สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

วรพล โสคติยานุรักษ์ หารือเรื่องการรับฟังความเห็นประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีการจัดเวทีและประมวลความเห็นจากรายเวที ประชาชนที่มามีส่วนร่วมให้ความสำคัญเรื่องสิทธิเสรีภาพและบทบาทประชาชน รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างกฎหมายและนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ร้องประธานคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและการประชามติ จะมาขอกราบเรียนใน อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กระผมนำเสนอเรื่องการรับฟังความเห็นประชาชนของสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วยนะครับ ซึ่งทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติซึ่งเปึนองค์กรที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ในมาตรา ๒๖ และเปึน องค์กรหนึ่งที่ต้องพิจารณาให้ความเห็นต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยกร่างขึ้นด้วย ในกระบวนการนั้นทางสภาที่ปรึกษาได้ดำเนินการตั้งแต่ปลายป้ที่แล้วในหลายขั้นตอน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา ๑ คณะ คือคณะการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายให้เปึ้นประธาน คณะทำงานชุดนั้นด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็ได้ดำเนินการหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกก็คือ การจัดระดมความเห็นระดับโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) คือเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ มาระดมความเห็นในเรื่องประเด็นรัฐธรรมนูญว่าควรมีสาระอย่างไร แล้วก็ใน ขั้นที่ ๒ ก็คือการรับฟังความเห็นประชาชน ได้ดำเนินการขั้นที่ ๒ ก็คือการรับฟังความเห็น ประชาชนทั่วประเทศ ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมกราคมจรดต้นเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ซึ่งรับฟังความคิดเห็นประชาชนจากทั่วทุกจังหวัด โดยจัดเปึนเวทีขึ้น เวทีละ ๒ ถึง ๓ จังหวัด มาประมวลกัน โดยกระบวนการรับฟังความเห็นนั้นก็ทำเปึน ๔ รูปแบบ ดังต่อไปนี้ แบบที่ ๑ คือ การจัดเวทีและประมวลความเห็นจากรายเวที โดยมีประเด็นที่ได้ กำหนดขึ้น ทางสภาที่ปรึกษาได้กำหนดขึ้นใน ๓ กรอบ ซึ่งเปึ้นข้อโชคดีที่กรอบที่กำหนด ขึ้นนั้นเปึนกรอบที่ตรงกับกรรมาธิการยกร่างได้ยกขึ้นในโอกาสต่อมานะครับ ซึ่งทำให้เราโชคดีได้ทำงานล่วงหน้าไปก่อน และสภาที่ปรึกษาก็เปึนหน่วยงานแรกที่ลงไป ในพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน จึงได้รับการต้อนรับอย่างมากมายจากประชาชน ทั่วประเทศนะครับ แล้วก็การรับฟังรายเวทีนั้นประชาชนให้ความสำคัญและให้ความสนใจ เปึ้นอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนการสื่อสาร เพราะเราได้มีการนําเสนอ อธิบายถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ ด้วย เปึนการให้ความรู้แก่ประชาชนที่มามีส่วนร่วมในครั้งนั้นด้วย และประมวลรายเวที ขึ้นมานะครับ ขณะเดียวกันเราก็มีการออกแบบสอบถามเปึนรายบุคคลนะครับ ซึ่งรายบุคคลนั้นก็ให้ประชาชนได้ตอบทั่วประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งมีประชาชนตอบเข้ามา หลายพันราย ในกระบวนที่ ๓ เราก็รับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ ได้ออกแบบสอบถามนั้น ผ่านเว็บไซต์ ประชาชนสามารถกดเข้ามาเพื่อตอบคำถามได้เลย ก็มีประชาชนเข้ามา รับฟังสนใจเว็บไซต์ของเรา สภาที่ปรึกษา มีผู้เข้ามารับฟังและมาอ่านรายการต่าง ๆ ในเว็บไซต์ของเรามากกว่าสองหมื่นกว่ารายนะครับ ซึ่งก็เปึนเว็บไซต์ที่มีความนิยม ค่อนข้างสูงมาก รวมทั้งมีอีกแบบสอบถามหนึ่งในทางเว็บไซต์คือ แบบปลายเป่ด ก็คือ ประชาชนจะพูดอะไรก็ได้นะครับ ให้ความเห็นมาทั้งหมด ขณะนี้ก็รวบรวมแล้วพรินท์ (Print) เปึนเอกสารมาได้หลายกล่องนะครับ เพราะว่าเยอะมาก ประชาชนให้ความเห็น แบบปลายเป่ดจำนวนมาก เราก็ได้เอาความเห็นทั้งหมดนี้ประมวลเข้านะครับ ได้นำเสนอ ต่อกรรมาธิการยกร่างไปแล้วนะครับ แล้วก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ จากนั้น เราก็มีการจัดระดมความเห็นระดับชาติอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม โดยเชิญ ประชาชนจากทุกส่วนต่าง ๆ ตัวแทนแต่ละจังหวัดมาร่วมประชุมกันในกรุงเทพ แล้วก็มี ผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก และมีความตั้งใจหลายประการ แล้วก็ได้ประมวลขึ้นมาเปึน เอกสาร ซึ่งได้นําส่งให้ทางประธานคณะกรรมาธิการยกร่างเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งมีเรื่อง น่าสนใจหลายเรื่องที่อยากจะกราบเรียนนะครับ ข้อแรก ประชาชนให้ความสำคัญเรื่อง สิทธิเสรีภาพและบทบาทประชาชนเปึนพิเศษ ได้พูดถึงสิทธิต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่สิทธิ เรื่องการศึกษาที่เท่าเทียมกัน สิทธิในเรื่องการทำงาน สิทธิของสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทั้งหลายนะครับ สิทธิของชุมชน สิทธิของสื่อ และการมีส่วนร่วม ของประชาชน มีรายละเอียดมากมายนะครับ ซึ่งได้นำเสนอไปแล้วในส่วนนั้นนะครับ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องของการร่างกฎหมาย การชุมนุมต่าง ๆ เปึนต้น ในส่วนที่ ๒ ของสิทธิประชาชน คือเรื่องเกี่ยวกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เห็นว่านโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐนั้นควรเปึนสภาพบังคับนะครับ เพราะว่ารัฐจะต้องใช้นโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐในการพัฒนาประเทศ เพราะประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้เปึนพิเศษว่า ประชาชนเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นประชาชนควรมีส่วนใช้ด้วย แล้วก็ไม่ใช่เปึ้นเพียง นักการเมืองที่มาใช้รัฐธรรมนูญ จะเปึนอย่างนั้นได้ประชาชนจะต้องให้ความสําคัญ ในเรื่องเหล่านี้ และรัฐบาลต้องให้ความสําคัญเรื่องเหล่านี้ เปึนต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นถือเปึนเสาหลักอันหนึ่งของรัฐธรรมนูญที่ควรจะมี เพราะเปึน เรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตความเปึนอยู่ของประชาชน ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็อยากให้มีข้อชี้วัด ข้อกำหนดชัดเจน มีสภาพบังคับ ประชาชนตอบแบบสอบถามมาทั้งหมด ๙๔.๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ บอกว่าต้องมีนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐเปึนสภาพบังคับ อันนี้ก็เปึนแนวหนึ่งที่มีความสำคัญมาก การศึกษา ประชาชนอยากเห็นมีสภาพบังคับมากขึ้น ที่จะกําหนดให้รัฐจะต้องดําเนินการเพื่อให้ การศึกษาประชาชนเปึ้นจำนวนที่เพียงพอและมากพออย่างเท่าเทียมกัน แล้วก็จำนวนป้ ก็พูดถึง ๑๒ ป้ขึ้นไปทั้งสิ้นนะครับ เปึ้นสภาพบังคับที่ให้รัฐต้องดําเนินการให้ประชาชน ทุกคนมีสิทธิได้เรียนในสิ่งที่ได้เรียน ต้องการเรียนนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชาชนพูดถึงมากว่ากระทบกระเทือนมากเรื่องนี้ อยากให้มีการกําหนดชัดเจนในนโยบายแห่งรัฐ เรื่องน้ำเปึ้นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนพูดถึงว่า ควรจะต้องแก้ไขเปึ้นระบบ แล้วก็ควรจะบังคับไว้ในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐให้ชัดเจน ในเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างถาวรยั่งยืน เพราะประชาชนรู้สึกว่าน้ำเปึนเรื่องใหญ่ แล้วในเวลานี้ เรื่องสาธารณูปโภคและสาธารณสุข เปึ้นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชน พูดถึงว่า ควรจะมีกติกาชัดเจนในนโยบายแห่งรัฐที่ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลต้องทำ สิ่งเหล่านี้ให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน อีกประการหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้ เรากำลังเป่ดประเทศไปสู่เสรีและการค้าเสรีมากขึ้น ประชาชนกังวลว่าการเป่ดเสรี เหล่านั้นจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบกระเทือนจากการสาธารณสุข เพราะว่าจำนวน หมอมีจำกัด ถ้ามีจำกัดแล้วต่างประเทศมาใช้มาก แล้วเราไม่มีแผนงานในการพัฒนา สาธารณสุขเพียงพอประชาชนก็จะเดือดร้อน ขณะนี้แพทย์ในชนบทมีจำนวนจำกัด แต่แพทย์ที่ไปรักษาคนต่างประเทศนั้นอาจจะมีจำนวนมากกว่าแพทย์ชนบทแล้วก็ได้ใน ระยะเวลาในอนาคตข้างหน้านี้ จึงเปึ้นเรื่องใหญ่ที่อยากจะให้นโยบายแห่งรัฐในการ วางแผนเรื่องเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า เพราะเรากำลังเข้าไปสู่โลกของการเปลี่ยนแปลงและ การเป่ดประเทศเสรี ในกรอบสถาบันการเมือง ก็พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการได้มา ก็เห็นว่าควร จะมีนายกรัฐมนตรีมาจาก สส. นะครับ แล้วก็ดำรงตำแหน่งพร้อมกันได้ ในขณะเดียวกัน ต้องสังกัดพรรคการเมืองเปึนหลักนะครับ แล้วก็วุฒิสมาชิกก็ควรจะจบปริญญาตรี ชัดเจน นะครับ เรื่องอำนาจบริหาร เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้มีการยุบรวมพรรคเมื่อมีการเลือกตั้ง แล้วนะครับ เพราะว่าเปึนเรื่องที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือก พรรคมาแบบนั้น แต่มายุบรวมหายไป ในส่วนอื่น ๆ จริยธรรมทางการเมืองของ นักการเมืองเปึนเรื่องใหญ่ที่ประชาชนให้ความสำคัญเปึนอย่างยิ่ง องค์กรต่าง ๆ ใน รัฐธรรมนูญนั้น ก็เห็นว่าควรจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสรรหาองค์กรอิสระมากขึ้น และไม่ควรมีกรรมการสรรหาองค์กรอิสระจากพรรคการเมืองนะครับ และประชาชนควร มีส่วนเปึนกรรมการสรรหาและควรมีส่วนเปึนกรรมการองค์กรอิสระมากขึ้น ไม่ใช่มีเฉพาะ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเดียว แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ ก็มีความสําคัญมาก ในเรื่องเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญในส่วนของการบัญญัติตามกฎหมายที่จะต้องมี เรื่องการที่กฎหมายลูก ทั้งหลายก็ควรจะกำหนดชัดเจนว่าให้มี โดยรวม ๆ ก็เปึนความเห็นประชาชนจาก แง่คิดต่าง ๆ มากมายนะครับ ซึ่งเราได้นําเสนอไปต่อคณะกรรมาธิการยกร่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปของทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็คือจะดำเนินการ หลังจากทางร่างรัฐธรรมนูญได้ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ทางสภา ที่ปรึกษาก็จะนําร่างรัฐธรรมนูญนั้นมาระดมความเห็นประชาชนอีกครั้งหนึ่งทั่วประเทศ นะครับ แล้วจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ เมษายน ซึ่งก็จะเรียนเชิญหลายท่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการหลายท่านไปร่วมอภิปราย ร่วมแสดง ความคิดเห็น ร่วมเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น และประชาชนจากทั่วประเทศก็จะให้ ความเห็นในเรื่องนี้ แล้วก็จะประมวลเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบพระคุณครับ