สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย หารือเรื่องความรุนแรงในครอบครัว โดยเน้นย้ำว่าความรุนแรงอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม การเจ็บป่วยทางจิต หรือความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการสร้างสังคมแห่งความรัก โดยมีการอภิปรายเกี่ยวกับโซเชียล แฮปปี้เนส โซเชียล ออฟ เลิฟ และการสร้างความรู้เพื่อปูพื้นฐานของสังคมแห่งความรัก นอกจากนี้ยังใช้คำพูดเชิงอุปมา เช่น เรือนร่าง เรือนผม และน้ำ ๔ เพื่ออธิบายความสำคัญของการดูแลร่างกาย การดูแลผู้อื่น และการสร้างความสุขในครอบครัว

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย การรายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ กระผมได้อ่านรายงานฉบับนี้แล้วรู้สึกดีครับ แต่ว่า ในหน้าแรกนะครับ ขออนุญาตติงหน่อยนะครับ เพราะเขียนว่ารายงานข้อมูลสถานการณ์ ด้านความรุนแรงของประเทศไทย อย่างนี้ผมก็นึกถึงกำลังจะมีการก่อการร้ายกันหรืออย่างไร ถ้าไม่ได้ดูประโยคข้างล่างต่อมา เพราะฉะนั้นเวลาเขียนอยากให้เขียนให้มันครบนะครับ เหมือนกับที่ท่านได้ทำข้อมูลในรายงานฉบับนี้ได้ค่อนข้างจะดีมากทีเดียว ก็ขอให้ เป็นการเขียนว่า รายงานสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทยก็แล้วกัน นะครับ ในเรื่องของความรุนแรง กระผมเห็นว่าปัญหามีการกระทำความรุนแรงกัน แต่ว่า พอมาดูรายงานผลจากตารางที่ท่านให้ในหน้า ๑๔ นะครับ มีการรายงานความรุนแรงจาก ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๓ จะมองเห็นว่ามีอัตราความรุนแรงเพิ่มขึ้นนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๓ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก ๑๐,๐๐๐ กว่าราย จนไปจบที่ ๒๕,๐๐๐ ราย อย่างไร ก็แล้วแต่กระผมกำลังดูว่าเป็นเพราะรายงานฉบับนี้ แต่เมื่อคำนวณครับ เมื่อเทียบกับประชากร ๖๕ ล้านคน กระผมเข้าใจว่าความรุนแรงที่มี กระทำต่อผู้หญิง เด็ก และเด็กผู้ชายนี่นะครับ จะเทียบเท่ากับ ๐.๐๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของทั้งประเทศ อย่างนี้ถือว่ามีความรุนแรงมากหรือไม่ ถ้าดูแล้ว มันถือน้อยมากนะครับ และการรายงานมาอย่างนี้หรือเป็นเพราะว่ามีการตรวจพบการใช้ ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วปัญหาความรุนแรง ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ที่จริงแล้วมันมี มากกว่านี้หรือไม่ กระผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการรายงานที่เกิดจากการตรวจพบเกิดการรับรู้ รับแจ้งที่มากขึ้น จึงเห็นว่าตัวเลขมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ สาเหตุของ ความรุนแรงผมดูทั้งรายงานในบทสรุปของผู้บริหารนี้ในเรื่องของผลพวงจากการในเรื่องของ พันธุกรรมก็ดี การอบรมเลี้ยงดูก็ดี การเจ็บป่วยทางจิต ครอบครัวแตกแยกก็ดี หรือปัญหา ทางเศรษฐกิจการใช้ยาเสพติดหรือยาบ้ายาบอ หรือว่าการดื่มสุรามากเกินขนาดแล้วเมาสุรา อาละวาดทุบตีลูกเมียในครอบครัวก็ดี หรือแม้กระทั่งการเล่นการพนันไม่มีเงินก็ทะเลาะเบาะแว้ง เกิดความกดดันภายในครอบครัวทำร้ายทำลายกัน หรือว่าการแบ่งชนชั้นเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือว่าความเหลื่อมล้ำทางสังคม อันนี้กระผมเข้าใจว่าท่านได้เขียนสาเหตุของความรุนแรง มาอยู่แล้ว กระผมก็อยากจะเห็นท่านแก้ตรง ๆ เลย แก้เข้าไปตรง ๆ เลยครับ ปัญหาทางด้าน พันธุกรรมเขาพบว่าผู้ชายหรือผู้นำในครอบครัว หรือพ่อ หรือพี่ชาย มีระดับสายพันธุกรรม ที่มันมีการชอบกระทำความรุนแรง ชอบตบตีน้อง ๆ ข่มขืนภายในครอบครัวอย่างนี้ ถ้าท่านพบ ท่านก็แก้เข้าไปนะครับ หรือว่ามีความเจ็บป่วยทางจิตชอบความรุนแรงอย่างนี้ ผมว่ามันเป็น ทางแก้ที่ท่านต้องแก้ให้ถูกวิธี ในรายงานฉบับนี้น่าจะมีการรายงานและเก็บผลนะครับว่าจะมี การแก้ไขทางการแพทย์ ทางสาธารณสุข หรือว่าถ้าการอบรมเลี้ยงดูเด็กอาจจะต้องใช้ โรงเรียนอนุบาลหรือว่ามาตรการทางการศึกษาหรือทางสังคมเข้ามาช่วย หรือครอบครัว แตกแยกใช้มาตรการทางสังคมเข้ามาช่วย ลักษณะอย่างนี้อยากเห็นท่านเขียนแล้วรายงานมา แต่ละข้อควรจะแก้แบบไหนไปทางด้านไหนใช้หลักการบริหารการจัดการเข้าไปตรงๆ เลย หรือว่าปัญหาทางเศรษฐกิจมีความรุนแรงเพราะว่าไม่มีเงินใช้ก็เลยทำให้หงุดหงิด ในครอบครัว หาเช้ากินค่ำเงินไม่พออย่างนี้หมายความว่าระบบเศรษฐกิจรัฐบาลก็ต้องแก้ไข วางระบบเศรษฐกิจให้ดีทำให้ประชาชนมีโอกาสในการค้าการขายทำงานทำการ ท่านก็แนะนำ เสนอเข้ามาสิครับ อย่างนี้มันก็จะได้แก้ไขตรงประเด็น กระผมขอบคุณนะครับ เพราะว่า สาเหตุที่ท่านเขียนไว้ผมดูแล้วการติดยาเสพติดเราก็จับ ก็ปราบปรามกัน ใช้มาตรการ ทางกฎหมายเอย หรือใช้มาตรการทางสังคมเข้ามาแก้ไขกัน อย่างนี้มันก็สามารถจะชี้แจง อยากเห็นท่านทำเป็นข้อ ๆ ลงมานะครับ หรือว่าการดื่มสุรา เมาสุราอาละวาด ตบตีกัน เล่นการพนันกันทำให้ครอบครัวมีปัญหา แต่ว่าถ้าเกิดมีการแบ่งชนชาติชนชั้น แบ่งเชื้อสาย วัฒนธรรมประเพณีกันนะครับ โดยเฉพาะรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานแล้วมีการกดขี่ข่มเหง แรงงานต่างด้าว จนทำให้เกิดตัวเลขการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น การรายงานความรุนแรง เกิดขึ้นมากขึ้น อย่างนี้เราก็จะต้องแก้ไขกันให้ถูกต้อง ถูกวิธีกัน ในประเด็นนะครับ ผมเห็นประเด็นหนึ่ง ที่เห็นต่อหน้าต่อตาเลยครับ ประเด็นในความได้เห็นการฆ่ากันมาเยอะโดยเฉพาะในการเรียกร้อง ประชาธิปไตยยิงหายไปครึ่งหัวอย่างนี้นะครับ คุณวสันต์ ภู่ทอง อันนี้เป็นเรื่องของ ทางการเมืองนะแต่ไม่เกี่ยวกัน แต่ผมกำลังจะกราบเรียนว่ากฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครอง กับผู้คนในครอบครัวเพื่อลดความรุนแรง กระผมอยากจะเห็นไม่ใช่ทำเฉพาะในครอบครัว ความหึงหวงที่ผมเห็นมีการใช้ความหึงหวง เห็นผู้ชาย เห็นแฟนจีบกับผู้หญิงในระยะต้น ๆ แต่พอหึงหวงสักหน่อยครับ ตีกัน ซ้อมกัน ตีคารถครับ เลือดเต็มหน้าและบาดเจ็บกัน แต่ผู้คนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เขาบอกว่าไม่ต้อง ไม่ต้อง นี่เป็นเรื่องในครอบครัว อย่างนี้จะทำอย่างไร กระผมอยากจะเห็น การแก้ไขความรุนแรง ซึ่งท่านก็ได้เขียนมาแล้วว่าแก้ไขทางการใช้กฎหมาย ต่อไปอย่างนี้ ดีไหมครับ ผมว่าไม่ต้องไปบอกหรอกว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือจะเป็นใครต่อใครก็แล้ว ถ้าเห็นมีการตบตีกันนะครับ เตะซ้อมกันใช้ความรุนแรงกันนะครับ ผมว่าจับเลยครับ หรือผู้คน ในสังคมรู้เลยว่าอย่างนี้ต้องแจ้งจับ จับได้เลย ไม่ต้องมาบอกหรอกว่า นี่เป็นเรื่องของ ในครอบครัว นี่เป็นเรื่องของสามีภรรยากัน เป็นเรื่องของผัวเมียกัน ไม่ต้องพูดเลยครับ ถ้าเห็นต่อหน้าต่อตาก็ใส่เข้าไปได้เลย กฎหมายก็ต้องสร้างเปิดทางขึ้นมาเลยครับ ไม่ต้องมาบอกว่า ห้ามนะ อย่าไปทำนะนี่เป็นเรื่องของภายในครอบครัวไม่ต้องหรอกครับ ผมอยากให้ท่านทำ อย่างนี้นะครับ และอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เสนอทำอย่างนี้ ในการที่จะได้ระงับยับยั้ง การทำให้เกิดความรุนแรง ไม่ต้องเกิดในครอบครัวหรอกครับ หรือไม่ได้เกิดในบ้าน เกิดในครอบครัว ที่เห็นนะครับ ถ้าได้ยินเสียงจากข้างนอกก็สามารถเข้าไปชี้เลย แจ้งตำรวจมาจับได้เดี๋ยวนี้เลย ถ้ามีการกระทำความรุนแรงต่อกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างนี้ผมเห็นตัวเลขท่านรายงาน มีผู้หญิงกับเด็กผู้หญิงในการใช้ความรุนแรง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ส่วนเด็กผู้ชายแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองจากตัวเลขที่รายงานขึ้นมา ผมเข้าใจว่าถ้าเป็นอย่างนี้ สภาพสังคมเราจะต้องมีการแก้ไขไหมครับ นอกจากใช้มาตรการทางกฎหมาย และอย่างที่ผม แนะนำว่าถ้าเห็นควรจะแจ้งความไปจับได้เลย หรือเข้าไปช่วยได้เลยนะครับ ผู้ชายหรือใคร เห็นแล้วมันทนไม่ได้ มันเห็นแล้วต่อหน้าต่อตาฉันเลยนะ ฉันก็ต้องเข้าไปห้ามปรามก็ดี ไปแยกกันก็ดี เข้าไปช่วยเหลือก็ดี ต้องทำได้เลยนะครับ

ส่วนในประเด็นที่ ๒ ในการใช้มาตรการทางสังคม กระผมอยากจะเห็นท่าน ทำอย่างหนึ่ง วันนี้เกิดความรุนแรงภายในประเทศไทยเยอะแยะเลยครับ เกิดการก่อการร้าย ทั่วโลก แล้วผมว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะแยะมากแม้กระทั่งในอังกฤษเองมีการเผา ตั้งหลายเมืองเมืองใหญ่ ๆ เอ๊ะมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรความรุนแรงต่าง ๆ เหล่านี้ กระผม อยากจะเสนอให้ท่านนะครับ เรามีแนวคิดทางสังคมในเรื่องของสังคมแห่งความสุขก็มีครับ โซเชียล แฮปปี้เนส (Social happiness) ที่ท่านชอบ ในราชการหรือผู้คนตามสถาบัน ชอบจับมาวัด ดัชนีความสุขของประเทศ ดัชนีความสุขของสังคมก็มีการวัดกัน คือใช้ มาตรการสังคมนี้มาจับ แล้วอธิบายเป็นตัวเลขมาเท่าไร ๆ สูงสุด ๑๐ ให้คะแนนเท่าไร มาตรการนี้รัฐบาลนี้สังคมมีความสุขได้เท่าไร หญิงก็มีตัวเลขแรงกิ้ง (Raging) ให้เลยนะครับ หรือว่า ในเรื่องของโนว์เลจ เบส โซไซตี้ (Knowledge based Society) สังคมฐานความรู้ ซึ่งประเทศ ที่เจริญแล้วเขาวางสังคมฐานความรู้ขึ้นมานะครับ มาตรการสร้างความรู้เพื่อปูพื้นฐาน เพื่อประชาชนมีความรู้มากขึ้นครับ การใช้ความรุนแรง การกระทำต่อการใช้ความหยาบคาย ใช้ความเป็นป่ากระทำความรุนแรงต่อกันครับ อย่างนี้ถ้ามีความรู้ก็ไม่ต้องไปใช้ความรุนแรง กันนะครับ ผมอยากจะเสนอโซเชียล ออฟ เลิฟ (Social of love) สังคมแห่งความรักครับ สังคมแห่งความรักเท่านั้นที่จะแก้ วันนี้มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านถามผมว่า ท่าน ส.ส. ความรุนแรงของประเทศไทยจะแก้ได้ไหม ผมตอบทันทีแก้ไม่ได้หรอกครับ ปรองดอง สมานฉันท์แก้ไม่ได้หรอกครับ เพราะวันนี้ตั้งแง่ครับ ตั้งป้อมกันเลยครับ ไม่ยอมลงให้ต่อกัน เลยครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งนี้ก็ได้ สักพักผมก็คิดผมหันกลับไปตอบ ถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คิดอยากจะแก้นะครับ สร้างสังคมแห่งความรักสิครับ มีความรักนะครับ มีความห่วงใยครับ มีการให้ มีการเสียสละ วันนี้ผมเข้าใจว่าความรุนแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าความรุนแรง ในสังคม ความรุนแรงในทางการเมือง หรือแม้กระทั่งความรุนแรงในการค้าการขาย มีแก๊งยากูซ่า มีเรื่องของนักเลงอันธพาล ยึดพื้นที่ ครอบครองพื้นที่กันนะครับ แล้วก็ทำร้ายทำลายกันนี่ แล้วโดยเฉพาะในเรื่องของครอบครัวซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะภายในครอบครัว ความรุนแรงต่าง ๆ เหล่านี้ กระผมเข้าใจว่าต้องแก้ด้วยความรักทั้งนั้นละครับ สังคมแห่งความรักจะคือคำตอบ คำสุดท้ายนะครับ ขอให้ถ้าท่านสร้างความรักนี้เกิดขึ้นมาได้ในสังคม สร้างความรักเกิดขึ้นมา ได้ในครอบครัว เรารู้ว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วนะอีกคนจะเสียใจ อีกคนจะเจ็บปวด สำหรับความรัก ความรัก เป็นความรู้นะครับ อยากให้ท่านสอน แล้วประชาสัมพันธ์ แล้วก็รณรงค์สร้างสัมพันธ์ความรัก โดยจัดหลักการ คือให้รู้จักมีความรักต่อกัน ให้รักกันไว้ ให้ครอบครัวมีความรัก ใช้ความรัก ผูกต่อกัน คุณพ่อรักคุณแม่ คุณแม่รักคุณลูก คุณลูกรักคุณพ่อ รักคุณแม่ รักคุณปู่ รักคุณย่า รักคุณตา รักคุณยาย พอมันมีความรักขึ้นมามันฝังไปเยอะ ๆ เดี๋ยวความห่วงใยมันตามมา แล้วก็คอยที่จะคอยห่วงใย ไม่มีข้าวหาข้าวให้กิน ไม่มีเสื้อผ้าหาเสื้อผ้าให้ ไม่มีการศึกษาดี ๆ พยายามหาโรงเรียนดี ๆ ให้ ทุกอย่างประเคนให้หมดเลย การให้เป็นสิ่งที่ดี สุดท้ายให้ไปเรื่อย ๆ มีการเสียสละอยู่ตลอดเวลา เสียสละเพราะรัก เสียสละจึงให้ มีการเสียสละเกิดขึ้น นี่คือ ความสำคัญของความรัก ที่ผมเข้าใจนิยามคำนี้โซเชียล ออฟ เลิฟ หรือ เลิฟ โซเชียล (Love social) ควรจะถูกสร้างขึ้นมาแล้วนะครับ และแก้ประเทศไทยทั้งประเทศ แก้ถึงระดับครอบครัวด้วย

และในท้ายนี้ผมอยากจะฝากนิดหนึ่ง นั่งคุยกับท่าน ส.ส. อำนวย คลังผา ท่านให้ผมมา ในเรื่องของการครองเรือน ในการครองเรือนเพื่อจะเกิดความรัก เพื่อจะเกิดความมั่นคงของ สถาบันครอบครัว ท่านบอกว่ามีเรือน ๓ น้ำ ๔ ผมก็เลยถามท่านว่า เรือน ๓ นั้นคืออะไร ท่านบอกว่าเรือน ๓ ข้อ ๑ เรือนร่างเลยครับ ทำให้เรือนร่างเป็นลักษณะเรือนร่างที่สวยงาม อย่าให้มันอ้วนเกินไป หรือว่าคอยดูแลร่างกายให้สะอาดสะอ้าน อันที่ ๒ เรือนผม ไม่ปล่อยให้ ผมยุ่งเหยิง ทำผมให้สวยงาม หวีมาสวยงามเขาจะได้ดูแล้วดูดี เรือนร่างก็ดูดี เรือนผมก็ดี ทำให้ดูดี ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งนะครับ และสุดท้ายทำอย่างไรครับ ก็รักษา บ้านเรือนเรือนชาน ทำให้บ้านเรือนน่าอยู่ สะอาดสะอ้าน ที่ทางวาง ผู้คนไปมา แขกเหรื่อ เพื่อนฝูงมาเยี่ยม ดูแล้วมีความสุข มันมีความภูมิใจ ความรุนแรงในสังคม ในบ้าน ในครอบครัวจะได้ไม่เกิดนะครับ คราวนี้มาถึงน้ำ ๔ จะมีน้ำอะไรครับ น้ำมือ เขาบอกว่า น้ำมือทำอาหาร ทำให้อร่อยก็แล้วกัน ทำอาหารอร่อยเสน่ห์ปลายจวักเลยครับ นี่พี่อำนวยดีมาก นะครับสอนผมมา ผมยังไม่มีครอบครัว ผมจำไว้ก่อน ท่องไว้ก่อนเลยครับ ก็มีน้ำคำครับ พูดจาให้ไพเราะ พูดจาให้หวานเข้าไว้จะได้ไม่ต้องใช้ความรุนแรง มีน้ำอด ขอให้อดทน อยู่ด้วยกัน อยู่กันเป็น ๒ ๑ บวก ๑ เป็นหนึ่งเดียว ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวครับ อยู่กันเป็นคู่เลยครับ อยู่กันเป็นครอบครัว มีลูกมีเต้า รักกันในครอบครัว น้ำอดน้ำทนต้องมีครับ และสุดท้าย มีน้ำใจ ซื่อสัตย์ต่อกัน ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อกันครับ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีเหตุบอกนาม วันนี้ครับ นามสกุลครับ ผู้หญิงก็นามสกุลหนึ่ง ผู้ชายก็นามสกุลหนึ่งเลือกได้ครับ เลือกได้อย่างไร แต่สุดท้ายแล้วทำไปทำมาบอกทรัพย์สิน สินทรัพย์ ผู้ชายหามาทาง ผู้หญิงหามาทาง อยู่ร่วมกัน ๒ คน ยังแบ่งกันทางกฎหมายก็แบ่งกัน ผมว่ามีน้ำใจต่อกันดีกว่า อะไรที่ครอบครัวหามาได้เป็นของกันและกัน ช่วยกันดูแล สุดท้ายขอฝากนะครับ ผมเชื่อ อยู่อย่างหนึ่งครับ ผู้ชายกลัวเมียจะรวยทุกคนครับ ขอบคุณครับ