กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา โดยมีประเด็นสำคัญที่เป็นผลของการประชุม คือการดำเนินการตามขั้นตอนที่ 2 ของแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ของการสืรวจโดยเร็วที่สุด และการเริ่มการสืรวจพื้นที่ตอนที่ 5 หลักเขตแดนที่ 1-23 และขอความเห็นชอบของรัฐสภาเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างไทยกัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเสนอ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาที่รัฐบาลได้เสนอ เพื่อขอความเห็นชอบของรัฐสภาดังนี้
เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ รัฐสภาได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ กรอบการเจรจาด้านการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา จอยท์ บาวดารี่ คอมมิชชั่น เจบีซี (Joint Boundary Commission : JBC) และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ด้วยคะแนนเสียง ๔๐๖ เสียงต่อ ๘ เสียง จาก ๔๑๘ เสียงของผู้เข้าร่วมประชุมและได้ให้ความเห็นชอบ กรอบการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณ เขาพระวิหาร ด้วยคะแนนเสียง ๔๐๙ เสียงต่อ ๗ เสียง จาก ๔๑๘ เสียงของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งเปึนการดําเนินการมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ สําหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้เปึนเรื่องการขอความเห็นชอบบันทึก การประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เพียงเท่านั้น ยังไม่ใช่การขอความเห็นชอบต่อร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งกระผมขอทําความเข้าใจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า ร่างความตกลง ดังกล่าวกําลังอยู่ในระหว่างการเจรจาและเมื่อเจรจาได้เปึนที่ยุติแล้วรัฐบาลจะขอให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการให้มีผลผูกพันต่อไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ภายหลังจากได้รับความเห็นชอบกรอบการเจรจา ด้านการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทั้งทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนวในกรอบของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาและกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้เมื่อเดือน ตุลาคม ๒๕๕๑ ดังกล่าวแล้ว คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาฝ์ายไทย ได้ประชุมกับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ฝ์ายกัมพูชาจํานวน ๓ ครั้ง กระบวนการเจรจาเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศทั้งสอง ในกรอบของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชามีความคืบหน้าไปมาก และในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ได้มีการลงนามบันทึกการประชุม ๓ ฉบับ ได้แก่
๑. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่เมืองเสียมราฐ เมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
๒. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๔ ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และ
๓. บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๒
สาเหตุที่ไม่ได้นําเสนอบันทึกความเข้าใจในแต่ละครั้งเนื่องจากการประชุม ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ ไม่สามารถตกลงกันได้ แต่ต่อมาเมื่อมีการประชุมครั้งที่ ๓ และตกลงกันได้จึงมีการลงนามในบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม บันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับที่ลงนามแล้วนี้ยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่าทั้ง ๒ ฝ์ายจะยืนยัน ผ่านช่องทางทางการทูตว่าได้มีการดําเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายใน ครบถ้วนแล้ว และในส่วนของไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน วันนี้กระผม จึงขอเสนอบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนที่จะยืนยัน แก่ฝ์ายกัมพูชาผ่านช่องทางทางการทูตเพื่อให้บันทึกการประชุมมีผล เพื่อให้กระบวนงาน สํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาภายใต้กรอบของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาได้ดําเนินงานต่อไป
คณะผู้แทนไทยในองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ฝ์ายไทยประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งฝ์ายความมั่นคง ฝ์ายกฎหมาย และฝ์ายเทคนิคการสํารวจ ประธานฝ์ายไทยคือนายวศิน ธีรเวชญาณ ที่ปรึกษากระทรวง การต่างประเทศ กระผมจึงขอยืนยันและความมั่นใจต่อรัฐสภาว่าคณะผู้แทนได้พิจารณา อย่างละเอียดและรอบคอบอย่างยิ่งตามกรอบการเจรจาที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ประเด็นสําคัญที่เปึนผลของการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ที่ปรากฏตามบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับ ได้แก่
๑. ที่ประชุมยืนยันว่าควรดําเนินการตามขั้นตอนที่ ๒ ของแผนแม่บท และข้อกําหนดอํานาจหน้าที่ของการสํารวจโดยเร็วที่สุด คือให้ผลิตแผนที่ภาพถ่าย ทางอากาศ ออร์โธโฟโต แมพส์ (Orthophoto map’s) ตลอดแนวเขตแดนเพื่อช่วย ในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทคนิค หารือกันในเรื่องนี้ต่อไปโดยเร็วที่สุด
๒. เห็นชอบว่าชุดสํารวจร่วมอาจเริ่มการสํารวจพื้นที่ตอนที่ ๕ หลักเขตแดนที่ ๑-๒๓
๓. ที่ประชุมหารือเรื่องการจัดทําคําแนะนําอินสทรัคชัน (Instruction) สําหรับการสํารวจในพื้นที่ตอนที่ ๖ คือหลักเขตแดนที่ ๑ และเขตสัตตะโสม ซึ่งรวมบริเวณ ปราสาทพระวิหารด้วย แล้วมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปหารือกันในระดับเทคนิคต่อไป
๔. ระหว่างรอการจัดทําข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารให้แล้วเสร็จ ทั้ง ๒ ฝ์ายเห็นพ้องให้เริ่มสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนในพื้นที่ตอนที่ ๖ ทันทีที่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับคําแนะนําสําหรับ การสํารวจพื้นที่ตอนที่ ๖
๕. เห็นชอบให้มีการประชุมเจบีซี สมัยวิสามัญเพื่อหารือประเด็นกฎหมาย เกี่ยวกับพื้นที่สํารวจตอนที่ ๖ เมื่อมีการเริ่มสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนในพื้นที่ดังกล่าว
๖. รับทราบว่าเจ้าหน้าที่เทคนิคของทั้ง ๒ ฝ์ายได้เห็นพ้องกันเกี่ยวกับ ร่างภาษาอังกฤษของรายงานร่วมว่าด้วยการสํารวจสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดน ๒๙ หลัก (หลักเขตแดนที่ ๒๕-๕๑) แล้วตกลงให้เจ้าหน้าที่เทคนิคของทั้ง ๒ ฝ์ายร่วมกัน ตรวจสอบร่างรายงานการสํารวจทั้ง ๓ ภาษาก่อนส่งให้อนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม จอยท์ เทคนิคัล ซับ-คอมมิชชัน-เจทีเอสซี (Joint Technical Sub-Commission-JTSC) และเจบีซีพิจารณาแล้วให้ความเห็นชอบต่อไปตามลําดับ
๗. รับทราบว่าฝ์ายไทยจะส่งร่างภาษาอังกฤษของรายงานร่วมว่าด้วย การสํารวจสภาพและที่ตั้งของหลักเขตแดนสําหรับ ๑๙ หลักที่เหลือ หลักเขตแดนที่ ๕๒ ถึงหลักเขตแดนที่ ๗๐ ให้ฝ์ายประเทศกัมพูชาพิจารณาต่อไปโดยเร็วที่สุด
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอย้ําว่าหากรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ต่อบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็จะยังไม่ทําให้ ร่างข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ที่แนบมาพร้อมกับบันทึกการประชุมเจบีซี ทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวนั้นมีผลใช้บังคับ หรือเปึนการรับรองการเจรจาเท่าที่มีมาเกี่ยวกับร่างดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ ทั้งนี้เนื่องจาก
ประการแรก การเจรจาข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบการเจรจา อีกกรอบหนึ่งต่างหาก ได้แก่ กรอบการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และกัมพูชาได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาเปึนผู้เจรจาแทน
ประการที่สอง การเจรจาข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวยังมีประเด็นคงค้าง และต้องเจรจากันต่อไปยังไม่มีข้อยุติ และเมื่อการเจรจาเปึนที่ยุติและมีการลงนาม ความตกลงนี้ โดยมีเงื่อนไขว่ายังไม่มีผลบังคับใช้เมื่อลงนามแล้ว เพราะรัฐบาลต้องนํามาเสนอ ขอความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนที่จะดําเนินการให้มีผลผูกพัน ข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับ สถานการณ์ชายแดนบริเวณเขาพระวิหารเปึนมาตรการชั่วคราว เพื่อลดความตึงเครียด บริเวณชายแดน บริเวณประชิดประสาทพระวิหารระหว่างรอการสํารวจและจัดทํา หลักเขตแดนในบริเวณดังกล่าว และจะยุติการบังคับใช้เมื่อการสํารวจและจัดทํา หลักเขตแดนในบริเวณดังกล่าวเสร็จสิ้น
ท่านประธานที่เคารพ สําหรับบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดน ร่วมไทย-กัมพูชา จํานวน ๓ ฉบับ ที่เรียนเสนอขอความเห็นชอบของรัฐสภา หากได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาก็จะได้แจ้งยืนยันฝ์ายกัมพูชาโดยช่องทางทางการทูตให้บันทึก การประชุมทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวมีผล เพื่อให้กระบวนการเจรจาเรื่องเขตแดนและการสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาดําเนินต่อไปได้ อันเปึนไปตามเจตนารมณ์ร่วมกันของประเทศไทยและประเทศกัมพูชาที่จะระงับข้อพิพาท เขตแดนที่มีอยู่อย่างสันติวิธีและเพื่อที่จะให้การดําเนินงานสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เปึนไปเพื่อปัองกันมิให้เขตแดน เปึนอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้อีกทางหนึ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ