รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ หารือเรื่องการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลกและกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกับอาเซียน เพื่อสร้างเอกภาพและความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลมีการคุยกันอย่างเข้มแข็งเกี่ยวกับผลกระทบต่อประชาชนจากการเปิดการค้าเสรี โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้รับจ้าง และคนยากจน

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่มีปัญหาในเรื่อง ของการสนับสนุนหรือยกมือให้กับกรอบต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้เสนอ นั่นก็แปลว่า ผมสนับสนุนครับ ยกมือให้ครับ นี่ย้ํายืนยันนะครับ เพียงแต่ว่าผมมีความห่วงใยแล้วก็ มีข้อสังเกตที่ผมคิดว่าไม่พูดไม่ได้อย่างน้อย ๒-๓ ประเด็น ท่านประธานครับ คือภายใต้ กรอบการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลกและกรอบการเจรจาความตกลง การค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม อันนี้เปึน ๒ กรอบที่ผม จะอภิปรายในวันนี้ และ ๒-๓ ประเด็นที่ผมคิดว่าผมมีข้อห่วงใยกับข้อสังเกต

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของปัจจัยความสําเร็จในการเจรจา โดยเฉพาะผลดี ผลได้ของพี่น้องประชาชน อันนี้เปึนประเด็นแรกที่ผมอยากจะฝากข้อห่วงใยและข้อสังเกต ให้กับทางรัฐบาล

ประเด็นที่สอง ก็คือผมคิดว่าต้องมาดูเรื่องผลกระทบของพี่น้องประชาชน จากผลของการเจรจาในกรอบการค้าดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ในปัจจัยความสําเร็จในการเจรจาเพื่อไปบรรลุผลดี ผลได้ของพี่น้องประชาชน ผมมี ๒ ประเด็นย่อยครับ

อันแรกผมคิดว่าท่านประธานอาจจะต้องย้ํากับทางรัฐบาลว่ารัฐบาล ได้ตอบคําถาม ได้พิจารณาถึงเรื่องของความพร้อมของอาเซียนอย่างไร ผมคิดว่า ความพร้อมของอาเซียนเปึนเรื่องที่สําคัญยิ่งเหตุเพราะว่ารัฐบาลได้แถลงไว้ในกรอบที่ ๓.๑ ท่านบอกว่ากรอบการเจรจาความตกลงพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก ถึงแม้อันนี้ อาจจะเปึนเรื่องที่ระหว่างไทยกับนานาประเทศ แต่มันก็จะเชื่อมโยงกับ ๓.๒ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้บอกว่าท่าทีโดยรวมเน้นการผลักดันและปกปัองผลประโยชน์ของประเทศ ด้านการค้าสินค้า โดยให้ความสําคัญเปึนพิเศษ ผมขออนุญาตอ่านเล็กน้อยท่านประธานครับ กับสินค้าเกษตรอันนี้เปึนข้อความที่จะต้องขีดเส้นใต้บรรทัดอันนี้ แล้วบอกต่อไปว่า และให้ระดับการเป่ดเสรีการค้าบริการและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเปึนไปตาม ความเหมาะสมของระดับการพัฒนา วรรคหลังไม่มีปัญหาครับ แต่ผมบอกว่าที่ขีดเส้นใต้ ก็คือสินค้าเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าความพร้อมในการพูดคุยกันของ บรรดาสมาชิกประเทศอาเซียนในการที่จะไปเจรจากับกลุ่มนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาล ก็ได้บอกมาว่ากลุ่มนอกอาเซียนมีใครบ้าง ในข้อความเรื่องความเปึนมาของรัฐบาล ท่านได้บอกว่ากลุ่มนี่ เช่น มีกลุ่มอาเซียนอินเดียที่จะต้องเจรจากันแน่นอน กลุ่มอาเซียน ญี่ปุ์น อันนี้จะต้องเจรจากันแน่นอนครับ อาเซียนกับอาหรับ คือกลุ่มความร่วมมือ ในประเทศรอบอ่าวอาหรับ ๖ ประเทศ เช่น บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อันนี้ต้องเจรจาแน่นอน นอกจากนั้นอาเซียนกับกลุ่มประเทศ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ์น หรือกระทั่งบวกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอินเดียเข้าไปด้วย ท่านประธานครับ กลุ่มประเทศต่าง ๆ นั้นอาเซียนจะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ในการที่จะไปเจรจา โดยเฉพาะเรื่องของการเกษตร ผมอยากกราบเรียนว่าผมมีคําถาม ที่เปึนข้อห่วงใยก็คือเราได้มีการพูดคุยกันมากน้อยแค่ไหนในระหว่างอาเซียนด้วยกัน เพราะว่าในอาเซียนด้วยกันนั้นมีผลิตผลทางด้านการเกษตรที่ใกล้เคียงกันครับ ถ้าไม่คุยกัน ความร่วมมือหรือมิตรมันจะกลายเปึนคู่แข่ง ผมยกตัวอย่างก็ได้ท่านประธานครับ เรื่องยาง ผมคิดว่าทิศทางของหลายรัฐบาลหรือรวมถึงรัฐบาลนี้ดูเหมือนกับน่าจะทําให้ประชาชนนั้น พึงพอใจว่ารัฐบาลพยายามที่จะเอาเรื่องยางมาคุยกับอย่างน้อยผู้ผลิตใหญ่ ๓ ประเทศ ก็คือ ๑. ไทย ๒. อินโดนีเซีย ๓. มาเลเซีย อาจจะบอกว่าฮั้วกันหรืออาจจะบอกว่าตั้งบริษัท ร่วมกันในการที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านการตลาด หรือกระทั่งวางแผนการตลาด ร่วมกัน อันนี้ดูเหมือนว่าประชาชนพึงพอใจ แต่ถามว่าหลักประกันที่จะทําให้ผลทางด้าน การตลาดของเกษตรกรในเรื่องยางพารานี่มันเปึนอย่างไร ผมคิดว่ากรอบคิดอันเดิม ถ้าหากว่าเราคุยเฉพาะวัตถุดิบ ความร่วมมือในเรื่องของแค่เอายางแผ่นยางแท่ง หรือน้ํายาง มาคุยกันอย่างเดียว ผมคิดว่าไม่พอครับ ผมคิดว่าการเจรจาของอาเซียนในเรื่องของ ยางพาราต้องถามรัฐบาลครับ ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ท่านได้คุยกันหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างให้เปึนรูปธรรมก็ได้ครับ ยางของไทยปัจจุบันกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เติบโต มาจาก ๑.๒ ล้านตัน เมื่อประมาณป้ ๒๕๓๓ ข้อมูลนี้ตอนที่ผมกับพี่น้องประชาชน ชาวสวนยางในภาคใต้ได้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลในป้ ๒๕๓๓ เราพบว่ายาง ๑.๒ ล้านตัน เอาไปทําผลิตภัณฑ์เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานครับ ส่วน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เราขายออกในรูปของวัตถุดิบ ในขณะที่มาเลเซีย ณ ขณะนั้นท่านประธานครับ เขาเอาไปทํา ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้ภายในประเทศถึงประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เราผ่านมาถึง เกือบ ๒๐ ป้ ไปดูตัวเลขครับ ถึงแม้ว่ายางเราจะเพิ่มไปกว่า ๓.๔ ล้านตัน แต่ว่าสัดส่วน ระหว่างทําผลิตภัณฑ์ของไทยยังคล้ายเดิม นั่นก็คือเรานําไปสู่ผลิตภัณฑ์แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เท่านั้นเอง ถามว่าผลิตภัณฑ์ระหว่างมาเลเซียกับไทยที่มันต่างกันนี้ ประเด็นคําถามผมก็คือว่าเราได้ร่วมไม้ร่วมมือกันหรือไม่ในการที่จะใช้ผลการวิจัย เพราะมาเลเซียเองเขาทําปาล์มมากขึ้น แต่ขนาดเขาทํายางน้อยลงเมื่อเทียบเปึนสัดส่วน แต่เขาก็มีผลการวิจัยและนําไปสู่การแปรรูป หรือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปึนผลสําเร็จ ไทยเรานําไปสู่ความสําเร็จได้เมื่อไรครับ อันนี้เปึน คําถามที่ผมถามรัฐบาลก่อนหน้านี้ด้วย รัฐบาลนี้จะต้องถามต่อครับ แล้วรัฐบาลต่อไป ถ้าหากยังไม่ทําก็ต้องถามต่อ ผมคิดว่าเราจะเสียโอกาสในเมื่อเรามีอาเซียน แล้วภายใน อาเซียนเองมีผลการวิจัยเรื่องของยาง เรื่องของปาล์ม ท่านประธานครับ เช่นกัน ท่านไปดู ตัวเลขครับ วันนี้เราพยายามที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรของเราปลูกปาล์มมากขึ้น ในภาคใต้ บ้านผมก็ส่งเสริมให้ปลูกมากขึ้น เพราะยางจะหันไปปลูกภาคอีสาน ภาคเหนือหรือภาคอื่น อันนี้ไม่มีปัญหาครับ เพียงแต่ว่าเรื่องปาล์มเราก็มาเจอปัญหาเช่นกันครับ ก็คือตั้งแต่ ผลการวิจัยเรื่องของการผลิตตั้งแต่พันธุ์ปาล์มทุกคนทราบว่ามาเลเซียมีผลการวิจัยเรื่อง พันธุ์ปาล์มที่มีเขาเรียกว่าผลผลิตต่อไร่หรือยีลด์ (Yield) สูงกว่าประเทศไทย เอาแค่เรื่อง ของพันธุ์อย่างเดียวไม่นับเรื่องของการบริหารจัดการทางด้านการผลิตอื่นเขาก็เหนือกว่าเรา แต่ผมถามว่าถ้าเราอยู่ในกลุ่มอาเซียนเราไม่สามารถที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันในเรื่องของ ข้อมูลเรื่องการวิจัยนําไปสู่การพัฒนาเรื่องของผลิตภัณฑ์ ผมถามว่าเราจะร่วมมืออะไรครับ แล้วผมคิดว่าถึงที่สุดไม่ว่าเราจะค้าขายวัตถุดิบหรือค้าขายผลิตภัณฑ์ ถ้าหากว่า เราได้ร่วมมือกันอันนี้ก็จะเปึนโอกาสและจะเปึนผลดีผลได้ของพี่น้องประชาชนครับ ผมอาจจะมีเวลาน้อยในการที่จะยกตัวอย่างเรื่องของผลไม้ เรื่องของข้าวหรือเรื่องของ ผลิตผลทางการเกษตรอื่น ๆ ซึ่งยกได้เพียงแต่ว่าเวลามันสั้นดังที่กล่าว แต่ขออนุญาต ได้บอกว่าเวลาเราพูดถึงข้าวแน่นอนประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ และประเทศอื่นก็จะเปึนผู้ผลิตข้าวที่สําคัญ คําถามก็คือว่าเราได้เตรียมความพร้อม ได้พูดคุยกันถึงเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด ถ้าเราไม่ได้พูดคุยกัน ทั้งเรื่องการผลิต การตลาดอย่างแท้จริงผมคิดว่าเราเสียโอกาสครับ เวลาเราไปเจรจานอกกลุ่มผมคิดว่า เราอาจจะไม่เปึนขบวนหรือไม่เปึนกระบวนก็แล้วแต่จะพูด อันนี้ที่ผมฝากข้อห่วงใยถ้าหากว่า รัฐบาลท่านได้ตอบได้ ท่านช่วยตอบให้ผมทีครับ

เมื่อสักครู่นี้ก่อนหน้าผมไม่กี่ท่าน สมาชิกวุฒิสภาของเราท่านได้อภิปราย ฝากข้อสังเกตครับ ว่าเรื่องผลไม้ในอาเซียนด้วยกันท่านได้ร่วมไม้ร่วมมือเพื่อจะเจรจากับ จีนอย่างไร ท่านประธานคงทราบว่าจีนวันนี้เขาเองเขามียุทธศาสตร์กับอาเซียนแน่นอน เพราะเขาจะต้องแข่งกับอเมริกา อเมริกาอาจจะได้เปรียบเพราะว่าอุดหนุนชนชั้นนําไทย มาต่อเนื่องตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ตั้งแต่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เปึนต้นมา อเมริกา ได้เปรียบ วันนี้พลังงานอเมริกาก็ได้เปรียบครับ หรือธุรกิจอื่นอเมริกาก็ตักตวงผลประโยชน์ จากประเทศของเราซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากไปตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ของเรา แต่จีนเขาก็มองอาเซียนเช่นกัน ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ของจีนและของอเมริกาอันนี้ เราก็จะมองว่าเปึนโอกาสของเรา จีนสนใจอาเซียนแล้วก็มองว่าไทยเปึนพี่เบิ้มของอาเซียน ชนชั้นนําของไทยไม่ว่าจะเปึนการเมืองหรือธุรกิจก็มีกลุ่มคนเชื้อสายจีน ซึ่งเราไม่ได้ รังเกียจกันนะครับ ผมคิดว่าการรังเกียจทางเชื้อชาติเปึนเรื่องที่ไม่เหมาะกับประเทศนี้เลย เรามีแต่จะต้องสมานฉันท์กัน อันนี้จะต้องฝากไว้ในวาระที่จะต้องพูดถึงเรื่องของเชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์ ซึ่งถ้ามีเวลาผมจะอภิปรายในตอนหลัง ท่านประธานครับ ในเมื่อจีน อยากจะสัมพันธ์กับอาเซียน แต่เราร่วมมือกับอาเซียนมากน้อยเพียงใดในการที่จะคุยกับ จีนเรื่องผลไม้ ผมคิดว่าเรื่องผลไม้ของไทยลําไยในภาคเหนือ มังคุด ทุเรียนในภาคใต้ ภาคตะวันออก หรือเงาะหรือสินค้าอื่น ๆ ดูจํานวนผลผลิตกับความต้องการการบริโภค ของจีนที่จริงไม่น่าจะมีปัญหาระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน เหตุเพราะว่าประชากรจีนเกือบ ๑,๓๐๐ ล้านคน ถามทุกคนพูดตรงกันหมด ลําไยเขาบอกแล้วว่าอันนี้เปึนผลไม้ของฮ่องเต้ เช่นกันเหมือนกับเปึนตามังกร นอกจากอร่อยแล้วมีผลต่อสุขภาพดีแล้วก็ยังเปึนผลไม้ มงคล ทุเรียนเช่นกันคนจีนชอบ เงาะ มังคุด มังคุดบ้านผมคนจีนชอบแน่นอน แต่คําถาม ก็คือว่าเราใช้อะไรกับอาเซียนครับ เราใช้ความร่วมมืออะไรกับอาเซียนในการเจรจากับจีน จีนเกรงใจอาเซียนแน่นอนนะครับ ถ้าหากว่าเราได้ร่วมไม้ร่วมมือกัน อันนี้ผมย้ําหลายครั้ง เพื่อถึงที่สุดแล้วมันจะต้องไปประเมินถึงผลนะครับว่าและผลของเราได้ผลไหมครับเรื่องผลไม้ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาได้พยายามตั้งขึ้นมาหรืออยู่ในรูปคณะอนุกรรมาธิการก็ตาม เราพยายามพูดคุยเรื่องของผลไม้ราคาตกต่ําซ้ําซาก ผมไม่หวังว่ามันจะตกต่ําซ้ําซากอีก ในเมื่อเราจะมาเจรจาทั้งในกรอบพหุภาคี หมายความว่าระหว่างประเทศไทยกับ นานาประเทศ และกรอบที่เราร่วมกับอาเซียนเพื่อไปเจรจากับประเทศจีนหรือกับประเทศ ต่าง ๆ ผมหวังผลในเรื่องเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมเรียนว่า เปึนความพร้อมที่ผมฝากคําถามถึงรัฐบาล ปัจจัยถัดมาที่จะไปตอบว่าความสําเร็จหรือไม่ ในการเจรจาก็คือ ความเปึนเอกภาพครับ ความเปึนเอกภาพของอาเซียน ผมคิดว่าวันนี้ ถูกท้าทาย ความเปึนเอกภาพวันนี้จะส่งผลโดยตรงต่อความสําเร็จในการเจรจา ทั้งรอบโดฮา หรือรอบอื่น ๆ ในเวทีต่าง ๆ ถ้าหากว่าอาเซียนไม่มีความเปึนเอกภาพ ผมคิดว่าอันนี้ จะเปึนปัญหาใหญ่ แต่ท่านประธานครับ ท่านกรุณาและเมตตาผม ฟังดี ๆ นะครับ ผมไม่เอาไปเกี่ยวพันกับเรื่องที่ชนชั้นนําไทยมีวิวาทะกันเพื่อที่จะเกิดผลได้ ผลเสียในทาง การเมือง ณ ขณะนี้ เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนติดตาม และพี่น้องประชาชน สรุปได้แล้วครับว่าวิวาทะของชนชั้นนําไทยปัจจุบัน เขามีได้และมีเสีย ยกตัวอย่างก็ได้ครับ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย มีได้ในเวทีระหว่างประเทศ เมื่อมีการหยิบยกเอาเรื่องของ สมาชิกอาเซียนประเทศหนึ่งกับประเทศไทยขึ้นมา แต่อาจจะมีเสียในการเมืองระหว่าง ประเทศแน่นอน ผลโพลต่าง ๆ ชัดเจน นายกรัฐมนตรีปัจจุบันอาจจะมีเสียในเวที ต่างประเทศแน่นอน ณ วันนี้ ดูเหมือนว่าไม่เปึนผู้นําแล้วหรืออะไรก็ตาม แต่ท่านมีได้ แน่นอนในการเมืองในประเทศ นายกรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้าน มีได้แน่นอน อาจจะ มีเสียหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ แต่คําถามก็คือว่าชนชั้นนําหรือผู้นําทั้งอดีต ปัจจุบันของประเทศไทย และของประเทศเพื่อนบ้านมีได้และมีเสีย ถามว่าประชาชนมีได้หรือมีเสียไหมครับ จนถึงวันนี้ ผมไม่เห็นทางได้ของพี่น้องประชาชน ผมเห็นมีแต่ทางเสียครับ ทีนี้ถามว่า นายสิริวัฒน์ พูดอะไรท่านประธานครับเรื่องเอกภาพ ผมไม่หมายความเฉพาะเอกภาพของผู้นํา ต่อให้มีใครนี่นะครับ ไปสร้างเอกภาพ มีสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ผมคิดว่าดี แต่ไม่พอ ท่านเดินไปเถอะครับ แต่ไม่พอแน่นอน แต่แน่นอนที่สุดนะครับ ถ้าหากว่าผู้นํา มีความสัมพันธ์ที่เสียหาย อันนี้ยิ่งแย่ใหญ่ครับ แต่ผมบอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เฉพาะผู้นําไม่พอ คําถามก็คือว่าเอกภาพที่จะไปนําไปสู่ผลสําเร็จในการเจรจา ในการผนึก อาเซียนกับกลุ่มประเทศอื่นคืออะไรครับ ผมคิดว่าเอกภาพในความรู้สึกนึกคิดของ ประชาชน อะไรคือเอกภาพในทางความรู้สึกนึกคิด และมันเปึนปัญหาอะไร

ท่านประธานผมเรียนนะครับ ตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ของสังคมไทย เราที่เราเรียนรู้กันในระบบการศึกษาหรือเรียนรู้กันผ่านสื่อต่าง ๆ ผมคิดว่าประเทศของเรา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สงคราม ซึ่งผมได้เคยอภิปรายไปแล้ว แต่ยังจะต้องอภิปรายอีก เหตุเพราะว่ากระแสหลักยังไปทิศทางนี้ครับ ทิศทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ผมไม่ได้ ปฏิเสธเรื่องความรู้สึกว่าคนไทยเกลียดพระยาละแวก คนไทยเกลียดบุเรงนอง หรือคนไทย เกลียดผู้นําประเทศเพื่อนบ้าน ผมคิดว่าอะไรที่มันจริงก็คือจริง แต่ผมคิดว่าการเรียน ประวัติศาสตร์ด้านเดียวและตอกย้ําโดยชนชั้นนํากันด้านเดียว จะนํามาซึ่งประชาชน ที่มีความรู้สึกเกลียดชังกัน ผมถามว่าความรู้สึกเกลียดชังกันนี้ต่อไปผู้นําคนไหนก็ตาม ไม่ว่าพรรคไหนหรือฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ท่านจะหนีพ้นไปจากกระแสกดดัน ของพี่น้องประชาชนได้หรือครับ ถึงที่สุดแล้วการหลีกเลี่ยงสงครามก็หลีกเลี่ยงไม่พ้น อย่าว่าแต่เรื่องเอกภาพของอาเซียนเลยครับ แม้แต่กระทั่งผมคิดว่าเราจะอยู่บนปากเหว ของความหายนะตลอดเวลา นับจากประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน และจะกี่ชั่วลูกหลานครับ ท่านประธาน ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนหรือเตรียมความพร้อมของประชาชน ในการที่จะสร้าง ความเปึนเอกภาพ ถามว่าเราคือกลุ่มเครือญาติชาติพันธุ์กันไหม ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุจิตต์ วงษ์เทศ ท่านได้ต่อสู้ ท่านได้พูดมานาน เพื่อให้ปัญญาของคนเกิดขึ้นในสังคมนี้ คนไทยไม่ได้โง่ครับ เพียงแต่ผมคิดว่าเมื่อเราไม่ได้เดินตามสิ่งที่พระพุทธองค์พูด เมื่อเรามีรักมาก บอกให้ชังมาก ในที่สุดปัญญามันไม่เกิด อันนี้สําคัญท่านประธาน ผมต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่ามันอยู่ใน กระแสด้วย และสําคัญตรงประเด็น ฝากถามว่าเราได้เตรียมความพร้อมอะไรในทางที่ ทําให้อาเซียนเกิดเอกภาพ เพราะถ้าหากว่าเราไม่ทําเรื่องนี้ ในอนาคตเราจะยกแผ่นดินไทย ออกไปจากรอบพม่า ลาว เวียดนาม เขมร หรือมาเลเซียได้ไหมครับ ไม่มีทางครับ ไม่ว่า เราจะสร้างให้คนไทยโกรธ เกลียด รัก ชังอย่างไรก็ตาม เรายังจะอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ กรอบการค้าเสรีที่เราจะไปทํากับต่างประเทศ เรื่องเกษตรท่านประธานคงทราบว่า มันเกี่ยวพันกันแน่นอน ท่านจะไปเอามังคุด เอาทุเรียนไปขายถึงอเมริกาใต้ ผมคิดว่า มันยากเหลือเกิน ทั้งเหตุผลเรื่องความจํากัดเรื่องต้นทุนการขนส่งและเรื่องของตลาด ท่านครับ คนบริโภคเขาไม่คุ้นเคยกับทุเรียน ไม่คุ้นเคยกับมังคุดหรือผลไม้อื่น มันเกี่ยวอะไร รู้ไหมครับ ก็ผมบอกว่าประเทศที่มันอยู่ใกล้จึงจะบริโภค แล้วท่านจะสามารถทําการค้า ได้สําเร็จ ท่านต้องขายในอาเซียนครับ กว้างออกไปหน่อยทางด้านเอเชียตะวันออก ท่านจะต้องไปขายกับจีน ญี่ปุ์น ไต้หวัน หรือเกาหลีเท่านั้นเองครับ ออกไปด้านอันดามัน ท่านก็ไปขายกับอินเดีย บังกลาเทศ พม่าเท่านั้นละครับ ท่านไปขายกับประเทศอื่น ท่านยังจะต้องไปสร้างความคุ้นเคยในรสชาติอะไรกันเยอะแยะไปหมด อันนี้เปึนเรื่องของ การวิเคราะห์ที่เขาเรียกว่าสวอท (SWOT) จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค ของกรมการค้าส่งออก มาแล้ว ดังนั้นท่านครับ ท่านจะเห็นว่าความสําคัญของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและ กลุ่มประเทศที่อยู่ใกล้ ๆ กันมันจึงสําคัญมาก เพราะฉะนั้นผมอยากเรียกร้องทุกรัฐบาล ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคตจะเปึนพรรคการเมืองใดมาบริหาร ท่านจะต้องเตรียมความพร้อม เรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การเตรียมความพร้อมเรื่องของการรู้สึกว่าเราคือพี่น้อง เครือญาติชาติพันธุ์ ท่านจะไปเจาะดีเอนเอ (DNA) ก็ได้ครับ วันนี้ท่านทําความเข้าใจ ในเรื่อง ๓ จังหวัด ในเรื่องมาเลเซียให้ดี ท่านไปเจาะดีเอ็นเอท่านจะพบว่ามันไม่มีหรอกครับ ที่จะเปึนมลายู-ปัตตานี หรือมลายู-สตูล หรือไทยพุทธ ชาติพันธุ์เหมือนกัน เพราะในอดีต เราไม่ได้มีการแบ่งแยกศาสนาอย่างนั้น เราศาสนาเดียวกันด้วยซ้ําไป ท่านครับ เชื้อชาติ ก็แปลว่าเชื้อชาติเดียวกัน มันไม่มีไทยบริสุทธิ์สักที่เดียว เราจะต้องยอมรับความเปึนจีน อาจจะมีเชื้อชาติอยู่ ความเปึนมาเลเซีย ความเปึนมอญ เขมร ไทย ลาว มันผสมกันทั้งนั้น อันนี้ผมคิดว่าไม่เปึนกระแสหลักของประเทศนี้ ณ ปัจจุบันในเชิงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน

เหลือนาทีเศษผมพูดประเด็นสุดท้าย ก็คือผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ท่านครับ บทความของอาจารย์สมชาย ปรีชาศิลปกุล ผมไม่มีเวลาอ่านให้ท่าน ท่านไปดู ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หรือบทความของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นิธิ เอียวศรีวงศ์ พูดมาอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบของการเป่ดการค้าเสรี ผลกระทบในทางได้ นักธุรกิจ โดยเฉพาะรายใหญ่ ผู้ค้าส่งออกได้แน่นอน อันนั้นไม่อิจฉา ดีครับ อาจจะเกิดประโยชน์กับ ประชาชนโดยภาพรวมถ้ามีกลไกในการกระจาย แต่คนเล็กคนน้อยไม่เห็นชัดเจนเลยครับ ผมถามคําถามว่ารัฐบาลได้เตรียมการอะไร คําถามนี้ผู้สื่อข่าวก็เคยถาม ซึ่งต้องขอบคุณ ผู้สื่อข่าว ประชาชนจํานวนหลายเวทีก็เคยถาม แต่ว่าเวทีนั้นน้อยไปครับ ท่านให้ข้อมูลและ รับฟังความคิดเห็นประชาชนน้อยไป ผมเรียกร้องให้ท่านเพิ่มขึ้น แต่ถามว่าท่านได้เตรียมการ อะไร ท่านได้ช่วยตอบว่าไม่ให้คนเล็กคนน้อย เกษตรกร ผู้รับจ้างหรือคนยากคนจนได้รับ ผลกระทบในทางที่เสียหาย ขอบพระคุณครับ