พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องการขยายการค้าระหว่างไทยกับประเทศยูเครน และการกระจายรายได้จากการค้าบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ดีขึ้น และเตรียมความพร้อมในการรักษาฐานการเกษตรของเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้เรากําลังหารือกันในเรื่องกรอบการค้าซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอเข้ามา เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้มีโอกาสพิจารณาเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ
ในเรื่องแรก ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการตกลงการค้าระหว่างราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งยูเครนนั้น ผมได้อ่านรายละเอียดซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอสภาแห่งนี้ กระผมมีความเห็นอย่างนี้ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่เขียนไว้กว้าง ๆ ซึ่งโดยหลักการแล้ว ก็กระทําไปตามมาตรา ๑๙๐ เพื่อปัองกันไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหาย ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเอามาหารือสภาแห่งนี้ เพราะเนื้อหารายละเอียดยังไม่ถึง ขั้นตอนในการที่จะมีการแลกเปลี่ยนสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น เนื้อหามีแต่เพียงบอกว่าจะต้อง ส่งเสริมให้ประเทศไทยและประเทศยูเครนค้าขายกันอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมต้องการที่จะติงกับทางรัฐบาลว่าอย่าเพิ่งตกใจมากกับมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ ถ้าเรื่องไหนที่ไม่จําเปึนก็ยังไม่ต้องเอาเข้ามาที่สภาแห่งนี้ เรื่องประเทศยูเครนผ่านนะครับ ถ้าถามผม ผมก็บอกว่าไม่จําเปึนต้องเอาเข้ามาให้สภา แต่ถ้าจะให้สภาพิจารณาก็ไม่มี ปัญหานะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาการค้าพหุภาคี ภาคีภายใต้ องค์การการค้าโลก และกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทย ภายใต้การเจรจา อาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มอาเซียน พูดไทย แปลเปึนไทยง่าย ๆ ก็คือ รัฐบาลต้องการ ที่จะนํากรอบการเจรจาระหว่างประเทศกลุ่มอาเซียน กลุ่มอาเซียนก็คือกลุ่มที่อยู่ใน อาเซียนด้วยกันกับเรา รวมเปึนกลุ่มกัน แล้วก็ไปเจรจาการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม ซึ่งเท่าที่อ่านจากรายงาน ท่านประธานครับก็มี ๓ กลุ่มหลัก ๆ ก็ขออนุญาตนําเรียนผ่านไปยัง พี่น้องประชาชนที่รับฟังทางสถานีวิทยุอยู่ขณะนี้ ขณะนี้อาเซียนกําลังเจรจากับ ๓ กลุ่ม ประเทศหลัก ๆ
กลุ่มแรกคือเจรจามานานแล้ว คือ ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ และสหภาพยุโรป
กลุ่มที่สอง คือกลุ่ม จีทีซี ซึ่งเปึนพวกใน มิดเดิล อีสท์ (Middle East) หรือตะวันออกกลาง
และกลุ่มสุดท้าย ซึ่งเปึนกลุ่มใหม่ก็คือกลุ่ม เมอร์โคซูร์ หรือตลาดร่วมอเมริกาใต้
ท่านประธานครับผมมีประเด็นสําคัญที่อยากฝากทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเปึนตัวแทนของรัฐบาลไทยไปเจรจากรอบการค้า กับประเทศที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะในเรื่องของภาคบริการ ถ้าหากว่าเจาะลงไป ในรายละเอียดแล้ว ท่านประธานครับเพื่อนสมาชิกครับ ประเทศไทยของเรามีการส่งเสริม ทางด้านการบริการ การค้าด้านการบริการมากถึง ๔๔ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ก็เกือบ ครึ่งต่อครึ่งละครับ ครึ่งหนึ่งผลิตสินค้าส่งออก อีกครึ่งหนึ่งเปึนการค้าที่เกี่ยวข้อง กับการบริการ ยกตัวอย่างการค้าบริการก็คือการท่องเที่ยว ผมว่าเปึนสิ่งสําคัญแล้วก็ เปึนจุดขายหลักของประเทศไทยด้วย พี่น้องประชาชนทั่วประเทศคงเห็นนะครับว่า ช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก มีการกระทบกระทั่งกัน ทางด้านการเมืองตลอดเวลา ส่งผลให้กับภาคบริการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยตกแล้ว ตกอีก ซึ่งขณะนี้ท่านประธานครับเปึนช่วงไฮซีซั่น (High season) ซึ่งต่างประเทศเริ่มหนาวแล้ว กําลังจะเข้ามาประเทศไทยแล้ว เพราะฉะนั้นการที่ทําอย่างไร ที่รัฐบาลนี้จะสามารถส่งเสริมให้รายได้ทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นได้ ผมอยากกราบเรียนผ่านทางท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าทางด้านการ ท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น จุดขายเรามีมากครับท่านประธานครับ แต่ทําอย่างไร ที่รัฐบาลนี้จะแสดงออกให้เห็นถึงมิตรไมตรีต่อประเทศทุกประเทศ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า จะทําอย่างไรให้ต่างประเทศที่มองจากหน้าต่างนอกโลกเข้ามายังประเทศไทยนั้น มองประเทศไทยเปึนประเทศที่ศิวิไลซ์ (Civilize) เปึนประเทศที่เจริญแล้ว ผมไม่เห็นด้วย ในหลายครั้งที่ทางรัฐบาลตัดสินใจในการใช้กฎหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานก็คงจะเห็นแล้วว่ามีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉินอยู่บ่อยครั้ง การประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉินแม้จะเปึนบางโซน (Zone) ก็ตามที โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร แต่ในสายตาของต่างประเทศ ท่านประธานครับมองเข้ามาก็ไม่สบายใจ เหมือนเราจะไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าหากประเทศนั้นมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ตลอดเวลา เราก็ไม่อยากไป คนจองไว้ก็แคนเซิล (Cancel) ไป ถ้าจะไปดูที่ประเทศที่เขา มีการพัฒนาในเรื่องของการประท้วง หรือการชุมนุมเคลื่อนไหว อย่างประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ ไม่จําเปึนต้องออก พ.ร.บ. ฉุกเฉินครับ แต่เขามีตํารวจ ทหาร เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ก็ฝากทางรัฐบาลไปด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการส่งเสริมภาคเอกชน อยากนําเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคบริการของเรา มีความสามารถ มีสินค้าภาคบริการ มากมาย ทั้งด้านการท่องเที่ยว หรือการบริการอื่น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ภาคเอกชนขณะนี้ ต้องการก็คือการเข้าถึงข้อมูล ท่านประธานครับ ภาคเอกชนหลายคนสะท้อนออกมาว่า แม้ว่ารัฐบาลของเราพยายามที่จะไปเจรจากรอบการค้าเสรีมากมายกับมิตรประเทศ เหลือเกิน แต่ข้อมูลเหล่านั้นกลับไปไม่ถึงผู้ประกอบการค้าที่เปึนภาคเอกชน ทําให้เขา ไม่สามารถที่จะเตรียมตัว ไม่สามารถที่จะเตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่จะสามารถออกไปสู้กับการค้า ในโลก ซึ่งมีมากมายหลายประเทศเหลือเกิน ผมจึงขอใคร่สนับสนุน อยากให้รัฐบาลนี้ สนับสนุนเรื่องการเข้าถึงข้อมูล แม้จริงอยู่รัฐบาลบอกว่า จะมีเว็บไซต์ (Web site) ก็ดี จะมีวารสารต่าง ๆ ก็ดี แต่ก็ยังไม่ถึงอยู่ดีท่านประธานครับ ถ้าเปึนไปได้รัฐบาลน่าจะมีการ จัดสัมมนาอบรมให้มากกว่านี้ ซึ่งเอกสารที่นํามาให้เราดูมีการอบรมตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ เปึนต้นมาแล้วก็เงียบหายไป เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้นั่งอยู่ เรื่องนี้ก็เปึน เรื่องสําคัญ ก็คือทุกภาคส่วนของการค้าโดยเฉพาะภาคบริการที่ผมเน้นอยากให้ทาง รัฐมนตรีจัดอบรมสัมมนาบ่อย ๆ เพื่อที่จะบอกเขาว่าถ้าหากว่าเซ็นสัญญาการค้าไปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ตัวท่านเองท่านเปึนผู้ประกอบการค้าท่านจะต้องเตรียมตัวอย่างไร และบางครั้งถึงขนาดว่าผู้ประกอบการบางรายที่กําลังจะเข้ามาสู่เปึนผู้ประกอบการ เต็มตัว เขาก็จะได้รู้ว่าเขาควรจะเข้าหรือไม่เข้าท่านประธานครับ ถ้าหากดูแลว่าศักยภาพ ในการเข้าไปแข่งขันในตลาดโลกนี่เขาสู้ไม่ได้ เขาก็จะได้พิจารณาตัวเองว่าไปทําธุรกิจ ด้านอื่นเพื่อที่จะไม่เอาเงินซึ่งมีอยู่น้อยนิดมาลงทุนในสิ่งที่เขาสู้กับต่างประเทศไม่ได้
ท่านประธานครับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือเรื่องของสินค้าอ่อนไหว ข้อควรระวังที่รัฐบาลจะต้อง เตรียมความพร้อม ก็ฝากเรียนท่านรัฐมนตรีอีกละครับ ท่านนั่งอยู่ท่านเดียววันนี้ ท่านอลงกรณ์ ก็ฝากท่านไปอีกว่าเรื่องของสินค้าอ่อนไหว โดยเฉพาะสินค้าด้านการเกษตร เราเองก็คงจะพูดตรง ๆ ไม่ได้ว่าเราต้องการเอาเปรียบผู้ค้า แต่เราได้พูดทางอ้อมว่า ทําอย่างไรที่เราจะรักษาฐานด้านการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร เพราะสินค้าการเกษตร หลายอย่างเราสู้ต่างประเทศไม่ได้ครับท่านประธาน ต่างประเทศเขามีเครื่องจักร เขามี เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ก้าวล้ําไปไกลกว่าเราเยอะ ถ้าหากว่าเอาราคาหรือว่าเอาสินค้า มาเปรียบกัน ของเราราคาจะแพงกว่าของต่างประเทศเกือบทุกชนิดสินค้า ถามว่าทําไม แพงกว่า เพราะว่าต้นทุนของเราสูงกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเปึนปัจจัยการผลิต ปุิยก็ดี ค่าแรงก็ดี สูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทําอย่างไรที่เราจะสามารถอยู่ได้ในตลาดการค้า ผมก็มั่นใจว่าตัวแทน ที่ไปเจรจาการค้าของไทยก็คงมีความสามารถพอที่จะหาประเด็น ถ้าหากว่าสิ่งใดที่เปึน สินค้าอ่อนไหวเราก็อย่าเพิ่งไปตกปากรับคําทําสัญญาใด ๆ ก็ถอยกลับมาก่อน มีมาตรา ๑๙๐ ให้ท่านรัฐมนตรีพอที่จะเจรจากับคู่ค้าได้ว่าบางส่วนถ้ามันยังไม่ควรที่จะลงนาม ก็ถอยกลับมาที่รัฐสภาแห่งนี้ เราก็จะเปึนผู้ที่คอยตรวจสอบช่วยท่านอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ อันนี้ฝากเปึนการส่วนตัวไปถึงท่านรัฐมนตรี เพราะว่าท่านเดินทางไปต่างประเทศบ่อย เรื่องของอาหารไทย ซึ่งผมจะไม่เน้นไปที่ ร้านอาหารไทยนะครับ แต่ผมเน้นไปที่ว่าทําอย่างไรให้อาหารของไทยไปอยู่ในครัวของ ต่างประเทศ ทําอย่างไรให้ต่างประเทศทุกประเทศในโลกนี้ได้ชิมข้าวหอมมะลิ ท่านรัฐมนตรีก็คงจะต้องแนะนําด้วยว่าวิธีซื้อข้าวหอมมะลิไปแล้วว่าจะต้องหุงอย่างไร อาจจะต้องเอาบริษัทที่ผลิตหม้อหุงข้าวตามท่านไปด้วย ก็ต้องไปหุงให้เขาชิม ถ้าชิมแล้วอร่อย เขาก็จะซื้อสินค้าของเรา แทนที่จะกินขนมปัง แทนที่จะกินสิ่งอื่นก็จะมาทานข้าวไทย อยากให้ท่านรัฐมนตรีเน้นไปเรื่องของการเป่ดครัวของต่างประเทศ แล้วก็เอาสินค้าที่เปึน ผลผลิตของไทยเข้าไปอยู่ในครัวต่างประเทศ ให้เขาทําอาหารไทยรับประทานกันเอง กระผมก็คงจะมีข้อคิดเห็นฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องใน ๒ ประเด็นหลัก เพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ