สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๓ · ๒ เมษายน ๒๕๕๐

เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ พูดถึงการรวบรวมความคิดเห็นของรัฐธรรมนูญ และตั้งคำถามเกี่ยวกับวิธีการรวบรวมความคิดเห็น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความคิดเห็นที่ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ ผมคงเปึ้นอีกคนหนี่งซึ่งจะต้องขอขอบคุณ และชื่นชมท่านคณะกรรมาธิการรวบรวมความคิดเห็นที่มารายงานในเรื่องซึ่งได้ทำไปให้ พวกเราทราบ เปึนความพยายามซึ่งยากลำบาก เหนื่อยยาก แต่นี่คือสิ่งซึ่งบอกว่าเรา กําลังทําอะไรไปถึงประชาชน เราไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญอยู่แต่ในสภานี้เท่านั้น เรากําลังจะ รับสิ่งซึ่งเปึนความต้องการของประชาชน เจตนารมณ์ของประชาชนเข้ามาสู่การร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเรานี้ นี่เปึ้นเรื่องซึ่งเราจะต้องพยายามร่วมกัน ท่านประธานที่ เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตบางอย่าง บางประการในรายงานที่นำเสนอนี้ ก่อนอื่นก็คือ กำลังคิดว่ารูปแบบการสำรวจความคิดเห็นที่รายงานมานี้ ผมไม่ทราบอาจจะทำมากไป กว่านี้ก็ได้ แต่ว่าส่วนหนึ่งที่เห็นจากรายงานนี้ก็คือ รู้สึกค่อนข้างจะเปึนการสำรวจความ คิดเห็นที่กำหนดความคิดเห็นอยู่สักหน่อย คือเราดูเหมือนจะไปโปรแกรม (Program) การ ได้ความเห็นมากไปหรือเปล่า เพราะทำในลักษณะที่เปึน เควสเชินแนร์ ฟอร์ม (Questionnaire form) เปึนรูปแบบสอบถามซึ่งจะได้ความเห็นซึ่งมันไม่ค่อยจะยืดหยุ่น เท่าไรนัก แล้วก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า คำถามบางคำถามเปึนการถามน้ำมากไปหรือไม่ อีกข้อสังเกตหนึ่งก็คือในรายงานนี้ไม่ได้แทลลี (Tally) ไม่ได้รวบรวมความเห็นในลักษณะ ที่ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่เพียงแต่เปึนการสำรวจในรูปแบบที่เปึ้นแบบสอบถาม เปึ้นแบบ เควสเชินแนร์ ฟอร์ม แต่มันมี โอเพน เอนเดด (Open ended) ซึ่งมีความเห็นต่าง ๆ ที่เปึน รายละเอียดที่ตอบคำถามเหล่านั้นขยายออกไปอีกมากกว่า อย่างเช่น คำถามข้อ ๘ ที่มีคำตอบว่าเห็นด้วยถึง ๖๙.๒ เปอร์เซ็นต์ในครั้งแรก ๗๕.๙ และ ๘๑.๕ เห็นว่าควรเพิ่ม บทบาทให้ชุมชนพัฒนาชุมชนในการมีส่วนร่วมในการปกปัองคุ้มครองพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมเชื่อว่ามีคำอธิบายในลักษณะที่เปึน โอเพน เอนเด็ด ในแบบสอบถามรวบรวมความคิดเห็นเหล่านี้ออกความเห็น ก็เชื่อว่ามีคำอธิบาย เหล่านี้อยู่ในความเห็นเหล่านั้นว่า ก็อยากจะเห็นว่าจะทำอย่างไรอยู่ด้วย หลาย ๆ วิธีการ ที่ประชาชนอยากเห็นเกิดขึ้น คือไม่ใช่เพียงแต่มาบอกว่าเห็นด้วยที่จะต้องมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่มันน่าจะมีคำอธิบายเหล่านี้ว่าจะให้ทำอย่างไร รวมถึงอีกหลาย ๆ คำถาม ซึ่งอยู่ใน ลักษณะที่เป่ดกว้างให้ร่วมความคิดเห็นเหล่านี้ ซึ่งถ้าหากว่าได้รวบรวมมาแสดงให้เห็น ด้วยก็จะได้รู้ว่าที่อยากได้โน่นได้นี่ อยากให้มีโน่นมีนี่ อยากเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนี่น่าจะได้ รวบรวมเปึนหมวดหมู่มาให้เห็นความเห็นแต่ละเรื่อง ๆ ไปด้วย ถ้าเราพาร์ทิคคิวละไรซ์ (Particularize) ถ้าเรารวบรวมเปึนหมวดหมู่ความเห็นที่เป่ดกว้างเหล่านี้มาไว้นี่น่าจะเปึน ประโยชน์ในการที่จะนำไปพิจารณาหากลไกที่ดีแล้วก็ที่เหมาะสมต่อไปได้ การหา ความเห็นลักษณะนี้อาจต้องอาศัยหลักวิชาการอยู่บ้าง ซึ่งบางที่ท่านกรรมาธิการ อย่างเช่นท่านศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา คงจะช่วยหรือว่าอาจจะตอบความกระจ่าง ในเรื่องนี้ได้บ้าง เพราะโอเพน เอนเด็ดที่รวมเปึนความเห็นนี่สำคัญมาก มันขยาย มันบอกอะไรได้เยอะ ซึ่งจะเปึนความเห็นที่ถูกต้อง ที่ชัดเจนมากขึ้นที่จะรวบรวมไปในการที่จะช่วยในการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้นะครับ อีกอันหนึ่งซึ่งผมมีข้อสังเกตด้วยความไม่แน่ใจว่า ลักษณะ ของการได้ความเห็นเหล่านี้มานี่มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน เกิดจากข่าวคราวที่เปึนกระแสเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญหรือเกิดจากความรู้เรื่อง รัฐธรรมนูญนี่ดีพอแล้ว กว้างขวางดีอยู่แล้ว ซึ่งยังเปึนเรื่องที่น่าสงสัยนัก ประเด็นของผม ก็คือว่า จากประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญนี้บางทีน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้อง คิดถึงเรื่องการตั้งสถาบันที่จะให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา ผมไปดูเรื่องนี้ที่สหรัฐ เพิ่งกลับมาเมื่อ ๒ วันนี้เอง เขาทํากันจริงจังมาก ของสหรัฐเขามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียว แต่เขาแก้ไขมาแล้ว ๓๖ ครั้งด้วยกัน ของเราบอกเราไม่แก้ไขแล้ว เรายกเลิกเลย ร่างกัน ใหม่ ๑๗ ฉบับแล้ว นี่เปึ้นฉบับที่ ๑๘ แต่ว่า ๑๗ ฉบับ หรือ ๑๘ ฉบับที่กำลังจะมีขึ้นนี้เราให้ ความรู้หรือว่าประชาชนมีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้เปึ้นประเด็น ซึ่งผมคิดว่าบางทีเราอาจจะต้องคิดถึงเรื่องสถาบันที่จะให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา ของสหรัฐทํากันจริงจังมาก ผมไม่ได้หมายความว่าของสหรัฐ ดีที่สุดหรือของใครดีที่สุด แต่แนวความคิดเรื่องเหล่านี้น่าจะเปึนแนวความคิดหนึ่งที่เราน่าจะสอบถามหรือว่า นํามาใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเราอย่างไรหรือไม่นะครับ สาระสําคัญเรื่องหนึ่ง ที่น่าสนใจจากความเห็นที่รวบรวมมาได้นี้ นอกจากเรื่องที่รายงานมาแล้ว น่าสนใจมาก ก็คือ เรื่องการตรวจสอบแล้วก็สร้างความสมดุลเรื่องเช็ก แอนด์ บาล้านซ์ ในระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เรากำลังทำกันอยู่ เรื่องนี้เปึนหลัก หัวใจสําคัญมาก ทั้งในทางรัฐศาสตร์ ในทางนิติศาสตร์ โดยเฉพาะในการสร้างนิติรัฐ หรือ รูล ออฟ ล์อว์ (Rule of law) ให้เกิดขึ้น ข้อบกพร่องจากประสบการณ์ในการใช้ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ของเรามีเรื่องนี้เรื่องหนึ่ง ซึ่งเปึนความอ่อนแอในทางปฏิบัติ ผมได้ยินคณะกรรมาธิการยกร่างบางท่านพูดออกมาในลักษณะที่ว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะลดอำนาจของฝ์ายบริหารลง จากประสบการณ์ที่เห็นในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่แล้ว แล้วก็มีความเห็นในแนวโน้มที่จะให้อำนาจตุลาการมีอำนาจมากขึ้น ในการที่ จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจบริหารในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองขึ้น ผมคิดว่า นี่เปึนคำกล่าวที่ขาดพื้นฐานแล้วก็แนวคิดในทางรัฐศาสตร์อย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วมันจะต้อง พูดกันให้ชัด ๆ ว่า ทําอย่างไรที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดความสมดุลในอํานาจอธิปไตย ทั้งสาม จะทำอย่างไรมากกว่า ตรงนี้น่าสนใจว่าเราจะสร้างระบบการตรวจสอบกับ ความสมดุลของอำนาจทั้งสาม เช็ก แอนด์ บาลานซ์ทั้งสามขึ้นมาให้เข้มแข็งอย่างไร กลไกต่าง ๆ นอกเหนือจากอํานาจทั้งสามนี้มีอะไรอีกบ้างที่น่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน ตรวจสอบแล้วก็สร้างดุลแห่งอำนาจซึ่งกันและกัน ตรงนี้อยากรู้ อยากได้ความเห็นมากขึ้น จากประชาชน เพื่อที่จะได้มาแก้ไขข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราบอกว่า จะเอามาเปึ้นฐานในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไป โดยเฉพาะสําหรับคณะกรรมาธิการยกร่าง ก็คือว่า เวลาเราพูดถึงฐานของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่จะนำมาแก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันควรจะเริ่มต้นจากการมากางดูกัน สิว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันมีข้อบกพร่องอะไรตรงไหน แล้วแก้ตรงนั้นเสียก่อน แล้วจะ มีอะไรใหม่ก็ค่อยว่ากันอีกที่ที่จะปรับปรุงให้มันดีขึ้น นี่ไปเริ่มต้นจากอะไรใหม่ ๆ เลอะ เทอะไปหมด จนกระทั่งก่อให้เกิดเหตุวิพากษ์วิจารณ์ในทางซึ่งสร้างความเบื่อหน่ายท้อแท้ ให้เกิดขึ้นพอสมควร ผมว่าตรงนี้จะต้องทำ แล้วก็จำเปึนอย่างเร่งรีบแล้วล่ะครับที่จะต้อง มาสํารวจข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้ แล้วก็แก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้ดีขึ้น ให้มี ประสิทธิภาพดีขึ้น ให้การร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ นี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยโดยเร็วแล้วก็ตรง เปัาหมายของงานเขียนร่างรัฐธรรมนูญกันขณะนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วผมคิดว่ารัฐธรรมนูญใหม่ นี้จะมีปัญหาอีก ทำเรื่องเช็ก แอนด์ บาล้านซ์ ทำเรื่องการตรวจสอบความสมดุลของ อํานาจทั้งสามให้เข้มแข็งขึ้น ก็จะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้ดีขึ้นตาม เจตนารมณ์อีกทีหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจในรายงานฉบับนี้ ก็คือความเห็นในเรื่อง การเมืองการปกครองท้องถิ่น การเมืองภาคประชาชน ซึ่งแสดงว่ามีความตื่นตัวมากขึ้น จุดนี้และความเห็นเหล่านี้น่าจะต้องนำมาพิจารณาสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้น ผมเคย ได้อภิปรายไปแล้วว่า นอกเหนือจากแผนพัฒนาการเมืองระดับชาติ ซึ่งมีกําหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ แล้ว น่าจะต้องคิดถึงการสร้างแผนพัฒนาการเมือง การปกครองในระดับท้องถิ่นขึ้นมาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้อีกด้วย ตรงนี้อยากเสนอให้ คณะกรรมาธิการคณะนี้ให้ความสนใจ หาความเห็น รวบรวมมาให้จริงจังมากขึ้นว่า ประชาชนเห็นอย่างไร แล้วก็อยากได้ อยากให้ทําอย่างไร จะได้นําไปกําหนดให้เข้มแข็งขึ้น ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่ขณะนี้ การรับฟังความเห็นของประชาชนนั้น ผมคิดว่ามันเปึนไปตามสถานการณ์หนึ่ง ๆ เพราะฉะนั้นความเห็นนี้อาจจะปรับเปลี่ยนไป ได้ในการรับฟังความคิดเห็นที่จะทํากันต่อไป เพราะฉะนั้นยังจําเปึ้นที่จะต้องย้ํา ยืนยัน ความคิดในรอบแรก หรือที่เปลี่ยนไป ผมเพียงแต่อยากจะให้คณะกรรมาธิการคณะนี้ สำรวจ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นในลักษณะที่เปึนครอสเช็ก (Cross check) ตรวจสอบกับ ความเห็นที่ได้ในรอบแรกนี้อีกครั้งหนึ่งว่า ยังมีความเห็นยืนยันอยู่อย่างเดิมหรือว่ามัน เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ตรงนี้สำคัญนะครับในการรวบรวมความคิดเห็น มิฉะนั้นแล้วเราจะไม่ได้อะไรที่ชัดเจน ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้งานของคณะกรรมาธิการนี่มันมี ความสมบูรณ์ขึ้น ถ้าหากว่าเราจะทำครอสเช็กในเรื่องนี้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ก็ตั้ง เปึ้นข้อสังเกตทั้งหมดไว้ กราบเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการไว้ครับ กราบขอบพระคุณครับ