สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นในวันที่ 19 เมษายน และจะมีรัฐธรรมนูญ 3 เล่ม พร้อมเสนอการจัดเวทีและวิธีการรับฟังความเห็นประชาชนที่ใหญ่กว่าในเฟสที่ 1 และมีการใช้ซีดีและหนังสือขึ้นเล่มที่ 3 เพื่อช่วยในการตอบคำถามและอธิบายประเด็นรัฐธรรมนูญ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องเฟสที่ ๒ หรือว่าในช่วงที่ ๒ เรื่องสื่อนี่นะครับ ทาง อสมท. ก่อนที่จะลุกไปนี่ก็ได้พูดกับผมว่าคงจะต้องมีเวลาที่มีคน ดูเยอะ ก็คือช่วงเวลาที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ไพร์ม ไทม์ แล้วก็ได้พูดในที่ประชุมว่าคงจะ เปึ้นลักษณะคล้าย ๆ รายการ ล้านบ้านล้านเมือง ที่ผมเคยทำ ผมก็คิดว่าคงจะต้องไป ช่วยกันสร้างรายการ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม คือรายการนี่มันมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่งก็คือว่า เอา สสร. ไปบอกประชาชน ซึ่งก็มีประโยชน์ไปทางหนึ่ง แต่ว่า รายการที่จะมีประโยชน์ยิ่งกว่านี่ก็คือรายการที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดง ความเห็นและ สสร. ไปรับฟัง ซึ่งผมเรียนว่าคงจะเกิดเปึนความจริงได้เร็ว ๆ นี้ เพราะว่า ท่านรองผู้อำนวยการ อสมท. ที่พูดเมื่อกี้กับพวกเรา แล้วก็ผมคิดว่าน่าจะเกิดเปึนจริงได้ นะครับ อันนั้นก็จะเกิดประโยชน์ให้ประชาชนได้เรียนรู้ แล้วก็จะได้ทำให้ทีวีนี่มีสาระเพิ่ม มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็คิดว่าประชาชนจะได้การศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งในที่ประชุมนี้นะครับ ผมคิดว่ารูปแบบนั้น นอกจากคุณสุวิทย์ สุทธิประภา นี่เคยทำอยู่ด้วยกันกับผมในรายการ นั้น แล้วคุณสุวิทย์ตอนนี้ก็ได้รับผิดชอบที่จะทำ คุณหมอชูชัยก็เคยทำอยู่กับผมในรายการ นั้น ดัดแปลงรูปแบบนิดหน่อย น่าจะทำได้ แล้วคุณอภิชาติ ดำดี สสร. นี่น่าจะช่วยได้เยอะ ผมคงไม่ไหว ผมต้องกราบเรียนว่าคงจะไปช่วยตั้งต้นได้ แล้วหลังจากนั้นก็คงจะต้อง ค่อย ๆ หนีไป ไม่อย่างนั้นผมก็จะถูกต่อว่า พอผิดพลาดไปอันเดียวคือสมุทรสงครามผมก็ เกือบตาย ถูกด่าแล้วด่าอีกว่าไม่ได้ไป เพราะไปรับปากแล้วงานมันซ้อนขึ้นมานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนหารือท่านสภาร่างรัฐธรรมนูญในที่นี้นะครับ คือแผนงานที่เราจะ เดินต่อไปนี่ ในกรรมาธิการผมได้วางแผนงานแล้วก็ได้ไปประสานแผนกับกรรมาธิการ ยกร่าง เมื่อวันที่ ๒๘ ซึ่งเปึนวันที่ผมต้องไปสมุทรสงครามแล้วไม่ได้ไปนั่นล่ะครับ ก็ได้ประสานกันกับกรรมาธิการยกร่างในวันนั้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมานี้ ทั้งสองฝ์าย ต่างคิดมาแล้วก็ค่อนข้างจะตรงกันเยอะ แล้วก็ปรับกันนิดเดียวก็ลงตัวได้พอสมควร ก็เลย ต้องมากราบเรียนสภาเพื่อที่จะฟังความเห็นด้วย เผื่อสภามีความเห็นให้เราปรับจะได้ปรับ เสียทีเดียว ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นในร่างแรกวันที่ ๑๙ เมษายน เปึ้นรูป เปึนเล่ม มีเรียงมาตราเรียบร้อย พูดง่าย ๆ ว่าเห็นเปึนภาพรัฐธรรมนูญชัดเจน ทั้งหมด หลังจากนั้นเราต้องไปฟังความเห็นประชาชนเพื่อที่จะติชมว่ารัฐธรรมนูญที่ร่าง มาแล้วพอใจ ไม่พอใจ ตรงไหนอยากจะเปลี่ยน ตรงไหนอยากจะแก้ไข ยังมีเวลาที่ กรรมาธิการยกร่างจะได้ไปแก้ไข อันนี้ต้องพูดให้ชัด ประชาชนจะได้เข้าใจว่า คําว่า ยกร่างแรก นี่ไม่ได้หมายความว่านี่คือพิมพ์เขียวที่เสร็จแล้ว แต่เปึนร่างแรกที่ แก้ไขได้ พวกผมก็เลยต้องช่วยทำงานต่อไปอีกก็คือว่า จะหยิบร่างแรกอันนั้นไปรับฟัง ความเห็น คราวนี้จะไปรับฟังความเห็นนี่ก็ได้กำหนดว่าจะขอให้กรรมาธิการยกร่าง ได้สร้างประเด็นที่กรรมาธิการยกร่างอยากจะฟัง ซึ่งไม่ได้ป่ดกั้นว่าถ้าประชาชนอยากจะ มีประเด็นอื่นที่อยากจะบอกก็ย่อมทำได้ แต่ว่า ๒ ฝ์าย ผมเหมือนกับเปึนคนที่ เปึ้นบุรุษไปรษณีย์ที่วิ่งไปวิ่งมา อันแรกเลยก็ต้องถามยกร่างก่อน ๓๕ คนว่าเขามี ประเด็นไหนที่เขายังไม่ค่อยมั่นใจ หรือฟังมาแล้วมันยังไม่ชัด อยากจะถาม มันอาจจะเปึน ประเด็นใหม่ อย่างที่เมื่อเช้านี้อาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ก็ดี อาจารย์เกริกเกียรติก็ดี มีประเด็นใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่ได้ถามในเฟสแรก ในรอบแรก ก็จะหยิบยกขึ้นมาแล้วก็เอา ไปถาม แล้วในแต่ละประเด็นมันอาจจะมีหลายมาตรา ก็ช่วยผนวกให้มันเห็นภาพให้ ชัดเจน เชื่อมโยงให้ชัดเจน แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในช่วงนั้น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบอกว่าจะมีออกมา ๓ เล่ม ผมก็กราบเรียนท่านทั้งหลายว่า จะมีรัฐธรรมนูญ ๑ เล่มที่เปึนร่างแรก เล่มที่ ๒ จะมีการเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญที่ร่างกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เทียบออกมาเสร็จเรียบร้อย วันที่ ๑๙ เมษายน และเล่มที่ ๓ จะมี คําอธิบายถึงเจตนารมณ์หรือทําไมจึงมีอย่างนี้ นั่นเปึนเล่มที่ ๓ เพราะฉะนั้น ๓ เล่มนี้เราก็ ต้องชมว่ากรรมาธิการยกร่างนั้นท่านคิด แล้วก็ทำงานไป ผมคิดว่าถ้า ๑๙ เมษายนได้คง จะช่วยท่านกรรมาธิการ ภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค และกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัดได้เยอะ เพราะท่านมีคําอธิบาย ท่านตกลงว่าท่านจะมีคําอธิบายให้ อันนี้ช่วยได้เยอะเลยส่วนหนึ่ง

ประเด็นถัดไปก็คือว่าเราไม่ได้ป่ดกั้นให้กรรมาธิการอื่น ผมอยากจะ กราบเรียนนะครับที่วางแผนไว้ ผมอยากจะรับประเด็นจากกรรมาธิการอื่นด้วย พอท่าน เห็นร่างแรกของกรรมาธิการยกร่างแล้ว กรรมาธิการอื่นนี่ติดใจประเด็นใด อยากจะให้ เราไปฟังความเห็นประชาชน ช่วยกรุณาส่งมาด้วย เราก็จะรวบรวมจากกรรมาธิการอื่น แล้วเมื่อไปรับฟังความเห็นก็ไม่ป่ดบังหรือไม่ป่ดกั้นที่ให้ประชาชนหยิบยกประเด็น ที่ประชาชนต้องการขึ้นมาด้วย ทีนี้ท่านประธานครับ ที่พวกผมวางแผนไว้ก็คือว่าใน เฟสที่ ๒ หรือในช่วงที่ ๒ นี่ เปึนช่วงที่กรรมาธิการยกร่างจำเปึนต้องอธิบายมากขึ้น เพราะเขาร่างมาแล้ว เขาก็ต้องไปชี้แจงกับประชาชน ๗๖ จังหวัดว่า ที่ร่างมาแล้วมันมีเหตุ มีผลอะไร นอกจากเขียนเปึนหนังสือเฉย ๆ ไม่พอ ต้องไปกับพวกท่านมากขึ้นใน กรรมาธิการแต่ละจังหวัด แต่ละภาค แต่คำถามคือว่าเขามี ๓๕ คน เขาจะไปได้หมดไหม ผมก็เชื่อว่าเข้าไปได้ แต่ไปได้ไม่หมด และไปได้ไม่ครบ ๗๖ จังหวัด ไม่อย่างนั้นก็จะมี ปัญหาอย่างที่ผมโดนเล่นงานอยู่ว่าไปไม่ครบ ตกลงผมก็เลยว่างแผนคิดว่าจะทําอย่างนี้ ผมคิดว่าจากประเด็นต่าง ๆ พอเราคัดเลือกกัน เสร็จเรียบร้อย ผมจะชวนกรรมาธิการยกร่างเข้าไปในห้องส่ง ไปบันทึกเทปในประเด็น ต่าง ๆ ที่เขาอยากจะชี้แจงทีละประเด็น ผมอาจจะอาสาเปึนคนซักไซ้ไล่เลี้ยง แล้วอยากจะ เชิญชวนท่านทั้งหลายไปช่วยผมซักไซ้ไล่เลี้ยงด้วย แต่ให้เขาชี้แจงในประเด็นนั้นให้ได้ และ ให้เวลาประเด็นหนึ่ง ๕ ถึง ๘ นาทีเท่านั้นที่จะซักไซ้ไล่เลี้ยง ทีละประเด็น ๕ ถึง ๘ นาที ไปเรื่อย ๆ เสร็จแล้วเราก็จะทำซีดี ปัูม (Pump) ออกมาให้ ๗๖ จังหวัด และให้ ๔ ภาค แต่ละภาค แต่ละจังหวัดต้องการแบ่งเปึนกี่ที่มบอกมา เราก็จะพยายามทำซีดีให้ครบ ทุกทีมที่จะออกไปฟังประชาชน เมื่อเราไปเป่ดเวทีฟังประชาชนก็จะประหยัดแรงงาน พวกท่านที่จะไปชี้แจง เพราะว่าท่านมีอยู่ ๓๕ คน เราก็นั่งคิดให้เสร็จว่าถ้าอย่างนั้นเราทํา ซีดีไป เห็นหน้าเห็นตา เห็นคำอธิบายชี้แจง ชี้แจงเสร็จก็ฟังประชาชน แต่ว่าพอฟัง ประชาชนเสร็จเรียบร้อย ผมเองก็ได้ความคิดความเห็นจากกรรมาธิการในชุดของผม บอกให้ก็ได้ก็มาจาก อสมท. ที่ในที่ประชุมก็บอกว่าอันนั้นเปึนความเห็นที่เปึนวันเวย์ (One way) ก็คือเปึนทางเดียวที่บอกประชาชนไป แต่ถ้าเกิดประชาชนอยากจะถามอะไร บางอย่าง หรือบางเรื่องไม่ได้ทําซีดีนี่แล้วใครจะเปึนคนตอบ ก็มาพูดกันว่าเราทํา เทเลคอนเฟอเรนซ์ (Teleconference) ได้ไหม ก็มีปัญหาว่ากระทรวงมหาดไทยก็ชี้แจงว่า เทเลคอนเฟอเรนซ์ มันโต้ตอบกันยังไม่ได้สมบูรณ์ เราก็เลยคิดขึ้นมาว่าถ้าเช่นนั้นเราทำ คอล เซ็นเตอร์ (Call center) ดีไหม ก็คือว่าเราจะมีห้องอยู่ห้องหนึ่ง มีโทรศัพท์สัก ๕ หรือ ๖ เครื่อง แล้วก็ให้กรรมาธิการยกร่างอยู่กันเปึนประจำห้องนั้นทีละ ๔ ถึง ๕ คน เมื่อกรรมาธิการแต่ละภาคไปรับฟังความเห็น หรือจังหวัดทั้งหลายไปรับฟังความเห็น แล้วมีคำถามสด ๆ สามารถจะโทรเข้ามาแล้วกระจายเสียงในที่ประชุมของประชาชนใน เวทีต่าง ๆ ได้เลยว่าเรื่องนี้ทําไมจึงยกร่างอย่างนี้ กรรมาธิการยกร่างก็อธิบายให้ฟัง และ พร้อมทั้งรับฟังความเห็นกลับมาด้วยพร้อม ๆ กันไปเลย อันนั้นก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้กรรมาธิการแต่ละจังหวัดมีรีซอร์ซ เพอร์ซัน (Resource person) มีบุคคลที่ร่างอยู่ และถ้านัดแนะเวลากันได้ก็จะยิ่งวิเศษ เพราะว่ากรรมาธิการนั้นเขาก็จะมีความเชี่ยวชาญ แต่ละด้านไม่ตรงกัน แล้วก็สามารถที่จะร่วมช่วยกัน แบ่งงานกันในการตอบคำถามได้ดีขึ้น อันนั้นก็เปึนสิ่งที่วางแผนไว้เบื้องต้นนะครับ ท่านจะเห็นว่างานไม่น้อยนะครับในเฟสที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเฟสที่ ๒ นี่จะต้องมีการจัดเวที แล้วก็เวทีรับฟังความเห็นของ ประชาชนที่มาร่วมกันอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เรามีข้อเสนอนะครับ อยากจะถามภาค แล้วก็ อยากจะถามจังหวัดต่อไปด้วยว่า เราควรจะเปึนเวทีที่ใหญ่ขึ้นกว่าในเฟสที่ ๑ หรือไม่ เพราะว่าในช่วงที่ ๑ มันเริ่มจากการที่เราไม่มีร่างเลย เราไปฟังอะไรที่เกือบจะมาจากศูนย์ เราก็อยากที่จะให้มีเวทีเล็ก ๆ หลายจังหวัดไปทำ เวทีหนึ่ง ๓๐ คน ๕๐ คน บางจังหวัด ก็ใหญ่ ก็แล้วแต่ท่านจะไปตัดสินใจ ในสมัยก่อนนะครับ แต่เที่ยวนี้เราพูดกันว่าถ้าเวทีหนึ่ง ประมาณสัก ๒๐๐ เปึนอย่างไร ห้องหนึ่งมีประชาชนที่มาจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายวัย หลากหลายเพศ มีชนกลุ่มน้อย มีผู้เสียเปรียบในสังคม ผู้ด้อยโอกาส รวมกันประมาณ ๒๐๐ พยายามให้ได้สัดส่วนตามความเปึ้นจริง เสร็จแล้วท่านมี ผู้ดำเนินการที่กระตุ้น ยั่วยุให้ประชาชนแสดงความเห็น แต่ก่อนที่จะแสดงความเห็นท่าน ถามเขาเสียก่อนว่าเขาอยากจะหยิบยกประเด็นไหนที่ในร่างรัฐธรรมนูญมีอยู่ แล้วก็ถ้าเขาหยิบยกประเด็นไหนก็เอาซีดีที่เราเตรียมไว้ ถ้ามี เป่ด ถ้าไม่มี ก็จะมีหนังสือขึ้น เล่มที่ ๓ จำได้ไหมครับ ที่กรรมาธิการยกร่างจะจัดทำให้ ท่านก็สามารถจะเอาความรู้ ตรงนั้นอธิบาย หรือโทรเข้ามาที่ คอล เซ็นเตอร์ ที่สภา ให้กรรมาธิการยกร่างอธิบาย แล้วก็ออกสป้กเกอร์โฟน (Speaker phone) ใส่ไมโครโฟน (Microphone) ออกไปใน ห้องเลย หลังจากเขาอธิบายสั้น ๆ เสร็จเรียบร้อย ท่านก็รับฟังความเห็น ให้เขาแสดง ความเห็นในเรื่องนั้น ไม่ใช่ว่าพูดเรื่องอะไรก็ได้ ทีละเรื่อง ในเรื่องนั้นเขาเห็นอย่างไร ถ้าเขา แสดงความเห็นกลับมาทั้งหมด พวกผมก็จะเตรียมแบบบันทึกให้ท่านอีกว่าวิธีบันทึกใน กรอบที่ ๒ นี่จะบันทึกอย่างไร บันทึกเสร็จท่านอีเมล์เข้ามาเลย ท่านใส่อินเทอร์เน็ต แบบเฟสที่ ๑ ที่เราทำ รีบส่ง ๆ ใครเสร็จส่ง ๆ เพราะว่าเวลามันรอไม่ได้ พอส่งมาเรื่อย ๆ เราก็ประมวลไปเรื่อย ๆ ใครส่งเร็ว อาจารย์วรพลก็จะประมวล ประมวลเสร็จก็ประชุมกับ ยกร่าง แล้วก็บอกนี่ประชาชนคิดอย่างนี้ที่ท่านถามไป แล้วก็เปึนช่วง ๆ เราก็จะคุยกับเขา เปึ้นช่วง ๆ อันนี้ก็เปึนแผนงานที่เตรียมอยู่ ท่านประธานจะขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ แจกชาร์ท (Chart) ที่ผมได้เตรียมไว้ ที่ผมกําลังพูดอยู่นี่นะครับ ให้สมาชิกได้เห็นว่า กรอบเวลาด้วยที่ผมเขียนในชาร์ทอันนี้ เขียนเลยว่าวันที่เท่าไร ถึงช่วงไหนจะทำอะไร เพราะว่ากรรมาธิการภาคนี่จะได้กรุณาไปคิด หรือคิดว่ามันมีอะไรที่จะต้องแก้ไข เพิ่มเติมบ้าง หลังจากนั้นแล้วนะครับ ท่านประธานครับ