รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ขออนุญาต เริ่มหารือเลยนะครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือต่อท่านประธานถึงเรื่องภัยแล้งในจังหวัดสุโขทัยครับ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ไม่มีน้ำในการที่จะทำการเกษตรครับ ก็ฝากไปถึงกรมชลประทาน ชลประทาน จังหวัดกำแพงเพชรช่วยปล่อยน้ำประตูท่อทองแดงที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อผ่านมาที่อำเภอพรานกระต่าย หรือให้น้ำกับที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะ ตำบลน้ำพุ ตำบลศรีคีรีมาศ ตำบลนาเชิงคีรี ซึ่งขาดแคลนน้ำในทางการเกษตรอย่างมากครับ ก็ฝากถึงทางชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร และสำนักงานชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร ด้วยครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องถนนชำรุดทรุดโทรมมาก เนื่องจากว่ามีรถอ้อย วิ่งผ่านครับ ตั้งแต่หน้าตลาดสดเทศบาลกงไกรลาศสายบายพาส (Bypass) ไปข้ามแม่น้ำยม ที่อำเภอกงไกรลาศ และไปที่ตำบลหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ ก็ฝากถึงทางแขวงการทาง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในถนนเส้นนี้อยู่ครับ ถนนตอนนี้พังและพี่น้องได้รับ ความเดือดร้อนไม่สามารถที่จะใช้ถนนเส้นนี้ได้ครับ ก็อยากให้แขวงการทางกรมทางหลวงนั้น ได้มาซ่อมบำรุง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลแล้วก็เตือนรถอ้อยที่วิ่งโดยรถพ่วงและ บรรทุกเกินน้ำหนักเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นตำรวจทางหลวง ตำรวจในท้องที่ก็ดีนะครับ หรือแม้กระทั่งกรมทางหลวง แขวงการทางให้ไปช่วยดูแลกวดขันเรื่องนี้ด้วยครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันเองได้รับการ ติดตามทวงถามจากพี่น้องชาวตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส เรื่องเกี่ยวกับการขอย้าย จุดกลับรถบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ช่วงอำเภอจัตุรัสถึงตำบลหนองบัวโคก เขาสอบถามมาว่าที่ดิฉันได้เคยหารือกับท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้เมื่อสมัยที่ผ่านมา คือในปี ๒๕๕๓ แล้วก็ทางสภาได้มีหนังสือตอบกลับมาหาดิฉันว่าหน่วยงานได้แจ้งให้ทราบว่า จุดกลับรถถนนสายดังกล่าวนะคะ จากบริเวณโรงงานทอผ้าถึงหมู่บ้านของพี่น้องประชาชน ทางเข้าหมู่บ้านจำนวน ๕ หมู่บ้านค่ะ ซึ่งอยู่ที่ กม. ที่ ๖๙-๗๐ ที่พี่น้องประชาชนร้องขอ ได้ดำเนินการออกแบบ แล้วก็สำรวจ ออกแบบให้เรียบร้อยแล้วจะได้ดำเนินการจัดสร้างในการย้ายจุดให้ต่อไป ผ่านมาถึงปี ๒๕๕๕ แล้วค่ะท่านประธาน พี่น้องเขาก็ฝากดิฉันมาติดตามทวงถามค่ะว่าปีนี้ได้มีการจะไปทำการ ย้ายจุดกลับรถที่บริเวณโรงงานทอผ้า แล้วก็ปากทางเข้าหมู่บ้าน ๕ หมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น บ้านโกรกผักหวานของตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัสหรือเปล่าก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวงชนบทที่จะได้ไปทำการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ เนื่องจากว่าในปัจจุบันราคาน้ำมันก็มีการขึ้นมาค่อนข้างสูง พี่น้องจะกลับรถทีเข้าหมู่บ้านมาทำงานที่โรงงานเดินทาง ๒ กิโลเมตรค่ะ ในการแค่ไปกลับรถ จากหมู่บ้าน แล้วก็มาที่โรงงานไปกลับใช้ระยะทาง ๔-๕ กิโลเมตร ทำให้พี่น้องสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากและที่สำคัญพี่น้องประชาชนไม่อยากจะเสียค่าใช้จ่ายมากก็ได้มีการขับรถ ย้อนศร ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานให้เร่งรัดการดำเนินการย้ายจุดที่กลับรถให้กับพี่น้องประชาชนพร้อมทั้งติดตั้งไฟ ส่องสว่างเพื่อให้เขาปลอดภัยจากการเดินทางบนท้องถนนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอหารือเรื่องความรุนแรงในสังคมนะคะ อีกครั้งหนึ่งที่ดิฉันขอหารือเรื่องนี้ ท่านประธานคะ เมื่อวานมีข่าวเรื่องของ ๑๐ วัยรุ่นก่อเหตุรุมกระทืบชกต่อย ทำร้ายร่างกาย นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อายุเพียง ๒๐ ปี เพิ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ ๒ แล้วก็ ในท้ายที่สุดนี้นะคะก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา เพียงเพราะว่าไม่พอใจเขม่นที่ ผู้หญิงที่มาด้วยทักทายผู้ตายด้วยอาการที่คิดว่าสนิทสนม นอกจากนั้นท่านประธานคะ ที่จังหวัดชลบุรี ส.ท. ที่อำเภอศรีราชาก็ถูกมือปืนยิงตายและยิงผิดตัว เพียงเพราะเข้าใจผิด นึกว่าเป็นอริของเพื่อนที่โกงไฮโล อีกข่าวท่านประธานคะ สามีใช้เหล็กแหลมแทงภรรยาเสียชีวิต ที่จังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็กระโดดตึกตาย เพื่อจะหนีความผิดในเวลาต่อมา ท่านประธานคะ อะไรกันคะนี่ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม ดิฉันเคยหารือเรื่องของความรุนแรงในสังคมมาแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยได้มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เป็นกิจจะลักษณะ ดิฉันอยากจะให้มีการแก้ไขปัญหานี้ โดยเร่งด่วน เพราะว่ามันหมายถึงความมั่นคงของทุกคนที่อยู่ในสังคม ท่านประธานคะ ดิฉัน ก็ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีทุกกระทรวง ที่เกี่ยวข้องให้ได้มีการริเริ่มมาตรการหรือว่าแนวทางปฏิบัติในการสร้างวัฒนธรรมสันติวิธี เป็นการเร่งด่วน จะเป็นการคิดสปอท (Spot) โฆษณา เผยแพร่นะคะ ในเรื่องนี้ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือสื่ออื่น ๆ รวมไปถึงการหล่อหลอมเด็ก ๆ ในโรงเรียน ในสถานศึกษาด้วย เพราะดิฉันคิดว่าท่านประธานคะ การปราบปรามโดยจับขังคุกลงโทษมันเป็นเพียงแค่ การแก้ไขปัญหาปลายทาง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้ เพราะฉะนั้นก็ขอรบกวน ท่านประธานฝากผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอำนวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจาก พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลหนองม่วง ได้ร้องเรียนกับผมว่าเกาะกลางถนนในเขตเทศบาล มันกว้างอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาปรับปรุงเกาะกลางให้เล็กลงเพื่อที่จะได้มีจุด กลับรถที่มากขึ้นในส่วนนี้ คือเรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ การบริหารงานของกรมชลประทาน โดยเฉพาะ โครงการวางท่อน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไปอำเภอโคกสำโรงและอำเภอโคกเจริญ ซึ่งปีที่แล้ว น้ำท่วมเราก็ไม่ได้ใช้น้ำจากโครงการวางท่อ แต่หลังจากน้ำลดแล้วเกษตรกรต้องการน้ำทำนา ผมได้ประสานกับหน่วยงานโดยเฉพาะผู้อำนวยการโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่จะขอใช้น้ำ ทดแทนปีที่แล้วเราไม่ได้ใช้ แต่ไม่ได้รับคำตอบจาก ผอ. แต่อย่างใด ก็อยากจะฝาก ท่านประธาน แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทำนาในอำเภอโคกสำโรง โดยด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับความมั่นคง ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้หน่วยข่าวกรอง กระทรวงมหาดไทยก็ดี หน่วยข่าวกรองสันติบาลก็ดี และสำนักงานศูนย์อำนวยการรักษา ความสงบภายในประเทศก็ดี หรือ กอ.รมน. ก็ดี ทั้ง ๕ หน่วยงานไม่ได้มีการบูรณาการกัน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ให้แจ้งหน่วยงานทั้ง ๕ หน่วยงานนี้ให้ช่วยบูรณาการเรื่องการข่าวเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในประเทศเรา และสุดท้ายก็อยากจะให้ทางผู้นำโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศเรา อยากจะให้ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ตรวจกัน ให้เข้มงวดกว่านี้ ซึ่งในขณะนี้การลักลอบเข้ามาเที่ยวก็ดี หรือจะมาส่วนต่าง ๆ ก็ดีเกิดจาก ความมั่นคงโดยเฉพาะในเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวกับข่าวกรอง ไม่ได้รับข่าวกรองที่ชัดเจน ทำให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในบ้านเรา ดังนั้นก็อยากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน หรือนักท่องเที่ยวต่อไปในอนาคตด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
ท่านประธานครับ เรื่องแรกได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง และอดีต ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย ว่าที่นั่นบัดนี้ราคาลำไยที่จังหวัดลำพูน ตกต่ำเป็นอย่างมาก เคยขายได้เกรดเอเอ (Grade AA) จากกิโลกรัมละ ๔๐ กว่าบาท ปัจจุบันเหลือแค่ ๑๘ บาท ถึง ๑๙ บาท ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรลำไย ซึ่งบัดนี้ต้องนำเครื่องร่อนคัดเกรดลำไยมาปัดฝุ่นเพื่อที่จะส่งโรงงานอบแห้ง
เรื่องที่ ๒ รัฐบาลบอกว่าจะกระชากราคาน้ำมันลงมา ๗-๘ บาท แต่ปัจจุบัน ราคาน้ำมันแพงมาก สินค้าต่าง ๆ มีราคาแพง ท่านประธานที่เคารพ ข้าวแกงจาก ๒๕ บาท ๓๐ บาท เป็น ๓๕ บาท ๔๐ บาท ก๋วยเตี๋ยวจาก ๓๕ บาท ๔๐ บาท เป็น ๔๕ บาท ๕๐ บาท ข้าวเหนียวที่เคยขายเพียงถุงละ ๓-๕ บาท เป็นถุงละ ๑๐ บาท ข้าวเปล่า ๑๐ บาท น้ำเปล่า ๑๐ บาท แพงเหลือเกินขอให้รัฐบาลเร่งรีบแก้ไขปัญหาของแพงให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ
เรื่องที่ ๓ อบต. คลองไทร อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยท่านนายก อบต. โกเมท เกิดสมบัติ ได้จัดโครงการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติร่วมกับ อสม. และผู้สูงอายุ ร่วมกับ ส.ส. ธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นโครงการที่ดีมาก ขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการในการจัดโครงการในลักษณะเช่นนี้
เรื่องที่ ๔ สหภาพแรงงานขนส่งและบริการสินค้าขาออก ซึ่งมีคุณสุวิทย์ ระวิวงศ์ เป็นประธานได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องของแพง และค่าแรง ๓๐๐ บาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่เป็นจริง
เรื่องที่ ๕ นางสาวจุไรรัตน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน ซึ่งมีท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นประธานว่ามีนโยบายให้ข้าราชการครูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถย้ายออกนอก พื้นที่เป็นกรณีพิเศษได้ในปีนี้ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการ
และสุดท้ายท่านประธานครับ คดีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ส่งถึง ท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม จะส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญเมื่อไร ขอให้ท่านประธานเร่งรีบ ดำเนินการและได้โปรดเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
กรณีของ ท่านจตุพร ผมลงนามส่งไปที่ศาลแล้วครับ เชิญท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมกลับไปบ้าน มีคนชมเชยท่านประธานมากเลยเรื่องของการหารือนี้นะครับว่าทำให้เขาได้รับความหวัง เกิดขึ้น ผมก็ขอขอบคุณท่านประธานหลายเรื่องซึ่งท่านประธานได้ช่วยพิจารณาสั่งการไปนั้น ได้รับการพิจารณาแล้วบางเรื่องครับแต่ยังไม่หมดทุกเรื่องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากน้ำท่วมก็อยากจะให้ช่วยฟื้นฟูถนนมีคนร้องมาเยอะ มี ๑๕๑ สายที่ร้องเรียนมาใหม่ นะครับ พอหลังน้ำท่วมแล้วมันจะชำรุดเพิ่มเติมไปอีก
แล้วก็ข้อ ๒ ก็ขอให้สร้างสะพานจำนวน ๕ แห่ง ข้ามแม่น้ำป่าสัก แล้วก็ ของลำพราก แล้วก็ลำสนธิ ท่านประธานครับ
๓. ขอให้กระทรวงมหาดไทยทำสะพานข้ามแม่น้ำลำคลองที่มันคดโค้งอีก จำนวน ๓ แห่งครับ เพราะทางโค้งมาก
๔. ขอให้กระทรวงคมนาคมสร้างทางเชื่อมระหว่างภาคต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน ปีหนึ่งจะได้ประหยัดน้ำมันได้อีกเยอะ เชื่อมจังหวัดต่าง ๆ ส่วนรายละเอียดผมก็ได้เขียนไว้ในรายละเอียดเสนอท่านประธานไปแล้ว
๕. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ป้องกันน้ำแล้ง ภัยแล้ง น้ำท่วม โดยขุดลอกคลอง ลำแม่น้ำป่าสัก แล้วก็ขอให้ทำกาลักน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้ในแม่น้ำป่าสักเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้า แล้วก็ทำการเกษตร เพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำ
๖. ขอให้ทำทางเลี่ยงเมือง
๗. ขอให้ทำการพิจารณาที่กลับรถครับ
๘. ขอให้กรมพัฒนาชุมชนพิจารณาช่วยเหลือประชาชนฝึกอาชีพที่กำลัง เกิดภัยน้ำท่วมร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียน
ท่านนิยมครับ มีเหลืออีกกี่ข้อ
มีเอกสารครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ตามเอกสารนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ครับ ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอันเกิดจากภัยแล้ง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๔ ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ว่าลำห้วยหนองปลิงซึ่งเป็นลำห้วย ที่ประชาชนหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๔ ตำบลโคกมนนั้นได้นำน้ำจากลำห้วยหนองปลิงในการทำ การเกษตร รวมถึงการอุปโภคและบริโภค โดยนำน้ำจากลำห้วยนี้มาทำเป็นน้ำประปาหมู่บ้าน ท่านประธานครับ แต่ขณะนี้ลำห้วยนั้นน้ำในลำห้วยกำลังจะแห้งขอดลง ขอให้ท่านประธาน แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัยเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องในหมู่บ้านดังกล่าวด้วย ส่วนในระยะยาว ขอให้รัฐบาลจัดงบประมาณไปก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อให้พี่น้องได้มีน้ำใช้ในฤดูแล้งครับ
เรื่องที่ ๒ ถนนบ้านโคกใหม่ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า ชำรุดทรุดโทรม เป็นอย่างมาก ระยะทาง ๒,๒๐๐ เมตร ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ของบประมาณในการซ่อม สร้างให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านโคกใหม่ ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่าครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกมะพร้าว ท่านประธานครับ ขณะนี้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวกำลังได้รับความเดือดร้อน จากหนอนหัวดำ และแมลงดำหนามครับ ซึ่งขณะนี้ได้ระบาดไปทั่วทั้ง ๑๙ จังหวัดในประเทศไทย ซึ่งแมลงทั้ง ๒ ชนิดนี้จะทำลายทำให้ผลผลิตของมะพร้าวลดลง และต้นมะพร้าวจะตายลง ท่านประธานครับ หากแมลงนี้ได้เกิดขึ้นที่สวนใดจะเกิดผลเสีย ทำลายต้นมะพร้าวเป็นอย่างมาก ผมเกรงว่าหากแมลงนี้ได้เข้าไปถึงพื้นที่ที่เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว เช่น เกาะสมุย หรือเกาะพะงัน ไปทำลายต้นมะพร้าว ทำให้เสียหายก็จะส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก มะพร้าวด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอนำปัญหา ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้สัก ๒-๓ ปัญหา ที่จะปรึกษาหารือกับท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องถนนสายท่าช้าง ด่านช้าง ซึ่งเป็นถนน เชื่อมระหว่างอำเภอเดิมบางนางบวชและอำเภอด่านช้าง เกิดชำรุดทรุดโทรมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณถนนดังกล่าวมีรถบรรทุกอ้อยวิ่งเป็นจำนวนมาก ผิวการจราจรหลุดล่อน หลายที่หลายแห่ง โดยเฉพาะบ้านทุ่งกฐิน ตำบลบ่อกรุ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านหนองกระทุ่ม ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านสระบัวก่ำ ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับความเดือดร้อน จึงเรียนฝาก ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้จัดการซ่อมแซม บำรุงรักษาถนน ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพคงเดิมด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องขณะนี้มีประชาชนได้ทราบข่าวว่า ทางกระทรวงคมนาคมจะมีการเปลี่ยนใบอนุญาตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ใหม่ ซึ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ทราบว่าเบื้องต้นต้องเสียค่าทำบัตรราคา ๒๐๐ บาทต้น ๆ ประชาชนส่วนใหญ่เขาบอกว่าแพงเกินไป กรุณาลดจำนวนราคาลงได้หรือไม่ ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้รับการดูแล เนื่องจากประชาชนในตำบลหนองราชวัตร อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เขามี แหล่งท่องเที่ยวคือหลุมฝังศพโบราณประมาณเกือบ ๑๐๐ ปี เป็นร้อย ๆ ปีครับ และไม่ได้รับ การดูแลเนื่องจากไม่มีงบประมาณ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาช่วยดูแลและจัดสรรงบประมาณจัดการสร้างถนนให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมี เรื่องหารือท่านประธาน เนื่องจากผมได้รับการร้องขอจากท่านผู้อำนวยการ ประจวบ เลือกหา ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดสุโขทัย ซึ่งท่านได้มีโครงการจัดสร้างศูนย์วัฒนธรรม การเรียนรู้ ซึ่งทางวิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดสุโขทัยนั้น ได้เสนอโครงการนี้ผ่านไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากว่าจังหวัดสุโขทัยนั้น เป็นแหล่งวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นต้นกำเนิดของประเทศไทยเรา มีมรดก ทางศิลปวัฒนธรรมมากมาย เช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีศิลปวัตถุโบราณอันล้ำค่า เครื่องปั้นดินเผาสังคโลก ทองและเงินโบราณ แม้กระทั่งการทอผ้าไทย โบราณผ้าซิ่นตีนจก หรือการทำศิลปหัตถกรรมเครื่องไม้แกะสลักตู้โบราณ ทางวิทยาลัยจึงได้ มีการจัดทำโครงการตั้งศูนย์วัฒนธรรมการเรียนรู้ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ รวบรวมข้อมูล และเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมให้เข้าสู่สังคมอาเซียนด้วย จึงได้ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาโครงการดังกล่าว เพื่อจัดสร้างอาคาร และปรับปรุงพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อไป
เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสนธ์ แก้วสุติน อยู่บ้านเลขที่ ๔๕ หมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ใน บริเวณประตูอ้อด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของคูเมืองอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย บริเวณ ดังกล่าวนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้มานานแล้วนะครับ ได้ขอเรื่องไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ยัง ไม่ดำเนินการให้ ถ้าหากว่าไม่มีงบประมาณในการขอขยายเขตก็ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น ได้ดำเนินการใช้ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ก็ได้นะครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ก็ขอให้ผลักดันงบประมาณการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างทางสาธารณะ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ เริ่มตั้งแต่หน้าวัดป่าอุดมมงคล บ้านแก่งแล่นถึงบ้านโนนแสงแก้ว ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เสาประมาณ ๓๐ ต้นค่ะ สืบเนื่องจากบริเวณดังกล่าว เป็นแหล่งชุมชน มีผู้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักในการที่จะให้ พี่น้องประชาชนในการสัญจรท่องเที่ยวแล้วก็มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันและ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยช่วยนำปัญหานี้ ส่งคนลงไปสำรวจและผลักดัน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ขอให้ผลักดันงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนชุมชนบ้าน ด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งมีนักเรียนจำนวน ๖๘๗ คน มีอาคารเรียนเดิม ๕ หลัง แต่ ๑ หลังกลายเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา เขต ๓ เหลืออีก ๔ อาคาร สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ อายุการใช้งาน ๓๗-๔๒ ปีแล้ว อาคารมีสภาพ ชำรุดทรุดโทรมและไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อครูและนักเรียน ในโรงเรียนนี้ จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุชาติ ธาดาธำรงเวช ช่วยนำปัญหาของเด็กนักเรียนและคุณครูโรงเรียนชุมชนบ้านด่านซ้าย นำไปพิจารณาและผลักดันงบประมาณในการก่อสร้างด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมบัติ ยะสินธุ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กระผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านแม่แพน้อย บ้านแม่แพหลวง ตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตำบลนี้มีไฟฟ้าใช้แค่ ๒ หมู่บ้าน อีกที่เหลือ ๘ หมู่บ้าน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีกหมู่บ้านหนึ่ง หมู่บ้านไทรงาม หมู่บ้านดอยผีลู หมู่บ้านน้ำประบู่ ไม่มี ไฟฟ้าใช้เหมือนกันครับ ของอำเภอปาย
อีกเรื่องหนึ่งครับ ถนนห้วยปูลิงซึ่งเป็นถนนอยู่อำเภอเมือง เป็นตำบลเดียว ที่ยังไม่สามารถที่จะมีคอนกรีตไปถึงหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านนี้สามารถที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูแลถนนเส้นห้วยปูลิงนี้ด้วยนะครับ
ถนนอีกเส้นหนึ่งเป็นถนนเกี่ยวกับชายแดนเป็นหมู่บ้านห้วยต้นนุ่น อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งจะส่งเสริมเกี่ยวกับการค้าชายแดน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กรมทางหลวงช่วยไปดูแลถนนเพื่อที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้าระดับชายแดนด้วย นะครับ ช่วงนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีภาวะหมอกควัน เครื่องบินไม่สามารถที่จะบินได้ เป็นบางครั้ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูเรื่องปัญหาหมอกควันของพี่น้องจังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ ลีลาวดี วัชโรบล
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องอยากจะขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตดุสิต จากท่านสุพัฒน์ สุพัฒน์เจริญ อายุ ๗๑ ปี มาร้องเรียนว่าเงินเบี้ยผู้สูงอายุยังไม่ได้เลย และตอนนี้ ได้รับความเดือดร้อนมากเลยนะคะ มีความจำเป็นต้องใช้เงินดังกล่าวเพราะมีโรคภัยไข้เจ็บมาก แล้วก็ทราบมาว่าในเขตอื่น ๆ ได้รับกันไปแล้ว แต่เขตดุสิตยังไม่ได้นะคะ จึงขออนุญาต ท่านประธานฝากไปถึงกรุงเทพมหานครหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ โปรดช่วย ดำเนินการด้วยค่ะ
อีก ๑ เรื่องนะคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณรณสิทธิ์ ขุนศรี ว่าน้องสาว ไปประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ แล้วก็มีข่าว ขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์ของประเทศเม็กซิโก ทางคุณรณสิทธิ์ ขุนศรี ก็ได้ทำการติดต่อไปที่สถานทูตในประเทศเม็กซิโก แต่ก็ไม่ได้รับ ความช่วยเหลือประการใดนะคะ ทางญาติเองนั้นก็มีความกังวลว่าจะไม่สามารถนำอัฐิกลับมา บำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่ประเทศไทยได้นะคะ จึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปถึงกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยนำอัฐิ ของคุณเบญจมาศ บุนนาค กลับมาประเทศไทยด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก จำเป็นต้องหารือต่อท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลรองโฆษกรัฐบาลที่ชื่อนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนนะครับ เอเอสทีวี (ASTV) ผู้จัดการออนไลน์ (Online) เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พูดถึงกรณีโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ และนายกรัฐมนตรี ในส่วนที่อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนายกรัฐมนตรีนั้นผมไม่ติดใจนะครับ เป็นหน้าที่ของรองโฆษกรัฐบาล แต่ในส่วนที่มาพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์และการทำงาน ของฝ่ายค้านเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน เช่นบอกว่าฝ่ายค้านไปจับผิด คนนั้นคนนี้ให้เป็นเรื่องหยุมหยิมเกินไปเป็นเรื่องน่ารำคาญ ไหน ๆ หัวหมออยู่แล้วไม่ส่งไป ตีความยื่นถอดถอนเลยล่ะ คนเราถ้าไม่ว่างจัดจริง ๆ ก็ต้องมีบัตรแล้วคือบัตรบ้า พวกคุณเป็นอะไร ทำไมต้องรายงาน ทำนองนี้นะครับ แสดงว่านายอนุสรณ์ไม่เข้าใจบทบาทของฝ่ายค้าน ในเรื่องนี้ รวมทั้งทัศนคติครับ บอกถ้าหากว่านายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดกองทุนลักษณะบทบาทสตรี ไหน ๆ ก็ค้าน ทำตรงกันข้ามรัฐบาลอยู่แล้วไม่ออกไปกองทุนเหยียบย่ำเพศแม่ไปเลยล่ะ ท่านดูสิครับว่ารองโฆษกรัฐบาลมีทัศนคติที่เป็นอันตรายอย่างนี้เป็นรองโฆษกรัฐบาล ได้อย่างไรครับ ขอให้ทางนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้ ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมขอหารือท่านประธานโดยตรง ท่านประธานเป็นประธาน คณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ในคำให้สัมภาษณ์ของนายประชา ประสพดี ส.ส. สมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายประชาพูดในทำนองนี้เหมือนกันนะครับ แล้วก็ผมขออนุญาตที่จะไม่อ่านในรายละเอียด เพราะว่าเป็นคำหยาบคาย เป็นคำเสียดสี และไม่มีเหตุผลในการที่จะให้ต่อสื่อมวลชน ซึ่งผิดต่อประมวลจริยธรรมข้อ ๑๕ และข้อ ๒๓ เช่นคำพูดหนึ่งที่บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์ในเชิงชู้สาวกรณี เดินทางไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์นั้นเป็นพฤติกรรมหน้าตัวเมีย จิตใจสกปรกอกุศล ผมขอให้ ท่านประธานนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ
ส่วนเรื่องสุดท้ายนะครับ สั้น ๆ ก็คือว่า ผมอยากจะถามท่านประธานว่า ในการบรรจุวาระในวันพฤหัสบดีในวันพรุ่งนี้ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมได้ยินว่า มีร่างของประชาชนอีก ๒ ร่างส่งเข้ามาด้วย ทำไมถึงไม่ปรากฏร่างของประชาชนนะครับ ตามอำนาจหน้าที่ในการบรรจุของท่าน ท่านใช้อำนาจอะไรในการตีตกร่างของประชาชนทั้ง ๒ ร่างครับ ขอบพระคุณครับ
ที่จริงการหารือนี่ ไม่อยากให้เอาประเด็นการเมืองมาหารือนะครับ แต่ผมก็ให้เกียรติซึ่งมันจะได้ไม่มีปัญหา ที่จริงแล้วเราได้ตกลงกันชัดเจน ประเด็นการเมืองที่กระทบกับตัวบุคคลอะไรต่าง ๆ เราจะไม่อนุญาต เชิญท่านเอมอร สินธุไพร ครับ ท่านไม่มีอะไร นั่งเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายวิเชียร สนร้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๙ บ้านหนองแวง ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน ๓๑ ราย ได้มาร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือเนื่องจากราษฎรเหล่านี้ได้ครอบครอง ที่ดินโดยมีหลักฐานเป็น ส.ค. ๑ มาเป็นเวลานานหลายสิบปี ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐบาล มีนโยบายให้สำนักงานที่ดินอำเภอพนมไพรออกเดินสำรวจและออกแบบโฉนดที่ดินให้กับ ราษฎรผู้ครอบครอง แต่ปรากฏว่าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันนี้ราษฎรที่เดือดร้อนเหล่านี้ยังไม่ได้รับโฉนดแต่ประการใดค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจึงขอเป็นตัวแทนของพี่น้องที่มีความเดือดร้อนมาทวงถามผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อได้ติดตามและได้ดำเนินการโดยการด่วน ด้วยนะคะ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ก็คือเป็นการทวงถามของพี่น้อง ที่รอคอยมาเป็นเวลานาน เนื่องจากว่ากรมชลประทานได้ทำการออกแบบสำรวจเพื่อขยาย คลองส่งน้ำในปี ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นคลองหลักอยู่ที่เริงเปลือยได้สำรวจเพื่อทำการขยายเป็นคลองซอย จากคลองเริงเปลือยแล้วมาที่บ้านโคกศรี ตำบลชานุวรรณ ไปยังบ้านหนองกุงน้อย หนองกุงใหญ่ บ้านหนองแวง บ้านบัวงาม ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด มีระยะทางเป็น ๑๐ กิโลเมตร ถ้าหากว่าคลองตรงนี้ได้ทำเป็นผลสำเร็จก็จะทำให้พี่น้องประชาชนได้ทำ ประโยชน์ทางการเกษตรเป็นจำนวน ๒,๐๐๐ กว่าไร่ จึงขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง กรมชลประทานให้จัดสรรงบประมาณในการดำเนินการให้กับพี่น้องด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านบุญยอด มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตชี้แจงต่อท่านประธานว่า ตามที่ผมหารือท่านประธานนี่เป็นความจำเป็นนะครับ รองโฆษกรัฐบาลผมจะไปร้องเรียน ต่อรัฐบาลได้อย่างไรครับ ผมไม่สามารถไปแทรกแซงต่อรัฐบาลได้ ผมก็ต้องใช้ช่องทางในการหารือ ต่อประธานสภาเพื่อที่จะนำเรื่องนี้ไปสู่รัฐบาลอย่างไรครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือ ผมยื่นเรื่องต่อท่านนะครับ ในกรณีประธานคณะกรรมการ จริยธรรม ผมจะขออนุญาตส่งหลักฐานและจดหมายในการร้องเรียนไปยังท่านในขณะนี้ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพอแล้ว กระมัง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงผู้หารือที่ผ่านมาเมื่อกี้นะครับ คำว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปโฟร์ซีซั่นส์ไปในฐานะชู้สาวนะครับ ต้องขอถอนตรงนี้นะครับ มันนอกประเด็นนะครับ
เอาละครับ เมื่อกี้ผมก็เตือนไปแล้วนะครับ มันจะได้จบ ท่านต่อไปเลยครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉัน ขออนุญาตหารือกับท่านประธานในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่อง ด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก ศูนย์เด็กเล็กของตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง วันนี้ เป็นศูนย์ขนาดเล็กมากค่ะ มีเด็กเล็ก ๆ อยู่ประมาณเกือบ ๔๐๐ คน ไม่สามารถที่จะรองรับ กับเด็กเล็ก ๆ ในตำบลท่าแคได้นะคะ จึงอยากประสานจากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่ เกี่ยวข้องขอสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของบ้านศาลาไม้ไผ่ ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพิ่มอีก ๑ หลัง หรือว่าทำทดแทนจากหลังเก่าได้เลยนะคะ เพราะว่าหลังเก่านี่เกิดภาวะน้ำท่วม อุทกภัยทุกปี น้ำท่วมขัง ก็เลยต้องขอหลังใหม่ให้กับพี่น้องชาวตำบลท่าแคค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน ถนนบ้านฉาง เกาะโซน หมู่ที่ ๘ ตำบลตำนาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ตอนนี้ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผ่านตำบลตำนานผ่านไปยังตำบลควนมะพร้าวนะคะ พี่น้องสัญจรไปมามากมาย ขอให้ท่านประธาน บอกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ให้ฝากดูแลเรื่องนี้ด้วย
เรื่องสุดท้าย วันนี้พื้นที่ต่าง ๆ ที่ทำการปลูกข้าวก็ดี ทำการเกษตรกรรมก็ดี ได้เรียกร้องดิฉันผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยากจะให้โครงการประกันราคาข้าวกลับมา ให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรนะคะ วันนี้โครงการจำนำประสบปัญหาขึ้นมากมาย เราอยากที่จะ ให้โครงการประกันราคาข้าว ประกันราคาสินค้าเกษตรกลับมาดูแลพี่น้องเกษตรกร เหมือนเดิมนะคะ ไม่จำเป็นหรอกค่ะ แล้วก็ไม่เกี่ยวหรอกค่ะว่ารัฐบาลไหนจะเป็นผู้เริ่มต้นก่อน แต่ว่าประโยชน์สูงสุดดิฉันก็อยากจะให้กับพี่น้องชาวเกษตรมากที่สุดค่ะ ขอขอบคุณค่ะ
ท่านนันทนา ทิมสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้จากการลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองหิน พี่น้องประชาชน ที่ใช้เส้นทางหนองหิน-ผาหวาย ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑๙ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนจำนวนมาก หลายสิบหมู่บ้านที่ใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมา แล้วโดยเฉพาะก็มีเด็กนักเรียนที่จะต้องใช้เส้นทางนี้ เดินทางไปโรงเรียนประจำอำเภอ แล้วก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงก็คือสวนหินผางาม หรือที่เราเรียกว่าคุนหมิงเมืองไทยนี้นะคะ ซึ่งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวเป็น จำนวนมาก ทุก ๆ วันนี้มีนักท่องเที่ยววันละประมาณ ๒,๐๐๐ คน หรือในช่วงที่มีเทศกาล หรือวันหยุดยาว ๆ ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงวันละประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน แต่สภาพถนนในปัจจุบันนี้ยังเป็นถนน ๒ ช่องจราจรแคบ ๆ แล้วก็ไม่มีไหล่ทาง นักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปในปัจจุบันนี้รถโดยสารขนาดใหญ่เดินทางค่อนข้างที่จะลำบาก แล้วก็มีช่วงที่เป็นเนินเขา ซึ่งถนนแคบ รถจะสวนกันลำบากนะคะ ก็เป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยวแล้วก็พี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมา ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคม ได้ช่วยเข้ามาปรับปรุงดูแลถนนเส้นนี้เพราะเป็นถนนสายหลักที่พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมา กันอย่างมากมาย แล้วก็นักท่องเที่ยวนับวันที่จะมากขึ้นทุกวัน ๆ พื้นผิวจราจรในปัจจุบัน ก็เป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ขอความกรุณาได้เข้ามาแก้ไขปัญหา ถนนสายนี้ให้มีพื้นผิวจราจรที่ดีขึ้น ให้กว้างขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นการบริการนักท่องเที่ยว แล้วก็ เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนและเด็กนักเรียนได้ปลอดภัยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากปัญหายาเสพติด ที่มีการระบาดรุนแรงมากขึ้นนะครับ เมื่อมีผู้เสพมาก ผู้ค้าก็มีมาก ขยายตัวตามไปด้วย ทำให้เด็ก เยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีความสำคัญมาก พลัดหลงเข้าไปสู่วงจรนี้มากขึ้น มีตัวเลขผู้เสพ ยาเสพติดทั่วประเทศนี่ประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีผู้เสพหน้าใหม่เข้าไปแต่ละปี หลายหมื่นคน โรงเรียนแล้วก็สถานศึกษานี่ถือว่าเป็นสถาบันที่สำคัญที่ได้รับมอบหมาย ตามนโยบายรัฐบาลให้เข้าไปดูแลผู้เสพเหล่านี้ ก็ทำให้ครูอาจารย์นี่ต้องมีบทบาทสำคัญ ในการเข้าไปทำงานทางด้านนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าครูอาจารย์เหล่านี้ปัจจุบัน กำลังตกเป็นเป้าของการถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดหรือว่าผู้เสพยาเสพติดแล้วก็ครองสติ ตัวเองไม่ได้ ที่น่าตกใจก็คือว่าเวลานี้มีพี่น้องเพื่อนครูในภาคใต้จำนวนมากไปขออนุญาต ซื้ออาวุธปืนจากนายอำเภอในหลายแห่งหลายพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ก็อยากจะหารือ ผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่าจะดูแลครูอาจารย์เหล่านี้อย่างไร เพื่อให้มีความปลอดภัยจาก ปัญหาภัยจากยาเสพติด
เรื่องที่ ๒ นะครับ มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีพื้นที่ประมาณ ๙ จังหวัดทั่วประเทศที่มีพฤติกรรมของคนบางกลุ่มไปบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ในภาคเหนือ ๔ จังหวัด ภาคอีสาน ๓ จังหวัด ภาคใต้ ๑ จังหวัด และในภาคกลางอีก ๑ จังหวัด ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอยากจะหารือไปยังรัฐบาล รวมไปถึง กระทรวงมหาดไทยว่าจะต้องเร่งรัดเข้าไปทำความรู้ ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ไม่ให้เชื้อ ที่จะมีการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ลุกลามไปใหญ่โตมากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างถนนสายบ้านคำเม็ก บ้านเหล่าใหญ่ ขออนุญาตท่านประธานนะคะ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ค่ะ ขอความกรุณา ฉายภาพใกล้ด้วยและขยายใหญ่ค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายมานพ โคตรแสง ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำเม็ก ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถนนลูกรัง ถูกน้ำกัดเซาะถนนขาดทุกช่วงฤดูฝนและฝุ่นคละคลุ้งทุกฤดูแล้งค่ะ ท่านประธานคะ ตามที่เห็น ในภาพค่ะ พี่น้องที่ใช้ถนนบ้านคำเม็ก บ้านเหล่าใหญ่เดือดร้อนมาก ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดูแลแก้ปัญหาให้อย่างเร่งด่วนค่ะ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอให้ขยายเขตไฟฟ้าให้กับประชาชน ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายกาไท สีมี ผู้ใหญ่บ้านบ้านนางัว หมู่ที่ ๘ ตำบลแวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เกิดจากการ ขยายตัวของหมู่บ้าน เมื่อพี่น้องประชาชนออกไปอยู่ตามหัวไร่ปลายนามากขึ้นก็ต้องการ ไฟฟ้ามากขึ้น ท่านประธานคะ ณ บัดนี้ทุกวันที่ดิฉันลุกขึ้นหารือกับท่านประธานนั้น ความต้องการไฟฟ้ามากขึ้นเป็นเงาตามตัว ท่านประธานคะ
เรื่องที่ ๓ ค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และห้องน้ำ ดิฉันได้รับ การประสานงานจาก ว่าที่ร้อยตรี ดอกเตอร์สุกิจ ศรีพรหม ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกสีวิทยาสรรค์ เป็นโรงเรียนมัธยมอยู่ในเขตมัธยมที่ ๒๓ โรงเรียนโคกสีวิทยาสรรค์ ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดินนั้น สร้างมากว่า ๓๓ ปีแล้วค่ะ ท่านประธานคะ ต้องการที่จะบูรณะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้การเรียนการสอนนั้นมีคุณภาพมากขึ้นเพราะว่าอาคารเรียนนั้นทรุดโทรม ไปตามกาลเวลา เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักเรียนในชนบทที่ห่างไกล จึงขอให้ผู้บริหารมองไกล เพื่อให้ได้ข้อมูลใกล้แล้วตัดสินใจแก้ปัญหาทั้งโรงเรียน ถนน ไฟฟ้า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นว่าวันนี้สมาชิกของเราหารือเรื่องความเดือดร้อน ลำบากกัน ทั่วประเทศแล้วครับท่านประธาน ข้าวของก็แพงกันทั้งแผ่นดิน น้ำมันก็แพง แต่สินค้าเกษตร กลับราคาตกต่ำ เรียกง่าย ๆ ว่าประชาชนเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าครับ ท่านประธานครับ แต่มีใครมาฟังปัญหาของเราบ้างครับ สภาของเราเดือดร้อน เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานอาจจะบอกว่าวันนี้ ครม. เขาไปประชุมกันที่ต่างจังหวัด แน่นอนครับ ท่านประธาน ต่อไปนี้ท่านประธานจะต้องเรียกร้องศักดิ์ศรีของสภาของเราก็คือต้องหารือไปที่ รัฐบาลครับ ว่าวันนี้เป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ ครม. ได้มาร่วมกับสภาของเราด้วย รับฟังปัญหา ท่านประธานคงทราบครับว่าลำบากมากวันนี้ เดือดร้อนกันทุกแห่ง แต่ว่าไม่มีใคร มารับฟัง เราก็คงเพียงแค่ได้แค่พูด ได้แค่สะท้อนไป ท่านประธานครับ และโดยเฉพาะพรุ่งนี้ ท่านประธานก็คงทราบว่าหลายหลากสีมาร่วมชุมนุมกันที่นี่ ท่านประธานมีแผนที่จะป้องกัน ดูแลสภาของเราอย่างไร นี่คือความห่วงใยในฐานะสมาชิกนะครับท่านประธาน
เรื่องที่จะหารือ เรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวครับ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดตรัง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งถ้ำมรกต หรือถ้ำลอด วันนี้เขาค้นพบที่ท่องเที่ยวใหม่ครับ ก็คือถ้ำเจ้าคุณ อยู่บริเวณตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ฝากเรียนท่านประธานถึง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไปจัดสรรงบประมาณในเรื่องการก่อสร้างท่าเรือแคนู (Canoe) ให้กับนักท่องเที่ยวด้วย แล้วก็เรียนถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างท่าเรือนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับ ท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากท่านเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านน้ำโล้ บอกว่า ไม่มีไฟฟ้าเข้าวัด ก็เหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ บังเอิญทางเส้นนี้ไม่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านนะครับ ก็แปลกอยู่ทางลาดยางแต่ไม่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านก็เลยมีปัญหากับประชาชนอยู่ระหว่าง หมู่บ้านนี้นะครับ ก็ขอฝากไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดูแลด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าเหมือนกัน เป็นเรื่องหม้อแปลงไฟฟ้า ถูกลักขโมยไป ร่วมปีแล้วครับ ระหว่างของบ้านเชียงอาดแล้วก็บ้านปากสวย ๒ หมู่บ้าน ๒ แห่งถูกลักขโมย ไปก็ทำให้ชาวบ้านที่จะสูบน้ำใช้ไฟฟ้า สูบน้ำเข้านา ทำนาปรังก็ไม่ได้นะครับ พี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านเดือดร้อน ทางไฟฟ้าก็ยังไม่ได้แก้ไขอะไร ก็อยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำ หม้อแปลงไฟฟ้าไปติดในหมู่บ้านทั้งสองด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องปรับปรุงผิวจราจรบริเวณหมู่บ้านโนนยาง-ดอนเม็ก ถึงบ้านนาดี เป็นของกรมทางหลวงนะครับ ทำให้ผิวจราจรเสียหายเพราะถูกน้ำท่วมนะครับ ตอนนี้ก็ยัง ไม่แก้ไข ทางรถยนต์ รถเมล์วิ่งผ่านก็ทำให้เดือดร้อนมากนะครับ ชาวบ้านก็เดือดร้อน ขอให้ ทางหลวงชนบทได้ไปปรับปรุงผิวจราจรตรงนี้ด้วยนะครับ ก็ขอขอบคุณเท่านี้ครับ
ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อยากหารือท่านประธานเพื่อปรึกษาให้ท่านประธานนำเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีโดยด่วนค่ะ เรื่องการขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ต้องนำเรียนอย่างนี้นะคะท่านประธาน เริ่มเปิดลงทะเบียนกันแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ปรากฏว่าในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้มอบหมายให้ทาง กศน. ตำบล เป็นเจ้าภาพในการขึ้นทะเบียน ในการรับสมัครเป็นสมาชิก แต่มันมีข้อจำกัดอยู่อย่างหนึ่งค่ะที่ดิฉันเองก็สงสัย และอยากถาม ความชัดเจนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่ามีข้อจำกัดว่าเอาหมู่บ้านละ ๔๐ ท่านเท่านั้น ทีนี้ ตอนที่เราดูระเบียบที่ได้ประกาศเรียบร้อยแล้ว มันหมายถึงว่าสตรีทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปี ขึ้นไป สามารถเข้าถึงแล้วก็เป็นสมาชิกในกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้ แต่ทำไมเวลาเปิดรับ ในวันนี้ รับจำกัดแค่ ๔๐ คน เพราะฉะนั้นดิฉันเองอยากให้ท่านประธานนำเรียนไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ชี้แจงเรื่องนี้โดยด่วนค่ะ เพราะว่าบางที่จะมีการเก็บเอกสาร ให้ส่งเอกสาร ไปถึงจังหวัดภายในอาทิตย์นี้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเหลือเวลาอีกไม่มาก แต่ความชัดเจน อยากให้ทำความชัดเจนให้ครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ตอนนี้ พวกเขายังไม่ทราบด้วยซ้ำค่ะว่าเขามีสิทธิที่จะเป็นสมาชิกในกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เรื่องที่สำคัญต่อเนื่องกันนะคะ นั่นก็คือเรื่องของการใช้เงินของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีค่ะ ณ วันนี้ผู้หญิงหลาย ๆ ท่าน ก็ยังไม่ทราบว่าเงินกองทุนจะเอาไปใช้ทำอย่างไรบ้าง จะให้กู้ หรือจะเอาไปทำอะไรท่านก็ต้องชี้แจงไปด้วยค่ะ เพราะว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินจำนวนมาก ๑๐๐ ล้านบาทต่อจังหวัด ดิฉันอยากให้เงิน ๑๐๐ ล้านบาทเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มากที่สุดและอยากให้คนที่มีสิทธิสามารถเข้าถึงกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีได้อย่างเท่าเทียมกันค่ะ
ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้ปลูกหอมแดง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วยตำบลอีปาด ตำบลบัวน้อย ตำบลเมืองน้อย ตำบลทาม ตำบลละทาย ตำบลหนองแก้ว ตำบลหนองแวงว่าได้นำหอมแดงมาขายให้กับกลุ่มหอมแดง อำเภอยางชุมน้อย เป็นระยะเวลา ๑ เดือนกว่าแล้วยังไม่ได้รับเงิน ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบให้ด้วย เพราะเกษตรกรจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อนำไป จ่ายค่าปุ๋ย และใช้จ่ายอื่น ๆ และผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปตรวจสอบในการรับซื้อหอมแดงของกลุ่มหอมแดง อำเภอยางชุมน้อย ขณะนี้หอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษที่กลุ่มหอมแดงรับซื้อไว้เริ่มจะเน่า เหม็นแล้ว ทั้งนี้ทางกลุ่มหอมแดงยางชุมน้อยได้รับเงินจากกระทรวงพาณิชย์เพื่อนำมาพยุง ราคาหอมแดงในจำนวนวงเงิน ๒๙๖ ล้านบาท ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งรัดตรวจสอบ ด่วนด้วยก่อนเงินภาษีของพี่น้องประชาชนจะหมดไป
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๔ ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ เรื่องขอติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง สืบเนื่องจากถนน ๒๒๖ ช่วงหลัก กิโลเมตรที่ ๑๓๕ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๓๖ ช่วงระหว่างสี่แยกกันทรารมย์ถึงบ้านดอนผึ้ง เป็นชุมชนขนาดใหญ่ เวลากลางคืนจะมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟฟ้า แสงสว่าง และมีรถวิ่งสวนไปมาด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก่อให้เกิด การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ผมขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างให้ด้วย และผมขอยื่นเอกสารการร้องเรียนให้กับท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอขอบคุณครับ
ท่านรังสิมา รอดรัศมี
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้จะหารือท่านประธานเกี่ยวกับ
เรื่องแรก คืองบกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีหนังสือสั่งการไปให้แต่ละ อบต. ได้ทำเรื่องของบประมาณมาที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ให้ขอได้ ๒ อย่าง คือให้ขอ กล้องวงจรปิดกับขอสนามกีฬา แต่ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนนะคะว่าบาง อบต. เขาไม่จำเป็นว่า จะต้องเอาสนามกีฬากับกล้องวงจรปิด ทำไมจะต้องไปบังคับเขา ๒ อย่าง อย่างอื่นถ้าเขาจะขอ ทำไมไม่ให้ ก็ให้การสนับสนุนเพิ่มเติมจาก ๒ อย่างนี้ ดิฉันกลัวว่าจะมีการล็อกสเปก (Lock spec) ซื้อรวมทั้งกรม แล้วก็เอาไปให้แต่ละ อบต. เพราะฉะนั้นอยู่คณะกรรมาธิการ ติดตามงบประมาณ ดิฉันก็จะติดตามดูต่อไป แต่ดิฉันเสนอว่าควรที่จะให้เขามีสิทธิเลือกได้ มากกว่า ๒ อย่างนะคะ
อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วม คนที่น้ำท่วมยังไม่ได้รับ การช่วยเหลือนะคะ เงิน ๕,๐๐๐ บาท ก็ร้องเรียนมาที่ดิฉันนะคะ ให้มาเรียนกับท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐบาลว่าช่วยเหลือช้าไม่ทันกับความต้องการของพี่น้องประชาชน
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของแพง ตอนนี้แพงทุกอย่างเลยค่ะ ท่านบอกว่ามาเป็น รัฐบาลแล้วจะกระชากให้ราคาต่ำลง เห็นกระชากขึ้นหมดเลย ไม่มีต่ำเลยค่ะ แล้วก็จะไป บังคับให้ร้านอาหารต่าง ๆ ขายในราคาถูก เขาก็มาร้องเรียน ส.ส. อีก พร้อมทั้งคนที่เป็น ผู้บริโภคก็ร้องเรียนอีกว่าไปลดจำนวน อย่างเช่น ข้าวผัดกะเพราจานหนึ่งจะให้เขาขาย ๓๐ บาท แต่ต้นทุนมันสูง แก๊สก็ขึ้น ไข่ขึ้น น้ำมันขึ้น ของขึ้นทุกอย่าง แต่จะให้เขาขาย ในราคาถูกมันขายไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องหาวิธีการให้ของราคาถูกค่ะ
ขอเป็นท่านสุดท้าย นะครับ ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเรื่องการรับเงินเบี้ยผู้สูงอายุล่าช้าค่ะ จากการที่ดิฉันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับเบี้ยประจำเดือนนี้ ดิฉันจึงได้ สอบถามไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับคำตอบว่าได้โอนเงินและดำเนินงานต่าง ๆ ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ทราบว่าปัญหานี้ติดอยู่ที่หน่วยงานใดจะดำเนินงานให้ และดิฉันก็ได้สอบถามไปถึง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดต่าง ๆ ได้ทราบว่าตามต่างจังหวัดนั้นผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ได้รับเบี้ยยังชีพประจำเดือนนี้ รวมถึงของเก่าที่ค้างจ่ายมาเรียบร้อยกันเป็นส่วนมากแล้ว ก็จะมีประชาชนในส่วนของกรุงเทพมหานครที่ยังไม่ได้รับเบี้ยในส่วนนี้ ดิฉันจึงขอประสาน ท่านประธานผ่านไปถึงกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดดำเนินการแก้ไข ให้กับประชาชนด้วยค่ะ แต่อย่างไรก็ตามจากการที่ดิฉันได้พบปะผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุได้กล่าว ขอบคุณรัฐบาลมาในเรื่องของการที่พัฒนาระบบการปรับปรุงเบี้ยให้เพิ่มมากขึ้นของผู้สูงอายุ เพราะนับว่าเป็นประโยชน์ที่ผู้สูงอายุจะสามารถได้รับโดยตรงค่ะ ผู้สูงอายุฝากขอบคุณกับ รัฐบาลมาด้วยดังนี้นะคะ
ในปัญหาต่อไปนะคะ ดิฉันต้องขอประสานท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนของพี่น้องที่อาศัยอยู่ถนนเลียบคลองสอง ต้นนุ่นในเขตลาดกระบัง เนื่องจากว่าถนนเลียบคลองนั้นมีขนาดเล็กแล้วก็บางแห่งเกิดการชำรุด เสียหายมาเป็นเวลานานแล้วยังไม่ได้รับการปรับปรุง รวมถึงเวลาเดินสวนกันพี่น้องแจ้งว่า บางครั้งก็ตกลงไปในคลองเลยก็มีนะคะ ดิฉันก็ต้องการให้ทางกรุงเทพมหานครเร่งปรับปรุง แก้ไขด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อประชุม ๓๘๘ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ขออนุญาตดำเนินการ ตามระเบียบวาระนะครับ ท่านมีอะไรครับ ประท้วงหรือครับ
ผมขออนุญาตทำเรื่องหารือไว้แล้ว ไม่ถึงคิวจะขอส่งเป็นเอกสารเพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนครับ
ครับ เชิญนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบ วาระครับ คือรับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติอนุมัติพระราชกำหนด
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติ อนุมัติพระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. ๒๕๕๕ และพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปเป็นเรื่อง รับทราบ ซึ่งได้บรรจุในระเบียบวาระครับ
๒.๑ รับทราบรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของกระทรวงการคลัง จำนวน ๒ ฉบับ
เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหนังสือแจ้งมาว่ามีภารกิจ ที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี จึงขอปรึกษาที่ประชุมครับ เพื่อขอเลื่อนระเบียบวาระนี้ออกไปก่อนนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด ขัดข้อง ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ
๒.๒ รับทราบรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐
ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีมีหนังสือมอบหมายให้รองปลัดกระทรวง ท่านศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี และท่านอัจฉรา พุ่มมณีกร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบครัว และนางศิริกุล อินทรพาณิชย์ หัวหน้าศูนย์ประสานงาน ตอบแทนนะครับ เชิญทั้ง ๓ ท่านเลยนะครับ
มีท่านสมาชิกติดใจ ประเด็นนี้ไหมครับ เชิญท่านผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นขอขอบคุณสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้จัดทำรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทย นะคะ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของการรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว บังเอิญเรื่องความรุนแรงนี้ จะเฉพาะเจาะจงในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว ท่านประธานคะ เมื่อบ่ายนี้ดิฉัน ได้หารือเรื่องความรุนแรงในสังคมที่เกิดขึ้นทั้งในที่สาธารณะ และในเรื่องของครอบครัว จนกระทั่งทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องพวกนี้ต้องเสียชีวิตไปโดยไม่สมควรและโดยไม่จำเป็นเลย ท่านประธานคะ ข้อมูลต่าง ๆ ที่บอกมาในวันนี้นี่นะคะ ก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่เรารับรู้กันมา โดยตลอด นั่นก็คือว่าผู้ที่เป็นผู้กระทำก็จะเป็นเพศชายส่วนใหญ่ ผู้ที่เป็นผู้ถูกกระทำก็จะเป็น หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ คืออายุ ๑๘ ปีขึ้นไป อันนี้ก็พูดไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดี ข้อมูลจากสำนักงานอัยการสูงสุด ข้อมูลจากสำนักงานยุติธรรม หรือแม้แต่ข้อมูลที่มาจากเรื่องของเว็บไซต์ (Web site) นะคะ ทั้งหมดนี้ ท่านประธานคะ ยังคงยืนยันว่าในสังคมไทยนั้น เรายังไม่ได้จัดการเรื่องของการพยายามจะหล่อหลอมหรือ ปรับทัศนคติในเรื่องนี้แต่อย่างใดเลย ทั้ง ๆ ที่จริงๆ แล้ว งานวิจัยหลายชิ้นก็บอกเสมอมาว่า เรื่องสาเหตุจริง ๆ มันมาจากเรื่องทัศนคติ เป็นเรื่องของการเคารพในความเป็นมนุษย์ ในเรื่องของศักดิ์ศรี ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน ไม่ว่าใครจะกระทำต่อใครก็ไม่ได้ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายจะกระทำต่อผู้หญิง ผู้หญิงกระทำต่อผู้ชาย ผู้ใหญ่กระทำต่อเด็ก หรือผู้สูงอายุหรืออะไรก็แล้วแต่ ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่สุด ที่จริงแล้ว ท่านประธานคะ ในหลายปีที่ผ่านมามีผู้พยายามจะบอกว่าจริง ๆ สังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่มี ความเมตตากรุณา แล้วก็น่าที่จะเป็นศูนย์ในเรื่องของสันติวิธีได้ แล้วก็จะเป็นศูนย์กลางที่ให้ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไม่ว่าจากที่ไหนก็แล้วแต่ได้มาใช้พื้นที่แล้วก็จะเป็นที่ที่แบ่งปัน ประสบการณ์แล้วก็เสาะแสวงหาองค์ความรู้ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้มนุษย์ทั้งหลายนั้นได้ใช้สันติวิธี เพื่อจะอยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง แต่น่าเสียดาย ท่านประธานคะ จนถึงวันนี้นะคะ จุดเริ่มแรกเลย คือเรื่องของครอบครัว วันนี้ตัวเลขยังเหมือนเดิมและจะสูงขึ้นกว่าเดิมด้วย แล้วก็ไม่ได้ลดลง ดิฉันก็ขอหารือท่านประธานไปนี่นะคะ ก็อยากที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรวมทั้งรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะเรื่องของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น แต่จะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมก็ดี กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงอื่น ๆ ทั้งหลายก็ดี ต้องผนึกกำลังกันเพื่อที่จะใช้ข้อมูลอย่างนี้ค่ะ ให้เป็นประโยชน์แล้วก็หาแนวทาง หาแนวปฏิบัติ หามาตรการต่าง ๆ ที่จะลุกขึ้นแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน ท่านประธานคะ เราสูญเสียชีวิตของคน เราต้องมีคนพิการอันเนื่องมาจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียวและทรัพยากรทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องใช้ไปในการแก้ไขปัญหานี้ ก็มีเยอะนะคะ ดิฉันคิดว่าเรามีงานในการพัฒนาสังคมนั้นที่ดีกว่าและมีคุณค่ากว่า และจำเป็น มากกว่านี้เยอะ ถ้าหากเราไม่ลุกขึ้นแก้ไขป้องกันกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เมื่อตอนช่วงแรก ที่ดิฉันได้กราบเรียนหารือท่านประธานไป ดิฉันก็เสนอแนะไปว่าจริง ๆ แล้วอย่างน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสปอทวิทยุ สปอทโทรทัศน์ หรือจะเผยแพร่สื่อในรูปแบบต่าง ๆ นี้นะคะ เพื่อที่จะให้เข้าใจเรื่องนี้ว่าให้เรานั้นต้องเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งกันและกัน และปัญหาใดที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องเลือกที่จะใช้สันติวิธีให้มากที่สุด และความรุนแรงนั้น ควรจะเป็นหนทางสุดท้าย ทีนี้ดิฉันยังมองไม่เห็นเลยนะคะ วันนี้มีโฆษณาร้อยแปดพันเก้า ประการ แต่ไม่เคยมีสปอทตรงไหนที่จะพยายามเชิญชวนให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนามในสังคม ต้องลงมือใช้ ต้องลงมือคิดในเรื่องของสันติวิธีอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูแลรับผิดชอบในเรื่องของการหล่อหลอมคนนะคะ โดยถัวเฉลี่ยตั้งแต่ระดับเล็กมาเลย จนกระทั่งถึงสูงสุดนี่นะคะก็อย่างน้อยที่สุด ๑๒ ปี รวมไปถึงอุดมศึกษาด้วย ดิฉันคิดว่า ถ้าเราตั้งใจทำกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ นั้น เพียงพอกับการที่จะหล่อหลอมมนุษย์พันธุ์ใหม่ ที่จริง ๆ พันธุ์เดิมก็มีอยู่ที่เขาเลือกใช้สันติวิธีนะคะ แต่อาจจะมีไม่มากเพียงพอ แต่อย่างไรเสียก็อยากที่จะ ให้ได้ข้อมูลทั้งหลายที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ค่ะ มันเป็นประโยชน์มากเลย ดิฉันคิดว่าทางรัฐบาลนั้น ควรจะต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปนั่งคิดวิเคราะห์แล้วก็คิดกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ว่าทำอย่างไร แล้วควรจะต้องวางเป้าหมายด้วยว่าจะลดเรื่องของคดีความรุนแรงหรือว่าจะทำกันอย่างไร ให้เห็นชัดเจนนะคะ ปีหนึ่งจะให้เกิดอะไรขึ้น ปีที่ ๒ จะเกิดอะไรขึ้น ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อทาง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะสำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัวจะช่วยเป็นหลักในการที่จะเชิญชวนโน้มน้าวให้รัฐบาลนั้นได้ลงมือทำกัน อย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว เพราะวันนี้ทุกคนไม่ปฏิเสธเลยว่าความเข้มแข็ง ของครอบครัวนั้นเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดในเรื่องของความมั่นคงของมนุษย์ เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อเราคิดว่าจะช่วยกันทำตรงนี้ ในอนาคตปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวก็คงจะค่อย ๆ น้อยลง ดิฉันคิดว่าทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานคะ คงจะต้องไปช่วยคิดกัน มีกลไกอะไรไหมในชุมชนที่จะช่วยพยุงครอบครัว หลายคนเมื่อเวลา ที่เห็นเด็ก ๆ มีปัญหา เช่น วัยรุ่น หรือว่าจะเป็นคนสูงอายุก็แล้วแต่ที่ถูกกระทำรุนแรงแล้วนะคะ บางทีก็ซ่อนอยู่ ตัวเลขทั้งหมดนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่เป็นตัวเลขเต็มที่จริง ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันคิดว่ามีหลายคนเคยไปทำวิจัยศึกษาดูพบว่าตัวเลขที่รายงานนี้เป็นเพียงสักประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือยังคงซ่อนแฝง และเพราะเป็น เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในตัวบ้านหรือซึ่งมีรั้วหรือมีผนังก็เลยทำให้ไม่อาจที่จะทะลุ ออกมาข้างนอกได้นะคะ ก็มีอีกเยอะ เป็นจำนวนมากทีเดียวดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ คิดว่าอยากจะให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้เป็นแม่งานนะคะ ในการที่จะลุกขึ้นคิดกันเลย ครอบครัวคือหน่วยที่สำคัญที่สุดและหากว่าท่านจะคิดมาตรการ ใด ๆ ที่จะช่วยทำให้ครอบครัวเข้มแข็งได้ ท่านประธานคะ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะคะ เรื่องของยาเสพติดก็ดี เรื่องของอะไรก็ดี ที่ผ่านมากันทั้งหมดนี่นะคะ ทั้งเรื่องของมึนเมา เรื่องของ การพนันทั้งหลาย ถ้าเราสามารถคิดหามาตรการช่วยส่งเสริมกลไกครอบครัวให้ได้สามารถ เข้มแข็งได้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์มาก แล้วก็ครอบครัววันนี้ถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลา ลูกไม่ดีเอย ใครไม่ดีเอย ก็บอกว่าครอบครัว แต่ครอบครัววันนี้ภาระอยู่บนบ่าทั้ง ๒ ข้าง หรือ ๔ ข้าง ทั้งพ่อและแม่นี่นะคะ หนักหนาสาหัสแล้ว เพราะฉะนั้นกลไกที่จะต้องช่วย สนับสนุนให้เขานั้นได้ดำเนินชีวิตในครอบครัวอย่างเป็นไปได้อย่างดีก็จะเป็นประโยชน์มาก ทีเดียว ก็ขออนุญาตขอบพระคุณแล้วก็ขอฝากไว้นะคะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และท่านต้อง ทำอย่างจริง ๆ จัง ๆ ดิฉันก็ขอฝากในประเด็นสุดท้ายว่าขณะนี้เข้าใจว่าคนกำลังจะต้องพูดถึง เรื่องการจัดงบประมาณนะคะ เพื่อเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ ก็อยากจะฝาก ด้วยว่าทางสำนักงานกิจการสตรีและครอบครัวนั้นอย่าเหนียมอาย ดิฉันเห็นงบประมาณ ของท่านเข้ามาทีไร จิ๊บจ๊อยมากเลยค่ะ แต่ท่านมีภาระหนักอย่างใหญ่หลวง ท่านไม่กล้าที่จะ ลุกขึ้นตั้งงบประมาณเยอะ ดิฉันก็ต้องฝากท่านด้วย แล้วก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วย ถ้าเผื่อท่านจริงใจ ตั้งใจ อยากจะแก้ไข ปัญหา ท่านต้องช่วยสนับสนุนเพื่อจะให้สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวรวมไปถึง กระทรวงของท่านเองนั้น ได้มีงบประมาณเพียงพอที่จะช่วยกำจัดหรือลดปัญหาเหล่านี้ ให้น้อยลงทุกวัน ๆ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ ด้านความรุนแรงของประเทศไทย ซึ่งเป็นการรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ เสนอโดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จากรายงานซึ่งทางคณะจัดทำได้นำเสนอ ก็ถือว่าเป็นรายงาน ที่ครอบคลุมให้เหตุให้ผลและให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งพวกกระผมเองในฐานะผู้ที่รับฟังรายงาน จากทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็คงจะต้องให้กำลังใจท่านที่จะ เก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้บัญญัติขึ้น เมื่อปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ทำอย่างไร ครอบครัวเล็ก ๆ พ่อแม่ลูกจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวบรวมการกระทำรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการกระทำนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสตรี แล้วก็จะเป็นเด็ก ผมคิดว่าน่าจะประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ฝ่ายสตรี และเด็กจะโดนผู้ชายซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวกระทำความรุนแรงเกิดขึ้น ผมอยากจะฝากไป ในเรื่องของการลดความรุนแรงในครอบครัวดังกล่าว จากข้อมูลที่ท่านได้นำรายงานสภาแห่งนี้นั้น เราจะเห็นว่าสถิติสูงสุดหรือว่าสาเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรงนั่นก็คือการเมาสุราของผู้เป็นหลัก ของครอบครัวนั่นก็คือสามี เพราะเมื่อหัวหน้าครอบครัวเหล่านั้นเสพสุราเกินพิกัดก็จะลืม พูดง่าย ๆ ลืมภรรยา ลืมลูกไป พอมีปัญหาขึ้นมาก็ออกอาวุธเต็มที่ ผลกระทบก็ไปสู่ลูกของเขา สู่เด็ก บางครั้งเด็กเล็ก ๆ เห็นคุณพ่อทำร้ายคุณแม่ ไม่ว่าจะด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยกำลัง ต่าง ๆ ก็เข้าไปซึมซับอยู่ในเด็กเหล่านั้น เห็นว่าการกระทำกับผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องที่กระทำได้ จะส่งผลให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ดีในอนาคตได้นะครับ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำหรือ กระทรวงควรจะทำนั่นก็คือเรารู้ปัญหาว่ามาจากสุรา เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่เราจะรณรงค์ ให้กับผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว ลด ละ เลิกการดื่มสุรา หรือถ้าดื่มก็ต้องดื่มแต่พอเพียงเพื่อที่จะ ไม่ให้มีผลกระทบกับครอบครัว คงเป็นการบ้านใหญ่พอสมควร ซึ่งทางภาครัฐบาลเองแม้นว่า จะเก็บภาษีได้จำนวนมากจากการขายสุรา แต่ผมว่าภาษีสุราปัจจุบันนี้ก็ยังถือว่าน้อยมาก โดยเฉพาะสุราขาวหรือเหล้าขาวในชนบทนั้นหาซื้อได้ราคาถูก กินไม่กี่บาทแต่ทำให้เมาได้ และพอเมาแล้วก็เป็นสาเหตุหลักในการที่จะไปทำร้ายทุบตีผู้ที่อยู่ในบ้าน รองลงมาจากปัญหา ที่นำไปสู่ความรุนแรงนอกจากเมาสุราแล้ว สิ่งต่อไปก็คือยาเสพติด อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ชัดเจนว่า ขณะนี้ตัวเลขที่เกิดความรุนแรงในครอบครัวส่วนหนึ่งมาจากยาเสพติดนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้มาถูกทางแล้วที่กำหนดนโยบายในการปราบปรามยาเสพติดจากต้นทาง รอบประเทศของเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเข้ามาทางด้านตอนเหนือและทางด้านอีสาน แต่อย่างไร ก็ตามแต่ท่านประธานครับ ยาเสพติดปัจจุบันนี้ก็ระบาดเข้าไปสู่ครอบครัว จากการสร้าง ความรุนแรงในครอบครัวคราวนี้ไม่ใช่จากพ่อกับแม่ครับ กลายเป็นลูกซึ่งเสพยาเสพติดแล้ว สร้างความรุนแรงในครอบครัวของตนเอง ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาหนักอกคนที่เป็น หัวหน้าครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ หนักใจเป็นอย่างยิ่ง ผมเองก็ทราบว่ารัฐบาลเองก็พยายาม อย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาด้านนี้ เพราะฉะนั้นท่านที่เป็นผู้ดูแลโดยเฉพาะเป็นสำนักงาน กิจการสตรีและสถาบันครอบครัวก็คงจะมีส่วนช่วยในการรณรงค์ ทำอย่างไรให้เด็กของเรา ห่างไกลยาเสพติด จะเพิ่มในเรื่องของการเล่นกีฬาสันทนาการอื่น ๆ เพื่อดึงเด็กเหล่านั้น ให้ออกห่างจากยาเสพติด ก็จะช่วยลดความรุนแรงให้กับครอบครัวของเขาได้ โดยภาพรวม ผมก็ขอให้กำลังใจกับหน่วยงานของท่าน ให้ท่านทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วก็คิดว่ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ยังมีงานอีกเยอะที่จะต้องทำ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง รายงานการรับทราบเรื่องนี้ ถ้าจะถือว่าเป็นเรื่องเล็กก็ดูว่าจะเป็นเรื่องเล็กนะครับ แต่ว่าถ้าจะ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศชาติแล้วก็ของสังคมนะครับ ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เพราะว่าผมมีความเชื่อ โดยส่วนตัวมานานแล้วครับว่าปัญหาของประเทศ ปัญหาสังคมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด แต่ว่าในขณะเดียวกันส่วนใหญ่แล้วจะมองว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักของประเทศ แล้วก็รองลงมาก็เป็นปัญหาการเมือง แล้วก็เป็นปัญหาสังคม แต่ผมคิดว่าปัญหาสังคม เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาสังคมจะก่อให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจตามมา แล้วก็จะก่อให้เกิด ปัญหาทางด้านการเมืองตามมา ถ้าสังคมดีเศรษฐกิจก็ดีไปด้วยและการเมืองก็จะดีไปด้วย แต่ว่า ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเศรษฐกิจดีแล้วสังคมจะดีตามไปด้วย เพราะฉะนั้น สังคมก็ต้องเป็นเรื่องหลัก ที่ผมจำเป็นต้องแสดงความเห็นเล็กน้อยก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นพระราชบัญญัติ เป็นการเสนอรายงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายใหม่ครับ เราเพิ่งประกาศใช้มาก็ประมาณ ๔ ปีเศษ ๆ เป็นปีที่ ๕ กฎหมายที่ใช้ใหม่ ๆ อย่างนี้ก็จำเป็นต้องได้รับการแสดงความเห็นจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหน่วยงานที่รักษาการตามกฎหมายจะได้นำไปทบทวน แล้วก็ ปฏิบัติให้กฎหมายมีประสิทธิภาพ ๔ ปีหรือ ๕ ปีที่ผ่านมานั้นในรายงานฉบับนี้มีข้อที่ต้อง ปรับปรุงและบูรณาการอยู่หลายเรื่องนะครับ
ประการแรก ก็คือการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลการกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัวตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตามรายงานที่ปรากฏท่านประธานจะเห็นว่ามีอยู่ หลายหน่วยงานนะครับ ที่เป็นคนจัดเก็บข้อมูลเท่าที่ผมนั่งอ่านอยู่ในระยะเวลาสั้น ๆ ตรงนี้ครับ ก็มีหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขก็เป็นส่วนหนึ่งที่จัดเก็บข้อมูล หน่วยงานของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็จัดเก็บข้อมูล มูลนิธิเพื่อนหญิงก็เป็น หน่วยงานหนึ่งที่มีการจัดเก็บข้อมูล โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นดีพี (UNDP) ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำการจัดเก็บข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรง การกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว ในประเทศไทย หลายหน่วยงานครับ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเมื่อ ๔-๕ หน่วยงาน เหล่านี้เป็นผู้จัดเก็บข้อมูลด้านการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ก็คือข้อมูลไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้น ๕ ปีที่ผ่านมาวันนี้ท่านต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ผมอยากเห็นในการ รายงานในปีหน้าครับว่าตั้งแต่วันนี้จนถึงปีหน้าที่ท่านจะได้เสนอรายงานสถานการณ์ ด้านความรุนแรงของประเทศไทยปีหน้ามีความต่างกับปีนี้อย่างไร ผมอยากให้ท่านเขียน รายงานด้วยความก้าวหน้าว่าทุกหน่วยงานที่มีการจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านได้มี การบูรณาการการจัดเก็บข้อมูลในหน่วยงานเหล่านี้อย่างไรร่วมกันบ้าง เช่น ๒-๓ เดือนหน้า ท่านต้องประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันว่าหน่วยงานของยูเอ็นดีพี ของโครงการสหประชาชาติ ท่านจัดเก็บอย่างไร ของมูลนิธิเพื่อนหญิง ของกระทรวงสาธารณสุข ของกระทรวง พม จัดเก็บอย่างไร ต้องมีการประชุมร่วมกัน เพราะฉะนั้นปีหน้าผมอยากเห็นเหล่านี้นะครับว่า ท่านประชุมร่วมกันและได้ข้อมูลที่เป็นจริงอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ในการจัดเก็บ ข้อมูลตั้งแต่กฎหมายเริ่มบังคับใช้จนถึงวันนี้เป็นปีที่ ๔ ปีที่ ๕ ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ของท่าน อาจจะมีไม่พร้อมหรือน้อย หรือยังไม่มีการกำกับติดตามก็แล้วแต่เท่าที่ผมอ่านคร่าว ๆ มีการจัดเก็บข้อมูลเพียงประมาณ ๕๔ จังหวัด แล้วอีก ๒๐ จังหวัด ทำไมไม่มีการจัดเก็บ ข้อมูลล่ะครับ ถ้าผมเข้าใจผิดในเวลาที่จำกัดท่านต้องชี้แจงนะครับว่าทำไมมันมีการจัดเก็บ ข้อมูลด้านความรุนแรงในครอบครัวประมาณ ๕๐ กว่าจังหวัด แล้วอีก ๒๐ กว่าจังหวัด ทำไม ถึงไม่มีการจัดเก็บ หรือถ้าท่านจัดเก็บทั้ง ๗๐ กว่าจังหวัดแล้วท่านก็ว่ามานะครับว่าท่าน จัดเก็บแล้ว และมีอุปสรรคอย่างไรที่ไม่มีการจัดเก็บให้ครบ
ประการต่อไป ก็คือท่านยังรับในรายงานฉบับนี้ครับว่าการจัดเก็บข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมดอาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อันนี้ผมคิดว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นเลยครับท่าน ท่านยอมรับในรายงานครับว่า การจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดที่รายงานในรายงานฉบับนี้ที่ปรากฏอาจจะไม่ตรงกับความรุนแรง ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ถ้าท่านรายงานอย่างนี้มันก็แสดงว่าการทำงานยังไม่มีประสิทธิภาพ นะครับท่าน เท่ากับท่านยอมรับเลยว่า สมมุติรายงานนี้บอกว่าในภาคใต้จังหวัดพัทลุง ผมดู รายงานนะครับ มีความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุดในประเทศ แต่ท่านก็บอกว่าที่เป็นอย่างนั้น เพราะว่าอาจจะเป็นกระบวนการจัดเก็บข้อมูลในจังหวัดพัทลุงทำได้ดีจึงมีข้อมูลเหล่านี้ อย่างนี้ ผมคิดว่าข้อมูลเหล่านี้ถ้าท่านรายงานมาอย่างนี้มันไม่สมบูรณ์นะครับ แต่ว่าเอาละครับ ก็อภัยได้ว่าท่านยอมรับว่าท่านจัดเก็บ เขาอาจจะจัดเก็บดี ได้ข้อมูลเยอะ แต่อีก ๒๐ จังหวัด ไม่ได้จัดเก็บเลย เลยไม่มีข้อมูลว่ามีการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ในจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นข้อมูลที่ท่านต้องแก้ไขในโอกาสต่อไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านในรายงานฉบับนี้ก็คือ ผลของการ ไกล่เกลี่ยหรือยอมความ คดีที่เกิดขึ้นมันอาจจะมีการไกล่เกลี่ยหรือยอมความในชั้นก่อนไปถึง ศาลก็ได้ หรือมีการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความในชั้นศาลก็ได้ ผมอยากให้ท่านมีข้อมูล ต่อไปจากนี้ครับว่า ผลของการไกล่เกลี่ยหรือการประนีประนอมยอมความในความผิดว่าด้วย ความรุนแรงในครอบครัว เมื่อมีการไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมยอมความแล้วหลังจากนั้น ผมอยากให้ท่านติดตามว่ามันมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า เพราะว่าถ้าหลังจากมีการ ประนีประนอมแล้วนะครับ มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกแสดงว่าการไกล่เกลี่ยหรือประสิทธิภาพ ของการไกล่เกลี่ย ประสิทธิภาพของการประนีประนอมนั้นไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นท่านต้องปรับ วิธีการไกล่เกลี่ยหรือวิธีการประนีประนอมยอมความเสียใหม่ แต่ว่าถ้าหลังจากมีการไกล่เกลี่ยแล้ว ความรุนแรงในครอบครัวเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นเลยในครอบครัวนั้น ๆ แสดงว่าวิธีการในการไกล่เกลี่ย ของท่านนั้นประสบผลสำเร็จซึ่งก็ควรจะใช้การไกล่เกลี่ยนี้ให้มากขึ้น แต่ว่าถ้าไกล่เกลี่ยแล้ว มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก กระบวนการนี้ก็ใช้ไม่ได้ ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านได้มีข้อมูลติดตามเพิ่มขึ้นว่าหลังจากมีการไกล่เกลี่ยแล้ว ดูสถิติว่าความรุนแรงในครอบครัวนั้นลดลงหรือว่าเพิ่มขึ้น ก็ขออนุญาตสอบถามในบางประเด็น แล้วก็เสนอแนะในบางประเด็น ขอบพระคุณท่านประธานครับ
มีอีกสัก ๒-๓ ท่านนะครับ ท่านอำนวย คลังผา เชิญครับ แล้วก็มีท่านวัชระ เพชรทอง ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ อีกหลายท่านครับ ท่านอำนวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากรายงาน ข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทย ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๕๓ จากการที่ผม ได้ดูตามรายละเอียดต่าง ๆ ที่คณะกรรมการได้รวบรวมข้อมูล จะเห็นได้ว่าข้อมูลความรุนแรง ในครอบครัวมีจำนวนมากหลายประการด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเสริมในเรื่องของภาคกลาง มีทั้งหมด ๑๑๒ รายด้วยกัน ภาคเหนือ ๑๗๓ ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๘๕ ราย เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญที่สุดท่านประธาน เรื่องเมาสุรา ยาเสพติดคิดเป็น ร้อยละ ๓๖.๕๓ ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัวนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดคุยถึงเรื่องสุรานะครับ สุราเป็นเรื่องของอบายมุข อย่างหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวได้เกิดการแตกแยก ผมเคยพูดอยู่ตลอดว่าทุกหยดสุราคือน้ำตา ของครอบครัว นี่คือส่วนหนึ่งซึ่งทำให้ครอบครัวเกิดการแตกแยกหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งคำนวณแล้วถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจะทำอย่างไรที่คณะกรรมการ ตลอดทั้งภาครัฐที่จะ ช่วยกันส่งเสริมในเรื่องของการลดการดื่มสุรา เรื่องนี้หากลดได้แล้วก็สามารถที่จะประหยัด ชีวิตของคนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศุกร์เมา เสาร์สวด อาทิตย์เผา นี่คือคนไหนดื่มเหล้าในวันศุกร์ เรียกว่าศุกร์เมา เสาร์สวด คือตาย คือสวด อาทิตย์เผา นี่คือส่วนหนึ่งอยากจะให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบในส่วนนี้ให้ตลอดทั้งคณะกรรมการที่ได้มาชี้แจง อยากจะให้เสริมในส่วนนี้ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราคนไทยเป็นชาวพุทธต้องเข้าใจในธรรมะ นี่คือเรื่องหนึ่ง ที่อยากจะเสริมให้คณะกรรมการส่วนหนึ่งที่ได้ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น ในการที่จะสรุป รายงานในครั้งต่อไป
อีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของความแตกแยกในครอบครัว ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่มีส่วนสำคัญในการก่อความรุนแรงในครอบครัว ความขัดแย้งในเรื่องของปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางสังคม นี่คือจุดใหญ่ที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาความยากจน ดังนั้นปัญหาความยากจนทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ เท่าเทียมกัน หรือแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินต่าง ๆ ก็ดี นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งเรื่องของความแตกแยก ในครอบครัว เรื่องความรุนแรง ดังนั้นก็อยากจะฝากทางคณะกรรมการทุกท่านที่ได้มาชี้แจง ที่รายงานมานี้ก็อยากจะให้ท่านได้ศึกษาในเรื่องนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ดินทำกิน ก็เช่นกัน นี่ก็นำไปสู่การแตกแยก ความรุนแรงในครอบครัวเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่ง ที่รัฐบาลได้ดำเนินการนโยบายหลายส่วน ทุกภาคส่วนก็ดี โดยเฉพาะนโยบายพักหนี้เกษตรกร รายย่อย หรือการจำนำพืชผลการเกษตร หรือการจำนำในขณะนี้ เรื่องมันสำปะหลังก็ส่วนหนึ่ง ธนาคารไปรีบให้ทางเกษตรกรรีบถอนมันสำปะหลัง นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นเรื่องของ ความรุนแรง เกิดความเครียดในครอบครัวเกิดขึ้น ดังนั้นในขณะนี้ทางรัฐบาลก็พยายามที่จะ เร่งแก้ไขในเรื่องของปัญหาราคามันสำปะหลัง ในขณะนี้มติ ครม. ทราบว่าได้อนุมัติให้ เกษตรกรได้กู้เงินจาก ธ.ก.ส. ได้ถึง ๙,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย แล้วก็ให้งด การถอนมันสำปะหลังในขณะนี้ก่อน เนื่องจากปัญหาลานมันไม่เปิดรับสินค้าเกษตรกร นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เพราะว่าไม่ถอนมันสำปะหลังแล้ว เงินก็ไม่มีใช้ นี่เป็นความวิตกกังวลของครอบครัว ส่วนใหญ่จะเกิดจากตนเอง ซึ่งท่านได้ ประเมินไว้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เทียบเปอร์เซ็นต์แล้วสูงกว่าการดื่มสุราเสียอีก ดังนั้นก็อยากจะให้ ทางส่วนที่มาชี้แจงได้ศึกษาในคราวหน้า ทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนลดความรุนแรง ความแตกแยกในสังคมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะเป็นการแก้ปัญหาความยากจนไปในตัวด้วย ซึ่งผมได้นำเสนอในส่วนนี้ ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคณะกรรมการที่ได้มา รายงานให้สภาได้รับทราบ
และอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งก็จะสอดคล้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ทางรัฐบาล ก็พยายามที่จะส่งเสริมบทบาทสตรี ในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพก็จะเป็นส่วนหนึ่ง จังหวัดละ เป็น ๑๐๐ ล้านบาท นี่ก็จะเป็นการกระจายให้กลุ่มแม่บ้านได้มีงานทำ ในขณะนี้บางคนบอกว่า แม่บ้านอยู่บ้านเล่นหวย ผมก็เลยบอกว่า หวย หวย ก็คือหายนะ ว ก็วอดวาย ย ยากจน ตรงนี้หากว่ามีส่วนเสริมให้คณะกรรมการได้ศึกษา ตรงนี้ทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชน งดเล่นหวยใต้ดิน ตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่บ้าน ซึ่งภาครัฐ ก็พยายามที่จะส่งเสริมนโยบายต่าง ๆ ให้กลุ่มแม่บ้านได้มีอาชีพเสริม หรือเรียกว่า ๑ ตำบล ๑ ทุน หรือ ๑ ตำบล ๑ ผลิตภัณฑ์ เหล่านี้เป็นต้น ที่จะเป็นผลส่วนหนึ่งที่จะแก้ปัญหาในด้านสังคม ได้มากยิ่งขึ้น
ส่วนสุดท้ายอยากจะฝากในเรื่องของชาวพุทธเรา ก็อยากจะให้ทาง คณะกรรมการที่รวบรวมว่าทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนถึงวันพระให้ไปถือศีล ไปจำวัด มาก ๆ ขึ้น ผมคิดว่าจะเป็นการขัดเกลาในด้านของความมั่นคงในครอบครัวมากขึ้น ทำให้ จิตใจสบาย ตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในทางสังคมที่จะช่วยสังคมได้มากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ผมในฐานะ ที่เป็นส่วนหนึ่งได้อ่านสรุปรายงานของท่านก็นับว่าเป็นรายงานที่รายละเอียดที่ดีมากนะครับ ไม่สั้นและรัดกุมเป็นอย่างดี ดังนั้นวันนี้ผมถือโอกาสขอบคุณคณะกรรมการตลอดทั้งรัฐบาล ที่ได้สนับสนุนรายงานมาให้กับพี่น้องประชาชนตลอดทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับทราบในวันนี้ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ในวันนี้นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สำนักงานกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำข้อมูล สถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทยที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ซึ่งถูกกระทำ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ เกิดขึ้นในสมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นกฎหมายสั้น ๆ มีเนื้อหาเพียง ๑๘ มาตรา และในมาตรา ๑๗ ได้บัญญัติให้ต้องรายงานผลดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่อทราบปีละครั้ง ครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งแรก ท่านประธานครับ ความรุนแรงในครอบครัวเปรียบเสมือนกับภูเขาน้ำแข็ง ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้สังคมไทย เป็นการซุกซ่อน ซ่อนเร้น และเร้นลับ ซึ่งเด็กและสตรี ถูกกระทำมาโดยตลอดในสังคมของเรา เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา ได้ทรงรณรงค์เรื่องหยุดความรุนแรงในสตรี ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพ ความรุนแรงที่กระทำต่อเด็กและสตรีในครอบครัวนั้น ใช่ว่าจะลดน้อยถอยลง และในรายงานฉบับนี้นั้น ผมเห็นว่าไม่น่าจะเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด อาจจะเนื่องด้วยมีข้อจำกัดในการเก็บข้อมูล เพราะการที่หน่วยงานของท่านบอกว่าความรุนแรง ในครอบครัวเกิดขึ้นสูงสุดที่จังหวัดพัทลุง จำนวน ๑๑๖ ราย อันดับที่ ๒ ที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๙๐ ราย อันดับที่ ๓ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ๓๐ ราย จังหวัดกาญจนบุรี ๒๙ ราย จังหวัดยโสธร ๒๗ ราย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ผมไม่เชื่อว่าเป็นตัวเลขตามนี้ อย่างน้อยที่สุดท่านประธานครับ ในกรุงเทพมหานครซึ่งมีชุมชนแออัดเป็นจำนวนมาก ผมได้เห็นการกระทำรุนแรงที่ผู้ชาย กระทำต่อผู้หญิง ที่บุคคลอ้างว่าเป็นสามีกระทำต่อภรรยาและกระทำต่อบุตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นความปวดร้าวเป็นความเจ็บช้ำของคนที่เป็นผู้แทนราษฎรซึ่งไม่อาจที่จะซับน้ำตาของเด็ก เยาวชนและสตรีเหล่านั้นได้โดยง่าย เนื่องด้วยก็เพราะว่าผู้กระทำความรุนแรงต่าง ๆ นั้น ก็มักจะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและ ส.ส. อย่าเข้าไปยุ่ง ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็มักจะยืมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปจัดการคนที่กระทำการละเมิดต่อเด็กและเยาวชน รวมทั้งสตรีเหล่านั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้นั้น ดีมากท่านประธานครับ ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า หากศีลธรรมไม่กลับมา โลกา จะวินาศ และความรักความอบอุ่นในครอบครัวของแต่ละครอบครัวนั้น เป็นปัจจัยหลัก เป็นปัจจัยแรกของสังคมไทยที่ต้องทำให้เข้มแข็งก่อนที่สังคมไทยจะเข้มแข็งในอนาคต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านที่แล้ว ท่านอำนวย คลังผา ท่านกล่าวไว้ว่า ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าทุกหยดของสุรา คือน้ำตาของครอบครัว ท่านประธานครับ ผมก็ รณรงค์ในพื้นที่ที่ผมเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบเขต คือเขตหนองแขม เขตบางแค และเขตภาษีเจริญว่าเพียงแค่คิดเสพยา น้ำตาแม่ก็ไหล ท่านประธานครับ เพราะปัญหายาเสพติดนั้น มีมากมายเหลือเกิน และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อจะหยุดยั้งปัญหาดังกล่าว ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ในหน้า ๓๓ และหน้า ๓๒ ได้สรุปสาเหตุของความรุนแรง เอาไว้ ๕ ประการดังนี้ มากที่สุดคือเกิดจากเมาสุรา ยาเสพติด จำนวน ๓๘๙ รายซึ่งถือว่า น้อยมากนะครับ เพราะชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครนั้นมีจำนวน ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ซึ่งเกิดทุกแห่งและแห่งละหลายครอบครัวเนื่องด้วยเป็นสลัมและเป็นชุมชนแออัด สาเหตุที่ ๒ เกิดจากสุขภาพกายและจิตใจ สาเหตุที่ ๓ เกิดจากการนอกใจ หึงหวง สาเหตุที่ ๔ เกิดจาก เศรษฐกิจ ตกงาน สาเหตุที่ ๕ เกิดจากสื่อลามกและลดหลั่นกันตามลำดับ ท่านประธานครับ สาเหตุจากเมาสุราและยาเสพติด ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลควรที่จะแก้ไขปัญหาไม่ส่งเสริมให้ คนดื่มสุราและโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองก็ไม่ควรที่จะส่งเสริมในการให้ แจกจ่ายสุรา กับหัวคะแนนหรือพี่น้องประชาชน เพราะเท่ากับเราให้ยาพิษกับประชาชนและเป็นการแช่ง พี่น้องประชาชนให้ตายก่อนวัยอันสมควร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เคยแจกเหล้า ให้กับพี่น้องประชาชนเพราะถือว่าเป็นการมอมเมาและเรื่องยาเสพติดก็ยิ่งแล้วใหญ่ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันนักเรียนในกรุงเทพมหานครติดยาไอซ์ (Ice) เป็นจำนวนมากครับ ไม่ได้ติดยาบ้าแล้วนะครับ แสดงว่ายาไอซ์มีการซื้อขายได้ อย่างง่ายดาย และผมคิดว่าตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยท่านผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องเร่งรีบ ในการปราบปราม ส่วนสาเหตุถัดมาเรื่องสุขภาพกายและจิตใจนั้นก็เป็นเรื่องของนานาจิตตัง เป็นเรื่องของแต่ละคนซึ่งขาดแคลนศีลธรรม ไม่มีศีลธรรมอยู่ในหัวใจในการไปตบตีภรรยา ถือว่าเป็นเรื่องที่บาปอย่างร้ายแรง เพราะชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองได้นั้นก็ควรที่จะเชื่อฟังภรรยา ท่านประธานครับ สาเหตุที่ ๓ ก็คือเรื่องการนอกใจ หึงหวง ตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่เฉพาะพี่น้องประชาชนเท่านั้นแต่เป็นเรื่องของนักการเมืองด้วย ถ้านักการเมืองนอกใจ ซึ่งพูดตรงนี้อาจจะกระทบกระเทือนหลายท่านก็ต้องกราบขออภัย แต่ถ้าผู้นำทางการเมือง นอกใจครอบครัว ท่านประธานครับ อะไรจะเกิดขึ้นและมีข่าวคราวอยู่สม่ำเสมอจนถึง ปัจจุบันว่ามีผู้นำทางการเมืองนอกใจคนที่เป็นภรรยาหรือนอกใจคนที่เป็นสามีก็ยังมีในสังคม ปัจจุบัน ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้นำมาซึ่งเหตุของความรุนแรงซึ่งปรากฏว่า สถิติท่านประธานที่เคารพเกิดในบ้านของตนเองมากที่สุดครับ เพราะฉะนั้นบ้านไม่ได้เป็น สถานที่ที่อบอุ่นอย่างที่บางท่านคิด บ้านคือสถานที่ประกอบอาชญากรรมในการรังแกเด็ก และสตรีคือภรรยาของตนเองซึ่งไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ การที่ผมลุกขึ้น อภิปรายในกฎหมายซึ่งเป็นรายงานตามมาตรา ๑๗ ฉบับนี้นั้นก็เพราะว่าผมเห็นว่าการที่ สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นได้อภิปรายถึงเรื่องปัญหาครอบครัวคือเป็นเรื่องที่ควรอภิปราย อย่างยิ่งเพื่อที่จะให้ครอบครัวของสังคมไทยของเราได้เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ มีแม่ มีบุตร มีลูกที่มีคุณธรรม มีศีลธรรม ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้สังคมเราก็จะเป็นสุข ผมอยากให้มีความรักเกิดขึ้นในทุกคนและรักทุกฝ่าย ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นทางการเมือง ที่แตกต่างกันอย่างไร ไม่ใช่ว่าความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกันแล้ว ไม่รักถึงขั้นชิงชัง ต้องฆ่ากันตาย สิ่งนั้นไม่น่าจะใช่จิตใจที่แท้จริงของประชาชนคนไทยของเรา ท่านประธานครับ
ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ผมขออนุญาตอภิปรายต่อท่านประธานเพื่อเรียนไปยัง ผู้จัดทำรายงานก็คือเรื่องเศรษฐกิจ ตกงาน ท่านประธานครับ เศรษฐกิจ ตกงานเป็นสาเหตุ อันดับที่ ๑๔ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาและผมเชื่อว่าในภาวการณ์ปัจจุบันนี้เนื่องจากว่า พี่น้องประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก พี่น้องประชาชนไม่ได้รับค่าแรงตามที่รัฐบาล เคยให้สัญญาไว้แม้แต่คนเดียวในวันนี้ นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนที่เคยคาดหวัง เอาไว้ว่าจะได้ค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาทก็ยังไม่ได้ ก็ไม่มีเงินไปซื้อนมให้ลูก ไม่มีอาหารที่จะ ไปซื้อให้ภรรยาของตนเอง ท่านประธานครับ มิหนำซ้ำภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของแพง รัฐบาล ก็ไม่เร่งรีบที่จะแก้ไขปัญหา กระทรวงพาณิชย์ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าโดยเฉพาะ อธิบดีกรมการค้าภายใน ผมนั้นได้ติดตามการทำงานของอธิบดีกรมการค้าภายในมาโดยตลอด นับตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ปรากฏว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง ในการที่จะควบคุมดูแลสินค้าที่จำเป็นของพี่น้องประชาชน ไม่ให้มีราคาที่เกินกว่าที่กำหนด และนี่ล่ะครับท่านประธาน สาเหตุอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น ความรุนแรงในครอบครัว เพราะเนื่องจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการแก้ไข ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นจริง ไม่ตอบสนอง ไม่สนองตอบต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ได้ ทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุขจริง ถ้าพี่น้องประชาชนมีความสุขจริง มีเงินในกระเป๋าจริง และมีรายได้เข้าสู่ตนเองจริงอย่างที่รัฐบาลสัญญาไว้ ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าปัญหานี้ซึ่งเป็นปัญหาที่ ๔ ของความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในครอบครัว ผมเชื่อว่าในปีต่อ ๆ มาปัญหาที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจและตกงานคงจะแซง อันดับอื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะเนื่องจากว่าอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของแพงได้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหา เรื่องเศรษฐกิจได้ และไม่สามารถที่จะจ่ายค่าแรงให้กับพี่น้องประชาชนวันละ ๓๐๐ บาทได้จริง หรือแม้กระทั่งเงินเดือนปริญญาตรีได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบันภาคเอกชนก็ยังไม่ได้จริง เพราะฉะนั้นคือปัญหาครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานไปยังผู้จัดทำรายงานว่า ในการทำรายงานปีต่อไปนั้นขอให้ท่านได้เพิ่มเติมข้อมูลจากศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมที่ทำงานด้านเด็ก และมีข้อมูลเรื่องนี้อย่างพร้อมมูลเพื่อประกอบการพิจารณา และผมเชื่อว่าการรายงานของท่านทุกปี ๆ นับจากปีนี้เป็นปีแรกจะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น และมาพูดจากันในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัวเพื่อที่จะหยุดยั้งความรุนแรง ในครอบครัวให้จงได้ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านประธานก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนคนไทยทั่วไป ขอขอบคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นสำหรับรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทย ที่ทางสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้นำมาเสนอต่อสภาของเราในวันนี้นะคะ ดิฉันก็ได้มีการอ่านหนังสือที่ท่านได้ทำรายงานมาแล้ว ก่อนอื่นต้องขอให้กำลังใจท่านนะคะ เพราะว่าเรื่องที่ท่านจะต้องมารายงานเรื่องความรุนแรงต่อครอบครัวในสังคมไทยที่ท่าน นำเข้ามาในวันนี้ ดิฉันเข้าใจถึงความยากลำบากที่ท่านจะต้องไปจัดหรือว่าจัดเก็บข้อมูล แน่นอนค่ะ ท่านก็มีการยอมรับอยู่แล้วว่าท่านได้มีการขอข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ของทางตำรวจ ทางศาล ทางอัยการนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเรียนสอบถามท่านต่อไปอีกค่ะว่า ข้อมูลที่ท่านได้มาจากตารางแผนภูมิต่าง ๆ ที่ท่านทำมานี่นะคะ จำนวนรายข้อมูลที่ท่าน ได้รับการดำเนินคดีค่ะ แต่ละหน่วยงานก็ไม่ทราบว่าซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ซึ่งบางหน่วยงาน แจ้งความจากตำรวจ บางคดีแจ้งตำรวจแล้วไปสู่ขั้นอัยการ สู่ขั้นศาล ตรงนี้ต้องเรียนถาม ด้วยค่ะว่าข้อมูลเหล่านี้ได้มีการหักออกหรือว่าได้มีการแยกแยะหรือเปล่าคะว่าเป็นข้อมูล ที่ซ้ำซ้อนกันหรือเปล่า แต่ก็ต้องชมเชยท่านที่ท่านกล้ายอมรับ แล้วก็การที่ท่านมาเสนอรายงาน ฉบับนี้ต่อสภา ดิฉันก็คิดว่ามันคงจะไม่ใช่เป็นข้อมูลที่ได้รับอย่างแน่นอนค่ะ เพราะว่าจากที่ เห็น ๆ มันมีหลายกรณีที่เกิดความรุนแรงต่อเด็ก ต่อสตรีที่อยู่ในหมู่บ้าน ก็ไกล่เกลี่ยกันเอง ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนมาช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ย เรื่องก็ไม่มาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มาถึงอัยการ ไม่มาถึงศาล ตรงนี้ท่านก็คงจะไม่สามารถที่จะไปเก็บข้อมูลรวบรวมรายงานสถานการณ์ ตรงนั้นได้ ซึ่งตรงนี้รายงานฉบับนี้ก็คงจะเป็นเพียงสิ่งที่จะมาสะท้อนให้เราได้รับทราบว่า จริง ๆ แล้วในปัจจุบันสังคมไทยของเราได้มีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านความรุนแรงต่อเด็กและ สตรีที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบันนี้นะคะ แต่ว่าเราคงต้องมาช่วยกันคิดว่าจะมีวิธีการหรือว่าจะทำ อย่างไรได้บ้างที่จะต้องมาช่วย ๆ กันปรับเปลี่ยนแนวคิดความเชื่อที่ไม่ให้คิดว่าการที่บุคคล ในครอบครัวของเราถูกกระทำการหรือว่าถูกล่วงละเมิดอะไรก็ตามแต่ เราจะละความละอาย แล้วก็มาเอาผิด มาเอาโทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิดตรงนั้น ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในสังคมไทย ของเรานี้ก็ยังมีความคิดที่ไม่อยากจะเปิดเผยเป็นเรื่องที่น่าอาย ตรงนี้ก็คงต้องฝากหน่วยงานของท่านที่จะต้องมาช่วยหาวิธีการในการปรับเปลี่ยนแนวคิดแล้ว ก็สร้างความเชื่อที่ว่าเรื่องการกระทำความรุนแรงต่อเด็ก ต่อสตรี หรือว่าต่อครอบครัวของเรานี้ มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันเป็นเรื่องที่จะต้องทำในภาพรวมของประเทศ ซึ่งก็ต้องเรียนค่ะว่า เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี่มันก็มีมาจากหลายสาเหตุ ดิฉันดูจากรายงานที่ท่านทำมานี่นะคะ ก็พบว่าจากข้อมูลนี้บอกว่ามีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตัวข้อมูลจากตารางหน้า ๓๔ ท่านบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงนี่จำนวนสถานที่ที่เกิดมากที่สุดกลายเป็นเกิดที่บ้านเรือน ของตนเอง ในตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งข้อมูลดิฉันว่ามันไม่น่าจะตามภาพข่าวที่เราได้ เห็นกันทุก ๆ วันนี้ ทุกวันถ้าเราอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ว่าฉบับไหนค่ะ เราจะเห็นทุก ๆ วันเลยค่ะว่า จะมีเรื่องการกระทำความรุนแรงไม่ว่าจะต่อเด็ก ต่อสตรี ต่อผู้พิการ ก็ไม่ทราบว่าหน่วยงานเหล่านี้ ได้เข้าไปดูหรือเปล่า แล้วก็บางอย่างดิฉันเห็นมีข่าวว่าพ่อ ครูบาอาจารย์ ข่มขืนเด็กนักเรียน ถูกข่มขืน ถูกมีท้อง กินเวลาไปเป็นสิบปี ตรงนี้ก็เข้าใจท่านว่ามันคงจะจัดเก็บไม่ได้แล้วก็ ข้อมูลที่ท่านบอกสถานที่เกิดนี่บางอันก็คงจะเป็นข้อมูลที่มาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือว่า ทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่แจกแจงให้ท่าน ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องฝากทางหน่วยงานค่ะว่าเป็นไปได้ไหม ในการรายงานผลสถานการณ์ความรุนแรงในปีหน้าค่ะ เป็นไปได้หรือเปล่าที่จะขอความร่วมมือ จากทางตัวแทนผู้นำของแต่ละหมู่บ้าน ก็อาจจะเป็น อสม. ประธาน อสม. แต่ละหมู่บ้าน หรือว่าประธาน อสม. แต่ละตำบล หรือจะเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ได้ค่ะ ในการที่ช่วยรวบรวม ตัวเลขของผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละพื้นที่ของตัวเอง เนื่องจากว่า ดิฉันเองก็ต้องเรียนว่าเป็น ส.ส. อยู่ที่ต่างจังหวัด หลายครั้งค่ะเมื่อมีเรื่องการกระทำความรุนแรง เกิดขึ้นต่อบุคคลในพื้นที่เขาไม่ไปแจ้งความกับตำรวจค่ะ เขาจะวิ่งมาหาผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านนี่ละค่ะที่จะต้องไปเรียกคู่กรณีมาพูดคุยกันว่าจะเอาเรื่องอย่างไรกันบ้าง จะสามารถจบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันได้อย่างไร บางเรื่องถ้าเป็นเด็กก็อาจจะเห็นค่ะว่าเด็ก ในต่างจังหวัดส่วนใหญ่อายุ ๑๓-๑๔ ปี แต่งงานกันแล้วค่ะ นั่นก็คือเคลียร์ (Clear) จบที่ ผู้ใหญ่บ้าน หรือว่าผู้ปกครอง หรือว่าคนที่มีหน้าตาในสังคมที่เป็นที่ยอมรับตรงนั้น เขาก็จะเป็น คนที่ต้องเข้าไปช่วย อย่างตัวดิฉันเองก็เป็น ส.ส. มาปีนี้ปีที่ ๕ ดิฉันเองก็เจอเรื่องความรุนแรง ที่สามีภรรยาทะเลาะกัน เคลียร์กันไม่จบ ตบตีกัน ถึงขั้นต้องเข้านอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล มาร้องเรียนต่อดิฉันให้ไปเอาผิดต่อสามี เมื่อพูดคุยกันไปมากลายเป็นภรรยาไม่ยอมเอาเรื่องสามี เรื่องราวก็หายไป อย่างนี้ดิฉันเข้าใจค่ะว่ามันก็เป็นปัญหาในการที่ท่านจะรายงาน แต่ว่า รายงานฉบับนี้ก็ต้องบอกว่ามีประโยชน์นะคะ เพราะว่ามันจะเป็นการสะท้อนให้เราเห็นว่า จริง ๆ แล้วนี่ด้วยวิวัฒนาการที่มันเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากในปัจจุบันเรา ทีวี (TV) เอย ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เอย อะไร สื่อต่าง ๆ ที่มีเข้ามาค่ะ เด็กหรือว่าผู้ที่ได้รับชม บางครั้งก็เกิดแนวคิดในการลอกเลียนแบบ ก็ต้องฝากท่านหาแนวทางในการแก้ไขแล้วก็ ป้องกันในปัญหาเหล่านี้ด้วย ซึ่งดูจากแนวโน้มสถานการณ์แล้วนี่นะคะ สถานการณ์ความรุนแรง ที่แต่ละปีที่ท่านจัดเก็บข้อมูลมาก็มีแนวโน้มที่จะมีตัวเลขที่ค่อนข้างจะสูงขึ้นนะคะ แล้วก็ จากตัวเลขนี้ปรากฏว่าเรื่องราวจำนวนคดีที่ขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ส่วนใหญ่ดิฉันเห็น จำนวนค่อนข้างเยอะอยู่หรือว่าจบในขั้นตอนของการไกล่เกลี่ย ก็ต้องฝากหน่วยงานค่ะ ท่านประธานว่าทำอย่างไรตรงที่ไกล่เกลี่ยนี้เราจะมีการติดตามไหม หรือว่ารายงาน สถานการณ์ความรุนแรงในครั้งหน้านี้ฝากได้ไหมคะ เพิ่มได้ไหมที่จะขอข้อมูลว่า ทางหน่วยงานได้มีการติดตามหรือเปล่าว่าคดีที่เขาไกล่เกลี่ยกันจบนี้ค่ะ ครอบครัวนั้นหรือว่า ผู้ที่เสียหายคนนั้นได้ถูกกระทำความรุนแรงเกิดขึ้นอีกหรือเปล่าจากบุคคลในครอบครัว ถ้าหากเป็นบุคคลในครอบครัวนะคะ ตรงนี้ต้องฝากว่าถ้ามีข้อมูลตรงนี้ก็จะเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่จะช่วยเราในการรู้เรื่องราว ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นอย่างดี แล้วที่สำคัญอย่างที่เรียนค่ะ คงต้องให้ กำลังใจท่านนะคะ ด้วยท่านต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศก็ตั้ง ๖๕ ล้านคน หน่วยงานท่านก็เป็น หน่วยงานที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไร งบประมาณที่จะต้องใช้ดูแลก็ค่อนข้างมาก ก็ต้องให้ กำลังใจท่าน ที่สำคัญปัจจุบันนี้เท่าที่ดิฉันทราบนะคะ ก็มีการที่แรงงานต่างด้าวเข้ามาอาศัย แล้วก็ทำมาหากินที่ประเทศไทยเรา ก็ต้องเรียนถามท่านไปด้วยค่ะ ว่าในส่วนที่ท่านรายงาน ข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ท่านทำมาสู่สภาในวันนี้ได้มีการ รวมถึงแรงงานต่างด้าวที่ถูกหลอกเข้ามา แล้วถูกกระทำความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยหรือเปล่า ก็ต้องฝากประเด็น ๓-๔ ข้อที่ได้พูดมาค่ะ ฝากทางท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานให้ช่วยดูแล แล้วก็คิดว่าครั้งหน้าคงจะได้เห็นรายงานสถานการณ์ที่ของแท้มากกว่า ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถ้าท่านสามารถจัดเก็บข้อมูลได้จากระดับที่ใกล้ชิดกับแหล่งข้อมูลก็คือ ระดับหมู่บ้านนะคะ ก็ขอให้กำลังใจหน่วยงานที่ท่านกล้ายอมรับความจริง หายากค่ะ ท่านประธาน ในปัจจุบันการจัดทำรายงานอะไรก็ตามแต่คงไม่ค่อยมีใครกล้ายอมรับความจริง อย่างที่หน่วยงานท่านยอมรับนะคะ ว่าข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด แต่ก็ต้องชมเชย ท่านค่ะที่กล้ายอมรับและกล้านำมาเป็นข้อมูลเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันแนวโน้ม สถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยเรามีมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาในอดีต ก็ต้องฝากท่านประธาน แล้วก็ให้กำลังใจหน่วยงานค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ฮอชาลี ม่าเหร็ม
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ความเห็น ต่อรายงานประจำปี ๒๕๕๓ ตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็ได้อ่านรายงานแล้วก็ ได้ติดตามการดำเนินงานตามกฎหมายที่ได้ออกมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วก็เท่าที่เพื่อนสมาชิก ทุกท่านได้อภิปรายมา แล้วก็ฟังจากข้อมูลหลาย ๆ ด้านก็จะเห็นว่าแนวโน้มของความรุนแรง ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวนั้นมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ๆ ตามสภาวะ ของการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจในสังคม แล้วก็เกิดขึ้นจากความเครียด จากรายได้ จากปัญหาทางด้านสังคมหลาย ๆ อย่าง แล้วความรุนแรงก็มาลงที่ผู้ที่อ่อนแอกว่าก็คือผู้หญิง แล้วก็เด็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้หลาย ๆ ด้าน ประเด็นหนึ่ง แล้วก็ด้านหนึ่งที่ผมได้อ่านในรายงาน แล้วก็ถึงแม้จะไม่ได้อ่านในรายงานก็คงจะเป็นที่รู้ รับทราบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวที่มีต่อเด็กแล้วก็สตรีนั้นก็คือเรื่องของ สิ่งมึนเมา สิ่งมึนเมาเป็นทั้งเรื่องของเหล้า ไวน์ เบียร์ สุรา ทุกสิ่งทุกอย่างที่กินแล้วทำให้ สติสัมปชัญญะขาดหายไปชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็ทำให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกับที่ครองสติ อยู่ตอนที่ไม่ได้ดื่มน้ำ นั่นคือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นสาเหตุหลัก
แล้วประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของยาเสพติดที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ ผมเองก็ได้ติดตามการจับกุม แล้วก็การค้ายาเสพติดตั้งแต่ในสมัย ๓ ๔ ๕ รัฐบาลเป็นต้นมานั้น แนวโน้มของยาเสพติดนั้นก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในสังคมไทย แล้วนับวันก็จะมีความ ซับซ้อนในเรื่องของยาเสพติดมากยิ่งขึ้น ยาบ้าอาจจะใช้ได้เฉพาะบางกลุ่ม บางเยาวชน ที่มีกำลังซื้อไม่มาก ยาไอซ์ ก็เริ่มมีมากขึ้นในกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในผับ (Pub) ในบาร์ (Bar) ที่พอที่จะมีกำลังซื้อ จี (G) ๒ จี (2G) ๓ จี (3G) ๔ จี (4G) ก็แล้วแต่นะครับ แล้วก็ยาเม็ด ยาทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งที่บ้านผมก็มีการเอาใบกระท่อม เยาวชนบางส่วนก็เอา ใบกระท่อมมาผสมกับยากันยุง มาผสมกับหลอดไฟนีออน มาผสมกับหลาย ๆ อย่าง กลายเป็นน้ำกระท่อมแล้วก็ขายกันแพร่ระบาดขวดละ ๒๐ บาท ๓๐ บาทนะครับ นั่นคือสิ่งที่ ผมถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแล ผมอยากจะขอเสนอแนะผ่านไปยังท่านประธาน ไปยังท่านผู้ที่มาชี้แจงในวันนี้ แล้วก็สะท้อนโดยภาพรวมไปยังรัฐบาลว่าเรื่องของยาเสพติดนั้น มันไม่ได้จบแค่ที่ปลายเหตุก็คือการจับกุมหรือว่าการแก้ไขปัญหาด้วยการย้ายคุกหรือว่าที่คุมขัง แต่สาเหตุหลักที่ผมมองนั่นก็คือว่าซัพพลาย (Supply) หรือว่าที่มาของยาเสพติดนั้นมาจาก เพื่อนบ้าน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็รู้ว่ามาจากเพื่อนบ้านประเทศไหน ซึ่งกำลังที่จะมี แนวโน้มแล้วก็หาเสียงที่จะเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้น อยากจะฝากสะท้อนไปยังรัฐบาลแล้วก็กลไกของรัฐบาลว่าในเรื่องของยาเสพติดนั้นจะต้องมี การสร้างเงื่อนไข จะต้องมีการวางเงื่อนไขให้กับพม่า ซึ่งอาจจะรู้หรือไม่รู้ในการส่งผ่านหรือ ผลิตยาเสพติดนั้นได้รับรู้ว่านี่คือเงื่อนไขหนึ่งที่เราจะได้นับคุณหรือว่าจะได้คัดเลือกแล้วก็ โหวตให้คุณเป็นประธานอาเซียนในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการเดินตามรอย ของกระบวนการประชาธิปไตยหรือว่าการปฏิรูปในทางการเมืองของพม่าเท่านั้น อยากจะให้ รัฐบาลได้เห็นหลักความสำคัญว่าเรื่องของยาเสพติดนั่นคือเงื่อนไขที่เราจะต้องเสนอต่อ รัฐบาลพม่า นั่นคือจะได้เป็นการลดซัพพลายหรือว่าลดปริมาณยาเข้ามาผ่านทางด้าน ชายแดนแล้วก็จับกุมถ่ายทอดออกทางทีวี วิทยุ สื่อต่าง ๆ ทุกวัน ๆ นั่นคือปลายเหตุนะครับ นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอเป็นการลด เป็นการตัดตอน
แล้วก็สำหรับในเรื่องของสุรานะครับ ถึงแม้ว่าจะมีการโฆษณาแล้วก็มี การตักเตือน หมายเหตุเอาไว้ด้วยตัวอักษรเล็ก ๆ ภายใต้โฆษณา แต่มันก็ยังไม่พอนะครับ มันก็ยังไม่พอในการที่จะทำให้ลดสิ่งเหล่านี้ เพราะตราบใดที่เรายังแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ ปริมาณของพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตในเทศกาลต่าง ๆ ปีละ ๓๐๐ คน ๔๐๐ คน ๕๐๐ คนนั้น ก็จะยังคงมีอยู่ตลอดไป เพราะฉะนั้นอยากจะให้วาระตรงนี้ ในเรื่องตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เรา ต้องให้ความสำคัญว่าทำอย่างไร เราเป็นเมืองที่นับถือศาสนาพุทธ เป็นเมืองที่นับถือศาสนา อิสลาม เป็นเมืองที่นับถือศาสนาคริสต์ แล้วก็มีประชาชนซึ่งใฝ่ในคุณธรรมนั้น เราได้มาใส่ใจ แล้วก็ให้ความสำคัญในการที่จะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของสุรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกสื่อใหญ่ ๆ และเป็นการเชิญชวน เอาดารา เอานักร้องดัง ๆ ที่เป็นไอดอล (Idol) ที่เป็นต้นแบบของเยาวชนมาโฆษณาในสิ่งเหล่านี้ นั่นคือจะเป็นปัญหาที่ต้องติดตามมา ในอนาคต นั่นคือเรื่องที่เป็นสาเหตุ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมอยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ นั่นก็คือในเรื่องของกฎหมาย ในพื้นที่ของจังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ผมอาจจะไม่ได้ดูตัวเลขที่ท่านรายงานว่ามีจำนวนมากน้อย แค่ไหน แต่เท่าที่สัมผัสในพื้นที่ตรงนี้ตัวเลขของความรุนแรงในการข่มเหง ในการที่จะทำร้ายเด็ก แล้วก็สตรีนั้นมีน้อยมาก ถามว่าทำไมจึงมีน้อยมาก เพราะในพื้นที่ตรงนั้นใน ๔ จังหวัด มีกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับครอบครัวโดยตรง เรียกว่าพระราชบัญญัติกฎหมายอิสลาม ว่าด้วยครอบครัวและมรดก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับการที่จะไม่สร้างความละเมิด หรือว่าการทำร้ายสตรีที่อ่อนแอและเด็กที่อ่อนแอ แล้วก็ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง เพราะมีกลไก ของกฎหมายบังคับแล้วก็ดูแลอยู่ ก่อนที่คุณจะแต่งงาน ก่อนที่คู่สามีภรรยาจะแต่งงานจะต้อง ผ่านการอบรมในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ ในเรื่องของการครองคู่ ในเรื่องของการให้ความสำคัญ ในเรื่องของศาสนาและคุณธรรมจริยธรรมก่อนที่จะทำการแต่งงานหรือภาษาอาหรับเรียกว่า นิกะห์ก่อนนั้น จะต้องผ่าน ต้องมีใบประกาศนียบัตรก่อน ท่านอิหม่ามจึงสามารถที่จะทำการสมรสหรือว่า นิกะห์ แล้วก็ถือว่าใบนิกะห์นั้น ก็คือใบสมรส ที่ใช้อ้างในทางศาลปกติทั่วไปได้ นั่นคือกลไกที่เขียนเอาไว้ และในใบสมรสก็เขียนไว้ชัด ให้ความเป็นธรรมกับสตรี ซึ่งเป็นเจ้าสาวเป็นภรรยาที่แต่งงานในวันนั้นว่าถ้าหากผู้ชายหรือว่า ฝ่ายเจ้าบ่าว ฝ่ายผู้ชายนั้นทำร้ายร่างกาย มีบาดแผลหรือไม่มีบาดแผลก็ตาม ผู้หญิงมีสิทธิ ที่จะมาฟ้องต่อท่านอิหม่ามเพื่อขอให้อิหม่ามได้พิจารณาจะให้หย่าหรือไม่หย่าหรือจะ ตักเตือนอย่างไรก็เป็นสิทธิที่เขาจะต้องมาฟ้องร้องได้ และถ้าหากผู้ชายไม่ส่งเสียค่าเลี้ยงดู ไม่ส่งเสียเงินทองให้กับภรรยาเป็นระยะเวลา ๔ เดือนหรือ ๖ เดือนก็สามารถที่จะมาหาท่านอิหม่าม ผู้ทำการนิกะห์หรือว่าแต่งงานได้แล้วก็เขาสามารถจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัดให้ดำเนินการในเรื่องนี้ และถ้าหากว่าไม่จบในชั้นของคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัดก็ส่งไปที่ศาลประจำจังหวัด ซึ่งมีดะโต๊ะยุติธรรมเป็นผู้ที่ดำเนินการ ตัดสินโดยใช้หลักของศาสนาในเรื่องของครอบครัวแล้วก็ในเรื่องของมรดก นี่คือกลไกที่มีมา ตั้งแต่ ๖๐ กว่าปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจึงเป็นกลไกที่พอที่จะช่วยในเรื่องของการลดความ รุนแรงในพื้นที่ตรงนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายนะครับ ท่านประธานครับ ในช่วงสมัยที่แล้วผมเอง และเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เซ็นชื่อร่วมกันแล้วก็เสนอกฎหมายฉบับตรงนี้เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะให้กฎหมายดี ๆ ที่มีผลให้ความเป็นธรรมกับสตรีแล้วก็เด็กได้มี โอกาสได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เซ็นอนุมัติ ถือว่าเป็นกฎหมายทางด้านการเงิน ได้เซ็นผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็บรรจุอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าหลังจากที่ท่านเข้ามา ๒ เดือน ท่านไม่ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นมันจึงตกไป ทั้ง ๆ ที่กฎหมาย ฉบับนี้สามารถที่จะขยายผลนอกเหนือจากพื้นที่จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส สามารถขยายผลไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกรุงเทพมหานครได้ในศาลแต่ละศาล ก็สามารถที่จะมีดะโต๊ะยุติธรรมหรือว่าผู้ที่เป็นกอฎีคอยดูแลในการที่จะช่วยเหลือเรื่องของ สตรีแล้วก็เด็ก ซึ่งเป็นพี่น้องมุสลิมจำนวน ๑๐ กว่าล้านคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยตรงนี้ ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอฝากเป็นประเด็นนะครับว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นสาเหตุ ก็คือเรื่องเหล้า เรื่องยาเสพติด รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญแล้วก็โดยเฉพาะเรื่องของ ยาเสพติดนั้น ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เราสามารถจะต่อรองได้ ต่อรองกับประเทศพม่าเพื่อที่จะให้ เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นเงื่อนไขในการที่จะเอาประเทศพม่าเข้ามาสู่เป็นประธานอาเซียนในปีสองปี ข้างหน้าได้นะครับ แล้วก็เรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวแล้วก็มรดก ผมเองก็ขอ อภิปรายเสนอความคิดเห็นในกฎหมายในรายงานฉบับนี้นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศไทยตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๕๓ นั้น ดิฉันได้ศึกษาทั้งฉบับแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรที่เคยสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัวและได้เคยรับการสนับสนุนจากยูนิเซฟ (UNICEF) หรือสหประชาชาติให้ไปลงพื้นที่รับฟังประชาพิจารณ์ต่าง ๆ นานาหลายจังหวัดนะคะ ดิฉันมีความเข้าใจในร่างพระราชบัญญัตินี้ แต่ถามนะคะว่าสังคมของประเทศเราเข้าใจคำว่า ความรุนแรงในครอบครัว มากน้อยเพียงใดคะ เพราะว่าหลายคนเข้าใจว่าความรุนแรง ในครอบครัวนั้นหมายถึงการถูกทุบตี ถูกทำร้าย ถูกทารุณกรรม นั่นคือความรุนแรง แต่มี ข้อเท็จจริงแล้วค่ะ คำว่าความรุนแรงนั้น ไม่ใช่หมายถึงการถูกทุบตีแต่ประการเดียว ยังหมายถึงการถูกทำร้ายจิตใจด้วยนะคะ ในครอบครัวบริบทของสังคมไทยนะคะท่านประธาน ผู้ชายถือว่าเป็นผู้นำครอบครัว ผู้ชายจะถือว่าภรรยานั้นคือสมบัติของเขา เพราะฉะนั้น กฎหมายอาญาจะมีข้อความที่บอกว่าชายใดข่มขืนหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตนนั้นผิดกฎหมาย แต่ความรุนแรงในครอบครัวนั้นจะต้องบอกว่าชายใดข่มขืนหญิงก็ผิดนะคะ แม้แต่เป็นภรรยา ของตัวเองก็ผิดกฎหมาย รวมถึงการด่าทอ ทำร้ายทางจิตใจ อาจจะด่าทอภรรยา ทำร้ายจิตใจ รวมถึงการไม่ส่งเสีย การไม่เลี้ยงดู ก็เป็นความรุนแรงในครอบครัวเช่นเดียวกันค่ะ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพคะ ในพื้นที่หลายพื้นที่มีการกระทำผิดความรุนแรง ในครอบครัว เพราะว่าพ่อแม่นั้นถือว่าลูกนั้นเป็นสมบัติของเขา พ่อแม่สามารถที่จะตีลูกได้ ดิฉันได้ลงพื้นที่หลายจังหวัดจะพบว่าพ่อแม่บางครอบครัวตีลูก ตีแล้วไม่สะใจเอาน้ำเกลือ มาราดข้างหลังลูกอีกก็มีนะคะ หรือสามีบางคนทุบตีภรรยา ทุบตีไม่สะใจมีขวานมาจามที่หู ให้หูขาดก็มี เพราะฉะนั้นตรงนี้ในสังคมก็จะถือว่าเป็นเรื่องของครอบครัว เป็นเรื่องของสามี หรือภรรยา แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่เข้าใจในประเด็นนี้ค่ะว่าเป็นเรื่องของครอบครัว ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของผัวเมีย เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไร ให้สังคมนั้นเข้าใจ คำว่าความรุนแรงในครอบครัว แล้วการรณรงค์ในการขจัดความรุนแรง ในครอบครัว จะต้องรณรงค์ให้ถูกจุดค่ะ เพราะว่าความรุนแรงในครอบครัวนั้นเกิดใน ชุมชนแออัด เกิดในครอบครัวยากจน เกิดในพื้นที่หมู่บ้านที่มีปัญหาเรื่องความยากจน เรื่องครอบครัว แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะรณรงค์ไปยังคณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งบุคคลพวกนี้จะกลัวภรรยามากกว่านะคะ ก็จะไม่ค่อยมีความรุนแรงในครอบครัวเท่าไร เพราะฉะนั้นก็อยากฝากให้ท่านนั้นรณรงค์ให้ถูกจุดด้วยนะคะ แล้วดิฉันเคยศึกษาในเรื่องโซเชียล แซงชั่น (Social sanction) ก็คือในหมู่บ้าน อย่างที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่าถ้าในครอบครัวไหน สามีทุบตีภรรยา หรือตีลูก หมู่บ้านอื่น ๆ หลังคาอื่น ๆ เขาก็จะแจกนกหวีดหลังละ ๑ อัน แล้วใครเกิดมีการทุบตีกันขึ้นมาเขาก็จะมีการเป่านกหวีดทำให้ครอบครัวเหล่านั้นไม่สามารถ ที่จะอยู่ในสังคมได้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากขอฝากค่ะว่าเราจะต้องให้องค์กรต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นตำบล ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ องค์กรท้องถิ่น ก็คือ อบต. นะคะ องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน แล้วก็มูลนิธิให้ ความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้รู้ ได้ตระหนักถึงปัญหาตรงนี้ด้วยว่าในเรื่องความรุนแรง ในครอบครัวจะต้องให้เขามีความเข้าใจด้วยว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ณ วันนี้นะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ สตรีและเด็กที่ถูกกระทำรุนแรงนั้นดิฉันดูตามข้อมูลนั้น ๙๖๖ ราย แล้วมีข่าว ที่พ่อข่มขืนลูก ภรรยาถูกทุบตี เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพคะ ภาครัฐนั้นควรที่จะเข้าไปดู อย่างจริงจัง ดิฉันเห็นบ้านพักฉุกเฉินของสตรีที่ได้โดนข่มขืน ต้องการความช่วยเหลือนั้น ก็มีงบประมาณที่น้อยมาก รวมทั้งพี่น้องประชาชนบางคนก็ไม่ทราบข้อมูลนะคะ ฉะนั้น การฟื้นฟูจิตใจจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จากการถูกข่มขืน จากการพรากผู้เยาว์ อนาจารต่าง ๆ รวมถึงการค้ามนุษย์ ซึ่งในกรุงเทพมหานคร ในต่างประเทศก็มีการค้ามนุษย์ ซึ่งจะส่งผู้หญิงไทยหลอกลวงไปเป็นหมอนวดบ้าง ไปขายบริการทางเพศบ้าง เพราะฉะนั้น ตรงนี้กระบวนการการค้ามนุษย์ก็อยากจะให้ทางผู้เกี่ยวข้องนั้นได้มีมาตรการที่เด็ดขาด ชัดเจน ที่จะดูแล แล้วก็เข้าไปแก้ปัญหาในเชิงรุกด้วยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงผู้หญิงที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ชายที่เป็นผู้บังคับบัญชาได้ถูกลวนลาม ได้ถูกอนาจาร มีจำนวนมากค่ะ แล้วผู้หญิงเหล่านั้นก็ไม่กล้าที่จะออกมาร้องเรียน ออกมาแสดงตัวตนด้วย ความเกรงกลัวอำนาจของผู้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันเคยได้รับเรื่องราวร้องเรียน ต่าง ๆ มากมาย ส่วนที่เกี่ยวข้องควรจะมีหน่วยงานที่รับเรื่องราวแล้วก็เข้าไปดูแลเขาตรงนี้ ด้วยนะคะ ดิฉันขอฝากค่ะ ท่านประธานคะ จากการศึกษาของยูเอ็นดีพี (UNDP) มีข้อมูลว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือภาคอีสานมีจำนวนเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงมากที่สุด ถึงร้อยละ ๒๙ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันก็อยากที่จะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นแก้ไขปัญหา ต่อยอด สร้างความเข้าใจ สร้างความตระหนักในสังคมถึงความรุนแรง ในครอบครัว ดิฉันขอให้กำลังใจท่านที่ทำรายงานในเรื่องนี้ว่าปีหน้าก็ควรที่จะมีการที่ให้ ประสานงานหรือมีมาตรการในเชิงรุกเพื่อที่จะให้มีการขจัดความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น ในประเทศไทยอย่างจริงจังค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทย และตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๕๓ ค่อนข้างละเอียดแล้วก็ทุกแง่มุมในทุกประเด็น เพราะผมสนใจปัญหาทางสังคม ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในฐานะที่ท่านเป็นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรง แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ พอได้ดู รายงานแล้วหลายอย่างเป็นประโยชน์ หลายอย่างต้องให้กำลังใจและชื่นชมต่อการปฏิบัติ หน้าที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่อีกหลายอย่างซึ่งเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ต้องการที่จะให้ท่านในฐานะผู้รักษาการแล้วก็ผู้ปฏิบัติการตามกฎหมายได้รับฟัง เสียงสะท้อนจากผู้แทนปวงชนชาวไทยผ่านรัฐสภา ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะ นำเอาข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะวาง แนวทางหรือมาตรการทางสังคมในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ในชุมชนแล้วก็ในสังคม รวมไปถึงที่จะยกระดับสังคมของประเทศของเราให้เทียบเท่ากับ อารยประเทศในเรื่องการคุ้มครองเด็ก สิทธิเด็ก สิทธิสตรีแล้วก็ขจัดความรุนแรงอย่างมั่นคง แล้วก็ถาวรให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาต่าง ๆ ในระดับสากล ท่านประธานที่เคารพครับ พอได้พิจารณาแล้วจำเป็นที่จะต้องเสนอแนะเพิ่มเติมในสิ่งที่น่าจะเป็น ประโยชน์ต่อองค์กรหรือหน่วยงานที่ท่านรับผิดชอบ สิ่งแรกที่ผมขออนุญาตกราบเรียน เพิ่มเติมก็คือ ตราบใดที่สังคมยังมีการเจ็บป่วย ตราบใดที่สังคมยังมีช่องว่างระหว่างคนจนคนรวย ตราบใดที่สังคมยังมีปัญหาเศรษฐกิจและอื่น ๆ ความรุนแรงจะเกิดขึ้นตามมาเป็นเส้นขนานกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ผมขอกราบเรียนท่านประธานก็คือ ทำอย่างไร ที่จะให้ขบวนการการค้ามนุษย์ที่ประเทศของเราถูกกล่าวหาว่าเป็นทั้งต้นทาง เป็นทั้งระหว่าง ทางที่จะนำส่ง แล้วก็เป็นปลายทางในการค้ามนุษย์ของประเทศ ที่ประเทศของเราถูก กล่าวหาแบบนี้เพราะข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ครับ สถานเริงรมย์ สถานบริการทางเพศ หรือว่า สถานที่ให้บริการทางเพศอย่างแอบแฝง ไม่ว่าจะเป็นอาบอบนวด ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผมบางแห่งบางที่ ยังคงมีปรากฏอยู่ แล้วก็บางที่เปิดเผยนะครับ ผมแปลกใจว่าในเมื่อกฎหมายมีบังคับใช้อยู่แล้ว ทำไมขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ จึงปรากฏในสังคมให้เห็นกันเป็นที่ประจักษ์อยู่ ถ้าเกิดว่าใครที่จะ ปฏิเสธข้อเท็จจริง หลังจาก ๖ โมงเย็นนั่งรถไปเลยที่ถนนรัชดา ยกตัวอย่าง ขอเข้าไปดูเลย ไม่ต้อง รอให้ท่าน ส.ส. ชูวิทย์เป็นผู้เปิดเผยหรอกครับ ท่านไปเห็นด้วยตาเป็นที่ประจักษ์เลยว่า สถานบริการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นทั้งต้นทาง ปลายทาง แล้วก็เป็นในระหว่างทางที่ยังคงมีอยู่ ในสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประสานกับทั้งดีเอสไอ (DSI) ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งสำนักงานอัยการหรือองค์กรภาคเอกชนอื่น ๆ ที่มีอยู่อย่างไร เพื่อที่จะขจัดการค้ามนุษย์ ให้หมดไปจากประเทศของเรา ท่านคงจะให้คำตอบกับผมได้ แล้วก็ขอคำตอบจากท่าน และรายงานในปีต่อไป ขอให้บรรจุเลยว่ารายงานความคืบหน้าในเรื่องการค้ามนุษย์ของประเทศ ถูกสกัดกั้น มีโครงข่ายโยงใยอย่างไร มีใครได้รับผลประโยชน์อย่างไร มีใครเป็นเจ้าของ มีใครได้ผลประโยชน์สีเทา สีดำต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างไร ขอให้ท่านทำงานในเชิงรุก และขจัด การค้ามนุษย์ให้ได้ เป็นเรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ จากข้อมูลรายงานของท่านกำหนดไว้บอกว่า สาเหตุที่ก่อให้เกิดความรุนแรงต่อครอบครัว ต่อสังคม ซึ่งมีสถิติข้อมูล ผมจะไม่แจกแจง ในรายละเอียดเพราะปรากฏอยู่ตามรายงานแล้ว ไม่ว่าจะรายงานจากศาลยุติธรรม สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ หรือองค์กรเอกชนอื่น ๆ ตามรายงานที่ท่านไปสืบค้นออกมาผมว่ายังน้อยอยู่ ซึ่งข้อเท็จจริงมีมากกว่านั้นครับ มีมากกว่านั้นเหลือเกิน ทำอย่างไรครับ สาเหตุอันหนึ่งที่ เกิดขึ้นก็คือการพนัน การพนันนี่นะครับ แม้ว่าในประเทศของเรายังไม่ให้มีการเปิดบ่อนเสรี เหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ แต่เชื่อไหมครับว่าสถิติในการไปเล่นการพนัน ท่านไปดูเลยครับ ทางชายแดน ทางภาคเหนือตอนบน ทางชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีสถานที่เล่นการพนัน ผมดูแล้วแต่ว่ายังไม่มีข้อมูล ในเชิงสถิติ แต่ว่าประมาณร้อยละ ๘๐ ของนักเล่นเป็นคนในประเทศของเรา ท่านต้องทำสถิติ อันนี้มานะครับ ท่านต้องเอาข้อมูลในเชิงลึกมาให้สภาได้พิจารณา เพื่อที่จะแสวงหาคำตอบ ไปสู่เป้าหมายในการแก้ไขอย่างมั่นคงแล้วก็ยั่งยืน ไม่ใช่สักแต่ว่ารายงานแล้วก็ทางออก คืออะไรไม่ทราบ ไม่ใช่ว่าเสนอรายงานออกมาแล้ว ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โดยผ่านรัฐสภา ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับทางสังคม ในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเลย แม้กระทั่ง ภายในบ้านของเราเอง ท่านประธานที่เคารพครับ บางอำเภอ บางจังหวัดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองไม่เข้มงวดกวดขันหรือขยิบตาให้ หรือว่ามีเงินส่งส่วยใต้โต๊ะ วิธีการเล่น เล่นแบบนี้ครับ ง่าย ๆ เลยครับท่านประธานครับ เขาอ้าง สมมุติว่ามีงานศพ นักเล่นจะลงขัน กันเลยเพื่อที่จะเหมาเป็นเจ้าภาพในการจัดงานศพ แล้วก็ขอให้ตำรวจไม่ต้องเข้าไปยุ่ง บอกว่าอันนี้คือการเล่นเพื่อเป็นเพื่อนให้กับงานศพนี้ หรือว่า งานบุญ ๑๐๐ วัน อันนี้ ตำรวจก็ไม่เข้าไปยุ่งตามคำขอ แต่ว่าผลประโยชน์นอกเหนือจากนั้น จะมีมากน้อยแค่ไหนไม่ทราบ แต่ในข้อเท็จจริงที่ผมสัมผัสได้เอง ผมพยายามชี้ให้เห็น แล้วก็ บอกกับผู้บัญชาการตำรวจภาค ๖ บอกว่าท่านครับขอให้กำชับเรื่องนี้หน่อย เพราะว่าตอนนี้ เล่นกันมากเหลือเกิน เล่นกันมากถึงขนาดที่ว่างานศพบางงานนักเล่นการพนันเสียรถเป็นคัน ๆ บางคนมาบอกกับผมบอกว่าจะตายแล้ว จะกินยาตาย จะผูกคอตาย เพื่อหนีหนี้การพนัน บางคนถูกยึดรถเล่นกันในวงการพนันนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าปล่อยให้มีการเล่น การพนันอย่างเปิดเผย โดยอ้างประเพณีว่าเพื่อช่วยเหลืองานเท่านั้น ผมว่าอันนี้ละครับ จะเป็นปัญหาตามข้อมูลในเชิงสถิติที่ท่านรายงานต่อสภานี้ ขอให้ท่านรีบไปขจัดและประสาน กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือว่ารัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลว่าหน่วยงานของท่าน รายงานความคืบหน้าเรื่องนี้ไปยังหน่วยที่ทำการปราบปรามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอาชญากรรม และความรุนแรงตามมา
เรื่องที่ ๓ ที่ต้องฝากเพิ่มเติม แน่นอนครับทุกรัฐบาลให้ความสำคัญกับ การปราบปรามยาเสพติดเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ แต่ทำไมการแพร่ระบาดของ ยาเสพติดในประเทศยังคงธำรงอยู่ เอาจริงได้ไหมครับ ท่านจะเสนอมาตรการรุนแรง ท่านจะ เอาจริงเอาจัง จะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ยาเสพติด ประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นในการที่จะขจัดเครือข่ายยาเสพติดให้หมดสิ้น ท่านจะต้องทำ ท่านจะต้องนำเรื่องนี้เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับรายงานของท่านโดยตรงว่าสาเหตุหลัก ในการสร้างความรุนแรงของสังคมคือปัญหายาเสพติดและเมาสุรา เมาสุราก็เช่นกัน ท่านประธานครับ ตอนนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทุกประเภท แทรกซึมเข้าไปถึงในระดับเด็กมัธยมต้นเริ่มหัดดื่ม เบียร์กันแล้วครับ กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ท่านมีข้อมูลมีข้อเสนอแนะอย่างไร เพื่อที่จะป้องกัน แล้วก็ไม่ให้เกิดความรุนแรงในสังคม ในครอบครัวโดย ลด ละ เลิก อบายมุข หรือสิ่งมึนเมา ต่าง ๆ เพราะอิทธิพลของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ค้าน้ำเมามีทุนมหาศาลครับ อาจจะ สนับสนุนผ่านการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ บ้าง เพื่อสร้างภาพลักษณ์หรืออิมเมจ (Image) ของเขาในแง่มุมที่ดี แต่ในขณะเดียวกันที่เขาแทรกซึมโดยผ่านสุรา เบียร์ ต่าง ๆ นี่นะครับ มันเป็นการบ่อนทำลายทางสังคมอย่างไม่คาดคิดแล้วก็รุนแรง ซึ่งสถิติในทางคดีที่ท่านสรุป รายงานต่อสภาแห่งนี้ก็ปรากฏชัดอยู่แล้ว ท่านทำอย่างไรที่จะประสานงาน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข หรือ สสส. เพื่อได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่องการดื่มสุรา เบียร์ และของมึนเมาอื่น ๆ
อันที่ ๕ ท่านประธานครับ ที่การบังคับใช้กฎหมายอยู่ในปัจจุบันของประเทศ ทั้ง ๆ ที่มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลายส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานหลักก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันนี้เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องมีคำสั่งหรือว่าดำเนินการ เอาจริงเอาจังกับผู้ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่สำหรับผู้ที่รับผิดชอบ เช่นเดียวกันครับ ไม่ต้องรอให้ ส.ส. ไปแถลงข่าวหรอกครับว่าบ่อนอยู่ตรงนั้น การพนันเล่นกันตรงนี้ ผมเชื่อเหลือเกิน ร้อยทั้งร้อยเลยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุก สน. เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุก สภ. ในส่วนของภูมิภาค รู้ทั้งรู้ เห็นทั้งเห็น แล้วก็รู้ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดทั้งหมดว่าบ่อนมันอยู่ตรงไหน สถานประกอบการ อยู่ตรงไหน ที่ค้าประเวณีอยู่ตรงไหน และใครเป็นคนจำหน่ายสิ่งเสพติดและของมึนเมา รู้ละเอียด ลึกซึ้ง ขออย่างเดียวว่าถ้าเกิดว่ามีการปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวดบ้านเรา จะเบาลง ขออย่างเดียวว่าส่วนราชการหรือข้าราชการบางคนที่มีหน้าที่ในการรักษาการ ตามกฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนได้เสีย หรือส่วย หรือเงินสีเทา ไม่ว่าจากบ่อนหรือว่าจากสถานประกอบการค้าประเวณี ผมเชื่อครับว่าถ้าเกิดว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติปฏิบัติตามกฎหมายและมีคำสั่งอย่างเคร่งครัดเอาจริงเอาจัง ปัญหาต่าง ๆ จะลดลง แล้วก็แนวโน้มจะลดลง
เรื่องที่ ๖ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตราบใดที่กระบวนการ หรือกลไก หรือว่าแนวนโยบายตั้งแต่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยยังไม่สามารถที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม คนรวย ซึ่งมีอยู่กระจุกหนึ่ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ยิ่งรวยขึ้น รวยขึ้น รวยขึ้น แต่คนจน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงแม้กระทั่งในการที่จะทำงานดี ๆ โอกาสดี ๆ รายได้ดี ๆ การศึกษาดี ๆ กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าตราบใดที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมยังธำรงอยู่ในสังคมไทย ในปัจจุบันเป็นปัญหาอันหนึ่งที่จะเป็นต้นตอแห่งความรุนแรงของสังคมและครอบครัว
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ การปฏิบัติตามกฎหมายไทยและการที่จะต้อง ดำเนินการตามอนุสัญญา ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัด การเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ รวมไปถึงปฏิญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรี ตราบใดที่ประเทศของเราไม่สื่อให้สากลหรือในระดับนานาชาติได้เห็นว่าเราเอาจริงเอาจัง ปฏิญญาหรือข้ออนุสัญญาต่าง ๆ เรายังไม่เป็นที่ยอมรับต่อนานาอารยประเทศแน่ แต่ถ้าเกิดว่า หน่วยงานตั้งแต่รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง รวมไปถึงหน่วยงานและองค์กร ของท่านในฐานะผู้รักษาและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นและเอาจริงเอาจัง ผมเชื่อครับรายงานครั้งต่อไปแนวโน้มสถิติ ความรุนแรงของสังคมจะลดลง และผมเชื่อครับท่านจะเป็นพลังอันหนึ่งในการที่จะชี้นำสังคม ให้ไปสู่ความสงบ ความสุข ความมั่นคง และความยั่งยืนได้ ขอเป็นกำลังใจให้ท่านด้วย ขอบพระคุณครับ
ก็น่าจะอีกสัก ๒-๓ ท่าน ท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย แล้วก็ท่านนาที ท่านสงวนนะครับ เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย การรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ กระผมได้อ่านรายงานฉบับนี้แล้วรู้สึกดีครับ แต่ว่า ในหน้าแรกนะครับ ขออนุญาตติงหน่อยนะครับ เพราะเขียนว่ารายงานข้อมูลสถานการณ์ ด้านความรุนแรงของประเทศไทย อย่างนี้ผมก็นึกถึงกำลังจะมีการก่อการร้ายกันหรืออย่างไร ถ้าไม่ได้ดูประโยคข้างล่างต่อมา เพราะฉะนั้นเวลาเขียนอยากให้เขียนให้มันครบนะครับ เหมือนกับที่ท่านได้ทำข้อมูลในรายงานฉบับนี้ได้ค่อนข้างจะดีมากทีเดียว ก็ขอให้ เป็นการเขียนว่า รายงานสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทยก็แล้วกัน นะครับ ในเรื่องของความรุนแรง กระผมเห็นว่าปัญหามีการกระทำความรุนแรงกัน แต่ว่า พอมาดูรายงานผลจากตารางที่ท่านให้ในหน้า ๑๔ นะครับ มีการรายงานความรุนแรงจาก ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๓ จะมองเห็นว่ามีอัตราความรุนแรงเพิ่มขึ้นนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๓ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก ๑๐,๐๐๐ กว่าราย จนไปจบที่ ๒๕,๐๐๐ ราย อย่างไร ก็แล้วแต่กระผมกำลังดูว่าเป็นเพราะรายงานฉบับนี้ แต่เมื่อคำนวณครับ เมื่อเทียบกับประชากร ๖๕ ล้านคน กระผมเข้าใจว่าความรุนแรงที่มี กระทำต่อผู้หญิง เด็ก และเด็กผู้ชายนี่นะครับ จะเทียบเท่ากับ ๐.๐๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของทั้งประเทศ อย่างนี้ถือว่ามีความรุนแรงมากหรือไม่ ถ้าดูแล้ว มันถือน้อยมากนะครับ และการรายงานมาอย่างนี้หรือเป็นเพราะว่ามีการตรวจพบการใช้ ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วปัญหาความรุนแรง ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ที่จริงแล้วมันมี มากกว่านี้หรือไม่ กระผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการรายงานที่เกิดจากการตรวจพบเกิดการรับรู้ รับแจ้งที่มากขึ้น จึงเห็นว่าตัวเลขมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ สาเหตุของ ความรุนแรงผมดูทั้งรายงานในบทสรุปของผู้บริหารนี้ในเรื่องของผลพวงจากการในเรื่องของ พันธุกรรมก็ดี การอบรมเลี้ยงดูก็ดี การเจ็บป่วยทางจิต ครอบครัวแตกแยกก็ดี หรือปัญหา ทางเศรษฐกิจการใช้ยาเสพติดหรือยาบ้ายาบอ หรือว่าการดื่มสุรามากเกินขนาดแล้วเมาสุรา อาละวาดทุบตีลูกเมียในครอบครัวก็ดี หรือแม้กระทั่งการเล่นการพนันไม่มีเงินก็ทะเลาะเบาะแว้ง เกิดความกดดันภายในครอบครัวทำร้ายทำลายกัน หรือว่าการแบ่งชนชั้นเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือว่าความเหลื่อมล้ำทางสังคม อันนี้กระผมเข้าใจว่าท่านได้เขียนสาเหตุของความรุนแรง มาอยู่แล้ว กระผมก็อยากจะเห็นท่านแก้ตรง ๆ เลย แก้เข้าไปตรง ๆ เลยครับ ปัญหาทางด้าน พันธุกรรมเขาพบว่าผู้ชายหรือผู้นำในครอบครัว หรือพ่อ หรือพี่ชาย มีระดับสายพันธุกรรม ที่มันมีการชอบกระทำความรุนแรง ชอบตบตีน้อง ๆ ข่มขืนภายในครอบครัวอย่างนี้ ถ้าท่านพบ ท่านก็แก้เข้าไปนะครับ หรือว่ามีความเจ็บป่วยทางจิตชอบความรุนแรงอย่างนี้ ผมว่ามันเป็น ทางแก้ที่ท่านต้องแก้ให้ถูกวิธี ในรายงานฉบับนี้น่าจะมีการรายงานและเก็บผลนะครับว่าจะมี การแก้ไขทางการแพทย์ ทางสาธารณสุข หรือว่าถ้าการอบรมเลี้ยงดูเด็กอาจจะต้องใช้ โรงเรียนอนุบาลหรือว่ามาตรการทางการศึกษาหรือทางสังคมเข้ามาช่วย หรือครอบครัว แตกแยกใช้มาตรการทางสังคมเข้ามาช่วย ลักษณะอย่างนี้อยากเห็นท่านเขียนแล้วรายงานมา แต่ละข้อควรจะแก้แบบไหนไปทางด้านไหนใช้หลักการบริหารการจัดการเข้าไปตรงๆ เลย หรือว่าปัญหาทางเศรษฐกิจมีความรุนแรงเพราะว่าไม่มีเงินใช้ก็เลยทำให้หงุดหงิด ในครอบครัว หาเช้ากินค่ำเงินไม่พออย่างนี้หมายความว่าระบบเศรษฐกิจรัฐบาลก็ต้องแก้ไข วางระบบเศรษฐกิจให้ดีทำให้ประชาชนมีโอกาสในการค้าการขายทำงานทำการ ท่านก็แนะนำ เสนอเข้ามาสิครับ อย่างนี้มันก็จะได้แก้ไขตรงประเด็น กระผมขอบคุณนะครับ เพราะว่า สาเหตุที่ท่านเขียนไว้ผมดูแล้วการติดยาเสพติดเราก็จับ ก็ปราบปรามกัน ใช้มาตรการ ทางกฎหมายเอย หรือใช้มาตรการทางสังคมเข้ามาแก้ไขกัน อย่างนี้มันก็สามารถจะชี้แจง อยากเห็นท่านทำเป็นข้อ ๆ ลงมานะครับ หรือว่าการดื่มสุรา เมาสุราอาละวาด ตบตีกัน เล่นการพนันกันทำให้ครอบครัวมีปัญหา แต่ว่าถ้าเกิดมีการแบ่งชนชาติชนชั้น แบ่งเชื้อสาย วัฒนธรรมประเพณีกันนะครับ โดยเฉพาะรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานแล้วมีการกดขี่ข่มเหง แรงงานต่างด้าว จนทำให้เกิดตัวเลขการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น การรายงานความรุนแรง เกิดขึ้นมากขึ้น อย่างนี้เราก็จะต้องแก้ไขกันให้ถูกต้อง ถูกวิธีกัน ในประเด็นนะครับ ผมเห็นประเด็นหนึ่ง ที่เห็นต่อหน้าต่อตาเลยครับ ประเด็นในความได้เห็นการฆ่ากันมาเยอะโดยเฉพาะในการเรียกร้อง ประชาธิปไตยยิงหายไปครึ่งหัวอย่างนี้นะครับ คุณวสันต์ ภู่ทอง อันนี้เป็นเรื่องของ ทางการเมืองนะแต่ไม่เกี่ยวกัน แต่ผมกำลังจะกราบเรียนว่ากฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครอง กับผู้คนในครอบครัวเพื่อลดความรุนแรง กระผมอยากจะเห็นไม่ใช่ทำเฉพาะในครอบครัว ความหึงหวงที่ผมเห็นมีการใช้ความหึงหวง เห็นผู้ชาย เห็นแฟนจีบกับผู้หญิงในระยะต้น ๆ แต่พอหึงหวงสักหน่อยครับ ตีกัน ซ้อมกัน ตีคารถครับ เลือดเต็มหน้าและบาดเจ็บกัน แต่ผู้คนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เขาบอกว่าไม่ต้อง ไม่ต้อง นี่เป็นเรื่องในครอบครัว อย่างนี้จะทำอย่างไร กระผมอยากจะเห็น การแก้ไขความรุนแรง ซึ่งท่านก็ได้เขียนมาแล้วว่าแก้ไขทางการใช้กฎหมาย ต่อไปอย่างนี้ ดีไหมครับ ผมว่าไม่ต้องไปบอกหรอกว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือจะเป็นใครต่อใครก็แล้ว ถ้าเห็นมีการตบตีกันนะครับ เตะซ้อมกันใช้ความรุนแรงกันนะครับ ผมว่าจับเลยครับ หรือผู้คน ในสังคมรู้เลยว่าอย่างนี้ต้องแจ้งจับ จับได้เลย ไม่ต้องมาบอกหรอกว่า นี่เป็นเรื่องของ ในครอบครัว นี่เป็นเรื่องของสามีภรรยากัน เป็นเรื่องของผัวเมียกัน ไม่ต้องพูดเลยครับ ถ้าเห็นต่อหน้าต่อตาก็ใส่เข้าไปได้เลย กฎหมายก็ต้องสร้างเปิดทางขึ้นมาเลยครับ ไม่ต้องมาบอกว่า ห้ามนะ อย่าไปทำนะนี่เป็นเรื่องของภายในครอบครัวไม่ต้องหรอกครับ ผมอยากให้ท่านทำ อย่างนี้นะครับ และอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เสนอทำอย่างนี้ ในการที่จะได้ระงับยับยั้ง การทำให้เกิดความรุนแรง ไม่ต้องเกิดในครอบครัวหรอกครับ หรือไม่ได้เกิดในบ้าน เกิดในครอบครัว ที่เห็นนะครับ ถ้าได้ยินเสียงจากข้างนอกก็สามารถเข้าไปชี้เลย แจ้งตำรวจมาจับได้เดี๋ยวนี้เลย ถ้ามีการกระทำความรุนแรงต่อกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างนี้ผมเห็นตัวเลขท่านรายงาน มีผู้หญิงกับเด็กผู้หญิงในการใช้ความรุนแรง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ส่วนเด็กผู้ชายแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองจากตัวเลขที่รายงานขึ้นมา ผมเข้าใจว่าถ้าเป็นอย่างนี้ สภาพสังคมเราจะต้องมีการแก้ไขไหมครับ นอกจากใช้มาตรการทางกฎหมาย และอย่างที่ผม แนะนำว่าถ้าเห็นควรจะแจ้งความไปจับได้เลย หรือเข้าไปช่วยได้เลยนะครับ ผู้ชายหรือใคร เห็นแล้วมันทนไม่ได้ มันเห็นแล้วต่อหน้าต่อตาฉันเลยนะ ฉันก็ต้องเข้าไปห้ามปรามก็ดี ไปแยกกันก็ดี เข้าไปช่วยเหลือก็ดี ต้องทำได้เลยนะครับ
ส่วนในประเด็นที่ ๒ ในการใช้มาตรการทางสังคม กระผมอยากจะเห็นท่าน ทำอย่างหนึ่ง วันนี้เกิดความรุนแรงภายในประเทศไทยเยอะแยะเลยครับ เกิดการก่อการร้าย ทั่วโลก แล้วผมว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะแยะมากแม้กระทั่งในอังกฤษเองมีการเผา ตั้งหลายเมืองเมืองใหญ่ ๆ เอ๊ะมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรความรุนแรงต่าง ๆ เหล่านี้ กระผม อยากจะเสนอให้ท่านนะครับ เรามีแนวคิดทางสังคมในเรื่องของสังคมแห่งความสุขก็มีครับ โซเชียล แฮปปี้เนส (Social happiness) ที่ท่านชอบ ในราชการหรือผู้คนตามสถาบัน ชอบจับมาวัด ดัชนีความสุขของประเทศ ดัชนีความสุขของสังคมก็มีการวัดกัน คือใช้ มาตรการสังคมนี้มาจับ แล้วอธิบายเป็นตัวเลขมาเท่าไร ๆ สูงสุด ๑๐ ให้คะแนนเท่าไร มาตรการนี้รัฐบาลนี้สังคมมีความสุขได้เท่าไร หญิงก็มีตัวเลขแรงกิ้ง (Raging) ให้เลยนะครับ หรือว่า ในเรื่องของโนว์เลจ เบส โซไซตี้ (Knowledge based Society) สังคมฐานความรู้ ซึ่งประเทศ ที่เจริญแล้วเขาวางสังคมฐานความรู้ขึ้นมานะครับ มาตรการสร้างความรู้เพื่อปูพื้นฐาน เพื่อประชาชนมีความรู้มากขึ้นครับ การใช้ความรุนแรง การกระทำต่อการใช้ความหยาบคาย ใช้ความเป็นป่ากระทำความรุนแรงต่อกันครับ อย่างนี้ถ้ามีความรู้ก็ไม่ต้องไปใช้ความรุนแรง กันนะครับ ผมอยากจะเสนอโซเชียล ออฟ เลิฟ (Social of love) สังคมแห่งความรักครับ สังคมแห่งความรักเท่านั้นที่จะแก้ วันนี้มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านถามผมว่า ท่าน ส.ส. ความรุนแรงของประเทศไทยจะแก้ได้ไหม ผมตอบทันทีแก้ไม่ได้หรอกครับ ปรองดอง สมานฉันท์แก้ไม่ได้หรอกครับ เพราะวันนี้ตั้งแง่ครับ ตั้งป้อมกันเลยครับ ไม่ยอมลงให้ต่อกัน เลยครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งนี้ก็ได้ สักพักผมก็คิดผมหันกลับไปตอบ ถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คิดอยากจะแก้นะครับ สร้างสังคมแห่งความรักสิครับ มีความรักนะครับ มีความห่วงใยครับ มีการให้ มีการเสียสละ วันนี้ผมเข้าใจว่าความรุนแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าความรุนแรง ในสังคม ความรุนแรงในทางการเมือง หรือแม้กระทั่งความรุนแรงในการค้าการขาย มีแก๊งยากูซ่า มีเรื่องของนักเลงอันธพาล ยึดพื้นที่ ครอบครองพื้นที่กันนะครับ แล้วก็ทำร้ายทำลายกันนี่ แล้วโดยเฉพาะในเรื่องของครอบครัวซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะภายในครอบครัว ความรุนแรงต่าง ๆ เหล่านี้ กระผมเข้าใจว่าต้องแก้ด้วยความรักทั้งนั้นละครับ สังคมแห่งความรักจะคือคำตอบ คำสุดท้ายนะครับ ขอให้ถ้าท่านสร้างความรักนี้เกิดขึ้นมาได้ในสังคม สร้างความรักเกิดขึ้นมา ได้ในครอบครัว เรารู้ว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วนะอีกคนจะเสียใจ อีกคนจะเจ็บปวด สำหรับความรัก ความรัก เป็นความรู้นะครับ อยากให้ท่านสอน แล้วประชาสัมพันธ์ แล้วก็รณรงค์สร้างสัมพันธ์ความรัก โดยจัดหลักการ คือให้รู้จักมีความรักต่อกัน ให้รักกันไว้ ให้ครอบครัวมีความรัก ใช้ความรัก ผูกต่อกัน คุณพ่อรักคุณแม่ คุณแม่รักคุณลูก คุณลูกรักคุณพ่อ รักคุณแม่ รักคุณปู่ รักคุณย่า รักคุณตา รักคุณยาย พอมันมีความรักขึ้นมามันฝังไปเยอะ ๆ เดี๋ยวความห่วงใยมันตามมา แล้วก็คอยที่จะคอยห่วงใย ไม่มีข้าวหาข้าวให้กิน ไม่มีเสื้อผ้าหาเสื้อผ้าให้ ไม่มีการศึกษาดี ๆ พยายามหาโรงเรียนดี ๆ ให้ ทุกอย่างประเคนให้หมดเลย การให้เป็นสิ่งที่ดี สุดท้ายให้ไปเรื่อย ๆ มีการเสียสละอยู่ตลอดเวลา เสียสละเพราะรัก เสียสละจึงให้ มีการเสียสละเกิดขึ้น นี่คือ ความสำคัญของความรัก ที่ผมเข้าใจนิยามคำนี้โซเชียล ออฟ เลิฟ หรือ เลิฟ โซเชียล (Love social) ควรจะถูกสร้างขึ้นมาแล้วนะครับ และแก้ประเทศไทยทั้งประเทศ แก้ถึงระดับครอบครัวด้วย
และในท้ายนี้ผมอยากจะฝากนิดหนึ่ง นั่งคุยกับท่าน ส.ส. อำนวย คลังผา ท่านให้ผมมา ในเรื่องของการครองเรือน ในการครองเรือนเพื่อจะเกิดความรัก เพื่อจะเกิดความมั่นคงของ สถาบันครอบครัว ท่านบอกว่ามีเรือน ๓ น้ำ ๔ ผมก็เลยถามท่านว่า เรือน ๓ นั้นคืออะไร ท่านบอกว่าเรือน ๓ ข้อ ๑ เรือนร่างเลยครับ ทำให้เรือนร่างเป็นลักษณะเรือนร่างที่สวยงาม อย่าให้มันอ้วนเกินไป หรือว่าคอยดูแลร่างกายให้สะอาดสะอ้าน อันที่ ๒ เรือนผม ไม่ปล่อยให้ ผมยุ่งเหยิง ทำผมให้สวยงาม หวีมาสวยงามเขาจะได้ดูแล้วดูดี เรือนร่างก็ดูดี เรือนผมก็ดี ทำให้ดูดี ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งนะครับ และสุดท้ายทำอย่างไรครับ ก็รักษา บ้านเรือนเรือนชาน ทำให้บ้านเรือนน่าอยู่ สะอาดสะอ้าน ที่ทางวาง ผู้คนไปมา แขกเหรื่อ เพื่อนฝูงมาเยี่ยม ดูแล้วมีความสุข มันมีความภูมิใจ ความรุนแรงในสังคม ในบ้าน ในครอบครัวจะได้ไม่เกิดนะครับ คราวนี้มาถึงน้ำ ๔ จะมีน้ำอะไรครับ น้ำมือ เขาบอกว่า น้ำมือทำอาหาร ทำให้อร่อยก็แล้วกัน ทำอาหารอร่อยเสน่ห์ปลายจวักเลยครับ นี่พี่อำนวยดีมาก นะครับสอนผมมา ผมยังไม่มีครอบครัว ผมจำไว้ก่อน ท่องไว้ก่อนเลยครับ ก็มีน้ำคำครับ พูดจาให้ไพเราะ พูดจาให้หวานเข้าไว้จะได้ไม่ต้องใช้ความรุนแรง มีน้ำอด ขอให้อดทน อยู่ด้วยกัน อยู่กันเป็น ๒ ๑ บวก ๑ เป็นหนึ่งเดียว ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวครับ อยู่กันเป็นคู่เลยครับ อยู่กันเป็นครอบครัว มีลูกมีเต้า รักกันในครอบครัว น้ำอดน้ำทนต้องมีครับ และสุดท้าย มีน้ำใจ ซื่อสัตย์ต่อกัน ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อกันครับ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีเหตุบอกนาม วันนี้ครับ นามสกุลครับ ผู้หญิงก็นามสกุลหนึ่ง ผู้ชายก็นามสกุลหนึ่งเลือกได้ครับ เลือกได้อย่างไร แต่สุดท้ายแล้วทำไปทำมาบอกทรัพย์สิน สินทรัพย์ ผู้ชายหามาทาง ผู้หญิงหามาทาง อยู่ร่วมกัน ๒ คน ยังแบ่งกันทางกฎหมายก็แบ่งกัน ผมว่ามีน้ำใจต่อกันดีกว่า อะไรที่ครอบครัวหามาได้เป็นของกันและกัน ช่วยกันดูแล สุดท้ายขอฝากนะครับ ผมเชื่อ อยู่อย่างหนึ่งครับ ผู้ชายกลัวเมียจะรวยทุกคนครับ ขอบคุณครับ
ท่านนาที รัชกิจประการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทยตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๕๓ ซึ่งสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้นำรายงานเสนอต่อสภาในเหตุการณ์ที่สถานการณ์ ด้านความรุนแรงจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันความรุนแรงก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีคำว่าลดลง เพราะฉะนั้นวันนี้รายงานต่าง ๆ ที่ทางสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้นำมาเสนอ โดยเฉพาะตัวดิฉันเองซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสตรีประจำจังหวัดพัทลุง รวมถึงประธานสมัชชาสตรีด้วยได้มีโอกาสที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ไปดูแลติดตามปัญหาต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุงด้วย ก็จะเห็นว่าตอนนี้ปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเด็ก และสตรี ดังที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งสำคัญ วันนี้ความรุนแรงเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องจะเกิดขึ้นในบ้านเราอย่างเดียว เรามีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก แล้วก็อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ในทุกรูปแบบ ที่เราจะต้องนำรายงานเหล่านี้ไปนำเสนอต่อต่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้น ปัญหาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นปัญหาที่สำคัญที่ทางประเทศไทยเราต้องเลือกความสำคัญ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะเห็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่วันนี้ ๒ วันที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปสัมมนาที่พัทยา เพิ่งกลับมาเมื่อกี้ค่ะ เราสรุปได้จริง ๆ แล้วนี่ ส่วนใหญ่ ปัญหาได้เกิดขึ้นจากสถาบันครอบครัว จะเห็นว่าในคำจำกัดความในเอกสารรายงานที่ท่าน ได้พูดถึงนะคะว่าสถาบันครอบครัวประกอบด้วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ทั้งเด็กด้วย แล้วก็ คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะฉะนั้นความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นมันก็จะรวม ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส คู่สมรสเดิมที่เคยอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยมิได้ จดทะเบียนสมรส รวมทั้งบุตร บุตรบุญธรรม สมาชิกในครอบครัว รวมทั้งบุคคลอื่น ๆ ที่ต้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันด้วย อันนี้หมายถึงว่าเป็นบุคคลในครอบครัว ซึ่งในประเทศไทย จะเห็นว่าเรามีเป็นพหุสังคม เพราะฉะนั้นในครอบครัวของเราค่อนข้างจะเป็นครอบครัวใหญ่ ก็ค่อนข้างแตกต่างกันกับต่างประเทศ ต่างประเทศลักษณะครอบครัวเขาจะเป็นครอบครัวเดี่ยว เสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ประเทศไทยเราเป็นครอบครัวที่ใหญ่ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เรายัง อยู่ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือแม้แต่เด็ก เพราะฉะนั้นการอยู่รวมกันบางครั้ง ก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ ก็คือเกิดความอบอุ่นกับครอบครัว แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นส่วนที่ดีนะคะ อย่างเช่นปัญหาที่เกิดในเรื่องของพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงที่มีการข่มขืนซึ่งเราจะเห็นข่าวรายวัน เพราะฉะนั้นในฐานะที่ดิฉันเองได้มีส่วนร่วมกับการที่ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์กับบทบาทสถาบันครอบครัว ก็อยากเสนอแนวคิดในเรื่องของ หลักศาสนา ซึ่งตัวดิฉันเองก็ได้จบด้านนี้ด้วย หลักศาสนาที่สำคัญที่อยากจะขอเสนอก็ในเรื่องของ ทิศ ๖ ทิศ ๖ เรามีทั้งหมด ๖ ทิศ และสำคัญ ๆ ๒ ทิศก็คือ ทิศเบื้องหน้าแล้วก็ทิศเบื้องหลัง ซึ่งได้พูดถึงบทบาทหน้าที่ที่เราพึงปฏิบัติต่อกัน โดยเฉพาะทิศเบื้องหน้าการปฏิบัติต่อกัน ระหว่างบุตร ระหว่างบิดามารดา วันนี้บทบาทหน้าที่ตรงนี้เราหายไป จะเห็นว่าปัญหา ที่เกิดจากสถาบันครอบครัวส่วนใหญ่ ถ้าเรารู้บทบาทหน้าที่ดิฉันว่าหลาย ๆ สิ่ง ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่เกิด เพราะฉะนั้นวันนี้ทำอย่างไรให้บทบาทหน้าที่ระหว่างพ่อแม่แล้วก็ บุตรที่จะให้เกิดการมีส่วนร่วมในครอบครัว ถ้าเมื่อไรที่ครอบครัวอบอุ่น สถาบันครอบครัว อบอุ่น พ่อเองรู้ว่าบทบาทหน้าที่ของตัวเองมีอะไร ตัวแม่เองรู้บทบาทหน้าที่มีอะไร ในขณะที่ ลูกเองก็รู้บทบาทหน้าที่ตัวเองตรงนี้ ดิฉันคิดว่าทั้ง ๓ ส่วนนี้ ในทิศเบื้องหน้าแล้วก็ทิศเบื้องหลัง ถ้าสมมุติว่าเรารู้บทบาทหน้าที่ตัวเราเอง ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็คงจะลดน้อยลง เคพีไอ (KPI) ตัวชี้วัดต่าง ๆ ก็คงจะลดลง รวมถึงทิศเบื้องหลังด้วยนะคะ คือการปฏิบัติต่อกันระหว่างสามี กับภรรยา จะเห็นว่าหลาย ๆ ส่วนก็เกิดขึ้นจากบทบาทหน้าที่ของสามีภรรยาเหมือนกัน ในเรื่องของการปฏิบัติต่อกันสามีภรรยา ซึ่งส่งผลต่อเด็กแล้วก็ต่อลูกของเราที่มีผล จะเห็นว่า เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันครอบครัวแตกแยกก็มีผลถึงการกระทำความรุนแรงต่อครอบครัว ซึ่งมีผลต่อเด็กในวันนี้ดิฉันก็เลยอยากจะขอเสนอทิศ ๖ ซึ่งทั้งหมดมี ๖ ทิศ เมื่อกี้ตามที่ ได้กล่าวแล้วก็คือทิศเบื้องหน้า บทบาทหน้าที่ การปฏิบัติต่อกันของบุตรแล้วก็บิดามารดา ทิศเบื้องหลังก็คือการปฏิบัติต่อกันระหว่างสามีแล้วก็ภรรยา ส่วนอีก ๔ ทิศ ทิศเบื้องขวาก็เป็นการปฏิบัติต่อกันระหว่างศิษย์กับอาจารย์ก็ขอฝากด้วย ไหน ๆ ขึ้นมากล่าวแล้วนะคะ สำหรับทิศเบื้องซ้ายก็เป็นการปฏิบัติต่อกันระหว่างเพื่อนกับมิตรสหาย ทิศเบื้องบนก็คือฆราวาส ระหว่างฆราวาสกับสมณะ และสุดท้ายก็คือทิศเบื้องล่าง ระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง แต่วันนี้ดิฉันขอเน้นแล้วก็ขอเสนอแนะ ๒ ทิศค่ะ คือทิศเบื้องหน้าและ เบื้องหลัง กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมขอแสดงความคิดเห็นต่อรายงานฉบับนี้เพราะว่าที่ผมจะ เสนอความคิดเห็นเพราะผมคิดว่ามันน่าจะไปดูถึงจุดว่าจบรายงานแล้วท่านรับอะไร ไปดำเนินการอย่างไร ผมดูว่าอ่านโดยตลอดแล้วอ่านใหม่ ๆ นะครับท่าน ท่านประธานครับ อ่านดูแล้วแปลกใจว่าทำไมรายงานอย่างนี้ รายงานแค่นี้ แต่พอไปดูภาคผนวกในมาตรา ๑๗ ถึงได้รู้ว่าได้รายงานตามกฎหมาย ในส่วนที่ท่านเขียนไว้บอกว่ารายละเอียดของแผนภูมิต่าง ๆ ในนี้ก็บอกว่าสถานที่ ๖ ที่เกิดความรุนแรง ต่อไปลำดับที่ ๑๕ ก็บอกว่าเวลาที่เกิดความรุนแรง มากน้อยก็เขียนลงมา ก็เสมือนว่าทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่ได้อ่านโดยละเอียดแล้วผมว่า ทั้งฉบับนี้หน้าที่ต้องศึกษาคือหน้า ๒๑ หน้า ๒๒ ผมขอบคุณมาก ท่านใช้ภาษาได้ดีแล้วก็ ระมัดระวังก็ถือว่าการเขียนอย่างนี้ถือเป็นการเคารพผู้อื่น แต่ว่าสาระของหน้า ๒๑ หน้า ๒๒ ผมถือว่าเป็นสาระที่รุนแรง ที่ท่านเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ ในรัฐสภาของเราท่านต้องเสนอต่อ สภาสูงด้วย ผมคิดว่าหน้า ๒๑ หน้า ๒๒ นั้นบอกเราว่าการออกกฎหมายใน พ.ศ. นั้น มันสร้างความยากลำบากให้กับคนใช้กฎหมายกับคนที่กำกับดูแล เพราะว่าเขียนกฎหมาย แล้วท่านบอกว่า ๑๘ มาตรา ท่านเขียนไว้ในหน้า ๒๑ ว่าต้องตีความทุกมาตรา ก็แสดงว่า เขียนไว้ไม่ชัดเจน ผมอยากจะให้พวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ผมอยากกล่าวถึงท่านท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายคือท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ ท่านได้พูดว่ากฎหมายของไทยน่าจะต้องมี ฟุตโน้ต (Footnote) แล้วกระมัง เพราะมันตีความกันเหลือเกิน เขียนจนกระทั่งว่าใครมาทีหลัง ตีความเกินกว่าเจตนาที่เขียนด้วยซ้ำไปก็มี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อท่านเขียนอย่างนี้ท่านรับฟัง พวกเราไปแล้วน่าจะต้องเสนอแก้ไขกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น หากการรับทราบรายงานนี้จบจะมี กฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งสอดคล้องต้องกันเรื่องการแก้กฎหมายอาญาว่าด้วยอายุให้ชัดเจนเรื่องอายุ ของสตรีผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ท่านเชื่อไหมครับ บางคนติดนิดเดียวด้วยเพราะว่า คุณโตเกินวัยเห็นไหมครับ ถ้าเราเขียนแบบกฎหมายยาเสพติด บทสันนิษฐานมี ๑๕ เม็ด ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าขายใช่ไหมครับ มันรุนแรงนะครับ มันชัดเจน อันนี้ก็เหมือนกันครับ ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตราทั้งหมด มันต้องตีความทั้งนั้นเลยและการตีความมันจะเอื้อประโยชน์ ให้กับความสัมพันธ์ทางสังคมของคนตีความกับคนถูกลงโทษ กฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านได้อ่าน หมายเหตุท้ายฉบับ มันชัดว่ามันคุ้มครองสถาบันครอบครัว มันชัดตรงนี้นะครับ เป็นกฎหมายใหม่ ฉบับแรกแล้ว มันบังคับโดยกฎหมายว่าท่านต้องรายงานต่อสภาสภาเราไม่ใช่เพียงรับฟังต้อง ดูความผิดพลาดของเราด้วยว่ามันเป็นอย่างไร ท่านอ่านหน้า ๒๒ นะครับ คำพูดที่ท่านใช้ ผมว่าน่าชมเชย ท่านบอกว่ากลไกในการปฏิบัติงาน เช่น ตำรวจ ผมชมเชยตรงนี้นะครับ อาจไม่มีความรู้ ท่านไม่ได้ด่าเขา แต่ว่าอาจไม่มีความรู้ แล้วสำทับด้วยว่าหรือมีความรู้ความเข้าใจ แต่ไม่ตระหนักต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อครอบครัว นี่เป็นสาระสำคัญของหนังสือฉบับนี้ ทั้งฉบับ ผมคิดว่าทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องอะไร ผมจะพูดต่อไปนี้จะไม่หยิบหนังสือฉบับนี้ขึ้นมาอีก จะพูดเผื่อว่าถ้าท่านจะแก้กฎหมายนี่มันจะทำอย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นวิธีคิดและวิธีทำงาน ของสังคมเรา วิธีคิดกำหนดวิธีทำงาน วิธีคิดมันจึงกำหนดไว้ในสาระสำคัญของกฎหมายที่เรา ตั้งใจจะเขียนขึ้น เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ต้องการคุ้มครองครอบครัวและบุคคล การกระทำความรุนแรงในครอบครัวถือว่าเป็นความผิด แต่ก็ยังคิดว่าสถาบันครอบครัวนี่ ควรจะต้องคุ้มครอง ท่านครับ ทั้งหมดนี้มันจึงเป็นการบันทึกสถานการณ์ เป็นบันทึก ปรากฏการณ์เท่านั้นเอง ซึ่งมาตรา ๑๗ ต้องเพิ่มเข้าใจถึงสาเหตุแห่งปรากฏการณ์นั้นท่านคิดว่า มันคืออะไร ในนี้ต้องมีครับ ทำไมหรือครับ เพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมนี้มันมีธาตุแท้ ของปัญหาทั้งสิ้น ถ้าเราไม่สามารถที่จะรู้ถึงธาตุแท้ของปัญหาเราก็แก้ปัญหาไม่ได้นะครับ ปรากฏการณ์นี้มันมีความพร้อมของมันมันก็เกิดขึ้น เดี๋ยวมีความพร้อมก็เกิดขึ้นอีก ท่านเห็นไหมครับ ว่ามันมีสถานที่และเวลาแต่มันจะซ้ำ ๆ ขึ้นมาว่ามันมีความถี่ นั่นแสดงว่ามันมีองค์ประกอบ เกิดขึ้นแล้วมันถึงได้เกิดใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเจอปรากฏการณ์ท่านเองจะต้อง ถอดกฎกุมข้อมูลให้ชัด แล้วชี้นำสังคมว่ามันเกิดขึ้นจากอะไรโดยการประเมินของท่านนี่ อาจจะไม่ถูกก็ได้ แต่สภานี้จะเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าท่านเข้าใจผิด หรือเข้าใจเหมือน หรือเข้าใจต่าง นี่เป็นประเด็นแรก ท่านจับคู่ความขัดแย้งอย่างนี้นะครับ เมื่อเจอปรากฏการณ์ท่านต้องหา ธาตุแท้ของมันให้ได้ อันนี้เป็นอันที่ ๑
อันที่ ๒ ข้อกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายกับข้อเท็จจริงทางสังคมตัวนี้ มันมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด วันนี้อย่าหวังว่าผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้ใช้กฎหมายคือ เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมนี่จะเข้าใจในกฎหมาย ทุกคนในสังคมไทยสำคัญผิดคิดว่า ตัวเองเป็นกฎหมายทั้งสิ้น ในสภาแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์ขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน อาจารย์ ผู้สอนกฎหมายในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งท่านเป็นสมาชิก ผมไม่สามารถจะเอ่ยชื่อท่านได้ กับสมาชิกอีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นอดีตครูประชาบาลโต้กันด้วยข้อกฎหมาย ในที่สุดหลังจาก จบการประชุม ในที่ประชุมนะครับ อาจารย์สอนกฎหมายพูดนี่เหมือนกันเป็นเรื่องจริง ทั้งหมด เพราะที่ท่านพูดมันคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ว่าคนที่เป็นครูประชาบาลพูดนั้นเขาอ่าน กฎหมาย และเขาเอาข้อเท็จจริงของสาระสำคัญของกฎหมายมาพูด เพราะฉะนั้นมันเลย เกิดการวิวาทะขึ้น ในที่สุดถึงได้ถึงบางอ้อว่าคนจำนวนมากที่สอนกฎหมาย ที่ใช้กฎหมายอยู่ใน กระบวนการยุติธรรมนี่สำคัญเข้าใจว่าตัวเองนี่คือกฎหมาย ไม่ได้ดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ของจริงมันเป็นอย่างไร วันนี้กฎหมายของเราเป็นอย่างนี้ทั้งหมด ถึงได้มีการเติมความคิด เข้าไปในกฎหมายแล้วก็ทำให้สาระมันเปลี่ยนแปลงไป
ท่านครับ เรื่องต่อไปผมจะพูดถึงเรื่องการปฏิบัติการเชิงรุกในการทำงาน ของพวกท่าน ในมาตรา ๑๗ นั้นจะต้องเขียนสาระสำคัญแห่งนี้ไว้ว่าท่านจะปฏิบัติการเชิงรุก ให้เห็นธาตุแท้ของปัญหาอย่างไร แล้วท่านก็ต้องรายงานต่อสภาด้วยว่าท่านเห็นปัญหานี้ จากสาเหตุอะไร ๆ วันนี้ปฏิบัติการเชิงรุกของท่านจะส่งผลอะไรบ้าง จะทำให้องค์กรอื่น ที่เอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้ได้ทำงานเพื่อสังคมบ้าง ผมยกตัวอย่าง สสส. เอาเงินภาษี ไปใช้ แต่วันนี้เงินประกันสังคมที่โรงพยาบาลเข้าไปยังต้องแบ่งให้โรงพยาบาลไปโฆษณา ไปให้ความรู้กับประชาชนอีก ไปทำทำไม เห็นไหมครับ สสส. ต้องเอาเงินของเขามารับใช้ ความรุนแรงเหล่านี้ด้วยว่าเขาควรจะให้การศึกษาใครที่ไหน อย่างไร เมื่อไร ผมยกตัวอย่างอันหนึ่งครับ หน่วยงานหนึ่ง ๆ เอาเงินภาษีประชาชนไปคิดข้ามคนอื่นหมดเลย นะครับ เมื่อกี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดถึงโรงเหล้า โรงเหล้าวันนี้โฆษณาในกีฬาเมืองไทย ไม่ได้เลยนะครับ หลายบริษัทต้องไปซื้อเอาตราของตัวเองไปติดเสื้อเมืองนอกทีละ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท แล้วเราถ่ายทอดสดมา แล้วคุณแก้ปัญหาอะไร เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้ต้องใช้เพื่อกฎหมายฉบับนี้ด้วย ทำไม เดี๋ยวผมจะพูดต่อ ท่านครับ ก่อนจะพูดเรื่องความรุนแรงทางวัฒนธรรมที่ถูกกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมนี่ ผมขอพูดเรื่องคู่ความขัดแย้งก่อน วันนี้ท่านครับ เราเป็นสังคมพุทธ พูดดีเหลือเกิน งดงาม มาก ไม่ต้องไม่มีบ่อน วันนี้บ่อนเต็มเมืองครับ แต่มีหวยได้และมีหวยการกุศลด้วย ก็นั่น หมายความว่าวันนี้เรามีการพนันเพื่อการกุศลด้วยใช่ไหม วาทกรรมเหล่านี้มันเป็นจินตนาการ ของคนกลุ่มหนึ่งที่เข้าใจว่าตัวเองนี่ครอบงำสังคมโดยความคิดของตัวเองได้ วันนี้มันไม่ใช่ สื่อสาธารณะมันไปไกลกว่านั้นแล้ว โสเภณีไม่ควรมี การทำแท้งเสรีไม่ควรเกิด เห็นไหมครับ มีครั้งหนึ่งผมประชุมอยู่ในห้องกรรมาธิการคณะกรรมาธิการหนึ่งมีการพูดเรื่องกฎหมาย ทำแท้ง คนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายทำแท้งกับคนที่ต้องการทำแท้งมาร้องไห้ว่าเขาจำเป็น เขาไม่รับนี่ เขารับไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นกับเขา ทุกคนไม่มีใครให้คนนั้นไปทำแท้งเสรีได้เลย เพราะผิดจรรยาบรรณ แต่ในที่สุดเด็กผู้หญิงคนนั้นถามว่าถ้าหนูคลอดออกมาใครจะเลี้ยง คนต่อต้านไม่มีใครพูดได้เลย นั่นหมายความว่าความขัดแย้งของการต่อสู้ความคิดทางสังคม มันเกิดกระบวนการที่ว่าทำซ้ำ ๆ จนเป็นผลผลิตใหม่ แล้วผลผลิตใหม่ทางความคิดของ วาทกรรมทางการเมืองทั้งหลายก็มาครอบงำสังคมของเราจนกระทั่งบี้แบนอยู่ขณะนี้ วันนี้ บ่อนบ้านเราไม่มีนะครับ แต่บ่อนชายแดนนี่คนไทยไปเล่นเพียบ ทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ไปหมด แต่บ้านเขาเด็กก็เข้าไม่ได้ ผู้ชาย ผู้หญิง เข้าไม่ได้ เข้าไปก็เล่นไม่ได้ ใครฉลาดกว่ากัน ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งว่าคนฉลาด ๒ คนคุยกัน อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ที่ฉันเขียนนี่ ที่ฉันพูดนี่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด ถูกต้องที่สุด ณ ขณะนี้ทุกมหาวิทยาลัย เป็นอย่างนี้ เพราะอะไรครับ สอนนักเรียนคนไหน ๆ นักศึกษากลุ่ม ๆ ไหน ก็ตอบเหมือนฉันหมดละ ท่านเห็นไหมครับอาจารย์ ผมไปถามนักเรียน นักเรียนก็บอกว่าถ้าอาจารย์คนนี้สอนจะต้อง ตอบอย่างนี้ ถ้าอาจารย์คนนี้สอนเรื่องนี้ต้องตอบอย่างนี้ ตอบทำไมครับ ถ้าตอบอย่างอื่น ไม่ได้คะแนน ถามว่าคน ๒ กลุ่มนี้เราจะเอาความฉลาดให้ใคร ถ้าสังคมเราเป็นอย่างนี้นะครับ กฎหมายฉบับนี้ต้องปรับปรุงอีกเยอะ เขียนแล้วให้มันดิ้นไม่ได้เลย ท่านครับ กีฬาอาชีพ เมืองนอกนี่มันคู่กับการพนันนะครับมีคู่กับโต๊ะบอลเลยครับ วันนี้กีฬาอาชีพของเราไม่มี โต๊ะบอลทำอย่างไร ไปเปิดชายแดน อยู่ไม่ได้ สตง. ตรวจวุ่นไปเลย เพราะว่าท้องถิ่นเอาเงิน ไปลงทุนไปช่วยตรงนั้น เป็นบริษัทเอกชนช่วยไม่ได้ พูดเรื่องนี้ทำไมมันเกี่ยวกับกฎหมาย มีกฎหมายเกี่ยวกับรายงานตรงไหน กำลังพูดว่าการผิดฝาผิดตัวมันเกิดขึ้นในสังคมเรา ซ้ำแล้วซ้ำอีก ท่านครับ เสียดายที่ผมไม่ได้เตรียมเอกสารที่ผมค้นคว้าวิจัยเรื่องนี้มา
ผมจะพูดเรื่องสุดท้าย ความรุนแรงที่สุดที่เกิดกับสตรีและเด็ก เกิดจาก กระบวนการกล่อมเกลาทางการเมือง ทางวัฒนธรรม ทางสังคม เกิดการกดขี่ทางวัฒนธรรม ของจักรพรรดินิยมภายใน ศูนย์กลางคือกรุงเทพฯ กดขี่ภาษาที่เป็นภาษาท้องถิ่นนี่ ทั่วประเทศ เกิดความรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่กี่วันก่อนวันวาเลนไทน์ (Valentine) ท่านประธาน ผมได้อยู่ดูรายการหนึ่งผมตกใจครับ ออกกลางคืนง่วงก็ง่วงครับ พอได้ยินพิธีกรพูดเรื่องนี้ขึ้น ผมตาสว่างครับ เขายกตัวอย่างเรื่องเสื้อผ้า ยกเสร็จแล้วเขาบอกว่า อย่างไรครับ พูดกันหัวเราะตลก บอกว่าอย่างไร บอกว่าก็ใส่เสื้อคออย่างนี้ก็เหมือนกับเรา ไปนอนกับผู้ชาย ไปนอนบ้านอื่นมากับผู้ชาย รุ่งเช้าไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนก็เปลี่ยนคอเสื้อนี้มาใส่ ก็ดูสวยดี ฟังแล้วไม่ได้คิดครับ แต่คุณกำลังจะบอกให้เด็กที่ฟังเรื่องนี้ที่ไปเปิดซ้ำตอนเช้าด้วยว่า การไปนอนกับผู้ชายคนอื่นนี่มันไม่ผิด เห็นไหมครับ เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครพูด ไม่มีใครคิดเท่าไร วันนี้ผมคิดว่าอยากจะให้พวกเราที่เป็นคนอยู่ในกรอบของการทำงานซึ่งเป็นมันสมองของชาติ ทั้งหลายนี่ อย่าได้ใช้ อย่าได้ทำลายภาษาท้องถิ่น วันนี้คนภาคเหนือกับคนภาคอีสาน นี่เจ็บปวดมาก ถ้าการต่อสู้ทางการเมืองที่ทำลายล้างกันนี่ ยกระดับเป็นการดูถูกวัฒนธรรม ท้องถิ่นความรุนแรงจะเกิดขึ้นไม่ว่าหญิง ว่าชาย ว่าเด็ก วันนี้ภาคเหนือนะครับ ภาษาสุภาพ ที่สุดของภาคเหนือของผมนี่ กลายเป็นคำหยาบโลนของภาคกลางแล้วพูดเยาะเย้ยถากถาง อย่างเมามัน บ้านผมนี่เอาของไหม เอาไหม ไม่เอา เอาไม่เอา เป็นภาษาสุภาพมาก แต่วันนี้ กลายเป็นเรื่องเซ็กส์ (Sex) ของคนภาคกลางแล้วเอาไปกดหัวคนทั่วประเทศ ระวังให้ดีจะไม่มี ถนนเดินครับ ความรุนแรงเหล่านี้บางคนไม่เข้าใจ การทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่นนี่อันตรายมาก อย่าให้เกิด ทุกคนเข้าใจว่าเกิดความสูญเสียความเป็นมนุษย์การตอบโต้จะรุนแรงและป่าเถื่อน อย่างที่คนไม่เคยคิดก็แล้วกัน ผมพูดทั้งหมดนี่ ผมอยากจะเห็นรายงานอย่างนี้ แล้วท่านไปลอง สรุปหน้า ๒๑ หน้า ๒๒ ในทัศนะของท่านเพื่อต้องการแก้ปัญหาสังคมนี่ แล้วมานำเสนอ ในคราวหน้า หากผมมีโอกาสอยู่ในสภานี้ หรือสภามีอายุยืนถึงวันนั้น ผมจะอ่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วผมเข้าใจว่าที่ผมพูดนี่ ผมมีเจตนาเพียงอย่างเดียว อยากจะให้เห็นความรุนแรงที่ไม่ได้เกิด จากการกระทำโดยตรง ที่เป็นรูปธรรมที่มองเห็น ผมเห็นว่าความรุนแรงที่สุดในขณะนี้คือ การทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ย่อยยับ กระบวนการตั้งรับที่แข็งแรงนี่คืออะไร ท่านประธานครับ คือให้วัฒนธรรมท้องถิ่นลุกขึ้นมาตอบโต้วัฒนธรรมส่วนกลาง ให้คนภูมิใจในการเป็นคนในถิ่นนั้น เราไปเที่ยวเมืองจีนนี่ ชนชาติว้าเขาจะบอกเลยว่าในอดีตญาติของเขา บรรพบุรุษของเขานี่ ทำนาทีหนึ่งก็ไปไล่ตัดคอคน แล้วเอาคอคนมาแช่น้ำ เข้าใจว่าจะได้ปุ๋ยได้อะไร บูชาเทพเจ้า แล้วข้าวมันจะดี เขาบอกว่าเขามาจากคนพวกนั้นเขาภูมิใจ แต่วันนี้คนบ้านผมบางตำบลไม่กล้าบอก แม้แต่ว่าผมเป็นคนก้อ บ้านก้อ ตำบลเล็ก ๆ ไม่กล้าบอกเพราะอะไรครับ เพราะเขาถูกมองว่า เขาเป็นคนชั้น ๒ เหมือนกันครับกรุงเทพมหานครไม่ได้ใหญ่ที่สุด กรุงเทพมหานครคือส่วนรวม ของทุกที่ เมื่อไรกรุงเทพมหานครคิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุดนี่ ก็จะไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก พ.ศ. ๒๔๑๑ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านบัญญัติ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยองครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้เป็นตัวแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มานำเสนอรายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ในปี ๒๕๕๓ ตามมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่างที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้เรียนแล้วครับ ว่าในรายงานของท่านนี่ที่ปกหน้า ก็อยากจะให้ปีต่อไปได้แก้ไข เพราะเขียนว่ารายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรง ของประเทศไทยนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องการเมืองไปนะครับ ที่ถูกต้องน่าจะเป็นเรื่องของ สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทย ตามมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. ดังกล่าว เนื่องจากรายงานนี้เป็นปีที่ ๒ เท่าที่ผมอ่านคำนำ ก็เห็นความสมบูรณ์พอสมควร เพื่อประหยัดเวลาในการอภิปรายในสภานะครับ หลายท่านก็ได้พูดคุยในเรื่องของเนื้อหา สาระแล้ว ผมขอที่จะเพิ่มเติมในส่วนที่เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้พูดถึงก็คือรูปแบบการพัฒนา รายงานในปีต่อไปนะครับ
เนื่องจากเป็นรายงานในปีที่ ๒ ก็อยากจะให้ท่านได้นำความเปรียบเทียบ ในปีที่แล้วมาเปรียบเทียบเป็นลักษณะของการเปรียบเทียบในปีต่อ ๆ ไปด้วย แล้วก็ในปีต่อ ๆ ไป ก็ฝากข้อสังเกตในประการที่ ๑ นี้ว่าให้นำรายงานตั้งแต่ปีเก่าที่สุดจนถึงปีล่าสุดเปรียบเทียบ เป็นตารางหรือนำเสนอเป็นกราฟให้พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ออกกฎหมายนี้ได้ทราบด้วยนะครับ อันนี้ขอฝากไว้เลยทีเดียว
แล้วก็ประเด็นที่ ๒ รายงานนี้เสมือนหนึ่งว่าสำนักงานกิจการสตรีและสถาบัน ครอบครัวเป็นผู้รายงาน ครม. และรายงานสภาผู้แทนราษฎรเสียเอง ขาดความเชื่อมโยง ความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มารายงานต่อ สภานะครับ ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. นี้ต้องการให้รัฐมนตรีมารายงาน แต่ว่า ในรายงานนี้เสมือนหนึ่งเป็นรายงานของกรมหรือกองใดกองหนึ่งเท่านั้นเอง ท่านดูในคำนำสิครับ คำนำนี้เป็นคำนำจากสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ธันวาคม ๒๕๕๔ นะครับ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงให้รัฐมนตรีได้รู้ว่าอันนี้ได้ผ่านตารัฐมนตรี ควรอย่างยิ่งที่จะมีคำปรารภ ของรัฐมนตรีอยู่ในนั้นด้วย ควรจะมีรูปรัฐมนตรีอยู่ด้วย และเชื่อมโยงจากโครงสร้างองค์กร ของกระทรวงของท่านว่าโครงสร้างกระทรวงของท่าน จากรัฐมนตรีไปถึงหน่วยงานสำนักงาน กิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเป็นมาอย่างไร และมีผู้รับผิดชอบที่เป็นตัวเป็นตนอย่างไร นะครับ มีหลายหน่วยงานที่มารายงานที่สภา เราเห็นรูปแบบอย่างนั้นนะครับ แต่หน่วยงาน ของท่านดูเหมือนว่าจะเป็นรายงานทางวิชาการเสียมากไปหน่อยนะครับ ผมอยากจะให้ท่าน ได้คิดคำนึงตัวนี้ด้วย แม้ว่าในมาตรา ๑๗ ของ พ.ร.บ. นี้จะเขียนไว้สั้นและกระชับเฉพาะสิ่งที่ท่าน รายงานนะครับ แต่ผมอยากจะให้ท่านคิดคำนึงถึงความเป็นสภาผู้แทนราษฎรและ ครม.
อีกเรื่องหนึ่งก็อยากจะให้ท่านได้แจ้งเราด้วยว่าการรายงานต่อ ครม. และสภา ได้รายงาน ครม. ไปเมื่อไร และ ครม. ได้ทำความเห็นไว้อย่างไรบ้าง แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎร ก็จะได้รับทราบว่ามีสิ่งใดที่สภาผู้แทนราษฎรสมควรที่จะเรียนรู้จากท่านแล้วก็นำมาปรับปรุง เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณและความช่วยเหลือต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในรายงานฉบับนี้เลยก็คือเรื่องงบประมาณนะครับ สักบาทเดียวก็ไม่มีพูดถึงนะครับ หลักการบริหารนั้นผมว่านอกจากบริหารงานแล้วต้อง บริหารเงิน บริหารบุคคล ท่านขาดแคลนสิ่งใดในองค์กรท่าน ดูเหมือนท่านจะเก็บไว้แต่ผู้เดียว ท่านไม่บอกสภาผู้แทนราษฎรเลยว่าหน่วยงานของท่านนี้มีความเดือดร้อนอย่างไร ขาดแคลน อย่างไร ก็จะไม่ได้พูดถึงนะครับ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกใจดีพูดว่างบประมาณที่จัดให้นี่อยากจะ เพิ่มให้ เติมให้ แต่ไม่มีต้นตอว่าท่านได้อาราธนาไว้เลยนะครับ ไฉนเลยสภาผู้แทนราษฎร โดยกรรมาธิการงบประมาณจะได้จัดให้ท่านได้ในโอกาสต่อไปนะครับ ท่านควรที่จะได้สรุปว่า มีแผนงบประมาณหรือการใช้งบประมาณอย่างไร และมีแผนงานอย่างไรเข้าไปด้วยนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ในปีต่อไปที่ผมอยากจะถือโอกาสนี้กราบเรียนกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะครับ
แล้วก็ในเรื่องการประสานงาน แน่นอนครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการส่งเสริม ความมั่นคงในครอบครัวที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง ความรุนแรงนั้นเสมือนหนึ่งเป็นไข้ ที่บ่งบอกว่าสังคมได้พัฒนามาจนกระทั่งเกิดวิปริต วิปลาสไปจนมีความรุนแรงในครอบครัว ส่วนใหญ่ก็เป็นความรุนแรงจากคนที่รู้จักกันในครอบครัวทั้งนั้นละครับ เรียกว่ายิ่งรักมาก ก็ยิ่งแค้นมาก ก็เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะสามีภรรยาและบุตร หรือเป็นคู่รักเก่านะครับ จากการศึกษา เพราะฉะนั้นในเมื่อกฎหมายนี้เป็นเรื่องของกฎหมายเพื่อครอบครัว ผมเชื่อว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์คงไม่ใช่เป็นกระทรวงเดียวที่ไป รับผิดชอบเรื่องของความมั่นคงในครอบครัว แน่นอนครับ ต้องเชื่อมโยงกับอีกหลาย กระทรวงด้วยกัน แต่อยากจะให้ท่านนำเสนอให้เห็นภาพการบูรณาการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ กับกระทรวงอื่น ๆ ซึ่งมีหัวโต๊ะคือนายกรัฐมนตรีนะครับ เช่น กระทรวงยุติธรรม มีการเกี่ยวข้องอย่างไรเรื่องของการคุมประพฤติ เรื่องของการพิจารณา วินิจฉัยลงโทษต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงอย่างไร มีบูรณาการอย่างไร เรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ ๆ ท่านก็เอ่ยขึ้นมาว่าตำรวจอาจจะไม่ค่อยเข้าใจบางสิ่งบางอย่างอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไว้ ซึ่งผมคิดว่าท่านกล้าหาญพอที่จะนำเรียนตรงนี้นะครับ แล้วในส่วนนี้กระทรวงของท่านได้มี การประชุมปรึกษาหารืออย่างไร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตรงนี้แทนที่จะเป็นการนำเสนอ ขึ้นมาลอย ๆ ผมอยากจะให้ทางหน่วยงานของท่านได้ให้พวกเราได้มองเห็นทะลุเข้าไป ในองค์กรของท่านถึงเรื่องของการบริหารจัดการหรือแมนเนจเม้นท์ (Management) ในหน่วยงานของท่านด้วย เพราะว่าผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ไม่ใช่สำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัว คือรัฐมนตรีครับ ผมมองดูว่าท่านจะทำงานเล็กไปสักนิดหนึ่ง เพื่อปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ. นี้ กระทรวงที่เกี่ยวข้องผมนำเสนอเมื่อสักครู่ว่ากระทรวงยุติธรรม ต่อไปเรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ กระทรวงสาธารณสุข ในกรณีที่มีการบาดเจ็บด้านร่างกาย จิตใจ มีนักจิตวิทยา มีคณะกรรมการอะไรเกี่ยวข้องที่จะต้องใช้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องของกระทรวงวัฒนธรรมนี้ครับ มีเพื่อนสมาชิก พูดไว้แล้วผมก็จะไม่พูดซ้ำเดี๋ยวนี้นะครับ ทุก ๆ งานศพเป็นบ่อนการพนัน ผมอยากจะให้เห็น รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง นอกจากไปจัดการเรื่องบ่อนปลายทางแล้วครับ บ่อนต้นทางล่ะครับ ตามงานศพทั่วประเทศไทย ผมยืนยันได้เลยครับ เป็นที่เพาะพันธุ์ของเด็ก รุ่นเยาว์ ๆ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยประถม เกาะอยู่ที่มีบ่อนทุกรูปแบบทั้งประเภทมีเจ้าและไม่มีเจ้า เต็มไปหมดนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรมแล้วก็สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ผมนำเรียนในสภาผู้แทนราษฎรนี้เลยว่าได้กำชับ หน่วยงานระดับภูมิภาคต่าง ๆ ให้เข้าไปดูแลต้นทาง ซึ่งเป็นบ่อเกิดของการพนัน ซึ่งเมื่อมี การพนันเกิดขึ้น ครอบครัวแน่นอนครับย่อมที่จะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ เมื่อมีปัญหาทาง เศรษฐกิจก็กระทบมาถึงเรื่องของสภาพจิตใจ แล้วก็เรื่องของฐานะต่าง ๆ เรื่องของอารมณ์ ต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว เพราะท่านได้มีบทวิเคราะห์ไว้แล้วว่าการพนัน เป็นสาเหตุของความรุนแรงด้วย เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ เดี๋ยวนี้เด็กและเยาวชน มีปัญหาของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันสมควร มีการตั้งครรภ์ในอันดับสูง ลำดับต้น ๆ ของโลกนี้นะครับ และในส่วนนี้สุดท้ายแล้วมันก็นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัว การพลัดพรากต่าง ๆ การหึงหวงต่าง ๆ ก็เป็นต้นเหตุ ผมอยากจะให้หน่วยงานของท่าน ได้นำเสนอให้พวกเราเห็นว่าท่านได้เชื่อมโยงไปถึงหน่วยงานต้นทาง แล้วหน่วยงานต้นทาง ได้ตั้งงบประมาณเพื่อกิจการนี้ เพื่อมาขอให้สภาผู้แทนราษฎรที่จะนำไปพัฒนาความมั่นคง ในครอบครัวในส่วนนี้ด้วยนะครับ ก็อยากจะให้ท่านหาทางออกเป็นตุ๊กตาให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรเรา เพื่อให้พวกเราได้ประกอบงานในการที่จะพิจารณาแล้วก็เรียนรู้ แล้วก็ เป็นการตั้งวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนางานความมั่นคงในครอบครัวในปีต่อไปนะครับ เพื่อเป็นการ ให้กำลังใจท่านนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้นำรายงานฉบับนี้มานำเสนอ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมากพอสมควรนะครับ ในส่วนที่จะนำเสนอ ต่อไปนี้นะครับในปีต่อไป ถ้าผมมีโอกาสก็คงจะได้มีโอกาสมาติดตามแล้วก็จะวิเคราะห์ ให้ท่านทราบโดยต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ แล้วก็จะให้ทางท่านผู้มาชี้แจงได้ตอบข้อซักถามและข้อสงสัย ของท่านสมาชิกครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย รายงานข้อมูล สถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศไทยและมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๕๓ ก็ต้องบอกว่าต้องมีข้อมูลค่ะ อันดับแรกถึงจะแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ใครเห็นอยู่ในนี้ เป็นข้อมูลความรุนแรง แล้วก็บอกว่าคุณไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อันดับต้น ๆ ค่ะท่านประธาน ที่เคารพคะ จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลก่อน อันนี้ก็คือทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เก็บรวบรวมข้อมูลแล้วค่ะ พอเก็บรวบรวมข้อมูลมาได้แล้ว ทีนี้นั้นก็คง จะไม่ทั้งหมด ทั้งประเทศสักเท่าไร ก็คงจะเป็นการสุ่มตัวอย่าง แต่ว่าความรุนแรงในเด็กและสตรี ของบ้านเรานั้นค่อนข้างที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัตถุนิยม ต้องบอกว่าอย่างนั้นนะคะ เพราะว่าความรุนแรงในครอบครัวที่ปรากฏอยู่ตามหนังสือพิมพ์รายวัน ในช่วงปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๒ จากการรวบรวมของมูลนิธิเพื่อนหญิงพบว่ารวม ๒๒๘ ราย ท่านประธานคะ น่าตกใจนะคะ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ ทำร้าย หรือทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิต แยกให้เห็นดังนี้ค่ะ สามีคนที่ได้ชื่อว่าสุภาพบุรุษผู้มีร่างกายเข้มแข็ง แข็งแรงกำยำ สามีฆ่าภรรยา ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ภรรยาฆ่าสามี ๑๔ เปอร์เซ็นต์ พ่อฆ่าลูก ๗ เปอร์เซ็นต์ แม่ฆ่าลูก ๖ เปอร์เซ็นต์ ฆ่าตัวเองตาย ๗ เปอร์เซ็นต์ ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่คุกคาม และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เป็นอย่างมาก เพิ่มขึ้น ๆ และเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปี ๒๕๕๓ นั้น เพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว ดูข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ก็ได้ค่ะ ดิฉันไม่บอกว่าเกิดจากสาเหตุใดนะคะ ทีนี้ต่อไปผู้ชายมักจะ กระทำต่อสตรีและเด็กซึ่งเป็นบุคคลที่มีความอ่อนแอกว่าอยู่เสมอ ต้องบอกว่าอย่างนั้นเลยนะคะ แล้วผู้ชายที่กระทำต่อสตรีดิฉันมีตัวอย่าง เห็นประสบพบมาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น กับครอบครัวเดี่ยว ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้เป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่ค่อยมีปู่ย่าตายายเป็นครอบครัว เป็นครอบครัวเดี่ยว ๆ ทีนี้ผู้ชายที่บอกว่าสามีฆ่าภรรยา ๔๒ เปอร์เซ็นต์นี้นะคะ ฆ่าเลยนะคะ ตามจำนวนรายที่ปรากฏ ครอบครัวที่ดิฉันเห็นก็คือสามีตีภรรยา ตีด้วยใช้ความที่ร่างกาย ที่แข็งแรงมากกว่าจนผู้หญิงนั้นเข้าโรงพยาบาล พอรักษาอยู่โรงพยาบาลประมาณ ๓ เดือน ผู้หญิงนั้นหน้าตาสะสวยมากเลยค่ะ ก็เงอะ ๆ งะ ๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนที่รับผิดชอบ ต่อครอบครัว ฉันยังมีลูก ฉันจะต้องดิ้นรนทำมาหากิน ดิฉันเคยไปเยี่ยมเขาครั้งหนึ่ง พอได้ยิน เสียงผู้ชายเสียงดังจะตกใจมาก เหงื่อแตกพลั่ก ๆ ออกมาเลยทีเดียว กลัวค่ะ แต่จะต้องดิ้นรน เพื่อให้ชีวิตตัวเองและลูกอยู่ด้วย ผู้ชายคนนั้นเลิกราไปไหมตีกันแล้ว ไม่เลิก ยังเกาะชายกระโปรง ผู้หญิงกินอยู่ ที่ได้ชื่อว่าภรรยา คนอื่นก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปดูแลให้ได้ เพราะประเทศไทยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องของครอบครัว เห็นไหมคะการกระทำที่รุนแรงนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกายและจิตใจ ผู้หญิงดี ๆ คนหนึ่งเป็นเงอะ ๆ งะ ๆ เห็นไหมคะ มันจะต้องมีมาตรการออกมา ต้องเข้าไปดูแลสิทธิในเรื่องของครอบครัวด้วยถึงจะดูแลกันอย่างทั่วถึง และอีกกรณีหนึ่ง ดิฉันเป็นครูบ้านนอกเห็นมาเยอะค่ะ พ่อรับราชการตำรวจ แม่เป็นแม่บ้าน ไม่ทราบว่าเกิดสถานการณ์ใดทั้งสองสามีภรรยานั้นติดเอดส์ ปล่อยให้ลูกกำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น คนหนึ่งและเด็ก ๆ อยู่คนหนึ่งเผชิญชะตากรรมอย่างร้ายกาจ มีเพื่อนครูมาบอกว่าไปดูหน่อย เด็กกำลังจะโต เป็นลูกข้าราชการชั้นผู้น้อย แล้วก็ป้าหรือญาตินั้นดูแลอยู่ ดิฉันสลดใจ สะเทือนใจไม่คิดว่าคนที่ได้ชื่อว่าลูกผู้หญิงที่กำลังจะโตนั้น แค่ไปแลกขนมกินต้องเอาร่างกาย ไปสังเวยกับเด็กติดกาวแถวนั้น เด็กไม่รู้หรอกค่ะ อยากกินขนมก็ทำท่าล่อ ผู้ชายที่เด็กติดกาว ก็ซื้อขนมมา ๕ บาท ลูกข้าราชการนะคะ เด็กคนนั้นเป็นผู้หญิงและเพศแม่ ยังมีมากเลย ในประเทศไทย ผู้ชายมักจะรังแกผู้หญิง และเร็ว ๆ นี้ ข้อหนึ่งเลยมีข้อหนึ่งเลยที่ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นภาคีตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ ๓ และข้อ ๖ อนุสัญญาว่า ด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ หรือที่เรียกว่า ซีอีดีเอดับบลิว (CEDAW) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบนะคะ แต่ก็ยังมีผู้ชายว่า นายกรัฐมนตรีซึ่งไม่น่าจะว่าต้องให้เกียรติท่าน เพราะว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย สองแง่สองง่าม สองแง่สองมุม สามแง่สามง่าม ให้คนตีความ คนที่คิดมีความกักขฬะในหัวใจ ก็คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น นี่เห็นไหมคะ แต่ปฏิญญาสากลซีอีดีเอดับบลิวเขาบอกว่า เลยทุกรูปแบบ เลยจะต้องให้เกียรติเพศแม่ ให้เกียรติ เคารพ เมื่อเขามีตำแหน่งหน้าที่คุณจะไปดูถูกอยู่ร่ำไป ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะดูถูกแม่ตัวเองอยู่ทุกวี่ทุกวันนะคะ ทีนี้ดิฉันว่าถ้ามีหลักสูตรเรื่อง สิทธิมนุษยชนและสิทธิมนุษย์ของสตรีในการศึกษาทุกระดับนี่จะต้องจัดให้มีเลย ให้ผู้หญิง ได้มีความรู้จะต้องรู้ว่าสิทธิของตัวเองมีอะไร แค่ไหน อย่างไร แล้วจะต้องปกป้องตัวเองได้ ระดับหนึ่งด้วย คนว่ามาบางครั้งความเป็นผู้ดีมากเกินไปก็ทำให้เขาว่ามากเกินไปด้วย แต่ว่า การที่เป็นผู้ดีของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ว่ากลับมา เพราะรักษาหน้าตาของความเป็นประเทศไทย ด้วยส่วนหนึ่ง ทีนี้การส่งเสริมให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในงานระดับบริหารในทุกภาคส่วนของสังคม จากข้อตกลงของซีอีดีเอดับบลิวนี่ล่ะค่ะ จะต้องส่งเสริมไม่อย่างนั้นประเทศไทยก็จะล้าหลัง อยู่ร่ำไป ดิฉันอภิปรายเมื่อดิฉันพบปะกับพี่น้องประชาชนของดิฉันในพื้นที่ดิฉันต้องบอกว่า ผู้หญิงจะต้องมาช่วยสามีทำมาหากิน ทำไมจะต้องให้สามีทำมาหากินแล้วตัวเองจะต้องอยู่บ้าน รอทำนาอย่างนั้นหรือ อย่างนั้นสิทธิตรงนั้นขอ ๕ บาทก็ไปงอนง้อหรือ ทุกคนจะต้อง ช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง อยู่ในข้อนี้ของซีอีดีเอดับบลิวนี้เลยทีเดียว ท่านประธาน ที่เคารพคะ เพราะว่าข้อตกลงปฏิญญาสากลตัวนี้ทำให้รัฐไทย ประเทศไทยโดยเฉพาะ รายงานฉบับนี้ที่ท่านมานั่งอยู่บนบัลลังก์จะต้องรับรู้ข้อมูลเข้าไปว่าทำให้รัฐไทยต้องหันมาใส่ใจ และปรับเปลี่ยนกระบวนการในการให้ความเป็นธรรมแก่สตรี เห็นไหมคะ กะโหลกที่บรรจุสมอง มันไม่แตกต่างกันหรอกค่ะ ต้องรู้จักให้เกียรติกัน ไม่แตกต่างกันเลย ท่านประธานที่เคารพคะ ทั้งหมดทั้งมวลที่ดิฉันกล่าวมาคือความรุนแรงในครอบครัว คนไทยทุกคนต้องยุติความรุนแรง ในครอบครัว มันเริ่มจากครอบครัว ครอบครัวใดที่อบอุ่น คนไทยทุกคนต้องยุติความรุนแรงในครอบครัว มันเริ่มจากครอบครัว ครอบครัวใดที่อบอุ่น ครอบครัวใดที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ลูกก็ไม่ก้าวร้าว ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่เลวร้าย ต่อสังคม เห็นไหมคะ ฉะนั้นเมื่อได้ชื่อว่าตัวเองเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กล่าวคำที่ไม่ดีต่อสตรี ที่ในประเทศไทยนี้นะคะ ต้องดูไปถึงครอบครัวว่าพ่อแม่เลี้ยงมาเช่นไร เห็นไหมคะ มันอยู่ใน ตรงนี้ทั้งหมดทั้งมวลเลย การเปลี่ยนแปลงของสังคมนี่ละค่ะ สังคมเดี่ยว สังคมที่โดดเดี่ยว สังคมชนบทบ้านดิฉันนั้น มีไมตรีต่อกัน ดิฉันมีน้ำพริกก็เอาไปแลก นึ่งปลาแจ่วมาอย่างนี้ค่ะ จะทำให้ความเอื้อเฟื้อแก่จิตใจ ทำให้จิตใจนั้นงดงาม และพุทธศาสนาก็ยังเชื่อมทำให้ คนจิตใจสูงส่ง การเกิดสภาพความเป็นเมืองมากเกินไป เห็นไหมคะ ความต้องการมากเกินไป นี่ละค่ะ ก็เกิดมาจากสังคมเดี่ยวนี่ละค่ะ ไม่มีปู่ย่าตายาย ตรงนี้ค่ะ ฉะนั้นคำว่า สังคมเดี่ยว เสี่ยงต่อการกระทำทารุณต่อเด็กและสตรีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์นะคะ ขออภัยค่ะท่านประธานคะ จะต้องมีข้อแก้ปัญหาการทารุณกรรม เด็กในครอบครัว ต้องป้องกันไว้ตั้งแต่อยู่ในครอบครัว แล้วประเทศไทยก็จะไม่มีสังคม ที่เลวร้ายอย่างนี้ เลวร้ายอย่างไรคะ ดูต่อไปเลยค่ะว่าอันดับ ๑ ในเอเชียรวมประเทศจีนและ ประเทศอินเดียแล้ว อายุ ๑๕-๑๘ ปี วัยรุ่นไทยตั้งครรภ์มากอันดับ ๑ ของเอเชีย เลวร้ายไหมคะ หรือว่าเป็นสิ่งที่น่ารักประจำประเทศไทยหรอกหรือ ฉะนั้นกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จะต้องดูแลเป็นอย่างดีเลย เพราะว่าเราต้องการผลิตคนคุณภาพ เพื่อที่จะมาดูแลประเทศไทยต่อไป นี่คือการส่งต่อความดีซึ่งกันและกัน และเป็นสังคม ครอบครัวที่ดีค่ะ หรือว่าเราภาคภูมิใจกับวัยรุ่นไทย กินเหล้า คนไทยนี่ค่ะ ไม่ใช่วัยรุ่นไทย ผู้ชายไทยกินเหล้าติดอันดับ ๕ ของโลก ของโลกนะคะ คนที่ทำเหล้าขายร่ำรวยมหาศาล คนที่จนก็คือคนที่กินเหล้าขาวอยู่ร่ำไป เห็นไหมคะ ติดอันดับ ๕ ของโลก ดังนั้นแล้วค่ะ ท่านประธานคะ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นจะต้องมีมาตรการ ดูแลครอบครัว ดูแลเด็ก ดูแลสตรีโดยไม่ใช้กำลังกาย กำลังมหาศาลที่มีอยู่ของผู้ชายมาบังคับ ต้อนให้เป็นไปตามที่ตัวเองเคยเป็น อย่างนั้นไม่ได้นะคะ ดิฉันก็ฝากไว้ด้วยว่าปีหน้า ถ้ามารายงานอีก ข้อมูลสิ่งที่เลวร้ายต่อสตรีและเด็กจะลดลงเรื่อย ๆ โดยมีมาตรการที่ชัดเจน ของรัฐไทยค่ะ ครอบครัวโดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยวจิต อิทธิฤทธิ์ ความคับแค้น ปวดแสนเหลือ เป็นสังคม ข่มเหง ไม่เกรง ไม่เอื้อเฟื้อ ครอบครัว เจือน้ำตา น่าเศร้าใจ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ
เชิญท่านรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตอบข้อชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจากท่านสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ให้นำเสนอรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ของประเทศไทยนะครับ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐
ประการแรก ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้วิเคราะห์รายงานฉบับนี้ ได้มีคำถาม ได้มีข้อเสนอแนะและแนวทางทางการปฏิบัติรวมทั้ง มาตรการต่าง ๆ ที่จะมอบให้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เราไป ดำเนินการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราจะต้องปฏิบัติงานหรือบูรณาการร่วมกับหลาย ๆ กระทรวง เราได้ลงนามเอ็มโอยู (MOU) ไปเมื่อปี ๒๕๕๓ โดยมีพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา ท่านทรงเป็นประธาน เราได้ลงนามเอ็มโอยูร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานก็จะมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ สำนักงานศาลยุติธรรม กรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในการรายงานของเรานั้นก็ต้องยอมรับว่า เราอาจจะพูดได้ไม่หมด รายงานได้ไม่หมด เกี่ยวกับเรื่องการที่เราทำงานร่วมกับ หน่วยราชการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการที่เราทำงานร่วมกับองค์กรภาคเอกชนหรือเอ็นจีโอ (NGO) นะครับ ซึ่งในปีนี้ประมาณเดือนกรกฎาคมนี้เราคงมีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกับทางองค์กร ภาคเอกชนหรือเอ็นจีโอนี้เพิ่มขึ้น สำหรับสิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินะครับ ทุกท่านก็คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลนะครับ การติดตามผลการปฏิบัติงาน กฎหมายมาตราต่าง ๆ การเปรียบเทียบกับรายงานเมื่อครั้งที่แล้วนะครับ การทำงาน การบูรณาการ การประสานงานกับทุกกระทรวง ทบวง กรม หรือแม้กระทั่งงบประมาณแล้วก็เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานนั้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอน้อมรับ ข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติรวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ไปเพื่อปรับปรุงในการรายงาน ในปี ๒๕๕๔ นะครับ ซึ่งเราจะต้องทำรายงานขึ้นมานะครับ สำหรับเรื่องงบประมาณนั้น สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวซึ่งทำงานเกี่ยวกับเรื่องสตรีและครอบครัวนั้น เราได้รับงบประมาณเพียง ๓๖๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง และงานที่ทำเรื่องเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น เราได้รับงบประมาณ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งที่จริงเรื่องงบประมาณมันเป็นเรื่องที่เราก็ไม่สามารถ ที่จะพูดมากได้ ซึ่งเราก็พยายามที่จะของบประมาณเพิ่มไป แต่ถ้าอย่างไรในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ก็คงได้รับความเมตตา และความอนุเคราะห์จากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ด้วยในการที่จะปรับงบประมาณให้กับสำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัว ผมต้องขออนุญาตนิดหนึ่งครับที่สามารถจะชี้แจงรายละเอียดได้พอดีก่อน ผมจะมาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงนี้ ผมเป็นผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัวมาก่อนเลยทราบข้อจำกัดต่าง ๆ ของสำนักงานนี้ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากรม ได้พอสมควร แล้วถ้าได้รับความกรุณาจากท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ก็คงจะทำให้งาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้นะครับ ก็จะเป็นไปตามที่ดั่งข้อเสนอแนะของทุกท่านที่ได้เสนอแนะมาแนวทางต่าง ๆ นะครับ แล้วในปี ๒๕๕๕ นี้จะเป็นไปที่ครบ ๕ ปีของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเราได้วางโครงการไว้ว่า จะมีงานการจัดประชุมวิพากษ์เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายฉบับนี้นะครับ เพราะเรามีแค่ ๑๘ มาตรา จริง ๆ พอถึงเวลาแม้กระทั่งนิยามของบุคคลในครอบครัวเราก็ต้องนำมาพูดกันว่าบุคคล ในครอบครัวนั้นประกอบไปด้วยใครบ้างนะครับ เมื่อเป็นคดีขึ้นสู่พนักงานสอบสวน ผ่านไปท่านอัยการ หรือแม้กระทั่งศาลยุติธรรมก็ตามนะครับ สุดท้ายนี้ในฐานะผู้แทนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ขอนำข้อเสนอแนะข้อแนะนำ มาตรการต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้เสนอแนะไว้ ณ ที่นี้นำไปปรับปรุง เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน นำไปปรับปรุงเกี่ยวกับเรื่องรายงานฉบับ ๒๕๕๔ ซึ่งฉบับของ ปี ๒๕๕๔ ที่เราจะได้ดำเนินการในปีนี้ต่อไปครับผม กราบเรียนท่านประธานครับ
พอแล้ว กระมังท่าน เดี๋ยวมีกฎหมายสำคัญ เชิญท่านวัชระ
ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ตามที่ท่านรองปลัดกระทรวงได้ชี้แจงต่อที่ประชุม สภาแห่งนี้ว่าท่านรัฐมนตรีมอบหมายให้มาชี้แจง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้ชี้แจงซึ่งเป็นท่านข้าราชการว่า ตามมาตรา ๑๗ ซึ่งรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านก็ไม่ควรที่จะ มอบให้กับข้าราชการมาชี้แจง อยากจะถามท่านข้าราชการซึ่งเป็นรองปลัดกระทรวงว่าเหตุใด ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ จึงไม่มาชี้แจงด้วยตนเองตามมาตรา ๑๗ ตาม มาตรา ๑๗ นะครับ ไม่ใช่ชั้น ๗ กรุณาอย่าฟังผิดนะครับ นั่นละครับอยากจะให้ท่านรองปลัดกระทรวงได้ตอบชัด ๆ ว่า ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ท่านไปไหน ติดภารกิจอะไร ทำไมไม่รับผิดชอบต่อ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการรายงานเพียงปีละครั้งเดียวเท่านั้น ขอท่านประธานได้โปรดถาม แทนสมาชิกด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ไม่เป็น อะไรครับ ท่านจะตอบไหม ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นอะไร วันนี้เขาประชุม ครม. อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี มาไม่ทันเป็นที่ทราบกันอยู่ ผมถือว่าจบข้อซักถามนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงาน การประชุมประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วนะครับ ผมต้องขอขอบคุณทางราชการที่มา ตอบข้อซักถามของสภานะครับ ต่อไปนะครับ เชิญท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่ามีคณะกรรมาธิการสามัญหลายท่านได้ลาออก จึงขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) เลื่อนวาระการประชุมข้อที่ ๗ ขึ้นมา ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ท่านประธาน
ท่านพิษณุ ขอเลื่อนวาระอื่น ๆ ขึ้นมาก่อน ตั้งกรรมาธิการที่ว่างอยู่ ๒ ท่าน คือคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีท่านใดค้านก็จะเอาเรื่องนี้ ขึ้นมาตั้งก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยพิจารณาไปตามระเบียบวาระ ถือว่าไม่มีท่านใดคัดค้านนะครับ เราจะตั้งก่อน ท่านเห็นด้วยไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เข้าเวรตามที่ท่านประธานวิป (Whip) สั่งท่านประธานครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมไม่เห็นด้วย และกราบเรียน ท่านประธานว่าวาระต่อไปท่านต้องรับรองรายงานการประชุม ขอให้รับรองรายงานการประชุม ก่อนครับ ไม่เห็นด้วยครับ
เชิญ ถ้าไม่เห็นด้วย ผมก็จะต้องขอมติ เชิญท่านพิษณุ คุยกันได้ไหม เอาแค่ตั้งก่อนแล้วก็ค่อยว่า กันได้ไหม
ท่านประธานครับ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ถอนครับ สัปดาห์หน้าก็ได้ครับ ไม่เป็นอะไร
ผมขออนุญาต เข้าระเบียบวาระที่ ๓ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ จำนวน ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๙ และครั้งที่ ๑๐ ครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วนะครับ ถ้าไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น เชิญท่านวัชระ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ตามที่ท่านประธานวิป ได้สั่งการเอาไว้ ท่านประธานครับ เรื่องการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ ๙ มีการแก้ไขครับ ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในหน้า ๑๒ การประชุมซึ่งท่าน ขอรับรอง ๒ ฉบับ ผมขอชี้แจงว่ามีการแก้ไขดังนี้นะครับ คือในการประชุมครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๑๔ กันยายน หน้า ๕๗ บรรทัดที่ ๑๔ กระผมพูดว่าถนนสายพิจิตรไปพิษณุโลกย่ำแย่เป็นอันมาก ไม่ใช่ ย่อมแย่ ครับ ขอให้ได้แก้ไขให้ถูกต้อง และในการประชุมครั้งถัดมา ผมบอกว่า ท่านเฉลิมนั้นไปรื้อระบบศาล ผมพูดเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ ๕ เดือนที่ผ่านมาครับ ว่ารัฐบาลไปรื้อระบบศาล ทีนี้ในนี้พิมพ์ว่า ไม่รื้อระบบศาล ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ขอเสนอแนะท่านประธานว่า ในรายงานการประชุมของสภานั้นมีคำผิดเป็นอันมาก อยากให้ท่านประธานได้ขอความร่วมมือจากครูภาษาไทยทั่วประเทศ ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ให้ช่วยตรวจรายงานการประชุมและจ่ายค่าตอบแทนรายวันวันละ ๓๐๐ บาท ตามค่าแรง ที่รัฐบาลกำหนด
และอีกประการหนึ่ง นอกจากนี้ท่านประธาน ขออนุญาตว่าสมาชิกท่านใดพูด ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งไปให้สมาชิกแต่ละท่านถึงบ้านเลยครับ อย่าให้มานั่งอ่านในห้องประชุม ซึ่งท่านวางไว้เพียงชุดเดียว ถ้าท่านได้ส่งกลับไปที่บ้าน สมาชิกได้อ่าน ได้แก้ไข ซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์เหล่านี้จะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมอยากให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้บันทึกรายงานการประชุม ที่ถูกต้องด้วย และผมยืนยันว่ารายงานการประชุม ครั้งที่ ๑๐ วันที่ ๑๕ กันยายน ผมยืนยันว่า รัฐบาลนั้น ไปรื้อระบบศาลครับ
เชิญ คุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานบอก ที่ประชุมว่าวาระต่อไปนี้เป็นกฎหมายสำคัญ แต่ท่านประธานดูสิครับ ในห้องประชุมนี้
เอาเรื่องนี้ก่อน เอาจบทีละวาระก่อน เดี๋ยวท่านต่อวาระอื่น วาระที่เป็นกฎหมายใช่ไหม เอาเรื่องรับรองบันทึก การประชุมก่อน
รับรองรายงานการประชุม คงไม่มีคนพูด แล้วละครับ
เดี๋ยวผมจะได้ บอกท่านวัชระ ท่านนั่งก่อน ยังไม่ถึงท่านท่านนั่งก่อน
ผมขออนุญาต
ผมยังไม่อนุญาต นั่งก่อน
ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตต่อจากนี้นะครับ
นั่งก่อน เดี๋ยวท่านวัชระที่ท่านได้ตรวจแล้วท่านยังติดใจอยู่นะครับ เดี๋ยวจะให้ปฏิบัติตามข้อ ๒๖ วรรคท้ายนะครับ อันนี้ผมถือว่าที่ประชุมรับทราบและรับรองแล้วนะครับ ของท่านวัชระ เดี๋ยวท่านไปดำเนินการต่อ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี นะครับ
ต่อไปจะเป็นเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เชิญท่านคุณหมอ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานบอกว่า วาระนี้มีความสำคัญ เป็นกฎหมายสำคัญ แต่ดูบรรยากาศในห้องประชุมโหรงเหรงเหลือเกินครับ รัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภา รู้แล้วว่าวันนี้เป็นวันประชุมสภาก็ยังไปจัดประชุม ครม. ณ ที่อื่น เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมอยากเห็น ความรับผิดชอบของทางฝ่ายรัฐบาลครับ ผมขอให้นับองค์ประชุมครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
คือเรื่อง องค์ประชุมเป็นเรื่องของประธานจะต้องดูนะครับ แต่เพื่อที่จะให้เป็นไปตามข้อบังคับ ในการประชุมจะต้องมีองค์ประชุมนะครับ เนื่องจากว่าเราได้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ถ้าท่านอยากจะตรวจสอบองค์ประชุมเดี๋ยวผมก็จะเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุม
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการต่อไปนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกครับ
ท่านสมาชิกครับ เพื่อที่จะให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นไป ตามข้อบังคับนะครับ ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ให้เจ้าหน้าที่สภา ช่วยนับองค์ประชุม เดินนับเลยครับ ในขณะนี้ปิดห้องประชุมให้เจ้าหน้าที่นับเลยนะครับ แล้วปิดห้องประชุมด้วยนะครับ ห้ามออกแล้วก็นับองค์ประชุมเลยครับ ทางเลขาธิการ ให้เจ้าหน้าที่นับเลย ปิดห้องแล้วก็นับ ท่านสมาชิกดูนะครับ นับท่านนิพิฏฐ์ด้วยนะ นับเสร็จ แล้วเชิญเอาผลมา อย่าลืมนับท่านวรวัจน์ด้วยนะ
(เจ้าหน้าที่นับจำนวนสมาชิกในห้องประชุม)
ก่อนที่จะ ประกาศผลนะครับ ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม จำนวน ๑๓๕ ท่าน ด้วยความยินดียิ่งนะครับ เดี๋ยวอยู่ระหว่างนับองค์ประชุมอยู่นะครับ เดี๋ยวท่านวิรัช ใจเย็น ๆ นาน ๆ จะได้เจอท่านวิรัช สักทีหนึ่ง สั่งนับแล้วนะครับ คงไม่นับแล้ว เดี๋ยวรอผลนิดเดียว ๒๘๑ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม นะครับ ผมจะได้ดำเนินการต่อไปนะครับ เชิญท่านวิรัช
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระนอง ผมไม่คิดว่าท่านประธานจะเอาเหตุการณ์เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วมาใช้กับสภายุคนี้ สมัยที่ท่านประธานอยู่ด้านล่างเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ได้ แต่วันนี้ไม่ได้ การนับองค์ประชุมต้องมี การบันทึกไม่อย่างนั้นจะรู้ได้อย่างไร ท่านจะรู้ได้อย่างไรใครอยู่ในสภาบ้าง ท่านทำผิด รัฐธรรมนูญนะ วิธีที่ท่านสั่งเมื่อสักครู่ไม่ชอบท่านประธาน ผมถ้าไม่จำเป็นจะไม่ลุกขึ้นมา เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าแหมนาน ๆ เจอ ผมมาประจำ เดี๋ยวผมเสียหายอีก บอกว่านาน ๆ เจอ แปลว่าผมไม่ได้มาประชุมหรืออย่างไร ท่านเป็นนักกฎหมายนะครับ แต่วันนี้ท่านปฏิบัติผิด ผิดรัฐธรรมนูญด้วย ข้อบังคับมาจากรัฐธรรมนูญ ท่านก็เคยเป็นผู้ร่วมร่าง แล้ววันนี้ทำไม ทำอย่างนี้
เสร็จหรือยังผมจะได้ชี้แจงท่าน เพราะว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีรออยู่ พอแล้วกระมังท่านวิรัช
ผมยืนยันว่าท่านทำผิดข้อบังคับในรัฐธรรมนูญ
ครับ ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวผมชี้แจง เชิญท่านนั่งลง เดี๋ยวเราจะเดินหน้าต่อ คือการนับองค์ประชุม มันไม่ใช่การลงมตินะครับ ฉะนั้นที่ท่านพูดคือการลงมติมันจะต้องตรวจสอบแล้วว่า ใครลงอย่างไร อย่างไร อันนี้เป็นการนับองค์ประชุม ซึ่งไม่เกี่ยวกันตามข้อบังคับ อันนี้ ผมขอชี้แจงในฐานะท่านวิรัชกับผมเป็นเพื่อนกันไม่เป็นอะไร ท่านจะว่ารุนแรงผมไม่ถือนะครับ ผมขออนุญาตเดินหน้าต่อเลยนะครับ ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญท่านครับ
ท่านประธานครับ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนองครับ ที่ว่าเป็นเพื่อนกันนี่ละก็เลยต้องเตือนอย่างไร เพราะกลัวเพื่อนข้างบน จะถูกถอดถอน มันผิดรัฐธรรมนูญท่านยังดื้อดึงอีกหรือ ผมเคยพูดไหม ผมไม่เคยลุกขึ้นมาบอกกับ ท่านเลย แต่นี่เห็นว่าเพื่อนทำผิดอย่างไร
ไม่เป็นอะไรครับ
ผมเตือนแล้วนะครับ
ต่อไป เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
กำลังจะเข้าแล้ว รัฐบาลกำลังจะเสนอกฎหมายแล้ว ท่านสุนัยนั่งเถอะครับ เขานับองค์ประชุมไม่ใช่ลงคะแนน ไม่ใช่ลงมติ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ทำให้เพื่อนอย่างท่านวิรัชเกิดอารมณ์ขัน ผมอยากให้สภา มีอะไรขัน ๆ กันบ้างครับท่านประธาน ต้องกราบขอบพระคุณท่านที่ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ
เชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงค่ะ ดิฉันขออนุญาตเลื่อน ระเบียบวาระการประชุมจากวาระที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาพิจารณาเป็นอันดับแรก ขอผู้รับรองด้วยนะคะ
เดี๋ยวนะครับ ตอนนี้เขากำลังพิจารณาในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เมื่อสักครู่ดิฉันยกมือไว้ตั้งนานแล้วค่ะ ท่านประธานไม่หันมามองดิฉันเลยค่ะ
เขาไปแล้ว นะครับ เข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว เดี๋ยวให้เสร็จก่อนแล้วท่านค่อยว่ากันได้ไหม ถ้าท่านเลื่อนเข้ามา เรื่องนี้มันก็ตกสิครับ ไม่ได้หรอกครับ ให้เรื่องนี้จบก่อนแล้วท่านค่อยเลื่อนสิครับ
ดิฉันคิดว่าไม่ตกนะคะ ท่านประธาน
ไม่อนุญาตนะครับ เพราะว่าผมเข้าสู่ระเบียบวาระไปแล้ว นั่งลงเถอะ
ยังไม่ได้อ่านระเบียบวาระนี่คะ ท่านประธานคะ
ผมอ่านแล้ว แล้วผมจึงเชิญคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอครับ เขาก็กำลังจะลุกขึ้นเสนอ ผมเข้าใจว่า ท่านประท้วง เชิญท่านนั่งลงครับ
ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอให้ท่านประธาน ถามมติในที่ประชุมดีไหมคะว่าจะให้เลื่อนหรือไม่เลื่อนดีกว่าไหมคะท่านประธาน อย่างนั้นดีกว่าค่ะ
ไม่ใช่ คืออย่างนี้ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ผมได้อ่านไปแล้วบอกว่าขณะนี้เราจะเสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ผมก็บอกว่าให้รัฐบาลแถลงหลักการและเหตุผล เข้าสู่ระเบียบวาระนี้แล้ว ไม่ได้หรอกครับ เชิญนั่งลง เดี๋ยวผมจะให้รัฐบาลเขาเสนอนะครับ
ยังค่ะ ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรี ยังไม่ได้เสนอนี่คะ ดิฉันก็สามารถที่จะเลื่อนวาระขึ้นมาได้
นั่งลงครับ เดี๋ยวผมอธิบาย คือเราไม่อยากไปโต้เถียง นั่งลงแล้วเดี๋ยวผมจะอธิบาย นั่งลงก่อน เชิญนั่งลงก่อน แล้วเดี๋ยวจะอธิบายนะครับ คือผมได้อ่านแล้วนะครับ แล้วก็ได้แจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบว่า ได้เข้าในเรื่องที่เราจะพิจารณาก็คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) นะครับ ผมก็บอกเชิญคณะรัฐมนตรีแถลง หลักการและเหตุผล มันเข้าไปแล้วนะครับ ทีนี้ก็ต้องดำเนินการต่อไปนะครับ เชิญคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนะครับ
เดี๋ยวครับ เชิญท่านชินวรณ์ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอประท้วงท่านประธาน เพราะเมื่อกี้เพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ได้เรียนกับ ท่านประธานโดยยกมือ แต่ท่านประธานไม่ได้ชี้จนต้องลุกขึ้นยืนเพื่อเสนอการเลื่อนวาระ การประชุม ท่านประธานก็หันไปชี้ว่าให้ท่านรัฐมนตรีได้แถลง ในขณะที่มีคนกำลังขอเลื่อน ในระเบียบวาระอยู่ และผมคิดว่าเขาก็ดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ก็คือการขอให้เลื่อน การปรึกษาและการพิจารณา ซึ่งผมคิดว่าท่านประธานก็ต้องถามมติของที่ประชุมครับว่า จะให้เลื่อนหรือไม่ ท่านประธานจะมากล่าวอ้างว่าท่านประธานไปชี้ท่านรัฐมนตรีแล้วถือว่า เป็นการเดินไปตามระเบียบวาระที่ท่านประธานได้ชี้ไปแล้วคงไม่ได้ครับ ถ้าอย่างนี้ในสภา ก็แสดงว่าท่านประธานไม่ให้โอกาสกับเพื่อนสมาชิก เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องให้โอกาส กับเพื่อนสมาชิก ส่วนจะได้เลื่อนหรือไม่นั้น ผมคิดว่าก็อยู่ที่สภาครับ ขอให้ท่านประธานได้ ดำเนินการตามข้อบังคับนะครับ แล้วก็ให้เกียรติกับเพื่อนสมาชิกด้วยครับ
เดี๋ยวครับ ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรนะครับ ท่านประท้วงว่าผมฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องอะไร ข้อไหน
ผมประท้วงท่านประธาน เพราะท่านประธานไม่ได้ฟังนะครับ
ว่าอะไร นะครับ
ผมจึงแปลกใจว่าขนาดผม ยืนขึ้นประท้วงและท่านประธานยังไม่ฟังแล้วยังถามผมอีก นับประสาอะไรกับเพื่อนที่ยืนขึ้น ประท้วง และท่านประธานไม่มอง ท่านประธานก็ไปชี้ที่ท่านรัฐมนตรี
ไม่ใช่ครับ ท่านประท้วงผมว่าผมฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหนครับ ผมจะได้วินิจฉัยก่อนครับ
ผมเรียนกับท่านประธานว่า ข้อบังคับ ข้อ ๘ และข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ที่เพื่อนสมาชิกขอเลื่อนระเบียบวาระ ท่านประธาน ก็ปิดเพื่อนสมาชิกว่าการขอเลื่อนระเบียบวาระทำไม่ได้เพราะจะทำให้การแถลงของ ท่านรัฐมนตรีตกไป เพื่อนสมาชิกก็เลยท้วงท่านประธานว่านี่เป็นการขอเลื่อนระเบียบวาระ เมื่อเป็นเช่นนี้นะครับท่านประธาน
อย่างนี้ ท่านชินวรณ์ครับ เดี๋ยวนั่งก่อนนะครับ ท่านนั่งลงก่อน เดี๋ยวทีละท่านนะครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะให้ชี้แจง ผมเข้าใจแล้วว่าท่านประท้วงผมข้อ ๘ ว่าให้ทำตามข้อ ๔๗ ท่านนั่งลง ผมจะได้ชี้แจง ผมได้ชี้แจงท่านสุพัชรีไปแล้วเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็มันเริ่มเข้าระเบียบวาระ เดี๋ยวเรื่องนี้เสร็จแล้วท่านก็เลื่อนระเบียบวาระได้ เพราะว่าการเลื่อนระเบียบวาระกฎหมาย มันไม่ได้มาพิจารณาในวันนี้ มันต้องพิจารณาในวันต่อไปอยู่แล้ว มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ผมจึงบอกว่าเรื่องนี้เข้าแล้วก็ต้องให้เขาพิจารณาไปก่อน อันนี้ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญ คุณหมอชลน่าน ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วง ท่านสมาชิกผู้ที่ได้ยกเรื่องของการเลื่อนระเบียบวาระแล้วก็สมาชิกที่ได้ลุกขึ้นประท้วงท่านประธาน กระทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๙ ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ เขียนไว้อย่างนี้นะครับ ญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) (๗) คืออะไรครับ (๗) คือเรื่องที่เป็นเรื่องที่สามารถนำมา พิจารณาได้ขณะที่เรากำลังพิจารณาญัตติใดญัตติหนึ่งอยู่ สามารถยกขึ้นมาได้นะครับ แต่ว่า ข้อบังคับ ข้อ ๔๙ เขาห้ามเสนอในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือ ร่างพระราชบัญญัติ กรณีนี้ท่านประธานได้อนุญาตให้รัฐมนตรีวรวัจน์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านครับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นเสนอท่านก็กล่าวไปส่วนหนึ่งแล้ว ท่านประธานได้ชี้ให้เพื่อนสมาชิกท่านมาขออาศัยเลื่อนระเบียบวาระ การเลื่อนระเบียบวาระ เราไปอ้างข้อ ๔๗ (๕) ท่านประธานครับ กระผมคิดว่าไม่ถูกโดยข้อบังคับ เดี๋ยวท่านประธาน กรุณาวินิจฉัยนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) เขียนว่า ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณา นั่นหมายถึงเลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาในญัตติที่กำลังพิจารณาอยู่ครับ การเลื่อนระเบียบวาระ เข้าข้อ ๔๖ (๑) (๒) เป็นเรื่องอื่นสำหรับข้อ ๔๗ เข้าตรงข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) ถ้าปรึกษา เรื่องนี้นะครับ ญัตติที่เราจะพิจารณาเป็นกฎหมายครับ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วย ความผิดเรื่องเพศ ตกทันทีท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ
คุณหมอชลน่านครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าเรื่องนี้มันอยู่ในระเบียบวาระ กำลังจะพิจารณา แล้วท่านก็เสนอเข้ามาผมก็ได้ชี้แจงไปเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ได้รับทราบแล้วนะครับ ผมก็จะ ดำเนินการต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการ เหตุผลครับ ท่านประท้วงอะไรครับ ถ้าเรื่องเดิมผมไม่ให้ประท้วงนะครับเพราะผมวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว เชิญท่านชินวรณ์
ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่ามันมีประเด็นอยู่นิดเดียวว่าท่านประธานอ้างว่าท่านประธานได้ให้พิจารณา กฎหมายดังกล่าวนี้ไปแล้ว แต่ว่าเพื่อนสมาชิกคือคุณสุพัชรีได้ขอให้
ก็เรื่องเดิม อีกล่ะครับ ท่านก็พูดเรื่อง ผมก็อนุญาตไปแล้ว เดี๋ยวท่านจบเรื่องนี้ท่านก็เสนอได้ไม่เห็นมี ปัญหาเลยนะครับ เพราะว่าเลื่อนอย่างไรวันนี้มันก็ไม่ได้พิจารณาอยู่แล้ว ผมว่าเอาเรื่องที่เรา กำลังพิจารณาดีกว่านะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วละครับท่านชินวรณ์ ขอความกรุณานั่งเถอะ
ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่อง ที่ท่านประธานต้องฟังเพื่อนสมาชิกนะครับ
ผมฟังแล้ว แล้วก็ผมได้เข้าระเบียบวาระไปแล้วนะครับ ท่านต้องฟังประธานด้วย ไม่ใช่จะให้ประธาน ฟังนะครับ ผมก็อธิบาย ผมให้โอกาสท่านแล้ว ท่านชี้แจงแล้ว ท่านประท้วงแล้ว ให้ท่านสุพัชรี ก็อธิบายไปแล้วนะครับ ก็ข้อบังคับเราเขียนไว้อย่างนี้แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ผมก็วินิจฉัย ตามข้อบังคับ ทุกคนไปร่างกติกากันมาแล้วก็อาจจะไม่พอใจหรือไม่ถูกใจอะไร แต่อย่างไร มันก็ยุติด้วยข้อบังคับนะครับ แล้วอย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้เสียหาย พอเรื่องนี้เสร็จผมก็จะ ให้โอกาสท่านลุกขึ้นเพื่อที่จะเสนอญัตติขอเลื่อนขึ้นมามันก็ไม่ได้เสียหายนะครับ เรื่องวันนี้ มันไม่ได้พูดวันนี้ มันต้องพูดวันหลัง ผมขอความกรุณาท่านชินวรณ์พวกเราก็ผู้หลักผู้ใหญ่ กันแล้วนะครับ ให้เรายึดถือในเรื่องข้อบังคับเป็นหลัก ขอความกรุณา เชิญท่านนั่งลงครับ
ถ้าท่านประธานยืนยันว่า ท่านประธานได้สั่งให้มีการเลื่อน โดยท่านประธานไม่ได้ดูมาที่เพื่อนสมาชิก ผมขอย้ำอีกครั้ง หนึ่งครับว่าท่านประธานต้องให้โอกาสกับเพื่อนสมาชิกในโอกาสต่อไป
ได้ครับ เชิญรัฐบาลแถลงนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร
โดยที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญาดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗๗ โดยกำหนดศาลที่มีอำนาจพิจารณาอนุญาต ให้ผู้กระทำความผิดฐานกระทำชำเราที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปีสมรสกับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๕ ปี และเพิ่มอัตราโทษปรับในสัดส่วน
เดี๋ยวนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอความกรุณาเงียบหน่อยนะครับ เพราะกฎหมายนี้สำคัญ แล้วก็นักเรียน เยาวชนท่านนั่งฟังอยู่นะครับ เพราะกระทบกับเด็กและเยาวชน เชิญครับ
และเพิ่ม อัตราโทษปรับในสัดส่วนอัตราโทษจำคุก ๑ ปี ต่ออัตราโทษปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท
๒. เพิ่มมาตรา ๒๘๕/๑ และมาตรา ๓๒๑/๑ โดยกำหนดให้การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิดต่อเสรีภาพต่อเด็กที่มีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ผู้กระทำไม่อาจ อ้างความไม่รู้อายุของเด็กเพื่อให้พ้นความรับผิดทางอาญาได้ สำหรับเหตุผลที่ต้องการให้มี การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ
โดยที่กฎหมายกำหนดให้ผู้กระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๕ ปีไม่ต้องรับโทษ หากศาลอนุญาตให้ผู้กระทำความผิดสมรสกับ ผู้เสียหายที่เป็นเด็ก ทำให้เกิดปัญหากรณีเด็กถูกบังคับให้ยินยอมสมรสกับผู้กระทำความผิด โดยศาลไม่อาจตรวจสอบได้ สมควรกำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัวหรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการ ใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล แล้วแต่กรณี เป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาอนุญาตการสมรสดังกล่าว เพื่อให้มีการตรวจสอบ ความยินยอมของเด็กได้ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น และโดยที่บทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศ และความผิดต่อเสรีภาพที่กระทำต่อเด็กได้กำหนดให้อายุเด็กเป็นองค์ประกอบของความผิด ทำให้ผู้กระทำความผิดอ้างความสำคัญผิด หรือความไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบ ความผิดเพื่อไม่ต้องรับผิด หรือได้รับการยกเว้น หรือได้รับโทษน้อยลงได้ สมควรกำหนดให้ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิดต่อเสรีภาพ ซึ่งได้กระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ไม่อาจอ้างความไม่รู้อายุของเด็กเพื่อให้พ้นความรับผิดทางอาญาได้ เพื่อให้เด็กได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสมควรปรับปรุงอัตราโทษปรับให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ ในปัจจุบัน จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ถึงแม้ กฎหมายมี ๕ มาตราก็สำคัญ มีท่านสมาชิกท่านใดจะอภิปรายไหมครับ
ทางคณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้รับความเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เพราะว่าการทำความผิดที่เกี่ยวกับเพศ และความผิดต่อเสรีภาพ กับเด็กซึ่งมีอายุน้อยเพียงไม่เกิน ๑๓ ปี ถือเป็นการกระทำที่เป็นภัยกับเด็กอย่างร้ายแรงนะครับ จึงสมควรให้มีการปกป้อง และคุ้มครองเด็กที่มีอายุไม่เกิน ๑๓ ปีอย่างเคร่งครัดนะครับ เพื่อเป็นการป้องกันปราบปราม การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเพื่อคุ้มครองศีลธรรมทางเพศของประชาชนในสังคมต่อไป ด้วยครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้ นะครับ ผมจะขอความกรุณาเวลาท่านอภิปรายช่วยกระชับประเด็นด้วยนะครับ เชิญท่านแรกคือ ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ท่านที่ ๒ ท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเห็นด้วยนะคะ กับการเสนอกฎหมายนี้ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาสังคมไทยมีการละเมิดทางเพศกับเด็กมาก ยิ่งในระยะหลัง ๆ นี่เราก็จะเห็นนะคะว่าเด็กกลายเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้เที่ยวทั้งหลาย แล้วก็ในช่วงที่ผ่านมานี้นะคะ เมื่อสัก ๑๐ ปีที่แล้วก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ในสภาซึ่งมีปัญหาไปซื้อ บริการกับเด็กนักเรียนซึ่งอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี แล้วก็สุดท้ายศาลก็ได้ตัดสินลงโทษ แต่กว่าจะ ตัดสินลงโทษได้อย่างนั้น องค์กรต่าง ๆ ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้วก็ให้ดำเนินการกับท่านผู้นี้ นะคะ ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ในสภา ปรากฏว่าเราพบกับปัญหาอุปสรรคมากมายกลายเป็นว่า แม้กระทั่งผู้มีเกียรติซึ่งเป็นผู้หญิงก็ตาม ก็ยังมองว่าเป็นเพราะว่าเด็กพวกนั้นนี่มันใจแตก เด็กพวกนั้นนี่มาเพื่อที่จะขายบริการ เด็กพวกนั้นมานี่ด้วยความพอใจ เพราะว่าได้เงินมาก ซึ่งมันเป็นคนละประเด็นเลยกับสิ่งที่พวกเรากำลังพยายามที่จะพูดนะคะ หรือว่าแม้กระทั่ง ที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่นี้นะคะว่าเด็กก็คือเด็ก เราต้องคุ้มครองเด็กแล้วเราจะไปบอกว่า ถ้าเด็กพอใจจะถูกล่อลวงจะถูกล่อด้วยเงินทองทรัพย์สินอย่างไรก็ได้ แล้วเมื่อถูกจับได้ คนบางส่วนคนบางกลุ่มก็มักจะหาว่า ๑. อันดับแรกนี่ถือว่าเด็กยินยอม ๒. อาจจะอ้างว่า สำคัญผิดหรือว่าเห็นว่าเด็กนี่ เด็กสมัยนี้ตัวโตอาจจะมีสรีระซึ่งไม่รู้ว่าอายุเท่าไร ที่จริงแล้ว มันสะท้อนให้เห็นว่าศีลธรรมของสังคมไทยนี่นะคะ ถ้าอ้างแบบนี้ถือว่าศีลธรรมหรือว่า ความรับผิดชอบใช้ไม่ได้เลย เพราะแปลว่าท่านไม่มีความยับยั้งชั่งใจ แปลว่าท่านนี่ ท่านไม่ใช่ ท่านที่อยู่ในนี้นะคะ ท่านใดก็ตามที่ไปซื้อบริการเด็กหรือต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศ กับเด็กถือว่าใช้ไม่ได้ ดิฉันเคยไปอบรมส่วนใหญ่จะอบรมกับกลุ่มผู้หญิง เคยไปอบรมกับกลุ่ม ผู้ชายบางส่วนเวลาพูดถึงเรื่องนี้ หลายคนก็จะบอกว่าอายุ ๑๓ ปีก็ใช้ได้แล้ว พอเราถามว่า ถ้าเป็นลูกคุณ คุณยอมไหม ไม่ยอม แต่ถ้าเป็นลูกคนอื่นก็อยากจะนอนด้วย เพราะฉะนั้น คำพูดอย่างนี้ ทัศนะอย่างนี้เป็นทัศนะที่เห็นแก่ตัวแล้วก็ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนนี้ ข้ออ้างที่บอกว่าสำคัญผิดไม่รู้ในข้อเท็จจริงนะคะ แล้วก็อ้างอย่างนี้ แล้วก็เป็นดุลยพินิจของศาล ที่จริงเราให้ภาระให้ศาลรับภาระมากเกินไปนะคะ ในการที่จะต้องใช้ดุลยพินิจว่าดูแล้วสำคัญผิด ได้หรือเปล่า จริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นมันไม่ควรจะต้องให้มีการวินิจฉัยหรือใช้ดุลยพินิจ อย่างนั้นนะคะ เราบอกไปเลยว่าเด็กก็คือเด็ก เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ นะคะ ที่เราจะ คาดหวังว่าเขาคิดได้ หรือเขาจะมีความรู้ผิดชอบชั่วดี คือเราบอกว่าถ้าคนบรรลุนิติภาวะไปแล้ว เขาจะไปทำอะไรกับใคร เราไม่ได้ว่า แต่ถ้าเป็นเด็กเราถือว่า ๑. ก็ยังไม่สมควร ถ้าเขาท้อง ท้องโดยไม่พร้อมจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขายังอยู่ในวัยเรียน เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร เขาจะดำเนินชีวิต อย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องเป็นห่วงเป็นใยกันนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นด้วยว่าการที่ กฎหมายนี้แก้ไขเสียว่าจะอ้างความสำคัญผิดหรือความไม่รู้นี่ ไม่ได้ เพียงแต่ดิฉันก็ยังเป็นห่วง นะคะ ถ้าเราบอกว่าให้ศาลคดีเด็กและเยาวชนหรือที่เทียบเท่าเป็นคนพิจารณาแล้วบอกว่า ถ้าผู้กระทำอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี แล้วผู้ถูกกระทำอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ถ้าจะยอมให้เขาแต่งงานกันก็กลัวว่าจะถูกผู้ปกครองบังคับให้แต่ง ถ้าศาลเป็นคนสอบแล้ว พิจารณาแล้วยอมให้แต่งได้ มันก็ยังจะเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิตคู่ของคนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี อยู่ร่วมกับคนอายุต่ำกว่า ๑๓ ปีอยู่ดี ก็อยากจะให้พิจารณาด้วยค่ะ ว่าศาลเอง เมื่อตัดสินไปแล้วว่าให้เขาแต่งงานกันได้ แล้วไม่ต้องรับผิด และถ้าผู้กระทำยังอยู่ติดคุก แล้วถ้าศาลยินยอมให้แต่งงานกันได้ คนที่อยู่ในคุกก็ต้องรีบปล่อยออกมาเพื่อให้เขามาใช้ชีวิต อยู่ร่วมกัน แล้วก็ต้องเรียนถามอีกเหมือนกันนะคะท่านที่จะไปเป็นกรรมาธิการ ถ้าศาลตัดสินว่า ให้เขาแต่งงานกันได้ แล้วผู้ที่กระทำนี่ไม่มีความผิด แล้วถ้าผู้ปกครองไม่เห็นชอบ แล้วไม่ยินยอมด้วย เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวเขาอย่างไร จริง ๆ แล้ว ดิฉันว่าถ้าจะบอกว่าห้ามมีเพศสัมพันธ์ ห้ามซื้อบริการ ห้ามมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าเด็กจะยินยอม หรือไม่ยินยอมก็ตามกับเด็กที่ต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปี ท่านต้องรู้ว่าเด็กต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปีนี่นะคะ เขาเรียนหนังสืออยู่ชั้นไหน เขาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาแค่นั้นนะคะ ยังไม่ถึง ม. ๖ เลย แล้วก็จะให้ แต่งงานกับคนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ดิฉันก็ยังไม่เห็นด้วยนะคะ ถ้าบอกว่าใครก็ตาม มีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี แล้วไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตามมีความผิด ทุกคนต้องยับยั้งชั่งใจในการที่จะไปมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตามที่ไม่ใช่คู่สมรสของเรา ที่ไม่ใช่ คู่ของเรา ปัญหานี้เป็นปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ถ้าเราบอกว่าสังคมทุกวันนี้ มันเปลี่ยนไปมากแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนตาม อีกหน่อยเราก็ไม่ต้องมีกฎกติกาแบบนี้ ขึ้นมานะคะ เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าสังคมเรา อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกนี่ค่ะ ว่าเราสมควร ที่จะต้องปกป้องแล้วก็คุ้มครองเด็กที่อายุไม่เกิน ๑๓ ปีอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องปราม การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น และเพื่อคุ้มครองศีลธรรมทางเพศของคน ในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่จะกระทำ ขอบคุณค่ะ
คุณหมอชลน่าน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ตัวกระผมเองได้มีส่วนร่วมในการที่จะอภิปรายพูดจาแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีที่ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในนามของคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในชั้นรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ ๒ หลักการ มีมาตรารองรับอยู่แค่ ๕ มาตรา เสมือนที่ ท่านประธานได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุมไป แต่ความสำคัญใน ๕ มาตรานี้ มันเป็น ความละเอียดอ่อนที่สภาแห่งนี้คงจะใช้ข้อพิจารณาพอสมควรละครับ ด้วยเหตุด้วยผลในการ ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม ใน ๒ หลักการนั้น แล้วมีผลบังคับใช้กับพี่น้องปวงชนชาวไทย ท่านประธาน ผมเองดูในหลักการแล้วนะครับ หลักการแรกเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗๗ เดิม ของประมวลกฎหมายอาญา สาระที่แก้ไขตรงนี้นะครับท่านประธาน เป็นการกำหนดศาล เขตอำนาจของศาลที่จะไปพิจารณากรณีคดีของผู้กระทำผิด โดยเฉพาะฐานความผิดกระทำชำเรา ต่อผู้ที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ที่ไปกระทำกับผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กนะครับ อายุมากกว่า ๑๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๕ ปี เพราะความเดิม ท่านประธานครับ ประมวลกฎหมายอาญาอนุญาตให้ศาล เป็นผู้พิจารณาว่าถ้าเขาสมรสกัน ถ้าศาลอนุญาตก็เป็นเหตุให้ไม่ต้องรับโทษ เป็นเหตุให้ ไม่ต้องรับโทษ ข้อความตรงนี้เองท่านประธานครับ เมื่อมาดูในรายละเอียดของหลักการตรงนี้ ความจำเป็นที่จะต้องมีศาลจำเพาะที่จะไปดูในขอบเขตอำนาจตรงนี้ ก็เลยมาแก้ไขในหลักการตรงนี้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ศาลตามบทบัญญัติของตัวมาตราที่ระบุ เป็นเฉพาะเป็นเรื่องของศาลที่เกี่ยวกับคดีเด็ก เยาวชน แล้วก็ศาลที่มีความจำเพาะต่อกรณี ในเขตพื้นที่พิเศษ เช่น ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับด้านมุสลิม ท่านประธานครับ นี่เป็นหลักการที่ ๑ หลักการที่ ๑ ยังพูดถึงเรื่องของการเพิ่มโทษในอัตราค่าปรับให้สอดคล้อง กับจำนวนโทษที่เป็นโทษจำ นั่นก็คือปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท อันนั้นก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม หลักการอันที่ ๒ ที่เป็นที่พูดคุยกันค่อนข้างมากในวงสังคมก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๘๕/๑ และมาตรา ๓๒๑/๑ นะครับ เรื่อง กำหนดให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือความผิดต่อเสรีภาพต่อเด็กที่มีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ผู้กระทำจะอ้างเหตุของความไม่รู้อายุเด็ก มาเป็นคู่ต่อสู้ไม่ได้ ท่านประธานครับ เมื่อดูหลักการแล้ว ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ เป็นความกล้าหาญของรัฐบาลชุดนี้นะครับ สาเหตุที่ผมใช้คำว่า เป็นความกล้าหาญ เรื่องอะไรครับ เรื่องนี้ต้องเป็นนโยบายโดยเด็ดขาดถึงกล้าจะเสนอ กฎหมายฉบับนี้อย่างนี้ ในลักษณะทำนองนี้ เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะมี ข้อถกเถียงกันว่าการเสนอกฎหมายลักษณะทำนองนี้จะไปยกเว้นหลักการทั่วไปของประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๒ หรือไม่ มาตรา ๕๙ สาระสำคัญว่าด้วยหลัก ๆ ของเจตนา มาตรา ๖๒ ว่าด้วยหลักสำคัญคือความสำคัญผิด ท่านประธานครับ การที่รัฐบาล เสนอมาอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีเสนอมาอย่างนี้ ต้องมีนโยบายชัดเจนในเรื่องนี้นะครับ ถ้ามีนโยบายชัดเจนเพื่อจะคุ้มครองเด็ก มาตรา ๕๙ ท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานก็สามารถที่จะกระทำได้ ถ้าท่านมีเจตจำนงมุ่งมั่นอย่างนั้นชัดเจน หลายท่าน บอกว่าเป็นกฎหมายปิดปาก คือถ้าคุณไปกระทำชำเราหรือไปกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๒๘๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๘๕/๑ ซึ่งฐานความผิดของมาตรา ๒๘๕/๑ เรื่องที่ ๑ ได้แก่ ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กตามมาตรา ๒๗๗ ของประมวลกฎหมายอาญา เรื่องที่ ๒ เป็นฐานความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารเด็กตามมาตรา ๒๗๙ อีกเรื่องหนึ่งเป็นความผิด ฐานเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กตามมาตรา ๒๘๓ วรรคสาม และความผิดฐานพาเด็กไปเพื่อการอนาจารตามมาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรคสอง ท่านประธานครับ นี่คือฐานความผิดที่เข้าไปแก้ไข แล้วฐานความผิดที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๒๑/๑ ได้แก่ ฐานความผิดเกี่ยวกับรับไว้จำหน่ายหรือเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปซึ่งเด็กตามมาตรา ๓๑๒ ตรี วรรคสอง และฐานความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง โดยผู้เยาว์นั้น ไม่เต็มใจตามมาตรา ๓๑๗ อันนี้คือฐานความผิด ฐานความผิดเหล่านี้ท่านประธานครับ รัฐบาลต้องมีเจตจำนงมุ่งมั่นและมีนโยบายชัดเจนถ้าจะทำกฎหมายเหล่านี้ ต้องทำเป็น กฎหมายมา โดยอาศัยมาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกเพื่อจะขอความกรุณาให้เพื่อนสมาชิก ได้ให้ความเห็นชอบในวาระที่หนึ่งนะครับ บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำ โดยเจตนา นี่อย่างไรครับที่ทางรัฐมนตรีท่านให้เหตุผลว่าเดิมกฎหมายจะเอาความผิด ต่อกระทำเรื่องพวกนี้เมื่อเป็นเจตนาเท่านั้นเอง เป็นเจตนาเท่านั้นเอง แน่นอนครับ คำว่า เจตนา ได้แก่ การกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล นั่นคือเจตนา ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น ถ้าเข้าองค์ประกอบนี้ เป็นเจตนา ถ้าไม่เข้าองค์ประกอบนี้การกระทำความผิดต่อเรื่องเพศต่อเด็ก ถ้าไม่เข้าเจตนาไม่ผิดครับ ท่านประธานครับ ไม่ผิด แต่กฎหมายฉบับนี้ถ้าต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปี ผิด ผิดเพราะอะไรครับ เพราะอาศัย วรรคต่อไปท่านประธานครับว่า เว้นแต่จะได้กระทำ โดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาทหรือเว้นแต่ ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดและได้กระทำโดยไม่เจตนา กฎหมายฉบับนี้ เลยออกมาตามวรรคนี้ ท่านประธานครับ จะอ้างความผิดว่าไม่รู้อายุเด็กมาเป็นข้อต่อสู้ ในศาลไม่ได้เลย ถ้ามีกฎหมายบัญญัติแจ้งชัดให้กระทำว่าจะต้องมีความผิดแม้จะกระทำโดย ไม่เจตนา เพราะฉะนั้นหลักที่หลายท่านมีข้อวิตกกังวลนะครับว่ามันจะเป็นการไปยกเลิก หลักการทั่วไปของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ หรือไม่ ท่านประธานครับ อาศัย วรรคตรงนี้ครับ ถ้อยคำตรงนี้เองสามารถที่จะตรากฎหมายฉบับนี้ออกมารองรับได้ เป็นเจตจำนงและความมุ่งมั่นของนโยบายครับ ถ้าทำได้ตามนโยบายอันนั้นจะต้องมีกฎหมาย มารองรับที่จะเอาผิดเขาได้ ถ้าไม่มีกฎหมายฉบับนี้มาก็อ้างเจตนา อ้างความสำคัญผิดได้ ท่านประธานครับ แม้แต่มาตรา ๖๒ เรื่องความสำคัญผิดนะครับ ถ้าสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ไม่ต้องรับโทษครับ ผมก็อ้างว่าผมไม่รู้นี่ครับ เพราะตัวเด็กมันใหญ่ ตัวเด็กใหญ่มันต้องอายุ ๑๕ ปี ถ้าอายุ ๑๕ ปีโดนเหมือนกันครับ ผมเอาเกินอายุ ๑๘ ปีก็แล้วกัน อายุ ๒๐ ปี สำคัญผิด ตัวใหญ่สรีระเป็นผู้ใหญ่หมดเลย สำคัญผิดสู้คดีได้ ไม่ต้องรับผิดครับ ท่านประธานครับ แต่ใน มาตรา ๖๒ เช่นเดียวกันครับ เขียนไว้เหมือนกันท่านประธานครับ เขียนว่ากรณีมีกฎหมายบัญญัติ เป็นการเฉพาะให้รับโทษจะต้องรับโทษครับ แม้จะเป็นการกระทำโดยประมาท อันนี้ ก็เทียบเคียงกลับมาได้ว่าถ้าประมาทไม่ต้องรับโทษ สำคัญผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้ามีกฎหมาย บัญญัติให้รับโทษต้องรับโทษ อันนี้คือเหตุจำเป็นที่จะต้องตรากฎหมายฉบับนี้มาเพื่อที่จะเอา ความผิดกับผู้ที่กระทำผิดต่อหลักการ ๒ หลักการนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนี้เห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ถึงแม้หลายท่านจะเรียกว่าเป็นกฎหมายปิดปาก ท่านจะอ้างว่า ต่อสู้คดีไม่ได้เลย เพราะอะไรครับ เพราะสิ่งที่เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะคุ้มครองเด็ก ที่อายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ในหลักของการที่จะเอาอายุเด็กเป็นตัวตั้ง เมื่อก่อนนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานในเบื้องต้นนะครับว่าประมวลกฎหมายอาญา ในการที่จะพิจารณาคดีเกี่ยวกับ เด็กเรื่องเพศนี่นะครับ ใช้ฐานอายุเป็นเกณฑ์ เมื่อมีฐานอายุปุ๊บก็ไปเข้าสู่หลักเจตนา หลายคดี ครับที่ผู้ที่มีความผิดจริงรอดพ้นเพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาเจตนา เขาสามารถพิสูจน์ ตัวเองได้ว่าเขาไม่เจตนา หรือแม้แต่ศาลไม่สามารถพิสูจน์เขาได้ว่าเขามีเจตนาเขาก็รอดพ้นผิดไป นี่คือหลักของการพิจารณากฎหมายไทยเป็นอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลักการ ๒ หลักการ หลักการของความยินยอม หลักการของการให้ศาลที่มีความจำเพาะ ที่จะเป็นศาล ในการพิจารณานี่ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเป็นความจำเพาะของศาลเองที่มีอำนาจหน้าที่เฉพาะในการที่จะเข้าไปดู เพื่อจะดูว่า ความยินยอมของเด็กนั้นในการที่จะสมรสกันเขายินยอมด้วยความพร้อมใจหรือไม่ เป็นความยินยอม ที่แท้จริงของเด็กหรือไม่ นั่นคือหลักการในข้อที่ ๑ แก้มาตรา ๒๒๗ นะครับท่านประธาน โดยความแล้วผมไม่ใช้เวลาท่านประธานมากนักนะครับ เจตนารมณ์อันที่ ๑ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง กับนโยบายที่ชัดเจนของนโยบายของรัฐบาลที่จะคุ้มครองเด็กในเรื่องความผิดเรื่องเพศ กรณีเด็กนั้นมีอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ที่จะใช้ศาลที่มีความจำเพาะเข้าไป พิจารณาในขอบเขตอำนาจในการที่จะให้ความยินยอมในการสมรสระหว่างเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี และเด็กอายุ ๑๓ ปีถึง ๑๕ ปีในการสมรสกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้นำเรียนมาก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะได้ใช้เป็นข้อพิจารณาในการที่จะพิจารณารับ หลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ ถ้ามีข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงใด ๆ ท่านประธานครับ ก็สามารถ ที่จะไปนำเสนอได้ในชั้นกรรมาธิการ แต่หลักการ ๒ หลักการนี้ ผมเชื่อว่าเป็นหลักการ ที่ยิ่งใหญ่ คงไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงในชั้นกรรมาธิการได้ กราบขอบคุณครับ
ผมจะอ่าน ชื่อ ๕ ท่าน ท่านจะได้เตรียมพร้อมนะครับ ต่อไปเป็นท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แล้วก็ ต่อไปด้วยท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ แล้วก็กลับมาที่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แล้วมาที่ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๔ ท่านก่อน แล้วก็เดี๋ยวจะลำดับต่อไป เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การแก้ไข บทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพที่มีอายุเด็กเป็นองค์ประกอบ ความผิด) โดยหลักการและเหตุผลผมสนับสนุนครับ เพราะว่าเป็นการคุ้มครองเสรีภาพให้เด็ก ที่มีอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ๑๕ ปี ผมคิดว่าเป็นการแก้ไขเพื่อให้การกระทำผิดดังกล่าวมีความผิด ชัดเจนขึ้นนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาก่อนว่า ปัญหาการกระทำชำเราเด็กมันเกิดขึ้น บ่อยครั้งและมากขึ้น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายฉบับดังกล่าว นั้นผมเห็นด้วย แต่มีจุดหนึ่งที่ผมคิดอยู่เสมอครับ คือคนที่มีหน้าที่อบรมดูแล สั่งสอนเด็ก เกี่ยวกับศีลธรรม ความประพฤติแต่กระทำเสียเอง อันนี้จะมีบทบัญญัติอะไรที่จะเพิ่มเติม หรือเอาผิดที่สูงกว่าหรือไม่ กรณีที่เป็นข่าวอยู่เสมอ ๆ คือครูที่กระทำชำเรา ข่มขืน เด็กนักเรียน อันนี้ท่านมีความคิดอย่างไรบ้างครับ ต่อความรู้สึกของคนในประเทศนี้ ที่คนที่มี หน้าที่สั่งสอน อบรมลูกหลานเยาวชนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม แต่ประพฤติปฏิบัติในเรื่องนี้เสียเอง บ่อยเหลือเกิน แล้วมีมากขึ้น ๆ มีความคิดที่จะเพิ่มโทษในกรณีนี้อย่างไรเป็นกรณีพิเศษไหม อันนี้ผมคิดว่าน่าที่จะเป็นข้อพิจารณานะครับ ผมฝากเหตุผลเท่านี้ละครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยแล้วก็ให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ คณะรัฐมนตรีที่ได้เสนอกฎหมายที่มีประโยชน์ แล้วก็ให้ความคุ้มครองดูแลเด็ก ๆ เยาวชน อนาคตของชาติในวันนี้นะคะ ดิฉันเป็น ส.ส. มา ครั้งนี้ก็สมัยที่ ๒ แล้วค่ะ ก็ยังไม่เคยเห็น กฎหมายไหนที่ให้ความคุ้มครองกับเด็กเท่ากับกฎหมายฉบับนี้ที่ได้มีการเสนอเข้ามาค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนเลยค่ะว่าที่ดิฉันต้องเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ก็เนื่องมาจากว่าดิฉันเอง ต้องเรียนว่าเป็นคนต่างจังหวัดค่ะ ก็อยู่บ้านเดียวกับท่านประธานค่ะ ที่จังหวัดชัยภูมิ ตอนเด็ก ๆ ตอนดิฉันเรียนมัธยมตอนต้น ดิฉันเรียนอยู่ที่ต่างจังหวัด ก็มีเพื่อนดิฉันนี่ละคะ เราเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนต้น อายุตอนนั้นก็ประมาณสัก ๑๒ ค่ะ แต่เพื่อนดิฉันต้องออกจาก โรงเรียนกลางคันเพื่อจะไปแต่งงานกับผู้ชายที่มากระทำเขา มาข่มขืนเขา เขาต้องออกจาก โรงเรียน เสียอนาคตที่จะต้องมีความก้าวหน้าทางการศึกษาเพื่อออกไปอยู่ในชีวิต ที่มีครอบครัว ก็ไม่แน่นะคะเพื่อนดิฉันคนนั้นถ้าเขาไม่ต้องออกไปแต่งงาน ซึ่งส่งผลกระทบมาจาก การกระทำ แต่ได้เรียนต่อเขาอาจจะเป็นคนที่ตอนนี้อาจจะเป็นนักวิชาการที่เก่งกาจ สามารถ พัฒนาประเทศเราก็ได้ ที่ดิฉันเห็นด้วยก็เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้การที่มีการแก้ไขปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ โดยการที่ปรับลดอายุจากที่กำหนดว่าอายุมากกว่า ๑๓ ปี ถึง ๑๕ ปี หากถูกกระทำชำเราแล้วศาลได้มีการอนุญาตให้แต่งงานได้ ผู้ที่มากระทำไม่ต้องรับผิด ตรงนี้ มันเป็นช่องว่างของกฎหมายค่ะ ดิฉันเห็นมาหลายกรณีแล้ว ไม่ว่าจะที่อื่น ๆ หรือว่าตามข่าวคราว เท่าที่เราทราบเด็กถ้าหากเป็นผู้เยาว์ อายุไม่เกิน ๑๕ ปี ถูกกระทำ เมื่อเราย้อนกลับไปดู จะพบว่ามีการเจรจายอมความ บางรายก็มีการแต่งงานกันไป อย่างนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีค่ะ ทำให้คนที่ไปกระทำไม่ต้องรับความผิดก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับคนที่นิยมชมชอบในเรื่อง เกี่ยวกับทางที่ไม่ค่อยดีนะคะท่านประธาน ก็ต้องเรียนค่ะว่าดิฉันเห็นอีกหลายกรณีก็คือ บางครั้งเด็กที่อายุ ๑๒-๑๓ ปี แต่ถูกบังคับจากผู้ปกครองเนื่องจากสังคมไทยของเรามีความอับอาย ในเรื่องการที่บุตรหลานหากโดนกระทำก็ไม่กล้าที่จะไปแจ้งความหรือว่าจะไปเอาเรื่อง มีแต่การไปพูดจา เจรจากันแล้วก็ไปแจ้งต่อศาลว่าเราได้มีการตกลงยินยอมที่จะดำเนินการ แต่งงานโดยที่ไม่มีการสอบถามความสมัครใจของเด็กก่อนก็เป็นการบังคับแล้วก็ทำร้ายจิตใจ ของเด็ก บางครั้งเด็กสภาวะยังไม่พร้อมที่จะไปสู่ชีวิตการมีครอบครัว ยังหาเงินใช้เองไม่ได้ ก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยพ่อแม่ผู้ปกครอง ตรงนี้ก็เป็นปัญหาอีกเช่นกันที่จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง จะต้องรับภาระในการที่มาดูแลครอบครัวที่จะไม่สามารถเลี้ยงตนเอง แต่ว่าต้องแยก ครอบครัวออกไป ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ดิฉันต้องเห็นด้วย แล้วก็ให้ การสนับสนุนกับกฎหมายที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีได้เสนอในวันนี้ แต่ก็มี ประเด็นที่อยากจะฝากกับทางคณะกรรมาธิการซึ่งดิฉันเข้าใจว่าวันนี้เพื่อน ๆ สมาชิกก็คงจะ ให้ความเห็นด้วย แล้วก็ยินดีที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ โดยอาจจะมีการตั้งกรรมาธิการนะคะ คือดิฉันคิดเลยไปอีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน คิดไปถึงเด็กผู้ชายปัจจุบันตามหน้าข่าว หนังสือพิมพ์ก็จะพบว่ามีเด็กชายอีกหลายรายที่ก็ต้องเรียกว่าต้องถูกกระทำโดยที่เขาก็ไม่ได้ เต็มใจเหมือนกันค่ะ เป็นไปได้หรือเปล่าถึงในชั้นกรรมาธิการเรารับหลักการไปแล้วอยากจะ ให้ดูแลแล้วก็ให้ครอบคลุมถึงเด็กผู้ชายที่มีอายุอยู่ในเกณฑ์ ๑๓ ปี หรือต่ำกว่า ๑๓ ปีด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณแล้วก็ขอให้กำลังใจกับคณะรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีที่เสนอ กฎหมายฉบับนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ
คือร่างนี้ คลุมถึงเด็กผู้ชายด้วย คำว่าเด็กนี่ เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมดีใจนะครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณามานั่งอยู่ในที่ประชุมนี้ด้วย เพราะว่านาน ๆ ครั้งจะได้เห็นหน้าท่านนายกรัฐมนตรี ความจริงกฎหมายฉบับนี้การคัดค้าน กฎหมายฉบับนี้พูดยากนะครับที่จะยืนขึ้นแล้วก็คัดค้านกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าถ้าเรา คัดค้านกฎหมายฉบับนี้มันดูประหนึ่งว่าเราไม่คุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดทางเพศ แต่ว่าถ้าเราจะคิดอย่างนั้นเราก็จะถูกกล่าวหาว่าเราละเลยหลักการของกฎหมายโดยเฉพาะ เรื่องหลักการกระทำความผิดต้องมีเจตนา ถ้ากระทำโดยไม่มีเจตนาท่านประธานเป็น นักกฎหมาย ท่านประธานก็ทราบดีว่ามันไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ไม่รับผิดชอบนะครับ ไม่ต้องรับผิดและไม่ต้องรับโทษ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ต้องกระทำโดยเจตนา การกระทำโดยเจตนาต้องเป็นการกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายหลักประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ มากมายหรอกครับ เพราะว่าท่านสมาชิกโดยเฉพาะคุณหมอชลน่าน ขออภัยเอ่ยนาม ได้อภิปรายไปชัดเจนแล้ว การรับผิดในประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นใดก็ตาม มันมีหลักอยู่ยกเว้นการกระทำความผิดว่าถ้ากระทำความผิดแล้วจะอ้างเจตนามาปฏิเสธ ความรับผิดไม่ได้มันมีอยู่บางประการด้วยกัน
ประการแรก คือกฎหมายฉบับนี้ครับ ต่อไปนี้เขากำหนดอายุของเด็กอยู่ที่ ๓ ประเภทด้วยกัน คือ ๑๓ ปี ๑๕ ปี แล้วก็ ๑๘ ปี การกระทำชำเราหรือการกระทำที่เป็น การโทรม ไม่ว่าเป็นโทรมหญิงหรือโทรมเด็กชายก็ตาม ตามผู้กระทำกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปีนั้น จะอ้างความยินยอมของเด็กมาปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ อันนี้เป็นหลักคือ เขาคุ้มครองเด็ก เพราะฉะนั้นเด็กอายุ ๑๕ ปีจะยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตามนะครับ จะอ้างมาปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ว่าเด็กยินยอมแล้ว กระทำแล้ว ไม่เป็นความผิดไม่ได้ อันนี้ ถูกต้องครับ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ที่กำลังแก้ไขใหม่นั้น เขากำหนดอายุของเด็กอยู่ที่อายุ ๑๓ ปีขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งว่าถ้าเด็กอายุ ๑๓ ปี และมีใครไปกระทำความผิดกับเด็กอายุ ๑๓ ปีนั้น จะอ้างว่าไม่ทราบว่าเด็กอายุ ๑๓ ปี และปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ เป็นเรื่องของกฎหมายปิดปาก อันนี้ครับที่มีข้อถกเถียงทางวิชาการครับ เป็นวิชาการแท้ ๆ ว่าสมมุติว่าเด็กอายุ ๑๓ ปี หรืออายุไม่เกิน ๑๓ ปี แต่ว่าร่างกายเขาโตเกินอายุ ๑๓ ปี แล้วผู้กระทำความผิดคิดว่า เด็กอายุเกิน ๑๓ ปีแล้ว อันนี้เขาจะอ้างเจตนาได้หรือไม่ กฎหมายที่กำลังจะออกใหม่นี้ครับ เสนอใหม่นี่อ้างว่าเด็กอายุยังไม่เกิน ๑๓ ปีไม่ได้ แม้ว่าเด็กจะรูปร่างใหญ่โตขนาดไหนก็ตาม ไม่ได้ เป็นกฎหมายปิดปาก สั้น ๆ อยู่อย่างนั้นนะครับ ทีนี้ถ้าเป็นอย่างนั้นนี่นะครับ ในกระบวนการใช้กฎหมายมันอาจจะมีปัญหาว่าจะมีคนใช้กระบวนการนี้ไปล่อลวง ผู้กระทำความผิด โดยอ้างว่าเด็กนี้อายุเกิน ๑๓ ปี อายุ ๑๗ ปี อายุ ๑๘ ปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่ เด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี แล้วก็จะเปิดช่องในการทุจริตได้ เป็นความกังวลใจเล็ก ๆ อยู่ครับ แต่ว่า หลักของผมก็คือ ผมคัดค้านว่าการกระทำความผิดนั้นต้องอาศัยเจตนา ถ้าไม่มีเจตนาจะ อาศัยกฎหมายปิดปากมันไม่ได้หรอกครับ มันจะเป็นการบิดเบือนหลักกฎหมายทั่วไป
ประการแรก ก็คือการกระทำชำเราเด็กตามที่รัฐบาลแก้มานี่ผมไม่เห็นด้วย ผมยกตัวอย่างอีกสักเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ อย่าหาว่าผมก้าวร้าวหรืออะไรเลยครับ ท่านประธานครับ กฎหมายไทยมีอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่เป็นลักษณะกฎหมายปิดปาก ห้ามพิสูจน์ ก็คือการหมิ่นประมาทครับ สมมุติผมไปหมิ่นประมาทท่านประธาน ว่าท่านประธาน ไปทำอะไรที่ไหน เมื่อไร และเป็นความผิด เช่นประธานไปพบใครที่โรงแรม ในขณะที่มี การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมกล่าวหาท่านประธาน ผมไม่ไปกล่าวหาคนอื่นนะครับ ผมหมิ่นประมาทท่านประธานอย่างนี้ กฎหมายก็บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ให้พิสูจน์ ถึงแม้ว่าท่านประธานไปทำความผิดอย่างนั้นจริง ผมเห็น ผมมีกล้อง มีพยานหลักฐาน ศาลท่านก็ไม่ยอมให้พิสูจน์ครับ เขาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ถึงแม้ว่าท่านประธานไปทำจริง ผมก็จะยกเรื่องจริงนั้นมาพิสูจน์เพื่อปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ เรื่องหมิ่นประมาท แต่ว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ เรื่องหมิ่นประมาท ผมเรียนท่านประธานว่าไม่ถึงกับปิดปาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหมือนกับกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งกำลังออกนี่ครับ เพราะในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ นั้นเองครับ ถ้าเป็นการ หมิ่นประมาท ท่านประธาน และพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมันเป็นประโยชน์กับสังคม มันเป็น ประโยชน์กับสาธารณะ ผมก็พิสูจน์ได้ ผมก็ปฏิเสธความรับผิดได้ สมมุติผมบอกว่า ท่านประธานไปมีอะไรกับใครที่โรงแรม ท่านประธานบอกเป็นเรื่องส่วนตัว ห้ามพิสูจน์ ผมบอกว่าถ้าผมพิสูจน์แล้วเป็นประโยชน์กับสังคม เป็นประโยชน์กับสาธารณะ ผมพิสูจน์ได้ เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะท่านประธานเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะฉะนั้น ใครก็ตามครับที่เข้าใจหลักกฎหมายผิดอย่างนี้ครับ มันจะทำให้การใช้กฎหมายมันผิดหลัก ถ้าไปทำอะไร นักการเมืองไปทำอะไร แม้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรีครับ แม้เป็นเรื่อง ส่วนตัวแท้ ๆ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนั้นมันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนหรือเป็นประโยชน์ สาธารณะ เขาพิสูจน์ได้ อันนี้ละครับ ท่านประธานครับ ที่คนเขาเข้าใจผิดเยอะ ทำไมเขายอม ให้พิสูจน์เรื่องเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ เพราะเราเป็นนักการเมือง อย่างไรครับ แต่ว่าถ้าเราไม่ใช่นักการเมือง เราเป็นพ่อค้า แม่ค้า เป็นนักธุรกิจ แล้วไปทำเรื่องเหล่านั้น ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องจริงเขาก็ห้ามครับ ห้ามพิสูจน์ เพราะมันไม่เป็นประโยชน์ แต่เมื่อเราผัน สถานะตัวเองจากนักธุรกิจมาเป็นนักการเมือง ถ้าเราทำสิ่งเหล่านั้นกฎหมายยังเปิดโอกาส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ ว่าพิสูจน์ได้ครับว่าเป็นประโยชน์ เพราะบุคคล ที่เป็นนักการเมืองนั้นจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนเหล่านั้นไม่ได้ เพราะนักการเมืองต้องอยู่บน ความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน เข้าใจเสียให้ถูกนะครับ จริงไม่จริงถ้าเป็นนักการเมืองก็บอก ความจริงเสียก็จบนะครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับ มี ๒ เรื่องที่เป็นกฎหมายปิดปาก ที่ผมยกตัวอย่างนี้มาครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ
ผม พิชิต ชื่นบาน ครับ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ ไม่อยู่ในประเด็นครับ ไม่อยู่ในประเด็นของ กฎหมายฉบับนี้เลยครับ ไปโรงแรมอะไรเรื่อยเปื่อยไปเลยครับ ขอบพระคุณครับ ขอให้ ถอนคำพูดด้วยนะครับ เรื่องไปโรงแรมอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ เรากำลังพิจารณาถึงร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมกฎหมายอาญานะครับ การแก้ไขความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพเด็ก ผมขอร้องให้ท่านอยู่ในประเด็น เดี๋ยวก็จะมีผู้ประท้วงอีก เชิญท่านพูดแต่ขอให้อยู่ในประเด็นเรื่องนี้ ถ้าเรื่องอื่นผมไม่อนุญาต
ผมเรียนท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ คือท่านประธานอาจจะเพิ่งขึ้นมานั่งทำหน้าที่ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกก่อนหน้าผมก็ได้อภิปราย หลักของกฎหมายปิดปาก ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ท่านประธานครับเป็นการพิจารณา ท่านประธานก็ดูกฎหมายนี้ครับเป็นเรื่องของหลักกฎหมายปิดปากว่าถ้าไปกระทำความผิด ทางเพศกับเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี เขาห้ามพิสูจน์ว่าเด็กนั้น คือถ้าเด็ก ๑๓ ปีห้ามพิสูจน์คือผิด ห้ามพิสูจน์ว่าเราคิดว่าเด็กอายุเกิน ๑๓ ปีแล้วเราถึงไม่ทำความผิด เขาห้ามพิสูจน์นะครับ เขาเรียกว่าหลักกฎหมายปิดปาก ตรงกันนะครับ ผมกำลังเปรียบเทียบว่าหลักกฎหมาย ปิดปากที่ผมนึกขึ้นได้ตอนท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่นี่นะครับ
เอาประเด็นนี้
ผมนาน ๆ เจอท่านนายกรัฐมนตรี สักครั้งหนึ่งครับ
ท่านนิพิฏฐ์ เอาประเด็นนี้ประเด็นเดียวก่อน เพื่อไม่ให้มีคนประท้วง
ผมกำลังจะจบแล้วครับ หลักกฎหมาย ปิดปาก
ท่านนิพิฏฐ์ ผมบอกท่านแล้วอย่างไรครับ เชิญท่านกุสุมาลวตีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ดิฉันขอประท้วงผู้ที่ กำลังอภิปรายนะคะ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่า ใช้วาจาไม่สุภาพ ใส่ร้ายเสียดสี กล่าวถึง ท่านนายกรัฐมนตรี และกล่าวถึงการไปโรงแรมนั้นมันเป็นเจตนาที่จะใส่ร้ายท่านนายกรัฐมนตรี และรวมถึงท่านสมาชิกนั้นได้ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย ในมาตรา ๓๕ เป็นการกล่าว หรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งจะทำให้เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคล ครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวที่ท่านจะกระทำไม่ได้ บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง จากการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ด้วยนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับตนให้ได้รับสิทธิ และความคุ้มครองตามกฎหมายกำหนด เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของผู้ที่อภิปรายนั้นมีเจตนา ที่จะใส่ร้ายเสียดสีท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันขอให้ถอนด้วยค่ะ
เอาอย่างนี้ ผมจะวินิจฉัยนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ท่านเป็นนักกฎหมายทราบดีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าก็ทราบเจตนา ในการอภิปราย ผมเป็นกลางในการที่เป็นประธานในที่ประชุมท่านทราบอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งไหน ที่มันจะทำให้มีการประท้วงและการพิจารณากฎหมายล่าช้านี่ผมขอท่านก็แล้วกัน เพราะท่าน ก็เป็นผู้ใหญ่นะครับ ท่านรู้ดีว่าถูกหรือผิด เชิญอภิปรายได้ครับ
ขอขอบคุณท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมระวังมากเรื่องนี้และผมไม่กล่าวหาใครเลย อันนี้ผมต้องปฏิเสธนะครับ แต่ผมเรียนท่านประธานว่าหลักกฎหมายปิดปากตามประมวลกฎหมายอาญา มันมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะแรกก็คือที่เรากำลังแก้อยู่ในขณะนี้ครับ เด็ก ๑๓ ปี กฎหมายปิดปาก ห้ามปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าเด็ก ๑๓ ปี และไปกระทำความผิดกับเด็ก ห้ามเลยครับ นั่นคือ หลักกฎหมายปิดปาก
หลักกฎหมายปิดปากประเภทที่ ๒ ในประมวลกฎหมายอาญาที่ผมยกขึ้นมา ก็คือประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๐ เรื่องการหมิ่นประมาท การหมิ่นประมาท ถ้าเรื่อง หมิ่นประมาทนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นกฎหมายปิดปากครับ
นิพิฏฐ์ เราเอาเรื่องของมาตรา ๑๕๒
ผมเปรียบเทียบครับ
เอาเรื่องนี้ เรื่องเดียว
ท่านประธาน ผมกำลังขมวด แล้วท่านประธาน จะรู้ว่าทำไมผมยกตัวอย่างอย่างนี้ ในการหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมาย
ท่านนิพิฏฐ์ นั่นละครับ ผมถึงบอกการอภิปรายมันจะไปไม่ได้ครับ
(นายพิชิต ชื่นบาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ ท่านพิชิตประท้วงอะไรครับ
ผม พิชิต ชื่นบาน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันที่จะประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ ครับ ไม่อยู่ในประเด็นเลยครับ เรื่องหมิ่นประมาท ก็เรื่องหมิ่นประมาทครับ ขอยืนยันครับ ขออนุญาตครับ
ท่านนิพิฏฐ์ ขออนุญาตท่านนะครับ ก็เอาเฉพาะเรื่องนี้ก็แล้วกันครับ ถึงอภิปรายต่อไปได้ ไม่อย่างนั้นก็จะมี การประท้วง ผมพยายามอะลุ่มอล่วย ผมขอประเด็นนี้ก็แล้วกัน ผมขอร้องท่านก็แล้วกันครับ
ผมเข้าใจท่านประธานครับ และผมไม่ต้องการ บรรยากาศมันจะรุนแรงไปกว่านี้ ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านประธานนะครับ แต่ว่าผมเรียน ท่านประธานสรุปอย่างนี้แล้วกันนะครับว่า ผมไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายฉบับนี้มา เพราะมันเป็นการปิดปากโดยเด็ดขาด ห้ามพิสูจน์เลยว่าผมไม่มีเจตนา เนื่องจากเด็กอายุ ยังไม่เกิน ๑๓ ปี แต่ว่าถ้ามีข้อแม้เหมือนที่ทิ้งท้ายไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๐ เรื่องหมิ่นประมาท อย่างนี้ผมรับได้และผมจะยกมือให้ ผมจะกดสนับสนุนให้ การหมิ่นประมาท ที่ผมยกตัวอย่าง กำลังจะสรุปท่านประธาน ถึงแม้เป็นเรื่องส่วนตัวแต่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แล้วเขาให้พิสูจน์ได้ แต่ว่าที่รัฐบาลออกกฎหมายนี้ห้ามพิสูจน์เลย ผมเลยไม่เห็นด้วยครับ แค่นี้ครับ ไม่มีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ครับ อย่าไปคิดเลยเถิดไปเลยครับ ไม่มีอะไรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของรัฐบาลที่เสนอกฎหมายความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิด ต่อเสรีภาพที่มีอายุเด็กเป็นองค์ประกอบ เพื่อความต่อเนื่องจะขออนุญาตตอบท่านนิพิฏฐ์ ในช่วงนี้สักเล็กน้อยนะครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าเด็กอายุ ๑๓ ปี ซึ่งเด็กมากนะครับ ใครที่ไป กระทำชำเราหรือมีความผิดเกี่ยวกับเพศกับเด็กที่มีอายุเพียง ๑๓ ปี ไม่อาจถือความไม่รู้ไปอ้าง เพื่อให้พ้นผิด ท่านบอกว่าเป็นกฎหมายปิดปาก ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านอย่างนี้ครับ เด็กนี่อายุ ๑๓ ปีเท่านั้นเอง และผมเชื่อว่าในสิ่งที่ท่านพูดนั้นก็คือว่าเป็นการซื้อบริการ ซึ่งถ้ามีการคบกันรู้จักกันนี่นะครับ อายุไม่เกิน ๑๘ ปี ศาลอาจจะพิจารณาให้สมรสกัน หรือพิจารณาเป็นอย่างอื่นได้ แต่ถ้าเด็กอายุไม่ถึง ๑๓ ปี เด็กเล็กมากนะครับ วันนี้สังคมไทย เสื่อมทรามมาก เราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนผมคิดว่า วันนี้เราต้องปกป้องเด็กเหล่านั้น ยิ่งถ้าเป็นการซื้อบริการเด็กอายุเพียง ๑๓ ปี ผมเห็นว่าวันนี้ เราต้องปกป้องอย่างเต็มที่ เราจะยอมหรือครับ ให้คนไปซื้อบริการเด็ก ยอมให้คนทั้งโลก ไปมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ยอมให้เด็กมีพฤติกรรม คือเด็กถูกทำร้ายทางจิตใจแบบนี้ ได้อย่างไร ใช่ ท่านบอกว่าเป็นกฎหมายปิดปาก แต่ผมต้องเรียนนะครับ เด็กอายุ ๑๓ ปี ท่านไม่มีสิทธิเลยที่จะไปกระทำชำเราเขา อันนี้คือในความรู้สึกของเราทุกคนด้วย โดยเฉพาะพวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางรัฐบาลตัดสินใจเสนอกฎหมายฉบับนี้ เพราะเราต้องการปกป้องพิทักษ์คุ้มครองเด็กอายุเพียง ๑๓ ปี ถึงท่านจะบอกว่าเป็นกฎหมาย ปิดปากก็ต้องปิดปากละครับ เราไม่สมควรครับ และวันนี้เองก็ขอร้องพวกเราทุกคนนะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่าไปคิดที่ไปเอื้อประโยชน์ เอื้ออำนวยให้กับคนซึ่งซื้อบริการเด็ก จริง ๆ ไม่แค่ว่าอายุเท่าไรหรอกครับ ซื้อบริการก็ไม่น่าจะปล่อยไปแล้ว นี่ไปซื้อบริการคนที่ดูแล้วยัง เป็นเด็กผมคิดว่าอย่างนี้ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นสมาชิกในสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าวันนี้เรามีหน้าที่ที่จะปกป้องรักษาคุ้มครองเด็ก ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิก ว่าวันนี้ขอเพียงเป็นการซื้อบริการเด็กเท่านั้นเอง เราซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนควรจะร่วมกัน ให้การสนับสนุนกฎหมายนี้อย่างเต็มที่อย่าไปบอกเลยครับ เป็นกฎหมายปิดปากอย่าไปทำ อย่าไปนี่ เราสนับสนุนกฎหมายแค่มีใจเอื้อต่อผู้ที่ซื้อบริการเด็กเราคิดว่าเราก็ไม่สมควรแล้ว ก็ขออนุญาตนำเรียนชี้แจงท่านสมาชิก ท่านนิพิฏฐ์นะครับ ได้ขอความกรุณาเถอะครับ เปลี่ยนใจให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เถอะครับ ไม่ใช่กฎหมายปิดปาก แต่เป็นกฎหมาย คุ้มครองเด็กซึ่งเป็นเยาวชนในอนาคตของเราทุกคนนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผมจะเรียกตามรายชื่อนะครับ รายชื่อท่านมีอยู่ แต่ผมจะเรียกตามที่ยกมือก่อน เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขต ๑๘ คลองสามวาครับ ฟังท่านรัฐมนตรีวรวัจน์แล้วก็เห็นด้วย แต่ว่าก็มีหลากหลายมิติ เป็นข้อสังเกต เมื่อสักครู่นี้ฟังดูกฎหมายของฝ่ายค้าน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านนิพิฏฐ์ ฟังตอนแรกชักเคลิ้ม แต่พอไปเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีเลยเดี๋ยวต้องฟังอีกประเด็นหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องของการข่มขืนกระทำชำเรากับการซื้อบริการแนวคิดมันก็ต่างกัน แต่เป้าหมายของคนร้ายนั้นทิศทางเดียวกันครับ ซื้อบริการนั้นอาจจะเป็นความชอบ เป็นความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก็ว่ากันไปครับ บางทีก็ไม่ได้มีการถามว่าอายุเท่าไร เอาแค่พึงพอใจก็ซื้อบริการก็ว่ากันไปตามระบบของกระบวนการกฎหมายครับ แต่การข่มขืน กระทำชำเรานี่ครับ ตามกฎหมายที่ระบุไว้ผมว่ามันมีความชัดเจนว่าเป็นการกระทำ ประทุษร้าย ผมอาจจะโชคดีมีลูกชาย ไม่มีลูกสาวเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไรครับ แต่ก็ไม่แน่ครับ สมัยนี้ ขออภัยท่านประธานนะครับ ภาษานี้อาจจะเป็นภาษาที่สื่อมวลชนเขาใช้กัน วงการตุ๋ย ก็เยอะนะครับท่านประธานครับ เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๓ ปีเป็นผู้ชายก็โดนกระทำกัน เยอะแยะมากมายครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ผมกำลังตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ประเทศไทยแม้จะเป็นประเทศที่มีขอบเขตรอบทิศ มีทหาร มี ตม. มีอะไรก็แล้วแต่ แต่ในความเป็นจริงเมื่อท่านเซิร์จ (Search) เข้าไปในกูเกิล (Google) นี่ท่านจะเห็นเลยนะครับว่า การค้าประเวณีในประเทศไทยที่เป็นเด็กต่ำกว่าอายุ ๑๕ ปี ท่านประธานครับ เป็นเด็กที่มาจาก ต่างชาติ ชาติไหนก็สุดแท้แล้วแต่ แต่ที่มานั้นส่วนใหญ่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรอกครับ ท่านประธานครับ พอมาแล้วก็เกิดกรณีการกระทำชำเรารุมโทรม รุมโทรมนี่หมายความว่า มากกว่า ๑ คน ท่านประธานครับ แล้วเมื่อขึ้นสู่กระบวนการศาล ขึ้นสู่ชั้นตำรวจพนักงานสอบสวน เราจะทราบได้อย่างไรครับว่าเด็กเหล่านี้อายุต่ำกว่า ๑๓ ปีหรือไม่ หรืออายุ ๑๕ ปี หรือ ๑๘ ปี ตามโทษที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติที่แก้ไขฉบับนี้ครับ ผมฝากเป็นข้อสังเกตอย่างนี้ ท่านประธานครับ ความเป็นมนุษย์เหมือนกันของเพศหญิงและผู้ชายที่มาจากต่างแดนครับ ท่านลองไปเดินได้เลยครับในกรุงเทพมหานครทั้งผู้หญิงและผู้ชายถ้าท่านลองถามเขาสีอะไรครับ เขาจะบอกว่าสีแรง บางคนไปถามสีอะไร สีเหลือง คือพูดชัดเจนเลยครับว่ามาจากต่างด้าวชัดเจน แล้วทำอะไรครับ ก็ขายบริการแบบนี้ กฎหมายแบบนี้ผมไม่แน่ใจท่านประธานครับว่ามีการ ครอบคลุมถึงชาวต่างด้าวที่มารับใช้คนไทยอยู่ในประเทศไทยนี้หรือไม่ อย่างไรนะครับ แล้วนอกจากนี้ครับ พอเราพูดถึงกฎหมายแบบนี้ พอเราบอกว่าถ้าเราคัดค้านเดี๋ยวเราจะ ถูกกล่าวหาว่าเราไม่คุ้มครองเด็ก สภาผู้แทนราษฎรก็เป็นแง่กฎหมายท่านประธานครับ มีข้อสังเกตมากมายหลากหลาย เมื่อสักครู่นี้ผมออกไปค้นข้อมูลอยู่เป็นคำพิพากษาของ ศาลฎีกาครับ พูดถึงเรื่องของการไม่รู้อายุเด็กในช่วงที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นครับในระหว่าง ชั้นสอบสวนตำรวจจับกุมได้ปุ๊บถามเด็กอายุเท่าไร เด็กบอกอายุ ๑๓ ปี แต่พอสอบสวนไป สอบสวนมาผู้ต้องหาให้การปฏิเสธครับบอกว่าเด็กคนนี้เคยบอกว่าอายุ ๑๘ ปี เกิดการต่อสู้ กันเชิงหลักฐาน ท่านประธานครับ มีการไปค้นหาใบเกิด ใบสูจิบัตร ปรากฏว่าพอมาอีกที อายุ ๑๘ ปี ๒ เดือน หน้าตาเด็กก็ไม่ได้เด็กแล้วละครับ ๑๓ ปีถึง ๑๕ ปี บางทีมันก็ละม้ายคล้ายกันอยู่ที่การบริโภค อาหารการกิน ท่านประธานครับ สรุปใจความก็คือเมื่อมาถึงชั้นพนักงานสอบสวน แล้วต่อไป ยังอัยการมีประเด็นดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจริง ๆ ท่านประธานครับ มีการโกงอายุเด็ก ถ้าเกิดท่านประธาน ขออภัยหลายท่านที่อาจจะเกิดหลังปี ๒๕๐๐ ไป การแจ้งเกิดเด็กช้า หรือคุณพ่อคุณแม่ ลืมแจ้งเกิดนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในสังคมไทย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมก็ไม่อยากจะให้ กฎหมายนี้ไปบอกว่าเอ๊ะใครก็แล้วแต่อย่าไปถามว่าเด็กอายุเท่าไร ท่านติดคุกอย่างเดียวก็เป็น ข้อสังเกตฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ และนอกจากนี้ท่านประธานครับในกระบวนการ การค้าประเวณีในประเทศไทย หน่วยงานหลากหลายเขาทำบันทึกไว้ครับ ส่วนใหญ่เด็กอายุ ต่ำกว่า ๑๕ ปี เป็นเด็กต่างด้าว แล้วเกิดกระบวนการจัดฉาก ท่านประธานครับ บางทีเด็กมาบอก เฮียอายุเท่าไร ๑๘ ปีแล้วพี่จัดได้เลย ปรากฏว่าถูกตำรวจจับ ท่านประธานครับ อายุต่ำกว่านั้น อย่างนี้เราเข้าใจได้ว่าไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไร การค้าประเวณีหรือการซื้อบริการไม่ควรกระทำ อย่างยิ่ง อันนี้เข้าใจครับ แต่เป็นข้อสังเกตในกระบวนการจัดฉาก กระบวนการวางแผนครับ ผมอาจจะจินตนาการไปไกลครับท่านประธาน แต่อ่านศาลฎีกาหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการในการรุมโทรมหรือว่าข่มขืนเด็กนั้น มีหลากหลายนัย นัยที่สำคัญเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ มีคน ๒ คนรักกันมาตั้งแต่ ๑๐ ขวบ ความรักนั้นไม่ได้บอกได้ว่าอายุมันจะเท่าไร อยู่ที่ฮอร์โมนในร่างกายและสิ่งแวดล้อมของเด็กและเยาวชนต่าง ๆ ครับ ปรากฏว่ารักกันมา อยู่ดี ๆ ไปอาศัยทำมาหากินขายพวงมาลัยกันตามสี่แยก สุดท้ายปลายทางก็ไปอยู่ด้วยกัน พออยู่ด้วยกันอายุสัก ๑๓ ปี ๑๔ ปี ผู้ชาย ๑๕ ปี ๑๖ ปี แต่เด็ก ๑๓ ปี ท่านประธานครับ ปรากฏว่าตำรวจสายตรวจไปเจอ เขาอยู่กันมานานแล้ว ๓-๔ ปี ท่านประธาน ตำรวจบอก อ้าวนี่ข่มขืนกระทำชำเราใช่ไหม เด็กต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปีใช่ไหม ผู้ชายอายุ ๑๕ ปี ๑๘ ปี ใช่ไหม กฎหมายไม่ยินยอมไว้ เพราะท่านจะต้องถูกจับ อย่างนี้ก็เป็นปัญหาครับ แต่ที่ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งก็คือเรื่องของศาลครอบครัว บางทีความรัก ท่านประธานครับมันห้ามอะไรไม่ได้จริง ๆ บางคนไม่เคยถามหรอกครับว่าอายุเท่าไร คนอายุ ๘๐ ปียังรักอายุเด็ก ๑๘ ปี ตั้งเยอะแยะไปครับ คนอายุ ๑๘ ปีรักคนที่อายุ ๖๐ ปีก็เยอะท่านประธานครับ แต่ประเด็น ที่น่าสนใจก็คือเมื่อมีศาลครอบครัวช่วยพิจารณานี่ ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลนะครับว่า เมื่อไปสู่กระบวนการชั้นกรรมาธิการท่านกรุณาลงรายละเอียดเพิ่มเติมครับว่า ขอบเขตของ การพิจารณากว่าศาลครอบครัวจะอนุมัติหรืออนุญาตให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันด้วยใจที่ไม่ได้มี การข่มขื่นกระทำชำเรานะครับ มันมีหลากหลายประเด็นท่านประธานครับ ๑. ค้าประเวณี ๒. ข่มขืนกระทำชำเราหรือรุมโทรม ๓. รักกันจึงมีอะไรกันแล้วก็อยู่ด้วยกัน ทั้งหมดนี้มันไม่ได้ บอกอากัปกิริยาในการกระทำ แต่มันเข้าข่ายกฎหมายทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมก็ฝากไปยัง รัฐบาลครับ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดี๋ยวนี้ใบเกิดเขียนกันง่ายครับ โดยเฉพาะการอ้าง ถิ่นฐานที่อยู่บ้าง ต่างจังหวัดก็ใช้ลายมือกันบ้าง ไม่ใช้คอมพิวเตอร์แบบในกรุงเทพมหานคร ก็ยังพอมีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมก็เลยฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ครับว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไข แต่ก็เป็นข้อสังเกตไว้ว่าถ้ากรณีดังกล่าวนั้นมันเกิด อย่างเรื่องที่ผมว่า ๓ ประเด็น แล้วถ้าเป็นคนที่กระทำความผิดจริง ท่านไม่ต้องไปสนใจเลย เด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ท่านห้ามอยู่แล้ว แต่ถ้ารักกันล่ะ อยู่ด้วยกันล่ะ หรือถูกล่อลวงให้ไป รุมโทรม เช่น เขากำลังรุมโทรมกันอยู่ เด็กคนนี้เปิดประตูเข้าไปด้วย กล่าวหาว่าอยู่ใน กระบวนการรุมโทรมแบบนี้ทางกฎหมายมีแนวคิดอย่างไร แต่สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ไม่อยากให้สังคมไทยนี้เกิดขึ้น นี่เป็นการแก้กฎหมายแบบปลายทางครับ ต้นทางคือเราต้อง ส่งเสริมวัฒนธรรม สังคมในประเทศไทย ท่านประธานครับ ลูกหลานเติบโตขึ้นมาจะได้ รักนวลสงวนตัว เอาล่ะถ้าเศรษฐกิจดี กินดีอยู่ดี ไม่มีใครขายตัวเด็ดขาด ทุกคนเป็นสุภาพสตรี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายจะค้าขายประเวณีก็ค้าขายเหมือนกัน แต่ถ้าบ้านเมืองมีสตางค์ เศรษฐกิจดีครับ ประเทศร่ำรวยครับ อย่างวันนี้ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ผ่านมา ผมใจชื้นเลยครับ เด็ก ๆ ก็จะได้มีสตางค์ เพราะอะไรครับ คุณพ่อคุณแม่ทำงานเงินเดือนเพิ่มขึ้น ๑๕,๐๐๐ บาท ขออภัยที่โยงไปถึงแบบนั้น แต่มันเป็นการแก้ไขในเชิงกายภาพของประเทศครับ สุดท้าย ปลายทางแล้วเราจะมีภูมิคุ้มกันตัวเองครับ ต่อให้เด็ก ขอโทษนะครับท่านประธาน ขออภัยครับ จะขาว จะอวบ จะสวยขนาดไหน แต่เมื่อสังคมมันดี เศรษฐกิจดี ความคิดมันดี มันจะ ไม่กระทำครับ และสุดท้ายปลายทางการค้าประเวณีในประเทศไทยมันจะลดน้อยลง ห้ามไม่ได้ หรอกครับ มีทั่วโลก ท่านประธานครับ ประเทศเจริญแล้วก็เยอะแยะครับ เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายประกอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การแก้ไขบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิด ต่อเสรีภาพที่มีอายุเด็กเป็นองค์ประกอบความผิด) ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมนั่งดู อ่านแล้วอ่านอีกในกฎหมายที่รัฐมนตรีในฐานะตัวแทนของรัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าว แล้วส่วนที่สำคัญผมนั่งฟังสมาชิกพูดก็ไม่ได้พูดถึงในประเด็น ในเหตุผลที่ทาง รัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และความเป็น มุสลิม ท่านประธานครับ กระผมดูแล้ว อ่านแล้ว กฎหมายเรื่องนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวข้องกับ การประเวณี การกระทำชำเรา การทำร้าย การกระทำชำเราเด็ก ท่านประธานครับ ผมว่า กฎหมายฉบับนี้ถ้าออกไปโดยโยงที่รัฐมนตรีเสนอมาต่อสภา โยงไปถึงกฎหมายว่าด้วยการใช้ กฎหมายอิสลามในเขตปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมย้อนถามไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าท่านได้มีความเข้าใจในหลักการของอิสลาม ไหมครับ ท่านทำกฎหมายนี้ไปโยงเรื่องกับมุสลิมเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลย กฎหมายว่าด้วย กฎหมายอิสลาม ซึ่งเป็นกฎหมายครอบครัวแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวข้องกับมรดก ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีจะต้องจับประเด็นให้ดีนะครับ ท่านไม่มีความรอบคอบ ท่านกำลังจะผูกเรื่อง กฎหมายซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางโลกนี้ ไปผูกในเรื่องในหลักการศาสนา ในขณะที่ท่านไม่ได้ รู้เรื่องอะไรเลย ท่านทราบไหมครับว่าในหลักการของอิสลามการกระทำชำเราเด็กหรือผู้หญิง จะไม่ได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งการจะซื้อประเวณี เป็นการผิดหลักการทางด้านศาสนา แต่ท่าน โยงไปอยู่ในเหตุผลในการออกกฎหมายนี้ ท่านไม่รู้เรื่องเลย ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป ถ้าผม ไม่ได้อ่านให้ละเอียด กฎหมายฉบับนี้ออกไปรัฐบาลมีปัญหากับพี่น้องมุสลิมทั้งประเทศ ในส่วนของมุสลิม ในส่วนของศาสนาอิสลาม ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่า การกระทำชำเรา การผิดลูกผิดเมีย ผิดประเวณี สถานเดียวครับถ้าจะใช้กฎหมายอิสลาม ให้ออกกฎหมายเป็นการเฉพาะ แล้วไปใช้ในมุสลิมได้เลย แล้วเรื่องอย่างนี้คือประหารชีวิตครับ ท่านกำลังผูกเรื่องศาสนากับทางโลกเป็นเรื่องเดียวกัน และท่านไม่มีความรู้ และความละเอียด ในด้านศาสนา และท่านก็จะไปออกกฎหมาย แล้วออกกฎหมายอีก แล้วดันไปพูดถึงว่า กฎหมายนี้ไปใช้เฉพาะในจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล แล้วคนมุสลิมทั้งประเทศล่ะทำไมไม่ออกให้เขาล่ะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าในการดูแลเรื่องครอบคลุมอย่างนี้ท่านไม่มีความเข้าใจเลย ท่านไม่มีผู้รู้เลย เรื่องคำเหล่านี้ท่านตัดออกหน่อย ฝากทางกรรมาธิการเวลาไปเป็นกรรมาธิการให้ตัดเรื่อง อิสลามซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุผลที่ท่านได้ให้ไว้นะครับ ท่านตัดเถอะครับ อย่าให้มัน มีปัญหา เพราะว่ามันผิดหลักการศาสนาอย่างจริงจังและร้ายแรงมาก นี่คือการกระทำชำเราเด็ก การประเวณีในหลักการอิสลามจำไว้ให้ดีครับท่านรัฐมนตรี ไม่ได้เลยครับ แม้กระทั่งการเป็นตุ๊ด ก็ไม่ได้ครับ นี่คือในหลักการศาสนาอิสลามเขาห้ามเด็ดขาด การกระทำชำเราแม้กระทั่งเป็น เด็กผู้ชาย ผู้ชายต่อผู้ชายเขาเรียกว่าตุ๊ด ถ้าตุ๊ดอย่างนี้มันก็ผิดในหลักการด้านศาสนา นี่ก็ไม่ได้ ผมเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าให้ท่านตัดคำเกี่ยวข้องกับกฎหมายอิสลาม การพิจารณาคดีเยาวชนครอบครัวและศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัว และกฎหมายว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูลตัดออกครับ ท่านจะใช้กฎหมายโดยทั่วไปกับบุคคลทั่วไปไม่เป็นไร แต่อย่าดึง เรื่องศาสนาเข้าไปครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านรัฐมนตรีอย่าทำเป็น ผู้รู้เรื่องศาสนา ถ้าท่านไม่รู้ก็ต้องยอมรับว่าไม่รู้ และไปตัดคำนี้ออกด้วยความหวังดีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้อง ขอบคุณรัฐบาลที่ออกกฎหมายฉบับนี้ ถึงท่านนายกรัฐมนตรีจะออกพื้นที่ทำงานแก้ปัญหาให้ พี่น้องประชาชนไม่เคยหยุดหย่อน แต่ว่าท่านก็เห็นความสำคัญของเด็ก เด็กคือเยาวชนที่เป็น อนาคตของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าอนาคตของประเทศถูกทำลายประเทศจะมีอนาคตได้ อย่างไรครับ เด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปีถูกกระทำชำเรา เด็กคนนั้นเสียอนาคตเลยครับ ท่านประธาน เมื่อไม่กี่วันมานี้เราจะเห็นว่ามีเด็กขายพวงมาลัยอยู่บนถนนแล้วก็ตั้งท้องครับ เด็กอายุ ๑๐ ขวบเองครับท่านประธาน ถึงจะเป็นเด็กต่างชาติมาเดินอยู่บนถนนในประเทศไทยครับ ใครพบเห็นมีความรู้สึกน่าสมเพชเวทนาอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้การที่รัฐบาลเอาจริงเอาจัง กับการกระทำชำเราเด็กนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่องอย่างยิ่งครับ ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านเป็นผู้หญิง มีความรอบรู้ มีความละเอียดอ่อนที่ได้ดูแลเด็กเพื่อที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้มันหมดไป ท่านประธานครับ สังคมวันนี้นั้นมีการเอารัดเอาเปรียบ สังคมวันนี้นั้นคนที่แข็งแรงกว่า ย่อมได้เปรียบ ย่อมเอารัดเอาเปรียบสร้างความร่ำรวยบนความทุกข์ยากของคนที่อ่อนแอกว่า เราจะเห็นว่าในชนบทหรือว่าผู้หญิงที่มาจากต่างชาติที่เป็นเพื่อนบ้านของเรานั้นจะเป็นเด็ก อายุตั้งแต่ ๑๕ ปีลงไปถึงอายุ ๑๓ ปีครับท่านประธาน นี่คือการเอารัดเอาเปรียบของสังคม เพราะฉะนั้นบทที่จะต้องลงโทษผู้กระทำผิดในเรื่องนี้ผมว่าต้องเพิ่มโทษให้หนัก เพราะว่า เป็นการทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ทำให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องที่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วการใช้กฎหมายนั้น ผมว่าเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจหรือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้นนี่ จะต้องดูแลอย่างจริงจัง ท่านดูเถอะครับว่าการค้าประเวณี ในวันนี้ทำกันอย่างโจ่งแจ้งเกินไป มีคาราโอเกะ (Karaoke) มีผู้หญิงนั่งอยู่หน้าร้าน คาราโอเกะเต็มไปหมด มองว่าจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอำนาจรัฐ อำนาจของพี่น้องประชาชน ที่มอบให้ไป เป็นการกระทำน่าเกลียดอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าการกระทำอย่างนี้ รัฐบาลไม่เอาจริง เอาจัง ไม่เพิ่มโทษแล้วก็ไม่ให้เจ้าหน้าที่ลงไปดูแลให้ทั่วถึงแล้ว คนที่ทำอาชีพ เหล่านี้จะได้ใจครับ จะขยายกิจการไปเรื่อย ๆ เปิดร้านคาราโอเกะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เปิดที่ค้าประเวณี ไปเรื่อย ๆ เพราะคนเหล่านี้ครับ มีความสบายครับไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายเลย บางครั้ง การเข้าใจผิดของผู้ปกครองที่อยู่ต่างจังหวัดเอาเด็กขายกับผู้กระทำผิดเหล่านี้ โดยที่คิดว่า ถ้าเด็กไปทำอย่างนั้นแล้วพ่อแม่ได้เงินครับ มีหนี้สินเต็มบ้าน บางครั้งก็มีความจำเป็นครับ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในเรื่องของการทำมาหากินดูแล พี่น้องประชาชนในชนบท ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้วครับวันนี้ ถ้ารัฐบาลกระทำแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องเอาความสุขให้พี่น้องประชาชน กลับคืนมา การค้าประเวณีก็จะหมดไป แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับว่าผู้ชายที่มีความรู้สึกที่เห็นเด็กนั้น เป็นเครื่องบำบัดความใคร่ เป็นสิ่งที่ความรู้สึกว่าการยึดถือเอาสิ่งเหล่านี้เป็นตัวตั้งนั้นเป็นการ ทำร้ายสังคมอย่างยิ่ง ขอให้ผู้ชายประเภทนี้หยุดกระทำเถอะครับ เพราะว่าเด็กก็คือลูกหลาน ของเรา เด็กคืออนาคตของประเทศชาติ สังคมเมืองกับสังคมชนบทนั้นวันนี้มันห่างกันมาก ในสังคมเมืองนั้นความต้องการในเรื่องของวัตถุที่มันเพิ่มขึ้น สูงขึ้น การแข่งขันมันสูงขึ้น นักเรียนวันนี้เราจะเห็นว่าบางครั้งอายุไม่ถึง ๑๕ ปีก็มาขายบริการทางเพศครับ เด็กบางครั้ง อายุ ๑๓ ปีติดยาเสพติด วันนี้ตู้ม้าเกลื่อนประเทศครับท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้รัฐบาล จะต้องลงมาดูแลอย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นแล้วเด็กจะตกเป็นเครื่องมือของนักธุรกิจนายทุน ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่ง สร้างความร่ำรวยบนความทุกข์ยากของเยาวชน เพราะฉะนั้น ยาเสพติดก็ดี บ่อนก็ดี ตู้ม้า ตู้เกมอะไรต่าง ๆ ก็ดี ผมว่ารัฐบาลต้องดูแลควบคุมให้ทั่วถึงครับ ไม่เช่นนั้นสังคมจะอยู่ไม่ได้ อนาคตของประเทศจะต้องดับอย่างแน่นอน โดยเฉพาะวันนี้ กระทรวงศึกษาธิการครับ ซึ่งเป็นเจ้าของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมต้องขอบคุณจริง ๆ ครับ ที่เห็นคุณค่าของเยาวชน อนาคตของชาติจะต้องเดินไปด้วยอนาคตที่สดใส ไม่ใช่อนาคตของ เด็กมีรอยด่าง มีมลทิน เด็กติดยาทั่วประเทศ มีซ่องโสเภณีเต็มประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้ครับ นอกจากรัฐบาลออกกฎหมายแล้วจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ดูแลให้ทั่วถึงครับ ไม่ใช่มีแต่กฎหมาย อย่างเดียวครับแต่ไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลได้ออก พระราชบัญญัติกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะดูแลแล้วก็ป้องปรามคนที่จะทำให้เด็กเยาวชน หมดอนาคตครับท่านประธาน ผมขอสนับสนุนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอร่วมอภิปรายตั้งข้อสังเกตกับการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญาในครั้งนี้ด้วย ผมเข้าใจดีถึงเจตนาที่ดีของรัฐบาลที่ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาการกระทำ ความผิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเด็ก จึงได้ยกร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยมีหลักการ สำคัญที่เขียนไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ๓ เรื่องด้วยกัน ๑. การปรับปรุงอัตราโทษเพิ่มขึ้น ซึ่งในชั้นนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับ การข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี เดิมที่เคยปรับ ๘,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ปรับเป็น ๘๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท จำคุก ๔ ปีถึง ๒๐ ปี ซึ่งก็เป็นการ เพิ่มอัตราค่าปรับโดยคูณจำนวนปีเข้าไป ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมให้การสนับสนุน เนื่องจากว่าการแก้ไขโทษปรับก็ได้มีการแก้ไขมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้วนะครับ แล้วก็ จากสภาพค่าเงิน จากสภาพสถานการณ์ปัจจุบันก็เห็นว่าโทษปรับตามกฎหมายเดิม น้อยเกินไปก็เห็นด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็มีการแก้ไขกรณีกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ก็ปรับตั้งแต่ ๑๔๐,๐๐๐ บาทถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ก็ด้วยความคาดหวังว่า การปรับปรุงอัตราโทษเช่นนี้แล้ว ส่วนหนึ่งก็จะทำให้ผู้กระทำผิดมีความเกรงกลัวต่อการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับทางเพศ กับเด็กมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน
หลักการประการที่ ๒ ก็คือการกำหนดให้ศาลเยาวชนและครอบครัว หรือศาล ที่มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตพื้นที่ ที่ระบุไว้นี่นะครับ เป็นผู้อนุญาตการสมรสของผู้กระทำผิดที่อายุไม่เกิน ๑๘ ปี แล้วก็กระทำ กับเด็กที่อายุ ๑๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๕ ปี นี่ก็เป็นหลักประกันอันหนึ่งว่ากระบวนการในการ พิจารณาอนุญาตการสมรสกรณีที่เด็กอายุขนาดนี้ก็เป็นไปตามหลักของการพิจารณาของศาล ซึ่งเป็นหลักการที่เห็นด้วย
หลักการประการที่ ๓ คือการกำหนดความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิด ต่อเสรีภาพเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ผู้กระทำอ้างความไม่รู้อายุเด็กเพื่อให้พ้นผิดทางอาญาไม่ได้ ตรงนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ และเป็นประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วย เป็นหลักการที่ไม่เห็นด้วย ๓ หลักการอันนี้ซึ่งเขียนไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นหลักการที่แก้ไขไม่ได้เลยนะครับ ไปแปรญัตติ ก็ไม่ได้ แล้วแทบจะไม่มีความหมายเลยพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เพราะหลักการที่เขียนไว้ แข็งแรงเช่นนี้ไม่สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ ก็เป็นการมัดมือชกกับสภาแห่งนี้ เช่นกัน ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วยมีเหตุผลดังนี้นะครับ ผมคิดว่ามีหลัก ในการพิจารณาอยู่ ๒ เรื่องที่อยากจะยกมาก็คือ
๑. แม้ว่าหลักการออกกฎหมายฉบับนี้มีความประสงค์ที่จะให้กฎหมายไทย มีความสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กโดยมุ่งเน้นที่จะป้องกันความเสียหายแล้วก็ให้ ความยุติธรรมกับผู้เสียหาย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าหลักการทั่วไปของกฎหมายอาญาหรือสิทธิต่าง ๆ ของจำเลยก็จะต้องได้รับการพิจารณาด้วย ต้องให้ความสำคัญด้วย แม้ว่าเราจะเห็นไปตาม กระแสสังคมว่าจำเป็นแล้วล่ะที่จะต้องเอาผิดกับผู้กระทำผิดเรื่องนี้อย่างเข้มงวดและจริงจัง แต่ว่าเมื่อฝ่ายหนึ่งได้รับสิทธิอันนั้น อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งจะต้องถูกรับโทษก็ควรที่จะมีสิทธิในการ พิสูจน์ตัวเองอย่างเสมอภาคในทางกฎหมายด้วยเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ ๑๑ บอกไว้อย่างนี้ครับ บุคคลที่ถูกกล่าวหา ด้วยความผิดทางอาญามีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการ พิสูจน์ว่ามีความผิดตามกฎหมายโดยการพิจารณาโดยเปิดเผย ณ ที่ซึ่งตนได้รับหลักประกัน ทั้งหมดที่จำเป็นในการต่อสู้คดี นี่หลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
๒. ในรัฐธรรมนูญของประเทศเรานี่ละครับ มาตรา ๓๙ วรรคสอง ก็บอกว่า ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ๒ หลักนี้นะครับ คือหลักการที่จะเป็นการสันนิษฐานไว้ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดไว้ก่อน เพราะฉะนั้น เมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ไปบัญญัติบอกว่า ห้ามอ้างความไม่รู้อายุของเด็กเพื่อให้พ้นจากความผิดนั้น ก็เหมือนกับเป็นการตั้งแง่จำเลยนะครับว่า ผู้ต้องหาทุกคนมิได้ไม่รู้ในอายุของเด็กนั้นจริง ๆ ทุกราย คือคิดไว้ก่อนว่าจะมาอ้างข้อนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการอ้างของจำเลยหรือผู้ต้องหา นี่ก็เป็นอ้างเพื่อให้พ้นผิดเท่านั้น ไม่ใช่อ้างตามสิทธิของรัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาก็คือว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องไปบัญญัติไว้เช่นนั้น หากว่า เรายอมให้จำเลยสามารถยกข้ออ้างนี้ขึ้นมาได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าข้ออ้างนี้จะทำให้เขา พ้นผิดได้ การพิสูจน์อยู่ที่ศาลต่างหาก นั่นเรื่องที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่จะพูดถึงในเรื่องนี้ก็คือ สิทธิในการต่อสู้คดี ซึ่งผมคิดว่าจำเลย ย่อมมีสิทธิที่จะต้องนำสืบพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อจะหักล้างข้อกล่าวหาว่าตัวเองได้กระทำผิด เพื่อที่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้กระทำผิด ซึ่งจริง ๆ แล้วในกระบวนการพิจารณาในคดีอาญานั้น นอกจากจะต้องมีการพิสูจน์กันโดยสิ้นข้อสงสัยแล้วนี่ แม้กระทั่งว่ามีเหตุสงสัยบางอย่าง บางประการซึ่งมีผลต่อคดีก็ยังสามารถที่จะยกมาเป็นข้ออ้างในการต่อสู้ได้ ซึ่งผมคิดว่าการที่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้บัญญัติถ้อยคำซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิในการต่อสู้ทางคดีและจำกัด ความเสมอภาคในทางกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปในการพิจารณาคดีนี้ก็ไม่น่าที่จะชอบ ที่สำคัญก็คือว่าเมื่อเป็นหลักการที่รัฐบาลเขียนไว้ค่อนข้างแข็งขันเช่นนี้ ไม่สามารถที่จะไป แปรญัตติ ไม่สามารถที่จะไปแก้ไขได้ในชั้นของกรรมาธิการก็จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความเห็นต่อท่านประธานว่าขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา ก่อนรับหลักการจะเป็นประโยชน์ แล้วก็จะทำให้กฎหมายนี้มีความรอบคอบมากขึ้นดังที่กระผม ได้นำเรียนกับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอนะครับ เข้าใจได้ในเจตนาครับ เพราะว่ากฎหมายเกี่ยวกับเพศได้มีการ ปรับแก้มาเป็นระยะ ๆ ตอนที่ผมเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาตรา ๒๗๖ ใช้คำว่า ผู้ใดกระทำชำเราหญิงอื่น ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตน นะครับ คือตอนนั้นผู้ชายกับผู้ชาย หันหลังเข้าหากันนี่ไม่ค่อยมี เพราะฉะนั้นกฎหมายในตอนนั้นก็เลยว่าข่มขืนกระทำชำเรา หญิงอื่น แต่ต่อมาโลกมันวิปริตมันเปลี่ยน ผู้ชายกับผู้ชาย ผู้ชายแก่ ผู้ชายน้อย อะไรก็ว่าไป ชายต่างชาติกับเด็กชายไทยนะครับ กฎหมายก็เลยเปลี่ยนเป็น ผู้ใดกระทำชำเราผู้อื่น แปลว่า กระทำชำเราผู้หญิงก็ผิด กระทำชำเราผู้ชายก็ผิด แต่เดิมนะครับ ท่านประธานครับ จะผิด กระทำชำเราต่อเมื่ออวัยวะเพศล่วงล้ำเข้าไปในเพศหญิง ขอประทานโทษที่ต้องพูด แต่ว่า ไม่ถึงกับไม่สุภาพนะครับ แต่ว่ากฎหมายก็ปรับครับ เพราะว่ามีหลายช่องทาง ช่องทางปาก ช่องทางทวารหนัก กฎหมายก็แก้ครับ เพราะฉะนั้นเข้าใจได้ท่านประธานครับ และเรื่องที่ เกิดขึ้นนะครับมันมีพวกจิตวิปลาส มันมีพวกจิตวิปริต ชอบเด็ก อันนั้นก็เข้าใจได้นะครับ ชอบโทรม แต่ต้องกราบเรียนท่านประธาน สมมุติว่ามีคดีข่มขืนกระทำชำเรา ๑๐,๐๐๐ คดี ใน ๑๐,๐๐๐ คดี ท่านประธานครับ จะสู้โดยยกข้อว่าสำคัญผิด ผมว่าใน ๑๐,๐๐๐ คดี สัก ๑๐๐ คดี นอกนั้นก็สู้ว่าไม่ได้กระทำชำเรา แต่ยินยอม หรือสู้ว่าวันเวลาเกิดเหตุไม่ได้อยู่ที่นั่น ในภาษากฎหมายใช้คำว่า อ้างฐานที่อยู่ แต่กรณีจะสู้ว่าสำคัญผิดในอายุนี่น้อยครับ ใน ๑๐,๐๐๐ คดี สู้สัก ๑๐๐ คดี ท่านประธานครับ ถามต่อไปว่าใน ๑๐๐ คดีที่สู้ ใน ๑๐๐ คดีจาก ๑๐,๐๐๐ คดีที่สู้สำคัญผิด ถามว่าใครเป็นคนชี้คนครับท่านประธาน ศาลครับ ศาลเป็นคนชี้ ตรงนี้เองที่ผมได้เรียนกับท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข กับหลายคนว่า การแก้กฎหมาย ลักษณะนี้นี่ผมเข้าใจนะครับ แต่เรากำลังไปทำให้หลักของกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกฎหมาย หลักของประเทศ เพราะอะไรครับ กฎหมายอาญามี ๓๕๗ มาตรา แต่ที่เป็นหลักของ กฎหมายอาญาก็อยู่ตั้งแต่มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ ช่วงนี้ครับ จะรับผิด ทางอาญาต่อเมื่อเจตนา หรือกฎหมายบังคับว่าประมาท และสำคัญในกฎหมายอาญา ในมาตรา ๖๒ ถ้าสำคัญผิดยกเป็นข้อต่อสู้ได้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ไม่ได้หมายความ ผมสนับสนุนการข่มขืนเด็ก การชำเราเด็กหรือกระบวนการทั้งหลาย ไม่ใช่ครับ แต่กระผม กำลังไม่สบายใจกับเรื่องราวของกฎหมายที่กำลังถูกเบี่ยงเบนไปโดยการอภิปรายนำ ให้เห็นว่า ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เป็นพวกจิตวิปลาส เป็นพวกชอบเด็ก ไม่ใช่ครับ ผมกำลังจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ว่าในมาตรา ๖๒ กฎหมายอาญา วรรคสุดท้ายเลยครับ เขียนไว้ชัดเจนครับ ว่าบุคคลจะรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น ท่านแก้อันนี้ห้ามพิสูจน์ ซึ่งผมกราบเรียนแล้วว่า ๑๐,๐๐๐ คดี อ้างเรื่องนี้สัก ๑๐๐ คดี ใน ๑๐๐ คดี โอกาสที่ศาลจะเชื่อ ๐.๐๐๐๐๑ คดี ผมกล้าพูด เพราะว่าผมนั่งพิจารณา พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลได้คุยกันเรื่องนี้ครับ ว่าคิดเห็นกันอย่างไรกับตุลาการ เขาก็บอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าอ้างว่าสำคัญผิดแล้วศาลจะเชื่อ ยากมากนะครับ ผมยกกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคท้ายขึ้นมาครับ เพราะว่าบุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้น จะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น เพราะฉะนั้นท่านแก้ไปอย่างที่แก้ที่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ขอประทานอภัยเอ่ยนาม นำเสนอ แต่ว่าในมาตรา ๖๒ วรรคท้าย มันขัดกันแล้วครับ ประมวลกฎหมายอาญาจะต้องดูเป็นประมวลนะครับ ต้องดูเป็นระบบ ตรงนี้เองที่กระผม รู้สึกไม่สบายใจ แต่ถ้าจะแก้ตรงโทษละครับ ปรับโทษขึ้นมาได้ไหม หรือว่ากรณีที่ มาตรา ๒๘๕ ว่าถ้าข่มขืนผู้สืบสันดานคือลูก หรือว่าข่มขืนศิษย์ในความดูแล หรือว่าข่มขืน ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่นะครับ ถ้าเราคิดว่ามีกรณีใดที่มันมีกรณีเกิดขึ้นบ่อย ลูกจ้าง นายจ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าได้นำไปศึกษาลงลึกที่แท้จริงแล้ว ผมว่ากฎหมายจะเป็น ประโยชน์ ผมไม่ได้โต้แย้ง ไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่ว่ารัฐบาลกำลังไปปิดปากอย่างที่หลายท่านพูด แต่ว่าถ้าเราลงลึกว่าข้อเท็จจริงมันเกิดขึ้นอย่างแต่เดิมไม่มีกฎหมายทางวิจจามะ ทางทวารหนัก ตอนนี้ก็มีแล้ว ก็เพิ่งเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลได้กรุณาเอาไปทบทวน ๖๐ วัน ๓๐ วัน แล้วแต่ท่านว่าประเด็นที่ควรจะเพิ่มจริง ๆ คืออะไร เพราะว่าท่านกำลังไปแก้ หลักของกฎหมายอาญา แล้วแก้แล้วก็ไม่พ้นหรอกครับ เพราะว่ามันก็ไปขัดกับมาตรา ๖๒ วรรคท้าย ท้ายสุดของมาตรา ๖๒ ซึ่งอยู่ในเรื่องสำคัญผิด เพราะฉะนั้นพวกผมให้ความร่วมมือ ในกฎหมายที่ไปได้ กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับสาธารณะ กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับ ประเทศไทย เราสนับสนุน แต่จำเป็นที่จะต้องท้วงติงเรื่องนี้ เพราะผมเห็นว่ามันขัดกับ หลักเจตนา ขัดกับหลักกฎหมายอาญาทั่วไป ขอให้รัฐบาลได้โปรดทบทวนดูครับ เอาไปปรับปรุง มีหลายเรื่องที่ปรับปรุงได้นะครับ เพราะว่าอาจจะปรับโทษ หรืออาจจะปรับในมาตรา ๒๘๕ ที่ลูกศิษย์ ลูกผู้สืบสันดาน ลูกจ้าง นายจ้าง ใส่เข้าไปให้ครบ แก้ทีเดียวครับ เสียงรัฐบาล มากอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ลองดูครับ รัฐบาลกรุณาถอนเอาไปสัก ๖๐ วัน ไปทบทวนดูว่า เรื่องราวมันควรจะปรับแก้ให้ถูกต้องอย่างไร ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ไม่มีท่านใด จะอภิปรายต่อแล้ว ใช่ไหมครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่ามีความสำคัญแล้วก็อาจจะเป็นการที่พวกเราจะต้องเปิดหน้าใหม่ของ การคุ้มครองดูแลเด็กนะครับ เบื้องต้นเท่าที่ผมได้ฟังคำชี้แจงของเพื่อนสมาชิกบางท่านมา โดยเฉพาะในมาตราต้น ๆ ที่พูดถึงเรื่องศาล ที่กำหนดไว้ว่าศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัวแล้วก็มีการเพิ่มเติมขึ้นมาว่าเป็น หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี เกี่ยวกับครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูลแล้วแต่กรณี ความจริงที่ต้องเขียนแยกกันอย่างนี้ ผมก็ได้ถามฝ่ายผู้ยกร่างแล้วบอกว่าใน ๔ จังหวัดที่ใช้กฎหมายครอบครัวว่าด้วยอิสลามมันไม่มี ศาลเยาวชน ศาลคดีเยาวชนและครอบครัวไม่มี ถ้าเขียนอย่างนี้ก็แปลว่าใน ๔ จังหวัดนี้จะไม่มี เฉพาะอันนี้ ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนเฉพาะใน ๔ จังหวัดที่ใช้กฎหมายครอบครัว ตามกฎหมายอิสลามก็จะต้องเขียนว่า ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัว ตามกฎหมายว่าด้วยอิสลามใน ๔ จังหวัดภาคใต้ ความหมายก็มีเพียงแค่นี้ เพื่อให้เกิด ความชัดเจนขึ้น
ท่านประธานครับ ประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันมากแล้วก็พูดจากันเยอะ พอสมควร ที่ผมไม่เข้าใจ ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสักเล็กน้อยในการที่จะทำ ความเข้าใจนะครับ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เมื่อสักครู่นี้กรุณาได้เอ่ยชื่อผมขึ้นมาเพราะว่า จริง ๆ ผม ๒ คนก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่หลายครั้งว่าการที่รัฐบาลเสนอแก้ไขกฎหมายอย่างนี้ โดยเฉพาะกรณีมาตรา ๔ ที่ห้ามอ้างอายุเด็กไม่เกิน ๑๓ ปี อ้างความไม่รู้อายุเด็ก เพื่อให้พ้นจาก ความรับผิดนั้น ดูจะเป็นการขัดกับหลักกฎหมายอาญาตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๒ ผมเองในเบื้องต้นก็มีความเห็นคล้าย ๆ กับท่านวิรัตน์อยู่ แต่ว่าเมื่อได้สอบถามความเป็นมา ของการพิจารณากฎหมายนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไรนะครับ ก็ทราบว่าในกระบวนการ พิจารณาเรื่องอายุเด็กมีข้อถกเถียงกันมากในตอนยกร่าง แล้วก็เมื่อมีความสัมพันธ์ทางเพศ กับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี สิ่งที่มีการยกขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้อยู่เสมอ ๆ ก็คือจะอ้างว่า ไม่รู้อายุของเด็ก จะรู้ ไม่รู้ก็ขอสู้ไว้ก่อน แล้วสุดท้ายศาลก็จะสืบไป ๆ แล้วสุดท้ายก็มีทั้งที่ศาลเชื่อ และไม่เชื่อ แต่ส่วนใหญ่แล้วเท่าที่ดูคดีที่เกิดขึ้นผมก็ทราบว่าส่วนใหญ่ศาลไม่เชื่อว่าผู้กระทำผิด ไม่รู้อายุเด็กรู้ครับ แต่ว่าขอสู้ไว้ก่อน คดีมันก็เลยล่าช้ามากในการพิจารณาคดีนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีแก้จะแก้อย่างไรครับ หลายท่านก็เป็นห่วงว่าถ้าแก้ตามนี้ก็จะเท่ากับกฎหมาย ปิดปาก ไม่ให้ยกความไม่รู้หรือหลักเจตนาตามมาตรา ๕๙ มาเป็นข้ออ้าง ผมได้ไปตรวจดู คำพิพากษาศาลฎีกาในเรื่องนี้ก็มีอยู่ ๒ แนวที่ศาลฎีกาเห็นมาตลอด บอกว่าถ้าผู้กระทำผิด ไม่รู้อายุเด็กต่ำกว่า ๑๓ ปี ถือว่าไม่เจตนา แต่ก็มีการฎีกากลับไปกลับมาท่านประธานครับ บางท่านก็บอกว่ามันไม่ใช่เรื่องเจตนา แต่เป็นเรื่องความไม่รู้ข้อเท็จจริงตามมาตรา ๖๒ ก็กลับไปกลับมากันอยู่อย่างนี้ แต่ว่าในทางคดีที่มันเกิดขึ้นที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ก็คือว่าเมื่อมี การทำผิดเกิดขึ้น ผู้กระทำผิดยกเรื่องอายุของเด็ก ความไม่รู้ เป็นข้อต่อสู้อยู่เสมอ แล้วสุดท้ายส่วนใหญ่ศาลก็จะตัดสินออกมา ในทางที่ว่าจริง ๆ ไม่เชื่อหรอก ฉะนั้นการจะเขียน กฎหมายทำนองนี้ก็อยู่ที่นโยบายของรัฐว่าต้องการคุ้มครองใคร ถ้าเราดูอายุของเด็กต่ำกว่า ๑๓ ปีลงมา ถ้ารัฐมีนโยบายชัดเจนว่าต้องการคุ้มครองดูแลเด็ก เพราะอายุยังน้อยอยู่ ไม่สมควรจะมีความสัมพันธ์ทางเพศ ถ้ารัฐมีนโยบายอย่างนี้ ถามว่า ออกกฎหมายทำนองนี้ได้ไหม ผมเชื่อว่าได้ หลักอันนี้ในทางกฎหมายอาญา เขาเรียกว่า เป็นหลักความรับผิดเด็ดขาด ขออนุญาตเรียกเป็นภาษาอังกฤษเนื่องจากอยู่ในตำราเขาพูดไว้ ว่าเป็น สตริคท์ ไลอะบิลิตี้ (Strict liability) คือความผิดเด็ดขาดที่ห้ามอ้างความไม่เจตนา ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อคุ้มครองคนที่อ่อนด้อย ความผิดอย่างนี้ ในกฎหมายอื่นมีไหม มีครับ ท่านประธานครับ เช่นกฎหมายศุลกากร ไม่ได้พูดถึงเรื่องเจตนา เลยนะครับ ในความผิดลหุโทษก็ไม่ได้เอาเจตนามา แต่ก็ถือว่าผิด อันนี้ก็อยู่ที่นโยบายของรัฐ ว่าต้องการคุ้มครองดูแลเด็กว่าถ้าอายุต่ำกว่า ๑๓ ปีแล้วเป็นนโยบายของรัฐเลยที่ต้องการ ดูแล ผมไปดูกฎหมายต่างประเทศมีไหมอย่างนี้ ก็พบว่ามีครับ ประเทศอังกฤษครับ ก็เขียนไว้ อายุต่ำกว่านี้ใครจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กอายุต่ำกว่านี้ไม่ได้ จะอ้างว่าเจตนา ไม่เจตนาไม่ได้ อ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีและแนวโน้มหลาย ๆ ประเทศ ที่ต้องการดูแลเด็กเขาก็มีกฎหมายทำนองนี้เพราะว่าต้องการคุ้มครองดูแลเด็กโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นถ้ายังเปิดให้ผู้กระทำผิดอ้าง มาตรา ๕๙ ว่าไม่เจตนาเพราะไม่รู้อายุเด็ก อ้างมาตรา ๖๒ เพราะเข้าใจสำคัญผิดในเรื่องอายุของเด็ก อ้างอยู่อย่างนี้นะครับ แต่เด็ก ถูกข่มขืนไปแล้วนะครับ จะเจตนาไม่เจตนาเด็กก็ถูกข่มขืนไปแล้ว จะรู้ไม่รู้ ไม่เจตนาก็ไม่รู้ เด็กนั้นถูกข่มขืนไปแล้ว ฉะนั้นเมื่อทางฝ่ายรัฐมองว่าอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี เป็นวัยที่ยังไม่ควรจะ มีความสัมพันธ์ทางเพศ จึงบัญญัติกฎหมายออกมาในทำนองว่าห้ามอ้างความไม่รู้อายุของ เด็กเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นจากความรับผิด อันนี้เป็นไปโดยเจตนาซึ่งสามารถที่จะกระทำได้ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่ากฎหมายทำนองนี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย ปิดปาก แต่เป็นเรื่องที่รัฐต้องการความคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กไม่ให้มีลักษณะที่มันเกิดขึ้น อย่างนี้ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะมีความวิตกอย่างไรก็ตามนะครับ ผมคิดว่าการบัญญัติกฎหมาย ทำนองนี้ไม่ได้ผิดหลักกฎหมายทั่วไป ไม่ได้ไปยกเว้นเรื่องความผิดอาญาทั่วไป แต่ว่าเรามุ่ง ความคุ้มครองเด็กที่อายุต่ำกว่านี้ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เนื่องจากคดีทำนองนี้ มันเกิดขึ้นบ่อย ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ประเทศเราควรจะพิจารณาก็คือว่าเวลาพบความผิดเกิดขึ้น ประเทศไทยมักจะแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มโทษ ๆ ผมถามว่าเมื่อเพิ่มโทษแล้วผู้กระทำความผิด เขากลัวไหม ส่วนใหญ่ก็คือไม่กลัว ผมพูดเรื่องนี้ภายในที่พรรคเพื่อไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีเพื่อน เล่าให้ฟังบอกว่าคดีที่เกิดขึ้นในภาคอีสานครับ เด็กที่ถูกข่มขืนเป็นเด็กต่างชาติ อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เวลานี้มีความพยายามเนื่องจากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ ก็พยายามจะแก้ไขอายุของเด็ก อุตส่าห์ข้ามไปถึงเวียงจันทน์ เพื่อจะหาใบเกิดให้เด็กว่าเด็กอายุเกินกว่า ๑๕ ปี นี่คือความพยายาม ที่มันเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าเรามุ่งที่จะคุ้มครองเด็กต่ำกว่าอายุ ๑๓ ปี ก็สามารถที่จะบัญญัติ กฎหมายทำนองเหล่านี้เกิดได้ ทีนี้ก็เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในสังคมนะครับ แต่สิ่งที่ อยากจะเรียนต่อไปก็คือว่าเมื่อแก้ไขกฎหมายอย่างนี้แล้วก็ฝากท่านประธานได้ดูแลต่อไปก็คือว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญานั้น ก็ควรจะมีการทบทวนพร้อม ๆ กันไปด้วยเพื่อให้เกิด ความโปร่งใสมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมายอย่างนี้สามารถทำได้ตามหลัก ที่หลาย ๆ ประเทศเขาได้ทำมาแล้วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านเจะอามิงเดี๋ยวรอทีหลังนะครับ สั้น ๆ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมขอเสนอไปที่รัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไป แค่ประเด็นเดียวนะครับว่าไหน ๆ จะมีการแก้ไขกฎหมายแล้วนอกเหนือจากการเพิ่มโทษแล้ว ก็น่าจะดูแลผู้ถูกกระทำด้วย ไม่ใช่แค่ในเชิงของกฎหมายของการลงโทษผู้ที่กระทำผิด แต่ว่า ในแง่ของจิตวิทยานะครับ เพราะฉะนั้นการเยียวยาทางสภาวะจิตใจนั้นน่าจะถูกผนวก หรือว่าบรรจุไว้ในกฎหมายด้วยว่า จะได้มีการดูแลโดยรัฐกับเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๓ ปี แล้วก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ก็อยากขอเสนอประเด็นนี้ไว้ประเด็นเดียวครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ท่านเจะอามิง เชิญครับท่าน ประเด็นสั้น ๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม มีความหนักใจที่จะผ่านกฎหมายนี้ให้แก่รัฐบาล สิ่งที่กระผมนำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีในนามรัฐบาลว่ามันมีคำในเหตุผลที่ท่านได้ให้ไว้ในกฎหมายนี้ ท่านเขียนไว้ อย่างชัดเจนว่าสมควรกำหนดให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว และศาล มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยกฎหมายอิสลามในเขต จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่รัฐบาลได้นำโยงไปถึงเรื่องกฎหมายอิสลามในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นกฎหมายพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัวและมรดก เนื้อหาสาระของกฎหมาย ดังกล่าวมันจะมีไว้เฉพาะในการพิจารณา เฉพาะในเรื่องการแบ่งมรดก และความขัดแย้ง ในครอบครัว และความผิด ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเวณี ผมขอประทานอนุญาต ต่อท่านประธานฝากถึงรัฐมนตรีว่าการผิดประเวณี การกระทำชำเราเด็ก ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ในหลักการอิสลามจะกระทำมิได้เลย มันผิดในหลักการด้านศาสนา ฉะนั้นการที่ทำกฎหมาย หลักสากลจะไปผูกมัดในเรื่องหลักการในด้านศาสนา ซึ่งกระทำไม่ได้เลย ถ้าท่านจะออก กฎหมายที่ใช้เฉพาะคนมุสลิมในประเทศไทย ท่านก็ออกกฎหมายเป็นการเฉพาะได้ กฎหมาย เป็นการเฉพาะผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าถ้ามุสลิมมีการกระทำลักษณะ ผิดชำเรา และไปกระทำชำเราเด็ก หรืออะไรก็แล้วแต่ แม้กระทั่งการผิดประเวณี หลักสำคัญ ก็คือตามกฎหมายศาสนาอิสลาม คือต้องนำผู้กระทำความผิดทั้งคู่ไปไว้ที่สี่แยกและขว้างปา ด้วยก้อนหินให้เสียชีวิต นี่คือหลักใหญ่เลยครับ เป็นหลักสำคัญของหลักการในด้านศาสนา ถ้าท่านจะออกกฎหมายซึ่งไปผูกพันกับเรื่องศาสนาท่านต้องออกเป็นการเฉพาะเลยครับ ท่านอย่าไปโยงไว้กับอย่างนี้ ถ้าท่านโยงไว้กับกฎหมายหลักสากล หลักการบริหารประเทศอย่างนี้ มันผิดในหลักการศาสนาผมรับไม่ได้ ผมขออนุญาตท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่า ขอท่านได้กรุณาถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อนนะครับ แล้วท่านค่อยพิจารณาใหม่ นำกลับมาสู่สภา ท่านไปปรึกษากับฝ่ายกฤษฎีกาว่าหลักการและเหตุผลที่ท่านได้ให้ไว้ ตามที่ร่างไว้ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร มันจะไปขัดหลักการและเหตุผลหรือไม่ อย่างไร และท่านกรุณาถามผู้รู้ สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ ถ้ากฎหมายนี้พวกผมจะคัดค้านอย่างไรมันก็ค้านไม่อยู่ เพราะเสียงพวกผมเสียงข้างน้อย อย่างไรก็ผ่านสภา พอผ่านสภามันจะเป็นเงื่อนไขในการ สร้างความไม่เป็นธรรมกับพี่น้องมุสลิมในประเทศไทยอีกครับ มันจะเป็นเงื่อนไขให้กับรัฐบาล นี่เตือนด้วยความหวังดีครับท่านประธานครับ เตือนด้วยความหวังดีไปถึงรัฐมนตรี วันนี้ ท่านถอนออกไปก่อนเถอะครับ ขออนุญาตท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีขอความกรุณาท่าน ได้ถอนกฎหมายนี้ออกไป แล้วก็ไปพิจารณาใหม่เพื่อความรอบคอบ แล้วนำเสนอต่อสภาใหม่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีสรุปได้อีกครั้งหนึ่งครับก่อนลงมติ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี อยากขออนุญาตตอบท่านเจะอามิงก่อนนะครับ ในกรณีดังกล่าวเราพูดถึงทั้งพิจารณาว่าศาลใดเป็นศาลที่จะมีอำนาจพิจารณาคดี แต่ไม่ได้ บอกว่าจะนำเอากฎหมายอิสลามมาใช้ เราเพียงแต่บอกว่าศาลใดมีอำนาจเท่านั้นเอง แล้วก็ ใช้คำว่า ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม ในเขตจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดสตูลแล้วแต่กรณี ซึ่งถ้าหากว่า คู่กรณีเป็นอิสลามทั้งคู่ ศาลถึงจะนำกฎหมายอิสลามมาใช้ เพียงแต่เป็นการกำหนดเท่านั้นเอง ว่าใช้ศาลใดเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้บอกว่าเอากฎหมายของศาสนาอิสลามมาใช้นะครับ
ในส่วนของท่านจิรายุนะครับ ที่มีประเด็นคำถามมาเกี่ยวกับในกรณีที่เป็น เด็กต่างด้าวจะทำอย่างไร กฎหมายอาญาของไทยถ้าหากว่าผู้กระทำความผิด ครบองค์ประกอบ คือมีการข่มขืนเด็ก และเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ไม่ว่าเด็กจะเป็นสัญชาติใด ก็ตามก็ถือว่าเขาทำครบองค์ประกอบความผิดก็ต้องรับโทษตามนั้น
ในกรณีที่ไม่รู้อายุของเด็ก ศาลต้องเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ว่าเด็กมีอายุเท่าไร และให้ยุติเสียก่อน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปี ถึงจะบังคับหลักที่ห้ามอ้างความไม่รู้ อายุของเด็กเพื่อให้พ้นความรับผิดนะครับ ต้องขออนุญาตนำตอบท่านประธานนะครับ ส่วนประเด็นใด ๆ ผมคิดว่าท่านตั้งกรรมาธิการมาแล้วก็ไปอภิปรายกันในกรรมาธิการก็จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับในกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญ เพื่อธำรงรักษาไว้ ซึ่งศีลธรรมอันดีของประเทศไทย และเพื่อปกป้องสิทธิของเด็กซึ่งยังเยาว์วัยอยู่ แล้วก็อาจจะ ถูกหลอกลวง เรานึกถึงว่าถ้าหากว่าในครอบครัวเรามีลูกมีหลานมีเด็กอายุเพียงเท่านั้นก็ตาม แล้วไปถูกดำเนินการอย่างนั้นเราจะเสียใจเพียงใด เพราะฉะนั้นในกรณีดังกล่าวรัฐบาล มีความประสงค์และหวังที่จะปกป้องเด็กที่อายุน้อยมาก ๑๓ ปีเท่านั้นเองให้พ้นต่อการถูกล่อลวง ถูกการกระทำ หรือถูกการนำไปเป็นแสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ก็ขออนุญาตนำเรียน ท่านสมาชิกทราบ แล้วก็ขอรับการสนับสนุนต่อท่านสมาชิกทุกท่านต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านเจะอามิง เชิญครับ สมาชิกอยู่นอกห้องเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ผมจะลงมติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าท่านอย่าดื้อรั้นเลยครับ เพราะมันจะเป็น ปัญหาการบริหารบ้านเมืองต่อไปในอนาคต แล้วมันจะเป็นประเด็นในภาคใต้ต่อไป ท่านประธานครับ กฎหมายนี้จะเป็นการซ้ำเติมปัญหาในภาคใต้ด้วยซ้ำไป ผมมองภาพออกครับว่า มันจะเป็นประเด็นใหญ่ที่จะนำไปขยายผล แล้วก็ตามที่รัฐมนตรีได้กรุณาพูดเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมขออนุญาตเรียนถึงความเข้าใจในการทำงานในทางการเมืองก็มานาน อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ก็มานานพอสมควร ผมขออนุญาตเรียนว่าในการแปรญัตติในหลักการและเหตุผลในขั้น กรรมาธิการไม่สามารถที่จะแปรญัตติได้ครับ ผมถึงเป็นห่วงว่าขอให้รัฐมนตรีได้กรุณา ถอนออกไปนะครับกฎหมายฉบับนี้ แล้วค่อยนำขึ้นมาใหม่ ท่านเชื่อผมเถอะครับ ด้วยความ บริสุทธิ์ใจในการที่ความหวังดีต่อสภาที่จะออกกฎหมายนี้ไปครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าผมขออนุญาตให้ทางรัฐบาล ท่านรัฐมนตรี อย่าไปคิดถึงเรื่อง การเสียหน้าเสียตาเลยครับ ท่านถอนออกไปก่อนเถอะครับ แล้วกลับไปทบทวนแล้วนำเข้ามาใหม่ อย่าไปผูกพันกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัวและมรดกเลยครับ ผมขออนุญาตเรียนด้วยความจริงใจ ผมเป็นห่วงจริง ๆ ครับประเด็นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อมีการออกกฎหมายที่ผิดพลาดไปคนที่ต้องรับผิดชอบคือรัฐบาลครับ รัฐมนตรีครับ และมันจะไปกดเงื่อนไขซึ่งมีความร้อนแรงในพื้นที่มันจะกดขึ้นมาอีก และถ้ามัน มีเหตุมีผลสามารถออกได้ ทำไมไม่ใช้กฎหมายนี้ไปกับมุสลิมทั้งประเทศละครับ คนมุสลิม ที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ในกรุงเทพมหานครไม่สามารถใช้เรื่องนี้ อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ที่จังหวัดสงขลา ไม่สามารถใช้กฎหมายนี้ได้ ทำไมไปใช้เลือกเฉพาะ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความเคารพครับท่านประธานถึงรัฐบาล ได้กรุณาถอนกฎหมายนี้และนำเข้ามาใหม่เถอะครับ เพื่อความรอบคอบครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมครับ เชิญท่านอภิชาต ในขณะที่รอลงมติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์นะครับ พวกเราพรรคฝ่ายค้าน เราเห็นด้วยกับการปรับปรุงแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ แต่มีข้อกังวลเกี่ยวกับหลักการที่เขียนไว้เคร่งครัดถึง ๓ ข้ออย่างที่ผมและ เพื่อนสมาชิกได้นำเรียนกับท่านประธานไปแล้วว่าหลักการที่เคร่งครัดนี้ไปแก้ไขในชั้น กรรมาธิการไม่ได้ ก็เลยเกิดความวิตกกังวลว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแล้วก็ขัดต่อหลัก กฎหมายหลายอย่างหลายฉบับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะหารือไปยังท่านประธานนะครับ ไปยังรัฐบาลว่ามีทางเลือก ๒ ทางที่อยากจะเสนอ ๑. ก็คือถอนร่างนี้ไปปรับปรุงเสียก่อน หรือ ๒. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาก่อนรับหลักการเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ มีความรอบคอบและไม่ส่งผลกระทบในภายหลัง ก็อยากจะหารือท่านประธานอย่างนี้นะครับ พวกเราพร้อมจะให้การสนับสนุนเต็มที่นะครับ ขอบคุณครับ
ว่าอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้อภิญญกุล ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ในกรณีดังกล่าวต้องเรียนว่าเป็นการเลือกศาลเท่านั้นเอง ให้อำนาจศาลครับ ให้อำนาจศาลเท่านั้นเอง ซึ่งในกรณีที่เป็นศาลในเขตชายแดนภาคใต้อาจจะมีทางศาสนาที่จะ อนุญาตให้สมรสหรือไม่สมรส ตรงนี้เป็นการให้เลือกศาลเท่านั้นเองนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับ กฎหมายของอิสลามเลย เป็นการให้อำนาจศาลเท่านั้นเอง ว่าจะเอาศาลใด เป็นการเพิ่ม ขอบเขตของศาล แต่ไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายเลยนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายอิสลามเลยนะครับ
ท่านสมาชิก กรุณาได้เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านเจะอามิง มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ครับท่านประธาน ที่ผมต้องลุกขึ้นพูดในเรื่องกฎหมายมีความ ละเอียดอ่อน เราไม่ใช่เป็นประเด็นเรื่องอื่นเลย เป็นประเด็นเรื่องกฎหมาย ท่านรัฐมนตรีตอบ กำลังพูดถึงเรื่องการใช้ศาล ที่จริงกระบวนการของศาล เกี่ยวกับแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัวและมรดก มันจะไปพิจารณาเฉพาะการหย่าร้าง การแบ่งมรดก และความขัดแย้งในครอบครัว ทีนี้หลักใหญ่ ต้องทำความเข้าใจกับ ท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ หลักใหญ่ในหลักการศาสนานี่นะครับ กฎหมายฉบับนี้คือกฎหมาย ที่ออกไปว่าด้วยในการกระทำชำเราเด็ก หรือการทำประเวณี หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งผิด ในหลักการในด้านศาสนาเลย มันเป็นเรื่องผิดในหลักการศาสนาเลยครับท่านรัฐมนตรี มันไม่ใช่เกี่ยวกับศาล ไม่ศาลนะครับ ไปศาลไหนว่าหลักการใหญ่ หลักของศาสนาอิสลาม มันไม่ได้เลยในการผิดประเวณี การกระทำชำเรา ทุกอย่างมันผิดและผิดในหลักการแล้วมันจะไป สอดคล้องกับเรื่องศาลแพ่งและพาณิชย์ได้อย่างไรครับ ใช้ไม่ได้เลย ท่านถอนเถอะครับ แล้วท่านจะมีปัญหา ผมเชื่อว่าท่านจะถูกข้อครหา ท่านไม่ได้เสียหน้าหรอกครับ เพื่อความรอบคอบ ท่านจะได้หน้าด้วยซ้ำไป ท่านถอนออกไปก่อนเถอะแล้วนำขึ้นมาใหม่
เชิญหมอชลน่านครับ ผมขอจำนวนสมาชิกด้วยนะครับ ส่งจำนวนสมาชิกเข้าห้องประชุมด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานในประเด็นเพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้น เป็นกรณีเรื่องศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีนะครับ ประเด็นนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ โดยข้อเท็จจริงช่วงอภิปรายผมไม่ได้ลงรายละเอียดลึก แต่ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกเป็นข้อห่วงใย ที่เราทักท้วงแล้วทางผู้ยกร่างก็ไปกลับแก้มา เพราะศาลเดิมโดยความหมายคือเขาใช้คำว่า ศาลคดีเยาวชนและครอบครัว นะครับ หมายถึงศาลคดีเยาวชนและครอบครัวจะเป็น ผู้พิจารณาที่จะยินยอมให้เด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปีสมรสกับเด็กอายุเกิน ๑๓-๑๕ ปีได้ เป็นเรื่อง ของการสมรสเท่านั้นเองครับ เพราะเดิมถ้ามีการสมรสกันถ้าศาลอนุญาตจะเป็นเหตุให้พ้น ความผิด ความชัดเจนตรงนี้กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ศาลที่มีความจำเพาะคือศาลคดีเด็ก เยาวชน และครอบครัว เป็นผู้พิจารณา แต่ติดประเด็นว่าใน ๔ จังหวัดภาคใต้ศาลตรงนี้ไม่มี อำนาจเข้าไป และมีศาลที่ว่าด้วยกฎหมายอิสลามที่เป็นศาลพิจารณาคดีเกี่ยวกับครอบครัว ตามกฎหมายว่าด้วย ใช้กฎหมายอิสลามเป็นผู้พิจารณาอยู่แล้ว ก็ยกอำนาจนี้ให้ตามศาลนั้น ที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงทางภาคใต้ครับ เพียงแต่ทำให้สอดคล้องกับประเพณีและ วัฒนธรรมที่เขามีอยู่เท่านั้นเอง ไม่ได้ใช้ศาลคดีเด็ก เยาวชนและครอบครัวไปพิจารณา ไม่ได้ไปแก้ กฎหมายเดิมนะครับ แต่ทำให้สอดคล้องกับประเพณีและวัฒนธรรมของอิสลามที่มีอยู่เท่านั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ หมอชลน่าน มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๗๖ ท่าน
ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับร่างแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ สมาชิกท่านใดใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ขอเชิญเสียบบัตรใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ เดี๋ยวแจ้งทีหลังนะท่าน บัตรใช้ไม่ได้เดี๋ยวแจ้งทีหลัง เจ้าหน้าที่ไปดูให้หน่อย ลงคะแนนนะครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิยกมือขึ้นครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านเจะอามิง ให้จบก่อนครับ ผมกำลัง ลงคะแนน
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนน ด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๒๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๔๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมแห่งนี้ลงมติรับหลักการนะครับ
ต่อไปจะตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ จำนวนคณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการผู้แทนองค์กรเอกชนเกี่ยวกับเด็ก ๑๒ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ๑๘ ท่านนะครับ ของพรรคเพื่อไทย ๙ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๖ คน พรรคภูมิใจไทย ๑ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ คน เชิญพรรคเพื่อไทยครับ ๙ ท่านครับ กรรมาธิการ
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล
เอาองค์กร เอกชนก่อนนะครับ องค์กรเอกชน ๑๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนขององค์กรเอกชนเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน จำนวน ๑๒ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นางรัชนี ธงไชย ๒. รองศาสตราจารย์ปกรณ์ ปรียากร ๓. นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ๔. นายสมพร เทพสิทธา ๕. นายวิชาญ คำพินิจ ๖. นายมนูญ ด่านดำรงรักษ์ ๗. นายรักษา สุทธิพงศ์ ๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิพย์วัลย์ สมุทรักษ์ ๙. นางสาวเพ็ญวดี แสงจันทร์ ๑๐. นายเกรียงไกร ไชยเมืองดี ๑๑. นางศรีศักดิ์ ไทยอารี และ ๑๒. นางรูบีนา (กรัยวิเชียร) สุวรรณพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญท่านรัฐมนตรีครับ สัดส่วนรัฐมนตรี ๖ ท่านครับ
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะของรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ขอเสนอในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๖ ท่าน ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ๓. ศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล ๔. รองศาสตราจารย์ศิรวิทย์ กุลโรจนภัทร ๕. รองศาสตราจารย์อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ ๖. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญพรรคเพื่อไทยครับ จำนวน ๙ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศ และความผิดต่อ เสรีภาพที่มีอายุเด็กเป็นองค์ประกอบในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนะคะ ๑. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๒. พลเอก วัฒนา สรรพพานิช ๓. ดอกเตอร์สุรสาล ผาสุข ๔. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๕. นางเอมอร สินธุไพร ๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๗. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๘. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ และ ๙. นางมนพร เจริญศรี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญของ พรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่านนะครับ ๑. นายดล บุนนาค ๒. นายประคอง เตฉัตร ๓. นายสราวุธ เบญจกุล ๔. นางผุสดี ตามไท ๕. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๖. นายวัชระ เพชรทอง ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา คือ นายประสาท ตันประเสริฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางรัชนี ธงไชย ๒. รองศาสตราจารย์ปกรณ์ ปรียากร ๓. นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ๔. นายสมพร เทพสิทธา ๕. นายวิชาญ คำพินิจ ๖. นายมนูญ ด่านดำรงรักษ์ ๗. นายรักษา สุทธิพงศ์ ๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิพย์วัลย์ สมุทรักษ์ ๙. นางสาวเพ็ญวดี แสงจันทร์ ๑๐. นายเกรียงไกร ไชยเมืองดี ๑๑. นางศรีศักดิ์ ไทยอารี ๑๒. นางรูบีนา (กรัยวิเชียร) สุวรรณพงษ์ ๑๓. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๔. นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ๑๕. ศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล ๑๖. รองศาสตราจารย์ศิรวิทย์ กุลโรจนภัทร ๑๗. รองศาสตราจารย์อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ ๑๘. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๑๙. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๒๐. พลเอก วัฒนา สรรพพานิช ๒๑. นายสุรสาล ผาสุข ๒๒. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๒๓. นางเอมอร สินธุไพร ๒๔. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๒๕. นายอภิชาต ตีรสวัสดิชัย ๒๖. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๒๗. นางมนพร เจริญศรี ๒๘. นายดล บุนนาค ๒๙. นายประคอง เตฉัตร ๓๐. นายสราวุธ เบญจกุล ๓๑. นางผุสดี ตามไท ๓๒. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๓. นายวัชระ เพชรทอง ๓๔. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๓๕. นางสาวพัชรี โพธสุธน และ ๓๖. นายประสาท ตันประเสริฐ
ระยะเวลา การแปรญัตติครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวัชระ ให้จบเรื่องก่อนครับ เดี๋ยวนะครับ ให้ผมจบเรื่องนี้ก่อน ระยะเวลาในการแปรญัตติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ตามข้อบังคับ ๗ วันครับ
ขอบคุณมาก คุณเกียรติ์อุดมนั่งลงครับ ท่านวัชระมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้ บัตรผมเสียท่านก็ต้องให้นับคะแนนผมอยู่นะครับท่านประธาน นายเกียรติ์อุดม ๒๕ ครับ เพราะบัตรผมเสียท่านบอกว่าให้เพิ่มทีหลังครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มทีหลัง ให้เขาหน่อยเจ้าหน้าที่ผมบอกแล้ว ท่านวัชระมีอะไรครับ ผมจะปิดประชุมแล้ว
ท่านประธานที่เคารพยิ่ง ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอกราบขอบพระคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้เสนอชื่อผมเป็นกรรมาธิการร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่เนื่องด้วยผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะมีตัวแทนจากเพื่อน ส.ส. มุสลิมจาก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นกรรมาธิการแทนผม ผมจึงขอถอนและขอเสนอชื่อ ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง เป็นกรรมาธิการแทนนายวัชระ เพชรทอง ขอขอบคุณท่านประธานครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ขออนุญาตปิดประชุมครับ