สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

เดโช ส่วนานนท์ หารือเรื่องการปฏิบัติตามหลักการของพุทธศาสนาในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยไม่ยอมให้ใช้เวทีในการอภิปรายเรื่องนี้ เนื่องจากไม่เห็นด้วยว่าเวทีนี้เหมาะสมในการชี้แจงเรื่องนี้

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ เกรงจะเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นของผู้รับฟังเพียงจำนวนหมื่น ผมอยากเรียนชี้แจงว่า ตามหลักวิชาสถิติจริง ๆ แล้วก็ไม่จำเปึนต้องเปึ้นล้าน ถ้าเลือก ตัวแทนได้ถูกต้อง แล้วก็ต้องหวังผลกระทบเปึ้นตัวคูณ จริง ๆ ในสหรัฐเขาทำนายผลการ เลือกตั้งเข้าใช้เรือนพัน คำถามและทำนายไม่มีผิดพลาด แต่นี่ไม่ใช่เปึ้นเรื่องการทำนาย รับฟัง เพราะฉะนั้นตัวอย่างที่ขึ้นมานี่มันไม่ใช่เฉพาะเรือนหมื่นเท่านั้นที่มันถึงประชาชน หรือเปึนแทนความคิดเห็นของประชาชน มันเปึนเรือนแสน เรือนล้าน ตัวนั้นต้องคิดอย่างนี้ ด้วยนะครับ ผมเกรงประชาชนจะเข้าใจผิด เชิญครับ อันที่ ๒ ที่ท่านตั้งข้อสังเกตเรื่องศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ถ้าผมไม่พูดตรงนี้ ที่แรกไม่ได้ตั้งใจจะพูดเลย แต่ถ้าไม่พูดนี่ก็จะทําให้มีผู้เข้าใจผิด ผมคิดว่าจำเปึ้นที่จะ ต้องพูด เพราะท่านบอกว่าเมื่อวันอาทิตย์ก็ไม่ได้มีกระทู้หรือว่ามีประเด็นเรื่องนี้ที่ หยิบยกขึ้นมาพูด ท่านประธานครับ พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ เรามีความจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องฟังเหตุฟังผลว่าผู้ที่พยายามเสนอหรือพยายามจะบอกนี่เขาต้องการบอก อะไร เราต้องการรับฟัง แล้วก็อยากจะฟัง แล้วผมก็ทราบว่าท่านอาจารย์นรนิติที่เปึน ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญก็เคยไปฟัง แล้วกรรมาธิการยกร่างจํานวนไม่น้อยเลย ก็ได้ฟัง แล้วก็ได้เชิญมาเพื่อพูดคุยกันหลายครั้ง ท่านประธานครับ มันไม่ใช่หมายความว่า พอเราฟังแล้วเขาจะต้องให้เราเขียนเดี๋ยวนี้ ใส่มือเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ยอม ถ้าทุกคน ทำเหมือนกันแบบนี้มันจะมีปัญหาอะไรไหมครับ กรรมาธิการยกร่าง ถ้าทุกคนบอกว่า สว. ต้องมาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่ใช่ไม่ยอมท่าเดียว แล้วก็เดินกันตลอดเวลา ถามว่า ท่านมีประเด็นอะไรใหม่ไหมในเหตุผล บอกไม่มี แต่ว่าจะต้องเอาให้ได้ ถ้าเปึนอย่างนั้น นะครับ ถ้าไม่มีประเด็นใหม่นี่แล้วจะให้เรารับฟังอะไร แต่บอกว่า เมื่อวานนี้ผมพยายาม ถาม ก็บอกว่า ถ้าพวกเราไม่เคลื่อนไหวมันก็ไม่เปึ้นจริง ต้องเคลื่อนไหวให้ได้ ตกลง ท่านประธานครับ ผมเองได้เตือนเข้าไปนะครับว่าท่านกําลังทําผิดงาน หรือไม่ได้ประเมิน สถานการณ์ที่ดีพอ การพยายามกดดัน บีบคั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญว่าต้องบรรจุให้ได้ ผมคิดว่าไม่เปึ้นผลดีนะครับ เพราะว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญกําลังฟังเหตุฟังผล แล้วก็ดู ภาพรวมของประเทศ ไม่ได้ดูแต่ประเด็นเดียว แต่เราต้องดูทุกมาตรา ทุกประเด็นให้ ร้อยเรียงกัน แล้วมันก็มีวิธีการที่จะใส่ที่ทำอย่างไรไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจคนอื่น มันมี วิธีที่แยบยลที่ทำกันได้ เรื่องนี้เคยเกิดกันมาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ แล้ว แล้วบรรพบุรุษของเรา แต่ละคนที่ร่างรัฐธรรมนูญก็มีกุศโลบาย อุบายอันเปึนกุศลที่สามารถที่ทําให้เราอยู่กันได้ โดยที่ไม่ให้กระทบกระเทือนกัน ท่านเศวตเองก็พูดเมื่อสักครู่นี้ อาจจะไปใส่อยู่ใน คําปรารภ ศุภมัสดุ พุทธกาล พุทธศาสนาอะไรก็ว่ากันไป ให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นมี พุทธศาสนาเปึนหลักของประเทศอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันพระมหากษัตริย์ทรงเปึน พุทธมามกะ ลองคิดดูสิครับ รัฐธรรมนูญถึงกับกําหนดเลยว่า ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่เปึน พุทธมามกะ ไม่ได้ รัฐธรรมนูญบังคับเลยนะครับ จนกระทั่งประมุขของชาติต้องเปึน อย่างนี้ท่านยังไม่พอใจอย่างนั้นหรือ แล้วก็มีวิธีเขียนว่า ทรงเปึนองค์อัครศาสนูปถัมภก ซึ่งก็มีความแยบยล มีความงดงาม แล้วก็ไม่กระทบกระเทือนใครทั้งสิ้น แต่ท่านก็บอก ไม่ได้ ต้องใส่ตัวหนังสือตรงนี้ เราก็ฟังครับ ผมก็ฟังมาเยอะ ผมเคยไปเป่ดเวทีนะครับ ผมไปฟังที่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟที่เปึนค่ายทหาร แล้วก็บรรดามหาจุฬาลงกรณ์ราชีวิทยาลัย พระสงฆ์องค์เจ้ามากันเยอะเลย ผมก็ฟัง แล้วก็ไปฟังความเห็นทั้งหลาย ไม่ใช่ไม่ฟัง แล้วก็ ฟังมาทั้งหมด เมื่อวานนี้ผมก็เตือนเขานะครับ อย่างที่คุณเศวตบอกว่าเมื่อวานนี้ทําไม ไม่ใส่เรื่องนี้ให้พูด ท่านประธานครับ ผมจัดรับฟังความเห็นโดยที่ช่อง ๑๑ ถ่ายทอดมา ๒ ครั้ง ครั้งแรกได้ ๖ หรือ ๗ กระทู้ หรือ ๖ หรือ ๗ ประเด็น ครั้งที่ ๒ เมื่อวานนี้ก็ได้ ๖ หรือ ๗ ประเด็น ใน ๒ ครั้งนั้นมีพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติอยู่ครั้งหนึ่ง คือครั้งแรก แต่เขาบอกไม่ได้ ต้องมีทุกครั้ง ผมถามว่าประเด็นที่ท่านกรรมาธิการยกร่างอยากจะฟังนี่ มันมีสามร้อย สี่ร้อย ห้าร้อยประเด็น แต่ว่าไม่ได้ ทุกครั้งที่เรามีเวลาจำกัดจะต้องมีให้ได้ ถ้าไม่มีถือว่าผมไม่รัก ไม่ใช่พุทธศาสนา ท่านประธานครับ เราจะฟังเรื่องอื่นไม่ได้เลยหรือ เขาก็บอกว่าเรื่องอื่นไม่สำคัญ สำคัญคือเรื่องนี้ มันเกือบจะพูดกันไม่รู้เรื่องนะครับแบบนี้ ผมก็บอกเมื่อคราวที่แล้วก็มี ไม่ได้ ก็คราวที่แล้วเวลามันน้อย คราวนี้ต้องมีอีก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวิธีบีบคั้นกันอย่างนี้ ผมเตือนเขาตรง ๆ ผมบอกว่าจะไม่เปึน ผลดีแก่ท่านเลย เพราะท่านเข้าใจผิด ตอนสมัยผมเปึ้น สส. สว. เขาบีบคั้นเขาเคยได้ผล สําเร็จ เพราะบรรดา สส. และ สว. จําเปึนต้องลงเลือกตั้ง ผมอยากจะพูดตรงนี้ แต่ท่าน ต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ บรรดาผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งในห้องนี้ ไม่มีใครกี่คนที่คิดจะไปลง เลือกตั้ง ตกลงเขากำลังประเมินผิด การพยายามบีบคั้นทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่มีทางออก กลับจะไม่เปึ้นผลดีด้วยซ้ํา ผมเตือนเข้าไปอย่างตรง ๆ บรรดาผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งในห้องนี้ มีไม่กี่คนหรอกครับที่กลัวว่าเขาจะต้องถูกบีบ เพราะ ๒ กันยายนเสร็จเรียบร้อย ลงประชามติ เขาก็กลับไปทำงานของเขา เขากลัวนักหรือครับที่คุณจะตามมาว่า ถ้าอย่างนั้นไม่เลือก ผมพยายามจะเตือนเขานะครับ เพราะฉะนั้นวิธีแบบพุทธ์นี่คือมี ความใจกว้าง ใช้ปัญญา และไม่สุดโต่ง ผมก็บอกเขาอย่าสุดโต่ง ผมคิดว่าถ้าเราจะรักษา พุทธศาสนา มันมีความจําเปึ้นที่เราจะต้องศึกษาพุทธศาสนา ไม่ใช่เพียงแต่บอกว่าเรานี่ เปึ้นชาวพุทธ์ ทําอย่างไรล่ะครับที่จะให้คนในประเทศไทยศึกษาแล้วก็ปฏิบัติ แล้วจึง ปกปัองพุทธศาสนา แต่ไม่ใช่เราเองก็ยังงู ๆ ปลา ๆ แต่เราปกปัองลูกเดียว แล้วคำว่า ปกปัอง ถ้าเราเกิดภูมิใจ มั่นใจว่าลงในรัฐธรรมนูญแล้ว ต่อไปนี้พุทธศาสนาปลอดภัยแล้ว เพราะมีตัวหนังสืออยู่เพียงแค่วรรคเดียวว่า พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ และถ้าเรา ละเว้นแก่น เราไม่ศึกษา กลับจะทำให้ศาสนานั้นเสื่อมคลาย เพราะความประมาท ของพวกเราโดยแท้ ความสำคัญมันอยู่ที่แก่นที่ศึกษา เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนตรงนี้ จำเปึนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าคุณเศวตพูดขึ้นมานี่ ผมก็ต้องขอบคุณที่หยิบยก ตรงนี้ขึ้นมา แล้วผมก็เรียนนะครับว่า เขามีการไล่จี้ผมอีกว่าแล้วคราวหน้าทําไมต้องไป เดินสายต่างจังหวัด ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้มา ผมบอกว่าผมไม่ได้หนีพวกท่านนะครับ แต่พวกผมต้องฟังทุกภาค ทุกจังหวัด ผมไม่จำเปึนต้องหนีพวกท่าน ผมคิดว่าคนเรานั้น ถ้าหมกมุ่นอยู่กับอะไรมาก ๆ จะมองไม่เห็นอย่างอื่นเลยว่าอย่างอื่นมีความสําคัญ จะสำคัญเรื่องเดียว เรื่องอื่นอย่าใส่ เรื่องอื่นอย่าพูด จะต้องพูดเรื่องนี้อย่างเดียว ผมคิดว่า เราก็ฟังตามสมควร ท่านประธานก็ไปฟัง ผมก็ทราบ ท่านอาจารย์นรนิติก็กลับมาเล่าให้ ผมฟัง กรรมาธิการยกร่างไปฟังมาก็กลับมาเล่าให้ผมฟัง และเราก็บอกว่าเนื้อห้ามันมี อะไรเพิ่มอีกไหม ถ้ามันไม่มีเนื้อหาแล้วจะฟังอะไรล่ะ ตกลงเราต้องการเชิงคุณภาพที่เรา ไปฟัง ก็เลยต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณ คุณเศวต แล้วผมก็ขอชี้แจงว่าเราไม่ได้ใจจืดใจดำ พวกเรานี่ ผมก็เปึนชาวพุทธ์ แล้วถ้าจะมาไล่กับผม ผมคิดว่าจะมาไล่แก่นธรรมกับผมนี่ ลองดูสักยกหนึ่งก็ได้ พวกที่ชอบอ้างว่ารู้ดีนั่นนะครับ ผมคิดว่าเรามีความจําเปึนนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ชี้แจงตรงนี้เดี๋ยวจะหาว่าเราก็ปล่อยให้เหตุการณ์มันเปึนไป แล้วก็จะเปึนไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ ขอบพระคุณครับ

ครับ แต่ว่าประเด็น ไม่ต้องหรอกครับ ผมพูดเอง ท่านเศวตท่านพูดเจาะจง และผมว่าเปึน ประเด็นที่ต้องรับฟังนะครับ กับคําชี้แจงคนละประเด็น ที่บอกนครนายก็ไม่ยอมให้ใช้เวที สําหรับอภิปรายเรื่องพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ มีความสําคัญนะครับ ต้องยอมรับครับ ถ้าหากไม่ให้ด้วยเหตุนี้จริง ๆ ผมคิดว่าก็คงจะต้องถามเหมือนกันว่ามันมีเหตุผลอะไรถึงจะ ไม่ยอมให้เป่ีดเวทีเพื่อรับฟัง แต่ว่าเวทีนี้ไม่ใช่เวทีที่จะชี้แจงว่าพระพุทธศาสนาควรจะเปึน ศาสนาประจำชาติหรือไม่ เราเพียงแต่ชี้แจงอธิบายว่าการที่กล่าวหาว่าพวกไม่เป่ดโอกาส ให้ฟังนั้น ท่านเจิมศักดิ์ก็ได้พยายามพูดว่ามีเหตุผลต่าง ๆ นานาอย่างที่เราเข้าใจกันแล้วก็ คงพอ แต่ถ้าประเด็นที่คุณเศวตจะพูดถึงนั้นคนละประเด็นกับที่ท่านชี้แจง ท่านยั่งยืนยัน อยู่ไหมครับ