รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

โสภณ ซารัมย์ เสนอข้อเสนอการเจรจาการบินระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อปรับปรุงความตกลงการบินและขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายการบริการการบินให้เพียงพอแก่ความต้องการและปริมาณของการจัดการจราจร เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่สายการบินและขยายการบริการไปยังจุดอื่น ๆ ในประเทศภาคี นอกจากนี้ยังขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับร่างความตกลงการเดินอากาศฉบับใหม่ระหว่างประเทศไทย-เดนมาร์ก-นอร์เวย์-สวีเดน และร่างบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียเกี่ยวกับเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวีย

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอบันทึกการหารือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้ที่ประชุมรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ กระผมใคร่ขอสรุปสาระที่จะเสนอดังต่อไปนี้นะครับ

๑. เหตุผลและความจําเปึน รัฐบาลไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้จัดทําความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศระหว่างกัน ลงนามเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๑ เพื่อใช้เปึนความตกลงฉบับแม่บทในความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างกัน และทั้ง ๒ ฝ์ายได้พบปะหารือกันมาเปึนระยะ โดยที่พบกันครั้งสุดท้ายล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๔๙ ณ กรุงฮานอย

สืบเนื่องมากจากสายการบินนกแอร์ได้แจ้งความประสงค์ที่จะเป่ดการบิน แบบประจําที่จะกําหนดเส้นทางระหว่างกรุงเทพ-โฮจิมินห์ ไป-กลับสัปดาห์ละ ๒๑ เที่ยว ด้วยอากาศยานแบบโบอิ้ง ๗๓๗-๔๐๐ ซึ่งเกินสิทธิที่ความตกลงที่คณะผู้แทนไทย-เวียดนามได้ ตกลงกันในการเจรจาการบิน คณะผู้แทนไทย เวียดนามจึงได้ตกลงกันทําบันทึกหารือ ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๑ ได้ปรับปรุงสิทธิความจุและความถี่สรุปดังนี้

๑. เส้นทางกรุงเทพ-โฮจิมินห์ และกลับ เดิมจาก ๒๑ เที่ยว ได้กําหนด ในป้ ๒๕๓๓ ไม่จํากัดเที่ยวบิน

๒. เส้นทางอื่น ๆ สายการบินที่กําหนดแต่ละฝ์ายสามารถบินได้ โดยไม่จํากัดเที่ยวบิน ด้วยอากาศยานแบบใด ๆ พร้อมทั้งสิทธิรับขนส่งจราจรเสรีภาพที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ได้อย่างเต็มที่

ผลที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย สายการบิน ที่กําหนดให้ทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถที่จะเพิ่มเที่ยวบินตามแผนที่ต้องการและส่งเสริมปริมาณ การจราจรและเส้นทางที่สามารถสร้างความเจริญเติบโตในการจราจรทางอากาศ นอกจากนี้ยังเปึนการเพิ่มศักยภาพให้ไทยเปึนศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคแห่งนี้ อันจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้านการค้าและการบริการทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญ โดยมีศักยภาพต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ เพื่อให้การดําเนินการให้สอดคล้องกับตามมาตรา ๑๙๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงเสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบครับ

เรื่องที่ ๔ เปึนข้อเสนอบันทึกความเข้าใจลับระหว่างรัฐบาลแห่ง ราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เพื่อให้รัฐสภา ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีสาระดังต่อไปนี้

๑. เหตุผลและความจําเปึน ประเทศไทยและบังกลาเทศได้จัดทําความตกลง ด้านบริการเดินอากาศระหว่างกันโดยลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑ เพื่อให้ ความตกลงฉบับแม่บทในความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายได้พบปะหารือ มาเปึนระยะ ๆ โดยการพบหารือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๒ และวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๖ ที่กรุงเทพมหานคร

อันเนื่องมาจากสายการบินพลเรือนบังกลาเทศได้มีหนังสือถึงกรมการขนส่ง ทางอากาศแจ้งแต่งตั้งสายการบินเบสท์แอร์เปึนสายการบินที่กําหนดให้สายการบิน บังกลาเทศพร้อมที่จะอนุญาตให้สายการบินเบสท์แอร์ทําการบินประจําเส้นทาง ธากา-กรุงเทพฯ และกลับ เกินสิทธิตามที่ตกลงกันไว้ ๗ เที่ยว/สัปดาห์ กรมการขนส่ง ทางอากาศจึงแจ้งให้ทางการบินพลเรือนบังกลาเทศว่าฝ์ายไทยจะพิจารณาอนุญาต ดังกล่าวโดยให้บังกลาเทศรับหลักการการบินของไทยและได้รับสิทธิเช่นเดียวกันระหว่าง การรอการเจรจาทั้ง ๒ ฝ์าย ต่อมาคณะผู้แทนไทยและบังกลาเทศได้ตกลงที่จะให้มี การเจรจากันในวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงเทพมหานคร มีสาระคือ คณะผู้แทนไทยและบังกลาเทศได้ตกลงในประเด็นต่าง ๆ ได้จัดทําบันทึกความเข้าใจลับ ลงนามเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยมีสาระดังนี้

๑. ใบพิกัดเส้นทางบิน ได้ปรับปรุงพิกัดเส้นทางบินในส่วนของจุดประเทศคู่ภาคี จากเดิมที่กําหนดไว้ฝ์ายละ ๒ จุด เปึนจุดต่าง ๆ ในประเทศไทยและจุดต่าง ๆ ในบังกลาเทศ

๒. ความจุและความถี่ ได้ตกลงให้สายการบินที่กําหนดแต่ละฝ์ายสามารถ ทําการบินขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เดิมจาก ๑๓ เที่ยวต่อสัปดาห์ด้วยอากาศยานแบบใด ๆ เปึน ๒๑ เที่ยว/สัปดาห์ด้วยอากาศยานแบบใด ๆ โดยมีข้อจํากัดว่าการบินไปยังธากา จะต้องไม่เกิน ๑๔ เที่ยว/สัปดาห์ นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงสิทธิความถี่ของเที่ยวบิน ในการขนส่งสินค้าจาก ๒ เที่ยว/สัปดาห์ด้วยอากาศยานใด ๆ ในเส้นทางระหว่างความจุใด ๆ ในประเทศไปยังจิตตะกอง ปรับปรุงให้เปึน ๓ เที่ยว/สัปดาห์ด้วยอากาศยานแบบใดๆ ตามเส้นทางที่ระบุไว้ตอนต้น

ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ผลการเจรจาการบินครั้งนี้จะทําให้สายการบิน ที่กําหนดทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกันตามความต้องการและส่งเสริม ให้ปริมาณจราจรในเส้นทางนี้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อันเปึนผลดีต่อ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าและการบริการทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อ จะดําเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงเสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

เรื่องที่ ๕ เปึนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย ที่จะเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบโดยมีสาระ ดังต่อไปนี้

เหตุผลและความจําเปึน ประเทศไทยและอินเดียได้มีความตกลงว่าด้วย การเดินอากาศระหว่างกัน โดยลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ เพื่อใช้เปึน ความตกลงแม่บทในความสัมพันธ์ด้านการบินระหว่างกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายได้หารือและพบกัน เปึนระยะ ๆ โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๙ และวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ที่กรุงเทพมหานคร บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ได้มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางอากาศแจ้งที่จะเพิ่ม เที่ยวบินไปยังจุดต่าง ๆ ในอินเดีย เดลี มุมไบ เชนไนและบังกาลอร์ พร้อมทั้งขอสิทธิ ในการขนส่งตามเสรีภาพที่ ๕ พ้นไปยังจุดยุโรป อเมริกา ดูไบด้วย จึงขอให้กรมการขนส่ง ทางอากาศได้ดําเนินการเจรจาการบินระหว่างการบินพลเรือนอินเดีย เพื่อปรับปรุง ความตกลงให้บริษัทที่สามารถทําแผนการบินเสนอต่อไป ต่อมากรมการขนส่งทางอากาศ ได้ประสานที่จะเสนอขอนัดเจรจากับสายการบินพลเรือน กับกรมการบินพลเรือนของ อินเดีย ผู้แทนไทยและคณะผู้แทนอินเดียได้ตกลงการเจรจาระหว่างวันที่ ๒๕-๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีสาระดังต่อไปนี้ ผู้แทนไทยและผู้แทนอินเดียได้ตกลงประเด็น ต่าง ๆ ที่จะจัดทําบันทึกความเข้าใจลงนามเมื่อวันที่ ๒๖มีนาคม ๒๕๕๑ โดยมีสาระ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ความจุและความถี่ได้ตกลงปรับปรุงประสิทธิภาพความจุ ความถี่ต่อสัปดาห์สําหรับเที่ยวบินผู้โดยสารตามช่วงระยะเวลาที่กําหนดไว้เดิมจาก ๑๑,๔๗๖ ที่นั่ง/สัปดาห์ เปึน ๒๓,๖๐๙ ที่นั่ง/สัปดาห์

ข้อ ๒.๒ ได้ปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศ ได้ตกลงปรับปรุง และเพิ่มเติมในข้อความที่บริการทางอากาศระหว่างไทยกับอินเดีย คือ

๑. ปรับปรุงข้อบทว่าด้วยพิกัดและอัตราค่าขนส่ง

๒. ปรับปรุงข้อบทว่าด้วยการใช้ชื่อเที่ยวบินร่วมกัน

๓. เพิ่มเติมข้อบทว่าด้วยความปลอดภัยการบินในความตกลง

ทั้งนี้ คณะผู้แทนอินเดียได้เสนอร่างความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศฉบับ ใหม่ให้ฝ์ายไทยได้พิจารณาและนํามาหารือในข้อยุติในการเจรจาต่อไป

ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ผลจากการเจรจาในครั้งนี้จะทําให้การบิน ที่กําหนดให้ทั้งสองฝ์ายสามารถเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกันได้มากขึ้นตามแผนที่ต้องการ และจะส่งเสริมให้ปริมาณการจราจรในเส้นทางนี้ได้เจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่องอันเปึน ผลดีต่อการท่องเที่ยวและการค้า ตลอดจนการบริการทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญเติบโต ได้อย่างมีศักยภาพต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้ดําเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้เสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

เรื่องที่ ๖ เปึนเรื่องบันทึกความเข้าใจลับระหว่างราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบ โดยมีเหตุผลและความจําเปึนดังต่อไปนี้

ประเทศไทยและสาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์ได้จัดทําความตกลงว่าด้วย การเดินอากาศระหว่างกัน ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๖ เพื่อใช้เปึนความตกลง แม่บทในความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้ง ๒ ฝ์ายได้พบปะหารือกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๘ ที่กรุงมะนิลา ประเทศไทยได้เจรจาการบินเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๔๓ เปึนต้นมา โดยได้ติดตามและสอบถามความคืบหน้ากับทางฟ่ลิปป่นส์มาเปึนระยะคณะผู้แทนไทย และฟ่ลิปป่นส์ได้ตกลงที่จะเจรจากันเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีข้อสรุปในประเด็นที่จะทําความบันทึกความเข้าใจลับโดยลงนามเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในสาระดังต่อไปนี้

๑. การกําหนดสายการบิน ได้ตกลงที่จะปรับปรุงบทว่าด้วยการกําหนด สายการบินจากเดิมที่เคยกําหนดให้ภาคีแต่ละฝ์ายมีสิทธิแต่งตั้งสายการบินที่กําหนดให้ไม่เกิน ๒ สายการบินในแต่ละเส้นทางการบิน ได้เปลี่ยนแปลงแต่งตั้งสายการบินที่กําหนดให้ได้ หลายสายการบินในแต่ละเส้นทางการบิน

๒. ใบพิกัดและเส้นทางบิน ได้ตกลงปรับปรุงเส้นทางการบินให้สอดคล้อง กับความต้องการของสายบินยิ่งขึ้น

๓. สิทธิความจุและความถี่ ได้ปรับปรุงสิทธิความจุและความถี่ตามเส้นทาง การบินต่าง ๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จะทําให้สายบินทั้ง ๒ ฝ์ายสามารถที่จะขยายบริการ การบินได้มากยิ่งขึ้นให้เพียงพอแก่ความต้องการและปริมาณของการจัดการจราจร เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่สายการบินและขยายการบริการไปยังจุดอื่น ๆ ในประเทศภาคี ได้ตามความต้องการของตลาดอันจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้า การบริการ ทั้ง ๒ ประเทศให้เจริญเติบโตตามศักยภาพต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้ดําเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้เสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ ได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ

เรื่องที่ ๗ เปึนเรื่องที่คณะรัฐมนตรีขอเสนอรายงานผลการเจรจาการบิน ระหว่างไทยกับประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาให้ความ เห็นชอบ โดยมีสาระและเหตุผลและความจําเปึนดังต่อไปนี้

เหตุผลและความจําเปึน ประเทศไทยและประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ๓ ประเทศได้จัดทําความตกลงว่าด้วยการบริการการเดินอากาศระหว่างในประเทศทวิภาคี ได้แก่ความตกลงระหว่างไทย-เดนมาร์ก ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ความตกลงระหว่างไทย-นอร์เวย์ ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ความตกลง ระหว่างไทย-สวีเดน ลงนามเต็มเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ กระทรวงการขนส่ง และพลังงานของเดนมาร์ก ในฐานะตัวแทนของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ๓ ประเทศ คือ ประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการดําเนินการ ด้านการบินพลเรือนกับไทย ขอเสนอแก้ไขข้อตกลงการบริการเดินอากาศระหว่างไทยกับ ทั้ง ๓ ประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับของประชาคมยุโรป กรมการขนส่งทางอากาศ จึงเห็นควรที่จะจัดให้มีการเจรจาการบินระหว่างไทย-เดนมาร์ก ไทย-นอร์เวย์ ไทย-สวีเดน ทั้ง ๓ ประเทศไปพร้อมกันในคราวเดียวกัน จึงได้ปรับปรุงความตกลงให้ทันสมัย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

สรุปสาระสําคัญร่างความตกลงการบริการเดินอากาศ คณะผู้แทนไทย และผู้แทนในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ได้ตกลงร่วมกันในการจัดทําร่างข้อตกลง การเดินอากาศฉบับใหม่ระหว่างประเทศไทย-เดนมาร์ก กับประเทศไทย-นอร์เวย์ และประเทศไทย-สวีเดน เพื่อใช้ทดแทนฉบับเดิม ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในของประเทศไทย รวมทั้งกฎหมายของประเทศคู่ภาคี ทั้ง ๓ ประเทศให้สอดคล้องกับกฎหมายของประชาคมยุโรปด้วย

อนึ่ง เนื่องจากสาระทั้งหมดตามความตกลงเหมือนกับ ๓ ฉบับ เว้นแต่ ประเทศคู่ภาคีจะทําความตกลง ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการจัดทําร่างความตกลงย่อ อีกทั้งเพื่อความประหยัดทรัพยากร จึงได้จัดทําร่างความตกลงรวมทั้ง ๓ ฉบับ เปึนฉบับ เดียวกัน อย่างไรก็ตามในความตกลงจะดําเนินการแยกเปึนทวิภาคีระหว่างประเทศ ดังกล่าว

๒. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่ม สแกนดิเนเวียเกี่ยวกับเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวีย และว่าด้วยการแต่งตั้งสายการบิน คณะผู้แทนไทยและคณะผู้แทนประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย จึงได้ตกลงร่วมกันในการจัดทํา ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียเกี่ยวข้องกับ เครือข่ายสายการบินกลุ่มสแกนดิเนเวีย และว่าด้วยการแต่งตั้งสายการบินครอบคลุมไป ถึงการปฏิบัติการบินของเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวีย รวมทั้งแจ้งแต่งตั้งสายการบิน ที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลง ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ผลจากการเจรจาครั้งนี้จะทําให้ ร่างความตกลงว่าด้วยการเดินอากาศฉบับใหม่ ซึ่งทําให้รายละเอียดของแต่ละข้อบท ที่จะเปึนตามร่างมาตรฐานของไทย ตามที่องค์กรการบินระหว่างพลเรือนระหว่างประเทศ ให้แนะนํา และให้สอดคล้องกับกฎหมายของภาคีผู้ทําความตกลงซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้ปฏิบัติการสายการบินที่กําหนดภาคีผู้ทําความตกลงให้เปึนไปตาม มาตรฐานสากลให้นานาชาติได้ยอมรับ คณะรัฐมนตรีจึงเสนอให้รัฐสภาได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบ เพื่อดําเนินการให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงขอเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้โปรดพิจารณา

เรื่องที่ ๘ คณะรัฐมนตรี ขอเสนอพิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจอาเซียน ว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ความเปึนมา คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๔ อนุมัติให้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางอากาศและเห็นชอบ ให้อธิบดีกรมการบินพาณิชย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเปึนผู้ลงนาม ต่อมาในการประชุม คณะรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน ครั้งที่ ๘ เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนกันยายน ๒๕๔๕ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อธิบดีกรมการบินพาณิชย์ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวกับ ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน

๒. ในการประชุมคณะทํางานอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ ครั้งที่ ๑๓ ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๘ เมษายน ๒๕๔๙ ณ เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ประชุมได้ ตกลงทําพิธีสารแก้ไขบันทึกความเข้าใจ โดยให้สายการบินที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลง แต่ละฝ์ายได้รับอนุญาตให้ดําเนินบริการขนส่งเฉพาะสินค้าเพิ่มขึ้นจาก ๑๐๐ ตันต่อสัปดาห์ เปึนได้ถึง ๒๕๐ ตันต่อสัปดาห์

๓. คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๙ อนุมัติการลงนามพิธีสาร แก้ไขบันทึกความเข้าใจดังกล่าว และอนุมัติให้หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมเจ้าหน้าที่ อาวุโสด้านการขนส่งอาเซียน หรืออธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศเปึนผู้ลงนามฝ์ายไทย

๔. ในการประชุมคณะรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน ครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ณ กรุงเทพฯ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะผู้แทนไทยในการประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านขนส่งอาเซียนได้ลงนามในพิธีสารบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่ง ทางอากาศ (๒๕๔๕) ร่วมหารือกับคณะผู้แทนอาวุโสด้านขนส่งและหารือกับอธิบดีการขนส่ง ทางอากาศของสมาชิกประเทศอาเซียนทั้ง ๙ ประเทศ

โดยมีสาระสําคัญดังต่อไปนี้

๑. พิธีสารที่แก้ไขความใน ข้อ ๒ (ความจุและความถี่) ข้อ ๓ (เส้นทาง) ของบันทึกความเข้าใจอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ พ.ศ. ๒๕๔๕ และเปึนส่วนหนึ่ง ของบันทึกความเข้าใจดังกล่าว โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อภาคีผู้ทําความตกลงทุกฝ์าย ได้ยื่นหนังสือต่อทูตเลขาธิการอาเซียน

๒. สายการบินที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลงแต่ละฝ์ายจะได้รับอนุญาต ให้ดําเนินการขนส่งสินค้าได้เพิ่มขึ้นจาก ๑๐๐ ตันต่อสัปดาห์มาเปึน ๒๕๐ ตันต่อสัปดาห์ ในแต่ละทิศทาง โดยไม่มีข้อจํากัดด้านความถี่และแบบอากาศยานจากอาณาเขตของตน ไปยังอาณาเขตของภาคีผู้ทําความตกลงอื่นแต่ละฝ์ายกลับกัน

๓. สายการบินที่กําหนดของภาคีผู้ทําความตกลงแต่ละฝ์ายจะได้รับ อนุญาตให้ใช้สิทธิรับขนการจราจรเสรีภาพที่ ๓ ที่ ๔ ในการดําเนินการบริการขนส่งตาม จุดต่าง ๆ ที่ระบุเพิ่มขึ้นดังนี้ บรูไนดารุสซาลาม บันดาร์เสรี เบกาวัน กัมพูชา พนมเปญ อินโดนีเซีย บาตัม มานาโด ปาเลมบังและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เวียงจันทน์ หลวงพระบาง มาเลเซีย พม่า ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ในจุดต่าง ๆ นี้จะได้เพิ่มขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเปึนข้อตกลงที่จะต้อง ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

จึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้โปรดพิจารณา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ บันทึกการหารือ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภามี ๖ ฉบับ โดยแยกเปึน ๔ ฉบับแรก เปึนบันทึกการหารือ คือฉบับที่ ๑ ไทย-เวียดนาม ฉบับที่ ๒ ไทย-บังกลาเทศ ฉบับที่ ๓ ไทย-อินเดีย ฉบับที่ ๔ ไทย-ฟ่ลิปป่นส์ ทั้ง ๔ ฉบับนี้ ได้ลงนามไปแล้วตามรัฐธรรมนูญของไทยในมาตรา ๑๙๐ จะมีผลบังคับใช้เมื่อรัฐสภา ได้ให้ความเห็นชอบ

ส่วนข้อที่ ๗ เปึนรายงานผลการเจรจาระหว่างไทยกับสแกนดิเนเวีย เพื่อที่จะเสนอต่อรัฐสภานี้เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศได้ไปเจรจาลงนามในบันทึก ความเข้าใจที่จะลงนามในเอ็มโอยูต่อไป

ฉบับสุดท้ายก็คือเปึนพิธีสารอาเซียนว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่จะเสนอต่อรัฐสภาเพื่อที่จะให้สัตยาบัน ฉบับนี้ได้ลงนามไปแล้ว ขอบคุณครับ ท่านประธาน