สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟังอย่างเคารพและไม่ข่มเหง และเสนอแนะว่าควรศึกษาความเห็นของประชากรที่มีสอดคล้องกับความเป็นจริงของ 63 ล้านคน และอาจจะต้องลงทุนในด้านการชุมนุมประชากรและเชิญชวนประชากรให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรูปแบบการสรรหาตัวแทนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเรียกร้องการปรับปรุงรูปแบบการสรรหาตัวแทนให้ดีขึ้น

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ คงจะบอกว่าเรื่องที่ผมจะพูดนี้มันตรงกับคณะกรรมาธิการที่รายงานนี้หรือไม่ก็ไม่เชิง จะชัดนัก แต่ถ้าว่าจะไม่ตรงเสียบ้างเลยก็ไม่ค่อยชัดอีก แต่ผมหาเวลาที่จะพูดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้จะใช้ช่องไหนในการพูดอภิปราย ท่านประธานครับ การรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น เราคงต้องมีท่าที่ของการรับฟัง ท่าที่ ที่ขัดต่อการรับฟังหรือที่ไม่เปึนประโยชน์ต่อการรับฟังนี้เราต้องพยายามกำจัดออกไป ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้ปัญหาการรับฟังมีมาก ประเด็นของพี่น้องประชาชนที่ นำเสนอมา เราผู้รับฟังจะชี้แจง โต้แย้ง อธิบาย พรรณนาเสียทุกประเด็น เสียทุกเรื่อง ก็ทำให้ประชาชนผู้จะมีความเห็นหรือเสนอความเห็นมานั้นมีอุปสรรค์ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะเปึนการโต้เถียง อธิบาย ชี้แจง ผมพูดไปคําหนึ่ง ท่านประธานชี้แจงคําหนึ่ง ผมพูดไป ประโยคหนึ่ง ท่านประธานอธิบายคำหนึ่ง มันก็กลายเปึนไม่ใช่ท่าที่ของการรับฟัง เพราะฉะนั้นท่าที่ของการรับฟังนี้อาจจำเปึนจะต้องดูให้เหมาะว่า แม้แต่บางอย่างที่เขามี ความเห็นมาอาจจะไม่ตรง ไม่สอดไม่คล้อง ไม่ถูกไม่ต้อง หรือผิดพลาดคลาดเคลื่อน ไปบ้างก็ตาม การรับฟังก็ต้องฟัง และฟังก็อย่างเคารพด้วย การฟังที่มีท่าที่ที่ข่มเหงผู้เสนอนี่มันเปึน การฟังที่ไม่ถูกแบบ เพราะฉะนั้นอย่าข่มเหงกันนะครับ เรื่องที่ผมอยากนำเสนอนี้อาจจะ ตรงบ้างไม่ตรงบ้างกับประเด็นตรงนี้ แต่เห็นว่าเปึนการนำเสนอที่น่าจะฟัง และยังไม่มีท่าน ผู้ใดอภิปรายประเด็นนี้มากนัก ผมจะลองตั้งตัวอย่างว่า การที่เราจะรับฟังให้มันได้ คุณภาพ ได้เหตุได้ผล และถ้วนทั่ว เปึนไปได้ไหมครับว่าจำนวนของประชากรที่เราจะ ศึกษานั้นมันต้องสอดคล้องกับความเปึนจริง เราจะฟังเรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านครับ เราก็ น่าจะมีประชากรที่จะมาให้ความเห็นกับเราที่เปึนความเห็นของประชากรอย่างสอดคล้อง กับความเปึ้นจริงของคน ๖๓ ล้านคน เรียกว่าใกล้เคียงที่สุด ที่พูดนี้ไม่ใช่ผมไปทำได้ และผมไปทําได้แล้ว ไม่ใช่ อาจจะยังก็ได้ แต่ถ้าเปึนอย่างนั้นมันจะดีไหมเท่านั้นเองครับ เปึนการปรึกษาหารือกัน และหาช่องทางในเวลาที่จำกัดนี้ เปึนไปได้ไหมครับว่าจะทำให้ มันได้ใกล้เคียงที่จะเปึน เราลงทุนเรื่องการรับฟังความเห็นนี้ลงทุนมาก ทางภาค รัฐบาลเองก็ตั้งไปตอนนี้ ๒๐๐ ล้านบาท เมื่อวันเสาร์นี้ผมก็ไปเบิกค่าเปึนวิทยากรเขา ๓,๐๐๐ บาท จาก ๒๐๐ ล้านบาทนั้น ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เขาให้ค่าวิทยากร ๓,๐๐๐ บาท ได้จาก ๒๐๐ ล้านบาทนั้น เปึ้นส่วนหนึ่งครับท่านประธาน การรับฟังนี้ ทั้งรัฐบาลก็ทํา ทั้ง สสร. เราเองก็ทำ ทําในทุกรูปแบบ ทั้งกรรมาธิการร้อยแปด จิปาถะ รวมถึงกรรมาธิการวิสามัญที่จังหวัด กลายไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ยังมี อนุกรรมาธิการ มีอะไรไปอีกไกลมาก ก็ดีครับ เพราะพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน ๗๖ จังหวัด ก็จำเปึนต้องทั่วถึงอย่างนี้แหละ ลงทุนก็ดีแล้วล่ะ ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนเรา ลงทุนมากแล้วล่ะตอนนี้ ภาคเอกชนก็มากมายอีกเหมือนกันที่เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะ เอ็นจีโอ (NGO – Non Government Organization) ไม่ว่าจะสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ผมไปอย่างที่เล่าให้ฟัง ไม่ว่าชมรมสมาคมคนพิการ คนตาบอด สมัชชาคนพิการทั้งประเทศ ทุกประเภทอะไรต่าง ๆ รวมถึงฝ์ายผู้หญิง ฝ์ายผู้ชาย รวมถึง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเรียก กรรมการสิทธิมนุษยชน หรือสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เยอะมาก รวมถึงสื่อมวลชน วิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ ทีวีเกือบ ทุกช่องส่วนช่วยบ้าง อะไรบ้าง ถ้าคิดเปึนมูลค่าเงินแล้วมาก มากจริง ๆ ทีนี้ผมอยากจะ เห็นอันที่หนึ่งที่อยากจะพูดก็คือว่าเปึนไปได้ไหมครับ ประชากรที่เราจะศึกษานี้ให้มัน สอดคล้อง เพราะว่าถ้าประชากรแบบหนึ่งมันก็ได้คำตอบอีกแบบหนึ่ง เอาประชากรที่มี การศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปมาถามเรื่องหนึ่งมันก็ได้คำตอบอีกแบบหนึ่ง และคำถาม เดียวกันเหมือนกันอีกไปถามกับประชากรที่ไม่มีการศึกษา ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยก็ได้ คำตอบอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน เอาคำถามเดียวกันนั้นอีกไปถามกับข้าราชการ ถ้าเปึน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ได้คำตอบไม่เหมือนกันกับถามอีกกลุ่มหนึ่งข้าราชการชั้นผู้น้อย เอาล่ะ เปึนว่าประชากรนี้ ทําอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับความเปึนจริงว่าอย่างนั้นเถอะ ท่านประธานครับ เราอาจจำเปึนต้องลงทุนไหมสักครั้งหนึ่ง ชุมนุมประชากร เชิญชวน ประชากรที่ให้มันสอดคล้องกับความเปึนจริงของ ๖๓ ล้านคน ก็ไม่ได้เอาเปึนหมื่น เปึ้นแสนคนหรอกท่านประธาน ก็พอจะเข้าใจอยู่ครับ ประชากรประมาณสักพันเศษ ๆ สองพันเศษ ๆ เปึนตัวแทนก็ใกล้เคียงจะพอทำการวิจัยเรื่องนี้ได้อยู่หรอกครับ และถ้า สมมุติใช้ประชากรสักประมาณที่ว่านี้นะครับที่พอเปึนตัวแทนได้ ถ้าท่านเห็นว่าตัวแทน มันมากไปก็อาจจะลดลงมาให้มันพอเหมาะกับงบประมาณ กับสถานที่ กับพื้นที่ที่จะทำ ก็น่าจะได้ เอาเปึนว่าประชากรก็เอาอย่างนั้นก็แล้วกันนะครับ ให้มันสอดคล้องและให้มันสามารถ พอใกล้เคียงที่จะเปึ้นตัวแทนของ ๖๓ ล้านคนได้ นี่คือลักษณะของประชากรนะครับ

ข้อที่ ๒ ครับ คำถาม ผมเห็นข้อคำถามที่มี ๒๘ ข้อ ๓๕ ข้อ ๗๘ ประเด็น ก็ตามนะครับท่านประธาน เปึ้นเรื่องสําคัญมาก เพราะข้อคําถามนี้ถ้าเปึนข้อคําถามที่ชี้นํา ไปทางหนึ่งก่อนแล้วมันก็จะไปอีกทางหนึ่ง อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ระบบตัวแทนของเรานะครับ เราเคยมีมาแล้วหลายแบบ ที่มาของตัวแทน ที่จะเข้ามาสู่การเปึ้นตัวแทนได้ การเลือกตั้งของพวกเรา ที่ผ่านมานี้นะครับ ๒ ครั้งใหญ่ ๆ ก็มีผู้แทนแบบเขตเลือกตั้งเขตละคน แล้วยังมีของแถมเรียกว่า ปาร์ตี้ลิสต์ เราเคยมี เขตเลือกตั้งเขตละ ๓ คนโดยประมาณ ท่านประธานก็เคยเจอ ผมก็เคยเจอ แล้วเลือกได้ ไม่เกิน ๓ หรือถ้า ๒ ก็ไม่เกิน ๒ หรือถ้า ๑ ก็ไม่เกิน ๑ เราเคยมีมาแล้วครับท่านประธาน เราก็เคยมีเขตเลือกตั้งทั้งจังหวัดมาแล้วตามรัฐธรรมนูญเดิม กรุงเทพ ก็เคยใช้ เขต กรุงเทพ ทั้งกรุงเทพ เลยเปึนเขตจังหวัด แล้วเลือกซ่อม ตอนนั้นเลือกซ่อม เนื่องจากยังไม่ ทันได้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน จึงจำเปึ้นต้องใช้เขตจังหวัดเปึ้นเขตเลือกตั้ง ที่ บุรีรัมย์เองตอนนั้น นายบุญเยี่ยม โสภณ ถูกรถทับตาย เราก็เคยเลือกตั้งแล้วครับ ที่ บุรีรัมย์แทนคุณบุญเยี่ยม โสภณ ที่ตายไป เปึนการใช้เขตเลือกตั้งทั้งจังหวัด เปึน เขตเลือกตั้ง เราเคยมี สว. จากการแต่งตั้ง เคยมี สว. จากการเลือกตั้ง มี ๒ สภา การสรร หาเราก็เคยมีรูปแบบการสรรหามาแล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นลักษณะตัวแทน ทำไม ผมพูดเรื่องนี้เพื่ออะไร เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นว่าสภาพของความเปึ้นตัวแทน ท่าน ประธานครับ ขณะนี้เราตั้งคำถามวนไปเวียนมาในรูปแบบของที่มาของตัวแทน ยังอยู่ ในรูปแบบเดิม ๆ ลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานครับ ๓ คนดีไหม คนเดียวดีไหม สว. มีไหม หรือไม่มี มีสภาเดียวหรือมีสองสภา เลือกตั้งหรือแต่งตั้ง สรรหาหรือไม่สรรหา ท่าน ประธานครับ ที่เคยมีมาแล้วทั้งหมดนั้นแก้ไขปัญหาตกหมดหรือยัง หลายท่านอาจจะบอก ว่าการจะแก้ไขปัญหานี้คงไม่ใช่แก้ไขปัญหาด้วยระบบตัวแทนเท่านั้นอย่างเดียว คงจะ มีส่วนอื่นด้วย ไม่ว่าอำนาจบริหาร ไม่ว่าอำนาจตุลาการ ไม่ว่าองค์กรอิสระ ตาม รัฐธรรมนูญ คงต้องมีส่วนช่วยในการที่จะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ ใช่ครับ แต่เฉพาะประเด็น เรื่องคําถามตัวแทนที่มีอยู่ในข้อคําถามที่เราใช้ไปถามทั่วทั้งประเทศ ที่มุ่งไปสู่ เส้นทางการตั้งคำถามอย่างนี้ เปึนคำถามที่ดีแล้วหรือไม่ มันใช่วิธีการได้ตัวแทน ที่ถูกต้องแล้วเพียงอย่างเดียวหรือไม่ มันมีข้อคำถามอื่นที่แตกต่างจากนี้ไหม วิธีการ ได้ตัวแทนมาเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาตินี้นะครับ ซึ่งเราจะเรียกว่า รัฐสภา เรียก สภาผู้แทน เรียก สว. ก็ตาม มันมีวิธีเดียวอย่างนี้หรือ วิธีที่ว่านี้ทั้งหมดล้วนผ่าน การล้มเหลว ล้มลุกคลุกคลาน ทั้งถูกทั้งผิด ทั้งดีมากและดีน้อยมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน ที่ว่านี้ แต่ดูเหมือนเรายังไม่เคยมีรูปแบบของตัวแทนที่มาจากกลุ่ม สาขาอาชีพ กลุ่มคน ถ้าถามว่าถ้ามาแบบสาขาอาชีพหรือมาจากกลุ่มคนต่าง ๆ เปึ้นตัวแทนไหม เราต้องตอบว่าใช่ ก็เปึนตัวแทนเหมือนกัน แต่รูปแบบนี้เรายังไม่เคย ตั้งคำถาม ผมทดลองตั้งคำถามเมื่อวันเสาร์นี้ครับ ที่ได้เงินมา ๓,๐๐๐ บาทที่ว่า ค่าเปึนวิทยากร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ตอนนั้นนะครับ มีผู้คนมาประมาณสัก ๒๐๐ คน บังเอิญนักศึกษาที่นั่น