกิดวิกฤติตรงนี้แล้ว เราจะทําอย่างไรครับ จะใช้ระบบของภาวะผู้นํา ใช้ระบบของการเมเนจเมนท์ (Management) หรือว่า เมเนจเมนท์ สกิลล์ (Management Skill) ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเพื่อนบ้านที่ดีนี้เราจะทําอย่างไรบ้าง ตอนนี้ปัญหามีมาก เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเปึนสมาชิกในสภานิติบัญญัติเราจะทํา อย่างไรให้การบริหารจัดการของฝ์ายรัฐบาลเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับคนส่วนใหญ่ ทั้งประเทศหรือว่าประโยชน์สูงสุดกับประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้จากที่เราประชุมกันแล้ว จะลับ หรือไม่ลับก็มีความขัดแย้ง หรือมีความไม่เห็นด้วยทั้ง ๒ ฝ์าย เพราะฉะนั้นผมว่า เปึนสิ่งที่ดี เราจะลดดีกรี (Degree) ตรงนี้ออกไป ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศหรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ถอนกรอบพิจารณา ๒ กรอบนี้ออกไปนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ขอประทานโทษนิดเดียวครับ
เดี๋ยวสักครู่ครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีพูดก่อน
มิได้ครับ ผมจะไม่ขัดจังหวะท่านนายกรัฐมนตรีหรอกครับ เพียงแต่ว่าให้เราได้แสดงความคิดเห็น สักฝ์ายละ ๒ คน แล้วเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีค่อยพูด
เดี๋ยวสักครู่ครับ
ท่านสัญญาไว้แล้ว ท่านเปึนผู้ใหญ่ ผมเชื่อมั่นท่านเหลือเกินนะครับ กราบขอบคุณครับ
คือไม่มีสัญญาตรงนี้ละครับ
ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะให้ผมพูดใช่ไหมครับ
ยังไม่อนุญาต เมื่อสักครู่อนุญาตให้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดก่อน
ผมอยากจะให้เรามีการพูดกันก่อน แล้วเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เก็บข้อมูลทั้งหมด สรุปแล้วไม่มีพลาดครับ จะได้ไม่พลาดเหมือนที่ผ่านมาท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่นี้ตอนที่ผมเสนอให้มีการประชุมลับ ก็ด้วยความตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการที่การอภิปรายอาจจะสร้างปมปัญหาขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่เพราะว่าเปึนเจตนา แต่เปึนเรื่องปกติในการแสดงความคิดเห็นที่อาจจะไม่ตรงกัน แต่บังเอิญว่าไปเกี่ยวข้องกับประเทศอื่น ๆ เพราะฉะนั้นนั่นคือเหตุผลที่มาของการเสนอ ให้มีการประชุมลับ ไม่ได้เปึนเรื่องปัญหาที่ว่าจะหลบเลี่ยงการชี้แจงอะไรทั้งสิ้น แล้วก็ เนื่องจากว่ามีการอภิปรายพาดพิงมาถึงการดําเนินการก็คงจะชี้แจงสั้น ๆ เท่านั้นครับ ท่านประธานครับ ว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ตัดสินใจไปเปึนการตัดสินใจเพื่อปกปัองประโยชน์ของ ประเทศชาติ ประชาชน เปึนการตัดสินใจและใช้มาตรการตามแนวทางที่เปึนที่ยอมรับ ในระดับสากล และเปึนการตัดสินใจที่ยังยืนยันว่าการดําเนินการทุกมาตรการและทุกก้าว ต่อจากนี้ไปก็จะดูแลในเรื่องของผลประโยชน์ของประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนที่ทํามาค้าขายตามปกติหรืออยู่เปึนเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันในบริเวณ ชายแดนนั้นเปึนเรื่องที่รัฐบาลได้ตระหนักอยู่ตลอดเวลา ขอกราบเรียนย้ําว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นหรือเริ่มต้นจากรัฐบาลไทยเลย แต่มีเหตุการณ์ที่เปึนที่ทราบกันดีว่า เกิดขึ้นมาแล้วก็กระทบต่อหลักการดําเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลไทย ก็มีความจําเปึนในการที่จะต้องแสดงจุดยืน ไม่มีอะไรผิดพลาดหรอกครับ แล้วก็จะใช้เวลา ในการทํางานต่อให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น แต่ว่าเมื่อจะมีปัญหาว่าการเสนอเรื่องนี้เข้ามาอาจจะ นําไปสู่การแสดงความคิดเห็นซึ่งไม่ตรงกันเปึนเรื่องธรรมดาในระบบรัฐสภาของฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เมื่อสักครู่นี้ตอนคุยกันหลังบัลลังก์ก็ยอมรับว่ายังมีประเด็นความละเอียดอ่อน ซึ่งอาจจะทําให้เกิดผลในทางที่ไม่มีฝ์ายใดพึงประสงค์ได้ ดังนั้นผมก็ไม่ขัดข้องครับ รัฐบาลก็เห็นว่าน่าจะเปึนทางออกที่ดีก็คือขอถอนเรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาออกไปก่อน ขอย้ําอีกครั้งครับว่าการตัดสินใจนี้เพื่อประโยชน์ สูงสุดของประชาชนคนไทย และสิ่งที่รัฐบาลทําทั้งหมดขอย้ําครับ ต้องการที่จะให้ ประชาชนคนไทยกับพี่น้องชาวกัมพูชาเปึนเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน เพียงแต่การดําเนินการ ระดับรัฐบาลมีความเห็นไม่ตรงกันครับ เราก็ดําเนินการตามมาตรการทางการทูต ตามมาตรฐานสากลเพื่อปกปัองประโยชน์ของคนของเราครับ ขอขอบคุณครับ
ตอนนี้ก็ถอนแล้ว ก็มีมติว่าจะให้ถอน หรือไม่ให้ถอนตามข้อบังคับ ผมขอนับองค์ประชุมก่อนครับ ผมขอนับองค์ประชุมว่า จะอนุมัติให้ถอนหรือไม่ให้ถอนครับ
ท่านประธาน ให้เราแสดงความเห็นกันสักนิดไม่ได้หรือครับท่านประธาน ก่อนที่จะถอน ไม่ถอน ผมไม่ได้ ขัดข้องเลยครับ และผมจะสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านจะทดลองดู สักทีไหมครับท่านประธาน
ผมว่าไม่ต้องลองกระมังครับ
ควรจะ ลองครับท่านประธาน
ลองทุกทีก็ยาวทุกทีครับ
มิได้ครับ ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานสักนิดได้ไหมครับระหว่าง ที่จะนับองค์ประชุมสั้น ๆ เท่านั้นละครับ
เอาสักครึ่งนาที ผมว่าไม่อนุญาต ดีกว่ากระมังครับ
ท่านอย่า กลับคําสิครับท่าน อายุ ๘๐ กว่าป้แล้วเดี๋ยวเขาจะหาว่าท่านหลง ๆ ลืม ๆ ให้แล้วก็ให้เลยครับ
ลืมไปหน่อยครับ
ให้แล้ว ก็ให้เลยท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน
มีผู้ประท้วงประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานนะครับ เพราะว่าท่านได้ มีคําวินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าไม่ให้ผู้ใดมาอภิปราย
ผมวินิจฉัยแล้วครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ถ้าคนมีดวงตาไม่เห็นธรรม
ท่านประธานวินิจฉัยแล้วก็ให้ถือว่าเปึนที่สิ้นสุด อย่ามาตอดเล็กตอดน้อยกันในสภาแห่งนี้ เลยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
ถ้าอย่างนั้น ผมไม่แสดงตนแล้วครับท่านประธานครับ
ก็ยืนแสดงตนก็แล้วกัน
ถ้าท่าน ไม่อนุญาตก็ไม่แสดงตนแล้วครับท่านประธาน เพราะผมเองคิดว่าเราจะพูดในสิ่งที่เปึน ประเด็น เพื่อจะเปึนประโยชน์เท่านั้นเอง ผมก็ขอถามสักนิดเท่านั้นเอง ท่านประธานก็จะ ไม่อนุญาตใช่ไหมครับ
คือให้ผมชี้ขาดไปเลยว่าไม่อนุญาต ครับ
ก็แสดงว่า ท่านให้แล้วก็ไม่ให้ ก็แสดงว่าท่านกลับไปกลับมาได้ใช่ไหมครับ ลองกลับมาอีกสักทีได้ไหม ครับท่านประธาน
พรุ่งนี้กลับครับ เสียบบัตรแสดงตนกัน ทุกท่านแล้วนะครับ แสดงผลครับ
ท่านประธานครับ ผมดูองค์ประชุมไม่น่าจะครบนะครับ คือคนที่เสียบบัตรแทนกันกรุณา เอาบัตรออกด้วยนะครับ มีคนตรวจสอบอยู่นะครับ
เขาถ่ายไว้หมดแล้วครับ แสดงผล ไม่ครบองค์ประชุมเสียแล้ว
มีใครเสนอนับองค์ประชุมไหม
ท่านประธาน กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือท่านประธานครับ ผมสังเกตดูเพื่อนเราบางคนมัวนั่งคุยกันครับ ท่านประธาน กดอีกทีได้ไหมครับ
เลื่อนไปนับองค์ประชุมวันพรุ่งนี้ครับ ขอป่ดประชุมครับ