สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๘๘ คน
นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุมครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเป่ดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบเรื่องการวางรายงานการประชุม

ด้วยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้วางสำเนารายงานการ ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ ถึงครั้งที่ ๔/๒๕๕๐ ณ บริเวณห้องรับรอง ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และห้องสมุดรัฐสภา ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๓ เพื่อให้สมาชิก ได้ตรวจดูตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๐ แล้วนั้น เนื่องจากมีสมาชิกบางท่านยัง ไม่ทราบสถานที่ในการตรวจดูรายงานการประชุม สำนักงานจึงแจ้งให้ทราบว่าได้วาง รายงานดังกล่าวอีกครั้งตั้งแต่วันนี้นะครับ คือตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๐ และจะ ได้บรรจุระเบียบวาระเพื่อให้ที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้งในโอกาสต่อไปนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ยังไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่เสนอใหม่

๔.๑ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ

กระผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ระหว่างรอ กรรมาธิการขึ้นมานะครับ ผมขออนุญาตแจ้งให้ทราบ เรื่องที่ท่านน่าจะทราบแล้ว เพราะจุดหมายนัดประชุมไปแล้ว ก็คือว่าพรุ่งนี้เราจะมีประชุมเปึนพิเศษ เปึนการประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เพราะวันที่ ๙ ทางกรรมาธิการยกร่าง จะจัดประชุมพิจารณาร่างเปึนเวลา ๕ วันที่บางแสน แล้วก็ท่านไม่สามารถมาประชุมได้ใน จำนวนทั้ง ๒๕ ท่าน และท่านก็เชิญพวกเราผู้ที่จะไปร่วมด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น การประชุมวันที่ ๙ จึงงด และใช้การประชุมวันที่ ๓ พรุ่งนี้แทน นอกจากนั้นในวันจันทร์ ที่ ๑๖ นี้เปึนวันหยุดชดเชย เพราะฉะนั้นเราก็เลื่อนการประชุมของเราจากวันจันทร์ที่หยุด ชดเชยเปึนวันที่ ๑๗ เมษายน เนื่องจากระยะเวลาการทำงานของเราค่อนข้างสั้น และเรา ยังมีเรื่องที่อาจจะต้องพิจารณา ต้องพูดกัน จึงเรียนท่านไว้ให้ทราบล่วงหน้านะครับ เราจะไม่มีการประชุมในวันที่ ๙ เมษายน แต่เราจะมีการประชุมวันที่ ๓ คือวันพรุ่งนี้แทน แล้ววันจันทร์นั้นเนื่องจากเปึนวันหยุดชดเชย ในวันที่ ๑๖ เมษายนเราไม่มี เราจะมี วันที่ ๑๗ นะครับ ในเวลาตามปกตินะครับ พร้อมแล้วใช่ไหมครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการ เชิญเลยครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ในนามของประธาน คณะกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญได้มอบหมายภารกิจให้ผม แล้วก็คณะทั้งหมด สามสิบกว่าท่าน ไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งมีรายชื่อบุคคลตามในเอกสารที่ท่านได้รับในเช้าวันนี้ ผมจะไม่เอ่ยชื่อ แต่อยากจะ กราบเรียนว่า ถ้าท่านดูนี่จะประกอบไปด้วยบุคคลที่เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนหนึ่ง แล้วก็เปึ้นบุคคลผู้ทรงเกียรติจากองค์กรภายนอกอีกจำนวนหนึ่ง องค์กร ภายนอกที่เราได้เรียนเชิญมาเปึนกรรมาธิการร่วมกับเรานี่ก็เปึ้นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการ ที่ไปจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น แล้วก็ไปรับฟังความเห็นเพื่อที่จะ มายกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบุคคลต่าง ๆ นี่บัดนี้ก็พร้อมแล้วอยู่ที่ข้างบนนี้นะครับ ผมคิดว่า ท่านทั้งหลายกรุณาพิจารณาจากเอกสารก็จะเห็นรายชื่อบุคคลดังกล่าว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า การที่จะรายงานในวันนี้มีอยู่ ๓ ส่วนโต ๆ ด้วยกัน ส่วนที่ ๑ เปึนส่วนที่จะรายงานที่ประชุมเปึนครั้งแรกว่า ตั้งแต่พวกเราได้รับ มอบหมายภารกิจให้ไปทำงาน พวกเราได้ไปวางแผนในการดำเนินการอย่างไร และได้ไป ดำเนินการรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศอย่างไร และในช่วงที่ ๒ จะขออนุญาตให้ท่านรองประธาน อาจารย์วรพลได้นำเสนอว่า หลังจากที่เราได้รับฟัง จนถึงบัดนี้ประชาชนได้ให้ข้อคิด ความเห็นกับเราว่าอย่างไรบ้าง และในช่วงที่ ๓ ผมจะ กลับมารายงานกับท่านอีกครั้งหนึ่งว่า กรรมาธิการของเราได้ร่วมกันกับกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญวางแผนที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไรในอนาคต ในเฟส (Phase) ที่ ๒ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตลำดับอย่างนี้นะครับท่านประธาน ผมจะขอในเรื่องแรกก่อน เรื่องแรกนั้นผมจะเปึนผู้รายงานเอง ที่จะกราบเรียนที่ประชุมว่า ในการวางแผนประสาน การมีส่วนร่วม เราได้ประสานการมีส่วนร่วม ถ้าในลักษณะงานโดยตรงของ สสร. ก็คือได้ ประสานการมีส่วนร่วมกับ ๔ ภาค เพราะว่าเรามีกรรมาธิการที่เราแยกย้ายกันทำงาน ๔ ภาคด้วยกัน ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ และ แต่ละภาคก็มีกรรมาธิการประจำจังหวัดรวมทั้งสิ้นอีก ๗๖ จังหวัด อีก ๗๖ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้นะครับก็ช่วยกันวางแผนว่าเราจะทำงานประสาน อย่างไรกับ ๔ ภาค และอีก ๗๖ จังหวัด ๗๖ กรรมาธิการ ซึ่งก็นับว่าเปึนเรื่องหนักหน้า สาหัสพอสมควร ยิ่งกว่านั้นเราก็ได้วางแผนประสานกับองค์กรอื่น ๆ องค์กรอื่น ๆ ในที่นี้ ถ้าแยกง่าย ๆ ก็มีภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็สื่อ ผมแยกสื่อออกมาเปึนอิสระจากรัฐและ เอกชน ในภาครัฐ หรือรัฐบาล หรือราชการ นอกจากเราจะประสานกับสํานัก นายกรัฐมนตรีที่เตรียมที่จะไปรับฟังความเห็น และท่านก็เห็นว่าท่านนายกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ไปเป่ด ภาษาสมัยนี้เขาชอบเรียกว่า คิกออฟ (Kick off) คือเปึนการเริ่มต้น เปึนการปฐมฤกษ์เป่ดตัว แล้วก็ไปทำที่ส่วนลุ่มเมื่อเร็ว ๆ นี้ นั่นก็เปึนส่วนหนึ่งที่ทางสำนัก นายกเขาเริ่มที่จะรับฟังความเห็นของประชาชน ในขณะเดียวกันหน่วยงานอื่นอีกหลาย หน่วยงาน เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กกต. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่น ๆ อีก นะครับ เราก็ได้วางแผนร่วมกันว่าท่านจะไปรับฟังที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และขณะเดียวกัน องค์กรเอกชน ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนก็ดี หรือว่า ตัวย่อเขาเรียกว่า สปป. เปึนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการรณรงค์เพื่อการ ประชาธิปไตย เราก็ได้มาประสานงานร่วมกันกับเอกชน และในกลุ่มสุดท้ายที่เราประสานร่วมกันก็คือสื่อ สื่อหลักที่เราได้ร่วมแล้วก็ประสาน อย่างใกล้ชิดก็คือกรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย คือ อสมท. ซึ่งอาจจะเปึนเอกชนที่เรียกว่าบริษัท อสมท์ จํากัด (ที่ถูก : บริษัท อสมท์ จํากัด (มหาชน)) แต่ว่าก็ยังเปึนรัฐวิสาหกิจแล้วก็มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดทั้งกรม ประชาสัมพันธ์และ อสมท. ท่านประธานครับ เราได้กำหนดหลักการไว้เบื้องต้นก่อนว่า รัฐธรรมนูญเปึ้นเรื่องของแนวคิดและเปึนเรื่องของผลประโยชน์ที่กลุ่มบุคคลต่าง ๆ ย่อมมี แนวคิดและมีผลประโยชน์แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเปึนราชการ ไม่ว่าจะเปึนพ่อค้า นักธุรกิจ ไม่ว่าจะเปึนเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนผู้ใช้แรงงาน และบุคคลอื่น ๆ ย่อมมีแนวคิดและ ผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่ขณะเดียวกันผู้สูงอายุ ผู้มีอายุวัยทำงาน และเยาวชนก็มี แนวคิดและมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน เพศก็มีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันระหว่าง เพศชาย เพศหญิง หรือจะมีเพศอื่น ๆ อีกก็แล้วแต่ ต่างคนต่างมีแนวคิดและผลประโยชน์ ต่างกันทั้งสิ้น รวมทั้งชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนชาวเขา ชาวด้อย ชาวเล ชาวส่วย หรืออื่น ๆ ก็มีแนวคิดและมีผลประโยชน์ต่างกันทั้งสิ้น เราจึงจำเปึ้นที่ จะต้องผสมผสานในการรับฟังความเห็นของประชาชนให้ครบทุกหมู่เหล่า เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลนี้แหละครับ ท่านประธานครับ เราจึงกำหนดหลักการว่า เวลารับฟังความเห็น เราต้องแยกระหว่างเชิงปริมาณกับเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณมีความสำคัญในลักษณะที่ จับต้องได้ว่ากลุ่มนี้ หรือคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ (Percent) มีความต้องการในเรื่องใด อย่างไร เปึ้นตัวเลขที่จับต้องได้ที่นํามาอ้างอิงในการร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ขณะเดียวกัน เชิงคุณภาพมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน เพราะเชิงคุณภาพเปึนการรับฟังความเห็นเพื่อ ฟังเหตุฟังผล ฟังแนวคิด ในรายละเอียดว่า ในแต่ละชน ในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละอาชีพ เขามีความคิดในเรื่องต่าง ๆ อย่างไร และความคิดต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะประสานความคิดและประสานผลประโยชน์อย่างไร ในกลุ่มคนต่าง ๆ ซึ่งเปึนศิลปะที่ กรรมาธิการยกร่างจะต้องไปประดิษฐ์ ไปรังสรรค์ตกแต่ง แล้วก็นำเสนอต่อสภาร่าง รัฐธรรมนูญ แล้วเราก็หวังกันว่า ๑๙ เมษายนท่านก็คงจะตกแต่ง แล้วก็ประสานประโยชน์ ประสานแนวความคิด เพื่อให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้ในอาณาจักรแห่งประเทศไทยนี้ ท่านประธานครับ เราเลยดำเนินการโดยการเริ่มปฐมนิเทศ ออกเดินสายเพื่อที่จะไป สัมมนาและปฐมนิเทศกับกรรมาธิการภาคและกรรมาธิการจังหวัดต่าง ๆ ในแต่ละภาค เพราะว่าถ้าเราจะขอให้ทุกท่านเดินทางเข้ามาในกรุงเทพมหานครค่าใช้จ่ายคงมโหฬาร พวกผมก็เลยเดินสายไปทีละภาค เพื่อที่จะทำความเข้าใจในเรื่องของรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญเปึ้นเรื่องของแนวคิดและผลประโยชน์ที่แตกต่างกันอย่างไร ทําไมจึงจําเปึ้นที่จะต้องฟังจากกลุ่มคนต่าง ๆ ให้ครบทั้งอาชีพ ทั้งวัย ทั้งเพศ และเราไป ร่วมกับเขาครับ ในการที่จะมาหาแนวทางในการรับฟัง เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานและ สมาชิกผู้ทรงเกียรติลองไปสังเกตการณ์ดูเถอะครับ จะพบว่า ในแต่ละภาคจะมีวิธีการที่ แตกต่างกัน ตามสภาพความเปึนจริงของแต่ละภาคและแต่ละจังหวัด ท่านจะเห็นได้ว่า พวกผมกรรมาธิการที่นั่งกันอยู่ในที่นี้ ไม่เคยกำหนดรูปแบบตายตัวว่าแต่ละภาคจะต้อง ทําอย่างไร เราไม่ได้กําหนดว่าแต่ละเวทีที่ไปรับฟังจะต้องมีคนมากหรือน้อยแค่ไหน ทุกอย่างนั้นตามที่ภาคและตามที่จังหวัดจะเห็นสมควร แต่แน่นอนครับ พวกผมก็นำ ประสบการณ์ที่ได้จากภาคที่เริ่มก่อนไปเล่าให้ภาคถัด ๆ ไปฟังเปึ้นลำดับ ในที่สุด แต่ละภาคก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการทำงานของแต่ละภาค แล้วก็แต่ละภาคก็ตัดสินใจ แต่ละจังหวัดก็ตัดสินใจที่จะดำเนินการอย่างเปึนอิสระด้วยตัวของเขาเอง เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนนะครับ พวกผมประสานการมีส่วนร่วม ผมไม่ได้กำหนดให้เข้าไปร่วมกัน อย่างไร ไม่ได้กำหนดให้ไปบังคับประชาชนอย่างไร และไม่ได้กำหนดรูปแบบที่ชัดเจน เรายึดการมีส่วนร่วมของผู้ที่ทำงานตั้งแต่ต้น ท่านประธานครับ หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการก็ได้จด ได้ออกแบบเพื่อที่จะจดบันทึก ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ที่นั่งซ้ายมือของผมนั้น ที่เปึนรองประธาน ก็เปึ้นหัวเรือใหญ่ในการที่จะไปออกแบบร่วมกับ ท่านอาจารย์วรพล รองประธานอีกท่านหนึ่ง เพราะการจดบันทึกกับการประมวลผล ย่อมจะต้องสัมพันธ์กัน การจดบันทึกอย่างที่ผมกราบเรียน เราแยกเปึน ๒ ประเภท ประเภทเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในแต่ละจังหวัดที่ทำขอให้เน้นเรื่องเชิงคุณภาพ เพราะเราอยากจะฟังเหตุฟังผลจากประชาชนในรายละเอียด ไม่ใช่ต้องการเพียงตัวเลข เพราะฉะนั้นแบบในการจดบันทึกก็จะเปึนตัวช่วยน้ำทางว่าท่านควรจะบันทึกในเรื่องอะไร อย่างไร ที่จะนําเข้ามาสู่การประมวลผล และหลังจากที่จดบันทึกก็ให้ใช้อีเมล์ (e – mail / Electronic mail) ก็ดี ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ก็ดี แล้วก็ใช้ส่งทางไปรษณีย์ ด้วย ที่จะเข้ามาสู่ส่วนกลาง แล้วท่านอาจารย์วรพลก็นำเข้าประมวลผล จากการ ประมวลผลทั้งหมด แล้วจากการที่ได้ฟัง แล้วก็ได้บันทึก และขณะนี้ก็กำลังจะดำเนินการ ในเชิงปริมาณ อย่างที่ผมกราบเรียน เชิงปริมาณก็คงจะต้องใช้วิธีสุ่มตัวอย่างให้ได้ตัวแทน ของประชากรที่แท้จริง แล้วก็ออกแบบสอบถามเพื่อที่จะสอบถามให้ได้สถิติที่จับต้องได้ ท่านประธานครับ นั่นก็เปึนส่วนที่เราได้ดำเนินการ

ทีนี้ส่วนถัดไปที่ดำเนินการ ก็คือ เรื่องของการใช้สื่อเพื่อแลกเปลี่ยน ท่านประธานจะเห็นได้ว่า แต่ละภาคย่อมมีความคิดของตัวเอง แต่ละจังหวัดก็มีความคิด ของตัวเอง ถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างจังหวัด ได้เรียนรู้ว่าภาคอื่น จังหวัดอื่นเขา อาจจะคิดต่างกันในเรื่องที่เราคิด เรื่องเดียวกันมีคนเห็นแตกต่างกันได้ เขาจะได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และไม่ยึดติดเพียงแค่ว่าจะต้องเปึนไปอย่างเราเท่านั้น เพราะฉะนั้นสื่อ จะเปึนตัวช่วยที่สำคัญ ที่ทำให้ประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ได้เห็นว่าจังหวัดอื่นเขาคิด อย่างไร เราไม่สามารถจะนําคนทั้งประเทศมาร่วมกันเพื่อที่จะมาเสนอพร้อม ๆ กันได้ หรือ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ เพราะฉะนั้นเราเน้นว่าสื่อนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่ง แต่ว่าการใช้สื่อเพื่อการแลกเปลี่ยนนี่ก็เพิ่งเริ่มที่จะเปึ้นจริงเปึ้นจังมากขึ้นในช่วงหลัง ในช่วงหลังนั้นทางกรมประชาสัมพันธ์นอกจากว่ามีรายการวิทยุ รายการทีวี (TV-Television) ตามปกติ ก็ได้มีรายการพิเศษ อย่างที่ท่านประธานและสมาชิกได้เห็นว่า ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาเรามีรายการชื่อว่า รัฐธรรมนูญของประชาชน ซึ่งเป่ดโอกาสให้ ประชาชนได้เข้ามายังรัฐสภา แล้วก็เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดง ความเห็นให้กรรมาธิการยกร่างและท่านประธาน และรวมทั้งท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างได้มีโอกาสในการที่รับฟังความเห็นโดยตรงกับประชาชน แล้วก็ให้ ประชาชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งใน ๒ ครั้งแรกนั้นเรากระทําที่กรุงเทพมหานคร ที่รัฐสภา และถัดไปก็จะเวียนไปทำที่จังหวัดต่าง ๆ โดยในวันอาทิตย์หน้าเราจะไปที่สงขลา ที่ห้องส่ง ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ช่อง ๑๑ ที่หาดใหญ่ ก็เพื่อที่จะให้ภาคอื่น ๆ จังหวัด อื่น ๆ ได้ เรียนรู้ด้วยว่าคนภาคใต้เขามีความคิดความเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญกันอย่างไร และ หลังจากนั้นเราก็จะเดินทางไปทางภาคตะวันออก และหลังจากนั้นก็จะไปภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ตามลำดับไปตลอด ซึ่งเราจะเดินสายไปทุกวันอาทิตย์ แล้วก็ ถ่ายทอดกันทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง ๑๑ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ส่วนบางจังหวัดก็อาจจะ เปึ้นเทป แล้วก็นํามาตัดต่อเพื่อที่จะมาออกอากาศในวันอาทิตย์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ได้รับความ กรุณาจากกรมประชาสัมพันธ์ แล้วเราก็ร่วมกันทํางานโดยที่ไม่ได้คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น ผมก็ต้องกราบเรียนที่ประชุมว่าเราก็ได้รับความกรุณาทั้งค่าเวลา และทั้งเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ทั้งหลายของกรมประชาสัมพันธ์ที่ทำงาน โดยที่เราไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่ บาทเดียว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าก็เปึนการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งกรม ประชาสัมพันธ์ก็ได้รับงบประมาณแผ่นดินในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ที่จะทำงาน เรื่องนี้ในอีกส่วนหนึ่งแล้ว เราไม่มีการจ่ายซ้ำซ้อน เรามีการช่วยเหลือและร่วมมือกัน อย่างดี ขณะเดียวกัน อสมท. ก็ได้กรุณาที่จะจัดรายการ ในวันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ ตอนแรกบอกว่าจะมีทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลาบ่ายโมงถึงบ่ายสองโมง แต่ตอนท้ายนี่ทราบว่าจะมีวันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ ในเวลาบ่ายโมง ซึ่งทางกรรมาธิการ ก็ยังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพราะว่ายังรออยู่ว่าในช่วงเวลาที่มีคนดูทาง อสมท. จะกรุณาจัดสรร เพื่อเห็นประโยชน์ของบ้านเมือง ในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญที่เปึ้น กติกาสูงสุดอย่างไร เพราะว่าท่านประธานครับ เข้าใจว่า อสมท. มีทีวี แล้วนี่ยังมีวิทยุ ซึ่งรายการวิทยุทั้งหลายก็เริ่มที่จะมีรายการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐธรรมนูญกันมากขึ้น แต่ว่าเรื่องของการรับฟังความเห็น เรื่องของการถ่ายทอดการรับฟังความเห็น นอกจาก จะไปเอา สสร. มาให้ความเห็น แต่อยากที่จะเห็นประชาชนให้ความเห็นมาก ๆ จะทำ อย่างไรนี่ เราก็คงจะต้องวางแผนและประสานงานกันต่อไปตรงนี้ นอกจากนั้นเราก็มีวิทยุ และทีวีของรัฐสภา ซึ่งก็เปึนสถานีเดียว ก็ทําหน้าที่ถ่ายทอดอย่างที่เราทํากันทั้งหลาย อันนั้นเขาก็ช่วยอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ แล้วผมจะขอให้ท่าน อาจารย์วรพล รองประธาน ได้นำเสนอว่าผลของการรับฟังเปึนอย่างไร อยากจะ กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ การที่เราไปรับฟังความเห็น จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ไม่ใช่ได้ประโยชน์เพียงแค่การได้ฟังความเห็นจาก ประชาชนเท่านั้น แต่ประโยชน์ที่ได้ซ่อนอยู่และเปึนประโยชน์ที่ยิ่งกว่าและมากกว่า ก็คือ การให้ประชาชนได้มีโอกาสในการเรียนรู้ เรื่องการเมือง เรื่องของประเทศไทย เรื่องของ ปัญหาของประเทศ ในทุกกรอบ ทุกส่วน ผมสังเกตว่าในการที่นำประชาชนที่มีอาชีพ แตกต่างกัน มีวัยต่างกัน มีเพศต่างกัน ได้มาแสดงความเห็นร่วมกันนี่ เปึนการที่ทำให้เขา ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางการเมือง หลายคนไม่เคยคิดในบางประเด็นที่มีคนหยิบขึ้นมา แต่เมื่อเขาได้ฟังอีกด้านหนึ่ง เขาก็ได้เรียนรู้ทางการเมืองไปด้วยกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึน กระบวนการในการให้การศึกษาที่ยิ่งใหญ่ และท่านประธานครับ งบประมาณที่เราใช้ไปนี่ สุดที่จะคุ้ม เพียงแค่คิดในเรื่องของการให้การศึกษากับประชาชน เพราะฉะนั้น ผลประโยชน์ประการที่ ๒ ที่ผมกราบเรียน คืออันที่ ๑ เมื่อสักครู่นี้กราบเรียนว่า เราไป รับฟังความเห็นเพื่อมาส่งให้กรรมาธิการยกร่าง ประมวลให้กรรมาธิการยกร่างร่างได้ตรง กับความต้องการของประชาชน นั่นเปึนอันแรก

อันที่ ๒ ประชาชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปึ้นโรงเรียนที่กระจายกันอยู่ ๗๖ จังหวัด จังหวัดหนึ่งก็มีหลายสิบเวที แล้วก็มีการใช้สื่อที่จะให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่อง การเมืองการปกครอง ซึ่งอย่างไรเราก็ต้องเดินหน้าในการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เพราะฉะนั้นเปึนการทำให้คน ได้ตระหนักถึงปัญหาและจะเดินหน้าไปร่วมกันอย่างไร

และประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ประโยชน์ประการที่ ๓ ก็คือ เรื่องที่ ประชาชนจะได้เตรียมพร้อมที่จะลงประชามติ ซึ่งเราคิดกันไว้ว่าอาจจะมีการลงประชามติ ในวันที่ ๒ กันยายน ถ้าเปึนอย่างนั้น ถ้ามีโอกาส ประชาชนได้ลงประชามติ ประชาชน ก็จะสามารถลงประชามติได้ ด้วยความรู้สึกนึกคิด ด้วยความรู้ ผมไปทุกจังหวัดจะพูด ตลอดเวลาว่า ผมจะเสียใจที่สุดถ้าลงประชามติว่า รับรองรัฐธรรมนูญ โดยที่ตัวเขาเอง ไม่รู้เรื่อง และขณะเดียวกันจะเสียใจยิ่งกว่าอีกถ้าเขาลงประชามติว่า ไม่รับรองรัฐธรรมนูญ โดยที่เขาไม่รู้เรื่อง และเขาเพียงแค่ถูกกระแสความรู้สึกชักจูงไป ผมคิดว่านี่คือภารกิจ ร่วมกันที่เราจะต้องทํา แต่ขณะเดียวกันเราจะทําไม่ได้ถ้าเราไม่มีสื่อ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า ยังเปึนภารกิจที่ท่านประธานก็ดี สภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ดี คงจะต้องประสานกับสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ อย่าหวังเพียงแค่กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. แต่ทําอย่างไรที่จะให้โทรทัศน์กองทัพบกทั้งที่มีอยู่ ที่เปึน ททบ. ๕ และที่ได้ สัมปทานให้เอกชนไปทำ คือช่อง ๗ ขณะเดียวกันยังมี อสมท. ที่ได้สัมปทานให้เขาเช่า คือช่อง ๓ และยู่บีซี (UBC – United Broadcasting Corporation) แล้วก็ยังมีทีไอทีวี (TITV – Thailand Independent Television) แล้วก็ยังมีทีวีดาวเทียมต่าง ๆ ผมคิดว่า ทั้งหมดนี้เหลือกําลังที่กรรมาธิการจะทําได้หมด เพราะฉะนั้นท่านประธานและท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่สามารถที่จะประสาน ช่วยประสานการมีส่วนร่วมกับสื่อต่าง ๆ ตรงนี้ได้นี่ ผมก็คิดว่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ ผมหมดในช่วงแรก ผมกราบเรียนไปแล้วว่าผมมีอยู่ ๓ ช่วง ท่านประธานจะกรุณาให้สมาชิกได้สอบถาม หรือแสดงความเห็นในช่วงแรกก่อน หรือจะเดินไปช่วงที่ ๒ เพื่อรายงานผลเลยก็แล้วแต่ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ผมว่าฟังรายงาน ไปก่อนเลยนะครับ เพราะเดี๋ยวถามได้รวดเดียว เพราะว่าถ้าทีละช่วงเดี๋ยวถามไปมาก ท่านที่เตรียมไว้ก็ไม่ได้รายงาน คำถามอาจจะไปอยู่ที่รายงานช่วงต่อมาก็ได้ เชิญเลยครับ ท่านกรรมาธิการครับ

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ กระผม วรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามติ อยากจะกราบเรียนรายงานสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการไปในส่วน ของการรับฟังความเห็นนะครับ ข้อแรกนะครับ เราได้นำกรอบที่กรรมาธิการยกร่างได้วาง แนวไว้ว่า คำถามหรือประเด็นที่ควรไปรับฟังความเห็นของประชาชนนั้นมีอะไรบ้าง ได้รับกรอบความเห็นมาแล้ว คณะกรรมาธิการได้นำมาประมวลเปึนประเด็นที่ จะยกเปึนแบบเพื่อจะรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยมี ๓ กรอบ กรอบแรก ก็คือ กรอบว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน กรอบที่ ๒ ก็คือ กรอบว่าด้วย สถาบันการเมือง กรอบที่ ๓ คือ กรอบว่าด้วยองค์กรอิสระและศาล ในประเด็นเหล่านั้น ได้วางกรอบต่าง ๆ ในเรื่องดังต่อไปนี้ ก็คือ ประมวลประเด็นเปึนรายละเอียด รวมทั้ง ในประเด็นสาระที่จะดำเนินการให้กรรมาธิการประจำจังหวัด และคณะกรรมาธิการ ประจำภาคได้ดำเนินการไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนในแต่ละจังหวัดที่จัดขึ้น ประเด็น เหล่านั้นก็จะมีวิทยากร กระบวนการวิทยากร รายละเอียดที่จะบันทึกความเห็น ประมวล ความเห็นขึ้นมา แล้วก็ส่งมาทางอีเมล์ ซึ่งมาส่วนกลางเราก็จะประมวลต่อไป ในเรื่องการ ประมวลความเห็นนั้นมี ๒ รูปแบบ รูปแบบเปึนรายเวที ก็คือ รับฟังความเห็นในเชิง อภิปราย เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เกิดความกระจ่าง และขณะเดียวกันก็เปึนการกระตุ้น เตือนให้เข้าใจและมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ และมีส่วนร่วมในการที่จะไปลง ประชามติต่อไปในอนาคต ประโยชน์ในแง่นี้ก็คือทำให้เกิดความเข้าใจกว้างขวาง มีประชาชนเข้ามาร่วมการระดมความเห็นในระดับเวทีนั้นเปึนจำนวนมากมาย ในแต่ละ เวทีก็หลายร้อยจนถึงหลายพัน รวมกันทั้งหมดหลายร้อยเวทีด้วยกัน ซึ่งผมจะรายงานไว้ ต่อไป ในขณะเดียวกันก็มีการออกแบบสอบถามเปึ้นรายบุคคล ซึ่งก็เปึนคำถามในเชิง คำถามปรนัย และมีคำถามเป่ดไว้บ้างในบางจุด ซึ่งคำถามนั้นก็มีคำถามในเชิงบุคคลว่า ท่านอาชีพอะไร การศึกษาระดับไหน ทำเล ภูมิลำเนาอยู่ในเมืองหรืออยู่ในเทศบาล อยู่ใน ตำบล หรืออยู่ในเมืองใหญ่ มีอาชีพ มีรายได้ระดับใด เปึ้นต้น ประกอบกับความเห็นที่ท่าน ได้ประมวล ได้รับฟังมา แต่ละท่าน รายบุคคล ก็จะกรอก เติมคำ เช็ก (Check) ก ข ค ง เปึ้นต้น ซึ่งเราก็นำมารวบรวมกันเข้า ในขั้นตอนที่ ๓ เราก็นำความเห็นทั้งหมดของ ประชาชนทั้งรายบุคคลและรายเวทีนั้นมาประมวลเข้า ได้รับความร่วมมือจากหลาย หน่วยงาน เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ ช่วยกันประมวลผลด้วย ในการประมวลผลนั้น เราทําเปึน ๓ ครั้ง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งได้มีการประชุมกัน ในวันที่ ๑ มีนาคม ก็เปึนการเสนอครั้งแรก ก็คือประมวลผลในช่วงแรกเพื่อเสนอต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ ๑ มีนาคม ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๑๕ มีนาคม และ ครั้งที่ ๓ วันที่ ๒๘ มีนาคม ก็จะทราบว่าเปึนช่วง ๆ ช่วงละประมาณส่องสัปดาห์ ประมาณ ๑๓ ถึง ๑๔ วัน เปึนต้น เพื่อที่จะรายงานให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น น้ำไปปรับ น้ำไปคิด น้ำไปที่จะยกร่างต่อไปให้สอดคล้อง ให้ใกล้เคียง หรือนำความเห็นของประชาชนที่ได้รวบรวมมานั้นไปศึกษา เพื่อที่จะดำเนินการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในการประมวล ทั้ง ๓ ครั้งนั้น ผมอยากขอเรียนเสนอเปึนครั้งที่ ๑ ก่อน ในรายละเอียดนั้นเอกสารมี หมดแล้ว ก็คงอยากจะเรียนว่า ในครั้งแรกที่การประมวลผลในรายเวทีนั้น เปึนการ ประมวลผลระดับ ๓๐ เวที มีบางพื้นที่ไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ ก็เหมือนกับว่าเราก็นำ ความเห็นเหมือนกับการไปลงคะแนนเลือกตั้ง ตอนช่วงเย็น ทุ่มสองทุ่ม ก็รวบรวมมาได้สัก ประมาณสามสิบเวที เปึนต้น ในวันที่ ๑๕ มีนาคม เราก็รวบรวมมาทั้งหมด ๘๗ เวที ทั่วประเทศ กระจายไปเกือบทุกภาค ในวันที่ ๒๘ มีนาคม ได้รวบรวมประมวลผลมา ทั้งหมด ๕๓๗ เวที ก็กระจายทั้งประเทศทั่วทุกภาค จะเห็นว่าการประมวลแต่ละครั้งนั้น ความเห็นหลายส่วนไปในทางเดียวกัน แต่ก็ขอเรียนว่า ความเห็นแต่ละช่วงนั้นก็เหมือนกับ ประมวลในช่วง เหมือนกับหย่อนบัตรเลือกตั้ง และนำคะแนนมานับกันประมาณสัก หนึ่งทุ่ม สามทุ่ม เที่ยงคืน เปึนต้น จะเห็นว่าเปึนรายละเอียดของความกว้างขวางของ ผู้ที่มารวบรวมลงความเห็นนะครับ ในเรื่องของการประมวลความเห็นเวทีระดับจังหวัด ผมขออนุญาตอ้างถึงการประมวล ครั้งที่ ๓ เปึ้นหลัก เพราะครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ นั้นก็คงอยู่ ในเอกสารที่ได้มอบให้กรรมาธิการยกร่างไปแล้วนะครับ ถ้าจะขึ้นสไลด์ (Slide) จะเห็น ภาพชัดเจน

ในกรอบที่ ๑ กรอบว่าด้วยสิทธิเสรีภาพการมีส่วนร่วมของประชาชน และ การกระจายอำนาจ ซึ่งมีการประมวลผลตามรายเวทีต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว ในข้อแรกเปึน คำถามเรื่องเกี่ยวกับควรตรากฎหมายให้ประชาชนมีหลักประกันในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ประการใด ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ออกมาว่า เห็นด้วยถึง ๙๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรายละเอียด ท่านก็ได้รับเอกสารแล้ว แต่ถ้าเปึนสไลด์ก็จะเห็นชัดเจนขึ้นนะครับ ข้อเสนอเพิ่มเติมใน ส่วนนี้ก็มีอยู่ว่า ควรพูดถึงเรื่องการศึกษาภาคบังคับให้มากขึ้น จาก ๑๒ ป้ เปึน ๑๖ ป้ ก็มี ความเห็นจากเวทีการอภิปรายในแต่ละเวที จำนวนประมาณ ๖.๓ เปอร์เซ็นต์ ก็พูดถึง เรื่องนี้ว่า อยากให้มีการเสนอการให้ประชาชนมีเสรีภาพ มีสิทธิ ในการเรียนหนังสือ ภาคบังคับเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลเปึนผู้ดูแลให้ หรืออีกข้อหนึ่งที่พูดถึง ก็คือ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ก็ควรได้รับความช่วยเหลือสวัสดิการการสนับสนุนมากขึ้น อันนี้ก็เปึนข้อสังเกต บางประการที่ประชาชนพูดถึงในส่วนนี้ว่า การที่มีเสรีภาพนั้นสิทธิต่าง ๆ ก็อยากให้ ครอบคลุมไปถึงเรื่องการศึกษา และครอบคลุมไปถึงเรื่องคนพิการ และผู้สูงอายุ เปึนต้น อันนี้คำถามในประเด็นที่ ๑ ซึ่งได้รับฟังความเห็นมาในส่วนของประชาชนรายเวที ในข้อที่ ๒ ก็เปึ้นเรื่องของการเพิ่มอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็เห็นด้วย ส่วนใหญ่ถึงประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ก็มีความเห็นว่าควรเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น และในการอภิปรายในรายเวทีก็มีความเห็นกันส่วนหนึ่งบอกว่า ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนระดับจังหวัด เพื่อที่จะเปึ้นทางเลือกของ ประชาชนในการเข้าถึงได้มากขึ้น ในประเด็นที่ ๓ ที่มีการพูดถึงในการอภิปราย ควรมีการ บัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านต่าง ๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจนเลย ก็มี ความเห็นกัน ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ว่าควรเปึนเช่นนั้น อันนี้ก็เปึนความเห็นในข้อที่ ๓ ความเห็น ในข้อที่ ๔ ก็คือ ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยการ เสนอร่างกฎหมาย แล้วก็รวมถึงการถอดถอนและดำเนินคดีต่าง ๆ ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ทั้งโดยตรง โดยอ้อม ก็มีความเห็น เห็นด้วยประมาณ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ ก็ชัดเจน อภิปรายกันกว้างขวาง แล้วก็มีความเห็นในรายละเอียดข้อเสนอเพิ่มเติมอีก พอสมควร ในประเด็นที่ ๕ การวางระบบปัองกันและการละเมิดสิทธิเสรีภาพของ สื่อมวลชน ก็มีความเห็นด้วย เปึนจำนวน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีความเห็นเพิ่มเติม เช่นเดียวกันจากรายเวทีบอกว่า ควรมีกระบวนการปัองกันไม่ให้สื่อละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ด้วยเช่นเดียวกัน ก็คิดว่าควรจะมีทั้ง ๒ ด้าน ความเห็นในข้อที่ ๖ การจัดให้มีกองทุน สนับสนุนการมีการเมืองภาคพลเมือง ความเห็นส่วนใหญ่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เห็นว่า ควรเปึ้นเช่นนั้น แล้วก็ควรให้มีการสนับสนุนในเรื่องนี้ แล้วก็ความเห็นเพิ่มเติมก็คือ อยากให้ประชาชนในส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากขึ้น ในข้อที่ ๗ ในกรอบที่ ๑ นี้ การกระจายอำนาจต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และให้มีกระบวนการตรวจสอบ ที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน อันนี้ประชาชนเห็นเปึ้นประเด็นใหญ่มากว่าควร กระจายอำนาจ แต่ขณะเดียวกันควรมีการตรวจสอบ และการตรวจสอบนั้นต้องมี ประสิทธิภาพเพียงพอ เห็นด้วย ๗๙.๕ เปอร์เซ็นต์ ในความเห็นข้อที่ ๘ ควรเพิ่มบทบาท ให้แก่ชุมชนในการพัฒนาชุมชน และการมีส่วนร่วมในการปกปัองคุ้มครองและพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนในเวทีต่าง ๆ พิจารณาแล้วเห็นด้วยเปึน ส่วนใหญ่ กระจายไปทั้งหมดทั้งประเทศ ๘๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องที่ ๙ ควรลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจให้ประชาชนมากขึ้น ประชาชนเห็นด้วย ๗๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ควรจะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในทำนองออกเสียงประชามติในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น อันนี้ก็เปึนความเห็นประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่รับฟังมา ถัดไปในข้อที่ ๑๐ ควรกระจาย อำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความพร้อมของพื้นที่ ประชาชนเห็นด้วยว่า น่าจะเปึนหลักการที่ถูกต้องในการกระจายอำนาจไปสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตาม ความพร้อมของพื้นที่ เพราะถ้ามีความไม่พร้อมก็จะมีปัญหาได้เช่นเดียวกัน

ในกรอบที่ ๒ กรอบว่าด้วยสถาบันการเมือง ในข้อแรก เห็นด้วยหรือไม่กับ การลดจำนวน สส. สว. คำตอบส่วนใหญ่เห็นด้วย ๖๓ เปอร์เซ็นต์ มีความเห็นเพิ่มเติม อื่น ๆ เช่น ควรลด สส. ลงเหลือ ๔๐๐ คน เปึนต้นนะครับ ในเรื่องควรมีระบบ สส. ระบบ บัญชีรายชื่อหรือไม่ ก็มีคะแนนก้ำกึ่ง มีเห็นด้วยเพียง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เห็นด้วยก็มาก ถึง ๔๖.๒ เปอร์เซ็นต์ และที่ไม่แสดงความเห็นอีกจำนวนหนึ่ง ก็เปึ้นเรื่องที่น่าสนใจ พอสมควร ท่านประธานครับ ในส่วนคำถามที่ ๓ สส. ต้องจบปริญญาตรี ซึ่งเห็นด้วย เปึ้นส่วนใหญ่ แล้วก็ในกรณีที่มี สส. บัญชีรายชื่อก็ต้องจบปริญญาตรี ส่วน สว. ก็ต้องจบ ปริญญาตรี อันนี้ก็เห็นด้วยเปึ้นส่วนใหญ่ ๖๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๔ สส. ควรสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ และหากต้องสังกัดควรกำหนดระยะเวลาเท่าไร ก็เห็นด้วย เปึ้นส่วนใหญ่ ระยะเวลาที่ออกมาก็คือประมาณ ๙๐ วันนะครับ ข้อที่ ๕ สส. ควรมีอิสระ ในการปฏิบัติหน้าที่และการลงมติในเรื่องต่าง ๆ มากกว่าที่เปึนอยู่ ไม่ควรจะถูกครอบโดย พรรคการเมืองจนเกินไป ก็เห็นด้วย ๖๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๖ ควรกำหนด เขตเลือกตั้งเปึนเขตเลือกตั้งละคนเช่นเดิม ก็เห็นด้วยนะครับ จะเขตใหญ่ขึ้นหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ก็เห็นด้วยนะครับ ในข้อที่ ๗ ควรให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนในลำดับ ถัดไปเปึน สส. แทนผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ เพราะได้รับใบเหลืองหรือใบแดงโดยไม่ต้อง เลือกตั้งใหม่นะครับ อันนี้ก็มีเห็นด้วยอยู่เพียง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยอยู่จำนวน ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่ามีข้อสังเกตหลายเรื่องว่าอาจจะเปึนปัญหาในเรื่องการหาย หรือ อุ้มหาย หรืออะไรต่าง ๆ นานาก็เปึ้นได้นะครับ ในข้อที่ ๘ สว. ควรมาจากการสรรหาจาก ตัวแทนของกลุ่มอาชีพทุกภาคส่วนในสังคม ก็เปึนวิธีการการได้มาของ สส. สว. นะครับ ว่าจะมีการสรรหา เห็นด้วยอย่างไรหรือไม่ ประชาชนจากการสัมมนาบนหลายเวที ก็เห็นด้วยประมาณ ๔๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ว่าจากกระบวนการสรรหาก็เปึ้นอีกทางเลือกหนึ่ง นะครับ ในข้อที่ ๙ ถ้า สว. มาจากการสรรหา ก็อยากถามว่า มีอํานาจถอดถอนผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองเหมือนเช่นปกติทั่วไปหรือไม่ ก็เห็นด้วยครับ ความหมายคือว่า ถ้าเปึน สว. แล้วก็ควรมีอํานาจ ไม่ว่า สว. นั้นจะมาจาก กระบวนการสรรหาก็ถือว่ามีอำนาจเหมือนกัน ก็คืออำนาจในการถอดถอนได้ ๔๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๑๐ นายกรัฐมนตรีมาจาก สส. แล้วก็เปึน สส. ขณะเดียวกันได้ ก็เห็นด้วย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ถัดไปในข้อที่ ๑๑ ควรกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน หรือไม่เกิน ๘ ป้ ประชาชนเห็นด้วย เปึ้นส่วนใหญ่ ๗๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ก็จะเปึนกรอบในเรื่องนี้ว่านายกรัฐมนตรีวาระไม่ควรจะ เกิน ๒ วาระ และไม่เกิน ๘ ป้นะครับ ในข้อที่ ๑๒ การห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนในระหว่างดำรงตำแหน่ง หรือเมื่อพ้นตำแหน่งไประยะหนึ่งแล้ว ก็เห็นด้วยเปึ้นส่วนใหญ่ถึง ๗๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ในข้อที่ ๑๓ นายกรัฐมนตรีควรถูกอภิปราย ไม่ไว้วางใจ และถูกตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ก็เห็นด้วย ๗๗ เปอร์เซ็นต์ ในข้อที่ ๑๔ การกำหนดให้ชัดเจนว่าในกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาให้ ลงโทษจำคุก แม้นว่าเปึนการรอลงอาญาก็ให้พ้นตำแหน่ง ก็เห็นด้วยเปึนส่วนใหญ่ ๗๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๑๕ นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามในสภา ก็เห็นด้วย ๗๒.๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเกิดพิจารณาลงไปในรายภาคแล้วก็จะพบว่าแต่ละภาค มีความเห็นแตกต่างกันไปบ้างว่า ในภาคกรุงเทพ ประชาชนบอกว่าจะมาตอบทุกครั้งก็ไม่ จำเปึนนักหรอกครับ ก็มีจำนวนเปอร์เซ็นต์น้อยลงมาได้ ถ้าท่านลงไปดูรายละเอียดต่อไป ในรายการนะครับ ในข้อที่ ๑๖ ควรกำหนดคุณสมบัติ คุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติ หน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมีบทลงโทษที่กรณีฝ์าฝ๋นด้วย อันนี้ เห็นด้วย ชัดเจน ๖๑.๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ

ในกรอบที่ ๓ เปึนกรอบว่าด้วยองค์กรตรวจสอบอิสระและศาล ก็มี ความเห็นว่าควรให้มีศาลหรือองค์กรตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ และตรวจสอบ องค์กรอิสระด้วยกันเองด้วย ก็เห็นด้วย เพื่อเปึนการสร้างสมดุลและคานกัน ในข้อที่ ๒ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ใดกระทำผิด ทุจริต หรือมีพฤติกรรมว่าร่ำรวยผิดปกติ ในกรณีดังกล่าวนั้นไม่ควรมี อายุความในการฟัองร้องนะครับ ก็เห็นด้วย ๗๒.๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๓ ควร มีการกำหนดกลไกและมาตรการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ์ายการเมืองที่กระทำต่อ ข้าราชการประจำ และการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณ ก็เห็นด้วยครับว่าต้องมีการ ตรวจสอบในเรื่องนี้นะครับ ในข้อที่ ๔ ควรลดจำนวนประชากรในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง และการตรากฎหมาย ก็เห็นด้วย ๖๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๕ องค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญควรปลอดจากการเมือง ก็เห็นด้วย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องควรมีการวาง ระบบการค้านและดุลอํานาจระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ นั้น เห็นด้วย ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่แล้ว เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน กกต. สตง.์ หรือ ปปช. ควรคงไว้ทั้งหมด ก็เห็นด้วย ๗๓ เปอร์เซ็นต์ ควรมีองค์กรอิสระ ระดับจังหวัดในการติดตาม ตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหารปกครองท้องถิ่น เห็นด้วย ๗๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในข้อที่ ๙ ควรมีการกำหนดงบประมาณให้แก่องค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญจำนวนที่ชัดเจนตามสัดส่วนของงบประมาณแผ่นดิน ก็เห็นด้วย ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ได้รวบรวมในภาครายเวทีนะครับ ก็เปึนความเห็นประชาชนในเชิง อภิปรายและประมวลเข้าด้วยกันนะครับ ก็เปึนรายละเอียดดังที่ผมกล่าวแล้วนะครับ

ในขั้นต่อไปอยากจะขออนุญาตนำเสนอท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับ ความเห็นประชาชนที่สอบถามเปึนรายบุคคลนะครับ ซึ่งมีการรวบรวมความเห็นมา ในครั้งแรกที่นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑ มีนาคมนั้น จากประชาชน ๗๗๓ ท่านจากทั่วประเทศ แต่ไม่ครบทุกส่วนทุกภาค แต่พอวันที่ ๑๕ มีนาคม เราได้รวบรวมความเห็นมาทั้งหมด ๑๖,๐๓๕ ท่าน จากประชาชนค่อนไปเกือบทั้ง ประเทศ และในครั้งที่ ๓ คือวันที่ ๒๘ มีนาคม ได้เสนอกรรมาธิการยกร่าง ประชาชนได้ ตอบแบบสอบถามเปึนรายบุคคลมาทั้งสิ้น ๓๖,๓๒๔ ท่าน ก็ทำให้ประมวลผลได้ชัดเจน ขึ้น คล้าย ๆ เหมือนกับว่าพอระยะเวลาหนึ่งทุ่มได้ผลอย่างหนึ่ง พอสามทุ่มประชาชนเอา คะแนนมาร่วมมากขึ้น เวลาเที่ยงคืน ก็จะมีรายละเอียดดังที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร นะครับ ก็จะเห็นว่าความเห็นประชาชนในเรื่องกรอบต่าง ๆ ก็มีรายละเอียดมากเพียงพอ ดังต่อไปนี้นะครับ

ในเรื่องกรอบที่ ๑ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และ การกระจายอํานาจ ในเรื่องแรกนะครับ คําถามแรก ควรบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนในรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเปึ้นรูปธรรม ประชาชนเห็นควรว่า ต้องระบุเวลาให้ชัดเจนไว้ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าการประมวลมาตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ นี่ก็สอดคล้องกัน ประมาณห้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ประชาชนเห็นว่าควรมีกฎหมาย มารองรับและต้องระบุระยะเวลา แต่มีส่วนหนึ่งที่ระบุว่าต้องบังคับใช้ในรัฐธรรมนูญทันทีเลยนี่มีอยู่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ จำนวนนี้ก็มีความแตกต่างอยู่เล็กน้อยนะครับในครั้งแรก ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แต่ก็ไปใน ทิศทางเดียวกัน ในข้อที่ ๒ นะครับ อำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เห็นว่าอํานาจที่มีอยู่เดิมนั้นเหมาะสมแล้ว มีเพียง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าควรเพิ่มขึ้น เช่น ควรให้สามารถนำเรื่องเข้าสู่ศาลได้ด้วย มีความเห็นเพิ่มขึ้นเปึน ๖๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ว่าควรให้อำนาจอันนี้แก่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติด้วยนะครับ ในเรื่องความชัดเจนของบทบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชนในรัฐธรรมนูญนั้นชัดเจนดีอยู่แล้ว บอกว่ามีอยู่เพียง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ความชัดเจนของบทบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีความ ชัดเจนอยู่เพียง ๑๘ เปอร์เซ็นต์ แต่บอกยังขาดอยู่ ก็คือว่า เห็นว่าควรจะให้ชัดเจนมากขึ้น แต่ต้องมีแนวปฏิบัติมากขึ้นด้วย มีความเห็น ๕๗ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชนที่ควรบัญญัติในรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมีอะไรบ้างอีก ก็มีความเห็นแตกต่าง กันไปดังนี้ครับ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีความเห็น ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ควรกำหนด นโยบายสาธารณะได้ เพิ่มขึ้นนะครับ เปึน ๒๙.๘ เปอร์เซ็นต์ และการตัดสินใจทาง การเมือง ๒๖.๐ เปอร์เซ็นต์ การตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง ประชาชนเห็นว่าควรมีส่วนร่วมของประชาชนถึง ๕๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ความหมาย คือว่าประชาชนให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนโยบายแห่งรัฐมากขึ้นในครั้งนี้ว่ามีส่วน กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนโยบายสาธารณะมาก ได้มี ความเห็นว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ก็แสดงให้เห็นว่าประชาชน เห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นมีผลกระทบต่อเขาทั้งหลายอย่างมาก แล้วก็รัฐธรรมนูญควรจะเปึน เรื่องที่ใกล้ตัวเขาด้วยเช่นเดียวกัน รัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ใช้เฉพาะนักการเมือง ประชาชน ควรมีส่วนใช้รัฐธรรมนูญมากขึ้น รัฐธรรมนูญนั้นก็จะต้องเกี่ยวข้องกับประชาชนมากขึ้น เช่น ในเรื่องของการกำหนดนโยบายสาธารณะ การกำหนด การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ เปึนต้น อันนี้ก็เปึนความสังเกตที่ชัดเจนขึ้นจากแบบสอบถามครั้งนี้ ของประชาชน คำถามต่อไป ควรมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีความเห็น ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เปึนความเห็นที่ชัดเจนมากว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ในเรื่องการเสนอร่างรัฐธรรมนูญก็เห็นว่าประชาชนควรมีส่วนร่วม ๗๖.๕ เปอร์เซ็นต์ การมี ส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเรื่องการถอดถอน ก็เห็นว่าควรมีโดยตรง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ โดยอ้อม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในกรณีการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนในเรื่องการถอดถอน สส. สว. จากผู้ดำรงตำแหน่งก็เห็นด้วย ๗๗.๙ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์การคุ้มครอง ปัองกันการละเมิดสิทธิ เสรีภาพและการครอบงำสื่อมวลชน ก็เห็นว่าควรจะมีไว้ ๗๖.๗ เปอร์เซ็นต์ การจัดตั้ง กองทุนเพื่อการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองก็เห็นด้วย ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของการ กระจายอำนาจ ควรกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน เห็นด้วย ๕๖.๓ เปอร์เซ็นต์ ความเห็นนั้นก็คงเส้นคงวาตลอด ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แล้วก็ไม่ควรเพิ่ม ปัจจุบันก็ดีอยู่แล้ว ความเห็น ๓๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ก็คงเส้นคงวาตลอด ตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ เปึนต้นมา ในการกระจายอำนาจก็มีการพูดถึง เรื่องการมีมาตรการในการตรวจสอบ การกำหนดมาตรฐานการทำงานขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการกระจายอำนาจและกำกับดูแล ที่ถูกต้องมากขึ้น ก็มีความเห็นว่าควรกำหนดไว้ถึง ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ควรเพิ่ม บทบาทและอำนาจหน้าที่ให้กับท้องถิ่น ชุมชน เพื่อให้การปกปัองคุ้มครองและพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนมีประสิทธิภาพขึ้น เห็นด้วยถึง ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องกรณีการบริหารประเทศของรัฐในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อ ประชาชน ควรมีการสอบถามประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสิน หรือเข้า ทำนองว่า ให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้นนั้น เช่น ในการจะทำข้อตกลงต่าง ๆ เปึนต้น เห็นว่าควรจะมี ๘๔ เปอร์เซ็นต์ การกระจายอำนาจ ในกรณีพื้นที่ใดที่มีความเหมาะสมใน การบริหารจัดการท้องถิ่นของตนเองก็ต้องดำเนินการ ก็เห็นว่ารูปแบบที่เปึ้นอยู่ในปัจจุบัน นั้นก็เหมาะสมดีแล้ว ๓๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าควรมีระบบที่สอดคล้องกับการพัฒนา แต่ละท้องที่ ท้องถิ่นมากขึ้น เห็นว่าควรจะปรับปรุงใหม่ ๕๔.๐ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่อง กรอบการเมือง ความเห็นของประชาชนในเรื่องกรอบการเมือง ข้อแรก จำนวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรควรมีเท่าไร ความเห็นส่วนใหญ่ตกไปที่ ๔๐๐ ท่าน ๔๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ๓๐๐ คน ประมาณ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐ คน ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ความเห็นก็ไปตกอยู่ระดับ ๔๐๐ คน ถึง ๔๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของรูปแบบการเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นไปทางว่า เลือกตั้ง เขตละ ๑ คนอย่างเดียว ๓๔.๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็แบบอื่น ๆ ก็มีกระจาย ๆ กันไป ควรมี สมาชิกวุฒิสภาหรือไม่ ก็เห็นว่าควรมี ๘๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ก็คงเส้นคงว่าตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ก็อยู่ในระดับประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เหมือนกันทั้ง ๓ ครั้ง ในกรณี จํานวนของสมาชิกวุฒิสภาควรมีเท่าไร ความเห็นส่วนใหญ่บอกว่า อยากให้เปึ้นสัดส่วน ของจำนวนต่อ สส. เช่น ถ้า สส. มี ๔๐๐ คน ก็มีครึ่งหนึ่งดังกล่าว พูดง่าย ๆ ว่าความเห็น ประชาชนเห็นว่า ควรเปึ้นครึ่งหนึ่งของจำนวน สส. คำตอบมา ๓๖.๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนกำหนดชัดเจนเลยว่า ๑๐๐ ท่าน ก็มี ๒๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๒๐๐ ท่าน ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ความเห็นโน้มเอียงไปทางครึ่งหนึ่งของ จํานวน สส. ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ก็ค่อนไปทางเลือกตั้งทั้งหมด ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ในกรณีวิธีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกนั้นก็มีหลายรูปแบบ ความเห็นประชาชนก็ยังเห็นว่า รูปแบบการเลือกตั้งโดยตรง ตามแบบป้ ๒๕๔๐ นั้นก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ในกรณี สว. มาจากการแต่งตั้งนะครับ ควรให้อำนาจของ สว. มีส่วนใน การพิจารณาถอดถอนนักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ความเห็น ก็เห็นว่า ควรยังมีอยู่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ คือความหมายว่าถ้าเปึน สว. แล้วจะมาจากวิธีใด ก็คิดว่าควรจะมีอํานาจดังกล่าวอยู่นะครับ วุฒิการศึกษาของ สส. ก็ยังคงเห็นว่าต้อง ปริญญาตรี ๖๗ เปอร์เซ็นต์ กรณีผู้สมัคร สส. ที่ได้รับคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการ ประกาศนะครับ แล้วก็พิจารณาว่าถ้ามีการกระทำอันทุจริตแล้วจะเลื่อนระดับขึ้นมา หรือไม่ ก็เห็นว่าไม่ควร ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ การสังกัดพรรคการเมืองของ สส. ก็เห็นว่า ต้องสังกัดพรรคการเมือง ๕๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในกรณีของจำนวนวันก็ตกไป ไม่น้อย กว่า ๙๐ วัน เปึนหลักนะครับ ส่วนในกรณีอื่น ๆ ก็มีแตกต่างกันไป แต่ว่าความเห็นว่า ไม่น้อยกว่า ๙๐ วันนี่ ประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในเรื่องฝ์ายบริหาร นายกรัฐมนตรี ควรเปึน สส. ด้วยพร้อมกันหรือไม่ ก็เห็นว่ารัฐมนตรีควรเปึนผู้ได้รับการเลือกตั้งเปึน สส. ๖๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ใครก็ได้ ไม่จำเปึนต้องเปึน สส. นี่ก็ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในกรณี ฝ์ายบริหาร ในเรื่องอื่น ๆ ก็มี เช่น สส. ไปเปึนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีแล้วควรให้พ้นจาก การเปึน สส. ด้วยหรือไม่ ก็เห็นว่าไม่จําเปึนนะครับ ควรเปึนพร้อมกันได้ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ผู้ดำรงตำแหน่งเปึ้นนายกรัฐมนตรีควรเปึ้นรัฐมนตรีได้เพียง ๒ สมัย และไม่เกิน ๘ ป้ ก็เห็นด้วย ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ในกรณีระหว่างที่ดำรงตำแหน่งเปึ้นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี นะครับ ก็จะเปึนคู่สัญญากับส่วนราชการ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือส่วนราชการท้องถิ่นโดยตรง โดยอ้อมได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ นะครับ และที่เห็นว่าก็เปึนได้แต่พ้นตำแหน่งไปแล้ว ๓๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ กรณีเมื่อพ้น จากตำแหน่งการเปึ้นรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสามารถเปึ้นผู้บังคับบัญชาได้ไหม ก็เห็นว่า ถ้าพื้นแล้วให้ทำได้ทันที ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ให้พ้นไปแล้ว ๑ ป้ คำตอบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ในเรื่องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลโดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการให้ง่ายขึ้นกว่าป้ ๒๕๔๐ นะครับ ก็มีความเห็น ๗๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในความเห็นข้อถัดไปนะครับ ประชาชนรายบุคคลได้บอกมา ดังนี้ครับ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาให้ลงโทษนะครับ แม้นว่าเปึ้นเพียง การรอลงอาญาก็ให้พ้นตำแหน่ง เห็นด้วย ๕๙.๔ เปอร์เซ็นต์ ในการตอบกระทู้ถามของ นายกรัฐมนตรีต่อรัฐสภานะครับ ควรมาทุกครั้ง ๖๒.๒ เปอร์เซ็นต์ มาเปึนบางครั้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเกิดลงไปดูในรายภาคแล้วนะครับ ในส่วนบริเวณแบ่งตามภูมิลำเนา แล้ว ในกรุงเทพและปริมณฑล ข้อหนึ่งเห็นว่าไม่จำเปึนต้องมาทุกครั้งนะครับ หรือว่า ควรมาทุกครั้งนั้น มีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่า ๖๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถ้าท่านกรุณาลงไปดู รายละเอียดต่อไป ในเรื่องจริยธรรมนะครับ ก็เห็นว่าควรกำหนดคุณธรรมและจริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมืองและมีบทลงโทษในกรณีฝ์าฝ๋น ๘๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ในกรณีกรอบที่ ๓ นะครับ กรอบว่าด้วยองค์กรตรวจสอบอิสระและศาลนะครับ ก็ควรมี การให้องค์กรอิสระหรือฝ์ายตุลาการมีสิทธิ สามารถตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ นะครับ เปึนการเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and balance) หรือ สมดุลกันนะครับ ก็เห็นว่าควรเปึนเช่นนั้น ๖๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ ควรกําหนดอายุความในการฟัองร้องคดีทุจริตคอร์รัปชั่น (Corruption) ของนักการเมือง ทุกระดับหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เห็นว่าไม่ควรมีอายุความ ๖๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ การกำหนดกลไกหรือตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ์ายการเมืองที่กระทำต่อข้าราชการ ประจำนั้นเห็นว่าควรมี ที่ผ่านมาอาจจะไม่ชัดเจน ควรมีนะครับ ๗๒.๗ เปอร์เซ็นต์ การกำหนดมาตรการในการควบคุมและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อไม่ให้ ตกอยู่กับการครอบงำของฝ์ายการเมือง เห็นว่าควรจะมีกลไกในการดูแลเรื่องนี้ ๗๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในเรื่องต่อไปนะครับ การกำหนดจำนวนประชาชนในการเข้าชื่อ เพื่อถอดถอนนักการเมืองและการเสนอกฎหมายทั้งระดับประเทศ ระดับท้องถิ่นนั้นเห็นว่า ควรมี ๕๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ องค์กรตามรัฐธรรมนูญควรปลอดจากการครอบงำทาง การเมืองอย่างแท้จริง ก็เห็นด้วยนะครับ และขอให้มีองค์กรภาคประชาชนมีส่วนร่วม มากขึ้น ว่าควรมีส่วนนี้อีก ๔๘.๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในเรื่องการวางระบบค้าน และดุลอํานาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น กำหนดไว้เหมาะสมดีแล้วประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามต่อไปเกี่ยวกับการคงอยู่ของ องค์กรในรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าคงไว้ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ การคงอยู่ของ ปปช. เห็นว่า ๗๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คงไว้ ๗๘.๒ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนคงไว้ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ ผู้ตรวจการ แผ่นดินคงไว้ ๗๓.๖ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. ให้ คงไว้ ๖๖.๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนคณะกรรมการด้านกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสช.) ให้คงไว้ ๕๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงไป เมื่อคำถามลงไป ละเอียดว่า ถ้าหากมีการร่วมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าด้วยกันนั้นเห็นเปึ้นประการใด ก็เห็นว่าให้คงไว้ตามเดิม เพื่อประชาชนมีทางเลือกใน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เห็นไว้ ๔๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ควรมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น อีกหรือไม่ ก็เห็นว่าไม่ควรเพิ่มแล้ว มีเท่าเดิมก็พอเพียงแล้ว ๔๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ควรเพิ่ม ๒๑.๗ เปอร์เซ็นต์ การมีองค์กรอิสระระดับจังหวัดทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบ อำนาจผู้บริหารระดับท้องถิ่นแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีความเห็นควรมี ๖๖.๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เปึนความเห็นที่ชัดเจนประการหนึ่งที่อยากให้มีการตรวจสอบการ บริหารปกครองท้องถิ่นเปึนพิเศษ ในเรื่องของการดำเนินงานที่เปึ้นอิสระขององค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น ควรกำหนดสัดส่วน ของงบประมาณ ก็กำหนดว่าควรจะมี ๖๙.๘ เปอร์เซ็นต์ ควรมีระยะเวลาในการตรา กฎหมาย ก็เห็นไว้ว่าควรมี ๗๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ก็เปึ้นประมวลความเห็น ของประชาชนรายบุคคลที่รวบรวมประมวลมาทั้งหมด ๓๖,๓๒๔ ชุด กระจายทั้งประเทศ แล้วก็เปึนความเห็นซึ่งจะเห็นว่าหลายส่วนนั้นสอดคล้องกับความเห็นรายเวทีที่ ประมวลมา จะเห็นว่าเปึนการรวบรวมใน ๒ แนวทาง ซึ่งได้มอบไปให้กับคณะกรรมาธิการ ยกร่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปประกอบในการพิจารณาในการดำเนินการต่อไป ซึ่งกระบวนการต่อไปหลังจากรัฐธรรมนูญได้ยกร่างเสร็จแล้ว ซึ่งหลังวันที่ ๑๙ เมษายนนั้น ก็คงจะมีการประมวลรับฟังความเห็นต่อไปในลักษณะเปึนประเด็นเชิงมาตรามากขึ้น ก็จะ รวบรวมประมวลผลและนำมาเสนอรายงานต่อไปนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรียนให้ ท่านสมาชิกทราบนิดหนึ่งนะครับ ขณะนี้มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ๔ ภาค และอดีต กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในกรุงเทพมหานครมาร่วมฟังนะครับ ยินดีต้อนรับครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เมื่อทางฝ์ายที่กรรมาธิการของเราได้ไปรับฟังความเห็นอย่างที่ กราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมแล้ว ก็ยังมีองค์กรที่ผมกราบเรียนไว้แล้วว่า ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ไปรับฟังความเห็น แล้วก็ร่วมอยู่ในกรรมาธิการชุดเดียวกัน แล้วก็นั่งอยู่ในที่นี้นะครับ ในชั้นแรกอยากจะขออนุญาตท่านประธาน เพื่อที่จะให้ หน่วยงานทั้งหลายได้เสนอผลของการรับฟังความเห็นกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะ เปึ้นประโยชน์ที่ให้พวกเรานั้นได้รับฟัง ซึ่งบางอย่างก็เหมือน บางอย่างก็แตกต่าง ผมกราบเรียนนะครับ ไม่ใช่เหมือนไปเสียทั้งหมด แต่บางอย่างก็มีข้อคิดแตกต่างที่ น่าสนใจ ซึ่งอยากจะกราบเรียนว่า อยากจะให้แต่ละองค์กร ถ้าจะใช้เวลาประมาณสัก ห้านาที่ถึงแปดนาที่ ที่จะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ เพราะว่ามีหลายองค์กรมาก มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีสำนักนายกรัฐมนตรี มีขบวนการผู้หญิงกับการปฏิรูป การเมือง แล้วก็มีกรมการพัฒนาชุมชน นี่เปึนเบื้องต้นก่อน แล้วก็จะมีหน่วยงานอื่น อย่างเช่น สำนักงานสถิติก็ดี สถาบันพระปกเกล้าก็ดี และองค์กรเอกชนอื่นอีกนะครับ เดี๋ยวจะต้องกราบเรียนเปึนชุด ๆ ไป เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้อยากจะขอความกรุณา องค์กรละประมาณห้านาที ถ้าเปึนไปได้นะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ท่านประธาน จะรายงานในตอนที่กรรมาธิการชี้แจงเลยหรือ หรืออย่างไร

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

รายงาน ตอนนี้เลย

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ตอนนี้เลย โอ.เค. (O.K. - Okay) กระชับหน่อย เพราะเข้าใจว่าสมาชิกชักจะอยากถามท่านแล้ว ท่านละ ประมาณห้านาทีนะครับ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ และท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายภุชงค์ นุตราวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งให้มารายงานผลของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นะครับ ซึ่งขออนุญาตกราบเรียนท่านในเบื้องต้นว่า คงจะใช้เวลาไม่เกิน ๕ นาทีครับ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้ เปึ้นการรับฟังประเด็นข้อคิดเห็นที่ประชาชนอยากจะใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ เปึนการดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๙ ก่อนที่ทางท่าน สสร. จะมีประเด็น ต่าง ๆ ออกมา ซึ่งในตอนนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้กำหนดว่าจะมี การรับฟังในช่วงแรกคือในเดือนมกราคม ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ นะครับ รายงานที่กระผมจะกราบเรียนต่อไปนี้เปึนรายงานที่มีผลสรุป ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เปึนการรายงานในช่วงเวลาแรกนะครับ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้ อาจจะไม่ตรงกับประเด็นที่ทางท่าน สสร. กำหนดขึ้นมา แต่ข้อมูลเหล่านี้เปึนข้อมูลที่ได้ นำมาประกอบเพื่อนำกราบเรียนท่านกรรมาธิการการมีส่วนร่วม แล้วก็ท่านกรรมาธิการ ยกร่างแล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ เราได้ใช้ช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง ๗๕ จังหวัด รวมทั้ง กทม. อีก ๑ จังหวัดนะครับ โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด แล้วก็มี กกต. จังหวัดเปึนผู้ช่วยดำเนินการนะครับ เราใช้ช่องทางทั้งหมดประมาณ ๑๐ ช่องทาง คือ ๑. เรารับฟังความคิดเห็นจากตู้ไปรษณีย์ที่ทางสำนักงาน กกต. ได้จัดขึ้น ๒. ก็ได้ รับฟังความคิดเห็นโดยตรงที่สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดเอง ในส่วนที่ ๓ รับฟังความ คิดเห็นจากรายการวิทยุที่ทางสำนักงาน กกต. จังหวัดได้จัดประจำอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เปึน สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อันดับที่ ๔ ก็คือรับฟังความคิดเห็นโดยเราได้ จัดเปึนเวทีในบางส่วน เวทีนั้นเปึ้นเวทีทั่วไป เวทีสัมมนา และบางส่วนเปึนการสัมภาษณ์ ส่วนที่ ๕ เรารับฟังความคิดเห็นโดยทำเปึนแบบสอบถามถึงประชาชนโดยตรงและผ่าน เด็กนักเรียนครับ อันดับที่ ๖ เรารับฟังความคิดเห็นโดยการจัดประชุมสัมมนา อันดับที่ ๗ เราเป่ดเว็บไซต์ (Web site) ครับ อันดับที่ ๘ นี้เปึนการรับฟังความคิดเห็นทางหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น อันดับที่ ๙ เปึนการรับฟังความคิดเห็นโดยการจัดเจ้าหน้าที่ของเราลงไปในระดับ อำเภอ ตำบล หมู่บ้านเพื่อรับฟังโดยตรงครับ ส่วนสุดท้ายก็คือรับฟังความคิดเห็นโดยใช้ เสียงตามสาย หอกระจายข่าวในการกระจายข่าว แล้วก็รับผลกลับมานะครับ จากผลการ ดำเนินการทั้งหมดนี้เราทำเปึนแบบคำถามเป่ดครับ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ข้อคิดเห็นโดย อิสระ จากการประมวลแล้วทั้งหมดนี้มีผู้ที่ได้ตอบแบบสอบถามให้ความคิดเห็นจำนวน ทั้งหมด ๑๓,๓๖๒ คน ซึ่งเปึ้นทั่วประเทศนะครับ ประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญนี่กระผมจะ ขออนุญาตกล่าวโดยสรุป เนื่องจากเอกสารก็มีแล้ว เอกสารได้นำเรียนแล้วนะครับ ในส่วนของความคิดเห็นของประชาชนในส่วนของ กกต. ที่รับฟังมานี้ บางส่วนอย่างที่ ท่านประธานเจิมศักดิ์กับท่าน ดร.วรพลได้เรียนให้ทราบ บางส่วนก็คล้ายกัน บางส่วนก็ เหมือนกัน บางส่วนก็แตกต่างกันนะครับ กระผมจะขออนุญาตเฉพาะในเรื่องของความ คิดเห็นของประชาชนในเรื่องที่สำคัญ ๆ ดังนี้นะครับ ทาง กกต. ก็กำหนดหัวข้อ กำหนด กลุ่มต่าง ๆ ขึ้นมาจากแบบสอบถามที่เปึนแบบสอบถามเป่ดนะครับ ก็เปึ้นในเรื่องต่าง ๆ เช่น ในเรื่องของ สส. ในเรื่องของ สว. ในเรื่องของ กกต. เอง ในเรื่องความคิดเห็นต่อการ เลือกตั้ง ในเรื่องความคิดเห็นต่อการปกครองท้องถิ่น ในเรื่องของการมีส่วนร่วม ความเห็น ต่อเรื่องพรรคการเมือง ความคิดเห็นต่อเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แล้วก็เรื่อง องค์กรอิสระทั่วไป ในเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ คำถามที่สำคัญที่นำกราบเรียนก็คือว่า เมื่อพูดถึงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามของ กกต. นี่มีแสดงความคิดเห็นไว้ว่า จำนวน สส. ของทั่วประเทศ ควรจะมีทั้งหมด ๔๐๐ คน เปึ้นเสียงทั้งหมด ๔๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ส่วนที่มีความเห็น รองลงมาก็คือ ควรจะมี ๓๐๐ คน ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จำนวนที่มี ๕๐๐ คน มีทั้งหมด ๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ในส่วนของข้อคิดเห็นที่ว่า ควรมี สส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือไม่ มีผู้ตอบว่า ไม่เห็นด้วย คือไม่ควรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ถึงร้อยละ ๖๓ ครับ ควรให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ๒๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนแบบบัญชีรายชื่อแบบเดียวมีเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ ในส่วนของระยะเวลาที่สังกัดพรรคการเมืองนี้ ทางผู้ตอบ ประชาชนมีความเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๙๐ วันเปึ้นจำนวนมาก ที่สุด จำนวนถึงร้อยละ ๗๖ นะครับ รองลงมาก็คือมีความเห็นว่าไม่ควรสังกัดพรรค การเมืองร้อยละ ๑๗ ครับ ส่วนความคิดเห็นที่บอกว่า ไม่ควรสังกัดพรรคการเมือง คือให้ เปึ้นสมาชิกพรรคการเมืองเปึนระยะเวลาน้อยกว่า ๙๐ วันนี้ มีเพียงร้อยละ ๕ ครับ ในเรื่อง ของวุฒิการศึกษานี้ตรงกับประเด็นที่ทาง ดร. วรพลได้รายงานแล้วครับ คือส่วนใหญ่ ร้อยละ ๕๐ มีความเห็นว่า สส. ควรจะมีวุฒิการศึกษาจบปริญญาตรีครับ แต่ใน ขณะเดียวกันความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกันก็คือว่าไม่ควรกําหนดวุฒิการศึกษาของ สส. นี้ มีถึงร้อยละ ๔๙ ครับ ประเด็นนี้ก็ใกล้เคียงกันครับ ในส่วนที่มีความคิดเห็นของ สส. ว่า ควรอยู่ในวาระเดียว สมัยเดียวนี้ร้อยละ ๗๐ ครับ ส่วนที่มีความเห็นว่าไม่ควรอยู่ในวาระ เกิน ๒ สมัย มี ๒๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ในจำนวนในเรื่องของการถอดถอนรายชื่อผู้มีอำนาจ ทางการเมือง ควรใช้รายชื่อน้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี้เปึนความเห็นที่สูงที่สุด มากที่สุด คือร้อยละ ๘๗ ครับ ในส่วนของการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ลดจากจำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์นี้ มีความเห็นร้อยละ ๙๓ เห็นว่า ควรจะลดจาก ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ในส่วนของประเด็นว่านายกรัฐมนตรี ควรมาจากไหนนะครับ มีความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้ง สส. สูงมาก ครับ ร้อยละ ๙๔.๔๙ แล้วก็มีความเห็นว่าผู้ที่เปึ้น สส. ควรเปึ้นรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ได้นี้มีเพียงสามเปอร์เซ็นต์เศษ ๆ นะครับ และในขณะเดียวกันมีความเห็นว่า ไม่ควร เปึ้น สส. และเปึนรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ประมาณสองเปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ครับ ในส่วน ของวุฒิสภานะครับ ที่สําคัญก็คือมีความเห็นว่า สมาชิกวุฒิสภาควรมาจากการเลือกตั้ง มากที่สุดร้อยละ ๕๘ นะครับ นอกนั้นมาจากการแต่งตั้งร้อยละ ๑๒ ครับ มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งในสัดส่วน ที่เท่ากัน ร้อยละ ๑๒ ครับ ในส่วนวาระของ สว. มีความเห็นว่าควรอยู่ในวาระเดียว ร้อยละ ๗๔ ครับ ที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือมีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรออกกฎหมาย ปัองกันไม่ให้ญาติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามี ภรรยาเปึนสมาชิกวุฒิสภา อันนี้ สูงถึงร้อยละ ๘๙ ครับ ในส่วนของการหาเสียงของวุฒิสภามีความเห็นว่าควรหาเสียงได้ ร้อยละ ๙๕ การจํากัดอายุ มีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรอายุไม่เกิน ๗๐ ป้ถึง ร้อยละ ๘๒ ครับ ในจํานวนของสมาชิกวุฒิสภา มีความเห็นว่าควรจะมี ๒๐๐ คนเปึ้น จำนวนที่มากที่สุดคือ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ต่ำกว่า ๒๐๐ คนที่ไม่ได้ระบุจำนวนมีร้อยละ ๓๕ ครับ สําหรับวุฒิการศึกษา มีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรจบปริญญาตรีถึงร้อยละ ๙๖ ครับ ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้มีความเห็นว่ากระบวนการสรรหา กกต. นี้ ไม่ควรให้พรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องสูงถึงร้อยละ ๗๘ ครับ ในเรื่องของอำนาจหน้าที่ ในการชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ลักษณะของการให้ใบเหลือง ใบแดง มีความเห็นว่าควรให้ กกต. คงอำนาจเดิมร้อยละ ๕๓ ครับ ส่วนรองลงมาก็คือควรเปึนอำนาจของศาลพิเศษ ที่ศาลเลือกตั้งร้อยละ ๒๓ ในส่วนของการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนะครับ มีความเห็นว่า ควรยกเลิกการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรหรือต่างประเทศนะครับ สูงที่สุด คือร้อยละ ๘๗.๙๔ ครับ แล้วก็มีความเห็นว่าควรยกเลิกการใช้สิทธิล่วงหน้าคือการอำนวย ความสะดวกครับ ประเด็นที่ควรจะกําหนดให้การเลือกตั้งเปึนหน้าที่หรือเปึ้นสิทธินะครับ มีความเห็นว่าควรกำหนดให้เปึนหน้าที่ร้อยละ ๖๓ นะครับ และไม่ควรกำหนดให้เปึน หน้าที่ร้อยละ ๓๖ การนับคะแนน สส. สว. ท้องถิ่นควรนับที่หน่วยเลือกตั้งร้อยละ ๖๐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกอันหนึ่งก็คือเวลาในการเลือกตั้ง ควรจะเปึนเวลาตั้งแต่ ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๐๐ นาฬิกาครับ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๕.๐๐ นาฬิกา ส่วนอื่น ๆ นี้ ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีประเด็นที่สำคัญ ที่จะนำกราบเรียนนะครับ ส่วนในเรื่องของพรรคการเมืองมีประเด็นเดียวครับ มีความเห็น ว่าควรยกเลิกเงินสนับสนุนพรรคการเมืองร้อยละ ๗๑ ครับ ในส่วนที่ผมกราบเรียนทั้งหมด นี้เปึนสรุปประเด็นนะครับ ในรายละเอียดได้ปรากฏในเอกสารแล้ว ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการรับฟังความ คิดเห็นในวาระที่ ๒ ในเฟสที่ ๒ นี้ อยู่ระหว่างที่สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกําลัง นำกราบเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ความเห็นชอบก่อน ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณท่านรองเลขาธิการ กกต. ท่านภุชงค์นะครับ กรรมาธิการมีต่อไหมครับ เชิญท่านประธานครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ยังมีองค์กรอื่นที่ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ เรียงตามลำดับ องค์กรละไม่เกิน ๕ นาทีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านใดครับ

นายวันชัย จันทร์พร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ และท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ กระผม นายวันชัย จันทร์พร ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น ตัวแทนของกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น ขออนุญาตกราบเรียนรายงานผลการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนต่อกระบวนการของการร่างรัฐธรรมนูญครับ เนื่องจากว่าในการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้นะครับ ตามบทบัญญัติดังกล่าวนี้ก็จะมีใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่จะมีส่วนร่วมในการบริหารงานองค์กรปกครองท้องถิ่น ในเรื่องของการใช้สิทธิสมัครในการตรวจสอบการบริหารงานของท้องถิ่น ตลอดจน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะได้มีการกำหนดในหมวดขององค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งระบบ ดังนั้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้ให้ความสำคัญในการที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการของการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ครับ ทางกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นเองก็ได้ประสานงานไปยังจังหวัดทุกจังหวัดครับ ขอให้แจ้งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการและพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้แสดงความคิดเห็นผ่านคณะกรรมาธิการฝ์ายต่าง ๆ รวมตลอดถึงทางกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นเองก็ได้ตั้งศูนย์ประสานงานรับข้อเสนอแนะทั้งทางหนังสือ ทางโทรศัพท์ ตลอดจนได้เป่ดเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครับ เพื่อรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน จากองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการที่จะได้มี ส่วนร่วมในการที่จะเสนอข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในกระบวนการของการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ครับ ซึ่งในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเองขณะนี้ก็ได้รับข้อเสนอแนะในการ ร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานขององค์กร ปกครองท้องถิ่น ตั้งแต่ในเรื่องของขั้นตอน การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน การบริหารงานขององค์กรปกครองท้องถิ่น ทั้งในด้านการบริหารงาน การเงิน การคลัง การพัสดุ ตลอดจนการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองท้องถิ่นครับ ซึ่งก็คงจะได้มี ผู้เสนอแนะผ่านมาทางคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ขณะนี้ทางผมเองก็ได้รวบรวม ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไว้ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็ได้เสนอแนะกราบเรียน ผ่านมาทางคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเอง ขณะนี้ก็ได้รวบรวม ติดตาม และประสานงานการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ แล้วก็จะได้รวบรวมเสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางคณะกรรมาธิการต่าง ๆ เสนอให้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาต่อไปครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่าน ผอ. วันชัย เชิญท่านต่อไปครับ

นายประนูญ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการที่เคารพ กระผม นายประนูญ สุวรรณภักดี รองเลขาธิการคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสิทธิให้มารายงานผล การดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิในวันนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้จัด เวทีการรับฟังประชาชนตั้งแต่กลางป้ที่แล้ว เนื่องจากเล็งเห็นว่าการปฏิรูปการเมืองจะต้อง เกิดขึ้น และสิ่งสำคัญของปัญหาในบ้านเมืองก็คือ การที่ความต้องการที่แท้จริงของ ประชาชนไม่ได้ถูกตอบสนอง และปัญหาก็ไม่ได้ถูกแก้อย่างแท้จริง ก็เลยได้มีการจัดทำ เวทีรับฟังในภาคต่าง ๆ ต่อเนื่องกันมา จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ยังได้ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดมา ก็ได้ทำผลสรุปในเบื้องต้นเสนอท่านประธาน โดยผ่านทางท่านรองเดโชไปแล้วนะครับ ในส่วนของรายละเอียดนั้นก็จะยังไม่ค่อยปรากฏ ชัดเจนเท่าไรนัก เพราะว่าประชาชนก็อยากจะฟังสภาร่างรัฐธรรมนูญอยู่เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของหลักการนั้นได้นำเสนอไปแล้ว ก็อยากจะกราบเรียน เน้นย้ำในส่วนที่น่าจะเปึนหลักการที่สำคัญมาก กล่าวคือ การที่จะแก้ปัญหาในบ้านเมือง การที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าไปได้นั้น ประชาชนจะต้องได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การดำเนินงานของรัฐจะต้องมีส่วนในการที่จะบริหารจัดการอนุรักษ์ตั้งแต่ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ฐานทรัพยากรทั้งหลายทั้งปวง ตลอดจนการบริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในท้องถิ่นของตนไล่ขึ้นมาเปึ้นลำดับจนกระทั่งถึงในระดับชาติ ความต้องการ ที่แท้จริงของประชาชนนั้นเราคงจะต้องทำความเข้าใจกับเขาก่อน เพราะเราอาจจะไม่ได้ พูดภาษาเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะให้ประชาชนมีความเข้มแข็งแล้ว เราคงจะต้อง กระจายอำนาจลงไปให้เขาได้มีสิทธิ มีส่วนร่วมในการดำเนินการ โดยเฉพาะโครงการ ใหญ่ ๆ ของรัฐ จะสังเกตได้ชัดเจนว่าประชาชนไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนะครับ ขอใช้คำว่า อย่างแท้จริงและทั่วถึง ปัญหาจึงได้เกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าเรา สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็ง แล้วก็คิดว่าประเทศชาติคงจะพัฒนา ไปได้เร็ว ขอขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรองเลขาธิการประนูญนะครับ ในส่วนกรรมาธิการมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ร้องประธานคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและการประชามติ จะมาขอกราบเรียนใน อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กระผมนำเสนอเรื่องการรับฟังความเห็นประชาชนของสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วยนะครับ ซึ่งทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติซึ่งเปึนองค์กรที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ในมาตรา ๒๖ และเปึน องค์กรหนึ่งที่ต้องพิจารณาให้ความเห็นต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยกร่างขึ้นด้วย ในกระบวนการนั้นทางสภาที่ปรึกษาได้ดำเนินการตั้งแต่ปลายป้ที่แล้วในหลายขั้นตอน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา ๑ คณะ คือคณะการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายให้เปึ้นประธาน คณะทำงานชุดนั้นด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็ได้ดำเนินการหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกก็คือ การจัดระดมความเห็นระดับโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) คือเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ มาระดมความเห็นในเรื่องประเด็นรัฐธรรมนูญว่าควรมีสาระอย่างไร แล้วก็ใน ขั้นที่ ๒ ก็คือการรับฟังความเห็นประชาชน ได้ดำเนินการขั้นที่ ๒ ก็คือการรับฟังความเห็น ประชาชนทั่วประเทศ ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมกราคมจรดต้นเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ซึ่งรับฟังความคิดเห็นประชาชนจากทั่วทุกจังหวัด โดยจัดเปึนเวทีขึ้น เวทีละ ๒ ถึง ๓ จังหวัด มาประมวลกัน โดยกระบวนการรับฟังความเห็นนั้นก็ทำเปึน ๔ รูปแบบ ดังต่อไปนี้ แบบที่ ๑ คือ การจัดเวทีและประมวลความเห็นจากรายเวที โดยมีประเด็นที่ได้ กำหนดขึ้น ทางสภาที่ปรึกษาได้กำหนดขึ้นใน ๓ กรอบ ซึ่งเปึ้นข้อโชคดีที่กรอบที่กำหนด ขึ้นนั้นเปึนกรอบที่ตรงกับกรรมาธิการยกร่างได้ยกขึ้นในโอกาสต่อมานะครับ ซึ่งทำให้เราโชคดีได้ทำงานล่วงหน้าไปก่อน และสภาที่ปรึกษาก็เปึนหน่วยงานแรกที่ลงไป ในพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน จึงได้รับการต้อนรับอย่างมากมายจากประชาชน ทั่วประเทศนะครับ แล้วก็การรับฟังรายเวทีนั้นประชาชนให้ความสำคัญและให้ความสนใจ เปึ้นอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนการสื่อสาร เพราะเราได้มีการนําเสนอ อธิบายถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ ด้วย เปึนการให้ความรู้แก่ประชาชนที่มามีส่วนร่วมในครั้งนั้นด้วย และประมวลรายเวที ขึ้นมานะครับ ขณะเดียวกันเราก็มีการออกแบบสอบถามเปึนรายบุคคลนะครับ ซึ่งรายบุคคลนั้นก็ให้ประชาชนได้ตอบทั่วประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งมีประชาชนตอบเข้ามา หลายพันราย ในกระบวนที่ ๓ เราก็รับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ ได้ออกแบบสอบถามนั้น ผ่านเว็บไซต์ ประชาชนสามารถกดเข้ามาเพื่อตอบคำถามได้เลย ก็มีประชาชนเข้ามา รับฟังสนใจเว็บไซต์ของเรา สภาที่ปรึกษา มีผู้เข้ามารับฟังและมาอ่านรายการต่าง ๆ ในเว็บไซต์ของเรามากกว่าสองหมื่นกว่ารายนะครับ ซึ่งก็เปึนเว็บไซต์ที่มีความนิยม ค่อนข้างสูงมาก รวมทั้งมีอีกแบบสอบถามหนึ่งในทางเว็บไซต์คือ แบบปลายเป่ด ก็คือ ประชาชนจะพูดอะไรก็ได้นะครับ ให้ความเห็นมาทั้งหมด ขณะนี้ก็รวบรวมแล้วพรินท์ (Print) เปึนเอกสารมาได้หลายกล่องนะครับ เพราะว่าเยอะมาก ประชาชนให้ความเห็น แบบปลายเป่ดจำนวนมาก เราก็ได้เอาความเห็นทั้งหมดนี้ประมวลเข้านะครับ ได้นำเสนอ ต่อกรรมาธิการยกร่างไปแล้วนะครับ แล้วก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ จากนั้น เราก็มีการจัดระดมความเห็นระดับชาติอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม โดยเชิญ ประชาชนจากทุกส่วนต่าง ๆ ตัวแทนแต่ละจังหวัดมาร่วมประชุมกันในกรุงเทพ แล้วก็มี ผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก และมีความตั้งใจหลายประการ แล้วก็ได้ประมวลขึ้นมาเปึน เอกสาร ซึ่งได้นําส่งให้ทางประธานคณะกรรมาธิการยกร่างเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งมีเรื่อง น่าสนใจหลายเรื่องที่อยากจะกราบเรียนนะครับ ข้อแรก ประชาชนให้ความสำคัญเรื่อง สิทธิเสรีภาพและบทบาทประชาชนเปึนพิเศษ ได้พูดถึงสิทธิต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่สิทธิ เรื่องการศึกษาที่เท่าเทียมกัน สิทธิในเรื่องการทำงาน สิทธิของสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทั้งหลายนะครับ สิทธิของชุมชน สิทธิของสื่อ และการมีส่วนร่วม ของประชาชน มีรายละเอียดมากมายนะครับ ซึ่งได้นำเสนอไปแล้วในส่วนนั้นนะครับ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องของการร่างกฎหมาย การชุมนุมต่าง ๆ เปึนต้น ในส่วนที่ ๒ ของสิทธิประชาชน คือเรื่องเกี่ยวกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เห็นว่านโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐนั้นควรเปึนสภาพบังคับนะครับ เพราะว่ารัฐจะต้องใช้นโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐในการพัฒนาประเทศ เพราะประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้เปึนพิเศษว่า ประชาชนเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นประชาชนควรมีส่วนใช้ด้วย แล้วก็ไม่ใช่เปึ้นเพียง นักการเมืองที่มาใช้รัฐธรรมนูญ จะเปึนอย่างนั้นได้ประชาชนจะต้องให้ความสําคัญ ในเรื่องเหล่านี้ และรัฐบาลต้องให้ความสําคัญเรื่องเหล่านี้ เปึนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นถือเปึนเสาหลักอันหนึ่งของรัฐธรรมนูญที่ควรจะมี เพราะเปึน เรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตความเปึนอยู่ของประชาชน ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็อยากให้มีข้อชี้วัด ข้อกำหนดชัดเจน มีสภาพบังคับ ประชาชนตอบแบบสอบถามมาทั้งหมด ๙๔.๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ บอกว่าต้องมีนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐเปึนสภาพบังคับ อันนี้ก็เปึนแนวหนึ่งที่มีความสำคัญมาก การศึกษา ประชาชนอยากเห็นมีสภาพบังคับมากขึ้น ที่จะกําหนดให้รัฐจะต้องดําเนินการเพื่อให้ การศึกษาประชาชนเปึ้นจำนวนที่เพียงพอและมากพออย่างเท่าเทียมกัน แล้วก็จำนวนป้ ก็พูดถึง ๑๒ ป้ขึ้นไปทั้งสิ้นนะครับ เปึ้นสภาพบังคับที่ให้รัฐต้องดําเนินการให้ประชาชน ทุกคนมีสิทธิได้เรียนในสิ่งที่ได้เรียน ต้องการเรียนนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนพูดถึงมากว่ากระทบกระเทือนมากเรื่องนี้ อยากให้มีการกําหนดชัดเจนในนโยบายแห่งรัฐ เรื่องน้ำเปึ้นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนพูดถึงว่า ควรจะต้องแก้ไขเปึ้นระบบ แล้วก็ควรจะบังคับไว้ในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐให้ชัดเจน ในเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างถาวรยั่งยืน เพราะประชาชนรู้สึกว่าน้ำเปึนเรื่องใหญ่ แล้วในเวลานี้ เรื่องสาธารณูปโภคและสาธารณสุข เปึ้นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชน พูดถึงว่า ควรจะมีกติกาชัดเจนในนโยบายแห่งรัฐที่ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลต้องทำ สิ่งเหล่านี้ให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน อีกประการหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้ เรากำลังเป่ดประเทศไปสู่เสรีและการค้าเสรีมากขึ้น ประชาชนกังวลว่าการเป่ดเสรี เหล่านั้นจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบกระเทือนจากการสาธารณสุข เพราะว่าจำนวน หมอมีจำกัด ถ้ามีจำกัดแล้วต่างประเทศมาใช้มาก แล้วเราไม่มีแผนงานในการพัฒนา สาธารณสุขเพียงพอประชาชนก็จะเดือดร้อน ขณะนี้แพทย์ในชนบทมีจำนวนจำกัด แต่แพทย์ที่ไปรักษาคนต่างประเทศนั้นอาจจะมีจำนวนมากกว่าแพทย์ชนบทแล้วก็ได้ใน ระยะเวลาในอนาคตข้างหน้านี้ จึงเปึ้นเรื่องใหญ่ที่อยากจะให้นโยบายแห่งรัฐในการ วางแผนเรื่องเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า เพราะเรากำลังเข้าไปสู่โลกของการเปลี่ยนแปลงและ การเป่ดประเทศเสรี ในกรอบสถาบันการเมือง ก็พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการได้มา ก็เห็นว่าควร จะมีนายกรัฐมนตรีมาจาก สส. นะครับ แล้วก็ดำรงตำแหน่งพร้อมกันได้ ในขณะเดียวกัน ต้องสังกัดพรรคการเมืองเปึนหลักนะครับ แล้วก็วุฒิสมาชิกก็ควรจะจบปริญญาตรี ชัดเจน นะครับ เรื่องอำนาจบริหาร เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้มีการยุบรวมพรรคเมื่อมีการเลือกตั้ง แล้วนะครับ เพราะว่าเปึนเรื่องที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือก พรรคมาแบบนั้น แต่มายุบรวมหายไป ในส่วนอื่น ๆ จริยธรรมทางการเมืองของ นักการเมืองเปึนเรื่องใหญ่ที่ประชาชนให้ความสำคัญเปึนอย่างยิ่ง องค์กรต่าง ๆ ใน รัฐธรรมนูญนั้น ก็เห็นว่าควรจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสรรหาองค์กรอิสระมากขึ้น และไม่ควรมีกรรมการสรรหาองค์กรอิสระจากพรรคการเมืองนะครับ และประชาชนควร มีส่วนเปึนกรรมการสรรหาและควรมีส่วนเปึนกรรมการองค์กรอิสระมากขึ้น ไม่ใช่มีเฉพาะ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเดียว แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ ก็มีความสําคัญมาก ในเรื่องเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญในส่วนของการบัญญัติตามกฎหมายที่จะต้องมี เรื่องการที่กฎหมายลูก ทั้งหลายก็ควรจะกำหนดชัดเจนว่าให้มี โดยรวม ๆ ก็เปึนความเห็นประชาชนจาก แง่คิดต่าง ๆ มากมายนะครับ ซึ่งเราได้นําเสนอไปต่อคณะกรรมาธิการยกร่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปของทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็คือจะดำเนินการ หลังจากทางร่างรัฐธรรมนูญได้ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ทางสภา ที่ปรึกษาก็จะนําร่างรัฐธรรมนูญนั้นมาระดมความเห็นประชาชนอีกครั้งหนึ่งทั่วประเทศ นะครับ แล้วจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ เมษายน ซึ่งก็จะเรียนเชิญหลายท่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการหลายท่านไปร่วมอภิปราย ร่วมแสดง ความคิดเห็น ร่วมเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น และประชาชนจากทั่วประเทศก็จะให้ ความเห็นในเรื่องนี้ แล้วก็จะประมวลเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอาจารย์วรพลนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

เหลืออีก ๒ องค์กรนะครับ ก็คือขบวนการผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง ซึ่งคุณมาลีรัตน์ แก้วก่า ได้ไปรับฟังความเห็นมา แล้วก็กรมการพัฒนาชุมชนซึ่งจะมี ดร. นิรันดร์ จะได้เสนอ ตรงนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการมาลีรัตน์ หรือท่านไหนครับ เชิญท่านมาลีรัตน์ครับ

นางมาลีรัตน์ แก้วก่า กรรมาธิการ

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ตกลง เวลาเหลือ ๕ นาทีนะคะ เพราะว่าได้รับแจ้ง ๑๐ นาทีค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ในฐานะกรรมาธิการซึ่งไปทำงานประสานการมีส่วนร่วมกับ ขบวนการผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง ทั้งไปทำงานประสาน แล้วก็เปึ้นส่วนหนึ่งของ ขบวนการผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง ขอรายงานการทำงานในนามของกรรมาธิการที่ ไปทํางานมาดังนี้

ประการที่ ๑ เราได้ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันในการทำงานรับฟัง ความคิดเห็นครั้งนี้นะคะ ยกตัวอย่างเช่น ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๓ แล้ววันพรุ่งนี้จะมีการ ประชุมร่วมกับกองทัพภาคที่ ๔ แล้วก็ภาคที่ ๑ เพื่อที่จะดำเนินการร่วมกัน ภาคที่ ๒ กำลัง อยู่ในระหว่างดำเนินการ ในส่วนของกองทัพภาคที่ ๓ นั้น นอกจากกองทัพภาคที่ ๓ ยังไป ในองค์กรผู้หญิงตามจังหวัดต่าง ๆ ที่มาทำงานร่วมกันกับกองทัพภาคด้วย เราได้จัด บุคลากรออกจังหวัดละ ๑๐ คน เพื่อที่จะเปึนวิทยากรหลัก จัดอุบรมวิทยากรก่อนนะคะ การอบรมวิทยากรนี้หลักการตอนแรกก็จะร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชนของท่านอธิบดี ด้วยนะคะ แต่ว่าเนื่องด้วยเวลาจำกัด แล้วเงินงบประมาณที่ได้รับมามันช้ามาก เราก็เลย ต้องเดินหน้าไปก่อน ในเรื่องของกองทัพภาคที่ ๓ ได้รับเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งมาจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดอุบรมวิทยากร ๑๗๐ คน แต่ปรากฏว่าวิทยากรมาเกินกว่าจำนวนที่คาดหมาย ก็คือสองร้อยกว่าคน เปึนวิทยากร หลักของจังหวัด ในวิทยากรหลักนี้หลักสูตรที่ให้เราเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง การเมืองกับการดำเนินชีวิตประจำวันว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร จากนั้นได้วิเคราะห์ สถานการณ์โดยกลุ่มวิทยากรที่มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และวิเคราะห์สถานการณ์ที่ เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ สุดท้ายทางออกของสถานการณ์ก็คือการเสนอกติกาใน รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเรื่องของภาคการเมือง ภาคเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ว่าจะบรรจุ ในรัฐธรรมนูญอย่างไร สำหรับกองทัพภาคที่ ๓ ได้อบรมระดับวิทยากรหลักเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วสองร้อยกว่าคน นะคะ ขณะนี้วิทยากรหลักกำลังอบรมวิทยากรระดับอำเภอ รุ่นหนึ่งจะประมาณ เจ็ดสิบห้าคน ซึ่งทั้งหมดทั้งประเทศเราจะทํา ๒๐๐ รุ่น ๆ ละ ๗๕ คน ก็ตก ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๑๕,๐๐๐ คนนี้เขาจะต้องกระจายไปตามตำบลต่าง ๆ ๓,๐๐๐ ตำบล และใน แต่ละตำบลจะต้องไปให้ได้ตำบลหนึ่ง ๕ หมู่บ้าน ก็จะได้ ๑๕,๐๐๐ หมู่บ้าน จาก ๑๕,๐๐๐ หมู่บ้านนี้จะมีคนที่ทำงานที่เข้าใจที่ได้รับฟังประเด็นต่าง ๆ รวมทั้งเสนอ ข้อคิดเห็นประมาณเก้าแสนคน สำหรับหลักสูตรเราในระดับหมู่บ้าน ขออนุญาต ท่านประธานว่าเสนอเอกสารที่ประกอบนะคะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

น้างมาลีรัตน์ แก้วก่า กรรมาธิการ 🔗

ในระดับหมู่บ้านเราได้ใช้สื่อเปึน ภาพพลิกที่จะเข้าไป ก็คือจาก ๑๕,๐๐๐ หมู่บ้านที่จะไปเดินนี่นะคะ จะจัดทีม (Team) วิทยากรออกไปที่มหนึ่ง ๒ คน กับ ๓ คนนะคะ ๕ คนเขาจะต้องไปแบ่งที่ม เราจะนำเสนอ เรื่องตั้งแต่ชีวิตประจำวันกับการเมืองเกี่ยวพันกันอย่างไรนะคะ นอกจากนี้สภาพสังคม ปัจจุบันเปึนอย่างไร แล้วก็เน้นความสำคัญของการเมืองภาคตัวแทนกับภาคพลเมือง นะคะ ซึ่งสุดท้ายในวันนี้การเมืองบ้านเราจะเปึนการเมืองแบบที่เห็นในภาพนี้นะคะ ท่านประธาน ก็คือในสภาไม่ว่าจะเปึนวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมานั้น ตัวแทน ของคนที่เปึนคนส่วนน้อยประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ของประเทศจะได้เสียงข้างมาก อยู่ในสภา ก็คือจะมาจากการซื้อเสียงบ้าง มาจากการใช้อิทธิพลบารมีบ้าง แต่คน ส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเปึนเกษตรกรผู้ใช้แรงงานทั้งหลายจะมีตัวแทนอยู่ในสภา น้อยมากประมาณสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นเราอยากจะเห็นการเมืองไม่ว่าจะเปึน เรื่องของความเสมอภาค และเราอยากจะเห็นการเมืองภาคพลเมืองให้มากขึ้น นอกจากตัวแทนที่เข้าใจจุดมุ่งหมายของการทำหน้าที่ผู้แทนไม่ว่าจะเปึนอื่นใดก็ตาม เราอยากจะเห็นภาพประกอบที่เปลี่ยนจากเมื่อกี้นะคะท่านประธาน ที่เมื่อกี้เห็นเอียง คนละข้าง ก็อยากจะเห็นตัวแทนคนส่วนใหญ่ได้ที่นั่งมากขึ้นในสภานะคะ อันนี้คือ เปั้าหมายสูงสุด แล้วก็นํามาซึ่งการนําเสนอ ข้อเสนอรอบแรกได้นําเสนอต่อท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างและกรรมาธิการยกร่างไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ดิฉันต้องขอชื่นชม ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการอำนวยการรณรงค์การมีส่วนร่วม ของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งได้รับงบสนับสนุนมาจากสำนักงาน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กองทัพภาคที่ ๓ โดย พลโท จีรเดช คชรัตน์ นะคะ และผู้ประสานงาน พันเอก ณพล พันเอก ยงยุทธ์ ซึ่งในวันที่เราไปพูดคุยแลกเปลี่ยนนั้น เราไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว แต่เราทำงานล่วงหน้านะคะ ทำงานมาตั้งแต่ยังไม่มี สสร. ด้วยซ้ำไป ไปพูดคุยกันตั้งแต่พฤศจิกายนเปึนต้นมานะคะ จนกระทั่งทำงานล่วงหน้า ไปเรื่อย ๆ มกราคม กุมภาพันธ์ เงินออกในวันที่ ๙ มีนาคม งานเราเดินเร็วมากนะคะ วันนี้วิทยากรระดับจังหวัดที่บอกว่าสองร้อยกว่าคน วันนี้จังหวัดเชียงราย ครบเกือบตามเปัาหมายทุกอำเภอนะคะ เชียงใหม่เดินไปครึ่งหนึ่งแล้วตามเปัาหมาย ที่เขาวางเอาไว้ ก็คือไปอบรมต่อในรุ่นละ ๗๕ คนนี่นะคะ ขณะนี้กองทัพภาค ๓ ยังอยู่ในระหว่างของช่วงที่ ๓ เพราะฉะนั้นในเฟส ๒ ในช่วง ๒ นี่ การทำงานกับกองทัพ ภาคที่ ๒ ซึ่งวันนี้งานเดินไปจนกำลังรองบประมาณสนับสนุนอยู่ ซึ่งงบใช้น้อย กองทัพภาคที่ ๒ เราวางเปัาหมายไว้ที่ ๘ จังหวัด เนื่องจากเรามีงบต่อยอด เราจะต่อยอดจากข้างล่างลงไปน้อยมาก เรามีแค่ ๘ จังหวัด แต่ท่านแม่ทัพภาค ๒ คนเก่า กับ พันเอก ชินกาศ ซึ่งเปึนผู้ที่ประสานงาน อยากจะให้อบรมวิทยากร จังหวัด จังหวัดละ ๑๐ คน ซึ่งประกอบไปด้วย ทหาร ๔ คน แล้วก็พลเรือนอีก ๖ คน เปึน ๒ ทีม (Team) ของจังหวัด ที่มหนึ่งจะมีทหาร ๒ คน แล้วก็พลเรือน ๓ คน ไปทำงานร่วมกัน แบ่งไปอบรมวิทยากร อำเภอ ท่าน พันเอก ชินกาศ ท่านบอกว่า ท่านแม่ทัพภาคที่ ๒ คนเดิม ได้ประสานงาน กับผู้อำนวยการ วันนี้ท่านเปึนผู้อำนวยการกรมกิจการพลเรือน คือ พลตรี สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ อยากจะให้จัดครบทุกจั งหวั ด เพราะว่ำ ๑๙ จั งหวั ด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปึนจังหวัดที่เข้าใจว่าสถานการณ์นี้ยังอยู่ในช่วงเหมือนกับ มืด ๆ อยู่ คลื่นใต้น้ำค่อนข้างเยอะ ท่านก็อยากจะให้ครบทุกจังหวัด เรากำลังรอ งบประมาณสนับสนุนอยู่ อันนี้ก็เรียนตามตรง แต่งานนี้คืบไป เดินไปข้างหน้า ค่อนข้างมาก ในภาค ๑ และภาค ๔ ขออนุญาตใช้เปึนภาคทหาร จริง ๆ ก็คือภาค ๔ ภาค ๑ ของเรา ภาคกลาง ภาคใต้ ในภาคกลางจะทำ ๙ จังหวัด เนื่องจากงบมีแค่นั้น และภาคใต้ทำ ๘ จังหวัด รวม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย อันนี้ก็คือ ในเฟสที่ ๒ หลักสูตรที่ลงไปจะเน้นหนักเรื่องของสาระเนื้อหารัฐธรรมนูญ ตามที่กรรมาธิการยกร่าง ท่านได้กำหนดประเด็นมา จะเอาไปรับฟังความคิดเห็นต่ออีกรอบหนึ่ง แล้วใน ขณะเดียวกันทำความเข้าใจเนื้อหาสาระ ประเด็นที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างไป เบื้องต้น เพราะฉะนั้นจําเปึน ดิฉันอยากจะเรียนว่าอุปสรรค์วันนี้นี่นะคะ วันนี้เราประชุม แกนนำสตรีอยู่ที่โรงแรมเฟื่ร์สท์ (First Hotel) ที่ดิฉันมาช้านี่ สิ่งที่ดิฉันรับปากว่าจะนำมา เสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ก็คือ อุปสรรคของการทำประชามติในอนาคต ก็คือความไม่รู้ของ ประชาชน เพราะฉะนั้นเขาเสนอมา ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ สสร. จะทําอย่างไรก็ได้ เพื่อที่จะให้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นขยับอย่างเอาจริงเอาจัง วันนี้ต้องยอมรับว่าขยับบ้าง แต่ว่ายังไม่ได้มีการจัดงบประมาณลงไปสนับสนุนเพื่อทําความเข้าใจเนื้อหารัฐธรรมนูญ อันนี้เขาเสนอมาด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง เขาอยากจะเห็นประชาชนได้รับรู้ เนื้อหาสาระที่ถูกต้องก่อนการตัดสินใจ ไม่ใช่ไปทำหลังวันที่ ๒

ประการที่ ๒ ข้อเสนอให้ สสร. ประสานกับ กกต. ถ้าหากท่านจะทำ ถ้าไม่ทำก็สุดแท้แต่ที่ประชุมของ สสร. เสนอให้ กกต. พอดีบังเอิญนั่งอยู่ข้าง ๆ ดิฉันก็เปึน ตัวแทนมาจาก กกต. ด้วย เราได้มีการพูดคุยกันบ้าง อยากจะเห็น อสร. อาสาสมัคร รัฐธรรมนูญ และผู้ประสานงานรัฐธรรมนูญ ที่เริ่มทำงานตั้งแต่หลังวันที่ ๑๙ เมษายน เปึ้นนักศึกษาที่จบปริญญาตรีไปใหม่ ๆ เอามาอบรมให้เข้าใจเนื้อหาสาระ คล้าย ๆ กับที่ เราไปทำ แล้ว กกต. มีบทเรียนเรื่องนี้ ดิฉันเองเคยเปึนวิทยากรอบรมให้กับ อสร. ของ กกต. ด้วยในรุ่น ป้ ๒๕๔๐ ทำงานประจำไปจนถึงก่อนการเลือกตั้ง ท่านถึงจะเห็น การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม นอกจากนี้การระดมเยาวชนนักเรียนนักศึกษาเข้ามาร่วม คล้าย ๆ กับระบบขายตรง เปึนเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องขอความร่วมมือจาก กระทรวงศึกษาธิการในการที่ ไม่ว่าจะสั่งการหรือใด ๆ ก็ตามให้ทำความเข้าใจกับ ทุกโรงเรียน เป่ดเรียนมานี่ต้องทำแล้ว นักเรียนจะไปบอกพ่อแม่เขาต่อนะคะ อันนี้คือ สิ่งที่เสนอ และสุดท้ายสำหรับท่านอธิบดีที่นั่ง ๆ ข้างดิฉันด้วย กรมการพัฒนาชุมชนเปึน หัวใจสำคัญของการดูแล นอกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมซึ่งวันนี้ดูแลผู้ด้อยโอกาสอยู่ ผู้ด้อยโอกาสและผู้อะไรทั้งหลายแหล่นี่ไปรวบรวมกันอยู่ตรงนั้น ขอโอกาสนี้ให้กรมการ พัฒนาชุมชนสามารถทำงานได้อย่างอิสระ แล้วก็การประสานงานกับแกนนำ พอช. ดิฉัน ว่าเปึนเรื่องที่สำคัญ แล้วท่านอธิบดีท่านนี้ก็มีความชำนาญเชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้ว จะทำ ให้เปัาหมายประชาชนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วก็เข้าใจความสัมพันธ์ของการเมือง เข้าใจว่า เกี่ยวข้องกับชีวิตตนเองอย่างไร ทำไมจะต้องลุกขึ้นมาสนใจการเมือง อย่าเบะหน้าใส่ การเมือง และในขณะเดียวกันเข้าใจความสำคัญของการเมืองภาคพลเมืองด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านมาลีรัตน์ ฟัง ๆ ดูไม่ใช่ผู้หญิงกับการเมืองอย่างเดียว เปึ้นผู้หญิงและทหารกับ การเมือง เชิญท่านกรรมาธิการท่านต่อไปครับ

นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ จึงวุฒิเวศย์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนครับ กรมการพัฒนาชุมชนได้ดําเนินการ ในเรื่องนี้โดยถือว่าเปึนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคนนะครับ เราได้มอบหมายให้ทุกคน ทุกหน่วยงานนะครับ โดยเฉพาะเน้นในเรื่องของการให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่องของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ในส่วนกลางเองเราจึงได้เป่ดช่องทาง การสื่อสารในเว็บไซต์ของกรมนะครับ ให้แสดงความคิดเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เราได้ประชาสัมพันธ์รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในรายการทางวิทยุที่เรามีรายการ อยู่นะครับ เราได้ให้อยู่ในทุกกิจกรรมที่เราได้ทำงานร่วมกับประชาชนนะครับ เพื่อที่จะเน้น ให้เขาได้เรียนรู้ในเรื่องนี้นะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ขอให้ทุกหน่วยของเรารับฟัง และรวบรวมความคิดเห็นรายงานให้เราทราบด้วยนะครับ สำหรับในส่วนภูมิภาคเองเราได้ มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ ประชาสัมพันธ์ซักซ้อมความ เข้าใจกับบุคลากรในสังกัดให้มีความรู้ความเข้าใจนะครับ เรามอบหมายให้สำนักงาน พัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอของเราร่วมกิจกรรมหรือร่วมเวทีการรณรงค์และรับฟัง ความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญนะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ถือว่าเปึนหน้าที่ของเรา ที่จะต้องเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ทุกอย่างครับ สำหรับ ผลความคิดเห็นนั้นผมขออนุญาตเรียนสรุปว่า ก็คล้าย ๆ กับที่ได้รายงานมาแล้วครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ในส่วนของกรรมาธิการครบถ้วนหรือยังครับ เชิญครับ

นายศิริชัย ไม้งาม กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญครับ กระผม นายศิริชัย ไม้งาม นะครับ ซึ่งเปึนประธานสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจการไฟฟัาฝ์ายผลิต วันนี้มาในฐานะขององค์กรตัวแทนภาคประชาชน ในนาม ของสมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย นะครับ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและการประชามติครับ ผมเรียนครับว่า ในส่วนขององค์กรภาคประชาชนที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ เรียนครับว่าเราได้มีการเสนอประเด็นต่าง ๆ นะครับ เพื่อช่วยกันในการที่จะ บัญญัติไว้ในเรื่องรัฐธรรมนูญ ๑๕ ประเด็น ได้ยื่นกับประธาน สสร. ประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็องค์กรอิสระภายใต้กฎหมายที่จะให้ ความเห็นหลายองค์กร ผมเรียนครับว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่องสำคัญในเรื่องของการที่จะทำงาน เพื่อจะให้บรรลุตามเปัาหมาย ในกระบวนการที่ทางสมัชชาประชาชนได้ทำก็คือมีการจัด เวทีในภาคประชาชนไปแล้ว ๔ เวทีนะครับ ที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดระยอง จังหวัด สุราษฎร์ธานี แล้วก็ที่พิษณุโลก แล้วก็ยังมีที่ยังต้องไปทางภาคอีสาน ไม่ว่าจะเปึนที่ ขอนแก่น นะครับ แล้วก็ที่อุดรธานีนะครับ ส่วนเวทีใหญ่ของสมัชชาประชาชนนั้นเรา กำหนดไว้วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐ นะครับ ที่จะมีการจัดที่ห้อประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะครับ ในส่วนของกระบวนการแรงงาน ผมเรียนครับว่าเรามี ความตื่นตัวในเรื่องนี้มากนะครับ ที่ทางกระบวนการแรงงานนั้นได้มีการจัดทำเอกสาร นะครับ แล้วก็มีการสัมมนาที่จะสร้างวิทยากรนะครับ ซึ่งเราเห็นว่าเรื่องของการที่ กระบวนการแรงงานนั้นนี่จำเปึนที่ต้องเอาคนที่รู้นะครับ ได้มีการฝั๊กอบรมวิทยากรถึง ๓๐ ท่านนะครับ เมื่อวันที่ ๑ ถึง ๒ มีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็มีโครงการในการจัดทำเอกสาร เผยแพร่นะครับ ไม่ว่าจะเปึนแผ่นพับดังที่ได้เห็น จำนวน ๕๐,๐๐๐ แผ่นนะครับ แล้วก็มี การได้จัดทำซีดี (CD– Compact Disc) ๒ ชุด ชุดแรกนั้นคือชุดรณรงค์ของผู้ใช้แรงงานกับ การมีส่วนร่วมกับการปฏิรูปการเมือง และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำนวนทั้งหมด ๑,๐๐๐ แผ่นนะครับ แล้วก็ชุดที่ ๒ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาแล้วนี่เราจะมี เนื้อหาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงานนะครับ เพื่อที่จะเปึนการให้ข้อมูล แล้วก็มี การจัดทำในเรื่องของนิทรรศการนะครับ เปึนพวกแบนเนอร์ (Banner) ประมาณ ๑๐ ชุด นะครับ แล้วก็ชุดหนึ่งประมาณ ๑๐ แผ่น แล้วก็มีโครงการในการที่จะรณรงค์ให้ความรู้ และเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่อุตสาหกรรม ในย่านอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเปึน นวนคร สมุทรปราการ อ้อมน้อย อ้อมใหญ่ สระบุรี รังสิตนี่ ประมาณสิบกว่าย่าน แล้วก็มีการรณรงค์ให้กับองค์กรต่าง ๆ ที่ได้รับฟังในการเป่ดเวที และเวทีที่เราเห็นว่ามี ความสําคัญก็คือเวทีสาธารณะ ที่จะเปึนการเผยแพร่ในเรื่องข้อมูลของการร่างรัฐธรรมนูญ โดยวันอาทิตย์ที่ ๘ เมษายนเราได้จัดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการเชิญท่านประธาน สสร. แล้วก็ทาง กกต. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมไปร่วม ผมเรียนว่า และเวทีสุดท้ายหลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับร่างสมบูรณ์ เราได้จัดเวที สาธารณะเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนสู่การลงประชามติ หลังจากนั้นก็คือการจัดประมาณเดือนกันยายน นี่คือการสรุปของขบวนแรงงาน ภาคประชาชน ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านศิริชัย ไม้งาม ท่านมาลีรัตน์มีอะไรเสริม เชิญครับ

นางมาลีรัตน์ แก้วก่า กรรมาธิการ

ขออนุญาตเพิ่มเติมค่ะ ท่านประธาน เนื่องจากดิฉันคิดว่าถ้าตกหล่นอันนี้อาจจะทําให้สื่อความหมายผิดพลาดไป ต้องเรียนท่านประธานว่า ทหารที่เข้าร่วมอบรมกับพลเรือน ที่ว่าทหาร ๔ คน พลเรือน ๖ คน ระดับพันเอกกับพันโทนะคะ แล้วเรามีเวลาฝ๊กปฏิบัติให้เขาด้วย ให้เขาได้ออกไปฝ๊ก จริง ปรากฏว่า เรียนตามตรงเลยทหารทั้งหมดบอกว่าเขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องสถานการณ์ ไม่ค่อยเข้าใจว่าการเมืองมันเกี่ยวข้องกับทหารอย่างไร ที่ผ่านมาทหารก็จะไม่ยุ่งกับ การเมือง ก็คือไม่สนใจ แต่ถึงเวลาก็หยอก ๆ กันบอกว่าถึงเวลาก็เดินเอาท็อปีบู๊ต (Top boot) มาตีเอาเลยนะ หยอก ๆ นะคะอันนี้ ท่านประธาน ไม่ได้ว่ากันจริงจัง หลังจากที่ผ่าน การฝ๊กร่วมกัน มีแม้กระทั่งพลเรือน ป. ๔ ที่มาร่วมเปึนวิทยากรหลัก ทหารก็ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน แล้วก็เรียนรู้จากกันและกัน จนกระทั่งเอ่ยปากเลยว่า ผมนี่นะบังคับบัญชา ในหน่วยหนึ่งพันกว่าคน รวมครอบครัวด้วยเปึนเกือบหมื่น ยังไม่ยากเท่าฝ๊กสิ่งที่อาจารย์ ว่าเลย ดิฉันก็เรียนท่าน ผบ. ทั้งหลายที่มา ผบ. หน่วยบอกว่า อยู่ที่ความจริงใจที่จะให้กับ ประชาชน การทำความเข้าใจอย่ากลัวความขัดแย้ง แล้วก็เป่ดโอกาสให้ประชาชนได้พูด เต็มที่ที่เข้ามาเข้าร่วม แล้วเราค่อยชี้แจงหรือสรุปตบท้ายทีหลัง และสุดท้ายค่ะ ท่านประธาน เรายังได้ขบวนการผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง ยังได้ร่วมจัดวิทยุที่ กองทัพบกในเวลาวันพุธกับวันพฤหัสบดี ๒ วัน ตอนนี้ขอได้ ๒ วัน ครึ่งชั่วโมง แต่กำลังจะ ขยับขยายเปึน ๑ ชั่วโมงเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากหลักเลยก็คือสาระเนื้อหาของการร่าง รัฐธรรมนูญและความคืบหน้าทุกครั้ง ดิฉันบางครั้งก็ไปจัดเอง บางครั้งก็จะมีทีมที่ร่วมกัน ไปจัด เปลี่ยนกันไปเปึนการรายงานที่ทางกรมกิจการพลเรือนซึ่งดูแล้วิทยุอยู่ก็ค่อนข้างที่ จะพอใจ วันนี้เราก็ได้รับการติดต่อจากกองทัพภาค ๓ บอกว่า เมื่อไรจะไปจัดที่กองทัพ ภาค ๓ บอกเราทำไม่ไหวแล้ว ขออยู่ที่กองทัพบกก่อน อันนี้ก็รายงานให้ทราบว่าความ ร่วมมือทุกฝ์าย ดิฉันว่าถ้าเอาจริงเอาจังประชาชนได้รู้เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญแน่นอน ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือตอนนี้ก็มีกรรมาธิการ ไม่ว่าภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ อีสาน แล้วก็จังหวัด รับฟังความคิดเห็นของประชาชนกันอย่างต่อเนื่องนะครับ ตอนนี้ก็ทำหน้าที่ กันอย่างเต็มที่ทุกภาคส่วน เปึนการรายงานของกรรมาธิการรับฟังความเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยกมือ ท่านอาจารย์พิสิฐ ก่อนนะครับ แล้วอีกหลายท่านนะครับ ท่านเลขาช่วยจดบันทึกด้วยครับ เชิญอาจารย์พิสิฐ ครับ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นาย พิสิฐ ลี้อาธรรม สสร. เช้านี้เราได้ฟังทางท่านประธานและกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและการประชามติได้รายงานรายละเอียด ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าละเอียดมาก กระผมก็ขอชมด้วยความจริงใจ ทีนี้ที่อยากจะขอกราบเรียนในที่ประชุมก็คือว่า คำถามที่ ท่านได้สอบถามประชาชนไปนั้น ที่จริงก็เปึนคำถามที่ได้มีการตั้งมาเมื่อ ๒ เดือนเศษที่แล้ว ตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งบัดนี้การทํางานของ สสร. โดยเฉพาะในส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างนี่ก็ได้มี ความก้าวหน้าไปพอสมควร ได้มีแนวคิดหลายอย่างที่ได้เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของ บทบาทของ สว. จะลดลง ในเรื่องของการทำงานต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะมีบทบาทของประมุขของศาลทั้งสามที่จะมีมากขึ้น ผมคิดว่าประเด็นนี้น่าจะได้มีการ สอบถามต่อประชาชนด้วยว่าประชาชนมีความเห็นอย่างไรในการที่ประมุขของศาล ทั้ง ๓ ท่านจะได้มีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสรรหาตัวบุคคล ต่าง ๆ เข้ามาดํารงตําแหน่งขององค์กรอิสระที่ตรวจสอบรัฐบาลก็ดี หรือแม้กระทั่งในเรื่อง ของ สว. ถ้าหากจะมีการสรรหา บทบาทของศาลท่านก็จะมีมากขึ้นด้วย ซึ่งประเด็นตรงนี้ ในเรื่องของ สว. และเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) ผมก็เห็นว่าที่ได้มีการรายงานผลการฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนมานี่ยังมีสิ่งที่ยังขัดแย้งกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ที่มาของ สว. ท่านจะเห็นได้ว่าในการรายงานของท่านรองประธานในส่วนที่เกี่ยวกับที่มา ของ สว. ที่มาจากการรับฟังจากเวทีต่าง ๆ นี่ก็จะมีแนวโน้มว่า ประมาณ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าควรจะมาจากการสรรหา แต่ถ้าไปฟังอีกด้านหนึ่งก็คือเปึ้นแบบสอบถามที่ ประชาชนส่งเข้ามา ที่ท่านรองประธานได้เรียนชี้แจงในที่ประชุม รวมไปถึงที่ตัวแทนจาก กกต. ได้ชี้แจงด้วย ก็จะปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า สว. ควรจะต้องมาจากการเลือกตั้ง อันนี้ก็จะเห็นได้ว่ายังมีความขัดแย้งอย่างมาก ผมเข้าใจว่า ส่วนหนึ่งนี่น่าจะมาจากวิธีการของการสอบถาม เพราะว่าจากแบบสอบถามที่ท่านได้ สอบถาม โดยเฉพาะในเวทีรับฟังความคิดเห็นนี่จะเปึนการเขียนฟันธงไปเลยว่า สว. จะมาจากการสรรหาเห็นด้วยหรือไม่ ทำนองนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านได้ลองปรับ วิธีการทำเสียใหม่ ถามตรง ๆ เลยว่า สว. จากการเลือกตั้งควรจะต้องมีอยู่หรือไม่ อย่างนี้ เปึ้นต้น ขณะเดียวกันในเรื่องของปาร์ตี้ลิสต์ ผมก็คิดว่าคำตอบที่ได้รับมาก็ยังไม่ชัดเจน ถึงแม้ว่าเสียงนี่จะออกมาเกินกว่าห้าหกสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ซัพพอร์ต (Support) ในเรื่อง ของปาร์ตี้ลิสต์ แต่ผมคิดว่าในด้านของคณะกรรมาธิการยกร่างก็ได้มีการเสนอแนวคิด ในเรื่องของปาร์ตี้ลิสต์ที่เปึนแบบแบ่งภาค คือแต่ละภาคจะมีปาร์ตี้ลิสต์ของเขาเอง เช่น ภาคเหนือก็จะมีปาร์ตี้ลิสต์ของภาคเหนือ ภาคกลางก็มีของภาคกลาง เปึนต้น เพราะฉะนั้นระบบแบบเดิมที่ว่าเปึนปาร์ตี้ลิสต์เพียงบัญชีเดียวจะไม่มีอย่างเมื่อก่อน หน้านั้น แต่จะมีเสนอมาว่าจะให้เปึนแบบแบ่งภาค ซึ่งก็จะทำให้คนที่อยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ ต้องมีความใกล้ชิดกับประชาชน และใกล้ชิดกับ สส. ในพื้นที่ด้วย เปึ้นต้น ซึ่งประเด็นนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีการสอบถามให้ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากจะขออนุญาตที่จะเรียนฝาก ไปยังคณะกรรมาธิการว่า ได้โปรดปรับปรุงแบบสอบถาม แล้วก็เนื่องจากเวลาเรามีจำกัด ภายในวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ เราก็ต้องมีการออกร่างแรกมา ถ้าหากจะมีข้อมูลใดที่จะรีบส่ง มาให้ยังคณะกรรมาธิการยกร่างได้นี่ พวกกระผมก็ยินดี และพร้อมที่จะพิจารณาความ คิดเห็นของท่านต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ มีหลายท่านยกมือ เดี๋ยวตอนนี้มีรายชื่อที่บันทึกช่วงที่ยกมือคนแรก ๆ ท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ท่าน สสร. มนตรี เพชรขุ้ม ท่าน สสร. สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์เกริกเกียรติ อาจารย์เกียรติชัย มีท่านอื่นอีกไหมครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ เชิญท่านไพโรจน์ครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ แล้วก็ชมเชยท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความ คิดเห็นและการประชามติ พร้อมทั้งคณะของท่าน ทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ที่วันนี้ได้กรุณา รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อที่ประชุมแห่งนี้ นอกเหนือจากที่ท่านได้รายงานต่อคณะกรรมาธิการยกร่างมา ๓ ครั้ง แล้วก็แต่ละครั้งเราก็ได้นำไปประกอบการพิจารณา จนกระทั่งคิดว่าตอนนี้ในชั้นต้น เราได้รับฟังความคิดเห็นมาพอสมควรนะครับ แต่โดยเหตุที่ว่าเปึนเพียงยกแรกของการร่าง รัฐธรรมนูญเท่านั้น กระผมเข้าใจว่าหัวใจสําคัญที่สุดในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ การที่เราจะทำอย่างไรที่จะรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางจากทุกภาคส่วน รวมทั้ง การที่จะให้พี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคส่วนนั้นได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้มากที่สุดที่จะมากได้ ไม่ว่าจะเปึนในยกแรกหรือยกที่ ๒ หลังจากที่ร่างแรกเสร็จแล้ว รวมทั้งร่างที่ ๓ ที่เราจะมีการลงประชามติ กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับที่ท่านพิสิฐ เมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ที่ท่านได้กล่าวถึงว่าในการรับฟังในรอบสองนี้เปึ้น ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด และมีบางประเด็นที่คิดว่าหากว่ายังไม่ชัดเจน เราอยากจะรับฟัง ความคิดเห็น เพราะฉะนั้นจากนี้ไปจนถึงร่างแรกเราจะเสร็จภายในวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ ผมคิดว่าเปึนช่วงเวลาที่สำคัญนะครับ ที่อยากให้เพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านกรรมาธิการวิสามัญ รวมทั้งกรรมาธิการยกร่างของเราคงจะต้องมาช่วยกันคิด ช่วยกันพิจารณาว่าการที่เราจะรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกที่เราร่างเสร็จ เรียบร้อยแล้วจะต้องส่งไปยังองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๑ องค์กร สถาบันการศึกษา ทั้งอุดมศึกษาทั้งหมด รวมทั้งการที่จะเผยแพร่ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น ในประเด็นสําคัญ ๆ ที่ปรากฎในร่างรัฐธรรมนูญนั้นว่ามีความคิดเห็นเปึ้นประการใด อยากจะตัด จะต่อ จะเพิ่ม จะลดอะไร อย่างไร ซึ่งคงจะต้องรีบดำเนินการ และคิดว่าน่าจะ อยู่ในระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กลาง ๆ เดือนประมาณนั้นนะครับ หลังจาก นั้นความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะกลับเข้ามา แล้วกรรมาธิการยกร่างเราก็จะได้นําไป ประกอบการพิจารณา สภาแห่งนี้ก็จะได้พิจารณาร่วมกัน รวมทั้งท่านสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญอาจจะเข้าชื่อกันแปรญัตติอะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงนี้ เราจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๖ กรกฎาคม นั่นเปึนกติกาที่คิดว่าทุกคนรับรู้ รับทราบ เพราะฉะนั้นในช่วงที่จะรับฟังความคิดเห็นหลังจากร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกเสร็จ หลังวันที่ ๑๙ เมษายนที่จะถึงนี้นั้น กระผมคิดว่าประเด็นสำคัญที่สุดที่เราอยากจะ สอบถามความคิดเห็นพี่น้องประชาชนนั้นคงจะไม่ใช่ทั้ง ๓๖ ประเด็นซึ่งเรา เคยสอบถามแล้วนะครับ เราอาจจะลดลงมาเหลือเฉพาะบางหมวด บางประเด็นที่ สําคัญ ๆ เท่านั้นนะครับว่า มีอะไรบ้างที่มันยังฟังไม่ชัดเจน ก้ำกึ่ง ห้าสิบ หกสิบ อะไรอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อจะได้เอาความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่นั้นมาประกอบการพิจารณา ไม่ว่า จะเปึนเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องของการที่เรา กำลังคิดว่าควรจะให้รัฐบาลที่พื้นจากตำแหน่งไปจากการยุบสภาก็ดี จากการครบวาระก็ดี ควรจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการต่อไปหรือไม่ อย่างไร แล้วนอกจากนั้นก็อาจจะเปึน ประเด็นอื่น ๆ อีกที่เปึนประเด็นสำคัญ ซึ่งถ้าเราถามให้น้อยประเด็น แต่ชัดเจน รวมทั้ง แบบวิธีการสอบถามอะไรต่าง ๆ อาจจะปรับเปลี่ยนไปให้ชัดเจน ได้กลุ่มเปัาหมาย ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ประกอบกับเราได้จัดเวทีต่าง ๆ ในการรับฟังความคิดเห็นทั้ง ๗๖ จังหวัด รวมทั้งการที่ได้มีการจัดรายการทางวิทยุ ทีวีช่อง ๑๑ เมื่อวานนี้รายการก็ดีมากนะครับ ออกเผยแพร่ทั่วทั้งประเทศ คิดว่าคนรับฟังกันทั่วถึง เข้าใจว่าในขณะนี้ทุกคนรู้แล้วนะครับ ว่าเรากําลังทําอะไรกันอยู่ แล้วร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนอย่างไร แล้วก็พร้อมที่จะแสดงความ คิดเห็นมาทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราได้สามารถที่จะประมวล ความคิด ความเห็น ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ เหล่านั้นมาร่วมกัน มาจุดร่วมอยู่ ณ ที่สภา แห่งนี้ ผมคิดว่าน่าจะภายในประมาณสักกลางเดือนมิถุนายน หรืออย่างช้าก็ปลายเดือน มิถุนายน เพื่อที่ร่างสุดท้ายนั้นจะได้เสร็จก่อนที่จะสรุป แล้วก็ส่งไปลงประชามติ ในกรรมาธิการยกร่างเราเองว่าจะประชุมวันนี้ พรุ่งนี้ก็จะประชุม มะรืนก็จะประชุม ก่อนที่ จะไปประชุมที่ชลบุรีช่วงวันที่ ๖ ถึง ๑๑ นะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นก็จะเปึนไปตามขั้นตอน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนฝากในประเด็นนี้ว่า อยากจะให้พวกเราช่วยกันคิด ว่าประเด็นสําคัญที่ควรจะสอบถามนั้นมีอะไร อย่างไร แล้วเราจะสรุปเข้าสู่ร่างรัฐธรรมนูญ นี้อย่างไรครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่าน สสร. มนตรี เพชรขุ้ม เชิญครับ

นายมนตรี เพชรขุ้ม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ คณะกรรมาธิการ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก็รับฟัง คณะกรรมาธิการที่ชี้แจงมา ก็คงมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ข้องใจอยู่ว่า คณะกรรมาธิการชี้แจง มาว่า สมาชิกวุฒิสภาน่าจะมาจากการแต่งตั้งหรือสรรหานะครับ มันจะส่วนทาง กับความรู้สึกที่ผมได้เดินทางไปทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน หลาย ๆ จังหวัดนะครับ เพราะพี่น้องประชาชนต้องการให้มาจากการเลือกตั้งนะครับ นั่นคือประเด็นหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บรรจุเปึนวาระแห่ง ชาตินะครับ เพื่อที่จะให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ แล้วก็การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างจริงจังนะครับ เพราะ ณ ปัจจุบันนี้เท่าที่เห็นส่วนราชการที่เห็นอยู่อย่างชัดเจนก็มีท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันนะครับที่ท่านทำการเสนอกับพี่น้องประชาชนอยู่บ่อยครั้งนะครับ นอกนั้นส่วนราชการอื่น ๆ ก็น้อยมากนะครับ นั่นคืออีกประเด็นหนึ่ง และ อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ที่ผมไม่สบายใจ ก็เมื่อ ๒ วันที่แล้วผมดูทีวีอยู่ในรถ ไม่มีเวลาได้นั่ง ดูที่บ้านหรอกครับ เพราะต้องออกทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนใน ภาคใต้นะครับ ในขณะที่นั่งอยู่ในรถผมก็ได้เห็นผู้ทรงคุณวุฒิผู้หนึ่งเคยดํารงตําแหน่งเปึ้น รัฐมนตรีว่าการอยู่หลายสมัย แล้วก็หลายกระทรวงด้วย ท่านให้สัมภาษณ์กับทีวีแบบ ไม่น่าฟัง แต่ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะท่านพูดท่านอาจจะไม่ได้ใช้สมองคิด ท่านอาจจะ ไม่ได้คิดอะไรก็พูดไปก่อนนะครับ ท่านบอกว่า สสร. ชุดนี้ทําอะไรอยู่ และรอฟังใครอยู่ เกรงใจใครที่ไม่ร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ นั่นหมายถึงว่าคำพูดที่ท่านพูด เอ่ยชื่อได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เอ่ยชื่อนะครับ เห็นท่านเจิมศักดิ์พยักหน้านะครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือก็อย่าให้เสียหายกับคนนอกนะครับ เพราะเขาไม่มีโอกาสชี้แจง

นายมนตรี เพชรขุ้ม

ก็คงไม่เสียหายหรอกครับ ผมเห็นท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน นะครับ ให้สัมภาษณ์ทางจอทีวีนะครับ ท่านบอกว่า สสร. ชุดนี้เกรงใจใครอยู่ที่ ไม่เขียนรัฐธรรมนูญให้เสร็จ แต่ท่านไม่คิดบ้างครับว่าช่วงนี้ช่วงที่ สสร. กําลังรับฟัง ความเห็นของประชาชนอยู่ การมีส่วนร่วมของประชาชน ก็ยอมรับนะครับว่า สสร. ชุดนี้ เกรงใจอยู่ครับ เกรงใจประชาชนอยู่ เพราะเรารับฟังความคิดเห็นของประชาชนอยู่นะครับ แต่ที่ท่านพูดนี่ท่านน่าจะเกรงใจใครอยู่มากกว่า ที่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว ๆ นะครับ อาจจะใครสั่งมาก็ได้นะครับ สําหรับท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ฝากผ่านผู้สื่อข่าวด้วยนะครับ ว่า ผมคนหนึ่งไม่สบายใจที่ท่านออกมาพูดแบบนั้น เพราะท่านเองก็เปึ้นรัฐมนตรีมา หลายสมัยนะครับ แล้วก็เปึนหลายกระทรวงมาแล้วด้วยนะครับ ความคิดของท่านน่าจะ คิดดีกว่านี้ แล้วก็น่าจะมีคําพูดที่ดีกว่านี้นะครับ ก็ฝากท่านประธานไว้ด้วยนะครับ แล้วก็ ในเรื่องที่ผมฝากไปเมื่อกี้ เรื่องที่ขอให้นําเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนวาระแห่งชาติ นะครับ เพื่อที่จะให้ส่วนราชการได้เคลื่อนไหวกันเยอะ ๆ นะครับ เฉพาะ สสร. ร้อยท่านนี่ ก็คงจะต้องทําหน้าที่กันมากมาย แต่ก็คงจะไม่ทั่วถึงนะครับ เพราะว่าประเทศไทย ก็กว้างขวางพอสมควร ประชากรก็หกสิบกว่าล้านคนนะครับ ก็ฝากท่านประธานด้วย แล้วก็ฝากส่วนราชการด้วย และ ณ โอกาสนี้ต้องขอขอบคุณไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือ อยู่ แต่ละจังหวัดนะครับ ก็ต้องขอกราบเรียนและกราบขอบคุณแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านต่อไปนะครับ ท่าน สสร. สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ท่านประธานภาคกลาง เชิญครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ภาคกลาง แล้วก็กรุงเทพมหานครนะครับ ขออนุญาตเสนอความคิดเห็นต่อ รายงานของคณะกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามตินะครับ เกี่ยวกับ ประเด็นในเรื่องของรายงานการดำเนินงานนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า อ่านจาก รายงานของทางกรรมาธิการแล้วนี่ ประเด็นหนึ่งซึ่งมีความเข้าใจตรงกันก็คือ เรื่องของ กรอบอำนาจหน้าที่ ซึ่งได้มีการอ้างอิงอยู่ในรายงานฉบับที่ ๑ อยู่แล้วนะครับว่า กรรมาธิการชุดนี้มีกรอบอำนาจหน้าที่ในการพิจารณากำหนดกรอบแนวทางในการ ดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ประสานงานกับคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมี ส่วนร่วมของประชาชนทุกภาค เพื่อจัดทำข้อสรุปความคิดเห็นของประชาชนในประเด็น สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ทีนี้จากรายงานของท่านกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมบางท่านนี่ ผมชักเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านแถลงไปเมื่อสักครู่นั้นยังคงอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของ กรรมาธิการชุดนี้หรือไม่ ในการกำหนดกรอบและแนวทางในการทำงานเพื่อให้ กรรมาธิการชุดรับฟังความคิดเห็นเข้าไปปฏิบัติ เพราะมีรายละเอียดลงลึกไปถึงการจัด อบรมวิทยากรเพื่อไปทำหน้าที่รับฟังแล้วก็เผยแพร่ความรู้ รับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผมหยิบประเด็นตรงนี้มานําเสนอไม่ได้มีเจตนา อะไร เพียงแต่ว่ากำลังเกิดความสับสนว่าการดำเนินงานในการไปจัดเวทีเพื่อไปอบรมเอง ก็ดี หรือว่าการไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเองก็ดีนั้นจะไปทับซ้อนกับ ภารกิจของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นประจำภาค หรือไม่ กระผมเองในฐานะที่เปึนประธานภาคกลาง ขณะนี้เริ่มได้รับการสอบถามจาก ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดหลายจังหวัดแล้วครับว่า เวทีที่เกิดขึ้นโดย กรรมาธิการชุดอื่นนั้นเปึนการทับซ้อนกับเวทีของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด หรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑ ถ้าเรามองในแง่ของการช่วยกันทำงานกระผมก็เห็นว่าไม่น่าจะมี ปัญหา แต่ในแง่ของบุคคลภายนอก ในแง่ของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดเขาบอก เขาเริ่มมีปัญหา มีปัญหาอย่างไรท่านประธาน เขาบอกมีปัญหาอย่างนี้ครับว่า เวลาไป ติดต่อกับหน่วยราชการในพื้นที่แล้ว หน่วยราชการในพื้นที่เองก็บอกเริ่มสับสน เดี๋ยว กรรมาธิการชุดนั้นมาติดต่อว่าจะจัดเวที เดี๋ยวกรรมาธิการชุดนี้ก็แจ้งว่าจะจัดเวที แล้วใน ที่สุดเขาไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วกรอบหน้าที่ตรงนี้เปึนหน้าที่ของใคร หน่วยราชการควรที่จะ ประสานกับกรรมาธิการชุดไหนแน่ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ผมเกรงว่าจะมีผลกระทบในเรื่องของงบประมาณว่าพวกเรา ได้ใช้จ่ายงบประมาณทำงานซ้ำกันในเรื่องเดียวกันหรือเปล่า ตรงนี้ก็เปึ้นประเด็นที่ผม ห่วงว่าจะทำให้งบประมาณนั้นถูกใช้จ่ายบ้านปลายออกไปโดยที่เราไม่มีการรวมศูนย์ ในการใช้งบประมาณเพื่อทำงานในเรื่องเดียวกัน

ประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องความสับสนของประชาชนในการแสดง ความคิดเห็น แล้วท้ายที่สุดจะนำไปสู่ความลังเลของประชาชนว่าในแต่ละเวทีซึ่ง จัดโดยผู้รับผิดชอบต่างคณะกันแต่มาจากหน่วยงานเดียวกัน เขาก็จะเกิดความลังเลว่า แล้วในที่สุดความเห็นที่เขาเสนอต่อกรรมาธิการแต่ละคณะ กรรมาธิการแต่ละเวทีนั้นได้ ถูกนำไปใช้จริงหรือไม่ ตรงนี้เปึนคำถามค่อนข้างมาก แล้วในที่สุดความเห็นที่เขาแสดงนั้น ได้ถูกเอาไปรวม ไปกองอยู่ที่ไหน เอาความเห็นเขานั้นไปใช้เปึ้นประโยชน์ในการยกร่าง รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็เลยอยากจะกราบเรียนเสนอว่า เราลองมาทบทวนเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น ทบทวนเรื่องกรอบอำนาจหน้าที่ของ กรรมาธิการแต่ละคณะเพื่อให้การทำงานทั้งหมดนั้นมีเอกภาพ แล้วเราใช้จ่ายงบประมาณ โดยไม่ซ้ำซ้อนกัน แล้วเราได้เนื้องานอย่างที่เราอยากจะให้เปึ้นดีไหมครับ กราบเรียนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ พอดีท่านสุรชัยมีคำถามที่น่าจะให้กรรมาธิการตอบเพื่อความชัดเจน เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านประธานสุรชัยมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างสิ้นเชิง แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าน่าที่จะไปประสานกับคุณช. ชัยนาทที่เข้าประชุม เปึ้นตัวแทน ของภาคกลางที่ประชุมอยู่กับผมตลอดเวลา ที่ท่านบอกว่าทำงานซ้ำซ้อนแล้วก็ งบประมาณทำเรื่องเดียวกัน ต้องกราบเรียนว่ากรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ไม่เคยไปจัดเลยแม้แต่เวทีเดียว ไม่เคยเลยที่จะไปจัดเวทีรับฟังเองเลยสักเวทีเดียว ได้แต่ ไปร่วมกับจังหวัดทุกจังหวัด จังหวัดเปึนคนจัด แล้วผมก็ไป แต่ที่คุณมาลีรัตน์ แก้วก่า ได้บอกว่ามีการอบรมวิทยากร แล้วก็มีการไปประสานกันกับกองทัพภาคที่ ๒ ภาคที่ ๓ ภาคที่ ๔ อะไรก็แล้วแต่ ต้องกราบเรียนให้ทราบว่านั่นเปึ้นเรื่องขององค์กรอื่นที่เขาทํา กรรมาธิการชุดนี้ กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ประสานแต่ ๗๖ จังหวัด และ ๔ ภาคเท่านั้น เรากำลังประสานกับองค์กรอื่นอย่างที่กราบเรียนตั้งแต่ต้นที่ผมชี้แจง ทั้งหน่วยงานของภาครัฐและของเอกชน ซึ่งอย่างสำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาทำไปก่อนเราอีก เขาเปึน หน่วยงานแรกที่เขาทำก่อน ก่อนที่พวกเราจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญประสานการมี ส่วนร่วม และที่คุณมาลีรัตน์ทำเขาก็ทำก่อนอีก ที่เรานี่จะมีกรรมาธิการประสานการมี ส่วนร่วม แต่เราชวนเขาเข้ามาเปึนกรรมาธิการก็เพื่อที่จะให้มีการประสานกันแล้วก็ เนื้อหาในการที่ไปถามนั้นจะได้สอดคล้องกับสิ่งที่กรรมาธิการยกร่าง ปรารถนาอยากจะ รับฟัง เราประสาน แต่วิธีการอย่างที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้น แม้กระทั่งแต่ละภาคและ แต่ละจังหวัดผมยังไม่เคยไปกำหนดตายตัวว่าต้องเปึนอย่างไร ได้ใช้กระบวนการมี ส่วนร่วมทั้งสิ้น ให้แต่ละภาคนั้นได้มีโอกาสกําหนดเอง เพราะฉะนั้นแต่ละภาคจึงมีวิธีการ ซึ่งแตกต่างกัน ผมก็อธิบายตั้งแต่ต้น ขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับ กรรมาธิการผม ไม่เคยใช้เงินแม้แต่บาทเดียว และไปตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ ไม่เคยมีการทำงาน ซ้ำซ้อนเด็ดขาด และไม่เคยไปจัดเวทีซ้ำซ้อนเด็ดขาด ผมกลับถูกต่อว่าด้วยซ้ำที่ไม่สามารถ ที่จะวิ่งไปทุกเวทีได้ ผมกราบเรียนนะครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

คือเหตุ เกิดขึ้นกับกรรมาธิการภาคกลาง ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ผมนี่มีความเสียใจเปึ้น อย่างยิ่งที่สมุทรสงครามเขาได้เชิญผมให้ไปร่วมรับฟังความเห็นเมื่อวันที่ ๒๘ คือวันพุธ ผมเองได้รับหนังสือแล้วก็จำอยู่ตลอด คิดเอาในใจว่าวันที่ ๒๘ คือวันศุกร์ เข้าใจผิดใน ความส่วนตัว เมื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญข้อเลื่อนจากวันที่ ๒๙ วันพฤหัสบดีเปึน วันพุธ ผมก็บอกว่าน่าจะไม่มีปัญหา พอถึงวันพุธ เมื่อวันพุธที่ผ่านมานี่นะครับ ผมจำเปึน ที่จะต้องนำผลของการรับฟังความเห็นไปบอกกรรมาธิการยกร่าง ว่าประชาชนเขา ต้องการอย่างนี้ แล้วก็เปึนความเห็นของคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมก็เตรียมที่จะ เข้าประชุม แต่กรรมาธิการประจำจังหวัดสมุทรสงครามโทรศัพท์มาไถ่ถามผมว่า ผมเดินทางถึงไหนแล้ว ผมก็ตอบไปว่า ผมต้องขออภัยอย่างยิ่ง เพราะว่าผมกำลัง ร่วมประชุมกับกรรมาธิการยกร่าง ซึ่งเปึนของสําคัญที่ผมเองก็พลาดไม่ได้ และกําลัง จะต้องปรึกษากับเขาต่อไปด้วยว่า ต่อไปนี้เราจะทำงานอย่างไร ผมก็อธิบายให้เขาฟัง พร้อมกับขออภัยเขา และเขาก็เสียใจ เพราะว่าเขาบอกว่าเขาได้ประชาสัมพันธ์ว่าผมจะไป รับฟังเอง มีประชาชนมาหลายพันคน และผมก็เข้าใจดีครับว่าเขาจะรู้สึกเปึนความ ผิดพลาดของเขาว่า ๑. ผมไม่ไปตามนัด แต่ว่าประชาชนอาจจะตั้งคำถามกับเขาได้ และ เขาเองก็ไม่สบายใจ คือเขาน้อยใจแล้วก็รู้สึกไม่ดี จนกระทั่งเขาบอกว่าเขาจะลาออก อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งผมขออนุญาตบอกท่านประธานตรงนี้นะครับว่าผมนี่ขออภัยจริง ๆ ผม วิ่งเสียจนวัน ๆ หนึ่งนี่ คือไม่สามารถจะทำได้ล่ะครับ คือถ้าผมแบ่งตัวได้นี่ผมไปแน่ และ อยากกราบเรียนนะครับ หลายจังหวัดที่มาผมก็บอกว่าผมแบ่งตัวไม่ได้จริง ๆ ถ้าผมไปได้ ทุกจังหวัดนี่ผมไป แต่ผมไม่สามารถจะทำงานในวันเดียวกันหลายแห่งได้ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ต้องขออภัย แล้วก็ต้องใช้โอกาสตรงนี้ขออภัยท่านประธานคณะกรรมาธิการของ จังหวัดสมุทรสงครามด้วยว่าผมไม่มีเจตนาที่จะไม่ไป แต่บังเอิญนี่มันซ้อนกันกับ กรรมาธิการยกร่าง ซึ่งเขากําลังยกร่าง และเขากําลังทําในประเด็นที่ผมคิดว่าเราจําเปึน ที่จะต้องเอาข้อมูลไปให้กับเขา ก็ต้องกราบเรียนไว้ตรงนี้ชั้นหนึ่งก่อน ส่วนคำถามของ คุณพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ ผมจะตอบในโอกาสต่อไป และของคุณไพโรจน์ และคุณมนตรี ด้วยนะครับ เอาไว้ประเดี๋ยวถึงเวลาผมจะตอบอีกทีหนึ่ง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือผมว่าดีที่ท่านสุรชัยถาม ต้องขอบคุณท่านสุรชัยนะครับ เพราะว่า คงมีคนสงสัยแบบนี้ ถ้าท่านสุรชัยไม่ถาม ประธานก็เข้าใจว่าคนอื่นเข้าใจหมดแล้วนะครับ ท่านก็จะได้มีโอกาสตอบนะครับ ท่านสุรชัยมีอะไรเพิ่มครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

นิดเดียวครับ ไม่มีอะไร ผมกำลังจะขอบคุณ ท่านเจิมศักดิ์ที่ทําความกระจ่างนะครับ ก็เปึนอันชัดเจนว่ากรรมาธิการชุดประสานนี้จะ ไม่ทำหน้าที่ในการไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเอง ผมจะได้ชี้แจงประธานภาคกลางทั้ง ๒๕ จังหวัดให้เขามีความเข้าใจชัดเจนนะครับ เขาจะได้หายกังวลใจ หายสับสนนะครับ แล้วก็จะได้กำชับในเรื่องของการเรียนเชิญให้ เข้าร่วมเวทีว่าจะต้องประสานล่วงหน้า ขณะนี้ทางภาคกลางเองก็ได้มีหนังสือแจ้งให้ทั้ง ๒๕ จังหวัดผ่านประธานจังหวัดว่าให้ทำแผนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนในกรอบที่ ๒ ส่งมาที่ภาคแล้ว แล้วก็จะได้ช่วยประสานกับวิทยากรแต่ละท่าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากได้ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ไปเปึนวิทยากรในการรับฟังความคิดเห็น แล้วก็กรรมาธิการยกร่างนะครับ ผมจะได้ไม่ต้องสับสนว่าท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ จะติดเวทีของชุดประสานนะครับ เอาเปึนว่าเวทีของชุดประสานนี้ไม่มีนะครับ จะมีแต่เวที ของทางจังหวัดกับของทางภาคซึ่งจะช่วยกันทำงานนะครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ส่วนของท่านมาลีรัตน์เองท่านก็พูดชัดเจนนะครับว่างบประมาณใช้ในส่วน ของกองทัพแต่ละภาค คงจะชัดเจนนะครับ ท่านมาลีรัตน์ครับ

นางมาลีรัตน์ แก้วก่า กรรมาธิการ

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน มาลีรัตน์ แก้วก่า ค่ะ ก็เพื่อการทำความเข้าใจที่แจ่มชัดยิ่งขึ้นนะคะ งบประมาณส่วนหนึ่ง นี้เราได้มาจากคณะกรรมการอำนวยการรณรงค์การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับถาวร สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งบ ส่วนหนึ่งได้มาจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ งบส่วนหนึ่ง ได้มาจากกองทัพบกนะคะ คือใครมีตรงไหนนี่เราไปต่อเติมยอดให้นะคะ แล้วก็ไม่ได้ไป รับฟังโดยตรง เนื้อหาหลักของเรานี่ต้องการปูพื้นฐานความสัมพันธ์ เน้นให้ตระหนักถึง ความสัมพันธ์ของชีวิตเรากับการเมืองว่ามันเกี่ยวพันกันอย่างไร ในขณะเดียวกันต้องการ ให้ภาคประชาชนได้มีความเข้าใจการเมืองภาคตัวแทนกับภาคพลเมืองมันต่างกันอย่างไร เขาจะมีบทบาทอย่างไรในอนาคตต่อการตัดสินเรื่องประชามติด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น บาทหนึ่ง ท่านสบายใจได้ ไม่ได้เอาจาก สสร. เลยค่ะ แล้วก็ดิฉันอยากจะเรียนว่า อย่าห่วง งานเลยนะคะ ๑ ล้านบาทที่ท่านลงไปจังหวัด อย่างมากทำได้ ๑,๘๐๐ คนเท่านั้นล่ะค่ะ กรรมการสิทธิเขาก็ไปทํา ให้เขาทําเถอะ ดิฉันยังมาเสนอเลยว่า สสร. น่าจะประสาน กับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ อบต. ออกงบแล้วก็ไปทำ แล้วคนของท่านใน จังหวัดแต่ละจังหวัดน่ะท่านไปสำรวจจริงเถอะค่ะ ๒๑ คน ทำงานอย่างมาก ๑๗ คน มากสุดนะคะ ๑๗ คน แล้วที่เหลื่อมีแต่ชื่อไปฝากไว้ อย่างสกลนครนี่มีคนหนึ่งไม่เคยโผล่ ไปเลยแม้แต่ครั้งเดียวข้องการประชุม ถ้าจะให้ดิฉันฉะเรื่องนี้ดิฉันฉะได้ยาวกว่านี้ ก็เอา เปึนว่าเราชื่นชมคนที่ทำงาน เราไม่ชื่นชมคนที่ไม่ทำงานก็แล้วกันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนไร ขอบพระคุณครับ คือในส่วนการทำงานนี่นะครับคงสนับสนุนให้หลาย ๆ ฝ์าย ช่วยกันนะครับ แม้กระทั่งภาคเอกชนเองก็ต้องเรียนเหมือนกันครับว่า ส่วนงานใดจะ สนับสนุนกิจกรรมงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ยินดีอย่างยิ่ง อย่างที่ท่านประดิษฐ์ท่านก็ มาบอกเหมือนกันว่ามีภาคเอกชนก็สนับสนุนที่จะให้ตั้งปัายเพื่อประชาสัมพันธ์ใช่ไหมครับ แล้วส่วนงานอื่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าจะจัดสัมมนา ตั้งปัาย หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการ ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ส่วนภาคเอกชนก็ขอให้แสดงความจํานงเข้ามาได้นะครับ ที่ท่านยกมือรอไว้นะครับ อาจารย์เกริกเกียรติครับ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการรอท่านสมาชิก ก่อนแล้วกันนะครับ เพราะว่ายกมือไว้หลายท่าน กรรมาธิการอธิบายมาเยอะแล้ว เชิญอาจารย์เกริกเกียรติครับ

ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม เปึนคณะกรรมาธิการยกร่างนะครับ ผมได้ฟัง จากที่ได้มีการอภิปรายมา คือโดยส่วนตัวที่แรกก็ตั้งใจว่าจะขอบคุณแล้วก็ชมเชย ท่านกรรมาธิการรับฟัง แต่บังเอิญท่านสมาชิกทุกคนก็ได้รู้ว่าท่านได้ทำคุณประโยชน์ต่อ สสร. เปึนอย่างมากในการที่จะไปรับฟังความคิดเห็นมานะครับ เพราะฉะนั้นผมจะข้าม ตรงนี้ไป จากประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างได้นำเสนอนี่ เกิดมีการ์ตูน (Cartoon) อันหนึ่งซึ่งสะกิดใจผม ขอประทานโทษคุณมาลีรัตน์ แก้วก่า ท่านได้มีการ์ตูนแสดงว่า ในการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเท่าที่เปึนอยู่นี่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่มีอํานาจ ก็คือคนที่ครองอํานาจของประเทศ ทีนี้ก็คือถ้าเราเปึนอย่างนี้ คําถามว่า ประชาธิปไตยที่ เราเกิดขึ้นทำอย่างไรถึงจะให้อำนาจอันนี้มันอยู่ในมือของประชาชน การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยเพื่อความเปึนอยู่ที่ดีของทุกคน ไม่ใช่ของคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ในสภาพสังคมเศรษฐกิจที่เปึนอยู่ในปัจจุุบันก็ต้องยอมรับว่า ถ้ามองในเชิงเศรษฐกิจ ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ของคนที่รวยที่สุดคุมรายได้ สัดส่วนของรายได้นี่ประมาณ ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าพูดถึงว่าคุมจํานวนทรัพย์สินหรือความมั่งคั่งของประเทศนี่ผมว่า ป่าเข้าไปประมาณแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ อันนี้คือฐานทางเศรษฐกิจ แล้วระบบการ เลือกตั้งอย่างที่เปึนอยู่ ที่ประชาชนยังไม่ค่อยตื่นตัวเท่าที่ควรนี่ เงินก็ยังซื้อได้ มันก็ยังคง เปึ้นระบบนี้ไปอีก เราจะร่างรัฐธรรมนูญกี่ครั้งลักษณะอันนี้ก็จะยังไม่เปลี่ยน เพราะฉะนั้น ในประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะแสดงความเห็นในที่นี้จะเปึน ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก คือ เรื่องการศึกษา ๒. ก็คือ ในเรื่องระบบการเลือกตั้ง

ในเรื่องการศึกษานี่ผมคิดว่าเปึนหัวใจสำคัญที่เราได้ให้ความสำคัญกัน ในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๓ บอกว่า ประชาชนคนไทยทุกคนมีสิทธิได้รับ การศึกษาสิบสองป้โดยไม่เสียเงิน แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงมันไม่เปึนอย่างนั้น รัฐธรรมนูญ จะเขียนอย่างนั้นก็ตาม แต่ว่าในทางเปึนจริงมันไม่ทั่วถึง แล้วก็เปึนจุดอันหนึ่งที่ นักการเมืองก็เอาประเด็นนี้ ความไม่ทั่วถึงก็ไปหาผลประโยชน์ทางการเมือง แทนที่จะจัด งบประมาณอย่างเต็มที่ให้แก่การศึกษาเปึนอันดับแรก ที่เหลือจะไปจัดอย่างอื่น แต่ท่าน ไม่ ท่านก็จัดทั่วไป แถมยังมีงบประชานิยมต่าง ๆ มากมาย การศึกษาท่านก็แก้ด้วยวิธีการ เอาเงินสลากกินแบ่งรัฐบาลนี้ไปจ่ายในที่ต่าง ๆ ทีนี้ในคณะกรรมาธิการยกร่าง ในป้นี้ มีความเห็นว่า เราต้องพยายามทําให้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่มันดีกว่าป้ ๒๕๔๐ แล้วเปึ้นรัฐธรรมนูญที่จับต้องได้ กินได้ มีความอบอุ่นได้จากรัฐธรรมนูญอันนี้ เพราะฉะนั้น เราก็มองกันว่า ตราบใดก็ตามถ้าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยั่งยากจน ยังไม่รู้หนังสือ ขาดความตื่นตัวทางการเมืองนี่ประชาธิปไตยมันไปไม่รอด ประชาธิปไตยมันจะไปรอดได้ คนต้องพออยู่ พอกิน มีความรู้ตามสมควร ได้รับฟังข้อมูลข่าวสาร สามารถที่จะแสดง ความคิดเห็นได้ อย่างนี้ประชาธิปไตยเราถึงจะไปรอด จากจุดนี้นั่นเอง ในเรื่องการศึกษานี่ เราคิดว่าเปึ้นเรื่องหัวใจสําคัญ เพราะฉะนั้นเราก็มีความเห็นว่า ทําอย่างไรถึงจะบอกว่า ๑๒ ป้นี่ต้องทำให้ได้ แต่ทีนี้ต้องทำให้ได้นี่อันหนึ่งที่คณะอนุกรรมาธิการยกร่าง ในกรอบที่ ๑ บอกว่าให้ใส่งบประมาณไปเลยว่า รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณ อย่างเพียงพอเพื่อให้ประชาชนในวัยการศึกษาได้รับการศึกษา ๑๒ ป้อย่างทั่วถึงและ เท่าเทียมกัน ในประเด็นอันนี้ขอกราบเรียนท่านประธานว่าก็มีท่านสมาชิกบางท่านก็ยังมี ความเปึนห่วงว่าข้อเท็จจริงนี่มันทำไม่ได้ เงินไม่มี ก็เอาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา แล้วก็มาเปึนข้อท้วงติงว่ามันทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมคิดว่าถ้าเราจะทํากัน จริง ๆ ถ้าเราจะ ถือว่าการศึกษาเปึนหัวใจในการพัฒนาประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ สังคมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่จะต้องระบุไปเลยว่าต้องทําให้ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตฝากท่านกรรมาธิการรับฟังใน ๒ – ๓ ประเด็น เกี่ยวกับเรื่อง การศึกษา ๑. ให้ระบุไปเลยว่า จะต้องจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษา๑๒ ป้นี้ลงไว้ใน รัฐธรรมนูญ เห็นด้วยหรือไม่ ประเด็นถัดมาก็คือว่าในเรื่องของการศึกษานี่ เราบอกว่า ๑๒ ป้อาจจะนับตั้งแต่ประถมขึ้นไป แต่ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาท่านบอกว่า ความจริง พัฒนาการของเด็กมันเริ่มก่อนหน้านั้นแล้ว มาถึงชั้นประถม มันก็สายไปเสียแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นย่น ๑๒ ป้ลงไปรับตั้งแต่อนุบาลได้ไหม เขาบอกว่า มันก็ไม่ได้จบมัธยม ถ้าอย่างนั้นอยากจะขอขยายว่าเปึน ๑๔ ป้ ฝากท่านไปถามว่า ๑๔ ป้ เปึนการศึกษาที่รัฐจะต้องจัดให้ประชากรไทย อาจจะว่าก่อนอนุบาลไปจนถึง จบมัธยมศึกษา เรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญมากท่านประธาน ถ้าท่านฟังข่าวหนังสือพิมพ์ เมื่อวันสองวันนี้ สสวท. มีการปวดหัวเกี่ยวกับเรื่องผลการสอบเอเน็ต (A-net – Advanced National Education Test) ปรากฏว่า คะแนนวิทยาศาสตร์นี่ไม่เอาไหนเลยเด็กไทย เทียบ เวียดนามก็ไม่ได้ เทียบมาเลเซียก็ไม่ได้ ก็ห่างกันหลายห่วง แต่ทีนี้ถ้าเราไปไล่ดูว่ามันเริ่ม มาตั้งแต่ประถม ประถมก็ไม่เอาไหน การเรียนการสอนนี่ มาจนถึงมัธยม มาถึงอุดม การศึกษาตั้งแต่ระดับล่างมันปูพื้นฐานมาไม่ดี พอไล่ ๆ ขึ้นมามันก็ขึ้นมาถึงระดับอุดม มันก็แย่อีก มันก็พัฒนาไม่ไหว อย่างสมัยก่อนนี่ ไม่ทราบว่าท่านประธานทันสอบสมัย เอ็นทรานซ์ (Entrance) หรือเปล่า ก็บอกว่าต้องขีดถูก ขีดผิดนะ เขาบอกเดี๋ยวนี้เด็กสมัย นี้ไม่ต้องอ่านคําถามแล้ว มาขีดดะไปเลย อย่างนี้น่าเปึนห่วงนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหา กว่าเรามองถึงอนาคตของประเทศชาติ ผมคิดว่าเรื่องสำคัญคือเรื่องการศึกษาต้องให้ก่อน แล้วอย่างอื่น จะทำอะไร อย่างอื่นก็ไปจัดสรรงบประมาณเอา ถ้าเงินไม่พอก็ต้องเก็บภาษี เอามาจัดสรรนะครับ เพราะฉะนั้นฝากเปึนประเด็นที่ ๓ ฝากท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ และคณะลองถามว่า ให้ถือว่า การศึกษาเปึนวาระแห่งชาติที่รัฐบาลจะต้องทำ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อันนี้ผมขอฝากเปึน ๓ ประเด็นนะครับ

ทีนี้มาถึงประเด็นการเลือกตั้งนะครับ ในระบบการเลือกตั้งที่เปึ้นอยู่ หรือเปึนมาโดยตลอดนี่คนที่มีสตางค์ คนที่มีเงินก็ยังได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ แถมระบบ การเลือกตั้งของเราก็ยังไปช่วยพรรคใหญ่ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ผมจะขออนุญาต เอาตัวเลขบางตัวอ่านให้ท่านประธานฟังว่า ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ระบบที่เปึนอยู่ แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ใครชนะก็ได้ไป ปรากฏว่าถ้าพูดถึง คะแนนนิยม พรรคใหญ่ก็ได้ประมาณ ๑๖,๕๐๐,๐๐๐ เสียง ถ้าคิดสัดส่วนก็ได้ประมาณ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากว่าระบบการเลือกตั้งของเราเปึ้นระบบที่ช่วยให้พรรคใหญ่ที่มี ฐานเสียงได้ที่นั่งมากขึ้น คือตามสัดส่วนแล้วเขาควรจะได้แค่ประมาณ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าที่นั่งที่เขาได้ จาก ๔๐๐ เขาได้ไป ๓๑๐ ที่นั่ง ได้ไป ๗๗.๕ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่นั่ง ในจำนวน ๔๐๐ นี่ เพราะฉะนั้นระบบการเลือกตั้งตัวนี้มันช่วยให้พรรคใหญ่ได้เปรียบ แล้วคะแนนของพรรคเล็ก ๆ หรืออะไรต่าง ๆ นั้นก็ไม่ได้ถูกนับเปึนคะแนนไปเลย เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็ได้มีการพูดถึงกันว่า ถ้าเราไม่แก้ระบบการเลือกตั้ง ปล่อยให้มัน เปึนอย่างนี้อีก การซื้อเสียงต่าง ๆ ก็เตรียมกันเรียบร้อย ยิ่งประกาศว่าจะเลือก ๒๓ ธันวาคมนี่ ก็เตรียมกันเรียบร้อย แล้วเท่าที่ผมมีประสบการณ์มาก็คือว่า สมัยก่อนนี่ เขาแจก ขออนุญาต แจกเงิน ยิ่งรอบแรกเขาแจก ๕๐ บาท ถ้าไปใกล้ ๆ เลือกตั้งนี่แลก ไม่ได้ เขาต้องแลกตั้งแต่ต้น สะสมกระสุนเอาไว้ ปูพรมรอบแรก ๕๐ บาท อะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นนายกบอกว่าจะเลือกตั้งปลายเดือนนี้ ป์านนี้แบงก์ ๕๐ บาทอาจจะหาไม่ได้ ถ้าเขายั่งยิ่งกระสุนกันแบบนั้นอยู่ ถ้ามันเปึนแบบนี้ ถ้าเราไม่แก้ มันออกมารูปนี้อีก อันหนึ่งที่กรรมาธิการยกร่างการเมืองกําลังคิดถึงว่า ทําไมเราไม่เปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง เปึ้นระบบสัดส่วน ทุก ๆ คะแนนที่โหวต (Vote) นั้นมีความหมาย คิดคะแนนตามสัดส่วน ของคะแนนที่พรรคการเมืองได้เปึ้นที่นั่ง ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างอย่างนี้ ระบบที่เปึ้นอยู่ในปัจจุบันชนะก็ได้ไป แบบภาษา เศรษฐศาสตร์เขาบอกว่า ซีโร ซัม เกม (Zero sum game) ที่ ๑ คะแนน ๕๐,๐๐๐ คะแนน ที่ ๒ คะแนน ๔๙,๙๐๐ คะแนน ไม่ได้ที่นั่ง สส. พรรคที่ได้ที่ ๒ นี่ไม่ได้ แล้วคะแนน ๔๙,๐๐๐ นั่นก็ไม่มีผลอะไรเลย แต่ถ้าเราใช้ระบบสัดส่วนทุก ๆ คะแนนมีความหมาย ต่อการได้ที่นั่งของพรรค ผมจะขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างประกอบความเห็น สมมุติอย่างนี้ว่า เราใช้ระบบการเลือกตั้ง สส. ๔๐๐ ที่นั่ง เราก็แบ่งเปึ้น ๒๐๐ เขต สส. เขต ๒๐๐ ที่นั่ง สส. ตามสัดส่วนหรือบัญชีรายชื่ออีก ๒๐๐ ที่นั่ง คะแนนของ สส. แต่ละพรรคที่จะได้ให้คำนวณตามคะแนนนิยมที่พรรคนั้นได้ ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่าง แบบนี้ สมมุติว่าพรรคเอ (A) คะแนนนิยมทั่วประเทศได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๔๐๐ ก็คือ ๑๖๐ ที่นั่ง แต่บังเอิญ สส. เขตเขาชนะมา ๑๑๐ ที่นั่ง เพราะฉะนั้นขาดอีก ๕๐ ก็ไปคิดจากบัญชี สส. เขตมาให้ สมมุติอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือว่า พรรคซี (C) ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๔๐๐ ก็คือ ๘๐ ที่นั่ง แต่ สส. เขต จะไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว แก้ก็จะยังได้ สส. ๘๐ คิดจากบัญชี ทีนี้ลงมาพรรคเล็กบ้าง สมมุติว่าอีกพรรคหนึ่ง พรรคดี (D) ได้ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ของ ๔๐๐ ก็จะได้ ๓๒ แล้วบังเอิญพรรคนี้เก่งในการหาเสียงในแต่ละเขตเลือกตั้ง ได้มา ๓๐ คิดตามสัดส่วน แก้ควรจะได้ ๓๒ แต่ได้มา ๓๐ ได้มาแล้ว ๓๐ ก็บวกไปอีก ๒ เปึน ๓๒ ทีนี้มาพรรค สุดท้าย ได้คะแนนนิยมมา ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์นี่ถ้าใช้ระบบที่เปึ้นมานับ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์นี่ไม่นับเลย แต่ถ้าเราใช้ระบบอันใหม่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เราคิดให้ ๒ เปอร์เซ็นต์ของ ๔๐๐ ก็ได้ ๘ ที่นั่ง สส. เขตไม่ได้เลย แก้ก็ได้ ๘ ที่นั่ง เพราะฉะนั้น คะแนนเสียง ๒ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศมันก็มีเวทีที่เล่น ก็มี สส. ผู้แทนอยู่ในสภา ทุกคนอยากจะเล่นการเมืองมาเล่นในสภา ไม่ต้องไปเล่นใต้ดิน สมมุติว่าทาง ๓ จังหวัด ภาคใต้อยากจะให้มีตัวแทนอยู่บนเวทีการเมือง เขาก็สามารถที่จะจัดตั้งพรรคแล้วก็ระดม คะแนน ถ้าเขาได้คะแนนนิยมระดับหนึ่งเขาก็มี สส. อยู่ในสภา หรือแม้แต่นักวิชาการ อยากจะเล่นการเมือง อยากจะเสนอความคิดอะไรต่าง ๆ เข้ามา ก็ฟอร์ม (Form) เปึน พรรคการเมืองขึ้นมา แล้วก็ขายความคิดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชน ถ้าได้คะแนนนิยม มากพอ อย่างที่ผมยกตัวอย่างที่ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็มีเวทีเล่น มี สส. อย่างคราวที่แล้ว ขออนุญาต พรรคหนึ่งได้ตั้งล้านกว่าคะแนน ไม่มี สส. แม้แต่คนเดียว ไม่มีเวทีให้เล่น เพราะฉะนั้นในแนวความคิดของผม ถ้าหากว่าเราเปลี่ยนระบบการ เลือกตั้งให้สะท้อนถึงทุก ๆ คะแนนที่หย่อนบัตรมีความหมายต่อการเลือกผู้แทนไปนั่ง ในสภา อันนี้คิดว่าจะทำให้ประชาชนทุกคนมีความสำคัญในเรื่องสมาชิกสภาผู้แทน เพราะฉะนั้นการ์ตูนที่คุณมาลีรัตน์บอกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด มันอาจจะต้อง เปลี่ยนแล้ว เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็เปึนเรื่องที่อยากจะขออนุญาตฝากเปึน ประเด็นคำถามให้คณะกรรมาธิการรับฟังไปถามเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมา สส. บัญชีรายชื่อ ก็ไม่เข้าใจว่ามันมีตรรกะ มันมีอะไรที่อยู่เบื้องหลังที่มา เพราะฉะนั้น ผมอยากจะฝากประเด็นความคิดอันนี้ไป ถ้าเสียงตอบรับมาค่อนข้างดี ผมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะได้มีการเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้ง ประชาชนทุกคนจะมีสิทธิ มีเสียงมากขึ้น พรรคการเมืองที่คิดจะซื้อเสียงทั้งหลายทั้งปวงคงจะต้องไปนั่งทบทวนใหม่ ว่าทำอย่างไรถึงจะได้กลับมาในสภา ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ตอนนี้มีสมาชิกยกมือจ้องไว้หลายท่าน ถ้าเปึนไปได้ คือสิ่งที่ท่านอภิปราย นั้นเปึนประโยชน์นะครับ ก็ไม่อยากจะตัดอะไร แต่อยากให้ช่วยกันแบ่ง ๆ เวลาให้เพื่อน ๆ ท่านหลัง ๆ ด้วยนะครับ ก็จําเปึน เพราะว่าเนื้อหาสาระที่ท่านพูดนั้นต้องพูดให้ครบ ไม่ครบก็ไม่เข้าใจอีกนะครับ ท่านที่รอไว้ อาจารย์เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ท่านกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ท่านสมเกียรติ รอดเจริญ แล้วยังมีอีกหลายท่าน เชิญท่านอาจารย์ เกียรติชัยครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ ผมคงเปึ้นอีกคนหนี่งซึ่งจะต้องขอขอบคุณ และชื่นชมท่านคณะกรรมาธิการรวบรวมความคิดเห็นที่มารายงานในเรื่องซึ่งได้ทำไปให้ พวกเราทราบ เปึนความพยายามซึ่งยากลำบาก เหนื่อยยาก แต่นี่คือสิ่งซึ่งบอกว่าเรา กําลังทําอะไรไปถึงประชาชน เราไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญอยู่แต่ในสภานี้เท่านั้น เรากําลังจะ รับสิ่งซึ่งเปึนความต้องการของประชาชน เจตนารมณ์ของประชาชนเข้ามาสู่การร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเรานี้ นี่เปึ้นเรื่องซึ่งเราจะต้องพยายามร่วมกัน ท่านประธานที่ เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตบางอย่าง บางประการในรายงานที่นำเสนอนี้ ก่อนอื่นก็คือ กำลังคิดว่ารูปแบบการสำรวจความคิดเห็นที่รายงานมานี้ ผมไม่ทราบอาจจะทำมากไป กว่านี้ก็ได้ แต่ว่าส่วนหนึ่งที่เห็นจากรายงานนี้ก็คือ รู้สึกค่อนข้างจะเปึนการสำรวจความ คิดเห็นที่กำหนดความคิดเห็นอยู่สักหน่อย คือเราดูเหมือนจะไปโปรแกรม (Program) การ ได้ความเห็นมากไปหรือเปล่า เพราะทำในลักษณะที่เปึน เควสเชินแนร์ ฟอร์ม (Questionnaire form) เปึนรูปแบบสอบถามซึ่งจะได้ความเห็นซึ่งมันไม่ค่อยจะยืดหยุ่น เท่าไรนัก แล้วก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า คำถามบางคำถามเปึนการถามน้ำมากไปหรือไม่ อีกข้อสังเกตหนึ่งก็คือในรายงานนี้ไม่ได้แทลลี (Tally) ไม่ได้รวบรวมความเห็นในลักษณะ ที่ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่เพียงแต่เปึนการสำรวจในรูปแบบที่เปึ้นแบบสอบถาม เปึ้นแบบ เควสเชินแนร์ ฟอร์ม แต่มันมี โอเพน เอนเดด (Open ended) ซึ่งมีความเห็นต่าง ๆ ที่เปึน รายละเอียดที่ตอบคำถามเหล่านั้นขยายออกไปอีกมากกว่า อย่างเช่น คำถามข้อ ๘ ที่มีคำตอบว่าเห็นด้วยถึง ๖๙.๒ เปอร์เซ็นต์ในครั้งแรก ๗๕.๙ และ ๘๑.๕ เห็นว่าควรเพิ่ม บทบาทให้ชุมชนพัฒนาชุมชนในการมีส่วนร่วมในการปกปัองคุ้มครองพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมเชื่อว่ามีคำอธิบายในลักษณะที่เปึน โอเพน เอนเด็ด ในแบบสอบถามรวบรวมความคิดเห็นเหล่านี้ออกความเห็น ก็เชื่อว่ามีคำอธิบาย เหล่านี้อยู่ในความเห็นเหล่านั้นว่า ก็อยากจะเห็นว่าจะทำอย่างไรอยู่ด้วย หลาย ๆ วิธีการ ที่ประชาชนอยากเห็นเกิดขึ้น คือไม่ใช่เพียงแต่มาบอกว่าเห็นด้วยที่จะต้องมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่มันน่าจะมีคำอธิบายเหล่านี้ว่าจะให้ทำอย่างไร รวมถึงอีกหลาย ๆ คำถาม ซึ่งอยู่ใน ลักษณะที่เป่ดกว้างให้ร่วมความคิดเห็นเหล่านี้ ซึ่งถ้าหากว่าได้รวบรวมมาแสดงให้เห็น ด้วยก็จะได้รู้ว่าที่อยากได้โน่นได้นี่ อยากให้มีโน่นมีนี่ อยากเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนี่น่าจะได้ รวบรวมเปึนหมวดหมู่มาให้เห็นความเห็นแต่ละเรื่อง ๆ ไปด้วย ถ้าเราพาร์ทิคคิวละไรซ์ (Particularize) ถ้าเรารวบรวมเปึนหมวดหมู่ความเห็นที่เป่ดกว้างเหล่านี้มาไว้นี่น่าจะเปึน ประโยชน์ในการที่จะนำไปพิจารณาหากลไกที่ดีแล้วก็ที่เหมาะสมต่อไปได้ การหา ความเห็นลักษณะนี้อาจต้องอาศัยหลักวิชาการอยู่บ้าง ซึ่งบางที่ท่านกรรมาธิการ อย่างเช่นท่านศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา คงจะช่วยหรือว่าอาจจะตอบความกระจ่าง ในเรื่องนี้ได้บ้าง เพราะโอเพน เอนเด็ดที่รวมเปึนความเห็นนี่สำคัญมาก มันขยาย มันบอกอะไรได้เยอะ ซึ่งจะเปึนความเห็นที่ถูกต้อง ที่ชัดเจนมากขึ้นที่จะรวบรวมไปในการที่จะช่วยในการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้นะครับ อีกอันหนึ่งซึ่งผมมีข้อสังเกตด้วยความไม่แน่ใจว่า ลักษณะ ของการได้ความเห็นเหล่านี้มานี่มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน เกิดจากข่าวคราวที่เปึนกระแสเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญหรือเกิดจากความรู้เรื่อง รัฐธรรมนูญนี่ดีพอแล้ว กว้างขวางดีอยู่แล้ว ซึ่งยังเปึนเรื่องที่น่าสงสัยนัก ประเด็นของผม ก็คือว่า จากประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญนี้บางทีน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้อง คิดถึงเรื่องการตั้งสถาบันที่จะให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา ผมไปดูเรื่องนี้ที่สหรัฐ เพิ่งกลับมาเมื่อ ๒ วันนี้เอง เขาทํากันจริงจังมาก ของสหรัฐเขามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียว แต่เขาแก้ไขมาแล้ว ๓๖ ครั้งด้วยกัน ของเราบอกเราไม่แก้ไขแล้ว เรายกเลิกเลย ร่างกัน ใหม่ ๑๗ ฉบับแล้ว นี่เปึ้นฉบับที่ ๑๘ แต่ว่า ๑๗ ฉบับ หรือ ๑๘ ฉบับที่กำลังจะมีขึ้นนี้เราให้ ความรู้หรือว่าประชาชนมีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้เปึ้นประเด็น ซึ่งผมคิดว่าบางทีเราอาจจะต้องคิดถึงเรื่องสถาบันที่จะให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา ของสหรัฐทํากันจริงจังมาก ผมไม่ได้หมายความว่าของสหรัฐ ดีที่สุดหรือของใครดีที่สุด แต่แนวความคิดเรื่องเหล่านี้น่าจะเปึนแนวความคิดหนึ่งที่เราน่าจะสอบถามหรือว่า นํามาใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเราอย่างไรหรือไม่นะครับ สาระสําคัญเรื่องหนึ่ง ที่น่าสนใจจากความเห็นที่รวบรวมมาได้นี้ นอกจากเรื่องที่รายงานมาแล้ว น่าสนใจมาก ก็คือ เรื่องการตรวจสอบแล้วก็สร้างความสมดุลเรื่องเช็ก แอนด์ บาล้านซ์ ในระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เรากำลังทำกันอยู่ เรื่องนี้เปึนหลัก หัวใจสําคัญมาก ทั้งในทางรัฐศาสตร์ ในทางนิติศาสตร์ โดยเฉพาะในการสร้างนิติรัฐ หรือ รูล ออฟ ล์อว์ (Rule of law) ให้เกิดขึ้น ข้อบกพร่องจากประสบการณ์ในการใช้ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ของเรามีเรื่องนี้เรื่องหนึ่ง ซึ่งเปึนความอ่อนแอในทางปฏิบัติ ผมได้ยินคณะกรรมาธิการยกร่างบางท่านพูดออกมาในลักษณะที่ว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะลดอำนาจของฝ์ายบริหารลง จากประสบการณ์ที่เห็นในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่แล้ว แล้วก็มีความเห็นในแนวโน้มที่จะให้อำนาจตุลาการมีอำนาจมากขึ้น ในการที่ จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจบริหารในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองขึ้น ผมคิดว่า นี่เปึนคำกล่าวที่ขาดพื้นฐานแล้วก็แนวคิดในทางรัฐศาสตร์อย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วมันจะต้อง พูดกันให้ชัด ๆ ว่า ทําอย่างไรที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดความสมดุลในอํานาจอธิปไตย ทั้งสาม จะทำอย่างไรมากกว่า ตรงนี้น่าสนใจว่าเราจะสร้างระบบการตรวจสอบกับ ความสมดุลของอำนาจทั้งสาม เช็ก แอนด์ บาลานซ์ทั้งสามขึ้นมาให้เข้มแข็งอย่างไร กลไกต่าง ๆ นอกเหนือจากอํานาจทั้งสามนี้มีอะไรอีกบ้างที่น่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน ตรวจสอบแล้วก็สร้างดุลแห่งอำนาจซึ่งกันและกัน ตรงนี้อยากรู้ อยากได้ความเห็นมากขึ้น จากประชาชน เพื่อที่จะได้มาแก้ไขข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราบอกว่า จะเอามาเปึ้นฐานในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไป โดยเฉพาะสําหรับคณะกรรมาธิการยกร่าง ก็คือว่า เวลาเราพูดถึงฐานของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่จะนำมาแก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันควรจะเริ่มต้นจากการมากางดูกัน สิว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันมีข้อบกพร่องอะไรตรงไหน แล้วแก้ตรงนั้นเสียก่อน แล้วจะ มีอะไรใหม่ก็ค่อยว่ากันอีกที่ที่จะปรับปรุงให้มันดีขึ้น นี่ไปเริ่มต้นจากอะไรใหม่ ๆ เลอะ เทอะไปหมด จนกระทั่งก่อให้เกิดเหตุวิพากษ์วิจารณ์ในทางซึ่งสร้างความเบื่อหน่ายท้อแท้ ให้เกิดขึ้นพอสมควร ผมว่าตรงนี้จะต้องทำ แล้วก็จำเปึนอย่างเร่งรีบแล้วล่ะครับที่จะต้อง มาสํารวจข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้ แล้วก็แก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้ดีขึ้น ให้มี ประสิทธิภาพดีขึ้น ให้การร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ นี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยโดยเร็วแล้วก็ตรง เปัาหมายของงานเขียนร่างรัฐธรรมนูญกันขณะนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วผมคิดว่ารัฐธรรมนูญใหม่ นี้จะมีปัญหาอีก ทำเรื่องเช็ก แอนด์ บาล้านซ์ ทำเรื่องการตรวจสอบความสมดุลของ อํานาจทั้งสามให้เข้มแข็งขึ้น ก็จะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้ดีขึ้นตาม เจตนารมณ์อีกทีหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจในรายงานฉบับนี้ ก็คือความเห็นในเรื่อง การเมืองการปกครองท้องถิ่น การเมืองภาคประชาชน ซึ่งแสดงว่ามีความตื่นตัวมากขึ้น จุดนี้และความเห็นเหล่านี้น่าจะต้องนำมาพิจารณาสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้น ผมเคย ได้อภิปรายไปแล้วว่า นอกเหนือจากแผนพัฒนาการเมืองระดับชาติ ซึ่งมีกําหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ แล้ว น่าจะต้องคิดถึงการสร้างแผนพัฒนาการเมือง การปกครองในระดับท้องถิ่นขึ้นมาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้อีกด้วย ตรงนี้อยากเสนอให้ คณะกรรมาธิการคณะนี้ให้ความสนใจ หาความเห็น รวบรวมมาให้จริงจังมากขึ้นว่า ประชาชนเห็นอย่างไร แล้วก็อยากได้ อยากให้ทําอย่างไร จะได้นําไปกําหนดให้เข้มแข็งขึ้น ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่ขณะนี้ การรับฟังความเห็นของประชาชนนั้น ผมคิดว่ามันเปึนไปตามสถานการณ์หนึ่ง ๆ เพราะฉะนั้นความเห็นนี้อาจจะปรับเปลี่ยนไป ได้ในการรับฟังความคิดเห็นที่จะทํากันต่อไป เพราะฉะนั้นยังจําเปึ้นที่จะต้องย้ํา ยืนยัน ความคิดในรอบแรก หรือที่เปลี่ยนไป ผมเพียงแต่อยากจะให้คณะกรรมาธิการคณะนี้ สำรวจ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นในลักษณะที่เปึนครอสเช็ก (Cross check) ตรวจสอบกับ ความเห็นที่ได้ในรอบแรกนี้อีกครั้งหนึ่งว่า ยังมีความเห็นยืนยันอยู่อย่างเดิมหรือว่ามัน เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ตรงนี้สำคัญนะครับในการรวบรวมความคิดเห็น มิฉะนั้นแล้วเราจะไม่ได้อะไรที่ชัดเจน ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้งานของคณะกรรมาธิการนี่มันมี ความสมบูรณ์ขึ้น ถ้าหากว่าเราจะทำครอสเช็กในเรื่องนี้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ก็ตั้ง เปึ้นข้อสังเกตทั้งหมดไว้ กราบเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการไว้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือมีคำถามมาเหมือนกันครับว่าเด็กที่จับฉลากเรียนหนังสือจะบัญญัติ อย่างไรให้เด็กไม่เกิดปัญหา ท่านกรรมาธิการเอาไปพิจารณาด้วยนะครับ คุณหมอชูชัย ต้องดูเยอะ ๆ หน่อยนะครับ สิทธิเสรีภาพ เด็กจับฉลากร้องห่มร้องไห้ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ลองช่วยคิดด้วย ให้เด็กเสนอหลาย ๆ โรงเรียนได้ไหม ใครจับฉลากก็ได้ต้น ๆ ท้าย ๆ ก็ไล่ ลงมา เด็กจะไม่ได้ต้องร้องห่มร้องไห้กัน ท่านกฤษฎาครับ เชิญครับ

นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ก่อนอื่นผมต้องชื่นชม คณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ถือว่าเปึนคณะกรรมาธิการที่เปึ้นชุดใหญ่พอสมควร แล้วก็ หลากหลายไปด้วยสัดส่วนของภาคส่วนต่าง ๆ ผมว่าครบเครื่อง ทั้งภาคประชาสังคม ภาครัฐ แล้วก็ส่วน สสร. เอง นิดหนึ่งครับ ด้วยความเคารพในท่านกรรมาธิการทุกท่าน ส่วนใหญ่ก็เหมือนครูบาอาจารย์ผมครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้นิดหนึ่งว่า รายงานที่ นำเสนอเปึนการรวบรวมหรือประมวลจากในส่วนของแต่ละภาค ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้ เห็นด้วยว่าแต่ละภาคนั้นมีกระบวนการในการรับฟังมาทั้งส่วนของเรื่องทางด้านคุณสมบัติ ทั้ง ๒ ประการ คือทั้งปริมาณและคุณภาพอย่างไร ก่อนที่จะสรุปมาเปึนร่วมกัน เพราะว่า เนื่องจากต้องเข้าใจนะครับว่าวัฒนธรรมความคิดของแต่ละภาคนั้น ๆ มีความแตกต่างกัน อยู่ ภาคใต้ก็จะอย่างหนึ่ง ภาคเหนือ ภาคกลาง ก็จะแตกต่างกัน ถ้าเปึนไปได้ฝากประเด็น ด้วยนะครับ เพราะว่าจะทําให้เหมือนเปึนการบอกได้ว่า เมื่อพวกเราลงไปรับฟังในฐานะ เปึนกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น เราเหมือนไปสัญญาประชาคมไว้ว่าความเห็นของ ท่านนั้นเข้าสู่สภาแน่นอน กระบวนการเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงก็มาถึงตรงสุดท้ายปลายทาง คือคณะกรรมาธิการชุดนี้ สิ่งหนึ่งอยากให้มีกระบวนการใช้ภาษาครับ ภาษานี่โดยเฉพาะ อย่างยิ่งแบบสอบถามก็ดี หรือแนวทางก็ดี ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งได้รับคำตอบว่าอ่านไม่เข้าใจ หรือไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ประชาชนทั่วไปนะครับ แม้แต่ระดับคนชั้นกลางก็เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่าน มานั้นมีชุดถึง ๕๓ ข้อ ซึ่งบางครั้งการใช้ภาษาก็ค่อนข้างจะสับสนเหมือนกันในประเด็นนี้ ขอฝากนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่งครับ เรื่องการประสานการมีส่วนร่วมนะครับ ผมอยากให้ กระบวนการในการประสานเชื่อมโยงระหว่างส่วนของยกร่างก็ดีนะครับ ส่วนของ ตรงกลางที่เปึนกรรมาธิการการมีส่วนร่วม และส่วนที่ต้องรับฟังในภูมิภาค ผมอยากให้มี กระบวนการร่วมที่ชัดเจนกว่านี้ โดยเฉพาะก่อนที่จะลงในรอบถัดไปนะครับ หลังจาก วันที่ ๒๐ ไปแล้วนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าควรจะต้องมีการทํางานกันหนักยิ่งขึ้นนะครับ เพราะว่าจะเปึนเรื่องของรายมาตรา โดยเฉพาะแนวทางของวิทยากร กระบวนการ ที่จะต้องลงพื้นที่นั้น ผมคิดว่าตรงนี้ในส่วนของกรรมาธิการของท่านนั้นมีประสบการณ์ หลายท่านนะครับ อาทิเช่น ท่านวิเชียร์ คุตตวัส ก็ครูบาอาจารย์ผมเอง ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ซึ่งตรงนี้สําคัญมาก เพราะเราลงพื้นที่เราจะรู้อยู่ว่ามีประเด็นปัญหา อย่างไรนะครับ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ ต้องขอบพระคุณด้วยนะครับ กรมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมาเปึนกรรมาธิการในส่วนตรงนี้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฝากมา นิดหนึ่งครับ ท่านทำหนังสือไปยังส่วนต่าง ๆ ให้สนับสนุนนะครับ มีท่านนายก อบต. ก็ดี นายกเทศบาลก็ดี คือในเนื้อหาสาระหนังสือบอกว่าให้การสนับสนุนนะครับ ทุกท่านก็ยินดี ที่จะสนับสนุน แต่วิธีการช่วยใส่ไปสักนิด อาทิเช่น สามารถตั้งงบประมาณได้หรืออะไรได้ อย่างนี้นะครับว่าจะหนุนอย่างไร ผมคิดว่าจะเปึนสิ่งที่ดียิ่งขึ้น เพราะว่าบางครั้งเรื่องนี้เปึน เรื่องใหม่นะครับ การที่จะทําอะไรในส่วนของท้องถิ่นนั้นบางทีก็ยังไม่แน่ใจในการที่จะใช้ งบประมาณ หรือว่าศักยภาพที่มีอยู่นั้นจะช่วยเสริมอย่างไรนะครับ ส่วนกรมพัฒนาชุมชน ครูบาอาจารย์ ผมเห็นท่านอาจารย์นิรันดร์นะครับ ตรงนี้ฝากขอบคุณด้วยนะครับที่ท่าน เชื่อมโยงไปถึงพัฒนาชุมชนนะครับ ซึ่งเปึนบทบาทสำคัญอย่างแท้จริงเลยนะครับ เพียงแต่ ว่าอยากจะฝากกรรมาธิการชุดนี้นิดหนึ่งครับว่า ยังมีส่วนของการขาดการเชื่อมโยงอีก หลาย ๆ ส่วนภาคราชการอยู่เหมือนกันนะครับ ตรงนี้คิดว่าในกรอบสองนั้น ผมว่าคงจะ เข้มข้นขึ้น ก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วยนะครับ

ประเด็นถัดมานะครับ ก็คือเปึนสิ่งที่น่าห่วงว่า ขณะนี้คงทราบแล้ว ท่านประธานกรรมาธิการภาคกลางคงพูดแล้วว่าแต่ละภาคนั้นได้ทำปฏิทินงานกัน เรียบร้อยแล้วนะครับ กระบวนการในส่วนของการเสริมหรือสอดรับกันนั้น ตรงนี้ผมคิดว่า ในเรื่องของปฏิทินงานนั้นคงจะต้องเอามาจอยน์ (Join) และร่วมกันพอสมควร เอามา เชื่อมโยงกันครับ ขอประทานโทษ แล้วจะทำให้การทำงานนั้นไปได้อย่างดีนะครับ เพราะว่ากรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้นรอคอยคำตอบครับ ซึ่งเราเองเราอยู่ในส่วนตรงกลางนั้นเราไม่สามารถให้คําตอบได้นะครับ เพราะฉะนั้นฝาก ท่านผู้ทรงเกียรตินิดหนึ่งนะครับว่า รูปแบบหรือรูปลักษณ์ควรจะเปึนลักษณะอย่างไร นะครับว่าในคราวต่อไป เพราะว่าการทําตารางรายละเอียดปฏิทินงานนั้นนะครับ ในการ ลงรับฟังความคิดเห็นของแต่ละจังหวัดนั้นยังมองไม่ออก ณ ขณะนี้ว่าจะต้องเปึ้นรูปแบบ เต็มวันไหมนะครับ หรือว่าใช้ในรูปแบบของการกระจายตัวอย่างไรนะครับ ถ้าเปึนไปได้ ได้ข้อสรุปนี่รบกวนรีบแจ้งไปยังกรรมาธิการภาคแต่ละภาคโดยเร็ว เพื่อจะได้กระจาย ไปสู่แต่ละจังหวัดด้วย ของผมคงขออนุญาตรบกวนเวลาสภาเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ มีรายชื่อที่แจ้งไว้เพื่อท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ ท่านสมเกียรติ รอดเจริญ ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ท่านนิมิตร ชัยจีระธิกุล ท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ท่านเศวต ทินกูล อาจารย์หมอนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ นะครับ เชิญท่านสมเกียรติ ครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ขอรายงานท่าน ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามติ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ผมก็ดูจากรายงานความคืบหน้าของท่าน นะครับ ตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย หน้าอื่นไม่ติดใจครับ รองสุดท้าย หน้าที่ ๕๔ กรอบอื่น ๆ ท่านรับฟังมาทั้งสิ้นเวลาเดือนครึ่ง มีกรอบอื่น ๆ อยู่ประเด็นเดียวครับ ประเด็น ที่ว่า การมีกรอบระยะเวลาในการตรากฎหมายเพื่อให้มีการบังคับใช้ให้เปึนไปตาม หลักการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญโดยชัดเจน ผมไม่ติดใจนะครับในข้อความเหล่านี้ แต่ข้อเท็จจริงที่ผมอยากเห็นคือ ประเด็นอื่น ๆ มันมีมากมาย เท่าที่ผมลงไปรับฟัง ความคิดเห็น ๒๕ จังหวัด พร้อมทั้ง กทม. อีก ๑ จังหวัด เปึน ๒๖ จังหวัด ของกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของภาคกลางนะครับ มันมีประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อีกเยอะครับในกรอบนี้ แต่ตรงนี้ผมไม่ทราบว่ามันติดขัดอะไรมันถึงมีอยู่แค่นี้ สั้นจุ๊ดจู๋เลย ประเด็นอื่น ๆ อย่างประเด็นด้านเกษตรกรก็มี ประเด็นด้านแรงงานก็มี ประเด็นด้าน รัฐวิสาหกิจก็มี ประเด็นเรื่องการศึกษา เรื่องครูนี่ขอกันมามากเลยนะครับ ครูขาดแคลน ทําไมไม่ดําเนินการหาวิธีการที่จะหาบรรจุอัตราให้มันเพียงพอ เปึนต้น หรือประเด็น ข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอะไรรองรับในภารกิจของเขาบ้าง ลักษณะแบบนี้ครับที่ปรากฏอยู่ แต่บังเอิญพอมาเห็นรายงานของท่านมันมีอยู่กรอบเดียว อันเดียวจริง ๆ ข้อเดียว ส่วนประเด็นอื่น ๆ ประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้มันไม่มีเชี่ยวหรือ ประเด็นเหล่านี้ต่างหากที่เราอยากเห็นในโอกาสต่อไปที่จะทําเฟสสอง เฟสสาม มันน่าจะมีให้เพิ่มมากขึ้น เพราะว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้มีแค่ ๓ กรอบนี้นะครับท่านประธาน มีกรอบอื่น ๆ อีกนะครับ แล้วส่วนที่ผมค่อนข้างที่จะไม่สบายใจเลยตอนนี้ ผมสังเกตดูจาก สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสื่อทางทีวี วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์นะครับ การประชาสัมพันธ์หรือการ ดำเนินการเผยแพร่ให้เห็นว่ามันมีกิจกรรมของสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือการรับฟังความ คิดเห็นของประชาชนในทุกภาคส่วนในทุกจังหวัดนี่ปรากฏมีน้อยมากครับตอนนี้ พยายาม ดูแล้ว เช็กดูแล้วจากกิจการประชาสัมพันธ์ของสภาก็ดำเนินการอยู่แค่ในกรอบแคบ ๆ ใน กรอบจำกัด ก็มีช่อง ๑๑ ที่มองเห็นบ่อยหน่อย ถี่หน่อย มีการถ่ายทอดในแต่ละเวทีให้ฟัง แต่ละเวทีให้เห็นนะครับ ส่วนสื่ออื่น ๆ ด้านทีวีขณะนี้มองเห็น แต่ยังน้อยอยู่นะครับ อสมท. ช่อง ๙ มีให้่เห็นแล้ว แต่ส่วนช่องอื่น ๆ นี่ผมสงสัยเหลือเกินว่าทำไมมันถึงยัง มิปรากฏอยู่เลย ไม่ว่าจะเปึนช่อง ๕ ช่อง ๗ หรือสื่อของรัฐช่องสุดท้ายนี่นะครับ ที่ไอทีวี ก็ยังไม่เห็นปรากฏ นอกจากมีรายการแทรกนิด ๆ หน่อย ๆ ให้เปึ้นสาระจริง ๆ ให้มองเห็น จริง ๆ ว่าเปึนกิจกรรมของสภา ซึ่งมันเปึนวาระแห่งชาตินะครับการร่างรัฐธรรมนูญนี่ มันน่าจะมาเริ่มดำเนินการทำความเข้าใจกันในหลายภาคส่วน แล้วก็เผยแพร่ให้ประชาชน ให้ความร่วมมือและเข้าใจในการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ก็ไม่ทราบว่าทําไมถึงการ ประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ค่อนข้างที่จะเบาบางลง ส่วนที่เรามีกรรมาธิการเรื่องประชาสัมพันธ์ ของสภามีอยู่แล้ว ผมได้สอบถามแล้ว บอกว่าเปึนประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องงบนะครับ งบเรา น้อยจึงจะทําให้ครบทุกสื่อไม่ได้ ก็ถึงเกิดข้อสงสัยว่า เอ๊ะ ทําไมขณะนี้มันเปึนวาระ แห่งชาติ ถ้าเผื่อว่าสื่อทุกสื่อยังคิดถึงเรื่องผลประโยชน์รายได้อยู่มันก็ค่อนข้างอันตราย ช่อง ๕ ผมไม่ทราบว่ายังเปึนของทหารอยู่หรือเปล่า ช่อง ๗ ผมก็ไม่ทราบว่าเปึ้นของทหาร อยู่หรือเปล่านะครับ แล้วช่อง ๙ ช่อง ๑๑ นี่ โอ.เค. ของ อสมท. บังเอิญผมอ่านในรายงาน นี้มีชื่อท่านหนึ่ง ผมบังเอิญไปพบท่านอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมี ส่วนร่วมและการประชามติ มีคุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ซึ่งท่านเปึนประธานบอร์ด (Board) ของ อสมท. อยู่นะครับ ก็คงจะต้องฝากท่านประธานไปถึงท่านประธานบอร์ดซึ่ง เปึ้นกรรมาธิการอยู่ด้วยว่า ขอความกรุณาท่านให้ดำเนินการจัดการให้มันอยู่ในสภาวะที่ มองเห็นแล้วน่าจะเปึ้นสื่อของรัฐ ก็มีข้อสงสัยหลาย ๆ เรื่องที่ผมจะสอบถาม แต่บังเอิญก็ ได้รับการชี้แจงมาในภาคส่วนแรก นอกรอบ ท่านบอกว่าได้ดำเนินการไปแล้วอย่างนี้ ๆ หลาย ๆ ประเด็น แต่ยังปรากฏอยู่น้อย ก็ต้องขอบพระคุณสำหรับ อสมท. ที่ได้ดำเนินการ แล้ว และกําลังจะดําเนินการในสิ่งต่อ ๆ ไปให้มันดีขึ้น แต่ในช่วงเวลาช่วงนี้ล่ะครับ ในเฟสที่ ๒ นี่นะครับ เราเหลือเวลาอีกเพียง ๓ เดือน ถ้าเผื่อมั่วแต่ไหว้ครู่กันอยู่ จะ ดําเนินการ จะทํา จะโน่น จะนี่ ผมว่ารัฐธรรมนูญออกมาเปึ้นเล่มนะครับ ยังไม่ได้ ดำเนินการกันเลย ผมกลัวตรงนั้นมากกว่านะครับ ก็ขอฝากไปถึงท่านประธานบอร์ด อสมท. ด้วยนะครับ ขอความเมตตาเถอะ วาระแห่งชาติตอนนี้ถ้าเผื่อเปึนไปได้ สิ่งที่ท่าน ได้วางโปรแกรมไว้ให้ออกมาเปึนรูปธรรมให้ชัดเจน จะขอบพระคุณอย่างสูงนะครับ ก็ฝากไว้สําหรับทุกสื่อครับ ถ้าเผื่อว่าเมตตาประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะ เปึ้นสื่อวิทยุ ไม่ว่าจะเปึนสื่อทีวี ช่วยกันโหมโรง โหมทำความเข้าใจให้ประชาชนได้รับรู้ หน่อยว่าขณะนี้เราร่างรัฐธรรมนูญอยู่ แล้วไปถึงไหน อย่างไรแล้ว แล้วจะต้องมีวาระ สําคัญลงประชามติกันเมื่อไร อย่างไร ทําความเข้าใจเสียให้เพียบพร้อม ผมว่ารัฐธรรมนูญ นี้ก็อาจจะเปึ้นรัฐธรรมนูญถาวรในโอกาสต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ พอดีกรรมาธิการจะขอตอบนะครับ แต่ผมเรียนท่านกรรมาธิการนิดหนึ่ง เมื่อกี้ท่านอธิบายเยอะ ใช้เวลาเยอะ สมาชิกเพิ่งผ่านไป ๖ ท่าน เดี๋ยวให้สมาชิกอีกสัก ๒ ท่านก่อน แล้วท่านค่อยตอบ ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ท่านศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล และท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้รับประทานอาหาร ก็กรุณาสลับกันไปรับประทานนะครับ ส่วนท่านสมาชิกที่รับประทานเสร็จเรียบร้อย กรุณาเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ เชิญครับท่านวิชัย

นายวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ 🔗

ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ สสร. หมายเลข ๐๕๙ มีประเด็นที่จะขอกราบเรียนใน กรอบที่ ๒ ซึ่งกระผมได้รับฟังความคิดเห็น และพี่น้องประชาชนได้ฝากมา บังเอิญกระผม มารับทราบว่าการกระจายอำนาจในข้อที่ ๑ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น โดย มีระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและเปึนมาตรฐานเดียวกันนั้น กระผมได้รับฟังความ คิดเห็นจากพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานเทศบาล และพนักงานท้องถิ่นหลายคน ได้มาปรารภ์ในเรื่องนี้ครับว่า การกระจายอำนาจนั้นน่าจะต้องมีการสมดุลระหว่างผู้ที่มา จากการเลือกตั้งและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานของรัฐ ซึ่งมีจำนวนมากมาย เหลือเกินทั้งประเทศ แล้วก็น่าจะเปึนกําลังสําคัญในการที่ทําให้การจะร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้นั้นบรรลุผล กราบเรียนว่าน่าจะต้องมี คำว่า เพิ่มขึ้นโดยมีการบริหารระบบการ ตรวจสอบ ตรงนี้น่าจะเพิ่มเข้าไปตรงนั้นด้วย ถามว่าทําไม เพราะว่าพนักงานของรัฐนั้นก็ เปึ้นข้าราชการ เปึนบุคคลสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง ให้ประโยชน์ บริหาร บริการ ประชาชน ถ้าเขามีส่วนร่วม เขามีหน้าที่ที่ชัดเจนว่าเขามีหน้าที่อย่างไร มีอํานาจอย่างไร เขาคงจะไม่ต้องไปอยู่ภายใต้การบริหารจัดการการครอบงำของนักการเมืองที่มาจาก การเลือกตั้งประการเดียว ตรงนี้ก็เปึนประเด็นอยู่มากทั้งประเทศ ก็อยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเปึนไปได้ขอกราบฝากไปถึงคณะกรรมาธิการยกร่างได้โปรดพิจารณาประเด็นที่ กระผมได้นํากราบเรียนด้วยว่า นั่นน่าจะเปึนประโยชน์ และนั่นน่าจะทำให้การบริหาร ของท้องถิ่นนั้นราบรื่น เปึนไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนโดยทั่วไปครับ นั่นเปึน ประเด็นหนึ่ง

ประเด็นที่ ๒ เมื่อกี้พูดถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ กระผมเปึนคนอยู่ในจังหวัดยะลา แล้วก็อยู่ในส่วนของภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ภาคใต้นั้นมีท่านนายกเทศมนตรีนครสงขลา คุณอุทิศ ชูช่วย ซึ่งท่านก็ได้ทำหน้าที่ด้วย ความเข้มแข็งมาโดยตลอด ในส่วนของภาคใต้นั้นคณะกรรมาธิการทุกคนมีความตั้งใจจริง ที่จะทําให้งานการจัดทํารัฐธรรมนูญครั้งนี้บรรลุผล เกิดความสําเร็จไปถึงการทําประชามติ พี่น้องประชาชนรับรอง เราได้ร่วมกันทำ โดยเฉพาะมีท่านหัวหน้าที่มก็คือท่านประธาน ภาคของเราไปทุกหนทุกแห่งรับฟังพี่น้องประชาชนโดยตัวของท่านเอง และสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสองวันที่แล้วท่านรอง คนที่หนึ่ง ท่านก็ไปร่วมด้วย หลาย ๆ จังหวัดครับ ไปรับฟังมา หมด แต่ปัญหาที่กระผมนำกราบเรียนตรงนี้ เมื่อกี้เราได้ฟังบอกว่าจะมีคณะวิทยากร ซึ่งจะมีการฝั๊กอบรมลงไปทำในพื้นที่ ท่านประธานครับ พื้นที่ที่เปึนพิเศษมาก ๆ ในวันนี้นั้น คือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านนายกอุทิศก็ไปกับผม ผมแล้วก็หลายคน ทุกจังหวัด ท่านก็ไปรับฟังมาหมด แต่ว่าปัญหามันมีอยู่ว่า พื้นที่พิเศษเหล่านี้ที่ผมนำกราบเรียน ท่านประธานนั้นที่ห่างไกล วิทยากรทุกคนรู้ไหมพื้นที่มันเปึนอย่างไร คนที่จะได้รับการ ฝ๊กอบรมตรงนี้ วันนี้วันที่เท่าไร เราจะทํางานกันอีกกี่วัน และจะนําเอาความไว้เนื้อเชื่อใจ ความตั้งใจไปบอกพี่น้องประชาชน บอกอย่างไร แล้วก็ในระดับภาค ระดับจังหวัด แม้แต่ คณะกรรมาธิการวิสามัญ อนุกรรมาธิการเขาก็ทำงานกันอยู่ และทำอย่างไร กระผมจึงกราบเรียนฝากท่านผู้หวังดีที่เคารพว่าได้โปรดพิจารณาตรงนี้หน่อยเถอะครับว่า ในระดับภาคเขาก็มีอยู่แล้วส่วนหนึ่ง ระดับจังหวัดเขาก็มีอยู่แล้วล่ะ ถ้าหากว่าการ ทำงานตรงนี้เปึนไปตามเจตนารมณ์ที่ท่านหวังดีนั้นก็จะเปึนพระคุณต่อพี่น้องประชาชน ในส่วนนั้นเปึ้นอย่างยิ่ง แต่กระผมอยากจะกราบเรียนเสนอกับท่านครับว่า ถ้าการใดที่ท่าน ทั้งหลายลงไปทำตรงนั้นแล้ว อย่างน้อยจะต้องบอกกล่าวท่านประธานภาคสักหน่อยหนึ่ง หรือเชื่อมโยงีไปถึงระดับ สสร. ในจังหวัด หรือผู้ที่รับผิดชอบตรงนั้น แล้วมันจะเปึ้นเรื่อง เดียวกันครับ ไม่ใช่ว่าคนนี้ไปทำอย่างนี้ ฝัืงนี้ไปทำอย่างโน้น กระผมเกรงครับว่าพี่น้อง ประชาชนจะสับสน เกรงว่าพี่น้องประชาชนนั้นไม่ทราบจะรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องจากใคร ตรงนี้ครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าถ้าจะลงไปทำเช่นนั้นแล้ว แน่นอนครับทุกคนหวังดี แน่นอนครับเปึนผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าอยากจะให้เปึนเรื่องเดียวกัน อย่าให้เปึนการทับซ้อน เปึนการเข้าใจผิด พูดกันคนละครั้ง ก็กราบขอบพระคุณนะครับ ที่ท่านหวังดี ท่านมีเจตนาดีนะครับ ก็ขอความกรุณาตรงนี้ แล้วก็บอกไปยังพี่น้อง ประชาชนด้วยครับว่า ต่อไปวันข้างหน้านั้นท่านจะไปทําอะไร ตรงไหน อย่างไรก็จะได้รู้ ทั่วกัน ไม่ใช่ว่าคนนี้ทํามาอย่าง อาจารย์กรรณิการ์ทํามาอย่างหนึ่งนะครับ ซึ่งท่านก็ให้ ความเมตตาในส่วน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว กระผมต้องกราบขอบพระคุณท่าน ที่ได้กรุณาเมื่อกี้แทนพี่น้องประชาชนในส่วนนั้นด้วย ขอขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ขออีกท่านหนึ่งก่อนที่จะตอบ ท่านศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล เชิญครับ

นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตเสนอความคิดเห็นผ่าน ไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ ก็คือว่าในการรับฟังความคิดเห็นในกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดที่ผ่านมานั้น สิ่งที่เราได้พบเห็นที่เปึนประเด็นปัญหานั้นก็คือว่า ในส่วนที่ เปึ้นปัญหาหนักที่สุดก็คือเรื่องประเด็นคำถาม เพราะว่าในกรอบแรกที่ผ่านมาผมเชื่อ นะครับว่า เดี๋ยวเราคงมีการแก้ไข แต่ผมอยากจะนำกราบเรียนว่า ในประเด็นคำถาม ที่ถามไปยังประชาชนนั้นครับ ในการสื่อ ในการที่จะอธิบายให้กับประชาชนกลุ่มประชากร ตัวอย่างที่จะเข้ามาเสนอความคิดเห็นนั้น ผลปรากฏว่าประเด็นคําถามต่าง ๆ นั้นมีความ ยากมากในการที่จะทำความเข้าใจ นั่นผมหมายถึง ๓๕ ประเด็นในกรอบแรก ในส่วนที่ ๒ นั้นก็คือในคำถามที่เปึ้นรูปแบบที่ให้แต่ละบุคคลในการที่จะตอบคำถาม นั่นก็คือว่า ในการตอบคำถาม เควสเชินแนร์ที่นำเสนอนั้นทำให้ผู้ที่ตอบคำถามนั้นมีความยากลำบาก และสามารถต้องใช้เวลามากในการดำเนินการตรงนี้นะครับ นั่นก็คือสิ่งที่สะท้อนจาก ประชาชนที่เปึนกลุ่มประชากรตัวอย่าง อีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึ้นสิ่งที่ประชาชนได้สะท้อน กลับเข้ามาก็คือว่า ประชาชนตื่นตัวมากที่ได้มีโอกาสได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเวทีที่ เราจัดขึ้นในทุกจังหวัด แต่ว่าประชาชนที่มาในเวทีเหล่านั้นได้ชี้แจงว่า กรอบระยะเวลาที่ เราให้เขานี่ค่อนข้างสั้น อาจจะเปึนประเด็นจากการที่เราไปเป่ดเวที มีพิธีเป่ดเปึนทางการ ต้องใช้เวลาเป่ด เสียเวลาอย่างมากมาย บางเวทีนั่งรอ เรานัดเก้าโมง ประชาชนมาถึง เก้าโมงครึ่งถึงสิบโมง เป่ดไปอีกครึ่งชั่วโมง เหลือเวลาชั่วโมงครึ่ง เที่ยงเลิกครับท่าน นี่คือ ประเด็นที่บางครั้งเราอาจจะมองว่าเปึนประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กำลัง ทําลายเวทีรับฟังความคิดเห็นด้วยระยะเวลาที่มีความจํากัด หลายเวทีที่ผมไปประเมินมา ผมเห็นนะครับว่าประชาชนได้ตอบว่าเวลาค่อนข้างน้อย หลายเวทีประชาชนได้บอกว่า เขาดีใจมากที่เขาได้มีโอกาสได้มาพูดคุย ท่านเชื่อไหมครับ มีเวทีหนึ่งซึ่งเปึนเกษตรกร ที่จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี ผมถามตัวแทนเกษตรกรที่เข้ามาในเวทีทั้ง ๒๐๐ คนว่าท่านผู้ใด รู้จักรัฐธรรมนูญบ้างให้ยกมือ ๒๐๐ คนยกมือเพียง ๔ คนครับ นี่คือสิ่งที่เรากําลังจะบอกว่า ถ้าเราต้องการที่จะให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังจะสอบถาม สิ่งที่ประชาชนได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือว่า ในประเด็นคำถามที่จะไปถามประชาชนนี่มีโอกาสไหมที่จะทำให้เขาได้มี โอกาสได้ศึกษาล่วงหน้าก่อนสักประมาณ ๓ ถึง ๕ วัน อย่างเช่นที่เรากำลังจะมีร่างแรกใน วันที่ ๑๙ เมษายนที่จะถึงนี้ ถ้าประชาชนมีโอกาสได้ทำการศึกษาประเด็นที่เราจะถาม หรือสิ่งที่เรากำลังจะสอบถามว่า ร่างแรกที่เราออกมานั้นเราได้รับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนที่อยู่ทางบ้านนั้นได้ให้ความคิดเห็น แล้วเราได้นำมายกร่างเปึนมาตราใน รัฐธรรมนูญ มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ประชาชนได้ออกความคิดเห็นแล้ว แล้วเราได้นําเสนอ ประชาชน เห็นหรือไม่ว่าสิ่งที่เขาเสนอให้กับกรรมาธิการยกร่างได้ถูกบรรจุลงในร่างแรกใน วันที่ ๑๙ เมษายน นั่นก็คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการนะครับว่า ทําอย่างไรก็ตามผมเห็นสิ่งที่กําลังได้พูดคุยกันก็คือว่า ในกรอบที่ ๒ หลังวันที่ ๑๙ เมษายน เชื่อว่าคณะกรรมาธิการกำลังจะถ่ายทำวีซีดี (VCD – Video Compact Disc) เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่จะออกร่างแรกในวันที่ ๑๙ เพื่อทําความเข้าใจ แล้วไปเป่ดในเวที ที่จะให้ประชาชนได้มีความเข้าใจตรงกันว่า คณะกรรมาธิการต้องการให้ประชาชนได้ แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังวันที่ ๑๙ นี้อย่างไร ผมฝาก ท่านกรรมาธิการนะครับว่า อย่างไรก็ตามตรงนี้ผมคิดว่าประชาชนกำลังติดตามเราอย่าง เข้มข้น และที่สำคัญ ขณะนี้ประชาชนกำลังตื่นตัว แล้วกำลังอยากมีส่วนร่วม หลายเวที กําลังบอกว่าแล้วทําไมจัดให้แค่ ๑๐๐ คน หลายเวทีทําไมบอกว่าจัดแค่ ๘๐ คน ถึง ๑๐๐ คน ก็เชื่อว่าเวทีเราคงจะขยายมากขึ้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการก็คือว่า ในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนนะครับ เราสามารถที่จะทำได้ในหลายรูปแบบ วันนี้เองนี่ผมอยากจะนำเรียนอย่างนี้ครับว่า ในนามของคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ วันนี้เราได้จัดรายการทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ ทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี ในเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๑.๓๐ นาฬิกา รายการนี้ชื่อว่า คุยกับ สสร. แปลว่าอะไรครับ แปลว่าประชาชนมีโอกาสได้คุยกับสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญโดยตรง รายการนี้เปึนรายการที่จะผลิตเพื่อที่จะสื่อให้กับประชาชนได้ทราบว่า ขณะนี้ สสร. เราได้ดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว โดยรูปแบบของรายการนั้นเปึนการจัด รายการสด มีพิธีกรหลัก แล้วมีพิธีกรรอง มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไปนั่งรับฟัง โทรศัพท์จากประชาชน ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าเรามีโทรศัพท์ ๒๐ สายที่เตรียม ที่จะตอบรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ท่านเชื่อไหมครับว่ารายการแรกเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา โดยเราได้เชิญท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ และเราได้เชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่าง ป้ ๒๕๕๐ ได้ไปพูดคุย เปึนการโหมโรงว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานสภาร่าง แต่ละป้นั้นมีความคิดเห็น อย่างไร ท่านเชื่อไหมครับว่า โทรศัพท์ ๒๐ คู่สายไม่มีสายไหนที่ว่างเลยนะครับ ประชาชน ให้การตอบรับดีมาก เนื่องจากว่ารายการนี้ประชาชนมีโอกาสได้คุยกับสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วที่สําคัญก็คือว่าเรายังเป่ดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ในเวทีใหญ่เรามีการคุย เรามีพาเนล (Panel) ต่างหากที่จะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไปรับฟังประชาชนและได้คุยกับประชาชน ประชาชนได้เสนอมาครับว่าอยากให้สมาชิก สภาร่างไปช่วยกันรับโทรศัพท์จากประชาชนได้ไหม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่เปึนอีกหนทางหนึ่งที่เราจะ รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง เพราะประชาชนไม่มีโอกาสได้คุยกับ สสร. คราวละมาก ๆ ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนว่า ในวันพุธและวันพฤหัสบดี ทุกสัปดาห์รายการนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด ๔๘ ครั้ง จนกระทั่งเดือนสิงหาคม ก็ขออนุญาต เรียนเชิญท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทุกท่านว่าได้มีโอกาสช่วยไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็คงขอกราบขอบพระคุณทางกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่กรรมาธิการทุกคณะ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่จากสำนักส่งเสริมสารนิเทศ สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักวิชาการ สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ทั้งหมดได้ร่วมมือกันทำ และใช้เวลาเพียงช่วงไม่ถึง ๕ วัน เราสามารถเป่ดรายการ แล้วร้ายการนี้ได้รับความสนใจ จากประชาชน อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ยังมีอีกรายการหนึ่งที่เปึนรายการ สสร. คุยกับประชาชน ทางวิทยุของรัฐสภา ซึ่งจะจัดเปึนประจำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เรามี ๒ ช่วงครับ ช่วงแรกก็คือ ๐๗.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา ทุกวัน ช่วงที่ ๒ คือเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา ก็จะเปึ้นรายการที่ สสร. จะคุยกับประชาชน รายการวิทยุนี่ก็เช่นกันครับ เราได้รับโทรศัพท์จากประชาชนมากมาย ประชาชนตื่นตัว เพราะฉะนั้นอยากขออนุญาตเรียนเชิญนะครับว่าท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ผมจะมีแบบสอบถามที่จะให้ท่านแสดงความจำนงที่จะไปเปึนวิทยากรในรายการ หรือ จะเปึนผู้ที่จะไปรับฟังโทรศัพท์จากประชาชน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ทางกรรมาธิการจะชี้แจงช่วงนี้ไหมครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ผมมีเรื่องที่จะชี้แจง สองสามประเด็น แล้วจะขออนุญาตให้อาจารย์วรพลชี้แจงต่อนะครับ ผมเข้าไป รับประทานอาหารเมื่อ ๑๕ นาทีที่ผ่านมา ท่านประธาน สสร. คือท่านอาจารย์นรนิติ ได้บอกกับผมว่ามีหลายท่านยังไม่เข้าใจที่ผมควรจะต้องชี้แจงให้เข้าใจ ก็คือว่าที่เรา รายงานผลที่อาจารย์วรพลเสนอไปนี่เปึนผลจนถึง ณ วันนี้ คือ ณ วันที่เราได้รับ แบบสอบถามก็ดี ได้รับแบบการจดบันทึกของแต่ละจังหวัดเข้ามา แล้วเราก็รวบรวมเปึน ระดับประเทศ มิได้หมายความว่าเราหยุดที่จะรวบรวมผลแล้ว เรายังคงรวบรวมต่อไป เพราะว่าทุกวันก็จะมีการส่งทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาทุกวัน เรากำลังยังต้องรวบรวมต่อไป เรื่อย ๆ แต่ว่าเมื่อสภาขอให้รายงาน ณ วันนี้เราก็เอาผลสุดท้ายเท่าที่มี ไม่ได้หมายความ ว่าต่อไปนี้ไม่เอาแล้ว อันนั้นต้องขอทำความเข้าใจ

ประการที่ ๒ ที่ท่าน สสร. วิชัย ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในห้องนะครับ หวังว่าท่าน คงฟังอยู่ ก็มีคำถามที่ซ้ำซ้อนกันกับที่ท่าน สสร. ประธานภาคกลางพูดเหมือนกัน ก็คือ บอกว่าเราไปรับฟังอะไรที่ซ้ำซ้อน ผมต้องกราบเรียนว่า กรรมาธิการวิสามัญประสานการ มีส่วนร่วมไม่เคยไปจัดเวทีรับฟังเลยสักเวทีเดียว ที่ไปนี่เมื่อแต่ละจังหวัดจัดทำ จัดเวที พวกผมไปร่วมแล้วก็ไปช่วยท่านทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นไม่มีคําว่า ซ้ําซ้อน และไม่มีคําว่า สับสน เพราะไม่เคยไปเลยแม้แต่เวทีเดียวที่ไปจัดเอง แค่นี้นะครับผมต้องกราบเรียนว่า ผมจะแบ่งตัวไม่ได้อยู่แล้ว จะไปจัดทําไมด้วยตัวเองอีก แต่ต้องกราบเรียนว่า ที่คุณมาลีรัตน์ก็ดี หน่วยงานอื่น เช่น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กกต. และ หน่วยงานอื่น ๆ เขาไปทำ ผมคิดว่าอย่าถึงกับให้เขาต้องมารายงานหรือมาขออนุญาตจากกรรมาธิการประจำ จังหวัดหรือภาคเลยครับ เพราะว่าเรื่องของรัฐธรรมนูญมันเกี่ยวพันกับทุกองค์กรและ เขาเองนี่ได้เริ่มก่อนที่เราจะมีกรรมาธิการชุดนี้ด้วยซ้ำ ผมก็กราบเรียนไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาได้กระทำไปก่อนด้วยซ้ำ แล้วแต่ละหน่วยงานก็มีความปรารถนาดีที่จะทำ อย่าได้ ถือเขาถือเรา หรือว่าถือว่าเราเปึนเจ้าของพื้นที่ ผมคิดว่ามันไม่มีใครเปึนเจ้าของพื้นที่ แล้วทางกระทรวงมหาดไทยเขาก็ได้มีคำสั่งไปยังทุกจังหวัดและเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ ความร่วมมือกับเราอย่างเต็มที่ ไม่ได้หมายความว่าเราเปึนเจ้าของเรื่อง เรานี่น่าจะยินดี ไม่ใช่หรือครับที่จะเห็นหน่วยงานทั้งหลายออกไปกระจายการรับฟังความเห็นของ ประชาชน ผมกราบเรียนไปแล้วนะครับ อย่าคิดแต่เพียงว่าเราจะได้ความเห็นจาก ประชาชนเท่านั้น เรากำลังทำให้ประชาชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในทาง การเมือง ยิ่งในขณะนี้ยิ่งหน่วยงานทั้งหลายช่วยกันทำนี่ผมว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง สําหรับประเทศชาตินะครับ เพราะฉะนั้นอย่าได้คิด แล้วเราทําให้ตายนี่ ทําอย่างไรก็ตาม ผมพูดได้เลยว่าเจ็ดสิบกว่าจังหวัดทำได้เรือนแสนนี่ก็เก่ง อย่าว่าเรือนล้านเลย เรามี ประชากรทั้งหมดกี่ล้านคนครับ ไม่ต้องพูด แล้วเรานี่จริง ๆ แล้วจําเปึนเหลือเกินที่เรา จะต้องประสานการมีส่วนร่วมจากองค์กรต่าง ๆ ผมยังบอกเลยว่า ผมนึกในใจนะครับ แต่ว่าก็ไม่อยากจะต่อว่า องค์กรอื่นที่ยังไม่ได้ทำนี่มีอย่างมากมาย อยากจะเชิญชวนให้ เขาทำ อยากจะยั่วยุให้สำนักนายก ทำมากกว่านี้อีก เพราะสำนักนายกตั้งต้นมานะครับ ผมจะบอกให้ ผมยังไม่ได้เปึ้น สสร. เลย สำนักนายกว้างแผนแล้ว แล้วก็เชิญผมไปให้ ความเห็น ผมยังไม่ได้เปึน สสร. เลยตอนนั้น ว่าควรจะเดินอย่างไรบ้าง ควรจะมี กรรมาธิการกี่ชุด อนุกรรมาธิการกี่ชุด ผมไปช่วยเขาคิด ช่วยเขาวางแผน ตั้งแต่เรายังไม่ เปึนวุ้นอยู่เลย สสร. ยังไม่มีเลย แต่แล้วในที่สุดเขาก็ยังไม่ค่อยได้ทําอะไร อันนั้นผมยัง อยากจะต่อว่าเขาด้วยซ้ํา แต่เรานี่อย่าไปหวงเลยครับว่า ถ้าเขาจะทําขอให้เขาทําเยอะ ๆ เลยครับ ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าอยากจะให้ทุกฝ์ายช่วยกันทำ เพราะเรานี่ทำอย่างไรก็ตามเรือนแสนก็เก่ง เรือนล้านนี่ทำไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมี ๗๖ จังหวัด ให้ได้ล้านคนนี่ผมว่าก็เก่งนะครับ ทีนี้อยากจะกราบเรียนที่ตั้งข้อสังเกตมานั้นนะครับ ผมคิดว่าดี ก็คือว่าท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ก็ดี แล้วท่านส่วนใหญ่ที่หยิบยกขึ้นมา ส่วนใหญ่ท่านจะเปึนกรรมาธิการยกร่าง แล้วก็บอกฝากด้วยให้ไปถาม ผมอยากจะเรียน อย่างนี้นะครับ นั่นคือเฟสที่ ๒ ที่พวกเราได้เตรียมไว้แล้ว ซึ่งประเดี๋ยวถ้าถึงเวลานั้นผมจะ อธิบาย แล้วจริง ๆ แล้วนี่อยากจะได้จากท่านอย่างนั้นล่ะครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ท่านก็ คงจะยืนยันได้ว่าเราประชุมร่วมกัน ก็อยากจะให้ท่านกำหนดประเด็น กระผมกราบเรียน ไว้แล้วด้วยว่าประเด็นหนึ่งมันไม่ได้มี ๑ มาตรา คือเมื่อยกร่างเสร็จแล้ววันที่ ๑๙ เมษายน ผมขอประเด็นพร้อมกับประเด็นที่ ๑ อาจจะประกอบไปด้วยหลายมาตรา เช่น ถ้าอยากจะ ฟังเรื่องวุฒิ วุฒิจะประกอบไปด้วยมาตราบางมาตราที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ บางมาตรา กำหนดเรื่องที่มา บางมาตรากำหนดที่อำนาจ ถ้าท่านสามารถที่จะผนวกรวมให้ได้นี่ เราก็ จะไปรับฟังความเห็นประชาชนได้ง่ายขึ้นว่าในประเด็นนั้นประกอบไปด้วยอย่างนี้ ๆ เพราะตอนนั้นมันยกร่างเสร็จแล้วในร่างแรก ประเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังครับท่านประธาน ในถึงเวลาตอนนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าดีที่ถามมานะครับ แล้วก็ที่คุณศักดิ์ชัย บอกว่าพิธีกรรมที่ไปสังเกตดูนี่พิธีกรรมมันมาก พิธีเป่ดมันมากนี่ ตรงใจเลยครับ ซึ่งเราก็ ตรงกันนะครับ ไม่อยากจะเห็นกรรมาธิการแต่ละจังหวัดนี่มีพิธีกรรมมาก ผมก็เคยพูดอยู่ ตลอดเวลา แต่ว่าก็ฝ๋นไม่ค่อยจะได้ เพราะว่าเปึนวัฒนธรรมของไทยที่จะต้องเอาผู้ใหญ่มา แล้วผู้ใหญ่ก็ชอบเดินสายเป่ดงานด้วย แล้วถ้านายอำเภอหรือผู้ว่าคนไหนไม่มาเราก็ไปว่า เขาอีก มันก็เปึนพิธีกรรมซึ่งเขาเองก็ลำบากใจ เขาไม่ได้อยากมาหรอกครับ แต่ว่าเมื่อเรา ขอให้เขามา เขาก็มา มาเสร็จก็กล่าวรายงาน รายงานเสร็จผู้ว่าก็พูด ประธานก็พูด ประธานในพิธีพูด พูดเสร็จ ก็พูดกันไปพูดกันมา พิธีกรรมแจกของอะไรต่ออะไรวุ่นวาย เสียเวลา ผมเห็นด้วยที่คุณศักดิ์ชัยพูดนะครับ แล้วก็ที่บอกว่าขอศึกษาล่วงหน้า ๓ ถึง ๕ วันนี่ ถ้าเปึนไปได้นี่ผมเห็นด้วยเลยที่ประชาชน จะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง แต่คำถามต้องช่วยคิดนะครับ จะทำอย่างไรให้ประชาชนได้ทั่วถึง ๓ ถึง ๕ วันก่อนหน้า ผมยังนึกไม่ออก ยกเว้นต้องใช้สื่อ ผมนึกไม่ออกจริง ๆ เราจะทำ อย่างไรที่ให้ได้ ๓ ถึง ๕ วันล่วงหน้า ถ้าไม่ใช้สื่อนี่ทำไม่ได้ เราไม่มีหนทางที่จะกระจาย ได้ทั่วถึงประชาชนทั้งประเทศก่อนที่จะรับฟังนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องกลับไป เรื่องสื่อนะครับ

สุดท้ายอยากจะขอให้อาจารย์วรพลช่วยชี้แจงในสิ่งที่มีคำถามเกี่ยวข้องกับ เรื่องสถิติเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรพวกนั้นนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนว่าสถิติที่ออกมานี่เรา ไม่ค่อยได้เน้นในเชิงปริมาณนัก แต่ว่าเราเน้นในเชิงคุณภาพอยู่แล้ว แต่ว่าวันนี้คงไม่มี โอกาสได้อธิบายในเชิงคุณภาพว่า ที่ประชาชนเห็นอย่างนั้นเขาให้เหตุผลอย่างนี้ ๆ นี่ ถ้าผมพูดทีละมาตราหรือทีละเรื่องนี่นะครับวันนี้ไม่มีทางได้ อาจารย์วรพลก็เลยสรุปว่า เรื่องนี้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นอย่างนี้ แต่ไม่ได้อธิบายให้ท่านฟัง แต่เราได้บันทึกแล้วก็ บอกกรรมาธิการยกร่างอยู่ตลอดว่า เนื้อหา ความเห็นเขาเปึนอย่างไร แต่ถ้าสมมุติว่า ท่านอยากจริง ๆ นะท่านประธาน มติที่ประชุมอยากจะเอาเมื่อไรบอกนะครับ เราจะไป ทีละเรื่อง เรื่องหนึ่งก็เปึนชั่วโมงนะครับ เพราะว่าเขาให้ความเห็นเปึ้นรายละเอียดมา ถ้าจะต้องการก็บอกนะครับ ผมพร้อมที่จะอธิบายตรงนั้นนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญท่านวรพลครับ

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ครับ กระผม วรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตเสริม ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ อยากจะเรียนว่าข้อแรกนะครับ สถิติดังกล่าวนั้นเราได้บันทึกรวบรวมประมวลไว้ และได้นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ยกร่างไปหมดแล้วนะครับ รวมทั้งความเห็นอื่น ๆ ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้เรา ไม่ได้เขียนความเห็นอื่น ๆ ไว้ ก็เปึนการสรุปเพียงไม่กี่หน้า แต่หากที่ท่านอยากได้รับนี้ คงเปึนแฟัมใหญ่ ๆ ๑ แฟัมนะครับ ซึ่งกรรมาธิการยกร่างได้รับไปหมดแล้วนะครับ และ แต่ละข้อก็มีความเห็นด้านอื่น ๆ ของแต่ละเรื่อง ซึ่งมีท่านสมาชิกบางท่านได้ถามว่า อื่น ๆ ไม่เห็นบันทึกไว้นะครับ ต้องขออนุญาตเรียนว่าบันทึกไว้ในแฟัมหมดแล้วนะครับ แม้กระทั่งเรื่องความเห็น ถ้าความเห็นนั้นเปึนความเห็นที่มีคนให้ความเห็นพอเพียง นะครับ ต้องเรียกว่า พอเพียง ก็จะบันทึกไว้ เช่นเรื่องสภาเกษตรนะครับ ก็มีอยู่ในนี้ครับ มีความเห็นอยู่ ๐.๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็อยากจะเรียนว่ามีอยู่นะครับ แต่ว่ามันมากมาย ซึ่งเราคงประมวลไม่หมด ข้อที่ ๒ ความเห็นนั้นต้องถูกบันทึกโดยวิทยากรประจำแต่ละเวที ด้วยนะครับ นี่ข้อแรก อยากจะเรียนว่าอย่างนั้นนะครับ

ข้อที่ ๒ คำถามนี่นะครับ ทำไมเปึนรูปเควสเชินแนร์เปึนหลัก ความจริง ไม่ใช่ครับ เรามีคำถามใน ๒ แบบ แบบแรกคือเปึนประเด็น ซึ่งให้แต่ละเวทีไปดำเนินการ อภิปรายกันนะครับ ซึ่งหมายความว่าต้องมีวิทยากรแต่ละเวที ซึ่งคณะกรรมาธิการ จังหวัดนี่จะเปึนคนดูแล อธิบาย เราถือว่าเวทีอภิปรายนั้นเปึ้นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ ไม่ใช่ไปรับฟังอย่างเดียวครับ คือการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ และเปึนการกระตุ้น เตือนประชาชนให้สนใจแล้วก็เข้าใจรัฐธรรมนูญมากขึ้น เปึนเวทีแลกเปลี่ยนนะครับ และ ประมวล สังเคราะห์ สรุปไว้โดยวิทยากรประจำเวทีนั้น ๆ และส่งข้อมูลมาถึงเราโดยทาง อีเมล์และทางเอกสารนะครับ เราก็นำความเห็นนั้นประมวล ถ้าหากความเห็นบางส่วน หรือเปึนความเห็นอื่น ๆ ที่มีความสำคัญเราก็ประมวลด้วย โดยจัดรวบรวมว่าถ้าเปึนระดับ ความเห็นที่ค่อนข้างมีคนพูดถึงมากเราก็จะจัดขึ้นมา ที่น้อยเราก็ค่อย ๆ ไล่ลงไปหรือ ตัดออกไปนะครับ ในส่วนนี้อยากจะเรียนว่าคำถามนั้นนะครับเปึนประเด็นที่วิทยากรต้อง อธิบาย ต้องอภิปรายด้วยนะครับ ต้องเรียนว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ แต่ก็เปึนเรื่องที่วิทยากรจะต้องอธิบาย ต้องอภิปรายชี้แจง ฉะนั้นวิทยากรจะต้องเลือก อย่างดีนะครับ ต้องขออนุญาตเรียนว่า แต่ละเวทีนะครับต้องขอรบกวนท่านกรรมาธิการ จังหวัดท่านช่วยกรุณาคัดวิทยากร แล้วก็ช่วยกันซ้อมวิทยากรในเรื่องนี้ให้ดีเพียงพอ และ เวลาในการอภิปรายแต่ละข้อนี้ก็ขอให้จัดเวลาให้ดี แล้วก็พิธีกรรมต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ได้พูดถึงนั้นผมคิดว่าควรตัดออกไปให้มากที่สุด เพื่อเวลาในการอภิปรายให้มากที่สุด เพราะเวลาท่านก็น้อยอยู่แล้ว มีเวลาเพียงครึ่งวัน บางเวทีนะครับผมอยากเสนอว่า ทําให้มากกว่าครึ่งวันก็เปึนการดีนะครับ แล้วก็บางหัวข้อก็จะได้มีเวลาอภิปรายมากขึ้น

ในประเด็นต่อไปนะครับ คำถามเหล่านั้นบางคำถามได้รวบรวมแต่ละภาค มีข้อมูลด้วยหรือไม่ เขาบอกว่าเรียนว่ามีนะครับ ในคำถามนี่เราได้แยกเปึ้นรายภาคด้วย นะครับ แต่รายละเอียดนั้นได้ส่งไปให้กรรมาธิการยกร่างหมดแล้วนะครับ และในกรณีของความเห็นของประชาชนที่ตอบเปึนแบบสอบถามรายบุคคลมานี่นะครับ และประมวลทั้งภาพรวมทั้งหมด และยังสามารถประมวลแยกแยะความเห็นตาม รายอาชีพด้วยนะครับ และความเห็นที่ตามรายภูมิลำเนาว่าท่านอยู่กรุงเทพ อยู่ อบต. อยู่ เทศบาลก็ยังแยกไว้ให้อีกนะครับ ซึ่งอันนี้กรรมาธิการก็นําไปประมวลนะครับ ความเห็น ทั้งหมดนี่แล้วยกเปึนเปอร์เซ็นต์ไว้ อย่างไรก็ตามประมวลออกมานี่เปึนเปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์สูงก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเปึนความเห็นที่ชัดเจน เปอร์เซ็นต์กลาง ๆ ๔๐ ๕๐ ๖๐ นี่ ก็อยู่ระดับกลาง ๆ กรรมาธิการยกร่างก็คงไปนั่งพิจารณาต่อว่าควรจะนำมาพิจารณา มากน้อยแค่ไหน แต่ความเห็นที่เกินระดับ ๖๐ ขึ้นไปก็เปึนความเห็นที่ชัดเจนมากขึ้น อันนี้ก็อยากจะเรียนว่าเปึนวินิจฉัยของท่านกรรมาธิการยกร่างแต่ละท่าน แต่ใน คณะกรรมาธิการจะพิจารณาเองว่าความเห็นเปึนอย่างไร นำไปใช้มากน้อยเพียงไร ก็อยากจะเรียนว่านี่เปึนการประมวลความเห็นประชาชน คล้าย ๆ เหมือนบอกทิศทาง ความเห็นประชาชน ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างจะนำไปใช้มากน้อยเพียงไร อย่างไร แค่ไหนนั้นก็เปึนเรื่องของกรรมาธิการยกร่างจะดำเนินการต่อไปนะครับ ส่วนเรื่อง เกี่ยวกับความเห็นที่ยังค้างคาอยู่บ้าง ซึ่งขอเรียนว่าเปึนธรรมดาครับ ซึ่งจะนำไปสู่ คำถามในกรอบที่ ๒ ต่อไป เช่น เรื่องว่า สว. นั้น มีคำถามทั้งรอบแรก กรอบแรกนี่ก็จะมีว่า ถ้ารายเวทีก็จะมีความเห็นว่าการสรรหามาจากกลุ่มอาชีพนี่พอรับได้มี ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นะครับ แต่ในกรณีของรายบุคคลที่ตอบมานี่ค่อนไปทางการให้เลือกตั้งนะครับ จึงเห็นว่า มีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ้าง อันนี้ก็เปึนเรื่องรายละเอียดของการรับฟังความเห็น มานะครับ ส่วนเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ก็ชัดเจนนะครับว่าเห็นด้วยเพียงบางส่วน ไม่เห็นด้วย ๔๖ เปอร์เซ็นต์ เปึ้นต้นนะครับ ก็มีความเห็นก้ำกึ่งกันอยู่บ้าง ไม่เห็นด้วย ๔๖ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยเพียง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เปึนเรื่องวินิจฉัยของคณะกรรมาธิการยกร่างจะไป พิจารณาต่อไปนะครับ เรื่องการศึกษาก็มีชัดเจนนะครับ ก็มีความเห็นของประชาชน ควรมีสิทธิเสรีภาพเข้าถึงการศึกษาอย่างมากเพียงพอนะครับ มีความเห็นอื่น ๆ ว่า ควรมากกว่า ๑๒ ป้ เช่นเดียวกัน เราก็ประมวลไว้ บางท่านบอกว่าให้ถึงปริญญาตรีด้วย นะครับ ก็มีหลาย ๆ ส่วนที่ได้เปึนเปอร์เซ็นต์จำนวนหนึ่งที่บอกว่าต้องขอให้ถึงขั้น ปริญญาตรี เปึนการศึกษาที่ภาครัฐจะต้องส่งเสริมให้เต็มที่ เพราะโยงไปถึงว่าในเมื่อ บังคับว่า สว. และ สส. ต้องมาจากผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ก็ควรจะไปโยงถึง การศึกษาว่าควรจะถึงขั้นบังคับ และรัฐจะต้องเปึ้นผู้ดูแล ให้ครบถ้วนถึง ๑๖ ป้ คือ ปริญญาตรีด้วยก็จะเปึนการสมควรนะครับ อันนี้ก็เปึนการโยงให้ฟังว่ามีความเกี่ยวโยงกัน อยู่พอสมควร

ในส่วนสุดท้ายที่อยากจะเรียนว่า ครั้งนี้ตามที่ได้รับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนมา ประชาชนให้ความสำคัญเรื่องเกี่ยวกับนโยบายรัฐค่อนข้างมาก จะเห็นว่า เปอร์เซ็นต์ชัดเจนขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับว่า นโยบายสาธารณะนี่รัฐบาลที่จะต้องทําต่อไป ประชาชนอยากมีส่วนร่วมเปึนพิเศษในส่วนนี้นะครับ และในกรณีที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ และสังคม ประชาชนให้ความสําคัญมากว่าค่อนข้างจะเห็นว่ารัฐควรให้ความสําคัญ เรื่องนี้ และประชาชนควรมีส่วนร่วมเรื่องนี้มากในการกำหนดทิศทางและแผนพัฒนา เศรษฐกิจ สังคมของประเทศเปึนอย่างยิ่ง เพราะประชาชนรู้สึกกระทบกระเทือนต่อ ความเปึนอยู่ของประชาชน และประชาชนเริ่มเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึ้นส่วนที่ ประชาชนต้องมีส่วนได้รับผลกระทบด้วย ประชาชนควรมีส่วนร่วมและใช้รัฐธรรมนูญมาก เหมือนกับคนทั่วไป ประชาชนอาจจะคุ้นเคยครั้งแรก ๆ ว่ารัฐธรรมนูญนั้นใช้เฉพาะ หมู่นักการเมือง ความจริงแล้วประชาชนควรมีสิทธิใช้ ซึ่งจริง ๆ ก็เปึ้นเช่นนั้นนะครับ ก็หวังว่ารัฐธรรมนูญจะเปึ้นที่ใช้อย่างกว้างขวางทุก ๆ ส่วนของสังคมนะครับ อันนี้ก็เปึ้น ความเห็นของประชาชนที่ได้ประมวลมา แล้วก็ขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าเรื่องที่เราเฝั้ารอคอยฟังคำชี้แจงค่อนข้างจะ ละเอียดก็เรื่องเฟสสอง ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการมาปรึกษาหารือผมว่าเราจะเร่ง ป่ดประเด็นที่เราพูดกันอยู่ให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นผมจะขอขีดอย่างนี้ได้ไหมครับ ที่ท่าน เสนอชื่อไว้แล้วเราก็ป่ดขีดตรงนี้ ท่านจะเพิ่มเติมใช่ไหมครับ เพิ่มเติมได้ครับ แล้วก็ หลังจากนั้นหลังท่านการุณ แล้วก็จะให้เริ่มเฟสสองหรือยัง ยัง ยังจะเอาก็ไม่เปึนไร ถ้าใช้ เวลา แต่ผมจะใช้เวลามาก ณ ขณะนี้ที่อยู่ อย่างนั้นก็ขอเอาอย่างนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ลองดู ท่านปกรณ์ ปรียากร เชิญครับ

นายปกรณ์ ปรียากร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ผมเรียนว่าวันนี้เราได้รับสิ่งที่มีประโยชน์มากนะครับสําหรับการทํางาน ร่วมกันของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะเปึนการสรุปความคิดเห็นที่เราได้รับจากพี่น้องประชาชนที่ผ่านการกลั่นกรอง อย่างเปึ้นระบบ แล้วก็มีระเบียบของการที่จะนำเสนอ และชี้ให้เห็นว่าในเวลานี้กระแส การเคลื่อนไหวเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญได้ปรากฏชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ เราได้รับในเวลานี้แสดงว่าประชาชนสนใจนะครับ ถึงแม้ว่าประชาชนอาจจะบอกว่าไม่ได้ เห็นรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เขาสนใจและเขามีความคาดหวังสูง ต้องการมีส่วนร่วม และ ต้องการให้สิ่งที่เขาแสดงความคิดเห็นถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ อันนี้ผมเชื่อว่าเราทุกคน ในที่ประชุมแห่งนี้ก็คงต้องขอบคุณกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมทุกท่าน ซึ่งในที่นี้อาจจะมีรวมทั้งท่านที่ไม่ได้เปึนสมาชิกสภาร่างด้วย และผมเห็นด้วยกับ อาจารย์เจิมศักดิ์ว่าเราไม่ควรที่จะไปบอกว่าใครทำอะไรเกินหน้าที่หรือไม่ ที่จริง การร่วมมือกันในการทำงานอย่างนี้เปึนกระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะสะท้อน ให้เห็นว่าความปรารถนาดีของประชาชนนั้นมีสูงกว่าความปรารถนาดีในทางตรงกันข้าม ของนักการเมืองที่กําลังวิจารณ์เรื่องของรัฐธรรมนูญในขณะนี้ด้วยซ้ําไป ข้อสังเกต ที่ผมคิดว่าหลายส่วนตรงกัน และทางกรรมาธิการได้นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ยกร่างมาแล้ว ๓ ครั้งนะครับ และครั้งสุดท้ายก็คือเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม และ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เองก็ย้ำอยู่เสมอว่าเราจะนําเอาเรื่องนี้ไปบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้เหมาะสมอย่างไร แต่ก็แน่นอนว่ามันก็มีบางเรื่องนะครับที่มันอาจจะเปึนประเด็นที่ยัง ต้องตั้งเปึนประเด็นใหม่ที่จะต้องดําเนินการร่วมกันในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากวันที่ ๑๙ เมษายนศก์นี้นะครับ ในระหว่างนี้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ ร่างรัฐธรรมนูญไปด้วยเปึนรายมาตรา เพราะว่าถ้าไม่ทําเช่นนั้นเราก็อาจจะทําไม่ทัน ประเด็นที่ผมได้รับในขณะนี้ จากข้อสังเกตของการอ่านอย่างละเอียดตั้งแต่เช้ามานี่ ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมชัดเจนเลยนะครับ ในหลายเรื่องทีเดียวที่เราปฏิเสธไม่ได้และ ต้องบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแน่นอน ก็คือการมีส่วนร่วมในทางการเมือง ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่อง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอกฎหมาย การถอดถอนและการดำเนินคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง การถอดถอน สส. สว. เช่นนี้เปึนต้นนะครับ ที่ได้รับ จากข้อมูลเหล่านี้ แล้วก็ควรบัญญัติเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนใน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจนเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งในสิ่งเหล่านี้ ในร่างรัฐธรรมนูญผมคิดว่าเราได้มีการบรรจุในเรื่องเหล่านี้ไว้โดยชัดเจนนะครับ ในอีก ด้านหนึ่งนั้นก็จะเปึ้นเรื่องของการที่น่าชื่นชมนะครับที่รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนยังได้บอกถึงว่าสิ่งที่เขาต้องการแม้ว่าจะเปึ้นสิ่งที่ยาก มาก ก็คือเรื่องของการกำหนดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมที่สมบูรณ์ และการสร้างกลไกที่ จะทําให้การตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบต่าง ๆ ตั้งแต่ขั้นของการเลือกตั้งไปสู่ขั้น ของการดำเนินพันธกิจในทางการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งความพยายามที่จะพัฒนาองค์กร อิสระให้มีความเปึนอิสระที่แท้จริง ปลอดจากการครอบงำในทางการเมือง ซึ่งอันนี้เปึน ประเด็นที่ผมคิดว่าเราได้มาค่อนข้างสูงมากนะครับในสิ่งเหล่านี้ ในขณะเดียวกันเปึ้นที่ น่ายินดีนะครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ถ้าเราสังเกตนะครับว่าในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันนี้เขาได้เผยแพร่เว็บ มติชนโพล (Poll) โดยโหวต ๒๒ ประเด็นร้อนในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเขาได้ดำเนินการควบคู่กันไปกับที่ทางสภาร่างได้ทำ แล้ววันนี้เขาก็เผยแพร่ออกมา ทั้งหมด ๒๒ ปีมร้อน ซึ่งหลายเรื่องหรือเกือบจะทั้งหมดก็สอดคล้องกับสิ่งที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมได้สรุปรายงานต่อที่ประชุมในวันนี้ มีบางเรื่องซึ่งเราต้องมาร่วมกันกำหนดประเด็นเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะสานโยงจากที่ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ร่วมกันระหว่างกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมก็บอกว่า อยากจะให้กำหนดประเด็นที่อยากรับฟังเพิ่ม โดยระบุด้วยว่าแต่ละประเด็นสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับมาตราใดบ้างที่เราได้ร่างอยู่แล้ว เพราะในวันที่ ๑๙ เมษายนเราร่างเสร็จ วันที่ ๒๖ เมษายน จะต้องเริ่มเผยแพร่ ร่างรายมาตราเหล่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นยุติลง ในทางกลับกัน ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ที่เราใช้อยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นที่เราได้รับนอกจาก ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เรา ทราบกันแล้ว ในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๒๖ ก็ยังได้พูดไว้ชัดเจนว่า ให้คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารชี้แจงตามวรรคหนึ่งให้ประชาชน ทั่วไปทราบ ตลอดจนส่งเสริมและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ประกอบด้วย เพราะฉะนั้นในกรณีอย่างนี้เราจะเห็นชัดนะครับว่ากระบวนการยังไม่ได้ยุติ เด็ดขาด สิ่งที่เปึนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเราจะพยายามทำร่วมกัน และคราวนี้จะเปึน การทําร่วมกันในลักษณะที่เปึนพลังประสานมากกว่าที่จะมาพูดกันบอกว่าใครทําอะไรกัน หรือไม่ ใครทำอะไรเกินไปหรือเปล่า แต่เปึนพลังประสานร่วมกันมากกว่า ทั้งพลังในสภา ร่างรัฐธรรมนูญและพลังประชาชนนอกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในเวลานี้ผมได้พยายามที่จะ ประสานกับพลังภายนอกของสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย ไม่ว่าจะเปึนสื่อมวลชน ซึ่งผม คิดว่าจะเปึนสิ่งที่มีประโยชน์มาก ท่านทั้งหลายลองดูนะครับ หนังสือพิมพ์มติชน ขอเอ่ย ชื่อ และขอยกเอกสารให้ดูนะครับ เขาตีพิมพ์วันนี้ ก็ถือว่าเปึนกระแสที่มันกระเพื่อมไหว ได้รวดเร็ว หรือการที่เราจัดรายการทางโทรทัศน์ในวันอาทิตย์อย่างเมื่อวานนี้ เมื่อวานนี้ ก็เปึนประเด็นที่ค่อนข้างจะเรียกได้ว่าเข้มข้นและมีการสานสนทนาหรือว่าถกแถลงกัน ค่อนข้างจะมีระเบียบและเปึนระบบ และทุกคนก็ทราบว่ามันเปึนเรื่องที่สำคัญในประเด็น ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในระยะนี้เรากําลังเตรียมการเข้าสู่การที่จะไปฟังความเห็นหลังจาก วันที่ ๑๙ อยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยกร่าง เสร็จแล้วก็มอบให้ท่านประธานสภาร่าง วันที่ ๑๙ แต่หลังจากนั้นเราจะต้องไปพิมพ์ ร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกับตาร่างเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับคําชี้แจง ประกอบการอธิบายของการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคําชี้แจงที่ผมคิดว่า น่าจะเปึนประโยชน์ ก็คือปัญหาของรัฐธรรมนูญเดิมนั้นเปึนอย่างไร ประชาชนมีความ คิดเห็นต่อปัญหาเหล่านั้นเช่นใด และประชาชนได้เสนอความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ มาแล้วอย่างไร กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทําการยกร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นเช่นใด ซึ่งอันนี้ก็จะสอดรับกับที่ ขอเอ่ยชื่อ ท่านการุณ ใสง่าม ซึ่งเคยอภิปราย มาแล้วเมื่อสัก ๒ สัปดาห์ก่อนโน้น เพื่อจะทําให้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เราออกไปนั้นมันมี สภาพที่ดีกว่า และตรงกับความคิดเห็นของประชาชนด้วยเหตุผลอะไรบ้าง ในส่วนที่ ไม่ตรงกัน ซึ่งในขณะนี้ก็มีอยู่บางประเด็นนะครับ อย่างเช่นในเรื่องของเขตการเลือกตั้ง เรื่องของบัญชีรายชื่อ ซึ่งเสียงที่สะท้อนกลับมามันก็ก้ำกึ่ง หรือข้อเสนอที่จะเปึนบัญชี รายชื่อในลักษณะอื่น อย่างเช่นที่ท่านอาจารย์เกริกเกียรติได้กรุณาอธิบายเมื่อสักครู่นี้ เปึ้นความเห็นนะครับ ในเชิงของสัดส่วน เรื่องของ สว. สว. นี่ปรากฏชัดว่ายิ่งฟังความเห็น นี่เรื่องของการมาจากการเลือกตั้งยิ่งมีสัดส่วนสูงขึ้น มีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น การสรรหาที่เรา เสนอออกไปเริ่มมีส่วนที่ลดลง ซึ่งตรงจุดนี้เราก็จำเปึนที่จะต้องเข้ามาสู่การพิจารณา และถ้าเราเสนอออกไปในลักษณะใดลักษณะหนึ่งมันก็อาจจะต้องมีเหตุผลประกอบ และในร่างรัฐธรรมนูญก็อาจจะต้องทำเปึนแบบให้เลือกหลาย ๆ แบบ ไม่ใช่ออกมาใน ลักษณะใดลักษณะหนึ่งเพียงลักษณะเดียว แต่แน่นอนที่สุดนะครับ ด้วยความกรุณาของ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ก็ได้แนะนำอยู่พอสมควร ในเรื่องแรกก็ คือว่านอกจากเอกสารแล้ว เราก็ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ของรายมาตราทั้งหมด ส่วนจะ เปึ้นฉบับใดบ้างนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งอันนี้เราอาจจะรวมไปถึงที่สมาชิก สภาร่างบางท่าน ขอเอ่ยชื่อ ท่านประดิษฐ์นะครับ ซึ่งมาจากเพชรบุรี ก็เสนอว่าน่าจะ ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของทุกจังหวัดด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะไม่มากในจุดนั้น แต่การกระจายตัวจะเข้าถึงคนได้อย่างกว้างขวาง มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็จะมีการทำซีดีนะครับ เปึนประเด็นรายการอธิบายชี้แจงเหตุผล ที่ร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ต้องการถามความคิดเห็นกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ที่เราทําอยู่ เมื่อเช้านี้ก็มีการประชุมร่วมกันนะครับระหว่างกรรมาธิการยกร่าง บางส่วน กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ และกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ท่านอาจารย์กรรณิการ์กรุณาลงไปนั่งพูดคุยอยู่ด้วย ข้อเสนออันหนึ่งซึ่งผมคิดว่า สมาชิก สภาร่างทุกคนน่าจะเข้ามามีส่วนร่วมได้เต็มที่ ก็คือร่วมกับกรรมาธิการยกร่าง ซึ่ง กรรมาธิการยกร่างจะตั้งศูนย์ตอบคำถามและอธิบายถึงเหตุผลของเจตนารมณ์ในการ ยกร่างแต่ละประเด็นเปึ้นรายมาตรา ซึ่งจะขนานไปกับการจัดเวทีในช่วงที่ ๒ ซึ่งการจัดเวที ในช่วงที่ ๒ ตรงจุดนี้ผมคิดว่าก็จะเปึนส่วนที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์คงจะอธิบายต่อไป นะครับว่าในการจัดเวทีในช่วงที่ ๒ จะเปึนเช่นไร แต่อย่างไรก็ตามกรอบระยะเวลาที่เรา จะมีก็คือ การโหมโรงอาจจะเริ่มวันที่ ๑๙ แต่การเผยแพร่จริง ๆ มันจะไปเริ่มวันที่ ๒๖ เมษายน เปึนระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน ระยะเวลาตรง ๑ เดือนตรงนี้นะครับเปึน ระยะเวลาที่ผมคิดว่าความคิดของ สสร. ทุกท่าน การดำเนินการของกรรมาธิการทุกชุด ก็จำเปึนจะต้องประสานพลังร่วมกัน แล้วก็ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนเสนอความเห็นเข้ามานั้นเราได้รับคำตอบว่าเราได้บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เต็มที่นะครับ ส่วนการทำงานร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญ ๗๖ จังหวัด กับกรรมาธิการ ประจำภาคต่าง ๆ ซึ่งเมื่อกี้ที่อาจารย์เจิมศักดิ์ให้ตัวเลข ก็เปึนเวทีที่เรามีทั้งหมด ๘๐ เวที ถ้าเรามองกันอย่างนี้ ถ้าเรามองลักษณะนี้ ถึงแม้เราจะมีคำถามที่กลับมาที่สภาร่าง ว่า สภาร่างมาจากไหน ทำงานเพื่อรับฟังประชาชนมากน้อยเพียงใด แต่ว่าสิ่งที่เรากำลัง ทําอยู่ในขณะนี้ผมเชื่อว่ามันก็เปึนกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่สําคัญมาก และ ขณะนี้สิ่งที่เราอาจจะเปึนข้อที่จะต้องขอความร่วมมือมากขึ้นก็อาจจะเปึนเรื่องของ สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ และผมเชื่อว่าสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ สามารถเข้าถึงพี่น้อง ประชาชนได้โดยตรงและโดยเร็ว เท่าที่ผมทำหน้าที่เปึนโฆษกกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญอยู่ในเวลานี้ก็ต้องขอขอบคุณน้อง ๆ สื่อมวลชนที่เข้ามาทําข่าวการประชุม ทุกครั้ง ในขณะนี้เราเหมือนกับว่าเรายกร่างไปด้วย ชี้แจงทำความเข้าใจไปด้วย เผยแพร่ ไปด้วย ถึงแม้จะมีคำถามว่า เอ๊ะ มันเปึนพิมพ์เขียวหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่ใช่นะครับ เปึ้นเรื่องของการทำร่างเบื้องต้น แล้วก็ยังดำเนินการรับฟังต่อไป เพียงแต่ว่าประเด็น อย่างที่พวกเราได้กําลังพูดกันในเวลานี้ ทําอย่างไรที่เราจะหยิบประเด็นเหล่านั้นที่เรา ฝาก ๆ กันมาช่วยตั้งเปึนประเด็นให้ด้วย แล้วเราก็จะหยิบเอาเรื่องนี้ไปสรุปร่วมกัน เปึ้นประเด็นที่ถามผนวกกลับไปกับประเด็นที่ยังไม่เคลียร์ (Clear) ในการถามรอบแรก และผมเชื่อว่าถ้าเปึนอย่างนี้กระบวนการในช่วงหลังสงกรานต์ก็จะเปึนกระบวนการของ ส่งกรานต์รัฐธรรมนูญแล้ว เปึนกระบวนการของการที่ผู้คนจะให้ความสนใจกับ รัฐธรรมนูญ แล้วเราก็ต้องพร้อมที่จะรับฟังด้วยความอดทน และด้วยความตั้งใจ อยากจะ เรียนว่าผมดีใจที่กระบวนการที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้ทำร่วมกับคณะกรรมาธิการ ขออภัยที่เอ่ยชื่ออาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ ร่วมกับคณะกรรมาธิการทุกคน ความจริงแล้ว กรรมาธิการหลายท่านก็ทำงานหนักมาก ตัวอย่างเช่น ในการนำเสนอในกรรมาธิการ ยกร่างแต่ละครั้งก็บอกว่า อย่างเมื่อวันที่ ๑ วันที่ ๑๖ วันที่ ๒๘ ก็บอกว่าเพิ่งเสร็จเมื่อ ตอนตีสอง ตีสามเมื่อคืนนี้เอง เพราะว่าการประมวลจากเวทีทั้งหมด จากกรรมาธิการ ทั้งหมด ๘๐ พื้นที่มันเปึนเรื่องที่ไม่ได้กระทำได้โดยเร็วนัก แน่นอนจุดที่มันเปึนช่องว่างอยู่ บางเรื่องนั้นอาจจะเนื่องมาจากเราตั้งคำถามไม่ชัดเจนนั้นเปึ้นเรื่องธรรมดา แต่คำถาม หลายอย่างที่ตอบกลับมาแล้วก็ฝากความหวังไว้ เราได้รับแล้วเราต้องทำให้สมหวังนะครับ ก็อยากจะขอบคุณท่านกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ลำดับต่อไป ท่านเศวตครับ เชิญครับ

นายเศวต์ ทินกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เศวต์ ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนเกษตรกรครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องเวทีรับฟังความคิดเห็นจากรายงานนะครับ ผมดูแล้วไม่ค่อยสบายใจ เกี่ยวกับเรื่องปริมาณผู้ที่เข้าร่วมสัมมนารับฟังความคิดเห็น มีระดับหมื่นคนเท่านั้นนะครับ ยังไม่ถึงระดับแสน คราวนี้ก็อาจจะมีข้อจำกัดหลายส่วน ผมก็ไม่อยากโทษใครหรอกครับ มีข้อจำกัดเรื่องการรับฟังความคิดเห็น เรื่องงบประมาณ หรือเรื่องเวลานะครับ แต่เมื่อเปึนข้อสรุปขึ้นมาว่าข้อคิดเห็นตรงนั้นเท่านั้นเปอร์เซ็นต์ เท่านี้เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะมาใช้ในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่าเปึนข้อคิดเห็นของชาวไทยทั้งชาติคงจะไม่ได้ นะครับผม เพราะว่าผมก็เปึนห่วง แล้วก็ตั้งข้อสังเกตท้วงติงทางท่านคณะกรรมาธิการ ประสานการมีส่วนร่วมนะครับ แล้วก็ผมเห็นว่าประชาธิปไตยคงจะลำบากหน่อย เพราะคำว่า ประชาธิปไตย คือประชาชนเปึนใหญ่ คราวนี้ประชาชนเปึนใหญ่ก็มีอยู่ ๒ ส่วนครับท่านประธาน ส่วนที่ ๑ ประชาชนส่วนมากเห็น เห็นก็ไม่ได้หมายความว่า จะถูกหรือผิดครับ ท่านประธานครับ อาจจะเปึนเสียงส่วนใหญ่เขาเห็นว่าผิดก็ได้ ทางพระเขาเรียกว่า สีลัพพตปรามาส เขาว่าอย่างนั้น คือ เปึนความที่เห็นผิด สีลก็แปลว่าศีลธรรมนี่ล่ะครับ พต ก็คือนักพรต ปรามาส ก็คือความคิดเห็นที่ผิดไปจาก ความเปึนจริง เช่น การทรมานตัวเอง แลบลิ้น ปลิ้นตาทรมานตัวเอง ก็แบบนี้เปึ้นต้นครับ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยพวกมากลากไปก็มีครับ ประชาชนเปึนใหญ่ อีกอย่างหนึ่งคือ ความถูกต้องนะครับ ความถูกต้องก็อาจจะมีคนไม่กี่คนที่รู้ว่าความถูกต้องอยู่ตรงไหน แต่ว่าคนอีกหลายคนก็ไม่เข้าใจ เพราะด้อยทางการศึกษาหรือความเข้าใจนะครับ มันก็จะเปึนอย่างนั้นนะครับ เราก็อาจจะลืมไปนะครับว่าเรากําลังร่างรัฐธรรมนูญ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนะครับ เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงเรื่องนี้ว่าเราไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย อย่างเดียวนะครับ ต้องประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่า รัฐธรรมนูญคือการตัดสินใจที่ร่วมกันก่อตั้ง ระบบการบริหารรัฐและสังคมนะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้เราก็มาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ตัดสินใจ ที่จะมาร่างระบบบริหารรัฐและสังคม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคิดถึงความถูกต้องด้วย นะครับว่าที่มาที่ไปเปึนอย่างไรนะครับ ผมจะยกตัวอย่างเช่น มีคำถามอย่างเช่น ถามน้ำไป ๓๕ คำถามหรืออย่างไรนี่ เกี่ยวกับว่า สว. สมควรมีไหม แล้วมีต้องมาจาก การเลือกตั้งหรือไม่ ผมก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนากับสถาบันพระปกเกล้านะครับ ผู้เชี่ยวชาญทุกประเทศหลายประเทศนะครับ ญี่ปุ์น ตะวันตก เยอรมันอะไรเขาก็มา ฝรั่งเศส เขาก็สรุปว่า สว. คือสภาสูง คือสภาแนะนำ เขาบอกสรุปอย่างนั้น แล้วเขาบอกว่า ทั่วโลกก็ไม่เหมือนกัน ไม่มีประเทศไหนมันเหมือนกันเลย สว. นี่ครับท่านประธาน แต่เปึน สภาแนะนำ แนะนำให้สังคมขับเคลื่อนได้ ไปได้ เหมือนกับคนที่เปึนพ่อ เปึ้นแม่แนะนำ ลูกไปค้าไปขายอะไร ลูกเอ๊ยอย่าไปทางนั้นนะ มันไม่ดี มันจะล่มจมนะ ไปทางนี้ดีกว่าลูก มันถึงจะร่ํารวย เปึ้นทางที่ดีอะไรแบบนี้ เปึนสภาสูง สภาแนะนํา แต่วุฒิสมาชิก คือ สว. ก็จําเปึน ต่อระบบรัฐสภา เขาว่าอย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีชนกลุ่มน้อย เยอะ ๆ มันจำเปึ้นที่จะต้องใช้ สว. ด้วย เพราะฉะนั้นความคิดเห็น ความเข้าใจของพี่น้อง ประชาชนอาจจะคลาดเคลื่อน ถ้าหากว่าทางประชาสัมพันธ์ก็ดี หรือว่าทางฝ์าย สสร. เรา ก็ดี สภาร่างรัฐธรรมนูญเราก็ดีไม่อธิบายความชัดเจนที่มาที่ไปว่ามันสมควรอย่างไร นะครับ อีกตัวอย่างหนึ่ง อย่างเช่นว่า สส. สว. ควรจบการศึกษาปริญญาตรีหรือไม่อย่างนี้ ที่มาที่ไปก็ไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยมาจากประชาชนหรือมาจากอะไร แล้วก็มิติต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนกัน การเทียบเคียงทางการศึกษาในระบอบการศึกษาของเราก็ไม่เหมือนกัน ผมเคยยิ่งคำถามนะครับว่า อ้าวเอาปริญญาตรีหรือไม่จบปริญญาตรี เขาก็ตอบ เอาปริญญาตรี เขายิ่งคำถามต่อไปว่า เอาศาสตราจารย์ไหม ไม่ต้องเอาปริญญาตรี เขาบอกเอาศาสตราจารย์เลย รองศาสตราจารย์ไม่ต้องเอาหรอก เขาบอกอย่างนั้น มันก็ประมาณนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจในเรื่องเหล่านี้นะครับ เวทีนี้ก็ยังไม่อยากจะพูดมาก ผมขอฝากไปยัง สสร. เรา ในขณะนี้เขามีการรณรงค์ในเรื่อง ของบัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งความเปึ้นจริงพี่น้อง ประชาชนชาวไทย ๙๔.๕ เปอร์เซ็นต์นี่นับถือพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสาน ไม่ว่าจะเปึนคลื่นใต้น้ำ คลื่นบนดินอะไรอย่างนี้ เขาก็รณรงค์เรื่องนี้หมด เขาเห็นด้วย เปึนความสมานฉันท์สามัคคีในเรื่องนี้ แล้วปรากฏว่า ผมไม่ค่อยสบายใจมีการขับเคลื่อน รณรงค์กัน แล้วก็มันจะนำไปสู่การแตกแยก เพราะมีหลายภาคส่วนเข้ามา มือที่ ๓ เข้ามา อะไรแบบนี้ ผมก็อยากเสนอไปยังกรรมาธิการยกร่างว่า น่าจะเป่ดเวทีรับฟังความ คิดเห็นเขาอย่างเปึ้นเรื่องเปึนราวด้วยเหตุและผล ให้เขาเอาคนที่มีความรู้ความสามารถ หว่านล้อม โน้มน้าวจิตใจ หรือเตรียมข้อมูลทางด้านทําไมเขาถึงบัญญัติศาสนาพุทธเปึน ศาสนาประจำชาติ เข้ารณรงค์อย่างนี้ มาพูดมาจากัน มารับฟังความคิดเห็น มาแสดง ความคิดเห็นอย่างถูกต้องเหมาะสม ดีกว่าจะให้เขาไปขับเคลื่อนรณรงค์ แล้วก็มีความ เข้าใจผิดคลาดเคลื่อนกันตลอด ผมก็ไม่เข้าใจ ผมสัมผัสถึงว่าทาง สสร. ก็ดีหลายท่าน ไม่ขอเอ่ยนาม แล้วก็กรรมาธิการหลายท่านก็กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย เปึ้นเรื่อง ละเอียดอ่อน ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะวุ่นวายอะไร ละเอียดอ่อนอะไร แล้วประชาธิปไตยต้อง ยอมรับได้ทุกเรื่อง แล้วก็เป่ดเวทีให้เขาพูด เปึ้นเวทีป่ดก็ได้ ให้กรรมาธิการยกร่างรับฟัง ว่าเหตุผลเพราะอะไร อะไรแบบไหน มันก็จะมีทางออกให้เขา แล้วก็ได้รับฟังด้วยเหตุ ด้วยผล ดีกว่าเขาจะมารณรงค์เกิดความร้อนในแผ่นดิน รวมกับพวกใต้น้ำ บนน้ำ สนามหลวงหรืออะไรแบบนี้ มันจะวุ่นวาย ทั้ง ๆ ที่เขาเปึนพลังแห่งความบริสุทธิ์นะครับ ผมก็ท้าเหมือนกันว่า ในฐานะผู้หนึ่งที่ผมเปึนพุทธมามกะและรณรงค์เรื่องนี้ ผมก็อยาก แสดงความคิดเห็น เหตุผล และทําไม อย่างไร ที่มาที่ไปทําไมถึงคิดเรื่องนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญฉบับถาวรทุกฉบับก็จะมีขึ้นต้นเรื่องพระบรมราชโองการ ขึ้นต้นเรื่องศุภมัสดุ พระพุทธศาสนา อดีตกาลมาแล้วกี่ป้ก็ว่าไป ก็มาทรงนี้ตลอด ทําไม จะรับฟังความคิดเห็นกันไม่ได้ อย่างเช่นเมื่อวานนี้ก็มีการถ่ายทอดทีวี ช่อง ๑๑ ก็ไม่ได้ หยิบยกกันเรื่องนี้ เห็นเขาฮึม ๆ ฮัม ๆ กันอยู่ เวลาเขาจะยื่นหนังสือต่อประธาน กรรมาธิการยกร่างก็มีปัญหาอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น วอท อะ แฮพเพน (What a happen?) (ที่ถูก : What happens?) แล้วผมไปประสานงานรับฟังความคิดเห็นที่จังหวัด นครนายก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ท่านเปึนประธานกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นประจำจังหวัดนครนายก ท่านไม่ให้อนุญาตใช้สถานที่ศาลากลางจังหวัด นครนายก เพราะผมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นด้านการศาสนา ผมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในบ้านในเมือง แค่ขอใช้เวที ไฟ ผมก็จะเสียฟรี เขาก็จะมาฟัง อย่างนี้ไม่ให้ผม ประเทศ ไทยหรือเปล่า คนไทยหรือเปล่า ผมก็อยากจะฝากถึงทางคณะกรรมาธิการประสานการมี ส่วนร่วมและการประชามติให้ออกแบบคำถามเหล่านี้ ไม่เสียหายหรอกครับ ถ้าออกแบบ แต่เราไม่ให้เหตุผลอภิปรายกัน ถ้าจะอภิปรายก็อภิปรายในวงจํากัด ไม่ให้ครอบคลุมไปว่า ศาสนาโน้นศาสนานี้ หรือมาว่าใคร ๆ หรอกครับ เอาเหตุผลแค่นั้น ผมก็ฝากแค่นี้ล่ะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง 🔗

ขอบพระคุณครับ เกรงจะเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นของผู้รับฟังเพียงจำนวนหมื่น ผมอยากเรียนชี้แจงว่า ตามหลักวิชาสถิติจริง ๆ แล้วก็ไม่จำเปึนต้องเปึ้นล้าน ถ้าเลือก ตัวแทนได้ถูกต้อง แล้วก็ต้องหวังผลกระทบเปึ้นตัวคูณ จริง ๆ ในสหรัฐเขาทำนายผลการ เลือกตั้งเข้าใช้เรือนพัน คำถามและทำนายไม่มีผิดพลาด แต่นี่ไม่ใช่เปึ้นเรื่องการทำนาย รับฟัง เพราะฉะนั้นตัวอย่างที่ขึ้นมานี่มันไม่ใช่เฉพาะเรือนหมื่นเท่านั้นที่มันถึงประชาชน หรือเปึนแทนความคิดเห็นของประชาชน มันเปึนเรือนแสน เรือนล้าน ตัวนั้นต้องคิดอย่างนี้ ด้วยนะครับ ผมเกรงประชาชนจะเข้าใจผิด เชิญครับ อันที่ ๒ ที่ท่านตั้งข้อสังเกตเรื่องศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ถ้าผมไม่พูดตรงนี้ ที่แรกไม่ได้ตั้งใจจะพูดเลย แต่ถ้าไม่พูดนี่ก็จะทําให้มีผู้เข้าใจผิด ผมคิดว่าจำเปึ้นที่จะ ต้องพูด เพราะท่านบอกว่าเมื่อวันอาทิตย์ก็ไม่ได้มีกระทู้หรือว่ามีประเด็นเรื่องนี้ที่ หยิบยกขึ้นมาพูด ท่านประธานครับ พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ เรามีความจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องฟังเหตุฟังผลว่าผู้ที่พยายามเสนอหรือพยายามจะบอกนี่เขาต้องการบอก อะไร เราต้องการรับฟัง แล้วก็อยากจะฟัง แล้วผมก็ทราบว่าท่านอาจารย์นรนิติที่เปึน ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็เคยไปฟัง แล้วกรรมาธิการยกร่างจํานวนไม่น้อยเลย ก็ได้ฟัง แล้วก็ได้เชิญมาเพื่อพูดคุยกันหลายครั้ง ท่านประธานครับ มันไม่ใช่หมายความว่า พอเราฟังแล้วเขาจะต้องให้เราเขียนเดี๋ยวนี้ ใส่มือเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ยอม ถ้าทุกคน ทำเหมือนกันแบบนี้มันจะมีปัญหาอะไรไหมครับ กรรมาธิการยกร่าง ถ้าทุกคนบอกว่า สว. ต้องมาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่ใช่ไม่ยอมท่าเดียว แล้วก็เดินกันตลอดเวลา ถามว่า ท่านมีประเด็นอะไรใหม่ไหมในเหตุผล บอกไม่มี แต่ว่าจะต้องเอาให้ได้ ถ้าเปึนอย่างนั้น นะครับ ถ้าไม่มีประเด็นใหม่นี่แล้วจะให้เรารับฟังอะไร แต่บอกว่า เมื่อวานนี้ผมพยายาม ถาม ก็บอกว่า ถ้าพวกเราไม่เคลื่อนไหวมันก็ไม่เปึ้นจริง ต้องเคลื่อนไหวให้ได้ ตกลง ท่านประธานครับ ผมเองได้เตือนเข้าไปนะครับว่าท่านกําลังทําผิดงาน หรือไม่ได้ประเมิน สถานการณ์ที่ดีพอ การพยายามกดดัน บีบคั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญว่าต้องบรรจุให้ได้ ผมคิดว่าไม่เปึ้นผลดีนะครับ เพราะว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญกําลังฟังเหตุฟังผล แล้วก็ดู ภาพรวมของประเทศ ไม่ได้ดูแต่ประเด็นเดียว แต่เราต้องดูทุกมาตรา ทุกประเด็นให้ ร้อยเรียงกัน แล้วมันก็มีวิธีการที่จะใส่ที่ทำอย่างไรไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจคนอื่น มันมี วิธีที่แยบยลที่ทำกันได้ เรื่องนี้เคยเกิดกันมาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ แล้ว แล้วบรรพบุรุษของเรา แต่ละคนที่ร่างรัฐธรรมนูญก็มีกุศโลบาย อุบายอันเปึนกุศลที่สามารถที่ทําให้เราอยู่กันได้ โดยที่ไม่ให้กระทบกระเทือนกัน ท่านเศวตเองก็พูดเมื่อสักครู่นี้ อาจจะไปใส่อยู่ใน คําปรารภ ศุภมัสดุ พุทธกาล พุทธศาสนาอะไรก็ว่ากันไป ให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นมี พุทธศาสนาเปึนหลักของประเทศอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันพระมหากษัตริย์ทรงเปึน พุทธมามกะ ลองคิดดูสิครับ รัฐธรรมนูญถึงกับกําหนดเลยว่า ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่เปึน พุทธมามกะ ไม่ได้ รัฐธรรมนูญบังคับเลยนะครับ จนกระทั่งประมุขของชาติต้องเปึน อย่างนี้ท่านยังไม่พอใจอย่างนั้นหรือ แล้วก็มีวิธีเขียนว่า ทรงเปึนองค์อัครศาสนูปถัมภก ซึ่งก็มีความแยบยล มีความงดงาม แล้วก็ไม่กระทบกระเทือนใครทั้งสิ้น แต่ท่านก็บอก ไม่ได้ ต้องใส่ตัวหนังสือตรงนี้ เราก็ฟังครับ ผมก็ฟังมาเยอะ ผมเคยไปเป่ดเวทีนะครับ ผมไปฟังที่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟที่เปึนค่ายทหาร แล้วก็บรรดามหาจุฬาลงกรณ์ราชีวิทยาลัย พระสงฆ์องค์เจ้ามากันเยอะเลย ผมก็ฟัง แล้วก็ไปฟังความเห็นทั้งหลาย ไม่ใช่ไม่ฟัง แล้วก็ ฟังมาทั้งหมด เมื่อวานนี้ผมก็เตือนเขานะครับ อย่างที่คุณเศวตบอกว่าเมื่อวานนี้ทําไม ไม่ใส่เรื่องนี้ให้พูด ท่านประธานครับ ผมจัดรับฟังความเห็นโดยที่ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดมา ๒ ครั้ง ครั้งแรกได้ ๖ หรือ ๗ กระทู้ หรือ ๖ หรือ ๗ ประเด็น ครั้งที่ ๒ เมื่อวานนี้ก็ได้ ๖ หรือ ๗ ประเด็น ใน ๒ ครั้งนั้นมีพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติอยู่ครั้งหนึ่ง คือครั้งแรก แต่เขาบอกไม่ได้ ต้องมีทุกครั้ง ผมถามว่าประเด็นที่ท่านกรรมาธิการยกร่างอยากจะฟังนี่ มันมีสามร้อย สี่ร้อย ห้าร้อยประเด็น แต่ว่าไม่ได้ ทุกครั้งที่เรามีเวลาจำกัดจะต้องมีให้ได้ ถ้าไม่มีถือว่าผมไม่รัก ไม่ใช่พุทธศาสนา ท่านประธานครับ เราจะฟังเรื่องอื่นไม่ได้เลยหรือ เขาก็บอกว่าเรื่องอื่นไม่สำคัญ สำคัญคือเรื่องนี้ มันเกือบจะพูดกันไม่รู้เรื่องนะครับแบบนี้ ผมก็บอกเมื่อคราวที่แล้วก็มี ไม่ได้ ก็คราวที่แล้วเวลามันน้อย คราวนี้ต้องมีอีก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวิธีบีบคั้นกันอย่างนี้ ผมเตือนเขาตรง ๆ ผมบอกว่าจะไม่เปึน ผลดีแก่ท่านเลย เพราะท่านเข้าใจผิด ตอนสมัยผมเปึ้น สส. สว. เขาบีบคั้นเขาเคยได้ผล สําเร็จ เพราะบรรดา สส. และ สว. จําเปึนต้องลงเลือกตั้ง ผมอยากจะพูดตรงนี้ แต่ท่าน ต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ บรรดาผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งในห้องนี้ ไม่มีใครกี่คนที่คิดจะไปลง เลือกตั้ง ตกลงเขากำลังประเมินผิด การพยายามบีบคั้นทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่มีทางออก กลับจะไม่เปึ้นผลดีด้วยซ้ํา ผมเตือนเข้าไปอย่างตรง ๆ บรรดาผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งในห้องนี้ มีไม่กี่คนหรอกครับที่กลัวว่าเขาจะต้องถูกบีบ เพราะ ๒ กันยายนเสร็จเรียบร้อย ลงประชามติ เขาก็กลับไปทำงานของเขา เขากลัวนักหรือครับที่คุณจะตามมาว่า ถ้าอย่างนั้นไม่เลือก ผมพยายามจะเตือนเขานะครับ เพราะฉะนั้นวิธีแบบพุทธ์นี่คือมี ความใจกว้าง ใช้ปัญญา และไม่สุดโต่ง ผมก็บอกเขาอย่าสุดโต่ง ผมคิดว่าถ้าเราจะรักษา พุทธศาสนา มันมีความจําเปึ้นที่เราจะต้องศึกษาพุทธศาสนา ไม่ใช่เพียงแต่บอกว่าเรานี่ เปึ้นชาวพุทธ์ ทําอย่างไรล่ะครับที่จะให้คนในประเทศไทยศึกษาแล้วก็ปฏิบัติ แล้วจึง ปกปัองพุทธศาสนา แต่ไม่ใช่เราเองก็ยังงู ๆ ปลา ๆ แต่เราปกปัองลูกเดียว แล้วคำว่า ปกปัอง ถ้าเราเกิดภูมิใจ มั่นใจว่าลงในรัฐธรรมนูญแล้ว ต่อไปนี้พุทธศาสนาปลอดภัยแล้ว เพราะมีตัวหนังสืออยู่เพียงแค่วรรคเดียวว่า พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ และถ้าเรา ละเว้นแก่น เราไม่ศึกษา กลับจะทำให้ศาสนานั้นเสื่อมคลาย เพราะความประมาท ของพวกเราโดยแท้ ความสำคัญมันอยู่ที่แก่นที่ศึกษา เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนตรงนี้ จำเปึนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าคุณเศวตพูดขึ้นมานี่ ผมก็ต้องขอบคุณที่หยิบยก ตรงนี้ขึ้นมา แล้วผมก็เรียนนะครับว่า เขามีการไล่จี้ผมอีกว่าแล้วคราวหน้าทําไมต้องไป เดินสายต่างจังหวัด ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้มา ผมบอกว่าผมไม่ได้หนีพวกท่านนะครับ แต่พวกผมต้องฟังทุกภาค ทุกจังหวัด ผมไม่จำเปึนต้องหนีพวกท่าน ผมคิดว่าคนเรานั้น ถ้าหมกมุ่นอยู่กับอะไรมาก ๆ จะมองไม่เห็นอย่างอื่นเลยว่าอย่างอื่นมีความสําคัญ จะสำคัญเรื่องเดียว เรื่องอื่นอย่าใส่ เรื่องอื่นอย่าพูด จะต้องพูดเรื่องนี้อย่างเดียว ผมคิดว่า เราก็ฟังตามสมควร ท่านประธานก็ไปฟัง ผมก็ทราบ ท่านอาจารย์นรนิติก็กลับมาเล่าให้ ผมฟัง กรรมาธิการยกร่างไปฟังมาก็กลับมาเล่าให้ผมฟัง และเราก็บอกว่าเนื้อห้ามันมี อะไรเพิ่มอีกไหม ถ้ามันไม่มีเนื้อหาแล้วจะฟังอะไรล่ะ ตกลงเราต้องการเชิงคุณภาพที่เรา ไปฟัง ก็เลยต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณ คุณเศวต แล้วผมก็ขอชี้แจงว่าเราไม่ได้ใจจืดใจดำ พวกเรานี่ ผมก็เปึนชาวพุทธ์ แล้วถ้าจะมาไล่กับผม ผมคิดว่าจะมาไล่แก่นธรรมกับผมนี่ ลองดูสักยกหนึ่งก็ได้ พวกที่ชอบอ้างว่ารู้ดีนั่นนะครับ ผมคิดว่าเรามีความจําเปึนนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ชี้แจงตรงนี้เดี๋ยวจะหาว่าเราก็ปล่อยให้เหตุการณ์มันเปึนไป แล้วก็จะเปึนไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ ขอบพระคุณครับ

ครับ แต่ว่าประเด็น ไม่ต้องหรอกครับ ผมพูดเอง ท่านเศวตท่านพูดเจาะจง และผมว่าเปึน ประเด็นที่ต้องรับฟังนะครับ กับคําชี้แจงคนละประเด็น ที่บอกนครนายก็ไม่ยอมให้ใช้เวที สําหรับอภิปรายเรื่องพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ มีความสําคัญนะครับ ต้องยอมรับครับ ถ้าหากไม่ให้ด้วยเหตุนี้จริง ๆ ผมคิดว่าก็คงจะต้องถามเหมือนกันว่ามันมีเหตุผลอะไรถึงจะ ไม่ยอมให้เป่ีดเวทีเพื่อรับฟัง แต่ว่าเวทีนี้ไม่ใช่เวทีที่จะชี้แจงว่าพระพุทธศาสนาควรจะเปึน ศาสนาประจำชาติหรือไม่ เราเพียงแต่ชี้แจงอธิบายว่าการที่กล่าวหาว่าพวกไม่เป่ดโอกาส ให้ฟังนั้น ท่านเจิมศักดิ์ก็ได้พยายามพูดว่ามีเหตุผลต่าง ๆ นานาอย่างที่เราเข้าใจกันแล้วก็ คงพอ แต่ถ้าประเด็นที่คุณเศวตจะพูดถึงนั้นคนละประเด็นกับที่ท่านชี้แจง ท่านยั่งยืนยัน อยู่ไหมครับ

นายเศวต์ ทินกูล

ผมขอหารือหน่อยครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

โอ.เค. ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเศวต์ ทินกูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม เศวต ทินกูล ผมขออนุญาต หารือท่านประธานผ่านไปยังท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ คือผมอยากว่าอย่างนี้ มันเปึน ประเด็นละเอียดอ่อน แล้วก็ผมอยากจะหารือท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ว่าจัดเวทีเฉพาะด้วย เหตุผล แล้วผมจะจัดคนที่เขามีภูมิความรู้ อย่างท่านปราชญ์ของแผ่นดินอย่างนี้มาพูด แล้วก็พระสงฆ์องค์เจ้าที่มีภูมิความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้จริง ๆ เพื่อให้เปึนเหตุเปึ้นผลอย่าง แท้จริง ไม่มีม็อบ (Mob) ไม่มีการกดดันอะไรหรอกครับ ผมอยากหารือว่าประสานกับ ผมเลย แล้วผมจะเปึนเจ้าภาพจัดให้ ด้วยเหตุด้วยผลอย่างแท้จริง ประมาณอย่างนี้ครับ กราบเรียนแค่นี้ ผมหารือแค่นี้ครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ก็ขอท่านคุณหมอชูชัยครับ เชิญครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ 🔗

ท่านประธาน อาจารย์เดโช สวนานนท์ เพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ ผมมีประเด็นเดียวคือเรื่องยุทธศาสตร์สื่อ สื่อเพื่อรับฟังความคิดเห็น สื่อเพื่อ การเป่ดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้เข้ามาร่วมร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ผมต้องขอบคุณทาง อาจารย์เจิมศักดิ์ อาจารย์กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร อาจารย์วรพล แล้วก็คณะทั้งหมดที่ได้ รับฟังความเห็นของประชาชนแล้วมาสังเคราะห์และนำมาเสนอในสภาแห่งนี้ รวมทั้ง ไปเสนอในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๓๕ ท่าน ซึ่งผมคิดว่าเปึนข้อมูลที่มี ประโยชน์มากในการที่เราจะเดินต่อไปข้างหน้า แล้วก็ต้องขอบคุณที่เริ่มใช้สื่อของช่อง ๑๑ มา ๒ ครั้งแล้ว วันอาทิตย์ตอนบ่ายสามถึงห้าโมง ซึ่งทราบว่าเปึ้นที่สนใจอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายหรือพูดในที่ต่าง ๆ ทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ที่สัมภาษณ์ว่า ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ อย่าได้ไว้วางใจพวกผมนะครับ อย่าได้ ไว้วางใจ สสร. ทั้งร้อยคน แล้วก็โดยเฉพาะกรรมาธิการยกร่าง ๓๕ คน รวมทั้งผมด้วย เช่นเดียวกับที่เราไม่ควรจะไว้วางใจ สส. หรือ สว. ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อเลือกตั้งแล้วก็ มอบอำนาจให้เขาไปเลย ซึ่งทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างมากในอดีตที่ผ่านมา ที่ผมพูดเช่นนี้ผมคิดว่าอำนาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทยครับ อนาคตของ ชาติบ้านเมืองนี่อยู่ในมือของชาวบ้านที่เขามีสิทธิที่จะมาร่วมร่าง ร่วมเขียนกฎ กติกาของบ้านเมือง ผมมีประสบการณ์ในการเดินทางไปเรียนรู้จากชุมชนต่าง ๆ ร่วม ร้อยกว่าชุมชนทั่วประเทศในชีวิตผม แล้วเวลาชุมชนเขาเขียนกฎเกณฑ์ กติกาที่ใช้ใน ชุมชนเขานี่ ผมไม่เห็นว่าเขาไปเขียนในที่ลับ เขาเขียนตามลานบ้าน เขาเขียนตามลานวัด เขาเขียนตามศาลา ตามห้องประชุมโรงเรียน แล้วไม่ได้ไปนั่งเขียนกันสองสามคน แต่ว่า เขียนกันในที่ชุมชน เขาเขียนกติกาดูแลรักษาป์า เขียนกติกาดูแลรักษาแม่น้ำ ลำคลอง เขียนกติกาในการจัดดูเวรยาม ดูแลความสงบเรียบร้อยในชุมชน แล้วไม่มีกติกาข้อไหน เลยที่ให้คนกลุ่มหนึ่งได้เปรียบคนกลุ่มหนึ่ง ทุกคนดูเหมือนว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎ กติกา นี่อย่างเสมอเหมือนกัน ด้วยหลักการและเหตุผลเช่นนี้ ถ้าประชาชนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป นี่มีโอกาสได้มาเขียน มาร่วมร่างกฎ กติกาหลักของสังคม กฎ กติกาหลักของบ้านเมือง ซึ่งก็คือรัฐธรรมนูญนั่นล่ะครับ พูดง่าย ๆ ก็คือการวางกฎ กติกาหลักของสังคมแล้ว โดยที่ มีการให้ข้อมูล ให้ความรู้ ให้ความจริง ผมเชื่อว่าเขาตัดสินใจได้ว่าเขาจะชี้ชะตากรรม ไปในทิศทางใด ถ้าผมจำไม่ผิดอาจารย์เจิมศักดิ์เคยนำเรื่องที่มาบตาพุดมาเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับ และรวมทั้งเพื่อนสมาชิกบางท่านได้บอกว่า ขณะนี้ที่บางสะพานใหญ่ โรงถลุงเหล็กทำ ความลำบากเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมากขณะนี้ ถ้าชาวบ้านที่ทางตะวันออก หรือที่เรา ทำโครงการอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard Project) ถ้าเขาได้ล่วงรู้ข้อมูลว่าเมื่อ สามสิบกว่าป้ที่แล้วการที่นำโครงการเหล่านี้มาแล้ว ทำให้บ้านเมืองเข้าประสบชะตากรรม อย่างไร ถ้าเขาล่วงรู้ว่าเงินทั้งหมดบริษัทข้ามชาติเอาไปเกือบหมด เหลือเศษบางส่วน ให้กับนักเลือกตั้ง พรรคการเมืองบางพรรค และเศษที่เหลือกันก็ให้นักเรียนตามท้องถิ่น แต่ว่าสุขภาพ ความทุกข์ยาก ความทุกข์ทรมาน ความพิการตกอยู่กับชาวบ้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังเสียหายจนบัดนี้ ยากที่จะฟุ๋่น ผมเชื่อเลยครับว่า ไม่มีชาวบ้านคนไหนแถวนั้นเขาจะตัดสินใจว่าเขารับโครงการนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่าเขาไม่มี อํานาจอธิปไตยอย่างแท้จริง เขาไม่มีโอกาสได้ร่วมร่าง ได้เขียน ได้กําหนดชะตากรรม อย่างแท้จริง สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเปึ้นเช่นนี้ครับ ประเด็นที่ผมอยากจะพูด ก็คือยุทธศาสตร์สื่อ ช่อง ๑๑ นี่ไม่พอครับ แม้ว่าเริ่มขยับเขยื้อน เรามีเวลาเหลืออีก สองสามเดือนข้างหน้า ร่างรัฐธรรมนูญในสภาวะที่วิกฤติ ในสภาวะที่มีข่าวว่ากลุ่มอํานาจ เก่าจะจ้องล้ม จ้องล้มด้วยเหตุผลที่ว่าจะให้ไปใช้ฉบับ คมช. ซึ่งเปึนฉบับที่ขอประทานโทษ ที่ผมเรียกว่าเปึ้นฉบับที่อยู่ในกล่องสีดำ เพราะว่ามองไม่เห็นว่าข้างในมันคืออะไร แต่ฉบับนี้จะเลวจะร้ายอย่างไรก็ตามก็มีกระบวนการรับฟังอย่างกว้างขวาง แล้วใน ทุกพื้นที่ของประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือถ้าผ่าน หมายความว่าประชาชนทั่วประเทศให้ ความเห็นชอบคือผ่านประชามติ แต่ฉบับ คมช. ที่อยู่ในกล่องสีดำ ซึ่งอยากเรียกร้องให้ เขียนออกมา เพื่อชาวบ้านเขาจะได้เปรียบเทียบว่าเขาจะเลือกอันไหน ฉบับไหน ถ้าฉบับที่ เรากำลังร่างอยู่ไม่ผ่าน ฉบับของ คมช. ที่จะประกาศใช้นี่จะไม่มีความชอบธรรม แล้วกลุ่ม อำนาจเก่าจะนำไปสู่การอ้างแล้วก็ล้มได้อย่างง่ายดาย อันนี้คืออันตรายที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าทางช่อง ๙ อสมท. ต้องมาช่วยเลยครับ ต้องเข้ามาช่วยร่วมรับผิดชอบ ผมทราบว่าได้มีการพูดในกรรมาธิการชุดนี้หลายครั้งหลายคราวว่า ขอเวลาที่หลังข่าว หรือเวลา ไพร์ม ไทม์ (Prime time) เวลาที่สําคัญ เวลาที่คนดูเยอะ ๆ ครับ คงไม่ขอมาก ข้อสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ครั้งละชั่วโมงครึ่ง ที่จะถกกันในประเด็นที่ลึกแล้วก็ชัดเจนพอที่จะ ทำให้นำไปสู่การตัดสินใจได้ ช่อง ๑๑ ก็จะรับใช้ในประเด็นทั่ว ๆ ไปหลายกระทู้ที่ถาม นะครับ แต่ว่าถ้าออกทางช่อง ๙ ในช่วงเวลาที่คนดูมาก แล้วก็จะเปึนประเด็นจําเพาะที่จะ นำไปสู่การตัดสินใจได้ รวมทั้งการประสานกับสถานี หรือจังหวัดต่าง ๆ ที่กำลังไปเป่ดเวที อยู่ให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางนะครับ และขอเรียนว่าคนของช่อง ๙ เปึนคนที่มีคุณภาพนะครับ เพราะว่าไม่ได้อยู่ในระบบ ราชการ และมีเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แล้วก็จะช่วยงานนี้ได้อย่างมาก และผม อยากจะเรียนว่าที่ผ่านมา โมเดิร์นไนน์ ทีวี (Modernine TV) ห้าหกป้ที่ผ่านมาได้รับใช้ทุน กับธุรกิจมามากพอแล้ว ขอประทานโทษครับ ถึงเวลาที่ต้องไถ่บาปี แล้วก็กลับมารับใช้ ประชาชน ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

พอดีพูดขึ้นมา ทางกรรมาธิการอยากจะให้ อสมท. หรือครับ เชิญครับ

นายสิทธิศักดิ์ เอกพจน์ กรรมาธิการ

กราบขอบคุณท่านประธานครับ ท่านสมาชิก สสร. ผู้มีเกียรตินะครับ ผมขออนุญาตขยายข้อความเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ ชัดเจน เพื่อเปึนประโยชน์ต่อพวกเรานะครับ การทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ ทางกรมประชาสัมพันธ์ก็ดี อสมท. ก็ดี ซึ่งเปึนสื่อของรัฐ อย่าเรียกว่าแบ่งหน้าที่ ได้ร่วมกันดําเนินการดังนี้นะครับ จะเห็นได้ว่าหลายท่านได้อภิปรายว่า ช่อง ๑๑ ได้ทําการ ถ่ายทอดสดในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันตั้งแต่เดือนมีนาคมเปึ้นต้นมาทาง อสมท. ได้ใช้สื่อทั้งโทรทัศน์และวิทยุดำเนินการจัดรายการในรูปแบบต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าในรายการข่าวภาคค่ำก็จะมีสกู๊ป (Scoop) พิเศษเกี่ยวกับเรื่องของรัฐธรรมนูญทุกคืน ตอนกลางคืนก็จัดรายการขึ้นมาในคืนวันเสาร์เปึนรายการพิเศษนะครับ ก็ประมาณสัก สี่ทุ่มเปึนต้นมา แล้วก็ยังริเริ่มที่จะจัดรายการตอนบ่ายในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีและ วันศุกร์ เพียงแค่นี้ยังไม่พอ เราก็มองว่าสถานีวิทยุของเราก็มีประสิทธิภาพ จึงได้ให้ จัดรายการเป่ดคอลัมน์ (Column) ขึ้นมาอีก ตอนเช้าอีก ๑ ชั่วโมง ตอนเย็นอีก ๑ ชั่วโมง ทั้งสองคลื่นความถี่ คือ เอฟเอ็ม (FM – Frequency Modulation) ๙๖.๕ แล้วก็เอฟเอ็ม ๑๐๐.๕ นะครับ ผมคิดว่าตรงนี้บางที่ต้องมองในเชิงการประชาสัมพันธ์ร่วมกันของสื่อของ รัฐทั้งสองว่ากลุ่มคนดูผู้ฟังแตกต่างกัน เราจึงพยายามให้กระจาย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้ ร่วมประชุมกับท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ว่า ในภาคสองที่ท่านจะลงสู่ภูมิภาคทั้ง ๔ ภาคนี่ เราก็มีแผน มีความคิดว่าเราคงจะลงไปร่วมกันทำร้ายการถ่ายทอดสดเข้าถึงประชาชน เหมือนที่คุณหมอเคยรู้จักพวกเราในรูปแบบของ ล้านบ้านล้านเมือง ในสไตล์ (Style) นั้น ที่มีท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เปึนโฮส (Host) ฉะนั้นผมคิดว่า อสมท. แล้วก็กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะสื่อของรัฐ ซึ่งผมขออนุญาตตอบแทนไปทางกรมประชาสัมพันธ์ด้วยว่าเห็น และเข้าใจ แล้วก็รู้สึกถึงความสำคัญในการทำภารกิจที่สำคัญนี้ของชาตินะครับ แล้วก็ผมเชื่อว่าข้อมูลที่ท่านให้มานี่จะเปึนประโยชน์ในการกลับไปดำเนินการต่อครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากครับ อสมท. ฟังแล้วก็ชื่นใจนะครับ เรามีอีก ๔ ท่านนะครับ ท่านวีนั้ส เชิญครับ

นายวีนัส ม่านมุงศิลปี

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมมีประเด็นนิดเดียวครับ เกี่ยวกับที่กรรมาธิการการมี ส่วนร่วมและการประชามติที่ลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องทั่วประเทศนะครับ ในเรือนแสนนะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะนําเสนอเพิ่มเติมในที่ประชุมนี้ก็คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม เพราะว่าอยู่ในกรอบของสิทธิเสรีภาพการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจ ครับท่านประธาน ที่ผมเปึนห่วงก็เพราะว่าประเทศทางยุโรปเขาได้ดำเนินการเรื่องการออก กฎหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมไปแล้ว อย่างไรครับท่านประธานครับ สมมุติผมยกตัวอย่างว่า เราซื้ออุปกรณ์ไฟฟัา เครื่องยนต์กลไกต่าง ๆ ที่ใช้ เขาเรียกว่าอะไรครับ พ่นก็าซ คาร์บอนไดออกไซด์ (Gas Carbon Dioxide) ซีโอทู (Co2) สู่บรรยากาศของโลก ซึ่งทำให้ เกิดภาวะโลกร้อน ณ ปัจจุบันนี้ เขาจะซื้อก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขรับไว้ว่าคุณจะต้องรับขยะ หลังจากที่เสร็จสิ้นจากการซื้อขายนั้นแล้ว แต่ประเทศไทยเราไม่มี ผมเปึนห่วงว่าใน อนาคตไม่นานนี่ครับมันจะต้องเกิดขยะล้นประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยไม่มี สนธิสัญญาเกี่ยวกับการค้าขายระหว่างประเทศเรื่องของการนำส่งสินค้าผลิตภัณฑ์ที่มา จากอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) และส่งคืนประเทศที่เริ่มต้นการผลิตตั้งแต่รอบแรกครับ ท่านประธาน ก็เกรงว่ามันจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม กระทบต่อ ทรัพยากรธรรมชาติที่เราห่วงแหน เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นนั้นเรามี กฎหมายครอบคลุมในระดับท้องถิ่นแล้ว ผมยกตัวอย่างว่า ในระดับของนิคมอุตสาหกรรม เขามีกฎหมายเรื่องเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าทิ้งของเสีย ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องอากาศ น้ำ หรือว่า มลพิษต่าง ๆ เขาเสียภาษีถูกต้อง แต่ว่าเรื่องของโรงงานที่อยู่นอกนิคมซึ่งมีมากกว่า ในเขตนิคมเขาไม่เสีย แต่กรมควบคุมมลพิษก็เข้าไปดูในปลายเหตุ แต่เนื่องจากว่ามัน เสียหายไปแล้ว ตัวอย่างที่ผ่านมาก็คือปลาในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เน่าตาย นี่คือผลิตผลจาก ความเสื่อมทรามในระบบนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าน่าจะมีการบรรจุเรื่องของสิ่งแวดล้อม เริ่มหันมาดูแลว่าเราจะรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร โดยใช้กลไกเรื่องของการกำจัด ขยะพิษที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ณ วันนี้นะครับ ผมถามว่าประเทศคู่ค้าเราหลายประเทศ นะครับ เขาซื้อขายกับเรา แปลว่าเราซื้อของเขาเราเสียเงินนะครับ แต่พอเราจะต้องกำจัด ขยะ เขาไม่รับกําจัดขยะ เราก็เปึนทางเลือกว่าเราจะต้องเลือกซื้อในเงื่อนไขที่ประเทศที่ ขายให้เราแล้วรับได้ เรื่องขยะพิษครับ ท่านประธานครับ แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็คือ ผมเปึ้นห่วง ว่าถ้าเกิดเราพัฒนาเรื่องตรงนี้ไปได้ไกลนี่ เรายังจะต้องพูดถึงเรื่องการใช้เทคโนโลยี ที่สะอาดขึ้น เรื่องของถิ่านหินที่มีคุณภาพที่ไม่ต้องปล่อยสารคาร์บอนได้ออกไซด์ขึ้นสู่ ในชั้นบรรยากาศซึ่งเปึนโอโซน (Ozone) ของโลก ณ วันนี้ประเทศออสเตรเลียประสบปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าช่องของโอโซนถูกทำลาย ชั้นบรรยากาศถูกทำลาย ความร้อนปกคลุมทั่วโลกและกระทบพื้นที่ประเทศใกล้เคียง ดังนั้นถ้าเราหันมาสนใจเรื่องนี้ ผมคิดว่าเราสร้างเกราะคุ้มกันได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าอยากจะ ให้เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญบรรจุตรงนั้นเปึนกฎหมายแม่ไว้ก่อน ส่วนจะออก พระราชบัญญัติข้อใดที่มันสอดรับกับเรื่องนี้แล้วก็เปึ้นผลให้กับประเทศไทยเราปลอดภัย แล้วก็เรามีเกราะคุ้มกันเรื่องขยะพิษ ขยะเคมี ขยะสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการรับ การนำเข้า จากอุปกรณ์เหล่านั้นได้รับไปในการที่จะเอาไปกำจัดขยะ ถ้าเราแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ต่อไป เราจะรับปัญหาเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear) ซึ่งเปึนปัญหาของ การไฟฟั้าฝ์ายผลิตว่าวันนี้เรามีกําลังไฟที่จะสํารองจ่ายภายในประเทศอีกเท่าไร แล้วเรา จะรับเรื่องนี้อย่างไร แล้ววางแผนในระยะยาวได้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ก็คงต้องบันทึกว่าเปึนเรื่องสำคัญนะครับ ผมเข้าใจว่ามีคนเขา จัดสัมมนาเสนอเปึนการเฉพาะเรื่องนี้ บรรจุเรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญเหมือนกันนะครับ ต่อไปท่านประดิษฐ์ เชิญครับ

นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม

กราบเรียนท่านประธานและท่าน คณะกรรมาธิการที่เคารพครับ ผมขอรบกวนเวลาท่านสั้น ๆ ประมาณ ๓ ประเด็น ประเด็นแรกคือจากที่คณะกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมประมวลผลมาใน ๓ กรอบนั้น เท่าที่ได้ดูแล้วก็มีความชัดเจน มีอัตราส่วนค่อนข้างชัดเจนดีนะครับ อยากจะ เพิ่มเติมกรณีกรอบอื่น ๆ ที่เรารับฟังมานะครับ ที่ผ่านมานั้นเราเปึนคนถามประชาชนใน ๓ กรอบ แต่ประชาชนนั้นได้เสนอมาในกรอบอื่น ๆ คือกรอบที่ ๔ ผมเชื่อว่าจากการที่เรา ได้ลงเวทีในพื้นที่ต่าง ๆ คงมีประเด็นนี้หลายข้อ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านได้ประมวล เข้ามาด้วย แล้วก็คำถามไหนหรือข้อเสนออันใดที่มีจำนวนมากอยากให้ท่านน้ำหารือ ในที่ประชุมก็ได้ แล้วก็นำกลับไปถามประชาชนว่าประเด็นนี้ท่านมีความเห็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นเราจะไปมองว่าเราไม่สนใจประเด็นอื่น ๆ ของพี่น้องประชาชนนะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ คือกรณีของจังหวัดสมุทรสงคราม ขอเรียนสั้น ๆ อย่างนี้ ว่า ที่ประชุมคือกรรมาธิการจังหวัดได้ทำการออกหนังสือเชิญส่วนราชการทั่วทุกพื้นที่ เลยในจังหวัดสมุทรสงคราม เสร็จแล้วในวันนั้นพอดีท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ติดภารกิจ ไปไม่ได้ ผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการภาคกลางต้องเข้าไปดูแล ก็ได้เข้าไปร่วมเวทีกับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสงครามประมาณสามชั่วโมง เหตุที่กราบเรียนอย่างนี้ว่า จังหวัดสมุทรสงครามหรือจังหวัดอื่นที่ไม่มี สสร. นี่ครับท่านประธาน เราต้องให้ ความสำคัญเขาอย่างมาก มากกว่าจังหวัดอื่นที่มี สสร. เหตุผลเพราะว่าจังหวัดที่มี สสร. นั้นมาค้ำประกันเงินงบประมาณลงไป แล้วไปทำภารกิจตรงนี้ ถือว่าสมเหตุสมผล แต่จังหวัดที่ไม่มี สสร. เขาต้องมาค้ำประกันเงินลงไป ตัวเองไม่ได้ใช้ เสี่ยงก็เสี่ยงต่อการ เบิกจ่ายงบประมาณ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นการจัดเวทีของเขานั้นเขาต้องการ สสร. ลงไปในพื้นที่ที่เขาได้เชิญมาต้องการ สสร. ลงไปในพื้นที่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ว่า กรณีอย่างนี้ก็อยากให้ท่านได้ทบทวนว่าพยายาม อย่าให้มีเกิดที่จังหวัดอื่น เพราะว่ามันเกิดปัญหาในการทำงาน แต่ว่าเรียนท่านตรง ๆ ว่า ขณะนี้ผมได้เข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาค่อนข้างจะเรียบร้อยแล้วในสองสามวันนี้ แล้วสักครู่ก็คงจะเรียบร้อยดี กราบเรียนท่านเปึ้นเบื้องต้นนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายในเรื่องของความร่วมมือนั้น ขณะนี้การประชาสัมพันธ์ เรามีความจําเปึนมากในทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทุกฝ์ายได้ช่วยกัน โดยเฉพาะ สื่อต่าง ๆ ที่ทางพวกเราหวังทางช่อง ๙ ส่วนกระผมเองนั้นก็ได้มีส่วนช่วยเหลือ ค่อนข้างมากในการติดตั้งคัตเอาต์ (Cutout) ต่าง ๆ ซึ่งในการเช่านั้นรู้สึกว่าราคานั้น เดือนละเปึนแสน ซึ่งตรงนี้เราใช้งบประมาณมากเปึนพิเศษ พอดีผมมีพรรคพวกอยู่เปึน บริษัทเจอาร์ดี (JRD) เขาเปึนเจ้าของคัตเอาต์อยู่กว่าห้าสิบจุดทั่วประเทศ ก็ได้พยายาม พูดคุยโน้มน้าวให้มาช่วยส่วนร่วม ปรากฏว่าเจ้าของบริษัทนั้นตกลง ยินดีมาช่วยเรา คัตเอาต์ทั้งหมด ห้าสิบกว่าตัวที่ทั่วประเทศทุกจุดเขาให้ฟรีครับ ไม่คิดเงินค่าเช่าแม้แต่บาท เดียว ตรงนี้นับเปึนสิ่งที่ดีที่เราจะช่วยกันประหยัดงบประมาณของประเทศชาติ ก็อยากจะ ให้สื่อต่าง ๆ ที่เปึนบริษัทสิ่งพิมพ์ เปึนสื่อทีวีให้มาช่วยกัน งานนี้เราทำเพื่อประเทศชาติ โดยส่วนรวมโดยแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบคุณครับ และบันทึกคำขอบคุณสำหรับคัตเอาต์ที่จะเสนอให้บริการด้วยนะครับ ต่อไป ท่านเสรี เชิญครับ

นายเสรี นิมะยุ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๘๘ ท่านประธานครับ ในวันนี้ผมจะต้องมาพูดเกี่ยวกับประเด็นที่ได้ไปทำประชาพิจารณ์ของ จังหวัดนราธิวาสเปึ้นลําดับสําคัญครับ ทําไมจะต้องมาพูดในประเด็นนี้ครับ ตามที่ทํา รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ สภาร่าง รัฐธรรมนูญ ผมให้ข้อสังเกตครับท่านประธานที่เคารพ สื่อต่าง ๆ นั้น การประชาสัมพันธ์ นั้นคงจะไม่ละเอียด ทําไมผมพูดอย่างนี้ ในเมื่อการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึ้น วาระแห่งชาติ ดังนั้นคำพูดของผมในวันนี้อาจจะซ้ำกับพี่น้องสมาชิกที่ได้อภิปรายแล้ว ผมก็จําเปึ้นจะต้องพูด เมื่อเปึนวาระแห่งชาติแล้วน่าจะมีการประชาสัมพันธ์ที่ให้มีจํานวน มากไปกว่านี้ เพราะว่าการสื่อนี้เปึนเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ต้องขอประทานโทษด้วย อยากจะให้สื่อนั้น การประชาสัมพันธ์นั้นควรจะมี ส่วนร่วมกับทางจังหวัดก็ดีครับ ทางอำเภอก็ดีครับ เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการร่าง กฎหมายรัฐธรรมนูญ อาจจะมีปัายโฆษณาที่หน่วยงานราชการ อาจจะเปึ้นที่ศาลากลาง หรือว่าที่อำเภอ หรือว่าที่สำนักงานส่วนราชการต่าง ๆ นั้นควรจะมีไว้ด้วย ดังนั้นประชาชน จะมีช่องว่างการที่ไม่ได้รับรู้การร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ดังที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายแล้ว เพราะว่าถ้าไปถามว่าประชาชนในจำนวน ๑๐๐ คนนั้นประชาชนที่ได้รับรู้ เกี่ยวกับการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นสักกี่คน นี่คือคำถามที่พวกเราจะต้องหาคำตอบ ณ เวลานี้ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องการประชาสัมพันธ์นั้นเปึ้นโอกาสของวาระแห่งชาติ สามารถที่จะขอความร่วมมือได้ ไม่ว่าจะเปึนกรมประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าทางสื่อมวลชน ต่าง ๆ ในเมื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่แล้วก็ต้องให้ความร่วมมือกันทุกส่วนราชการ ทุกคณะที่ จะต้องให้การรับรู้ในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ทีนี้ผมมาพูดในส่วนประเด็นย่อ สักนิดว่า ในประเด็นของพี่น้องมุสลิมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านประธานครับ ถ้าเปึนไปได้ผมอยากจะให้สื่อ ให้ทางกรรมาธิการต่าง ๆ นี้ได้ประสานกับประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดยะลา นราธิวาส ให้มีสื่อภาษายาวีด้วย ทำไมผมพูดอย่างนี้ ผมมี ความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าพี่น้องมุสลิมที่นั่นเปึนจำนวนมากที่ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับภาษาที่เรา เสนอไปครับ ถ้าพูดภาษายาวีนั้นเปึนการออกถ่ายทอดเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น จะเปึนการสร้างความเข้าใจที่ดี แล้วก็จะเปึนการเข้าใจระบบสื่อที่ดี ซึ่งจะนําไปสู่ความ ละเอียดในเชิงมิติต่าง ๆ ที่จะได้รับรู้ว่าเขากําลังร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญที่สําคัญเกี่ยวกับ ชีวิตประจำวันของพวกท่าน ณ ที่นั่น นั่นก็คือว่าท่านสามารถจะร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ร่วมคิด ร่วมสร้างในกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ทีนี้ผม อยากจะพูดในหัวข้อหนึ่งในลําดับต่อไป นั่นก็คือว่าเวลาที่จะออกเปึ้นรายมาตรานั้นก็ควร ที่จะมีการเผยแพร่เกี่ยวกับความรู้ เกี่ยวกับมาตราต่าง ๆ นั้นให้พี่น้องได้รับทราบไว้ ล่วงหน้าเสียก่อน ดังนั้นจะมีปัญหาในเชิงปฏิบัติของพวกเราในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัด ทุกวันนี้เราก็ได้ทำประชาพิจารณ์และล้วนได้เจอปัญหาทั้งสิ้น นั่นก็คือว่า ทุกครั้งที่เราไปในเวทีแห่งการประชามติและประชาพิจารณ์แล้ว ชาวบ้านจะถามว่า พิมพ์เขียวเสร็จหรือยัง พวกเราต้องอธิบายตลอดเวลาว่าขณะนี้ยังไม่มีพิมพ์เขียว มีแค่ ตุ๊กตาที่ตั้งไว้เพื่อจะสอบถามว่าแนวทางทิศทางจะไปทางไหน เพื่อว่าท่านจะได้กำหนด ทิศทางว่าท่านรับรู้แล้วท่านจะแก้ไขในส่วนใดของมาตราใดมาตราหนึ่ง หรือว่าในสิทธิเสรีภาพส่วนใดส่วนหนึ่ง ท่านสามารถจะนำเสนอระดมความคิด ได้ในประเด็นนี้ ซึ่งก็อยากจะให้ทางกรรมาธิการต่าง ๆ นั้นเผยแพร่แล้วก็สร้างความเข้าใจ สักนิด เพื่อความสะดวกต่อการที่เราทำงานประชาพิจารณ์ในระดับจังหวัดต่อไปครับ

ในส่วนต่อไปนั้น ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับ พรบ. การศึกษา สักนิด เมื่อไปทำประชาพิจารณ์ก็ย่อมมีความหลากหลายในการที่จะนำเสนอกับพวกเรา ที่ทำในระดับจังหวัด พรบ. การศึกษา นั้นเขาบอกว่า ลำพังที่การเรียนฟรี ๑๒ ป้นั้น คงจะไม่พอเพียง สืบเนื่องจากว่ามีพี่น้องครูท่านหนึ่งได้บอกว่าเขาได้สัมผัสกับ ชีวิตนักเรียนอย่างแท้จริงในชนบทนั้น ปัญหาต่าง ๆ นั้นเด็กนักเรียนที่มีฐานะ ยากจน ที่ขาดทรัพย์ในด้านการเงินก็ดี เขาไม่สามารถที่จะไปเอื้อประโยชน์ในสิ่งอื่น นั่นก็คือว่าเรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนต้องมีฟรีด้วย ไม่ว่าจะเปึนเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเปึนหนังสือ สิ่งนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่าง ว่าควรจะคำนึงถึงในจุดนี้ด้วยครับ อย่าลำพังแต่เรียนฟรีอย่างเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็เรื่องหนึ่งที่จะพูด ที่ผมพูดนี้ล้วนแต่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขาได้ให้ข้อคิดเห็นจากการที่ได้ระดมความคิดเห็นในพื้นที่ล้วนทั้งสิ้น นั่นก็คือว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าผมไม่พูด ณ เวทีแห่งนี้ คำมั่นสัญญาที่ผมได้ไปทำประชาพิจารณ์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น จะไม่สมบูรณ์แบบ มีพี่น้องนักศึกษา นักเรียน เยาวชนกลุ่มหนึ่ง ผมออกไปทำ ประชาพิจารณ์ที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกลุ่มเปัาหมายได้กำหนดเยาวชนเปึน นักเรียนครับ เขาได้ถามว่า ท่าน สสร. ครับ สิทธิเสรีภาพเกี่ยวกับผ้าคลุมศีรษะของเด็ก เยาวชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาบอกว่าเวลาเขาจะไปสมัครงานครับ ในกรณีนี้ ระเบียบข้อบังคับในทางกฎหมายนั้นอาจจะกำหนดไว้แล้ว แต่บางโอกาสนั้น บางหน่วยงานหรือว่าบางบริษัทนั้นจะไม่รับบุคลากรที่จะทำงานในลักษณะที่ว่าจะต้อง คลุมผ้าศีรษะ ซึ่งเปึนปัญหาในด้านสิทธิเสรีภาพ เขาก็เลยบอกว่าท่านจะนำเสนอกับ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ หรือว่าจะไปดูในส่วนใดส่วนหนึ่งของ กฎหมายข้อบังคับ ผมก็ได้รับในหลักการว่าเรื่องนี้ผมจะพูดในที่ประชุม เพราะว่า สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานนั้นจำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีให้กับพี่น้องทุกระดับรากหญ้า ท่านประธานครับ และอีกส่วนหนึ่ง โดยเยาวชนในที่นั่นเขาบอกว่า ขณะนี้เขาเจอปัญหา อย่างมากเกี่ยวกับการไปสมัครงาน เด็กต่างจังหวัดที่อยู่ทางจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาครับ เวลามาสมัครงานใน กทม. ก็ดีครับ ในส่วนกลางก็ดีครับ ในเมื่อดู บัตรประชาชนกันแล้ว ทางนี้ไม่ค่อยจะรับบุคคลเหล่านั้น ซึ่งเด็กได้อธิบายในที่ประชุมว่า ทำไมจะต้องไปตราหน้าเขา ภาพรวมที่เปึน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็ย่อมที่จะมีคนดี ดังนั้นการที่เขาเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยแล้ว เขาเรียนจบ ระดับการศึกษาแล้ว ทำไมสิทธิขั้นพื้นฐานในประเด็นนี้จะไม่มีในส่วนเขา เขาเจอปัญหา และอุปสรรคนานัปการในการทำงานในเวลานี้ ผมเองก็ได้รับปากว่าผมจะหารือทาง ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่าง ทุกประเด็นที่เขานำเสนอใน วันนั้น ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องหนึ่งนั้นอยากจะให้รู้ว่าสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานนั้น เปึ้นเรื่องละเอียด ดังนั้นควรจะคำนึงถึงแล้วก็ควรจะพิจารณาโดยละเอียด แล้วก็มีความ รอบคอบสักนิดในด้านที่จะตรากฎหมายใด ๆ ก็แล้วแต่ ระเบียบ ข้อบังคับ ผมอยากจะ ฝากท่านประธานที่เคารพ เพื่อผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่าง แล้วข้อเสนอแนะที่อำเภอ ตากใบที่ผมได้ทำ ซึ่งเปึนอำเภอที่ชายแดนครับ ซึ่งติดกับประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียง เขาได้นําเสนอว่า กฎหมายบ้านเมืองของประเทศไทยของเราในขณะนี้ความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ค่อยจะมีในกฎหมาย อาจจะเปึนผู้ใช้กฎหมายไม่ทําให้ศักดิ์สิทธิ์ หรือว่าผู้ปฏิบัติ กฎหมายไม่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์นั้นแล้วแต่กรณี แต่เขาบอกว่ามีการเปรียบเทียบว่าถ้ากฎหมาย ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เลือกการปฏิบัติแล้ว ย่อมที่จะมีปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาในเรื่องนี้ ทีนี้เขาบอกว่ามีการเปรียบเทียบว่า กฎหมายที่ประเทศมาเลเซียนั้นเปึนกฎหมายที่ผู้ ปฏิบัติใช้ด้วยความเข้มแข็ง ด้วยความเท่าเทียมกัน อย่าเลือกปฏิบัติในการกระทำ ดังนั้น ผมบอกว่าในกรณีอย่างนี้ทั้งผู้ใช้ แล้วก็ผู้ตามกฎหมายนี้ต้องเปึนคนดีทั้งนั้น นี่คือทางออก ของผมในฐานะ สสร. ครับ แต่ข้อสังเกตจริง ๆ กฎหมายของบ้านเมืองข้างเคียงนั้นเปึ้น กฎหมายที่เข้มแข็งแล้วก็มีความศักดิ์สิทธิ์ เรียนท่านประธาน ก็คงจะได้รับทราบไว้ เกี่ยวกับการใช้กฎหมายระหว่างประเทศอยู่ขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องการ เสนอแนะ ต่าง ๆ จากที่เราได้ทำเวทีนั้นก็จะเจอปัญหาต่าง ๆ นานัปการ โดยเฉพาะปัญหา ที่พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในเชิงปฏิบัตินั้นท่านก็รู้ว่าด้วยความยากลำบาก ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายหลายท่านแล้ว แต่ขวัญและกำลังใจใน คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนั้นก็คงจะต้องทำงานกันต่อไปในส่วนนี้ อยากจะพูดตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดเมื่อสักครู่ว่า การไปทำงานซ้ำซ้อนในพื้นที่ หรือว่าการไปทำงานไม่ได้รับการรับรู้กับ สสร. เจ้าของในพื้นที่นั้น ผมมีความเชื่อมั่น และมั่นใจว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายเมื่อสักครู่นั้นเปึนความเข้าใจผิดครับ อาจจะให้ท่านได้แจ้งไปเพื่อทราบ เพื่อให้ สสร. ในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม ส่วนรู้ส่วนเห็น ในจุดนั้น ดังเจตนารมณ์ที่เรามี สโลแกน (Slogan) ไว้ ดังนั้นผมในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดนราธิวาส พี่น้องจังหวัดนราธิวาสก็อยาก เชิญชวนให้ประธานคณะกรรมาธิการคณะของท่านเจิมศักดิ์ โดยเฉพาะท่านประธาน อยากจะให้เข้าไปร่วมสักครั้งในเวลาผมทำประชาพิจารณ์ ด้วยความเคารพ ด้วย ความขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่ง เพื่อท่านจะได้อธิบาย ท่านจะได้ชี้แจงว่าพิมพ์เขียวเปึน อย่างไรบ้าง ร่างเปึ้นรายมาตราต่อไปนั้นอย่างไรบ้าง ผมว่าอาจารย์กรรณิการ์ก็คงจะ เข้าร่วมกันในวันนั้น ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงให้ความสนใจ แล้วก็คงจะได้รับ นิมิตหมายที่ดีต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากครับ ผมว่าเรื่องใหญ่คือเรื่องภาษายาวี เปึ้นเรื่องที่ถูกต้องและต้องฝาก ประชาสัมพันธ์หน่อยครับ ไม่มีภาษายาวีสำหรับ ๓ จังหวัดภาคใต้คงไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากประชาสัมพันธ์ด้วย เรื่องอื่น ๆ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง ความคิดเห็นก็คงจะรับไป เรื่องสำคัญทั้งนั้นนะครับ สอดคล้องกันบ้างหรือไม่สอดคล้อง ก็สุดแล้วแต่ ขอเชิญท่านการุณ ใสงาม ครับผม

นายการุณ ใสงาม 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ คงจะบอกว่าเรื่องที่ผมจะพูดนี้มันตรงกับคณะกรรมาธิการที่รายงานนี้หรือไม่ก็ไม่เชิง จะชัดนัก แต่ถ้าว่าจะไม่ตรงเสียบ้างเลยก็ไม่ค่อยชัดอีก แต่ผมหาเวลาที่จะพูดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้จะใช้ช่องไหนในการพูดอภิปราย ท่านประธานครับ การรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น เราคงต้องมีท่าที่ของการรับฟัง ท่าที่ ที่ขัดต่อการรับฟังหรือที่ไม่เปึนประโยชน์ต่อการรับฟังนี้เราต้องพยายามกำจัดออกไป ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้ปัญหาการรับฟังมีมาก ประเด็นของพี่น้องประชาชนที่ นำเสนอมา เราผู้รับฟังจะชี้แจง โต้แย้ง อธิบาย พรรณนาเสียทุกประเด็น เสียทุกเรื่อง ก็ทำให้ประชาชนผู้จะมีความเห็นหรือเสนอความเห็นมานั้นมีอุปสรรค์ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะเปึนการโต้เถียง อธิบาย ชี้แจง ผมพูดไปคําหนึ่ง ท่านประธานชี้แจงคําหนึ่ง ผมพูดไป ประโยคหนึ่ง ท่านประธานอธิบายคำหนึ่ง มันก็กลายเปึนไม่ใช่ท่าที่ของการรับฟัง เพราะฉะนั้นท่าที่ของการรับฟังนี้อาจจำเปึนจะต้องดูให้เหมาะว่า แม้แต่บางอย่างที่เขามี ความเห็นมาอาจจะไม่ตรง ไม่สอดไม่คล้อง ไม่ถูกไม่ต้อง หรือผิดพลาดคลาดเคลื่อน ไปบ้างก็ตาม การรับฟังก็ต้องฟัง และฟังก็อย่างเคารพด้วย การฟังที่มีท่าที่ที่ข่มเหงผู้เสนอนี่มันเปึน การฟังที่ไม่ถูกแบบ เพราะฉะนั้นอย่าข่มเหงกันนะครับ เรื่องที่ผมอยากนำเสนอนี้อาจจะ ตรงบ้างไม่ตรงบ้างกับประเด็นตรงนี้ แต่เห็นว่าเปึนการนำเสนอที่น่าจะฟัง และยังไม่มีท่าน ผู้ใดอภิปรายประเด็นนี้มากนัก ผมจะลองตั้งตัวอย่างว่า การที่เราจะรับฟังให้มันได้ คุณภาพ ได้เหตุได้ผล และถ้วนทั่ว เปึนไปได้ไหมครับว่าจำนวนของประชากรที่เราจะ ศึกษานั้นมันต้องสอดคล้องกับความเปึนจริง เราจะฟังเรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านครับ เราก็ น่าจะมีประชากรที่จะมาให้ความเห็นกับเราที่เปึนความเห็นของประชากรอย่างสอดคล้อง กับความเปึ้นจริงของคน ๖๓ ล้านคน เรียกว่าใกล้เคียงที่สุด ที่พูดนี้ไม่ใช่ผมไปทำได้ และผมไปทําได้แล้ว ไม่ใช่ อาจจะยังก็ได้ แต่ถ้าเปึนอย่างนั้นมันจะดีไหมเท่านั้นเองครับ เปึนการปรึกษาหารือกัน และหาช่องทางในเวลาที่จำกัดนี้ เปึนไปได้ไหมครับว่าจะทำให้ มันได้ใกล้เคียงที่จะเปึน เราลงทุนเรื่องการรับฟังความเห็นนี้ลงทุนมาก ทางภาค รัฐบาลเองก็ตั้งไปตอนนี้ ๒๐๐ ล้านบาท เมื่อวันเสาร์นี้ผมก็ไปเบิกค่าเปึนวิทยากรเขา ๓,๐๐๐ บาท จาก ๒๐๐ ล้านบาทนั้น ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เขาให้ค่าวิทยากร ๓,๐๐๐ บาท ได้จาก ๒๐๐ ล้านบาทนั้น เปึ้นส่วนหนึ่งครับท่านประธาน การรับฟังนี้ ทั้งรัฐบาลก็ทํา ทั้ง สสร. เราเองก็ทำ ทําในทุกรูปแบบ ทั้งกรรมาธิการร้อยแปด จิปาถะ รวมถึงกรรมาธิการวิสามัญที่จังหวัด กลายไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ยังมี อนุกรรมาธิการ มีอะไรไปอีกไกลมาก ก็ดีครับ เพราะพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน ๗๖ จังหวัด ก็จำเปึนต้องทั่วถึงอย่างนี้แหละ ลงทุนก็ดีแล้วล่ะ ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนเรา ลงทุนมากแล้วล่ะตอนนี้ ภาคเอกชนก็มากมายอีกเหมือนกันที่เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะ เอ็นจีโอ (NGO – Non Government Organization) ไม่ว่าจะสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ผมไปอย่างที่เล่าให้ฟัง ไม่ว่าชมรมสมาคมคนพิการ คนตาบอด สมัชชาคนพิการทั้งประเทศ ทุกประเภทอะไรต่าง ๆ รวมถึงฝ์ายผู้หญิง ฝ์ายผู้ชาย รวมถึง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเรียก กรรมการสิทธิมนุษยชน หรือสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เยอะมาก รวมถึงสื่อมวลชน วิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ ทีวีเกือบ ทุกช่องส่วนช่วยบ้าง อะไรบ้าง ถ้าคิดเปึนมูลค่าเงินแล้วมาก มากจริง ๆ ทีนี้ผมอยากจะ เห็นอันที่หนึ่งที่อยากจะพูดก็คือว่าเปึนไปได้ไหมครับ ประชากรที่เราจะศึกษานี้ให้มัน สอดคล้อง เพราะว่าถ้าประชากรแบบหนึ่งมันก็ได้คำตอบอีกแบบหนึ่ง เอาประชากรที่มี การศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปมาถามเรื่องหนึ่งมันก็ได้คำตอบอีกแบบหนึ่ง และคำถาม เดียวกันเหมือนกันอีกไปถามกับประชากรที่ไม่มีการศึกษา ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยก็ได้ คำตอบอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน เอาคำถามเดียวกันนั้นอีกไปถามกับข้าราชการ ถ้าเปึน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ได้คำตอบไม่เหมือนกันกับถามอีกกลุ่มหนึ่งข้าราชการชั้นผู้น้อย เอาล่ะ เปึนว่าประชากรนี้ ทําอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับความเปึนจริงว่าอย่างนั้นเถอะ ท่านประธานครับ เราอาจจำเปึนต้องลงทุนไหมสักครั้งหนึ่ง ชุมนุมประชากร เชิญชวน ประชากรที่ให้มันสอดคล้องกับความเปึนจริงของ ๖๓ ล้านคน ก็ไม่ได้เอาเปึนหมื่น เปึ้นแสนคนหรอกท่านประธาน ก็พอจะเข้าใจอยู่ครับ ประชากรประมาณสักพันเศษ ๆ สองพันเศษ ๆ เปึนตัวแทนก็ใกล้เคียงจะพอทำการวิจัยเรื่องนี้ได้อยู่หรอกครับ และถ้า สมมุติใช้ประชากรสักประมาณที่ว่านี้นะครับที่พอเปึนตัวแทนได้ ถ้าท่านเห็นว่าตัวแทน มันมากไปก็อาจจะลดลงมาให้มันพอเหมาะกับงบประมาณ กับสถานที่ กับพื้นที่ที่จะทำ ก็น่าจะได้ เอาเปึนว่าประชากรก็เอาอย่างนั้นก็แล้วกันนะครับ ให้มันสอดคล้องและให้มันสามารถ พอใกล้เคียงที่จะเปึ้นตัวแทนของ ๖๓ ล้านคนได้ นี่คือลักษณะของประชากรนะครับ

ข้อที่ ๒ ครับ คำถาม ผมเห็นข้อคำถามที่มี ๒๘ ข้อ ๓๕ ข้อ ๗๘ ประเด็น ก็ตามนะครับท่านประธาน เปึ้นเรื่องสําคัญมาก เพราะข้อคําถามนี้ถ้าเปึนข้อคําถามที่ชี้นํา ไปทางหนึ่งก่อนแล้วมันก็จะไปอีกทางหนึ่ง อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ระบบตัวแทนของเรานะครับ เราเคยมีมาแล้วหลายแบบ ที่มาของตัวแทน ที่จะเข้ามาสู่การเปึ้นตัวแทนได้ การเลือกตั้งของพวกเรา ที่ผ่านมานี้นะครับ ๒ ครั้งใหญ่ ๆ ก็มีผู้แทนแบบเขตเลือกตั้งเขตละคน แล้วยังมีของแถมเรียกว่า ปาร์ตี้ลิสต์ เราเคยมี เขตเลือกตั้งเขตละ ๓ คนโดยประมาณ ท่านประธานก็เคยเจอ ผมก็เคยเจอ แล้วเลือกได้ ไม่เกิน ๓ หรือถ้า ๒ ก็ไม่เกิน ๒ หรือถ้า ๑ ก็ไม่เกิน ๑ เราเคยมีมาแล้วครับท่านประธาน เราก็เคยมีเขตเลือกตั้งทั้งจังหวัดมาแล้วตามรัฐธรรมนูญเดิม กรุงเทพ ก็เคยใช้ เขต กรุงเทพ ทั้งกรุงเทพ เลยเปึนเขตจังหวัด แล้วเลือกซ่อม ตอนนั้นเลือกซ่อม เนื่องจากยังไม่ ทันได้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน จึงจำเปึ้นต้องใช้เขตจังหวัดเปึ้นเขตเลือกตั้ง ที่ บุรีรัมย์เองตอนนั้น นายบุญเยี่ยม โสภณ ถูกรถทับตาย เราก็เคยเลือกตั้งแล้วครับ ที่ บุรีรัมย์แทนคุณบุญเยี่ยม โสภณ ที่ตายไป เปึนการใช้เขตเลือกตั้งทั้งจังหวัด เปึน เขตเลือกตั้ง เราเคยมี สว. จากการแต่งตั้ง เคยมี สว. จากการเลือกตั้ง มี ๒ สภา การสรร หาเราก็เคยมีรูปแบบการสรรหามาแล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นลักษณะตัวแทน ทำไม ผมพูดเรื่องนี้เพื่ออะไร เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นว่าสภาพของความเปึ้นตัวแทน ท่าน ประธานครับ ขณะนี้เราตั้งคำถามวนไปเวียนมาในรูปแบบของที่มาของตัวแทน ยังอยู่ ในรูปแบบเดิม ๆ ลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานครับ ๓ คนดีไหม คนเดียวดีไหม สว. มีไหม หรือไม่มี มีสภาเดียวหรือมีสองสภา เลือกตั้งหรือแต่งตั้ง สรรหาหรือไม่สรรหา ท่าน ประธานครับ ที่เคยมีมาแล้วทั้งหมดนั้นแก้ไขปัญหาตกหมดหรือยัง หลายท่านอาจจะบอก ว่าการจะแก้ไขปัญหานี้คงไม่ใช่แก้ไขปัญหาด้วยระบบตัวแทนเท่านั้นอย่างเดียว คงจะ มีส่วนอื่นด้วย ไม่ว่าอำนาจบริหาร ไม่ว่าอำนาจตุลาการ ไม่ว่าองค์กรอิสระ ตาม รัฐธรรมนูญ คงต้องมีส่วนช่วยในการที่จะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ ใช่ครับ แต่เฉพาะประเด็น เรื่องคําถามตัวแทนที่มีอยู่ในข้อคําถามที่เราใช้ไปถามทั่วทั้งประเทศ ที่มุ่งไปสู่ เส้นทางการตั้งคำถามอย่างนี้ เปึนคำถามที่ดีแล้วหรือไม่ มันใช่วิธีการได้ตัวแทน ที่ถูกต้องแล้วเพียงอย่างเดียวหรือไม่ มันมีข้อคำถามอื่นที่แตกต่างจากนี้ไหม วิธีการ ได้ตัวแทนมาเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาตินี้นะครับ ซึ่งเราจะเรียกว่า รัฐสภา เรียก สภาผู้แทน เรียก สว. ก็ตาม มันมีวิธีเดียวอย่างนี้หรือ วิธีที่ว่านี้ทั้งหมดล้วนผ่าน การล้มเหลว ล้มลุกคลุกคลาน ทั้งถูกทั้งผิด ทั้งดีมากและดีน้อยมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน ที่ว่านี้ แต่ดูเหมือนเรายังไม่เคยมีรูปแบบของตัวแทนที่มาจากกลุ่ม สาขาอาชีพ กลุ่มคน ถ้าถามว่าถ้ามาแบบสาขาอาชีพหรือมาจากกลุ่มคนต่าง ๆ เปึ้นตัวแทนไหม เราต้องตอบว่าใช่ ก็เปึนตัวแทนเหมือนกัน แต่รูปแบบนี้เรายังไม่เคย ตั้งคำถาม ผมทดลองตั้งคำถามเมื่อวันเสาร์นี้ครับ ที่ได้เงินมา ๓,๐๐๐ บาทที่ว่า ค่าเปึนวิทยากร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ตอนนั้นนะครับ มีผู้คนมาประมาณสัก ๒๐๐ คน บังเอิญนักศึกษาที่นั่น

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต คือผมคิดว่าผมจะไม่อยากขัดคอคุณการุณนะครับ จริง ๆ แล้วผมฟังคุณการุณ ก็คล้าย ๆ กับฟังรายการ ตรงไปตรงมากับการุณ ใสงาม นะครับ คือผมมีภารกิจจริง ๆ ที่ผมจะต้องไป แล้วก็มันมีเรื่องที่จะต้องหารือสภา ในเรื่องเฟสที่ ๒ ว่าเราจะเดินกันอย่างไรต่อ ผมขอ ความกรุณาได้ไหมครับ ขอหารือเสียก่อน เพราะว่าอันนั้นผมได้สร้างวาระไว้แล้วว่าวันนี้ ผมมีอยู่ ๓ เรื่องโต ๆ เรื่องที่ ๑ ได้รายงานว่าวางแผนทำอะไรไปแล้ว แล้วอันที่ ๒ ได้ผล เปึ้นอย่างไร แล้วอันที่ ๓ ในเฟสที่ ๒ นี่เราจะเดินอย่างไรต่อ เพราะฉะนั้นข้อหารือ ท่านประธานนะครับ ผมก็ชอบฟังคุณการุณ แล้วก็ฟังอยู่แทบทุกคืนตรงไปตรงมานี่ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวขอเข้าเรื่องตรงนั้นเสียก่อน แล้วคุณการุณค่อยพูดเลย เพราะว่าผม มีภารกิจจริง ๆ ผมนั่งอยู่โยงตั้งแต่เก้าโมงครึ่งตรงนี้ ผมอยู่โยงไม่ได้ตลอดหรอกครับ ขอความกรุณาวินิจฉัยด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ถ้าจะให้ผมวินิจฉัย ผมก็บอกคุณการุณกำลังเสนอข้อมูลที่สำคัญทั้งสิ้น มีประโยชน์ แล้วก็ ยังใช้เวลาที่ยังอยู่ในกรอบเวลาที่ไม่ควรจะต้องทักท้วงว่าได้ใช้เวลามากเกินไป ก็ขอให้ คุณการุณดำเนินการต่อไป แต่ว่าถ้าจะกรุณากระชับขึ้น เห็นใจว่าเขาจะมีภารกิจรีบร้อน ก็สุดแล้วแต่จะพิจารณา เชิญต่อครับ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือท่าที่ชนิดหนึ่งของ การรับฟังที่มีปัญหาและอุปสรรค์ ถ้าไม่มีเวลาก็เชิญ ไม่เห็นมีปัญหาข้อขัดข้อง

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมมีความจําเปึ้นจริง ๆ เพราะว่าในสภาแห่งนี้ผมไม่ได้มารับฟังสภา แห่งนี้ในวาระนี้ วาระนี้ไม่ใช่เปึนวาระที่ผมมารับฟังความเห็นว่าเรื่องตัวแทนจะมี ตัวแทนโดยอาชีพหรืออะไรก็ตาม อันนั้นเมื่อ สสร. เข้าร่างเสร็จหรือจะไปพูดให้ กรรมาธิการยกร่างเขาฟังก็ไปว่ากัน แต่ในวาระนี้เรากำลังพิจารณาถึงกระบวนการที่จะ ไปรับฟังจากคนนอก เราอย่าเพิ่งรับฟังกันเองได้ไหมครับ ผมขอท่านประธานช่วยวินิจฉัย ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะประท้วงท่านประธานนะครับ ที่ท่านประธานพยายามประนีประนอม เพราะกลัวคุณการุณ โดยการพยายามบอกว่าคุณการุณพูดอยู่ในเรื่องแล้วนี่ ผมขอ ประท้วงว่าไม่ได้พูดอยู่ในเรื่องครับท่านประธาน ผมคิดว่าผมพอจะจับประเด็นได้ เรากําลัง พิจารณากันเรื่องเรากำลังจะวางกระบวนการไปรับฟังความเห็นจากประชาชน ผมไม่ได้มี หน้าที่มารับฟังคุณการุณ ใส่งาม นั่นไม่ใช่หน้าที่ผม นั่นหน้าที่ท่านประธาน ท่านประธาน ไปเป่ดวาระวันหลัง ถ้ายังไม่เข้าวาระตรงนี้ผมจะประท้วงท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ วันนี้เปึ้นรายงานระเบียบวาระที่ ๔ ผมจะอ่านนะครับ พิจารณารายงานความคืบหน้าใน การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ เมื่อจบการรายงานเสร็จแล้ว ประธานสภาก็กล่าวว่าขอเชิญสมาชิกอภิปรายแสดงความ คิดเห็น คุณการุณกำลังแสดงความคิดเห็น ถูกต้อง ก็กำลังอยู่ในวาระ อยู่ในเรื่องราว ทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่นอกเรื่องราว นอกว่าระแต่อย่างใดครับ เพียงแต่ว่าอาจจะใช้เวลาค่อนข้าง จะยาว แต่ผมบอกแล้วว่ายังไม่ยาวขณะนี้นะครับ แต่ว่าเพียงแต่เริ่มต้น อาจจะยาวต่อไป ก็ได้ ก็ขอความกรุณาแค่นั้น นอกนั้นก็เชิญตามสบาย ไม่มีปัญหาครับ

นายการุณ ใสงาม 🔗

เอาล่ะครับท่านประธานที่เคารพ ผมขี้เกียจิต่อล้อ ต่อเถียงนะครับ ไปฟังความคิดเห็นของประชาชน ท่านประธาน ผมก็บอกแล้วว่าต้องมี ประชากรในการมาให้เราฟัง ผมเสนอว่าเปึนไปได้ไหมที่จะทำประชากร สร้างประชากร หาประชากรอย่างที่ว่านี้ มันก็คือเรื่องรับฟังของการประสานการมีส่วนร่วมนี่แหละ ท่านประธาน ที่ฟังมาก็มีประเด็นข้อคำถามดังต่อไปนี้ ก็มีอย่างว่านี่แหละ ก็กันเองทั้งนั้น ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ก็เห็นกันมานานอยู่เหมือนกัน พอรู้กันอยู่ เอาล่ะท่านประธาน ต่อไปครับ ใส่ใจเรื่องนี้มากเพราะข่มเหงคนอื่นมาได้มากทุกคน ข้อเสนอของผมก็บอกว่า เมื่อประชากรเปึนอย่างนี้แล้ว ทำให้ได้อย่างนี้แล้วจะเปึนเรื่องดี ผมก็บอกแล้วตั้งแต่ต้นว่า ไม่ใช่นายการุณไปทำที่บุรีรัมย์ทำได้แล้ว แต่จะพยายามอย่างไรท่านประธาน แล้วทำ อย่างไรถ้าเราจะพยายามทําที่ประเทศไทยทั้งประเทศ คือ ๖๓ ล้านคนสร้างตัวแทน มาให้ได้ ตัวแทนประชากรให้ได้เท่านั้นเองครับ ใครจะเปึนคนทําได้ครับถ้าไม่ใช่ กรรมาธิการใหญ่คือกรรมาธิการประสานงาน ผมไปเสนอกรรมาธิการบุรีรัมย์ผมก็ทำไม่ได้ เสนอกรรมาธิการภาคอีสานก็ได้เฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน แต่ผมกำลังพูดเรื่องประเทศไทย ๖๓ ล้านคน ๗๖ จังหวัด ทำอย่างไรจึงจะสร้างประชากร อย่างนี้สักชุดหนึ่งขึ้นมาแล้วก็ถามความเห็น ข้อความเห็นผมก็บอกแล้วอย่างไรว่า ข้อความเห็นที่เปึนประโยชน์นะครับ ข้อความเห็นที่มีคุณภาพ ข้อความเห็นที่ถูกต้อง มีลักษณะข้อความเห็นที่มันไม่ชี้นำ ทำอย่างไรจะทําได้ ไม่ใช่ผมบอกว่าอย่างนั้นจึงถูก อันนี้จึงถูก ผมเพียงแต่ลองยกตัวอย่าง เรื่องเดียวด้วยในจำนวนหลายสิบประเด็น ผมไม่ได้ เอาหมด ผมลองตัวอย่างเดียว ข้อคำถามเดียวก็คือตัวแทน คือผู้แทนราษฎรกับ สว. ท่านเห็นไหมครับ ผมจำกัด บีบลงมาจาก ๓๕ ประเด็น ๒๘ ประเด็น ลงมาเหลือ ประเด็นเดียว แล้วถ้าข้อคำถามนี้เปึนข้อคำถามที่มีหลายแบบ มีหลากหลายให้ประชาชน มีความเห็นและเลือกได้ ผมลองบอกท่านประธานแล้วอย่างไรครับว่า เขตเดียวเบอร์เดียว เคยไหม เคย ๓ เขตเรียงเบอร์เคยไหม เคย จังหวัดทั้งจังหวัดเคยไหม เคย สว. เคยแต่งตั้ง มีไหม เคย สว. เลือกตั้งมีไหม มี ปาร์ตี้ลิสต์มีแล้วหรือยัง มี แก้ไขปัญหาตกหมดหรือยัง ยัง แก้ได้ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ผมบอกว่าอย่างนี้ใช่ไหมท่านประธาน เปึ้นเพียงตัวอย่าง ผมก็เลย ลองยกตัวอย่างว่าถ้าสมมุติว่า ไม่ใช่ของผมดีที่สุดนะ ลองสมมุติว่าถ้าเปึ้นตัวอย่าง อีกแบบหนึ่งซึ่งมันยังไม่มีในนี้ หรือท่านเห็นว่ามีแล้ว มันยังไม่มีในนี้ ลองเปึนข้อคำถาม ให้ประชาชนมีความเห็นและเลือก ลองเปึนอย่างไร ผมก็เลยบอกท่านว่าผมได้ทดลอง ไปกิน ๓,๐๐๐ บาทเมื่อวันเสาร์ เห็นไหม เพียงตัวอย่างเท่านั้นเอง ผมเปึนการยกตัวอย่าง ลองเทียบเคียงดู แต่ว่าข้อคำถามนั้นอาจไม่ใช่อย่างที่ผมว่าทั้งหมดก็ได้ เปึนข้อคำถาม ที่ปรับปรุงให้มันดีกว่าที่ผมเสนอก็ได้ท่านประธาน เมื่อเปึนอย่างนี้ท่านครับ นี่คือ ประเด็นแรกครับที่ผมอยากจะถาม ไม่ใช่อยากถามครับ อยากนำเสนอ อยากมีความเห็น ว่าเปึนไปได้ไหมครับว่าถ้าเราจะสร้างอย่างนี้ มีการฟังความเห็นอย่างนี้ แล้วมีข้อคําถาม อย่างหลากหลายอย่างนี้ และถ้าเราสามารถไปนำเสนอ หรือไปพูดคุยแลกเปลี่ยน กับประชากรให้เขารู้ เขาดู เขาเห็นว่าแต่ละอย่างที่ว่าที่เขามีสิทธิจะเลือกนั้นเปึนอย่างไร เพราะประชากรบางส่วนยังไม่เคยมีสิทธิจะเลือกอย่างอื่น พอผมเสนอเมื่อวานนี้ ในที่ประชุมของชาวนา ท่านประธาน ที่นั่นเปึ้นชาวนามาก เปึนชาวสวนมาก เปึ้นพี่น้อง คนยากคนจนมาก ท่านประธานรู้ไหมครับ พอบอกว่าถ้ามีตัวแทนเกษตรกรดีไหม เขาปรบมือเลยท่านประธาน บอกดี เปึนตัวแทนของชาวสวนดีไหม ดี เปึนตัวแทนคนยาก คนจนดีไหม ดี เปึ้นตัวแทนของคนพิการดีไหม ดี ก็แสดงว่าเขามีความต้องการส่งตัวแทน ของเขาที่เปึนตัวแทนผลประโยชน์ของเขามานั่งทำหน้าที่นิติบัญญัติจริง เปึนตัวอย่างว่า ข้อคำถามนั้นเราควรจะปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ หรือเราจะยังทำโดยที่มีข้อคำถาม เพียงแบบนี้ ข้อที่ ๑ นะครับ ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมฟังพี่น้องเราเยอะว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ อันนี้เปึนของคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าไม่รู้จะไปเสนอที่ไหน ด้วยเหตุที่อีกสองสามวันนี้ ท่านก็จะ พากันไปที่บางแสนแล้ว อันนี้เปึนข้อเสนอสั้น ๆ นะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าอีก ส่องสามวัน ท่านจะไปบ้างแสนแล้ว ผมไม่รู้จะไปเสนอท่านที่ไหนถึงจะทันกาล ท่านไปที่ชะอำก็ไปแล้ว พี่น้องเราบอกว่าเปึนไปได้ไหมครับ ถ้าสมมุติว่าไม่ต้องไป อยู่ที่กรุงเทพ เหมือนกับคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ท่านประธานก็เคยเปึน เคยอยู่ เคยเห็น ก็อยู่ที่ตึกของเราข้างหลัง ๓๕ คนนี้พอไหว ห้องนั้นกรรมาธิการ ๔๕ คนโดยประมาณของกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ เขาทำงานได้ ที่สำคัญครับมีเจ้าหน้าที่ของเราสามารถช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เสิร์ฟ (Serve) ข้อมูลงานเอกสาร งานติดต่อประสานงาน ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นท่านประธาน ครับที่ผมอยากนำเสนอท่าน ก็คือว่าเปึนไปได้ไหมถ้าอยู่ที่นี่แล้วก็จัดวงจรทีวี เขาเรียกว่า ทีวีวงจรป่ด ใช่ไหมครับ ท่ามกลางการยกร่างของท่าน ประเด็นของท่าน เปึ้นรายมาตราแล้ว ในขณะเดียวกันท่านประธานครับที่สภาของเราที่นี่ก็รับฟัง รับเห็น อภิปราย มีความเห็นกันเปึ้นลำดับ ๆ ไป สนช. เขาประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดีโดยประมาณ เปึนไป ได้ไหมครับว่าท่ามกลางการยกร่างของกรรมาธิการยกร่าง ๓๕ ท่านป่ดประตูทำงาน แล้วก็ถ่ายทอดมา อะไรต่าง ๆ พอเสร็จ ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๕ มาตรา ๗ มาตรา พวกเราก็ ทยอยกันประชุมอยู่ที่นี่เรื่อย ๆ อาจจะเปึนไปได้ไหมว่าประชุมจันทร์ อังคาร ศุกร์ จันทร์ ศุกร์ จนกว่าเขาจะยกร่างเสร็จ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อถกเถียง ข้ออภิปรายความคิดเห็น และสื่อสารมวลชนที่จะออกไปในขณะนั้น ไม่ว่าทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ก็ล้วนแต่หลอมกันมาให้หมดท่ามกลางอันนี้ จะเปึ้นประโยชน์กับการยกร่าง อย่างมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยไม่ต้องไปที่บางแสน เพราะหลายท่านก็ บอกว่าไปบางแสนพวกเราก็ไม่สะดวกที่จะไปเยี่ยม พวกเราก็ไม่สะดวกที่จะไปดู พวกเราก็ ไม่สะดวกที่จะไปเห็น บางทีไปที่อย่างนั้นก็ยุ่งยาก ยุ่มย่ามใช่ไหมครับ ถ้าเปึนไปได้ไม่ต้อง เดินทางไปอย่างนั้น อยู่ที่นี่กัน ท่านก็ทำของท่านไป พวกเราก็ประชุมของเราไป แล้วประชุมอย่างหนักด้วยพวกเรา เอามันทั้งวันทั้งคืนก็ได้ เอาสักสามทุ่ม ห้าทุ่ม สามทุ่ม ห้าทุ่ม ทุกวันระหว่างวันจันทร์ อังคาร ศุกร์

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

อันนี้ คนละกรรมาธิการแล้วนะครับ ขณะนี้กรรมาธิการรับฟัง โอ.เค. ฝากกันได้ครับ

นายการุณ ใสงาม

ผมก็บอกนําเรียนท่านประธานแล้วว่าเขาจะไปวันที่ ๕ วันที่ ๖ นี้ มันไม่มีที่เสนอ จึงจำเปึนมาเสนอตรงนี้อย่างสั้น ๆ แล้วก็เปึนเรื่องสุดท้ายแค่นี้ นะครับ ท่านประธานครับ เปึนไปได้หรือไม่ ซึ่งถ้าท่านยืนยันจะไปที่โน่นอยู่แล้วก็ไม่เปึนไร ก็เสนอไปเท่านั้นล่ะครับ เสนอไปแล้วก็ฟังครับ แต่ว่าฟังแล้วไม่จําเปึนต้องทําตามทุกอัน ล่ะครับ แล้วเรื่องที่ผมเสนอไม่ใช่ถูกทั้งหมดนะครับท่านประธาน แล้วไม่ต้องโต้แย้ง เถียงกันทุกคํานะครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ที่ผมตัดสินใจอย่างนั้น ผมว่าที่มีสาระมันมีที่คุณการุณพูด มันมีการแบ่งตัวแทน อย่างถูกต้องตามวิธีการวิทยาศาสตร์ สำนักงานสถิติแห่งชาติเขาทํานะครับ มีตัวอย่าง อยู่แล้วทั้งชุดไม่ต้องไปหาที่ไหน ที่เรียกว่า สแทรททิฟายด์ แรนดอม แซมปลิง เทคนิค (Stratified random sampling technique) เขาทําเรื่องรายการค่าใช้จ่ายสําหรับครอบครัว และเปึนตัวอย่างที่ไม่มากนัก แต่ว่าเชื่อถือได้ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ บวก ลบ ๒ เท่านั้นล่ะถ้าจะ ผิดพลาด เพราะฉะนั้นที่ข้อเสนอแนะผมว่าเปึนข้อเสนอแนะที่ฟังขึ้น อย่างไรก็ตามก็คงจะ เรียนว่าที่ฝากผม ผมจะไปบอกต่อไปได้ แต่ว่าคงจะติดคณะกรรมาธิการ ผมขออย่างนี้ ได้ไหมครับว่ารายสุดท้ายก่อน เพราะว่าคุณนิมิตรได้ออกไปก่อน แต่ขอกำหนดรายชื่อไว้ แล้ว ไม่ใช่เสนอทีหลังหลังจากที่พูด ก็มีรายเดียวเท่านั้นหลังจากนี้แล้ว ก็ถึงจะเชิญ กรรมาธิการพูดถึงรอบสอง แล้วขอคุณนิมิตรพูดให้มันสั้น ๆ สัก ๕ นาทีได้ไหมครับ แล้วก็ จะได้ตัดผ่านจบ เรียนเชิญครับ

นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพ กระผม นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้นั้นผมมาขอ รายงานเกี่ยวกับผลงานของกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัดสงขลา ซึ่งก็มีเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับทางกรรมาธิการประสานงาน ซึ่งทางจังหวัดสงขลาของเรานั้น เรามีอำเภอ ทั้งหมด ๑๖ อำเภอ คณะกรรมาธิการวิสามัญของเรานั้นออกทำการรับฟังความคิดเห็น ไปแล้วประมาณ ๒๑ เวที ส่วนใหญ่แล้วการรับฟังของจังหวัดนั้นก็เหมือน ๆ กับ หลายจังหวัด แต่ว่าขึ้นอยู่กับท้องที่แต่ละท้องที่ เพราะว่าในบางจังหวัดที่มีผู้ดำเนิน รายการนี่ บางจังหวัดผู้ดำเนินรายการอาจจะชี้นำ ชี้แนะไปบ้าง เพราะว่าผมเองส่วนตัว ก็ได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัด แล้วก็อยู่ในท้องที่ผมเอง แต่ก็ไม่เปึ้นไรนะครับ ในส่วนต่าง ๆ นั้นก็คล้ายคลึงกัน อีกสักครู่ผมคงจะนำรายงานตรงนี้นำเสนอต่อ ท่านประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ แล้วก็ท่านประธานภาคของผมคือภาคใต้ ซึ่งตรงนี้ก็เปึนข้อมูลของทางจังหวัดสงขลา ในยกแรกนะครับ ผมคงจะไม่มาเป่ดอ่านให้ฟังนะครับ ก็คงจะต้องเสียเวลาตรงนี้ แต่ผมมี ประเด็นนะครับ ประเด็นที่ทางประชาชนของจังหวัดสงขลาขอมา

ประเด็นที่ ๑ เรื่องการศึกษานะครับ จริงอยู่ในขณะนี้รัฐบาลก็สนับสนุน ให้เรียนฟรีถึง ๑๒ ป้ อย่างที่อาจารย์เกริกเกียรติพูดนะครับ แต่การเรียนฟรีนั้นไม่เก็บ ค่าเล่าเรียนก็จริง แต่ยังเก็บค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรวมไปร่วมมานั้นก็เรียกว่า เด็กนักเรียนแต่ละคนต้องจ่าย เรียกว่า เงินพิเศษ หัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าสองพันกว่าบาท ต่อเทอมด้วยซ้ำไป ตรงนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณจริง ๆ ตัดงบ บางส่วนที่ไม่จำเปึ้นจริง ๆ ลงมาสนับสนุนการศึกษาของคนในประเทศ เพราะว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาตินะครับ

ในประเด็นที่ ๒ เปึ้นเรื่องของสวัสดิการ ก็ได้รับฟังจากประชาชนนะครับ อยากจะให้รัฐบาลสนับสนุนสวัสดิการลงมา เมื่อมีอายุทำงานครบ ๖๐ ป้ เหมือนกับทาง ราชการที่มีบำเหน็จบำนาญ แต่ทางภาคประชาชนเมื่อมีอายุทำงานถึง ๖๐ ป้ก็ให้ทาง รัฐบาลมีสวัสดิการให้เหมือนกับทางราชการ สำหรับผู้ที่ได้เสียภาษีส่วนบุคคลให้กับ รัฐบาลอย่างต่อเนื่องตามที่รัฐบาลต้องกําหนด ก็อยากจะได้เงินในจุดนี้ และอีกจุดหนึ่งก็ ให้กำหนดกรอบเลยว่าผู้ที่ได้รับเงินสวัสดิการตรงนี้ ๑. จะต้องเสียภาษีส่วนบุคคลให้ครบ ตามที่ทางรัฐบาลได้กําหนดไป ๒. ต้องเปึนพลเมืองดีของประเทศชาติ เพราะใน ๒ ประเด็นนี้จะทําให้รัฐบาลได้เก็บภาษีเพื่อมาบริหารประเทศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และอีกประเด็นหนึ่งก็ทําให้คนจะต้องเปึนคนดี เพราะว่าระบุไว้ในนั้นว่าต้องเปึนคนดี แล้วก็ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาร้ายแรง นั่น ๒ ประเด็นนะครับ

และอีกประเด็นสุดท้ายนะครับ การที่ผมมีโอกาสออกไปตามท้องที่ใน อำเภอต่าง ๆ นั้น การประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึงนะครับ และเมื่อกี้มีผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ก็ได้พูดไปแล้ว ผมก็ได้ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ทําอย่างไรในการที่จะใช้สื่อ ไม่ว่าจะเปึ้น โทรทัศน์ก็ดี หนังสือพิมพ์ก็ดี หรือสื่อต่าง ๆ ก็ดีในการทำประชาสัมพันธ์นะครับ ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงนะครับ ไม่ใช่อยู่แต่ในจังหวัดใหญ่ ๆ หรือในอำเภอใหญ่ ๆ เท่านั้น ในอำเภอเล็ก ๆ หรือตำบลเล็ก ๆ ก็น่าจะให้ทั่วถึงกัน เพราะส่วนใหญ่ที่เข้าไปนั้นประชาชน แทบจะไม่รู้เรื่องเลยนะครับ ในส่วนนี้ก็ฝากให้ทางสภาด้วยนะครับ ในโอกาสนี้ก็ขอ ถือโอกาสขอบคุณผ่านสื่อไปยังจังหวัดสงขลานะครับ ก็ขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดสงขลา ท่านนายอำเภอ แล้วก็ท่านนายกเทศมนตรีทุก ๆ ท้องที่นะครับ พร้อมทั้ง ผู้ใหญ่บ้าน กํานันที่ให้การสนับสนุนในการเผยแพร่รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ทุก ๆ ท้องที่ก็ได้ ทำหน้าที่ในการเผยแพร่เปึนอย่างดี เพื่อเปึนตัวอย่างให้กับจังหวัดบางจังหวัดที่มาพูดใน ที่นี้ว่าไม่ให้การสนับสนุนนะครับ ก็ขอขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านนิมิตรก็อย่าไปคิดอะไรมากเลยครับ เด็กไปเรียนหนังสือยังจับฉลาก กันอยู่เลยนะครับ ก็ช่วยกันแก้ก็แล้วกันนะครับ ส่วนการผ่านสื่อ เข้าใจว่า ฝ์ายประชาสัมพันธ์พยายามเต็มที่ตอนนี้นะครับ ก่อนที่กรรมาธิการจะตอบนะครับ ในประเด็นที่ ๓ นะครับ พอดีท่านนิมิตไม่ค่อยได้อภิปราย ก็เลยให้ท่านพูด เพียงแต่ว่า เมื่อกี้นี้ตอนที่ท่านสมเกียรติอภิปรายพูดถึงสื่อ แล้วก็พูดถึงสถานีโทรทัศน์หลายชื่อง ก็ปรากฏว่าคุณสุวิทย์ ที่ทำสกู๊ปข่าวช่อง ๙ เปึนนักข่าวช่อง ๙ เดินขึ้นมาประท้วงว่า ช่อง ๙ เขาทำเต็มที่นะครับ แล้วก็ช่อง ๙ ก็ทำสกู๊ปในส่วนรายงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตลอด ก็เลยไปตรวจดูว่าคุณสมเกียรติไปพูดอะไรถึงช่อง ๙ หรือเปล่า ก็ปรากฏว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไรช่อง ๙ นะครับ ก็คงถามช่อง ๕ กับช่อง ๗ อะไรนี่นะครับ แต่ผมว่าเพื่อเปึนการทำความเข้าใจกันนะครับ ขอประทานโทษอาจารย์เจิมศักดิ์นิดหนึ่ง เข้าใจไม่ตรงกัน ท่านสมเกียรติอธิบายนิดหนึ่งนะครับ เดี๋ยวทางสื่อมวลชน นักข่าวข้างล่าง เข้าใจคลาดเคลื่อนไป เดี๋ยวจะทำงานร่วมกันลำบาก เชิญท่านสมเกียรติครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สมเกียรติ รอดเจริญ ครับ ประเด็นเดียวกับอาจารย์เลย ผมเจอน้อง ๆ สื่อเขาบอกพี่เมื่อกี้พูดอะไร ผมก็เลยตกใจ พูดอะไร น้อง ๆ เขาฟังได้ว่า ผมพูดว่า ช่อง ๕ ช่อง ๗ นี่ ทั้งสองส่วนยังไม่ได้ ดำเนินการอะไรเลยเกี่ยวกับกิจกรรมของสภานี้ ผมบอกว่า เอ๊ะ เท่าที่ผมพูดผมจําได้ว่า เกือบทุกช่องนี่มีกิจกรรมดำเนินการกันแล้ว เพียงแต่ว่าเบาบาง กำลังจะเรียกร้อง หาเจ้าภาพในกรณีเฟสที่ ๒ ต่อไปนี้ต้องให้เข้มข้นขึ้น เพราะมันเปึนวาระแห่งชาติ ขอให้ ทุกช่องนี่ร่วมดำเนินการกันเปึนเจ้าภาพ ดำเนินการกันหน่อย เพราะขณะนี้ช่อง ๑๑ ดำเนินการเห็นชัดเจนแล้ว ช่อง ๙ มีบ้างแล้ว แต่ยังเบาบางอยู่นะครับ ส่วนช่องทีไอทีวี นี่ยังเปึนของรัฐอยู่หรือเปล่า ถ้าเผื่อเปึนของรัฐก็น่าจะมีกิจกรรมเริ่มต้นแล้ว ช่อง ๕ กับช่อง ๗ ผมถามว่ายังเปึนของทหารอยู่หรือเปล่า ตรวจสอบเทปิด้วยนะครับ ยังเปึนของทหารอยู่ หรือเปล่า ถ้าเผื่อเปึนของทหารก็น่าจะมีกิจกรรมเหมือนกับว่าเปึนของช่อง ๑๑ ช่อง ๙ ก็ได้โอกาสแล้วผมขออนุญาตต่ออีกนิดเดียวได้ไหมครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ผมว่าท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ท่านรออยู่แล้วนะครับ จะได้เข้าวาระดีกว่า เอาเปึนว่าท่านทำ ความเข้าใจว่าระหว่างสื่อมวลชนเขาก็ทำเต็มที่นะครับ เอาเท่านี้ก่อน แล้วเดี๋ยวพอท่าน อภิปรายค่อยเข้าเรื่องของท่าน

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ผมกําลังเรียกร้องหาเจ้าภาพร่วมกันเพื่อให้ เกิดความเข้มข้นทางสื่อครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คงไม่ได้ว่าอะไรใครนะครับ ตอนนี้พอไปพูดถึงใครเข้าหน่อยก็อาจจะ เข้าใจว่าเปึ้นเรื่องของการกล่าวขานว่ากล่าวกันไป ไม่ใช่นะครับ ก็ขอบคุณทางสื่อมวลชน ทุกท่านนะครับที่รายงานข่าวอย่างต่อเนื่องมาตลอด อาจารย์เจิมศักดิ์เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องเฟสที่ ๒ หรือว่าในช่วงที่ ๒ เรื่องสื่อนี่นะครับ ทาง อสมท. ก่อนที่จะลุกไปนี่ก็ได้พูดกับผมว่าคงจะต้องมีเวลาที่มีคน ดูเยอะ ก็คือช่วงเวลาที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ไพร์ม ไทม์ แล้วก็ได้พูดในที่ประชุมว่าคงจะ เปึ้นลักษณะคล้าย ๆ รายการ ล้านบ้านล้านเมือง ที่ผมเคยทำ ผมก็คิดว่าคงจะต้องไป ช่วยกันสร้างรายการ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม คือรายการนี่มันมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่งก็คือว่า เอา สสร. ไปบอกประชาชน ซึ่งก็มีประโยชน์ไปทางหนึ่ง แต่ว่า รายการที่จะมีประโยชน์ยิ่งกว่านี่ก็คือรายการที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดง ความเห็นและ สสร. ไปรับฟัง ซึ่งผมเรียนว่าคงจะเกิดเปึนความจริงได้เร็ว ๆ นี้ เพราะว่า ท่านรองผู้อำนวยการ อสมท. ที่พูดเมื่อกี้กับพวกเรา แล้วก็ผมคิดว่าน่าจะเกิดเปึนจริงได้ นะครับ อันนั้นก็จะเกิดประโยชน์ให้ประชาชนได้เรียนรู้ แล้วก็จะได้ทำให้ทีวีนี่มีสาระเพิ่ม มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็คิดว่าประชาชนจะได้การศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งในที่ประชุมนี้นะครับ ผมคิดว่ารูปแบบนั้น นอกจากคุณสุวิทย์ สุทธิประภา นี่เคยทำอยู่ด้วยกันกับผมในรายการ นั้น แล้วคุณสุวิทย์ตอนนี้ก็ได้รับผิดชอบที่จะทำ คุณหมอชูชัยก็เคยทำอยู่กับผมในรายการ นั้น ดัดแปลงรูปแบบนิดหน่อย น่าจะทำได้ แล้วคุณอภิชาติ ดำดี สสร. นี่น่าจะช่วยได้เยอะ ผมคงไม่ไหว ผมต้องกราบเรียนว่าคงจะไปช่วยตั้งต้นได้ แล้วหลังจากนั้นก็คงจะต้อง ค่อย ๆ หนีไป ไม่อย่างนั้นผมก็จะถูกต่อว่า พอผิดพลาดไปอันเดียวคือสมุทรสงครามผมก็ เกือบตาย ถูกด่าแล้วด่าอีกว่าไม่ได้ไป เพราะไปรับปากแล้วงานมันซ้อนขึ้นมานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนหารือท่านสภาร่างรัฐธรรมนูญในที่นี้นะครับ คือแผนงานที่เราจะ เดินต่อไปนี่ ในกรรมาธิการผมได้วางแผนงานแล้วก็ได้ไปประสานแผนกับกรรมาธิการ ยกร่าง เมื่อวันที่ ๒๘ ซึ่งเปึนวันที่ผมต้องไปสมุทรสงครามแล้วไม่ได้ไปนั่นล่ะครับ ก็ได้ประสานกันกับกรรมาธิการยกร่างในวันนั้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมานี้ ทั้งสองฝ์าย ต่างคิดมาแล้วก็ค่อนข้างจะตรงกันเยอะ แล้วก็ปรับกันนิดเดียวก็ลงตัวได้พอสมควร ก็เลย ต้องมากราบเรียนสภาเพื่อที่จะฟังความเห็นด้วย เผื่อสภามีความเห็นให้เราปรับจะได้ปรับ เสียทีเดียว ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นในร่างแรกวันที่ ๑๙ เมษายน เปึ้นรูป เปึนเล่ม มีเรียงมาตราเรียบร้อย พูดง่าย ๆ ว่าเห็นเปึนภาพรัฐธรรมนูญชัดเจน ทั้งหมด หลังจากนั้นเราต้องไปฟังความเห็นประชาชนเพื่อที่จะติชมว่ารัฐธรรมนูญที่ร่าง มาแล้วพอใจ ไม่พอใจ ตรงไหนอยากจะเปลี่ยน ตรงไหนอยากจะแก้ไข ยังมีเวลาที่ กรรมาธิการยกร่างจะได้ไปแก้ไข อันนี้ต้องพูดให้ชัด ประชาชนจะได้เข้าใจว่า คําว่า ยกร่างแรก นี่ไม่ได้หมายความว่านี่คือพิมพ์เขียวที่เสร็จแล้ว แต่เปึนร่างแรกที่ แก้ไขได้ พวกผมก็เลยต้องช่วยทำงานต่อไปอีกก็คือว่า จะหยิบร่างแรกอันนั้นไปรับฟัง ความเห็น คราวนี้จะไปรับฟังความเห็นนี่ก็ได้กำหนดว่าจะขอให้กรรมาธิการยกร่าง ได้สร้างประเด็นที่กรรมาธิการยกร่างอยากจะฟัง ซึ่งไม่ได้ป่ดกั้นว่าถ้าประชาชนอยากจะ มีประเด็นอื่นที่อยากจะบอกก็ย่อมทำได้ แต่ว่า ๒ ฝ์าย ผมเหมือนกับเปึนคนที่ เปึ้นบุรุษไปรษณีย์ที่วิ่งไปวิ่งมา อันแรกเลยก็ต้องถามยกร่างก่อน ๓๕ คนว่าเขามี ประเด็นไหนที่เขายังไม่ค่อยมั่นใจ หรือฟังมาแล้วมันยังไม่ชัด อยากจะถาม มันอาจจะเปึน ประเด็นใหม่ อย่างที่เมื่อเช้านี้อาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ก็ดี อาจารย์เกริกเกียรติก็ดี มีประเด็นใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่ได้ถามในเฟสแรก ในรอบแรก ก็จะหยิบยกขึ้นมาแล้วก็เอา ไปถาม แล้วในแต่ละประเด็นมันอาจจะมีหลายมาตรา ก็ช่วยผนวกให้มันเห็นภาพให้ ชัดเจน เชื่อมโยงให้ชัดเจน แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในช่วงนั้น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบอกว่าจะมีออกมา ๓ เล่ม ผมก็กราบเรียนท่านทั้งหลายว่า จะมีรัฐธรรมนูญ ๑ เล่มที่เปึนร่างแรก เล่มที่ ๒ จะมีการเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญที่ร่างกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เทียบออกมาเสร็จเรียบร้อย วันที่ ๑๙ เมษายน และเล่มที่ ๓ จะมี คําอธิบายถึงเจตนารมณ์หรือทําไมจึงมีอย่างนี้ นั่นเปึนเล่มที่ ๓ เพราะฉะนั้น ๓ เล่มนี้เราก็ ต้องชมว่ากรรมาธิการยกร่างนั้นท่านคิด แล้วก็ทำงานไป ผมคิดว่าถ้า ๑๙ เมษายนได้คง จะช่วยท่านกรรมาธิการ ภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค และกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัดได้เยอะ เพราะท่านมีคําอธิบาย ท่านตกลงว่าท่านจะมีคําอธิบายให้ อันนี้ช่วยได้เยอะเลยส่วนหนึ่ง

ประเด็นถัดไปก็คือว่าเราไม่ได้ป่ดกั้นให้กรรมาธิการอื่น ผมอยากจะ กราบเรียนนะครับที่วางแผนไว้ ผมอยากจะรับประเด็นจากกรรมาธิการอื่นด้วย พอท่าน เห็นร่างแรกของกรรมาธิการยกร่างแล้ว กรรมาธิการอื่นนี่ติดใจประเด็นใด อยากจะให้ เราไปฟังความเห็นประชาชน ช่วยกรุณาส่งมาด้วย เราก็จะรวบรวมจากกรรมาธิการอื่น แล้วเมื่อไปรับฟังความเห็นก็ไม่ป่ดบังหรือไม่ป่ดกั้นที่ให้ประชาชนหยิบยกประเด็น ที่ประชาชนต้องการขึ้นมาด้วย ทีนี้ท่านประธานครับ ที่พวกผมวางแผนไว้ก็คือว่าใน เฟสที่ ๒ หรือในช่วงที่ ๒ นี่ เปึนช่วงที่กรรมาธิการยกร่างจำเปึนต้องอธิบายมากขึ้น เพราะเขาร่างมาแล้ว เขาก็ต้องไปชี้แจงกับประชาชน ๗๖ จังหวัดว่า ที่ร่างมาแล้วมันมีเหตุ มีผลอะไร นอกจากเขียนเปึนหนังสือเฉย ๆ ไม่พอ ต้องไปกับพวกท่านมากขึ้นใน กรรมาธิการแต่ละจังหวัด แต่ละภาค แต่คำถามคือว่าเขามี ๓๕ คน เขาจะไปได้หมดไหม ผมก็เชื่อว่าเข้าไปได้ แต่ไปได้ไม่หมด และไปได้ไม่ครบ ๗๖ จังหวัด ไม่อย่างนั้นก็จะมี ปัญหาอย่างที่ผมโดนเล่นงานอยู่ว่าไปไม่ครบ ตกลงผมก็เลยว่างแผนคิดว่าจะทําอย่างนี้ ผมคิดว่าจากประเด็นต่าง ๆ พอเราคัดเลือกกัน เสร็จเรียบร้อย ผมจะชวนกรรมาธิการยกร่างเข้าไปในห้องส่ง ไปบันทึกเทปในประเด็น ต่าง ๆ ที่เขาอยากจะชี้แจงทีละประเด็น ผมอาจจะอาสาเปึนคนซักไซ้ไล่เลี้ยง แล้วอยากจะ เชิญชวนท่านทั้งหลายไปช่วยผมซักไซ้ไล่เลี้ยงด้วย แต่ให้เขาชี้แจงในประเด็นนั้นให้ได้ และ ให้เวลาประเด็นหนึ่ง ๕ ถึง ๘ นาทีเท่านั้นที่จะซักไซ้ไล่เลี้ยง ทีละประเด็น ๕ ถึง ๘ นาที ไปเรื่อย ๆ เสร็จแล้วเราก็จะทำซีดี ปัูม (Pump) ออกมาให้ ๗๖ จังหวัด และให้ ๔ ภาค แต่ละภาค แต่ละจังหวัดต้องการแบ่งเปึนกี่ที่มบอกมา เราก็จะพยายามทำซีดีให้ครบ ทุกทีมที่จะออกไปฟังประชาชน เมื่อเราไปเป่ดเวทีฟังประชาชนก็จะประหยัดแรงงาน พวกท่านที่จะไปชี้แจง เพราะว่าท่านมีอยู่ ๓๕ คน เราก็นั่งคิดให้เสร็จว่าถ้าอย่างนั้นเราทํา ซีดีไป เห็นหน้าเห็นตา เห็นคำอธิบายชี้แจง ชี้แจงเสร็จก็ฟังประชาชน แต่ว่าพอฟัง ประชาชนเสร็จเรียบร้อย ผมเองก็ได้ความคิดความเห็นจากกรรมาธิการในชุดของผม บอกให้ก็ได้ก็มาจาก อสมท. ที่ในที่ประชุมก็บอกว่าอันนั้นเปึนความเห็นที่เปึนวันเวย์ (One way) ก็คือเปึนทางเดียวที่บอกประชาชนไป แต่ถ้าเกิดประชาชนอยากจะถามอะไร บางอย่าง หรือบางเรื่องไม่ได้ทําซีดีนี่แล้วใครจะเปึนคนตอบ ก็มาพูดกันว่าเราทํา เทเลคอนเฟอเรนซ์ (Teleconference) ได้ไหม ก็มีปัญหาว่ากระทรวงมหาดไทยก็ชี้แจงว่า เทเลคอนเฟอเรนซ์ มันโต้ตอบกันยังไม่ได้สมบูรณ์ เราก็เลยคิดขึ้นมาว่าถ้าเช่นนั้นเราทำ คอล เซ็นเตอร์ (Call center) ดีไหม ก็คือว่าเราจะมีห้องอยู่ห้องหนึ่ง มีโทรศัพท์สัก ๕ หรือ ๖ เครื่อง แล้วก็ให้กรรมาธิการยกร่างอยู่กันเปึนประจำห้องนั้นทีละ ๔ ถึง ๕ คน เมื่อกรรมาธิการแต่ละภาคไปรับฟังความเห็น หรือจังหวัดทั้งหลายไปรับฟังความเห็น แล้วมีคำถามสด ๆ สามารถจะโทรเข้ามาแล้วกระจายเสียงในที่ประชุมของประชาชนใน เวทีต่าง ๆ ได้เลยว่าเรื่องนี้ทําไมจึงยกร่างอย่างนี้ กรรมาธิการยกร่างก็อธิบายให้ฟัง และ พร้อมทั้งรับฟังความเห็นกลับมาด้วยพร้อม ๆ กันไปเลย อันนั้นก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้กรรมาธิการแต่ละจังหวัดมีรีซอร์ซ เพอร์ซัน (Resource person) มีบุคคลที่ร่างอยู่ และถ้านัดแนะเวลากันได้ก็จะยิ่งวิเศษ เพราะว่ากรรมาธิการนั้นเขาก็จะมีความเชี่ยวชาญ แต่ละด้านไม่ตรงกัน แล้วก็สามารถที่จะร่วมช่วยกัน แบ่งงานกันในการตอบคำถามได้ดีขึ้น อันนั้นก็เปึนสิ่งที่วางแผนไว้เบื้องต้นนะครับ ท่านจะเห็นว่างานไม่น้อยนะครับในเฟสที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเฟสที่ ๒ นี่จะต้องมีการจัดเวที แล้วก็เวทีรับฟังความเห็นของ ประชาชนที่มาร่วมกันอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เรามีข้อเสนอนะครับ อยากจะถามภาค แล้วก็ อยากจะถามจังหวัดต่อไปด้วยว่า เราควรจะเปึนเวทีที่ใหญ่ขึ้นกว่าในเฟสที่ ๑ หรือไม่ เพราะว่าในช่วงที่ ๑ มันเริ่มจากการที่เราไม่มีร่างเลย เราไปฟังอะไรที่เกือบจะมาจากศูนย์ เราก็อยากที่จะให้มีเวทีเล็ก ๆ หลายจังหวัดไปทำ เวทีหนึ่ง ๓๐ คน ๕๐ คน บางจังหวัด ก็ใหญ่ ก็แล้วแต่ท่านจะไปตัดสินใจ ในสมัยก่อนนะครับ แต่เที่ยวนี้เราพูดกันว่าถ้าเวทีหนึ่ง ประมาณสัก ๒๐๐ เปึนอย่างไร ห้องหนึ่งมีประชาชนที่มาจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายวัย หลากหลายเพศ มีชนกลุ่มน้อย มีผู้เสียเปรียบในสังคม ผู้ด้อยโอกาส รวมกันประมาณ ๒๐๐ พยายามให้ได้สัดส่วนตามความเปึ้นจริง เสร็จแล้วท่านมี ผู้ดำเนินการที่กระตุ้น ยั่วยุให้ประชาชนแสดงความเห็น แต่ก่อนที่จะแสดงความเห็นท่าน ถามเขาเสียก่อนว่าเขาอยากจะหยิบยกประเด็นไหนที่ในร่างรัฐธรรมนูญมีอยู่ แล้วก็ถ้าเขาหยิบยกประเด็นไหนก็เอาซีดีที่เราเตรียมไว้ ถ้ามี เป่ด ถ้าไม่มี ก็จะมีหนังสือขึ้น เล่มที่ ๓ จำได้ไหมครับ ที่กรรมาธิการยกร่างจะจัดทำให้ ท่านก็สามารถจะเอาความรู้ ตรงนั้นอธิบาย หรือโทรเข้ามาที่ คอล เซ็นเตอร์ ที่สภา ให้กรรมาธิการยกร่างอธิบาย แล้วก็ออกสป้กเกอร์โฟน (Speaker phone) ใส่ไมโครโฟน (Microphone) ออกไปใน ห้องเลย หลังจากเขาอธิบายสั้น ๆ เสร็จเรียบร้อย ท่านก็รับฟังความเห็น ให้เขาแสดง ความเห็นในเรื่องนั้น ไม่ใช่ว่าพูดเรื่องอะไรก็ได้ ทีละเรื่อง ในเรื่องนั้นเขาเห็นอย่างไร ถ้าเขา แสดงความเห็นกลับมาทั้งหมด พวกผมก็จะเตรียมแบบบันทึกให้ท่านอีกว่าวิธีบันทึกใน กรอบที่ ๒ นี่จะบันทึกอย่างไร บันทึกเสร็จท่านอีเมล์เข้ามาเลย ท่านใส่อินเทอร์เน็ต แบบเฟสที่ ๑ ที่เราทำ รีบส่ง ๆ ใครเสร็จส่ง ๆ เพราะว่าเวลามันรอไม่ได้ พอส่งมาเรื่อย ๆ เราก็ประมวลไปเรื่อย ๆ ใครส่งเร็ว อาจารย์วรพลก็จะประมวล ประมวลเสร็จก็ประชุมกับ ยกร่าง แล้วก็บอกนี่ประชาชนคิดอย่างนี้ที่ท่านถามไป แล้วก็เปึนช่วง ๆ เราก็จะคุยกับเขา เปึ้นช่วง ๆ อันนี้ก็เปึนแผนงานที่เตรียมอยู่ ท่านประธานจะขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ แจกชาร์ท (Chart) ที่ผมได้เตรียมไว้ ที่ผมกําลังพูดอยู่นี่นะครับ ให้สมาชิกได้เห็นว่า กรอบเวลาด้วยที่ผมเขียนในชาร์ทอันนี้ เขียนเลยว่าวันที่เท่าไร ถึงช่วงไหนจะทำอะไร เพราะว่ากรรมาธิการภาคนี่จะได้กรุณาไปคิด หรือคิดว่ามันมีอะไรที่จะต้องแก้ไข เพิ่มเติมบ้าง หลังจากนั้นแล้วนะครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านจะขอแจกเลยหรือเปล่าตอนนี้

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

แจกเลยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ช่วยแจกด้วยครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ที่เปึน ชาร์ทนี่นะครับ แจกแล้วใช่ไหมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

แล้วรบกวนอาจารย์ช่วยกระชับด้วยนะครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ครับ ก่อนที่เราจะไปฟังนี่พวกผมก็คงจะต้องเดินสาย เพื่อที่จะไปคุยกับกรรมาธิการประจำ จังหวัดโดยเฉพาะ ขออนุญาตเน้นนะครับ ไม่ได้ต้องการกรรมาธิการจังหวัดทุกคน แต่ต้องการเฉพาะคนที่ไปดําเนินรายการ หรือเปึนฟาซิลิเทเทอร์ (Facilitator) หรือเปึนคน ควบคุม หรือจัดการเวที กรรมาธิการอาจจะไม่ต้องมาพบกัน เพราะว่าผมก็เดินไม่ไหว ๗๖ จังหวัด จะพบแต่ตัวผู้ที่จะไปดำเนินการในแต่ละเวที พร้อมอาจจะแยกอีกพวกหนึ่ง อีกห้องหนึ่งคือพวกที่จะบันทึก จะได้ให้อาจารย์วรพลกับอาจารย์จรัสไปอยู่อีกห้องหนึ่ง ไปคุยเรื่องบันทึก เพราะฉะนั้น ๒ คนพอแต่ละจังหวัด แล้วถ้าท่านคิดว่าจะมีประธาน มาด้วยก็ได้ อย่างนี้เปึนต้น เรื่องรายละเอียดเราลงกันอีกทีหนึ่ง แต่แล้วเราอาจจะแยกกัน ว่าห้องหนึ่งคุยกันบรรดาคนที่ไปดำเนินบนเวทีหรือจัดเวทีรับฟัง แล้วอีกห้องหนึ่งคนที่ บันทึกไปคุยกัน เสร็จเรียบร้อยผมก็จะเดินสายทีละภาค ทีละภาค พอครบ ๔ ภาค ท่านทำงาน ผมว่าถ้าอย่างนั้นมันก็น่าที่จะพอที่จะทำกันได้ คราวนี้จากประสบการณ์ใน รอบแรกนั่นนะครับ วันที่เขามาปฐมนิเทศหรือมาคุยกันนี่ ถ้าเรามีตัวอย่างที่ทําให้เขาดูเลย ว่าเราทํากันอย่างไร ผมคิดว่าการบอกเล่าด้วยวาจานี่คนก็คิดไป สร้างภาพไปอย่างหนึ่ง แล้วผมดูแล้วมันเปึนแม่ปู ลูกปูจริง ๆ เลย ผมไปแต่ละภาคนี่นะครับ วันแรกจัดกันอย่างไร ก็จะจัดเหมือนวันแรกนั่นล่ะครับ เพราะว่าแต่ละจังหวัดเขาก็ไม่ค่อยกล้าที่จะพลิกแพลง เท่าไร เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ภาคนี่ประสานกันให้ดี วันแรกนี่สําคัญมาก ถ้าท่าน พิธีการมาก เขาก็จะพิธีการเหมือนท่าน เพราะฉะนั้นถ้าวันแรกท่านทําอะไรให้กระชับ ทำอะไรให้รูปแบบให้มันฟังความเห็นให้ชัดเจนนะครับ แล้วพวกผมนี่จะลงไปช่วยกับท่าน เล่นเลย วันแรก ให้เขาดูเปึ้นแบบอย่าง และเขาจะได้ลงไปทำได้เร็วขึ้น อันนั้นก็คิดว่า จะต้องทําในเฟสที่ ๒ นั่นนะครับ ท่านประธานครับ ก็คงมีแค่นี้ล่ะครับ แล้วเราก็จะได้ ข้อมูลย้อนกลับมา อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ วัตถุประสงค์มี ๓ ข้อนะครับ ๑. ไปฟัง ความเห็นเพื่อให้กรรมาธิการยกร่างได้ไปแก้ไข และขณะเดียวกัน สสร. อย่างพวกเราที่ ไม่ได้เปึนกรรมาธิการยกร่างจะได้ประเด็นว่าประชาชนเขาต้องการอะไร ถ้ากรรมาธิการ ยกร่างไม่แก้ไข เราแปรญัตติ นั่นเปึนประเด็นแรก ประเด็นที่ ๒ ประชาชนได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ เปึนการให้การศึกษากันในเรื่องการเมือง การปกครอง และประการที่ ๓ เปึนการที่ทำให้ประชาชนมีความพร้อม ในการลง ประชามติ เราจะเสียใจมากถ้าเขาลงรับหรือไม่รับ แต่ว่าเขาไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นตรงนี้สื่อ สําคัญมาก ๆ ในเวทีที่ท่านไปรับฟังทั้งหลาย รวมทั้งเทปทั้งหลายนั้นจะต้องพยายามใช้สื่อ ไม่อย่างนั้นแล้วในเฟสที่ ๓ ซึ่งผมกําลังมีอนุกรรมาธิการวางแผนเฟสที่ ๓ ไปขณะนี้ว่า หลังจากเฟสที่ ๒ เสร็จ เฟสที่ ๓ เราจะต้องทํางานอย่างไรกันต่อ งานยังไม่จบสิ้นครับ จนถึงวันที่ ๒ กันยายน ถ้าวันที่ ๒ กันยายนลงมติรับหรือไม่รับ ผมก็จะได้สบายใจ แล้วก็ จะได้หมดหน้าที่ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่าน สสร. สมเกียรติ รอดเจริญ ครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ขอบคุณครับท่านประธาน ก็กลัวว่าถ้า อาจารย์เจิมศักดิ์จะไป ประเด็นมันพอดี ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ทำให้พวกผมค่อนข้าง ที่จะหนาว ๆ ร้อน ๆ นะครับ ตอนนี้ไม่ทราบว่าอยู่ในวาระอื่น ๆ หรือเปล่า ผมขออนุญาต ก่อนที่อาจารย์เจิมศักดิ์จะไปครับ เพราะว่าเปึนเรื่องเกี่ยวกับอาจารย์เจิมศักดิ์ ผมเอา เอกสารส่งให้อาจารย์แล้วอาจารย์เห็นหรือยังครับ แฉเบื้องหลัง สสร. กรณียึดเก้าอี้ ประธานกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ได้รับหรือยังครับ เปึนเรื่องผลกระทบกับสภานี้ อย่างแรงครับท่าน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือท่านสมเกียรติครับ เดี๋ยวจะผิดวาระไป

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ก็กลัวท่านอาจารย์เจิมศักดิ์จะไปครับ คืออยากจะให้ท่านเจิมศักดิ์อยู่ต่อหน้านี่ครับว่าท่านเปึนต้นเหตุจริงตามนี้หรือเปล่า

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ก็เอาไว้ในวาระเรื่องอื่น ๆ นะครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ก็เดี๋ยวท่านอาจารย์เจิมศักดิ์จะไปแล้ว ท่านขอเวลาเมื่อกี้ที่มี เขาเรียกว่าทะท่านการุณอยู่พักหนึ่งครับ ท่านบอกท่านหมดเวลา ผมกลัวจะหมดเวลา ท่านอยู่หรือเปล่าครับ อยู่ถึงวาระอื่น ๆ หรือเปล่าครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เราก็เอาตามระเบียบก่อนนะครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

หรือครับ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะไม่มีโอกาส ท่านเสรีด้วยนะครับ ท่านก็เปึนตัวการอยู่ในนี้ด้วย ไม่ทราบท่านเห็นหรือยังครับ เอาสักหน่อยไหมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนไรครับ คือใบปลิวก็คือใบปลิวนะครับ อย่าเพิ่งไปให้ความสําคัญอะไรมาก

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

อันนี้มีที่มาที่ไปครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เอาวาระก่อนนะครับ เดี๋ยวจะกลายเปึนว่าเปึนสภาที่อยากจะประชุมหรืออยากจะพูดอะไร ก็ไปกันใหญ่นะครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

เดิมทีผมจะนําเสนอตอนประเด็นวาระอื่น ๆ แต่บังเอิญท่านเจิมศักดิ์ท่านบอกว่า ท่านขอเวลาเถอะ ผมกลัวท่านจะไปเสียก่อน ผมก็เลยขอนําเสนอมา

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนไร ถ้าท่านอยากฟังท่านก็อยู่ ท่านไม่อยากฟังท่านก็ไปนะครับ เดี๋ยวถึงเวลานั้นก่อน นะครับ ขอบพระคุณครับ มีท่านสุรชัย เชิญอาจารย์สุรชัยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมมีประเด็นหารือท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ นิดเดียว ในชาร์ทที่ท่านแจกนะครับท่านอาจารย์ ทางขวามือกรอบเวลาที่ท่านกำหนดไว้ ๒๐ ถึง ๒๗ เมษายน ปฐมนิเทศผู้ดำเนินรายการ วิทยากร กระบวนการ ผมไม่แน่ใจว่า ถ้าร่างเราออกวันที่ ๑๙ นี่ วันที่ ๒๐ เราได้เอกสารทั้ง ๓ ชุดเลยไหมครับ พร้อมนะครับ ผมเกรงว่าถ้าวันที่ ๑๙ ร่างออกแล้วเราต้องใช้เวลาจัดพิมพ์อีกหกเจ็ดวันตามข้อมูลเดิม ที่ผมได้มา ก็เกรงว่าจะกระทบกรอบตรงนี้ ถ้าเผื่อวันที่ ๑๙ ได้ แล้ววันที่ ๒๐ เราพร้อม จัดปฐมนิเทศ ผมจะได้กำหนดแผนปฏิบัติการระดับภาครอไว้เลยนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวส่วนนี้ผมว่าเรื่องสำคัญ อาจารย์เจิมศักดิ์ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

อันนี้ สำคัญครับ ผมเองได้ยินจากยกร่างว่าน่าจะเสร็จ อาจารย์ปกรณ์ช่วยยืนยันได้หรือไม่ เพราะว่าอันนี้ไม่ใช่ส่วนผมทํา ผมคิดว่าเปึนคําถามที่ดีมากนะครับ เราจะได้ทํางานกัน ต่อได้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์ปกรณ์ครับ

นายปกรณ์ ปรียากร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร ความจริงร่างจะเสร็จในวันที่ ๑๙ แล้วก็จะใช้เวลาในการจัดพิมพ์ประมาณ ๑ สัปดาห์ แต่ว่าในเรื่องของการปฐมนิเทศผู้ดำเนินรายการ วิทยากร กระบวนการ ผมคิดว่า เราสามารถที่จะดำเนินการควบคู่กันไปได้ ไม่น่าจะติดขัด เพราะว่าในสาระสำคัญของการ เตรียมการก่อนหน้าที่จะจัดพิมพ์มันสามารถที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว คือตัวที่จะต้อง ส่งไปให้สื่อมวลชนพิมพ์ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ เท่าที่คุยกันเมื่อเช้านี้กับ อาจารย์สมคิด เราก็คงจะส่งไปพิมพ์ได้วันที่ ๑๘ เพราะฉะนั้นในส่วนภายในของเรา ผมคิดว่าเราสามารถที่จะดําเนินการได้ เพียงแต่ว่า ในช่วงนี้ในช่วงที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นำเสนอเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็ประธาน คณะกรรมาธิการทุกภาคนี่ครับ น่าจะต้องประชุมร่วมกันสักนิดหนึ่งในเชิงของการ เตรียมการเกี่ยวกับที่จะดำเนินการตอบกรอบเวลานี้ ซึ่งอันนี้ถ้าเราดูในกรอบเวลา วันที่ ๑๕ ถึง ๒๐ ถ้าเราดูนะ วันที่ ๑๕ ถึง ๒๐ ซึ่งอาจารย์เจิมศักดิ์บอกว่าจัดทำแบบ บันทึกผลการรับฟัง แล้วก็พอมากรอบเวลา วันที่ ๒๐ ถึง ๒๗ เปึ้นเรื่องของการปฐมนิเทศ ผู้ดำเนินรายการ ในลักษณะนี้นะครับ ถ้ามองในแง่นี้ผมคิดว่าคงจะไปด้วยกันได้

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

มันมีประเด็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกครั้งนะครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อีกครั้งนะครับ คือถ้ากรอบเวลา เรื่องของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญกับเอกสารประกอบอีก ๒ ชุดนะครับ ที่ท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์ให้ข้อมูลกับเราไว้ ต้องใช้เวลาจัดพิมพ์ ๗ วัน ผมเกรงว่าถ้าอย่างนั้น มันจะกระทบกรอบเวลาเรื่องของการปฐมนิเทศ วิทยากร กระบวนการที่กำหนดไว้ว่า วันที่ ๒๐ เราจะลงมือ แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาประมาณวันที่ ๒๗ เมษายน ทั้งนี้เพื่อให้ วันที่ ๑ พฤษภาคม ตามกรอบของกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมกำหนดไว้ ๑ พฤษภาคม เวทีแต่ละจังหวัดทั่วประเทศสำหรับเฟสที่ ๒ ต้องเริ่มได้ ทีนี้ถ้าเผื่อว่า เอกสารนั้นไม่สามารถพร้อมในวันที่ ๒๐ มันจะกระทบไปหมดนะครับ กระทบแม้กระทั่ง เวทีรับฟังความคิดเห็นในเฟสที่ ๒ ซึ่งเราตั้งใจว่าจะเริ่มในวันที่ ๑ พฤษภาคม แล้วไปเสร็จ ภายในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ทั่วประเทศจะมีเวลาทํางานคือการตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็น ทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัดนี่แค่ ๒๐ วันเองนะครับ เหตุผล ๒๐ วันก็คือจะต้องมีช่วงเวลาหนึ่ง สำหรับกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมจะได้รวบรวมไปประมวลข้อมูลที่ได้ เข้ามาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ นําเสนอให้กรรมาธิการยกร่างอีกชั้นหนึ่งนะครับ ทีนี้ ถ้าเผื่อว่าเวลาตรงนี้เคลื่อนไปสัปดาห์เดียวมันกระทบกันไปหมดเลยครับ การทำงานระดับ จังหวัด ระดับภาค ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นนี่จะถูกบีบด้วยเรื่องของเวลา เหลือเพียง ๑๐ กว่าวัน ซึ่งผมเชื่อว่ามันเปึนระยะเวลาที่เราค่อนข้างที่จำกัด แล้วเราก็ต้อง ไปบีบประชาชนอีก ทำให้ความหลากหลายในเรื่องของประชากรที่เราจะเชิญมาร่วมใน แต่ละเวทีก็ดี การเข้าถึงประชากรให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นคือเปัาหมายที่เราอยากจะทําให้ ได้นะครับมันจะถูกจำกัดด้วยเรื่องกรอบเวลาตรงนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ คืออย่างนี้ครับ ผมมอบให้ทางส่วนของท่านเลขาธิการสภาไปประชุม กับฝ์ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนะครับ ดูกระบวนการทั้งหมดที่สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้อง ดําเนินการ โดยดําเนินการตั้งแต่มีอะไรบ้างที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ เราต้องทําอะไร ในประกาศหลักเกณฑ์ของการทำประชามติที่เราออกไปนั้น มีงานอะไรบ้างที่เราจะต้องทำ ทั้งหมด ตอนนี้คณะทำงานก็กำลังประชุมหารือกันในรายละเอียดทุกเรื่องนะครับ เพื่อให้ เปึ้นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมถึงทำงานทุกอย่างที่ต้องรับผิดชอบให้เสร็จ ทั้งหมด รวมถึงที่ท่านสุรชัยได้ห่วงใย เดี๋ยวก็จะไปดูทีเดียวทั้งหมดเลย แล้วก็จะไม่ให้เกิด ปัญหาในส่วนที่ท่านเสนอความคิดเห็นไว้นะครับ คงหมดรายงานในส่วนของกรรมาธิการ วิสามัญประสานการมีส่วนร่วมนะครับ ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการและ คณะครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาตสุดท้ายนิดเดียว ๑ นาที อย่างที่ผมเรียนว่าผมต้องไปนี่เพราะเนื่องจากว่า มีประชุม ผมนัดประชุมไว้บ่ายสามโมงกับกรรมาธิการ ๔ ภาค แล้วก็อยากจะเชิญ กรรมาธิการยกร่าง เดี๋ยวไปดูเวลาที่ท่านถามตอนนี้เลยนะครับ จริง ๆ เรานัดประชุมไว้ บ่ายสามโมง ที่ผมเร่งและขัดคอคุณการุณนั้นเพราะว่ามันมีงานที่เราจะต้องเร่ง อย่างที่ ท่านกลัวว่างานจะไม่ทัน ผมนี่เตรียมวางแผนว่าวันนี้เสร็จปัูบไปต่อตรงโน้นเลย ฉะนั้น ขออนุญาตทั้ง ๔ ภาคกรุณาไปประชุมตรงนี้นะครับ แล้วก็ยกร่างด้วยนะครับ อาจารย์ปกรณ์ช่วยกรุณาไปดูว่ามันจะพิมพ์ออกวันไหน แล้วเราจะได้วางแผนกัน ขอบพระคุณครับ ประชุมห้องไหนนะครับ ห้อง ๓๔๐๑ นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ห้อง ๓๔๐๑ นะครับ เดี๋ยวท่านไปประชุมนะครับ ทีนี้ส่วนวาระถัดไปนะครับ

๔.๒ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านพร้อมไหมครับ ท่านจะเสนออะไรครับ อาจารย์รุจิราครับ

รองศาสตราจารย์รุจิรา เตชางกูร

เรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ คือวันนี้ล้ามากแล้วค่ะ ขอเปึนพรุ่งนี้ดีกว่า ได้คุยกับท่านประธาน คืออาจารย์วิชัยแล้วค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ เพราะพรุ่งนี้เราก็มีวันนัดประชุมของเราอยู่ แล้วก็ จะเชิญกรรมาธิการยกร่างนะครับมารายงาน ไม่ยาว ในส่วนเฉพาะงานที่จะไปประชุม นะครับ เพราะฉะนั้นวาระที่ ๔.๒ นี้เลื่อนไปก่อนนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ

ความจริงมีเรื่องการมอบหมายให้คณะกรรมาธิการการเลือกตั้งเปึน ผู้ดำเนินการและควบคุมการออกเสียงประชามติ ก็ขอเปึนพรุ่งนี้ไปด้วยเลยแล้วกัน เพราะว่าอันนี้ก็รายงานให้ที่ประชุมทราบเท่านั้นนะครับ แล้วท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัว ไปดูรายละเอียดตรงนี้ก่อนนะครับ

ส่วนวาระอื่น ๆ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ อย่างที่เรียนตั้งแต่แรกว่าถ้าหาก ประชาชนท่านใดจะสนับสนุนงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญในการเสนอความคิดเห็น หรืองานประชาสัมพันธ์ กรุณาแจ้งความจำนงมาได้ที่ประธานคณะกรรมาธิการหรือคณะ นะครับ ท่านจุตินันท์เปึนประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์อยู่ เราก็จะเอ่ยชื่อ แล้วก็ขอบคุณท่านด้วยนะครับ เพื่อเปึนการประชาสัมพันธ์ในช่วงระยะเวลาที่มีอยู่

ท่านสมเกียรติครับ วาระอื่น ๆ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เมื่อกี้ที่ท่านกล่าว เกริ่นนําไว้นี่นะครับ ผมขอหารือท่านได้ไหมครับว่า มันเปึนเรื่องที่ไม่เปึ้นเรื่องกับการที่จะ มาประชุมในสภา เพราะมันเปึนใบปลิวที่พูดถึงเรื่องเก่า ๆ นะครับ แล้วถ้าพูดไปชาวบ้าน ก็อาจจะเข้าใจผิดตามไปว่ามีปัญหาอะไร ที่จริงก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะครับ เพื่อให้ เราประชุมในส่วนที่เปึ้นสาระของการยกร่างรัฐธรรมนูญดีกว่านะครับ เมื่อกี้ผมก็ถาม อาจารย์เจิมศักดิ์แล้ว

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

นิดเดียวครับท่านประธาน ก็เพื่อความ สบายใจของพวกเราครับ แล้วก็หลาย ๆ ส่วนนี่ ก็ขออนุญาต

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านสมเกียรติครับ ด้วยความเคารพท่านนะครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ไม่ลงรายละเอียดครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือลง ไม่ลงมันก็คือเรื่องของใบปลิวนะครับ ไม่เปึนประโยชน์กับสภา และชาวบ้านเขา กําลังตามเรื่องเรายกร่าง เมื่อกี้ท่านเกริ่นน้ํานี่นะครับ ผมก็เห็นแล้ว มานั่งคิดอยู่นะครับ ถามอาจารย์เจิมศักดิ์ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์บอกว่าเดี๋ยวผมไปแล้ว ท่านสมเกียรติคง ไม่พูดอะไรแล้วนะครับ เชื่อผมเถอะครับ นะครับ เราเอางานสำคัญ ๆ ดีกว่า ท่านนิมิตร เชิญครับ

นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ตามที่ ท่านประธานพูดว่า หน่วยงานทางภาคเอกชนที่จะสนับสนุนเรื่องการประชาสัมพันธ์ ผมอยากถามให้แน่ชัดว่าถ้าสมมุติว่าเขาทำปัายผ้านี่ แล้วข้างล่างเปึนการประชาสัมพันธ์ ห้างร้านกับบริษัทของเขา แล้วข้างบนเปึนข้อความในการประชาสัมพันธ์ ไม่ทราบ ได้ไหมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ยินดีอย่างยิ่งครับ จะขอรูปแบบ จะขออะไร ขอประชาสัมพันธ์ได้เลย แล้วก็ใส่ชื่อ เหมือนกับที่กรรมาธิการภาคกลางเขาทํานะครับ กรรมาธิการภาคกลางนี่เขาเชิญ ธนาคารมาร่วมกิจกรรมหลายธนาคาร แล้วข้อความในแผ่นปัายผ้านี่ก็ข้อความรูปแบบ ลักษณะเดียวกัน การเชิญชวน แต่ก็มีการติดชื่อธนาคารของแต่ละแห่งไว้

นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล

ไม่ใช่ครับ ผมจะนําตามที่ท่านพูดไปตามตําบล ส่วนใหญ่คือตามอำเภอเล็ก ๆ และตำบลเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์ ดูสื่อ ดูหนังสือพิมพ์ ด้วยบางส่วน เราจะใช้ผ้าตรงนี้เปึนสื่อการประชาสัมพันธ์ไปติดตามอำเภอต่าง ๆ ให้มากครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ได้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านกรรณิการ์มีอะไรคั่งค้างไหมครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

เรียนท่านประธานค่ะ กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร นะคะ ไม่ได้คั่งค้างจากข้างบนนะคะ คืออย่างนี้ค่ะ ได้รับข้อคำถามจากชาวบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์์ ซึ่งเมื่อกี้คุณหมอชูชัยได้เกริ่นนำนิดหนึ่งนะคะว่า รัฐธรรมนูญนี่จะ คุ้มครองประชาชนหรือชุมชนที่รับผลกระทบจากนโยบายสาธารณะทั้งของรัฐและเอกชน อย่างไร โดยเฉพาะที่ขณะนี้ซึ่งได้รับทราบข้อมูลเมื่อ ๒ วันนี้เองว่าที่ชาวบางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ มีการตั้งโรงงานถลุงเหล็ก ซึ่งเปึนโรงงานขนาดใหญ่ของบริษัทใหญ่ ซึ่งกระบวนการของการถลุงเหล็กนี่ทำให้เกิดซัลเฟอร์ (Sulfur) ขึ้นมาในบริเวณชุมชน แถวนั้น ซึ่งบริเวณแถว ๆ นั้นมันมีพื้นที่สาธารณะซึ่งปกติแล้วชาวบ้านใช้อยู่ แต่เนื่องจากว่าโรงงานไปกว้านซื้อที่ดินประมาณ ๑,๒๐๐ ไร่ ที่สาธารณะนี่มีอยู่ประมาณ สัก ๒๐๐ ไร่ก็จะถูกรุกรานเข้าไป ชาวบ้านก็เข้าไปใช้พื้นที่สาธารณะตรงนั้นลำบาก แต่สิ่ง ที่มันเกิดผลกระทบก็คือเกิดผลกระทบต่อระบบสุขภาพของประชาชน ระบบสุขภาพในที่นี้ ก็คือทางด้านทางกายนะคะ ทางประชาชนก็เกิดโรคปอดอักเสบ เกิดโรคผิวหนัง คล้าย ๆ แม่เมาะ เนื่องจากซัลเฟอร์ อันที่ ๒ ก็คือเกิดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม มีหลังคา บ้านที่ทำด้วยสังกะสี่ก็จะผุกร่อนด้วยซัลเฟอร์ เนื่องจากเปึนกรดนะคะ อันที่ ๓ ก็คือว่า ถนนหนทางที่จะเข้าสู่กรุงเทพ จากบางสะพานมากรุงเทพ นี่ค่ะ ถนนจะเสียหาย เนื่องจาก อะไรคะ เนื่องจากว่าการถลุงเหล็กเขาถลุงออกมาเปึนม้วน ม้วนหนึ่งก็ประมาณ ๓๓ ตัน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อาจารย์ครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

เกี่ยวก็คือเขาถามว่า แล้วรัฐธรรมนูญนี้ จะคุ้มครองเขาอย่างไรในเรื่องของผลกระทบกับนโยบายสาธารณะที่เกิดขึ้นในชุมชน ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะกระทบทางด้านสุขภาพ ทั้งทางกาย ใจ สังคม หรือว่าชีวิตความเปึนอยู่ของเขาเหล่านี้ นี่เขาฝากมานะคะ รัฐธรรมนูญจะช่วย คุ้มครองหรือว่าจะช่วยปกปัองประชาชนตรงส่วนนั้นได้อย่างไร นี่ประเด็นที่ ๑ นะคะ ก็อยากจะฝากส่งไปยังกรรมาธิการยกร่างนะคะ เพื่อจะได้กำหนดตรงส่วนนี้ว่าในเรื่อง ของการดูแลหรือนโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้นจะกำหนด อย่างไร เพราะขณะนี้ระบบสุขภาพถึงแม้จะมี พรบ. สุขภาพ ออกมาแล้วก็ตาม แต่ก็ รัฐธรรมนูญถือว่าเปึนแม่ใหญ่ปกปัอง ไปมีตัวเชื่อมกับตัว พรบ. สุขภาพ ซึ่งจะพูดถึง สุขภาพในมิติใหม่นะคะ คือทางกาย ทางใจ ทางสังคม แล้วก็ทางปัญญา

ประเด็นที่ ๒ เมื่อวานนี้เองที่มีรายการรัฐธรรมนูญของประชาชนนะคะ ก็พบว่ามีเครือข่ายเด็ก เยาวชน ซึ่งได้มาเสนอกระทู้ แล้วก็สิ่งที่เขาน่าสนใจก็คิดว่าเมื่อเช้า เราได้คุยกันเยอะก็คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เรื่องของสื่อ สื่อที่จะทำให้ อย่าว่าแต่ ประชาชนจะเข้าใจง่าย ๆ เลย ขณะนี้เด็ก เยาวชน เขาเสนอว่าขอให้ทำรัฐธรรมนูญ ฉบับเด็กและเยาวชน ดิฉันก็ยื่นต่อท่านประธานนรนิติไปแล้วนะคะ ก็อยากจะย้ำเตือน ตรงนี้เท่านั้นเองว่าสิ่งที่เด็ก เยาวชนเสนอมานั้นอย่าได้ละเลย แล้วก็พวกเขาก็ยินดีจะเอา ตัวแทนเด็ก เยาวชนมาสื่อสารกับเด็ก เยาวชนกันเอง เพื่อเกิดความเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญ คืออะไร แล้วก็จะทำความเข้าใจกับกลุ่มเด็ก เยาวชน ก็เลยอยากจะต่อกย้ำตรงนี้ว่า อย่าลืมสิ่งที่รับปากเอาไว้แล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์เกียรติชัยครับ มีเรื่องอะไรครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ที่จริงผมเพิ่งเข้ามาเดี๋ยวนี้เอง แล้วก็เพิ่งเห็นเอกสารที่กำลังจะ อ่านให้ฟัง ซึ่งเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกระทบกระเทือนตัวผมเองมาก โดยเฉพาะเจาะจงมาที่ ผม แล้วก็หลาย ๆ คนในนี้ ทีนี้ท่านประธานบอกว่าไม่อยากให้เอามาพูด ก็จะไม่พูดล่ะ เพราะว่าหลาย ๆ เรื่องที่พูดนี่เสียหายร้ายแรงมาก และไม่นึกเลยว่าจะเกิดสิ่งเหล่านี้ ขึ้นกับคนของเราในที่นี้ นี่กล่าวหาผมทำตัวประดุจโจรปล้นคุณธรรม คิดจะหาประโยชน์ จากตำแหน่ง สสร. ขอเงินสองสามหมื่นบาท เพื่อจะไปลอสแองเจลิส (Los Angeles) ทำตัวขอเปึนประธานอนุกรรมาธิการต่างประเทศเพื่อเอาตำแหน่งไปอวดอ้างกับฝรั่ง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อาจารย์ครับ ผมขอร้องท่าน

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

ไม่เปึนไร ผมจะไม่พูดในที่นี้ แต่จะขอ ท้าทายใครที่เขียนเรื่องอันเลวร้ายอย่างนี้จากนอกสภา พบกันได้นอกสภาเพื่อที่จะเคลียร์ เรื่องทั้งหมดได้นะครับ ถ้าจะไม่พูดจากในสภานี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือถ้าไปให้ความสำคัญเดี๋ยวก็มาเรื่อยใบปลิวครับ ผมอยู่ในสภานี้มา ๘ ป้แล้วนะครับ ว่ามาตั้งแต่ สสร. ชุดที่แล้ว ป้ ๒๕๔๐ มานี่ป้ ๒๕๕๐ แล้ว ก็เห็นมี เหตุการณ์แบบนี้นะครับ ถ้าให้ความสำคัญก็จะกลายเปึนสิ่งที่เรามานั่งคิดเอง พวกนี้ เขาไม่เป่ดเผยชื่อหรอกครับ เปึนมานานแล้วครับ อย่าไปให้ความสำคัญเลยนะครับ มีเรื่องอื่นไหมครับ ในวันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมสำหรับวันนี้แล้ว พรุ่งนี้ผมขอนัด ประชุมเปึนครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๐ (เปึนพิเศษ) เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ขอให้ท่านสมาชิก มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน วันนี้หมดวาระการประชุมแล้ว ขอขอบคุณท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับ ผมขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๔๕ นาฬิกา