สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

น้ำมาลีรัตน์ แก้วก่า หารือเรื่องการประชุมและประชามติรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองภาคพลเมือง และการสร้างความเข้าใจในเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการอบรมและเผยแพร่ความรู้ของรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

น้างมาลีรัตน์ แก้วก่า กรรมาธิการ

ในระดับหมู่บ้านเราได้ใช้สื่อเปึน ภาพพลิกที่จะเข้าไป ก็คือจาก ๑๕,๐๐๐ หมู่บ้านที่จะไปเดินนี่นะคะ จะจัดทีม (Team) วิทยากรออกไปที่มหนึ่ง ๒ คน กับ ๓ คนนะคะ ๕ คนเขาจะต้องไปแบ่งที่ม เราจะนำเสนอ เรื่องตั้งแต่ชีวิตประจำวันกับการเมืองเกี่ยวพันกันอย่างไรนะคะ นอกจากนี้สภาพสังคม ปัจจุบันเปึนอย่างไร แล้วก็เน้นความสำคัญของการเมืองภาคตัวแทนกับภาคพลเมือง นะคะ ซึ่งสุดท้ายในวันนี้การเมืองบ้านเราจะเปึนการเมืองแบบที่เห็นในภาพนี้นะคะ ท่านประธาน ก็คือในสภาไม่ว่าจะเปึนวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมานั้น ตัวแทน ของคนที่เปึนคนส่วนน้อยประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ของประเทศจะได้เสียงข้างมาก อยู่ในสภา ก็คือจะมาจากการซื้อเสียงบ้าง มาจากการใช้อิทธิพลบารมีบ้าง แต่คน ส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเปึนเกษตรกรผู้ใช้แรงงานทั้งหลายจะมีตัวแทนอยู่ในสภา น้อยมากประมาณสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นเราอยากจะเห็นการเมืองไม่ว่าจะเปึน เรื่องของความเสมอภาค และเราอยากจะเห็นการเมืองภาคพลเมืองให้มากขึ้น นอกจากตัวแทนที่เข้าใจจุดมุ่งหมายของการทำหน้าที่ผู้แทนไม่ว่าจะเปึนอื่นใดก็ตาม เราอยากจะเห็นภาพประกอบที่เปลี่ยนจากเมื่อกี้นะคะท่านประธาน ที่เมื่อกี้เห็นเอียง คนละข้าง ก็อยากจะเห็นตัวแทนคนส่วนใหญ่ได้ที่นั่งมากขึ้นในสภานะคะ อันนี้คือ เปั้าหมายสูงสุด แล้วก็นํามาซึ่งการนําเสนอ ข้อเสนอรอบแรกได้นําเสนอต่อท่านประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างและกรรมาธิการยกร่างไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ดิฉันต้องขอชื่นชม ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการอำนวยการรณรงค์การมีส่วนร่วม ของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งได้รับงบสนับสนุนมาจากสำนักงาน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กองทัพภาคที่ ๓ โดย พลโท จีรเดช คชรัตน์ นะคะ และผู้ประสานงาน พันเอก ณพล พันเอก ยงยุทธ์ ซึ่งในวันที่เราไปพูดคุยแลกเปลี่ยนนั้น เราไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว แต่เราทำงานล่วงหน้านะคะ ทำงานมาตั้งแต่ยังไม่มี สสร. ด้วยซ้ำไป ไปพูดคุยกันตั้งแต่พฤศจิกายนเปึนต้นมานะคะ จนกระทั่งทำงานล่วงหน้า ไปเรื่อย ๆ มกราคม กุมภาพันธ์ เงินออกในวันที่ ๙ มีนาคม งานเราเดินเร็วมากนะคะ วันนี้วิทยากรระดับจังหวัดที่บอกว่าสองร้อยกว่าคน วันนี้จังหวัดเชียงราย ครบเกือบตามเปัาหมายทุกอำเภอนะคะ เชียงใหม่เดินไปครึ่งหนึ่งแล้วตามเปัาหมาย ที่เขาวางเอาไว้ ก็คือไปอบรมต่อในรุ่นละ ๗๕ คนนี่นะคะ ขณะนี้กองทัพภาค ๓ ยังอยู่ในระหว่างของช่วงที่ ๓ เพราะฉะนั้นในเฟส ๒ ในช่วง ๒ นี่ การทำงานกับกองทัพ ภาคที่ ๒ ซึ่งวันนี้งานเดินไปจนกำลังรองบประมาณสนับสนุนอยู่ ซึ่งงบใช้น้อย กองทัพภาคที่ ๒ เราวางเปัาหมายไว้ที่ ๘ จังหวัด เนื่องจากเรามีงบต่อยอด เราจะต่อยอดจากข้างล่างลงไปน้อยมาก เรามีแค่ ๘ จังหวัด แต่ท่านแม่ทัพภาค ๒ คนเก่า กับ พันเอก ชินกาศ ซึ่งเปึนผู้ที่ประสานงาน อยากจะให้อบรมวิทยากร จังหวัด จังหวัดละ ๑๐ คน ซึ่งประกอบไปด้วย ทหาร ๔ คน แล้วก็พลเรือนอีก ๖ คน เปึน ๒ ทีม (Team) ของจังหวัด ที่มหนึ่งจะมีทหาร ๒ คน แล้วก็พลเรือน ๓ คน ไปทำงานร่วมกัน แบ่งไปอบรมวิทยากร อำเภอ ท่าน พันเอก ชินกาศ ท่านบอกว่า ท่านแม่ทัพภาคที่ ๒ คนเดิม ได้ประสานงาน กับผู้อำนวยการ วันนี้ท่านเปึนผู้อำนวยการกรมกิจการพลเรือน คือ พลตรี สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ อยากจะให้จัดครบทุกจั งหวั ด เพราะว่ำ ๑๙ จั งหวั ด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปึนจังหวัดที่เข้าใจว่าสถานการณ์นี้ยังอยู่ในช่วงเหมือนกับ มืด ๆ อยู่ คลื่นใต้น้ำค่อนข้างเยอะ ท่านก็อยากจะให้ครบทุกจังหวัด เรากำลังรอ งบประมาณสนับสนุนอยู่ อันนี้ก็เรียนตามตรง แต่งานนี้คืบไป เดินไปข้างหน้า ค่อนข้างมาก ในภาค ๑ และภาค ๔ ขออนุญาตใช้เปึนภาคทหาร จริง ๆ ก็คือภาค ๔ ภาค ๑ ของเรา ภาคกลาง ภาคใต้ ในภาคกลางจะทำ ๙ จังหวัด เนื่องจากงบมีแค่นั้น และภาคใต้ทำ ๘ จังหวัด รวม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย อันนี้ก็คือ ในเฟสที่ ๒ หลักสูตรที่ลงไปจะเน้นหนักเรื่องของสาระเนื้อหารัฐธรรมนูญ ตามที่กรรมาธิการยกร่าง ท่านได้กำหนดประเด็นมา จะเอาไปรับฟังความคิดเห็นต่ออีกรอบหนึ่ง แล้วใน ขณะเดียวกันทำความเข้าใจเนื้อหาสาระ ประเด็นที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างไป เบื้องต้น เพราะฉะนั้นจําเปึน ดิฉันอยากจะเรียนว่าอุปสรรค์วันนี้นี่นะคะ วันนี้เราประชุม แกนนำสตรีอยู่ที่โรงแรมเฟื่ร์สท์ (First Hotel) ที่ดิฉันมาช้านี่ สิ่งที่ดิฉันรับปากว่าจะนำมา เสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ก็คือ อุปสรรคของการทำประชามติในอนาคต ก็คือความไม่รู้ของ ประชาชน เพราะฉะนั้นเขาเสนอมา ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ สสร. จะทําอย่างไรก็ได้ เพื่อที่จะให้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นขยับอย่างเอาจริงเอาจัง วันนี้ต้องยอมรับว่าขยับบ้าง แต่ว่ายังไม่ได้มีการจัดงบประมาณลงไปสนับสนุนเพื่อทําความเข้าใจเนื้อหารัฐธรรมนูญ อันนี้เขาเสนอมาด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง เขาอยากจะเห็นประชาชนได้รับรู้ เนื้อหาสาระที่ถูกต้องก่อนการตัดสินใจ ไม่ใช่ไปทำหลังวันที่ ๒

ประการที่ ๒ ข้อเสนอให้ สสร. ประสานกับ กกต. ถ้าหากท่านจะทำ ถ้าไม่ทำก็สุดแท้แต่ที่ประชุมของ สสร. เสนอให้ กกต. พอดีบังเอิญนั่งอยู่ข้าง ๆ ดิฉันก็เปึน ตัวแทนมาจาก กกต. ด้วย เราได้มีการพูดคุยกันบ้าง อยากจะเห็น อสร. อาสาสมัคร รัฐธรรมนูญ และผู้ประสานงานรัฐธรรมนูญ ที่เริ่มทำงานตั้งแต่หลังวันที่ ๑๙ เมษายน เปึ้นนักศึกษาที่จบปริญญาตรีไปใหม่ ๆ เอามาอบรมให้เข้าใจเนื้อหาสาระ คล้าย ๆ กับที่ เราไปทำ แล้ว กกต. มีบทเรียนเรื่องนี้ ดิฉันเองเคยเปึนวิทยากรอบรมให้กับ อสร. ของ กกต. ด้วยในรุ่น ป้ ๒๕๔๐ ทำงานประจำไปจนถึงก่อนการเลือกตั้ง ท่านถึงจะเห็น การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม นอกจากนี้การระดมเยาวชนนักเรียนนักศึกษาเข้ามาร่วม คล้าย ๆ กับระบบขายตรง เปึนเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องขอความร่วมมือจาก กระทรวงศึกษาธิการในการที่ ไม่ว่าจะสั่งการหรือใด ๆ ก็ตามให้ทำความเข้าใจกับ ทุกโรงเรียน เป่ดเรียนมานี่ต้องทำแล้ว นักเรียนจะไปบอกพ่อแม่เขาต่อนะคะ อันนี้คือ สิ่งที่เสนอ และสุดท้ายสำหรับท่านอธิบดีที่นั่ง ๆ ข้างดิฉันด้วย กรมการพัฒนาชุมชนเปึน หัวใจสำคัญของการดูแล นอกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมซึ่งวันนี้ดูแลผู้ด้อยโอกาสอยู่ ผู้ด้อยโอกาสและผู้อะไรทั้งหลายแหล่นี่ไปรวบรวมกันอยู่ตรงนั้น ขอโอกาสนี้ให้กรมการ พัฒนาชุมชนสามารถทำงานได้อย่างอิสระ แล้วก็การประสานงานกับแกนนำ พอช. ดิฉัน ว่าเปึนเรื่องที่สำคัญ แล้วท่านอธิบดีท่านนี้ก็มีความชำนาญเชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้ว จะทำ ให้เปัาหมายประชาชนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วก็เข้าใจความสัมพันธ์ของการเมือง เข้าใจว่า เกี่ยวข้องกับชีวิตตนเองอย่างไร ทำไมจะต้องลุกขึ้นมาสนใจการเมือง อย่าเบะหน้าใส่ การเมือง และในขณะเดียวกันเข้าใจความสำคัญของการเมืองภาคพลเมืองด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน