สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

ภุชงค์ นุตราวงศ์ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับ มีประชาชนทั้งหมด 13,362 คนได้ตอบแบบสอบถาม โดยมีความเห็นเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีความเห็นว่า ควรจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 คน ควรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหรือไม่ ไม่เห็นด้วย 63% ควรให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต 29% และส่วนใหญ่ประชาชนมีความเห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วัน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ และท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายภุชงค์ นุตราวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งให้มารายงานผลของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นะครับ ซึ่งขออนุญาตกราบเรียนท่านในเบื้องต้นว่า คงจะใช้เวลาไม่เกิน ๕ นาทีครับ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้ เปึ้นการรับฟังประเด็นข้อคิดเห็นที่ประชาชนอยากจะใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ เปึนการดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๙ ก่อนที่ทางท่าน สสร. จะมีประเด็น ต่าง ๆ ออกมา ซึ่งในตอนนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้กำหนดว่าจะมี การรับฟังในช่วงแรกคือในเดือนมกราคม ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ นะครับ รายงานที่กระผมจะกราบเรียนต่อไปนี้เปึนรายงานที่มีผลสรุป ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เปึนการรายงานในช่วงเวลาแรกนะครับ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้ อาจจะไม่ตรงกับประเด็นที่ทางท่าน สสร. กำหนดขึ้นมา แต่ข้อมูลเหล่านี้เปึนข้อมูลที่ได้ นำมาประกอบเพื่อนำกราบเรียนท่านกรรมาธิการการมีส่วนร่วม แล้วก็ท่านกรรมาธิการ ยกร่างแล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ เราได้ใช้ช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง ๗๕ จังหวัด รวมทั้ง กทม. อีก ๑ จังหวัดนะครับ โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด แล้วก็มี กกต. จังหวัดเปึนผู้ช่วยดำเนินการนะครับ เราใช้ช่องทางทั้งหมดประมาณ ๑๐ ช่องทาง คือ ๑. เรารับฟังความคิดเห็นจากตู้ไปรษณีย์ที่ทางสำนักงาน กกต. ได้จัดขึ้น ๒. ก็ได้ รับฟังความคิดเห็นโดยตรงที่สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดเอง ในส่วนที่ ๓ รับฟังความ คิดเห็นจากรายการวิทยุที่ทางสำนักงาน กกต. จังหวัดได้จัดประจำอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เปึน สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อันดับที่ ๔ ก็คือรับฟังความคิดเห็นโดยเราได้ จัดเปึนเวทีในบางส่วน เวทีนั้นเปึ้นเวทีทั่วไป เวทีสัมมนา และบางส่วนเปึนการสัมภาษณ์ ส่วนที่ ๕ เรารับฟังความคิดเห็นโดยทำเปึนแบบสอบถามถึงประชาชนโดยตรงและผ่าน เด็กนักเรียนครับ อันดับที่ ๖ เรารับฟังความคิดเห็นโดยการจัดประชุมสัมมนา อันดับที่ ๗ เราเป่ดเว็บไซต์ (Web site) ครับ อันดับที่ ๘ นี้เปึนการรับฟังความคิดเห็นทางหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น อันดับที่ ๙ เปึนการรับฟังความคิดเห็นโดยการจัดเจ้าหน้าที่ของเราลงไปในระดับ อำเภอ ตำบล หมู่บ้านเพื่อรับฟังโดยตรงครับ ส่วนสุดท้ายก็คือรับฟังความคิดเห็นโดยใช้ เสียงตามสาย หอกระจายข่าวในการกระจายข่าว แล้วก็รับผลกลับมานะครับ จากผลการ ดำเนินการทั้งหมดนี้เราทำเปึนแบบคำถามเป่ดครับ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ข้อคิดเห็นโดย อิสระ จากการประมวลแล้วทั้งหมดนี้มีผู้ที่ได้ตอบแบบสอบถามให้ความคิดเห็นจำนวน ทั้งหมด ๑๓,๓๖๒ คน ซึ่งเปึ้นทั่วประเทศนะครับ ประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญนี่กระผมจะ ขออนุญาตกล่าวโดยสรุป เนื่องจากเอกสารก็มีแล้ว เอกสารได้นำเรียนแล้วนะครับ ในส่วนของความคิดเห็นของประชาชนในส่วนของ กกต. ที่รับฟังมานี้ บางส่วนอย่างที่ ท่านประธานเจิมศักดิ์กับท่าน ดร.วรพลได้เรียนให้ทราบ บางส่วนก็คล้ายกัน บางส่วนก็ เหมือนกัน บางส่วนก็แตกต่างกันนะครับ กระผมจะขออนุญาตเฉพาะในเรื่องของความ คิดเห็นของประชาชนในเรื่องที่สำคัญ ๆ ดังนี้นะครับ ทาง กกต. ก็กำหนดหัวข้อ กำหนด กลุ่มต่าง ๆ ขึ้นมาจากแบบสอบถามที่เปึนแบบสอบถามเป่ดนะครับ ก็เปึ้นในเรื่องต่าง ๆ เช่น ในเรื่องของ สส. ในเรื่องของ สว. ในเรื่องของ กกต. เอง ในเรื่องความคิดเห็นต่อการ เลือกตั้ง ในเรื่องความคิดเห็นต่อการปกครองท้องถิ่น ในเรื่องของการมีส่วนร่วม ความเห็น ต่อเรื่องพรรคการเมือง ความคิดเห็นต่อเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แล้วก็เรื่อง องค์กรอิสระทั่วไป ในเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ คำถามที่สำคัญที่นำกราบเรียนก็คือว่า เมื่อพูดถึงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามของ กกต. นี่มีแสดงความคิดเห็นไว้ว่า จำนวน สส. ของทั่วประเทศ ควรจะมีทั้งหมด ๔๐๐ คน เปึ้นเสียงทั้งหมด ๔๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ส่วนที่มีความเห็น รองลงมาก็คือ ควรจะมี ๓๐๐ คน ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จำนวนที่มี ๕๐๐ คน มีทั้งหมด ๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ในส่วนของข้อคิดเห็นที่ว่า ควรมี สส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือไม่ มีผู้ตอบว่า ไม่เห็นด้วย คือไม่ควรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ถึงร้อยละ ๖๓ ครับ ควรให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ๒๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนแบบบัญชีรายชื่อแบบเดียวมีเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ ในส่วนของระยะเวลาที่สังกัดพรรคการเมืองนี้ ทางผู้ตอบ ประชาชนมีความเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๙๐ วันเปึ้นจำนวนมาก ที่สุด จำนวนถึงร้อยละ ๗๖ นะครับ รองลงมาก็คือมีความเห็นว่าไม่ควรสังกัดพรรค การเมืองร้อยละ ๑๗ ครับ ส่วนความคิดเห็นที่บอกว่า ไม่ควรสังกัดพรรคการเมือง คือให้ เปึ้นสมาชิกพรรคการเมืองเปึนระยะเวลาน้อยกว่า ๙๐ วันนี้ มีเพียงร้อยละ ๕ ครับ ในเรื่อง ของวุฒิการศึกษานี้ตรงกับประเด็นที่ทาง ดร. วรพลได้รายงานแล้วครับ คือส่วนใหญ่ ร้อยละ ๕๐ มีความเห็นว่า สส. ควรจะมีวุฒิการศึกษาจบปริญญาตรีครับ แต่ใน ขณะเดียวกันความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกันก็คือว่าไม่ควรกําหนดวุฒิการศึกษาของ สส. นี้ มีถึงร้อยละ ๔๙ ครับ ประเด็นนี้ก็ใกล้เคียงกันครับ ในส่วนที่มีความคิดเห็นของ สส. ว่า ควรอยู่ในวาระเดียว สมัยเดียวนี้ร้อยละ ๗๐ ครับ ส่วนที่มีความเห็นว่าไม่ควรอยู่ในวาระ เกิน ๒ สมัย มี ๒๙ เปอร์เซ็นต์ครับ ในจำนวนในเรื่องของการถอดถอนรายชื่อผู้มีอำนาจ ทางการเมือง ควรใช้รายชื่อน้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี้เปึนความเห็นที่สูงที่สุด มากที่สุด คือร้อยละ ๘๗ ครับ ในส่วนของการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ลดจากจำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์นี้ มีความเห็นร้อยละ ๙๓ เห็นว่า ควรจะลดจาก ๕ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ในส่วนของประเด็นว่านายกรัฐมนตรี ควรมาจากไหนนะครับ มีความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้ง สส. สูงมาก ครับ ร้อยละ ๙๔.๔๙ แล้วก็มีความเห็นว่าผู้ที่เปึ้น สส. ควรเปึ้นรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ได้นี้มีเพียงสามเปอร์เซ็นต์เศษ ๆ นะครับ และในขณะเดียวกันมีความเห็นว่า ไม่ควร เปึ้น สส. และเปึนรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ประมาณสองเปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ครับ ในส่วน ของวุฒิสภานะครับ ที่สําคัญก็คือมีความเห็นว่า สมาชิกวุฒิสภาควรมาจากการเลือกตั้ง มากที่สุดร้อยละ ๕๘ นะครับ นอกนั้นมาจากการแต่งตั้งร้อยละ ๑๒ ครับ มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งในสัดส่วน ที่เท่ากัน ร้อยละ ๑๒ ครับ ในส่วนวาระของ สว. มีความเห็นว่าควรอยู่ในวาระเดียว ร้อยละ ๗๔ ครับ ที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือมีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรออกกฎหมาย ปัองกันไม่ให้ญาติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามี ภรรยาเปึนสมาชิกวุฒิสภา อันนี้ สูงถึงร้อยละ ๘๙ ครับ ในส่วนของการหาเสียงของวุฒิสภามีความเห็นว่าควรหาเสียงได้ ร้อยละ ๙๕ การจํากัดอายุ มีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรอายุไม่เกิน ๗๐ ป้ถึง ร้อยละ ๘๒ ครับ ในจํานวนของสมาชิกวุฒิสภา มีความเห็นว่าควรจะมี ๒๐๐ คนเปึ้น จำนวนที่มากที่สุดคือ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ต่ำกว่า ๒๐๐ คนที่ไม่ได้ระบุจำนวนมีร้อยละ ๓๕ ครับ สําหรับวุฒิการศึกษา มีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรจบปริญญาตรีถึงร้อยละ ๙๖ ครับ ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้มีความเห็นว่ากระบวนการสรรหา กกต. นี้ ไม่ควรให้พรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องสูงถึงร้อยละ ๗๘ ครับ ในเรื่องของอำนาจหน้าที่ ในการชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ลักษณะของการให้ใบเหลือง ใบแดง มีความเห็นว่าควรให้ กกต. คงอำนาจเดิมร้อยละ ๕๓ ครับ ส่วนรองลงมาก็คือควรเปึนอำนาจของศาลพิเศษ ที่ศาลเลือกตั้งร้อยละ ๒๓ ในส่วนของการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนะครับ มีความเห็นว่า ควรยกเลิกการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรหรือต่างประเทศนะครับ สูงที่สุด คือร้อยละ ๘๗.๙๔ ครับ แล้วก็มีความเห็นว่าควรยกเลิกการใช้สิทธิล่วงหน้าคือการอำนวย ความสะดวกครับ ประเด็นที่ควรจะกําหนดให้การเลือกตั้งเปึนหน้าที่หรือเปึ้นสิทธินะครับ มีความเห็นว่าควรกำหนดให้เปึนหน้าที่ร้อยละ ๖๓ นะครับ และไม่ควรกำหนดให้เปึน หน้าที่ร้อยละ ๓๖ การนับคะแนน สส. สว. ท้องถิ่นควรนับที่หน่วยเลือกตั้งร้อยละ ๖๐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกอันหนึ่งก็คือเวลาในการเลือกตั้ง ควรจะเปึนเวลาตั้งแต่ ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๐๐ นาฬิกาครับ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๕.๐๐ นาฬิกา ส่วนอื่น ๆ นี้ ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีประเด็นที่สำคัญ ที่จะนำกราบเรียนนะครับ ส่วนในเรื่องของพรรคการเมืองมีประเด็นเดียวครับ มีความเห็น ว่าควรยกเลิกเงินสนับสนุนพรรคการเมืองร้อยละ ๗๑ ครับ ในส่วนที่ผมกราบเรียนทั้งหมด นี้เปึนสรุปประเด็นนะครับ ในรายละเอียดได้ปรากฏในเอกสารแล้ว ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการรับฟังความ คิดเห็นในวาระที่ ๒ ในเฟสที่ ๒ นี้ อยู่ระหว่างที่สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกําลัง นำกราบเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ความเห็นชอบก่อน ขอบพระคุณครับ