ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล เสนอแนะว่าการรับฟังความคิดเห็นในกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดควรได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมมากขึ้น โดยเฉพาะระยะเวลาที่ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น ซึ่งควรยาวขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตเสนอความคิดเห็นผ่าน ไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ ก็คือว่าในการรับฟังความคิดเห็นในกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดที่ผ่านมานั้น สิ่งที่เราได้พบเห็นที่เปึนประเด็นปัญหานั้นก็คือว่า ในส่วนที่ เปึ้นปัญหาหนักที่สุดก็คือเรื่องประเด็นคำถาม เพราะว่าในกรอบแรกที่ผ่านมาผมเชื่อ นะครับว่า เดี๋ยวเราคงมีการแก้ไข แต่ผมอยากจะนำกราบเรียนว่า ในประเด็นคำถาม ที่ถามไปยังประชาชนนั้นครับ ในการสื่อ ในการที่จะอธิบายให้กับประชาชนกลุ่มประชากร ตัวอย่างที่จะเข้ามาเสนอความคิดเห็นนั้น ผลปรากฏว่าประเด็นคําถามต่าง ๆ นั้นมีความ ยากมากในการที่จะทำความเข้าใจ นั่นผมหมายถึง ๓๕ ประเด็นในกรอบแรก ในส่วนที่ ๒ นั้นก็คือในคำถามที่เปึ้นรูปแบบที่ให้แต่ละบุคคลในการที่จะตอบคำถาม นั่นก็คือว่า ในการตอบคำถาม เควสเชินแนร์ที่นำเสนอนั้นทำให้ผู้ที่ตอบคำถามนั้นมีความยากลำบาก และสามารถต้องใช้เวลามากในการดำเนินการตรงนี้นะครับ นั่นก็คือสิ่งที่สะท้อนจาก ประชาชนที่เปึนกลุ่มประชากรตัวอย่าง อีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึ้นสิ่งที่ประชาชนได้สะท้อน กลับเข้ามาก็คือว่า ประชาชนตื่นตัวมากที่ได้มีโอกาสได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเวทีที่ เราจัดขึ้นในทุกจังหวัด แต่ว่าประชาชนที่มาในเวทีเหล่านั้นได้ชี้แจงว่า กรอบระยะเวลาที่ เราให้เขานี่ค่อนข้างสั้น อาจจะเปึนประเด็นจากการที่เราไปเป่ดเวที มีพิธีเป่ดเปึนทางการ ต้องใช้เวลาเป่ด เสียเวลาอย่างมากมาย บางเวทีนั่งรอ เรานัดเก้าโมง ประชาชนมาถึง เก้าโมงครึ่งถึงสิบโมง เป่ดไปอีกครึ่งชั่วโมง เหลือเวลาชั่วโมงครึ่ง เที่ยงเลิกครับท่าน นี่คือ ประเด็นที่บางครั้งเราอาจจะมองว่าเปึนประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กำลัง ทําลายเวทีรับฟังความคิดเห็นด้วยระยะเวลาที่มีความจํากัด หลายเวทีที่ผมไปประเมินมา ผมเห็นนะครับว่าประชาชนได้ตอบว่าเวลาค่อนข้างน้อย หลายเวทีประชาชนได้บอกว่า เขาดีใจมากที่เขาได้มีโอกาสได้มาพูดคุย ท่านเชื่อไหมครับ มีเวทีหนึ่งซึ่งเปึนเกษตรกร ที่จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี ผมถามตัวแทนเกษตรกรที่เข้ามาในเวทีทั้ง ๒๐๐ คนว่าท่านผู้ใด รู้จักรัฐธรรมนูญบ้างให้ยกมือ ๒๐๐ คนยกมือเพียง ๔ คนครับ นี่คือสิ่งที่เรากําลังจะบอกว่า ถ้าเราต้องการที่จะให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังจะสอบถาม สิ่งที่ประชาชนได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือว่า ในประเด็นคำถามที่จะไปถามประชาชนนี่มีโอกาสไหมที่จะทำให้เขาได้มี โอกาสได้ศึกษาล่วงหน้าก่อนสักประมาณ ๓ ถึง ๕ วัน อย่างเช่นที่เรากำลังจะมีร่างแรกใน วันที่ ๑๙ เมษายนที่จะถึงนี้ ถ้าประชาชนมีโอกาสได้ทำการศึกษาประเด็นที่เราจะถาม หรือสิ่งที่เรากำลังจะสอบถามว่า ร่างแรกที่เราออกมานั้นเราได้รับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนที่อยู่ทางบ้านนั้นได้ให้ความคิดเห็น แล้วเราได้นำมายกร่างเปึนมาตราใน รัฐธรรมนูญ มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ประชาชนได้ออกความคิดเห็นแล้ว แล้วเราได้นําเสนอ ประชาชน เห็นหรือไม่ว่าสิ่งที่เขาเสนอให้กับกรรมาธิการยกร่างได้ถูกบรรจุลงในร่างแรกใน วันที่ ๑๙ เมษายน นั่นก็คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการนะครับว่า ทําอย่างไรก็ตามผมเห็นสิ่งที่กําลังได้พูดคุยกันก็คือว่า ในกรอบที่ ๒ หลังวันที่ ๑๙ เมษายน เชื่อว่าคณะกรรมาธิการกำลังจะถ่ายทำวีซีดี (VCD – Video Compact Disc) เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่จะออกร่างแรกในวันที่ ๑๙ เพื่อทําความเข้าใจ แล้วไปเป่ดในเวที ที่จะให้ประชาชนได้มีความเข้าใจตรงกันว่า คณะกรรมาธิการต้องการให้ประชาชนได้ แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังวันที่ ๑๙ นี้อย่างไร ผมฝาก ท่านกรรมาธิการนะครับว่า อย่างไรก็ตามตรงนี้ผมคิดว่าประชาชนกำลังติดตามเราอย่าง เข้มข้น และที่สำคัญ ขณะนี้ประชาชนกำลังตื่นตัว แล้วกำลังอยากมีส่วนร่วม หลายเวที กําลังบอกว่าแล้วทําไมจัดให้แค่ ๑๐๐ คน หลายเวทีทําไมบอกว่าจัดแค่ ๘๐ คน ถึง ๑๐๐ คน ก็เชื่อว่าเวทีเราคงจะขยายมากขึ้นนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการก็คือว่า ในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนนะครับ เราสามารถที่จะทำได้ในหลายรูปแบบ วันนี้เองนี่ผมอยากจะนำเรียนอย่างนี้ครับว่า ในนามของคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ วันนี้เราได้จัดรายการทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง ๑๑ ทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี ในเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๑.๓๐ นาฬิกา รายการนี้ชื่อว่า คุยกับ สสร. แปลว่าอะไรครับ แปลว่าประชาชนมีโอกาสได้คุยกับสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญโดยตรง รายการนี้เปึนรายการที่จะผลิตเพื่อที่จะสื่อให้กับประชาชนได้ทราบว่า ขณะนี้ สสร. เราได้ดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว โดยรูปแบบของรายการนั้นเปึนการจัด รายการสด มีพิธีกรหลัก แล้วมีพิธีกรรอง มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไปนั่งรับฟัง โทรศัพท์จากประชาชน ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับว่าเรามีโทรศัพท์ ๒๐ สายที่เตรียม ที่จะตอบรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ท่านเชื่อไหมครับว่ารายการแรกเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา โดยเราได้เชิญท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ และเราได้เชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่าง ป้ ๒๕๕๐ ได้ไปพูดคุย เปึนการโหมโรงว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานสภาร่าง แต่ละป้นั้นมีความคิดเห็น อย่างไร ท่านเชื่อไหมครับว่า โทรศัพท์ ๒๐ คู่สายไม่มีสายไหนที่ว่างเลยนะครับ ประชาชน ให้การตอบรับดีมาก เนื่องจากว่ารายการนี้ประชาชนมีโอกาสได้คุยกับสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วที่สําคัญก็คือว่าเรายังเป่ดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ในเวทีใหญ่เรามีการคุย เรามีพาเนล (Panel) ต่างหากที่จะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไปรับฟังประชาชนและได้คุยกับประชาชน ประชาชนได้เสนอมาครับว่าอยากให้สมาชิก สภาร่างไปช่วยกันรับโทรศัพท์จากประชาชนได้ไหม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่เปึนอีกหนทางหนึ่งที่เราจะ รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง เพราะประชาชนไม่มีโอกาสได้คุยกับ สสร. คราวละมาก ๆ ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนว่า ในวันพุธและวันพฤหัสบดี ทุกสัปดาห์รายการนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด ๔๘ ครั้ง จนกระทั่งเดือนสิงหาคม ก็ขออนุญาต เรียนเชิญท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทุกท่านว่าได้มีโอกาสช่วยไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็คงขอกราบขอบพระคุณทางกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่กรรมาธิการทุกคณะ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่จากสำนักส่งเสริมสารนิเทศ สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักวิชาการ สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ทั้งหมดได้ร่วมมือกันทำ และใช้เวลาเพียงช่วงไม่ถึง ๕ วัน เราสามารถเป่ดรายการ แล้วร้ายการนี้ได้รับความสนใจ จากประชาชน อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ยังมีอีกรายการหนึ่งที่เปึนรายการ สสร. คุยกับประชาชน ทางวิทยุของรัฐสภา ซึ่งจะจัดเปึนประจำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เรามี ๒ ช่วงครับ ช่วงแรกก็คือ ๐๗.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา ทุกวัน ช่วงที่ ๒ คือเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา ก็จะเปึ้นรายการที่ สสร. จะคุยกับประชาชน รายการวิทยุนี่ก็เช่นกันครับ เราได้รับโทรศัพท์จากประชาชนมากมาย ประชาชนตื่นตัว เพราะฉะนั้นอยากขออนุญาตเรียนเชิญนะครับว่าท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน ผมจะมีแบบสอบถามที่จะให้ท่านแสดงความจำนงที่จะไปเปึนวิทยากรในรายการ หรือ จะเปึนผู้ที่จะไปรับฟังโทรศัพท์จากประชาชน กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน