รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ หารือเรื่องการเจรจาการค้าโลกและกรอบการเจรจาการค้าเสรีภายใต้การเจรจาอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีสํานักงานเลขานุการที่ดําเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลกรอบการเจรจาทั้งหมด และให้ความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเจรจา รวมถึงการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกร และเรียกร้องการการศึกษาที่ชัดเจนและหน่วยงานที่รองรับในการแก้ไขผลกระทบต่อเกษตรกรไทย

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ก่อนที่จะได้นําเสนอความคิดเห็นในเรื่อง กรอบเจรจา ขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากมีหลายท่าน ก็กําลังงง ๆ ว่า ระยะเวลาที่ได้รับการจัดสรรนั้นเปึนอย่างไร เพราะว่าทราบว่าท่านที่ได้จอง อภิปรายไว้ จะได้คนละ ๒๐ นาที หมายความว่าอภิปรายทุกกรอบใช่ไหมครับ ๒๐ นาที ฉะนั้นถ้าใช้เวลาในช่วงเวลาที่เราหมดไปแล้วนี้ หมายความว่าจะไม่สามารถอภิปราย ในกรอบต่อไปได้ ใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขออนุญาตเนื่องจากว่าขณะนี้อยู่ในกรอบที่ ๑ กรอบที่ ๒ ที่จะลงมติกันก่อนนี้ ผมขออนุญาตอภิปรายในกรอบที่ ๒ โดยพยายามจะใช้เวลา ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ ก็ขออนุญาต คือกรอบแรกที่ผมจะพูดนี้ก็คือเรื่องของกรอบการ เจรจาพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาการค้าเสรีภายใต้การเจรจา อาเซียนกับนอกกลุ่มอาเซียน ในหลักการก็คงไม่ขัดข้องนะครับท่านประธานที่จะเห็นด้วยกับ รัฐบาลในการเจรจา เนื่องจากว่าวันนี้ในเรื่องของการค้าการลงทุนนั้นเปึนลักษณะของการ ดําเนินการในรูปของการไร้พรมแดน แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่าสิ่งที่เปึนข้อสังเกตจากการที่ ได้มีการอภิปรายในหลาย ๆ ครั้ง ข้อกังวลก็คือว่า อย่างเช่น วันนี้ เมื่อสักครู่ก็ยังพอเห็นมี รัฐมนตรีมานั่งฟังบ้าง ตอนนี้คณะรัฐมนตรีไม่มีใครมารับฟังสักคนหนึ่ง ก็เปึนห่วงครับว่า สิ่งที่เราจะอภิปรายนั้นจะไปถึงฝ์ายบริหารได้อย่างไรนะครับ อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตนะครับ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็เปึนที่ยินดีที่ขณะนี้ทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้งอนุกรรมการ กํากับดูแลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีนะครับ ทีนี้สิ่งที่กังวลอยู่ก็คือว่าขณะนี้มันเปึน เรื่องของคณะอนุกรรมการเท่านั้น ทั้งที่ภาระงานเรื่องการเจรจาการค้านั้นมีขอบเขต กว้างขวางมาก แล้วก็เกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มากมายนะครับ สิ่งที่กังวล ก็คือว่า ถ้าเปึนเพียงอนุกรรมการกํากับโดยให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนรองประธาน แล้วก็มีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เพียงแต่ว่าให้อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปึนเลขานุการนะครับ ถ้าเปึน ลักษณะอย่างนี้นะครับ ประเด็นก็คือว่าจะมีการประชุมตามวาระที่เลขานุการสะดวกบ้าง นะครับ หรือว่ามีเรื่อง มีประเด็นเข้ามาบ้างหรือว่าแล้วแต่ว่าท่านประธานจะสะดวก โดยที่ ไม่มีหน่วยงานที่ทําหน้าที่ที่จะติดตามดูแลประเด็นปัญหาหรือรวบรวมข้อมูลที่เปึนการเฝัาระวัง อย่างแท้จริง ก็ขออนุญาตที่อยากจะนําเสนอท่านประธานไปสู่ฝ์ายบริหารก็คือว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้น่าจะตั้งเปึนคณะกรรมการในระดับชาติที่อาจจะมี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธานก็คงไม่เกี่ยง แต่ประเด็นก็คือว่ามันน่าจะมีคณะเปึน กรรมการ ไม่ใช่อนุกรรมการ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ามันควรจะมีสํานักงานเลขานุการที่ทําหน้าที่เต็มเวลา ที่จะต้องดูแลกรอบการเจรจาทั้งหมดอย่างเปึนเรื่องเปึนราว เพราะว่าถ้าเปึนเพียงลักษณะ แบบนี้แล้วก็มอบให้อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศซึ่งมีภารกิจอยู่มากมาย อยู่แล้ว เปึนเพียงเลขานุการ เวลาจะจัดประชุม จะดําเนินการอะไรต่าง ๆ ก็ฟอร์มทีมกัน ครั้งหนึ่ง อันนั้นก็เปึนสิ่งซึ่งผมคิดว่าไม่สามารถจะทันกาลแล้วก็ดําเนินการได้อย่าง เปึนรูปธรรมที่ดีได้นะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่อยากจะกราบเรียน นอกจากนี้ในเรื่องของ เอกสาร จากการศึกษาในกรอบการเจรจาต่าง ๆ เท่าที่อ่านมาหลาย ๆ ครั้ง ประเด็นก็คือว่าเอกสารที่นํามาสู่สภาเพื่อให้สภาได้เรียนรู้แล้วก็ทําความเข้าใจนั้น ก็จะเปึน เอกสารที่ศึกษาแบบกว้าง ๆ ไม่ได้ลงลึกไปถึงว่าผลกระทบที่แท้จริง แล้วสุดท้ายการเจรจา ในกรอบนี้ประเทศไทยจะได้เสียอย่างไร มีความชัดเจนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ผู้รับผลกระทบที่เปึนห่วงเพราะว่าในกรอบการเจรจาแทบทุกอย่างที่เรามีอยู่ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือว่ากลุ่มอุตสาหกรรมจะได้ประโยชน์จากการเจรจาการค้า แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มที่เสียประโยชน์ก็คือกลุ่มสินค้าเกษตรที่จะเปึนผู้เสียประโยชน์ แล้วตรงนี้คือปัญหาครับท่านประธาน เพราะว่าเกษตรกรเองในด้านความเข้มแข็งทางด้านของ ผู้ประกอบการก็ไม่ดีอยู่แล้ว ในเรื่องของธุรกิจก็ไม่ดี พอมาถึงองค์กรที่จะดูแล เกษตรกรเอง ก็ไม่มีองค์กรที่เปึนชิ้นเปึนอันที่จะดูแลในเรื่องของผลกระทบของตัวเองได้ ซึ่งต่างจาก ภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีความเข้มแข็งมีการรวมตัวกันเปึนสมาคม เปึนสภาหอการค้า เปึนอะไรต่าง ๆ ที่สามารถที่จะดูแลภาพรวมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ แต่เกษตรกรนี่นะครับ ไม่มีครับ จะให้กลุ่มเกษตรกรลุกขึ้นมา ทุกวันนี้แค่ประกอบอาชีพเอง ก็มีปัญหาอยู่แล้ว ที่จะลุกขึ้นมาดู มีความรู้ ความสามารถที่จะมาดูแลว่าที่รัฐบาล ไปเจรจาตัวเองได้รับผลกระทบ ผลเสียอย่างไร จะเปึนอย่างไร มันยากยิ่งเหลือเกิน ฉะนั้น ตรงนี้คือจุดบอดที่อยากจะให้คณะทํางานที่ทําการศึกษาให้ลงลึกลงไปว่าการดําเนินการ ลักษณะอย่างนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะกระทบถึงเขาอย่างไร แล้วก็ตามมาด้วยมาตรการ เยียวยา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าจากที่เรามีกรอบการเจรจาการค้าหลาย ๆ ประเทศ ที่ดําเนินการไปแล้ว พอมาถึงสุดท้ายผลกระทบที่เกิดขึ้นนี่ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถ ที่จะได้รับความเยียวยาได้ ในบางกรณีซึ่งอาจจะอภิปรายต่อไป แต่ขอยกมาเปึนตัวอย่าง อย่างกรณีที่เราจะพูดถึงเรื่องการเจรจากับเรื่องของไทย-เปรู เท่าที่อ่านจากเอกสาร เขาบอกว่าคนที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งก็คือเรื่องประมง แต่ประมงนี่ก็ไปมองเฉพาะ สินค้ากรณีปลาป์น แล้วปลาป์นนี่ก็ไปมองว่าผู้ประกอบการปลาป์นที่ได้รับผลกระทบ แต่แท้จริงไม่ใช่นะครับ แท้จริงคือชาวประมงครับ เพราะชาวประมงเปึนผู้ขายวัตถุดิบให้ โรงงานปลาป์น แต่ขณะนี้การเยียวยาก็ไปเยียวยาไปดูแลที่โรงงานปลาป์น ทั้ง ๆ ที่ควรจะ ดูแลไปถึงชาวประมง ไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งโรงงานปลาป์น ดูแลโรงงานปลาป์นด้วย แล้วควรจะต้องไปดูแลอย่างยิ่งคือชาวประมงที่อยู่ข้างล่าง อันนี้เปึนตัวอย่างอันหนึ่ง ของการศึกษาที่อยากจะยกมาเฉย ๆ นะครับว่าอันนี้คือสิ่งซึ่งเกิดขึ้น แล้วก็ทางราชการเอง ที่ดูแลก็ไม่สามารถดูแลได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มองไปถึงว่าการเยียวยาที่จะเจาะลึกลงไปว่า จะได้รับการเยียวยาในสิ่งที่ถูกที่ควรอย่างไร

ฉะนั้นก็จึงกลับมาว่าอยากจะสนับสนุนให้รัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องของ การเจรจาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการค้า การลงทุนกับประเทศต่าง ๆ แต่ประเด็นสําคัญ ก็คือว่ามันจะต้องมีหน่วยงานขึ้นมารองรับที่จะทําการบ้านในทุกมิติให้กับรัฐบาล ไม่ใช่ มองเฉพาะการเจรจารุกไปข้างหน้า ทุกวันนี้สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทํา หรือรัฐบาลไทย พยายามทําก็คือการรุกไปข้างหน้า โดยคิดว่าถ้าเราสามารถไปทําการขยายการค้า การลงทุนไปได้เราก็จะได้ประโยชน์ แต่โดยลืมไปนะครับว่าในลักษณะของการเจราจา ลักษณะนี้ก็จะมี ๒ ฝ์าย ฝ์ายที่รับผลประโยชน์และผลกระทบ รุกไปข้างหน้านี่ก็คือ เอาประโยชน์มา แต่สิ่งซึ่งกระทบเกิดขึ้นก็คือว่าผู้ที่ได้รับความเสียหาย แต่ถ้ารัฐบาลยังไม่มี การศึกษาที่ชัดเจน แล้วไม่สามารถระบุตัวของผู้ที่จะได้รับผลกระทบนั้นได้อย่างชัดแจ้งแล้ว สุดท้ายก็คือกลุ่มคนเหล่านั้นก็จะล้มหายตายจากไป ยกตัวอย่าง ที่เราเห็นกันแล้วพูดกัน มาตลอดก็คือว่าการเจรจาในกรณีของทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ที่เราพูดกัน มาตลอดว่าเกษตรกรเราได้รับผลกระทบ ทุกวันนี้เราก็ยังพูดถึงว่ามันได้รับผลกระทบแล้ว แต่ไม่มีใครที่จะลงมาดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง อันนั้นเปึนผลสะท้อนนะครับว่าจากการศึกษา ท่านไม่ได้ศึกษาเจาะลึกลงไปว่าใครคือผู้เดือดร้อน เดือดร้อนอย่างไร แล้วก็จะได้รับการ ดูแลแก้ไขอย่างไร เพราะขณะนี้มันเปึนลักษณะการดูแลอย่างฉาบฉวย แล้วก็เกษตรกร ต้องล้มหายตายจากไป ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลเองในขณะที่ได้ตั้งโจทย์นั้นก็ไม่มีความต้องการ ฉะนั้นผมอยากจะ มุ่งเน้นว่าในเรื่องของการเจรจา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกรอบการค้าทวิภาคี พหุภาคีต่าง ๆ ในหลักการ โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วย แต่สิ่งที่อยากจะเห็นตรงนี้ก็คือ ๓ ประการ ประการที่ ๑ เรื่องของการศึกษาที่อยากจะให้ศึกษาอย่างชัดแจ้งเปึนรูปธรรมที่เห็นผล เห็นภาพว่า ผู้ได้ประโยชน์คือใคร ผู้เสียประโยชน์คือใคร แล้วสุดท้ายประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรบ้าง แล้วก็การดูแลโดยมีหน่วยงานมีความชัดเจนซึ่งสามารถที่จะติดตามเฝัาระวังผลกระทบ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้น แล้วก็สุดท้ายก็คือเรื่องของการเยียวยาซึ่งถึงแม้ว่า ขณะนี้จะมีอยู่ ๓ หน่วยงานที่ดูแล คือทั้งกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ทั้ง ๓ หน่วยงานนี้ก็ทําลักษณะของต่างคนต่างทํา ไม่ใช่เปึน ลักษณะของการเชิงบูรณาการว่าจะเยียวยากับคนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร แล้วก็สุดท้าย ก็คือเรื่องของการที่จะลงไปให้ถึงตัวให้ถึงได้ประโยชน์กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ก็ขออนุญาตจบใน ๑๐ นาทีแรกเพียงประเด็นเดียวนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ